วตั ถุประสงค์ให้ นทน. มีความรคู้ วามเข้าใจเบือ้ งต้นใน :การทาํ บันทึกเสนอผ้บู ังคับบญั ชาการใช้ข้อพิจารณาของ ฝอ.การจดั ทาํ หนงั สือราชการแบบต่าง ๆ
ขอบเขตการบรรยาย - กลา่ วนํา - ขอ้ พิจารณาของฝา่ ยอาํ นวยการ / บันทึก ความเหน็ - รปู แบบของข้อพิจารณาฯ/บนั ทึกความเห็น - การเขียนขอ้ พิจารณาของฝา่ ยอํานวยการ - ตวั อย่างการเขียนข้อพิจารณาฝา่ ย อาํ นวยการ
กลา่ วนํา ใครคือฝ่ายอาํ นวยการ ?
งานในหนา้ ทีร่ ่วมของฝ่ายอาํ นวยการ ใหข้ า่ วสารกาํ กับดูแล ประมาณการทาํ แผน / คําสั่ง ให้ขอ้ เสนอ 6
กล่าวนํา การสือ่ ความหมาย การพูด การบรรยายสรปุ การเขียน การทาํ บนั ทึกเสนอ การทําขอ้ พิจารณาของฝา่ ยอาํ นวยการ
กล่าวนํา การแก้ปญั หาทางทหาร (Military problem solving) วิธีแก้ปัญหาอยา่ งมีระเบียบซึ่งทางทหารใช้อยู่เสมอ ได้แก่ การประชมุ ตกลงใจ การทาํ บนั ทึกเสนอ / ขอ้ พิจารณาของฝ่ายอํานวยการ การปฏิบตั ิตามลาํ ดับการปฏิบตั ิงานของ ผบ. - ฝอ. / กระบวนการแสวงขอ้ ตกลงใจทางทหาร
การประชุมตกลงใจ (Decision Meeting) ปญั หาไม่ยุง่ ยากสลับซับซอ้ น ผ้บู งั คับบัญชา สามารถประชุมส่ังการว่า จะให้ ใชเ้ ทคนิคการประชุมแบบตา่ งๆ ใคร ? ทําอะไร ? เมือ่ ไร ? ที่ไหน ? ทาํ ไม ? อยา่ งไร ?
ข้อพิจารณาของฝ่ายอํานวยการ(Staff study) เป็นเอกสารราชการที่รวบรวมการวิเคราะห์ ปญั หา อยา่ งถูกตอ้ งรดั กุม และให้ขอ้ เสนอแนะวิธีการแกป้ ญั หานั้นไวด้ ้วย
ขอ้ พิจารณาของฝ่ายอํานวยการ(Staff study) เปน็ เอกสารที่ผใู้ ตบ้ งั คบั บัญชา(ฝอ.) เสนอ ผบู้ ังคับบญั ชา เพื่อแสดงความเห็น หรือเสนอแนะแนวทาง พิจารณาวินิจฉัย หรือ ดาํ เนินการในเรื่องทีเ่ สนอ
ข้อพิจารณาของฝ่ายอาํ นวยการ(Staff study) อาจใชเ้ ทคนิคในการแกป้ ัญหาโดยทัว่ ไป แลว้ นําคําตอบมาเขียนเรียบเรียง
วัตถุประสงค์ (Objective) ช่วย ผบ. ในการตกลงใจ เปน็ เครื่องมือของ ฝอ. ในการแก้ปญั หาอยา่ งมี เหตุผล มีระเบียบ เปน็ สื่อความคิดในการตกลงใจ และทําความเขา้ ใจ
ขอ้ พิจารณาของฝ่ายอํานวยการ (ที่นิยม) เอกสารของ ฝสธ.อย่างเป็นทางการ ซึง่ มีการ วิเคราะหป์ ญั หา อย่างถูกต้อง รดั กุม ใหข้ ้อเสนอแนะวิธีการแก้ปญั หาน้ันไว้ด้วย มี ๔ ข้อ คือ ปัญหา, ข้อเท็จจริง, ขอ้ พิจารณา, และ ข้อเสนอ
แผนผงั ชนิดหนงั สือราชการหนงั สือภายนอก หนังสือ หนังสือประทบั ตรา ภายใน- ภายนอกที่ใชภ้ ายนอก กห.- ภายนอกที่ใชภ้ ายใน กห.หนงั สือส่งั การ หนังสือประชาสัมพนั ธ์ หนงั สือทีเ่ จ้าหนา้ ทีจ่ ัดทาํ ขึ้นรับไวเ้ ปน็- คาํ สงั่ - ประกาศ หลักฐานในราชการ- ระเบียบ - แถลงการณ์ - หนงั สือรับรอง- ข้อบังคับ - ขา่ ว - บนั ทึก - รายงานการประชุม - หนังสืออืน่ 15
อะไรคือบนั ทึกเสนอ หนังสือราชการ หนังสือภายนอก หนังสือภายใน หนงั สือประทบั ตรา หนังสือสง่ั การ หนงั สือประชาสัมพนั ธ์ หนังสือที่เจ้าหนา้ ที่จดั ทาํ ขึน้
ครฑุ- เป็นสัญลักษณ์แรกสดุ ทีส่ ือ่ ว่าเอกสารน้นั เป็นเอกสารทาง ราชการ- ไทยได้รับลทั ธิเทวราชจากอินเดีย กษัตริยค์ ืออวตารของพระ นารายณ์- ครุฑ ผมู้ ีฤทธิ์มากและเปน็ พาหนะของพระนารายณ์- ครุฑมี ๒ ขนาด (ขนาดสูง ๓ ซม. และ ขนาดสูง ๑.๕ ซม.) (วดั จากปลายปีกถึงปลายหาง)
นับจากปีกถึงหาง ๓ ซม. ๑.๕ ซม. 18
หนังสือภายนอก มี ๒ ชนิด๑.หนงั สือภายนอกทีใ่ ชภ้ ายนอก กห.๒.หนงั สือภายนอกทีใ่ ช้ภายใน กห.
หนังสือภายนอกที่ใชภ้ ายนอก กห. หนงั สือติดตอ่ ราชการที่เป็นแบบพิธี เปน็ หนงั สือติดตอ่ ระหวา่ งส่วนราชการหรือสว่ นราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึง่ มิใช่สว่ นราชการหรือที่มีถึงบคุ คลภายนอก ใชก้ ระดาษตราครุฑ
๑.ที่หนังสือ เสมอกับเท้าครฑุ และทีอ่ ยสู่ ว่ นราชการ๒.ระยะหา่ งระหว่าง รหัสไปรษณีย์กับ วันที่ ๑ Ent. + Bf.๖๓.ระยะห่างระหวา่ ง วนั ที่ กับ เรือ่ ง ๑ Ent. + Bf.๖๔.ระยะห่างระหว่าง เรื่อง,เรียน,อ้างถึง, สิง่ ทีส่ ่งมาดว้ ย ๑ Ent. + Bf.๖๕.ระยะหา่ งระหว่าง สิง่ ทีส่ ง่ มาดว้ ย กบั เนื้อเรือ่ ง ๑ Ent. + Bf.๖๖.ระยะหา่ งระหว่าง เนือ้ เรือ่ ง กบั ภาคความ ประสงค์ ๑ Ent. + Bf.๖๗.ระยะห่างระหว่าง ภาคสรุป กบั ขอแสดง ความนับถือ ๑ Ent. + Bf.๑๒๘.ระยะห่างระหว่าง ขอแสดงความนับถือ กับ พลตรี ๓ Ent. 21
๑.ระยะก้ันหน้า ๓ ซม. ๑.๕ ซม.๒.ระยะกั้นด้านบน ๑.๕ ซม.๓.ระยะกัน้ หลัง ๒ ซม. ๓ ซม. ๒ ซม. 22
23
๑.๕ ซม.๑ Ent + Bf.๖ ๑ Ent + Bf.๖๑ Ent + Bf.๖ ๒.๕ ซม. ๒ ซม.๑ Ent + Bf.๖ 24๑ Ent + Bf.๖๓ ซม.๑ Ent + Bf.๑๒ ๓ Ent. ๑ Ent.
บนั ทึก คือ การเขียนขอ้ ความราชการ เพือ่ เสนอต่อผบู้ ังคบั บญั ชา หรือ ผู้บงั คับบัญชาสั่งการแกผ่ ใู้ ต้บังคบั บญั ชา หรือ ระหว่างหน่วยราชการในกระทรวง ทบวง กรม เดียวกนั ติดต่อกนั
ประเภทการบนั ทึกโดยปกติการบนั ทึก แบ่งออกเปน็ ๕ ประเภท คือ ๑) บนั ทึกย่อเรื่อง ๒) บนั ทึกรายงาน ๓) บันทึกความเห็น ๔) บันทึกสั่งการ ๕) บนั ทึกติดตอ่ 26
บันทึกความเห็น คือ ขอ้ ความทีเ่ ขียนหรือพิมพแ์ สดงความรู้สึกนึกคิด ของ ตนเกี่ยวกับเรือ่ งที่บันทึกว่า อะไร เมื่อไร ทีไ่ หน ใคร ทาํ ไม อยา่ งไร เรื่องใดเรื่องหนึง่ เพือ่ ช่วยการประกอบการพิจารณาสง่ั การ ใช้กระดาษบนั ทึกขอ้ ความ มี ๔ ขอ้ คือ ปญั หา, ขอ้ เทจ็ จริง, ข้อพิจารณา, ขอ้ เสนอ
ขอ้ พิจารณาฝา่ ยอํานวยการ VS บันทึกเสนอข้อพิจารณาของฝา่ ยอํานวยการ การทาํ บันทึกความเห็น ปญั หา 1) ปญั หา สมมุติฐาน 2) ขอ้ เทจ็ จริง ข้อเท็จจริง 3) ข้อพิจารณา ขอ้ พิจารณา 4) ขอ้ เสนอ ข้อสรุป ขอ้ เสนอ
หนงั สือภายใน รปู แบบ ใชร้ ูปแบบหนงั สือภายใน ประกอบด้วยโครงสรา้ ง ๔ ส่วน 1. หวั เรื่อง (Heading) 2. เนือ้ เรื่อง (Body) 3. จุดประสงค์ (Objective) 4. ท้ายเรื่อง (Ending)
แบบฟอรม์ หนงั สือภายในหัวเรือ่ งเนื้อเรือ่ งจุดประสงค์ทา้ ยเรื่อง
หวั เรือ่ ง ส่วนราชการ ............................................................................................................... ที่ ..................................................... วนั ที่ ................................................................. เรื่อง ........................................................................................................................... (คําขึ้นต้น) ..................................................................................................... ๑. ปัญหาแบบละเอียด ๒. ขอ้ เทจ็ จริง เนื้อเรื่อง ๓. ข้อพิจารณา ๔. ข้อเสนอ จดุ ประสงค์ จึง ........................................... (ลงชือ่ ) .......................................................... ท้ายเรือ่ ง (พิมพช์ ือ่ เตม็ ) (ตําแหนง่ )
หวั เรื่อง สว่ นราชการ ............................................................................................................... ที่ ..................................................... วนั ที่ ................................................................. เรื่อง ........................................................................................................................... (คาํ ขึ้นต้น) .....................................................................................................แบบย่อ ๑. ...(ปัญหา + ข้อเท็จจริง + ข้อพิจารณา)... เนือ้ เรือ่ ง ๒. ข้อเสนอ จดุ ประสงค์ จึง ........................................... (ลงชื่อ) .......................................................... ท้ายเรือ่ ง (พิมพช์ ือ่ เตม็ ) (ตาํ แหน่ง)
การเขียนขอ้ พิจารณาของฝ่ายอํานวยการ ความยาว ไม่มีการกาํ หนดตายตวั ขึ้นอย่กู บั ผ้บู ังคับบัญชาว่า มีความชอบ และต้องการอย่างไร ปกติไม่ควรเกิน ๒ หน้า รายละเอียดให้ทาํ เปน็ ผนวก อนผุ นวก ใบแทรก ใบแนบ ประกอบ หากมีความจําเปน็ อาจเขียน ๓-๔ หน้ากไ็ ด้ แต่ไม่ควรเขียน ๕- ๖ หน้า
หัวเรื่อง (Heading) บนั ทึกข้อความสว่ นราชการ ...............................................................................................................ที่ ..................................................... วันที่ .................................................................เรือ่ ง ...............ก...า..ร..ต..้ัง..ช...ื่อ..............................................................................................(คาํ ขึน้ ตน้ ) .............ต..อ้...ง..ใ.ห...้ต...ร..ง..ก..บั...เ..ร..ือ่ ..ง..ท...ีจ่ ..ะ..เ..ข..ีย...น........................................... ต้องเป็นการพัฒนาความคิดของคนอา่ น ตอ้ งเขียนใหบ้ รรลจุ ดุ ม่งุ หมายอยา่ งนอ้ ย ๒ ประการ คือ ใหร้ ู้ใจความที่ย่อสน้ั ทีส่ ุดของหนังสือ ให้สะดวกแกก่ ารเกบ็ คน้ อา้ งอิง
หัวเรื่อง (Heading) การตง้ั ชื่อ ต้องให้ตรงกับเรื่องทีจ่ ะเขียน ต้องเปน็ การพัฒนาความคิดของคนอ่าน ต้องเขียนให้บรรลจุ ดุ มุ่งหมายอย่างน้อย ๒ ประการ คือ ให้รู้ใจความทีย่ ่อส้นั ที่สดุ ของหนงั สือ ให้สะดวกแก่การเก็บค้นอ้างอิง
ลักษณะชื่อเรือ่ งที่ดี บันทึกข้อความสว่ นราชการ ...............................................................................................................ที่ ..................................................... วันที่ .................................................................เรือ่ ง ................ย..อ่ ..ส..นั้...ท..ี่ส..ุด...ไ..ม..ค่ ..ว..ร..ย..า..ว..เ.ก..ิน...๒....บ..ร..ร..ท..ดั....ถ..า้ ..ย..อ่ ..ใ.ห...ไ้ .ด..เ้.พ...ีย..ง..ค..ร..ึง่ .บ...ร.ร..ท...ดั ..ย..ิ่ง..ด..ี ........(คาํ ขึน้ ต้น) .......เพ.ป..อ.น็ .ร.ป.ู้ใ.จร..ะค..โว.ย.า..คม..หว..รา่..ือเ.ป.ว..็นล..เี.ร.เ.ื่อพ..ง.ร.อ.า.ะ.ะ.ไถ.ร..้า.เ..ป..็น..เ.พ...ีย..ง..ค..าํ ..น..า..ม..ห..ร..ือ..ก...ร.ิย...า..จ..ะ..ไ..ม..่ไ.ด..้ใ.จความ เก็บค้นอ้างอิงไดง้ ่าย
หัวเรือ่ ง (Heading) การต้งั ชือ่ ลักษณะของชื่อเรื่องที่เขียนดี ย่อส้นั ที่สุด ไม่ควรยาวเกิน ๒ บรรทดั ถ้าย่อให้ได้เพียง ครึ่งบรรทดั ยิ่งดี เปน็ ประโยคหรือวลี เพราะถ้าเปน็ เพียงคาํ นามหรือ กริยา จะไม่ได้ใจความ พอรู้ใจความว่าเปน็ เรื่องอะไร เก็บค้นอ้างอิงได้ง่าย
หวั เรื่อง (Heading) คําขึ้นต้น ใช้ตามหนังสือราชการ ใช้คําว่าเรียน หรือ กราบเรียน แล้วแต่กรณี เรียน ผบ.ทบ.(ผ่าน ผช.เสธ.ทบ.ฝ่าย…) ไม่ต้องเขียน : เจ้าหน้าที่ที่เกีย่ วข้อง ดาํ เนินงานตาม สายงานเอกสารอย่แู ล้ว(หนังสือ กพ.ทบ. ปี 2537) เรียน ผบ.ทบ. (ผ่าน เสธ.ทบ.) เขียนได้ : ผบ. มอบอาํ นาจให้, ลดเวลาตรวจสอบ อํานาจการตกลงใจ
ตวั เรื่อง (Body) ปญั หา (Problem) ข้อเท็จจริง (Information) ข้อพิจารณา (Analyses) ข้อเสนอ (Suggestion)
ปัญหา อะไรคือปัญหา / จะทาํ อะไร(ภารกิจ) สรุปประเด็นให้มีความชัดเจน สรปุ ประเด็นให้ส้นั อาจใช้ข้อย่อยช่วย นําเสนอแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไร
ตวั อย่างการเขียนปัญหา เขียนขออนุมตั ิ เช่น ... กพ.ทบ. ขออนมุ ตั ิหลกั การ กาํ หนดคุณสมบตั ิ น.สญั ญาบตั ร เข้ารับการศึกษา หลักสตู รหลักประจํา รร.สธ.ทบ. ประจาํ ปีงบประมาณ ๔๙ และ ปีงบประมาณ ๕๐ เป็นต้นไป เขียนเป็นจดุ ประสงค์ เช่น ... เพือ่ เสนอแนะการย้าย สถานที่ต้งั รร.สธ.ทบ. แปลงนโยบาย/หาแนวทางไปสู่การปฏิบัติ เช่น ... แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการจดั หน่วยใน ทบ. โดยรวม ศทท. ทบ. ไว้ในการจัดของ สส. และปรบั อัตรา จก.สส. เป็น พล.ท.
ข้อเทจ็ จริง (Information) กล่าวถึงข้อเทจ็ จริงที่มีอิทธิพลต่อปญั หา หรือต่อคําแก้ปญั หาน้ัน อย่านําข้อเทจ็ จริงทีไ่ ม่จําเป็นมาเขียน ก่อนจะเขียนข้อเทจ็ จริงลงไป จงถามตัวเองเสียก่อน มีอะไรทีท่ าํ ให้คํากล่าวนี้เป็นความจริง ที่ปฏิเสธไม่ได้ มีเอกสาร/หลักฐานยืนยนั หรือไม่ เกีย่ วข้องกบั ปญั หาท้งั หมดอย่างไร ช่วยทาํ ให้ปัญหากระจ่างขึ้นได้อย่างไร
ขอ้ เทจ็ จริง (Information) ต้องไม่ใช่ ความเหน็ ของท่านเอง กรณีนึกฝัน หรือการเดา เรื่องทีน่ ่าจะเป็น หรือการทึกทักเอา
ข้อพิจารณา (Analyzing) เป็นข้อที่มีความสําคญั มากทีส่ ุด เป็นการพิจารณาวิเคราะห์ปจั จัยที่เกีย่ วขอ้ งในรายละเอียด ได้แก่ ปญั หาและข้อเท็จจริงที่ต้งั ขึ้น รวมเข้าด้วยกับเหตุผลต่าง ๆ ตามความคิดเห็นของผู้ทํา ข้อพิจารณา พยายามตัดสิ่งที่ไม่สาํ คัญออกไป มีความรัดกุม พฒั นาไปตามข้ันตอน และข้อมลู ตามลาํ ดบั ทีส่ มเหตุผล
ข้อพิจารณา (Analyzing) เป็นข้อที่มีความสําคัญมากทีส่ ุด เปน็ การพิจารณาวิเคราะห์ปจั จัยที่เกี่ยวข้องในรายละเอียด ไดแ้ ก่ อาจกําหนดเป็นคาํ แก้ปัญหาไว้หลายๆทาง แล้วนาํ มา วิเคราะห์พิจารณาถึงผลดีและผลเสียของคาํ แก้ปญั หา ต่างๆ การนาํ เสนอข้อมูลทีเ่ ป็นตวั เลข/ตาราง จะทําให้การ อธิบายหรือเสนอคาํ แก้ปัญหาชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้ามีความยาวมาก จะต้องทําเป็นผนวกประกอบต่างหาก
ข้อเสนอ (Suggestion) กล่าวถึงหนทางปฏิบัติด้วยข้อความทีช่ ดั เจนกะทัดรดั โดยท่วั ไปมักจะระบวุ ่าให้ใคร (หน่วยใด) ทาํ อะไร ต้องครอบคลมุ ทกุ ข้นั ตอนของปัญหา ต้องตรงกนั กับข้อสรุปของข้อพิจารณาข้างต้น
จดุ ประสงค์ (Objective) ทกุ เรือ่ งที่เขียนจะต้องมีจดุ ประสงค์ (ขมวดท้าย) ควรระบุให้ถูกต้องชดั เจนว่าต้องการให้ผ้บู งั คบั บญั ชาทาํ อะไร เช่น จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ จึงเรียนมาเพื่อกรุณาอนุมัติตามที่ ... เสนอในข้อ ... จึงเรียนมาเพือ่ กรุณาดาํ ริ (เรื่องใดต้องระบุให้ชดั เจน)
จดุ ประสงค์ (Objective) อย่าเขียนว่า “จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณาและดาํ เนินการ ต่อไป” สําหรบั การนําเรียนผู้บงั คับบัญชาโดยหน่วยที่ทาํ หน้าทีฝ่ ่ายอํานวยการ เพราะผู้บังคบั บัญชาจะไม่ พิจารณาเรือ่ งท่วั ๆ ไป หรือเรื่องท้ังหมด
จดุ ประสงค์ (Objective)ตวั อย่าง จึงเรียนมาเพือ่ กรุณาพิจารณา หากเห็นเปน็ การสมควร กรุณาอนุมตั ิตามเสนอในข้อ…. ท้งั นี้อยู่ในอํานาจของ….ซึ่ง มอบให้ …. อนมุ ัติตามคาํ ส่ัง….ที่ กห…. ลง…. และกรุณาลง นามในหนงั สือที่แนบ
ทา้ ยเรือ่ ง (Ending) ลงนามผู้จัดทํา รายการของผนวกต่างๆ ความคิดเหน็ ของผ้รู บั เรือ่ งผ่าน ข้อตกลงใจของผ้มู ีอํานาจอนมุ ตั ิ
โจทย์ ๑ หนังสือเข้า
แก้โจทย์ ๑ หนงั สือเข้าหวั เรอ่ื งเนื้อเร่อื ง
Search