1
2 กจิ กรรมท่ี 1 แบบรายงานการศึกษาคน้ คว้าเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง หลักสูตรการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งต้งั ให้ดำรงตำแหน่งรองผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา สังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2565 นายภมู ิศกั ด์ิ วรไตรจรยิ า วทิ ยาลยั เทคนิคพษิ ณโุ ลก กล่มุ ที่ 10 เลขท่ี 8 สำนักพฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรอาชวี ศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
3 แบบสรุปองคค์ วามรู้ จากการศึกษาหรอื แปลจากหนังสอื องคค์ วามร้ทู ่ีสามารถนำมาเป็นแนวทาง การปรับ Mindset ของตนเอง
4 ใบนำเสนองาน แบบสรปุ องคค์ วามร้จู ากการศกึ ษาหรอื แปล จากหนงั สืออย่างนอ้ ย 2 เล่ม องคค์ วามรู้ท่สี ามารถนำมาเปน็ แนวทางการปรบั Mindset ของตนเอง วิทยากรพี่เล้ียง ผู้อำนวยการ สวุ ฒั นช์ ัย ศรสี ุพัฒนะกุล ช่ือ - สกลุ นายภมู ิศักดิ์ วรไตรจรยิ า กล่มุ ที่ 10 เลขท่ี 8 องค์ความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษาค้นคว้าเรียนรู้เพ่ือพฒั นาตนเองและการนำไปประยตุ ใ์ ช้จากหนงั สือ 1. ปรชั ญาชีวิตศาสตรแ์ ห่งความสำเรจ็ The Napoleon Hill's Laws of Success \"ดร. นโปเลียน ฮิลล์\" เป็นนักเขียนท่ีได้รับการยกย่องจากผู้คนท่ัวโลก และพร้อมกันน้ันก็ยังได้รับการ ยอมรับจากคนท่วั ไปวา่ เขาเป็นผู้ท่ีประสบความสำเรจ็ มากท่ีสดุ คนหน่ึง เขามีส่วนสำคัญในการสร้างแนวคิดที่ดี ให้กับเจ้าของธุรกิจท่ียิ่งใหญ่ทั่วโลก จนอาจจะกล่าวได้ว่าเขาเป็นหน่ึงในผสู้ รา้ งประวัตศิ าสตรข์ องนักบริหารได้ เลยทีเดียว สำหรับตัวอย่างที่ดีท่ีสุดของการสร้างผลงานท่ีน่าทึ่งในตัวนักเขียนผู้น้ี คือ การสร้างประกาย ความคิดและความฝันให้กับชาวอเมริกันท่ัวประเทศ เขาเป็นต้นแบบของคำว่า อเมริกันดรีมอย่างแท้จริง ซึ่ง น่ันก็ไม่น่าแปลกใจท่ีคนอเมริกันในสมัยนี้จะเป็นคนท่ีมีความมุ่งม่ันพร้อมกับพยายามฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปสู่ ความสำเร็จ ประโยคที่เป็นวรรคทองของนักเขียนผู้นี้ คือ “หากคุณฝันได้และเชื่อในความฝันของตนเอง คุณ จะต้องทำมนั ไดอ้ ยา่ งแนน่ อน” ในหนังสือ “ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ The Napoleon Hill's Laws of Success” มี แนวคดิ ที่จะทำใหป้ ระสบความสำเร็จอยู่หลายประการ สามารถนำองค์ความรู้มาประยุกตใช้ มาเป็นแนวคิดใน การดำเนนิ ชีวติ ในการทำงานบรหิ ารสถานศกึ ษา ได้ดงั น้ี 1. การตั้งเป้าหมายท่ีแน่นอน คือการวางแผนการทำงานออกมาให้ชัดเจน โดยการกำหนดทิศทาง อย่างมีระบบ แบบแผน มีเป้าหมายท่ีสำคัญและแน่นอน จะทำให้ทกุ ๆ พฤติกรรมของเราทั้งการพูด ความคิด และการกระทำไม่เสียเวลาไปกบั เรอ่ื งไรส้ าระ 2. การร่วมมือร่วมใจ คือการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ปัญหา ในทุกๆ ด้าน ของงานท่ีได้รับ มอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็นองค์กรตนเอง หรือประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ใหก้ าร ทำงานนนั้ ประสบความสำเร็จ 3. การมีความเช่อื มนั่ ในตนเอง คือการที่เรารจู้ ักตนเองวา่ เราสามารถทำอะไรได้บา้ ง วิเคราะห์จุดแข็ง และจุดอ่อนของตนเอง ใช้จุดเด่นของเราในการทำงานให้เกิดความเช่ือม่ัน ให้สุดความสามารถ ส่วนจุดอ่อน ของตนเองกต็ ้องมีการปรับปรุงพัฒนา 4. การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คือมีความคิดในการดำเนินชีวิตและการทำงานเชิงบวก ความคิด แปลกใหม่ พร้อมท้ังมีแนวคิดที่ทันสมยั สอดคล้องกบั การเปลี่ยนแปลงไปของสงั คมปัจจบุ ัน เพื่อสร้างแรงจูงใจ ใหค้ นรอบข้าง 5. การกระตือรือร้น คือการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาในการที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่ คนท่ีมีความ กระตือรือร้น จะสามารถดึงดูดคนรอบข้างที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทีมได้โดยง่าย สามารถทำได้โดยการมี ความรกั ในสิ่งที่ทำ 6. การควบคุมตนเอง คือการไม่แสดงพฤติกรรมที่ไม่ดใี ห้คนอ่ืนได้เห็น มนุษย์มักจะจดจำพฤติกรรมท่ี ไม่ดีไดแ้ ม่นยำกว่าพฤติกรรมท่ีดี ฉะน้ันเราควรหลีกเลี่ยงการทะเลาะกับผู้อ่ืนไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม แม้ว่าเราจะ เปน็ ฝ่ายถูก เพราะเวลาทะเลาะกนั ไมม่ ใี ครยอมฟงั เหตผุ ลแน่นอน
5 7. การทำงานเป็นทีม คือความสามัคคีในหมู่คณะ การทำงานแบบทีมเวิร์ค เป็นการทำงานแบบเป็น อันหน่ึงอันเดียวกัน ซ่ึงก็คือ ความตั้งใจ สมัครใจ และความเป็นอิสระ เมื่อใดก็ตามท่ีทุกคนมีความสามัคคีกัน ความสำเรจ็ ก็ยอ่ มไม่หนไี ปไหน ความสามคั คีกลมเกลียวจึงเป็นเสมือนสมบตั ทิ ปี่ ระเมนิ คา่ ไมไ่ ดเ้ ลย 8. การมีบุคลิกภาพท่ีน่ารักใคร่ต่อคนรอบข้าง คือเป็นบุคลิกทเ่ี ป็นภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นลักษณะนิสัย ใจคอ การพูดจาไพเราะ น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความจริงใจ รวมถึงการแสดงออกของเรา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า การแตง่ กาย รวิ้ รอยบนใบหนา้ การดูแลความสะอาดของตนเอง เปน็ ตน้ 9. การมีน้ำใจไมตรี คือการช่วยเหลือผู้ร่วมงาน และมีความเอื้อเฟ้ือเผ่ือแผ่ต่อผู้อื่นอย่างไม่หวัง ผลตอบแทน ตามที่ตนเองน้ันมีความสามารถท่ีจะช่วยได้ โดยที่ตนเองจะต้องไม่เดือดร้อน ในหน้าที่การงาน ของตนเอง และครอบครัว 10. การเป็นผนู้ ำท่ีนา่ เช่อื ถือ คือการนำทุกดา้ นขององค์ความรู้ มาประสานรวมกันไม่ว่าจะเปน็ การมี ความเช่ือมั่นในตนเอง การรว่ มมือรว่ มใจ การมีความคิดริเริม่ สรา้ งสรรค์ การควบคุมตนเอง การมีบุคลิกภาพท่ี น่ารักใคร่ต่อคนรอบขา้ ง การมีน้ำใจไมตรี เปน็ ต้น ถา้ สามารถทำได้ จะเป็นผนู้ ำ ผู้บรหิ าร ทปี่ ระสบความสำเร็จ ไดอ้ ย่างแนน่ อน 2. ถอดรหัสลับสมองเงนิ ลา้ น Secrets of the Millionaire Mind หนังสือเล่มนี้เขียนโดย T.Harv Eker แปลโดย พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ, บุญศรี ศรีบุญรัตนชัย เป็น เน้ือหาท่ีแนะนำให้ได้รู้จักถึงวิธีการวิเคราะห์และปรับเปล่ียนแผนผังการเงินเพื่อช่วยให้หาเงินและเก็บเงินได้ มากขนึ้ รวมทัง้ ใช้จา่ ยเงินได้อย่างเหมาะสมซ่ึงวธิ กี ารทั้งหมดน้ีได้ชว่ ยให้ T.Harv Eker เปล่ยี นจากคนทีไ่ มเ่ คยมี อะไรมาเปน็ เศรษฐีเงินล้านไดใ้ นเวลาเพยี งแค่สองปคี รงึ่ ความสำคญั ของหนังสือเล่มน้ี คือเร่ืองของการหาเงิน ท่ีใครบางคนคดิ ว่า “เงิน” เป็นส่ิงทไี่ ม่จำเป็นใน การดำรงชีวิตของคนเรา คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เงินทองเป็นของนอกกาย หากแต่ว่ามันเป็นส่ิงท่ีจำเป็นมาก สำหรับคนเราที่จะมีชีวิตเพ่ือท่ีจะหาส่ิงของท่ีมีค่าที่สุดท่ีเรียกมันว่าเงินมาเป็นส่วนหน่ึงของชีวิต เพราะในทุก วันน้ีหรือว่าอดีตที่ผา่ นมาเงินทองล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นอยา่ งมาก หากแต่เพียงว่าใครจะมีมากหรือน้อยนั้นขึน้ อยู่ กับการขยันและอดทนในการท่ีจะหามัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดดังที่ผู้แต่งได้กล่าวไว้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่มีขีด ความสามารถท่ีจะรักษาเงินจำนวนมาก ๆ เอาไว้ได้ ตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือพวกท่ีถูกหวย ตาม ผลการวิจัยท่ีระบุออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าเขาพวกน้ันจะถูกรางวัลด้วยจำนวนเงินมหาศาลเพียงใด คนท่ีถูก หวยส่วนใหญ่จะกลับมามีฐานะทางการเงินเท่าเดิม แต่ในทางตรงกันข้าม เศรษฐีเงินล้านท่ีสร้างเน้ือสร้างตัว ด้วยตัวเองกลับต่างออกไป เพราะเมื่อเขาเหล่านี้เกิดสูญเสียเงินไป พวกเขาจะหามันกลับมาได้ในเวลา อันรวดเร็ว ซ่ึงประโยคนี้เป็นสิ่งท่ีทำให้เราเอามาเปรียบเทียบระหว่างคนที่รวยเพราะโชคชะตาบางคร้ังบาง คราวกับคนทีห่ าเงินมาดว้ ยหยาดเหงื่อแรงกายจะแตกตา่ งกนั มากในเร่ืองของการหาเงินและการเก็บเงนิ แต่ถ้า หากเราอยากรวยเป็นเศรษฐีเงินล้านอย่างแท้จริงก็จะต้องเป็นคนท่ีขยันขนั แข็ง และต้องมีการวางแผนในเร่ือง ของการเก็บเงนิ การใช้เงินให้ถูกวิธี ในหนังสือ “ถอดรหัสลับสมองเงนิ ล้าน Secrets of the Millionaire Mind” มีแฟ้มข้อมูลท่ีจะทำให้ เกดิ ความมั่งคั่ง อยู่ 17 แฟม้ อาทิเชน่ คนรวยมุง่ ความสนใจไปท่ีโอกาส สว่ นคนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค , คนรวยช่ืนชมผู้ที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จคนอ่ืนๆ คนจนชิงชังผู้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จ , คน รวยมองปัญหาเป็นเร่ืองเล็ก คนจนมองปัญหาเป็นเร่ืองใหญ่ เป็นต้น แต่จะขอยกประเด็นท่ีจะนำองค์ความรู้ จากหนงั สอื เลม่ นี้ มาประยกุ ตใช้ มาเปน็ แนวคิดในการดำเนนิ ชวี ติ ในการทำงานบรหิ ารสถานศกึ ษา ได้ดังน้ี 1. คนรวยคิดการใหญ่ คนจนคิดการเล็ก คือ “ทุกอย่างจะเปล่ียนไปต้ังแต่นาทีแรกท่ีเราเร่ิมคิดการ ใหญ่” คนส่วนใหญ่เลือกที่จะคิดอะไรเล็กๆ เพราะอาจจะกลัวท่ีจะล้มเหลว หรือเพราะว่าคิดว่าตนเองไม่มี
6 ความสามารถพอท่ีจะทำการอะไรท่ีมันใหญ่ๆ ได้ ตัวเองนั้นไม่มีคุณค่า รู้สึกว่าตนเองไม่ดีพอ หรือสำคัญพอ ฉะน้ันเราต้องมีความคิดถึงแผนการ หรือแผนงานท่ีเป็นไปได้ คอยศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ มี วสิ ัยทศั นท์ ่ีกว้างไกล และพยามไปถงึ จดุ ทีต่ งั้ เป้าหมายไว้ 2. คนรวยม่งุ ความสนใจไปท่ีโอกาส คนจนมุ่งความสนใจไปท่อี ปุ สรรค คือ คนรวยมองเหน็ โอกาสที่จะ เติบโตได้ คนจนมองเหน็ แต่โอกาสท่ีจะสญู เสยี คนรวยให้ความสำคัญกับรางวัลทจ่ี ะไดร้ ับ คนจนใหค้ วามสำคัญ กบั ความเส่ยี งทอ่ี าจเกิดขึ้น เหมอื นกับคำพูดท่ีว่า “แก้วใบนมี้ ีนำ้ ตั้งครง่ึ แก้ว หรอื แก้วใบนเ้ี หลือน้ำแค่ครึ่งแก้ว” จะเหน็ ไดว้ า่ ทุกสถานการณ์สมองของพวกเขาจะเฟ้นหาแตข่ ้อผดิ พลาด ความคดิ ในหัวของพวกเขาคือ “แล้วถ้า มันไม่ได้ผลล่ะ?” ฉะน้ันเราต้องคิดและทำเหมือนคนรวย นำมาใช้ในการบริหารสถานศึกษา ทำส่ิงต่างๆ ด้วย ความคิดในทำนองท่ีว่า “มันต้องได้ผลแนน่ อนเพราะผมจะทำให้มันได้ผล” มคี วามเชอ่ื มนั ในตนเอง และแสดง ความเปน็ ผนู้ ำให้ผใู้ ตบ้ ังคบั บัญชาได้เห็น 3. คนรวยคบหาสมาคมกับคนท่ีมองโลกในแง่ดีและประสบความสำเร็จ คนจนขลุกอยู่กับคนที่มอง โลกในแง่ร้ายหรือไม่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่ประสบความสำเร็จจะมองความสำเร็จของผู้อ่ืนเป็นเครื่อง สร้างกำลังใจให้ตัวเอง คนรวยจะรู้สึกขอบคุณท่ีคนอื่นๆ ประสบความสำเร็จล่วงหน้าไปก่อน เป็นต้นแบบใน การเรยี นรู้ พวกเขาจะบอกตนเองเสมอว่า “ถ้าพวกเขาทำได้ ฉันก็ทำได้” ซง่ึ งา่ ยกว่าการท่ีพวกเขาต้องลองผิด ลองถูกเองทั้งหมด ฉะนั้นเราก็ต้ังเป้าหมายที่เราจะนำตัวอย่างที่ดีของผู้บริหาร ท่ีประสบความสำเร็จในการ บริหารสถานศึกษา มาเป็นแบบอย่างในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด วิธีปฏิบัติ นำมาประยุกต์ใช้กับ สถานศกึ ษาของตนเอง ให้สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของสถานศึกษา 4. คนรวยมองปัญหาเป็นเร่ืองเล็ก คนจนมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ คือ การสร้างฐานะเพ่ือไปสู่ความ ม่ังค่ังนั้น เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยจุดผกผัน ทางคดเค้ียว ทางอ้อม และส่ิงกีดขว้าง ถนนสู่ความม่ังค่ังเต็มไป ด้วยกับดักและหลุมพราง นั่นคือสาเหตุของคนจนส่วนใหญ่ท่ีไม่กล้าก้าวไปบนถนนสายน้ี เพราะพวกเขาไม่ ต้องการพบกับความวุ่นวาย ความปวดหัว และความรับผิดชอบต่างๆ ตรงนี้แหละที่เป็นความแตกต่างอัน ย่ิงใหญ่ระหว่างคนรวยและคนจน คนรวยที่ประสบความสำเร็จจะมองปัญหาเป็นเร่ืองเล็ก ส่วนคนจนที่ไม่ ประสบความสำเร็จจะมองปัญหาเป็นเร่ืองใหญ่เกินกว่าที่จะรับไหว ฉะนั้นเราต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ และ กำลังของตนเองให้พร้อมในการมองปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา เกิดข้ึนกับการทำงานของเรา ท้ังภายในและ ภายนอกสถานศึกษา โดยใช้สติ ความรอบครอบในการแก้ปัญหา สร้างทีมงานที่มีความเข้มแข็ง ความสามัคคี ในการท่ีจะมงุ่ ใหง้ านนนั้ ประสบความสำเรจ็ 5. คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้จะหวาดกลัว คนจนปล่อยให้ความกลัวหยุดย้ังตนเอง คือ คนเป็นล้าน “คิด” ท่ีอยากจะร่ำรวย แต่ก็ไม่ร่ำรวย เพราะขาดการกระทำ การลงมือปฏิบัติ ซึ่งเป็นส่ิงสำคัญ และถ้าการ กระทำสำคญั ขนาดน้ัน แล้วอะไรท่ีขดั ขวางเราจากการลงมอื ทำในส่งิ ทเี่ รารู้วา่ จำเป็นต้องทำ? ความกลัวไงล่ะ! ความกลวั ความไม่แน่ใจ และความกังวล เป็นอุปสรรคอันย่ิงใหญท่ ี่สุด ไม่เพียงแต่ใน แง่ของความสำเร็จเท่าน้ัน แต่ยังรวมไปถึงความสุขของตนเองด้วย เพราะฉะนั้น หนึ่งในข้อแตกต่างท่ีชัดเจน ที่สุดระหว่างคนรวยกับคนจนก็คือ คนรวยเต็มใจลงมือทำแม้จะหวาดกลัว แต่คนจนปล่อยให้ความกลัว ขัดขวางพวกเขา ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจเสียก่อนว่าคุณสามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่จำเป็นต้องขจัด ความกลัว คนรวยและผู้ทป่ี ระสบความสำเร็จก็มีความกลัว ความไม่แนใ่ จ และความกงั วลเช่นกนั เพียงแต่พวก เขาไม่ปล่อยให้ความรู้สึกเหล่าน้ันมาหยุดย้ังตนเอง ส่วนผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จมีความกลัว ความไม่แน่ใจ และความกังวล แล้วก็ยอมให้ความรู้สึกเหล่านี้เข้าครอบงำ ฉะนั้นเราต้องมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความ กลัวภายในจิตใจของเรา กล้าทำในสิ่งทถ่ี ูกต้อง และจงกลัวในสิ่งท่ีไมถ่ ูกตอ้ งเพื่อที่จะช่วยพัฒนาผู้เรียน พัฒนา สถานศกึ ษา ให้ประสบความสำเรจ็ ต่อไป
7 3. การศึกษาคณุ ภาพสงู ระดับโลก หนังสือเล่มน้ีเป็นการตีความ(ไม่ใช่แปล) โดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และ ปิยาภรณ์ มณั ฑะจิตร จาก ห นั ง สื อ A World-Class Education: Learning from Inter-national Models of Excellence and Innovation (2012) ซ่ึงเขียนโดย Vivien Stewart แนะนำ 5 ประเทศ สำหรับเป็นแบบอย่างการพัฒนา ระบบการศึกษาท่ีดี คือ สิงคโปร์ แคนาดา นแลนด์ จีน(เซี่ยงไฮ้) และออสเตรเลีย ประกอบไปด้วยกรณีศึกษา การพัฒนาระบบการศึกษาให้เป็น การศกึ ษาคณุ ภาพสูงของ 5 ประเทศ ซ่ึงสะทอ้ นให้เหน็ ถงึ กระบวนการ การ พัฒนาคุณภาพการศึกษาตามบริบทของแต่ละประเทศ คุณลักษณะร่วมของระบบการศึกษาท่ีประสบ ความสำเร็จ หลักการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาวิชาชีพครูและการบริหารการศึกษา พร้อมบทวิเคราะห์เพ่ือ การนำมาประยกุ ต์ใชก้ บั การพฒั นาระบบการศึกษาไทย โดยศาสตราจารย์ นายแพทยว์ จิ ารณ์ พานิช ในหนังสือ “การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก” จะเป็นระบบการศึกษาของ 5 ประเทศ ท่ีมีบริบท แตกต่างกัน และมีวิธีดำเนินการแตกต่างกันไปตามบริบทของตน แต่ก็มีมาตรการสำคัญที่ทั้ง 5 ประเทศใช้ เหมือนๆ กัน 8 ประการ ซ่ึงสามารถนำองค์ความรู้มาประยุกตใช้ มาเป็นแนวทางการจัดระบบการศึกษาของ อาชีวศกึ ษา ในการทำงานบรหิ ารสถานศกึ ษา ได้ดงั น้ี 1. วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ คือ ต้องช่วยให้มีแรงขับเคล่ือนต่อเนื่องในระยะยาว เพราะนโยบายและ มาตรการทางการศึกษากว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลาหลายปี ภาวะผู้นำต้องสร้างความเห็นพ้องในกลุ่มครู ผู้นำ ทางการศึกษา ผู้ปกครอง และภาคธุรกิจ พร้อมท้ังให้เกิดความเป็นหน่ึงเดียวในการพัฒนาอาชีวศึกษา ไม่ใช่ ต่างฝา่ ยตา่ งทำ 2. กำหนดมาตรฐานสูงหรือท้าทาย คือ ทุกประเทศที่มีผลลัพธ์การเรียนรู้ดี กำหนดมาตรฐานการ บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ไว้สูงท้ังส้ิน เช่น การให้ความสำคัญกับจุดเน้น มีการกำหนดมาตรฐานแต่ละด้านของ เน้ือหาอยา่ งชัดเจน เป็นมาตรฐานทมี่ คี วามต่อเนอื่ ง มหี ลักคิดเป็นเหตุเป็นผลตามหลกั วิชา พร้อมทั้งการพัฒนา หลกั สตู ร และดำเนนิ การให้บรรลุมาตรฐานท่ีกำหนด ซงึ่ ผู้บริหารสถานศึกษา ก็ควรดำเนนิ การให้สอดคลอ้ งกับ มาตรฐานการอาชีวศึกษา 3. มุ่งสร้างความเท่าเทียม คือ ความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ระหว่างเด็กในครอบครัวที่มีฐานะดี กับเด็กในครอบครัวยากจน และระหว่างเด็กในเมืองกับเด็กในชนบท ต้องมีกลไกในการสร้างความเท่าเทียม อาทิเชน่ การจัดสอนแบบแยกเด็กที่มที ักษะต่างกันและมีทมี ชว่ ยเหลอื เดก็ ท่ีเรียนไมท่ ันเพื่อน คณุ ครผู สู้ อนตอ้ ง เอาใจใส่เดก็ ทกุ คนอย่างเท่าเทียมกนั การมีทรัพยากรเพียงพอและใช้อยา่ งถูกต้อง ไม่ควรแบ่งแยกหรือใหเ้ ลือก สายท่เี รยี นเร็วจนเกนิ ไป เช่นเดียวกบั อาชวี ศึกษา ควรใหน้ ักเรยี นเรียนเหมอื นกันกอ่ นสกั 1 ปี พอข้ึนปี 2 แล้ว คอ่ ยพิจารณาเลอื กสาขาวิชาทีเ่ รียน ตามท่ีตนเองชอบอยา่ งแท้จรงิ 4. ครูและผู้นำการศกึ ษาคณุ ภาพสูง คือ จากที่กลา่ วมาประเด็นข้างตน้ ไม่สามารถบันดาลผลลพั ธ์การ เรียนรู้ตามที่ต้องการได้หากไม่มีการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนท่ีเหมาะสม และผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบก็คือครู และผู้บริหารการศึกษา ส่วนน้ีเองท่ีเป็นส่วนที่ยากที่สุดในการปฏิรูปการศึกษา เป็นที่รู้กันท่ัวไปในการปฏิรูป การศึกษา คอื ต้องการครูท่มี ีคุณภาพสูง และระบบสนับสนนุ ให้ครทู ำหนา้ ท่ีได้เต็มที่และใกล้ชิดคุณครูมากที่สุด ก็คอื ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ตามด้วยผ้บู ริหารระดบั ต่างๆ ในกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 5. มีเป้าหมายในทิศทางเดียวกันและสัมพันธ์เช่ือมโยงกันทั้งในระดับนโยบายถึงปฏิบัติการ คือ เป็น ส่งิ ท่ตี ้องรู้อย่างมีสามัญสำนึกเลยวา่ ถา้ หากมีเปา้ หมายไปในทศิ หน่ึง แต่การปฏิบตั ิไปตา่ งทิศ กย็ อ่ มไม่บรรลุผล งานตามเป้าหมายที่กำหนด หลายประเทศก็ประสบปัญหาเหมือนประเทศไทย เพราะการศึกษาเป็นเรื่องท่ี ซับซ้อน มีหลายระดับ หลายขั้นตอน หลายมิติ หลายแงม่ ุม อาจทำให้ทศิ ทางในการปฏิบตั ิหลงทศิ ทางไป หรือ มีผลประโยชน์อ่ืนๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าภายในวิทยาลัยฯ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ก็ต้องมีเป้าหมายและ ทิศทางเดยี วกันกบั ครูผู้สอน รวมถึงนกั เรียนนักศกึ ษาดว้ ย
8 6. แนวทางการจัดการและระบบรับผิดชอบที่สะท้อนผลลัพธ์ที่ผู้เรยี น คือ การปฏิรูปการศึกษามีสอง แนวทาง คือแนวทางรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง กับแนวทางกระจายอำนาจ ส่วนระบบรับผิดชอบก็จะมี แบบระบบรับผิดชอบแบบมอบความเชื่อถือต่อครู กับระบบรับผิดชอบท่ีมีหลายกลไกร่วมกัน โดยสรุป กลไก รับผิดชอบที่ระบบการศึกษาคุณภาพสูงใช้เป็นกลไกเชิงซ้อน ที่ใช้ข้อมูลและมีความโปร่งใส มีการสร้างความรู้ ความสามารถในการทำหน้าท่ีครู มีการประเมนิ วิธีปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ และยกระดับความคาดหวงั ต่อผลลัพธ์การ เรยี นรู้อยา่ งต่อเนือ่ ง 7. แรงจูงใจของนักเรียน คือ ความต้ังใจเรียนของนกั เรียน ท่ีเกิดจากวัฒนธรรมให้คุณค่าต่อการเรียน และมาจากแรงกระตุ้นภายในครอบครัวที่ตอ้ งการให้ลูกหลานไดย้ กระดับสถานะทางสงั คมผ่านการศึกษา แต่ก็ มีนักเรียนบางคนก็ไม่มีแรงจูงใจภายใน เช่นนั้นจึงเป็นหน้าท่ีของสถานศึกษาท่ีจะต้องทำหน้าที่สร้างแรงจูงใจ ให้ผู้เรียนได้สนใจ เห็นคุณค่าของการเรียน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการจัดการศึกษาของอาชีวศึกษา ที่เป็นเด็ก วัยรุ่น เราต้องสร้างแรงจูงใจให้กับนักเรียนนักศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเด็กวัยรุ่นทุกคน ต้องการเป็นบุคคล สำคัญในสายตาคนอื่น ครู สถานศึกษา และครอบครัว ควรใช้จิตวิทยาข้อนี้ ค้นหาความสามารถหรือ ความชอบเฉพาะตัว แลว้ หาทางส่งเสรมิ ให้เขาไดเ้ รียนบรรลุเป้าหมายนั้น 8. มุ่งเรยี นเป็นพลโลกและเพื่ออนาคต คือ ทุกประเทศท่ีผลลัพธ์การเรียนรู้เปน็ เลิศจะมุ่งจัดการศึกษา เพื่อสร้างพลเมืองท่ีเข้าใจโลก โดยสร้างความรู้และทักษะเกี่ยวกับโลกในหม่คู รู ผู้บริหารการศึกษา และผู้เรียน มีการเรียนร้วู ธิ กี ารในประเทศอน่ื ๆ สรปุ ได้ว่าการศึกษาทัง้ อาชีวศึกษาและการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน “ต้องตระหนัก ถงึ การเปลยี่ นแปลงรวดเร็วและพลิกผันของโลกและสังคม ต้องติดตามการเปล่ียนแปลงให้ทัน หรือคาดการณ์ ไวล้ ่วงหนา้ เพื่อนำมาใช้จดั การศกึ ษาแห่งอนาคต ไมห่ ลงจดั การศึกษาแหง่ อดตี ” ****************************************************
9 แบบสรปุ องคค์ วามรู้ การศึกษาค้นคว้าเพอ่ื พฒั นาตนเอง คำสำคัญและนยิ ามศัพท์
10 ใบนำเสนองาน การศกึ ษาคน้ คว้าเรยี นรเู้ พื่อพฒั นาตนเอง คำสำคัญและคำนิยามศัพท์ วิทยากรพ่ีเล้ียง ผู้อำนวยการ สวุ ัฒนช์ ัย ศรสี ุพัฒนะกลุ ชอื่ - สกลุ นายภมู ิศกั ด์ิ วรไตรจรยิ า กลุม่ ที่ 10 เลขท่ี 8. ลำดบั คำสำคญั และนยิ ามศพั ท์ คำอธิบาย ท่ี (Keyword /Definition) (Description) 1 Hard Skills หมายถงึ ทกั ษะ Hard Skills เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การฝึกปฏิบัติงาน การ หรอื ความสามารถทใ่ี ชใ้ นการ ท่ีได้ลงมือทำงานจริงๆ ของนักเรยี นนักศึกษาแต่ะสาขาวิชา เช่น การได้ ทำงานในแต่ละสายอาชพี ซึ่ง ฝึกทำบัญชี การเขียนโปรแกรม การวาดภาพ การทำอาหาร การติดต้ัง สามารถวัดประเมนิ ผลได้ ระบบไฟฟ้า การซ่อมเครื่องยนต์ การก่อสร้าง หรือการใช้อุปกรณ์ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม เครอ่ื งมอื ตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ 2 Soft Skills หมายถงึ ทักษะ Soft Skills เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การท่ีครูผู้สอน ได้ หรือความสามารถเฉพาะ จัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนนักศึกษา ได้แสดงออกถึงด้าน บคุ คลท่ีอาจไมเ่ ป็นรปู ธรรม ความคิดสร้างสรรค์ การเป็นผู้นำ การบริหารเวลา มนุษยสัมพันธ์ที่ดี การปรบั ตัว การควบคุมอารมณ์ ของตนเอง 3 Agility Skills หมายถึง Agility Skills เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การที่บุคคลสาย ทกั ษะท่มี ีคุณสมบตั ิของ อาชีพ ไม่ว่าจะเป็นครู คนทำงาน และนักเรยี นนักศกึ ษา ได้ทำงาน ได้ฝึก บคุ คลทม่ี ีความเช่ียวชาญ ท่ี ทักษะในสาขาอาชีพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติม ต้องถูกฝกึ ฝนอยู่ตลอดเวลา อยู่ตลอดเวลา จนเกิดความเชี่ยวชาญ และมีความปลอดภัยในการ ทำงานตามสาขาวชิ าชพี ของตนเอง 4 Human Skills หมายถึง Human Skills เก่ียวกบั การจัดการอาชีวศึกษา คือ การอบรมส่ังสอนให้ ทักษะด้านมนุษยส์ ัมพนั ธ์ ที่ บุคลากรสายอาชีพ นอกจากจะมีทักษะท่ีเกิดความชำนาญแล้ว ยังต้อง แสดงถึงความสามารถในการ ให้มีทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ เพ่ือให้เกิดความร่วมมือในการทำงานเป็น ทำงานร่วมกบั ผู้อ่นื ทีม พร้อมทั้งมกี ารเสริมสรา้ งบรรยากาศท่ดี ีกับเพื่อนร่วมงาน 5 Communication Skills Communication Skills เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การ หมายถึง ทักษะการสื่อสาร ท่ี ส่งเสริมให้ผู้เรียนสายอาชีพได้มีการฝึกทักษะในการพูดคุย การรับฟัง แสดงถงึ การใหข้ ้อมลู ถูกต้อง ข้อมูลข่าวสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกหล่น เวลาที่ไปทำงานในสถาน ชดั เจน ตรงประเดน็ ประกอบการจะได้ไม่ผิดพลาด รวมถึงรู้จักเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ 6 Entrepreneurship Skills Entrepreneurship Skills เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การ หมายถึง ความเป็น ส่งเสริมให้ผู้เรียนท่ีจบการศึกษาไปแล้ว ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ มีสถาน ผปู้ ระกอบการ ประกอบการของตนเอง มีทักษะความสามารถในการสร้างและพัฒนา ธุรกิจที่สามารถแก้ปัญหาใหญ่ๆ ในสังคมได้ ตอบโจทย์ความต้องการ ของลกู คา้ ผา่ นสนิ ค้าหรือบริการ 7 Key Success Factors Key Success Factors เก่ียวกับการจัดการอาชวี ศึกษา คอื กลยุทธ์ของ หมายถึง กลยุทธ์ของการ การวางแผนในการพัฒนาอาชีวศึกษาให้ประสบความสำเร็จและ วางแผนธรุ กิจ ความสัมพันธ์อันดีกบั ชมุ ชน และผปู้ กครอง
11 ลำดับ คำสำคญั และนิยามศพั ท์ คำอธบิ าย ที่ (Keyword /Definition) (Description) 8 New Normal หมายถึง New Normal เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ จะเป็นการจัดการ ความปกติใหม่ , ฐานวิถชี วี ิต เรียนการสอนสายอาชีพในรูปใหม่ วิถีการเรียนการสอนแบบใหม่ ที่ ใหม่ แตกต่างจากในอดีต เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโควิด 19 ซึ่งเป็นการเรียนแบบออนไลน์ ศึกษาด้วยตนเองมาก ขึ้น โดยมคี รูผู้สอนเป็นผูค้ อยให้คำแนะนำในดา้ นตา่ งๆ 9 Future Skill College Future Skill College เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การ หมายถงึ การอาชีวศึกษาเพื่อ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนอาชีวศึกษามีทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 อนาคต เน้นทักษะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์เพ่ือสามารถสร้าง นวัตกรรม เป็นการเรียนรู้มากกว่าความรู้ พร้อมท้ังเป็นกลไกในการ ขบั เคลื่อนและเชื่อมโยงการพัฒนากำลงั พลอาชีวศึกษา 10 Next Normal หมายถงึ ชีวติ Next Normal เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การจัดการเรียน วิถถี ัดไป เปน็ การใชช้ ีวิตใน การสอนสายอาชพี ให้กับนักเรียนนักศกึ ษาในรปู แบบใหม่ หลังจากทไ่ี ด้ รูปแบบใหม่ ปรับตัวกับสถานการณ์โควิด 19 มีการจัดหลักสูตร กระบวนการ เรยี นรู้ทีห่ ลากหลาย เพื่อความเหมาะสมตามสถานะการณ์ทีเ่ กดิ ขน้ึ 11 Fixed Mindset หมายถงึ Fixed Mindset เกี่ยวกบั การจดั การอาชีวศึกษา คือ การช่วยปรับปรุง ความเช่อื ว่าตวั เองไม่สามารถ พัฒนา บุคลากรทางการศึกษา ของวิทยาลัยฯ ไม่ว่าจะเป็นครู เปล่ยี นแปลงได้ เจ้าหน้าที่ นักเรียนนักศึกษา ที่มีความเช่ือว่าตัวเองไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงได้ ไม่ชอบความท้าทาย เป็นคนที่ยอมแพ้อะไรง่าย ให้ กลับมามีความท้าทาย กระตือรือร้น ยอมรับฟังความคิดเห็นของคน อ่นื และพัฒนาตนเองให้ดีข้ึนในทส่ี ุด 12 Growth Mindset หมายถงึ Growth Mindset เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การสนับสนุน ความเชอ่ื วา่ ตัวเองสามารถ บุคลากรทางการศึกษา ของวิทยาลัยฯ ไม่ว่าจะเป็นครู เจ้าหน้าที่ พฒั นาไดด้ ว้ ยความพยายาม นักเรียนนักศึกษา ให้รับรู้ว่าถึงแม้คนเราจะเกิดมาแตกต่างกันจาก พรสวรรค์ ความถนัด ความสนใจ หรือนิสัยใจคอ แต่ทุกคนก็สามารถ เปลี่ยนแปลงไดด้ ้วยความพยายามและประสบการณ์ 13 Work life integration Work life integration เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การ หมายถึง การบริหารจัดการ เรียงลำดับความสำคัญของงานที่ตนเองรับผิดชอบ ในสถานศึกษา ลำดบั ความสำคญั ของเวลา พร้อมท้ังแบ่งเวลาให้ครอบตามความเหมาะสม โดยนำใช้เทคโนโลยีใน งานและครอบครวั รูปแบบต่าง ๆ เป็นตัวชว่ ยให้การทำงาน 14 Global Mindset หมายถงึ Global Mindset เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ วิสัยทัศของ ทัศนคติแบบสากล ผู้บริหารสถานศึกษา ในการเป็นการมองภาพในมุมกว้าง ต้องรู้ให้เท่า ทนั โลกท่ีพัฒนาไปอย่างรวดเรว็ โดยพิจารณาข้อมูลมาใช้ในการจัดการ อาชีวศึกษาภายในสถานศึกษาจากหลากหลายแหล่ง แล้วนำไปคิด วิเคราะห์เพ่ือให้เข้าใจความเป็นไปของโลก ซึ่งถือเป็นหน่ึงในทักษะท่ี สำคญั และจำเปน็ อย่างยง่ิ โดยเฉพาะคนท่เี ป็นผู้นำ
12 ลำดบั คำสำคญั และนิยามศพั ท์ คำอธบิ าย ที่ (Keyword /Definition) (Description) 15 Project-Based Learning Project-Based Learning : PjBL เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ : PjBL หมายถงึ การจดั การ การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของโครงงาน โดยเน้นให้ผู้เรียน เรียนการสอนโดยใชโ้ ครงงาน อาชีวศึกษาทุกสาขาวิชา ได้ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง ลงมือ เป็นฐาน คน้ ควา้ สามารถบูรณาการวิชาการด้านต่างๆ มาใช้ในการทำโครงการ 16 Self-Learning หมายถึง Self-Learning เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การให้ผู้เรียนได้ การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียน จากแหล่งข้อมลู ตา่ ง ๆ ด้วย โดยมีคุณครูคอยให้คำแนะนำ ได้นำส่ิงที่ตนเองได้ศึกษาค้นคว้ามา ตัวเอง แลกเปลี่ยนเรียนรกู้ ับเพือ่ น เสริมทกั ษะใหก้ บั ผูเ้ รยี นมากข้ึน 17 Active Learning หมายถึง Active Learning เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ คุณครูผู้สอนได้ กระบวนการเรยี นการสอนที่ มีการจัดการเรียนการสอนในแต่ละสาขาวิชา โดยให้ผู้เรียนได้มีส่วน เนน้ ให้ผู้เรียนมีสว่ นร่วม ร่วมในการเสนอแนะ การอยากเรียนรู้ และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรม การเรยี นรู้ 18 Transformation Transformation Leadership เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ Leadership หมายถึง ความสามารถท่ีผู้บริหารสถานศึกษา ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ พฤติกรรมท่ีผู้นำแสดง ให้ ในการจัดการบริหารทั้งในด้านฝ่ายวิชาการ ฝ่ายพัฒนากิจการฯ ฝ่าย เหน็ ถงึ ความสามารถ บรหิ ารทรัพยากร และฝา่ ยแผนงานและความรว่ มมอื 19 Mind Map หมายถึง Mind Map เก่ยี วกับการจัดการอาชวี ศึกษา คอื ไดอะแกรม ที่แสดงให้ เครอื่ งมอื ท่ีชว่ ยในการจดั การ เห็นถงึ ความเช่อื งโยงของมโนภาพท่สี มั พันธ์กัน ในการจดั การเรียนการ ระบบ สอนสายอาชีพ เป็นเคร่ืองมือท่ีช่วยในการจัดการระบบ มีรูปแบบการ จดบันทึกที่สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ เป็นการถ่ายทอดความคิด หรอื ข้อมูลต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ใน 20 New Entrepreneurs New Entrepreneurs Creation เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ Creation หมายถึง การสรา้ ง การสนับสนุนส่งเสริมของอาชีวศึกษา ที่จะให้ผู้เรียนได้เป็นเถ้าแก่ใน ผู้ประกอบการใหม่ อนาคต ทำงานตามความถนดั และมีกจิ การเป็นของตนเอง 21 New Innovation หมายถงึ New Innovation เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ใช้ในการ นวตั กรรม ส่ิงประดิษฐ์ใหม่ ๆ จัดการการเรียนการสอนและ พัฒนาการเรียนรู้ การส่งเสริม สนับสนุนการจัดทำส่ิงประดิษฐ์ และเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา เพือ่ ไปตอ่ ยอดในการประกอบอาชพี 22 Excellent Center College Excellent Center College เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ใช้ หมายถงึ ศนู ย์ความเป็นเลศิ ในการจัดการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาวิชา ที่สอดคล้องกับทิศ การอาชีวศึกษา ทางการพฒั นาอุตสาหกรรมเปา้ หมายของประเทศ 23 Digital College หมายถึง Digital College เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ใช้ในการจัด สถานศกึ ษาที่นำเทคโนโลยที ่ี การศึกษาเพื่อพัฒนาคน พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและส่งเสริมการเรียนรู้ ทนั สมยั มาใชใ้ นการพฒั นา ระบบการศึกษาและการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ โดยใช้ กำลงั คนอาชีวศึกษา เทคโนโลยที ท่ี นั สมัย
13 ลำดบั คำสำคัญและนิยามศพั ท์ คำอธิบาย ท่ี (Keyword /Definition) (Description) 24 Green College หมายถึง Green College เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การส่งเสริม สถานศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนให้นักเรียน บุคลากร ผู้ปกครอง ชุมชน มีโอกาสแสดงความ คิดเห็นในการปรับปรุง การจัดสิ่งแวดล้อมด้านอาคารสถานท่ี เพ่ือทำ ใหส้ ถานศึกษาเป็นสถานศกึ ษาท่นี ่าอย่ตู ่อไป 25 Work Integrated Learning Work Integrated Learning เกี่ยวกบั การจดั การอาชวี ศึกษา คือ การ หมายถงึ การจัดการศึกษา ให้นักเรียนนักศึกษาได้ไปฝึกงานและการเรียนการสอนการศึกษา แบบผสมกลมกลนื ระหว่าง ระบบทวิภาคีโดยใช้เทคนิคการสอนตามรูปแบบท่ีเหมาะสมตาม ประสบการณ์ทำ งานทาง เนื้อหารายวิชาเง่ือนไขของการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ วิชาชีพนอกห้องเรียน กบั การ การเรียนกับการทำงานในรายวิชา เรยี นในหอ้ งเรียน 26 Strategic Planning Strategic Planning เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ใช้ในการ หมายถึง การวางแผนกลยุทธ์ จดั การวางแผนการทำงาน เทคนิคการทำงาน ของสถานศึกษา เพื่อนำ องคก์ รไปสภู่ าพลกั ษณใ์ หม่ ก้าวสวู่ ิสัยทศั น์ ทต่ี ้องการในอนาคต 27 Center of Vocational CVM เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ใช้ในการจัดการวางแผนใน Manpower Networking การจัดต้ังศูนย์ CVM ในการบริการผลิตพัฒนากำลังคนอาชีวะ Management : CVM ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) และ หมายถงึ ศนู ยบ์ ริหาร รองรับการเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม 4.0 และเพ่ือขับเคล่ือนให้ เครือข่ายการผลิตและพัฒนา สถานศกึ ษาอาชีวะมีความปลอดภัยสูงสุดแก่ผูเ้ รยี น กำลงั คนอาชวี ศกึ ษา 28 Digital Literacy หมายถงึ Digital Literacy เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ใช้ในการจัดการ ทักษะในการนำเคร่ืองมือ ปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน หรือใช้เพ่ือพัฒนากระบวนการ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี ทำงาน หรือระบบงานในองค์กรให้มีความทันสมัย และแก้ไขปัญหาที่ ดิจทิ ัล เกิดข้ึนในการทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มาใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสดุ ในการสื่อสาร การปฏบิ ตั งิ าน และการทำงานรว่ มกัน 29 Financial Literacy Financial Literacy เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การได้รับ หมายถงึ ความรดู้ ้านการเงนิ ความรู้ท่ีมีความเข้าใจในเรื่องท่ีเก่ียวข้องกับการเงิน รวมท้ังมีทักษะใน การบริหารจัดการ เช่น การจัดงบประมาณการใช้เงินในหมวดหมู่ ตา่ งๆ และการบรหิ ารจัดการเร่อื งการเงนิ ของสถานศกึ ษา 30 Social Literacy หมายถึง Social Literacy เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การมีส่วนร่วม การร้สู งั คม ซึ่งถูกพัฒนาผ่านความร่วมมือและเครือข่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดี ต่อ การควบคุมตนเองและการควบคุมจะช่วยให้บุคลพันาบุคลิกภาพของ ตนเอง ในด้านการตัดสินใจ การแสดงออก เทคนิคการควบคุมงาน ตลอดจนเจตคติและความสามารถ ทจี่ ะนา ไปส่คู วามสำเรจ็ ได้ 31 Challenge หมายถึง ความ Challenge เก่ยี วกับการจัดการอาชวี ศึกษา คอื การสร้างความตน่ื เต้น ทา้ ทาย ท้าทาย และความสนใจ เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างผู้เรียนและมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นวิธีการพัฒนา ความความคดิ การเปน็ ผปู้ ระกอบการของผูเ้ รยี นอาชีวศึกษาได้
14 ลำดบั คำสำคญั และนยิ ามศพั ท์ คำอธบิ าย ที่ (Keyword /Definition) (Description) 32 Problem-Based Learning PBL เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การสร้างประสบการณ์ตรง : PBL หมายถงึ การจัดการ เน้นให้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์ปัญหาวาง เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน แผนการเรียนรู้ และตรวจสอบกำกับการเรียนรู้ และยังช่วยสร้าง แรงจูงใจอีกด้วยอาจกล่าวได้ว่า การเรียนรู้ด้วย PBL เป็น “การใช้ ปัญหา ทำใหเ้ กิดปญั ญา” 33 The Law of Success The Law of Success เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การจัด หมายถึง ศาสตร์แห่ง สายอาชีพให้นักเรียนนักศึกษาน้ันได้มีเป้าหมายที่สำคัญและแน่นอน ความสำเรจ็ ได้มีความมั่นใจในตัวเอง มีความคิดริเร่ิมและการเป็นผู้นำ มีความ กระตือรือร้น มีความคิดถูกต้องเท่ียงตรง และมีความสามัคคีต่อเพ่ือน ร่วมงาน 34 e-Portfolio หมายถงึ แฟม้ e-Portfolio เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ระบบที่ช่วยให้ สะสมงานอิเลก็ ทรอนิกส์ นักเรียนนักศึกษา ในการสร้างและเผยแพร่แฟ้มผลงานของตนเอง ไม่ ว่าจะเป็นการอบรม การเรียน การฝึ กประสบการณ์ในสถาน ประกอบการ ในรูปแบบระบบออนไลนผ์ า่ นทางอนิ เทอร์เนต็ 35 Knowledge Sharing Knowledge Sharing เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ผู้บริหาร หมายถึง การแลกเปลย่ี น สถานศึกษา บุคลากรทุกคน ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องใดเรื่อง เรยี นรู้ หน่งึ รว่ มกนั เพอ่ื ร่วมสร้างความเขา้ ใจ พัฒนาแนวปฏบิ ัติในเร่อื งน้นั ๆ 36 AI : Artificial Intelligence AI เก่ียวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ผู้บริหารใช้ในการส่งเสริม หมายถึง ปญั ญาประดิษฐ์ พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ด้านการศึกษา เพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัด การศึกษา และพัฒนาเคร่ืองมือสำหรับ ครูผู้สอนในการวิเคราะห์ ผู้เรียน ออกแบบการเรียนรู้และรวบรวมข้อมูล พัฒนาการเรียนรู้เพ่ือ ส่งเสรมิ การพฒั นา ผเู้ รยี นในอนาคต 37 The Power of Positive The Power of Positive Thinking เกีย่ วกบั การจัดการอาชีวศึกษา Thinking หมายถึง หลักการ คือ ใชใ้ นการสง่ เสริมความคิดในเชงิ บวกใหก้ บั คนในสถานศึกษา โดย สรา้ งพลงั ความคิดเชิงบวก มุง่ พัฒนาทัศนคติทีด่ ีทั้งตอ่ ตนเอง เพื่อนรว่ มงาน และสถานศกึ ษา อีก ท้ังยงั เสริมแนวทางในการจุดประกาย ความคดิ สรา้ งสรรค์ทส่ี ามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้ท้ังชวี ติ ประจำวันและในการทำงาน 38 Lifelong Learning หมายถึง Lifelong Learning เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ การพัฒนา การเรยี นรู้ตลอดชีวติ คณุ ภาพโดยรวม การสร้างโอกาส ส่งเสริมการเรยี นรู้ตลอดชีวติ ท้ังของ ผู้เรียนและครูผู้สอน ตลอดจนการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี ซ่ึงถือว่า เปน็ การพัฒนาขีด ความสามารถของทรพั ยากรมนษุ ย”์ 39 Work Balance หมายถงึ Work Balance เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษา คือ ผู้บริหาร แนวคดิ เกยี่ วกบั การปรบั สถานศึกษา ควรส่งเสริมการปรับสมดุลระหว่างงาน และชีวิตส่วนตัว สมดุลระหว่างงานและชีวิต เพ่ือลดผลกระทบจากการทำงานหนักเกินไป ซ่ึงจะมีประโยชน์ ทั้งกับ ส่วนตัว บคุ ลากรของสถานศึกษา รวมถงึ นักเรยี นนกั ศกึ ษา ****************************************************
15 แบบสรุปองค์ความรู้ การศกึ ษาคน้ ควา้ เรยี นรเู้ พ่อื พัฒนาตนเองใน แต่ละสมรรถนะ เพอื่ เปน็ แนวทางการ นำไปใช้ในการบรหิ ารจัดการ สถานศึกษาในฐานะรองผ้อู ำนวยการ
16 ใบนำเสนองาน การศึกษาค้นควา้ เรยี นรเู้ พ่ือพฒั นาตนเอง แบบสรุปองคค์ วามรู้การศึกษาค้นคว้าเรยี นรูเ้ พ่ือพัฒนาตนเอง วทิ ยากรพ่เี ลี้ยง ผอู้ ำนวยการ สวุ ัฒน์ชัย ศรสี ุพัฒนะกลุ ช่อื - สกุล นายภมู ิศักดิ์ วรไตรจริยา กลุ่มที่ 10 เลขท่ี 8 องค์ความรู้ที่ไดจ้ ากการศึกษาค้นควา้ เรียนรูเ้ พื่อพฒั นาตนเองและการนำไปประยตุ ์ใช้ สมรรถนะหลกั ท่ี 1 การดำรงตนของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา อาชวี ศึกษายคุ ชีวิตวิถอี นาคต (Next Normal) 1.1 เจตคติและสร้างกรอบความคิดแบบเปิดกว้าง (Growth Mindset) ในการบริหาร สถานศึกษาให้สอดคล้องกบั ชีวิตวถิ ีอนาคต(New Normal) สมรรถนะท่ีคาดหวัง : การเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีจิตวิญญาณ มีอุดมการณ์ รู้บทบาท หน้าท่ี มีวิสยั ทัศน์ มุ่งมันในการพัฒนาสถานศึกษา กรอบความคิด (Mindset) คือความเชื่อหรือวิธีการที่ส่งเสริมต่อพฤติกรรมมุมมองและทัศนคติใน การรบั รู้ มองเห็น เข้าใจและตีความสิ่งท่อี ยรู่ อบตัว Carol Dweck ผคู้ ิดค้นเรอ่ื ง Mindset ได้แบ่งประเภทของ Mindset เป็น 2 แบบคือ กรอบความคิดแบบตายตัว (Fixed Mindset) หมายถึง ความเชื่อว่าคุณสมบัติของตัวเองเป็นส่ิงท่ีไม่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การให้ความสำคัญกับการเป็นคนฉลาด ซึ่งเชื่อว่า ความฉลาด ทักษะ ความสามารถ เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มักหลีกเล่ียงงานที่ท้าทายหรือปัญหายากๆโดยกลัวว่าหากทำไม่ได้ หรอื ทำไมส่ ำเรจ็ แลว้ จะดูโงห่ รือกลัวความลม้ เหลว กรอบความคิดแบบพัฒนาได้ (Growth Mindset) หมายถึงความเช่ือว่าคุณสมบัติพื้นฐานท่ีเรามีเป็น ส่ิงที่พัฒนาได้ด้วยความพยายามถึงจะมีความแตกต่างกันในทุกๆด้านของแต่ละบุคคล แต่ทุกคนสามารถ เปลย่ี นแปลงและเติบโตไดด้ ว้ ยความพยายามและประสบการณ์ การพัฒนากรอบความคิด ก่อนที่จะพัฒนากรอบความคิดของตัวเองจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าตนเองมี กรอบความคิดแบบไหนโดยวิธีการท่ีนิยมคือ การให้ตอบคำถามเก่ียวกับสติปัญญาและคำถามเก่ียวกับ บุคลิกภาพส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยให้สามารถรู้ได้ว่าตัวเองมีกรอบความคิดโน้มเอียงทางใด ความแตกต่าง ระหว่างกรอบความคิดทางด้านสติปัญญาและกรอบความคิดทางด้านบุคลิกภาพ คือ ทางด้านสติปัญญามักมี บทบาทในสถานการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับความสามรถในการคิด ส่วนทางด้านบุคลิกภาพมักจะใช้ในสานการณ์ที่ เกยี่ วขอ้ งบคุ ลิก ซง่ึ มีวธิ กี ารพฒั นากรอบความคดิ ของตวั เองสามารถทำได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้ 1. สำรวจและฟงั เสียงกรอบความคิด คอื สำรวจตนเองก่อนวา่ กรอบความคิดของเรานั้นเปน็ แบบไหน 2. เลือกท่ีจะฟังกรอบความคิดแบบพัฒนาได้ คือ เมื่อสำรวจตัวเองและรู้ว่ากรอบความคิดน้ันเป็น แบบใด เมอื่ พบแล้วกใ็ ห้เลือกทจี่ ะพฒั นาทักษะใหม่ๆ หมายความว่าเรากำลังใชก้ รอบความคิดแบบพัฒนาได้ 3. โตต้ อบและเถียงกลับ คือ วธิ กี ารท่จี ะเปล่ยี นแปลงกรอบความคดิ แบบตายตวั ให้เปน็ แบบพฒั นาได้ 4. ลงมือปฏิบัติ จุดมุ่งหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดคือการต้องการเปลี่ยนแปลง พฤตกิ รรม 5. ยังทำไม่ได้ ไม่ใช่ ทำไม่ได้ เม่ือสิ่งที่เราลงมือทำยังไม่ประสบความสำเร็จ คือ บอกกับตัวเองว่า คุณสมบัตติ อนนัน้ ของเรายังไม่ถึง ยงั ทำไมได้ เราแคย่ ังทำไม่ได้ ไม่ใชห่ มายความว่า เราทำไมไ่ ดเ้ ลย
17 1.2 วนิ ยั การรกั ษาวนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชพี สมรรถนะที่คาดหวัง : แสดงพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และ จรรยาบรรณวิชาชีพ ในการปฏิบตั หิ นา้ ทรี่ องผู้อำนวยการ ต่อผบู้ งั คบั บัญชา ผ้รู ว่ มงาน และผ้เู กยี่ วขอ้ ง ข้าราชการ เมื่อแยกออกเป็น 3 คำ คือ “ข้า” หมายถึง ผู้รับใช้ “ราช” มาจากคำว่าราชา “การ” หมายถงึ การงาน เมือ่ รวมกันแล้ว “ข้าราชการ” ความหมายจึงมีว่า “เปน็ ผู้ทำการงานต่าง(แทน)พระราชา ใน นามพระราชา” เม่ือพระราชาทรงปฏิบตั พิ ระราชกรณียกจิ เพอ่ื บำบดั ทกุ ข์ บำรุงประชาชน แล้วไซร้ ข้าราชการ ก็ต้องทำการในนามพระราชา เพื่อประชาชนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะข้าราชการครู ท่ีเปรียบเสมือน แม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ ของชาติ ท่ีจะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กๆ ส่วนข้าราชการครูในตำแหน่งรองผู้อำนายการ ท่ีทำหน้าที่ บรหิ ารสถานศกึ ษาก็ตอ้ งเป็นแบบอยา่ งทดี่ ใี ห้กบั ขา้ ราชการครผู สู้ อน ดว้ ยเชน่ กัน เพ่ือให้ข้าราชการครูได้มีความตระหนัก ไม่กระทำผิด ไม่โดนลงโทษทางวินัย จึงมีพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 เป็นบทบัญญัติหลัก รวมถึงพระราชบัญญัติ ตา่ งๆ และกฎระเบียบที่เก่ียวข้องกบั วินัย การรักษาวินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ เพ่ือใช้ กำกับดแู ลขา้ ราชการครู โดยมุ่งหวังให้ข้าราชการครทู กุ คนไดป้ ฏิบัติ พอสรุปไดด้ ังน้ี 1. การครองตนให้เป็นผู้ที่มีวินยั คุณธรรม จริยธรรม โดยยึดม่ันในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ 2. การมคี วามซอื่ สัตยส์ จุ รติ มีจิตสำนึกทดี่ ี มคี วามรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ี และตอ่ ผู้ทเี่ กยี่ วขอ้ ง 3. การบริหารงานด้วยการกล้าคิด กล้าตดั สินใจ กล้าแสดงออก 4. การกระทำในส่ิงทถี่ กู ต้องชอบธรรม 5. การปฏิบัติหน้าทอี่ ยา่ งเปน็ ธรรมและไมเ่ ลือกปฏิบัติ 6. การปฏบิ ัติหน้าท่เี พ่ือประโยชนส์ ่วนรวมมากกวา่ ประโยชน์สว่ นตัวหรอื พวกพ้อง 7. การมุง่ ผลสัมฤทธข์ิ องงานรวมถงึ การปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยยดึ คณุ ภาพผู้เรยี น และคุณภาพการศกึ ษาเปน็ สำคัญ 8. การปฏิบัตติ ามจรรยาบรรณวิชาชพี เพ่ือใหม้ วี นิ ยั และพฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชพี ดว้ ยรักและศรทั ธา 9. การช่วยเหลือต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ช่วยเหลือเก้ือกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์โดยยึดมั่น ในระบบคุณธรรม 10. การซือ่ สัตย์สุจรติ รับผิดชอบตอ่ วิชาชีพ ต่อผ้รู ับบริการด้วยความรกั ความเมตตา 11. การเอาใจใสช่ ว่ ยเหลอื และส่งเสริมการเรยี นรู้แกศ่ ษิ ย์ 12. การสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ต่อสังคม โดยเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา ศลิ ปวัฒนธรรม ภมู ิปัญญา ส่ิงแวดลอ้ ม 13. การรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณช่ือเสียงของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้เป็นที่เช่ือถือ ศรทั ธาแก่ผรู้ บั บริการและสังคม อันจะนำมาซงึ่ เกยี รตแิ ละศักดศ์ิ รแี ห่งวิชาชพี 14. การเป็นแบบอย่างท่ีดี เหมาะสม และรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาแก่ผรู้ ่วมงานและผูพ้ บเห็น 15. การไมก่ ระทำผดิ เกี่ยวกับคอมพวิ เตอร์ ดังน้ันจะเห็นได้ว่า ในการดำรงตนของรองผู้อำนวยการสถานศึกษา นอกจากหน้าที่บริหารให้ สถานศึกษามีการพัฒนา เจริญก้าวหน้า บรรลุตามวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาแล้ว ยังต้องคอยช่วยกำกับ ดูแลข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างช่ัวคราว ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในระเบียบ ขอ้ บงั คบั และไมก่ ระทำผดิ กฎหมายอกี ดว้ ย
18 1.3 การดำรงตนของรองผู้อำนวยการสถานศึกษาอย่างราบร่ืนและมคี วามสขุ สมรรถนะที่คาดหวัง : เป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ทป่ี ฏิบัติตน ปฏบิ ัติงานไดส้ อดคล้องกับชีวิต วถิ ีอนาคต ดำรงตนเปน็ แบบอย่างที่ดี และเปน็ ผ้นู ำดา้ นความมวี ินัย ยดึ หลักคุณธรรม จริยธรรม การพัฒนาภาวะผู้นำ 360 องศา (The 360 Degree Leader) หมายถึง บุคลากรภายในองค์กรมี ความปรารถนาพัฒนาศักยภาพตนเองใหด้ ีขน้ึ อย่างต่อเน่ือง (Potential) โดยไม่ยึดติดว่าตนเองมีตำแหนง่ อะไร และอาศัยการเรียนรพู้ ฤติกรรมที่ดขี องผูน้ ำ พร้อมกบั มีความต้ังใจเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่พฤติกรรมที่ดี โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อโน้มน้าวคนรอบข้างในทุกระดับ ให้มีความเชื่อมั่น ยอมรับ และให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจ อันนำไปสู่การสร้างผลการปฏิบัติงานท่ีดีขึ้นร่วมกัน (Team Performance) เป็นการพัฒนาตนเองให้มี ประสิทธิภาพรอบด้านด้วยหลักการและวิธีปฏิบัติของผู้นำ 360 องศา เพ่ือให้ตนเองมีความสอดคล้องกับ ความต้องการของบุคคลแต่ละระดับ โดยทั่วไปแล้วเราสามารถแบ่งระดับการเป็นผู้นำเพื่อนำคนแต่ละระดับ ของการพัฒนาผนู้ ำ 360 องศา ดงั น้ี 1. หลักการและวธิ ีปฏบิ ัตใิ นการเปน็ ผูน้ ำ นำคนระดับบน (หัวหนา้ ) 2. หลักการและวิธีปฏิบตั ใิ นการเป็นผู้นำ นำคนระดบั กลาง (เพ่ือนร่วมงาน) 3. หลกั การและวิธีปฏิบตั ใิ นการเปน็ ผนู้ ำ นำคนระดับล่าง (ลูกน้อง) หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่นอกจากจะทรงด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว ทรงยังเป็นพระราชาที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และการ ทำงานแก่พสกนิกรของพระองค์ และนานาประเทศอีกด้วย ผู้คนต่างประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ และมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้ ซึ่งแนวคิดหรือ หลักการทรงงานของใน หลวงรัชกาลท่ี 9 มีความน่าสนใจ ที่สมควรนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตการทำงานเป็นอย่างยิ่ง หากท่านใด ต้องการปฏิบัติตามรอยเบ้ืองพระยุคลบาท ท่านสามารถนำหลักการทรงงานของพระองค์ไปปรับใช้ให้เกิด ประโยชน์ได้ พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาในหลวงรชั กาลที่ ๑๐ ตอ้ งม่งุ สร้างพ้นื ฐานให้แกผ่ ้เู รียน ๔ ดา้ น 1. มีทัศนคติท่ีถูกต้องต่อบ้านเมือง : มีความรูค้ วามเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในศาสนา ม่ันคงใน สถาบันกษตั รยิ ์ และมีความเอ้อื อาทรต่อครอบครวั และชมุ ชนของตน 2. มีพนื้ ฐานชวี ิตทีม่ ่ันคง มีคุณธรรม : ต้องรจู้ ักแยกแยะสง่ิ ท่ีผิด ส่ิงท่ีชอบ ปฏิบัติแต่สิ่งที่ดงี าม ปฏเิ สธ ส่ิงท่ผี ิด ส่งิ ทีช่ ่วั ช่วยกนั สร้างคนดใี หแ้ ก่บา้ นเมอื ง 3. มีงานทำ มอี าชีพ : การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้ เด็ก และเยาวชน รักงาน สู้งาน ทำจนงานสำเร็จ การฝึกฝนอมรมทั้งในหลักสูตร และนอกหลักสูตรต้องมี จุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทำงานเป็นและมีงานทำในท่ีสุด พร้อมท้ังต้องสนับสนุนผู้สำเร็จหลักสูตร มีอาชีพ มีงาน ทำจนสามารถเล้ยี งตนเอง และครอบครวั 4. เป็นพลเมืองที่ดี : เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยครอบครัว สถานศึกษาและสถานประกอบการต้อง ส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าท่ี เป็นพลเมืองดี คือ “เห็นอะไรท่ีจะทำเพ่ือบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” เช่นงาน อาสาสมัครงานบำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกศุ ลใหท้ ำด้วยความมีนำ้ ใจ และความเอือ้ อาทร จากที่ได้ศึกษาค้นคว้า สรุปได้ว่า กรอบความคิดเป็นสิ่งท่ีพัฒนาได้ ซ่ึงการพัฒนาต้องการเวลา ความ อดทน ความพยายามและแรงสนับสนุน ข้าราชการครูต้องมีความตระหนัก ไม่กระทำผิดวินัย จึงมี พระราชบัญญัตริ ะเบียบขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 เปน็ บทบญั ญตั ิหลกั ***********************************************
19 สมรรถนะหลกั ท่ี 2 ภาวะผ้นู ำทางวิชาการและวชิ าชีพอาชวี ศกึ ษา การบรหิ ารการเปลี่ยนแปลงดา้ นวิชาการและวชิ าชีพอาชวี ศกึ ษา สมรรถนะท่ีคาดหวงั : สามารถเป็นผูน้ ำการบริหารการเปลยี่ นแปลง (Change Management) การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA) เป็นกรอบการบริหารจัดการองค์การ ที่ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ส่วนราชการนำไปใช้ในการ ประเมินองคก์ ารดว้ ยตนเองที่ครอบคลุม ภาพรวมในทกุ มติ เิ พอื่ ยกระดบั คุณภาพการบรหิ ารจัดการให้เทยี บเทา่ มาตรฐานสากล ม่งุ เนน้ ให้หน่วยงานราชการปรบั ปรุง และตอ่ เนื่องครอบคลุมทงั้ 7 ดา้ น ดังนี้ 1. การนำองค์การ : เป็นการประเมินการดำเนินการของผู้บริหารในเร่ืองวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ค่านิยม ความคาดหวังในผลการดำเนินการ การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การ กระจายอำนาจการตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรมและการเรียนรู้ในส่วนราชการ การกำกับดูแลตนเองที่ดี และ ดำเนนิ การเก่ียวกับความรบั ผิดชอบตอ่ สังคมและชุมชน 2. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ : เป็นการประเมินวิธีการกำหนดและ ถ่ายทอดประเด็น ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ กลยุทธ์หลัก และแผนปฏิบัติราชการ เพ่ือนำไปปฏิบัติและวัดผล ความกา้ วหนา้ ของการดำเนินการ 3. การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย : เป็นการประเมินการกำหนดความ ต้องการ ความคาดหวัง และความนิยมชมชอบ การสร้างความสัมพันธ์ และการกำหนดปัจจัยสำคัญท่ีทำให้ ผรู้ ับบรกิ าร และผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสียมคี วามพงึ พอใจ 4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ : เป็นการประเมินการเลือก รวบรวม วิเคราะห์ จัดการ และปรับปรุงขอ้ มลู และสารสนเทศ และการจัดการความรู้ เพือ่ ให้เกดิ ประโยชนใ์ นการปรับปรงุ ผลการ ดำเนินการขององค์การ 5. การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล : เป็นการประเมินระบบงาน ระบบการเรียนรู้ การสร้างความผาสุก และแรงจูงใจของบคุ ลากร เพอ่ื ให้บคุ ลากรพฒั นาตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มทีต่ ามทิศทางองคก์ าร 6. การจัดการกระบวนการ : เป็นการประเมินการจัดการกระบวนการ การให้บริการ และ กระบวนการอื่นท่ีช่วยสร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกระบวนการสนับสนุน เพื่อให้บรรลุ พันธกิจขององคก์ าร 7. ผลลัพธ์การดำเนินการ : เป็นการประเมินผลการดำเนินการและแนวโน้มของส่วนราชการในมิติ ดา้ นประสิทธผิ ล มติ ิดา้ นคณุ ภาพการใหบ้ รกิ าร มิติด้านประสิทธิภาพ และมิตดิ า้ นการพฒั นาองคก์ าร PMQA เป็นเคร่ืองมือการพัฒนาองค์การตามยุทธศาสตร์หลักในการยกระดับคุณภาพระบบราชการ ไทยให้มศี ักยภาพและขดี ความสามารถเทียบเทา่ ระดับสากล การนำเครื่องมือนี้ไปดำเนินการส่วนราชการจะมี การพัฒนาอย่างต่อเน่ืองตามเป้าประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย อาจกล่าวได้ว่า ส่วนราชการไทยได้เข้าสู่ระบบการพัฒนาเพ่ือการเป็นองค์กรท่ีมี ธรรมาภิบาลตามหลักการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี ดังได้นำมาเป็นตัวอย่างในฐานะเป็นตัวแทนของส่วนราชการในกำกับของฝ่ายบริหาร ดังกรณี ตวั อยา่ งของกรมธนารกั ษ์ กรมทางหลวงชนบท และกรมชลประทาน กรมธนารักษ์ : โดดเด่นในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ด้วยนโยบายชัดเจน กำหนด ผู้รับผิดชอบ ให้การสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร ติดตามงานอย่างต่อเนื่อง และร่วมแก้ไขปัญหา ทีมงานดี โดยมี PMQA Working Team ในแต่ละหมวด จัดทำแผนพัฒนาองค์การและติดตามผลการ ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และสร้างส่ิงจูงใจ โดยจัดการประกวดพัฒนาองค์กรตามเกณฑ์คุณภาพการบริหาร จดั การภาครัฐ เพือ่ กระตนุ้ และจูงใจให้ทุกหนว่ ยงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาองคก์ ร
20 กรมทางหลวงชนบท : “มุ่งเน้นประชาชน ผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” โดยใช้ PMQA ใน การส่งเสริมการทำงานของกรมทางหลวงชนบทมีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น ประชาชนได้ใช้ถนนอย่างมี ประสิทธิภาพ มีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบการทำงาน และสามารถใช้ช่องทางในการให้บริการสูง ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นประโยชน์ที่สำคัญของเกณฑ์ PMQA ปัจจัยความสำเร็จ คือ การส่ือสารสร้าง ความเข้าใจให้เจ้าหน้าท่ีรับรู้ เข้าใจ และนำไปปฏิบัติ ส่งเสริมให้เกิดวัฒนาธรรมค่านิยม และจิตสำนึกในการ มุ่งเน้นการให้บริการประชาชน และใช้การพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปเพ่ือความยั่งยืน ส่วนสะท้อนถึง ความสำเรจ็ ของกรมทางหลวงชนบท คือ ผรู้ บั บรกิ ารมคี วามพงึ พอใจ กรมชลประทาน : ประสบความสำเร็จในการขับเคล่ือน PMQA ด้วยการเร่ิมต้นจากนโยบายให้กลุ่ม พัฒนาระบบบริหารช้ีแจงทำความเข้าใจกับบุคลากรในทุกระดับ เพ่ือให้บุคลากรภายในองค์กรทราบถึงความ เปลย่ี นแปลง จากน้นั สรา้ งจิตสำนึกให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยยึดหลักคุณธรรมและค่านิยมขององค์กร ปัจจัยแห่ง ความสำเร็จ คือ “นำดี แผนชัด มีส่วนร่วม พัฒนาคน พัฒนางาน สร้างความสุข” สิ่งท่ี PMQA ให้กับกรม ชลประทาน คือ เป็นเคร่อื งมือตรวจสุขภาพขององคก์ ร ทำให้ทราบจดุ แข็ง จุดอ่อน และโอกาส ในการกำหนด วิธีปรับปรุงองค์กรให้มีคุณภาพดีขึ้น ทำให้กรมชลประทานสามารถส่งมอบคุณภาพท้ังผลผลิตและบริการท่ีดี ให้กับผู้รับบริการ และทำให้กรมชลประทานมีภาพลักษณ์ท่ีดีในการบริหารจัดการ ได้รับความพึงพอใจจาก ผู้รับบริการและผู้มสี ่วนได้ส่วนเสยี การบรหิ ารงานดว้ ยเทคโนโลยดี จิ ทิ ัล สมรรถนะที่คาดหวัง : สามารถขับเคลื่อนสถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้วยระบบ เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั Digital literacy หมายถึง ทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดจิ ิทลั ทมี่ ีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใน การสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน หรือใช้เพ่ือพัฒนากระบวนการทำงาน หรือระบบงานใน องค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นทักษะด้านดิจิทัล พนื้ ฐานที่จะเป็นตวั ช่วยสำคัญ สำหรับข้าราชการในการปฏิบัติงาน การส่ือสาร และการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ในลักษณะ “ทำน้อย ได้มาก” หรือ “Work less but get more impact” และช่วยส่วนราชการสร้างคณุ ค่า (Value Co-creation) และความคุ้มค่าในการดำเนินงาน (Economy of Scale) เพ่ือการก้าวไปสู่การเป็น ประเทศไทย 4.0 อกี ท้ังยังเปน็ เครื่องมือช่วยใหข้ ้าราชการ สามารถเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองเพอ่ื ใหไ้ ด้รบั โอกาส การทำงานท่ดี แี ละเติบโตก้าวหน้าในอาชพี ราชการ (Learn and Growth) ด้วย ในปัจจุบันโลกมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว จากยุค Analog ไปสู่ยุค Digital และยุค Robotic จึง ทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน ข้าราชการซ่ึงเป็นแกนหลักของการพัฒนา ประเทศ จึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันความเสี่ยงท่ีอาจเกิดจากการ ใชเ้ ทคโนโลยีทไี่ มเ่ หมาะสม เชน่ การสญู เสยี การเป็นสว่ นตวั ความปลอดภัยในชีวติ และทรพั ยส์ นิ การโจรกรรม ข้อมลู การโจมตที างไซเบอร์ เป็นตน้ ความสำคัญของทักษะดิจิทัล ในยุคโควิด 19 ทำให้ต้องปรับการใช้ชีวิตหลายอย่าง ทั้งการดูแล ตนเอง การใช้ดิจิทัลออนไลน์ เพ่ือการทำกิจกรรมต่าง ๆ การเรียนรู้ทักษะท่ีจำเป็นต่อการปรับตัวในกิจกรรม ออนไลน์ เช่น การทำงานท่บี ้าน การเรียนที่บา้ น การส่ังของออนไลน์ ยงั ต้องมองหาทักษะใหม่ที่จำเป็นสำหรับ อนาคต ที่หลายคนตอ้ งหาทกั ษะการดำเนินชวี ติ ด้วยการใช้ดจิ ิทัล
21 อยา่ งไรก็ดคี นรุ่นใหม่ หรือ พวกชาวพื้นเมืองดิจิทัล (Digital native) สามารถเข้าถึง อ่าน เขียนดิจิทัล สารสนเทศได้มากและเร็ว ใช้ออนไลน์ ใช้สมาร์ทโฟน เพ่ือการรับรู้ข่าวสาร ชาวพ้ืนเมืองดิจิทัลจึงแตกต่างกับ คนรุ่นเก่าทอ่ี าจเรียกได้วา่ เป็น ผู้อพยพดจิ ิทัล (Digital immigrant) รูปแบบการเขียนการอ่านจงึ เปลย่ี นไปจาก เดิมมาก คนรุ่นใหม่รับรู้และเรียนรู้ได้เร็ว การอ่านออกเขียนได้ทางดิจิทัลสำหรับคนรุ่นใหม่จึงเป็นทักษะอย่าง หนึง่ ทจ่ี ะไปใช้ชีวติ ในอนาคต กรอบทักษะพื้นฐานที่ให้คนในยุควิถีใหม่ต้องมี คืออ่านออกเขยี นได้ทางดิจิทัล ซึ่ง เป็นพื้นฐานการสร้างทักษะดิจทิ ัล เพื่อว่าในอนาคต การก้าวสูเ่ ศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย จะเก่ียวกับการ ใชด้ ิจทิ ลั อยมู่ าก ประโยชน์ของการพัฒนา Digital Literacy 1. ประโยชน์สำหรับข้าราชการ 1.1 ทำงานได้รวดเร็วลดข้อผิดพลาดและมคี วามมนั่ ใจในการทำงานมากขน้ึ 1.2 มีความภาคภูมใิ จในผลงานทีส่ ามารถสร้างสรรค์ไดเ้ อง 1.3 สามารถแกไ้ ขปญั หาที่เกิดขน้ึ ในการทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 1.4 สามารถระบทุ างเลือกและตดั สินใจไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพมากขึน้ 1.5 สามารถบรหิ ารจดั การงานและเวลาได้ดีมากขึ้น และช่วยสรา้ งสมดุลในชีวิตและการทำงาน 1.6 มีเครอื่ งมือชว่ ยในการเรียนรู้และเตบิ โตอย่างเหมาะสม 2. ประโยชนส์ ำหรบั ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ 2.1 หน่วยงานได้รบั การยอมรับวา่ มีความทนั สมัย เปดิ กวา้ ง และเป็นทย่ี อมรับ ซ่งึ จะช่วยดึงดูดและ รกั ษาคนรุ่นใหม่ท่ีมศี ักยภาพสูง มาทำงานกับองค์กรดว้ ย 2.2 หนว่ ยงานไดร้ ับความเชอ่ื มน่ั และไว้วางใจจากประชาชนและผู้รับบริการมากขนึ้ 2.3 คนในองคก์ รสามารถใช้ศักยภาพในการทำงานท่ีมีมลู ค่าสงู (High Value Job) มากขึ้น 2.4 กระบวนการทำงานและการสื่อสารของงองค์กร กระชับข้นึ คล่องตวั มากขึ้น และมีประสทิ ธภิ าพ มากข้นึ 2.5 หน่วยงานสามารถประหยัดทรพั ยากร (งบประมาณและกำลังคน) ในการดำเนนิ งานไดม้ ากข้นึ จากที่ได้ศึกษาค้นคว้า เรื่ององค์ความรู้ท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้า การบริหารการเปลี่ยนแปลงด้าน วิชาการและวิชาชีพอาชีวศึกษา พร้อมทั้งการบริหารงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สรุปได้ว่าในฐานะรอง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการในการบริหารสถานศึกษา สามารถนำคุณภาพการ บริหารจัดการภาครัฐ : PMQA ซึ่งเป็นกรอบการบริหารจัดการองค์การ ที่ได้ส่งเสริมให้ส่วนราชการประเมิน ตนเองสู่ความเป็นเลิศ เป็นเกณฑ์ท่ีประยุกต์มาจากเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการ ยกระดับคุณภาพการบริหารในทุกมิติ ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล มาใช้จัดการบริหารสถานศึกษาได้ โดยให้ ครอบคลมุ ทั้ง 7 ด้าน แล้วศึกษาดูจากหน่วยงานที่ ดำเนินการ PMQA ท่ปี ระสบความสำเรจ็ นำมาประยุกต์ใช้ กบั สถานศกึ ษา พรอ้ มทงั้ นำเทคโนโลยี และทักษะด้านดิจิทลั นำมาใชป้ ระโยชนใ์ ห้มากทส่ี ุด ***********************************************
22 สมรรถนะหลักที่ 3 การบริหารและการจดั การในสถานศกึ ษา 3.1 การบริหารจดั การสถานศึกษา สมรรถนะท่ีคาดหวัง : สามารถคดิ วิเคราะหภ์ ารกจิ ในสถานศึกษา บทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบใน การจดั การบรหิ ารสถานศึกษา การบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นไปตามระเบียบ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๒ สถานศึกษาซ่ึง หมายความว่า วิทยาลัย ศูนย์ หรือหน่วยงานท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัย สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีหนา้ ที่ จัดการศึกษา ฝึกอบรม และส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายวา่ ด้วยการศึกษาแห่งชาติ (พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ) กฎหมายวา่ ดว้ ยการอาชีวศกึ ษา (พ.ร.บ. อาชีวศึกษา 2551) และกฎหมายอื่นท่ีเก่ียวข้อง ตามนโยบายของรัฐบาล (นโยบายรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ โดยให้สถานศึกษาแบง่ การทำงานออกเปน็ 4 ฝ่าย ไดแ้ ก่ 1. ฝ่ายบริหารทรัพยากร แบ่งออกเป็น 8 งาน ได้แก่ 1) งานบริหารทั่วไป 2) งานบุคลากร 3) งานการเงิน 4) งานการบัญชี 5) งานพัสดุ 6) งานอาคารสถานที่ 7) งานทะเบยี น 8) งานประชาสัมพันธ์ 2. ฝา่ ยแผนงานและความรว่ มมือ แบง่ ออกเป็น 6 งาน และ 7 งาน เฉพาะบางสถานศึกษา ไดแ้ ก่ 1) งานวางแผนและงบประมาณ 2) งานศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ 3) งานความร่วมมือ 4) งานวิจัยพัฒนา นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ 5) งานประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 6) งานส่งเสริมผลิตผล การค้า และประกอบธรุ กิจ 7) งานฟารม์ และโรงงาน (เฉพาะสถานศกึ ษาทเ่ี ปิดทำการสอน) 3. ฝา่ ยพฒั นากิจการนักเรียนนักศึกษา แบงออกเป็น 6 งาน ได้แก่ 1) งานกจิ กรรมนักเรยี นนกั ศึกษา 2) งานครูทป่ี รึกษา 3) งานปกครอง 4) งานแนะแนวอาชีพและจดั หางาน 5) งานสวัสดิการนักเรียนนกั ศกึ ษา 6) งานโครงการพิเศษและบรกิ ารชุมชน 4. ฝ่ายวิชาการ แบง่ ออกเป็นแผนกวิชา และ 5 งาน ดังน้ี 1) แผนกวิชา 2) งานพัฒนาหลักสูตรการ เรียนการสอน 3) งานวดั ผลและประเมินผล 4) งานวทิ ยบริการและหอ้ งสมดุ 5) งานอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี 6) งานสื่อการเรยี นการสอน ฝ่ายงานตามโครงสร้างทุกงานดำเนินการตามหน้าท่ี และความรับผิดชอบท่ีระบุไว้ในระเบียบ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย การศึกษาชาติ และกฎหมายการศึกษาท่ีเก่ียวข้องอ่ืนๆ ส่วนงานท่ีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน หรือใช้กฎหมาย ระเบียบร่วมกัน ทั้งกับหน่วยงานภายในและกับหน่วยงาน หรือองค์กรภายนอก อาทิเช่น ระเบียบสำนัก นายกรฐั มนตรวี ่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ , พระราชบญั ญตั ิระเบียบข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ , ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บ รักษาเงิน และการนาเงินส่งคลัง พ.ศ. ๒๕๖๒ , พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และนโยบายต้นสังกดั ที่เปลย่ี นไปตามสถานการณ์ หรอื ยุคสมัย จะมกี ฎหมาย ระเบียบเพ่ิมเติมให้ ปฏบิ ัตเิ ป็นบางงานและปรับใช้ตามภารกิจและสถานการณ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัย มีหน้าที่และความรับผิดชอบรองจากผู้อำนวยการวิทยาลัย โดยปฏิบัติงาน ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการในการช่วยบริหารกิจการของสถานศึกษา การวางแผนการปฏิบัติงาน การควบคุม กำกบั ดูแล เก่ียวกบั การบริหารงานวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล การบรหิ ารทั่วไป และงานอ่ืนที่เกย่ี วขอ้ ง โดยมีลักษณะงานท่ีปฏบิ ัตริ องจากผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
23 3.2 การสรา้ งเครอื ขา่ ยความรว่ มมอื สมรรถนะท่ีคาดหวัง : สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์นโยบายตามบทบาทหน้าท่ีของรอง ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา สร้างเครือขา่ ยความร่วมมือเพอื่ นำไปสูก่ ารยกระดบั คุณภาพการศึกษา สร้างเครือข่ายความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา และ การฝึกอบรมวิชาชีพ เป็นพันธกิจหนึ่งท่ีสำคัญ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นองค์กรท่ี ผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพให้เป็นพลโลกที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศตามเปา้ หมายยุทธศาสตร์ชาติ โดยจัดการอาชีวศึกษาท้ังในระบบ นอกระบบ และทวิภาคี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง(ปวส.) และระดับ ปริญญาตรีสายเทคโนโลยี หลายประเภทวิชาและหลากหลายสาขา พร้อมฝกึ อบรมระยะสน้ั โดยมีระดับความ พึงพอใจของผู้เรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อผู้สำเร็จการศึกษา ได้แก่ ผู้ปกครอง ชุมชน ภาคแรงงาน ภาค เศรษฐกจิ และสังคม ดังน้ันสถานศกึ ษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการจัดการศึกษาและจัดกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน จำเป็นต้องมีเครือข่ายความร่วมมือท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษาเพอื่ พัฒนาผู้เรียนให้ครบ ทกุ ด้าน ทั้งความรู้ ทักษะฝีมือ และคุณธรรมจรยิ ธรรม ไดแ้ ก่ แผนกวิชาต่างๆ ในสถานศึกษา เพ่อื นร่วมวิชาชีพ สาขาวิชาเดียวกันในสถานศึกษาอ่ืน ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ชุมชน ในการแลกเปล่ียนเรียนรู้ และร่วมจัดกิจกรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการตามสาขาวิชาทีจ่ ัดการเรียนการสอน ท่ีท้งั ผู้เรียนและบุคลากรได้ ศึกษาดูงาน ฝึกงาน ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เป็นแหล่งเรียนรู้ และสถานท่ีฝึกทักษะฝีมือ และเป็นแหล่งงาน ของผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา ซง่ึ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการดำเนินการโดยแผนกวชิ า แผนพัฒนาการอาชวี ศกึ ษา (พ.ศ.2560-2579) 6 ยทุ ธศาสตร์ มดี ังน้ี ยทุ ธศาสตรท่ี 1 การจดั การอาชีวศกึ ษาเพอ่ื ความม่ันคงของสงั คมและประเทศชาติ ยุทธศาสตรท่ี 2 การผลิตและพฒั นากาํ ลังคนดา้ นการอาชวี ศึกษา ยุทธศาสตรท่ี 3 การพัฒนาศักยภาพกําลังคนดานการอาชีวศึกษาใหมีสมรรถนะสอดคลองกับความ ตองการในการพฒั นาประเทศ ยทุ ธศาสตรท่ี 4 การสรางโอกาส ความเสมอภาค และความเทาเทยี มในดานการอาชวี ศกึ ษา ยทุ ธศาสตรท่ี 5 การจัดการอาชีวศึกษาเพื่อสรางเสรมิ คุณภาพชวี ติ เปนมติ รกับสิง่ แวดลอม ยุทธศาสตรท่ี 6 การเพิ่มประสิทธภิ าพระบบการบริหารจัดการอาชีวศึกษา รองผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา ควรมที ักษะในการปฏิสมั พันธ์ และเช่ือมประสานระหว่างแผนกวิชาและ ผอู้ ำนวยการ เป็นท่ีปรึกษา แก้ปัญหาท่ีอาจเกดิ ข้ึน และอำนวยความสะดวกแก่แผนกวิชา ครูและบุคลากร ใน การดำเนินงานความร่วมมือต่าง ๆ และขยายเครือข่ายความร่วมมือให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมทั้งนำ แผนพัฒนาการอาชีวศกึ ษา นำไปสูบ่ ริบทของสถานศึกษา ได้ดงั น้ี 1. การส่งเสริมภาพลักษณะ และปรับคา่ นิยมของผูเ้ รียนด้านอาชวี ศึกษา 2. การเพ่มิ ปรมิ าณผู้เรยี นอาชวี ศึกษาให้มีสดั ส่วนที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและ การพัฒนาประเทศดว้ ยวิธีท่หี ลากหลาย 3. การพัฒนาระบบการแนะแนวด้านอาชีวศึกษา เพ่ือสร้างทางเลือกการตัดสินใจศึกษาด้าน อาชีวศึกษา และประกอบอาชีพในสาขาท่ีตนถนัดและสนใจ 4. การสง่ เสรมิ ทักษะและสมรรถนะของผ้เู รียนอาชีวศึกษาและกำลังแรงงานโดยเน้นการลงมือปฏิบัติ จริงอยางครบวงจร การทำงานรว่ มกัน และการฝึกปฏบิ ตั ิในสถานการณจ์ ริง 5. การพฒั นาสมรรถนะในการปฏบิ ัตงิ านของผเู้ รียนอาชวี ศึกษา
24 3.3 การจดั ระบบงาน และการสอ่ื สารองคก์ ร สมรรถนะที่คาดหวงั : สามารถจดั ระบบงาน การมอบหมายงาน การสอนงาน และการสอื่ สารองคก์ ร โดยการพฒั นาและใชป้ ระโยชน์สงู สดุ จากศักยภาพของบคุ ลากรในองค์กร การจัดระบบงาน: การปฏิบัติงานสำนักงานจะดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพได้หากมีการวางแผน และการจัดระบบงานไว้เป็นอย่างดี โดยการกำหนดส่ิงที่ป้อนเข้าในระบบ (Input) อันได้แก่ บุคคล เครื่องมือ เคร่ืองใช้ วัสดุ และข้อมูลจำเป็นต่อการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ เพ่ือบรรลุประสงค์ที่ตั้ง ไว้ การบรหิ ารสถานศึกษาเปน็ โครงสร้างการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ มีการแบ่งภารกิจเป็นระบบยอ่ ย ได้แก่ ฝ่ายและงาน ซ่ึงถือว่าเป็นระบบย่อยของการบริหารสถานศึกษา ที่จะต้องมีการรับข้อมูลเข้า ประมวลผลหรือ ดำเนินการ และส่งต่อเป็นสารสนเทศให้แก่งานอื่น แต่ละงานมีการระบุภารกิจหน้าท่ีไว้ชัดเจน ผู้ท่ีได้รับ มอบหมายต้องศึกษาเรียนรู้งานให้เข้าใจเพื่อปฏิบัติและทีมงานท้ังระบบมีเป้าหมายร่วมกันคือ ประสิทธิภาพ ประสทิ ธิผล และความเชือ่ ถือไดข้ องผลลัพธ์ การสื่อสารองค์กร : ผู้บริหารมีหนา้ ท่ีรับผิดชอบต่อการกำหนดวธิ ีการ หรือวิธีปฏิบัติงานขององคก์ าร การจัดระบบงานและการส่ือสารภายในองค์กร เป็นด้านหน่ึงของกระบวนการบริหาร การจัดระบบงานให้ ได้ผลดจี ำเป็นท่ีต้องเข้าใจลักษณะและบทบาทของการจัดการเป็นอย่างดี ดังน้ันถา้ การส่ือสารในองค์กรดี ก็จะ ทำให้การทำงานเป็นระบบจะราบร่ืนประสบความสำเร็จ ทีมงานต้องมีความรับผิดชอบ เข้าใจตรงกัน การ ประสานงานหรือติดต่อส่ือสารท่มี ีคณุ ภาพ จะช่วยสรา้ งความเขา้ ใจให้แก่ทมี งานในระบบ ซึ่งปัจจุบนั มีช่องทาง การสอื่ สารหลากหลาย งา่ ยและสะดวก โดยนำเทคโนโลยเี ข้ามาช่วย รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำเป็นต้องรู้ภารกิจของงานในระบบ สร้างความตระหนักและพัฒนา บุคลากร ซ่ึงอาจสอนงานเอง หรือจัดอบรมพัฒนา หรือใช้วิธีการอื่นๆ แก่ผู้รับผิดชอบแต่ละงานให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติงาน ประสานงาน แก้ปัญหา พัฒนางาน ได้โดยง่าย มีความยืดหยุ่น และเป็นท่ี ยอมรับ รวมท้งั อำนวยความสะดวกในการปฏิบตั ิงาน 3.4 การสรา้ งทีมงานที่มีประสิทธิภาพ สมรรถนะที่คาดหวัง : สามารถสร้างพลังร่วมของทีมงานในสถานศึกษา เพ่ือขับเคลื่อนการทำงาน ไปสู่เป้าหมายเดียวกนั สรา้ งกระบวนการมสี ่วนร่วมของทีมงานและเกดิ ผลสมั ฤทธิ์ในภาพรวม การทำงานเป็นทีม คือการทำงานโดยบุคคลหลายคนที่มีการประสานงานกัน ร่วมมือกัน มีความ สามัคคี มีจุดหมายเป้าหมายร่วมกัน และเช่ือใจกัน โดยมีกลยุทธ์อันได้แก่ ร่วมใจ ร่วมคิด และร่วมทำ การ จัดการอาชีวศึกษาเป็นการทำงานเชิงระบบ ท่ีมีการทำงานเป็นทีม ทีมงานท่ีมีคุณภาพจึงเป็นปัจจัยหลักของ ความสำเร็จ ซึ่งการทำงานเป็นทีมผลงานที่ทำย่อมดีกว่าทำคนเดียว เพราะงานบางงานไม่สามารถทำคนเดียว ได้ จำเป็นต้องอาศัยความรู้จากหลายฝ่าย ท้ังความรับผิดชอบ ความคิดสร้างสรรค์ ทีมงานท่ีมีประสิทธิภาพ จะตอ้ งมีความไว้ใจกนั เชื่อใจกนั สมาชิกในทมี มคี วามสมั พันธอ์ ันดตี อ่ กัน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นกลุ่มผู้นำทีมที่จะต้องเป็นผู้คัดเลือก สรรหาทีมงานที่มีความรู้ ความสามารถ คุณลักษณะที่ตรงตามภารกิจของงานตามโครงสร้าง และนำพาทีมไปสู่เป้าหมายและ ความสำเร็จ นอกจากนั้น ต้องสร้างบรรยากาศการทำงานที่เป็นกันเอง สร้างความไว้วางใจในทีม มอบหมาย งานให้ชัดเจน พัฒนาบุคลากรในทีม กำหนดลำดับข้ันตอนกระบวน กฎ กติกาการทำงานให้เข้าใจตรงกัน มี การติดตาม เมื่อภารกิจต่าง ๆ ของทีมบรรลุวัตถุประสงค์ รางวัล ขวัญ กำลังใจ เป็นสิ่งท่ีผู้นำทีมจะต้อง พิจารณา ซึง่ ตอ้ งมคี วามยตุ ิกรรม เสมอภาค เท่าเทยี ม คงไว้ซ่ึงความรัก สามัคคีของบคุ ลากรในทมี ****************************************************
25 แบบสรุปองคค์ วามรู้ ใบนำเสนอผงั มโนทศั น์ (Mind Map) การศกึ ษาค้นควา้ เรยี นรเู้ พอื่ พัฒนาตนเอง
26 ใบนำเสนอผงั มโนทัศน์ (Mind Map) การศึกษาคน้ คว้าเรียนรู้เพือ่ พัฒนาตนเอง วทิ ยากรพเี่ ลี้ยง ผู้อำนวยการ สวุ ฒั น์ชัย ศรีสุพัฒนะกุล ชือ่ - สกุล นายภมู ิศักดิ์ วรไตรจรยิ า กลุ่มท่ี 10 เลขที่ 8 สมรรถนะหลักท่ี 1 การดำรงตนของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา อาชวี ศกึ ษายุคชวี ติ วิถีอนาคต
27 สมรรถนะหลกั ที่ 2 ภาวะผนู้ ำทางวชิ าการและวชิ าชีพอาชีวศกึ ษา
28 สมรรถนะหลกั ท่ี 3 การบรหิ ารและการจัดการในสถานศกึ ษา
29
Search
Read the Text Version
- 1 - 29
Pages: