1. ความหมายของสินค้า (Goods or Merchandise) สินค้า (Goods or Merchandise) หมายถึงสินทรัพยห์ มุนเวียน ที่มีตวั ตนหรือสิ่งของที่กิจการมีไวเ้ พ่ือ จาหน่ายใหก้ บั ผซู้ ้ือ หรือลูกคา้ เพ่ือหวงั ผลกาไรจากการจาหน่ายสินคา้ ดงั น้นั กิจการมีรายไดห้ ลกั จากการขาย สินคา้ ตามลกั ษณะของการประกอบธุรกิจ เช่น ร้านมะขามทอง การไฟฟ้า มีสินคา้ ดงั น้ี เครื่องปรับอากาศ พดั ลม ตูเ้ ยน็ คอมพิวเตอร์ โทรทศั น์ เครื่องซกั ผา้ และหา้ งสรรพสินคา้ มะขามป้อม มีสินคา้ ประเภทอาหารสาเร็จรูป เส้ือผา้ เคร่ืองด่ืม ผลไม้ เครื่องสาอาง ไวจ้ าหน่ายในกิจการ เป็นตน้ สินคา้ คงเหลอื หมายถงึ สินทรัพยซ์ ่ึงมลี กั ษณะใดลกั ษณะหน่ึงดงั ต่อไปน้ี 1.1 ถอื ไวเ้ พ่ือขายตามลกั ษณะการประกอบธุรกิจตามปกติของกิจการ 1.2 อยใู่ นระหว่างกระบวนการผลิต เพ่ือใหเ้ ป็นสินคา้ สาเร็จรูปเพือ่ ขาย 1.3 อยใู่ นรูปของวตั ถดุ ิบ หรือวสั ดุที่มไี วเ้ พือ่ ใชใ้ นกระบวนการผลิตสินคา้ หรือใหบ้ ริการ
2. ความหมายของธุรกจิ พาณิชยกรรม ธุรกิจพาณิชยกรรมเป็นธุรกิจท่ีซ้ือสินคา้ จากผขู้ ายมาขายใหล้ กู คา้ เรียกว่า ธุรกิจซ้ือมา ขายไป เช่นธุรกิจขาย เส้ือผา้ สาเร็จรูป ธุรกิจขายเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า ร้านขายสินคา้ ต่าง ๆ ธุรกิจที่ซ้ือสินคา้ โดยตรง แก่ผบู้ ริโภคเรียกว่าผคู้ า้ ปลกี (Retailers) ซ่ึงเป็นการประกอบการคา้ ปลกี เช่นร้านคา้ ปลกี ทวั่ ไป เป็นตน้ ตรงกนั ขา้ มกบั ธุรกจิ ท่ีซ้ือสินคา้ และขายสินคา้ ใหผ้ คู้ า้ ปลกี เรียกวา่ ผคู้ า้ ส่ง (Wholesalers) ซ่ึงเป็นการประกอบการคา้ ส่ง เช่น บริษทั คา้ ส่งต่าง ๆ ซ่ึงเป็นตวั แทนจาหน่ายใหก้ บั ธุรกิจผผู้ ลิตสินคา้ (มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, การบญั ชขี ้นั ตน้ , 2553) ประเภทของหน่วยงานธุรกจิ หน่วยงานธุรกิจ (Business Firm) มีบทบาทท่ีสาคญั เป็นอยา่ งมากในระบบเศรษฐกิจ หน่วยงานธุรกิจ คือหน่วยงานซ่ึงใชท้ รัพยากรท่ีมอี ยอู่ ยา่ งจากดั ในการผลิตสินคา้ และบริการ โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ หลกั คือการแสวงหาผลกาไร การแบ่งประเภทของธุรกิจ สามารถแบ่งได้ 2 ลกั ษณะคือ 1. แบ่งตามลกั ษณะการดาเนินงานหรือกิจกรรม แบ่งได้ 3 ลกั ษณะคือ 1.1 กิจการเกี่ยวกบั การใหบ้ ริการ (Service Firm) ในธุรกิจประเภทน้ีผลผลติ ท่ีเกิดข้ึนคือ การใหบ้ ริการ เช่น ร้านซกั รีด สถานรักษาพยาบาล ร้านตดั ผม และธนาคาร เป็นตน้ 1.2 กิจการประเภทพณิชยกรรม (Merchandising Firms) เป็นกิจการท่ีไม่ไดเ้ ป็นผผู้ ลติ สินคา้ เอง แต่จะซ้ือ สินคา้ มาเพื่อท่ีจะสามารถขายไปไดท้ นั ที เช่น ร้านขายของชา หา้ งสรรพสินคา้ 1.3 กิจการผลติ (Manufacturing Firms) เป็นการผลติ สินคา้ สาเร็จรูปเปล่ียนสภาพของวตั ถุดิบ และ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ใหเ้ ป็นสินคา้ สาเร็จรูป เช่น บริษทั ผลติ ผลไมก้ ระป่ อง บริษทั ผลติ รถยนต์ เป็นตน้ 2. แบ่งตามรูปแบบของการประกอบการตามกฎหมาย ซ่ึงสามารถแบ่งได้ 3 ประเภทคือ 2.1 กิจการเจา้ ของคนเดียว (Proprietorship Sole) เป็นกิจการขนาดเลก็ ท่ีใชเ้ งินทุนไม่มากนกั เจา้ ของ กิจการเป็นผบู้ ริหารธุรกิจเอง เช่น ร้านคา้ รายยอ่ ย ลกั ษณะธุรกิจประเภทน้ีกค็ ือ เจา้ ของกิจการตอ้ งรับผดิ ชอบ ในหน้ีสินของธุรกิจ โดยไมจ่ ากดั จานวนเมือ่ ธุรกิจตอ้ งการเพิม่ ทุนเพอ่ื ขยายกจิ การก็อาจทาได้ ลาบากซ่ึงเป็น ขอ้ เสียของธุรกิจประเภทน้ี 2.2 หา้ งหุน้ ส่วนจากดั (Partnership) เป็นธุรกิจซ่ึงมีบุคคลต้งั แต่ 2 คนข้ึนไปร่วมกนั เป็นเจา้ ของโดยมี สญั ญาร่วมกนั เป็นหุน้ ส่วน กาหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ใน การบริหารงานและแบ่งปันผลกาไรร่วมกนั ผเู้ ป็นส่วน
หน่ึงคนใดจะไดร้ ับมอบหมายใหเ้ ป็นผบู้ ริหาร หา้ งหุน้ ส่วนสามารถแบ่งไดเ้ ป็นหา้ งหุน้ ส่วนสามญั และ หา้ ง หุน้ ส่วนจากดั - หา้ งหุน้ ส่วนสามญั คือ หา้ งหุน้ ส่วนซ่ึงผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทุกคนตอ้ งมสี ่วนรับผดิ ชอบในหน้ีสินของหา้ ง หุน้ ส่วนโดยไมจ่ ากดั จานวน หา้ งหุน้ ส่วนสามญั จะนาไปจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ และหากห้างหุน้ ส่วน สามญั จดทะเบียน ก็จะตอ้ งใชค้ าว่า “หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล” - หา้ งหุน้ ส่วนจากดั คือ หา้ งหุน้ ส่วนประเภท ซ่ึงผเู้ ป็นหุน้ ส่วนอยา่ งนอ้ ย 1 คน ตอ้ งรับผดิ ชอบในหน้ีสิน ของหา้ งหุน้ ส่วนโดยไมจ่ ากดั จานวน หา้ งหุน้ ส่วนจากดั ตอ้ งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในการเสียภาษีเงิน ได้ หา้ งหุน้ ส่วนท่ีเป็นนิติบุคคลเสียภาษีเงินไดเ้ ชน่ เดียวกบั บริษทั จากดั หา้ งหุน้ ส่วนสามญั ที่มิไดจ้ ด ทะเบียนจะตอ้ งเสียภาษีเงินไดเ้ หมอื นบุคคลธรรมดา 2.3 บริษทั จากดั (Limited Company) เป็นกิจการที่ตอ้ งมกี ารแบ่งเงินทุนเป็นหุน้ มมี ลู ค่าหุน้ ละเท่า ๆ กนั และผถู้ อื หุน้ รับผดิ ชอบจากดั เพียงไม่เกินจานวนเงินท่คี นยงั ส่งใชไ้ ม่ครบมลู ค่าของหุน้ ที่ตนถอื คุณสมบตั ิของผู้ ถอื หุน้ ไมม่ คี วามสาคญั เม่ือผถู้ อื หุน้ คนใดคนหน่ึงตายหุน้ ท่ีถอื อยกู่ ็สามารถจาหน่ายใหผ้ ลู้ งทุนอ่นื ๆ ไปไดโ้ ดย ไม่ตอ้ งเลกิ บริษทั 3. ข้นั ตอนในการซื้อขายสินค้า กิจการแต่ละแห่งจะมีข้นั ตอน วธิ ีการซ้ือขายสินคา้ ที่แตกต่างกนั ไป ท้งั น้ีข้นึ อยกู่ บั ขนาดและการจดั องคก์ ร ของแต่ละกิจการ กรณีของกิจการขนาดเลก็ เจา้ ของอาจจะเป็นผดู้ าเนินการเองท้งั หมด แต่ถา้ เป็นกิจการขนาด ใหญ่จะมหี น่วยงานท่ีทาหนา้ ท่ีในการซ้ือและการขายสินคา้ ไดแ้ ก่ 1. แผนกคลงั สินคา้ จะเป็นผตู้ รวจสอบว่า สินคา้ ชนิดใดบา้ งท่ีเหลอื อยใู่ นระดบั ท่ีตอ้ งมีการสง่ั ซ้ือโดยจดั ทา ใบสงั่ ซ้ือ ส่งไปแผนกจดั ซ้ือ 2. แผนกจดั ซ้ือเมอื่ ไดร้ ับใบขอซ้ือแลว้ จะทาการสอบถามราคาของสินคา้ ทจี่ ะซ้ือจากผขู้ ายหลาย ๆ ราย โดย จะจดั ทาใบสง่ั ซ้ือ ส่งไปใหผ้ ขู้ าย 3. ผขู้ าย เมือ่ ไดร้ ับใบสงั่ ซ้ือ จะจดั ส่งคนื สินคา้ พร้อมใบกากบั สินคา้ (Invoice) / ใบกากบั ภาษี (Tax Invoice) ใหก้ บั ผซู้ ้ือ
4. แผนกตรวจรับสินคา้ เมื่อผซู้ ้ือไดร้ ับสินคา้ แลว้ แผนกตรวจรับสินคา้ จะทาการตรวจสอบสินคา้ ที่ไดร้ ับกบั สาเนาใบสง่ั ซ้ือ และใบกากบั สินคา้ ที่ไดจ้ ากผขู้ ายว่าถกู ตอ้ งตรงกนั ถา้ ถูกตอ้ งจะลงนามในใบกากบั สินคา้ และ จดั ทาใบรับสินคา้ (Receiving Report) 5. แผนกบญั ชี เมื่อครบกาหนดชาระ ผขู้ ายจะนาไปเสร็จรับเงินมาขอรับชาระท่ีแผนกบญั ชีและการเงิน เอกสารประกอบการบนั ทกึ บญั ชี เอกสารทีใชป้ ระกอบการบนั ทึกบญั ชีมี 2 ประเภท คือ 1. เอกสารท่ีกิจการจดั ทาข้ึนเอง ไดแ้ ก่ เอกสารที่กจิ การจดั ทาข้ึนเพ่ือใชใ้ นกิจการและเพื่อออกใหก้ บั บุคคลภายนอก เช่น ใบสงั่ ซ้ือสินคา้ บตั รสินคา้ ใบสาคญั จา่ ย ใบรับสินคา้ 2. เอกสารจากบุคคลภายนอก ไดแ้ ก่เอกสารที่กิจการไดร้ ับจากบุคคลภายนอก เช่น ใบสงั่ ซ้ือสินคา้ ใบเสร็จรับเงิน/ใบกากบั ภาษี ใบแจง้ หน้ี ใบส่งคืนสินคา้ 4. เอกสารท่ีเกีย่ วข้องกับการซื้อขายสินค้า 4.1 ใบสง่ั ซ้ือ (Purchase Order) ใบสง่ั ซ้ือ เป็นเอกสารท่ีผซู้ ้ือจดั ทาข้ึนเพ่อื แจง้ ใหผ้ ขู้ ายทราบวา่ ผซู้ ้ือตอ้ งการสินคา้ ประเภทใด ชนิดใด ปริมาณหรือจานวนเท่าใดมคี ุณภาพอยา่ งไรและราคาต่อหน่วยเป็นเท่าใด ใบสง่ั ซ้ือควรทาอยา่ งนอ้ ย 5 ฉบบั ตน้ ฉบบั ส่งใหผ้ ขู้ ายสาเนาส่งให้ แผนกท่ขี อซ้ือ แผนกรับของ แผนกบญั ชีและฉบบั สุดทา้ ยแผนกซ้ือเกบ็ ไวเ้ ป็น หลกั ฐานประกอบการบนั ทกึ บญั ชี 4.2 ใบกากบั ภาษี/ใบส่งของ/ใบกากบั สินคา้ (Tax Invoice/Delivery Invoice/ Invoice) ใบกากบั ภาษี/ใบส่งของ/ใบกากบั สินคา้ คือเอกสารท่ีผขู้ ายจดั ทาข้ึนเพอ่ื นาส่งไปใหผ้ ซู้ ้ือพร้อมกบั สินคา้ ตามใบสงั่ ซ้ือเพอ่ื ตรวจสอบใบกากบั ภาษี/ใบส่งของ/ใบกากบั สินคา้ โดยปกติควรทาอยา่ งนอ้ ย 2 ฉบบั ตน้ ฉบบั ส่งไปใหก้ บั ผซู้ ้ือส่วนสาเนาผขู้ ายเกบ็ ไวเ้ ป็นหลกั ฐานประกอบการบนั ทึกบญั ชี 4.3 ใบขอลดหน้ีหรือใบส่งคืน (Debit Memorandum or Debit Note)
ใบขอลดหน้ีหรือใบส่งคืน คือเอกสารท่ีผซู้ ้ือจดั ทาข้ึนเพ่ือเป็นการขอลดหน้ีบางส่วนหรือท้งั หมด เน่ืองจากสินคา้ ชารุดเสียหายหรือไมต่ รงตามความตอ้ งการจึงทาการส่งคนื สินคา้ ไปใหผ้ ขู้ าย เพ่อื ใหท้ ราบว่าได้ บนั ทึกบญั ชีลดหน้ีสาหรับสินคา้ ท่ีส่งคืนหรือจานวนที่ไดล้ ดแลว้ ใบขอลดหน้ีหรือใบส่งคืนควรทาอยา่ งนอ้ ย 2 ฉบบั ตน้ ฉบบั ส่งใหผ้ ขู้ ายส่วนสาเนาผซู้ ้ือเก็บไวเ้ ป็นหลกั ฐานประกอบการบนั ทกึ บญั ชี 4.4 ใบหกั หน้ีหรือใบรับคืน (Credit Memorandum or Credit Note) ใบหกั หน้ีหรือใบรับคืน คือเอกสารท่ีผขู้ ายจดั ทาข้ึนหลงั จากไดร้ ับสินคา้ คืนจากผซู้ ้ือหรือ ยอมลดราคา ใหผ้ ขู้ ายจะออกใบหกั หน้ีหรือใบรับคืนใหก้ บั ผซู้ ้ือ ใบหกั หน้ีหรือใบรับคืนควรทาอยา่ งนอ้ ย 2 ฉบบั ตน้ ฉบบั ส่งไปใหผ้ ซู้ ้ือส่วนสาเนาผขู้ ายเกบ็ ไวเ้ ป็นหลกั ฐานประกอบการบนั ทึกบญั ชี 4.5 ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) ใบเสร็จรับเงิน คือเอกสารท่ีผขู้ ายออกใหก้ บั ผซู้ ้ือเพือ่ เป็นหลกั ฐานในการขายสินคา้ หรือบริการดว้ ยเงิน สดและการรับชาระหน้ีจากลกู หน้ีใบเสร็จรับเงินควรทาอยา่ งนอ้ ย 2 ฉบบั ตน้ ฉบบั ส่งไปใหผ้ ซู้ ้ือ ส่วนสาเนา ผขู้ ายเกบ็ ไวเ้ ป็นหลกั ฐานประกอบการบนั ทึกบญั ชี 5. เงื่อนไขเกีย่ วกับส่วนลดและค่าขนส่งสินค้า 5.1เง่ือนไขเก่ียวกบั ส่วนลด เง่ือนไขเกี่ยวกบั ส่วนลด (Discount) เป็นเงื่อนไขที่ผขู้ ายใหส้ ่วนลดกบั ผซู้ ้ือเพือ่ เป็นการจูงใจใหผ้ ซู้ ้ือซ้ือสินคา้ คร้ัง ละจานวนมากหรือจูงใจใหผ้ ซู้ ้ือชาระหน้ีโดยเร็ว เง่ือนไขเก่ียวกบั ส่วนลด แบ่งเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 5.1.1 ส่วนลดการคา้ (Trade Discount) เป็นส่วนลดที่ผขู้ ายกระตุน้ หรือจูงใจใหผ้ ซู้ ้ือ ซ้ือสินคา้ คร้ังละ จานวนมาก ๆ โดยผขู้ ายต้งั เกณฑไ์ วเ้ พื่อใหผ้ ซู้ ้ือตดั สินใจ เช่น ซ้ือสินคา้ 5 ช้ินข้ึนไปแถม 1 ชิ้น หรือซ้ือสินคา้ 500 บาทลดให้ 5% แต่ถา้ ซ้ือสินคา้ ต้งั แต่ 501 – 1,000 บาทลดให้ 10% หรือกาหนดอตั ราส่วนลดเป็นร้อยละจาก ราคาที่กาหนดไวใ้ นใบแสดงรายการสินคา้ ส่วนลดการคา้ ผขู้ ายจะลดใหผ้ ซู้ ้ือในขณะท่ีซ้ือขายสินคา้ ผขู้ ายเรียก ส่วนลดน้ีว่า “ส่วนลดการคา้ ” ส่วนลดการคา้ น้ีจะไมน่ ามาบนั ทึกบญั ชี แตจ่ ะนาไปหกั ออกจากราคาซ้ือขายสินคา้ เพื่อหาราคาสุทธิท้งั ผซู้ ้ือและผขู้ ายจะบนั ทกึ บญั ชีในราคาสุทธิ
ตวั อยา่ ง วนั ที่ 10 มกราคม 2563 ร้านโชคดีพาณิชย์ ซ้ือสินคา้ เป็นเงินสดจานวน 15,000 บาท ไดร้ ับส่วนลด การคา้ 5% การคานวณราคาค่าสินคา้ ราคาสินคา้ 15,000 บาท หกั ส่วนลดการคา้ 5 % ของราคาสินคา้ (15,000 x 5/100) 750 บาท ราคาสุทธิ 14,250 บาท 5.1.2 ส่วนลดเงินสด (Cash Discount) เป็นส่วนลดท่ีผขู้ ายลดใหแ้ ก่ผซู้ ้ือทนั ที ท่ีชาระหน้ีค่าสินคา้ หลงั จากผซู้ ้ือไดซ้ ้ือสินคา้ เป็นเงินเช่ือ เพื่อ เป็นการกระตุน้ หรือจูงใจใหผ้ ซู้ ้ือชาระเงินค่าสินคา้ โดยเร็วก่อนวนั ครบกาหนด ส่วนลดเงินสดน้ีอาจจะกาหนด หรือไมก่ าหนดไวใ้ นเงื่อนไขในการชาระเงินก็ได้ แลว้ แต่ผซู้ ้ึงกบั ผขู้ ายจะตกลงกนั ส่วนลดเงินสดมี 2 ประเภท คือ 1. ส่วนลดรับ (Purchase Discount) เป็นส่วนลดที่ผขู้ ายลดใหผ้ ซู้ ้ือเมอื่ ผซู้ ้ือนาเงินมาชาระใหผ้ ขู้ าย ภายในเวลาที่กาหนดไวต้ ามเง่ือนไขที่ไดส้ ่วนลด ส่วนลดเงนิ สดทางดา้ นผซู้ ้ือเรียกวา่ “ส่วนลดรับ” เป็นยอดท่ีไป หกั จากยอดซ้ือสินคา้ ทาใหต้ น้ ทุนของสินคา้ ท่ีซ้ือลดลง 2 ส่วนลดจ่าย (Sales Discount) เป็นส่วนลดที่ผขู้ ายลดใหผ้ ซู้ ้ือเมอ่ื ผูซ้ ้ือชาระหน้ีค่าสินคา้ ท่ีซ้ือเป็นเงิน เช่ือ ตามในเง่ือนไขภายในระยะเวลาท่ีใหส้ ่วนลด ดา้ นผขู้ ายเรียกส่วนลดเงินสดว่า ”ส่วนลดจ่าย” การที่ผขู้ ายให้ ส่วนลดแก่ผซู้ ้ือมีผลทาใหร้ ายไดจ้ ากการขายสินคา้ ลดลง เพราะส่วนลดจ่ายเป็นรายการท่ีนาไปหกั รายไดจ้ ากการ ขายสินคา้ 5.2 การนบั วนั ครบกาหนดชาระหน้ี เมื่อผซู้ ้ือและผขู้ ายตกลงกนั ตามเงื่อนไขในการชาระเงินค่าสินคา้ แลว้ ควรจะคานวณวนั ครบกาหนด เพอื่ ทางดา้ นผซู้ ้ือจะไดท้ ราบวนั ท่ีจะตอ้ งนาเงนิ ไปชาระวนั ท่ีเท่าใด และจานวนเงินเท่าไรจะไดว้ างแผนการจดั หา เงินและรักษาผลประโยชน์ของกิจการในเร่ืองของส่วนลดเงินสด ส่วนดา้ นผขู้ ายจะไดท้ ราบวนั ท่ีจะไดร้ ับชาระ เงินค่าสินคา้ จากผซู้ ้ือ หรือจะไดต้ ิดตามทวงถามไดถ้ ูกตอ้ ง ในเง่ือนไขอาจกาหนดวนั ครบกาหนดไวแ้ น่นอน เช่น
วนั สิ้นเดือนก็ไม่ตอ้ งหาวนั ครบกาหนดแต่บางกรณีกาหนดเป็นวนั เช่น 30 วนั ,45 วนั , 60 วนั ควรจะหาวนั ครบ กาหนดไวล้ ว่ งหนา้ การนบั วนั ครบกาหนด มขี ้นั ตอนการคานวณดงั น้ี 1. นาวนั สุดทา้ ยของเดือนท่ีมีการซ้ือขายสินคา้ เป็นตวั ต้งั 2. นาวนั ที่มกี ารซ้ือขายสินคา้ เป็นตวั หกั 3.นาจานวนวนั ท่ียงั ขาดอยขู่ องเดือนถดั ไปมาบวกเขา้ ไปเรื่อย ๆจนกวา่ จะครบกาหนดตามเงื่อนไขที่ตกลง 5.3 เงื่อนไขเกี่ยวกบั ค่าขนส่งสินคา้ เงื่อนไขค่าขนส่งสินคา้ (Terms of Transportation) เป็นเง่ือนไขท่ีผซู้ ้ือและผขู้ ายตกลงกนั ในการการส่งมอบ สินคา้ ซ่ึงจะตอ้ งมคี ่าใชจ้ ่ายในการขนส่งเรียกว่า “ค่าขนส่ง” ท้งั ผซู้ ้ือกบั ผขู้ ายตอ้ ง ทาการตกลงกนั ใหช้ ดั เจนว่า ค่าขนส่งสินคา้ จะเป็นภาระหรือหนา้ ท่ีของฝ่ ายใด โดยระบุเง่ือนไขในการขนส่งสินคา้ ดงั น้ี 5.3.1 F.O.B (Free on board) Shipping point เป็นเง่ือนไขในการขนส่งสินคา้ ท่ีผขู้ ายไดส้ ่งมอบสินคา้ ณ กิจการของผขู้ ายกรรมสิทธใ์ นสินคา้ จึงเป็นของผซู้ ้ือนบั ต้งั แต่ผขู้ ายส่งมอบสินคา้ ให้ ดงั น้นั ผซู้ ้ือตอ้ งเป็นผู้ รับภาระในการจ่ายค่าขนส่งสินคา้ เรียกวา่ “ค่าขนส่งเขา้ ” (Transportation – in) ถือวา่ เป็นตน้ ทุนของสินคา้ ที่ซ้ือ 6.ภาษีมูลค่าเพิม่ 6.1 ความหมายของภาษีมูลค่าเพมิ่ ภาษีมลู ค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือใชต้ วั ยอ่ วา่ VAT) คือภาษีที่รัฐบาลเรียกเกบ็ จากมลู ค่าส่วนท่ี เพ่มิ ข้ึนในแต่ละข้นั ตอนการผลติ สินคา้ หรือบริการและการจาหน่ายสินคา้ หรือบริการชนิดต่าง ๆ โดย ผปู้ ระกอบการเป็นผมู้ ีหนา้ ที่เกบ็ จากลูกคา้ แลว้ นาภาษีมูลค่าเพิม่ ไปชาระใหแ้ ก่รัฐบาล ประกอบดว้ ยภาษีซ้ือ (Input Tax) และภาษขี าย (Output Tax) ภาษีขาย คือภาษีมลู คา่ เพมิ่ ที่ผปู้ ระกอบการจดทะเบียนไดเ้ รียกเกบ็ จากผซู้ ้ือสินคา้ หรือผรู้ ับบริการเมอื่ ขายสินคา้ หรือรับชาระค่าบริการหากภาษี
ขายเกิดข้ึนในเดือนใดก็เป็นภาษขี ายของเดือนน้นั โดยไม่คานึงวา่ สินคา้ ท่ีขายหรือบริการจะซ้ือมาหรือเป็นผลมา จากการผลิตในเดือนใดกต็ าม ภาษีซ้ือ คือภาษีมูลค่าเพ่มิ ท่ีผปู้ ระกอบการไดจ้ ่ายใหก้ บั ผขู้ ายสินคา้ หรือผใู้ หบ้ ริการ ที่เป็น ผปู้ ระกอบการจดทะเบียนเมอ่ื ซ้ือสินคา้ หรือชาระค่าบริการเพ่อื ใชใ้ นกิจการของตน ท้งั ท่ีเป็นวตั ถดุ ิบหรือสินคา้ ประเภทเคร่ืองจกั รและอปุ กรณ์ เป็นตน้ หากภาษีซ้ือเกิดข้ึนในเดือนใดกเ็ ป็นภาษีซ้ือของเดือนน้นั โดยไมค่ านึง ว่าสินคา้ ท่ีซ้ือน้นั จะขายหรือนาไปใชใ้ นการผลติ เดือนใดกต็ าม 6.2 ผมู้ หี นา้ ท่ีเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ผปู้ ระกอบการทขี่ ายสินคา้ หรือใหบ้ ริการในทางธุรกิจหรือวชิ าชีพเป็นปกติธุระ ไมว่ า่ จะประกอบ กิจการในรูปของบคุ คลธรรมดา คณะบุคคลหรือหา้ งหุน้ ส่วนสามญั ท่ีมใิ ช่นิติบุคคลหรือนิติบุคคล ใด ๆ หากมี รายรับจากการขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการเกินกวา่ 1.8 ลา้ นบาทต่อปี มีหนา้ ท่ีตอ้ งยนื่ คาขอ จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพ่มิ เพ่อื เป็นผปู้ ระกอบการจดทะเบียน โดยคานวณภาษีท่ตี อ้ งเสียจากภาษีขายหกั ดว้ ยภาษีซ้ือ 6.3 ผปู้ ระกอบการท่ไี มต่ อ้ งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่มิ 1. ผปู้ ระกอบการที่มรี ายรับจากการขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการไมเ่ กิน 1.8 ลา้ นบาทต่อปี 2. ผปู้ ระกอบการที่ขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการที่ไดร้ ับยกเวน้ ภาษีมูลค่าเพมิ่ ตามกฎหมาย 3. ผปู้ ระกอบการท่ีใหบ้ ริการจากต่างประเทศ และไดม้ ีการใชบ้ ริการน้นั ในราชอาณาจกั ร 4. ผปู้ ระกอบการที่อยนู่ อกราชอาณาจกั รและเขา้ มาประกอบกจิ การขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการใน ราชอาณาจกั รเป็นคร้ังคราว ท้งั น้ี ตอ้ งเป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการและเง่ือนไข ท่ีกาหนดไวใ้ นประกาศอธิบดี กรมสรรพากร เก่ียวกบั ภาษีมูลค่าเพม่ิ ( ฉบบั ท่ี 43) ฯ ลงวนั ที่ 29 มกราคม พ . ศ . 2536 5. ผปู้ ระกอบการอนื่ ตามที่อธิบดีจะประกาศกาหนดเมอ่ื มเี หตุอนั สมควร 6.4 กิจการท่ีไดร้ ับการยกเวน้ ภาษีมลู ค่าเพิม่ ตามกฎหมาย การประกอบกิจการดงั ต่อไปน้ีใหไ้ ดร้ ับยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียภาษีมลู ค่าเพิ่ม 1. การขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการของผปู้ ระกอบการที่มรี ายรับไม่เกิน 1.8 ลา้ นบาทต่อปี
2. การขายพืชผลทางการเกษตรภายในราชอาณาจกั ร เช่น ขา้ ว ขา้ วโพด ปอ มนั สาปะหลงั ผกั และ ผลไม้ เป็นตน้ ( คาสง่ั กรมสรรพากรที่ ป .28/2535 ฯ ) 3. การขายสตั วท์ ้งั ที่มชี ีวติ หรือไม่มีชีวติ ภายในราชอาณาจกั ร เช่น โค กระบือ ไก่หรือเน้ือสตั ว์ กงุ้ ปลา เป็นตน้ (คาสง่ั กรมสรรพากรที่ ป.29/2535ฯ) 4. การขายป๋ ยุ 5. การขายปลาป่ น อาหารสตั ว์ 6. การขายยาหรือเคมภี ณั ฑท์ ่ีใชส้ าหรับพชื หรือสตั ว์ เพื่อบารุงรักษาป้องกนั ทาลายหรือกาจดั ศตั รูหรือ โรคของพืชและสตั ว์ 7. การขายหนงั สือพิมพ์ นิตยสาร หรือตาราเรียน (ผปู้ ระกอบการท่ีประกอบกจิ การตาม ขอ้ 1 ถงึ ขอ้ 7 ดงั กล่าว จะเลือกเขา้ สู่ระบบภาษีมูลค่าเพ่ิมก็ได)้ 8. การนาเขา้ สินคา้ ตาม ขอ้ 2 ถงึ ขอ้ 7 9. การใหบ้ ริการการศกึ ษาของสถานศกึ ษาของทางราชการ สถานศกึ ษาตามกฎหมายว่าดว้ ย สถาบนั อุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าดว้ ยโรงเรียนเอกชน 10. การใหบ้ ริการขนส่งในราชอาณาจกั รไมว่ า่ จะเป็นทางบก ทางน้าหรือทางอากาศ อยา่ งไรกด็ ี หาก เป็นการใหบ้ ริการขนส่งโดยอากาศยาน และการใหบ้ ริการขนส่งน้ามนั เช้ือเพลงิ ทางท่อ ผปู้ ระกอบการมีสิทธิ เลือกเขา้ สู่ระบบภาษีมูลค่าเพ่มิ ได้ 11. การใหบ้ ริการขนส่งระหวา่ งประเทศทางบกและทางเรือซ่ึงมใิ ช่เรือเดินทะเล 12. การใหบ้ ริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลทางราชการและเอกชน 13. การใหบ้ ริการหอ้ งสมุด พพิ ิธภณั ฑ์ สวนสตั ว์ 14. การใหบ้ ริการจดั แข่งขนั กีฬาสมคั รเลน่ 15. การใหบ้ ริการประกอบโรคศลิ ปะ การสอบบญั ชี การว่าความ 16. การใหบ้ ริการของนกั แสดงสาธารณะ
17. การใหบ้ ริการที่เป็นงานทางศิลปะและวฒั นธรรม ในสาขาและลกั ษณะการประกอบกิจการท่ี อธิบดีกาหนดโดยอนุมตั ิรัฐมนตรี 18. การใหบ้ ริการวจิ ยั หรือการใหบ้ ริการทางวชิ าการ ซ่ึงตอ้ งมีลกั ษณะการประกอบกิจการตามที่ กรมสรรพากรกาหนด คือ ตอ้ งเป็นการวจิ ยั หรือบริการทางวชิ าการสาขาวทิ ยาศาสตร์และสาขาสงั คมศาสตร์ แต่ ตอ้ งมิใช่เป็นการกระทาในทางธุรกิจ ท้งั น้ี ผปู้ ระกอบการตอ้ งเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นคณะบคุ คลที่มใิ ช่นิติ บุคคล หรือมลู นิธิ 19. การใหบ้ ริการตามสญั ญาจา้ งแรงงาน 20. การใหบ้ ริการเช่าอสงั หาริมทรัพย์ 21. การใหบ้ ริการของราชการส่วนทอ้ งถิ่น ท้งั น้ีไมร่ วมถึงบริการท่ีเป็นการพาณิชยข์ องราชการส่วน ทอ้ งถิ่น หรือเป็นการหารายได้ หรือผลประโยชน์ไม่วา่ จะเป็นกิจการสาธารณูปโภคหรือไมก่ ต็ าม 22. การขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการของกระทรวง ทบวง กรม ซ่ึงส่งรายรับท้งั สิ้นใหแ้ ก่รัฐโดยไม่หกั รายจ่าย 23. การขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการเพ่อื ประโยชน์แกก่ ารศาสนา หรือการสาธารณกศุ ล ภายในประเทศ ซ่ึงไม่นาผลกาไรไปจ่ายในทางอื่น 24. การขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการตามท่ีกาหนดโดยพระราชกฤษฎีกาฯ ( พระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบบั ที่ 239) พ.ศ.2534 ) 6.5 หนา้ ท่ีของผปู้ ระกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิม 1. เรียกเกบ็ ภาษีมูลค่าเพ่มิ จากผซู้ ้ือสินคา้ หรือผรู้ ับบริการ และออกใบกากบั ภาษีเพอ่ื เป็นหลกั ฐานใน การเรียกเกบ็ ภาษีมูลค่าเพ่มิ 2. จดั ทารายงานตามที่กฎหมายกาหนด ซ่ึงไดแ้ ก่ (1) รายงานภาษีซ้ือ (2) รายงานภาษีขาย
(3) รายงานสินคา้ และวตั ถดุ ิบ 3. ยน่ื แบบแสดงรายการเพอื่ เสียภาษีตามแบบ ภ.พ.30 6.6 อตั ราภาษีมูลค่าเพม่ิ ปัจจุบนั อตั ราภาษีมลู ค่าเพิ่มที่นามาใชใ้ นประเทศไทยมี 2 อตั รา คือ 1. อตั ราภาษีมลู ค่าเพิ่มร้อยละ 7 ใชส้ าหรับธุรกิจขายสินคา้ หรือบริการทุกชนิดรวมท้งั การนาเขา้ อตั ราน้ี รวมภาษีทอ้ งถนิ่ ไวแ้ ลว้ 2. อตั ราภาษีมูลค่าเพมิ่ ร้อยละ 0 มผี ลเท่ากบั ไมต่ อ้ งเสียภาษีจากการขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการ และยงั ไดร้ ับคืนภาษีซ้ือ อตั ราภาษีมลู ค่าเพ่มิ ร้อยละ 0 ใชส้ าหรับการประกอบกิจการดงั ต่อไปน้ี 2.1 การส่งออกสินคา้ ของผปู้ ระกอบกจิ การจดทะเบียน 2.2 การใหบ้ ริการทกี่ ระทาในราชอาณาจกั รและไดม้ กี ารใชบ้ ริการในต่างประเทศตามประเภท หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไขที่อธิบดีกาหนด นอกจากน้ียงั รวมถงึ การใหบ้ ริการต่อเรือเดินทะเล การใหบ้ ริการ ซ่อมแซมอากาศยานหรือเรือเดินทะเล และการใหบ้ ริการประกนั วินาศภยั ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการประกนั วนิ าศ ภยั สาหรับทรัพยส์ ินในต่างประเทศหรือสาหรับสินคา้ ท่ีไดส้ ่งออกนอกราชอาณาจกั ร และการบริการทีก่ ระทาใน ราชอาณาจกั รเพือ่ ใชผ้ ลิตสินคา้ ในเขตอุตสาหกรรมส่งออก การใหบ้ ริการทกี่ ระทาในราชอาณาจกั รและไดม้ กี ารใชบ้ ริการน้นั ในต่างประเทศ ใหร้ วมถงึ กิจการ ใหบ้ ริการท่ีกระทาในราชอาณาจกั รเพือ่ ใชผ้ ลิตสินคา้ ในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออก และการใหบ้ ริการท่ีกระทา ในเขตดงั กล่าวเพ่อื ใชผ้ ลติ สินคา้ เพอ่ื ส่งออกดว้ ย คาวา่ “อตุ สาหกรรมส่งออก” หมายถึง กิจการที่อยใู่ นประเทศ ไทย แต่ไดส้ ิทธิพเิ ศษเสมอื นหน่ึงเป็นดินแดนต่างประเทศ 2.3 การใหบ้ ริการขนส่งระหวา่ งประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเลท่ีกระทาโดยผปู้ ระกอบกิจการ ท่ีเป็นนิติบุคคล (เดิมก่อนมกี ารแกไ้ ขกฎหมายตามพระราชบญั ญตั ิฯ (ฉบบั ที่ 33) พ.ศ. 2541 เริ่มบงั คบั ใช้ 1 มกราคม 2542 น้นั ถา้ เป็นผปู้ ระกอบกิจการท่ีเป็นนิติบคุ คลที่ต้งั ข้ึนตามกฎหมายต่างประเทศจะไดร้ ับอตั ราศนู ย์ เฉพาะกรณีท่ีประเทศน้นั ใหก้ ารปฏิบตั ิกบั นิติบคุ คลไทยในทานองเดียวกนั ) 2.4 การขายสินคา้ หรือการใหก้ ารบริการแก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงนิ กหู้ รือเงิน ช่วยเหลอื จากต่างประเทศ
2.5 การขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการกบั องคก์ ารสหประชาชาติ ทบวงการชานญั พิเศษของ สหประชาชาติ สถานเอกอคั รราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล 2.6 การขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการท่ีก่อใหเ้ กิดสินคา้ ท่ีมีรูปร่าง หรือ การใหบ้ ริการท่ีไมก่ ่อใหเ้ กิด สินคา้ ท่ีมีรูปร่าง แต่ทาใหส้ ินคา้ มปี ระสิทธิภาพมากข้นึ หรือมีมลู ค่าเพ่มิ ข้ึนระหว่างคลงั สินคา้ ทณั ฑบ์ นดว้ ยกนั หรือระหวา่ งผปู้ ระกอบกิจการที่ประกอบกิจการอยใู่ น เขตอุตสาหกรรมส่งออก ไมว่ ่าจะอยใู่ นเขตอุตสาหกรรม ส่งออกเดียวกนั หรือไม่ รวมท้งั การขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการระหวา่ งคลงั สินคา้ ทณั ฑบ์ นกบั ผปู้ ระกอบกิจการ ท่ีประกอบกิจการอยใู่ นเขตอตุ สาหกรรมส่งออก คาว่า “คลงั สินคา้ ทณั ฑบ์ น” หมายถึง คลงั สินคา้ ที่ต้งั ข้ึนมาเพ่ือช่วยใหผ้ นู้ าเขา้ ไมต่ อ้ งชาระอากรเป็นเงนิ จานวนมาก โดยผอ่ นผนั ใหผ้ นู้ าเขา้ เกบ็ ของไดใ้ นคลงั สินคา้ ไดเ้ ป็นเวลานานพอสมควร และตลอดเวลาที่ของยงั อยใู่ นคลงั สินคา้ ผนู้ าเขา้ ยงั ไมต่ อ้ งชาระเงินอากร และเมอ่ื ผนู้ าเขา้ ประสงค์ จะนาของออกจากคลงั สินคา้ เป็น จานวนเท่าไรกใ็ หช้ าระอากรตามจานวนท่นี าของออกแต่ละคราวไปโดยใชพ้ ิกดั อตั ราอากรในวนั ท่ีนาของออก หรือถา้ ผนู้ าเขา้ ประสงคจ์ ะส่งของกลบั คืนไปต่างประเทศกจ็ ะไดร้ ับยกเวน้ อากรท้งั ขาเขา้ และขาออก 6.7 หลกั การคานวณภาษีมลู ค่าเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีมูลค่าเพม่ิ ท่ีตอ้ งชาระ หรือ ไดร้ ับคืน = ภาษีขาย – ภาษีซ้ือ) การคานวณภาษีมลู ค่าเพ่มิ ผปู้ ระกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมในอตั ราร้อยละ 7
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: