โครงงาน การศกึ ษาความเป็นกรดของนา้ ผลไม้ ผู้จัดทา้ 1 นายวรภัทร คามอญ เลขท1่ี 6 2 นางสาวนันทิชา มีชนะ เลขท่ี20 3 นางสาวอรจิรา นรินทร์ เลขที่25 4 นายกฤษฎา มาอ้น เลขท3ี่ 1 5 นายนนทกร บรคิ ุต เลขท3่ี 3 เสนอ ครู ดารงค์ คันธะเรศย์ โครงงานนเี ปน็ สว่ นหนึ่งของรายวิชา I30201 โรงเรยี นปวั อ้าเภอปัว จังหวัดนา่ น ภาคเรยี นท่ี 1ปกี ารศึกษา 2564
ก กิตตมิ ากรรมประกาศ โครงงานวิทยาศาสตรเ์ รอื่ งการศึกษาความเปน็ กรดของน้าผลไม้ จัดทาข้ึนเพื่อศึกษา เกีย่ วกับการทดลองหาระดบั ความเปน็ กรดของนา้ ผลไม้แตล่ ะชนดิ ท่นี ามาผสมกันและ ทดสอบความสามารถในการกัดกร่อน นามาเตมิ เกลือละลายว่ามฤี ทธใ์ิ นการขจดั คราบสกปรกบนเหรียญหรอื ไม่ โดยไดร้ บั การสนบั สนุนจากคุณครูดารงค์ คนั ธะเรศย์ ครปู ระจาวชิ า ขอขอบพระคณุ ทใ่ี ห้คาปรึกษาในการจดั ทาโครงงานไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะ ในการศกึ ษาคน้ คว้า นายวรภทั ร คามอญ นางสาวนันทชิ า มีชนะ นางสาวอรจริ า นรนิ ทร์ นายกฤษฎา มาอ้น นายนนทกร บริคุต ผู้จัดทา
ข ช่อื ผจู้ ัดท้า : นายวรภัทร คามอญ นางสาวนันทิชา มีชนะ นางสาวอรจริ า นรนิ ทร์ นายกฤษฎา มาอ้น นายนนทกร บรคิ ตุ ชือ่ เรอื่ ง : การศกึ ษาความเป็นกรดของนาผลไม้ ปกี ารศกึ ษา : 2564 บทคัดย่อ โครงงานวิทยาศาสตร์เรอ่ื งการศึกษาความเป็นกรดของนา้ ผลไม้ การทดลองนีมี จดุ มุ่งหมายเพอ่ื ทดสอบหาระดับความเปน็ กรดและความสามารถในการกักกรอ่ น โดย แบ่งการทดลองออกเปน็ 2 ตอน คอื ตอนท่ี 1 ศึกษาหาระดบั ความเป็นกรด โดยการนา นา้ มะนาวผสมกบั น้าสับปะรด นา้ มะนาวผสมกบั นา้ สม้ และน้าสบั ปะรดผสมกับน้าส้ม เพ่ือทดสอบหาระดับคา่ ความเปน็ กรดและในตอนที่ 2 จะศกึ ษาเกย่ี วกบั ความสามารถ ในการกดั กรอ่ น ของนา้ ผลไมท้ ผ่ี สมกนั ในตอนที่ 1 โดยการเติมเกลือละลายน้าลงไปน้า ผลไม้ทผี่ สมไว้ แลว้ หลังจากนนั นาเหรยี ญท่มี คี วามสกปรกมาใส่ในน้าผลไมท้ ัง 3 แบบ และสงั เกตผลการทดลอง
สารบญั ค กิตติกรรมประกาศ หนา้ บทคดั ย่อ สารบัญ ก สารบญั (ตอ่ ) ข บทท่ี 1 บทนา ค ง ที่มาและความสาคัญของโครงงาน 1 วตั ถุประสงค์ 1 สมมตฐิ านการวจิ ยั 1 ขอบเขตของการศกึ ษา 2 ตัวแปร 2 2 บทท่ี 2 เอกสารและงานท่ีเกีย่ วข้อง 3 ผลไม(้ มะนาว) 3 ผลไม(้ ส้ม) 4 ผลไม(้ สับปะรด) 7 คา่ ความเป็นกรดของนาผลไม้ 8 คา่ phของนาผลไม้ 9 บทที่ 3 วธิ ีดาเนินการโครงงาน 11 11 อุปกรณ์และวธิ ีการทดลอง 12 ขันตอนและวธิ ีการดาเนินการ 13 บทท่ี 4 ผลการศึกษาทดลอง
สารบญั (ต่อ) ง บทที่ 5 สรุปและข้อเสนอแนะ หนา้ 14 วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจัย 14 สรุปผลการทดลอง 14 ขอ้ เสนอแนะ 14 15 บรรณานุกรม 16 ภาคผนวก
1 บทที่ 1 บทน้า ท่มี าและความสาคญั ของโครงงาน ประชาชนสว่ นใหญ่นยิ มดม่ื นา้ ผลไม้เพ่ือคลายร้อนและกระหาย บางครงั ก็นาน้าผลไมม้ า แปรรปู ซง่ึ เปน็ การถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่งหรอื นามารบั ประทานแทนของวา่ งก็ได้ กลมุ่ ของ พวกเราจงึ ได้นาขอ้ มูลเหล่านมี าคุยและปรกึ ษากันกบั สมาชิกภายในกลมุ่ ว่าเราสามารถนาผลไม้ บางชนิดท่มี ีฤทธคิ์ วามเปน็ กรดมาขจัดคราบสกปรกบนเหรียญ( เหรียญ1 บาท)ไดห้ รือไมแ่ ละถา้ ต้องจดั ระดับค่าความเป็นกรดเมื่อนาน้าผลไม้มาผสมกันนนั จะสามารถเรียงลาดบั วา่ อนั ไหนมคี ่า ความเปน็ กรดสงู สดุ จากขอ้ สงสัยตา่ งๆเหลา่ นกี ล่มุ ของพวกเราจึงไดค้ ดิ คน้ จัดทาโครงงานนีขนึ มา วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศกึ ษาหาระดับค่าความเป็นกรดของนา้ ผลไม้ (น้ามะนาว น้าสบั ปะรด นา้ ส้ม) 2. เพอ่ื ศึกษาว่ากรดจากนา้ ผลไม้(น้ามะนาว นา้ สบั ปะรด นา้ ส้ม) เมือ่ เตมิ เกลอื ละลายน้า ลงไปจะมคี วามสามรถในการขจดั คราบสกปรกบนเหรียญ( เหรียญ1 บาท)ได้หรอื ไม่ 3. เพอ่ื ศกึ ษาหาความสามารถในการกดั กร่อนของน้าผลไม้(น้ามะนาว นา้ สบั ปะรด น้า ส้ม) เม่ือนาเกลือละลายน้ามาผสม
2 สมมตฐิ าน -เมื่อนาน้ามะนาว น้าสับปะรด น้าสม้ มาเติมเกลอื ละลายนา้ ลงไป พบว่าระดับความ เปน็ กรดเปลี่ยนไป -เมือ่ นาเกลือละลายนา้ ผสมลงไป จะทาใหค้ วามสามารถในการกดั กร่อนและขจัดคราบ สกปรกเหรยี ญ( เหรยี ญ1 บาท)ได้มากย่ิงขึน ขอบเขตของการศึกษาคน้ คว้า 1. ศกึ ษาหาระดับคา่ ความเปน็ กรด ของนา้ มะนาว นา้ สบั ปะรด นา้ สม้ 2. ศกึ ษาหาความสามารถในการกัดกรอ่ นของ นา้ มะนาว น้าสบั ปะรด นา้ ส้ม แลว้ เตมิ เกลอื ละลายน้าลงไปและความสามารถในการขจัดคราบสกปรกเหรียญ( เหรียญ1 บาท) ตวั แปร ตัวแปรตน้ -นา้ มะนาว นา้ สบั ปะรด น้าส้ม เกลอื ละลายนา้ ตัวแปรตาม - การกระจัดคราบของน้าผลไมบ้ นเหรยี ญ( เหรยี ญ1 บาท) ตวั แปรควบคุม -ปรมิ าณน้ามะนาว ปรมิ าณน้าสับปะรด ปริมาณน้าสม้ ปรมิ าณเกลือละลายนา้ ชนิด เหรียญ
3 บทท่2ี เอกสารและงานที่เกี่ยวขอ้ ง การดาเนินโครงงานวิทยาศาสตร์ เร่อื ง ความเปน็ กรดของนาผลไม้ คณะผจู้ ัดทาได้ทบทวน ความหมายตลอดจนแนวคดิ เอกสารอ้างองิ และงานท่ีเกยี่ วข้องเพอื่ ใช้เปน็ แนวทางในการวิจยั มี ดังนี 1.ผลไม้(มะนาว) มะนาว เปน็ ไมผ้ ลชนิดหน่ึง ผลมีรสเปรียวจดั จดั อย่ใู นสกุลสม้ (Citrus) ผลสเี ขยี ว เมอ่ื สุกจัด จะเป็นสีเหลอื ง เปลือกบาง ภายในมีเนือแบ่งกลบี ๆ ชมุ่ นามาก นับเปน็ ผลไมท้ ่ีมคี ุณค่า นิยมใช้ เป็นเคร่อื งปรุงรส นอกจากนยี ังถือว่ามีคณุ ค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ด้วย มะนาวเป็นพชื พนื เมอื งในภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ผูค้ นในภมู ิภาคนีรู้จัก และใช้ ประโยชน์จากมะนาวมาชา้ นาน นามะนาวนอกจากใช้ปรุงรสเปรยี วในอาหารหลายประเภทแลว้ ยังนามาใชเ้ ปน็ เครอื่ งด่มื ผสมเกลือ และนาตาล เป็นนามะนาว ซึ่งเป็นทร่ี ูจ้ ักกันดีทังในประเทศ ไทย และตา่ งประเทศทั่วโลก นอกจากนีเครอื่ งดม่ื แอลกอฮอลบ์ างชนิดยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิน บางๆ เสยี บไวก้ บั ขอบแก้ว เพ่ือใช้แต่ง มะนาวโดยท่ัวไปมีขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลางประมาณ 4 – 4.5 เซนตเิ มตร ตน้ มะนาวเปน็ ไม้พ่มุ เตยี สูงเต็มท่ีราว 5 เมตร กา้ นมีหนามเลก็ น้อย มักมีใบดก ใบยาวเรียวเลก็ น้อย คลา้ ยใบส้ม ส่วน ดอกสขี าวอมเหลือง ปกตจิ ะมดี อกผลตลอดทงั ปี แตใ่ นช่วงหน้าแล้ง จะออกผลน้อย และมีนา นอ้ ย พนั ธ์ุทนี่ ิยมปลกู ในประเทศไทย 1. มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาว มสี ีออ่ นคล้ายไข่เป็ด ขนาด 2-3 เซนติเมตร เปลือก บาง
4 2. มะนาวแปน้ ผลใหญ่ ค่อนข้างกลมแปน้ เปลอื กบาง มนี ามาก นยิ มใชบ้ รโิ ภค มากกวา่ พันธุ์อื่นๆ ในเชงิ พาณชิ ยจ์ ะปลกู มะนาวพนั ธุแ์ ป้นราไพและพันธแ์ุ ปน้ ดก พิเศษ สามารถบังคบั ให้ออกฤดูแลง้ ได้งา่ ย[1] 3. มะนาวหนัง ผลออ่ นกลมยาวหัวทา้ ยแหลม เมื่อโตเต็มที่ผลจะมีลกั ษณะกลม คอ่ นขา้ งยาว มีเปลือกหนา ทาใหเ้ กบ็ รกั ษาผลได้นาน 4. มะนาวทราย ทรงพมุ่ สวยใชเ้ ป็นไมป้ ระดับ ให้ผลตลอดปีแต่ไม่ค่อยนิยมบรโิ ภค เพราะนามีรสขมเจือปน มะนาวพันธอ์ุ ่ืน ๆ ได้แก่ มะนาวตาฮติ ิ, มะนาวหวาน, มะนาวปนี งั , มะนาวโมฬี, มะนาวพมา่ , มะนาวเตีย และมะนาวหนัง เปน็ ต้น (มะนาวบางพนั ธุ์อาจเรยี กไดห้ ลายช่อื แต่ในทีน่ ีไม่ได้สืบคน้ เพือ่ จาแนกเอาไว้) สรรพคุณทางยา มะนาวเปน็ ผลไมท้ ี่มีกรดอนิ ทรียห์ ลายชนิด เช่น กรดซิตรกิ กรดมาลกิ วติ ามนิ ซี จากนา มะนาว สว่ นนามนั หอมระเหยจากผิวมะนาว มีวติ ามนิ เอและซี ทังยงั มีธาตแุ คลเซียม และฟอสฟอรสั สูงกวา่ ในนามะนาวอกี ดว้ ย มะนาวมปี ระโยชน์ใชเ้ ป็นยาสมนุ ไพร ขบั เสมหะ แกไ้ อ เลอื ดออกตามไรฟัน เหงือกบวม 2.ผลไม้(สม้ ) ส้ม เป็นไมพ้ มุ่ หรือไมต้ ้นขนาดเล็กหลายชนดิ เปน็ พืชใบเลียงคู่ สกุล Citrus วงศ์ Rutaceae มดี ว้ ยกนั นบั รอ้ ยชนิด เติบโตกระจายอยู่ท่วั โลก โดยมากจะมีนามนั หอมระเหยในใบ ดอก และ ผล และมีกล่นิ ฉนุ หากนาใบขนึ สอ่ งกบั แสงแดด จะเห็นจุดเล็กๆ เต็มไปหมด ซึง่ จดุ เหลา่ นนั กค็ ือ แหล่งนามนั นัน่ เอง สม้ หลายชนดิ รบั ประทานได้ ผลมีรสเปรยี วหรือหวาน มกั จะมแี คลเซยี ม
5 โปแทสเซยี ม วิตามินเอ และ วิตามนิ ซี มากเป็นพเิ ศษ ถา้ ผลไม้จาพวกนีมี มะ อยหู่ น้า ตอ้ งตดั คา สม้ ออก เช่น ส้มมะนาว สม้ มะกรดู เป็น มะนาว มะกรูด อนกุ รมวิธานของส้มนนั มคี วามยุ่งยากและสบั สนมาชา้ นาน และเปน็ ทีถ่ กเถียงในการ จาแนกและตังชือ่ ชนดิ (สปีชีส์) ของส้มอยเู่ สมอ และการจาแนกกลมุ่ ยงั ขึนกับนกั อนกุ รมวิธาน ด้วย เช่น สวิงเกิล (Swingle) จาแนกได้ 16 ชนิด, ทานาคา (Tanaka) จาแนกได้ 162 ชนดิ และฮอจ สัน (Hodgson) จาแนก 36 ชนดิ ขณะท่บี างท่านเสนอว่าส้มทงั หลายจัดเปน็ พืชชนิดเดียวกนั ท่ี สามารถผสมพันธ์รุ ะหวา่ งกันได้ ขณะเดียวกนั การจาแนกอยา่ งละเอยี ดของทานาคา ก็สร้าง ความสาเร็จได้ เนื่องจากพบในภายหลงั วา่ บางชนดิ เป็นเพียงการผสมขา้ มสายพันธ์ุเทา่ นัน ดว้ ย เหตุนจี งึ ไม่แปลกหากเราจะพบชอื่ วิทยาศาสตร์ของส้มหลายชนิดที่แตกต่างกนั ดังนนั เพื่อความ แนน่ อน จงึ มักจะระบถุ งึ นกั อนุกรมวธิ านผจู้ าแนกเอาไวด้ ้วยพชื ตระกูลส้ม ปัจจุบนั นี มกี ารใชเ้ ทคนคิ ในการระบเุ อกลกั ษณ์ด้วยดเี อ็นเอ (DNA) และมีการเสนอว่า อาจจะมชี นดิ พนื ฐานของส้มอยา่ งกว้างๆ 4 ชนดิ ด้วยกัน คือ C. halimii - พบทางภาคใต้ของไทย และตะวนั ตกของมาเลเซยี อาจเปน็ ชนิดต้น กาเนิดของสม้ Poncirus และ Fortunella C. medica - สม้ โอมอื หรือส้มมือ อาจเปน็ ต้นกาเนิดของมะนาว หรอื เลมอน (lemon) C. reticulata - อาจเป็นตน้ กาเนิดของส้มจาพวกส้มเขยี วหวานทังหลาย C. maxima (หรือ C. grandis) - ส้มโอ นา่ จะเปน็ ต้นกาเนดิ ของส้มในปจั จบุ ันบางชนิด เชน่ กัน สายพันธส์ุ ้มท่นี ยิ มปลกู ในประเทศไทย ส้มเกลยี ง (Sweet Orange: C. sinensis) เปน็ ไมผ้ ลขนาดกลาง ตน้ สงู ประมาณ 5-7 เมตร ทรงพุ่มค่อนข้างทบึ กง่ิ ก้านแขง็ แรง มีหนามขนาดใหญ่ หลงั จากปลุกแล้ว 3 ปี จะเริม่ ให้ผลผลติ ตังแต่เริ่มออกดอกจนถึงดอกบานใช้เวลาประมาณ 20 วัน นบั จากดอกบานจนถึงผลแกใ่ ช้เวลาประมาณ 7.5-8 เดือน สม้ เขียวหวาน (Tangerine: C. reticulata) เปน็ ไมผ้ ลขนาดเล็ก ต้นสงู ประมาณ 2.5- 3 เมตร ทรงพมุ่ มลี กั ษณะแนน่ ทึบ เร่มิ ให้ผลผลติ เมอ่ื อายุ 3 ปี และใหผ้ ลผลติ ไม่ต่า
6 กวา่ 15 ปี ถา้ มกี ารดูแลรกั ษาอยา่ งดี ตังแต่เรม่ิ ออกดอกจนถึงดอกบานใชเ้ วลา ประมาณ 20-25 วัน นบั จากดอกบานจนถงึ ผลแก่ใชเ่ วลาประมาณ 8 เดอื น ตน้ ส้มเขยี วหวานท่มี อี ายุ 10 ปี ใหผ้ ลผลิตประมาณ 150-180 กโิ ลกรมั ต่อต้นตอ่ ปี นาหนกั เฉลย่ี ของผลประมาณ 8 ผลต่อ 1 กิโลกรัม ส้มจุก (Neck Orange: C. nobilis) เป็นไม้ผลขนาดกลาง เริ่มให้ผลผลติ หลงั ปลูก ประมาณ 3 ปี และใหผ้ ลต่อเนือ่ งไมต่ ่ากว่า 20 ปี ตงั แต่ออกดอกจนถงึ ดอกบานใช้ เวลาประมาณ 20 วนั นับจากดอกบานจนถึงผลแกใ่ ชเ้ วลาประมาณ 8 เดือน ต้น สม้ จุกทมี่ ีอายุ 5 ปี จะใหผ้ ลผลิตทม่ี นี าหนักเฉล่ยี ของผลประมาณ 5-6 ผลต่อ 1 กิโลกรมั สม้ ตรา (ส้มเชง้ ) (Acidless Orange: C. sinensis) เป็นไมผ้ ลทรงพมุ่ ขนาดเล็ก ตน้ สงู ประมาณ 2.5-3 เมตร เรม่ิ ใหผ้ ลผลติ เม่อื อายุ 3 ปี และใหผ้ ลผลิตไม่ตา่ กวา่ 10 ปี ตงั แต่เร่มิ ออกดอกจนถงึ ดอกบานใช้เวลาประมาณ 1 เดือน นับจากดอกบานจนถงึ ผลแกใ่ ช้เวลาประมาณ 8-9 เดอื น ต้นส้มตราทีม่ ีอายุ 5 ปี ให้ผลผลิตประมาณ 50 กโิ ลกรัมต่อต้นต่อปี นาหนกั เฉลยี่ ของผลประมาณ 6-8 ผลตอ่ 1 กิโลกรมั ส้มโอ (Pummelo: C. grandis หรือ C. maxima) เป็นไม้ผลทรงพมุ่ ขนาดกลาง ตน้ สูง ประมาณ 3-7 เมตร เริม่ ให้ผลผลิตเมอ่ื อายุ 4 ปี และให้ผลผลติ ไม่ตา่ กวา่ 15-20 ปี นับ จากดอกบานจนถงึ ผลแกใ่ ชเ้ วลาประมาณ 8 เดือน ต้นสม้ ท่ีมีอายุ 8 ปี จะให้ผลผลติ ประมาณ 80-100 ผลตอ่ ต้นตอ่ ปี
7 3.ผลไม้(สับปะรด) สบั ปะรด (ช่ือวิทยาศาสตร:์ Ananas comosus) เป็นพืชล้มลุกชนดิ หนึ่งท่ีมี ตน้ กาเนิดมาจากบริเวณทวปี อเมรกิ าใต้ ลาต้นมขี นาดสูงประมาณ 80–100 เซนติเมตร การ ปลูกสามารถปลกู ไดง้ ่ายโดยการฝังกลบหน่อหรือสว่ นยอดของผลที่เรยี กวา่ จุก เปลือกของผล สบั ปะรดภายนอกมลี ักษณะคลา้ ยตาลอ้ มรอบผล เปน็ ผลไม้เขตรอ้ นทมี่ คี วามสาคัญทางเศรษฐกจิ เปน็ อนั ดับสามของโลก โดยรฐั ฮาวายเป็น แหลง่ เพาะปลูกสบั ปะรดท่ีสาคัญของสหรัฐอเมรกิ า และในปี ค.ศ. 2016 คอสตารกิ า, บราซลิ และฟลิ ปิ ปนิ ส์มีสดั ส่วนการผลติ สบั ปะรดเกือบ 1 ใน 3 ของโลก แตล่ ะท้องถนิ่ ในประเทศไทยเรยี กสับปะรดแตกตา่ งกนั ออกไป เช่น ภาคกลาง เรียกว่า \"สับปะรด\" ภาคอีสาน เรียกวา่ \"บักนัด, หมากนดั \" ภาคเหนอื เรยี กว่า \"บะนดั , บะขะนัด, บ่อนดั \" ภาคใต้ เรยี กว่า \"ยา่ นัด, หย่านัด, ยา่ นนดั , ขนนุ ทอง, มะล\"ิ (โดย ย่านดั หรอื หยา่ นดั มที ีม่ าจากภาษาโปรตเุ กส: Ananás) ลกั ษณะของสบั ปะรด รปู ลักษณะ ไม้ลม้ ลกุ อายุหลายปี สงู 90–100 ซม. มลี าตน้ อยใู่ ตด้ ิน ใบเดี่ยวเรยี งสลับ ซ้อนกนั ถีม่ ากรอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถงึ 1 เมตร ไม่มกี า้ นใบ ดอกช่อออกจากกลางตน้ มีดอกย่อยจานวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มใี บเป็นกระจุกทป่ี ลาย สบั ปะรดเป็นพชื ใบเลียงเด่ียว สามารถทนตอ่ สภาพแวดล้อมตา่ ง ๆ ไดด้ ี เปน็ พืชเศรษฐกิจท่ี สาคัญ เม่ือเจรญิ เปน็ ผลแล้วจะเจรญิ ต่อไปโดยตาท่ีลาต้นจะเตบิ โตเป็นต้นใหมไ่ ด้อกี และ สามารถดดั แปลงเปน็ ไม้ประดบั ได้อกี ดว้ ย สบั ปะรดแบ่งออกตามลักษณะความเป็นอยไู่ ด้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คอื พวกท่มี รี ะบบรากหา อาหารอยใู่ นดนิ หรือเรียกว่าไม้ดนิ , พวกอาศัยอยู่ตามคาคบไมห้ รือลาต้นไม้ใหญ่ ไดแ้ ก่ ไม้ อากาศตา่ ง ๆ ท่ีไมแ่ ย่งอาหารจากตน้ ไม้ท่มี นั เกาะอาศัยอยู่ พวกนีส่วนใหญ่จะเปน็ ไมป้ ระดับ, และพวกทีเ่ จริญเตบิ โตบนผาหินหรือโขดหิน
8 ส่วนสับปะรดทเ่ี ราใชบ้ ริโภคจัดเป็นไมด้ นิ แตย่ ังมีลกั ษณะบางประการของไมอ้ ากาศเอาไว้ คอื สามารถเกบ็ นาไว้ตามซอกใบไดเ้ ลก็ น้อยมีเซลล์พเิ ศษสาหรบั เกบ็ นาเอาไวใ้ นใบ ทาให้ ทนทานในชว่ งแลง้ ไดด้ ้วย 4.ความเป็นกรดของนา้ ผลไม้ ปัจจัยท่สี ่งผลตอ่ อายกุ ารเกบ็ รักษาของนาผลไมค้ อื คา่ pH และการทาปฎิกริ ิยาของนาซึ่งมี อทิ ธพิ ลมากที่สุด ค่าความแปรปรวนของ pH อาจส่งผลต่อรสชาติ และอายุการเกบ็ รักษา โดยท่วั ไปนาผลไมจ้ ะมคี า่ pH ต่าอยทู่ ี่ประมาณ 2.0 ถึง 4.5 ค่า pH ท่ตี ่าของนาผลไม้เกิดจากกรด อินทรีย์ทม่ี อี ยูแ่ ตกตา่ งกันไปตามประเภทของนาผลไมใ้ นกระบวนการผลิตนาผลไม้ กฎ 5-ล็อก เพือ่ ลดจุลินทรยี ์ท่ีมีความเส่ยี งต่อการเกดิ โรคมีความจาเป็น จากขอ้ บงั คับขององค์การอาหารและ ยาของสหรฐั อเมริกา ดังนนั ขันตอนการประมวลผลผ่านความร้อนท่ีจาเป็นสาหรบั การปฏบิ ตั ินี จึงขึนอยกู่ บั คา่ pH แรกเรม่ิ ท่ีมีอยูใ่ นนาผลไม้ ในกลมุ่ ของเราได้วัดค่าPHของนาผลไมท้ ีผ่ สมกัน ไดด้ ังนี ระดบั ค่า pH ทีไ่ ด้ 1.นามะนาว + นาสับปะรด = 3.0. 2.นามะนาว + นาส้ม = 4.0 3.นาสม้ +นาสบั ปะรด = 4.5
9 5.คา่ phของนา้ ผลไม้ การวดั คา่ pH หรอื ความเปน็ กรด-ดา่ ง หรือคา่ กรด-เบส คอื การวัดความเขม้ ข้นของไฮโดรเจนใน สารละลาย เพอื่ ระบวุ า่ สารละลายนนั ๆ มคี วามเปน็ กรดหรือเป็นดา่ ง คา่ pH จะมีคา่ ตังแต่ 0 – 14 โดยสารทม่ี คี า่ pH น้อยกว่า 7 จะเป็นกรด เช่น นาสม้ สายชู, นา มะนาว และสารทม่ี ีคา่ pH มากกวา่ 7 จะเป็นด่าง เช่น สบู่, โซดาไฟ สาหรับสารละลายท่ีเป็น กลางจะมีคา่ pH เท่ากบั 7 เช่น นากล่นั การวดั คา่ pH นนั ทาไดห้ ลายวิธีแตจ่ ะให้ความละเอียดเที่ยงตรงไมเ่ ทา่ กัน เครอื่ งมือและอุปกรณ์ ในการวดั คา่ pH มีดังนี • กระดาษลิตมัส เปน็ วิธีท่ีสามารถระบุไดเ้ พียงว่าสารละลายนนั เป็นกรดหรือด่าง โดยกระดาษ ลิตมัสจะมี 2 สีคอื คือแดงและสนี าเงนิ วธิ ีทดสอบคือ นากระดาษทัง 2 สไี ปจ่มุ ในสารละลายท่ี ต้องการทดสอบ ถ้าทดสอบแล้วกระดาษสนี าเงนิ เปล่ียนเปน็ สแี ดง สารละลายนนั คอื เป็นกรด และถา้ สารละลายนันเปน็ ด่าง กระดาษสแี ดงจะเปล่ยี นเปน็ สนี าเงิน • กระดาษ pH เปน็ การวัดคา่ pH ทีส่ ามารถระบุได้วา่ สารละลายนันมคี วามเป็นกรด-ดา่ งมากนอ้ ย แคไ่ หนซง่ึ ให้ความละเอยี ดมากกวา่ การใช้กระดาษลิตมสั เนือ่ งจากจะมแี ถบสีเพอ่ื ให้เทยี บวา่ ตวั อย่างท่ีนามาทดสอบนันมีความเป็นกรดหรอื ด่างเทา่ ไหร่ หรอื อกี วิธีทใ่ี หค้ วามละเอยี ด ใกล้เคยี งกนั คอื การใชส้ ารละลาย Universal Indicator ซึ่งเป็นสารละลายทจี่ ะเปลยี่ นสีเมือ่ ค่า pH เปลีย่ นไป • pH Meter คือเครื่องมอื ทใ่ี ห้ความละเอียดและถกู ตอ้ งแมน่ ยามากกว่า 2 อุปกรณ์ทผ่ี า่ นมา เคร่อื ง pH meter มหี ลายแบบ เช่น แบบปากกา แบบมอื ถอื แบบตงั โตะ๊ หรอื แบบตดิ ตัง ซง่ึ การวัดคา่ pH โดยใช้เครอื่ ง pH Meter นนั จะเหมาะกบั การใช้ในงานอตุ สาหกรรมมากทีส่ ุด PH Meter แบบปากกา DIGICON PH-204 คุณสมบัติ • วดั ค่า pH ไดต้ งั แต่ 0~14
10 • มีฟังกช์ ันชดเชยอณุ หภมู ิอตั โนมตั ิ (ATC) • วัดอุณหภูมิได้ทัง oC, oF • ฟังกช์ นั ปรบั เทยี บอัตโนมัติ • ระดบั ปอ้ งกันนาและฝนุ่ IP67 กนั นาได้เปน็ อยา่ งดี • เปล่ยี นหวั วดั อิเล็กโทรดได้ ไม่ต้องซอื เคร่อื งใหม่ • รูปรา่ งแบบปากกา พกพางา่ ย • บันทึกคา่ ได้ PH Meter แบบบันทกึ คา่ ผา่ น SD Card DIGICON PH-235SD คณุ สมบตั ิ • วดั ค่า pH ไดต้ ังแต่ 0 ~14.00 และค่า ORP ±1999 mV • มีฟังกช์ นั ชดเชยอณุ หภมู ิอตั โนมัติ (ATC) หรอื เลือกชดเชยโดยผ้ใู ช้งานได้ • สามารถปรบั เทียบที่ pH 4, pH 7 และ pH 10 หรือค่าอ่ืนๆ ไดอ้ ตั โนมัติ • สามารถบันทึกขอ้ มลู ไดโ้ ดยผใู้ ชง้ านเองหรอื บนั ทกึ ข้อมลู อัตโนมตั ิแบบ Real time ผา่ น SD Card • สามารถเชอื่ มต่อคอมพวิ เตอรไ์ ดผ้ า่ นพอรท์ RS-232 หรือ USB
11 บทท่ี 3 วิธดี า้ เนนิ การโครงงาน วธิ ีด้าเนนิ การ อปุ กรณ์และวีธีการทดลอง 1. วัสดุ 1.1 นามะนาว 1.2 นาสบั ปะรด 1.3 นาสม้ 1.4 เกลอื ละลายนา 1.5 เหรียญหน่ึงบาท 3 เหรียญ 2. อปุ กรณ์ 2.1 มีด 2.2 แกว้ ขนาดกลาง 3 ใบ 2.3 ชามใบเล็ก 2 ใบ 2.4 ช้อน 2 คนั 2.5 เขยี ง 2.6 กระดาษลิตมสั
12 ขันตอนและวิธีการด้าเนนิ งาน ขนั ตอนการเตรียมวัสดุ 1.1 นามะนาว สบั ปะรดและส้มมาคนั ใหไ้ ด้นาและกรองเอาตะกอนทิง 1.2 นาเกลอื มาละลายนาละอาดทิงไว้ประมาณ 5 นาที ขนั ตอนการทดลอง ตอนท่ี 1 ศึกษาระดับคา่ ความเป็นกรดของนาผลไม้เมื่อนามาผสมและเรียงลาดับจากคา่ มาก ไปหาค่าน้อย 1.1 นามะนาว สม้ สบั ปะรด มาคนั ให้ไดน้ า 1.2 เมอ่ื ได้นาผลไมท้ งั 3 ชนิด แลว้ ใหน้ ามาผสมกันตามสดั สว่ นดงั นี 1.2.1 นานาสบั ปะรดไปผสมกับนามะนาว ในปรมิ าณ 1 ชอ้ นโต๊ะเท่ากนั 1.2.2 นานาสม้ ไปผสมกับนามะนาว ในปรมิ าณ 1 ช้อนโตะ๊ เทา่ กัน 1.2.3 นานาสม้ ไปผสมกบั นาสับปะรด ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะเทา่ กนั 1.3 เมือ่ นาไปผสมตามสดั ส่วนแล้ว คนให้เข้ากนั แล้วทดสอบหาระดบั คา่ ความเป็นกรดด้วย กระดาษลติ มสั 1.4 บนั ทึกผลการทดลองทไี่ ด้ โดยการเรยี งลาดับระดับคา่ ความเป็นกรด จากค่ามากไปหาค่านอ้ ย ตอนท่ี 2 ศึกษาหาความสามารถในการกดั กร่อนและขจัดคราบสกปรกบนเหรยี ญ เมอ่ื นาเกลอื ละลายนาผสมลงไป 2.1 ให้นาเกลอื ละลายนาทีไ่ ดไ้ ปผสมกับนาผลไม้ในตอนท่ี1 ในปรมิ าณ 1 ชอ้ นโตะ๊ 2.2 คนให้เข้ากัน แล้วนาเหรียญทมี่ ีคราบสกปรกใสล่ งไปในนาผลไม้ท่ผี สมเกลือละลายนาไว้ 2.3 ทิงไวป้ ระมาณ 30 นาที แล้วสงั เกตความเปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ ขนึ 2.4 นาเหรียญออกมาล้างนาสะอาด เช็ดใหแ้ หง้ นามาเปรยี บเทยี บกนั แลว้ บันทกึ ผลการ ทดลองที่ เกิดขนึ
13 บทที่ 4 ผลการศึกษาทดลอง การทดสอบ ค่าph การเปลย่ี นแปลง นาผลไม้ 3.0 ขจดั คราบไดม้ าก 4.0 ขจดั คราบได้ปานกลาง มะนาว+สับปะรด 4.5 ขจดั คราบได้น้อย มะนาว+ส้ม สับปะรด+ส้ม ผลการทดสอบ เม่ือนานามะนาวมาผสมกับนาสับปะรดพบว่าค่าความเปน็ กรดสงู กว่า นามะนาวผสมกบั นาสม้ และนาสม้ ผสม กบั นาสบั ปะรด ไปตงั ไว้ประมาณ 30นาที ภายหลัง 30 นาที นาเหรียญออกมาพบว่านาผลไมท้ มี่ ี คา่ ph สงู ท่ีสุด (นามะนาวมาผสมกบั นาสับปะรด) ทาความสะอาดเหรียญสะอาดที่สดุ การปรับปรงุ นาผลไม้อาจทาความสะอาดคราบสกปรกบนเหรยี ญได้ แต่ไมถ่ งึ กบั 100%
14 บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ การวจิ ยั ครังนีเปน็ การวิจัยเชิงทดลอง มวี ตั ถุประสงคเ์ พอื่ 1. เพอ่ื ศึกษาหาระดบั ค่าความเปน็ กรดของนาผลไม้ (นามะนาว นาสับปะรด นาสม้ ) 2. เพอื่ ศกึ ษาวา่ กรดจากนาผลไม้(นามะนาว นาสบั ปะรด นาส้ม) เม่ือเติมเกลือละลายนาลงไปจะมี ความสามรถในการขจดั คราบสกปรกบนเหรียญ( เหรียญ1 บาท)ได้หรอื ไม่ 3. เพ่ือศกึ ษาหาความสามารถในการกัดกรอ่ นของนาผลไม้(นามะนาว นาสบั ปะรด นาส้ม) เมื่อ นาเกลือละลายนามาผสม สมมตุ ิฐานของการวจิ ยั -เมอ่ื นานามะนาว นาสับปะรด นาส้ม มาเตมิ เกลือละลายนาลงไป พบวา่ ระดบั ความเปน็ กรด เปลี่ยนไป -เม่ือนาเกลอื ละลายนาผสมลงไป จะทาใหค้ วามสามารถในการกดั กร่อนและขจดั คราบสกปรก เหรยี ญ( เหรียญ1 บาท)ไดม้ ากย่งิ ขึน สรุปผลการวจิ ยั นาผลไมท้ ม่ี คี วามเป็นกรดสงู สามารถขจัดคราบากปรกบนเหรญี ได้ ดังผลไม้ตวั อยา่ งทมี่ ีค่าph ความเปน็ กรด 3.0 4.0 และ 4.5 พบวา่ นาผลไม้ชนิดทมี่ ีความเปน็ กรดสงู คอื นามะนาวและนา สัปปะรดจะสามารถขจดั คราบสกปรกบนเหรยี ญไดด้ ีกว่าชนิดอื่นๆ ขอ้ เสนอแนะ 1.ควรปรับปรงุ เรื่องการจดั หาผลไมต้ ามฤดกู าล 2.ควรปรบั ปรงุ เรอ่ื งเวลาในการทางาน 3.ควรปรับปรุงเรอ่ื งวิธกี ารดาเนนิ งานใหผ้ ลออกมาได้นา่ เชอื ถือมากขึน
15 บรรณานกุ รม https://hannathai.com/blog/detail/sCategory/678/blogArticle/71?fbclid=IwAR3YVlBng1d THJniYF_lIJhMgBN6nIUYuHA-6O6fY0f9knIhPtKjsBvU1Kk ตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตรจ์ ากโรงเรียนภเู ขยี ว www.doctor.or.th www.google.com หนงั สอื เรียนวิชาวทิ ยาศาสตร์เพม่ิ เติม เล่ม 4 (เคมี ). กรงุ เทพ: 2550 ตวั อย่างโครงงานวทิ ยาศาสตรจ์ ากโรงเรยี นอรโุ ณทยั จังหวัดลาปาง นพ.ประวติ ร พศิ าลบุตร.นติ ยสารเพอื่ สขุ ภาพ หมอชาวบ้าน (กรดคือ ?) . ฉบับที่ 322 : กรงุ เทพ: สานักพมิ พ์หมอชาวบา้ น บจก. , 2550
16 ภาคผนวก
Search
Read the Text Version
- 1 - 21
Pages: