Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2.คู่มือ IPD COVID19

Description: 2.คู่มือ IPD COVID19

Keywords: คู่มือ IPD COVID19

Search

Read the Text Version

แ น ว ท า ง ป ฏิ บั ติ การดูแลรักษาผู้ป่วยใน (IPD) ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19

2 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19

แนวทางปฏิบัตกิ ารดูแลรกั ษาผู้ปว่ ยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 การเตรยี มผ้ปู ว่ ยกอ่ นการ admit • ผ้ปู ่วยต้องสวม surgical mask หรือหน้ากากผา้ ระหว่างทเ่ี ขา้ รบั การรกั ษาในโรงพยาบาล • เม่อื แพทย์พิจารณาแลว้ วา่ จะรับผู้ปว่ ยเข้ารักษาในหออภิบาล ใหเ้ ขา้ กระบวนการคัดกรองประวัติทางคลินิกจากการ ซกั ประวัติ ตรวจรา่ งกาย และขอ้ มลู อ่ืนๆ ตามแนวทางเวชปฏิบตั ิ การวินจิ ฉยั ดูแลรักษาและปอ้ งกนั การติดเชื้อใน โรงพยาบาลกรณีโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 ดงั ตาราง ประวัติ • มปี ระวตั เิ ดนิ ทางไปยงั หรอื มาจากพน้ื ทหี่ รอื อยอู่ าศยั ในพน้ื ทเ่ี กดิ โรคระบาดตอ่ เนอื่ งของ COVID-19 • มปี ระวตั คิ นในครอบครวั ปว่ ยเปน็ COVID-19 • สมั ผสั กบั ผูป้ ว่ ย COVID-19 หรอื สารคดั หลงั่ จากระบบทางเดนิ หายใจของผูป้ ว่ ย โดยไม่ได้ใส่ อปุ กรณป์ อ้ งกนั ตนเองท่ี เหมาะสม • เปน็ ผูป้ ระกอบอาชพี ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว สถานทแี่ ออดั หรอื ตดิ ตอ่ กบั คนจำ� นวนมาก • มปี ระวตั ไิ ปในสถานทท่ี ช่ี มุ ชน หรอื สถานทที่ มี่ กี ารรวมกลมุ่ คน เชน่ ตลาดนดั หา้ งสรรพสนิ คา้ สถานพยาบาล ขนสง่ สาธารณะ • เปน็ บคุ ลากรทางการแพทยท์ มี่ โี อกาสใกลช้ ดิ / สมั ผสั ผูป้ ว่ ย COVID-19 อาการ และอาการแสดง (symptoms & sign) • ไอ • เจ็บคอ • ไข้ อุณหภมู ติ ้งั แต่ 37.5 0C • นำ้� มกู ไหล • การสญู เสยี การได้กลิน่ • ปวดศรี ษะ • ปวดกลา้ มเนอื้ • หายใจเหนอ่ื ย/ หายใจเร็ว หลังจากท่ผี ้ปู ว่ ยผา่ นการคัดกรอง จะแบ่งผปู้ ว่ ยออกเป็น 3 กลุ่ม ไดแ้ ก่ ผปู้ ว่ ยท่ัวไป ผปู้ ่วย PUI และผูป้ ่วย COVID โดยมีแนวทางปฏบิ ตั ิในการดูแลรกั ษาผ้ปู ว่ ยใน (IPD) ดังน้ี ก) แนวปฏบิ ตั ใิ นการดแู ลรักษาผปู้ ่วยใน (IPD) ในผ้ปู ่วยทั่วไป (Non-COVID patient) ข) แนวปฏบิ ัติในการดแู ลรกั ษาผ้ปู ว่ ยใน (IPD) ในผู้ปว่ ย PUI (Patient Under Investigation) ค) แนวปฏบิ ัตใิ นการดูแลรกั ษาผู้ปว่ ยใน (IPD) ในผู้ป่วย COVID (COVID patient) แนวทางปฏิบตั ิการดแู ลรักษาผ้ปู ่วยใน (IPD) ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 3

ก) แนวทางปฏิบัติการดแู ลรกั ษาผู้ป่วยใน (IPD) ในผูป้ ่วยทว่ั ไป (Non-COVID patient) 1. เตียงผ้ปู ่วยต้องเวน้ ระยะหา่ งไมต่ ่�ำกวา่ 1 เมตร 2. ใหก้ ารดแู ลตามมาตรฐานการรักษาตามอาการและพยาธสิ ภาพของโรค 3. ภายในหอผ้ปู ว่ ยใน ควรมีการแลกเปล่ยี นอากาศอยา่ งนอ้ ย 6 air exchange/ชัว่ โมง โดยให้มีทิศทางการไหล ของอากาศไปในทิศทางเดยี ว แต่ถา้ เปน็ หอผูป้ ว่ ยเปดิ ทีไ่ มไ่ ดใ้ ชร้ ะบบปรับอากาศ ควรเปิดประตหู นา้ ต่างให้ อากาศไหลเวียนไดส้ ะดวก 4. ผู้ป่วยท่ีมีความเสย่ี งต่อการเกิดการแพร่กระจายในลกั ษณะ aerosol เช่น ใช้ high flow oxygenation หรอื การพ่นยา หรอื มีอาการดา้ นระบบทางเดินหายใจ ตอ้ งแยกพนื้ ที่หรือหอ้ งอยา่ งชัดเจน 5. ควรให้ผู้ป่วยใสห่ น้ากากอนามัยทกุ ราย ถ้าผปู้ ว่ ยทม่ี ีความเสย่ี งตอ่ การขาดออกซิเจน ให้ใช้ oxygen canular และสวมหน้ากากอนามยั ทบั บน canular 6. ในกรณีผูป้ ว่ ยทใี่ สเ่ ครอ่ื งช่วยหายใจ พิจารณาใช้ inline suction 7. ถา้ ตอ้ งท�ำ intubation ให้ปฏบิ ตั ิตามคำ� แนะน�ำการใชอ้ ปุ กรณ์ส่วนบคุ คลปอ้ งกันการติดเชื้อ (personal protective equipment) กรณโี ควดิ -19 ฉบับ วนั ท่ี 20 เมษายน 2563 8. ผปู้ ว่ ยทีอ่ ย่ใู นหอผูป้ ่วยถา้ มอี าการเปลี่ยนแปลงนา่ สงสยั COVID-19 ต้องยา้ ยเข้า cohort/isolation ward และ รีบส่งตรวจ rRT-PCR for SARS-CoV-2 ทันที รวมท้งั ประเมนิ ผปู้ ว่ ยและการตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร การตรวจ ภาพถา่ ยรงั สที รวงอกเพิ่มเติม ตามความเหมาะสม 9. มาตรการสำ� หรบั ญาติทมี่ าเยยี่ มไข้ - จำ� กดั จ�ำนวนคนและจำ� กดั เวลาการเยีย่ มไข้ - ผู้เข้าเยยี่ มทกุ คนต้องผ่านการตรวจคดั กรองประวตั ิเสย่ี ง วดั อุณหภมู ิ ยึดหลกั social distancing ใส่ mask และ hand hygiene - มีการบันทกึ ชื่อ นามสกลุ ผ้เู ข้าเยีย่ ม 10. บคุ ลากรแตง่ กายด้วยชุดปกติ ต้องใส่ surgical mask ตลอดเวลา ยึดหลกั social distancing และ hand hygiene 11. บุคลากรควรรายงานหัวหนา้ เม่ือมอี าการป่วยและไปรับการตรวจวินจิ ฉัย การรกั ษาท่ีเหมาะสมโดยเรว็ 12. บุคลากรท่ีไม่ไดป้ ฏบิ ัติงานประจำ� ในหอผู้ป่วย (เชน่ เจา้ หน้าทเี่ อ็กซเรย)์ ใหบ้ นั ทึกเวลาเขา้ ออกการปฏบิ ตั งิ าน จากหอผปู้ ่วย 4 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารดูแลรักษาผู้ป่วยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19

ข) แนวทางปฏิบัตกิ ารดแู ลรักษาผปู้ ่วยใน (IPD) ในผู้ป่วย PUI (Patient Under Investigation) 1. ผูป้ ว่ ย PUI ยงั ตอ้ งรับการรักษาที่ isolation room และปฏิบัติตามแนวทางทีก่ �ำหนด รบี ส่งตรวจ rRT-PCR for SARS-CoV-2 ทันที จนกวา่ จะไดผ้ ลตรวจ 2. ควรให้ผู้ปว่ ยใสห่ น้ากากอนามยั ทุกราย ยกเว้นผปู้ ว่ ยทมี่ ีความเส่ียงต่อการขาดออกซิเจน หรอื มกี ารคง่ั ของ คารบ์ อนไดออกไซด์ 3. ในกรณีผ้ปู ว่ ยทีใ่ ส่เคร่อื งชว่ ยหายใจ พิจารณาใช้ inline suction 4. การดแู ลผปู้ ่วย ใหด้ แู ลตามอาการตาม ค) แนวทางปฏบิ ัติการดูแลรกั ษาผู้ปว่ ยใน (IPD) ในผู้ป่วย COVID (COVID patient) จนกว่าจะได้ผล PCR จึงแยกผูป้ ่วยไปรักษาตามผลทไี่ ด้ 5. การเคล่ือนย้ายผูป้ ่วยใหป้ ฏบิ ัติตามหลัก standard precautions และ social distancing โดยตอ้ งสวม surgical mask ใหผ้ ูป้ ว่ ยตลอดเวลาในโรงพยาบาล 6. ภายในหอ้ ง ควรมีการแลกเปลี่ยน อากาศอย่างนอ้ ย 6-12 air exchange และอยู่ใกลก้ ับท่ีสามารถระบายอากาศ ออกไปยงั ภายนอกได้ 7. การเย่ยี มไขใ้ หผ้ า่ นชอ่ งทางการส่อื สารทีโ่ รงพยาบาลกำ� หนด 8. บคุ ลากรแต่งกายด้วยชุด PPE ตามค�ำแนะนำ� การใช้อปุ กรณส์ ว่ นบคุ คลปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ (personal protective equipment) กรณีโควิด-19 ฉบบั วนั ท่ี 20 เมษายน 2563 ให้การดแู ลตามมาตรฐานการรักษาตามอาการและ พยาธิสภาพของโรค โดยพยายามรกั ษาระยะหา่ งและสมั ผัสกบั ผปู้ ว่ ยให้น้อยท่สี ดุ 9. บคุ ลากรควรรายงานหวั หน้าเมอ่ื มีอาการป่วยและไปรบั การตรวจวินจิ ฉยั การรกั ษาที่เหมาะสมโดยเรว็ 10. พยาบาลที่ปฏบิ ัติงานในหอผปู้ ว่ ย PUI ไมค่ วรปฏิบัติงานเกิน 8 ช่ัวโมง/วัน 11. บุคลากรท่ีไมไ่ ด้ปฏิบตั งิ านประจ�ำในหอผู้ปว่ ย (เชน่ เจา้ หน้าทเี่ อก็ ซเรย์) ให้บนั ทึกเวลาเขา้ ออกการปฏิบัติงานจาก หอผปู้ ่วย แนวทางปฏิบตั กิ ารดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 5

ค) แนวทางปฏิบัตกิ ารดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ยใน (IPD) ในผู้ป่วย COVID (COVID patient) 1. ตอ้ งรบั การรักษาที่ cohort/isolation ward และปฏิบตั ิตามแนวทางท่ีกำ� หนด 2. ภายในหอ้ ง ควรมีการแลกเปลยี่ น อากาศอย่างนอ้ ย 6-12 air exchange และอยูใ่ กล้กบั ท่สี ามารถระบาย อากาศออกไปยังภายนอกได้อย่างปลอดภยั 3. ผู้ปว่ ยทมี่ ีความเสี่ยงต่อการเกดิ การแพร่กระจายในลักษณะ aerosol เช่น ใช้ high flow oxygenation หรอื การพน่ ยา หรอื มอี าการดา้ นระบบทางเดินหายใจ ต้องแยกพน้ื ท่อี ย่างชัดเจน 4. ในกรณีผู้ปว่ ยทใ่ี สเ่ คร่อื งชว่ ยหายใจ ใหป้ ฏบิ ัติตาม แนวทางปฏิบัติในการดแู ลผปู้ ว่ ยวิกฤตในสถานการณ์การ ระบาดของ COVID-19 5. ให้ญาตเิ ยีย่ มไขผ้ ่านช่องทางการส่อื สารทีโ่ รงพยาบาลกำ� หนด 6. บคุ ลากรแต่งกายด้วยชุด PPE ตามค�ำแนะน�ำการใชอ้ ุปกรณส์ ่วนบุคคลปอ้ งกนั การติดเชือ้ (personal protective equipment) กรณโี ควดิ -19 ฉบับ วนั ท่ี 20 เมษายน 2563 ใหก้ ารดแู ลตามมาตรฐานการรักษาตามอาการ และพยาธสิ ภาพของโรค โดยพยายามให้รักษาระยะหา่ งและสมั ผัสกับผูป้ ว่ ยใหน้ อ้ ยทีส่ ดุ 7. บคุ ลากรควรรายงานหัวหนา้ เม่อื มีอาการปว่ ย และไปรับการตรวจวนิ จิ ฉัย การรกั ษาที่เหมาะสมโดยเรว็ 8. การจัดอตั รากำ� ลงั ควรมกี ารบรหิ ารทมี ให้มอี ย่างน้อย 2 ทมี ทีแ่ ยกกัน 9. พยาบาลท่ปี ฏบิ ัตงิ านในหอผูป้ ว่ ย COVID ไมค่ วรปฏิบตั งิ านเกิน 8 ชัว่ โมง/วนั 10. บุคลากรที่ไม่ไดป้ ฏบิ ตั งิ านประจ�ำในหอผปู้ ว่ ย (เช่น เจ้าหน้าท่ีเอก็ ซเรย์) ใหบ้ ันทกึ เวลาเขา้ ออกการปฏิบตั ิงาน จากหอผปู้ ่วย 6 แนวทางปฏิบัติการดูแลรักษาผปู้ ว่ ยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19

เอกสารอา้ งองิ 1. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ . (2563). แนวทางเวชปฏบิ ัติ การวินิจฉยั ดูแลรักษา และปอ้ งกันการ ตดิ เช้อื ในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ฉบบั ปรบั ปรงุ 1 พฤษภาคม 2563: https://covid19.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=69 2. กรมการแพทย์ รว่ มกับคณะท�ำงานดา้ นการรกั ษาพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทย์จากมหาวิทยาลัย และสมาคมวชิ าชพี ต่างๆ. คำ� แนะนำ� การใช้อปุ กรณส์ ว่ นบุคคลปอ้ งกันการติดเชอื้ (personal protective equipment) กรณโี ควดิ -19 ฉบับ วันท่ี 20 เมษายน 2563: http://covid19.dms.go.th/Content/Select_ Landding_page?contentId=63 3. กรมการแพทย์ รว่ มกับคณะท�ำงานองค์กรการแพทยต์ า่ งๆ. แนวทางปฏิบตั ใิ นการดูแลผปู้ ่วยวกิ ฤตใน สถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19: https://covid19.dms.go.th/Content/Select_Landding_ page?contentId=73 4. กองแบบแผน กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข แบบปรับปรงุ หอผปู้ ่วย เพอ่ื รองรับผตู้ ดิ เชอ้ื COVID-19: https://dcd.hss.moph.go.th/web/index.php/news/relation/455-แบบปรบั ปรงุ หอผูป้ ่วย- แนวทางปฏบิ ัติการดแู ลรักษาผ้ปู ่วยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 7

เอกสารแนบท่ี 1 แนวทางเวชปฏบิ ตั ิ การวนิ ิจฉยั ดูแลรกั ษา และป้องกนั การติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณโี รคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ฉบบั ปรบั ปรงุ 1 พฤษภาคม 2563 ทมี่ า: คณะท�ำงานดา้ นการรักษาพยาบาลและการป้องกันการติดเช้ือในโรงพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ รว่ มกบั คณาจารยผ์ เู้ ชี่ยวชาญ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั ตา่ งๆ .: https://covid19.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=69 ฉบับปรับปรุง วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 สาหรับแพทยแ์ ละบคุ ลากรสาธารณสุข แนวทางเวชปฏบิ ตั ิ การวนิ จิ ฉัย ดแู ลรกั ษา และป้องกนั การตดิ เช้ือในโรงพยาบาล กรณโี รคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แผนกเวชระเบยี น/จดุ คัดกรอง 1. ผู้ปว่ ยทมี่ ีอาการระบบทางเดนิ หายใจอย่างใดอย่างหน่ึงดงั ต่อไปน้ี ไอ น้ามกู เจ็บคอ ไม่ได้กลนิ่ หายใจเร็ว หายใจเหนอ่ื ย - คดั กรองประวตั ิผู้ปว่ ย หรอื หายใจลาบาก และ/หรอื มีประวตั ไิ ข้หรอื วดั อณุ หภูมิได้ตงั้ แต่ 37.5°C ข้นึ ไป และมปี ระวตั ิในชว่ ง 14 วนั กอ่ นวนั - OPD หรอื ER เริ่มปว่ ยอยา่ งใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ 1.1. มีประวตั ิเดินทางไปยัง หรอื มาจาก หรืออย่อู าศยั ในพนื้ ท่เี กดิ โรคของ COVID-19 เฝ้าระวงั ในโรงพยาบาล 1.2. ประกอบอาชีพที่เกย่ี วข้องกบั นักทอ่ งเท่ียว สถานที่แออดั หรอื ตดิ ต่อกบั คนจานวนมาก Fever & ARI clinic 1.3. ไปในสถานท่ชี มุ ชน หรอื สถานท่ที ่ีมีการรวมกล่มุ คน เชน่ ตลาดนัด ห้างสรรพสินคา้ สถานพยาบาล ขนส่ง แพทยซ์ ักประวัติ ตรวจรา่ งกาย สาธารณะ 1.4. สัมผัสกบั ผูป้ ว่ ยยืนยนั หรอื สารคัดหลั่งจากระบบทางเดนิ หายใจของผปู้ ่วยยนื ยัน COVID-19 โดยไม่ไดใ้ ส่ อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่เหมาะสม 2. ผู้ปว่ ยโรคปอดอกั เสบที่ แพทยผ์ ู้ตรวจรกั ษาสงสยั ว่าเปน็ COVID-19 3. เป็นบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสขุ ท่ีมีอาการระบบทางเดินหายใจอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปน้ี ไอ น้ามกู เจบ็ คอ ไม่ได้กลิน่ หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือหายใจลาบาก และ/หรอื มีประวตั ิไข้หรอื วดั อณุ หภมู ไิ ด้ตง้ั แต่ 37.5°C ขน้ึ ไป ท่แี พทย์ผตู้ รวจรักษาสงสยั วา่ เปน็ COVID-19 4. พบผู้มอี าการตดิ เชอ้ื ระบบทางเดนิ หายใจเป็นกลุม่ กอ้ น ต้ังแต่ 5 รายข้นึ ไป ในสถานท่ีเดยี วกนั ในชว่ งสัปดาห์เดยี วกนั โดยมีความเชือ่ มโยงกนั ทางระบาดวทิ ยา ผปู้ ่วยเขา้ เกณฑ์ 1) ใหผ้ ู้ป่วยใสห่ น้ากากอนามัย พักรอ ณ บริเวณท่ีจดั ไว้ หรอื ให้รอฟงั ผลทีบ่ ้านโดยใหค้ าแนะนาการปฏบิ ัติตัว หากมีขอ้ บง่ ชี้ในการรบั ไว้เปน็ ผู้ป่วยใน ให้อยใู่ น ห้องแยกโรคเดี่ยว (single room หรือ isolation room) โดยไม่จาเปน็ ต้องเป็น AIIR 2) บุคลากรสวม PPE ตามความเหมาะสม กรณีทั่วไปให้ใช้ droplet ร่วมกบั contact precautions [กาวน์ ถุงมอื หน้ากากอนามัย และกระจังกันหน้า (face shield)] หากมีการทา aerosol generating procedure เช่น การเก็บตัวอย่าง nasopharyngeal swab ใหบ้ คุ ลากรสวมชุดป้องกันแบบ airborne ร่วมกับ contact precautions [กาวน์ชนิดกนั นา้ ถุงมอื หนา้ กากชนิด N95 กระจังกันหนา้ หรือแว่นป้องกนั ตา (goggle) และหมวกคลมุ ผม]# 3) ถา้ มีขอ้ บง่ ชี้ในการถ่ายภาพรังสีปอด (film chest) แนะนาใหเ้ ปน็ portable x-ray 4) ตรวจทางห้องปฏบิ ัติการพนื้ ฐาน พิจารณาตามความเหมาะสม (ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งใช้ designated receiving area ให้ปฏบิ ัติตามมาตรฐานของหอ้ งปฏิบัตกิ าร) 5) การเก็บตวั อย่างสง่ ตรวจหาเช้ือไวรัส SARS-CoV-2 ก) กรณีผู้ป่วยไม่มีอาการปอดอักเสบ เกบ็ nasopharyngeal swab หรือ oropharyngeal swab ในหลอด UTM หรือ VTM (อย่างน้อย 2 มล.) จานวน 1 ชดุ ข) กรณีผู้ปว่ ยมีอาการปอดอกั เสบ และไมใ่ ส่ทอ่ ช่วยหายใจ o เกบ็ เสมหะใสใ่ น sterile container จานวน 1 ขวด หรอื ใส่ในหลอด UTM หรือ VTM จานวน 1 ชดุ o เดก็ อายุ <5 ปี หรอื ผู้ท่ีไมส่ ามารถเก็บเสมหะได้ ให้เก็บ nasopharyngeal swab หรือ oropharyngeal swab หรอื suction ใส่ในหลอด UTM หรอื VTM จานวน 1 ชดุ ค) กรณผี ปู้ ่วยมอี าการปอดอักเสบ และใส่ทอ่ ช่วยหายใจ เกบ็ tracheal suction ใสใ่ นหลอด UTM หรือ VTM จานวน 1 หลอด 8 แนวทางปฏิบัติการดูแลรกั ษาผผล้ปู กว่ารยตรในวจห(าIPSADR)S-CในoVส-2ถานกา#รใผนณปู้กว่รณยแก์ีทต่ีท่ลาาะรรsาwรยabะใหบต้พอ่ ิจาเานดรอื่ ณงขาใเหอปเ้ลปงย่ีลนยี่ CกนรถะOงุจมงั VือหทนIกุ า้ Dคถรา้ -งั้เปห1อ้ืล9นงั swab

เอกสารแนบที่ 2 ค�ำแนะน�ำการใชอ้ ุปกรณป์ อ้ งกันตนเอง (personal protective equipment) กรณีโควิด-19 1 ฉบับวนั ที่ 20 เมษายน 2563 ท่ีมา: กรมการแพทย์ ร่วมกบั คณะทำ� งานดา้ นการรักษาพยาบาล กระทรวงสาธารณสขุ คณะแพทย์จากมหาวทิ ยาลัย และสมาคมวชิ าชพี ตา่ งๆ.: http://covid19.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=63 คาแนะนาการใชอ้ ปุ กรณ์ส่วนบคุ คลปอ้ งกันการติดเชื้อ (Personal Protective Equipment, PPE) ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2563 เน่ืองจำกพบรำยงำนกำรแพร่กระจำยเชื้อในโรงพยำบำล (hospital setting) ในครอบครัว และ ผู้สัมผัส ใกล้ชิด (family cluster and closed contact cluster) ของ COVID-19 เพื่อป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อและ กำรแยกผู้ป่วย (isolation precautions) องค์กำรอนำมัยโลกแนะนำกำรป้องกันกำรแพร่กระจำยเชื้อและแยก ผู้ป่วย โดยใชห้ ลักกำร ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. Standard precautions รวมถึง hand hygiene, respiratory hygiene and cough etiquettesและขอ้ ปฏบิ ตั อิ น่ื ๆ ควรทำควำมสะอำดมอื ด้วยสบแู่ ละนำ้ หรอื แอลกอฮอลเ์ จล ทัง้ ก่อน/หลงั สัมผัสผปู้ ว่ ยสงสัย/เขำ้ ขำ่ ย โรค COVID-19/ รวมถงึ กำรลำ้ งมอื ในทุกข้ันตอนของกำรถอดอุปกรณ์ PPE 2. โรคติดเชื้อทำงเดินหำยใจโดยทว่ั ไป ใช้ droplet precautions และ contact precautions กรณีของการติดเชอื้ SAR-CoV-2 ติดตอ่ ทาง droplet และ contact transmission เชน่ เดียวกนั เปน็ ส่วนใหญ่ โดยในสภำพปกติ เช้ือจะแพรไ่ ดใ้ นระยะ 1 - 2 เมตร รองไปคือกำรสัมผัสสำรคัดหล่ังจำกทำงเดนิ หำยใจ (contact) องค์กำรอนำมัย โลกได้แนะนำให้ใชว้ ิธกี ำรป้องกนั แบบ droplet & contact precautions 3. COVID-19 อำจมีกำรแพร่กระจำยแบบ aerosol transmission ได้หำกผปู้ ว่ ยไอมำก หรือมีกำรทำหตั ถกำร ที่ ก่อให้เกดิ ละอองฝอยขนำดเลก็ (aerosol generating procedures) เชน่ กำรใส่ทอ่ ชว่ ยหำยใจ กำรส่องกลอ้ ง ทำงเดนิ หำยใจ กำรทำ CPR เป็นต้น องคก์ ำรอนำมยั โลก และ ศนู ยป์ ้องกันและควบคมุ โรคแหง่ ชำติ สหรัฐอเมรกิ ำ (US-CDC) จึงแนะนำใหป้ อ้ งกันกำรแพรก่ ระจำยแบบ airborne precautions ในสถำนกำรณด์ งั กลำ่ ว 4. ควรจดั ให้ผู้ป่วยอยใู่ นห้องแยกเดีย่ ว (single isolation room) ท่ปี ดิ ประตตู ลอดเวลา หรอื อาจอยรู่ ่วมกับ ผู้ปว่ ยยืนยันโรคน้ีในหอผปู้ ว่ ยแยกโรค (cohort ward) โดยจดั ให้มีการถา่ ยเทอากาศ สู่ภายนอกอาคารที่โลง่ หรอื มรี ะบบบาบดั อากาศตามความเหมาะสมของบรบิ ทแต่ละโรงพยาบาล ในกรณใี สเ่ ครื่องช่วยหายใจหรอื ต้อง ทาหัตถการทีท่ าใหเ้ กดิ ละอองฝอยขนาดเล็ก (airborne generating procedure) ควรจัดใหผ้ ปู้ ่วยอยูใ่ นห้อง airborne infection isolation room (AIIR) หรือ Modified AIIR) (ตำมข้อแนะนำของกรมสนับสนุนบริกำร สุขภำพ) 5. ใหผ้ ้ปู ว่ ยสวมหนา้ กากอนามัย ซ่ึงใชค้ ร้ังเดียวทิง้ ตลอดเวลาทอ่ี ย่ใู นสถำนพยำบำล เพื่อไม่ใหล้ ะอองน้ำมกู เสมหะ ปนเปื้อนส่งิ แวดลอ้ ม 6. กรณที ่ที า CPR หรอื เคล่ือนย้ายผปู้ ว่ ยอาการหนกั ระหว่างโรงพยาบาล ให้สวมชดุ กันนำ้ ชนดิ cover all แทน เสอื้ คลมุ แขนยำว (Protective gown) ชนดิ กนั นำ้ เพอื่ ลดกำรปนเปอ้ื นในขณะเดนิ ทำง 7. หลกี เลี่ยงกำรเคล่อื นย้ำยผปู้ ว่ ยออกนอกห้องพกั โดยไม่มีควำมจำเปน็ กรณีที่มกี ำรเคลือ่ นยำ้ ยผปู้ ่วยต้องดำเนนิ กำร ตำมมำตรกำรกำรป้องกนั กำรแพรก่ ระจำยเชือ้ และให้แจ้งที่หมำยปลำยทำงรับทรำบลว่ งหนำ้ 8. Protective gown หมำยควำมรวมถึง 8.1 Isolation gown กาวน์ท่ีทาด้วยพลาสติก CPE (chlorinated polyethylene) อาจจะเปน็ แบบที่ปิดเฉพาะ ด้านหน้าหรือปิดรอบตัว 8.2 Surgical gown ซึง่ กันน้าไดเ้ ฉพาะตวั ชุด แต่รอยต่ออาจจะกนั นา้ ไดไ้ ม่สมบรู ณ์ และ 8.3 Surgical isolation gown ซงึ่ กันน้าได้ทัง้ ตวั ชดุ และรอยต่อ ส่วนใหญค่ วรใช้แบบทป่ี ดิ คลุมรอบตวั มสี ายรัดผกู ท่ดี า้ นข้างเอว แต่บางกรณเี ช่น ที่ ARI clinic สว่ นนอกหอ้ งตรวจ อาจจะใช้ CPE แบบที่ปิดเฉพาะดา้ นหนา้ ได้ 9. กรณีท่ีสวม Respirator เช่น N-95, N-99, N-100, P-99, P-100 ควรทา fit test กอ่ นนามาใชง้ าน และ ตอ้ ง ทา Fit check ทกุ ครงั้ หลังการสวม mask ไม่วำ่ จะเปน็ respirator หรือท่ีนำมำใชใ้ หม่หลัง decontaminate 10. การสวม การถอด PPE ตอ้ งทาใหถ้ กู ข้ันตอน โดยใหศ้ ึกษาจาก website ของ กระทรวงสาธารณสุข คำแนะนำกำรใชอ้ ปุ กรณป์ ้องกนั ตนเอง (personal protective equipment) กรณี โควดิ -19 ฉบับ วันที่ 20 เมษายน 2563 โดย กรมกำรแพทย์ รว่ มกับคณะทำงำนดำ้ นกำรรกั ษำพยำบำล กระทรวงสำธำรณสขุ คณะแพทย์จำกมหำวทิ ยำลัยและสมำคมวชิ ำชีพต่ำงๆ แนวทางปฏบิ ัติการดูแลรกั ษาผูป้ ่วยใน (IPD) ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 9

2 11. หน้ากากทกุ ชนิดถา้ เป้อื นสารคดั หล่งั หรอื เลือดชัดเจน ให้ทง้ิ เปน็ ขยะตดิ เช้ือ ห้ามนากลบั มาใช้ใหม่ 12. การ reuse หนา้ กาก N-95 กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ แนะนาวธิ ีการฆ่าเชื้อทปี่ นเป้ือนบนหน้ากาก มี 3 วธิ ี ดงั น้ี A. การอบแห้ง เครื่องมือ - ตู้อบลมร้อน (hot air oven) วิธกี าร - นำหน้ำกำกแขวนไว้ในตู้อบ หนีบดว้ ยไม้หนีบ - ทำกำรอบดว้ ยอุณหภูมิ 70oc เปน็ เวลำ 30 นำที - ระวังอย่ำวำงหนำ้ กำกใกลห้ รือสมั ผสั สว่ นที่เป็นโลหะของเคร่ืองเพรำะอำจจะร้อน เกินไปจนทำใหห้ น้ำกำกเสยี หำยได้ B. การฉายรงั สี UV-C เครื่องมอื - เคร่ืองทำให้ปรำศจำกเชื้อด้วยแสงอลุ ตร้ำไวโอเลต (Ultraviolet Germicidal Irradiation) วธิ ีการ - วำงหรอื แขวนหนำ้ กำกใหแ้ สง UV ส่องทวั่ ถึงทุกพ้นื ผิวของหน้ำกำก - ฉำยแสง UV ด้วยปริมำณรงั สีไมน่ ้อยกว่ำ 0.5 J/cm2 ทัง้ สองด้ำนของหน้ำกำก โดย กำรกลบั ดำ้ นของหน้ำกำก นำนดำ้ นละประมำณ 11 นำที C. การรมฆา่ เชื้อด้วยไอไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ เครอ่ื งมือ - H202 Vapor generator ทเี่ ช่ือมตอ่ กบั Chamber, Isolator หรือทีใ่ ช้รมฆำ่ เชอื้ ห้อง สะอำด และ - น้ำยำ H202 30 % w/w วิธกี าร - ทาการรมใน Pass box ของ Isolator ระยะเวลำฆ่ำเช้ือ 45 นำที (Weight 3 g/u) - Gassing 20 นำที - Contact 3 นำที - Aeration 22 นำที - คา่ ppm ท่ีเคร่อื งแสดงหลังรมเสรจ็ 284 ppm. (เกณฑ์กำรยอมรบั ของเครื่อง กำหนด ต้องมำกกว่ำ 200 ppm. สำมำรถลดเชือ้ ได้ 6 log) ขอ้ A และ ข้อ B อ้ำงอิงจำกวธิ ขี อง คณะแพทยศำสตร์ โรงพยำบำลรำมำธิบดี ข้อ A และ ข้อ C ผลกำรศกึ ษำโดย กรมวทิ ยำศำสตร์กำรแพทย์ และ มทร. ลำ้ นนำ 13. กรณีทเ่ี ป็น respirator แบบ Industrial grade N95 ตอ้ งปิด surgical mask ด้านนอกการเลอื ก PPE ใหด้ ูลักษณะจาเพาะ (specification) ของ PPE ได้จากคู่มอื ของ สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ คำแนะนำกำรใช้อุปกรณป์ อ้ งกนั ตนเอง (personal protective equipment) กรณี โควิด-19 ฉบบั วนั ท่ี 20 เมษายน 2563 โดย กรมกำรแพทย์ รว่ มกับคณะทำงำนดำ้ นกำรรกั ษำพยำบำล กระทรวงสำธำรณสขุ คณะแพทย์จำกมหำวิทยำลยั และสมำคมวชิ ำชีพตำ่ งๆ 10 แนวทางปฏบิ ัติการดูแลรกั ษาผู้ปว่ ยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19

3 ตาราง การเลือกชนิดอปุ กรณ์ปอ้ งกันการติดเชือ้ และแพรก่ ระจายเชอ้ื โรคโควิด 19 สาหรบั บุคลากรในสถานพยาบาล ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2563 ระดับความเสี่ยง บุคลากรในสถานพยาบาล หมวก Goggles หรอื Respiratory ถงุ มือ Protective gown/ รองเทา้ บูท/ Face shield protection cover all Leg cover/ shoe cover ความเสีย่ งตา่ คอื 1. เจ้าหนา้ ทท่ี ี่ทาการคดั กรองทั่วไป 1.1 ทาการคดั กรองดว้ ยคาถามสั้นๆ - FS Surgical mask - -- ดูแลผู้ป่วยในระยะห่าง >1 1.2 วดั ปรอทด้วย thermo-scan เมตรหรือ ในกรณนี ้อยกว่า 1 หรือวัดอุณหภมู ริ ่างกายด้วยเครื่อง เมตร ตอ้ งใชร้ ะยะเวลาส้นั มาก อินฟราเรด (แบบยงิ หนา้ ผาก) (<5 นาที) และไม่สัมผสั ผูป้ ่วย/ และเขา้ ใกลผ้ ู้ป่วยระยะเวลาสนั้ - - + - -สิง่ แวดล้อมท่ปี นเปอื้ นเชื้อ 2. บุคลากรท่นี าสง่ ส่งิ สง่ ตรวจของผปู้ ่วย Surgical mask PUI/COVID-19 ไปทห่ี ้องปฏบิ ตั กิ าร หรือนาสง่ ศนู ย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ เสอ้ื กาวนป์ กตใิ นหอ้ ง ปฏบิ ตั กิ าร - - + -3. เจา้ หนา้ ท่ีห้องปฏิบตั กิ ารท่ัวไป Surgical mask 4. พนักงานรักษาความปลอดภัย - - Surgical mask - -- ในการปฏบิ ัตงิ านหรอื การก้นั พ้ืนท่ี ผู้ปว่ ยในระยะมากกว่า 1 เมตร* 5. พนกั งานขับรถ Ambulance ซง่ึ ขับ รถเพียงอยา่ งเดียว โดยรถมีหอ้ ง - - Surgical mask - -- โดยสารเป็นแบบแยกส่วน* - (Protective gown 6. พนักงานเปล - + -FS Surgical mask ถ้าตอ้ งยกผปู้ ่วย) + - +Surgical mask 7. พนกั งานซกั ผา้ Protective gown รองเทา้ บูท4 คำแนะนำกำรใชอ้ ปุ กรณ์ปอ้ งกนั ตนเอง (personal protective equipment) กรณี โควดิ -19 ฉบบั วนั ท่ี 20 เมษายน 2563 โดย กรมกำรแพทย์ รว่ มกับคณะทำงำนด้ำนกำรรักษำพยำบำล กระทรวงสำธำรณสุข คณะแพทย์จำกมหำวิทยำลยั และสมำคมวิชำชีพต่ำงๆ ระดับความเสี่ยง บุคลากรในสถานพยาบาล หมวก Goggles หรอื Respiratory ถุงมือ Protective gown/ รองเท้าบทู / Face shield protection cover all Leg cover/ shoe cover ความเส่ยี งปานกลาง คอื 1. แพทย์และพยาบาลประจา ARI - ดูแลผู้ปว่ ยในระยะห่าง นอ้ ยกว่า 1 clinic ซึ่งจะซักประวัติและตรวจ - เมตร และไม่มกี ิจกรรมทเ่ี กดิ ละออง ร่างกายโดยละเอียด โดยไมไ่ ดเ้ ก็บ - + Surgical mask (อาจใสถ่ งุ มือ ฝอยทางเดนิ หายใจ ในขณะที่ดูแล สงิ่ สง่ ตรวจ หากมีการสัมผสั Protective gown - - - ผู้ปว่ ยและผปู้ ว่ ยมีอาการไอไมม่ าก - non-intact skin - + หรือ mucosa) - 2. บคุ ลากรอ่นื ๆ ทปี่ ฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ น + - ARI clinic ท่อี ยู่ใกลผ้ ้ปู ่วยน้อยกว่า - + Surgical mask - Protective gown 1 เมตร เช่น เภสัชกร แนะนาการ กินยา + Surgical mask + Protective gown 3. บคุ ลากรทาหน้าทเ่ี คล่ือนยา้ ยผปู้ ่วย + Surgical mask + Protective gown ในโรงพยาบาล + Surgical mask + Protective gown 4. บคุ ลากรทางการแพทยท์ ดี่ ูแล + Surgical mask + Protective gown ผ้ปู ว่ ยในหอผู้ป่วยอาการไม่รนุ แรง (ไมไ่ ดo้ n O2high flow, หรอื ventilator) 5. เจา้ หนา้ ทเ่ี กบ็ ส่ิงส่งตรวจ อยา่ งอ่นื ทไ่ี ม่ใช่สิ่งส่งตรวจระบบทางเดนิ หายใจ 6. นกั รังสีเทคนิค/เจ้าหนา้ ที่ X-ray ทต่ี ้องเข้าใกลต้ วั ผ้ปู ่วย คำแนะนำกำรใชอ้ ปุ กรณ์ปอ้ งกนั ตนเอง (personal protective equipment) กรณี โควดิ -19 ฉบับวนั ท่ี 20 เมษายน 2563 โดย กรมกำรแพทย์ รว่ มกับคณะทำงำนดำ้ นกำรรักษำพยำบำล กระทรวงสำธำรณสุข คณะแพทย์จำกมหำวิทยำลยั และสมำคมวชิ ำชีพต่ำงๆ แนวทางปฏบิ ตั กิ ารดูแลรักษาผปู้ ว่ ยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 11

5 ระดับความเสี่ยง บคุ ลากรในสถานพยาบาล หมวก Goggles หรือ Respiratory ถุงมือ Protective gown/ รองเทา้ บูท/ Face shield protection cover all Leg cover/ ความเส่ยี งปานกลาง (ตอ่ ) shoe cover 7. พนกั งานขบั รถ Ambulance/ บคุ ลากรทางการแพทย์ ทีน่ ่งั ในรถ +/- +/- Surgical mask + Protective gown - ท่ีหอ้ งผูโ้ ดยสารไม่ไดแ้ ยกสว่ นกนั -+ + +8. แพทย/์ พยาบาล/บคุ ลากรทาง การแพทย์ทด่ี ูแลผ้ปู ว่ ย ในรถส่งตอ่ ผปู้ ่วย Protective gown (ถ้าใส่ ET tube ให้ (ถ้าใส่ ET N-95 ผปู้ ว่ ย บุคลากรสวม tube ใหผ้ ้ปู ่วย Cover all) บุคลากรสวม leg cover) Surgical mask 9. พนกั งานเกบ็ ขยะ/เกบ็ ผ้าเปือ้ น (N-95 ถา้ ตอ้ งใช้ และพนกั งานทาความสะอาดห้อง + + เวลานานหรือ ถงุ มือแม่บ้าน Protective gown รองเทา้ บูท ผูป้ ่วย และ ARI clinic คาดวา่ จะมกี าร อยา่ งหนา ฟ้งุ กระจาย) Surgical mask 10. บุคลากรทาหนา้ ที่ทาความสะอาด (N-95 ถา้ ต้องใช้ รถพยาบาล หลงั จากนาส่งผปู้ ว่ ย + + เวลานานหรอื ถุงมือแมบ่ า้ น Protective gown รองเทา้ บูท แลว้ คาดว่าจะมกี าร อยา่ งหนา ฟงุ้ กระจาย) - - Surgical mask + Protective gown รองเท้าบทู 11. เจ้าหน้าทเ่ี ก็บศพ 6 คำแนะนำกำรใชอ้ ุปกรณ์ป้องกันตนเอง (personal protective equipment) กรณี โควดิ -19 ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2563 โดย กรมกำรแพทย์ รว่ มกับคณะทำงำนด้ำนกำรรกั ษำพยำบำล กระทรวงสำธำรณสุข คณะแพทย์จำกมหำวทิ ยำลัยและสมำคมวิชำชีพต่ำงๆ ระดับความเส่ียง บุคลากรในสถานพยาบาล หมวก Goggles หรือ Respiratory ถงุ มือ Protective gown/ รองเท้าบูท/ Face shield protection cover all Leg cover/ shoe cover ความเสย่ี งสงู คือ 1. แพทย/์ พยาบาล/บุคลากรทาง N-95, N-99, การแพทย์ ทีท่ า N-100, P-100 Leg cover ดแู ลผปู้ ว่ ยในระยะห่าง น้อยกวา่ nasopharyngeal swab**/พ่น + Goggles + FS 1 เมตร โดยมีกจิ กรรมทีเ่ กดิ ละออง ยา/รวมถงึ ทนั ตแพทย์/ผ้ชู ่วยทันต N-95, N-99, + (เฉพาะ ฝอยทางเดินหายใจเลก็ ในขณะท่ี แพทย์ N-100, P-100 Protective gown ทันตแพทยแ์ ละ ดแู ลผู้ป่วยหรือกรณีผ้ปู ่วยไอมาก 2. เจ้าหนา้ ท่หี อ้ งปฏบิ ตั ิการทีท่ าการ N-95, N-99, ผู้ชว่ ย หรือมกี ารทา invasive N-100, P-100 ทันตแพทย์) procedure ทดสอบสิง่ สง่ ตรวจจากทางเดนิ PAPR (ถา้ มี) หายใจ + Goggles + FS N-95, N-99, + Cover all Leg cover + Goggles + FS N-100, P-100 Protective gown ++ PAPR (ถา้ ม)ี หากมตี ู้ชวี นริ ภัย ความเสี่ยงสงู มาก 1. แพทย/์ พยาบาล/บุคลากรท่ีทา ++ N-95, N-99, + Cover all/ Bronchoscope หรือ N-100, P-100, (ถา้ ไมม่ ีใหใ้ ช้ Leg cover ใส่ท่อช่วยหายใจ PAPR (ถ้าม)ี Protective gown) ผูป้ ฏิบตั ิการ CPR 2. แพทย/์ พยาบาล/บุคลากรทาง + สวม Cover all การแพทย์ ทีท่ า CPR ผู้ช่วยอืน่ Leg cover 3. แพทย/์ พยาบาล/บคุ ลากรทาง Protective gown การแพทย์ ทีเ่ ข้าไปดูแลผ้ปู ว่ ยใน + Cover all/ ICU เปน็ เวลานาน (ถ้าไม่มใี หใ้ ช้ Leg cover Protective gown) หมายเหตุ *เตรียม face shield, protective gown, และถงุ มอื ใหพ้ รอ้ มใชท้ ันทีถา้ ตอ้ งเข้าชว่ ยเหลอื ผูป้ ว่ ยในระยะใกลช้ ิด **ถ้ามหี ้องเกบ็ สง่ิ สง่ ตรวจจากทางเดนิ หายใจที่ออกแบบเฉพาะให้มีการกัน้ ผ้ปู ่วยกบั แพทยแ์ ละผชู้ ่วยออกจากกนั มกี ารระบายอากาศแยกจากกนั บุคลากรที่ทาหน้าท่ี swab ถอื วา่ มคี วามเส่ยี งต่าให้สวม surgical mask และถุงมอื กเ็ พียงพอ ไม่ต้องใช้ PPE อื่น คำแนะนำกำรใชอ้ ปุ กรณป์ อ้ งกนั ตนเอง (personal protective equipment) กรณี โควิด-19 ฉบบั วนั ที่ 20 เมษายน 2563 โดย กรมกำรแพทย์ ร่วมกับคณะทำงำนด้ำนกำรรกั ษำพยำบำล กระทรวงสำธำรณสุข คณะแพทย์จำกมหำวทิ ยำลยั และสมำคมวิชำชีพต่ำงๆ 12 แนวทางปฏบิ ัติการดูแลรักษาผปู้ ่วยใน (IPD) ในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19

เอกสารแนบท่ี 3 แบบปรบั ปรุงหอผปู้ ่วย เพอื่ รองรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่มา: กองแบบแผน กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข แบบปรับปรุงหอผู้ป่วยเพือ่ รองรบั ผูต้ ิดเชื้อ COVID-19: https://dcd.hss.moph.go.th/web/index.php/news/relation/455-แบบปรบั ปรุงหอผู้ปว่ ย- แนวทางปฏบิ ตั กิ ารดูแลรกั ษาผ้ปู ว่ ยใน (IPD) ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 13

14 แนวทางปฏิบตั กิ ารดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยใน (IPD) ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19