Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่ม1_เครื่องมือที่ใช้ในจักรยานยนต์+

เล่ม1_เครื่องมือที่ใช้ในจักรยานยนต์+

Published by ประสาน แซ่หลี, 2022-08-20 10:27:03

Description: เล่ม1_เครื่องมือที่ใช้ในจักรยานยนต์+

Search

Read the Text Version

ก คำนำ วิชางานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101-2102 จัดอยู่ในหมวดวิชาสมรรถนะ วิชาชีพ กลุ่มวิชาชีพเลือก ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างยนต์ สาขางานยาน ยนต์ ตามหลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562 สานกั งานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา(สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ผูเ้ ขียนไดบ้ ริหารสาระการเรียนรู้แบ่งเป็ น 12 เล่ม ตรงตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา คาอธิบายรายวิชา ในแต่ละ บทเรียนมุ่งใหค้ วามสาคญั ส่วนที่เป็นความรู้ทฤษฎี หลกั การ กระบวนการ แบบฝึกปฏิบตั ิ และมีคาถามเพ่ือการทบทวน เพ่ือฝึ กทกั ษะประสบการณ์ เร่งพฒั นาบทบาทของผูเ้ รียน เป็นผจู้ ดั การแสวงหาความรู้ เป็นผสู้ อนตนเองได้ สร้างองคค์ วามรู้ใหม่ และบทบาทของ ผูส้ อนเปลี่ยนจากผูใ้ ห้ความรู้มาเป็ นผูจ้ ดั การช้ีแนะ จดั ส่ิงแวดลอ้ มเอ้ืออานวยต่อความ สนใจเรียนรู้ และเป็ นผูร้ ่วมเรียนรู้ จดั ห้องเรียนเป็ นสถานที่ทางานร่วมกนั จดั กลุ่มเรียนรู้ ให้รู้จกั ทางานร่วมกนั ฝึ กความใจกวา้ งมุ่งสร้างสรรค์คนรุ่นใหม่ สอนความสามารถที่ นาไปทางานได้ สอนความรักความเมตตา ความเชื่อมน่ั ความซ่ือสัตย์ เป้าหมายอาชีพอนั ยงั ประโยชน์ เป็นคนดีท้งั กายวาจาใจ มีคุณธรรมจรรยาบรรณทางธุรกิจและวิชาชีพ ส่งเสริมสนับสนุนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาระบบคุณวุฒิวิชาชีพให้สอดคลอ้ งตาม มาตรฐานอาชีพ เพอื่ สร้างภูมิคุม้ กนั เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ การ พฒั นามาตรฐานการปฏิบตั ิงานระดบั ชาติและการวิเคราะห์หนา้ ที่การงาน เพื่อใหเ้ กิดผล สาเร็จในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและทุกสาขาอาชีพ เป็ นการเตรียมความพร้อมของ ผเู้ รียนเขา้ สู่สนามการแขง่ ขนั ในประชาคมอาเซียน ขอขอบพระคุณท่านอาจารยผ์ ูส้ อนผูป้ ระสาทวิชาความรู้ เอกสารหนังสือที่ใช้ ประกอบในการเรียบเรียงไว้ ณ โอกาสน้ี ประสาน แซ่หลี

ข สำรบัญ หน้ำ ก เรื่อง ข คานา 1 สารบญั 2 คาช้ีแจงสาหรับการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ 3 คาช้ีแจงสาหรับครู 4 คาช้ีแจงสาหรับนกั เรียน 5 บทบาทของนกั เรียน 6 มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี 6 สาระสาคญั 7 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 10 แบบทดสอบก่อนเรียน 11 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน 45 ใบความรู้เร่ือง เคร่ืองมือที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ 46 แบบฝึกหดั ที่ 1 47 แบบฝึกหดั ที่ 2 53 ใบงานท่ี 1 60 ใบงานท่ี 2 63 แบบทดสอบหลงั เรียน 64 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน ภาคผนวก

สำรบัญ (ต่อ) ค เร่ือง หน้ำ เฉลยแบบฝึกหดั ท่ี 1 65 เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 2 66 เฉลยใบงานที่ 1 67 เฉลยใบงานท่ี 2 69 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 71 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 72 บรรณานุกรม 73

1 คำชี้แจงสำหรับกำรใช้เอกสำรประกอบกำรเรียน วชิ ำงำนจกั รยำนยนต์ เอกสารประกอบการเรียน วชิ างานจกั รยานยนต์ ไดด้ าเนินการจดั ทาท้งั หมด 12 เลม่ ประกอบดว้ ย เล่มที่ 1 เครื่องมือท่ีใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 2 หลกั การทางานและการถอด – ประกอบเครื่องยนตช์ ่วงบน เล่มที่ 3 ระบบส่งกาลงั เล่มท่ี 4 งานระบบจ่ายน้ามนั เช้ือเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ เลม่ ท่ี 5 ระบบหลอ่ ล่ืน เลม่ ท่ี 6 ระบบฉีดเช้ือเพลิงแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ในรถจกั รยานยนต์ เล่มที่ 7 งานระบบระบายความร้อน เลม่ ท่ี 8 งานระบบไฟฟ้าในรถจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 9 โครงรถ งานระบบบงั คบั เล้ียวและระบบรองรับน้าหนกั เลม่ ที่ 10 งานระบบเบรก ลอ้ และยาง เลม่ ท่ี 11 การบารุงรักษารถจกั รยานยนตแ์ ละการประมาณราคาค่าบริการ เลม่ ท่ี 12 การแกไ้ ขขอ้ ขดั ขอ้ งรถจกั รยานยนต์ เอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ อยู่ในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ กลุ่ม สมรรถนะวิชาชีพเลือก สาขางานจกั รยานยนต์ หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ( ปวช.) จานวน 12 เล่ม เป็ นเอกสารประกอบการเรียนท่ีมีการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่แปลกใหม่ ผูเ้ รียนสามารถลงมือ ปฏิบตั ิไดด้ ว้ ยตนเอง และไดร้ ับประสบการณ์จากการเรียนรู้โดยตรง ซ่ึงเอกสารประกอบการเรียนเล่มน้ี เป็ นเร่ืองท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั เคร่ืองมือท่ีใช้ในงานจกั รยานยนต์ ทาให้ผูเ้ รียนเรียนรู้ดว้ ยความสนุกสนาน ไดร้ ับความรู้และความเพลิดเพลินโดยยึดหลกั การว่าผูเ้ รียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และ พัฒนาตนเองได้ รวมท้ังการยึดหลักผู้เรียนเป็ นศูนย์กลาง ตลอดจนสอดคล้องกับหลักสูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562 นกั เรียนสามารถนาความรู้และทกั ษะในการเรียนรู้ ที่ได้ จากการทากิจกรรมไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั และการศึกษาหาความรู้ต่อไปในอนาคต

2 คำชี้แจงสำหรับครู เอกสารประกอบการเรียน วชิ างานจกั รยานยนต์ เล่มที่ 1 เครื่องมือท่ีใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ เลม่ น้ี ใชป้ ระกอบการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนสาหรับหลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) วิทยาลยั การอาชีพนาทวี โดยมีข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ดงั น้ี 1. ครูแจกเอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ เลม่ ที่ 1 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นงาน จกั รยานยนต์ ให้นกั เรียน 2. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาคาช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน และช้ีแจงเพิ่มเติม ก่อนลง มือปฏิบตั ิ 3. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ดูวา่ นกั เรียนมีพ้นื ฐานความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกบั เรื่องที่เรียนมากนอ้ ยเพียงใด 4. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียน วิชางานจกั รยานยนต์ เล่มที่ 1 เคร่ืองมือท่ี ใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ และใบงานที่ 1 - 2 เพื่อให้นกั เรียนไดท้ บทวนและเกิดความรู้ ความเขา้ ใจอยา่ ง ถูกตอ้ ง 5. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพอื่ ดูวา่ นกั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจหลงั เรียน มากนอ้ ยเพยี งใด 6. ครูสงั เกตพฤติกรรมคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ และบนั ทึกผล 7. ครูตรวจคะแนนและบนั ทึกผลลงในแบบเก็บคะแนนของเอกสารประกอบการเรียน วิชา งานจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 1 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ เลม่ น้ี 8. ครูแจง้ คะแนนใหน้ กั เรียนทราบและชมเชยนกั เรียนพร้อมใหค้ าแนะนาเพ่ิมเติม

3 คำชี้แจงสำหรับนักเรียน เอกสารประกอบการเรียน วชิ างานจกั รยานยนต์ เล่มท่ี 1 เครื่องมือที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ เล่มน้ี ใชป้ ระกอบ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้สาหรับนกั เรียนประกาศนียบตั รวิชาชีพ( ปวช.) วิทยาลยั การอาชีพนาทวี โดยมีข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี ศึกษำก่อนลงมือปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 1. นกั เรียนศึกษาคาช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรียน วชิ างานจกั รยานยนต์ ใหเ้ ขา้ ใจ 2. ใหน้ กั เรียนรับเอกสารประกอบการเรียน วชิ างานจกั รยานยนต์ เลม่ ท่ี 1 เครื่องมือที่ใชใ้ น งานจกั รยานยนต์ 3. นกั เรียนเร่ิมทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือประเมินดูวา่ นกั เรียนมีพ้นื ฐานความรู้ ความ เขา้ ใจมากนอ้ ยเพียงใด 4. นกั เรียนศึกษาเน้ือหาทาความเขา้ ใจใหด้ ีต้งั แตห่ นา้ แรกถึงหนา้ สุดทา้ ยตามลาดบั อยา่ ขา้ ม ข้นั ตอนและทากิจกรรมทา้ ยเล่ม 5. เมื่อพบคาช้ีแจงหรือคาถามในเอกสารประกอบการเรียน ควรอ่านและทากิจกรรมอยา่ ง รอบคอบ 6. ส่งผลงานการทากิจกรรมการเรียนรู้จากทา้ ยเลม่ เอกสารประกอบการเรียน วิชางาน จกั รยานยนต์ เลม่ ที่ 1 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ เพ่ือใหค้ รูตรวจและบนั ทึกผล 7. เม่ือทาแบบฝึกหัดและใบงานเสร็จแลว้ ควรจดั เกบ็ อปุ กรณ์ใหเ้ รียบร้อย 8. เมื่อนกั เรียนทกุ คนทากิจกรรมการเรียนรู้ครบแลว้ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน ดว้ ยความต้งั ใจและซื่อสัตย์ 9. รับฟังการแจง้ คะแนน คาชมเชยและคาแนะนาเพิ่มเติมจากครู

4 บทบำทของนกั เรียน ครูต้องแจ้งให้นกั เรียนทรำบถงึ บทบำทของนักเรียน ดังต่อไปนี้ 1. นกั เรียนตอ้ งอา่ นคาสง่ั และปฏิบตั ิตามข้นั ตอนอยา่ งรอบคอบ 2. นกั เรียนควรพยายามทากิจกรรมต่าง ๆ ดว้ ยความกระตือรือร้น 3. นกั เรียนตอ้ งต้งั ใจปฏิบตั ิงานอยา่ งจริงจงั ไม่ชวนเพือ่ นพูดคุยออกนอกเรื่อง 4. หลงั จากปฏิบตั ิกิจกรรมแลว้ นกั เรียนจะตอ้ งจดั เกบ็ อุปกรณ์ทกุ ชิ้นเขา้ ที่ใหเ้ รียบร้อย 5. เน่ืองจากมีเวลาจากดั นกั เรียนตอ้ งต้งั ใจทากิจกรรมใหเ้ สร็จอยา่ งรวดเร็ว 6. นกั เรียนตอ้ งใชส้ ื่อหรืออุปกรณ์อยา่ งระมดั ระวงั

5 มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตวั ชี้วดั ช้ันปี มำตรฐำน นาความรู้เร่ืองเครื่องมือไปใชใ้ นงานซ่อมบารุงรักษา รวมท้งั แกไ้ ขขอ้ ขดั ขอ้ งให้เหมาะสม และถกู ตอ้ งดว้ ยความรอบรู้ รอบคอบและปลอดภยั ตวั ชี้วดั 1.นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจเครื่องมือที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนต์ มีผลการประเมินไมต่ ่ากวา่ ร้อยละ 60 2.นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมที่กาหนด มีผลการประเมินไม่ต่ากวา่ ร้อยละ 60 3.นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มีผลการประเมินไม่ต่ากวา่ ร้อยละ 60

6 สำระสำคญั การบริการตรวจเช็ครถจกั รยานยนต์ จาเป็ นอย่างย่ิงที่จะตอ้ งศึกษาประเภท และวิธีการใช้ เครื่องมือให้ถูกต้อง เพื่อความรวดเร็วและเพ่ิมประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รวมถึงเป็ นการ ป้องกนั การใชเ้ ครื่องมืออย่างไม่เหมาะสมหรือผิดประเภท ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ ชิ้นส่วนโครงสร้าง ของเครื่องยนต์ การชารุดของเครื่องมือที่ใชแ้ ละความปลอดภยั ของผปู้ ฏิบตั ิงาน จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ด้ำนควำมรู้ 1. บอกประเภทของเคร่ืองมือที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนตไ์ ด้ 2. บอกความหมายของเคร่ืองมือแตล่ ะประเภทได้ 3. บอกช่ือและหนา้ ท่ีของเครื่องมือพ้ืนฐานที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนตไ์ ด้ 4. บอกช่ือและหนา้ ท่ีของเคร่ืองมือพิเศษที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนตไ์ ด้ 5. บอกช่ือและหนา้ ท่ีของเคร่ืองมือวดั ที่ใชใ้ นงานจกั รยานยนตไ์ ด้ ด้ำนทกั ษะ 1. เลือกใชเ้ ครื่องมือพ้ืนฐานและเครื่องมือพิเศษไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม 2. ใชเ้ คร่ืองมือวดั ทางกลตรวจสอบชิ้นส่วนเครื่องยนตไ์ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ด้ำนคุณธรรม 1. นกั เรียนมีกิจนิสยั ท่ีดีในการทางาน มีความรับผิดชอบทางานดว้ ยความประณีต รอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาด คานึงถึงความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงานและรักษา ส่ิงแวดลอ้ ม 2. นกั เรียนมีความซื่อสัตย์ ประหยดั มีน้าใจ รู้จกั ทางานเป็นทีม รักษาสมบตั ิ ส่วนรวม และมีจิตอาสา

7 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องเคร่ืองมือทใ่ี ช้ในงานจักรยานยนต์ คาสั่ง ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบที่ถกู ที่สุดเพียงคำตอบเดียว และทำเครื่องหมำยกำกบำท () ลงใน กระดำษคำตอบ (10 คะแนน) 1. ถำ้ ตอ้ งกำรวดั คำ่ แรงขนั ตอ้ งใชเ้ ครื่องมือชนิดใด ก. ประแจกระบอก ข. ประแจวดั ควำมตึง ค. ประแจวดั แรงกด ง. ประแจวดั แรงบิด 2. เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นงำนจกั รยำนยนตม์ ีก่ีประเภท อะไรบำ้ ง ก. 2 ประเภท คือ เครื่องมือพ้ืนฐำน และเครื่องมือพิเศษ ข. 3 ประเภท คือ เครื่องมือพ้ืนฐำน เคร่ืองมือพิเศษ และเคร่ืองมือวดั ค. 4 ประเภท คือ เครื่องมือพ้ืนฐำน เคร่ืองมือพิเศษ เครื่องมือวดั และเคร่ืองมือวดั ทำงไฟฟ้ำ ง. 5 ประเภท คือ เครื่องมือพ้ืนฐำน เคร่ืองมือพเิ ศษ เครื่องมือวดั เคร่ืองมือวดั ทำงไฟฟ้ำและ เครื่องมือวดั ละเอียด 3. ขอ้ ดีของประแจเลื่อนคือขอ้ ใด ก. สำมำรถปรับขยำยปำกใหเ้ หมำะสมกบั งำนได้ ข. ใชก้ บั นอตที่มีคำ่ แรงขนั สูงได้ ค. ใชแ้ ทนคอ้ นหวั กลมได้ ง. สำมำรถลอ็ กชิ้นงำนได้

8 4. เครื่องมือใดต่อไปน้ีคอื เคร่ืองมือวดั ทำงไฟฟ้ำ ก. เทอร์โมมิเตอร์ ข. ฟิ ลเลอร์เกจ ค. นำฬิกำวดั ง. มลั ติมิเตอร์ 5. เคร่ืองมือมีควำมหมำยวำ่ อยำ่ งไร ก. อุปกรณ์อำนวยควำมสะดวกของช่ำง ข. อปุ กรณ์ใชง้ ำนของช่ำงรถยนต์ ค. อปุ กรณ์ท่ีอำนวยควำมสะดวกใหช้ ่ำงทำงำนไดอ้ ยำ่ งรวดเร็วและปลอดภยั ง. อปุ กรณ์สำหรับถอด-ประกอบเคร่ืองยนต์ 6. ช่ำงควรเลือกใชป้ ระแจชนิดใดคลำยนอตท่ีมีค่ำแรงขนั สูง ก. ประแจรวม ข. ประแจปำกตำย ค. ประแจกระบอก ง. ประแจแหวน 7. เหตุใดจึงตอ้ งเลือกใชเ้ ครื่องมือใหถ้ ูกตอ้ งที่สุด ก. เพือ่ อ่ำนค่ำไดถ้ กู ตอ้ ง ข. เพือ่ ใหช้ ่ำงทำงำนไดร้ วดเร็ว ค. เพื่อใหส้ ำมำรถทำงำนไดร้ วดเร็ว ง. เพื่อใหม้ ีควำมปลอดภยั ท้งั ช่ำงและชิ้นงำน

9 8. ช่ำงควรใชเ้ ครื่องมือใดในกำรวดั ขนำดของกระบอกสูบ ก. บรรทดั เหลก็ ข. นำฬิกำวดั ค. เกจวดั กระบอกสูบ ง. เวอร์เนียร์คำลิเปอร์ 9. ช่ำงควรใชเ้ คร่ืองมือใดในกำรวดั ระยะห่ำงของช่องวำ่ ง ก. ฟิ ลเลอร์เกจ ข. นำฬิกำวดั ค. เกจวดั กระบอกสูบ ง. บรรทดั เหลก็ 10. เคร่ืองมือวดั ละเอียดแตกต่ำงจำกเครื่องมือวดั ทว่ั ไปอยำ่ งไร ก. เครื่องมือวดั ละเอียดสำมำรถวดั ไดห้ ลำกหลำยกวำ่ ข. เครื่องมือวดั ละเอียดสำมำรถวดั ไดล้ ะเอียดกวำ่ โดยใชท้ ศนิยมถึง 3 ตำแหน่ง ค. เคร่ืองมือวดั ละเอียดสำมำรถใชง้ ำนไดส้ ะดวกและรวดเร็วกวำ่ ง. เคร่ืองวดั ทว่ั ไปสำมำรถใชง้ ำนไดส้ ะดวกกวำ่

10 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง เครื่องมือทีใ่ ช้ในงานจกั รยานยนต์ ช่ือ - สกุล........................................................................ช้นั ................ เลขท่ี................. ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. รวม เกณฑก์ ำรประเมิน ผำ่ น (5-10 คะแนน) ไมผ่ ำ่ น (0-4 คะแนน)

11 ใบความรู้ เรื่อง เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในงานจักรยานยนต์ เครื่องมือทใ่ี ช้ในงานจักรยานยนต์ กำรบริกำรตรวจสภำพรถจกั รยำนยนต์ จำเป็นอยำ่ งยิ่งที่จะตอ้ งศึกษำประเภทและวิธีกำรใช้ เครื่องมือให้ถูกต้อง เพ่ือควำมรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติงำน รวมถึงเป็ นกำร ป้องกนั กำรใชเ้ ครื่องมืออยำ่ งไม่เหมำะสม หรือใชผ้ ิดประเภท ส่งผลใหเ้ กิดควำมเสียหำยต่ออปุ กรณ์ ชิ้นส่วนโครงสร้ำงของจกั รยำนยนต์ กำรชำรุดของเคร่ืองมือท่ีใช้ และควำมปลอดภยั ในกำรใชง้ ำน เครื่องมือที่ใช้ในงำนจกั รยำนยนต์ แต่ละชนิดมีลกั ษณะกำรใช้งำนที่แตกต่ำงกนั ออกไป สำมำรถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ เคร่ืองมือพ้นื ฐำน เคร่ืองมือพเิ ศษ และเคร่ืองมือวดั เครื่องมือพืน้ ฐาน (Basic tool) เครื่องมือพ้ืนฐำน หมำยถึง เครื่องมือประจำตวั สำหรับผปู้ ฏิบตั ิงำนท่ีใชใ้ นกำรถอด ประกอบ ชิ้นส่วน เพื่อกำรตรวจซ่อมและบำรุงรักษำรถจกั รยำนยนต์ทว่ั ไป ในเบ้ืองตน้ เป็ นเคร่ืองมือที่ไม่ได้ กำหนดให้ใช้เฉพำะรุ่นหรือย่ีห้อใดย่ีห้อหน่ึงเท่ำน้ัน เป็ นเคร่ืองมือพ้ืนฐำนท่ีจำเป็ นตอ้ งใช้ในงำน จกั รยำนยนตป์ ระกอบดว้ ย 1. ประแจ (Wrench) เป็ นเคร่ืองมือที่สำคญั ที่สุดท่ีใช้ในกำรซ่อมบำรุง ใช้สำหรับกำรขัน หรือคลำยนอตและโบลต์ ซ่ึงมีอยหู่ ลำยชนิด ประกอบดว้ ย 1.1 ประแจปำกตำย (Open end wrench) ประแจปำกตำย โดยทว่ั ไปมุมของปำกประแจจะเอียงทำ มุมกับก้ำนปำกตำย โดยท่ัวไปมุมของปำกประแจจะเอียงทำมุมกบั ก้ำนประแจ 15 องศำ เพื่อให้ สำมำรถใชง้ ำนในพ้ืนท่ีที่จำกดั ได้ โดยปำกของประแจจะมีพ้ืนที่สัมผสั กบั นอตหรือโบลตเ์ พียงสอง ดำ้ นเท่ำน้นั จึงไม่เหมำะสำหรับงำนที่ตอ้ งกำรใชแ้ รงขนั มำก ๆ ดงั รูปท่ี 1.1 รูปที่ 1.1 แสดงรูปร่ำงและลกั ษณะมุมเอยี งของประแจปำกตำย ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562.

12 ข้อควรระวงั ในการใช้งาน รูปท่ี 1.2 แสดงวิธีกำรใชป้ ระแจ ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562. กำรใชป้ ระแจปำกตำยสำหรับกำรขนั หรือคลำยนอต และโบลต์น้ัน ควรใช้งำนในลกั ษณะของกำรดึงเสมอ หรือ อำจใชฝ้ ่ำมือในกำรดนั ประแจในกรณีที่ไมส่ ำมำรถดึงได้ และ ไม่ควรใช้อุปกรณ์อ่ืนใดหรือท่อต่อมำทำกำรต่อดำ้ มเพ่ือช่วย เพิม่ แรงในกำรขนั ดงั รูปที่ 1.2 1.2 ประแจแหวน (Box wrench) ที่ก้ำนของประแจแหวน ส่วนใหญ่จะเอียงทำมุม 15 องศำ และ 45 องศำ มุมภำยในของประแจจะทำเป็น 12 มุม หรือ 6 มุม เพื่อใหเ้ กิดควำมสะดวกใน กำรใชง้ ำน เหมำะสำหรับใชเ้ ร่ิมตน้ กำรคลำยหรือขนั นอตยดึ ชิ้นส่วนตำ่ งๆดงั รูป ที่ 1.3 รูปที่ 1.3 แสดงลกั ษณะมมุ เอยี งของประแจแหวน ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562. 1.3 ประแจรวม (Combination wrench) ประแจรวม จะถูกออกแบบมำให้มีลักษณะที่ ปลำยขำ้ งหน่ึงเป็นประแจแหวน ส่วนปลำยอีกขำ้ งหน่ึงเป็ นประแจปำกตำย โดยแต่ละขำ้ งมีขนำด ควำมโตเทำ่ กนั ทำใหส้ ำมำรถใชค้ ลำยหรือขนั นอตยดึ ชิ้นส่วนตำ่ ง ๆ สลบั กนั ไดอ้ ยำ่ งตอ่ เนื่อง ดงั รูปท่ี 1.4 รูปที่ 1.4 แสดงลกั ษณะของประแจรวม ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562.

13 1.4 ประแจเล่ือน (Adjustable wrench) ประแจเล่ือนมีส่วนประกอบที่สำคญั 3 ส่วน คือสกรูปรับขนำด ปำกเคลื่อนท่ี และปำกอยู่กบั ที่หรือปำกรับแรง ซ่ึงเป็ นโครงสร้ำงเดียวกนั กบั ดำ้ นขนั สำมำรถเลือกใชง้ ำนไดห้ ลำยขนำด โดยกำรหมุนสกรูปรับเขำ้ หรือออก ดงั รูปท่ี 1.5 รูปที่ 1.5 แสดงลกั ษณะของประแจเล่ือน ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562. ขอ้ ควรระวงั ในกำรใชง้ ำน ในรูปท่ี 1 .6 แสดงตำแหน่งกำรจบั ยึดและทิศทำงกำรขนั นอตที่ถูกตอ้ ง ส่วนรูปท่ี 1.7 แสดงตำแหน่งกำรจบั ยดึ และทิศทำงกำรขนั นอตท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง ซ่ึงจะทำให้เกิดกำรเสียหำยต่อประแจ นอตหรือโบลตท์ ่ีทำกำรขนั ได้ รูปที่ 1.6 แสดงวธิ ีกำรใชป้ ระแจเล่ือนท่ีถกู ตอ้ ง รูปท่ี 1.7 แสดงวธิ ีกำรใชป้ ระแจเลื่อนที่ไม่ถูกตอ้ ง ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562. ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562. 1.5 ประแจบล็อกตวั ที (T-wrench) ลกั ษณะจะแตกต่ำงกับประแจบล็อกชนิดอ่ืน คือ ที่ ดำ้ นหมุนไม่สำมำรถถอดเปลี่ยนได้ เหมำะสำหรับใชง้ ำนในพ้ืนที่แคบและมีค่ำแรงขนั ไม่มำก ดงั รูปท่ี 1.8 รูปท่ี 1.8 แสดงลกั ษณะของประแจบลอ็ กตวั ที ที่มำ : ประสำน แซ่หลี. 2563.

14 1.6 ประแจแอลหกเหลี่ยม (Hexagon wrench)ประแจแอลหกเหลี่ยมมีลกั ษณะรูปร่ำงคลำ้ ย ตวั “L” ใชส้ ำหรับขนั โบลตย์ ึดหัวหกเหลี่ยมที่ใชใ้ นงำนจกั รยำนยนต์ โดยทว่ั ไปจะมีขนำดไม่เกิน 10 มิลลิเมตร ดงั รูปที่ 1.9 รูปท่ี 1.9 แสดงลกั ษณะของประแจแอลหกเหล่ียม ท่ีมำ : (ประแจแอล) https://www.factools.com/p/189 1.7 ประแจกระบอก (Socket wrench) ประแจกระบอกเป็ นประแจที่ใช้สำหรับกำร ขนั นอตหรือโบลต์ไดห้ ลำยขนำด โดยกำรเปลี่ยนขนำดของลูกบล็อกให้มีควำมเหมำะสมกบั นอต หรือโบลตท์ ่ีตอ้ งกำรขนั ซ่ึงจะต่อใชง้ ำนร่วมกบั ดำ้ มขนั บลอ็ ก ปำกของประแจกระบอกถูกออกแบบ ใหม้ ีเหล่ียมภำยในหลำยเหลี่ยมดว้ ยกนั แบ่งเป็น 6 เหล่ียม 8 เหล่ียม และ 12 เหลี่ยม ดงั รูปที่ 1.10 และรูปท่ี 1.11 รูปท่ี 1.11 แสดงลกั ษณะเหลี่ยมภำยในของประแจกระบอก ที่มำ : (ประแจกระบอก) https://www.inventor.in.th/home/ รูปที่ 1.10 แสดงลกั ษณะของประแจกระบอก ที่มำ : (ประแจกระบอก) https://www.inventor.in.th/home/ ขอ้ ควรระวงั ในกำรใชง้ ำน กำรขนั หรือคลำยนอตและโบลตท์ ่ีผลิตมำจำกวสั ดุออ่ น เช่น ทองเหลือง รวมถึงนอตท่ีเป็น สนิม ควรเลือกใชป้ ระแจกระบอกแบบ 6 เหล่ียม เพื่อช่วยรักษำสภำพของมุมเหล่ียมบนหัวนอต นอกจำกน้ีกำรเลือกใชด้ ำ้ มขนั ตอ้ งเลือกใชใ้ ห้เหมำะสมกบั ขนำดควำมโตของสลกั เกลียว หำกใช้ ดำ้ มขนั ยำวขนั นอตหรือโบลตท์ ่ีมีสลกั เกลียวเลก็ อำจทำใหส้ ลกั เกลียวขำดได้

15 1.8 ประแจถอดหวั เทียน (Spark plug Wrench) ใชส้ ำหรับกำรถอด-ประกอบหวั เทียนใน รถจกั รยำนยนต์ที่ใชก้ นั โดยทว่ั ไปมีอยู่ 2 ขนำดคือ ขนำด 16 มิลลิเมตร และขนำด 21 มิลลิเมตร ดงั รูปท่ี 1.12 รูปท่ี 1.12 แสดงลกั ษณะของประแจถอดหวั เทียน ที่มำ : ประสำน แซ่หลี.2563. 2. ไขควง (Screwdriver)ใช้สำหรับกำรขันและคลำยสกรู สำมำรถแบ่งชนิดได้ตำม ลกั ษณะของปลำยไขควงคอื แบบปำกแบนและปำกแฉก ประกอบดว้ ย 2.1 ไขควงปากแบนและปากแฉก (Flat blade and Philip) ไขควงปำกแบนและปำก แฉก ขนำดควำมโตของปลำยไขควงแบ่งออกเป็ น 3 ขนำด คือ ขนำดใหญ่ ขนำดกลำง และขนำด เล็ก ควำมยำวของกำ้ นไขควงถูกออกแบบใหม้ ีลกั ษณะท่ีแตกต่ำงกนั ข้ึนอยูก่ บั ลกั ษณะของกำรใช้ งำน ดงั รูปท่ี 1.13 รูปที่ 1.13 แสดงลกั ษณะของไขควงปำก แบนและปำกแฉก ท่ีมำ : (ไขควง ) http://www.thaiphatanasin.com/products_bra nd_list_model.php?sb_id=3290 ขอ้ ควรระวงั ในกำรใชง้ ำน ขนำดควำมโตของปลำยไขควง จะตอ้ งเทำ่ กบั ขนำดของหัวสกรู หำกใช้ ไขควงท่ีมีขนำด เลก็ กวำ่ หรือใหญก่ วำ่ จะทำใหไ้ ขควงและสกรูชำรุดได้

16 2.2 ไขควงตอก (Impact Screwdriver) ไขควงตอกเป็นเครื่องมือที่ใชส้ ำหรับคลำยหรือ ขนั สกรู ที่ยึดแน่นมำกๆ เช่น สกรูยึดห้องเพลำขอ้ เหวี่ยงของรถจกั รยำนยนต์ ใช้งำนโดยกำรจบั ยึด ด้ำมจบั แล้วใช้คอ้ นเหล็กตอกลงท่ีปลำยด้ำมจะทำให้ปลำยไขควงหมุน สำมำรถปรับเลือกทิศ ทำงกำรหมนุ ใหห้ มนุ ตำมเขม็ นำฬิกำ หรือทวนเขม็ นำฬิกำ เพื่อคลำยและขนั สกรูได้ ดงั รูปท่ี 1.14 รูปท่ี 1.14 แสดงลกั ษณะของชุดไขควงตอก ที่มำ : hardman.co.th/product/meta-ไขควง ตอก-รุ่น-2500 ข้อควรระวังในการใช้งาน ก่อนกำรใชง้ ำนทุกคร้ังตอ้ งมนั่ ใจวำ่ ไม่มีครำบน้ำมนั ท่ีดำ้ มจบั เน่ืองจำกกำรล่ืนอำจทำให้ กำรตอกผิดพลำดและเป็นอนั ตรำยต่อผปู้ ฏิบตั ิงำนได้ 3. คีม (Pliers) คีมเป็นเครื่องมือท่ีสำมำรถใชง้ ำนไดห้ ลำกหลำย ท้งั กำรจบั ยึด กำรดึง และ กำรบิด ซ่ึงมีอยู่ดว้ ยกนั หลำยชนิด ควรเลือกใช้ให้เหมำะสมกบั งำน ไม่ควรใช้คีมเพ่ือขนั นอตและ โบลต์ เพรำะจะทำใหเ้ หล่ียมของนอตและโบลต์เกิดกำรชำรุดเสียหำย หรือเสียรูปทรงได้ โดยทวั่ ไป คีมที่ใชใ้ นงำนจกั รยำนยนต์ ประกอบดว้ ย 3.1 คีมตดั (Diagonal cutter plier)ใชส้ ำหรับตดั ลวดหรือปลอกหุม้ สำยไฟต่ำงๆ ดงั รูปท่ี 1.15 รูปท่ี 1.15 แสดงลกั ษณะของคีมตดั ที่มำ : ประสำน แซ่หลี.2563.

17 3.2 คีมตัดข้าง (Side Cutter plier)ใชส้ ำหรับหนีบจบั ชิ้นงำน บริเวณปำกคีมดำ้ นขำ้ งจะมี คมตดั สำมำรถใชต้ ดั ลวดได้ ดงั รูปที่ 1.16 รูปท่ี 1.16 แสดงลกั ษณะของคมี ตดั ขำ้ ง ที่มำ : ประสำน แซ่หลี.2563. 3.3 คีมปากจิ้งจก (Long nose plier)ใช้สำหรับหนีบจบั ชิ้นงำนเล็กๆ ท่ีอยู่บริเวณพ้ืนที่ แคบๆ ดงั รูปท่ี 1.17 รูปท่ี 1.17 แสดงลกั ษณะของคีมปำกจิง้ จก ท่ีมำ : ประสำน แซ่หลี.2563. 3.4 คีมหุบแหวนล็อก (Snap ring plier) ใชส้ ำหรับกำรหุบแหวนล็อก เพื่อถอดแหวนล็อก ออก ลกั ษณะของปำกคมี จะมีท้งั แบบปำกตรงและปำกงอ ดงั รูปท่ี 1.18 รูปที่ 1.18 แสดงลกั ษณะของคีมหุบแหวนลอ็ ก ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562. 3.5 คีมถ่างแหวนล็อก (Snap ring plier) ใช้สำหรับกำรถ่ำงแหวนล็อก เพื่อทำกำรถอด แหวนลอ็ กออก สำมำรถเลือกใชป้ ำกแบบต่ำงๆ ใหม้ ีควำมเหมำะสมกบั งำนได้ ลกั ษณะดงั รูปท่ี 1.19 รูปที่ 1.19 แสดงลกั ษณะของคมี ถำ่ งแหวนลอ็ ก ท่ีมำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562.

18 3.6 คีมล็อก (Vise-grip) ใชส้ ำหรับกำรจบั ยึดชิ้นงำน ซ่ึงปำกท้งั สองขำ้ งจะมีควำม แขง็ แรง สำมำรถจบั ยดึ ชิ้นงำน ใชแ้ ทนซีแคลมป์ และประแจขนั ท่อได้ ดงั รูปท่ี 1.20 รูปที่ 1.20 แสดงลกั ษณะของคมี ลอ็ ก ที่มำ : (คมี ลอ็ ค) https://globalhouse.co.th/product/detail/74775 2843706 4. ค้อน (Hammers)ค้อนเป็ นเครื่องมือที่ใช้สำหรับกำรตอกชิ้นงำนให้เข้ำหรือออก กำรเคำะเพื่อตดั ปรับสภำพของชิ้นงำน คอ้ นท่ีใชก้ นั อยู่ทว่ั ไปมีหลำยชนิด ดงั น้นั กำรเลือกใชง้ ำนจึง จำเป็นตอ้ งเลือกให้เหมำะสมกบั วสั ดุท่ีใชท้ ำชิ้นงำน มิฉะน้นั อำจทำใหช้ ิ้นงำนเกิดควำมเสียหำยหรือ แตกหกั ได้ 4.1 ค้อนเหล็กหัวกลม (Bat peen Hammers) คอ้ นเหล็กหัวกลมสำมำรถใช้กบั งำนทวั่ ไป เช่น งำนตอกนำศนู ย์ งำนตอกตดั ปะเก็นและงำนท่ีใชร้ ่วมกนั กบั ชุดไขควงตอก ดงั รูปที่ 1.21 รูปท่ี 1.21 แสดงลกั ษณะของคอ้ นเหลก็ หวั กลม ที่มำ : (คอ้ นเหลก็ หวั กลม) http://thaipsm.com/product. 4.2 ค้อนอะลูมิเนียม (Aluminum Hammers) คอ้ นอะลูมิเนียมทำมำจำกวสั ดุท่ีจดั ว่ำเป็ น โลหะที่อ่อน ดงั น้ันกำรใช้งำนจึงตอ้ งเลือกใชก้ บั ชิ้นงำนท่ีผลิตมำจำก วสั ดุที่มีลกั ษณะใกลเ้ คียงกนั ดงั รูปที่ 1.22 รูปที่ 1.22 แสดงลกั ษณะของคอ้ นอะลมู ิเนียม ที่มำ : สุรพงษ์ พงษศ์ รี. 2562.

19 4.3 ค้อนพลาสติก (Plastic Hammers) คอ้ นพลำสติกทำมำจำกวสั ดุท่ีจดั ว่ำเป็ นวสั ดุที่อ่อน เช่นกัน ดังน้ันกำรใช้งำนจึงต้องเลือกใช้กับชิ้นงำนที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่นเดียวกับค้อน อะลมู ิเนียม ดงั รูปที่ 1.23 รูปที่ 1.23 แสดงลกั ษณะของคอ้ นพลำสติก ท่ีมำ : ประสำน แซ่หลี.2563. 4.4 ค้อนยาง (Rubber Hammers)คอ้ นยำงใชส้ ำหรับกำรเคำะชิ้นงำนท่ีอ่อนและบอบบำง หรือชิ้นงำนชนิดที่เป็นพลำสติกหรือยำง ดงั รูปที่ 1.24 รูปที่ 1.24 แสดงลกั ษณะของคอ้ นยำง ที่มำ : ประสำน แซ่หลี.2563.

20 เคร่ืองมือพเิ ศษ (Special tool) เครื่องมือพิเศษ หมำยถึง เครื่องมือที่ใช้สำหรับงำนเฉพำะอยำ่ ง เพื่อเพ่ิมควำมสะดวกและ รวดเร็ว ลดระยะเวลำท่ีใช้ในกำรปฏิบัติงำนซ่อม และยงั เป็ นกำรป้องกันกำรชำรุดเสียหำยต่อ ชิ้นส่วนต่ำงๆ ของรถจกั รยำนยนตท์ ่ีอำจจะเกิดข้ึน เครื่องมือพิเศษถูกออกแบบมำให้เหมำะสมกบั กำรใช้งำน ผูป้ ฏิบัติงำนจำเป็ น ต้องศึกษำหน้ำที่และวิธีกำรใช้งำนให้ถูกต้อง เครื่องมือพิเศษ โดยทวั่ ไปที่ใชใ้ นงำนจกั รยำนยนตป์ ระกอบดว้ ย ชื่อเครื่องมือ หน้าท่ี ลกั ษณะและตาแหน่ง 1.เกจวดั ระดบั น้ำมนั เช้ือเพลิง ใชส้ ำหรับตรวจวดั ระดบั น้ำมนั การใช้งาน (Fuel level gauge) เช้ือเพลิง ในห้องลูกลอยของ (A) : ระดบั น้ำมนั เช้ือเพลิง (B) : เกจวดั ระดบั น้ำมนั คำร์บเู รเตอร์ เช้ือเพลิง (C) : ลกู ลอย 2. ชุดดูดสลกั ลูกสูบ ใชใ้ นกำรถอดลกู สูบ (A) : ชุดดูดสลกั ลกู สูบ (Piston pin puller)

21 ชื่อเคร่ืองมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง 3. เคร่ืองมือทดสอบฝำหมอ้ ใชใ้ นกำรทดสอบกำรรั่วของ การใช้งาน น้ำ (Radiator cap tester) ระบบน้ำหล่อเยน็ (A) : เกจวดั แรงดนั หมอ้ น้ำ (B ): ฝำหมอ้ น้ำ 4. ชุดตอกลกู ปื น ใชส้ ำหรับตอกลูกปื นหรือซีล (A) : ชุดตอกลกู ปื น (Bearing driver) เขำ้ กบั ชิ้นงำน (B) : ตลบั ลูกปื น 5.เกจวดั กำลงั อดั กระบอกสูบ ใชส้ ำหรับกำรตรวจวดั กำลงั อดั (A) : เกจวดั กำลงั อดั (B) : สำยตอ่ (Compression gauge) ภำยในกระบอกสูบของ เคร่ืองยนต์ 6. ตวั ลอ็ กคลตั ช์ ใชส้ ำหรับกำรถอดและประกอบ (A) : ตวั ลอ็ กคลตั ช์ (Clutch holder) คลตั ช์

22 ช่ือเครื่องมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 7. เครื่องมือจบั คลตั ช์ ใชส้ ำหรับจบั ยดึ เรือนผำ้ คลตั ช์ ชุด (Clutch holder) ที่ 1 เพ่ือทำกำรถอดประกอบนอต (A) : เคร่ืองมือจบั คลตั ช์ ยดึ คลตั ชช์ ุดท่ี 1 8. เครื่องมือประกอบ ใชส้ ำหรับประกอบเพลำขอ้ เหวี่ยง (A) : เพลำขอ้ เหวีย่ ง เพลำขอ้ เหว่ยี ง (Crankshaft jig) เขำ้ กบั เรือนเครื่องยนตเ์ พือ่ ป้องกนั (B) : เครื่องมือประกอบ เพลำขอ้ เหวี่ยงหนีศนู ย์ เพลำขอ้ เหวีย่ ง 9.เครื่องมือดูดลูกปื น สำหรับดูดลกู ปื นออกจำกเพลำขอ้ (A) : ประแจแหวน (Bearing puller) เหวย่ี ง (B) : ตลบั ลกู ปื น 10. ตวั ดูดเพลำกระแทก ใชส้ ำหรับถอดลูกปื นออกจำกตวั (A) : ตวั ดูดเพลำกระแทก (Roter remover) เรือนเคร่ืองยนต์ (B) : ลูกปื น

23 ช่ือเคร่ืองมือ หน้าท่ี ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 11. ตวั ตอกซีลโชก้ อพั หนำ้ ใชส้ ำหรับตอกเพอื่ ประกอบซีล (Fork oil seal driver) น้ำมนั โชก้ อพั หนำ้ (A) : ตวั ตอกซีลโชก้ อพั หนำ้ (B) : ซีลโชก้ อพั หนำ้ 12. ตวั ตอกถว้ ยลูกปื นคอ ใชส้ ำหรับตอกส่งรำงลูกปื นแผง (A) : ตวั ตอกถว้ ยลกู ปื นคอ (Stem Bearing driver) คอลำ่ ง เขำ้ กบั แกนคอหนำ้ ของ (B) : รำงลกู ปื นแผงคอล่ำง รถจกั รยำนยนต์ 13. ตวั ดูดลอ้ แมเ่ หลก็ ใชส้ ำหรับดูดเพ่ือถอดลอ้ แม่เหลก็ ตวั ดูดลอ้ แม่เหลก็ ขนั เขำ้ กบั (Magneto puller) ออกจำกเพลำขอ้ เหวยี่ ง ลอ้ แมเ่ หลก็ 14. ตวั ตดั โซ่ (Chain cutter) ใชส้ ำหรับตดั ขอ้ ต่อโซ่ ของ (A) : ตวั ตดั โซ่ รถจกั รยำนยนตอ์ อกจำกกนั (B) : โซ่

24 ชื่อเคร่ืองมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง 15. เคร่ืองมือแยกแคร้งก์ ใชส้ ำหรับแยกแคร้งกเ์ คร่ืองยนต์ การใช้งาน (Crankcase splitting tool ออก (A) : เคร่ืองมือแยกเรือน assy) เครื่องยนต์ (B) : เรือนเคร่ืองยนต์ 16. เคร่ืองมือถอดสปริงลิน้ ใชส้ ำหรับถอดสปริงลิ้นของ เคร่ืองมือถอดสปริงลิน้ (Valvespring compression เครื่องยนต์ 4 จงั หวะ ประกอบเขำ้ กบั ฝำสูบ assy) 17. ตวั ป้องกนั ขอบลอ้ ป้องกนั กำรเสียหำยกบั ขอบของ (A) : ตวั ป้องกนั ขอบลอ้ (Rim protector) วงลอ้ เน่ืองจำกกำรถอดและ ประกอบยำง 18. เหลก็ งดั ยำง (Tire lever) ใชส้ ำหรับงดั ยำงออกจำกวงลอ้ เหลก็ งดั ยำงใส่ใตย้ ำงนอก

25 ชื่อเคร่ืองมือ หน้าท่ี ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 19. ตวั จบั ไสโ้ ชก้ อพั หนำ้ (Forkcyl holder handle) ใชส้ ำหรับเป็นแกนต่อร่วมกบั ตวั (A) : ตวั จบั ไสโ้ ชก้ อพั หนำ้ ต่อจบั ไสโ้ ชก้ อพั หนำ้ (B) : กระบอกโชก้ อพั หนำ้ (C) : ประแจแอลหกเหลี่ยม 20. ตวั ต่อจบั ไสโ้ ชก้ อพั หนำ้ ใชส้ ำหรับจบั ไสโ้ ชก้ อพั หนำ้ ให้ (Forkcyl holder adapter) อยกู่ บั ที่เพือ่ คลำยโบลตย์ ดึ 21. เคร่ืองมือจบั ลอ้ แม่เหลก็ ใชส้ ำหรับจบั ลอ้ แม่เหลก็ ใหอ้ ยู่ ประกอบตวั จบั ลอ้ แม่เหลก็ แบบใชค้ วำมฝืด (Flywheel กบั ท่ีเพ่อื ขนั หรือคลำยนอตยดึ ลอ้ เพ่ือขนั นอตยดึ ลอ้ แม่เหลก็ holder) แม่เหลก็ 22. ประแจปรับคอและขนั ท่อ ใชส้ ำหรับปรับระยะฟรีของ นอตยดึ ลกู ปื นแกนคอ และ ไอเสีย(Steering stemnut ลูกปื นคอและขนั ท่อไอเสีย ประแจปรับแผงคอ wrench)

26 ช่ือเคร่ืองมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 23. ประแจขนั ซ่ีลวด ใชส้ ำหรับขนั ปรับแต่งควำม (Nipple wrench) ตึงของซ่ีลวดวงลอ้ ประแจขนั ซีลวดและวงลอ้ แบบซ่ีลวด 24. ประแจขนั นอต ใชส้ ำหรับขนั หรือคลำยนอต ประแจขนั นอตลอ็ กคลตั ช์ ลอ็ กคลตั ช์ ยดึ คลตั ช์ ชุดท่ี 1 และชุดที่ 2 (Clutch wrench) 25. เครื่องมือถอดซีล ใชส้ ำหรับกำรถอดซีลโชก้ อพั เคร่ืองมือถอดซีลและ (Seal Remover) หนำ้ ของรถจกั รยำนยนต์ ซีลโชก้ อพั หนำ้ 26. เครื่องมือปรับต้งั ใชส้ ำหรับหมุนสกรูเพื่อ เคร่ืองมือปรับต้งั ลิ้น ประแจ ระยะห่ำงลิน้ ปรับต้งั ระยะห่ำงลิน้ ของ แหวนและฝำสูบ (Valve adjusting holder) เครื่องยนต์ 4 จงั หวะ

27 ช่ือเคร่ืองมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 27. ไฮโดรมิเตอร์ ใชส้ ำหรับตรวจวดั ค่ำควำม (Hydrometer) ถ่วงจำเพำะของน้ำยำอิเลก็ (A) : ไฮโดรมิเตอร์ โทรไลตใ์ นแบตเตอรี่ เพื่อ (B) : แบตเตอร่ี ตรวจสอบสภำพแบตเตอรี่วำ่ มี ประจุมำกนอ้ ยเทำ่ ใด ถำ้ แบตเตอร่ี มีไฟเตม็ ประจุค่ำ ควำมถ่วงจำเพำะ จะอยู่ ระหวำ่ ง 1.24 - 1.25 เคร่ืองมือวัด (Measuring tool) กำรเสื่อมสภำพของเคร่ืองยนต์และอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่ำงๆ ในรถจกั รยำนยนต์ ภำยหลงั จำก กำรใช้งำนไประยะหน่ึง จำเป็ นอย่ำงยิ่งที่จะตอ้ งมีกำรบำรุงรักษำปรับต้งั ไปจนถึงกำรตรวจซ่อม โดยเฉพำะชิ้นส่วนของเครื่องยนต์น้นั มีขนำดพิกดั ที่ตอ้ งกำรค่ำที่มีควำมละเอียดสูง กำรตรวจสอบ ขนำดจึงมีควำมจำเป็ นท่ีต้องใช้เครื่องมือวดั เคร่ืองมือวดั โดยทั่วไปท่ีใช้ในงำนจกั รยำนยนต์ ประกอบดว้ ย ชื่อเคร่ืองมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 1. ฟิ ลเลอร์เกจ ใชส้ ำหรับกำรตรวจวดั (Feeler gauge) ระยะห่ำงชิ้นส่วนต่ำงๆ ของ (A) : ฟิ ลเลอร์เกจ เครื่องยนต์ เช่น กำร (B) : ร่องแหวนลกู สูบ ตรวจสอบระยะห่ำงของลิ้น กำรตรวจวดั ควำมโก่งของฝำ สูบ

28 ชื่อเครื่องมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 2. เวอร์เนียร์คำลิเปอร์ ใชส้ ำหรับกำรตรวจวดั ขนำด (Vernier caliper) สำมำรถทำกำรวดั ได้ เวอร์เนียร์คำลิเปอร์วดั ขนำด หลำกหลำย เช่น วดั ขนำด สำยพำนขบั เคลื่อน ควำมโตภำยนอก ควำมโต ภำยใน ควำมลึก ควำมสูง และ ควำมหนำของชิ้นงำน 3. ไมโครมิเตอร์ ใชส้ ำหรับกำรตรวจวดั ขนำด ไมโครมิเตอร์วดั ขนำดบูซ (Micrometer) ควำมโตภำยนอกของชิ้นงำน ที่ตอ้ งกำรพกิ ดั ควำมละเอียด มำกๆ 4. ไดอลั เกจ ใชส้ ำหรับตรวจวดั คำ่ ควำม ไดอลั เกจวดั กำรคดของ (Dial gauge) คดงอ กำรบิดโคง้ และระยะ เพลำขอ้ เหว่ียง รุนของชิ้นงำน ซ่ึงตอ้ งกำรคำ่ ควำมละเอียดมำก

29 ช่ือเครื่องมือ หน้าที่ ลกั ษณะและตาแหน่ง การใช้งาน 5. ประแจวดั แรงบิด ใชส้ ำหรับขนั นอตยดึ ชิ้นส่วน (Torque Wrench) ตำ่ งๆ ที่มีกำรกำหนดค่ำ ประแจขนั วดั แรงบิด แรงบิดตำมที่คู่มือกำหนด นอตยดึ ลอ้ แม่เหลก็ 6. มลั ติมิเตอร์ ใชส้ ำหรับกำรตรวจวดั คำ่ วดั แรงเคลื่อนไฟฟ้ำใน (Multimeter) ควำมตำ้ นทำน ขดลวดปฐมภูมิคอลย์ จุด แรงเคล่ือนไฟฟ้ำ และ ระเบิด กระแสไฟฟ้ำ 7. ไทมิ่งไลต์ ใชส้ ำหรับตรวจสอบตำแหน่ง A: ไทม่ิงไลต์ (Timing light) องศำ กำรจุดระเบิดของ B : ตำแหน่งศูนยต์ ำยบน เครื่องยนต์

30 เครื่องมือวัดทางกลท่ีใช้ในงานจักรยานยนต์ เวอร์เนียร์คาลเิ ปอร์ (Vernier Caliper) เป็ นเครื่องมือวดั ขนำดชิ้นงำน ที่ทำจำกเหล็กสแตนเลสแข็งเป็ นเคร่ืองมือวดั มีสเกล ที่ สำมำรถและอำ่ นค่ำไดเ้ ลย ในกำรใชเ้ วอร์เนียร์วดั งำน ผลที่ไดจ้ ำกกำรวดั ไดค้ ่ำละเอียดและเท่ียงตรง กว่ำกำรใช้บรรทดั เหล็ก เน่ืองจำกกำรวดั โดยใช้เวอร์เนียร์จะใช้สเกลหลกั (main scale) และสเกล เลื่อน (Vernier scale) ทำให้สำมำรถอ่ำนค่ำจำกกำรวดั ไดถ้ ูกตอ้ ง แม่นยำ จึงเป็ นเครื่องมือวดั ท่ีนิยม ใชง้ ำนกนั มำกในปัจจุบนั ลกั ษณะโครงสร้างและส่วนประกอบต่างๆของเวอร์เนยี ร์คาลเิ ปอร์ รูปท่ี 1.25 แสดงส่วนประกอบของเวอร์เนียร์คำลิเปอร์ ท่ีมำ : เสถียร มะสุทธิ.2562. ตารางท่ี 2.1 แสดงตารางส่วนประกอบของเวอร์เนียร์คาลเิ ปอร์ ชื่อส่วนประกอบ หน้าท่ี 1. ปำกวดั นอก (outside Caliper jaws) วดั ขนำดภำยนอกของชิ้นงำน 2. เข้ยี ววดั ใน (Inside Caliper jaws) วดั ขนำดภำยในของชิ้นงำน 3. กำ้ นวดั ลึก (Depth Probe) วดั ขนำดควำมลึกของชิ้นงำน 4. สเกลหลกั มิลลิเมตร (Main scale) เป็นคำ่ สเกลหยำบท่ีอยบู่ นลำตวั เวอร์เนียร์คำลิปเปอร์ 5. สเกลหลกั นิ้ว(Main scale) เป็นคำ่ สเกลหยำบที่อยบู่ นลำตวั เวอร์เนียร์คำลิปเปอร์ 6. สเกลเล่ือน มิลลิเมตร (Vernier scale) เป็นคำ่ สเกลขยำยค่ำควำมละเอียดอยบู่ นปำกวดั เลื่อน 7. สเกลเลื่อนนิ้ว(Vernier scale) เป็นคำ่ สเกลขยำยคำ่ ควำมละเอียดอยบู่ นปำกวดั เล่ือน 8. สกรูลอ็ ค หรือป่ ุมลอ็ ค ลอ็ กตำแหน่งของฝำกวดั ใหค้ งที่ (Locking Screw)

31 รูปที่ 1.26 แสดงกำรใชป้ ำกวดั ในวดั ขนำดรู ในพลุ เล่ยข์ บั ที่มำ : ประสำน แซ่หลี. 2563. การวัดความโตภายใน สอดปำกวดั ในไปในแนวขนำนกบั เส้นผ่ำนศูนยก์ ลำงของรูหรือร่อง ของชิ้นงำน จำกน้ันใช้หัวแม่มือดนั ปำกเล่ือนของเวอร์เนียร์คำลิเปอร์ให้เล่ือนออกมำจนเข้ียววดั สมั ผสั กบั ผวิ ของรูหรือร่อง แลว้ ลอ็ กกนั เลื่อนจึงอ่ำนค่ำบนสเกล รูปที่ 1.27 แสดงกำรใชป้ ำกวดั นอกวดั ควำม กวำ้ งสำยพำน ที่มำ : ประสำน แซ่หลี. 2563. การวัดความโตภายนอก เล่ือนปำกวดั นอกของเวอร์เนียร์คำลิเปอร์ออกให้โตกว่ำชิ้นงำน เล็กนอ้ ย สอดชิ้นงำนเขำ้ ไประหว่ำงปำกวดั จำกน้ันใชห้ ัวแม่มือดนั ปำกเล่ือนให้สัมผสั กบั ชิ้นงำน และลอ็ กใหอ้ ยกู่ บั ท่ี แลว้ อำ่ นคำ่ บนสเกล รูปที่ 1.28 แสดงกำรใชก้ ำ้ นวดั ลึกวดั ควำมหนำผำ้ คลตั ช์ ที่มำ : ประสำน แซ่หลี. 2563. การวัดความลึก สอดกำ้ นวดั ลึกเขำ้ ไปในรูควำ้ นหรือร่องของชิ้นงำนและให้กำ้ นวดั ลึกต้งั ฉำกกบั บ่ำชิ้นงำน ใชม้ ือจบั ท่ีดำ้ มของเวอร์เนียร์คำลิเปอร์ แลว้ ใชห้ ัวแม่มือดนั ปำกเล่ือนจนกำ้ นวดั ลึกสมั ผสั ส่วนลำ่ งของรูควำ้ นหรือร่อง แลว้ ลอ็ กกนั เล่ือนจึงอ่ำนคำ่ บนสเกล

32 ข้อควรระวังการใช้เวอร์เนียร์คาลเิ ปอร์ 1. ทำควำมสะอำดชิ้นงำนและเวอร์เนียร์คำลิเปอร์ดว้ ยผำ้ สะอำดก่อนตรวจวดั ชิ้นงำน 2. ตรวจสเกลเลื่อนและสเกลหลกั และขีด 0 ของเวอร์เนียร์ตอ้ งตรงกนั 3. ปำกเวอร์เนียร์ท้งั สองตอ้ งสมั ผสั กนั และแนบสนิทแสงลอดไมไ่ ด้ 4. อยำ่ วดั ชิ้นงำนที่กำลงั หมุนหรือร้อน 5. อยำ่ ใชป้ ำกวดั นอกและปำกวดั ในแทนวงเวียน 6. อยำ่ ใชป้ ำกวดั ในตรวจสอบควำมโตของรู 7. อยำ่ ใชป้ ลำยของปำกวดั ในแทนเหลก็ ขดี วิธอี ่านเวอร์เนียร์คาลเิ ปอร์วดั ละเอยี ด 0.05 มม.(1/20 มม.) อ่ำนจำกสเกลหลกั ได้ รูปท่ี 1.29 กำรอำ่ นเวอร์เนียร์ ชนิด 1/20 อ่ำนจำกเวอร์เนียร์สเกลได้ มม. ตวั อยำ่ งที่ 1 รวมค่ำวดั ที่อำ่ นได้ ที่มำ : สังเวยี น นำคะ.2558. = 20.00 มม. = 00.35 มม. = 20.35 มม. อำ่ นจำกสเกลหลกั ได้ รูปที่ 1.30 กำรอำ่ นเวอร์เนียร์ ชนิด อำ่ นจำกเวอร์เนียร์สเกลได้ 1/20 มม. ตวั อยำ่ งท่ี 2 รวมคำ่ วดั ที่อำ่ นได้ ที่มำ : สงั เวยี น นำคะ.2558. = 31.00 มม. = 00.60 มม. = 31.60 มม.

33 วธิ ีอ่านเวอร์เนียร์คาลเิ ปอร์วดั ละเอยี ด 0.02 มม.(1/50 มม.) รูปท่ี 1.31 ตวั อยำ่ งกำรอำ่ นเวอร์เนียร์ท่ี 3.50 มม. ท่ีมำ : สงั เวียน นำคะ.2558. อำ่ นจำกสเกลหลกั ได้ = 3.00 มม. อำ่ นจำกเวอร์เนียร์สเกลได้ = 0.50 มม. รวมคำ่ วดั ท่ีอ่ำนได้ = 3.50 มม. รูปท่ี 1.32 ตวั อยำ่ งกำรอำ่ นเวอร์เนียร์ที่ 40.74 มม ท่ีมำ : สงั เวียน นำคะ.2558. . อำ่ นจำกสเกลหลกั ได้ = 40.00 มม. อ่ำนจำกเวอร์เนียร์สเกลได้ = 0.74 มม. รวมค่ำวดั ที่อ่ำนได้ = 40.74 มม. ไมโครมเิ ตอร์(Micrometer) กำรทำงำนของไมโครมิเตอร์ไดพ้ ฒั นำจำกกำรหมุนเคล่ือนที่ของชุดเกลียวซ่ึงประกอบดว้ ย สกรูและนตั เหมือนหลกั กำรเคล่ือนที่ของแคล็มป์ โดยเอำหลกั กำรของกำรเคลื่อนท่ีของเกลียวท่ีถูก หมุนเคลื่อนท่ีไป 1 รอบของเกลียวปำกเดียว กำรเคล่ือนที่ของเส้นขอบเกลียว 1 รอบจะเท่ำกับ 1 ระยะพิทช์ ของเกลียว (Pitch)

34 เช่นเกลียวของไมโครมิเตอร์ระบบเมตริกมีระยะพิทช์เท่ำกบั 0.5 มม.เมื่อหมุนเกลียวตำม เข็มนำฬิกำแบรนด์ของไมโครมิเตอร์ระบบเมตริกมีระยะพิทชเ์ ท่ำกบั 0.5 มม. เม่ือหมุนเกลียวตำม เข็มนำฬิกำแกนของไมโครมิเตอร์ (spindle) จะเคลื่อนท่ีออกไปเท่ำกบั 0.5 มม.เท่ำกบั ระยะพิทช์ กำรเคลื่อนท่ีของเส้นรอบเกลียวก็จะเคล่ือนที่ 0.5 มม.ดว้ ย ท้งั น้ีเพรำะเกลียวเป็ นเกลียวปำกเดียว ระยะพทิ ชข์ องเกลียวจะเท่ำกบั ระยะเส้นรอบเกลียว ระบบองั กฤษแกนเกลียวเล่ือนของไมโครมิเตอร์ จะมีควำมยำว 40 เกลียวต่อนิ้วเม่ือหมุนแกนเล่ือนไปจนครบ 1 รอบแกนของไมโครมิเตอร์จะ เคลื่อนที่เท่ำกบั นิ้วหรือเท่ำกบั 0.025 นิ้ว รูปท่ี 1.33 ส่วนประกอบภำยในของไมโครมิเตอร์วดั ขนำด 0 -25 มม. ที่มำ : เสถียร มะสุทธิ.2562. ส่วนประกอบภายในของไมโครมิเตอร์ 1. แกนรับ (Anvil) 2. แกนวดั (Spinele) 3. แขนลอ็ กแกนวดั (Lock Nut) 4. ปลอกสเกลหลกั (sleeve or Barrel) 5. ปลอกสเกลหมนุ วดั (Thimble) 6. ปลอกหมนุ กระทบเล่ือน (Ratchet stop) 7. โครงตวั ยู (Frame)

35 วิธีการใช้ไมโครมิเตอร์ 1. ทำควำมสะอำดชิ้นงำนท่ีทำกำรวดั 2. เลือกไมโครมิเตอร์ใหเ้ หมำะสมกบั ขนำดชิ้นงำน เช่นชิ้นงำนขนำด 40 มม. ตอ้ งใช้ ไมโครมิเตอร์ขนำดช่วง 25-50 มม. 3. ตรวจสอบควำมเที่ยวตรงของไมโครมิเตอร์ เลข 0 ที่ขอบปลอดเล่ือนตรงกบั เส้น สเกลหลกั หำกไมต่ รงกนั ตอ้ งปรับต้งั 4. หมุนระยะระหวำ่ งแกนรับกบั แกนอดั ใหโ้ ตกวำ่ ขนำดชิ้นงำน 5. หมุนปลอกหมนุ กระทบเลื่อนจนชนกบั ชิ้นงำนแกนรับ 2-3 รอบ เพอ่ื ใหแ้ กนวดั สมั ผสั กบั ชิ้นงำนดว้ ยแรงกดที่พอดี 6. ลอ็ กแหวนลอ็ กเพ่ืออ่ำนค่ำที่วดั ไดบ้ นปลอกสเกล ข้อควรระวังในการใช้ไมโครมเิ ตอร์ 1. ระวงั อยำ่ ใหไ้ มโครมิเตอร์ตกพ้นื จะทำใหเ้ สียหำยได้ 2. หำ้ มนำไมโครวดั ชิ้นงำนที่ร้อน จะทำใหแ้ กนวดั เสียหำย 3. หำ้ มนำไมโครวดั ชิ้นงำนท่ีผวิ หยำบขรุขระ 4. ขณะวดั ชิ้นงำนอย่ำใช้แรงหมุนปลอกปลอดหมุนวดั มำกเกินไป จะทำให้เกลียว แกนวดั เสียหำยได้ 5. อำ่ นค่ำวดั ของชิ้นงำนโดยไม่ตอ้ งดึงไมโครมิเตอร์ออกจำกชิ้นงำน วิธอี ่านไมโครมิเตอร์วดั ละเอยี ด 0.01 มม.(1/100 มม.) ค่ำท่ีอ่ำนไดเ้ หนือเส้นแบง่ รูปที่ 1.34 ตวั อยำ่ งกำรอ่ำนไมโครมิเตอร์ ที่ ค่ำที่อ่ำนไดใ้ ตเ้ ส้นแบง่ 5.20 มม. ค่ำท่ีอ่ำนไดจ้ ำกปลอกหมนุ รวมคำ่ ที่อำ่ นได้ ที่มำ : รศ.อำพล ซื่อตรง.2556. 5.00 มม. 0.00 มม. 0.20 มม. 5.20 มม.

36 รูปที่ 1.35 ตวั อยำ่ งกำรอ่ำน ไมโครมิเตอร์ ท่ี 7.65 มม. ที่มำ : รศ.อำพล ซ่ือตรง.2556. คำ่ ท่ีอำ่ นไดเ้ หนือเส้นแบง่ 7.00 มม. คำ่ ที่อำ่ นไดใ้ ตเ้ ส้นแบ่ง 0.50 มม. ค่ำที่อ่ำนไดจ้ ำกปลอกหมุน 0.15 มม. รวมคำ่ ท่ีอำ่ นได้ 7.65 มม. นาฬิกาวัด (Dial Gauge) เป็ นเคร่ื องมือวัดแบบเล่ือนได้ที่มีขีดมำตรำ ใช้เป็ น เครื่ องมือวัดอเนกประสงค์มี ส่วนประกอบท้งั หมด 13 ส่วน และแต่ละส่วนมีหลกั กำรทำงำนท่ีแตกต่ำงกัน นำฬิกำวดั จะมีค่ำ แสดงควำมละเอียดของสเกลวดั ที่แนวเส้นรอบวง ค่ำควำมละเอียด 0.01 มม.หมำยควำมว่ำ 1 ช่อง ของสเกลวดั มีค่ำเท่ำกบั แท่นจบั ยึดนำฬิกำมีอยู่ 2 แบบคือแบบทรงไทยขนำดและแบบวดั ฐำนเป็ น แม่เหลก็ ถำวรรูปทรงตำ่ งๆเพ่ือทำใหก้ ำรวดั มีควำมคงท่ีและแม่นยำในลกั ษณะงำนต่ำงๆ นำฬิกำวดั มีหลำยแบบในแต่ละแบบน้นั มีควำมเหมำะสมกบั เน้ืองำนที่จะวดั เช่นนำฬิกำวดั ใช้ตรวจสอบในแนวระดบั นำฬิกำตรวจสอบแนวระดบั หน้ำปัดเรียงเป็ นมุม 20 องศำกบั แกนวดั นำฬิกำวดั ในแนวระดบั นำฬิกำวดั ในแนวดิ่ง นำฬิกำวดั ตรวจสอบแนวขนำน นำฬิกำวดั ควำมหนำ นำฬิกำวดั ควำมหนำแบบดิจิตอลและนำฬิกำวดั ควำมหนำแบบพกพำ รูปท่ี 1.36 รำยละเอียดภำยในของนำฬิกำวดั ท่ีมำ : เสถียร มะสุทธิ.2562.

37 ส่วนประกอบของนาฬิกาวัด นำฬิกำวดั ประกอบดว้ ยเฟื องสะพำนเฟื องเล็กและเฟื องใหญ่ฟันตรงซ่ึงช่วยในกำรขยำย ระยะเคลื่อนท่ีของแกนวดั ให้ใหญ่ข้ึน โดยทำให้เข็มประดิษฐ์มำกอ่ำนค่ำวดั ไดส้ ะดวกเม่ือแกนลวด เคล่ือนท่ี 1 มม.และเขม็ ยำวไดอ้ ่ำนละเอียด คือ1/100 คือ 0.01 มม. รูปท่ี 1.37 รำยละเอียดของหนำ้ ปัดนำฬิกำวดั ส่วนประกอบของนำฬิกำวดั ท่ีมำ : เสถียร มะสุทธิ.2562. 1. หวั วดั เป็นส่วนปลำยมนของนำฬิกำวดั เป็นจุดสัมผสั งำนเพอ่ื วดั ตรวจสอบ 2. แกนเลื่อนจะเล่ือนข้ึนลงขณะวดั ชิ้นงำน 3. กำรยดึ เป็นบริเวณที่ใส่อปุ กรณ์จบั ยดึ นำฬิกำวดั 4. ขอบนำฬิกำเป็นบริเวณที่จบั เพือ่ หมนุ หนำ้ ปัดเพือ่ ใหส้ เกลบนหนำ้ ปัดตรงกบั เขม็ ยำวของนำฬิกำ 5. ระยะต้งั พิกดั ควำมเผื่อในนำฬิกำวดั จะมีหมำยเลข 5 อยู่ 2 อนั จะใชเ้ พ่ือต้งั พกิ ดั ควำมคลำดเคลื่อน จำกคำ่ ท่ีกำหนด 6. เขม็ ยำวของนำฬิกำวดั แสดงคำ่ กำรเคล่ือนที่ของสแกนเลื่อนเพ่ือบอกขนำดท่ีสัมผสั งำน 7. เขม็ ส้ันแสดงวำ่ จำนวนกำรหมุนของเขม็ ยำวกวำ่ หมนุ ก่ีรอบเป็นระยะทำงเท่ำไรมีทิศทำงกำรหมุน ตรงขำ้ มกบั เขม็ ยำว

38 8. ขีดสเกลบนหนำ้ ปัดจะบอกควำมละเอียดของกำรแบ่งสเกลโดยรอบ เช่นจำกรูปช่องหน่ึงจะมีค่ำ เทำ่ กบั 0.01 มม. 9. ตวั ลอ็ คจะเป็นตวั ล็อคขอบของนำฬิกำเวลำต้งั ระยะเขม็ ยำวใหต้ รงกบั หมำยเลข 0 ของหนำ้ ปัด 10. กระจกเพอื่ ป้องกนั ฝ่นุ และสำมำรถทำใหเ้ ห็นสเกลไดช้ ดั เจน 11. เฟื องสะพำนขบั กบั เฟื องตรง 12. สปริงดึงเพือ่ ดึงแกนเลื่อน 13. สปริงกดแกนเล่ือนใหก้ ดตำ้ นแรงดึงของสปริงดึง วิธีการอ่านค่าบนหน้าปัดของไดอลั เกจ 1. แบ่งสเกลหนำ้ ปัดใหญ่เป็น 100 ช่องเทำ่ ๆกนั จะไดค้ วำมกวำ้ งแต่ละช่องเทำ่ กบั 0.01 มม. 2. เขม็ ส้ันบนหนำ้ ปัดเลก็ จะเลื่อนไป 1 ช่อง เมื่อเขม็ ยำวหมนุ ไป 1 รอบ 3. อ่ำนคำ่ จำนวนมิลลิเมตรดว้ ยเขม็ วดั รอบ(เขม็ ส้ัน) 4. อ่ำนคำ่ จำนวนควำมละเอียดท่ีเขม็ ยำว( 1 ขีดมีค่ำควำมละเอียดเทำ่ กบั 0.01 มม.) 5. สังเกตทิศทำงของเขม็ ยำว หำกหมนุ ตำมเขม็ นำฬิกำใหอ้ ่ำนคำ่ ตวั เลขท่ีอยดู่ ำ้ นอก 6. หำกเขม็ ยำวหมุนทวนเขม็ นำฬิกำ ใหอ้ ่ำนค่ำตวั เลขที่อยดู่ ำ้ นใน รูปท่ี 1.38 ตวั อยำ่ งกำรอำ่ นนำฬิกำวดั ท่ี 2.81 มม. ท่ีมำ : ประสำน แซ่หลี.2563. เขม็ ส้นั อ่ำนจำนวนรอบได้ 2 รอบ = 2.00 มม. เขม็ ยำวอำ่ นจำนวนขดี ได้ 55 ขีด = 0.81 มม. รวมคำ่ ที่อำ่ นได้ = 2.81 มม.

39 เกจวดั ความหนาหรือฟิ ลเลอร์เกจ(Feeller Gauge) โดยทวั่ ไปจะเรียกวำ่ ฟิ ลเลอร์เกจใชส้ ำหรับตรวจสอบและวดั ระยะช่องวำ่ งระหวำ่ งผิวหนำ้ ที่ ประกบกนั โดยวิธีสัมผสั ดว้ ยควำมหนำของฟิ ลเลอร์เกจใชก้ นั มำกในงำนต้งั หรือตรวจสอบระยะห่ำง ของกำ้ นลิ้นไอดีไอเสีย วดั ตรวจสอบหรือต้งั ระยะห่ำงของหนำ้ ทองขำวในจำนจ่ำยจุดระเบิด ควำม ห่ำงของเข้ียวหัวเทียน ฟิ ลเลอร์เกจ (Feeler Gauge) เป็นเคร่ืองมือวดั ละเอียดใชต้ รวจสอบระยะห่ำง หรือช่องว่ำงของชิ้นส่วนเครื่องยนตห์ ลำยส่วนดว้ ยกนั เช่นต้งั ระยะห่ำงลิ้นไอดีลิ้นไอเสีย วดั ระยะ ขำ้ งแหวนลูกสูบ ระยะห่ำงปำกแหวนลูกสูบ ควำมโก่งตวั ของฝำสูบเครื่องยนต์ และวดั ระยะห่ำงจุด เฟื องป๊ัมน้ำมนั เคร่ือง เป็ นตน้ ฟิ ลเลอร์เกจเป็นแผน่ เหล็กแข็งแบนเรียบและผ่ำนกำรอบชุบแข็ง ฟิ ล เลอร์เกจแผ่นหน่ึงมีควำมหนำขนำดหน่ึง ฟิ ลเลอร์เกจจะรวมเป็ นชุด ๆ ชุดนึงมีหลำยแผ่นจะอยู่ รวมกันได้ด้วยสลักในจุดวดั ที่อยู่ลึกๆควำมหนำของฟิ ลเลอร์เกจทุกแผ่นจะมีตัวเลขกำกับไว้ ลกั ษณะของฟิ ลเลอร์เกจเป็นแผน่ เหลก็ แขง็ แบนเรียบ ฟิ ลเลอร์เกจทำดว้ ยแผน่ เหลก็ บำงๆผำ่ นกำรชุบ แข็งและทำให้ผิวเรียบเป็ นมนั ลกั ษณะโดยทวั่ ไปเป็ นแผ่นบำงส่วนปลำยโคง้ บนบำงรุ่นทำเป็ นรูป เรียวและบำงรุ่นทำเป็นแผน่ ขนำนกนั ตลอดลำตวั ส่วนบนเจำะรูเพอ่ื รวมกนั สำมำรถพบั เกบ็ รวมได้ ก. ขนำดเป็นนิ้ว ข. ขนำดเป็นมิลลิเมตร รูปที่ 1.39 ชุดเกจวดั ควำมหนำหรือฟิ ลเลอร์เกจ ที่มำ : เสถียร มะสุทธิ.2562. ขนำดต่ำงๆของฟิ ลเลอร์เกจที่บอกขนำดเป็ นนิ้วปกติจะมีควำมหนำต้งั แต่ 0.0015-0.025 นิ้วส่วน ควำมหนำท่ีเป็ นมิลลิเมตรจะมีควำมหนำต้งั แต่ 0.02-1 มิลลิเมตร จะประกอบดว้ ยฟิ ลเลอร์เกจท่ีมี จำนวนแผน่ ตำ่ งกนั แลว้ แต่ควำมจำเป็นในกำรใชค้ วำมหนำของฟิ ลเลอร์เกจท่ีจะใช้ 7.2.1 ฟิ ลเลอร์เกจระบบเมตริก ฟิ ลเลอร์เกจระบบเมตริกขนำดควำมหนำของแต่ละใบมีค่ำ เป็นทศนิยมละเอียดถึง 1/1,000 มม. (0.01มม.) เร่ิมจำก 0.03 มม.ถึง 1.00 มม. ขนำดต่ำงๆ แสดงอยู่ บนแผน่ วดั

40 7.2.2 ระบบนิ้ว ฟิ ลเลอร์เกจระบบนิ้วมีค่ำทศนิยมในพนั ส่วนของนิ้วหรือ 100 ส่วนของนิ้ว เช่น 0.006 นิ้ว ฟิ ลเลอร์เกจมีควำมหนำ 6 ส่วนใน 1,000 ส่วนของนิ้วฟิ ลเลอร์เกจในระบบเมตริก 0.15 แสดงวำ่ จะมีควำมหนำ 15 ส่วนใน 100 ส่วนของมิลลิเมตร 7.2.3 ฟิ ลเลอร์แบบ 2 ควำมหนำ ฟิ ลเลอร์เกจแบบน้ีแต่ละใบจะมีควำมหนำเป็ น 2 ส่วน ปลำยของใบจะเล็กกว่ำตน้ ใบ 0.002 นิ้ว ฟิ ลเลอร์เกจแบบน้ีจะช่วยให้กำรทำงำนรวดเร็วข้ึนสำหรับ งำนวดั ท่ีตอ้ งกำรควำมถูกตอ้ งโดยประมำณ 7.2.4 ฟิ ลเลอร์เกจแบบเสน้ ลวด เป็นฟิ ลเลอร์ที่ใชว้ ดั ระยะห่ำงมำกกวำ่ 0.1 มิลลิเมตรหรือ 0.025 นิ้ว เช่นวดั ระยะห่ำงเข้ียวหวั เทียน การใช้ฟิ ลเลอร์เกจ 1. ทำควำมสะอำดเคร่ืองมือและชิ้นส่วนที่วดั เพื่อควำมเที่ยงตรงในกำรวดั 2. เลือกควำมหนำของฟิ ลเลอร์เกจตำมคำ่ ท่ีจะวดั กบั ชิ้นงำน อยำ่ ออกแรงดนั ฟิ ลเลอร์เกจลงใน ช่องท่ีเลก็ กวำ่ ควำมหนำของฟิ ลเลอร์เกจ อำจทำใหฟ้ ิ ลเลอร์เกจชำรุดได้ 3. สอดแผน่ วดั ฟิ ลเลอร์เกจเขำ้ ระหวำ่ งชิ้นส่วนท้งั สองที่จะวดั โดยอยำ่ ใหแ้ ผน่ วดั งอ 4. ใชค้ วำมรู้สึกสัมผสั ควำมฝืดพอดี ขณะที่ดึงแผ่นฟิ ลเลอร์เกจออก 5. หำกควำมหนำของแผน่ วดั แผ่นเดียวไมพ่ อ สำมำรถเพิม่ แผ่นฟิ ลเลอร์เกจไดต้ ำมตอ้ งกำร 6. เมื่อใชเ้ สร็จใหท้ ำควำมสะอำด แลว้ ทำดว้ ยน้ำมนั และพบั เกบ็ ไวใ้ นดำ้ ม รูปที่ 1.40 กำรใชฟ้ ิ ลเลอร์เกจวดั ระยะห่ำงลิ้นไอดี ที่มำ : ประสำน แซ่หลี.2563.

41 ประแจทอร์กหรือประแจวัดแรงบดิ (Torque wrenches) เป็ นดำ้ มประแจกระบอกชนิดหน่ึงท่ีออกแบบมำเพื่อวดั แรงบิดในกำรขนั สลกั เกลียวแป้น เกลียวและสกรูหัวเหลี่ยมชนิดต่ำงๆ ประแจวดั แรงบิดจะช่วยให้กำรทำงำนมีประสิทธิภำพมำกข้ึน คือทำให้สำมำรถขนั เกลียวเพื่อติดต้งั ชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่ำงๆดว้ ยแรงบิดตำมท่ีกำหนดไว้ ทำให้ ชิ้นส่วนเหล่ำน้นั ติดต้งั อย่ำงถำวรท่ีสุดในขณะท่ีสลกั เกลียวหรือแป้นเกลียวก็รับแรงกด-แรงดึงได้ เต็มท่ีโดยไม่เป็ นอันตรำยต่อตวั เกลียวเอง คำว่ำแรงบิด (torque)หรือแรงดึง (tension) เป็ นค่ำทำง วิทยำศำสตร์ที่บญั ญตั ิข้ึนเพื่อวดั แรงที่กระทำในกำรบิดให้วตั ถุหมุนเคล่ือนท่ีในทิศทำงเชิงมุม กำร ใช้ประแจวัดแรงบิดเป็ นกำรหำค่ำของแรงที่กระทำในกำรขันเกลียวคูณด้วยระยะทำงจำก เส้นผ่ำศูนยก์ ลำงของสลกั เกลียวมำถึงมือที่ออกแรงดึงดำ้ มประแจตวั น้ัน ค่ำท่ีจะแสดงบนหน้ำปัด หรือเข็มช้ีที่ติดต้งั บนประแจน้นั สำมำรถอ่ำนค่ำไดท้ นั ที ประแจท่ีใชง้ ำนหนักหรืออ่ำนค่ำเป็ นฟุต- ปอนดห์ รือกิโลกรัม-เมตร หรือ กิโลกรัม-เซนติเมตร ส่วนประแจที่ใชง้ ำนเลก็ ๆหรืองำนเบำๆจะอ่ำน ค่ำเป็ นนิ้ว-ปอนดห์ รือกิโลกรัม-เซนติเมตร ขนำดและรูปร่ำงของประแจวดั แรงบิดมีหลำยแบบ บำง แบบจะใชเ้ ข็มช้ีหรือเขม็ บนหนำ้ ปัดแสดงคำ่ ของแรงบิดโดยตรง แต่บำงแบบจะตอ้ งต้งั แรงบิดตำมท่ี ตอ้ งกำรก่อนเม่ือออกแรงกระทำต่อเกลียวถึงขีดที่กำหนดจะมีสัญญำณเสียงอื่นๆแสดงออกมำวำ่ ถึง ขีดท่ีตอ้ งกำรใชแ้ รงกระทำต่อเกลียวแลว้ หัวขนั ประแจกระบอกของประแจวดั แรงบิดจะเป็นหวั ขนั ชนิดส่ีเหล่ียมจตั ุรัสสำหรับติดกบั ตวั ประแจกระบอกทว่ั ไปหวั ขนั น้ีจะทำมำ 2 ขนำดคือ 1/4 นิ้วและ 1/2 นิ้ว (6 และ 12 ม.ม.) เนื่องจำกประแจทอร์กเป็ นเครื่องมือท่ีตอ้ งวดั แรงบิดท่ีกระทำต่อเกลียว ดงั น้ันเข้ียวของสลกั เกลียวและแป้นเกลียวจะตอ้ งสะอำดไม่มีสิ่งแทรกซ้อนที่จะทำให้กำรวดั แรง ผดิ ปกติ เช่น กำรสน่ั ไหวเกลียวเป็นสนิมเกลียวตำยเกลียวเยนิ เป็นตน้ ซ่ึงเป็ นผลให้ต้องใช้แรงเกินกว่ำที่กำหนดซ่ึ งอำจทำให้เกลียวชำรุ ดได้ ปั จจุบัน ควำมกำ้ วหนำ้ ในวชิ ำโลหะวิทยำเป็นไปอย่ำงรวดเร็ว ทำใหก้ ำรพฒั นำกำรผลิตสลกั เกลียวและแป้น เกลียวอยำ่ งมำกมำย ดงั น้นั กำรทำงำนในปัจจุบนั จึงจำเป็ นตอ้ งใชป้ ระแจวดั แรงบิดมำกข้ึนเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภำพในกำรทำงำน แรงท่ีใช้ในกำรขนั เกลียวบริษทั ผูผ้ ลิตเคร่ืองมือ/เคร่ืองกลจะเป็ นผู้ กำหนดมำว่ำเกลียวตัวใดหรือขนำดใดต้องใช้แรงบิดในกำรขันเกลียวเท่ำใด เป็ นหน้ำท่ีของ ผปู้ ฏิบตั ิงำนจะตอ้ งสังเกตว่ำสลกั เกลียวขนำดใดควรจะใช้แรงบิดต่ำท่ีสุดเท่ำใดและแรงบิดสูงสุด เท่ำใดเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับเกลียวตัวอ่ืนๆให้เหมำะสม แต่อย่ำงไรก็ตำมเป็ นหน้ำที่ของ

42 ผูป้ ฏิบัติงำนจะตอ้ งศึกษำตำรำงกำหนดแรงขันเกลียวซ่ึงบริษทั ผูผ้ ลิตชิ้นส่วนเคร่ืองจักรกลได้ กำหนดไวเ้ สมอๆเพื่อให้ทำงำนอย่ำงมีประสิทธิภำพโดยใช้ประแจวดั แรงบิดน้ีประกอบกำรทำงำน ให้ได้ผลสูงสุด ประแจทอร์กทำหน้ำท่ีใช้สำหรับขันสลักเกลียวหรือกำรขันนอตยึดชิ้นงำนที่ จำเป็ นต้องขนั ให้แน่นตำมค่ำท่ีพิกดั ที่กำหนด เช่น ยึดฝำสูบ ยึดประกับกำ้ นสูบ เป็ นตน้ ประแจ ทอร์ก แบ่งออกได้ 3 ประเภทคือ 1 ประแจทอร์กแบบหนำ้ ปัด 2 ประแจทอร์กแบบเข็มช้ี 3 ประแจ ทอร์กแบบไมโครมิเตอร์ ประเภทของประแจทอร์ก 9.1.1 ประแจทอร์กแบบหน้ำปัด (Dial indicator ) ประแจทอร์กแบบหนำ้ ปัดจะมีลกั ษณะท่ี บนดำ้ มเป็นหนำ้ ปัดพร้อมเขม็ ช้ีเขม็ หมนุ ได้ 2 ทำงคอื ดำ้ นขนั และดำ้ นคลำยซ่ึงในขณะทำกำรขนั เข็ม จะช้ีบนสเกลแบง่ ขีดที่หนำ้ ปัดของประแจทอร์ก รูปท่ี 1.41 ประแจทอร์กแบบหนำ้ ปัด ท่ีมำ : เสถียร มะสุทธิ.2562. 9.1.2 ประแจทอร์กแบบไมโครมิเตอร์ (micrometer adjust abia) ประแจทอร์คแบบ ไมโครมิเตอร์จะไม่มีเข็มแต่จะอ่ำนค่ำที่ด้ำมซ่ึงจะมีสเกลคล้ำยกับไมโครมิเตอร์ เมื่อขนั ถึงค่ำท่ี ปรับต้งั ไวต้ รงดำ้ มประแจทอร์กจะมีเสียงดงั แกร๊กดงั ข้ึน รูปท่ี 1.42 ประแจทอร์กแบบไมโครมิเตอร์ ที่มำ : เสถียร มะสุทธิ.2562

43 9.1.3 ประแจทอร์กแบบเขม็ ช้ี (deflecting Beam) ประแจทอร์กแบบเขม็ ช้ีจะมีกำรออกแบบใหว้ ดั โดยตรงซ่ึงดูจำกเขม็ ช้ี ถำ้ ออกแรงในกำรขนั มำกดำ้ มประแจทอร์กจะบิดไปเขม็ จะช้ีมำก รูปท่ี 1.43 ประแจทอร์กแบบเขม็ ช้ี ท่ีมำ : ประสำน แซ่หลี.2563. การใช้ประแจทอร์กแบบไมโครมเิ ตอร์ 1. ทำควำมสะอำดเคร่ืองมือและชิ้นส่วนที่วดั เพ่ือควำมเที่ยงตรงและปลอดภยั ในกำรวดั 2. ปรับค่ำแรงบิดของประแจทอร์กตำมคำ่ ที่กำหนดของชิ้นงำน ควรขนั ดว้ ยแรงบิดที่เทำ่ ๆกนั ประมำณ 2-3 รอบ อยำ่ ขนั คร้ังเดียวเสร็จ 3. หมนุ ตวั ปรับตำมเขม็ นำฬิกำเพิ่มคำ่ แรงบิด หมุนตวั ปรับทวนเขม็ นำฬิกำลดคำ่ แรงบิด 4. ประกอบประแจกระบอกตำมขนำดของนอตหรือโบลต์ 5. ขนั โดยกำรดึงเขำ้ หำตวั ดว้ ยแรงดึงที่สม่ำเสมอ อยำ่ กระชำกประแจ กำรดึงประแจทอร์ก แขนควรต้งั ฉำกกบั ดำ้ มประแจ 6. หำกมีเสียงสัญญำณดงั ข้ึนจำกประแจทอร์ก แสดงวำ่ คำ่ แรงบิดถึงค่ำท่ีต้งั ไว้ หำ้ มดึงตอ่ ไป อีก จำกน้นั ถอดประแจออกจำกนอตหรือโบลต์ 7. ปรับแรงบิดท่ีประแจทอร์กใหเ้ ป็น 0 ทุกคร้ัง หลงั ใชง้ ำนเสร็จ 8. ทำควำมสะอำดเครื่องมือ หล่อล่ืนจุดหมุน และเก็บไวใ้ นภำชนะบรรจุ 9. ระมดั ระวงั ไม่ควรทำประแจทอร์กตกพ้ืน 10. ควรทำกำรวดั ค่ำแรงบิดของนอตหรือโบลตข์ ณะชิ้นงำนอยทู่ ่ีอณุ หภมู ิปกติ

44 วิธีอ่านค่าแรงบดิ ท่ีปรับต้งั ของประแจทอร์กแบบไมโครมิเตอร์ รูปท่ี 1.44 ตวั อยำ่ งกำรปรับต้งั คำ่ แรงบิด ท่ี 10 Nm. ที่มำ : ประสำน แซ่หลี.2563. อ่ำนค่ำจำกขอบของปลอกหมนุ = 10.00 นิวตนั -เมตร อ่ำนคำ่ จำกสเกลของปลอกหมุนท่ีตรงกบั เสน้ หลกั = 0.00 นิวตนั -เมตร 10.00 นิวตนั -เมตร รวมคำ่ ที่อ่ำนได้ = รูปท่ี 1.45 ตวั อยำ่ งกำรปรับต้งั คำ่ แรงบิด ท่ี 19 Nm. ที่มำ : ประสำน แซ่หลี.2563. อ่ำนค่ำจำกขอบของปลอกหมนุ = 15.00 นิวตนั -เมตร อ่ำนค่ำจำกสเกลของปลอกหมนุ ที่ตรงกบั เสน้ หลกั = 4.00 นิวตนั -เมตร 19.00 นิวตนั -เมตร รวมคำ่ ท่ีอำ่ นได้ =

45 แบบฝึ กหัดที่ 1 คาสั่ง ใหน้ กั เรียนยกตวั อยำ่ งเครื่องมือพ้ืนฐำน ที่ใชใ้ นงำนจกั รยำนยนตม์ ำ 10 ชิ้น 1......................................................................................................................................................... 2.......................................................................................................................................................... 3.......................................................................................................................................................... 4.......................................................................................................................................................... 5.......................................................................................................................................................... 6.......................................................................................................................................................... 7.......................................................................................................................................................... 8.......................................................................................................................................................... 9.......................................................................................................................................................... 10.......................................................................................................................................................

46 แบบฝึ กหัดที่ 2 คาส่ัง ใหน้ กั เรียนยกตวั อยำ่ งเครื่องมือพเิ ศษ ที่ใชใ้ นงำนจกั รยำนยนตม์ ำ 10 ชิ้น 1......................................................................................................................................................... 2......................................................................................................................................................... 3......................................................................................................................................................... 4......................................................................................................................................................... 5......................................................................................................................................................... 6......................................................................................................................................................... 7......................................................................................................................................................... 8......................................................................................................................................................... 9......................................................................................................................................................... 10........................................................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook