1
ก คำนำ สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารตระหนักถงึ ความสำคัญของการจัดการศึกษา ปฐมวยั จึงจดั ใหมีการประเมินพัฒนาการนักเรียนทจี่ บหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2 5 6 0 ปก ารศึกษา 2563 เพอื่ เปน การติดตาม ตรวจสอบคุณภาพของนกั เรียนวา บรรลตุ ามจดุ หมายและมาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงคท่ีกำหนดในหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 หรือไมอ ยางไร ภายใน เอกสารเปนการรายงานคุณภาพพัฒนาการของนักเรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งสำนักงานเขตพื้นท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษามุกดาหารจะนำผลไปใชเปน ขอมูลในการวางแผนพฒั นาการจดั การศกึ ษาปฐมวัย และเปนประโยชนตอสถานศึกษาและหนวยงานที่เกี่ยวของสำหรับใชในการดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนา การศกึ ษาปฐมวยั ตอ ไป สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษามุกดาหาร ขอขอบคุณศึกษานิเทศก ผบู ริหารสถานศกึ ษา ครูผูสอนปฐมวัยทุกทาน ที่ชวยดำเนินการประเมินพัฒนาการนักเรียนใหเปนไปดวยความเรียบรอย ตลอดจนจดั ทำรายงานเปนเอกสารทส่ี มบูรณ สามารถเผยแพรเพ่ือใหท ุกหนว ยงานนำไปใชใหเกิดประโยชน อยา งคมุ คา (นายวรรณสทิ ธ์ิ คำเพราะ) ผูอ ำนวยการสำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร
ข บทสรุปสำหรบั ผูบริหาร การประเมินพัฒนาการของนักเรียนทจี่ บหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษามกุ ดาหาร ในปการศึกษา 2563 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดพัฒนาเครื่องมือสำหรับใช ประเมินพัฒนาการของนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร จึงดำเนินการโครงการพฒั นายกระดับคุณภาพการจัด การศึกษาปฐมวัย ประจำปงบประมาณ 2594 โดยมีกิจกรรมการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่จบ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 ใน ระดับชั้นอนุบาลปที่ 3 มีจำนวน นักเรียนที่รับการประเมิน จำนวน 3,061 คน จากโรงเรียนในสังกัด จำนวน 240 โรงเรียน เปนโรงเรียน ขนาดใหญ จำนวน 2 โรงเรียน โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 96 โรงเรียน และโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 142 โรงเรียน เพ่อื ตดิ ตาม ตรวจสอบคณุ ภาพของนกั เรยี นตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคท่ีกำหนด ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 และนำผลการประเมนิ พัฒนาการมาเปน ขอมลู สารสนเทศ สำหรับวางแผนพัฒนาการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย และเปนประโยชนตอสถานศึกษาและหนวยงาน ที่เก่ียวขอ งสำหรบั ใชใ นการดำเนินการเก่ียวกบั การพฒั นาการศึกษาปฐมวยั ตอไป ผลการประเมนิ พัฒนาการของนกั เรียนที่จบหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 ดังน้ี 1. ผลการประเมนิ พัฒนาการ ระดับเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา ผลการประเมนิ พฒั นาการในภาพรวมทกุ ดา น ระดบั เขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษา นกั เรียนสวนใหญ มีพัฒนาการอยูในระดับดีสงู สุด คิดเปน รอ ยละ 86.95 สว นทเี่ หลืออยใู นระดับพอใช รอยละ 12.05 และระดับปรับปรุง รอยละ 1.00 เมื่อจำแนกตามระดับคุณภาพรายพัฒนาการ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา นักเรียนสวนใหญมีพัฒนาการดานอารมณ จิตใจ ในระดับดีสูงสดุ รอยละ 89.65 รองลงมาคือ พัฒนาการ ดา นสังคม รอ ยละ 89.35 พัฒนาการดานรางกาย รอยละ 89.21 และพัฒนาการดานสตปิ ญ ญา รอ ยละ 77.59 ตามลำดับ 2. ผลการประเมนิ พัฒนาการ จำแนกตามขนาดโรงเรยี น นกั เรยี นสว นใหญในโรงเรยี นทกุ ขนาด มีพัฒนาการอยใู นระดับดีทุกดา น โดยนกั เรียนในโรงเรียน ขนาดใหญม ีรอยละพัฒนาการระดับดี ดา นรา งกายสงู สุด รองลงมาคือ ดา นสงั คม ดา นอารมณ จติ ใจ และ ดา นสตปิ ญญา ตามลำดบั และโรงเรียนขนาดกลางมีรอยละพฒั นาการระดับดี ดา นรางกายสงู สดุ รองลงมา คอื ดา นอารมณ จิตใจ ดานสังคม และดา นสติปญญา ตามลำดบั สวนนักเรยี นในโรงเรียนขนาดเล็กมรี อยละ พฒั นาการระดบั ดี ดา นอารมณ จิตใจ สูงสดุ รองลงมาคือ ดานสังคม ดา นรา งกาย และดานสตปิ ญญา ตามลำดับ
ค นกั เรยี นในโรงเรียนขนาดเล็ก มพี ฒั นาการดานอารมณ จิตใจ ในระดบั ดสี งู สดุ รอยละ 92.22 รองลงมาคือพัฒนาการดา นสังคม รอ ยละ 91.81 พัฒนาการดา นรางกาย รอยละ 84.56 และพฒั นาการ ดา นสตปิ ญญา รอยละ 76.40 ตามลำดบั นักเรยี นในโรงเรียนขนาดกลาง มีพฒั นาการดานรางกาย ในระดบั ดีสงู สุด รอยละ 91.09 รองลงมาคือ พฒั นาการดานอารมณ จติ ใจ รอยละ 90.44 พฒั นาการดานสังคม รอยละ 90.26 และ พฒั นาการดานสติปญ ญารอยละ 80.1- ตามลำดับ นกั เรียนในโรงเรียนขนาดใหญ มีพฒั นาการดานรา งกายในระดับดสี ูงสดุ รอยละ 96.90 รองลงมาคอื พัฒนาการดานสังคม รอ ยละ 96.07 พฒั นาการอารมณ จิตใจ รอ ยละ 95.58 และ พัฒนาการดา นสติปญญา รอยละ 90.29 ตามลำดบั 3. ผลการประเมินพัฒนาการ จำแนกตามมาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค ของหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 3.1 มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงคข องหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 จำแนกตามรายมาตรฐาน ในภาพรวมนักเรียนสว นใหญมมี าตรฐานคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคอ ยใู นระดับดี ทุกมาตรฐาน โดยมาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะดนตรี และการเคลื่อนไหว มีรอยละ ของพัฒนาการระดับดสี ูงสุด รอยละ 92.17 รองลงมาคอื มาตรฐานท่ี 5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และมีจิตใจ ที่ดีงาม รอยละ 90.38 และมาตรฐานที่ 6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง รอยละ 90.06 ตามลำดับ โดยมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคที่มีรอยละของพัฒนาการ ระดับดีต่ำสุด คือ มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เปนพื้นฐานในการเรียนรู รอยละ 77.48 มาตรฐานที่ 9 ใชภาษาสื่อสารไดเหมาะสมกับวัย รอยละ 81.10 และมาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการ และความคิดสรางสรรค รอยละ 81.96 ตามลำดบั 3.1.1 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานรางกาย รายตัวบงช้ี นักเรียนสวนใหญ มีพัฒนาการดานรางกาย รายตัวบงชี้อยูในระดับดีทุกขอ โดยตัวบงชี้ที่ 1.2 มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี มีรอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอยละ 94.91 รองลงมาคือ ตัวบงชี้ที่ 1.3 รักษาความปลอดภัย ของตนเองและผูอื่น รอยละ 90.14 ตัวบงชี้ที่ 2.1 เคลื่อนไหวรางกาย อยางคลองแคลว ประสานสัมพันธ และทรงตัวได รอยละ 89.42 ตามลำดับ โดยตัวบงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ ตัวบงช้ี ท่ี 1.1 นำ้ หนักและสวนสูงตามเกณฑ รอยละ 78.74 3.1.2 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานอารมณ จิตใจ รายตัวบงช้ี นักเรียนสวนใหญ มีพัฒนาการดานอารมณ จิตใจ รายตัวบงชี้อยูในระดับดีทุกขอ โดยตัวบงชี้ที่ 5.2 มีความเมตตากรุณา มีน้ำใจ และชวยเหลือแบงปน มีรอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอยละ 92.36 รองลงมาคือ ตัวบงช้ี ที่ 4.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผานงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว รอยละ 92.17 และ ตัวบงช้ี 5.3 มีความเห็นอกเห็นใจผูอื่น รอยละ 91.97 ตามลำดับโดยตัวบงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการ ระดับดีต่ำสดุ คือ ตวั บง ชที้ ่ี 3.2 มคี วามรูสกึ ท่ีดีตอตนเองและผอู นื่ รอ ยละ 85.18
ง 3.1.3 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานสังคม รายตัวบงช้ี นักเรียนสวนใหญ มพี ฒั นาการดา นดา นสงั คม รายตัวบงชอ้ี ยูในระดับดที ุกขอ โดยตวั บง ชีท้ ี่ 6.1 ชว ยเหลอื ตนเองในการปฏิบัติ กิจวัตรประจำวัน มีรอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอยละ 93.86 รองลงมาคือ ตัวบงชี้ที่ 7.1 ดูแล รกั ษาธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม รอยละ 91.90 และตัวบงชที้ ี่ 8.1 ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตาง ระหวางบุคคล รอยละ 90.46 ตามลำดับ โดยตัวบงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ ตัวบงช้ี ที่ 78.3 ปฏบิ ัติตนเบ้อื งตนในการเปน สมาชกิ ทดี่ ีของสังคม รอยละ 81.19 3.1.4 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานสติปญญา รายตัวบงช้ี นักเรียนสวนใหญ มีพัฒนาการดานสติปญญา รายตัวบงชี้ อยูในระดับดีทุกขอ โดยตัวบงชี้ที่ 12.2 มีความสามารถในการ แสวงหาความรู รอ ยละของพฒั นาการระดับดีสูงสุด รอ ยละ 85.30 รองลงมาคอื ตวั บง ช้ีท่ี 12.1 มีเจตคติ ที่ดีตอการเรียนรู รอยละ 85.01 และตัวบงชี้ที่ 11.2 แสดงทาทาง/เคลื่อนไหวตามจินตนาการ อยางสรางสรรค รอยละ 84.61 ตามลำดับ โดยตัวบงชีท้ ีม่ ีรอยละของพัฒนาการระดับดตี ำ่ สุด คือ ตัวบงช้ี ท่ี 10.2 มคี วามสามารถในการคิดเชงิ เหตผุ ลรอ ยละ 74.94 ขอ เสนอแนะเชงิ นโยบายในการยกระดบั คณุ ภาพเดก็ จากการประเมินพฒั นาการนกั เรียนที่จบหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ๑. ระดบั สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา 1.1. ควรสรางความตระหนักและความรูความเขา ใจใหต รงกันในการดำเนินงานและภารกจิ ในการ จัดการศึกษาปฐมวัยใหโรงเรียน ในเร่ืองตอไปน้ี 1.1.1 การจดั ประสบการณพ ฒั นาเด็กปฐมวัยแบบองครวมอยา งเต็มศักยภาพ 1.1.2 การสง เสรมิ การเจรญิ เตบิ โต สุขอนามยั และการพัฒนาการทางรา งกายของเด็กปฐมวยั 1.1.3 การสง เสริมการใชภ าษาสอ่ื สารใหเหมาะสมตามวัย ตลอดจนการสง เสริมใหเ ดก็ ปฐมวัย มีจนิ ตนาการและความคดิ สรางสรรค 1.1.4 สงเสรมิ ใหผ ูบริหารโรงเรียนและครปู ฐมวยั ไดมีความรู และเห็นความสำคัญของการจดั การศกึ ษาปฐมวยั โดยใหความสนใจและเอาใจใสอยางจริงจัง 1.1.5 สง เสรมิ ใหโ รงเรยี นนำนวัตกรรมทเ่ี ก่ียวของกบั การพฒั นาการศึกษาปฐมวยั มาใช โดยคำนงึ ถึงหลกั การจดั การศึกษาปฐมวยั และความเหมาะสมกับบริบทของสังคมท่ีแวดลอ มเด็ก 1.2 สง เสริม สนับสนุนการดำเนินงานการจดั การศกึ ษาปฐมวยั ในดานงบประมาณและส่อื การเรยี น การสอน 1.3 สงเสริม สนับสนุนจัดใหม ผี ูสอนปฐมวยั มที ักษะในการจัดประสบการณเรยี นรู 1.4 สง เสรมิ ใหผ บู ริหารโรงเรยี นไดเรียนรูการจดั การศึกษาปฐมวยั ทีถ่ ูกตองตามหลักการ 1.5 กำกบั ติดตาม การดำเนินงานการจดั การศึกษาปฐมวยั อยา งตอเนือ่ ง
จ ๒. ระดับโรงเรียน ควรสรางความตระหนักและความรูความเขาใจใหแ กครปู ฐมวยั ผปู กครองและผเู กย่ี วของ ในเรอ่ื งตอไปน้ี 2.1 การจัดประสบการณพฒั นาเด็กปฐมวยั แบบองคร วมอยา งเตม็ ศักยภาพโดยเนน การบูรณาการ การเรยี นรู 2.2 การสง เสริมสขุ อนามัยของเดก็ ไดแก การรกั ษาความสะอาดมือและเล็บมือ เทา และเล็บเทา ปาก ลน้ิ ฟน การลา งมอื หลังจากการใชห องนำ้ หอ งสวม เปนตน 2.3 สง เสริมการฝก ทักษะการสื่อสาร การคิดและการแสวงหาความรู การพฒั นาความคิดรวบยอด คดิ เชงิ เหตผุ ล สังเกต จำแนก เปรยี บเทียบ จดั หมวดหมู เรียงลำดับเหตุการณ แกปญหา และมติ ิสัมพนั ธ อยางตอเนื่อง 2.4 การสง เสริมจนิ ตนาการและความคิดสรางสรรค ควรใหเด็กไดพัฒนาความคิดริเรม่ิ สรางสรรค ไดถา ยทอดอารมณความรสู กึ และเหน็ ความสวยงามของสงิ่ ตางๆ รอบตัว โดยใชกิจกรรมสรา งสรรคและ ดนตรีเปนสอ่ื ใชการเคล่ือนไหวและจังหวะตามจินตนการ ใหป ระดษิ ฐสิง่ ตางๆ อยางอสิ ระตามความคดิ รเิ ริ่ม สรา งสรรคข องเด็ก 2.5 การใหโอกาสเด็กไดเลน ทำงานรว มกันเปนกลุม โดยเนนใหม ีการวางแผน เลือก ตัดสนิ ใจ และลงมือปฏิบัติ 2.6 การประเมนิ พฒั นาการเด็ก ควรดำเนนิ การอยางเปน ระบบและตอ เน่ือง ตลอดจนนำผล การประเมนิ มาใชในการจัดกิจกรรมหรอื ประสบการณ พัฒนาเด็กใหเต็มตามศกั ยภาพของแตละคน 2.7 สง เสริมใหพอ แม ผูป กครองมีสวนรว มในการเฝา ระวงั ภาวะทุพโภชนาการและภาวะ โภชนาการเกินเกณฑ 3. ระดับชั้นเรยี น 3.1 ครูผสู อนควรนำขอมลู ไปใชใ นการพฒั นาเด็กระดบั ช้นั เรยี น พัฒนาเดก็ เปนรายบุคคล รายมาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงค และนำขอมูลไปใชใ นการวิจยั ในช้ันเรียน 3.2 ครคู วรนำผลการประเมินไปออกแบบการจัดประสบการณการเรียนรูหรือแสวงหานวตั กรรม ใหม ๆ เพ่ือยกระดับคุณภาพเด็ก โดยยึดมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค และออกแบบการประเมิน พฒั นาการโดยใชว ิธกี ารหลากหลาย ใชเครอื่ งมือทีม่ ีคุณภาพ และเนน การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และฝก เด็กใหม ที ักษะการคิดพื้นฐาน
ฉ สารบญั หนา ก คำนำ ข บทสรปุ สำหรบั ผูบริหาร บทท่ี 1 บทนำ 1 1 ความเปนมาและความสำคญั 2 วตั ถุประสงค 2 ความสำคัญของการประเมิน 2 ขอบเขตการประเมนิ 4 นยิ ามศัพทเ ฉพาะ ประโยชนท่ีไดร ับ 5 บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกยี่ วของ 14 หลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 16 พฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั 17 การประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวัย งานวิจัยทเ่ี ก่ียวของ 19 บทท่ี 3 วธิ ดี ำเนินการ 19 กลุมเปาหมาย 22 ขอบเขตการประเมนิ 23 เคร่อื งมือท่ีใชในเก็บรวบรวมขอมูล 23 วิธดี ำเนินการ/การเก็บรวบรวมขอมูล การวเิ คราะหขอ มลู 24 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล ตอนที่ 1 ผลการประเมินพฒั นาการของนกั เรยี นทีจ่ บหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย 25 พุทธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 ระดบั เขตพื้นท่ีการศึกษา 26 ตอนที่ 2 ผลการประเมินพฒั นาการของนกั เรียนที่จบหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั 30 พทุ ธศักราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 จำแนกตามขนาดโรงเรียน 32 ตอนที่ 3 ผลการประเมินพฒั นาการของนกั เรยี นทจ่ี บหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย 35 พทุ ธศกั ราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 จำแนกตามมาตรฐาน คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคของหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 บทท่ี 5 สรุป อภปิ ราย และขอเสนอแนะ สรุปผลการประเมินพัฒนาการ อภปิ รายผล ขอเสนอแนะ
ช สารบญั (ตอ ) หนา บรรณานกุ รม 37 ภาคผนวก 38 - ผลการประเมนิ พัฒนาการของนกั เรียนที่จบหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 จำแนกแตล ะโรงเรียน - เอกสารประกอบการดำเนนิ การประเมนิ พฒั นาการของนักเรยี นทีจ่ บหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 - รปู ภาพแสดงรอ งรอยการปฏิบัติงาน รายชื่อคณะทำงาน 60
สารบัญตาราง ซ ตาราง 1 รอยละนักเรียนตามระดับคุณภาพพฒั นาการในภาพรวมทกุ ดาน หนา ตาราง 2 รอ ยละนักเรียนตามระดบั คุณภาพรายพฒั นาการ ตาราง 3 รอยละนักเรียนตามระดบั คุณภาพรายพัฒนาการ จำแนกตามขนาดโรงเรยี น 24 ตาราง 4 รอ ยละนักเรียนตามระดบั คุณภาพรายมาตรฐานคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค 24 25 ของหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ตาราง 5 รอ ยละนักเรยี นตามระดับคุณภาพของพัฒนาการดา นรา งกาย รายตวั บงช้ี 26 ตาราง 6 รอ ยละนกั เรยี นตามระดบั คุณภาพของพัฒนาการดา นอารมณ จิตใจ รายตวั บง ช้ี 27 ตาราง 7 รอ ยละนกั เรียนตามระดับคุณภาพของพฒั นาการดา นสงั คม รายตัวบง ช้ี 27 ตาราง 8 รอยละนกั เรยี นตามระดับคุณภาพของพัฒนาการดา นสติปญญา รายตัวบง ชี้ 28 29
๑ บทที่ 1 บทนำ 1. ความเปนมาและความสำคัญ การศึกษาปฐมวัย เปนการจัดการศึกษาเพื่อวางรากฐานชีวิตของเด็กไทย ใหเจริญเติบโตและมี พัฒนาการสมวัยอยางสมดุล กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เพื่อใหสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กทุกสังกัดนาไปใชใหเหมาะสมกับเด็กและสภาพทองถ่ิน โดยกำหนดปรัชญาการศึกษาปฐมวัยไววา “การศึกษาปฐมวัย เปนการพัฒนาเด็กตั้งแตแรกเกิดถึง 6 ป บริบูรณ อยางเปนองครวม บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการสงเสริมกระบวนการเรียนรูที่สนองตอ ธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแตละคนใหเต็มตามศักยภาพภายใตบริบทสังคมและวัฒนธรรม ที่เด็กอาศัยอยู ดวยความรัก ความเอื้ออาทร และความเขาใจของทุกคน เพื่อสรางรากฐานคุณภาพชีวิตให เดก็ พัฒนาไปสคู วามเปนมนุษยท ีส่ มบูรณ เกดิ คณุ คาตอตนเอง ครอบครัวชุมชน สงั คม และประเทศชาต”ิ (กระทรวงศกึ ษาธิการ. 2560 : 2) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 จัดประสบการณโ ดยเนน การจัดในรปู ของกิจกรรม บูรณาการผานการเลน เพื่อใหเด็กเรียนรูจากประสบการณตรง เกิดความรู ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเกิดการพัฒนาทั้ง 4 ดาน ตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค จานวน 12 ขอ ตัวบงชี้ และ สภาพที่พึงประสงคของเด็กอายุ 3 - 6 ป อันเปนเปาหมายในการสงเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ที่ผูสอน ตองนำไปจัดประสบการณในชั้นเรียน โดยเฉพาะอยางยิ่งการประเมินพัฒนาการ เปนการสะทอนคุณภาพ ของเด็กปฐมวัยที่แสดงใหเห็นพฤติกรรมและความสามารถของเด็กดานรางกาย อารมณ จิตใจ สังคม และ สติปญญา ซึ่งขอมูลที่ไดจากการประเมินพัฒนาการนำมาใชในการปรับปรุงวิธีการจัดกิจกรรมใหเหมาะสม กับความสนใจและความตองการของเด็กเปนรายบุคคล นำมาใชในการแกไขขอบกพรองนำเสนอผลการ พัฒนาใหผูปกครองทราบความกาวหนา พรอมทั้งใหความรูแนวทางการพัฒนาเด็ก เพื่อใหเด็กมีพัฒนาการ สูงสดุ ตามศกั ยภาพตอ ไป (กระทรวงศึกษาธกิ าร. 2560 : 41 - 43) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ตระหนักในความสำคัญของการประเมิน พฒั นาการนักเรียนทจ่ี บหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมาอยางตอเนื่อง ในปก ารศึกษา 2563 จึงไดดำเนินการ ประเมินพัฒนาการนักเรียนใหครอบคลมุ พัฒนาการท้ัง 4 ดาน ตามมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงคของ หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 ซงึ่ ดำเนินการประเมนิ พฒั นาการนักเรียนในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ทั้งนี้เพื่อใหไดขอมูลสารสนเทศของนักเรียนที่จบหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 ในภาพรวมระดับเขตพื้นที่การศึกษา สำหรับ นำผลไปใชเปนขอมูลในการวางแผนพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย และเปนประโยชนตอหนวนงาน ท่ีเกี่ยวขอ งตอ ไป 2. วัตถุประสงค เพอ่ื รายงานผลการประเมินพัฒนาการนักเรยี นหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563
๒ 3. ความสำคัญของการประเมนิ การประเมินพัฒนาการนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 เปน การประเมินเพ่ือตดิ ตาม ตรวจสอบคุณภาพของนักเรยี นตามมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค ท่กี ำหนด ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และนำผลการประเมินพัฒนาการมาเปนขอมูล สารสนเทศ สำหรับวางแผนพัฒนาการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย และเปนประโยชนตอสถานศึกษาและ หนว ยงานที่เก่ยี วของสำหรับใชในการดำเนนิ การเก่ยี วกับการพัฒนาการศกึ ษาปฐมวัยตอ ไป 4. ขอบเขตการประเมนิ 4.1 ขอบเขตดานเนื้อหา การประเมนิ พัฒนาการนกั เรียนที่จบหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 ในครั้งนี้ ไดกำหนดกรอบเนื้อหาในการประเมิน ประกอบดวยพัฒนาการทั้ง 4 ดาน ของเด็กปฐมวัย ไดแก พัฒนาการดานรางกาย พัฒนาการดานอารมณ จิตใจ พัฒนาการดานสังคม และ พัฒนาการดานสติปญญา ตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 4.2 ขอบเขตดา นกลุมเปา หมาย กลุมเปา หมาย ไดแ ก นักเรียนชัน้ อนุบาล 3 ที่จบหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 ในสงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร จำนวน 3,061 คน 5. นิยามศัพทเ ฉพาะ หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั หมายถึง หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ของ กระทรวงศึกษาธกิ าร ซง่ึ เปนเอกสารทป่ี ระกาศใชตามคำสงั่ กระทรวงศึกษาธกิ าร ที่ สพฐ. 1223/2560 เรื่อง ใหใ ชห ลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560 นกั เรียนทีจ่ บหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 หมายถึง นกั เรยี นชั้นอนุบาลศึกษาปที่ 3 ของโรงเรยี นสงั กัดสำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ปก ารศกึ ษา 2563 ผลการประเมินพัฒนาการนักเรยี น หมายถึง ผลการประเมนิ พฒั นาการนกั เรยี นตามมาตรฐาน คุณลกั ษณะที่พึงประสงคของหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 แบง เปน พัฒนาการทง้ั 4 ดาน คือ ดานรา งกาย ดา นอารมณ จติ ใจ ดานสังคม และดา นสติปญญา ดังน้ี 1. พฒั นาการดา นรางกาย หมายถงึ นกั เรียนมรี า งกายเจริญเตบิ โตตามวยั มสี ขุ นิสยั ทด่ี ี กลามเน้อื ใหญแ ละกลามเนื้อเลก็ แข็งแรง ใชไดอยางคลองแคลว และประสานสมั พันธกนั โดยพจิ ารณาจาก 1.1 นำ้ หนกั และสว นสงู ตามเกณฑ ไดแ ก นำ้ หนกั สวนสงู ของนกั เรียนเปรียบเทียบกับเกณฑ อางอิงการเจรญิ เติบโตของเด็กไทย ป พ.ศ. 2542 ของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข 1.2 มสี ขุ นิสยั ทด่ี ี ไดแ ก รับประทานอาหารท่ีมปี ระโยชนไ ดหลายชนิดและดื่มนำสะอาดได ดว ยตนเองและลา งมือกอนรับประทานอาหารและหลงั จากใชหอ งน้ำหองสว มดวยตนเอง
๓ 1.3 รักษาความปลอดภยั ของตนเองและผูอน่ื ไดแ ก เลน ทำกจิ กรรม และปฏิบัติตอผูอื่น อยา งปลอดภัย 1.4 เคลือ่ นไหวรา งกายอยา งคลองแคลว ประสานสมั พนั ธ และทรงตวั ได ไดแก เดินตอเทา ถอยหลังเปน เสนตรงไดโดยไมตองกางแขน กระโดดขาเดียวไปขางหนาไดอยา งตอเนอ่ื งโดยไมเ สียการทรงตัว ว่ิงหลบหลกี สงิ่ กดี ขวางไดอยางคลอ งแคลว และรบั ลกู บอลทีก่ ระดอนขึ้นจากพ้นื ได 1.5 ใชม ือ - ตา ประสานสัมพนั ธกัน ไดแก ใชก รรไกรตดั กระดาษตามแนวเสน โคงได และ เขียนรูปสามเหลย่ี มตามแบบไดอ ยางมีมุมชดั เจน 2. พฒั นาการดานอารมณ จิตใจ หมายถึง นกั เรยี นมสี ุขภาพจิตดีและมีความสุข ชน่ื ชมและ แสดงออกทางศิลปะ ดนตรีและการเคล่ือนไหว มีคุณธรรม จริยธรรม และมจี ิตใจทีด่ งี าม โดยพจิ ารณาจาก 2.1 แสดงออกทางอารมณไดอยางเหมาะสม ไดแก แสดงอารมณค วามรสู กึ ไดสอดคลอง กับสถานการณอ ยางเหมาะสม 2.2 มคี วามรสู กึ ทีด่ ีตอ ตนเองและผูอื่น ไดแก กลาพูดกลาแสดงออกอยา งเหมาะสม ตามสถานการณและแสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเองและผอู ืน่ 2.3 สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผา นงานศลิ ปะ ดนตรีและการเคล่อื นไหว ไดแ ก สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผา นงานศลิ ปะ สนใจ มีความสุข และแสดงออกผา นเสยี งเพลง ดนตรี และสนใจ มีความสขุ และแสดงทา ทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี 2.4 ซื่อสัตยส จุ รติ ไดแ ก ขออนญุ าตหรือรอคอย เม่ือตองการสิ่งของของผอู ื่นดว ยตนเอง 2.5 มีความเมตตากรณุ า มีน้ำใจ และชว ยเหลือแบง ปน ไดแ ก ชว ยเหลอื และแบง ปนผูอ่นื ไดด วยตนเอง 2.6 มีความเห็นอกเห็นใจผูอน่ื ไดแก แสดงสีหนาและทาทางรับรูความรูสึกผูอ่ืน อยา งสอดคลองกับสถานการณ 2.7 มคี วามรับผดิ ชอบ ไดแก ทำงานที่ไดร บั มอบหมายจนสำเร็จดว ยตนเอง 3. พฒั นาการดานสงั คม หมายถงึ นกั เรียนมีทักษะชวี ิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง รกั ธรรมชาติ ส่ิงแวดลอม วัฒนธรรม และความเปนไทย อยรู ว มกบั ผูอ่ืนไดอยางมี ความสขุ และปฏิบัติตนเปน สมาชกิ ท่ีดีของสงั คมในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตรยิ ท รงเปน ประมุข โดยพจิ ารณาจาก 3.1 ชว ยเหลอื ตนเองในกิจวัตรประจำวนั ไดแก รับประทานอาหารดวยตนเองอยางถูกวิธี ใชแ ละทำความสะอาดหลงั ใชหอ งนำ้ หองสว มดว ยตนเอง 3.2 มีวินยั ในตนเอง ไดแ ก เกบ็ ของเลนของใชเขาทีอ่ ยางเรยี บรอยดว ยตนเอง และเขาแถว ตามลำดับกอนหลงั ไดดว ยตนเอง 3.3 ประหยัดและพอเพียง ไดแ ก ใชสิง่ ของเครื่องใชอยางประหยัดและพอเพยี งดว ยตนเอง 3.4 ดแู ลรกั ษาธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม ไดแ ก ทิง้ ขยะไดถูกที่ 3.5 มมี ารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรกั ความเปน ไทย ไดแ ก ปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทย ไดต ามกาลเทศะ และกลาวคำขอบคุณและขอโทษดวยตนเอง
๔ 3.6 ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตางระหวา งบุคคล ไดแก เลน และทำกิจกรรมรว มกับ เด็กที่แตกตา งไปจากตน 3.7 มปี ฏิสมั พนั ธท ี่ดกี ับผูอื่น ไดแ ก เลน หรือทำงานรวมมอื กับเพ่ือนอยางมีเปา หมาย 3.8 ปฏบิ ตั ิตนเบ้ืองตน ในการเปนสมาชกิ ทด่ี ีของสังคม ไดแก ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูน ำและผตู าม ไดเหมาะสมกบั สถานการณ 4. พัฒนาการดานสตปิ ญญา หมายถึง นักเรียนใชภาษาสื่อสารไดเ หมาะสมกบั วัย มีความสามารถ ในการคดิ ที่เปนพ้ืนฐานในการเรยี นรู มีจนิ ตนาการและความคดิ สรา งสรรค มเี จตคติทด่ี ีตอการเรียนรู และมคี วามสามารถในการแสวงหาความรไู ดเหมาะสมกบั วัย โดยพิจารณาจาก 4.1 สนทนาโตต อบและเลา เรื่องใหผ อู ่นื เขา ใจ ไดแก ฟงผูอ่ืนพูดจนจบ และสนทนาโตตอบ อยา งตอเนอ่ื งเช่ือมโยงกับเรอ่ื งที่ฟง และเลา เปนเร่ืองราวตอเนอื่ งได 4.2 อา น เขียนภาพ และสัญลกั ษณได ไดแก อานภาพ สญั ลกั ษณ คำ ดว ยการชีห้ รือกวาดตา มองจดุ เริ่มตนและจุดจบของขอ ความ และเขียนช่ือของตนเองตามแบบ 4.3 มคี วามสามารถในการคิดรวบยอด ไดแ ก บอกลักษณะ สว นประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรอื ความสมั พันธข องสิ่งตา งๆ จากการสงั เกตโดยใชประสาทสมั ผสั จับคแู ละเปรยี บเทียบความแตกตาง และความเหมอื นของสิ่งตา งๆ โดยใชลกั ษณะท่ีสังเกตพบ 2 ลักษณะขนึ้ ไป จำแนกและจัดกลุมสิ่งตา ง ๆ โดยใชต ั้งแต 2 ลักษณะข้ึนไปเปนเกณฑ และเรยี งลำดบั ส่ิงของและเหตุการณอยา งนอย 5 ลำดบั 4.4 มีความสามารถในการคดิ เชงิ เหตุผล ไดแก อธิบายเชอ่ื มโยงสาเหตุและผลทเ่ี กดิ ขึ้น ในเหตุการณหรือการกระทำดวยตนเอง และคาดคะเนสิง่ ท่ีอาจจะเกดิ ขนึ้ และมีสว นรว มในการลงความเห็น จากขอมูลอยางมีเหตุผล 4.5 มคี วามสามารถในการคดิ แกปญ หาและตดั สินใจ ไดแก ตัดสินใจในเรื่องงา ยๆ และยอมรับ ผลท่ีเกดิ ขึ้น และระบุปญ หาสรางทางเลือกและเลอื กวธิ แี กป ญหา 4.6 ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิดสรางสรรค ไดแก สรางผลงานศิลปะ เพอ่ื ส่ือสารความคิด ความรสู ึกของตนเอง โดยมกี ารดัดแปลงแปลกใหมจ ากเดมิ และมรี ายละเอยี ดเพม่ิ ขึ้น 4.7 แสดงทา ทาง/เคล่ือนไหวตามจินตนาการอยา งสรางสรรค ไดแ ก เคล่ือนไหวทา ทาง เพื่อส่ือสารความคิด ความรูส ึกของตนเองอยางหลากหลาย และแปลกใหม 4.8 มเี จตคตทิ ีด่ ีตอ การเรยี นรู ไดแ ก กระตือรือรนในการรวมกิจกรรมต้ังแตตนจนจบ 4.9 มีความสามารถในการแสวงหาความรู ไดแ ก คนหาคำตอบของขอสงสัยตาง ๆ โดยใช วธิ กี ารทีห่ ลากหลายดวยตนเอง 6. ประโยชนท ีไ่ ดร บั ผลการประเมนิ พัฒนาการนักเรยี นทีจ่ บหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 เปน สารสนเทศในการวางแผนพฒั นาการศึกษาปฐมวัยของสำนักงานเขตพนื้ ท่ี การศกึ ษาประถมศกึ ษามุกดาหาร และเปนประโยชนตอสถานศึกษาและหนว ยงานทเ่ี ก่ยี วขอ ง สำหรบั ใชในการดำเนินการเก่ียวกับการพัฒนาการศกึ ษาปฐมวยั ตอไป
๕ บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ การประเมินพัฒนาการนักเรียนท่จี บหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563 ไดศ ึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วของ ดงั นี้ 1. หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 2. พฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั 3. การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวยั 4. งานวจิ ยั ท่เี กย่ี วของ 1. หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 จดั ทำข้ึนโดยยดึ ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย วสิ ยั ทศั น หลกั การบนพื้นฐานแนวคดิ ท่เี กย่ี วขอ งกบั การศึกษาปฐมวัยสากล และความเปนไทย ครอบคลุมการอบรม เลย้ี งดแู ละการพัฒนาเด็กอยางเปนองครวม และการประเมินพัฒนาการเพื่อพฒั นาเด็กปฐมวยั ใหเ ต็มตาม ศกั ยภาพ เอกสารนจี้ งึ ขอเสนอสาระสำคัญของหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 สาหรับเดก็ อายุ 3 - 6 ป ซ่งึ มสี าระโดยสังเขป ดงั นี้ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2560 : 26 - 48) 1.1 หลกั การ หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 กำหนดหลกั การ ดงั นี้ ๑) สงเสรมิ กระบวนการเรยี นรูและพฒั นาการท่คี รอบคลมุ เด็กปฐมวยั ทกุ คน ๒) ยดึ หลกั การอบรมเลย้ี งดแู ละใหการศึกษาที่เนนเด็กเปนสำคัญ โดยคำนงึ ถึงความแตกตาง ระหวา งบคุ คล และวถิ ชี ีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สงั คม และวัฒนธรรมไทย ๓) ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองครวม ผานการเลนอยางมีความหมาย และมี กิจกรรมที่หลากหลาย ไดลงมือกระทำในสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู เหมาะสมกับวัย และมีการ พกั ผอนเพยี งพอ ๔) จัดประสบการณการเรียนรูใหเด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปนคนดี มวี ินัย และมคี วามสขุ ๕) สรางความรู ความเขา ใจ และประสานความรว มมือในการพัฒนาเด็กระหวางสถานศึกษา กับพอ แม ครอบครัว ชมุ ชน และทุกฝายท่ีเก่ียวขอ งกับการพัฒนาเดก็ ปฐมวยั 1.2 จดุ หมาย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุงเด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพ และมีความพรอม ในการเรยี นรูตอไป จึงกำหนดจดุ หมายเพอ่ื ใหเกิดกับเดก็ เมอื่ จบการศึกษาระดบั ปฐมวยั ดังน้ี 1) รา งกายเจรญิ เติบโตตามวยั แขง็ แรง และมสี ุขนสิ ยั ทด่ี ี 2) สขุ ภาพจิตดี มสี นุ ทรยี ภาพ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และจิตใจทดี่ ีงาม 3) มีทักษะชีวิตและปฏิบตั ิตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยูรวมกับ ผูอน่ื ไดอยางมีความสุข
๖ 4) มที กั ษะการคิด การใชภ าษาส่ือสาร และการแสวงหาความรูไดเหมาะสมกับวัย 1.3 มาตรฐานและคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคจำนวน ๑๒ มาตรฐาน ประกอบดว ย ๑) พัฒนาการดานรางกาย ประกอบดวย ๒ มาตรฐานคอื มาตรฐานท่ี ๑ รางกายเจริญเตบิ โตตามวัยและมสี ุขนสิ ยั ท่ดี ี มาตรฐานท่ี ๒ กลามเนื้อใหญแ ละกลามเน้ือเลก็ แข็งแรงใชไดอยา งคลองแคลว และประสานสัมพันธก นั ๒) พัฒนาการดานอารมณ จิตใจ ประกอบดว ย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานที่ ๓ มีสขุ ภาพจติ ดีและมีความสุข มาตรฐานที่ ๔ ช่ืนชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว มาตรฐานท่ี ๕ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจที่ดีงาม ๓) พฒั นาการดานสังคม ประกอบดว ย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานที่ ๖ มที ักษะชีวิตและปฏบิ ัตติ นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานท่ี ๗ รักธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ ม วฒั นธรรม และความเปน ไทย มาตรฐานที่ ๘ อยูร วมกับผูอ ่ืนไดอยางมีความสขุ และปฏิบัตติ นเปน สมาชิกท่ดี ี ของสังคมในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ ท รงเปน ประมขุ ๔) พัฒนาการดานสติปญ ญา ประกอบดวย ๔ มาตรฐานคอื มาตรฐานท่ี ๙ ใชภาษาส่อื สารไดเ หมาะสมกบั วยั มาตรฐานที่ ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดทเ่ี ปนพื้นฐานในการเรียนรู มาตรฐานที่ ๑๑ มีจนิ ตนาการและความคิดสรา งสรรค มาตรฐานที่ ๑๒ มเี จตคติทีด่ ีตอการเรียนรแู ละมีความสามารถในการแสวงหาความรู ไดเ หมาะสมกบั วยั 1.4 สภาพท่พี งึ ประสงค สภาพทพี่ ึงประสงคเปนพฤติกรรมหรือความสามารถตามวยั ทีค่ าดหวงั ใหเ ดก็ เกิด บนพ้ืนฐาน พฒั นาการตามวัยหรอื ความสามารถตามธรรมชาตใิ นแตละระดับอายุ เพ่ือนำไปใชใ นการกำหนดสาระ การเรียนรใู นการจัดประสบการณ และประเมินพัฒนาการเด็ก ซึง่ ในเอกสารนจี้ ะกลาวถึงเฉพาะสภาพ ทีพ่ งึ ประสงคในชวงอายุ 5 - 6 ป เพอ่ื ใหส อดคลองกับการประเมินพัฒนาการนักเรียนท่ีจบหลกั สูตร การศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 โดยมรี ายละเอยี ดของมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค ตวั บงชี้ และสภาพท่ีพึงประสงค ดงั นี้ มาตรฐานที่ ๑ รางการเจริญเติบโตตามวัยและมสี ุขนิสัยท่ีดี ตวั บงช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๑.๑ นำ้ หนักและ สว นสงู ตามเกณฑ ๑.๑.๑ นำ้ หนกั และสว นสงู ตามเกณฑข องกรมอนามัย
๗ ตวั บง ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค ๑.๒ มสี ุขภาพอนามัย อายุ ๕-๖ ป สุขนสิ ัยทด่ี ี ๑.๒.๑ รับประทานอาหารที่มีประโยชนไ ดหลายชนดิ และด่ืมน้ำสะอาดได ดวยตนเอง ๑.๓ รักษาความ ๑.๒.๒ ลา งมอื กอนรับประทานอาหารและหลงั จากใชห องน้ำหอ งสวม ปลอดภัยของ ดวยตนเอง ตนเองและผอู นื่ ๑.๒.๓ นอนพักผอ นเปน เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลงั กายเปนเวลา ๑.๓.๑ เลน ทำกจิ กรรมและปฏบิ ัตติ อผูอ ื่นอยา งปลอดภยั มาตรฐานที่ ๒ กลา มเนื้อใหญและกลามเน้ือเล็กแข็งแรง ใชไดอ ยางคลองแคลว และประสาทสัมพนั ธก นั ตวั บง ชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๒.๑ เคล่ือนไหว ๒.๑.๑ เดนิ ตอ เทา ถอยหลังเปนเสนตรงไดโ ดยไมตองกางแขน รางกายอยาง ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียวไปขางหนา ไดอยางตอ เน่ืองโดยไมเสียการทรงตวั คลอ งแคลว ๒.๑.๓ วงิ่ หลบหลกี สง่ิ กีดขวางไดอ ยางคลองแคลว ประสานสัมพนั ธ ๒.๑.๔ รับลูกบอลทกี่ ระตอบขึน้ จากพืน้ ได และทรงตัวได ๒.๒ ใชมอื -ตา ๒.๒.๑ ใชก รรไกรตัดกระดาษตามแนวเสนโคงได ประสานสมั พันธก นั ๒.๒.๒ เขยี นรปู สามเหลี่ยมตามแบบไดอยางมีมมุ ชดั เจน ๒.๒.๓ รอ ยวสั ดุท่มี รี ขู นาดเสน ผา นศูนยก ลาง ๐.๒๕ ชม. ได มาตรฐานท่ี ๓ มสี ขุ ภาพจิตดีและมคี วามสุข ตัวบง ช้ี สภาพที่พึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๓.๑ แสดงออก ทางอารมณไ ด ๓.๑.๑ แสดงอารมณ ความรูสึกไดส อดคลองกับสถานการณอยา งเหมาะสม อยา งเหมาะสม ๓.๒.๑ กลา พูดกลาแสดงออกอยางเหมาะสมตามสถานการณ ๓.๒ มีความรสู ึกทีด่ ี ๓.๒.๒ แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเองและผูอ ่ืน ตอตนเองและ ผูอนื่
๘ มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่อื นไหว ตวั บง ช้ี สภาพที่พึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๔.๑ สนใจ มีความสุข และแสดงออก ๔.๑.๑ สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผา นงานศิลปะ ผา นงานศิลปะ ๔.๑.๒ สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผานเสียงเพลง ดนตรี ดนตรี และ ๔.๑.๓ สนใจ มีความสขุ และแสดงทา ทาง/เคลอื่ นไหว ประกอบเพลง การเคลอื่ นไหว จงั หวะ และดนตรี มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และมีจติ ใจทดี่ ีงาม ตัวบง ช้ี สภาพทีพ่ งึ ประสงค อายุ ๕-๖ ป ๕.๑ ซอื่ สัตยสุจริต ๕.๒ มีความเมตตา ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอคอยเม่อื ตองการส่ิงของของผูอนื่ ดวยตนเอง ๕.๒.๑ แสดงความรักเพือ่ นและมีเมตตา สตั วเ ล้ียง กรณุ า มนี ้ำใจ และชวยเหลือ ๕.๓.๑ แสดงสหี นาและทาทางรับรคู วามรูสกึ ผูอื่นอยา งสอดคลองกับ แบงปน สถานการณ ๕.๓ มีความเหน็ อก ๕.๔.๑ ทำงานท่ไี ดร บั มอบหมายจนสำเร็จดว ยตนเอง เห็นใจผูอ ่ืน ๕.๔ มคี วาม รบั ผิดชอบ มาตรฐานท่ี ๖มีทกั ษะชีวิตและปฏิบัตติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตวั บง ชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๖.๑ ชวยเหลือตนเอง ๖.๑.๑ แตงตวั ดวยตนเองไดอ ยางคลอ งแคลว ในการปฏบิ ตั ิ ๖.๑.๑ รบั ประทานอาหารดว ยตนเองอยา งถูกวิธี กจิ วัตรประจำวัน ๖.๑.๓ ใชแ ละทำความสะอาดหลงั ใชหอ งน้ำหองสว ม ดว ยตนเอง ๖.๒ มวี ินัยในตนเอง ๖.๒.๑ เก็บของเลนของใชเ ขาท่อี ยางเรียบรอยดว ยตนเอง ๖.๒.๒ เขา แถวตามลำดบั กอ นหลงั ไดดวยตนเอง ๖.๓ ประหยดั และ ๖.๓.๑ ใชส ิ่งของเครื่องใชอยางประหยัดและพอเพียง ดวยตนเอง พอเพยี ง
๙ มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สงิ่ แวดลอม และความเปนไทย ตัวบงช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๗.๑ ดแู ลรักษา ธรรมชาตแิ ละ ๗.๑.๑ ดแู ลรักษาธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มดวยตนเอง ส่ิงแวดลอ ม ๗.๑.๒ ท้งิ ขยะไดถ ูกท่ี ๗.๒ มมี ารยาทตาม ๗.๒.๑ ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยไดตามกาลเทศะ วัฒนธรรมไทย ๗.๒.๒ กลาวคำขอบคุณและขอโทษดว ยตนเอง ๗.๒.๓ ยนื ตรงและรวมรองเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี และรักความเปน ไทย มาตรฐานที่ ๘ อยูรวมกบั ผอู ื่นไดอยางมีความสุขและปฏิบัตติ นเปนสมาชิกทีด่ ีของสงั คมในระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริยท รงเปนประมุข ตัวบง ช้ี สภาพทพี่ งึ ประสงค อายุ ๕-๖ ป ๘.๑ ยอมรับความ ๘.๑.๑ เลน และทำกิจกรรมรว มกับเด็กท่แี ตกตา งไปจากตน เหมอื นและความ แตกตา งระหวาง บุคคล ๘.๒ มปี ฏสิ ัมพันธท ีด่ ี ๘.๒.๑ เลนหรือทำงานรวมมือกบั เพ่ือนอยางมเี ปา หมาย กับผูอน่ื ๘.๒.๒ ยมิ้ ทักทายและพูดคุยกับผใู หญแ ละบุคคลที่คุนเคยไดเ หมาะสมกบั สถานการณ ๘.๓ ปฏบิ ัติตน ๘.๓.๑ มสี ว นรวมสรา งขอ ตกลงและปฏิบัติตามขอตกลงดว ยตนเอง เบือ้ งตนในการ ๘.๓.๒ ปฏิบตั ติ นเปน ผนู ำและผตู ามไดเ หมาะสมกบั สถานการณ เปน สมาชิกที่ดี ๘.๓.๓ ประนีประนอมแกไขปญหาโดยปราศจากการใชความรนุ แรงดว ยตนเอง ของสังคม มาตรฐานท่ี ๙ ใชภาษาสื่อสารไดเหมาะสมกบั วัย ตวั บง ชี้ สภาพที่พึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๙.๑ สนทนาโตตอบ ๙.๑.๑ ฟง ผูอ ่นื พดู จนจบและสนทนาโตตอบอยางตอเนือ่ งเชือ่ มโยงกับเรื่องท่ีฟง และเลาเรอ่ื งให ๙.๑.๒ เลา เปนเรือ่ งราวตอ เน่ืองได ผูอืน่ เขา ใจ ๙.๒ อาน เขียนภาพ ๙.๒.๑ อา นภาพสัญลักษณ คำ ดว ยการช้ีหรือกวาดตามอง จุดเริ่มตน และจดุ จบ และสัญลกั ษณไ ด ของขอความ ๙.๒.๒ เขยี นช่ือของตนเองตามแบบ เขียนขอความดวยวิธที ่ีคดิ ข้นึ เอง
๑๐ มาตรฐานท่ี ๑๐มคี วามสามารถในการคดิ ทเ่ี ปนพืน้ ฐานในการเรยี นรู ตัวบง ชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค อายุ ๕-๖ ป ๑๐.๑ มคี วามสามารถ ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะสว นประกอบ การเปลีย่ นแปลงหรือความสมั พนั ธข อง ในการคิดรวบยอด สงิ่ ตางๆ จากการสังเกตโดยใชประสาทสัมผสั ๑๐.๑.๒ จบั คแู ละเปรียบเทยี บความแตกตางและความเหมือนของส่ิงตา งๆ โดยใชลักษณะทส่ี ังเกตพบสองลักษณะขึน้ ไป ๑๐.๑.๓ จำแนกและจดั กลุมสิ่งตา งๆ โดยใชต ้ังแตสองลักษณะข้ึนไปเปนเกณฑ ๑๐.๑.๔ เรยี งลำดับสิ่งของและเหตุการณอยางนอ ย ๕ ลำดับ ๑๐.๒ มีความสามารถ ๑๐.๒.๑ อธิบายเชื่อมโยงสาเหตแุ ละผลที่เกดิ ขนึ้ ในเหตุการณหรือการกระทำ ในการคิดเชิงเหตผุ ล ดว ยตนเอง ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสงิ่ ทอ่ี าจจะเกิดข้นึ และมีสว นรว มในการลงความเห็น จากขอมลู อยางมีเหตุผล ๑๐.๓ มีความสามารถ ๑๐.๓.๑ ตดั สนิ ใจในเร่อื งงายๆ และยอมรบั ผลทเ่ี กิดขนึ้ ในการคดิ แกป ญหา ๑๐.๓.๒ ระบุปญหาสรา งทางเลือกและเลือกวิธีแกป ญ หา และตดั สนิ ใจ มาตรฐานที่ ๑๑มจี ินตนาการและความคิดสรา งสรรค ตวั บง ชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค อายุ ๕-๖ ป ๑๑.๑ ทำงานศิลปะ ๑๑.๑.๑ สรา งผลงานศลิ ปะเพื่อสอ่ื สารความคิด ความรูสึกของตนเองโดยมีการ ความจนิ ตนาการและ ดดั แปลงแปลกใหมจ ากเดมิ และมรี ายละเอียดเพ่ิมขึ้น ความคดิ สรางสรรค ๑๑.๒ แสดงทาทาง/ ๑๑.๒.๑ เคล่อื นไหวทา ทางเพ่ือสอ่ื สารความคิด ความรสู ึกของตนเองอยาง เคลือ่ นไหวตาม หลากหลายและแปลกใหม จนิ ตนาการอยาง สรางสรรค มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคตทิ ่ดี ีตอการเรยี นรู และมีความสามารถในการแสวงหาความรูไดเ หมาะสมกบั วยั ตวั บง ชี้ สภาพที่พึงประสงค อายุ ๕-๖ ป ๑๒.๑ มเี จตคตทิ ดี่ ตี อ ๑๒.๑.๑ สนใจหยบิ หนงั สอื มาอา นและเขยี นสอ่ื ความคดิ ดวยตนเองเปนประจำ การเรียนรู อยา งตอเน่อื ง ๑๒.๑.๒ กระตอื รือรนในการรวมกจิ กรรมต้งั แตต น จนจบ ๑๒.๒ มคี วามสามารถ ๑๒.๒.๑ คนหาคำตอบของขอสงสยั ตางๆ โดยใชว ิธีการท่หี ลากหลายดวยตนเอง ในการแสวงหา ๑๒.๒.๒ ใชประโยคคำถามวา “เม่ือไร” “อยา งไร” ในการคนหาคำตอบ ความรู
๑๑ 1.5 การจัดประสบการณ การจัดประสบการณส ำหรับเด็กปฐมวยั อายุ ๓ - ๖ ป เปนการจดั กิจกรรมในลักษณะ การบรู ณาการผา นการเลน การลงมือกระทำจากประสบการณต รงอยางหลากหลาย เกดิ ความรู ทักษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม รวมทงั้ เกิดการพฒั นาทงั้ ดา นรา งกาย อารมณ จติ ใจ สงั คม และสติปญญา การจดั ประสบการณจะไมจ ดั เปนรายวชิ า และครอบคลุมประสบการณสำคัญและสาระที่ควรเรียนรู ท้งั นี้ หลักสตู ร การศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2560 : 41) กำหนดแนวทางการจัด ประสบการณและการจดั กิจกรรมประจำวัน ไวด ังนี้ 1.5.1 แนวทางการจดั ประสบการณ 1) จัดประสบการณใหสอดคลองกับจิตวิทยาพัฒนาการและการทำงานของสมอง ทเ่ี หมาะกบั อายุ วุฒภิ าวะและระดบั พฒั นาการ เพือ่ ใหเด็กทุกคนไดพ ัฒนาเต็มตามศักยภาพ ๒) จัดประสบการณใหสอดคลองกับแบบการเรียนรูของเด็ก เด็กไดลงมือกระทำ เรียนรูผานประสาทสัมผัสทั้งหา ไดเคลื่อนไหว สำรวจ เลน สังเกต สืบคน ทดลอง และคิดแกปญหา ดว ยตนเอง ๓) จัดประสบการณแบบบูรณาการ โดยบูรณาการทั้งกิจกรรม ทักษะ และสาระ การเรียนรู ๔) จัดประสบการณใหเด็กไดริเริ่มคิด วางแผน ตัดสินใจลงมือกระทำและนำเสนอ ความคดิ โดยผูส อนหรือผูจัดประสบการณเปนผสู นบั สนนุ อำนวยความสะดวก และเรียนรูรว มกับเด็ก ๕) จัดประสบการณใหเด็กมีปฏิสัมพันธกับเด็กอื่น กับผูใหญ ภายใตสภาพแวดลอม ท่เี อ้อื ตอการเรียนรใู นบรรยากาศที่อบอนุ มีความสุข และเรียนรกู ารทำกิจกรรมแบบรวมมือในลักษณะตาง ๆ กัน ๖) จัดประสบการณใหเด็กมีปฏิสัมพันธกับสื่อและแหลงการเรียนรูที่หลากหลายและ อยใู นวถิ ีชีวิตของเดก็ สอดคลอ งกบั บรบิ ท สงั คม และวัฒนธรรมทแ่ี วดลอ มเดก็ ๗) จัดประสบการณที่สงเสริมลักษณะนิสัยที่ดีและทักษะการใชชีวิตประจำวัน ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม และการมีวินัยให เปน สว นหนึง่ ของการจัดประสบการณก ารเรยี นรอู ยา งตอ เน่ือง ๘) จัดประสบการณทั้งในลักษณะที่มีการวางแผนไวลวงหนาและแผนที่เกิดขึ้นใน สภาพจรงิ โดยไมไดคาดการณไว ๙) จัดทำสารนิทัศนดวยการรวบรวมขอ มูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรูของเด็ก เปนรายบุคคล นำมาไตรต รองและใชใหเปนประโยชนต อ การพฒั นาเดก็ และการวจิ ัยในช้ันเรยี น ๑๐) จดั ประสบการณโดยใหพอแม ครอบครวั และชมุ ชนมีสวนรว มทั้งการวาง แผนการสนับสนนุ ส่อื แหลงเรียนรู การเขา รว มกจิ กรรม และการประเมนิ พัฒนาการ 1.5.2 การจดั กิจกรรมประจำวัน กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ ๓ ป - ๖ ปบริบูรณ สามารถนำมาจัดเปนกิจกรรมประจำวนั ไดหลายรูปแบบ เปนการชวยใหผูสอนหรือผูจัดประสบการณทราบวาแตละวันจะทำกิจกรรมอะไร เมื่อใด และอยางไร ทั้งน้ี การจัดกิจกรรมประจำวันสามารถจัดไดหลายรูปแบบ ขึ้นอยูกับความเหมาะสมในการ
๑๒ นำไปใชของแตละหนวยงานและสภาพชุมชน ที่สำคัญผูสอนตองคำนึงถึงการจัดกิจกรรมใหครอบคลุม พฒั นาการทกุ ดา น การจัดกิจกรรมประจำวนั มีหลักการจดั และขอบขา ยของกิจกรรมประจำวนั ดังน้ี 1) หลักการจดั กิจกรรมประจำวนั การจดั กจิ กรรมประจำวันจะตองคำนึงถึง อายุ และความสนใจของเดก็ แตล ะ ชว งวยั ดงั นี้ (๑) กำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแตล ะกจิ กรรมใหเหมาะสมกบั วยั ของ เดก็ ในแตล ะวัน แตย ืดหยนุ ไดตามความตองการและความสนใจของเดก็ เชน วยั ๕-๖ ป มีความสนใจ ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที (๒) กิจกรรมที่ตองใชความคิดทัง้ ในกลุมเล็กและกลุมใหญ ไมควรใชเวลาตอเน่อื ง นานเกนิ กวา ๒๐ นาที (3) กิจกรรมทเ่ี ดก็ มีอสิ ระเลือกเลน เสรี เพื่อชว ยใหเ ดก็ รจู ักเลือกตัดสินใจ คดิ แกปญ หา คิดสรา งสรรค ใชเ วลาประมาณ ๔๐-๖๐ นาที เชน การเลน ตามมมุ การเลนกลางแจง กิจกรรม ศิลปะสรางสรรค (๔) กจิ กรรมควรมคี วามสมดุลระหวางกิจกรรมในหองและนอกหอง กิจกรรมท่ีใช กลามเน้ือใหญและกลามเน้ือเล็ก กจิ กรรมที่เปนรายบุคคล กลุม ยอยและกลุมใหญ กิจกรรมท่ีเด็กเปนผูริเริ่ม และผูสอน หรือผูจัดประสบการณเปนผูริเริ่ม และกิจกรรมที่ใชกำลังและไมใชกำลัง จัดใหครบทุกประเภท ทัง้ น้ี กิจกรรมทต่ี องออกกำลังกายควรจัดสลับกบั กิจกรรมที่ไมต องออกกำลังมากนัก เพอ่ื เด็กจะไดไมเหนื่อย เกินไป 2) ขอบขายของกจิ กรรมประจำวัน การเลือกกิจกรรมที่จะนำมาจัดในแตละวันสามารถจัดไดหลายรูปแบบ ที่สำคัญ ตอ งคำนึงถงึ การจดั กิจกรรมใหครอบคลุมพฒั นาการทุกดาน ดังตอไปนี้ (๑) การพัฒนากลามเนื้อใหญ เปนการพัฒนาความแข็งแรง การทรงตัว การยืดหยุน ความคลองแคลวในการใชอวัยวะตางๆ และจังหวะการเคลื่อนไหวในการใชกลามเนื้อใหญ โดยจัดกิจกรรมใหเด็กไดเลนอิสระกลางแจง เลนเครื่องเลนสนาม ปนปายเลนอิสระ เคลื่อนไหวรางกาย ตามจังหวะดนตรี (๒) การพัฒนากลามเนื้อเล็ก เปนการพัฒนาความแข็งแรงของกลามเนื้อเล็ก กลามเนอื้ มือ-นว้ิ มือ การประสานสัมพันธระหวางกลา มเนื้อมือและระบบประสาทตามือไดอยางคลองแคลว และประสานสัมพันธกัน โดยจัดกิจกรรมใหเด็กไดเลนเครื่องเลนสัมผัส เลนเกมการศึกษา ฝกชวยเหลือ ตนเองในการแตงกาย หยิบจับชอนสอม และใชวัสดุอุปกรณศิลปะ เชน สีเทียน กรรไกร พูกัน ดินเหนียว ฯลฯ (๓) การพัฒนาอารมณ จิตใจ และปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม เปนการปลูกฝง ใหเด็กมีความรสู ึกท่ีดีตอตนเองและผูอื่น มคี วามเชื่อมน่ั กลา แสดงออก มวี นิ ยั รับผดิ ชอบ ซ่อื สตั ย ประหยัด เมตตา กรุณา เอื้อเฟอ แบงปน มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาที่นับถือโดยจัด กิจกรรมตางๆ ผานการเลนใหเด็กไดมีโอกาสตัดสินใจเลือก ไดรับการตอบสนองความตอ งการ ไดฝกปฏิบัติ โดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม อยา งตอเนอื่ ง (๔) การพัฒนาสังคมนิสัย เปนการพัฒนาใหเด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออก อยางเหมาะสมและอยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข ชวยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน มีนิสัย
๑๓ รักการทำงาน ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผูอื่น โดยรวมทั้งระมัดระวังอันตรายจากคนแปลก หนา ใหเด็กไดปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอยางสม่ำเสมอ รับประทานอาหาร พักผอนนอนหลับ ขับถาย ทำความสะอาดรางกาย เลนและทำงานรวมกับผูอื่น ปฏิบัติตามกฎกติกาขอตกลงของสวนรวม เก็บของ เขาทีเ่ มอื่ เลน หรือทำงานเสร็จ (๕) การพัฒนาการคิด เปน การพฒั นาใหเ ด็กมีความสามารถในการคิดแกปญหา ความคิดรวบยอด และคิดเชิงเหตุผลทางคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร โดยจัดกิจกรรมใหเด็กไดสนทนา อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็ก ศึกษานอกสถานที่ เลนเกมการศึกษา ฝกการแกปญหาในชีวิตประจำวัน ฝกออกแบบและสรางขึน้ งาน และทำกิจกรรมทัง้ เปน กลุม ยอ ย กลุมใหญ และรายบคุ คล (๖) การพัฒนาภาษา เปนการพัฒนาใหเด็กใชภาษาสื่อสารถายทอดความรูสึก นึกคิด ความรูความเขาใจในสิ่งตางๆ ท่ีเด็กมีประสบการณโดยสามารถตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัยใครรู จัดกิจกรรมทางภาษาใหมีความหลากหลายในสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการเรียนรู มุงปลูกฝงใหเด็กไดกลา แสดงออกในการฟง พูด อาน เขียน มีนิสัยรักการอาน และบุคคลแวดลอมตองเปนแบบอยางที่ดีในการใช ภาษา ทงั้ นี้ตองคำนงึ ถงึ หลกั การจดั กจิ กรรมทางภาษาทเ่ี หมาะสมกับเดก็ เปน สำคัญ (๗) การสงเสริมจินตนาการและความคิดสรางสรรค เปนการสงเสริมใหเด็กมี ความคิดริเริ่มสรางสรรค ไดถายทอดอารมรความรูสึกและเห็นความสวยงามของสิ่งตางๆ โดยจัดกิจกรรม ศิลปะสรางสรรค ดนตรี การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ประดิษฐสิ่งตางๆ อยางอิสระ เลน บทบาทสมมติ เลน น้ำ เลน ทราย เลนบลอ็ ก และเลนกอ สราง 3) การจัดตารางประจำวัน การจดั ตารางประจำวนั นน้ั ควรจดั ใหเหมาะสมกบั บรบิ ทของแตล ะสถานศกึ ษา กิจกรรมท่จี ดั ใหเ ด็กในแตล ะวันอาจมชี อ่ื เรยี กกิจกรรมแตกตางกนั ไปในแตละหนวยงาน ดงั ตัวอยา งตอไปนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน. 2561 : 67 - 81) (1) กิจกรรมการเคล่ือนไหวและจงั หวะ เปน กจิ กรรมที่จัดใหเ ดก็ ไดเ คล่ือนไหว สวนตางๆ ของรางกายอยา งอิสระตามจังหวะ โดยใชเ สยี งเพลง คำคลองจอง เครื่องเคาะจังหวะ และ อปุ กรณอืน่ ๆ มาประกอบการเคล่อื นไหว เพื่อสง เสรมิ ใหเ ดก็ พฒั นากลา มเนื้อใหญและกลามเนอ้ื เลก็ อารมณ จติ ใจ สังคม และสติปญญาเกิดจนิ ตนาการและความคิดสรางสรรค (2) กจิ กรรมเสริมประสบการณ/กิจกรรมในวงกลม เปนกิจกรรมทมี่ ุงเนน ใหเ ด็ก ไดพ ัฒนาทักษะการเรียนรู มีทักษะการฟง การพดู การสงั เกต การคิดแกป ญ หา การใชเหตุผล โดยการฝก ปฏบิ ัตริ วมกันและการทำงานเปนกลุม ทงั้ กลุมยอ ยและกลุมใหญ เพอื่ ใหเ กิดความคิดรวบยอดเกยี่ วกบั เร่อื งท่ีไดเรียนรู (3) กจิ กรรมศลิ ปะสรางสรรค เปน กิจกรรมท่ีมุงพัฒนากระบวนการคิดสรางสรรค การรับรเู กี่ยวกบั ความงาม และสง เสริมกระตุน ใหเด็กแสดงออกทางอารมณตามความรูส ึก ความคดิ ริเริ่ม สรางสรรคและจนิ ตนาการ โดยใชกจิ กรรมศิลปะ เชน การวาดภาพ ระบายสี การปน การพิมพภ าพ (4) กจิ กรรมการเลนตามมมุ เปนกจิ กรรมที่เปด โอกาสใหเด็กเลน กบั สอื่ และ เคร่ืองเลนอยา งอิสระตามมมุ เลน หรือมุมประสบการณ ซึ่งพื้นทห่ี รอื มมุ ตางๆ เหลาน้ี เดก็ มโี อกาสเลือกเลน ไดอ ยางเสรตี ามความสนใจและความตองการของเด็ก หรอื เดก็ อาจจะเลือกทำกจิ กรรมที่ครจู ัดเสรมิ ขน้ึ เชน เกมการศึกษาเคร่อื งเลน สัมผัส
๑๔ (5) กจิ กรรมการเลน กลางแจง เปนกิจกรรมทีจ่ ัดใหเ ดก็ ไดออกไปนอกหองเรียน เพอื่ เคลอื่ นไหวรางกาย ออกกำลงั และแสดงออกอยางอสิ ระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็ก แตล ะคนเปน หลัก เชน เกมการละเลน ของไทย เกมการละเลน ของทองถ่ิน (6) เกมการศึกษาเปนเกมการเลนทช่ี วยพฒั นาสติปญ ญา ชว ยสงเสริมใหเดก็ เกิดการเรียนรเู ปนพ้ืนฐานการศกึ ษา มีกฎเกณฑกตกิ างา ยๆ เดก็ สามารถเลน คนเดียวหรอื เลน เปน กลมุ ได ชวยใหเ ดก็ รูจ กั สังเกต คิดหาเหตผุ ลและเกิดความคิดรวบยอดเก่ยี วกับสี รปู ราง จำนวน ประเภท และ ความสมั พันธเ ก่ียวกบั พ้นื ท่ี ระยะ 1.6 การประเมนิ พัฒนาการ การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ ๓-๖ ป เปนการประเมินพัฒนาการดานรางกาย อารมณ จิตใจ สังคม และสติปญญาของเด็ก โดยถือเปนกระบวนการตอเนื่อง และเปนสวนหนึ่งของกิจกรรมปกติที่ จัดใหเด็กในแตละวัน ผลที่ไดจากการสังเกตพัฒนาการเด็กตองนำมาจัดทำสารนิทัศนหรือจัดทำขอมูล หลักฐานหรือเอกสารอยางเปนระบบ ดวยการรวบรวมผลงานสำหรับเด็กเปนรายบุคคลที่สามารถบอก เรื่องราวหรอื ประสบการณที่เด็กไดรับวาเดก็ เกิดการเรียนรูและมีความกาวหนาเพยี งใด ท้งั น้ี ใหนำขอมูลผล การประเมินพัฒนาการเด็กมาพิจารณา ปรับปรุงวางแผนการจัดกิจกรรม และสงเสริมใหเดก็ แตล ะคนไดรบั การพัฒนาตามจุดหมายของหลกั สตู รอยา งตอเน่ือง การประเมินพฒั นาการควรยึดหลกั ดังนี้ ๑) วางแผนการประเมนิ พัฒนาการอยา งเปน ระบบ ๒) ประเมนิ พัฒนาการเดก็ ครบทุกดาน ๓) ประเมินพฒั นาการเด็กเปนรายบุคคลอยา งสม่ำเสมอตอ เนื่องตลอดป ๔) ประเมนิ พัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันดวยเครื่องมือและวิธกี าร ท่ีหลากหลาย ไมค วรใชแบบทดสอบ ๕) สรปุ ผลการประเมิน จัดทำขอมูลและนำผลการประเมินไปใชพ ัฒนาเดก็ สำหรับวิธีการประเมินที่เหมาะสมและควรใชกับเด็กอายุ ๓-๖ ป ไดแก การสังเกต การบันทึก พฤตกิ รรมการสนทนากับเด็ก การสมั ภาษณ การวเิ คราะหข อมลู จากผลงานเด็กที่เกบ็ อยางมีระบบ สรปุ ไดว า หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 เปน กรอบแนวทางของการจัดการ ศกึ ษาปฐมวัย ในลักษณะของการอบรมเลีย้ งดแู ละใหการศึกษา เด็กจะไดร บั การพฒั นาการท้ัง 4 ดาน คอื ดานรา งกาย ดา นอารมณ จติ ใจ ดานสงั คม และดานสติปญ ญา หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัยไดกำหนด จุดหมายและมาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคทต่ี องการใหเ กิดกับเด็กเมื่อจบการศึกษาระดับปฐมวัย เพือ่ ใหส ถานศึกษาใชเ ปน จุดหมายในการพัฒนาและการประเมินเด็กใหบรรลุคุณภาพ 2. พัฒนาการของเด็กปฐมวัย เดก็ วัย 3-6 ปอ ยูในระยะเดก็ วัยกอ นเรียนหรือวัยอนุบาล(preschool) เปนวยั ทเี่ รยี นรูสิ่งแวดลอม ไดมาก พฒั นาการดานตา ง ๆ กาวหนาขึ้นมาก และมสี งั คมกวางขนึ้ จากเดมิ ท่ีอยูกบั พอแมเปนหลกั เปนการ อยรู วมกบั ครูและเพ่ือนท่โี รงเรียน แนวคิดเกีย่ วกับพฒั นาการเดก็ จึงเปน เสมือนหนึ่งแนวทางใหผสู อนหรือ ผูเกย่ี วขอ งไดเ ขาใจเดก็ สามารถอบรมเลี้ยงดูและจัดประสบการณท ีเ่ หมาะสมกับวัยและความแตกตา งของ แตละบุคคล เพื่อสงเสรมิ เฝา ระวัง และชว ยแกไขปญหาใหเด็กไดพฒั นาจนบรรลผุ ลตามเปา หมายที่ตองการ ไดช ัดเจนข้นึ
๑๕ 2.1 ความหมายของพัฒนาการ นกั การศกึ ษาและนกั วชิ าการไดใหความหมายของ “พัฒนาการ” ไวด ังนี้ วูลโฟลค (Woolfolk. 1998: 24) ไดก ลาววา พัฒนาการของบคุ คลเปน การเปลีย่ นแปลงใน ทุกดานที่ คอ นขางคงทแ่ี นนอนนับตงั้ แตเกดิ จนตลอดชวี ติ 2.2 พัฒนาการของเดก็ ปฐมวัย สมพร สทุ ศั นีย (2547) ไดกลา วถึงพฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั (Preschool Child) ประกอบดว ย 4 ดา น ดังตอไปน้ี 1) พฒั นาการทางรางกาย เด็กในวัยตอนตน จะมสี วนสงู และน้ำหนักเพม่ิ ขึน้ อยา งรวดเรว็ แตจะขยายออกทางสว นสงู มากกวา ดา นกลา มเนอื้ และกระดูกจะเริม่ แขง็ แรงข้นึ แตกลา มเนอ้ื ที่เกยี่ วกบั การ เคลื่อนไหวยงั เจรญิ ไมเต็มที่ การประสานงานของอวัยวะตา ง ๆ ยังไมด ีพอ เด็กอายุ 3 – 5 ป มพี ฒั นาการ ทางกายแตกตา งกัน บางคนสามารถทรงตัวไดด ี วิง่ ไดเรว็ ขึ้น ควบคุมการเดินวง่ิ ใหชาลงและเร็วได กระโดด ไกล ๆ ได เตน และกายบรหิ ารไดต ามจงั หวะดนตรี การประสานงานของกลามเนื้อดขี ้นึ 2) พัฒนาการทางอารมณ-จิตใจ เด็กวัย 3 – 5 ป มักจะเปนเด็กเจาอารมณและจะแสดง อารมณตาง ๆ ออกมาอยางเปดเผยและมีอิสระเต็มท่ี เด็กวัยนี้มักมีความกลัวอยางสุดขีด อิจฉาอยางไมมี เหตุผลโมโหรายการที่เดก็ มีอารมณเชนนี้ เพราะเด็กมีประสบการณกวางขึ้น เพราะเงื่อนไขทางสังคมตั้งแต สังคมภายในบานจนกระทั่งถึงสังคมภายนอกบาน เด็กเคยไดรับแตความรักความเอาใจใสจากพอแมและ ผูใกลชิด เมือ่ ตอ งพบกับคนนอกบา น ซึง่ ไมส ามารถเอาใจใสเ ด็กไดเ ทา คนในบานและไมส ามารถทจี่ ะเอาใจใส ไดเหมือนเมื่อเด็กเล็ก ๆ อยู เด็กจึงรูสึกขัดใจเพราะคิดวาตนเปนคนที่มีความสามารถกวาคนอื่นเด็กจะยก ยอ งบชู าตนเองและ พยายามปรับตวั เพอ่ื ตองการใหเ ปนท่ีรักและเปนท่ยี อมรบั ของบุคคลขางเคียงในวัยนี้ มักจะใชคำพูด แสดงอารมณตาง ๆ แทนการรุกรานดวยกำลังกายเพราะพัฒนาการทางรางกายยังไมโต เต็มที่ เด็กแตละคนมีอารมณไมเหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับสุขภาพ การอบรมเลี้ยงดูจากพอแมและสภาพ แวดลอม ทางสังคมเชนเด็กที่เติบโตขึ้นจากสภาพแวดลอมสงบเงียบไดรับความรักเอาใจใสและการ ตอบสนองความตองการสม่ำเสมอ พอแมแมมีอารมณคงเสนคงวาเด็กก็จะเติบโตขึ้น เปนคนที่มีอารมณ ม่ันคงกวาเดก็ ที่มสี ภาพแวดลอ มทตี่ รงกนั ขา มเหลานี้ เปน ตน 3) พฒั นาการทางสงั คม คำวาสังคมในทนี่ ้ีหมายถึงการติดตอสัมพนั ธ การผูกพนั และการมี ชีวิตอยูรวมกันเด็กปฐมวัยหรือวัยกอนเขาเรียนไดเรียนรูเขาใจและใชภาษาไดดขี ึ้น พอแมและผูที่อยูใกลชิด ตลอดจนครทู ่ีอยูในชั้นอนุบาลไดอบรมส่ังสอนเพ่ือใหเด็กเขาใจถึงวัฒนธรรม คานิยมและศีลธรรมทีละนอย โดยเริ่มจากสิ่งที่งาย เชน การพูดจาสุภาพ การเคารพ กราบไหว เปนตน เพื่อใหเด็กเติบโตเปนสมาชิกที่ดี ของสังคมดงั นัน้ เม่ือเดก็ เขาไปอยุในโรงเรยี นอนุบาลจะรูจกั คบเพ่ือนรจู ักการผอ นปรนปรนรจู ักอดทน ในบางโอกาส รูจักการใหและการรับ เพียเจต (Piaget) นักจิตวิทยากลุมท่ี เนนความรูความเขาใจ (Cognitive) กลาววา เดก็ 3 – 5 ป เรยี นรูพฤติกรรมทางสังคมจากเพื่อนใน โรงเรียนอนบุ าลหรือเพ่ือนบาน วัยเดียวกัน แตเด็กวัยนี้ยังเขาใจถึงความถูกตองและความไมลึกซึ้งนัก ดังนั้นจึงควรสงเสริมใหเด็กวัยนี้ได พัฒนาในเรือ่ งการยอมรบั การแยกตัวจากพอแม ฝกใหมีความเชื่อมัน่ เมื่ออยูกับคนอื่นใหเดก็ เขาใจระเบียบ และกฎเกณฑตา ง ๆ ฝกใหรูจกการแบงปน และการ ผลัดเปล่ียนกันและรจู ักอดใจรอในโอกาสอนั ควร
๑๖ 4) พัฒนาการทางสติปญญาเด็กวัยนนี้มีความสามารถในการใชภาษาไดอยางดี เด็กจะ เรยี นรศู พั ท เพม่ิ ขนึ้ อยางรวดเร็วโดยเฉลีย่ เด็กอายุ 3 ป จะรูจักศพั ท ประมาณ 3,000 คำ และเดก็ สามารถ ใชคำ วลีและประโยคในการแสดงบทบาทตามแบบอยางโทรทัศน ไดรูจักใช ทาทางประกอบคำพูด เด็ก 4 ป ชางซักชางถาม มักจะมีคำถามวา “ทำไม” “อยางไร” แตก็ไมสนใจคำตอบและคำอธิบาย คำพูด ของเด็กวัยนี้สามารถพูดประโยคยาว ๆ ที่ตอเนื่องกันได สามารถเลานิทานสั้นๆ ใหจบได และมักจะเอา เรื่องจริงปนกับเรื่องสมมติ สำหรับเด็กวัย 5 ป พัฒนาการทางภาษาสูงมาก เด็กสามารถตอบคำถามตรง เปาหมายชัดเจนและสั้น การซักถามนอยลงแตจะสนใจเฉพาะเรื่องไปควรจัดใหเด็กไดมีโอกาสพูดใหเพื่อน ฟง เพ่ือนกต็ อ งเปน ผูฟงท่ดี ีดว ยและควรหมนุ เวียนกนั ออกมาพูดทุกคน การจินตนาการและการสรางเร่ืองจะ พบมากในเด็กวัยน้ีจึงเปนโอกาสเหมาะท่ีควรจะได สนับสนุนและสง เสริมจินตนาการของเด็กใหมากที่สุดแต เด็กวัยนี้ไมมพี ฒั นาการท่ีเก่ยี วกบั การจัดประเภทของสิ่งของเปน หมวดหมู ไมมีพฒั นาการในเร่ืองความคงตัว ในเรื่องขนาดน้ำหนักและปริมาตร ทั้งน้ีเปนเพราะเด็กยังไมมีความเขาใจ ยังไมมีเหตุผลและประเมินคาส่ิง ตาง ๆ ตามที่เห็นดวยตาเทานั้น จะเห็นไดวาเด็กกอนวัยเรียน มีพัฒนาการทางรางกายที่กำลังเจริญเติบโต ภาวะอารมณที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยูกับสภาพแวดลอมและสังคมรอบดานเริ่มมีสังคมมีการเรียนรูสิ่งที่ ควรทำไมค วรทำ ฝก การเปนผูใหและเปนผูรับและมีพฒั นาการทางสติปญญาที่ดีอยูในวยั ที่อยากรูอยากเห็น อยากทำ เรียนรูเร็วเปนแนวทางที่ครูผูสอนควรจะสังเกตและเขาใจในพฤติกรรมของเด็กกอนจะดำเนินการ สอนและใหค วามรูตา ง ๆ กับเดก็ กอนเรยี นเหลานี้ สรุปไดวา พัฒนาการเด็กปฐมวัย หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของมนุษยที่เปนไปอยางมีลำดับ ขั้นตอนอยาง ตอเนื่อง พัฒนาการนี้จะควบคูกันไปตามเกณฑอายุและวัยของเด็ก ซึ่งจะตองอาศัยปจจัย สภาพแวดลอมและการ เรยี นรู การอบรมสัง่ สอน การเลย้ี งดู ถา เด็กถกู อบรมสงั่ สอนเลย้ี งดูท่ีดีเด็กก็จะมีการ เปลี่ยนแปลงทั้งดานรางกาย อารมณ สังคม และสติปญญา ซึ่งมีความสัมพันธระหวางเวลา วุฒิภาวะ การ เรียนรูและสิ่งแวดลอม อันสงผลให มนุษยมีความสามารถและพฤติกรรมที่แตกตางกันและเปนไปตาม ศักยภาพ 3. การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวัย นันทิยา นอยจันทร (2548 : 165-195) กลาวถงึ การประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวยั วาควรใช วธิ กี ารที่หลากหลาย เพ่ือใหไดขอมลู สมบูรณท ส่ี ุดวธิ กี ารทเี่ หมาะสมและนยิ มใชในการประเมินผลพัฒนาการ เดก็ ปฐมวัย มีดวยกันหลายวธิ ดี ังตอ ไปนี้ 1. การสังเกตและการบันทึกการสงั เกต เปนวิธกี ารทีค่ รใู ชใ นการศกึ ษาพฒั นาการเด็ก สามารถทำ ไดทั้งแบบเปนระบบหรือแบบเปนทางการ ไดแก การสังเกตอยางมีจุดมุงหมายที่แนนอนตามแผนที่วางไว และการสังเกตแบบไมเ ปน ทางการโดยทำการสงั เกตในขณะท่เี ด็กทำกจิ กรรมประจำวนั และเกดิ พฤติกรรม ทไี่ มค าดคิดวา จะเกิดขึ้นและครูจดบันทึกไว 2. การสนทนา วิธีประเมินผลน้ีใชไดดีตั้งแตเริ่มสอน กําลังสอนและหลังจากการสอน ใชไดท้ัง เปนกลุมหรือรายบุคคล เพื่อประเมินความสามารถ ในการแสดงความคิดเห็น และ พัฒนาการทางดานการ ใชภาษาของเดก็ แลว ครทู ำการบนั ทกึ ผลการสนทนาไว
๑๗ 3. การตรวจผลงาน วิธีนี้ไดจากการนําผลงานของเด็ก เชน สมุดทำงาน ภาพเขียน สิ่งประดิษฐ เปนตน มาตรวจ ทง้ั นีโ้ ดยจัดเปนกลุมตามอันดบั คณุ ภาพ ควรมี 3-5 อันดบั คือ ดี ปานกลาง ออ น หรอื ดีมาก ดี ปานกลาง ออน ออนมาก การรวมรวมผลงานทแ่ี สดงออกถึงความกา วหนาแตล ะดานของเดก็ เปนรายบุคคลโดยจัดเกบ็ รวบรวมไดในแฟมผลงาน (Portfolio) ซง่ึ เปน วธิ ีรวบรวมและจัดระบบขอมูลตา ง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวเด็กโดยใชเครื่องมือตาง ๆ รวบรวมเอาไวอยามีจุดหมายที่ชัดเจน แสดงการเปลี่ยนแปลงของ พัฒนาการแตละดาน นอกจากนี้ยังรวมเครือ่ งมืออืน่ ๆ เชน แบบสอบถาม ผูปกครอง แบบสังเกตพฤติกรรม แบบบนั ทึกสขุ ภาพอนามัย เปน ตน 4. การใชขอสอบปากเปลา วิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยใชขอสอบ ปากเปลาน้ี เหมาะกับเด็กอนุบาล ซึ่งยังอานและเขียนหนังสือไมได เชน ครูสั่งใหเด็กใชกรรไกร ตัดกระดาษตามแนวที่ กำหนดไวการประเมินผลโดยครูดูจากผลงานของเด็กแลวจะทราบวาควร จะตองจัดประสบการณเสริมอีก หรือไม เด็กมคี วามพรอมในการบงั คบั กลามเนื้อมือดีเพียงใด 5. การทดสอบ เปน วธิ กี ารประเมินผลชนิดหนึ่งทีท่ ำใหครมู องเห็น ความเปลยี่ นแปลง และ ความกาวหนาของเด็กไดช ัดเจน เพราะจะมีคําตอบทแี่ สดงถงึ ความสามารถ ซ่ึงเปน ผลจากการเรยี นรู และ ประสบการณของเด็กและมีการตรวจคําตอบออกมาเปนคะแนน ซ ึ่งสะดวกในการรายงานผลตอผูปกครอง และสะดวกในการแปลความหมายเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของเด็กไดตรงกัน นอกจากนี้ ยังเปนวิธีการ ประเมินผลที่ไมตองใชเวลามากเพราะครูตองกำหนดสถานการณเพื่อใหเด็กตอบสนอง ในลักษณะเดียวกัน เชน ใชคําตอบเดียวกัน แกปญหาลักษณะเดียวกัน พรอมกันท้ังกลุม โดยการใช แบบทดสอบเพ ่ือประเมิน ความพรอมควรเริ่มใชในระดับอนุบาล 2 เพราะการใชแบบทดสอบมี ลักษณะการดำเนินการสอบที่เปน แบบแผนอยูมาก เชน ตองมีการจับเวลา ดังนั้น ถาชวงความสนใจ เด็กสั้นยอมมีปญหาในการดำเนินการ เด็กควรจับดินสอหรือแทงสีไดแลวอยางทะมัดทะแมง ประการสุดทายในการดำเนินการสอบครูตองเปน ผอู า นคาํ ถามหรอื คาํ สงั่ ใหเด็กฟง ฉะนนั้ เดก็ ควรมที ักษะในการใชภ าษาเพอื่ พดู คยุ โตต อบไดอ ยางดี 4. เอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ียวของ จารวุ รรณ คงทวี (2551) ไดท ำการศกึ ษาการคิดเชิงเหตผุ ลของเด็กปฐมวยั ท่ีไดร บั การจัดกิจกรรม ทักษะพืน้ ฐานทางวิทยาศาสตร พบวา การจดั กจิ กรรมพฒั นาการคดิ เชิงเหตผุ ลควรเปนกิจกรรมท่ีเปดโอกาส ใหเด็กไดลงมือกระทำโดบผานประสาทสัมผัสทั้งหา เปนกิจกรรมที่ฝกใหเด็กคิดคนหรือหาวิธีการแปลก ๆ ใหม ๆ ที่คนพบขึ้นตนเองมาทดลองใชในกิจกรรมเปนกิจกรรมที่เด็กไดมีโอกาสสังเกต สำรวจ จำแนก เปรยี บเทียบสงิ่ ตา ง ๆ ของวสั ดอุ ุปกรณค น ควา ทดลองในแกป ญหาดวยตนเอง กระทรวงสาธารณสุข (2561) ไดศ กึ ษาแนวทางการการจัดอาหาร บริบาลน้ำและสรา งสุขภาวะที่ดี ในสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั สำหรบั ผูบรหิ าร ครแู ละผดู แู ลเด็กตามมาตรฐานสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั แหงชาติ โดยไดกำหนดขอบขายใหครูผูดูแลเด็กปฐมวัยควรปลูกฝงพฤติกรรมที่เสริมสรางสุขอนามัยที่ดีใหกับเด็ก โดยจัดใหเดก็ ไดท ากิจวัตรและกิจกรรมตาง ๆ เหลานีส้ อนใหเด็กลางมืออยางถกู วิธี กอนรับประทานอาหาร หลังเขาหองน้ำ และหลังจากเลนกลางแจง ใหเด็กแปรงฟนหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ใหเด็กปดปาก ปดจมูกดวยผาหรือกระดาษทิชชูเวลาไอ จาม แลวทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปด และลางมือดวยสบูใหสะอาด ทุกครั้ง รวมถึงการสวมหนากากอนามัยเวลาเจ็บปวยดวยโรค ทางเดินหายใจ จะชวยลดการแพรกระจาย
๑๘ เชอ้ื ใหผ ูอ ื่น ใหเด็กขบั ถายในหองสว มท่ีถูกสุขลักษณะ ใหเด็กทงิ้ ขยะในถังที่มีฝาปด ใหเด็กหลีกเลี่ยงการอยู และหลับนอนในทแ่ี ออัด ไมใหเด็กไปแหลงท่ีเส่ียงตอการติดเช้ือไดง าย เชน ชุมชนแออัด จะชวยลดการติด เชอ้ื ทางเดนิ หายใจได อา นหนงั สอื ที่สงเสรมิ การเสรมิ สรางพฤตกิ รรมอนามยั กับเด็กเปนประจำ
๑๙ บทที่ 3 วธิ ดี ำเนินการ การประเมนิ พัฒนาการนกั เรียนท่จี บหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 ปก ารศึกษา2563 มีวิธดี ำเนินการประเมินพฒั นาการตามขั้นตอน ดงั น้ี 1. กลมุ เปา หมาย 2. ขอบเขตการประเมนิ 3. เคร่ืองมือทใี่ ชในการเก็บรวบรวมขอ มูล 4. วิธดี ำเนินการ/การเกบ็ รวบรวมขอ มลู 5. การวิเคราะหแ ละสถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ๑. กลุมเปาหมาย กลมุ เปาหมาย ไดแ ก นกั เรยี นชนั้ อนุบาลปท ี่ 3 ที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563 ในสงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร จำนวน 3,061 คน 2. ขอบเขตการประเมนิ การประเมินพัฒนาการนกั เรยี นท่ีจบหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร เปน การประเมิน พัฒนาการทงั้ 4 ดาน คือ ดา นรางกายดานอารมณ จิตใจ ดานสังคม และดานสติปญญา ตามมาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงคใ นหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ประกอบดว ย 2.1 พฒั นาการดานรางกาย มาตรฐานที่ 1 รางกายเจรญิ เติบโตตามวยั และมีสุขนสิ ยั ทด่ี ี 1.1 น้ำหนักและสว นสูงตามเกณฑ 1.1.1 นำหนักตามเกณฑข องกรมอนามัย 1.1.2 สวนสงู ตามเกณฑข องกรมอนามยั 1.2 มสี ุขภาพอนามัย สุขนสิ ยั ท่ดี ี 1.2.1 รบั ประทานอาหารที่มีประโยชนไดหลายชนิดและดื่มนำส ะอาดไดด ว ยตนเอง 1.2.2 ลางมือกอนรบั ประทานอาหารและหลงั จากใชห องนำห องสว มดว ยตนเอง 1.3 รักษาความปลอดภยั ของตนเองและผูอื่น 1.3.1 เลน ทำกจิ กรรม และปฏิบตั ิตอผูอื่นอยางปลอดภัย มาตรฐานที่ 2 กลา มเน้ือใหญแ ละกลา มเนอื้ เล็กแข็งแรง ใชไ ดอยา งคลองแคลว และ ประสานสมั พนั ธก ัน
๒๐ 2.1 เคลือ่ นไหวรา งกายอยา งคลอ งแคลว ประสานสัมพนั ธ และทรงตวั ได 2.1.1 เดินตอเทา ถอยหลงั เปนเสนตรงได โดยไมตองกางแขน 2.1.2 กระโดดขาเดยี วไปขางหนาไดอยา งตอเน่อื ง โดยไมเสียการทรงตวั 2.1.3 วงิ่ หลบหลกี สิ่งกีดขวางไดอยา งคลองแคลว 2.1.4 รบั ลกู บอลทกี่ ระดอนขึน้ จากพ้นื ได 2.2 ใชมือ - ตา ประสานสัมพนั ธก นั 2.2.1 ใชกรรไกรตดั กระดาษตามแนวเสน โคงได 2.2.2 เขียนรูปสามเหล่ียมตามแบบไดอ ยางมีมุมชดั เจน 2.2 พัฒนาการดานอารมณ จติ ใจ มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข 3.1 แสดงออกทางอารมณไดอ ยางเหมาะสม 3.1.1 แสดงอารมณ ความรูส กึ ไดส อดคลอ งกับสถานการณอ ยางเหมาะสม 3.2 มคี วามรสู ึกทดี่ ีตอตนเองและผอู ื่น 3.2.1 กลา พูดกลาแสดงออกอยางเหมาะสมตามสถานการณ 3.2.2 แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเองและผูอน่ื มาตรฐานท่ี 4 ชนื่ ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลือ่ นไหว 4.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผา นงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว 4.1.1 สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผานงานศิลปะ 4.1.2 สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผานเสียงเพลง ดนตรี 4.1.3 สนใจ มีความสุข และแสดงทา ทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี มาตรฐานที่ 5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 5.1 ซ่ือสตั ยสจุ ริต 5.1.1 ขออนญุ าตหรือรอคอย เมื่อตองการส่งิ ของของผูอ่ืนดว ยตนเอง 5.2 มีความเมตตากรณุ า มีน้ำใจ และชวยเหลือแบงปน 5.2.2 ชว ยเหลือและแบงปนผอู นื่ ไดดว ยตนเอง 5.3 มคี วามเห็นอกเหน็ ใจผูอื่น 5.3.1 แสดงสีหนาและทา ทางรบั รคู วามรสู ึกผอู ่นื อยา งสอดคลองกบั สถานการณ 5.4 มคี วามรับผิดชอบ 5.4.1 ทำงานที่ไดรับมอบหมายจนสำเรจ็ ดวยตนเอง 2.3 พฒั นาการดานสังคม มาตรฐานท่ี 6 มที กั ษะชีวิตและปฏบิ ตั ติ นตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6.1 ชว ยเหลือตนเองในการปฏิบตั ิกิจวตั รประจำวัน 6.1.2 รับประทานอาหารดวยตนเองอยางถูกวิธี 6.1.3 ใชและทำความสะอาดหลังใชหองนำ้ หองสวมดวยตนเอง
๒๑ 6.2 มีวินัยในตนเอง 6.2.1 เกบ็ ของเลน ของใชเขาทีอ่ ยางเรียบรอยดวยตนเอง 6.2.2 เขา แถวตามลำดับกอนหลังไดดว ยตนเอง 6.3 ประหยดั และพอเพียง 6.3.1 ใชสง่ิ ของเคร่ืองใชอ ยางประหยดั และพอเพยี งดวยตนเอง มาตรฐานที่ 7 รกั ธรรมชาติ สิ่งแวดลอม วฒั นธรรม และความเปน ไทย 7.1 ดแู ลรักษาธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม 7.1.2 ทงิ้ ขยะไดถกู ที่ 7.2 มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรักความเปนไทย 7.2.1 ปฏบิ ัตติ นตามมารยาทไทยไดตามกาลเทศะ 7.2.2 กลาวคำขอบคุณและขอโทษดว ยตนเอง มาตรฐานท่ี 8 อยูร ว มกบั ผูอ ื่นไดอ ยางมีความสขุ และปฏิบัตติ นเปนสมาชิกทีด่ ีของสังคมใน ระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ท รงเปนประมุข 8.1 ยอมรับความเหมือนและความแตกตางระหวา งบคุ คล 8.1.1 เลนและทำกจิ กรรมรว มกับเด็กที่แตกตางไปจากตน 8.2 มีปฏิสัมพันธทีด่ ีกับผอู นื่ 8.2.1 เลน หรือทำงานรวมมือกับเพื่อนอยางมีเปา หมาย 8.3 ปฏบิ ัติตนเบ้ืองตน ในการเปนสมาชกิ ทดี่ ีของสงั คม 8.3.2 ปฏิบตั ติ นเปนผูนำและผตู ามไดเหมาะสมกับสถานการณ 2.4 พฒั นาการดานสติปญญา มาตรฐานท่ี 9 ใชภ าษาส่ือสารไดเหมาะสมกับวยั 9.1 สนทนาโตต อบและเลาเร่อื งใหผ ูอ่นื เขาใจ 9.1.1 ฟง ผูอนื่ พูดจนจบ และสนทนาโตต อบอยา งตอ เน่ือง เชือ่ มโยงกบั เรอื่ งที่ฟง 9.1.2 เลาเปนเรือ่ งราวตอเนอื่ งได 9.2 อา น เขียนภาพ และสญั ลกั ษณได 9.2.1 อา นภาพ สญั ลกั ษณ คำ ดว ยการชห้ี รือกวาดตามองจุดเรมิ่ ตนและจดุ จบ ของขอความ 9.2.2 เขียนชือ่ ของตนเองตามแบบ มาตรฐานท่ี 10 มีความสามารถในการคิดทเ่ี ปน พนื้ ฐานในการเรยี นรู 10.1 มีความสามารถในการคดิ รวบยอด 10.1.1 บอกลักษณะ สวนประกอบ การเปลีย่ นแปลงหรือความสมั พันธของส่ิงตางๆ จากการสงั เกตโดยใชประสาทสมั ผสั 10.1.2 จับคแู ละเปรยี บเทียบความแตกตางและความเหมือนของสิ่งตางๆ โดยใช ลักษณะทสี่ งั เกตพบ 2 ลกั ษณะข้ึนไป
๒๒ 10.1.3 จำแนกและจดั กลุม ส่ิงตางๆ โดยใชต ัง้ แต 2 ลักษณะข้ึนไปเปน เกณฑ 10.1.4 เรียงลำดบั สิง่ ของและเหตกุ ารณอยา งนอย 5 ลำดับ 10.2 มคี วามสามารถในการคิดเชิงเหตุผล 10.2.1 อธบิ ายเชือ่ มโยงสาเหตุและผลทเ่ี กิดข้ึนในเหตุการณห รือการกระทาดวยตนเอง 10.2.2 คาดคะเนสิง่ ที่อาจจะเกิดขน้ึ และมสี ว นรวมในการลงความเหน็ จากขอมูล อยา งมีเหตผุ ล 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แกปญหาและตัดสนิ ใจ 10.3.1 ตดั สนิ ใจในเร่ืองงา ยๆ และยอมรบั ผลที่เกดิ ข้ึน 10.3.2 ระบปุ ญ หา สรางทางเลือกและเลอื กวธิ แี กป ญ หา มาตรฐานที่ 11 มจี นิ ตนาการและความคิดสรางสรรค 11.1 ทำงานศลิ ปะตามจินตนาการและความคดิ สรางสรรค 11.1.1 สรางผลงานศิลปะเพือ่ ส่ือสารความคิด ความรสู ึกของตนเอง โดยมีการดัดแปลง แปลกใหมจ ากเดิมและมรี ายละเอียดเพ่มิ ข้นึ 11.2 แสดงทาทาง/เคล่อื นไหวตามจินตนาการอยา งสรา งสรรค 11.2.1 เคลือ่ นไหวทา ทางเพอ่ื สื่อสารความคิด ความรสู กึ ของตนเองอยางหลากหลาย และแปลกใหม 3. เคร่ืองมือที่ใชในการเกบ็ รวบรวมขอมูล เครอ่ื งมือที่ใชในการเกบ็ รวบรวมขอ มลู ในครง้ั น้ี คือ เครื่องมือประเมินพฒั นาการนกั เรียนทจ่ี บ หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 ทีพ่ ัฒนาโดยสำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดว ย 3.1 คมู ือดำเนินงานประเมินพฒั นาการนักเรียนท่ีจบหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 3.2 ชุดกจิ กรรมการจดั ประสบการณสำหรบั ประเมินพัฒนาการนกั เรียนทจ่ี บหลักสูตรการศกึ ษา ปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563 3.2 คูมือบันทึกขอมลู การประเมนิ พัฒนาการนักเรยี นทีจ่ บหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 การกำหนดเกณฑก ารประเมนิ เกณฑการประเมนิ กำหนดดังรายละเอยี ดตอไปนี้ 1. พัฒนาการดา นรางกาย อารมณ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ญ ญา กำหนดระดับคุณภาพ ดงั นี้ ระดับ 1 หมายถึง ปรบั ปรุง ระดับ 2 หมายถึง พอใช ระดับ 3 หมายถงึ ดี 2. ในการสรุปพฒั นาการในภาพรวมทงั้ 4 ดาน คือ ดานรา งกาย อารมณ จติ ใจ สังคม และสตปิ ญญา
๒๓ กำหนดเกณฑการพิจารณาระดับคณุ ภาพดังนี้ ระดบั 1 หมายถงึ มีพฒั นาการระดับปรับปรุง ระดบั 2 หมายถงึ มีพฒั นาการระดับพอใช ระดบั 3 หมายถึง มีพัฒนาการระดบั ดี 4. วิธดี ำเนินการ/การเกบ็ รวบรวมขอ มูล การประเมินพฒั นาการนกั เรียนทจี่ บหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 ไดด ำเนินการตามขัน้ ตอน ดังนี้ 4.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารจัดประชุมเชิงปฏิบัติการประเมิน พฒั นาการนกั เรยี นที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 เพือ่ ช้แี จง สราง ความเขาใจและฝกปฏิบัติตามชุดกิจกรรมการจดั ประสบการณ การบันทึกขอมูล ใหกับครูผูสอนชั้นอนุบาล ปที่ 3 ทุกโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร จำนวน 240 โรงเรียน ระหวา งวนั ที่ 4 – 9 มีนาคม 2564 จำนวน 3 รุน พบวา ครูปฐมวัยที่เขา รว มประชมุ เชิงปฏิบัตกิ ารมีความรู ความเขาใจการประเมนิ พฒั นาการนักเรยี นท่จี บหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 จากการทำแบบทดสอบ คิดเปนรอยละ 80 มีความพึงพอใจตอการเขารวมประชุมเชิงปฏิบัติการ อยใู นระดบั มาก 4.2 สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษามุกดาหารแตง ตัง้ คณะกรรมการประเมินพฒั นาการ และคณะกรรมการนิเทศตดิ ตามการประเมนิ พัฒนาการนักเรียนทีจ่ บหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 4.3 คณะกรรมการประเมินพัฒนาการ และคณะกรรมการนเิ ทศติดตามการประเมนิ พฒั นาการ นักเรยี นทีจ่ บหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 ดำเนินการภายใน เดอื นมนี าคม 2564 และรวบรวมขอมลู สงใหส ำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษามุกดาหาร 4.4 สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษามุกดาหารบันทึกขอมลู จัดประชุมวิเคราะหผ ล การประเมินและจดั ทำรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการนักเรียนท่จี บหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 5. การวเิ คราะหข อ มลู การวิเคราะหขอ มลู การประเมินพัฒนาการนักเรยี นที่จบหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 ดำเนินการดังนี้ 5.1 รวบรวมขอมลู จากทกุ โรงเรียนในสังกดั สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร 5.2 ตรวจสอบความสมบรู ณของขอ มูลผลการประเมินพฒั นาการนักเรยี นทีจ่ บหลักสูตรการศกึ ษา ปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 5.3 วเิ คราะหขอ มลู ผลการประเมนิ พฒั นาการนักเรียนทจ่ี บหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 ตามประเดน็ การประเมินโดยการวเิ คราะหฐ านนิยม (Mode) และการหาคารอ ยละ (Percentage)
๒๔ บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข อมูล ผลการประเมินพัฒนาการนักเรยี นทจี่ บหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 ในคร้งั นี้ ไดด ำเนินการเก็บรวบรวมขอมลู จากนักเรียนชั้นอนุบาลปที่ 3 จำนวน 3,061 คน จำนวน 243 โรงเรยี น ทำการวเิ คราะหผ ลการประเมนิ พัฒนาการ นำเสนอตามลำดับ ดงั น้ี ตอนท่ี 1 ผลการประเมินพฒั นาการนกั เรียนทจ่ี บหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 ระดบั เขตพื้นท่ีการศกึ ษา ตอนที่ 2 ผลการประเมินพฒั นาการนักเรียนทจ่ี บหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563 จำแนกตามขนาดโรงเรยี น ตอนท่ี 3 ผลการประเมนิ พฒั นาการนกั เรยี นทจ่ี บหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563 จำแนกตามมาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงคของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ พฒั นาการนกั เรียนท่ีจบหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563 ระดับเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา ตาราง 1 รอยละนกั เรียนตามระดับคุณภาพพฒั นาการในภาพรวมทุกดาน (จำนวนนกั เรยี นปกติ 3,061) รายการ รอ ยละนกั เรยี นตามลำดบั คุณภาพ ดี พอใช ปรบั ปรุง พฒั นาการในภาพรวมทุกดา น 86.95 12.05 1.00 จากตาราง 1 พบวา พฒั นาการในภาพรวมทุกดานระดับเขตพน้ื ที่การศึกษา นักเรยี นสวนใหญมีพัฒนาการ อยูในระดบั ดสี งู สุด คดิ เปนรอยละ 86.95 สว นท่ีเหลืออยใู นระดับพอใช รอยละ 12.05 และระดับ ปรับปรงุ รอ ยละ 1.00 ตาราง 2 รอยละนกั เรียนตามระดบั คุณภาพรายพัฒนาการ (จำนวนนกั เรยี นปกติ 3,061) รายการ รอ ยละนกั เรียนตามลำดบั คณุ ภาพ ดี พอใช ปรับปรุง รางกาย 89.21 10.11 0.68 อารมณ จิตใจ 89.65 9.54 0.81 สงั คม 89.35 9.96 0.69 สตปิ ญ ญา 77.59 18.60 1.81 จากตาราง 2 พบวา นักเรียนสว นใหญม รี ะดบั คุณภาพรายพฒั นาการ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา อยูใ น ระดบั ดีทุกดา น โดยพฒั นาการดา นอารมณ จติ ใจ มผี ลการประเมินระดบั ดสี งู สดุ รอยละ 89.65 รองลงมา คือ พัฒนาการดา นสังคม รอยละ 89.35 พฒั นาการดา นรา งกาย รอ ยละ 89.21 และพัฒนาการ ดา นสตปิ ญญา รอ ยละ 77.59 ตามลำดบั
๒๕ ตอนที่ 2 ผลการประเมนิ พัฒนาการนกั เรยี นท่ีจบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 จำแนกตามขนาดโรงเรยี น ตาราง 3 รอ ยละนกั เรยี นตามระดับคุณภาพรายพฒั นาการ จำแนกตามขนาดโรงเรยี น รายการ ขนาด จำนวน รอยละนักเรียนตามลำดบั คุณภาพ รางกาย โรงเรียน นกั เรียน (คน) ดี พอใช ปรบั ปรงุ อารมณ จติ ใจ เลก็ 1,074 กลาง 1,772 84.56 14.51 0.93 สังคม ใหญ 215 เล็ก 1,074 91.09 8.30 0.61 สตปิ ญ ญา กลาง 1,772 ใหญ 215 96.90 3.10 0 เล็ก 1,074 กลาง 1,772 92.22 7.17 0.61 ใหญ 215 เล็ก 1,074 90.44 8.78 0.78 กลาง 1,772 ใหญ 215 95.58 4.37 0.05 91.81 7.54 0.65 90.26 9.20 0.54 96.07 3.93 0 76.47 21.21 2.32 80.18 18.11 1.71 90.29 9.62 0.09 จากตาราง 3 พบวาในภาพรวมนักเรียนสว นใหญใ นโรงเรยี นทุกขนาดมีพฒั นาการอยูในระดับดที ุกดาน โดยนกั เรยี นในโรงเรียนขนาดใหญม ีรอยละพฒั นาการระดับดีดานรางกายสูงสุด รองลงมาคอื ดานสงั คม ดา นอารมณ จิตใจ และดานสตปิ ญ ญา ตามลำดบั และโรงเรยี นขนาดกลางมีรอ ยละพฒั นาการระดบั ดี ดานรางกายสงู สดุ รองลงมาคือดา นอารมณ จติ ใจ ดานสังคม และดา นสตปิ ญญา ตามลำดบั สวนนักเรยี น ในโรงเรียนขนาดเลก็ มรี อยละพัฒนาการระดบั ดีดานอารมณ จิตใจ สูงสดุ รองลงมาคือ ดา นสงั คม ดานรา งกาย และดา นสตปิ ญญา ตามลำดบั เม่ือพจิ ารณาจำแนกตามขนาดโรงเรยี น พบวา นกั เรียนในโรงเรียนขนาดเลก็ มพี ัฒนาการดานอารมณ จิตใจ ในระดบั ดสี งู สุด รอยละ 92.22 รองลงมาคือพฒั นาการดานสังคม รอยละ 91.81 พัฒนาการดา นรางกาย รอยละ 84.56 และพฒั นาการ ดา นสตปิ ญ ญา รอยละ 76.40 ตามลำดับ นกั เรยี นในโรงเรยี นขนาดกลาง มีพัฒนาการดานรางกาย ในระดับดีสูงสุด รอยละ 91.09 รองลงมาคอื พัฒนาการดานอารมณ จิตใจ รอยละ 90.44 พฒั นาการดา นสังคม รอยละ 90.26 และพัฒนาการดา นสตปิ ญญารอ ยละ 80.18 ตามลำดบั นักเรียนในโรงเรยี นขนาดใหญ มีพฒั นาการดา นรางกายในระดับดสี งู สุด รอ ยละ 96.90 รองลงมาคือพฒั นาการดานสังคม รอยละ 96.07 พฒั นาการอารมณ จติ ใจ รอยละ 95.58 และ พฒั นาการดานสติปญ ญา รอ ยละ 90.29 ตามลำดับ
๒๖ ตอนท่ี 3 ผลการประเมนิ พฒั นาการนกั เรียนทจ่ี บหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 จำแนกตามมาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงคของหลักสตู รการศึกษา ปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 ตาราง 4 รอยละนกั เรียนตามระดับคุณภาพรายมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงคของหลกั สูตรการศกึ ษา ปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค รอ ยละนักเรยี นตามลำดับคณุ ภาพ ดี พอใช ปรบั ปรุง พัฒนาการดา นรางกาย 1. รางกายเจริญเตบิ โตตามวัยและมสี ุขนสิ ยั ที่ดี 87.93 9.99 2.08 2. กลามเนื้อใหญแ ละกลา มเนอื้ เลก็ แขง็ แรง ใชไดอยาง 86.02 13.06 0.92 คลองแคลว และประสานสัมพนั ธกัน พัฒนาการดานอารมณ จิตใจ 3. มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข 86.68 12.22 1.10 4. ช่นื ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว 92.17 7.21 0.62 5. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจที่ดงี าม 90.38 8.94 0.68 พัฒนาการดานสังคม 6. มีทักษะชีวติ และปฏิบัตติ นตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ 90.06 9.35 0.59 พอเพียง 7. รกั ธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ ม วฒั นธรรม และความเปน ไทย 89.96 9.54 0.50 8. อยรู วมกบั ผูอ ืน่ ไดอยางมีความสุขและปฏิบตั ิตนเปน สมาชกิ 86.91 11.95 1.14 ทีด่ ขี องสงั คมในระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริย ทรงเปน ประมุข พัฒนาการดานสติปญญา 9. ใชภ าษาส่ือสารไดเ หมาะสมกบั วยั 81.10 16.77 2.13 10. มีความสามารถในการคิดท่เี ปน พืน้ ฐานในการเรียนรู 77.48 20.68 1.84 11. มจี นิ ตนาการและความคิดสรา งสรรค 81.96 16.57 1.47 12. มีเจตคติที่ดีตอการเรยี นรู และมีความสามารถในการ 85.16 13.26 1.58 แสวงหาความรไู ดเ หมาะสมกับวัย จากตาราง 4 พบวา ในภาพรวมนักเรียนสวนใหญมีมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคของหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 อยูในระดับดีทุกมาตรฐาน โดยมาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออก ทางศิลปะดนตรี และการเคลื่อนไหว มีรอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอยละ 92.17 รองลงมาคือ มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม รอยละ 90.38 และมาตรฐานที่ 6 มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รอยละ 90.06 ตามลำดบั โดยมาตรฐานคุณลักษณะ ที่พึงประสงคที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เปน
๒๗ พื้นฐานในการเรียนรู รอยละ 77.48 มาตรฐานท่ี 9 ใชภาษาสื่อสารไดเหมาะสมกับวัย รอยละ 81.10 และมาตรฐานท่ี 11 มจี ินตนาการและความคดิ สรางสรรค รอ ยละ 81.96 ตามลำดบั ตาราง 5 รอ ยละนักเรียนตามระดบั คุณภาพของพัฒนาการดานรา งกาย รายตัวบงชี้ มาตรฐาน/ตัวบง ช้ี รอยละนกั เรยี นตามลำดับคณุ ภาพ ดี พอใช ปรับปรุง มาตรฐานที่ 1 รางกายเจรญิ เติบโตตามวัยและมสี ขุ นสิ ัยที่ดี 1.1 นำ้ หนกั และสวนสงู ตามเกณฑ 78.74 15.90 5.36 1.2 มสี ุขภาพอนามยั สุขนิสยั ทดี่ ี 94.91 4.98 0.11 1.3 รกั ษาความปลอดภยั ของตนเองและผอู นื่ 90.14 9.08 0.78 มาตรฐานท่ี 2 กลามเนื้อใหญและกลามเน้ือเลก็ แข็งแรง ใชไ ดอ ยางคลองแคลว และประสานสมั พันธก นั 2.1 เคลือ่ นไหวรางกายอยางคลอ งแคลว ประสานสัมพันธ 89.42 9.87 0.71 และทรงตัวได 2.2 ใชมอื - ตาประสานสมั พันธก ัน 82.61 16.25 1.14 จากตาราง 5 พบวา ในภาพรวมนักเรียนสวนใหญมีพัฒนาการดานรางกาย รายตัวบงชี้อยูในระดับดี ทุกตัวบงชี้ โดยตัวบงชี้ท่ี 1.2 มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี มีรอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอ ยละ 94.91 รองลงมาคอื ตัวบงช้ที ่ี 1.3 รักษาความปลอดภัยของตนเองและผอู นื่ รอยละ 90.14 ตัวบงชี้ที่ 2.1 เคลื่อนไหวรางกาย อยางคลองแคลว ประสานสัมพันธ และทรงตัวได รอยละ 89.42 ตามลำดบั โดยตัวบงช้ที มี่ รี อยละของพฒั นาการระดับดีต่ำสุด คือ ตัวบงชท้ี ี่ 1.1 น้ำหนักและสว นสงู ตามเกณฑ รอ ยละ 78.74 ตาราง 6 รอ ยละนักเรยี นตามระดบั คุณภาพของพฒั นาการดานอารมณ จิตใจ รายตัวบง ช้ี มาตรฐาน/ตวั บง ช้ี รอยละนกั เรยี นตามลำดบั คุณภาพ ดี พอใช ปรับปรงุ มาตรฐานท่ี 3 มีสขุ ภาพจิตดีและมีความสขุ 3.1 แสดงออกทางอารมณไดอยา งเหมาะสม 88.17 10.88 0.95 3.2 มคี วามรสู ึกท่ีดีตอตนเองและผอู ่นื 85.18 13.56 1.26 มาตรฐานท่ี 4 ชืน่ ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว 4.1 สนใจ มคี วามสุข และแสดงออกผานงานศลิ ปะ ดนตรี 92.17 7.21 0.62 และการเคลอ่ื นไหว มาตรฐานท่ี 5 มคี ุณธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจทด่ี ีงาม 5.1 ซือ่ สัตยส จุ รติ 91.05 8.62 0.33 5.2 มคี วามเมตตากรุณามนี ำ้ ใจ และชว ยเหลือแบง ปน 92.36 7.12 0.52 5.3 มีความเหน็ อกเห็นใจผูอื่น 91.97 7.61 0.42 5.4 มคี วามรบั ผิดชอบ 86.12 12.41 1.47
๒๘ จากตาราง 6 พบวา ในภาพรวมนักเรยี นสวนใหญม ีพัฒนาการดา นอารมณ จติ ใจ รายตัวบงชอี้ ยใู นระดับดี ทกุ ตัวบง ช้ี โดยตัวบง ช้ที ี่ 5.2 มีความเมตตากรุณา มนี ้ำใจ และชว ยเหลือแบงปน มรี อ ยละของพัฒนาการ ระดบั ดสี ูงสุด รอยละ 92.36 รองลงมาคือ ตวั บงช้ที ่ี 4.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผานงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว รอ ยละ 92.17 และตัวบง ช้ี 5.3 มีความเหน็ อกเห็นใจผูอืน่ รอ ยละ 91.97 ตามลำดบั โดยตัวบง ชท้ี ีม่ รี อ ยละของพฒั นาการระดับดีต่ำสุดคอื ตวั บงชที้ ่ี 3.2 มคี วามรูสึกทดี่ ีตอ ตนเอง และผอู ืน่ รอยละ 85.18 ตาราง 7 รอยละนกั เรยี นตามระดับคุณภาพของพฒั นาการดา นสงั คม รายตวั บง ช้ี มาตรฐาน/ตัวบงช้ี รอ ยละนกั เรยี นตามลำดับคุณภาพ ดี พอใช ปรบั ปรงุ มาตรฐานท่ี 6 มที ักษะชีวิตและปฏบิ ัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6.1 ชว ยเหลือตนเองในการปฏิบัติกจิ วัตรประจำวนั 93.86 5.91 0.23 6.2 มวี นิ ยั ในตนเอง 90.15 8.97 0.88 6.3 ประหยัดและพอเพียง 86.18 13.17 0.65 มาตรฐานที่ 7 รกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอม วฒั นธรรม และความเปน ไทย 7.1 ดแู ลรักษาธรรมชาติและส่งิ แวดลอม 91.90 7.32 0.78 7.2 มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรักความเปน ไทย 88.01 11.76 0.23 มาตรฐานที่ 8 อยรู ว มกับผูอื่นไดอ ยางมีความสุขและปฏิบัติตนเปนสมาชกิ ท่ดี ีของสังคม ในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข 8.1 ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตางระหวางบุคคล 90.46 8.66 0.88 8.2 มีปฏสิ ัมพนั ธท ีด่ กี บั ผูอ่ืน 89.09 10.13 0.78 8.3 ปฏิบตั ติ นเบอ้ื งตนในการเปน สมาชกิ ท่ีดีของสังคม 81.19 17.05 1.76 จากตาราง 7 พบวา ในภาพรวมนักเรียนสวนใหญมีพัฒนาการดานสังคมรายตัวบงชี้อยูในระดับดี ทุกตัวบงชี้ โดยตัวบงชี้ที่ 6.1 ชวยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน มีรอยละของพัฒนาการ ระดับดีสูงสุด รอยละ 93.86 รองลงมาคือ ตัวบงชี้ที่ 7.1 ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รอยละ 91.90 และตัวบงชี้ที่ 8.1 ยอมรับความเหมือนและความแตกตางระหวางบุคคล รอยละ 90.46 ตามลำดับ โดยตัวบงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ ตัวบงชี้ที่ 8.3 ปฏิบัติตนเบื้องตนในการ เปน สมาชกิ ทีด่ ขี องสังคม รอ ยละ 81.19
๒๙ ตาราง 8 รอ ยละนักเรียนตามระดบั คุณภาพของพัฒนาการดานสตปิ ญญา รายตัวบงช้ี มาตรฐาน/ตวั บง ช้ี รอ ยละนักเรยี นตามลำดับคุณภาพ ดี พอใช ปรบั ปรงุ มาตรฐานที่ 9 ใชภ าษาส่ือสารไดเ หมาะสมกับวัย 9.1 สนทนาโตตอบและเลาเร่ืองใหผ ูอ่ืนเขา ใจ 78.73 19.18 2.09 9.2 อา น เขียนภาพและสัญลักษณได 83.47 14.36 2.17 มาตรฐานที่ 10 มคี วามสามารถในการคิดท่เี ปนพ้นื ฐานในการเรียนรู 10.1 มีความสามารถในการคดิ รวบยอด 79.84 18.49 1.67 10.2 มคี วามสามารถในการคดิ เชิงเหตผุ ล 74.94 23.20 1.86 10.3 มีความสามารถในการคิดแกปญหาและตัดสนิ ใจ 77.65 20.37 1.98 มาตรฐานท่ี 11 มีจินตนาการและความคดิ สรา งสรรค 11.1 ทำงานศลิ ปะตามจนิ ตนาการและความคิดสรางสรรค 79.32 19.18 1.50 11.2 แสดงทา ทาง/เคล่ือนไหวตามจินตนาการ 84.61 13.95 1.44 อยา งสรางสรรค มาตรฐานที่12 มีเจตคติท่ีดีตอการเรียนรแู ละมีความสามารถในการแสวงหาความรูไ ดเ หมาะสมกับวัย 12.1 มีเจตคติท่ีดตี อการเรียนรู 85.01 13.62 1.37 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู 85.30 12.90 1.80 จากตาราง 8 พบวา ในภาพรวมนักเรียนสวนใหญมีพัฒนาการดานสติปญญารายตัวบงชี้อยูในระดับดี ทุกตัวบงชี้ โดยตัวบงชี้ที่ 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู รอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอยละ 85.30 รองลงมาคอื ตวั บงช้ที ่ี 12.1 มีเจตคติท่ีดตี อ การเรยี นรู รอ ยละ 85.01 และตวั บง ช้ี ท่ี 11.2 แสดงทา ทาง/เคลื่อนไหวตามจนิ ตนาการอยา งสรา งสรรค รอยละ 84.61 ตามลำดบั โดยตัวบงช้ี ทม่ี รี อยละของพฒั นาการระดับดีตำ่ สดุ คือ ตวั บงชี้ที่ 10.2 มีความสามารถในการคิดเชิงเหตผุ ล รอ ยละ 74.94
๓๐ บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ รายงานผลการประเมินพัฒนาการนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 มีวัตถุประสงคเพื่อรายงานผลการประเมินพัฒนาการของนักเรียนที่จบหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษามุกดาหารดำเนินการรวบรวมขอมูลจากนักเรียน จำนวน 3,061 คน จำนวน 240 โรงเรียน สำหรับเครือ่ งมอื ที่ใชใ นการเก็บรวบรวมขอมลู ประกอบดวย คูม ือดำเนนิ งานประเมนิ พฒั นการนักเรียนที่จบ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ชุดกิจกรรมการจัดประสบการณ สำหรับการประเมินพัฒนาการนักเรียนที่จบ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และคูมือบันทึกขอมูลการประเมินพัฒนาการนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ในปการศึกษา 2563 จากผลการวิเคราะหขอมูลการประเมินพัฒนาการ ดา นรางกาย ดานอารมณ จติ ใจ ดา นสังคม และดา นสตปิ ญ ญา ของนักเรียนทจ่ี บหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 มขี อ สรุป ผลการประเมินพฒั นาการ อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ ดังน้ี สรปุ ผลการประเมินพัฒนาการ 1. ผลการประเมินพัฒนาการ ระดับเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา ผลการประเมินพฒั นาการในภาพรวมทุกดาน ระดับเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา นกั เรียนสวนใหญ มพี ฒั นาการอยใู นระดับดสี ูงสุด คดิ เปนรอ ยละ 86.95 สว นทเี่ หลอื อยใู นระดับพอใช รอยละ 12.05 และระดับปรับปรุง รอยละ 1.00 เมื่อจำแนกตามระดับคุณภาพรายพัฒนาการ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา นักเรียนสวนใหญมีพัฒนาการดานอารมณ จิตใจ ในระดับดีสูงสดุ รอยละ 89.65 รองลงมาคือ พัฒนาการ ดานสังคม รอยละ 89.35 พัฒนาการดานรางกาย รอยละ 89.21 และพัฒนาการดานสติปญญา รอยละ 77.59 ตามลำดบั 2. ผลการประเมินพัฒนาการ จำแนกตามขนาดโรงเรยี น 2.1 จำแนกตามขนาดโรงเรียน นักเรียนสวนใหญในโรงเรียนทุกขนาด มีพัฒนาการอยูในระดับดี ทุกดาน โดยนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญมีรอยละพัฒนาการระดับดีดานรางกายสูงสุด รองลงมาคือ ดานสังคม ดานอารมณ จิตใจ และดานสติปญญา ตามลำดับ และโรงเรียนขนาดกลางมีรอยละพัฒนาการ ระดับดีดานรางกายสูงสุด รองลงมาคือดานอารมณ จิตใจ ดานสังคม และดานสติปญญา ตามลำดับ สวนนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กมีรอยละพัฒนาการระดับดีดานอารมณ จิตใจ สูงสุด รองลงมา คือ ดา นสงั คม ดา นรางกาย และดา นสตปิ ญญา ตามลำดบั นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก มพี ัฒนาการดา นอารมณ จติ ใจ ในระดบั ดีสงู สดุ รอยละ 92.22 รองลงมาคอื พฒั นาการดา นสังคม รอ ยละ 91.81 พฒั นาการดานรา งกาย รอยละ 84.56 และพฒั นาการ ดานสตปิ ญญา รอยละ 76.40 ตามลำดับ
๓๑ นักเรียนในโรงเรียนขนาดกลาง มีพัฒนาการดานรางกาย ในระดับดสี ูงสดุ รอยละ 91.09 รองลงมาคอื พัฒนาการดานอารมณ จิตใจ รอยละ 90.44 พฒั นาการดา นสังคม รอยละ 90.26 และ พัฒนาการดา นสติปญญารอยละ 80.1- ตามลำดบั นักเรียนในโรงเรยี นขนาดใหญ มีพฒั นาการดานรางกายในระดับดสี งู สดุ รอ ยละ 96.90 รองลงมาคือพัฒนาการดานสังคม รอยละ 96.07 พัฒนาการอารมณ จิตใจ รอ ยละ 95.58 และ พฒั นาการดา นสติปญญา รอ ยละ 90.29 ตามลำดบั 3. ผลการประเมนิ พัฒนาการ จำแนกตามมาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค ของหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 3.1 มาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงคข องหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 จำแนกตามรายมาตรฐาน ในภาพรวมนกั เรยี นสวนใหญม มี าตรฐานคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงคอยูในระดบั ดี ทุกมาตรฐาน โดยมาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะดนตรี และการเคลื่อนไหว มีรอยละของ พัฒนาการระดับดีสูงสดุ รอยละ 92.17 รองลงมาคือ มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดี งาม รอยละ 90.38 และมาตรฐานที่ 6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รอยละ 90.06 ตามลำดับ โดยมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เปนพื้นฐานในการเรียนรู รอยละ 77.48 มาตรฐานที่ 9 ใชภาษาสื่อสารไดเหมาะสมกับวัย รอยละ 81.10 และมาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและความคิด สรางสรรค รอยละ 81.96 ตามลำดบั 3.1.1 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานรางกาย รายตัวบงชี้ นักเรียนสวนใหญ มีพัฒนาการดานรางกาย รายตัวบงชี้อยูในระดับดีทุกขอ โดยตัวบงชี้ที่ 1.2 มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี มีรอ ยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอ ยละ 94.91 รองลงมาคือ ตวั บงชที้ ี่ 1.3 รักษาความปลอดภัยของ ตนเองและผูอื่น รอ ยละ 90.14 ตัวบง ชีท้ ี่ 2.1 เคลอื่ นไหวรางกาย อยางคลองแคลว ประสานสัมพันธ และ ทรงตัวได รอยละ 89.42 ตามลำดับ โดยตัวบงช้ีท่ีมรี อยละของพฒั นาการระดบั ดีต่ำสุด คือ ตัวบงชี้ที่ 1.1 นำ้ หนักและสวนสูงตามเกณฑ รอยละ 78.74 3.1.2 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานอารมณ จิตใจ รายตัวบงช้ี นักเรียนสวนใหญ มีพัฒนาการดานอารมณ จิตใจ รายตัวบงชี้อยูในระดับดีทุกขอ โดยตัวบงชี้ที่ 5.2 มีความเมตตากรุณา มีน้ำใจ และชวยเหลือแบงปน มีรอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอยละ 92.36 รองลงมาคือ ตัวบงชี้ ที่ 4.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผานงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว รอยละ 92.17 และ ตัวบงชี้ 5.3 มีความเห็นอกเห็นใจผูอื่น รอยละ 91.97 ตามลำดับโดยตัวบงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการ ระดับดตี ำ่ สุดคอื ตวั บงช้ีที่ 3.2 มคี วามรูสกึ ท่ีดตี อ ตนเองและผูอ ื่นรอยละ 85.18 3.1.3 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานสังคม รายตัวบงชี้ นักเรียนสวนใหญ มีพัฒนาการดานดานสงั คม รายตวั บง ช้ีอยใู นระดบั ดีทุกขอ โดยตวั บง ชท้ี ี่ 6.1 ชวยเหลอื ตนเองในการปฏิบัติ กิจวัตรประจำวัน มีรอยละของพัฒนาการระดับดีสูงสุด รอยละ 93.86 รองลงมาคือ ตัวบงชี้ที่ 7.1 ดูแล รักษาธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รอยละ 91.90 และตัวบง ชที้ ี่ 8.1 ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตาง
๓๒ ระหวางบุคคล รอยละ 90.46 ตามลำดับ โดยตัวบงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ ตัวบงชี้ ท่ี 78.3 ปฏิบตั ิตนเบ้อื งตนในการเปน สมาชกิ ทีด่ ีของสงั คม รอ ยละ 81.19 3.1.4 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคดานสติปญญา รายตัวบงช้ี นักเรียนสวนใหญ มีพัฒนาการดานสติปญญา รายตัวบงชี้ อยูในระดับดีทุกขอ โดยตัวบงชี้ที่ 12.2 มีความสามารถในการ แสวงหาความรู รอยละของพัฒนาการระดับดสี ูงสุด รอยละ 85.30 รองลงมาคอื ตวั บง ชที้ ี่ 12.1 มีเจตคติ ที่ดีตอการเรียนรู รอยละ 85.01 และตัวบงชี้ที่ 11.2 แสดงทาทาง/เคลื่อนไหวตามจินตนาการอยาง สรางสรรค รอยละ 84.61 ตามลำดับ โดยตัวบงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ ตัวบงช้ี ที่ 10.2 มีความสามารถในการคิดเชงิ เหตุผลรอยละ 74.94 อภปิ รายผล การประเมินพฒั นาการของนักเรยี นทีจ่ บหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 นำเสนอการอภปิ รายผล ดังน้ี 1. ผลการประเมินพัฒนาการของนกั เรียนที่จบหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560 ปการศึกษา 2563 ในภาพรวมระดับเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา มรี อยละพฒั นาการในระดับดีทกุ ดา น รอยละ 86.95 ซึ่งเปนไปตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่สิบสอง พ.ศ. 2560 - 2564 ยุทธศาสตรที่ 1 การเสริมสรางและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย เปาหมายที่ 2 คนใน สงั คมไทยทกุ ชวงวยั มีทักษะความรูและความสามารถเพิม่ ขนึ้ 2.1 เดก็ ปฐมวยั มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ ตัวชี้วัดที่ 1 เด็กมีพัฒนาการสมวัยไมนอยกวารอยละ 85 อยางไรก็ตาม หากพิจารณาปรัชญาการศึกษา ปฐมวัยและจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั ทีม่ ุงเนนใหมกี ารพัฒนานักเรียนอยางเปนองครวม ใหมี ความพรอมทั้งดานรางกาย อารมณ จิตใจ สังคม และสติปญญา และมีคุณลักษณะสมวัยสอดคลองกับ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค แตเมื่อพจิ ารณาเปนรายพฒั นาการ พบวา พฒั นาการดานอารมณ จติ ใจ พัฒนาการดานสังคม และพัฒนาการดานรางกาย มผี ลการประเมินระดับคณุ ภาพดใี กลเคยี งกัน คือ รอยละ 89.65 รอยละ 89.35 และรอยละ 89.21 แตพัฒนาการดานสติปญญามีผลการประเมินพัฒนาการ ที่คารอยละแตกตางจากพัฒนาการดานอารมณ จิตใจ ดานสังคมและดานรางกาย คือ รอยละ 77.59 ซึ่งเปนขอมูลใหโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษาและผูเก่ียวของ นำไปใชกำหนดทศิ ทางพัฒนาคุณภาพนักเรียน เพ่ือใหสอดคลอ งอยางเปนองครวมตอไป 2. ผลการประเมินพัฒนาการดานรางกาย ของนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 มาตรฐานท่ี 1 รางกายเจรญิ เติบโตตามวยั และมีสุขนิสยั ท่ีดี ตวั บงชท้ี ่ี 1.2 มสี ุขภาพอนามยั สขุ นสิ ยั ท่ีดี มผี ลการประเมนิ พัฒนาการระดบั ดสี ูงสุด แสดงถงึ โรงเรียนมีการสงเสริม กำกบั ติดตาม เฝาระวัง ภาวะการเจริญเตบิ โตของนักเรียนปฐมวยั โดยใหน ักเรียนปฐมวยั ไดร ับประทานอาหารที่มี ประโยชนครบ 5 หมู และดื่มน้ำอยางเพียงพอไดออกกำลงั กายอยางสมำ่ เสมอ นอนหลับพักผอ นในสถานท่ี สะอาด มีอากาศถายเทไดดี ดังที่ กระทรวงสาธารณสุข (2561 : 60) ไดกำหนดขอบขายใหครูผูดูแลเด็ก ปฐมวัยควรปลูกฝงพฤติกรรมที่เสริมสรางสุขอนามัยที่ดีใหกับเด็ก โดยจัดใหเด็กไดทากิจวัตรและกิจกรรม ตาง ๆ เหลานี้สอนใหเด็กลางมืออยางถูกวิธี กอนรับประทานอาหาร หลังเขาหองน้ำ และหลังจากเลน กลางแจง ใหเ ดก็ แปรงฟนหลังรบั ประทานอาหารทกุ คร้งั ใหเด็กปด ปาก ปดจมกู ดวยผา หรือกระดาษ
๓๓ ทิชชูเวลาไอ จาม แลวทิ้งลงถังขยะท่ีมฝี าปด และลางมือดว ยสบูใหสะอาด ทุกครั้ง รวมถึงการสวมหนากาก อนามัยเวลาเจ็บปวยดวยโรค ทางเดินหายใจ จะชวยลดการแพรกระจายเชื้อใหผูอื่น ใหเด็กขับถายในหอง สวมที่ถูกสุขลักษณะ ใหเด็กทิ้งขยะในถังที่มีฝาปด ใหเด็กหลีกเลี่ยงการอยูและหลับนอนในที่แออัด ไมให เด็กไปแหลงที่เสี่ยงตอการติดเชื้อไดงาย เชน ชุมชนแออัด จะชวยลดการติดเชื้อทางเดิน หายใจได อาน หนงั สือทสี่ งเสริมการเสริมสรา งพฤตกิ รรมอนามยั กบั เด็กเปนประจำ ทำใหมผี ลการประเมินพฒั นาการอยูใน ระดับที่นาพึงพอใจ อยางไรก็ตาม มาตรฐานและตัวบงชี้ที่มีรอยละของพฒั นาการระดับดีต่ำสุด ในภาพรวม ระดับเขตพื้นที่การศึกษา คือ มาตรฐานที่ 1 รางกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบงชี้ที่ 1.1 น้ำหนักและสว นสงู ตามเกณฑ รอยละ 7๘.๗๔ จงึ เปน ขอ มลู ท่ีโรงเรียนและหนวยงานที่เกีย่ วของทุกภาคสวน ควรรวมมือกันสงเสริมและเฝาระวังติดตามการเจริญเติบโตของนักเรียน ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภา การศึกษา (2562 : 142 - 143) ไดเสนอแนวทางการเฝาระวังติดตามการเจริญเติบโตของนักเรียน ปฐมวัยเปนรายบุคคล ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหงชาติ คณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัย แหงชาติ (ก.พ.ป.) ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 2 มกราคม 2562วา ควรมีการติดตามและบันทึกผลการ เจริญเติบโตนักเรียนรายบุคคลทุก 3 เดือน โดยจุดลงบนกราฟน้ำ หนักและสวนสูงตามอายุ และแปลผล ภาวะโภชนาการและแนวโนมการเจริญเติบโต แจงผลการเจริญเติบโต การประเมินพฤติกรรมการบริโภค อาหารของนักเรียนเปนรายบุคคล และใหคำแนะนำความรูดานโภชนาการที่สอดคลองกับภาวะโภชนาการ ของนักเรียนแกพอแม ผูปกครอง และผูสอน นำผลการเจริญเติบโตมาปรับการจัดรายการอาหารให เหมาะสมกับนักเรียนเปนรายบุคคล โดยมีแผนการดำเนินการตามมาตรฐานอยางเปนระบบและตอเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารควรสงเสริมโรงเรียนในสังกัด กำกับ ติดตาม เฝาระวัง ภาวะการเจริญเติบโตของนักเรียนปฐมวัย โดยใหนักเรียนปฐมวัยไดรับประทานอาหารที่มี ประโยชนครบ 5 หมู และดื่มน้ำอยางเพียงพอไดออกกำลังกายอยางสม่ำเสมอ นอนหลับพักผอนในสถานที่ สะอาด มอี ากาศถายเทไดด ี 3. ผลการประเมินพัฒนาการดานอารมณ จิตใจ ของนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 ในภาพรวมระดับเขตพื้นที่การศึกษา มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบงชี้ที่ 5.2 มีความเมตตากรุณา มีน้ำใจ และชวยเหลือแบงปน มีผลการ ประเมินพัฒนาการระดับดีสูงสุด แสดงถึงโรงเรียนมีการจัดประสบการณที่สงเสริมคุณลักษณะตามวัย ดังที่ กระทรวงศึกษาธกิ าร (2560 : 43) ไดก ำหนดขอบขายการจัดกิจกรรมการพัฒนาอารมณ จติ ใจและปลูกฝง คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเปนการใหเด็กมคี วามเมตตากรุณา เอื้อเฟอ แบงปน มีมารยาท โดยจัดกิจกรรมตา ง ๆ ผานการเลนใหเด็กไดไดฝกปฏบิ ัติโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมอยางตอเนื่อง สวนมาตรฐานและตัว บงชี้ที่มีรอยละของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบงชี้ที่ 3.2 มีความรูสึกที่ดีตอตนเองและผูอื่น จึงควรใหความสำคัญตอการจัดกิจกรรมสงเสริมนักเรียนใหเปนผูมี ความรูสึกที่ดีตอตนเองและผูอื่นเพิ่มขึ้น ดังที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2561 : 154 - 155) กลา ววา การจดั กิจกรรมสรางความสัมพนั ธระหวางนักเรยี นกับครู นักเรยี นกบั นกั เรียน และจัดการแกไขขอ ขัดแยง ที่อาจเกิดขึน้ ตลอดจนการสรางบรรยากาศและสภาพแวดลอมทสี่ งเสริมใหนกั เรยี นอบอุน ปลอดภัย มีความมั่นคงทางอารมณ เห็นคุณคาดวยการใหความสำคัญกับนักเรียนทุกคน เมื่อทำผิดครูพรอมให
๓๔ คำแนะนำ ชวนใหเด็กคิด ยอมรับผิด พรอมจะปรับและพัฒนาตนเอง รวมถึงการใหแรงเสริมทางบวก เปน กจิ กรรมทีส่ ามารถสง เสรมิ ใหน กั เรยี นมีความรูส กึ ทดี่ ีตอ ตนเองและผูอ นื่ 4. ผลการประเมินพัฒนาการดานสังคม ของนักเรียนท่ีจบหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 ในภาพรวมระดับเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา มาตรฐานที่ 6 มีทักษะชีวติ และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบงชี้ที่ 6.1 ชวยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน มีผลการประเมินพัฒนาการระดับดีสูงสุด แสดงถึงการจัดกิจกรรมผานการลงมือปฏิบัติจริง รวมกันกับเพื่อนในชั้นเรียนผานกิจกรรมเสริมประสบการณ การเลนตามมุม การเลนกลางแจง นักเรียนมี พัฒนาการระดับดีต่ำสุดในมาตรฐานและตัวบงชี้เดียวกัน คือ มาตรฐานที่ 8 ตัวบงชี้ที่ 8.3 ปฏิบัติตน เบ้ืองตน ในการเปน สมาชิกท่ีดขี องสังคม ซ่งึ แสดงใหเ ห็นวา โรงเรียน ควรใหความสำคัญกบั การจดั กิจกรรมให นักเรียนปฏิบตั ิตนเปนสมาชิกท่ีดีของสังคมผานกิจกรรมประจำวัน ดงั ที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2561 : 3 - 22) ไดแนะนำวิธีการสงเสริมนักเรียนวัย 3 - 5 ป ไววา ควรเปดโอกาสใหเด็กไดอยูรวมกับ ผูใหญ มีสว นรวมในฐานะสมาชิกคนหน่งึ ของโรงเรียน บา น และชมุ ชน 5. ผลการประเมนิ พัฒนาการดานสตปิ ญ ญา ของนกั เรียนทจี่ บหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 ในภาพรวมระดับเขตพื้นทกี่ ารศึกษา มาตรฐานที่ 12 มเี จตคติ ที่ดีตอการเรียนรู และมีความสามารถในการแสวงหาความรูไดเหมาะสมกับวัย ตัวบงชี้ที่ 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู มีผลการประเมินในระดับดีสูงสุด แสดงใหเห็นวาโรงเรียนจัด ประสบการณการเรียนรูสง เสริมใหนกั เรียนสวนใหญมกี ารแสวงหาความรู สอดคลองกับหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (กระทรวงศึกษาธิการ,2560 : 41) ที่กำหนดหลักการจัดประสบการณไววา ควรจัดประสบการณการเลนและการเรียนรูอยางหลากหลายเนนเด็กเปนสำคัญ สนองความตองการ ความสนใจ และความแตกตางระหวางบุคคล และบริบทที่นักเรียนอาศัยอยูโดยใหความสำคัญ ดานกระบวนการเรียนรูและพัฒนาการ ใหพอแม ครอบครัว ชุมชน และผูเกี่ยวของมีสว นรวมในการพัฒนา นักเรียน ทั้งนี้ การจัดประสบการณตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเปนการพัฒนานักเรียนเปนองครวมใน รูปแบบของกิจกรรมบูรณาการผานการเลนดวยการปฏิบัติจริงดวยประสาทสัมผัสทั้ง 5 และประสบการณ ตรงที่นักเรียนไดปฏิบัติจริง (Active Learning) การจัดประสบการณการเรียนรูที่สอดคลองกับพัฒนาการ ตามวัยของนักเรียนจึงใหนกั เรียนมีความพรอมในการเรียนรูส ่ิงตาง ๆ สวนมาตรฐานและตัวบงชี้ที่มีรอยละ ของพัฒนาการระดับดีต่ำสุด คือ มาตรฐานท่ี 10 มีความสามารถในการคิดที่เปนพื้นฐานในการเรียนรู ตัวบงชี้ที่ 10.2 มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล สอดคลองผลการศึกษาการคิดเชิงเหตุผลของเด็ก ปฐมวัย ของจารุวรรณ คงทวี (2551: 57-58) พบวา การจัดกิจกรรมพัฒนาการคิดเชิงเหตุผลควรเปน กจิ กรรมทเี่ ปดโอกาสใหเด็กไดลงมือกระทำโดบผานประสาทสัมผัสท้ังหา เปน กิจกรรมท่ีฝก ใหเด็กคิดคนหรือ หาวิธีการแปลก ๆ ใหม ๆ ที่คนพบขึ้นตนเองมาทดลองใชในกิจกรรมเปนกิจกรรมที่เด็กไดมีโอกาสสังเกต สำรวจ จำแนกเปรียบเทียบสิ่งตาง ๆ ของวัสดุอุปกรณคนควาทดลองในแกปญหาดวยตนเอง จะเห็นไดวา การจัดประสบการณที่สงเสริมความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลเปนกิจกรรมท่ีครูผูสอนและผูปกครอง สามารถรวมมือกันในการสง เสรมิ ใหเดก็ ปฐมวัยมีพัฒนาการในดา นนี้ไดอยางเหมาะสมตามวัยทัง้ ที่บานและ ท่โี รงเรยี น
๓๕ ขอ เสนอแนะ ขอมูลการประเมินพัฒนาการประเมินพัฒนาการของนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปการศึกษา 2563 ใชเปนขอมูลสารสนเทศในการวางแผนปฏิบัติงานการพัฒนาเด็ก ปฐมวัย ทง้ั ในระดบั สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษามุกดาหาร และโรงเรียน ดงั นี้ ระดับสำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา 1. ควรสรางความตระหนกั และความรูค วามเขา ใจใหตรงกันในการดำเนนิ งานและภารกิจในการจดั การศึกษาปฐมวัยใหโ รงเรียน ในเร่ืองตอไปนี้ 1.1 การจดั ประสบการณพ ัฒนาเดก็ ปฐมวัยแบบองคร วมอยา งเต็มศักยภาพ 1.2 การสง เสริมการเจรญิ เตบิ โต สขุ อนามัย และการพัฒนาการทางรางกายของเด็กปฐมวยั 1.3 การสง เสรมิ การใชภ าษาสอ่ื สารใหเหมาะสมตามวัย ตลอดจนการสงเสรมิ ใหเ ด็กปฐมวัย มีจินตนาการและความคดิ สรางสรรค 1.4 สง เสริมใหผูบริหารโรงเรียนและครปู ฐมวัยไดมคี วามรู และเหน็ ความสำคัญของการจดั การศกึ ษาปฐมวยั โดยใหความสนใจและเอาใจใสอยา งจริงจัง 1.5 สง เสริมใหโรงเรยี นนำนวตั กรรมทเ่ี ก่ียวของกบั การพัฒนาการศกึ ษาปฐมวยั มาใช โดยคำนงึ ถงึ หลกั การจัดการศึกษาปฐมวัย และความเหมาะสมกบั บรบิ ทของสังคมที่แวดลอ มเด็ก 2. สงเสริม สนับสนุนการดำเนนิ งานการจัดการศกึ ษาปฐมวัยในดานงบประมาณและสอื่ การเรียน การสอน 3. สงเสรมิ สนบั สนุนจดั ใหม ีผูสอนปฐมวัยมีทกั ษะในการจัดประสบการณเ รียนรู 4. สง เสริมใหผูบรหิ ารโรงเรยี นไดเรียนรกู ารจดั การศึกษาปฐมวัยทีถ่ กู ตองตามหลกั การ 5. กำกบั ติดตาม การดำเนนิ งานการจัดการศกึ ษาปฐมวยั อยางตอ เนื่อง ระดับโรงเรียน ควรสรางความตระหนักและความรคู วามเขา ใจใหแกครูปฐมวยั ผปู กครองและผเู ก่ียวของในเรอื่ ง ตอ ไปน้ี 1. การจดั ประสบการณพฒั นาเด็กปฐมวยั แบบองคร วมอยา งเต็มศักยภาพโดยเนน การบูรณาการ การเรยี นรู 2. การสง เสริมสุขอนามัยของเดก็ ไดแ ก การรักษาความสะอาดมือและเล็บมือ เทา และเล็บเทา ปาก ล้ิน ฟน การลางมอื หลังจากการใชห องน้ำ หองสว ม เปน ตน 3. สงเสริมการฝก ทกั ษะการส่ือสาร การคดิ และการแสวงหาความรู การพฒั นาความคดิ รวบยอด คิดเชิงเหตุผล สงั เกต จำแนก เปรียบเทียบ จดั หมวดหมู เรยี งลำดบั เหตกุ ารณ แกป ญหา และมติ สิ มั พนั ธ อยา งตอเนื่อง 4. การสง เสริมจนิ ตนาการและความคดิ สรางสรรค ควรใหเ ดก็ ไดพัฒนาความคดิ ริเรม่ิ สรางสรรค ไดถา ยทอดอารมณความรูส ึกและเห็นความสวยงามของสง่ิ ตา งๆ รอบตวั โดยใชก ิจกรรมสรางสรรคแ ละ ดนตรเี ปนสอื่ ใชก ารเคลอ่ื นไหวและจงั หวะตามจินตนการ ใหประดิษฐสิง่ ตางๆ อยา งอสิ ระตามความคดิ รเิ ริ่ม สรางสรรคข องเด็ก
๓๖ 5. การใหโอกาสเดก็ ไดเลน ทำงานรว มกันเปน กลุม โดยเนนใหม ีการวางแผน เลอื ก ตัดสินใจ และลงมือปฏิบตั ิ 6. การประเมินพัฒนาการเด็ก ควรดำเนนิ การอยา งเปน ระบบและตอเนอ่ื ง ตลอดจนนำผลการ ประเมนิ มาใชใ นการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ พฒั นาเด็กใหเต็มตามศักยภาพของแตล ะคน 7. สง เสรมิ ใหพ อแม ผปู กครองมีสว นรว มในการเฝาระวงั ภาวะทพุ โภชนาการและภาวะโภชนาการ เกนิ เกณฑ ระดบั ชัน้ เรียน 1.ครผู ูส อนควรนำขอ มลู ไปใชในการพฒั นาเด็กระดับชัน้ เรียน พัฒนาเดก็ เปนรายบุคคล ราย มาตรฐาน คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค และนำขอมูลไปใชในการวิจยั ในชน้ั เรียน ๒. ครูควรนำผลการประเมินไปออกแบบการจดั ประสบการณก ารเรียนรูหรือแสวงหานวัตกรรม ใหม ๆ เพ่ือยกระดับคุณภาพเด็ก โดยยึดมาตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค และออกแบบการประเมิน พฒั นาการโดยใชวธิ กี ารหลากหลาย ใชเครอื่ งมือทม่ี ีคุณภาพ และเนนการวัดและประเมินผลตามสภาพจรงิ และฝก เด็กใหมีทักษะการคดิ พน้ื ฐาน
๓๗ บรรณานกุ รม กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2560) หลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช 2560. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพชมุ นุมสหกรณการเกษตร แหง ประเทศไทย จำกดั กระทรวงสาธารณสุข (2561) แนวทางการการจัดอาหาร บรบิ าลนำ้ และสรา งสขุ ภาวะทด่ี ี ในสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัย สำหรบั ผบู ริหาร ครแู ละผูดูแลเดก็ ตามมาตรฐานสถานพัฒนา เดก็ ปฐมวัยแหงชาติ http://dental2.anamai.moph.go.th/ewtadmin/ewt/dental/ewt_dl_link.php?nid=2046 จารุวรรณ คงทวี (255๗) การคดิ เชงิ เหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ไดรบั การจดั กิจกรรมทักษะพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร ปรญิ ญานิพนธ กศม. (การศกึ ษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ นนั ทิยา นอ ยจนั ทร. (2548). การประเมินผลพัฒนาการของเด็กปฐมวยั , นครปฐม:นิตินยั เลขาธกิ ารสภาการศึกษา, สำนกั งาน. (2562) มาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัยแหงชาติ. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท พริกหวานกราฟฟค จำกดั ______(๒๕๖๑) แนวแนะวธิ กี ารอบรมเลี้ยงดู ดูแล และพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามสมรรถนะเพ่อื เพม่ิ คุณภาพเด็กตามวยั 0 - 5 ป. พิมพครั้งท่ี 2. กรงุ เทพฯ : บริษทั พริกหวานกราฟฟค จำกัด สมพร สทุ ศั นยี (2547) จิตวิทยาการปกครองช้นั เรยี น. กรุงเทพฯ : บริษทั คอทฟอรม จำกัด Woolfolk, A. E. (๑๙๙๘). Educational psychology. Boston: Allyn & Bacon
๓๘ ภาคผนวก
๓๙ ผลการประเมนิ พัฒนาการนักเรยี นทจ่ี บหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปการศกึ ษา 2563 จำแนกแตละโรงเรยี นในสงั กัด ท่ี โรงเรยี น จำนวน รอ ยละของผลการประเมนิ พฒั นาการ แยกแตละดา น รอยละของ นกั เรียน ดา นรางกาย ดานอารมณ ดานสังคม ดาน ผลการประเมนิ (คน) จติ ใจ สติปญ ญา ท้ัง 4 ดาน 1 บานบุงอุทยั 8 98.63 94.17 99.63 85.43 94.47 2 บานสมปอยรอดนกุ ลู 17 99.26 99.80 98.94 99.40 99.35 3 บานทา ไค 13 95.46 91.27 95.80 82.53 91.27 4 บานโนนศรี 6 96.94 98.89 99.50 96.87 98.05 5 คำสายทองวทิ ยา 3 77.78 73.33 81.78 66.67 74.89 6 บา นกุดโงง 10 98.17 96.33 95.77 90.63 95.23 7 บานดานคำ 3 100 96.67 100 93.00 97.42 8 นาคำนอยวิทยา 12 86.44 84.17 83.83 83.43 84.47 9 เมืองใหม 22 99 99.85 99.86 98.00 99.18 10 บา นศนู ยไหม 9 92.93 91.10 91.23 84.27 89.88 11 บานนาโปนอ ย 8 95.83 97.50 100 90.63 95.99 12 มุกดาลยั 95 98.55 98.53 98.73 96.97 98.20 13 บา นนาโปใหญ 6 100 100 100 95.83 98.96 โคกสวุ รรณ 14 อนุบาลมกุ ดาหาร 120 99.29 98.50 98.63 96.57 98.25 15 ชุมชนศรบี ญุ เรือง 13 95.13 93.73 95.33 90.23 93.61 16 คำอาฮวน 12 97.25 98.10 99.00 98.10 98.11 ศรสี รุ าษฎรวิทยา 17 บานคำเขือง 4 90.75 92.50 94.75 89.08 91.77 18 บานคำเม็ก 3 82.78 78.89 82.89 72.89 79.36 19 บา นโคงสำราญ 12 93.89 89.80 87.13 87.17 89.50 20 บา นดงมนั 8 99.08 99.17 96.25 93.33 96.96 21 บา นโนนสะอาด 17 87.11 88.89 90.40 84.73 87.78 ราษฎรบ ำรงุ 22 บานพรานอน 13 100 99.58 95.03 96.11 97.68 23 บา นเหลาคราม 6 97.71 97.93 99.43 93.63 97.18 24 บานเหมอื งบา 3 86.08 91.67 93.17 87.00 89.48 25 บานดงเยน็ 10 98.95 99.53 98.13 96.63 98.31 26 บา นโคกขามเลยี น 3 90.88 99.40 99.10 97.93 96.83 27 นราธปิ -พรอยสุพณิ 12 94.26 91.10 74.40 85.90 86.42 บานโคกตะแบง 28 บา นปง โพน 22 95.97 93.93 98.64 92.60 95.29 29 บา นโพนสวาง 12 97.56 98.33 99.25 96.00 97.79 30 บา นสามขวั 17 92.67 94.90 95.90 95.33 94.70 31 บา นหนองแคนนาจาน 19 99.67 98.23 97.13 94.63 97.42
๔๐ ผลการประเมนิ พัฒนาการนักเรยี นทีจ่ บหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 ปก ารศกึ ษา 2563 จำแนกแตละโรงเรียนในสังกดั จำนวน รอ ยละของผลการประเมินพัฒนาการ แยกแตละดา น รอ ยละของ ผลการประเมนิ ที่ โรงเรียน นกั เรยี น ดา นรางกาย ดานอารมณ ดานสงั คม ดา น (คน) จติ ใจ สตปิ ญ ญา ท้ัง 4 ดาน 32 บา นกดุ แข 18 97.67 99.81 98.50 92.83 97.20 98.71 33 บานกุดแขใ ต 2 100 100 100 94.83 98.92 97.54 34 บานดงยางนนั ทวนั 13 99.33 99.73 100 96.63 94.98 94.83 35 บานปงเปอ ย 16 96.53 99.17 98.88 95.57 99.65 99.82 36 บา นนาโด 4 95.42 98.33 97.00 89.17 96.85 97.98 37 แกงนาบอนพทิ ยาสรรค 20 93.33 94.67 97.97 93.33 82.95 96.12 38 ชมุ ชนนาโสก 28 99.73 99.76 100 99.11 99.22 98.67 39 บานหนองน้ำเตา 15 99.27 100 100 100 99.20 97.87 40 บา นนาหวั ภู 5 96.33 96.00 98.80 96.27 97.17 96.95 41 บา นเหลา ปา เปด 16 99.77 98.13 97.93 96.10 97.68 88.36 42 บา นนาถอน 12 94.77 85.57 78.53 72.93 96.45 99.10 43 บานนาโสกนอย 6 96.33 96.67 94.93 96.53 99.92 95.73 44 ชมุ ชนโพนทราย 13 99.43 99.50 99.54 98.40 87.63 97.94 45 บา นมว งหัก 2 100 96.67 100 98.00 97.13 97.26 46 บา นหนองหญาไซย 18 99.17 99.63 99.50 98.50 97.31 73.11 47 คำฮีเบญจวิทย 17 97.33 98.53 98.30 97.33 98.16 98.58 48 บานแกนเตา 3 98.17 96.67 97.00 96.83 92.26 99.25 49 บานนาดี 2 4 99.08 99.17 96.20 93.33 50 บานสงเปอยเหนือ 29 100 100 97.90 92.80 51 หวยยางจอมมณี 7 91.57 86.20 97.40 78.27 52 บา นไร 3 96.33 98.89 96.00 94.56 53 บานดงมอน 16 98.60 98.97 100 98.83 54 บา นปาหวาย 19 100 99.81 100 99.87 55 บา นพงั คอง 11 95.97 96.06 97.53 93.37 56 บา นสงเปอย 25 89.30 91.33 95.77 74.10 57 บานหนองบัว 8 98.63 99.58 97.73 95.83 58 บานหนองแวง 18 96.10 97.97 98.13 96.30 59 บานโคก 1 9 97.50 99.63 97.00 94.90 60 บา นคำผงึ้ 5 100 96.00 96.97 96.27 61 บา นจอมมณีใต 14 75.93 76.67 75.53 64.30 62 ไตรมติ รวทิ ยาคม 16 97.23 98.53 98.30 98.57 63 บานโนนตมู 1 96.33 100 100 98.00 64 บา นผงึ่ แดด 11 95.30 93.00 93.67 87.07 65 บา นหนองไผ 2 100 100 97.00 100
๔๑ ผลการประเมินพัฒนาการนกั เรียนที่จบหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ปก ารศึกษา 2563 จำแนกแตละโรงเรยี น จำนวน รอ ยละของผลการประเมนิ พัฒนาการ แยกแตล ะดา น รอยละของ ผลการประเมนิ ที่ โรงเรยี น นักเรยี น ดานรางกาย ดานอารมณ ดา นสงั คม ดา น (คน) จิตใจ สตปิ ญ ญา ทัง้ 4 ดา น 66 บานสามขามติ รภาพ 37 98.50 97.57 97.87 96.83 97.69 ที่ 3 100.00 67 แกงโนนคำ 16 100 100 100 100 ประชาสรรค 98.77 98.60 99.03 99.63 97.83 100.00 68 บา นคำปา หลาย 24 100 100 100 100 76.08 87.30 73.80 75.33 67.87 97.82 69 บา นนาคำนอย 2 9 100 100 100 91.27 92.51 70 บา นนาตะแบง 1 14 92.80 93.33 94.77 89.13 86.50 71 บา นนาสองหอ ง 5 95.53 72 บานนาเสอื 18 100.00 หลายหนองยอ 88.23 73 บานคำผักหนอก 16 87.73 85.83 88.43 84.00 97.64 สงเปอย 95.90 96.30 96.63 93.30 98.82 74 บานดอนมว ย 9 100 100 100 100 95.14 90.73 87.77 91.93 82.47 97.14 75 บา นหนองแอก 14 87.64 97.37 98.33 97.83 97.03 96.56 76 ชมุ ชนบางทรายใหญ 12 92.43 99.50 99.78 99.60 96.40 77 บา นหนองหอย 14 98.78 97.78 95.00 89.00 98.64 ปา หวาย 95.11 100 99.00 94.44 88.89 87.78 91.89 82.00 96.92 78 ชุมชนบานคำชะอี 15 96.86 96.19 99.14 94.03 100.00 92.60 94.00 92.73 90.40 99.83 79 บา นกกไฮโนนนำ้ คำ 3 100.00 100 98.73 100 95.83 80 บานแกง ชา งเนยี ม 3 96.65 97.56 98.33 97 94.80 81 บานนาปุง 3 100 100 100 100 99.31 100 100 100 99.33 82 บานโนนสวาง 1 7 100 100 100 100 97.44 83 บา นหนองกะปาด 5 94.30 98.57 96.63 97.10 วดั หลวงปูจาม มหา 12 84 ปุโฺ ญ บานหว ยทราย \"ราษฎรป ระสงค\" 85 บา นกลาง 6 86 คำบกราษฎรน กุ ลู 4 87 บา นบาก 1 3 88 บานหวยลำโมง 2 89 บา นน้ำเทย่ี ง วันครู 35 2501 90 บา นหนองเอย่ี นดง 18 100 100 100 97.23 'ราษฎรส งเคราะห' 98.57 96.67 97.10 97.43 91 บานโนนสังขศรี 21
Search