Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือ โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์

คู่มือ โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์

Published by tong.210441love, 2022-03-24 09:32:14

Description: โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์

Search

Read the Text Version

โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ คู่มือนักเรียน และผู้ปกครอง

สิ่งที่เคารพของ โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ สมเด็จพระพุทธวรมุนีพลารักษ์ หรือหลวงพ่อก้าวหน้า

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ๔ ด้าน ๑. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ๒. มีพื้นฐานชัวิตที่มั่นคง ๓. มีงานทำ มีอาชีพ ๔. เป็นพลเมืองที่ดี

สัญลักษณ์ของโรงเรียน พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงม้าออกศึก ล้อมกรอบด้วยเส้นรูปเรือนแก้วส่วนล่างเป็ นชื่ อโรงเรียน

ปรัชญา ประจำโรงเรียน เรียนดี มีคุณธรรม บำเพ็ญประโยชน์ วินัยรุ่งโรจน์ การกีฬา วิชาสรรพ์ อัตลักษณ์ ประพฤติงาม นามลูกพระเจ้าตาก เอกลักษณ์ กระบี่กระบองเป็นเลิศ คติพจน์ สิปฺปธมฺมํ ปฏิสํยุตโต วุฑฺฒิ ปปฺโปติ ฐานโส ผู้เรียนดี มีคุณธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ ย่อมได้ รับความเจริญตามฐานะ

พระธัมโมวาท เด็กย่อมเป็นที่หวังของพ่อแม่และครอบครัว เป็นอนาคตของสังคมและประเทศชาติ เด็กที่จะทําให้ พ่อแม่และครอบครัวสมหวัง ก็คือเด็กที่ทําตนเป็นคน ดีตามขนบประเพณีและ ศีลธรรม พร้อมทั้งมีความรู้ ความสามารถจากการศึกษาเล่าเรียน เด็กที่จะเป็น อนาคตที่ดีของ สังคมและประเทศชาติได้ ก็จะต้อง เป็นคนที่เฉลียวฉลาด รู้จักรักษาระเบียบวินัย ฉะนั้น จึงขอให้เด็กทุกคนตั้งใจที่จะเป็นคนดี และทําดีเพื่อจะได้เป็นที่สมหวังและเป็น อนาคตที่ดี ของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ พร้อมทั้งพระ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สืบไป สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

สารบัญ หน ้า 7 องค์อุปถัมภ์โรงเรียน 5 ประวัติย่อขุนวรเทพีพลารักษ์ 5 ประวัติโรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ 5 แผนที่ตั้งโรงเรียน 5 แผนผังโรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ 6 สารจากผู้อํานวยการโรงเรียน 7 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ 8 สารจากประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 9 สารจากประธานชมรม ผู้ปกครองและครู 10 รายนามครู อาจารย์ โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ ประจําปีการศึกษา 2564 15 แผนภูมิการบริหารโรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ 16 ฝ่ายธุรการ 17 แผนภูมิการบริหารงานฝ่ายธุรการ 18 ฝ่ายวิชาการ 19 แผนภูมิการบริหารฝ่ายวิชาการ 20 การประเมินผลการเรียน 23 การแก้ไขผลการเรียนที่มีเงื่อนไข 25 แนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานทะเบียน - วัดผล 29 การจัดกิจกรรมในโรงเรียน 32 กิจกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 34 กิจกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 36 งานแนะแนว 37 ทุนการศึกษา 38 ฝ่ายปกครอง

ประวัติย่อ ขุนวรเทพีพลารักษ์ ( แม้น จวบสินเอี่ยม ) ขุนวรเทพีพลารักษ์ (แม้น จวบสินเอี่ยม) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2417 บิดาชื่อนายหล่ํา มารดาชื่อ นางเล็ก ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขที่ 171 ถนน ตลาดพลู อําเภอธนบุรี จังหวัดธนบุรี รับราชการเป็น มหาดเล็กในสมัย รัชกาลที่ 5 มีหน้าที่ดูแลเจ้านายฝ่ายใน คอยจัดเตรียมเครื่องต้น (ของใช้ ของเสวย สําหรับพระเจ้าแผ่นดิน) ในเวลาเจ้านายจะเสด็จสถานที่ต่าง ๆ และปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพระราชวัง จน กระทั่งเกษียณอายุราชการ ท่านขุนวรเทพีพลารักษ์เป็นคนใจดี มีความประหยัดในการใช้จ่าย ส่วนตัวเป็นอันมาก แต่มีจิต ศรัทธาบริจาคทรัพย์ เพื่อการกุศลตลอดมา มีความเมตตา ออกสตางค์ให้เด็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเป็นประจํา เป็นคน อนุรักษ์ของใช้โบราณเป็นจํานวนมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส จึงเป็นที่เคารพ นับถือของชาวบ้านละแวก ตลาดพลูโดยทั่วกัน ท่านเป็นผู้เห็นความ สําคัญของการศึกษา จึงได้มีจิตศรัทธาบริจาคทพรัพย์เพื่อการ กศลม อบที่ดินให้กับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อสร้างโรงเรียนคือโรงเรียน ธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ ในปัจจุบัน มอบทรัพย์สินให้กับพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติเป็นจํานวนมาก และเงินสดเพื่อพัฒนาการศึกษา ในเขตฝั่ งธน บุรีอีกจํานวนหนึ่ง นับว่าเป็นบุคคลสําคัญท่านหนึ่งที่สนับสนุนการศึกษา ในปี พ.ศ. 2511 ท่านขุนวรเทพีพลารักษ์ ได้เข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระ ปิ่ นเกล้า และถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2511 สิริรวมอายุได้ 94 ปี

ประวัติย่อ โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาประเภทสหศึกษา สังกัดกอง การมัธยมศึกษากรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่เลขที่ 131/1 ถนนตลาดพลู แขวง ตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 มีเนื้อที่ 4 ไร่ 34 ตาราง วา ซึ่งท่านขุนวรเทพีพลารักษ์ (แม้น จวบสินเอี่ยม) ได้ทําพินัยกรรมมอบที่ดินให้ กระทรวงศึกษาธิการเพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2512 โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ เริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2525 เดิมชื่อโรงเรียน บางยี่เรือวรเทพีพลารักษ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2527 เปลี่ยนเป็นชื่อโรงเรียนธนบุรี วรเทพีพลารักษ์ ใช้อักษรย่อ ธ.บ.ว. เปิดสอน ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดย เปิดสอนเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2527 โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ มีผู้บริหารตั้งแต่เปิดสอนจนถึงปัจจุบัน 16 คน 1. นายเจริญ ทั่งทอง ผู้อํานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2527 - 2531 ผู้อํานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2531 - 2532 2. นายบัว จินดาศรี ผู้อํานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2532 - 2535 ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2525 - 2536 3. นายถาวร อุดมสุข ผู้อํานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2536 - 2540 ผู้อํานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2540 - 2541 4. นายประมวญ บุญญพาพงษ์ ผู้อํานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2541 - 2542 ผู้อํานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2542 - 2544 5. นายชวาล ศรีพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2544 - 2548 ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2549 - 2550 6. นายสิรัตน์ สุทธิดารา ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2550 - 2551 ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2551 - 2554 7. นางอัสนี ณ ระนอง ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2554 - 2557 ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2557 - 2559 8. นางรังสิมา เจริญศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2559 - 2562 ผู้อำนวยการโรงเรียน พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน 9. นายสมเกียรติ เจริญฉิม 10. นายจีระศักดิ์ จันทุดม 11. นางจิรา อ่อนไสว 12. นายประเสริฐ ผุดผ่อง 13. นายธวัชชัย ชัยเพชระกุล 14. นายมนพมนตรี สกลศิลป์ศิริ 15. นายสันติพงศ์ ชินประดิษฐ 16. นายชนินทร์ คะอังกุ

คติพจน์ประจำโรงเรียน คือ สิปฺปธมฺมปฏิสัยุตฺโต วุฑฺฒิ ปปฺโปติ ฐานโส หมายถึง ผู้เรียนดี มีคุณธรรมและบําเพ็ญประโยชน์ ย่อมได้รับความเจริญตามฐานะ สีประจำโรงเรียน มี 3 สี แดง เหลือง เขียว สีแดง เป็นสีแห่งปัญญาความรู้ มีความคิดอันสุขุมรอบคอบ พิจารณาไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลในสิ่งที่ควรคิด ควรพูด ควรประพฤติและควรปฏิบัติ หมายถึง เรียนดี สีเหลือง เป็นสีแห่งความยึดมั่นในหลักธรรม ศีลธรรม จริยธรรม กฎข้อบังคับ และระเบียบวินัย หมายถึง คุณธรรม สีเขียว เป็นสีแห่งความรื่นรมย์ ความร่มเย็นเป็นสุข มีจิตใจเมตตา กรุณา เสียสละ และการช่วยเหลือเอื้อเฟื้ อต่อผู้อื่น หมายถึง บําเพ็ญประโยชน์ พระพุทธรูปประจำโรงเรียน คือ สมเด็จพระพุทธวรมุนีพลารักษ์ หรือหลวงพ่อก้าวหน้า เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร ประดิษฐานเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2528 สัญลักษณ์ของโรงเรียน คือ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) ทรงม้าออกศึก ล้อมด้วยมหาปราสาท ส่วนล่างเป็นชื่อโรงเรียน

แผนที่แสดงที่ตั้งโรงเรียน

แผนผังโรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ เนื้อที่ 4 ไร่ 34 ตารางวา 1. พระพุทธรูปประจําโรงเรียน (หลวงพ่อก้าวหน้า) 2. เสาธงชาติ, ซุ้มการเวก 3. อาคารประชาสัมพันธ์ 4. สํานักงานบริหาร 5. อาคารเรียนแบบพิเศษ 5 ชั้น 6. โรงอาหาร - หอประชุม โรงฝึกพลศึกษา 7. โรงฝึกงาน - อาคารเรียน 8. สนามหน้าโรงเรียน 9. บ้านพักนักการภารโรง 10. ห้องน้ํานักเรียนหญิง 11. ห้องน้ํานักเรียนชาย

ธุรการ 1. ระเบียบการเก็บเงินบํารุงการศึกษาโรงเรียน อาศัยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการเก็บเงินบํารุงการศึกษา ในสถาน ศึกษา สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2520 1. ค่าขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนเก็บครั้งเดียวเมื่อแรกเข้า 10 บาท 2. ค่าบํารุงสุขภาพ ภาคการเรียนละ 20 บาท 3. ค่าบํารุงห้องสมุด ภาคการเรียนละ 10 บาท 4. ค่าลงทะเบียนรายวิชา สําหรับมัธยมศึกษาตอนต้นหน่วยการเรียนละ 20 บาท ภาคเรียน ละ 15 หน่วยการเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายหน่วยการเรียนละ 40 บาท (ดูตามตาราง) 5. ค่าปรับการลงทะเบียนรายวิชาช้า 30 บาท 6. ค่าออกใบรับรอง ใบรายงานต่าง ๆ ชุดแรกไม่เรียกเก็บ ชุดต่อไปเก็บฉบับละ 5 บาท 7. ค่าสอบแก้ตัว ม.ต้น หน่วยการเรียนละ 5 บาท ม.ปลาย หน่วยการเรียนละ 5 บาท 2. แนวปฏิบัติในการชําระเงินบํารุงการศึกษา แนวปฏิบัตินี้ให้ใช้สําหรับการชําระเงินบํารุงการศึกษาทุกระดับชั้น ที่จัดการเรียนการสอนอยู่ ในสถานศึกษาที่สังกัดกรมสามัญศึกษา โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. การกําหนดเวลาและประกาศให้ชําระเงินบํารุงการศึกษา การกําหนดเวลาเรียกเก็บเงินบํารุงการศึกษานั้น ให้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพ ท้องถิ่น และฐานะทางเศรษฐกิจ โดยอยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษา และไม่ให้ เรียกเก็บล่วงหน้าก่อนวัน เปิดภาคเรียนของแต่ละภาคเรียนเกินกว่า 30 วัน ทั้งนี้ จะ ต้องประกาศให้นักเรียนทราบก่อนวันเก็บ เงินไม่น้อยกว่า 15 วัน ข้อความในประกาศ อย่างน้อยให้มีดังนี้ 1.1 วัน เดือน ปี ที่ให้มาชําระเงินบํารุงการศึกษา ซึ่งจะแบ่งจํานวนนักเรียนให้ มาชําระ เงินบํารุงการศึกษาตามชั้นหรือแผนการเรียนก็ได้ 1.2 นักเรียนจะต้องชําระเงินบํารุงการศึกษา ตามประเภทและอัตรา ที่สถานศึกษาเรียก เก็บ จึงจะลงทะเบียนรายวิชาให้ เว้นแต่ผู้ได้รับยกเว้นการเก็บเงินบํา รุงการศึกษาตามคําสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่สป. 368/2529 1.3 จํานวนหน่วยการเรียนที่ลงทะเบียน 1.4 จํานวนเงินบํารุงการศึกษาที่ต้องชําระ

2. การชําระเงินและลงทะเบียนรายวิชา 2.1 ตรวจหลักฐานนักเรียนว่า นักเรียนที่มาลงทะเบียนรายวิชาแต่ละคนเรียนอยู่ ในชั้น หรือแผนการเรียนใดในภาคเรียนนั้น ๆ ลงทะเบียนเรียนรวมทั้งสิ้นกี่หน่วยการ เรียน และจํานวนเงิน ค่าหน่วยการเรียนที่ต้องชําระเท่าใด 2.2 ให้นักเรียนไปชําระค่าหน่วยการเรียนที่เจ้าหน้าที่การเงินของ สถานศึกษาหรือผู้ที่ได้ รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา 2.3 ผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ให้มีหน้าที่จัดนัก เรียนเข้าชั้นเรียนก่อนที่จะ จัดรายชื่อนักเรียนเข้าชั้นเรียน ให้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่การ เงินและดําเนินการดังนี้ 2.3.1 นักเรียนที่ชําระเงินบํารุงการศึกษา หรือนักเรียนที่ได้รับ ยกเว้นการเก็บเงิน บํารุงการศึกษาตามคําสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป. 368/2559 ให้ จัดรายชื่อเข้าชั้นเรียนและลง ทะเบียนรายวิชาได้ 2.3.2 นักเรียนที่ยังไม่ชําระเงินบํารุงการศึกษา แต่มีหลักฐานขอผ่อนผันการ ชําระ เงินบํารุงการศึกษา ให้จัดรายชื่อเข้าชั้นเรียนได้ โดยถือว่ายังไม่ลงทะเบียนรายวิชา ในภาคเรียนนั้น 2.3.3 นักเรียนที่ยังไม่ชําระเงินบํารุงการศึกษา และไม่มีหลัก ฐานขอผ่อนผันการ ชําระเงินบํารุงการศึกษา จะไม่จัดรายชื่อเข้าชั้นเรียน 2.4 การผ่อนผันให้เข้าเรียนก่อนแล้วชําระเงินในภายหลัง ถ้านักเรียนไม่สามารถ ชําระ เงินบํารุงการศึกษาได้ ตาม วัน เวลา ที่สถานศึกษากําหนด ให้ผู้ปกครองทํา หนังสือขอผ่อนผันการชําระเงินบํารุงการศึกษา ในระหว่างที่มีการผ่อนผันให้ครูที่ปรึกษา และครูประจําวิชาบันทึกเวลา เรียนและผลการเรียนได้ แต่ไม่ต้องแจ้งผลการเรียนให้ นักเรียนทราบ เมื่อครบกําหนดตามสัญญา แล้วยังไม่มาชําระเงิน ให้สถานศึกษาทํา หนังสือทวงถามไปยังผู้ปกครองโดยกําหนดระยะเวลาใน การชําระเงินไว้ด้วย เมื่อพ้นกํา หนดเวลาแล้วผู้ปกครองยังไม่มาชําระเงินอีก เมื่อสิ้นภาคเรียนให้ จําหน่ายนักเรียนผู้นั้น ออก เพราะเหตุค้างชําระเงินบํารุงการศึกษา และแจ้งผู้ปกครองทราบเป็น ลายลักษณ์ อักษร ทั้งนี้ ระยะเวลาการผ่อนผันดังกล่าวจะต้องไม่เกินภาคเรียนนั้น ๆ

ในกรณีที่สถานศึกษาจําหน่ายนักเรียนออกจากสถานศึกษาแล้ว ตามวรรคแรก เมื่อผู้ ปกครอง หรือนักเรียนมาขอรับใบรับรองผลการเรียนให้เรียกเก็บเงินบํารุงการศึกษาที่ ยังค้างชําระก่อนออก หลักฐานให้ หากผู้ปกครองมีความประสงค์จะให้นักเรียนเรียน ต่อ ต้องสมัครเข้าเรียนใหม่โดยให้อยู่ใน ดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาว่า จะรับ นักเรียนเข้าเรียนต่ออีกหรือไม่ หนังสือขอผ่อนผันการชําระเงินบํารุงการศึกษาให้ใช้ตามแบบท้ายแนวปฏิบัตินี้ 2.5 การจําหน่ายนักเรียนออกจากทะเบียนเพราะเหตุขาดเรียนนาน ถ้านักเรียนไม่ มา เรียนโดยไม่แจ้งเหตุผลให้สถานศึกษาทราบ ภายใน 7 วันทําการ นับแต่เปิดภาค เรียน ให้สถาน ศึกษาติดต่อผู้ปกครองโดยตรง หรือทําหนังสือแจ้งผู้ปกครองทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มาติดต่อ สถานศึกษาภายในระยะเวลาที่กําหนด อย่างน้อย 2 ครั้ง เมื่อครบกําหนดแล้ว ยังไม่มาติดต่อก็ให้ จําหน่ายออกเพราะเหตุขาดเรียนนาน และถ้าหนังสือที่แจ้งไม่ถึงผู้ปกครองโดยทางไปรษณีย์คืน หนังสือมา หรือมีหลักฐานที่ แสดงว่าสถานศึกษาไม่สามารถติดต่อผู้ปกครองได้ ก็ให้ถือเป็นหลักฐาน ในการจํา หน่ายออกเพราะเหตุขาดเรียนนานได้ และไม่ถือว่านักเรียนที่สถานศึกษาจําหน่ายออก เพราะ เหตุนี้ ค้างชําระเงินบํารุงการศึกษา 2.6 การขอพักการเรียน ให้สถานศึกษาอนุญาตเป็นรายภาคเรียน โดยพิจารณาว่า 2.6.1 นักเรียนที่มาเรียนในภาคเรียนนั้น ๆ ถ้าประสงค์จะขอพักการเรียน ให้ ผู้ ปกครองยื่นคําร้องขออนุญาตพักการเรียนต่อหัวหน้าสถานศึกษาภายใน 7 วันทําการ นับตั้งแต่วันเปิด ภาคเรียนเพื่อที่จะไม่ต้องชําระเงินบํารุงการศึกษา ถ้ามายื่นคําร้องภาย หลังระยะเวลาที่กําหนดไว้ ต้อง ชําระเงินบํารุงการศึกษา กรณีที่ผู้ปกครองขอพักการเรียนภายใน 7 วันทําการ และได้ชําระเงินบํารุงการศึกษาไว้ แล้ว ถ้าผู้ปกครองแจ้งความประสงค์จะขอเงินคืน ให้สถานศึกษาถอนเงินบํารุงการ ศึกษาคืนผู้ปกครองได้ 2.6.2 นักเรียนที่ไม่เคยมาเรียนนับแต่วันเปิดภาคเรียน ถ้าประสงค์จะขอพัก การ เรียน ผู้ปกครองนักเรียนต้องมายื่นคําร้องขออนุญาตพักการเรียนต่อหัวหน้าสถาน ศึกษาอย่างช้า ไม่เกินระยะเวลาที่กําหนดไว้ในหนังสือแจ้งผู้ปกครองในข้อ 2.5 ถ้าพ้น กําหนดไปแล้วจะมาขออนุญาต พักการเรียนไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนผู้นั้นได้ถูกจํา หน่ายออกเพราะขาดเรียนนาน ตามข้อ 2.5 ไปแล้ว ในกรณีที่ผู้ปกครองมาติดต่อขอ อนุญาตพักการเรียนภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ก็ไม่ต้องชําระเงินบํารุง การศึกษา สําหรับนักเรียนที่ได้รับอนุญาตให้พักการเรียนได้นี้ ยังถือว่ามีสภาพเป็นนักเรียนอยู่ 3. การติดตามของหัวหน้าสถานศึกษา 3.1 หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่หัวหน้าสถานศึกษามอบหมาย สํารวจว่ามีนักเรียน ที่ไม่มา ลงทะเบียนรายวิชา จํานวนเท่าใด เพราะเหตุใด 3.2 ให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่หัวหน้าสถานศึกษามอบหมาย สอบถามนัก เรียนที่ยัง ไม่มาลงทะเบียนรายวิชาเป็นรายบุคคล เพื่อทราบปัญหาของการไม่ชําระเงิน

ฝ่ายวิชาการ

การประเมินผลการเรียน นักเรียนจะได้รับการประเมินผลการเรียนเป็นระยะ ๆ ตลอดภาคเรียน การให้คะแนน จะแบ่ง ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. คะแนนระหว่างภาค 2. คะแนนปลายภาค คะแนนระหว่างภาค ได้จากการวัดและการประเมินผล ดังนี้ 1. การประเมินผลรายจุดประสงค์ ซึ่งเป็นผลจากการสอนไปสอบไป และ การสอนซ่อมเสริม 2. การประเมินผลระหว่างภาค ซึ่งเป็นการสอบรวมหลาย ๆ จุดประสงค์ โดยจะทําการ ทดสอบอยู่ประมาณสัปดาห์ที่ 10 ของภาคเรียน 3. การประเมินพฤติกรรมด้านจิตพิสัย ซึ่งเป็นการประเมินความรู้สึกทางด้าน จริยธรรม คุณธรรม เช่น ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ เป็นต้น อาจารย์ผู้สอนจะแจ้ง หลักเกณฑ์ประเมินใน คาบแรกของภาคเรียน คะแนนปลายภาค ได้จากการสอบปลายภาค ซึ่งมีลักษณะเป็นการสอบ ซึ่งมี ลักษณะเป็นการ สอบรวมจุดประสงค์ตั้งแต่ต้นจนถึงสุดท้าย โดยจะเลือกประเมินเฉพาะ จุดประสงค์สําคัญ ๆ ผลการประเมิน เมื่อได้คะแนนระหว่างภาคและปลายภาคมาโดยสมบูรณ์ อาจารย์ ผู้สอนจะ รวมคะแนนทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน แล้วประเมินเป็นระดับผลการเรียน ดังนี้

คะแนน ระดับผลการเรียน ความหมาย 0 - 49 0 ผลการเรียนอ่อนมาก ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของการผ่านรายวิชา จำเป็นต้องได้รับการสอนซ่อมเสริม แล้วแก้ตัวใหม่ 50-59 1 ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ําที่กําหนดไว้ แต่ยังเรียนอ่อน 60-69 2 ผลการเรียนปานกลาง 70-79 3 ผลการเรียนดี 80-100 4 ผลการเรียนดีมาก นอกจากผลการเรียนข้างต้นแล้ว ในกรณีนักเรียนมีเงื่อนไขบางประการเกี่ยวกับ การประเมินผล ระเบียบประเมินผลให้ใช้ตัวอักษรแสดงเงื่อนไขต่าง ๆ ดังนี้ มส หมายถึง ไม่มีสิทธิ์เข้าสอบปลายภาคเรียน ร หมายถึง รอการตัดสินผลการเรียนหรือยังตัดสินไม่ได้ ผ หมายถึง ผ่านเกณฑ์การประเมินผลโดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด ที่จัดกิจกรรมของแต่ละภาค และผ่านจุดประสงค์สําคัญ ของกิจกรรมตามที่กําหนด มผ หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผล โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ถึง ร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรมของแต่ละภาคเรียน และไม่ผ่านจุดประสงค์สําคัญของกิจกรรมตามที่กําหนด มก หมายถึง เรียนโดยไม่นับหน่วยการเรียน ไม่นําผลการเรียนไปเปลี่ยนระดับ ผลการเรียน และไม่นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเรียน มค หมายถึง เรียนโดยไม่นับหน่วยการเรียนและมีเวลาเรียนไม่ครบร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

การแก้ไขผลการเรียนที่มีเงื่อนไข การได้ผลการเรียน สาเหตุ วิธีแก้ไข ผลของการแก้ไข ที่มีเงื่อนไข สอบไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ เรียนซ่อมเสริมแล้วสอบ เมื่อสอบแก้ตัวแล้วได้ การได้ 0 ของการผ่านรายวิชา เแก้ตัว (มีโอกาสสอบแก้ ระดับ ผลการเรียนไม่ ตัว 2 ครั้ง ให้เสร็จสิ้นใน เกิน 1 การได้ ร ภาคเรียนต่อไป) 1.ไม่ได้สอบระหว่างภาค 1.สอบทดแทนการสอบ แบ่งเป็น 2 กรณี กรณี 1 หรือ ระหว่างภาค ถ้า \"ร\" เพราะเหตุสุดวิสัย 2.ไม่ได้สอบปลายภาค 2.สอบทดแทนการสอบ เมื่อแก้แล้วให้ได้ผลการ หรือ ปลายภาค เรียนตามปกติ (0-4) 3.ไม่ไดดส่งงานที่ได้รับ 3.ส่งงานที่ติดค้าง กรณีที่ 2 ถ้า \"ร\" โดยไม่ใช่ มอบหมาย หรือ 4.แก้ไขเหตุทีี่ทำให้ เหตุสุดวิสัย เมื่อแก้แล้วให้ 4.มีสาเหตุวิสัยที่ทำให้ ประเมินผลไม่ได้ ได้ผลการเรียนไม่เกิน 1 ประเมินผลการเรียน (0 หรือ 1) ไม่ได้ การได้ มผ 5.หัวหน้าสถานศึกษา หมายเหตุ ให้แก้ไขให้เสร็จ อนุมัติให้ได้ \"ร\" สิ้นภายในภาคเรียนถัดไป หากไม่มาแก้ \"ร\" ตามที่ กำหนดให้เรียนซ้ำหรือ เปลี่ยนรายวิชายกเว้นใน กรณีสุดวิสัยโรงเรียนอาจ ขยายเวลาออกไป 1 ภาค เรียนได้ ทำกิจกรรมในส่วนที่นักไม่ ได้เข้าร่วม เข้าร่วมกิจกรรมไม่ถึงร้อย ทำกิจกรรมในส่วนที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขตาม ละ 80 ของเวลาที่เข้าร่วม นักเรียนไม่ได้เข้าร่วม กระบวนการที่พอใจของ กิจกรรม และไม่ผ่านจุด อาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรม ประสงค์สำคัญของ แล้วให้ได้ \"ผ\" กิจกรรมตามที่กำหนด

การแก้ไขผลการเรียนที่มีเงื่อนไข การได้ผลการเรียน สาเหตุ วิธีแก้ไข ผลของการแก้ไข ที่มีเงื่อนไข มีเวลาเรียนตลอดภาค แบ่งเป็น 2 กรณี แบ่งเป็น 2 กรณี การได้ มผ ร้อยละ 80 ของเวลา เรียนในรายวิชา กรณีที่ 1 ถ้านักเรียน กรณีที่ 1 แก้ไขโดยการ มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า วัดผลเป็นกรณีพิเศษ ร้อยละ 60 ของเวลา จะได้ผลการเรียนไม่เกิน 1 เรียนทั้งหมด นักเรียนจะ ต้องเรนียนเพิ่มเติมใน ชั่วโมงซ่อมเสริมเวลาว่าง หรือวันหยุด จนมีเวลา เรียนครบตามหลักสูตร เข้าร่วมกิจกรรมไม่ถึงร้อย แล้วโรงเรียนจะทำการ ละ 80 ของเวลาที่เข้าร่วม สอบเป็นกรณีพิเศษให้ กิจกรรม และไม่ผ่านจุด ทั้งนี้ นักเรียนจะต้องแก้ไข ประสงค์สำคัญของ ให้เสร็จสิ้นภายในภาค กิจกรรมตามที่กำหนด เรียนถัดไปถ้านักเรียนไม่ มาแก้ไข จะต้องเรียนซ้ำ หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ยกเว้นในกรณีสุดวิสัย โรงเรียนอาจขยายเวลา แก้ มส ไปอีก 1 ภาคเรียน กรณีที่ 2 ถ้านักเรียนมี กรณีที่ 2 แก้ไขโดยการ เวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 60 เรียนซ้ำหรือเปลี่ยน ของเวลาเรียนทั้งหมด รายวิชาใหม่ จะได้ผลการ นักเรียนจะต้องเรียนซ้ำ เรียนเช่นเดียวกันกับการ หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ เรียนรายวิชาตามปกติ

แนวปฎิบัติเกี่ยวกับงานทะเบียน-วัดผล การขอมีสิทธิ์สอบปลายภาคเรียนของนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ถึง 80% นักเรียนจะมีสิทธิ์สอบปลายภาคเรียนของแต่ละรายวิชาได้ จะต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด อาจารย์ประจําวิชาจะสํารวจนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ ร้อยละ 80 และส่งรายชื่อต่อหัวหน้าหมวดวิชา หัวหน้าหมวดวิชาจะรวบรวมส่งที่งานวัดผล ประกาศให้นักเรียน ทราบก่อน กําหนดการสอบประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้น นักเรียนดังกล่าวต้องปฏิบัติดังนี้ 1. รับแบบคําร้องขอมีสิทธิ์สอบที่งานวัดผล 2. ยื่นคําร้องพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาต่ออาจารย์ประจําวิชาพร้อมผู้ ปกครอง 3. นําคําร้องที่พบอาจารย์ประจําวิชาแล้วพร้อมผู้ปกครองพบอาจารย์ที่ปรึกษา 4. นําผู้ปกครองพบผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายวิชาการ 5. อ่านประกาศผลการอนุมัติการขอมีสิทธิ์สอบปลายภาคเรียนตามวันที่งานวัดผลแจ้ง การประกาศผลสอบปลายภาคเรียนและการสอบแก้ตัว \"0\" ครั้งที่ 1 การประกาศผลการสอบปลายภาคเรียนฝ่ายวิชาการจะประกาศโดยผ่านทางอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาจะแจ้งให้นักเรียนทราบระดับผลการเรียนทุกรายวิชา พร้อมทั้งแจกเอกสารเกี่ยว กับ การสอบแก้ตัว “0” ครั้งที่ 1 ซึ่งประกอบด้วยใบคําร้องขอสอบแก้ตัว แนวปฏิบัติในการสอบแก้ตัว “0” ครั้งที่ 1 ซึ่งระบุเวลา สถานที่ ที่นักเรียนต้องยื่นคําร้องขอสอบแก้ตัว ดังนั้น นักเรียนทุกคนต้อง มาฟัง ผลการสอบ อ่านประกาศให้รอบคอบ และต้องปฏิบัติตามประกาศโดยเคร่งครัด ขั้นตอนการแก้ “0” 1. ตรวจสอบรายวิชาที่ติด “0” แล้วรับคําร้องขอสอบแก้ตัวที่อาจารย์ที่ปรึกษา 2. กรอกข้อความในใบคําร้องขอสอบแก้ตัวให้ถูกต้อง นําไปให้ผู้ปกครองลงชื่อรับทราบ 3. นําคําร้องขอสอบแก้ตัวในข้อ (2) และเงินค่าลงทะเบียนสอบแก้ตัว ชําระที่เจ้าหน้าที่ การเงิน (เฉพาะกิจ) ในช่วงเวลาที่ทางโรงเรียนกําหนด 4. นําใบคําร้องขอสอบแก้ตัว พร้อมใบเสร็จรับเงิน มารับบัตรเข้าห้องสอบแก้ตัวที่เจ้า หน้าที่ วัดผล 5. กรอกข้อความในบัตรเข้าห้องสอบแก้ตัวให้ถูกต้อง / ชัดเจน ให้อาจารย์ที่ปรึกษาลงชื่อ

แนวปฎิบัติเกี่ยวกับงานทะเบียน-วัดผล การขอมีสิทธิ์สอบปลายภาคเรียนของนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ถึง 80% นักเรียนจะมีสิทธิ์สอบปลายภาคเรียนของแต่ละรายวิชาได้ จะต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด อาจารย์ประจําวิชาจะสํารวจนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ ร้อยละ 80 และส่งรายชื่อต่อหัวหน้าหมวดวิชา หัวหน้าหมวดวิชาจะรวบรวมส่งที่งานวัดผล ประกาศให้นักเรียน ทราบก่อน กําหนดการสอบประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้น นักเรียนดังกล่าวต้องปฏิบัติดังนี้ 1. รับแบบคําร้องขอมีสิทธิ์สอบที่งานวัดผล 2. ยื่นคําร้องพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาต่ออาจารย์ประจําวิชาพร้อมผู้ ปกครอง 3. นําคําร้องที่พบอาจารย์ประจําวิชาแล้วพร้อมผู้ปกครองพบอาจารย์ที่ปรึกษา 4. นําผู้ปกครองพบผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายวิชาการ 5. อ่านประกาศผลการอนุมัติการขอมีสิทธิ์สอบปลายภาคเรียนตามวันที่งานวัดผลแจ้ง การประกาศผลสอบปลายภาคเรียนและการสอบแก้ตัว \"0\" ครั้งที่ 1 การประกาศผลการสอบปลายภาคเรียนฝ่ายวิชาการจะประกาศโดยผ่านทางอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาจะแจ้งให้นักเรียนทราบระดับผลการเรียนทุกรายวิชา พร้อมทั้งแจกเอกสารเกี่ยว กับ การสอบแก้ตัว “0” ครั้งที่ 1 ซึ่งประกอบด้วยใบคําร้องขอสอบแก้ตัว แนวปฏิบัติในการสอบแก้ตัว “0” ครั้งที่ 1 ซึ่งระบุเวลา สถานที่ ที่นักเรียนต้องยื่นคําร้องขอสอบแก้ตัว ดังนั้น นักเรียนทุกคนต้อง มาฟัง ผลการสอบ อ่านประกาศให้รอบคอบ และต้องปฏิบัติตามประกาศโดยเคร่งครัด ขั้นตอนการแก้ “0” 1. ตรวจสอบรายวิชาที่ติด “0” แล้วรับคําร้องขอสอบแก้ตัวที่อาจารย์ที่ปรึกษา 2. กรอกข้อความในใบคําร้องขอสอบแก้ตัวให้ถูกต้อง นําไปให้ผู้ปกครองลงชื่อรับทราบ 3. นําคําร้องขอสอบแก้ตัวในข้อ (2) และเงินค่าลงทะเบียนสอบแก้ตัว ชําระที่เจ้าหน้าที่ การเงิน (เฉพาะกิจ) ในช่วงเวลาที่ทางโรงเรียนกําหนด 4. นําใบคําร้องขอสอบแก้ตัว พร้อมใบเสร็จรับเงิน มารับบัตรเข้าห้องสอบแก้ตัวที่เจ้า หน้าที่ วัดผล 5. กรอกข้อความในบัตรเข้าห้องสอบแก้ตัวให้ถูกต้อง / ชัดเจน ให้อาจารย์ที่ปรึกษาลงชื่อ

โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ [email protected] www.facebook/tbw2525 www.thonburee.ac.th/ 0-2465-7753, 0-2465-983, 0-24655976


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook