โสน ชอ่ื สามญั : Sesbania, Sesbanea pea, Sesbania flowers ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Sesbania javanica Miq. ชื่อพ้ืนเมืองภาคเหนอื : ผกั ฮองแฮง • ตน้ โสน มถี ่นิ กำเนดิ ในเขตร้อนของทวปี เอเชยี จากอินเดียไปทางตะวันออกจนถงึ ประเทศมาเลเซยี อนิ โดนเี ซยี และฟิลปิ ปนิ ส์ จดั เปน็ ไมพ้ มุ่ หรือไม้ลม้ ลกุ ขนาดเล็ก มีอายุ 1 ปี มคี วามสูง ของต้นได้ประมาณ 1-4 เมตร เปลอื กลำต้นเรยี บ เป็นเหลี่ยมหรอื มีรอ่ งละเอียดตามความยาวของ ลำต้น เนอ้ื ไมอ้ อ่ น และกลวง ขยายพนั ธด์ุ ว้ ยวิธกี ารเพาะเมล็ด เติบโตได้ในบรเิ วณท่ีมนี ้ำขังในดนิ แถบภาคกลางและดินเหนยี ว พบขน้ึ เองตามธรรมชาติ โดยมักพบข้ึนในพืน้ ทีท่ มี่ ีน้ำขัง แถบลุ่มนำ้ รมิ ทาง รมิ หนองนำ้ คลองบงึ หรือลำประดง • ใบ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรยี งสลับบนลำต้น แตล่ ะชอ่ ใบจะมีใบยอ่ ยประมาณ 10-30 คู่ ลักษณะของใบยอ่ ยเป็นรปู กลมหรอื รปู รีแกมขอบขนาน ปลายใบมน โคนใบมน สว่ นขอบใบเรยี บ ใบมี ขนาดกวา้ งยาวประมาณ 2-4 มิลลิเมตร และกวา้ งประมาณ 1.2-2.5 มลิ ลเิ มตร แผน่ ใบเปน็ สเี ขยี ว หลงั ใบ และท้องใบเรียบ ทโี่ คนกา้ นใบมหี นามแหลมยาว 2 อัน • ดอกโสน ออกดอกเป็นช่อเชงิ ลดหรอื เป็นช่อกระจุก โดยจะออกตามซอกใบ ซอกกิง่ และปลายก่งิ ช่อดอก ยาวไดป้ ระมาณ 10 เซนตเิ มตร มดี อกย่อยประมาณ 5-12 ดอกตอ่ ชอ่ ดอกย่อยเปน็ สเี หลือง ยาวประมาณ
2.5 เซนตเิ มตร มีกลบี ดอก 5 กลบี บางครงั้ กลีบด้านนอกมจี ดุ กระสีน้ำตาลหรือสมี ่วงแดงกระจายท่วั ไป กลบี เล้ียงดอกเปน็ สีเขียว โคนกลบี เชือ่ มติดกัน ดอกโสนจะออกดอกมากในช่วงปลายฤดฝู นประมาณชว่ ง เดือนกนั ยายนถงึ เดือนตลุ าคม • ผลโสน ผลมลี กั ษณะเปน็ ฝกั กลมยาวขนาดเลก็ ฝกั อ่อนเปน็ สเี ขียว เมือ่ แกจ่ ะกลายเป็น สมี ว่ งและสีน้ำตาล พอฝักแกจ่ ะแตกออกเองตามขวางของฝกั ฝกั มีขนาดกว้างประมาณ 4 มลิ ลเิ มตร และยาวประมาณ 18-20 เซนติเมตร ภายในมเี มล็ดขนาดเลก็ หลายเมลด็ เรียงอยภู่ ายในเมลด็ มลี กั ษณะเปน็ รปู ทรง กลม เป็นมันเงาสนี ้ำตาล มขี นาดประมาณ 0.05 เซนตเิ มตร เมือ่ ตน้ โสนออกดอกและตดิ เมล็ดแล้วตน้ โสน จะคอ่ ย ๆ แห้งเห่ียวและตายไปในท่สี ดุ • ดอกโสนมีรสจืด มนั เย็น มสี รรพคุณเป็นยาแก้พษิ ร้อน ถอนพษิ ไข้ (ดอก) • รากโสนมีรสจดื มีสรรพคุณเป็นยาแกร้ อ้ นในกระหายนำ้ (ราก) • ดอกมสี รรพคณุ เปน็ ยาสมานลำไส้ (ดอก) • ใช้แกอ้ าการปวดมวนทอ้ ง (ดอก) • ต้นโสนมรี สจดื แพทยแ์ ผนโบราณจะนำต้นมาเผาใหเ้ กรยี ม แลว้ นำมาแช่นำ้ ให้เปน็ ดา่ ง ใช้ดมื่ เป็นยาขบั ปสั สาวะ (ต้น) • ใบใช้ตำเป็นยาพอกแผล ส่วนดอกกส็ ามารถนำมาปรงุ เป็นยาพอกแผลไดเ้ ชน่ กนั (ใบ) • ใบโสนมรี สจืดเย็น นำมาตำผสมกบั ดินประสวิ และดนิ สอพอง ใช้เปน็ ยาพอกแกป้ วดฝี ช่วยถอนพษิ (ใบ) • ดอกใช้เป็นยาถอนพษิ จากแมลงสัตว์กัดตอ่ ย (ดอก) • ดอกโสนมรี สออกหวานเล็กนอ้ ย นิยมใชร้ บั ประทานเปน็ ผกั หรอื นำมาใช้ประกอบหรอื ทำอาหารคาวหวาน รับประทาน เมนดู อกโสน ท่ีนยิ มกนั มาก ไดแ้ ก่ ดอกโสนผัด ดอกโสนผดั นำ้ มันหอย ดอกโสนผัดไข่ ไข่เจียว ดอกโสน ดอกโสนลวกจมิ้ กับน้ำพรกิ กะปกิ ินกับปลาทู ดอกโสน จิ้มน้ำพรกิ มะนาว ดอกโสนชุบแปง้ ทอด กรอบกินกบั ขนมจีนน้ำพริก ยำดอกโสน ดอกโสนดองน้ำเกลอื แกงส้มดอกโสนกับปลาช่อน ดอกโสนแกง ใส่ไข่มดแดง หรือแกงเผ็ดอะไรก็ได้ใสด่ อกโสน แต่ถ้าใช้ประกอบอาหารหวานก็จะมีข้าวเหนยี วมูนดอกโสน ขนมดอกโสน ขนมข้หี นู ขนมบวั ลอย เปน็ ตน้ • ในทางโภชนาการพบว่า ดอกโสนจะอุดมไปด้วยแคลเซยี มและฟอสฟอรัสที่มสี ่วนช่วยบำรงุ กระดูกและ สมอง มีธาตเุ หลก็ ท่ีชว่ ยบำรุงโลหิต มีวิตามนิ เอที่ช่วยต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มวี ติ ามนิ บี 1 วิตามินบี 2 วติ ามนิ บี 3 และวิตามนิ ซี อกี พอสมควร ทีม่ ปี ระโยชนต์ ่อร่างกายอย่างมาก โดยคณุ คา่ ทางโภชนาการของ ดอกโสน ต่อ 100 กรมั จะประกอบไปดว้ ย พลังงาน 38 กโิ ลแคลอรี, ไขมนั 0.5 กรมั , คารโ์ บไฮเดรต 5.9 กรมั , โปรตนี 2.5 กรมั , ใยอาหาร 2.2 กรมั , ความชนื้ 87.7 กรัม, วติ ามนิ เอ 3,338 หนว่ ยสากล, วิตามินบี
1 0.13 มลิ ลกิ รมั , วิตามนิ บี 2 0.26 มิลลิกรมั , วิตามินซี 51 มิลลิกรมั แคลเซยี ม 62 มลิ ลกิ รัม, ธาตเุ หลก็ 2.1 มิลลกิ รมั , ฟอสฟอรสั 62 มลิ ลกิ รัม (ขอ้ มลู จาก : กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข) • จากงานวจิ ัยของมหาวทิ ยาลัยมหดิ ล ท่ีพบวา่ ดอกโสนมสี ารเควอเซทนิ ไกลโคไซด์ (Quercetin 3-2 (G)- rhamnosylrutinoside) ซง่ึ เปน็ องคป์ ระกอบสำคัญและเปน็ สารฟลาโวนอยด์ ที่สำคญั โดยมีฤทธติ์ ้านการ ก่อกลายพนั ธุใ์ นเซลลเ์ พาะเล้ยี งในหอ้ งทดลอง จากการศกึ ษาฤทธ์ิ ทางชีวภาพของสารชนิดน้พี บวา่ เควอ เซทนิ มฤี ทธ์ิกระตุ้นให้เซลล์มะเรง็ ตายดว้ ยกระบวนการอะพอ็ ปโทซิส (apoptosis) ชว่ ยหยดุ ยง้ั การแบ่งตวั ของเซลลม์ ะเร็ง ช่วยระงับการอกั เสบ และชว่ ยปอ้ งกันอนั ตรายของเซลล์ปกตติ ่อความเครยี ดจาก กระบวนการตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ • นอกจากนย้ี งั นำมาใชแ้ ต่งสีอาหารได้อกี ดว้ ย โดยจะใหส้ ีเหลอื ง ซ่ึงเป็นสารแคโรทนี อยด์ (caiotenoid) โดยวิธกี ารเตรียมสเี หลืองจากดอกโสน ก็ให้นำดอกโสนสดท่ีลา้ งสะอาดแล้วมาบดหรือโมผ่ สมกบั แปง้ ทจี่ ะ ใชท้ ำขนม จะทำให้ได้แป้งสีเหลอื งทีม่ ีกลิน่ หอม แลว้ จงึ นำแป้งทีไ่ ด้ไปใช้ทำขนมตา่ ง ๆ • เนื้อไมข้ องตน้ โสนสามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ในด้านอตุ สาหกรรมไดห้ ลายอย่าง โดยไมโ้ สนจะใชท้ ำเป็นของ เล่นเดก็ มาตง้ั แตโ่ บราณ สว่ นเยอื่ ไม้ทมี่ ลี กั ษณะเบา บาง และเหนยี วกน็ ำมาประดิษฐ์ทำเป็นดอกไมไ้ ดอ้ ยา่ ง ประณีตและงดงาม (ดอกไมป้ ระดษิ ฐจ์ ากตน้ โสน หรอื ดอกไมจ้ ากต้นโสน) การใชไ้ ม้โสนมาประดษิ ฐเ์ ปน็ ดอกไมน้ น้ั มีสบื ทอดมาต้งั แต่อดีตแล้ว และในปัจจุบนั ชาวอยธุ ยาจะใช้เน้อื ไม้จากต้นโสน (ชนิดลำตน้ ใหญ่ คนละชนิดกับโสนกินดอก)มาประดษิ ฐเ์ ป็นดอกไม้หลายรปู แบบด้วยกัน เช่น ดอกกหุ ลาบ ดอกจำปา ดอก มะลิ ฯลฯ เพอื่ เปน็ รายได้เสรมิ ใหก้ บั ชาวบา้ นในท้องถน่ิ ได้อกี ทางหนงึ่ • ไมโ้ สนยังสามารถนำมาใช้เป็นทนุ่ หรอื เชอื้ ติดไฟไดด้ ี • ในปจั จบุ นั ได้มกี ารนำใบและดอกโสนมาแปรรูปเปน็ ผลิตภณั ฑ์เพือ่ สุขภาพ โดยเปน็ ผลิตภัณฑ์ 2 ชนิด คือ ชาดอกโสน และชาจากยอดใบโสน เน่อื งจากดอกโสนมสี ารต้านอนมุ ูลอสิ ระหลายชนิด เมอ่ื นำมาทำชา ก็ ได้ชาท่ีมีกลน่ิ หอมออ่ น ๆ ใหร้ สชาติอ่อนนมุ่ โดยสามารถทำเองไดง้ า่ ย ๆ ด้วยตัวเอง หรอื นำไปพัฒนาและ ผลิตเป็นสินคา้ ประจำทอ้ งถ่นิ กไ็ ด้ โดยชาดอกโสน สามารทำไดโ้ ดยการนำดอกโสนไปอบท่ีอณุ หภูมิ 70 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 2 ชัว่ โมง แล้วนำมาบรรจซุ อง ในปรมิ าณ 3 กรมั ตอ่ ซอง (ถ้าบดละเอยี ดจะใช้ 2 กรมั ต่อซอง) สว่ นยอดใบโสนนน้ั พบว่ามวี ิตามินเอสูง ชาท่ีไดจ้ ะมกี ลน่ิ หอมเขม้ กวา่ ชาดอกโสน วิธีการทำก็ คอื ใหน้ ำใบมาควั่ ไฟกลางครัง้ ละ 50 กรมั ประมาณ 20 นาที แลว้ นำไปอบทอี่ ณุ หภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชัว่ โมง บรรจุในซองขนาด 3 กรัมตอ่ ซอง (มณีรตั น์ ปญั ญพงษ)์ แกงสม้ ดอกโสนใสป่ ู
สว่ นผสม น้ำพริกแกงส้ม 1/2 ขดี เนือ้ กงุ้ หรอื ปลาช่อน ตม้ สุก 1/2 ถว้ ย กะปิ 1 ชอ้ นชา ขมน้ิ 1 ชอ้ นชา นำ้ 1/2 ถ้วย น้ำปลา นำ้ มะขาม น้ำตาลป๊ิบ (ตามชอบ) ปไู ขห่ รือปูเน้อื 1-2 ตัว ดอกโสน 2 ถว้ ย วิธีทำ 1. นำเนอื้ ปลาหรอื เนอื้ กุ้งตม้ สกุ แลว้ มาป่ันดว้ ยเครอื่ งปน่ั หรอื ตำกบั นำ้ พรกิ แกงสม้ 2. ใส่กะปิ ขมนิ้ ปั่นหรอื ตำต่อจนเข้ากนั ดี พักไว้ 3. เดด็ ดอกโสนออกจากกา้ น ลา้ งใหส้ ะอาดพกั ไว้ 4. เตรียมปโู ดยล้างและขัดกระดองปู แกะตะปิง้ และกระดองออก ดึงถุงลมและส่วนตาดา้ นหน้าออกใหห้ มด ล้างอกี ครั้ง สบั ปลายเล็บออกใหห้ มด สบั ครง่ึ ตวั และสบั อีกครั้ง จนไดป้ ู 4 สว่ น 5. ตม้ นำ้ ให้เดือด ใสน่ ำ้ พริกท่ีพกั ไวล้ งไป เตมิ น้ำปลา นำ้ ตาล พอเดือดใสด่ อกโสน ค่อยๆปรงุ นำ้ มะขาม ให้มี รสเข้มขน้ 3 รส พอเดือดใสป่ ู ต้มจนปสู สี ม้ ปิดไฟ ตกั แกงสม้ ใส่ชาม ก่อนเสิรฟ์ ใหบ้ บี มะนาวลงไปเพือ่ เพ่มิ ความเปรย้ี วใหเ้ ดน่ กวา่ รสอืน่ ๆ
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: