1 หลกั การสรา้ งภาพยนตรส์ นั้ โดย นางสาวดษุ ฎี ระวงั ภยั รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษา วชิ าเทคโนโลยแี ละสารสนเทศเพอ่ื การจดั การวชิ าชพี รหสั วชิ า 30001-2001 สาขาวชิ าคอมพวิ เตอรแ์ ละมลั ตมิ เี ดยี ภาคเรยี นที่ 1ปี การศกึ ษา 2564 วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษานครสวรรคส์ านกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
2
ก คานา รายงานฉบับน้ีเป็นส่วนหนึ่งของวิ ชา เทคโนโลยีสารสนเทศ ระดับชนั้ ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง โดยมีจดุ ประสงค์ เพื่อการศึกษา ความรู้เกี่ยวกับการสืบค้นและจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ ตลอดจนการ ประยุกตใ์ ช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศ เพื่อการจัดการงานอาชพี ผ้จู ดั ทาไดเ้ ลอื กหวั ข้อ หลกั การสร้างภาพยนตร์สนั้ เน่ืองมาจาก เปน็ เรอื่ งทน่ี ่าสนใจ รวมถงึ เปน็ การขอขอบคณุ ครูอาจารยผ์ ู้ใหค้ วามรู้ และแนวทางการศกึ ษาเรียนรทู้ ใี่ ห้ ความช่วยเหลอื มาโดยตลอด ผูจ้ ัดทา หวังว่ารายงานฉบบั น้จี ะใหค้ วามรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผูส้ นใจทุกท่าน ดษุ ฎี ระวังภัย
ข สารบญั หนา้ เรอื่ ง ก ข คานา 1 สารบัญ 1 ความหมายของภาพยนตร์ส้นั 2 หลักการสรา้ งภาพยนตรส์ นั้ อปุ กรณ์สาหรบั สรา้ งภาพยนตร์ 2 สน้ั 3 3 อปุ กรณบ์ นั ทึกภาพ 3 อุปกรณท์ ี่ 3 ขนั้ ตอนการผลติ ภาพยนตร์สน้ั ขน้ั ตอนการเตรียมการผลติ ขนั้ ตอนการผลติ
ขนั้ ตอนหลงั การผลติ ค ประเภทของภาพยนตรส์ ัน้ แนวของภาพยนตร์ 4 บรรณานุกรม 8 ภาคผนวก 9 ประวตั ิผู้จัดทา 13 14 15
ภาพท่ี ง ภาพท่ี 1 กลอ้ ง DSLR หนา้ ภาพที่ 2 ไมคบ์ มู ภาพท่ี 3 ไมคห์ นบี ปกเส้ือ 2 ภาพท่ี 4 อปุ กรณท์ ใ่ี ช้กบั ไมค์หนีบปก 3 เสอ้ื 3 ภาพท่ี 5 สมารต์ โฟน 3 ภาพที่ 6 ขาตง้ั กลอ้ ง ภาพท่ี 7 ดอลลี่ 4 ภาพท่ี 8 เครน 4 สา พ 4ร 5 บั ญ ภ า
ภาพที่ 9 ไฟวิดีโอ จ ภาพท่ี 10 สเลท 5 5
1 1. ความหมายของภาพยนตรส์ นั้ พรสิทธ์ิ พฒั ธนานรุ กั ษ์ ได้กลา่ วว่า การผลิตภาพยนตร์ หมายถึง การ สร้างภาพยนตร์ท่ีเกิดขึ้นจากการจาลองเร่ืองราว ในชีวิตจริงหรือจาก จิน ต น าการที่ เห นื อจ ริง อั น มี เน้ื อห าท่ี แ ต่ งขึ้ น เพ่ื อให้ เกิ ด ค วาม เพลิดเพลิน มีความต่ืนเต้น เร้าหรือสะเทือน อารมณ์ ด้วยเร่ืองราวท่ี สนุกสนาน วรรณี สาราญเวทย์ ได้กล่าวว่า ภาพยนตร์เป็นสื่อท่ีใช้ ภาพในการ ส่ือความหมายของเร่ืองราว การกาหนดภาพตา่ งๆ จึงต้องให้สอดคล้อง กับบทภาพยนตร์ โดยคานึงว่าต้องการให้ ผู้ชมเห็นภาพอะไร แค่ไหน จากมมุ ใด ปกรณ์ พรหมวิทักษ์ ได้กล่าวว่า ภาพยนตร์ส้ัน ไม่มีคาจากัดความ ของคาว่า “ภาพยนตร์สั้น” แต่อนุโลมกันว่า ถ้าภาพยนตร์มีความยาวต่า กว่า 1 ช่ัวโมง ถือว่าเป็นภาพยนตร์สั้นทั้งสิ้น เช่น ภาพยนตร์ส้ันๆ ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์ ถึงสารคดี ภาพยนตร์การ์ตูน ภาพยนตร์ ศิลปะ ภาพยนตร์ทดลอง ภาพยนตร์ เพื่อการศึกษา ภาพยนตร์โฆษณา ศลิ ปะภาพเคลื่อนไหว มิวสิควิดีโอ จุดเด่น ของภาพยนตร์ส้ัน คือ มีการ แสดงออกทั้งเน้ือหาวิพากษ์วิจารณ์การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม หรือ สงั คมได้ เพราะรับชมเฉพาะกลมุ่ และอกี จุดเด่น อีกอย่าง คอื มีประเด็น การนาเสนอไม่สลับซับซ้อน มีตัวละคร 1-2 ตัว มีตัว ประกอบไม่มากนัก ภาพยนตรส์ ัน้ มักลงทุนไมส่ ูง สู่ดิน ชาวหินฟา้ ไดก้ ลา่ วว่า ภาพยนตร์สั้น มักใช้ความยาวของเรื่อง มาเป็นเกณฑ์จัดประเภท บางคร้ังเรียกว่า \"หนังสั้น\" หนังสั้นจัดอยู่ใน กลุ่มภาพยนตร์ต้นทุนต่า แต่ภาพยนตร์บันเทิง มักใช้ต้นทุนสูงกว่าหนัง ส้ัน เช่น ภาพยนตร์โฆษณา แต่เมื่อเทียบกับความยาวของเร่ือง 30 วนิ าที - 3 นาที แลว้ จึงจัดเป็นหนงั สั้น ภาพยนตร์เพลง หรอื MV กจ็ ดั ว่า อ ยู่ ใน ห นั งสั้ น เช่ น กั น เพ ราะมี ค วาม ย าวไ ม่ เกิ น 5 น าที ดั งนั้ น ภาพยนตร์สนั้ คือ การเล่าเรอ่ื งด้วยภาพและเสียงท่มี ปี ระเด็นเดียว แตไ่ ด้
2 ใจความ และไมย่ าวมากนัก โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที หรอื อยา่ ง ยาวไม่เกนิ 30 นาที ประเสริฐ แซ่เจ๊ียบ ได้กล่าวว่า ภาพยนตร์ส้ันหรือหนังส้ัน คือ การ ถ่ายทอดเร่ืองราวประเด็น เหตุการณ์ แนวคิด ท่ีบอกเล่าเร่ืองด้วยภาพ และเสียงในเวลาทจ่ี ากดั ตามมาตรฐานไมเ่ กิน 40 นาที ตรงประเด็น ดังนั้น ภาพยนตร์ส้ันจึงต้อง กระชับ ดังนั้น ภาพยนตร์ส้ัน หรือหนัง สั้น (Short Film หรือ Short) คือ หนังที่เล่าเรื่องด้วยภาพและเสียง เหมือน ภาพยนตร์ เพียงแต่เล่าประเด็นสั้นๆ ให้ได้ใจความ เน้นเร่ือง เดยี ว หรือประเดน็ เดียว เนื้อหาตอ้ งกระชบั และตรงประเด็น มโี ครงเร่ือง ไมส่ ลับซบั ซ้อน และไม่ควรมีความยาวมากเกนิ ไป 1. หลักการสร้างภาพยนตร์ส้ัน หลักการสร้างภาพ ยน ตร์สั้น สิ่งสาคัญ ท่ีผู้ สร้างภาพ ยน ตร์ส้ัน จาเป็นต้องเตรียมก่อนเร่ิมสร้างภาพยนตร์ มีอยู่ 2 สิ่ง น้ันก็คือ บทบาท หน้าที่ของทีมงาน และอุปกรณ์สาหรับสร้างภาพยนตร์ส้ัน ซึ่งถ้าหาก ขาดสิ่งใดส่งิ หนง่ึ ไป ก็จะทาให้การทางาน ไม่ราบลื่น และเปน็ ไปไดย้ าก เช่น ถ้ามีทีมงานที่พร้อมจะทางาน แต่ไม่มีกล้องสาหรับถ่ายทา ก็จะไม่ สามารถสร้างภาพยนตร์สั้นได้ หรือถ้าหากมีอุปกรณ์ครบถ้วน แต่ขาด ผู้สร้างภาพยนตร์ส้ันก็จะสร้างออกมาไม่ได้ ดังน้ัน จึงถือได้ว่าสองสิ่งน้ี เปน็ ส่งิ สาคญั สาหรับ การสรา้ งภาพยนตรส์ ั้นให้มคี ุณภาพได้ บทบาทหน้าท่ีของทีมงาน บทบาทหน้าท่ีของทีมงานอาจมีหลาย ตาแหนง่ แต่ถ้าหากต้องการสรา้ งหนังสน้ั ทมี่ ขี นาดเล็ก อาจจะมีตาแหน่ง ทส่ี าคัญอยู่ 5 ตาแหนง่ ดังน้ี 1. ผู้ ก า กั บ (Director) เป็ น บุ ค ค ล ท่ี ส าคั ญ ส า ห รั บ ก าร ส ร้ าง ภาพยนตรส์ ้ัน เปรยี บเสมอื นหัวหน้าทีม มี หน้าทค่ี วบคุม ทกุ อยา่ งตง้ั แตเ่ ริ่มคดิ งานจนถงึ การตดั ตอ่ ผกู้ ากับจะเป็นผู้ ตัดสินใจเด็ดขาดว่าถ่ายทาเมื่อไหร่ อย่างไร ที่ไหนรวมถึงคิดมุมกล้อง
3 แบบไหนกับช่างภาพ ผู้กากับอาจจะทาหน้าที่หลายตาแหน่งก็ได้ เช่น ผู้เขยี นบท ผูป้ ระสานงาน หรอื ทางานร่วมกบั ตาแหนง่ อ่ืนๆ 2. ผู้เขียนบท (Script Writer) มีหน้าท่ีหาข้อมูลแล้วกลั่นกรอง ออกมาเปน็ บทภาพยนตร์ทเี่ ล่าเร่อื ง ดว้ ยภาพและเสยี ง อีกท้ังยังเป็นผเู้ รยี บเรียงลาดบั เหตุการณ์เร่อื งราวและ ความยาวของภาพยนตร์ ผกู้ ากบั อาจเปน็ ผเู้ ขยี นบทเองกไ็ ด้ 3. ช่างภาพ (Camera Man) เป็นตาแหนง่ ถ่ายภาพตามคาสัง่ ของ ผกู้ ากับ แตต่ ้องมคี วามชานาญทัง้ ศาสตร์ และศิลป์ของ การถ่ายภาพ มีความเข้าใจหลักการวางมุมกล้อง การจัดองค์ประกอบของภาพตรงกับความต้องการของผู้กากับตามบท ภาพยนตร์ 4. ผู้ ตั ด ต่ อ (Editor) เป็ น ผู้ จั ด ล า ดั บ ภ า พ แ ล ะเสี ย ง ต า ม บ ท ภาพยนตร์ โดยผตู้ ดั ต่ออาจเป็นทั้ง ผู้ออกแบบกราฟิก เสยี ง หรอื สร้างเสียงด้วยก็ได้ 5. ผู้ประสานงาน (Coordinator) ทาหน้าที่ติดต่อประสานงานทุก อยา่ งในกองถา่ ยต้งั แต่เอกสาร ตดิ ตอ่ ทาบญั ชี คา่ ใช้จา่ ย ประสานนักแสดงอาจทาหนา้ ฝ่ายศลิ ป์ด้วยใน ตัวเชน่ การแตง่ ตวั นกั แสดง หาหรอื เตรยี มอุปกรณ์ รว่ มกบั ผกู้ ากบั การทาภาพยนตร์สั้น เร่ืองสั้นๆ อาจใช้ทีมงานไม่มาก โดยผู้กากับ อาจเป็นทั้งผู้เขียนบท เป็นตากล้องหรือเป็นผู้ตัดต่อเอง ก็ได้ขึ้นอยู่กับ ความสามารถความถนัดของแตล่ ะบุคคล 2. อปุ กรณ์สาหรบั สร้างภาพยนตรส์ ้ัน อุปกรณ์ท่ีใช้สาหรับการสรา้ งภาพยนตร์สนั้ เท่าท่ีจาเปน็ จะใช้อุปกรณ์ บันทึกภาพ เสียง อุปกรณเ์ สริมตา่ งๆ ดงั ต่อไปน้ี 1. อุปกรณ์บันทึกภาพ คือ กล้องวิดีโอแต่ที่นิยมใช้กันปัจจุบัน คือ กล้อง DSLR (Digital Single Lens Reflex) ซึ่งเป็นกล้องท่ีสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวด้วยระบบ ดิจิตอล สามารถถ่ายคลิปได้ชัดเจนไม่แตกต่างจากกล้องมืออาชีพรุ่น
4 ก่อนๆ และย่ิงไปกว่านั้นถ้าหากถ่ายภาพยนตร์สั้นขนาดเล็กๆ วงการ ภาพยนตร์สั้นเริ่มนิยมใช้ Smartphone มาใช้ถ่ายทาเนื่องจาก ปัจจุบัน เทคโนโลยลี ้าหน้าไปไกลมากทาให้เครอ่ื งสมาร์ตโฟน สามารถถ่ายคลปิ วดิ ีโอไม่แตกตา่ งจากกล้อง DSLR (Digital Single Lens Reflex) ภาพท่ี 1 กลอ้ ง DSLR (Digital Single Lens Reflex) ทมี่ า : https://lucxiiky.wordpress.com วันทีส่ ืบคน้ 17 กนั ยายน 2564 2. อุปกรณ์บันทึกเสียง ส่วนใหญ่ใช้ไมโครโฟน ซ่ึงมีอยู่หลาย อย่างด้วยกัน ในการถา่ ยทาภาพยนตร์ ส้ัน ท่ีไม่ต้องลงทุน มาก จึงแนะนาอุปกรณ์บันทึกเสียงมาให้นกั เรียนได้ เรยี นรู้ ดงั นี้ 2.1 ไมค์บูม คือ ไมค์ท่มี ีองศาการรับเสียงแคบ เราสามารถ เจาะจงเสียงท่เี ราจะรับได้ เชน่ ย่ืนไมโครโฟนไปยังนักแสดง หรือตัวละคร จะทาให้เสียงรบกวนรอบ ข้างเบา หรืออาจแทบไม่ได้ยินโดยจะมีคนถือไมค์บูมต่อก้านยาวย่ืนไป ทางนกั แสดง หรือตัวละคร
5 ภาพที่ 2 ไมคบ์ ูม ที่มา : https://filmtoastth.wordpress.com วนั ที่สบื คน้ 17 กนั ยายน 2564 2.2 ไมค์หนีบปกเสื้อ คือ ไมโครโฟนอีกประเภทหนึ่งท่ี สามารถใชไ้ ด้งา่ ยแคเ่ พยี งหนบี ติดกบั ปกเส้ือของนักแสดง แต่ถ้าเอาไปใช้กับกล้อง DSLR (Digital Single Lens Reflex) คงจะลาบากนิดหนึ่งในเรื่องการแสดง เพราะจะเห็นสาย ไมค์ ติดตามไปมา ซงึ่ จะยากลาบากในการถ่ายทา ภาพที่ 3 ไมคห์ นบี ปกเส้ือ ที่มา : https://digilifethailand.com วันทสี่ บื คน้ 17 กนั ยายน 2564 ไมค์หนีบปกเส้ือ หากนาไปติดกับตัวรับ ส่งสัญญาณเสียงแบบ Wireless จะช่วยให้สามารถบันทึกเสียงได้แบบไร้สาย วิธีการใช้งาน คือ ไมค์ไปหนีบติดกับเสื้อผ้าของนักแสดง แล้วเสียบสายไมค์กับตัวลง สัญญาณให้นักแสดงเก็บไว้ ส่วนฝ่าย บันทึกเสียงจะมีตัวรับสัญญาณ แล้วสง่ เข้าเครื่องอดั เสยี ง (Recorder) อีกที ดงั ภาพด้านล่าง
6 ภาพท่ี 4 อปุ กรณท์ ใ่ี ชก้ บั ไมคห์ นีบปกเสอ้ื ทีม่ า : http://www.chakkham.ac.th วันท่ีสืบคน้ 17 กนั ยายน 2564 2.3 สมาร์ตโฟน ถือว่าเป็นอุปกรณ์อีกชนิดหน่ึง ท่ีสามารถ บนั ทึกเสียงได้ หากเราตอ้ งการ ผลิตภาพยนตร์ส้ัน แล้วไม่มีอุปกรณ์บันทึกเสียง เราสามารถนาสมาร์ต โฟนมาประยุกต์ใช้เป็นอปุ กรณ์บันทึกเสียง แค่นาสมาร์ตโฟนเก็บไว้ใน กระเปา๋ เสอ้ื หรือใกลป้ ากของนักแสดง ภาพที่ 5 สมารต์ โฟน ทม่ี า : https://www.khong-dee.com วนั ที่สบื คน้ 17 กันยายน 2564 1. อุปกรณเ์ สริมอน่ื ๆ ท่จี าเป็น 1.1 ขาต้ังกล้อง เป็นอุปกรณ์ ท่ีมีความจาเป็นมากที่สุด เพราะจะทาให้คลปิ ท่ีถา่ ยมามีความ คมชัด ไม่สั่นไหว สามารถ ทาการเคล่ือนไหวแบบแผนซ้าย - ขวา และทลิ ทก์ ้ม เงยกล้อง
7 ภาพที่ 6 ขาตงั้ กลอ้ ง ท่ีมา : https://thai.alibaba.com วันที่สืบคน้ 17 กันยายน 2564 1.2 ดอลล่ี คือ การเคล่ือนท่ีติดตามนักแสดง หรือตัวละคร โดยวิธีการใช้จะเปน็ การเคล่อื น กล่องเข้าหาวัตถุ หรือ เรียกว่า Dolly in และการเคล่ือนกล้องออกจาก วัตถุ หรือเรยี กว่า Dolly Out ซ่ึงการคอส จะคลา้ ยๆ กบั การซมู แตค่ วาม ลึก ของภาพจะมากกว่าการชูม ภาพท่ี 7 ดอลลี่ ท่ีมา : https://thai.alibaba.com วันที่สบื คน้ 17 กนั ยายน 2564 1.3 เครน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายภาพมุมสูง หรือมุมสายตา นก (Bird's Eyes View) ถ้าหากผู้ กากับต้องการใช้ภาพมุมสูง ก็สามารถใช้เครนในการถ่ายทาฉากน้ันๆ ได้
8 ภาพท่ี 8 เครน ทีม่ า : https://thai.alibaba.com วนั ทีส่ ืบคน้ 17 กนั ยายน 2564 1.4 ไฟวิดีโอ (LED Video Light) ไว้ใช้กับกรณีท่ีใช้ถ่าย ในหอ้ งทม่ี ดื หรือเวลากลางคนื ไฟ วดิ ีโอจะปรับใหบริเวณนน้ั มีแสงสว่าง และชว่ ยให้ใบหนา้ ของนักแสดง ไมม่ ืดเกนิ ไป นอกจากนี้ ไฟวดิ ีโอยงั สมารถเพม่ิ ความมมี ิติ และบง่ บอกถึง อารมณ์ องภาพยนตรไ์ ดอ้ ีกด้วย ภาพที่ 9 ไฟวิดีโอ ท่ีมา : https://www.zetashoponline.com วนั ท่ีสืบคน้ 17 กันยายน 2564 1.5 สเลท เป็นอุปกรณ์สาหรับใช้บอกรายละเอียดของฉาก ที่ถา่ ยทา เพ่อื ใหท้ ราบวา่ ในจีนนี้ ผู้ กากับเลือกใช้คลิปได ในอดีตภาพยนตร์ต้องใช้กล้องฟิล์มในการถ่าย ทา ดังน้ัน สเลทจึงมีความจาเป็นมากในการติดต่อ ถ้าหากไม่มีสเลท สามารถ เขียนกระดาน หรือกระดาษ แล้วแบ่งช่องให้เหมือนกับสเลทท่ี
9 ใช้กนั ทว่ั ไปแทนได้ แตใ่ นปจั จุบนั การถา่ ยทาภาพยนตร์สน้ั สามารถใช้ กล้องดิจิตอลได้ ทาให้ผู้กากับสามารถเลือกจดช่ือไฟล์ของคลิปที่ เลอื กใชแ้ ทนการใชส้ เลทได้ ภาพที่ 10 สเลท ทม่ี า : https://howtoshortfilm.wordpress.com วนั ทส่ี บื คน้ 17 กนั ยายน 2564 การสร้างภาพยนตร์ส้ันให้มีคุณภาพ ต้องอาศัยการเตรียมการ สรา้ งที่ดอี ยูเ่ สมอ นอกจากนี้ยงั ขึน้ อยูก่ ับประสบการณ์และ ความชานาญ ในการทาภาพยนตร์ส้ันของทีมงานด้วย ดังน้ัน ทีมงานทุกคนต้องหม่ัน ศึกษาหาความรูใ้ หมๆ่ เพื่อพัฒนาตนเอง ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ เช่น ผกู้ ากับ ต้องมีความชานาญในด้านการตีความหมายบทภาพยนตร์ให้เข้าใจ ลกึ ซ้ึง ดา้ นการควบคมุ ขนาดภาพและมุมกล้องที่ถกู ต้อง อีกท้ังยังต้องมี ความรู้ด้านการตัดต่อ เป็นต้น ถ้าหากทีมงานทุกหน้าท่ีมีความชานาญ และมีการ เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้พร้อมอยู่เสมอ ภาพยนตร์ที่ได้จึงจะมี คุณภาพและนา่ ติดตาม 2. ขนั้ ตอนการผลติ ภาพยนตรส์ ัน้ การผลิตภาพยนตร์ส้ัน มีข้ันตอนการผลิตอยู่ 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนการเตรียมการผลิต (Pre - Production) ข้ันตอนการผลิต (Production) และขั้นตอนหลังการผลิต (Post - Production) โดยมี รายละเอียด ดงั นี้
10 1. ข้ันตอนการเตรียมการผลิต (Pre - Production) เป็นขั้นตอน แรกของการผลติ ภาพยนตรส์ ั้น เมอ่ื เราไดห้ วั ข้อเรื่องท่ี ตอ้ งการ สิง่ แรกที่ควรทา คือ การศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู ต้องกาหนดว่า ภาพยนตร์ส้ันท่ีจะผลิตเป็นภาพยนตร์ประเภทใด มีการ เล่าเหตกุ ารณว์ ่าใคร ทาอะไร ที่ไหน เมือ่ ไหร่ อยา่ งไร พระเอก นางเอก มีนิสัยอย่างไร ต้องการอะไร เพ่ือนามาเขียน บทภาพยนตร์ และมีการ วางแผนการถ่ายทาเพื่อให้ดาเนินงานไปได้ด้วยดี ดังน้ัน การวางแผน ถ่ายทาต้องละเอียด รอบคอบ รัดกุม จึงจะทาให้งานราบรื่น โดยมีส่วน สาคัญท่ีต้องเตรียมในการผลติ ภาพยนตร์สัน้ ดงั นี้ 1.1 การจดั หาบทภาพยนตร์ บทภาพยนตร์ อาจมีหลายแบบ เช่น บทภาพยนตร์แบบ สมบรู ณ์ บทภาพยนตรแ์ บบกึง่ สมบรู ณ์ และบทภาพยนตร์ แบบเปดิ เปน็ ตน้ ซ่ึงจะเลือกใชบ้ ทภาพยนตร์ แบบไหนนั้น แล้วแต่ความต้องการของผู้กากับ โดยนักเรียนสามารถ ศึกษา เพ่ิมเติมได้ท่ี กิจกรรมท่ี 2 เร่ือง บทภาพยนตร์ และตัวอย่างบท ภาพยนตรค์ า้ นลา่ ง 1.2 การจัดหาทมี งาน ในการจัดทาภาพยนตร์สั้น อาจไมจ่ าเป็นต้องใช้ทมี งานมาก เหมอื นการผลติ ภาพยนตร์ บันเทิงตา่ งๆ โดย ภาพยนตร์ส้ัน สามารถผลิตได้ดว้ ยทีมงานไม่มากนัก ทมี งานหน่ึงคน อาจทาไดห้ ลายตาแหน่ง เช่น ผู้กากบั อาจทาหน้าที่เป็น ผู้เขียนบท และช่างภาพอาจเป็นผู้ตัดต่อด้วย เป็นต้น ถ้าหากเป็น ภาพยนตร์ส้ัน ท่ีไม่มีความซับซ้อนมากนัก อาจใช้ทีมงาน เพียงแค่คน เดียวทาหน้าทที่ กุ อยา่ งได้ 1.3 การคดั เลอื กนกั แสดง นักแสดง (Actor) หรือตัวละคร (Character) มีหน้าท่ีดาเนิน เหตกุ ารณ์ จากจดุ เริ่มต้น ไปสู่ จุดสิ้นสดุ ของเรอ่ื ง ตวั ละคร อาจเปน็ คน สัตว์ สงิ่ ของ หรอื เป็นนามธรรม ก็ได้ ตัวละครที่สร้างขึ้นมาอาจมีหลายตัวละคร เช่น ตัวแสดงนา ตัว แสดงสมทบ หรือตัวแสดงประกอบ ตัวละครทุกตัวจะต้องมีอิทธิพลต่อ
11 เหตกุ ารณท์ ี่เกิดข้นึ การคัดเลือกนกั แสดง ควรเลอื กนักแสดงที่มลี ักษณะ นิสัยคล้ายกับตัวละครในเร่ือง หรือนักแสดงที่มีความสามารถ ในการ แสดง (Acting) เพ่อื จะไดง้ ่ายตอ่ การถา่ ยทาในแตล่ ะฉาก 1.4 การจัดหาสถานทถี่ า่ ยทา สถานที่ถ่ายทาในภาพยนตร์ส้ัน ควรเลือกสถานที่ที่สามารถ เขไปถ่ายได้ง่าย ไม่ตอ้ งลงทนุ มาก เพราะ ภาพยนตร์สั้น อาจไม่มงี บมากเหมือนภาพยนตรบ์ นั เทงิ ทวั่ ไป และ ควรเลือกถ่ายทาให้เหมาะสม เช่น สถานท่ีมีคนพลุกพล่าน หรือรถว่ิง ผ่าน อาจจะทาใหม้ ีเสยี งรบกวนเขา้ มาแทรกขณะถา่ ยทา 1.5 การเตรียมวัสดุ - อปุ กรณ์ ก่อนเริ่มถ่ายทาภาพยนตร์สั้น ทีมงานต้องตรวจสอบ และ เตรยี มวัสดุ อปุ กรณ์ทุกครั้ง เชน่ ก่อนเร่ิมถ่ายทา ทางภาพ ต้องชาร์จแบตเตอร่ีกล้องให้พร้อม หรือหาก ต้องมีการถ่ายทาในเวลากลางคืน ควรเตรียมไฟวิดีโอไปด้วย เป็นต้น การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เป็นข้ันตอนท่ีสาคัญมาก เพราะถ้าหากต้อง เดินทางไปถา่ ยทาท่ีไกลๆ แล้วอปุ กรณ์ท่ีเตรยี มมา ไม่พร้อมใช้งาน กจ็ ะ เป็นต้นเหตุท่ีทาให้การถ่ายทาตดิ ขัด หรืออาจไม่สามารถถ่ายทาได้เลย นอกจากน้ี ยงั เปน็ เหตใุ ห้เสยี งบประมาณ และเสียเวลาในการทางาน 1.6 การจดั ตารางเวลาถ่ายทา/วางแผนการถ่ายทา การจดั ตารางเวลาถ่ายทา เป็นการวางแผนว่าการถ่ายทาใน วนั นั้นๆ จะถ่ายฉากไหนบ้าง เวลา ใด ฉากละกี่นาที สถานท่ีใด กลางวัน หรือกลางคืน โดยทีมงานทุกคน ควรประชุม และวางแผนร่วมกนั กอ่ นถ่ายทาจรงิ ทกุ คร้ัง เพราะเป็นการ กาหนดเวลาถ่ายทาล่วงหน้าไว้ก่อน เพื่อให้ทีมงานได้เป้าหมายในการ ทางาน และใชเ้ วลาอยา่ งคุม้ คา่ 2. ขัน้ ตอนการผลิต (Production) เป็นข้ันตอนการถ่ายทา ท่ีมกี าร บนั ทกึ ภาพและเสียงตามบท ภาพยนตร์ทเ่ี ขียนไว้ อาจมีการเดนิ ทางไปถ่ายทายังสถานที่ตา่ งๆ ทัง้ ใน ร่มและกลางแจ้ง มีการสัมภาษณ์ จัดฉากจัดสถานท่ีภายนอกหรือใน
12 สตูดโิ อ โดยผ้กู ากับควรศกึ ษาบทอยา่ งละเอียดกอ่ นเริม่ ถา่ ยทา เพ่อื จะได้ ถา่ ยทอดบทภาพยนตรใ์ หก้ ับผู้ชมได้อยา่ งลกึ ซง้ึ นอกจากนี้ เราสามารถ สังเกตได้ว่า ภาพยนตร์ต่างๆ ในหน่ึงขั้นฉากมักนาเสนอด้วยมุมกล้อง หลายมุม เพ่ือไม่ให้ภาพยนตร์ดูน่าเบื่อ เพราะ ภาพอยู่เพียงมุมเดียว ดั งน้ั น ก ารถ่ ายท าแ ต่ ล ะค ร้ัง จึงอ าจ ใช้ ช่ างภ าพ ห ล ายค น เพื่ อ ประหยัดเวลาในการถ่ายทา หรือถ้าหาก มีช่างภาพเพียงคนเดียว ก็ สามารถใช้วิธีการถ่ายฉากเดิมอีกคร้ัง แต่เปลี่ยนมุมกล้องให้แตกต่าง ออกไป ซึ่งช่างภาพต้องเป็น ผู้มีความรู้เก่ียวกับเร่ืองขนาดภาพและมุม กลอ้ งสาหรับถ่ายทาภาพยนตร์ส้ันเป็นอย่างดี เพื่อให้คลิปที่ได้สามารถ นาไปตัดต่อ ได้อย่างลงตัว ขั้นตอนนี้อาจมีการถ่ายทาแก้ไขหลายครั้ง จนเป็นท่ีพอใจ (take) นอกจากนี้อาจจาเป็นต้องเก็บภาพและ เสียง บรรยากาศทว่ั ไป รวมถึงภาพเฉพาะมุมเพม่ิ เตมิ ไว้ใช้ในการขยายความ (insert) เพือ่ ให้ผชู้ มไดเ้ หน็ และเขา้ ใจ รายละเอียดมากยงิ่ ขึน้ 3. ข้ันตอนหลังการผลิต (Post-Production) เป็นขั้นตอนการตัด ตอ่ เรียบเรียงภาพและเสียงเขา้ ไว้ ด้วยกันโดยเรียงลาดับใหเ้ ป็นเรอ่ื งราวตามบทภาพยนตร์ทกี่ าหนดไว้ ให้ มีความน่าสนใจและชวนให้ ผู้ชมติดตาม ข้ันตอนนี้จะมีการใส่กราฟิก ทาเทคนิคตกแต่งภาพ การย้อมสี การเช่ือมต่อภาพให้เข้ากับฉาก รวมถึงอาจมี การบันทึกเสยี งในห้องบันทึกเสียงเพ่ิมเติม ข้ันตอนนี้ส่วน ใหญ่จะดาเนินการอยู่ในห้องตัดต่อ โดยผู้ตัดต่อควรศึกษาและหา วธิ กี ารตัดตอ่ รปู แบบใหม่ๆ สาหรบั ตัดตอ่ ภาพยนตร์สนั้ รวมถึงผูต้ ัดตอ่ ยัง ต้องรู้จัก การเลือกใช้เสียงประกอบให้สอดคล้อง กับบทภาพยนตรแ์ ละ แนวของภาพยนตร์ เพ่ือให้ภาพยนตร์ส้ันผลิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์ สร้างสรรค์ และน่าติดตามรับชม องคป์ ระกอบของขั้นการหลังการผลิต (Post-Production) มดี งั น้ี องคป์ ระกอบของขนั้ การหลังการผลติ (Post-Production) มีดังนี้ 3.1 การลาดับภาพ หรอื การตดั ต่อ (Editing) เป็นการนาภาพมาตัด ตอ่ ใหเ้ ปน็ เรอื่ งราวตาม
13 บทวีดีทศั น์ โดยใชเ้ ครอื่ งตดั ต่อหรือเครอื่ งคอมพิวเตอร์ โดยการตัดตอ่ น้ี มี 2 ลกั ษณะ คอื 1) Linear Editing เปน็ การตัดตอ่ ระหวา่ งเครอ่ื งเลน่ / บนั ทกึ วดี ีทศั น์ 2 เครือ่ ง โดยใหเ้ ครอ่ื งหนึ่งเปน็ เครือ่ งต้นฉบบั (Master) และอีกเครอ่ื งหนงึ่ เปน็ เคร่อื งบนั ทกึ (Record) ในปจั จบุ ันไมนิยมใชแ้ ลว้ เน่ืองจากการตัดตอ่ ลกั ษณะนต้ี อ้ งใชผ้ ทู้ ่มี ีความชานาญเฉพาะด้าน และ ใชเ้ วลานานมาก 2) Non-Linear Editing เป็นการติดต่อโดยใช้ โปรแกรมคอมพวิ เตอรเ์ ฉพาะ ซง่ึ เปน็ การตดั ตอ่ ทร่ี วดเร็วและมีขอ้ ผดิ พลาดนอ้ ยท่สี ดุ 3.2 การบนั ทกึ เสียง (Sound Recording) จะกระทา หลังจากไดด้ าเนนิ การตดั ตอ่ ภาพตามบทวีดทิ ัศน์เปน็ ทเี่ รยี บรอ้ ยแลว้ จงึ ทาการบนั ทกึ เสยี งดนตรี เสยี งบรรยาย และเสียงประกอบลงไป 3.3 การฉายเพ่ือตรวจสอบ (Preview) หลังจากตัดตอ่ ภาพ และบนั ทกึ เสียงเรยี บร้อยแลว้ จะตอ้ งนามาฉายเพอ่ื ตรวจสอบกอ่ น วา่ มอี ะไรทีจ่ ะตอ้ งปรบั ปรุงแกไ้ ขหรอื ไม่ 3.4 ประเมนิ ผล (Evaluation) เป็นการประเมนิ รายการ หลงั การผลติ ซ่งึ มี 2 ลกั ษณะ คือ 1) ประเมนิ ผลกระบวนการผลติ โดยจะเป็นการ ประเมนิ ดา้ นความถกู ต้องของเนอ้ื หาคณุ ภาพของเทคนคิ การนาเสนอ ความสมบรู ณข์ องเทคนคิ การผลติ โดยผ้เู ชย่ี วชาญด้านเน้อื หา ผ้เู ขียน บท ผ้กู ากบั รายการ ทมี งานการผลติ และ 2) การประเมนิ ผลผลติ ซงึ่ จะเป็นการประเมนิ โดย กลมุ่ เปา้ หมายเป็นหลกั โดยจะประเมินในด้านของความนา่ สนใจ ความ เข้าใจในเน้อื หา และสาระท่ีนาเสนอ
14 3) การเผยแพร่ ควรมีรปู แบบท่ีหลากหลาย เพอื่ ให้ เข้าถงึ เป้าหมายใหไ้ ดม้ ากทสี่ ุด เท่าทจี่ ะทาได้ และควรเกบ็ ขอ้ มูล ข้อเสนอแนะตา่ ง ๆ ของผใู้ ช้ เพอ่ื นามาแก้ไขเรอ่ื งอน่ื ๆ ต่อไป 5. ประเภทของภาพยนตรส์ น้ั ปัจจบุ นั มสี ื่อที่อยู่ในรูปแบบของวิดโี อตา่ งๆ เกิดข้ึนมากมาย เพราะ สื่อในรูปแบบที่มีครบท้ังภาพและเสียงน้ัน จะช่วย ให้ผู้ชมสามารถรับรู้ และเข้าใจข้อมูลที่ผู้สร้างส่ือ ต้องการสื่อสารถึงผู้ชมได้ง่ายมากยิ่งข้ึน นอกจากนี้ ส่ือประสม (Multimedia) ท่ี นาเสนอแบบวิดีโอ แล้วยัง สามารถแสดงภาพเคลือ่ นไหว ภาพนิ่ง เสยี งบรรยาย และข้อความพร้อม กันได้ มีอีกมากมาย ดังนั้น ในกิจกรรมนี้จึงยกตัวอย่างส่ือประสมท่ี นาเสนอแบบวิดีโอ ดงั นี้ 1. มิวสิควดิ ีโอ (Music Video หรอื MV) เปน็ การถา่ ยทอดบทเพลง แบบมีภาพประกอบมาสรา้ งเป็นเรอื่ งราว ซึง่ เพลงในปจั จุบนั นิยมทา MV ประกอบเพลง เพ่ือให้ผู้ชมเข้าใจความหมายของเน้ือเพลงได้ง่ายมาก ยิง่ ขนึ้ 2. วิดีโอเพื่ อก ารน าเสน อ (Presentation) เป็ น ก ารถ่ ายท อ ด ความคดิ ในเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์ ชัดเจนในเวลาจากัด เช่น การนาเสนอเกี่ยวกับ สอ่ื การสอน การสาธติ ประวัติสว่ นตวั แตง่ งาน งาน วันเกดิ เป็นตน้ 3. โฆษณา (Advertisement) เป็นการถ่ายทอดเร่ืองราว เพื่อให้ ผู้ชมคล้อยตาม ส่ิงทผ่ี ูส้ ร้างโฆษณาตอ้ งการนาเสนอ โดยทว่ั ไป โฆษณา ท่ีฉายทางโทรทัศน์จะมีความยาวไม่มากนัก ข้ึนอยู่กับงบประมาณของ บริษัทเจ้าของสินค้า นอกจากน้ี การประชาสัมพันธ์ และรณรงค์ จะเป็น การชักจูงให้ผู้ชมคล้อยตามในเร่ืองน้ันๆ เช่น การรณรงค์ต่อต้านการ ทุจริต ก็จะมี การสร้างภาพยนตร์สั้นเก่ียวกับการทุจริต เพื่อชักจูงให้ ผชู้ มคลอ้ ยตาม และไม่ทาการทจุ รติ ซง่ึ เปน็ ส่งิ ที่ผิดกฎหมาย 4. ภาพยนตร์ส้ันหรือหนังส้ัน (Short Film) เป็นการเล่าเรื่องราว ด้วยภาพ และเสียงท่ีมีประเด็นเดียวสั้นๆ 4. ภาพยนตร์ แต่ได้ใจความ
15 ตรงประเด็น มีโครงเรื่องไม่สลับซับซ้อน และไม่ควรมีความยาวมาก เกินไป อาจเป็นเรื่องที่แต่งข้ึนมาเอง ตามจินตนาการของคนเขียนบท ภาพยนตร์ หรอื เปน็ เรอ่ื งจริงบางสว่ นกไ็ ด้ ขน้ึ อยกู่ ับทมี งานผ้จู ัดทา 6. แนวของภาพยนตร์ แนวภาพยนตร์ อาจเรียกอีกอย่างว่า Film Genre คาว่า Genre อ่านว่า ฌอง-ระ เป็นคาภาษาฝร่ังเศส แปลว่า ชนิด หรือลักษณะ โดย ภาพยนตร์ในยุคปจั จบุ ันมีอยมู่ ากมายหลายประเภท ซงึ่ สู่ดนิ ชาวหินฟ้า ได้จดั ปัจจัยที่นามาเปน็ เกณฑ์ การแบ่งแนวภาพยนตร์ ดังนี้ 1. ลั ก ษ ณ ะ คุ ณ ส ม บั ติ บ ท บ า ท แ ล ะคุ ณ ค่ า ข อ ง ตั ว ล ะค ร (Character) 2. ฉาก และเหตุการณ์ในเรื่อง (Setting & Scene) และรวมถึง สถานท่ี และส่งิ แวดลอ้ ม ที่เรือ่ งราวในภาพยนตรด์ าเนินไป 3. การสื่อความหมายด้วยภาพและเสยี ง (Iconography) 4. การเล่าเร่ือง (Narrative) วิธีการเล่าเร่ือง การนาเสนอภาพ เสียง อปุ กรณ์ที่ใชถ้ ่ายทา 5. รูปแบบ ลีลา ของภาพยนตร์ (Style) 6. อ า ร ม ณ์ ค ว า ม รู้ สึ ก (Mood) ที่ ผู้ ช ม ไ ด้ รั บ ต ล อ ด ก า ร ช ม ภาพยนตร์ แนวของภาพยนตร์ จะเป็นตัวบอกอารมณ์ และความรสู้ กึ ท่ผี ู้ชมจะ ได้รับ หลังชมภาพยนตร์จบ ซึ่งภาพยนตร์แต่ละแนว ก็จะทาให้ผู้ชม ได้รบั อารมณ์ และความรูส้ กึ ท่แี ตกต่างกนั ไป ค่ายภาพยนตรร์ ายใหญ่ ก็ มักจะสร้างภาพยนตร์เร่ืองต่างๆ ให้เปน็ แนวเดียวกนั ทาให้ผชู้ มร้สู กึ ได้ ว่าภาพยนตร์แนวนั้นๆ เป็นเอกลักษณ์ของค่ายนั้นๆ เช่น ภาพยนตร์ Sci-Fi ต้องค่าย Marvel หรือ DC ถ้าภาพยนตร์แอนิเมช่ัน แฟนตาซี ต้องค่าย Disney เป็นต้น โดยบทเรียนนี้ แบ่งแนวของภาพยนตร์ ได้ ดังนี้
16 1. ภาพยนตร์อาชญากรรม (Crime) เป็นภาพยนตร์ท่ีมีเนื้อเรื่อง หรือตัวละคร เก่ียวกับอาชญากรรม ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น Now You See Me อาชญากล ปลน้ โลก, 48 Hours และ Logan Lucky เป็นตน้ 2. ฟิล์มนัวร์ (Film Noir) เป็นภาพยนตร์ท่ีใช้สีโทนขาวดาและให้ แสงต่า (Low Key) มีเร่ืองราวเกี่ยวกับเหล่าร้าย อันธพาล (Gangster) หรือตัวละครเอกไม่เชื่อในความดีงามและคุณค่าของมนุษย์ มักเสนอ ด้านมืดในจิตใจของมนุษย์ ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น Butch Cassidy and the Sundance Kid, The Godfather และ The Usual Suspects เป็นต้น 3. ภาพยนตร์ อิงประวัติศาสตร์ (History) อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร์โดยตรง และไม่ใช่เร่ืองท่ีจินตนาการ ข้ึน แต่จะเป็น เร่ืองราวในอดีต ท่ีเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น สรุ โิ ยไท, Chinatown และ ตานานสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช เปน็ ตน้ 4. ภ าพ ยนต ร์อิงนิ ยายวิท ยาศาสต ร์ (Science Fiction) ห รือ ภาพยนตร์ไซไฟ (Sci-Fi) เป็นเร่ืองราวของมนุษย์ โลก สังคม และ เทคโนโลยสี มัยใหม่ ทอ่ี ยู่ในจินตนาการของผู้สร้างเนื้อเร่ืองส่วนมากจะ มีโลกในอนาคต หรืออวกาศเป็นองค์ประกอบ อาจใช้ความรู้เชิง วิทยาศาสตร์เข้าช่วยในการอธิบายลักษณะตัวละคร ฉาก พฤติกรรม ของตัวละครหรือความเป็นไปของเน้ือเร่ือง ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น Star Wars, Hunger Games และ The Terminator เปน็ ต้น 5. ภาพยนตร์กีฬา (Sport) มีเน้ือเรื่องเก่ียวกับการแข่งขันกีฬา หรือสถานที่ท่ีใช้แข่งขันกีฬา ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น Kung Fu Druk เป็นต้น 6. ภาพยนตรส์ งคราม (War) เปน็ ภาพยนตรท์ เี่ นอ้ื เรอื่ งมีฉาก หรอื เหตุการณ์ในเกี่ยวกับการทาสงคราม หรืออยู่ในสนามรบ ตัวอย่าง ภาพยนตร์ เชน่ สามกก๊ และ God Egypt เป็นต้น
17 7. ภาพยนตร์แอ็คชัน (Action) เป็นภาพยนตรท์ ่ีลลี าของฉาก และ นักแสดงมีการใช้ความรุนแรง ซึ่งจะเป็นการสร้าง ความเร้าใจให้กับ ผ้ชู ม ตวั อย่างภาพยนตร์ เช่น องค์บาก, ชอ็ คโกแลต และ บอดีก้ ารด์ หนา้ เหล่ียม เป็นต้น 8. ภาพยนตรผ์ จญภยั (Adventure) เปน็ เรือ่ งราวการเสี่ยงภัยของ ตัวละคร ในเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่ง และพบกับสิ่งให ม่ (New Worlds) สรา้ งความต่นื เตน้ ใหก้ บั ผชู้ มผ่านทางการเสีย่ งภัยของตัวละคร ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น Indiana Jones and the Temple of Doom (จัด เป็ น ป ระเภ ท แอ็ ค ชั น ด้ วย), The Maze Runner แ ละ Jurassic World เปน็ ตน้ 9. ภาพยนตร์ตลก (Comedy) เป็นภาพยนตร์ที่มุ่งสร้างความ สนกุ สนาน และเสียงหวั เราะใหก้ บั ผชู้ ม ตวั อยา่ งภาพยนตร์ เชน่ หลวงพ่ี แจ๊ส 4G, แหยม ยโสธร และ เมลน์ รก หมวยยกล้อ เป็นต้น 10. ภาพยนตร์ชีวิต หรือดราม่า (Drama) นาเสนอเร่ืองราวชีวิต ของตัวละคร มักสร้างความต่ืนตัวใจ ความเศร้า สลดใจ ผ่านทางการ แสดงการเตบิ โตของตัวละคร ภาพยนตรเ์ กือบทุกเรือ่ ง จะปูพน้ื แนวชีวิต เป็นหลักก่อน แล้วผสมด้วยแนวอ่ืนๆ เข้าไป ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น คิดถงึ วิทยา, สิ่งเลก็ ๆ ที่เรยี กว่ารกั และพ่มี าก พระโขนง (เป็นภาพยนตร์ สยองขวญั ไดด้ ้วย) เปน็ ต้น 11. ภาพยนตร์แฟนตาซี (Fantasy) เป็นภาพยนตร์ที่เสนอเนื้อ เรือ่ ง และฉาก ที่ไมม่ อี ยใู่ นโลกแหง่ ความเป็น จริง (Imaginary World) เน้ น ความสนุ กสน าน อลังการ ตระการตาตระการใจ ตวั อย่างภาพยนตร์ เช่น Harry Potter, Alice in Wonderland, Pirate of the Caribbean. Maleficent และ Avatar เปน็ ตน้
18 12. ภาพยนตร์สยองขวญั (Horror) เป็นภาพยนตรท์ ม่ี ่งุ สรา้ งความ หวาดกลัวให้แกผ่ ู้ชม ตวั อย่างภาพยนตร์ เช่น ลดั ดาแลนด์, Alien และ 4 แพรง่ เป็นตน้ 13. ภาพยนตร์ลึกลับ (Mystery) มักสร้างปมปัญหา ความฉงน สงสยั ชวนตดิ ตาม หาคาตอบ และความร้สู กึ ท้าทาย ให้แก่ผู้ชม ตวั อยา่ ง ภาพยนตร์ เชน่ ร่นุ พี่ และ Dealt Note เปน็ ต้น 14. ภาพยนตร์รักโรแมนติก (Romance) เป็น ภาพ ยน ตร์ท่ี มี เนื้อหาเก่ียวกับ ความรัก ชู้สาว ระหว่างหญิง ชาย ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น ส.ค.ส. สวีตต้ี, รถไฟฟา้ มาหานะเธอ และฟรีแลนซ์ หา้ มเหนือ่ ย หา้ ม พกั หา้ มรักหมอ เปน็ ต้น 15. ภาพยนตร์ระทกึ ขวัญ (Thriller) เป็นภาพยนตรท์ ่มี กี ารตอ่ สดู้ นิ้ รน จากการขู่ฆ่า ทาร้าย มุ่งสร้างความต่ืนเต้น และ ความตึงเครียด ให้แก่ผู้ชม ตัวอยา่ งภาพยนตร์ เช่น Orphan และ Jaws เป็นต้น 16. ภาพยนตร์แอนิเมชัน (Animation) บางครั้งเรียกว่า หนัง การต์ ูน ซึ่งสร้างภาพเคล่ือนไหว โดยฉายภาพนิง่ หลายๆ ภาพติดต่อกัน ดว้ ยความเร็วสูง ภาพยนตร์เรื่อง Toy Story เป็นภาพยนตร์เรอ่ื งแรก ที่ สร้างจากคอมพิวเตอร์ทั้งเร่ือง ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น ก้านกล้วย , Despicable Me และ Moana เป็นต้น 17. ภาพยนตร์ชีวประวัติ (Drama of Tale) เป็นภาพยนตร์ที่มี เนือ้ หาเก่ียวกับชวี ิตของบคุ คลที่มตี ัวตนอยู่จริง แต่ อาจนาส่วนหนึ่งของ ชีวติ มาสร้างเปน็ ภาพยนตร์ และอาจสอดแทรกเตมิ แตง่ เรอื่ งราวบ้าง 18. ภาพยนตร์สารคดี (Documentary) เป็นภาพยนตร์ที่เสนอ ข้อเท็จจริง เก่ียวกับสังคม มนุษย์ สัตว์ วิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความ เข้าใจในเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง อาจนาเสนอเป็นตอนเดียว เร่ืองเดียว หรือ นาเสนอ เป็นชุดก็ได้ ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น Oceans และ Arctic Tale เป็นต้น
19 19. ละครเพลง (Musical) เป็นภาพยนตร์เก่ียวกับเพลง ตัวละคร เป็นผู้ร้องเพลงนั้น คล้ายกับการดูละครเวที ตัวอย่างภาพยนตร์ เช่น High School Musical และ Glee เปน็ ต้น 20. หนังบรรยาย เป็นภาพยนตร์ทเ่ี นื้อเร่อื งดาเนนิ ไปตามการเล่า เร่ืองของผบู้ รรยาย นอกจากแนวท่ีกลา่ วขา้ งต้นแลว้ ปจั จุบันมีผสู้ รา้ งภาพยนตร์ส้ันรุ่น ใหม่ๆ และไดแ้ บง่ ประเภทของภาพยนตร์ส้นั ตาม หลกั สากล ซง่ึ ประกอบ ไปด้วย 7 ประเภทหลัก ได้แก่ ประเภท Western Film หรือที่เรียกว่า หนงั คาวบอยเปน็ ประเภทของ ภาพยนตร์ที่นาเสนอความขดั แยง้ ระหวา่ ง เมืองกับทะเลทราย การต่อสู้ระหว่าง ความป่าเถื่อนและความเป็นอารย ชน ประเภท Gangster Film เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนความเสื่อมโทรม หรือมุมมืดของสังคม ประเภท Melodrama มักมีโครงเรื่องเก่ียวกับ ครอบครัว ความรัก ความผูกพัน ความผิดหวัง ความสมหวัง ประเภท Comedy ประเภท Musical ประเภท Horror และประเภท Film Noir อย่างไรก็ตาม ภาพยนต ร์สั้นหน่ึงเรื่องอาจมีการนาแนวของ ภาพยนตร์มาใชแ้ นวเดียว หรือ หลายแนวมารวมไวอ้ ยใู่ นเรอ่ื ง เดยี วกัน แล้วแต่ทีมผู้จัดทาจะเขียนบทออกมาในลักษณะไหน หรือแบบใด ทั้งน้ี ควรเลือกใชแ้ นวภาพยนตร์ใหเ้ หมาะกบั เนอื้ เรอ่ื ง หรือหวั ขอ้ ภาพยนตรท์ ่ี เร าจะท าเพ่ื อการ สื่ออารมณ์ ให้ คนเข้ าใ จภ าพ ยนต ร์ของเราได้อย่าง ชดั เจน
20 บรรณานกุ รม
21 บรรณานกุ รม ขนั้ ตอนการผลติ ภาพยนตร์สน้ั https://sites.google.com/site/vediolearning/khan-txn-kar สืบคน้ วันที่ 17 กันยายน 2564 ความหมายของภาพยนตร์ส้ัน https://sites.google.com/a/ses26.go.th/krupuhcom5 สบื คน้ วนั ท่ี 17 กนั ยายน 2564 แนวของภาพยนตร์ http://secondclass111.com/movie-genre สืบคน้ วันที่ 17 กันยายน 2564 ประเภทของภาพยนตร์สั้น http://www.chakkham.ac.th/~krunatcha/shortfilm สบื คน้ วันท่ี 17
22 กันยายน 2564 หลักการสรา้ งภาพยนตรส์ นั้ http://www.chakkham.ac.th/~krunatcha/shortfilm สบื คน้ วันท่ี 17 กันยายน 2564 อปุ กรณส์ าหรบั สร้างภาพยนตร์สนั้ https://padlet.com/sakchai/i01dx1sfsc9c สืบคน้ วนั ที่ 17 กันยายน 2564
23 ภาคผนวก
24 ประวตั ผิ จู้ ดั ทา
25 ชอ่ื -สกลุ นางสาวดุษฎี ระวัยภัย วนั เดอื น ปเี กดิ 23 กุมภาพนั ธ์ 2545 ทอี่ ยปู่ จั จบุ นั 184/11ม.8 ต.นครสวรรคต์ ก อ.เมอื ง จ. นครสวรรค์ 60000 ประวตั กิ ารศกึ ษา สาเร็จการศกึ ษาระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.) สาขาแอนเิ มชัน่ วทิ ยาลยั อาชีวศึกษานครสวรรค์ อาเภอเมอื ง จังหวัดนครสวรรค์ ปจั จบุ นั กาลงั ศกึ ษา ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพชน้ั สงู (ปวส.) สาขา การถา่ ยภาพและมลั ติมีเดยี วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษา นครสวรรค์ อาเภอเมอื ง จงั หวัดนครสวรรค์
26
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: