หนว ยที่ ๔ การเขียนบันทกึ
ความหมายของการเขยี นบนั ทกึ
การเขียนบนั ทกึ พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ หนา ๖๖๔ ได ใหค วามหมายวา บนั ทึก ก. จดขอความเพอ่ื ชวยความทรงจําหรือ เพือ่ เปน หลกั ฐาน เชน บันทกึ รายงานการประชมุ บันทกึ ภาพ บันทึกเสียง จดยอ ๆ ไวเ พอื่ ใหรเู รอ่ื งเดมิ , ยน ยอ, ทําใหส ัน้ ... ขอ ความทีน่ าํ มาจดยอ ๆ ไวเพ่อื ใหรเู ร่อื งเดมิ
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช ภาษาไทย ๖. (การเขยี นสําหรบั ครู) ๒๕๓๐ หนา ๘๓๙ ไดใ หค วามหมายของคาํ วา “บันทกึ ” ไว วา น. ขอความทีจ่ ดไวเพ่อื ชวยความทรงจาํ หรอื เพอื่ เปน หลกั ฐาน, ขอความที่นาํ มาจดยอๆ ไวเ พ่อื ใหรูเ รอ่ื งเดิม
อาจกลาวไดว า การเขยี นบนั ทึก หมายถึง การเขยี นขอ ความสัน้ ๆ เพอื่ แจงขา วสารหรือตดิ ตอ งานแบบกึง่ ทางการหรอื ไมเ ปน ทางการนกั อาจใชร ูปแบบท่กี าํ หนดไวหรอื ไมมรี ูปแบบทก่ี าํ หนด แนนอนกไ็ ด โดยมีวตั ถปุ ระสงคเพอ่ื ชแ้ี จง เสนอเรื่องราวหรอื รายงานส่งิ ทไ่ี ดค นควา ขอมูลอยางมรี ะบบ
การเขียนบนั ทกึ เปน วธิ ีการรบั สารอยางหนึ่งทไ่ี ดรบั ความ นยิ มอยางแพรหลายและสามารถเขียนบนั ทกึ จากแหลง ขอมูลตาง ๆ ได ๓ ทาง ดงั น้ี ๑. เขียนบันทกึ จากการฟง ๒. เขยี นบันทึกจากการอา น ๓. เขยี นบนั ทกึ จากเหตกุ ารณหรอื ประสบการณ
หลกั การเขียนบนั ทึกและวธิ เี ขยี นบันทกึ ทั่วไป
การเขยี นบนั ทึกท่ีมคี ุณภาพ ควรใชหลกั สาํ คัญดงั ตอ ไปนี้ ๑. เขยี นบันทึกตามขอ เท็จจรงิ และมคี วามถกู ตองชดั เจน ๒. บอกแหลง ท่ีมาของขอ มลู วนั เดอื น ป ที่จด บันทึก ๓. เขียนบนั ทกึ ใหม รี ะเบยี บ อา นงา ย เรยี งลําดับ เนอื้ หาอยางเปน ระบบ ๔. ใชเคร่ืองหมายหรอื สัญลักษณต าง ๆ แทน ขอความบางอยา งเพ่ือใหสามารถเขียนบันทกึ ได รวดเร็วข้นึ
วธิ เี ขยี นบันทกึ ทั่วไป
วิธีเขียนบันทึกสามารถทาํ ไดหลายวธิ ตี ามจดุ มงุ หมายของผทู จ่ี ะ เขยี นบนั ทึก โดยท่ัวไปจะมีวิธีปฏิบัติดังนี้ ๑. เขยี นบันทกึ เฉพาะสาระสาํ คญั ของเรอ่ื งท่ไี ดอ า น ไดฟ ง หรือพบเหน็ มาดว ยสํานวนภาษาของตนเอง ๒. เขยี นขอ ความสาํ คัญทเ่ี ปนคําพูด หลกั ฐาน หรอื คํากลาว อา งอิง ตามความเปน จริงใหครบถว น ๓. คดั ลอกขอความสําคัญตอนใดตอนหนึง่ จากเอกสารเพอ่ื เกบ็ ไวใชอางอิง ใหตรงกบั ตน ฉบับทุกประการ แลว ใส เครือ่ งหมายคําพูด (อัญประกาศ) กํากับไว ๔. เขยี นบันทกึ ขอ สังเกต ขอเสนอแนะ หรือความคิดเห็น เพมิ่ เตมิ ไวตามความเหมาะสม
รปู แบบของการเขยี นบนั ทกึ
๑. บนั ทึกโดยการใชน ามบตั ร
มักใชใ นโอกาสที่ผูต องการจะติดตอดว ยไมอ ยูนยิ มเขียนขอความ ทตี่ อ งการใหผ ูรับทราบไวด านหลงั นามบตั ร ซง่ึ เปน กระดาษวา ง ไมม ีขอความใด ๆ นามบตั รจะชวยใหผรู ับทราบวา ใครเปน ผูมา ตดิ ตอ กลบั ไปไดตามที่อยูทป่ี รากฏในนามบัตร เหตุทใี่ ชก ระดาษ นามบตั รเพราะจะไดไ มเสยี เวลาเขียนที่อยขู องผทู ่ีมาตดิ ตอ
ตวั อยาง บนั ทึกโดยใชนามบตั ร
๒. บนั ทกึ โดยใชจ ดหมาย
นิยมใชเขียนเปนจดหมายขนาดสนั้ มกั ใชในโอกาสที่บคุ คลที่มีค วามคุนเคยกนั จําเปนตอ งตดิ ตอ กนั อยา งไมม ีพิธรี ีตองนัก นิยมรี ยกวา จดหมายนอ ย เปน การเขียนจดหมายขนาดเลก็ ซ่ึงไม เครงครัดเรอื่ งรูปแบบ โดยมากผเู ขียนมกั จะเปนผบู ังคบั บญั ชา หรือผูอาวโุ สทีส่ ามารถเขยี นส่ังการผนู อยได
๓. บนั ทกึ โดยใชแ บบฟอรม รบั โทรศพั ท
โอกาสทใี่ ชบ ันทกึ มักเปนกรณที ่ีมีผูโทรศัพทเขา มาแตผทู ่ี ตองการพูดดวยไมอยผู รู บั โทรศพั ทจ ําเปน ตองใหฝ าก ขอความไวแ ลวบันทึกลงในแบบฟอรม รับโทรศัพทเ พอื่ แจง ให ผรู บั ทราบ
๔. บนั ทกึ โดยใชก ระดาษบนั ทกึ ขนาดส้นั
โอกาสท่ีใชม ักใชใ นการติดตองานหรอื แจา รหรอื ใชตอบรับ การรับของเพือ่ เปน หลกั ฐาน หรือเปนการสง่ั การของผู บงั คับบัญชาถึงผใู ตบ ังคับบัญชาดวยขอความทีเ่ ปนคําสง่ั อยางส้ันๆ
๕. บนั ทึกโดยใชใบชว ยความจาํ
โอกาสทใี่ ชมักเปน เรอื่ งทจ่ี าํ เปนจะตองตดิ ตอหรอื ดาํ เนนิ การ ใหเ รียบรอย แตในขณะนนั้ ยังมภี ารกิจหรือหนา ทอ่ี ่นื ตองทาํ ไมสะดวกตดิ ตอหรอื ดาํ เนนิ การไดในทนั ทีจงึ จาํ เปนตอ งเขยี น บนั ทึกเพอื่ เตือนความจําของตนเอง เพราะเกรงวาจะลมื มัก ใชกระดาษขนาดส้ัน
๖. บนั ทกึ โดยใชก ระดาษ บนั ทกึ ขอความ
โอกาสท่ีใชมักใชในการติดตอ สือ่ สารภายในองคกรหรือหนวยงาo เดยี วกนั กระดาษท่ใี ชตองเปน กระดาษบันทึกขอ ความทีม่ ีตวั ครุฑสงู ๑.๕ เซนติเมตร ผใู ตบ งั คบั บัญชาจะใชใ นกรณที ต่ี อ งการรายงานดาํ เนนิ งาน หรอื แจง ความประสงคหรอื ขออนญุ าตผบู ังคับบัญชาปฏิบัติงานซึง่ อยูใน อํานาจและหนาท่ที ผ่ี ูบงั คบั บัญชาจะส่ังการได ถาผูบังคับบญั ชาใชก็จะใช ในกรณตี องการเวียนหนังสอื เพ่ือแจงใหบ คุ ลากรภายในหนว ยงานทราบ แมสํานวนภาษาในการเขยี นบันทกึ ขอ ความอาจจะไมเ ครง ครัดเทา หนงั สอื สง ออก แตก็ถอื เปนหลกั ฐานทางราชการได
สว นประกอบของการเขียนบนั ทกึ และวิธเี ขยี นบันทึก
๑.คาํ ขนึ้ ตนบนั ทึก สวนมากใชคําข้ึนตน เชน เดียวกบั การเขียนหนงั สือโดย ทั่วไปซงึ่ มกั จะขึน้ ตนดวยชอ่ื บุคคลหรอื ตาํ แหนง เชน เรยี น คณุ สดุ า กล่ินจนั หอม เรยี น อาจารยพรสุดาทีเ่ คารพ เรียน ผูอาํ นวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ ราชบุรี เรียน ผูจัดการธนาคารออมสิน สาขาราชบรุ ี หากเปน การเขียนบนั ทกึ ถึงผูท ที่ าํ งานรว มกนั อาจใชคําข้นึ ตน เปน ช่อื ของผูรบั บันทึกเลยเชน คณุ คมสัน
๒. การเขยี นบันทกึ ภาษาท่ีใชใ นการเขยี นบนั ทึกขอความขึน้ อยูกบั ความ สัมพนั ธตําแหนงหนาท่ีการงานและความอาวุโสของผรู ับและผูเขียน อยางไรก็ตาม การใชภาษามีขอควรคาํ นงึ ถงึ ดงั น้ี ๑. ควรใชถอยคําที่ส้นั ๆ กะทดั รัดชดั เจน แสดงจดุ ประสงคที่ ตองการติดตอ กบั เจา หนา ท่ี ๒. ควรใชถอยคําทเ่ี หมาะสมกบั ฐานะของบคุ คลท่ตี ดิ ตอ ดว ย
๓. การลงทายบันทึก นิยมลงทา ยดว ยชื่อ-นามสกุลตัวบรรจง ตามดว ย วนั เดือน พ.ศ. และอาจลงเวลากาํ กับไวดว ย ถาสนิทสนมกันมากอาจลงทา ยดว ยชือ่ เลน ก็ได เชน จุม กุง ฟา ใน กรณที ผี่ ูเขยี นถึงเปนผอู าวโุ สก็ควรลงทายดวยคาํ วาขอแสดงความนับถือ หรือดว ยความเคารพ ผูเขยี นบันทึกอาจลงทายดว ยลายเซ็นในกรณีทีม่ ัน่ ใจวา ผรู บั จะรจู ัก และจาํ ลายเซน็ ของผบู ันทึกได มฉิ ะนนั้ ผรู บั บันทกึ จะไมทราบวาใครเปนผู บันทกึ
สรปุ สาระสาํ คญั การเขยี นเปนกระบวนการสง สารที่มคี วามสาํ คัญในชีวติ ประจําวนั และในงานอาชพี การเขยี นรายงานการปฏบิ ตั ิงาน เปนการสง สารเพือ่ นําเสนอรายงานใหผ บู ังคับบัญชาทราบ โดยมงุ ใหเ กดิ ความเขาใจกัน หรือเพ่ือแสดงขอ เท็จจรงิ ทไี่ ด ปฏบิ ตั มิ าแลวเพ่ือประโยชนท ง้ั ในชีวติ ประจําวนั และในงาน อาชพี
สมาชิกกลุม ๑. นางสาวจตุ ภิ รณ เนตกิ ุลทอง เลขที่ ๗ ๒.นางสาวนภัสสร เจริญบญุ เลขท่ี ๑๑ ๓.นางสาวน้าํ ซอตะ เลขท่ี ๑๒ ปวส.๑/๓ บช. วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเชยี งใหม
Search
Read the Text Version
- 1 - 38
Pages: