Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความรู้เรื่อง Green Office

ความรู้เรื่อง Green Office

Published by นัยภรณ์ มูลสาย, 2023-02-22 07:47:36

Description: ความรู้เรื่อง Green Office

Search

Read the Text Version

1 สาระนา่ รู้ สานกั งานสเี ขียว (Green Office) ความหมาย สาํ นกั งานสีเขียว (Green Office) หมายถึง สํานกั งานและกิจกรรมต่างๆ ภายในสํานักงาน ที่สง่ ผล กระทบต่อส่งิ แวดล้อมนอ้ ยที่สุด โดยการใชท้ รัพยากรและพลงั งานอย่างรคู้ ุณค่า มีแนวทางในการ จดั การของ เสียอย่างมปี ระสิทธิภาพ รวมไปถึงการเลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้สํานกั งานที่เปน็ มติ รกบั สิ่งแวดล้อม และที่สาํ คญั จะต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณต่ํา ประโยชน์จากการทําสํานกั งานสีเขียว (Green office) 1. ลดค่าใช้จ่ายในสํานักงาน จากการใชท้ รพั ยากร พลงั งานอย่าง คุ้มค่าและมปี ระสิทธิภาพ 2. มีการจัดการสิง่ แวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของพนักงาน 3. เปน็ การยกระดบั มาตรฐานสํานักงานใหเ้ ป็นมติ รกับสิง่ แวดล้อมมากขึ้น 4. ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เปน็ ส่วนหนึ่งในการช่วยลดโลกร้อน 1. การดําเนินงาน Green OfficeOperation of Green Office 1.1 การความสะอาดและความเป็นระเบียบในสาํ นักงาน ความสะอาดและความเป็นระเบียบในสํานกั งานเปน็ พืน้ ฐานสําคญั ในการพฒั นาคุณภาพและ ความปลอดภยั ของสาํ นกั งาน เพื่อก่อให้เกิดความเปน็ ระเบียบ สะอาด สวยงาม รวมทั้งสรา้ งเสริมให้ พนักงานมีจติ สํานึกในการร่วมมอื และช่วยเหลอื กัน ซึง่ ทั้งนยี้ งั ชว่ ยเพื่อประสทิ ธิภาพในการทํางานให้แก่ พนกั งาน รวมทั้งสร้างภาพพจน์ทีด่ ใี ห้แก่สาํ นักงาน

2 การสรา้ งความสะอาดและความเปน็ ระเบียบของสํานักงาน เพือ่ เพิ่มประสิทธิภาพการทํางานน้ัน สาํ นกั งานจะต้องดําเนินการบนพืน้ ฐานของ 5 ส. ดงั น้ี สะสาง (SEIRI) คอื การแยกของที่ต้องการ ออกจากของที่ ไม่ต้องการ และขจดั ของทไี่ มต่ ้องการทงิ้ ไป สะดวก (SEITON) คอื การจัดวางสงิ่ ของต่างๆ ในทีท่ าํ งานให้เปน็ ระเบยี บ เพอ่ื ความสะดวกและปลอดภยั สะอาด (SEISO) คอื การทําความสะอาด (ปดั กวาด เช็ด ถ)ู อุปกรณแ์ ละสถานที่ทํางาน สขุ ลักษณะ (SEIKETSU) คอื สภาพหมดจด สะอาดตา ถกู สุขลกั ษณะ และรักษาให้ดตี ลอดไป สรา้ งนสิ ยั (SHITSUKE) คอื การอบรม สรา้ งนสิ ยั ในการปฏิบัติงานตามระเบยี บ วินยั ข้อบงั คบั อย่างเคร่งครัด 1.2 การจัดการก๊าซเรือนกระจก การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs) โดยแบ่งกิจกรรมทีม่ ีการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากการดําเนินงานขององค์กรไว้ 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทท่ี 1 การปล่อยและการดูดกลบั ก๊าซเรือนกระจกทางตรง ได้แก่ ก๊าซเรือนกระจกที่ เกิดข้ึนโดยตรงจากกิจกรรมต่างๆ ภายในสํานักงาน ดังนี้ 1) การเผาไหมท้ ี่อยู่กับที่ ตัวอย่าง เชน่ การผลิตไฟฟูาเพื่อใช้เองภายในองค์กร การเผาไหม้ ของเชอื้ เพลิงทีใ่ ชใ้ นการหุงตม้ ภายในองค์กร 2) กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการอนั เนื่องมาจากปฏิกิริยาเคมีภายในกระบวนการผลิต 3) การเผาไหม้ที่มกี ารเคลื่อนทีต่ ัวอย่างเช่น การเผาไหม้ของเชือ้ เพลิงจากกิจกรรมการ ขนส่งของยานพาหนะที่องค์กรเป็นเจ้าของ หรือเช่าเหมามา แตอ่ งค์กรรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายของน้ํามนั เชอื้ เพลิง 4) การรว่ั ไหลและอ่นื ๆ (Fugitive Emissions) ตวั อย่างเช่น ก๊าซมีเทนที่เกิดขึน้ จาก กระบวนการบาํ บดั น้ําเสียและหลุมฝังกลบ การใชป้ ุ๋ยหรอื สารเคมีเพื่อการซกั ล้างหรอื ทําความสะอาด 5) การเผาไหม้ชีวมวล

3 ประเภทท่ี 2 การปล่อยและการดูดกลบั ก๊าซเรือนกระจกทางออ้ มจากการใชพ้ ลังงาน ได้แก่ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ เกิดจากการผลติ ไฟฟูา ความรอ้ น หรอื ไอน้าํ ทีถ่ กู นําเข้าจากภายนอกเพือ่ ใช้ งานภายในองค์กร ซึง่ พลังงานไฟฟูา ส่วนใหญ่ใช้เชือ้ เพลิงฟอสซิล มาเป็นวตั ถุดิบในการผลิต ดังน้ันการใช้ ไฟฟูาในองค์กร จะไม่ใช่เปน็ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ณ ตําแหนง่ ทีอ่ งค์กรตงั้ อยู่ แตเ่ ปน็ การปล่อยก๊าซเรือน กระจก ณ แหล่งทีผ่ ลิตกระแสไฟฟูา ประเภทท่ี 3 การปล่อยและการดดู กลบั ก๊าซเรือนกระจกทางออ้ มอ่ืนๆ ได้แก่ ปริมาณก๊าซเรือน กระจกทีเ่ กิดขึน้ จากกิจกรรมตา่ งๆ นอกเหนอื จากทีร่ ะบุในประเภทที่ 1 และ ประเภทที่ 2 ซึง่ องค์กร สามารถวดั หรอื ประเมินเพื่อการรายงานผลเพิม่ เตมิ ได้ โดยไม่ถือเปน็ ข้อบังคับ ตัวอย่างเช่น การปล่อย ก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการใช้นํ้าประปาภายในองค์กร การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากวัสดุ สํานักงานที่มกี ารใช้ภายในองค์กร เช่น กระดาษ 1.3 การขนส่งและการเดินทาง หลีกเลีย่ งการเดินทางมาประชุมที่ไม่จําเปน็ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการส่อื สารแทน เช่น 1. ใช้การตดิ ต่อสือ่ สารโดยโทรศัพท์ อเี มล์ และประชุมโดยใช้ระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์แทนการ เดินทางไปพบปะกนั 2. ใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง 3. รณรงค์ใหโ้ ดยสารรถยนต์ไปด้วยกนั (Car Pool) ช่วยประหยัดน้าํ มันและยังเปน็ การ ลดจํานวนรถติดบนถนน 4. เลือกการเดินทางที่ปล่อย CO2 นอ้ ยทีส่ ดุ เท่าที่ทาํ ได้ เช่น การเดินหรือใช้จกั รยานแทน 5. จดั เส้นทางรถรบั ส่งพนักงาน ถ้าในหน่วยงานมพี นักงานจํานวนมากอาศยั อยู่ในเส้นทางใกล้ๆ กัน ควรมีสวัสดิการจัดหารถรบั ส่งพนกั งานตามเส้นทางสําคญั ๆ เป็น Car Pool ระดบั องค์กร 6. จดั ประชมุ สัมมนาที่สาํ นักงาน หรือใกล้สาํ นกั งาน แทนทีจ่ ะเปน็ ต่างจงั หวัด 7. ขับรถในอตั ราความเรว็ ที่ประหยัดน้ํามัน และเดินทางให้ถึงจดุ หมายในเส้นทางลัดทีส่ นั้ ที่สุด 8. ดบั เคร่อื งยนต์เม่ือต้องจอดรถเป็นเวลานาน 9. ตรวจสอบลมยางอย่างสม่ําเสมอ 10. ใช้เชอื้ เพลิงชีวภาพ ไบโอดีเซล หรือเอทานอล

4 2. การใช้พลังงานและทรัพยากร ( Energy and Resource Utilization) 2.1 การใชพ้ ลังงาน วิธีการดาํ เนินการ การประหยัดพลังงานให้มปี ระสิทธิภาพ และถกู ต้องเหมาะสมนน้ั จะต้องมคี วามรคู้ วามเข้าใจใน การปฏิบัติงานไม่วา่ จะเปน็ การใชเ้ ครื่องปรบั อากาศ แสงสว่าง เครื่องมอื และอปุ กรณ์ในสาํ นักงาน รวมไปถึง การใช้ นํ้ามันเชือ้ เพลิง ท้ังน้ีสํานกั งานจะต้องควบคมุ หน่วยงานภายนอกที่เข้ามาใช้พ้ืนทีใ่ หป้ ฎิบตั ิตามมาตรการ ของสํานกั งานด้วย โดยจะต้องมกี ารกาํ หนดมาตรการ ดังน้ี เครือ่ งปรับอากาศ 1. ตงั้ อณุ หภมู ิเคร่ืองปรบั อากาศที่ 25 องศาเซลเซียส 2. ไม่ควรปล่อยใหม้ ีความเย็นรวั่ ไหลจากหอ้ งทีต่ ิดตั้งเครื่องปรบั อากาศ ตรวจสอบและอุดรอยรวั่ ตาม ผนัง ฝาู เพดาน ประตู ช่องแสง 3. ปิดประตหู อ้ งทุกคร้ังทีเ่ ปิดเครือ่ งปรับอากาศ หรอื ติดตั้งและใช้อุปกรณ์ ควบคมุ การเปิด- ปิดประตใู นห้องทีม่ เี ครื่องปรบั อากาศ 4. ทาํ ความสะอาดและดูดฝุนบ่อยๆ อาทิตย์ละ 1-2 ครงั้ เพราะหากฝุนอดุ ตันจะทําให้ ประสิทธิภาพของการทาํ งานของเคร่อื งปรบั อากาศลดลง 5. อย่านําความรอ้ น หรอื ของทีม่ คี วามชืน้ เข้าไปไว้ในหอ้ งปรบั อากาศ เชน่ กาต้มน้ําร้อน กระถางต้นไม้ เครอ่ื งทําความรอ้ นต่างๆ เครือ่ งถ่ายเอกสาร เป็นต้น เนื่องจากมีการนาํ ความร้อนหรือ ความชื้นเข้ามาในห้องจะทําให้เครือ่ งปรบั อากาศทํางานมากขึ้น 6. ลดและหลีกเลีย่ งการเก็บเอกสาร หรอื วัสดุอืน่ ใดทีไ่ ม่จําเปน็ ต้องใชง้ านในห้องที่มี เครื่องปรบั อากาศ เพื่อลดการสญู เสีย และใช้พลังงาน 7. ติดตั้งฉนวนกนั ความรอ้ นโดยรอบหอ้ งทีม่ กี ารปรบั อากาศ เพือ่ ลดการสญู เสียพลังงาน จากการถ่ายเทความรอ้ นเข้าภายในอาคาร

5 8. ใชม้ ลู่ ี่กันสาดปูองกนั แสงแดดส่องกระทบตวั อาคาร และบุฉนวนกนั ความรอ้ นตาม หลังคาและฝาผนัง เพื่อไม่ใหเ้ ครื่องปรับอากาศทํางานหนกั เกินไป 9. ควรปลูกต้นไม้รอบๆอาคารสาํ นักงาน 10. ควรปลกู ต้นไมเ้ พื่อช่วยบงั แดดข้างบ้านหรอื เหนอื หลังคา เพือ่ เคร่ืองปรบั อากาศจะไม่ ต้องทํางานหนกั เกินไป 11. ปลกู พืชคลมุ ดิน เพือ่ ช่วยลดความรอ้ นและเพิม่ ความชืน้ ให้กบั ดินจะทําให้บ้านเย็น ไม่จําเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจนเกินไป 12. ในสํานกั งานไม่จําเป็นต้องเปิดเครือ่ งปรบั อากาศก่อนเวลาเริม่ งานและควรปิดเครือ่ งปรับอากาศใน ช่วงเวลา 12.00-13.00 น. และก่อนเวลาเลิกงานเล็กน้อย รวมทั้งปิดไฟและอปุ กรณ์ไฟฟูาที่ไม่จาํ เป็น แสงสวา่ ง 1. ปิดไฟเมือ่ พักเที่ยงหรอื หลังใชง้ าน 2. ติดตงั้ แผงสะท้อนหลอดไฟ 3. เลือกใช้อปุ กรณ์แสงสว่างประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเปน็ หลอดไฟ บัลลาสต์และโคมไฟ 4. การควบคมุ แสงสว่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน 5. การลดความสว่างที่เกินความจําเป็น (Over Light Compensation) เชน่ บริเวณทางเดินที่ไม่ จําเป็นต้องสว่างมาก วิธีลดความสว่างง่ายทีส่ ดุ คอื ปลดหลอดไฟออก เชน่ ปลดหลอดไฟออก 2 หลอดจาก โคมไฟ 4 หลอด เป็นต้น 6. บาํ รงุ รักษาอุปกรณ์อย่างสม่าํ เสมอ ตรวจสอบการทํางานและความสว่าง ทาํ ความ สะอาดอย่างเสมอทุกๆ 3-6 เดือน 7. การใช้แสงธรรมชาติช่วยในการลดการใชพ้ ลงั งานจากแสงไฟในสํานักงาน 8. สภาพแวดล้อมภายในโรงงานและอาคาร ท้ังฝาผนัง พืน้ เพดานและเครื่องจักร ควรเลือกใช้สอี ่อน เพราะค่าการสะท้อนแสงสูงจะช่วยให้หอ้ งหรอื บริเวณห้อง หรอื บริเวณทํางานดสู ว่างมากขึ้น เครือ่ งมือและอุปกรณ์สํานกั งานอน่ื ๆ 1. ปิดเคร่อื งหลังเลิกงานพร้อมท้ังถอดปลัก๊ 2. ปิดจอคอมพิวเตอร์ในเวลาพักเที่ยง 3. ตงั้ ค่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็น energy saving mode

6 2.2 การใช้นํา้ 1. ปิดก๊อกน้าํ ให้สนิทหลังเลิกใช้งาน 2. ตดิ อปุ กรณ์เติมอากาศที่หัวก๊อก (Aerator) เพือ่ ช่วยลดปริมาณการไหลของน้าํ 3. เลือกใช้สุขภัณฑป์ ระหยัดน้าํ 4. ติดต้ังระบบน้ําให้สามารถใช้ประโยชนจ์ ากการเก็บและจ่ายน้าํ ตามแรงโน้มถ่วงของโลก เพือ่ หลกี เลี่ยงการใชพ้ ลังงานไปสูบและจา่ ยน้ําภายในอาคาร 5. หมน่ั ตรวจสอบการร่ัวไหลของนํา้ เพื่อลดการสญู เสียอย่างเปล่าประโยชน์ เช่น การ ตรวจสอบก๊อกน้าํ ท่อนาํ้ เป็นต้น 2.3 การทรัพยากรอื่นๆ กาํ หนดมาตรการประหยัด และสือ่ สารให้พนกั งานรบั ทราบทรัพยากรที่มใี นสาํ นกั งานและใช้เปน็ ประจํา ได้แก่ กระดาษ หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครอ่ื งเขียน และอุปกรณ์สํานกั งาน เป็นต้น จะต้องมีการกําหนด มาตรการ ดังนี้ 1. วิธีการเลือกใช้และประหยดั กระดาษภายในสํานกั งาน สามารถดําเนินการได้ดังนี้ - เลือกซอื้ และใช้กระดาษจากหน่วยงานทีไ่ ด้รับรองด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม หรอื เปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษกรีนการด์ ซึง่ ผลติ จากวสั ดทุ างการเกษตรทีใ่ ช้แล้วผสมเพือ่ หมุนเวียนทําใหม่ 100% โดยไม่ใช้ตน้ ไม้ใหม่แม้แตต่ ้นเดียว กระดาษไอเดียกรีน ผลิตโดยใช้เยื่อที่ได้จากปุา ปลกู และใช้ EcoFiber 30% จงึ ช่วยทําให้การตัดต้นไม้ลดลง Double A 30% Recycled paper เปน็ กระดาษ ถ่ายเอกสารสาร ผสมเยือ่ เวียน ทํา ใหม่ 30% เป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม เปน็ ต้น - เศษกระดาษจากการพิมพ์หรอื โรเนียวหน้าเดียว : ใช้หนา้ ทีว่ า่ งเป็นกระดาษบนั ทึกข้อความ หรอื ร่าง หนงั สือ - เศษกระดาษจากการถ่ายเอกสาร : หน้าทีว่ า่ งสามารถใช้พิมพ์แบบฟอร์มถ่ายเอกสารหรอื บันทึก ข้อความ - ควบคมุ ปริมาณกระดาษทีใ่ ชใ้ นการถ่ายเอกสาร และควรกําหนดแนวทางให้มีการถ่ายเอกสาร เฉพาะทีเ่ กี่ยวข้องกบั งานในสํานกั งานเท่านั้น

7 - ซองจดหมายต่างๆ ทีใ่ ชแ้ ล้ว : สามารถนาํ กลบั มาใช้ส่งเอกสาร ภายในสํานกั งานหรอื ตัดมุมท้ัง 4 มุม ใช้หนีบกระดาษ สําหรับกระดาษส่วนกลางใชบ้ ันทึกข้อความได้ - หนังสอื เก่า/นิตยสารต่าง ๆ: นําไปบริจาคห้องสมดุ เพื่อเป็นประโยชน์ตอ่ ประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังทําเปน็ การด์ อวยพร ประดิษฐ์เป็นดอกไม้ใช้ตกแต่ง สถานที่ หรอื บอร์ดประชาสมั พนั ธ ได - หนังสอื พิมพ์เก่า : ใช้ห่อของขวัญ ประดษิ ฐ์ดอกไม ้ หรอื นําไปใช้ในการเชด็ กระจก - กระดาษหอ่ ของ/กระดาษหอ่ ของขวญั : นํามาใช้หอ่ ของอกี คร้ัง และประดิษฐ์เปน็ ดอกไม้กระดาษ เพื่อใช้ในการตกแต่งบอร์ดประชาสมั พันธ - กล่องกระดาษต่าง ๆ : นํามาใช้เปน็ ถังขยะ - ตรวจสอบรายละเอียดทีห่ น้าจอคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องก่อนสง่ั พมิ พ์เพือ่ ลดประมาณขยะกระดาษ - เลือกใช้ระบบ Fax Server เพื่อลดการบริโภคกระดาษลง การทํางานของระบบ Fax Server จะทํา หนา้ ทีร่ ับเอกสารFax ที่เข้ามาแปลงเป็นเอกสารในรูปแบบ Electronic หรอื ทีเ่ รยี กกันว่า Soft File แทน ทาํ ให้ทุก เอกสารFaxทีเ่ ข้ามาไม่ได้ถกู พิมพ์ออกไปใช้กระดาษทกุ คร้ัง

8 3. การจดั การของเสีย Office Waste Management 3.1 การจัดการของเสียในสํานักงาน ประเภทของขยะที่เกิดในสาํ นกั งาน ขยะทวั่ ไป หรอื ขยะมลู ฝอย หมายถึง ของเหลอื ใช้ที่เกิดจากห้องทาํ งาน หอ้ งรบั ประทานอาหาร เป็น ต้น ขยะประเภทนีเ้ ปน็ ขยะที่ไม่เปน็ อนั ตรายต่อสิ่งแวดล้อม แตห่ ากมีปริมาณมากและไม่ได้รับการจัดการอย่าง สม่าํ เสมอ จะส่งผลใหเ้ กิดอนั ตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน ขยะประเภทนีไ้ ด้แก่เศษอาหาร ถงุ พลาสติก กล่องโฟม ขยะจากอปุ กรณ์สาํ นกั งาน เป็นต้น ขยะรไี ซเคิล หมายถึง ขยะที่สามารถนาํ ไปสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อออกมาเป็นผลิตภณั ฑ์ใหม่ หรอื เปน็ ขยะทีข่ ายได้สามารถสร้างรายได้ให้แก่สาํ นกั งาน ขยะประเภทนี้ได้แก่ กระดาษ ขวดพลาสติก แก้ว เปน็ ต้น นอกจากนี้ ยังมีขยะอีกประเภทหนึง่ ทีส่ ามารถนํากลบั มาใช้ใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปร รปู เรียกว่า การนาํ กลับมาใช่ใหม่ หรอื Reuse ขยะอันตราย หมายถึง ขยะทีม่ ีองค์ประกอบของสารเคมี หรือ โลหะหนัก ปนเปื้อน ซึ่งขยะ ประเภทนีท้ ี่เกิดในสํานักงาน ได้แก่ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ขยะอปุ กรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ตลับหมกึ น้ํายาลบ คําผดิ เป็นต้น การนาํ กลับมาใช้ซ้าํ (Reuse) การนาํ กลบั มาใช้ซ้าํ เปน็ การนาํ วสั ดุทีใ่ ชแ้ ล้วนาํ กลับมาใช้ซ้าํ หลายๆ ครง้ั จนไม่สามารถใช้ได้แลว้ จงึ ทําการเข้าสู่กระบวนการผลติ ซ้าํ หรอื นําไปกาํ จดั การนํากลับมาใช้ซ้ําสามารถช่วยลดการปกติ ขยะได้ เท่ากับจํานวนคร้ังที่นํามาใช้ซ้ํา หรอื แทนทีด่ ว้ ยผลิตภัณฑอ์ ื่น กิจกรรมในสํานกั งานที่สามารถนาํ วสั ดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ําได้ เชน่ - การใช้กระดาษสําเนา ให้ใช้สาํ เนาทั้ง 2 หนา้ - ซองเอกสารที่ผา่ นการใช้งานแลว้ ใหใ้ ช้ซ้ําในส่วนหนา้ ที่วา่ ง หรือใช้ซองเดิมน้ันส่งกลับ - กระดาษเช็ดมือ ใหใ้ ช้เปน็ ผา้ เช็ดมือแทน - ขวดน้ําพลาสติก หรอื ขวดแก้วสามารถนาํ มาดัด แปลงเปน็ กระถางต้นไม้ หรอื ภาชนะใส่ของ

9 การปรับเปลี่ยนวัสดอุ ปุ กรณ์ในการใชง้ าน หรอื การทดแทน การเลือกใช้วสั ดุอุปกรณ์ภายในสํานักงานจะต้องคํานึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา ดังนน้ั ควรจะต้องมกี ารศกึ ษาหาสิ่งทดแทนเพื่อทีจ่ ะช่วยลดปริมาณขยะ ตวั อย่างเช่น - กระดาษบนั ทึกข้อความที่ต้องทาํ การสาํ เนาหลายๆ ชุด เพื่อกระจายใหท้ กุ คนทราบ ปรบั เปลี่ยนเป็นใช้กระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์สาํ หรบั ข่าวทวั่ ไป และกระจายเฉพาะข่าวที่สาํ คัญ และจําเปน็ เท่าน้ันทีใ่ ชเ้ ป็นกระดาษบันทึก - เครือ่ งพิมพ์ ให้ใชเ้ ครื่องพิมพ์เลเซอร์ทีส่ ามารถเติมหมึกได้ - เครื่องใช้บนโต๊ะสํานกั งาน เปน็ อปุ กรณ์ที่ใชไ้ ด้คงทนไม่เสียหายได้งา่ ย และจาํ เปน็ - ภาชนะบรรจุน้าํ ควรใช้แบบพลาสตกิ โพลีสไตรีน แบบแก้ว - เครือ่ งด่ืมควรซอื้ แบบเติม (Refillable) เชน่ มีภาชนะบรรจุกาแฟแล้ว ควรซือ้ กาแฟ แบบเติม - แบตเตอรี่ ควรใช้แบบเกบ็ ประจไุ ฟฟูาได้ (Rechargeable batteries) เพื่อลดขยะและลดพิษโลหะที่ เกิดจากขยะอนั ตราย ใช้แบตเตอรี่ที่หลกี เลีย่ งการผลติ ด้วยโลหะพิษ - ยืม เช่า หรอื ใช้ส่งิ ของหรือผลติ ภัณฑท์ ี่ใชบ้ ่อยคร้ังร่วมกัน เชน่ หนังสือพิมพ์ วารสาร เครือ่ งดดู ฝุน เปน็ ต้น วิธีการดาํ เนินการ การจดั วางถงั ขยะและการคัดแยกขยะ หลังจากทราบถึงประเภท ปริมาณขยะ และพฤติกรรมการทิ้งขยะของพนกั งาน ผรู้ บั ผดิ ชอบ จะต้องดาํ เนินการแยกประเภทของขยะ พรอ้ มท้ังติดปูายบ่งชีป้ ระเภทขยะให้ชดั เจนที่ถังขยะ และนาํ มา วางในจดุ ทีก่ าํ หนด ถงั ขยะทุกใบควรจะต้องวางในพืน้ ที่ที่สะดวกต่อการทงิ้ มฝี าปิด นอกจากนี้ยังตอ้ งมี การเตรียมพ้ืนที่ทีร่ องรบั ขยะท้ังหมดก่อนการนําไปกําจัด ซึ่งพืน้ ทีร่ องรับขยะจะต้องแบ่งออกเป็นสดั ส่วน ทีช่ ัดเจน เพื่อรองรับขยะประเภทต่างๆที่ได้ถูกคดั แยกมาแล้ว

10 การตรวจสอบความถูกต้องของการคัดแยกขยะ กําหนดผู้รบั ผิดชอบในการตรวจสอบการทิ้งขยะของพนักงาน ความถีใ่ นการตรวจสอบประมาณ สปั ดาห์ละ 1 คร้ัง หรือตามความเหมาะสมขององค์กร หากพบว่ามีการทิ้งขยะผดิ ประเภทจะต้องมี การกําหนดมาตรการในการจดั การเพ่ือปูองกันการทิ้งขยะผิดซ้าํ นอกจากนี้ผู้ตรวจสอบจะตอ้ งตรวจสอบ ถึงการนําวสั ดใุ ช้แล้วมาเวียนใช้ หรอื นํากลบั มาใช้ประโยชนใ์ หม่ หรอื การปรบั เปลี่ยนวสั ดุอปุ กรณ์ใน สาํ นกั งาน หรอื การทดแทน การกาํ จัดขยะ ขยะทัว่ ไป เช่น เศษอาหาร ถงุ พลาสติก กล่องโฟม ขยะจากอปุ กรณ์สํานกั งาน เปน็ ต้น จะส่งให้กบั หนว่ ยงานท้องถิ่นนาํ ไปกําจดั ขยะรไี ซเคิล เช่น ขวดพลาสตกิ ขวดแก้ว กระดาษ กล่องกระดาษลงั เปน็ ต้น จะส่งให้กับผรู้ บั ซอื้ ของเก่าที่จะต้องมีใบอนุญาตในการประกอบกิจการอย่างถกู ต้องตามกฎหมายจากกรมโรงงานอตุ าสาหกรรม ขยะอันตราย เชน่ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ขยะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตลับหมกึ น้ํายาลบคาํ ผิด เปน็ ต้น หากมีใน ปริมาณมากจะต้องส่งให้กบั บริษัทที่รับกําจัดขยะอันตรายโดยเฉพาะ ที่ได้รับการอนญุ าตจากกรมโรงงาน อตุ สาหกรรมเท่านั้น 3.2 การจัดการนาํ้ เสียในสํานักงาน ลกั ษณะของนํ้าเสีย น้าํ เสียจากอาคารมกี ารปนเปือ้ นสารอินทรีย์ และอาจมีสารอนั ตราย ได้แก่ จุลินทรีย์ที่ ก่อโรค สารเคมีฆ่าเชอื้ โรค เป็นต้น ซึง่ มีองค์ประกอบต่างๆดงั นี้ สารอินทรีย์ ได้แก่คาร์โบไฮเดรต โปรตนี ไขมัน เช่น สง่ิ ขับถ่ายจากคน เศษอาหาร น้ํา ยาทําความ สะอาด เปน็ ต้น สารอินทรีย์ในน้ําเสียมีท้ังทีอ่ ยู่ในรปู สารแขวนลอยและสารละลาย ซึ่งสามารถถกู ย่อยสลายได้ โดยจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน ทาํ ให้เกิดสภาพขาดออกซิเจนและเกิดสภาพเน่าเสียได้ปริมาณของสารอินทรีย์ นิยมวัดด้วยค่าบีโอดี BOD เมือ่ คา่ บีโอดีในน้ําสูง แสดงว่ามีสารอินทรีย์ปะปนอยู่มาก และสภาพเหม็นเน่าจะ เกิดข้ึนได้งา่ ย สารอนินทรีย์ ได้แก่ แร่ธาตุต่างๆ ทีอ่ าจไม่ทาํ ให้เกิดน้ําเน่าเสีย แต่อาจเป็นอันตรายต่อสิง่ มีชีวติ ได้แก่ คลอรีน เป็นต้น

11 จุลินทรีย์ น้าํ เสียจากสํานกั งานจะมีจลุ ินทรีย์ เปน็ จาํ นวนมาก จุลินทรีย์ เหล่านีจ้ ะใช้ออกซิเจนใน การดาํ รงชีวติ สามารถลดระดับของออกซิเจนละลายน้ําทาํ ให้เกิดสภาพน้ําเน่าเหม็น นอกจากนี้จุลินทรีย์ บางชนิดอาจเปน็ เชือ้ โรคทีเ่ ป็นอันตรายต่อมนษุ ย์ ผลกระทบของนํ้าเสียจากอาคารสํานักงาน 1. เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์นําโรคต่างๆ และแพร่ระบาดของเช้อื โรค 2. ทําใหเ้ กิดเหตรุ ําคาญ เช่น กลิน่ เหมน็ เน่า เปน็ ต้น 3. ทาํ ให้เกิดการสญู เสียทัศนียภาพ เกิดภาพทีไ่ ม่น่าดู เช่น สภาพน้ํามี สีดํา มีขยะและ สิง่ ปฏิกลู ลอยน้าํ วิธีการดาํ เนินการหาแนวทางการจดั การนํ้าเสีย ขั้นตอนที่ 1 ศกึ ษาองค์ประกอบของนํา้ เสีย และปริมาณ ผรู้ ับผิดชอบจะต้องพิจารณาองค์ประกอบของนํ้าเสีย ซึ่งน้ําเสียส่วนใหญ่ที่เกิดข้ึนจะมีคราบ น้าํ มนั และไขมัน เศษขยะ เศษอาหารปนเปื้อน จากนั้นคาดการณ์ปริมาณน้ําทิง้ ทีเ่ กิดขึน้ เพื่อจัดหา ขนาดของถังดักไขมันสําเร็จรปู ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการจัดการนํ้าเสีย 2.1 การลดปริมาณน้ํามัน ไขมัน ขยะและเศษอาหารจากแหล่งกาํ เนิด - ลดการใช้นํา้ มนั ในการปรุงอาหาร - กวาดเศษอาหารออกจากภาชนะก่อนนําไปล้าง - แยกน้ํามันใช้แล้วใส่ภาชนะเพื่อนําไปกําจัด - ไม่เทน้าํ มันใช้แล้วลงนาํ้ ทิ้งหรอื ท่อระบายน้ํา - รวบรวมภาชนะที่จะต้องล้างให้มีปริมาณมาก เพือ่ ลดจํานวนคร้ังทีล่ ้าง 2.2 การกาํ จัดนํ้ามนั ไขมนั ขยะและเศษอาหารโดยใช้บ่อดกั ไขมัน บ่อดกั ไขมัน เป็นอุปกรณ์สําหรบั แยกไขมันไม่ใหไ้ หลปนไปกับน้ําทิง้ ช่วยรกั ษาสภาพน้ําในขั้นต้น ก่อนปล่อยลงสแู่ หล่งน้าํ สาธารณะหรอื ท่อ ระบายน้ําทิง้ การจัดการนํา้ มันและไขมันโดยใช้บ่อดักไขมันเป็นวิธีการทีเ่ หมาะสมและมีประสทิ ธิภาพในการ บาํ บัดน้ําเสียที่ปนเปือ้ นนาํ้ มันและไขมัน

12 หลกั การทํางานของบ่อดักไขมัน 1) นาํ้ เสียจะผา่ นเข้ามาทีต่ ะแกรงดักเศษอาหาร ซึ่งทําหน้าที่แยกเศษอาหารที่ ปะปนมากบั น้ําเสีย 2) นํา้ เสียจากขั้นตอนแรกจะไหลผ่านมายงั ส่วนดกั ไ ขมัน โดยไขมนั ทีแ่ ยกตัว ออกจากน้าํ เสียจะลอยขึ้นเปน็ ช้ันเหนอื น้ํา 3) นํา้ เสียทีอ่ ยู่ใต้ชั้นไขมนั จะไหลเข้าสู่ถังบําบัดขั้นต่อไป ก่อนปล่อยออกสู่ท่อ ระบายน้ํา สาธารณะ การดแู ลรกั ษาบ่อดักไขมัน 1. ตอ้ งตดิ ตะแกรงดักขยะและหมัน่ โกยเศษขยะที่ดักกรองไว้หนา้ ตะแกรงออก อย่างสม่ําเสมออย่างนอ้ ยทุกวัน 2. หมน่ั ตกั ไขมันออกจากบ่อดักไขมันอย่างน้อยทกุ สปั ดาห์ โดยใส่ภาชนะทีป่ ิด มิดชิดและให้เทศบาลหรอื หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นําไปกําจดั หรอื นําไปแปรรปู เป็นผลิตภัณฑต์ ่างๆ 3. ลา้ งถังดกั ไขมันอย่างสม่ําเสมออย่างน้อยทุก 6 เดือน การเลือกใช้ผลิตภณั ฑท์ ําความสะอาดทีเ่ ป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม ควรเลือกใช้ผลิตภณั ฑ์ทําความสะอาดชีวภาพ หรอื เปน็ มติ รกับ ส่งิ แวดล้อม เช่นนํ้าจุลินทรีย์ ผลติ ภัณฑท์ าํ ความสะอาดที่ติด ฉลากเขียวหรอื มีขอ้ ความบ่งชวี้ ่า “ผลติ ภัณฑท์ ี่เปน็ มิตรกับ สิง่ แวดล้อม” ผลติ ภัณฑจ์ ากธรรมชาติแทนสารเคมีที่เป็นอันตราย เป็นต้น

13 4. สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกสํานักงาน (Indoor & Outdoor Environment) 4.1 อากาศในสํานกั งาน วิธีดําเนนิ การ ข้ันตอนที่ 1 การกาํ หนดรายการทีก่ ่อให้เกิดมลพิษอากาศภายในสํานกั งาน สิ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษทาง อากาศในสํานักงานโดยท่ัวไป ได้แก่ เครือ่ งปรบั อากาศ พรม สี เครื่องปริน้ เตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร บุหร่ี เป็น ต้น ทางสํานักงานจะต้องพิจารณาสิ่งเหล่านเี้ พือ่ วางแผนการจัดการในการลดมลพิษทางอากาศ ขั้นตอนที่ 2 กําหนดมาตรการในการควบคุมคุณภาพอากาศ ทางสํานักงานจะต้องกําหนดขนึ้ มาเปน็ ลายลักษณ์อักษรอย่างชดั เจนในการควบคมุ มลพิษทางอากาศที่เกิดจากแหล่งตา่ งๆ สามารถ จําแนกได้ดงั นี้ 2.1 เครือ่ งปรับอากาศ (Air Conditioner) เปน็ อุปกรณ์ทมี่ ีความสําคัญในการทํางานใน สาํ นักงาน ซึง่ จะช่วยให้ พนักงาน มีความเย็นสบายในการทาํ งาน และในขณะเดียวกันสามารถส่งผล กระทบต่อสขุ ภาพของ พนกั งาน หากไม่มีการดแู ลทําความสะอาดเคร่อื งปรับอากาศอย่างสมาํ่ เสมอ อนั ตรายทีเ่ กิดจากเครื่องปรับอากาศ ได้แก่ โรคภูมิแพ้ โรคลีเจียนแนร์ (เกิดจากเชือ้ แบคทีเรยี ชนิดหนึ่ง ชื่อวา่ ลจี โิ อเนลลานิวโมฟิลา (Legionella pneumophila) พบได้ที่ Cooling tower ถาดรองนํา้ จาก เครื่องปรบั อากาศ การติดต่อของโรคเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยการสดู หาย ใจ) วัณโรค หรือโรคที่เกีย่ วกบั ระบบทางเดินหายใจอ่นื ๆ ซึง่ มีสาเหตุมาจากฝุนละออง เช้ือโรค เชือ้ รา เชือ้ แบคทีเรยี เปน็ ต้น วิธีการทําความสะอาดเครอ่ื งปรับอากาศ 1. การทาํ ความสะอาด ฟิลเตอร์หรอื แผงกรองฝุน ทาํ หน้าทีเ่ ป็นด่านแรกที่จะกรองอากาศ โดยจะดักจับฝนุ และสิ่งสกปรกอื่น ๆ ทีป่ นเปื้อนอยู่ในอากาศไม่ใหผ้ ่านเข้าไปยงั ตวั แผงขดท่อ คอยล์เยน็ และเปุาเข้าสู่บรรยากาศภายในห้องได้อีก ทําได้โดยใช้นํา้ แรง ๆ ฉีดทีด่ า้ นหลังของฟิลเตอร์ (ด้านที่ ไม่ได้รับฝนุ ) ให้ฝุนและสง่ิ สกปรกหลุดออก0 หรอื ถ้าฟิลเตอร์เปน็ แบบเส้นใยอลมู ิเนยี มถกั แบบเส้นใยไนล่อน ก็ อาจใช้แปรงที่มีขนนิ่ม เช่น แปรงสีฟนั หรอื แปรงทาสีช่วยปัดฝนุ ด้วยก็ได้ ควรทําความสะอาดทกุ ๆ1 เดือน หรือ 3 เดือน 2. การทําความสะอาดแผงขดท่อคอยล์เย็น ใหใ้ ช้แปรงสีฟัน หรอื แปรงทาสี ปัดเอาฝนุ ที่เกาะ ยึดติดอยู่ให้ออกก่อนดว้ ยการลากแปรงลงตามแนวล่องของแผ่ นครีบ อลมู ิเนยี ม แล้วจึงค่อยเอาน้าํ ฉีดหรอื ราด เพือ่ ให้ฝนุ ทีเ่ หลือหลดุ ตามนํ้าออกมา

14 3. การล้างทาํ ความสะอาดใบพัด ควรล้างไปพร้อมกบั การล้างทําความสะอาดแผงคอยล์เยน็ 4. การทําความสะอาด ถาดรองรบั น้ําทงิ้ และท่อนํ้าทงิ้ หากไม่ได้รบั การดแู ลหรอื ทําความ สะอาดเปน็ เวลานาน จะทําใหเ้ กิดเมอื กขาวใสคล้ายวุ้น น้ําที่ขังอยู่ในถาดรองรบั น้ําทงิ้ เปน็ เวลานานนี้ เมื่อ รวมกบั ฝนุ ละอองต่าง ๆ ทีเ่ กาะอยู่ตามถาดรบั กอ็ าจเป็นแหล่งอาหาร หรอื เป็นแหล่งสะสม ของเชือ้ โรค เชือ้ รา และทําให้เชอื้ โรคเช้ือราเหล่านีเ้ จริญเติบโตและแพร่กระจายสู่พนกั งานภายในอาคารได้ การทาํ ความสะอาด ถาดน้าํ ทิง้ โดยการใช้แปรงที่มีขนแขง็ ขดั ถู หรอื การถอดออกมาล้าง สว่ นท่อน้ําทิง้ ทําได้โดยการใชเ้ ครือ่ งเปุาลม เปุาลมเข้าไปตามท่อน้าํ หรือใช้นํา้ ที่มแี รงดันเล็กน้อยฉีดเข้าไปภายในท่อ (ต้องแนใ่ จว่าในระบบท่อไม่มีรอยรวั่ ) 5. การทําความสะอาดคอยล์รอ้ น การทําความสะอาดฝนุ ละอองทีเ่ กาะอยู่ตามชุดคอยล์รอ้ น สามารถใช้นาํ้ ฉีดล้างได้ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ํากระเดน็ เข้าไปเปียกอปุ กรณ์ไฟฟูาได้ ระยะเวลาในการล้างทาํ ความสะอาดชดุ คอยล์รอ้ นควรล้างทุก 6 เดือน หรอื ทุก 12 เดือน 6. สอ่ื สารแก่ผู้ที่มาบํารุงรกั ษาเครื่องปรบั อากาศทราบถึงการเปน็ สํานกั งานสีเขียวเพือ่ ให้ ปฏิบัติตามแนวทางของสํานักงานในการควบคมุ มลพิษทางอากาศขณะบาํ รุงรกั ษาเครือ่ งปรับอากาศ 2.2 เคร่อื งถ่ายเอกสาร เครื่อง พิมพ์เอกสาร (Printer) เป็นอุปกรณ์สาํ นกั งานที่จาํ เปน็ ในสาํ นักงาน สมยั ใหม่ เนอ่ื งจากประโยชน์และความสะดวกทีไ่ ด้รบั จนผู้ใชล้ ะเลยอนั ตรายที่อาจจะเกิดข้ึนได้อันตรายที่เกิด จากอุปกรณ์สํานักงานเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกนั โดยอุปกรณ์สาํ นกั งานที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมากที่สุด คือ เครื่องถ่ายเอกสาร ผลกระทบต่อสขุ ภาพทีเ่ กิดจากการถ่ายเอกสารน้ัน เกิดข้ึนได้ทั้งระหว่างดาํ เนิน กิจกรรมถ่ายเอกสาร และในระหว่างการซ่อมบํารุงเครื่องถ่ายเอกสาร วิธีปฏิบตั ิอย่างถูกต้อง 1. ฝนุ ผงหมึก ก่อให้เกิดการระคายเคืองตอ่ ระบบทางเดินหายใจ ทําให้เกิดอาการไอ หรือ จาม 2. ผงหมกึ บางรนุ่ มีสว่ นประกอบของ nitropyrenes และ trinitrofluorene ซึ่งเปน็ สารก่อมะเร็ง ดงั นนั้ ควรเลือกผงหมึกที่ไม่มีสารประกอบดงั กล่าว หากพนกั งานจําเปน็ ต้องปฏิบตั ิงานที่มีโอกาสที่จะสมั ผสั สารโดยผิวหนัง หรอื หายใจเข้าไป พนักงานที่ต้องจบั ต้องตัวกรองหมึก ตอ้ งสวมถุงมอื ยางแบบใช้แล้วทิ้ง และ สวมหนา้ กากผ้า นอกจากนี้ยังมีโอโซน ซึ่งจะมีผลตอ่ ระบบประสาท มอี าการงว่ ง มึนศรี ษะ ปากคอแห้งระคาย ระบบทางเดินหายใจ ระคายตาและผวิ หนงั สูญเสียการได้กลิ่นชั่วคราว ดงั นน้ั ไม่ควรวางเครือ่ งถ่ายเอกสารไว้

15 ในห้องทาํ งาน ควรจัดแยกไว้ในห้องถ่ายเอกสารโดยเฉพาะ หรอื ไว้ในมุมหอ้ งที่ไกลออกไปจากคนทาํ งาน และ ควรแน่ใจว่ามีการระบายอากาศทีเ่ หมาะสมในหอ้ งนนั้ 3. หากเปน็ ไปได้ควรวางเครื่องพิมพ์เอกสาร (Printer) ที่ห่างไกลพนักงาน และกําหนดให้มี ระบบเครือขา่ ยการพิมพ์ ซึง่ สามารถชว่ ยในการประหยัดหมกึ พิมพแ์ ละไฟฟูาอีกทาง หนง่ึ 4. ผู้ทีใ่ ชเ้ ครือ่ งถ่ายเอกสาร ควรได้รบั การฝึกอบรมเกีย่ วกบั วิธีการใชเ้ ครื่องถ่ายเอกสาร อย่างเหมาะสม และปลอดภยั 5. ผู้ทีด่ แู ลรบั ผดิ ชอบอปุ กรณ์ ควรได้รบั การฝกึ อบรมเกี่ยวกับการเคลือ่ นย้าย และการเกบ็ สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการถ่ายเอกสาร รวมไปถึงการนําสารเคมีมาใช้ และการกําจดั ของเสียด้วย 6. เครอ่ื งถ่ายเอกสารและเครือ่ งพิมพ์เอกสาร (Printer) จะต้องได้รบั การบาํ รงุ รกั ษาอย่าง สมา่ํ เสมอ ตามความเหมาะสม 7. ส่อื สารแก่ผทู้ ี่มาบาํ รุงรกั ษาเครื่องถ่ายเอกสาร เคร่อื งพิมพ์เอกสาร (Printer) ทราบถึง การเป็นสาํ นักงานสีเขียว เพื่อให้ปฏิบัติตามแนวทางของสาํ นักงานในการควบคมุ มลพิษ ทางอากาศขณะบาํ รุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์เอกสาร (Printer) 2.3 พรมปพู ืน้ ถือเป็นแหล่งสะสมฝุน เชื้อโรค และเช้ือรา ภายในสาํ นักงานทํางาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งทีต่ อ้ งเปิดเครือ่ งปรับอากาศและไม่เปิดประตูหรือหนา้ ต่างระบายอากาศ ซึ่งทั้งฝุน เชือ้ โรคและ เช้ือราไม่ได้ทาํ ให้เราเจบ็ ปุวยอย่างฉบั พลันทันที แต่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรค ภมู แิ พ้ เปน็ ต้น วิธีการปฏิบตั ิอย่างถกู ต้อง 1. เปิดประตแู ละหน้าต่างห้องที่ปพู รมให้บ่อยที่สดุ เท่าที่จะทาํ ได้ เพือ่ ให้อากาศถ่ายเทมาก ขนึ้ 2. ทาํ ความสะอาดพรมด้วยการดดู ฝนุ บ่อยๆ โดยวิธีการดดู ฝนุ ที่ถกู ต้อง ควรลากเครื่องดดู ฝนุ อย่างช้าๆ และดูดฝุนในแต่ละจุดให้นานขึ้น เพือ่ ให้ฝนุ และเช้ือ ราหลุดออกมาได้ ท้ังหมด

16 3. กลิน่ พรม ใช้ผงเบกกิงโซดา (Baking Soda) โรยให้ทั่วพืน้ พรม ทิง้ ไว้ประมาณ 15 นาที แล้วดดู ฝุนซ้ํา จะทําให้พรมปลอดจากกลิน่ ห้ามใช้ผลิตภณั ฑ์ที่มฤี ทธิ์เป็นด่าง (ผลติ ภณั ฑ์ ซกั ฟอกบางยีห่ ้อ) กบั พรมขนสตั ว์ เพราะอาจทาํ ให้เส้นใยเสียหายและสซี ีดจาง 4. สาํ หรับพรมแบบทีเ่ คลือ่ นย้ายได้ กค็ วรนําไปผ่ึงแดดอย่างนอ้ ยเดือนละ 2 คร้ัง หรอื ซกั แหง้ ทําความสะอาดใหบ้ ่อยเท่าที่ทาํ ได้ 2.4 การก่อสร้างหรอื ต่อเติมอาคาร โดยส่วนใหญ่มลพิษทีเ่ กิดขึน้ มดี งั น้ี 1. สารระเหยของสที าอาคาร สที าอาคาร ที่มรี าคาถกู และคณุ ภาพตํ่านั้น ส่วนใหญ่จะมีสาร ระเหยอินทรีย์ทีอ่ ันตรายต่อสขุ ภาพ นอกจากนี้ก็มีสารพวก ปรอทตะกัว่ แคดเมีย่ ม โครเมีย่ ม หรอื ฟอร์มาลดีไฮด์ผสมอยู่ได้ เรียกได้วา่ เปน็ อันตรายอนั อาจทาํ ให้เกิดมะเร็งข้ึนได้ ซึ่งสารระเหยอินทรีย์น้สี ว่ นใหญ่ จะระเหยออกมาอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงทาสเี สร็จใหมแ่ ละกย็ งั ระเหยอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายปี 2. ฝนุ ละออง เกิดจากการซ่อมแซมและงานต่อเตมิ อาคาร ได้แก่ การเจาะผนงั การทบุ ผนัง 3. เป็นต้น ซึง่ ฝุนทีเ่ กิดขึ้นฝนุ ละอองจะทาํ ให้เกิดอาการระคายเคืองตาแล้ว ยงั ทําอนั ตรายต่อ ระบบหายใจเม่อื เราสดู เอาอากาศที่มีฝนุ ละอองเข้าไปทาํ ให้ระคายเคืองแสบจมูก ไอ จาม มเี สมหะ หรอื มีการ สะสมของฝุนในถุงลม ปอด ทาํ ให้การทํางานของปอดเสื่อมลงวธิ ีการปฏิบัติอย่างถกู ต้อง 4. ทาํ ปูายสื่อสารใหช้ ัดเจนว่าเปน็ พืน้ ที่ก่อสรา้ งหรอื งานต่อเติมอาคาร เพื่อปูองกันผปู้ ฏิบัติ เข้าไปในบริเวณดงั กล่าว 5. หากมีการทาสีอาคารควรปล่อยให้แห้งประมาณ 2 สปั ดาห์ก่อนเข้าทํางาน เพื่อลดอตั รา การได้รบั สารระเหยจากสีทาอาคาร หากมีความจําเป็นจะต้องใชผ้ ้าปิดจมกู เพื่อปูองกันอันตรายจากสีทา อาคาร 6. เลอื กสีทาอาคารที่ได้รบั การรบั รองผลติ ภัณฑฉ์ ลากเขียว เพื่อเป็น การสร้างความม่ัน ใจ ให้แก่พนักงานว่าจะมีความปลอดภัยมากขึน้ 7. ควรมีการควบคมุ การฟูุงกระจายของฝุนละอองขณะซ่อมแซมหรอื ต่อเติมอาคาร เช่น การใชผ้ ้าใบก้ัน เปน็ ต้น หากมีความจําเป็นทีต่ ้องมีพนกั งานบริเวณดงั กล่าว จะต้องให้ผู้ปฏิบตั ิงานใช้ผ้าปิดจมกู 8. ชีแ้ จงผรู้ บั เหมาก่อสร้างใหท้ ราบถึงการเปน็ สํานักงานสีเขียว เพื่อให้ผู้รบั เหมาปฏิบัติตาม แนวทางของสํานกั งานในการควบคุมมลพิษทางอากาศขณะก่อสร้างหรอื ต่อเตมิ อาคาร 9. จัดใหม้ ีที่ปฏิบัติงานสํารอง ในระหว่างการก่อสร้างและต่อเตมิ อาคาร จนกว่าจะ

17 ดาํ เนนิ การเสรจ็ 2.5 บหุ รี่ สํานกั งานทุกแหง่ จะต้องมพี นักงานทีส่ ูบบหุ ร่ีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และก็เป็นที่ทราบกนั ดีอยู่ว่าควันบหุ รเ่ี ป็นผลเสียแก่สุขภาพของผู้สบู และผไู้ ม่สบู บุหร่ที ีอ่ ยู่ใกล้เคียงหลายประการ เช่น อาจทํา ให้เกิดมะเร็งปอดและอวัยวะอืน่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ จนบางครั้งทําให้เกิดความสูญเสียบคุ คลากรทีม่ ี ความสามารถ รวมไปถึงทําให้สภาพแวดล้อมของสาํ นกั งาน ดูแย่ลง ดังนน้ั ทางสาํ นักงานจะต้อง ดําเนนิ การควบคมุ สิง่ ๆต่างให้เกิดผลกระทบต่อสขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน และภาพพจน์ของสาํ นกั งาน วิธีการปฏิบัติอย่างถูกต้อง 1. กาํ หนดพื้นที่สบู บุหรแ่ี ละหา้ มสูบบหุ รอ่ี ย่างชดั เจน หากเปน็ พืน้ ที่ห้ามสบู บุหร่ี จะต้องห่างจากตัวอาคารอย่างนอ้ ย 2 เมตร 2. ห้ามพนักงานเดินสบู บหุ ร่ีถึงแม้วา่ จะไม่มปี ูายห้ามสูบบหุ ร่กี ็ตาม 3. กาํ หนดมาตรการอย่างเข้มงวดหากพบผฝู้ ุาฝืนสบู บหุ รใ่ี นทีห่ ้ามสูบ เช่น เสียค่าปรับ เป็นต้น 4. ทํากิจกรรมรณรงค์การงดสบู บุหรป่ี ระจําสปั ดาห์ หรือประจาํ เดือน หรอื ตามความ เหมาะสมของสํานกั งาน 5. กาํ หนดใหส้ าํ นักงานเปน็ พืน้ ทีป่ ลอดบหุ ร่ี สามารถทําได้โดย - กาํ หนดนโยบายการปลอดบหุ รใ่ี นสํานกั งานจากผู้บริหาร - สร้างความตระหนักและขอความรว่ มมอื จากพนักงาน - ลดพื้นทีส่ ูบบหุ รใ่ี ห้นอ้ ยลง - สุดท้ายยกเลิกจดุ สบู บุหร่ีภายในสาํ นักงาน 2.6 มลพิษทางอากาศจากภายนอกอาคาร สว่ นใหญ่เกิดจากการก่อสร้างในบริเวณใกล้เคียง เชน่ ตกึ อาคาร การสร้างถนน สะพาน เป็นต้น ที่อาจเข้ามาภายในสาํ นกั งานได้ และส่งผลกระทบต่อ พนักงาน วิธีปฏิบัติอย่างถูกต้อง 1. สํานักงานสามารถปลูกต้นไมท้ รงสูง เช่น สนประดิพัทธ์ เป็นต้น เพือ่ ช่วยในการดักฝนุ ละอองทีอ่ าจเข้ามาในสํานักงาน 2. ร้องเรียนแก่ผรู้ ับเหมาก่อสร้างเพือ่ ช่วยในการควบคุมฝนุ ละอองที่เข้ามาในสํานกั งาน

18 3. อบรมและสือ่ สารให้พนักงานรบั ทราบ พนักงานทุกคนจะต้องได้รับสือ่ ต่างๆที่เกี่ยวข้องกบั สาเหตุ การควบคมุ และปูองกัน อนั ตรายจากมลพิษทางอากาศจากทีก่ ล่าวมาข้างต้นท้ังหมด เพื่อให้เกิดความ ตระหนกั ถึงอนั ตรายภายในสาํ นกั งานที่ได้ถกู มองขา้ มไป ได้แก่ การตดิ ปูายทีบ่ อร์ดประชาสัมพนั ธ์ หรอื ตามจดุ ต่างๆ การประกาศเสียงตามสายเป็นต้น 4 การบาํ บัดมลพิษทางอากาศโดยวิธีทางชีวภาพพันธ์ุไม้ทกุ ประเภทสามารถดดู ซบั ก๊าซ คารบ์ อนไดออกไซค์ได้ทุกประเภท เพียงแต่มากน้อยต่างกนั ขนึ้ อยู่กบั ประเภทและชนิดของพันธ์ุไม้ นอกจากนี้ ยงั สามารถดดู ซบั สารพิษภายในสาํ นกั งานได้อกี ดงั น้ี 1. สารฟอร์มาลดีไฮด์ พบได้จาก วสั ดุบผุ วิ เฟอร์นเิ จอร์ พาร์ติเคิลบอร์ด พรม สงั เคราะหก์ ระดาษทิชชู และ นํ้ายาทําความสะอาด เฟิร์น วาสนา เศรษฐีเรือนใน ปาล์มไผฟ่ ิโลทอง มรกตแดง 2. แอมโมเนีย พบได้จาก เครื่องถ่ายเอกสาร น้ํายาทําความสะอาด เครือ่ งถ่ายพิมพ์ เขียวจ๋ัง พลูด่าง วาสนา เดหลี เสน่ห์จนั ทร์แดง 3. ไซลีน/โทลอู ีน พบได้จาก พาร์ติเคิลบอร์ด ไม้อดั น้ํายาเคลือบไม้ เครื่องถ่าย เอกสารเครือ่ งพมิ พ์ สที าอาคารวาสนา เฟิร์น เสน่หจ์ ันทร์แดง หมากเหลอื ง สาวน้อยประแปูง หมายเหตุ 1. หมากเหลอื ง เปน็ ไม้ประดับภายในอาคารที่เปน็ ทีน่ ิยมมาก มีความทนต่อสภาพแวดล้อม ภายในอาคารและคายความชนื้ ให้แก่อากาศภายในหอ้ งได้มาก ในขณะทีม่ ปี ระสิทธิภาพสูงที่สดุ ในการดดู สารพิษจากอากาศได้ในปริมาณมาก 2. เดหลี (Spathiphyllum sp.) มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษในอาคาร เป็นพืชที่คาย ความชื้นสูง ทําให้อากาศ ภายในอาคารชุ่มชืน้ เปน็ ไม้กระถางที่ได้ความนยิ มสูงสุดในการฟอกอากาศภายใน อาคาร 3. เศรษฐีเรอื นใน (Spider Plant) เหมาะแก่การนาํ มาปลูกในห้องที่มเี ฟอร์นิเจอร์ใหมจ่ ากการศกึ ษา ของ องค์การนาซ่า เพื่อที่จะหาวิธีปรบั ปรุงสภาวะแวดล้อมในระบบปิดของยานอวกาศ ได้ระบกุ ารใชพ้ ืชพันธ์ุ ต่างๆ ประมาณ 50 ชนิดที่มีความสามารถในการดดู สารพิษ (ดร.บีซี วูฟเวอร์ตัน, Eco-Friendly House Plants, 1988) ซึ่งแนะนําให้ใชใ้ นอาคารทีท่ าํ งานด้วย พืชเหล่านีส้ ่วนมากเป็นพันธุ์ไม้ทีม่ คี วามสวยงาม ทนทาน ดูแล รักษางา่ ย และสามารถอยู่ในร่มเงาได้เป็นเวลาพอสมควร (shaded plants) และ เป็นพนั ธ์ุไม้เมอื งรอ้ นทีห่ าได้ โดยทั่วไป พืชแตล่ ะชนิดจะมีความสามารถในการดูด และกาํ จัดสารตา่ งๆไม่เท่ากนั การวางตําแหน่งของต้นไม้

19 จะต้องคาํ นึงการดดู สารพิษทีป่ ล่อยออกมาจากแหล่งต่างๆเช่น เฟอร์นิเจอร์จะต้องวางต้นเศรษฐีเรือนใน เครือ่ งถ่ายเอกสารจะต้องวางตน้ หมากเหลือง เปน็ ต้น(สามารรถอ้างองิ การจัด วางได้จากขั้นตอนที่ 2 เลือก พันธ์ุไม้ที่เหมาะสมมาปลกู ภายในสํานกั งาน )ส่วนถ้าเป็นภายนอกอาคารสามารถเลือกพนั ธ์ุไม้ได้ตามความ ต้องการ นอกจากนี้ การจัดวางต้นไม้และไม้ประดับประมาณ 8 ต้น ต่อสํานักงานขนาดกลาง และควรเพิ่ม ปริมาณในอาคารสํานกั งานทีม่ คี นอยู่มากและมีสารเคมีในอากาศทีเ่ กิดจาก เครื่องถ่ายเอกสาร เครือ่ งใช้ สาํ นักงานและ เฟอร์นิเจอร์ ในปริมาณทีค่ ่อนข้างมาก สาํ หรับ America’s Foliage for Clean Air Council แนะนําว่า พืชขนาดกลาง (ไม้พุ่มประดบั ) 2-3 ต้นมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศในเขตประมาณ 100 ตารางฟุต ต้นไมท้ ีว่ างอยู่ในเขตหายใจ จะช่วยในการกรองก๊าซเสียจากมนษุ ย์ ลดสารพษิ จากวัสดุสังเคราะห์ ลดจลุ ินทรีย์ เช้ือโรคบางชนิดในอากาศ และความชืน้ ในบริเวณนั้น ๆ ดว้ ย 5 ตรวจสอบและเฝูาระวังการปฏิบัติ กาํ หนดผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและเฝาู ระวงั มลพิษทางอากาศ ทีเ่ กิดขึน้ และทีพ่ นกั งาน ได้รับ หากพบว่าพนกั งานไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดของทางสํานกั งาน จะต้องมีการกําหนดมาตรการ ควบคุมและลดมลพิษอากาศ เพื่อให้เกิดความมีประสิทธิภาพ วิธีปฏิบตั ิให้ผ่านเกณฑข์ องกรมส่งเสริมคณุ ภาพสิ่งแวดล้อม - กาํ หนดมาตรการการควบคุมมลพิษทางอากาศภายในสาํ นกั งานอย่างชัดเจนและเป็นลาย ลักษณ์อกั ษร - มีการสอื่ สาร ปูายรณรงค์ ตามจุดต่างๆในสํานกั งาน เช่น ปูายกําหนดจุดสูบบุหร่ี ปูายพืน้ ที่ ก่อสร้างห้ามเข้า เป็นต้น รวมไปถึงการสอ่ื สารแก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรอื บุคคลภายนอกทีเ่ ข้า มาทาํ ความสะอาดเคร่อื งปรบั อากาศ บาํ รงุ รักษาเครือ่ งถ่ายเอกสาร เครอ่ื งพิมพ์เอกสาร (Printer) เป็นต้น - พนกั งานจะต้องปฏิบัติตามมาตรการให้ได้อย่างเคร่งครดั

20 4.2 แสงในสํานกั งาน วิธีดําเนนิ การ ขั้นตอนที่ 1 สํารวจความสว่างในพืน้ ที่ สํารวจพืน้ ที่ในแต่ละส่วนเพื่อตรวจสอบความเข้มแสง หากมีเครื่องวัดแสง (Lux Meter) จะสามารถบอกค่าได้อย่างแมน่ ยําและสามารถอ้างองิ ผลการตรวจวัดแสงตามกฎหมายได้ (อ้างอิงไปยงั หมวดที่ 1 เร่อื งการบริหารจัดการองคก์ าร (Organization Management) ข้อที่ 1.2 กฎหมายและ ข้อกาํ หนดทีเ่ กี่ยวข้อง) ขั้นตอนที่ 2 กําหนดมาตรการปรับปรุงในพืน้ ที่ทีแ่ สงสว่างไม่เพียงพอ - ติดดวงไฟเพิม่ เติม - ติดตั้งดวงไฟเพิ่มเฉพาะจุดทีม่ กี ารทาํ งาน เปิดไฟเมื่อการทํางานนั้นต้องการแสงสว่ าง เพิม่ เป็นพิเศษ และปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน - ลดระดับความสูงของดวงไฟลงมาอยู่ในระยะที่สามารถใหป้ ริมาณแสงสว่างเพียงพอ - ใช้โคมไฟที่ทาดว้ ยสีเงนิ หรอื สีขาว ซึง่ มีประสิทธิภาพในการสะท้อนแสงได้ดี ช่วยเพิ่ม แสงสวา่ งในบริเวณการทาํ งาน - เปลี่ยนตําแหน่งการทาํ งานไม่ใหอ้ ยู่ในตาํ แหนง่ ทีม่ เี งา หรอื เกิดเงาจากตวั ผปู้ ฏิบัติงาน - ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง - สีของผนัง ฝูาเพดานที่มีสีอ่อนจะสะท้อนแสงได้ดีกว่าสีมดื ทึบ - ทาํ ความสะอาดดวงไฟ ผนัง เพดาน และพืน้ ที่ /บริเวณทีม่ ผี ลกระทบทําให้แสงสว่าง ลดลง

21 4.3 เสียง วิธีดาํ เนนิ การ เสียงดงั ภายในสํานักงานส่วนใหญ่เกิดจากเครื่องพิมพ์เอกสาร (Printer) ซึ่งสามารถจัดการได้โดย บํารงุ รกั ษาเครื่องพิมพ์เอกสารอย่างสมํ่าเสมอ หรอื เรียกซือ้ เครือ่ งพมิ พ์เอกสารที่ไม่มเี สียงหรอื เสียงดังไม่ มาก นอกจากนี้ เสียงดงั ยังเกิดจากการก่อสร้างในบริเวณใกล้เคียง เช่น ตึกอาคาร การสรา้ งถนน สะพาน เป็นต้น ที่อาจเล็ดลอดเข้ามาภายในสํานกั งานได้ และส่งผลกระทบต่อพนักงาน ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดย ร้องเรียนแก่ผู้รับเหมาก่อสร้างเพือ่ ช่วยในการควบคมุ เสียงดงั เข้ามาในสํานกั งานหรือเลีย่ งไปปฏิบตั ิงานใน ตอนกลางคนื 4.4 ความน่าอยู่ วิธีดําเนนิ การ 1.พืน้ ที่สีเขียว ขั้นตอนที่ 1 กําหนดพ้ืนที่สีเขียวในพืน้ ทีส่ ํานักงาน หากสาํ นักงานมีพืน้ ที่เพียงพอต่อการเพิม่ พ้ืนทีส่ ีเขยี ว ภายนอกอาคาร ควรจดั ให้มีสวนหย่อม ขนาดทีเ่ หมาะสมต่อสภาพพื้นที่ หรอื จะปลูกเป็นไม้ยืนตน้ ทีส่ ามารถดดู สารพิษได้ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ก๊าซ คารบ์ อนไดออกไซค์ หากไม่มีพ้ืนที่ภายนอกอาคาร อย่างนอ้ ยควรจะมีการ ปลกู ต้นไมภ้ ายในอาคาร ขั้นตอนที่ 2 การดแู ลรักษาพืน้ ทีส่ ีเขียว 2.1 กําหนดผรู้ บั ผิดชอบอย่างชัดเจน หรอื จัดตารางเวรเพื่อช่วยกันดแู ล อย่างน้อย สปั ดาห์ละ 1 คร้ัง หรือความเหมาะสม 2.2 หมั่น ทาํ ความสะอาดใบต้นไม้ภายในสํานักงานอยู่เสมอ เนือ่ งจากอาจมฝุนมาเกาะทาํ ให้ใบไม้รับแสงได้น้อยลง นอกจากจะทําให้ตน้ ไม้ดูสวยงามขนึ้ แล้วยงั เป็นการกาํ จัดไข่ของแมลงและไรทีอ่ ยู่ ตามใบอีกด้วย ต้นไม้ที่มใี บอ่อนนมุ่ อาจทําความสะอาดได้โดยการใชฟ้ องน้ําที่นมุ่ และชุ่มชืน้ เช็ดใหท้ ว่ั สาํ หรบั ต้นไมท้ ีม่ ใี บเปน็ ขนเหมอื นกํามะหยี่ทาํ ความสะอาดได้โดยการใชแ้ ปรงที่แหง้ มีขนนุ่มละเอียด ปัดบนใบเพื่อ ความสะอาด 2. การควบคมุ สัตว์พาหะนาํ เช้ือ(หนู นก แมลงสาบ)

22 ขั้นตอนที่ 1 กําหนดพื้นที่สีเขียวในพืน้ ทีส่ าํ นกั งาน 1.1 กําหนดหนา้ ที่ความรบั ผิดชอบดาํ เนนิ การกาํ จัดสตั ว์พาหะนําเชือ้ 1.2 สํารวจพื้นที่ภายในสํานักงานเพื่อกําหนดจุดที่ตอ้ งการควบคุม โดยจดั ทํา Plant Lay Out 1.3 กําหนดวิธีในการควบคุมสัตว์พาหะนําเช้ือ พิจารณาคัดเลือกสารเคมีหรอื อุปกรณ์ที่ใช้ กําจัดพาหะนําเช้ือ ดังตัวอย่างตารางที่ 4 แผนการควบคมุ สตั ว์พาหะนําเช้ือ 1.4 ตรวจร่องรอยสัตว์พาหะนาํ เชอื้ และบันทึกผลลงในรายงานการตรวจสอบร่องรอย สัตว์พาหะนําเชือ้ ทกุ สปั ดาห์ 5. การจัดซอ้ื วัสดุอปุ กรณ์ และการจดั จา้ งในสานกั งาน Green Procurement 5.1 การจดั ซื้อวัสดุอุปกรณ์ และการจัดจ้างในสานักงาน ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้มฉี ลากทางดา้ นสิ่งแวดล้อมที่ริเร่มิ โดยหนว่ ยงานต่างๆทีเ่ กีย่ วข้อง ได้แก่ สถาบนั สิ่งแวดล้อมไทย การไฟฟูาฝุายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมพฒั นาพลังงาน ทดแทนและอนุรกั ษ์พลงั งาน (พพ.) Environment Protection Agency (EPA) เป็นต้น ดงั น้ี 1. ฉลากสีเขียว (Green Label) “ฉลากเขียว” คือ ฉลากที่ให้กบั ผลิตภณั ฑท์ ีม่ คี ุณภาพและมี ผลกระทบต่อส่งิ แวดล้อมน้อยกว่า เมื่อนํามาเปรียบเทียบกบั ผลติ ภัณฑ์ทีท่ ําหน้าที่อย่างเดียวกันฉลากเขียวเริ่ม ใช้เป็นครั้งแรกในประเทศเยอรมนตี ั้งแตป่ ี พ .ศ. 2520 ปจั จุบนั ประเทศต่างๆมากกว่า 30 ประเทศทว่ั โลก ได้มี การจดั ทําโครงการฉลากเขียวสําหรับประเทศไทยริเริ่มขึน้ โดยคณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Business Council for Sustainable Development, TBCSD) ในปี พ.ศ. 2536 เปน็ โครงการทีเ่ กิดจาก การรว่ มมอื ระหว่างสว่ นราชการและองค์กรกลางตา่ งๆได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรมระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสง่ิ แวดล้อม สาํ นกั งานมาตรฐานผลิต ภัณฑ์อุตสาหกรรมและหนว่ ยงานอืน่ ๆ ทีเ่ กี่ยวข้องโดยมี สํานกั งานมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ุตสาหกรรมและสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยทําหน้าที่เปน็ เลขานุการ ฉลากเขียวสนับสนนุ สินคา้ ทุกประเภท ยกเว้นยารักษาโรค เครือ่ งด่มื และอาหาร เนือ่ งจากทั้ง สามประเภททีก่ ล่าวจะเกีย่ วข้องกบั สุขภาพความปลอดภัยในการบริโภคมากกว่าด้านสิง่ แวดล้อม สาํ หรบั สาํ นกั งานมอี ุปกรณ์สาํ นกั งานที่ได้รับฉลากเขียวจากสถาบันสิง่ แวดล้อมไทย อาทิ ปากกา มาร์คเกอร์ที่ปราศจากกลิ่นฉุน ไม่รบกวนลมหายใจ ปากกาไวท์บอร์ดตราม้า ไม่มกี ลิ่นฉนุ แฟูมสันกว้าง ทุกรุ่นของตราม้า กระดาษโน๊ตโพสต์-อิท ได้รบั ฉลากเปน็ มติ รตอ่ สิง่ แวดล้อม และยงั เป็นกระดาษโน้ต ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล แฟูมโชว์เอกสารตราช้าง ที่ปกเปน็ วสั ดุกระดาษรีไซเคิล ไม่เปน็ พิษต่อ สิง่ แวดล้อม และถงุ ย่อยสลายซันโว เปน็ ถุงพลาสติกที่มีสารเติมแตง่ ในการช่วยสลาย ไม่มสี ่วนผสมของ สารก่อมะเรง็ หรอื สารทีเ่ ป็นอันตรายต่อมนษุ ย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

23 นอกจากนี้ ยงั มี ผลติ ภัณฑ์ที่ได้รบั การคัดเลือกให้ออกข้อกาํ หนดสําหรับขอรับฉลากเขียว (เฉพาะที่ เกี่ยวข้องกับสํานกั งาน ) ได้แก่ หลอดฟลอู อเรสเซนซ์ ตู้เย็น เครื่องสขุ ภัณฑเ์ ซรามิก :โถส้วมเครือ่ งปรับอากาศ ผลติ ภัณฑซ์ ักผ้า ก๊อกน้าํ และอปุ กรณ์ประหยัดน้าํ คอมพิวเตอร์ ผลติ ภัณฑท์ าํ ความสะอาดถ้วยชาม บลั ลาสต์ อิเลก็ ทรอนิกส์ สบู่ ผลติ ภณั ฑท์ ําความสะอาดพืน้ ผวิ ผลติ ภณั ฑ์ลบคาํ ผดิ เครือ่ งถ่ายเอกสาร เครื่องเขยี น ตลับ หมึก เครื่องโทรสาร เครื่องพิมพ์ เครือ่ งเล่น/บนั ทึกสัญญาณภาพและเสียงเครอ่ื งดับเพลิง หมกึ พิมพ์ พรม เตา ไมโครเวฟ ด้านยีห่ อ้ ของสนิ ค้าสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tei.or.th/greenlabel/th_index.html หรอื download คู่มอื เลือกซือ้ ผลติ ภัณฑเ์ พือ่ สิ่งแวดล้อม http://www.tei.or.th/greenlabel/pdf/2012-GreenLabel-book.pdf 2. ฉลากประหยดั ไฟเบอร์ 5 ฉลากประหยดั ไฟเบอร์ 5 คือฉลากแสดงประสิทธิภาพอปุ กรณ์ไฟฟูา ยกตวั อย่างเชน่ ค่ากําลงั ไฟฟูา 1 หนว่ ยของอุปกรณ์ไฟฟูาที่ได้รบั ฉลากประหยดั ไฟฟูาเบอร์ 5 จะได้ความเยน็ ไม่น้อยกว่า 10,600 บีทียู เปรียบเทียบกบั เครื่องปรบั อากาศปกติโดยทัว่ ไปทีค่ ่าไฟฟูา 1 หนว่ ยจะได้ความเยน็ ประมาณ 7,000-8,000 บี ทียูเท่าน้ันแสดงว่าถ้าใชเ้ ครื่องปรับอากาศเบอร์ 5ประหยดั ไฟฟูาประมาณ 35%ปัจจบุ นั การไฟฟูาฝุายผลติ ได้ ดําเนนิ การออกฉลากประหยัดไฟฟูาเบอร์ 5 ให้แก่ผลิตภณั ฑ์ต่าง 17 ชนิดดงั นี้ - เครื่องรับโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ - กระตกิ น้าํ ร้อนไฟฟูา ตู้เย็น - เครือ่ งปรบั อากาศ บลั ลาสตน์ ิรภัย - บลั ลาสตอ์ ิเล็กทรอนิกส์ T5 หลอดผอม - พัดลมชนดิ ต้ังโต๊ะ ต้ังพืน้ ติดผนัง พัดลมชนิดสา่ ยรอบตวั - หลอดคอมแพคตะเกียบ หมอ้ หุงข้าวไฟฟูา - โคมไฟประสิทธิภาพสูง ข้าวกล้อง - โคมไฟฟูาสาํ หรบั หลอดผอม เครื่องทาํ น้ําอุ่นไฟฟูา - พดั ลมระบายอากาศ 3. ฉลากประสิทธิภาพสูง การเกิดขึ้นของฉลากประสิทธิภาพสูงเป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิการส่งเสริมการอนุรกั ษ์ พลังงานโดยได้เรม่ิ ดําเนินการมาต้ังแต่ปี พ.ศ. 2549 เปน็ โครงการนําร่องของ กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและ อนรุ กั ษ์พลังงาน สําหรับอปุ กรณ์ไม่ใช้ไฟฟูา 4 ผลติ ภัณฑไ์ ด้แก่ 1. เตาหุงตม้ ในครวั เรือนหรือเตาแก๊ส 2. อปุ กรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์

24 3. ฉนวนกนั ความรอ้ น 4. กระจกอนรุ กั ษ์พลงั งาน โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการนําร่องในผลติ ภัณฑแ์ ตล่ ะประเภทมากกว่า 10 รายและได้อนมุ ัติฉลากไป แล้ว 200,000 ฉลาก เกณฑ์การจัดซอ้ื สินค้าทีเ่ ป็นมิตรตอ่ สิง่ แวดล้อม 1) ใช้วสั ดุทีม่ ีผลกระทบต่อสง่ิ แวดล้อมน้อย เชน่ วัสดุไม่มีพิษ วัสดุหมนุ เวียนทดแทนได้ วัสดุรีไซเคิล และวสั ดทุ ี่ใชพ้ ลังงานต่ําในการจัดหามา 2) ใช้วัสดนุ ้อย เชน่ น้าํ หนักเบา ขนาดเลก็ มีจาํ นวนประเภทของวัสดุน้อย 3) มีเทคโนโลยีการผลติ ทีม่ ีประสิทธิภาพสงู สุด เชน่ ใช้พลงั งานสะอาด ลดการเกิดของเสียจาก กระบวนการผลติ และลดขั้นตอนของกระบวนการผลติ 4) มีระบบขนส่งและจดั จําหน่ายทีม่ ปี ระสิทธิภาพสูงสดุ เชน่ ลดการใชห้ บี หอ่ บรรจภุ ัณฑท์ ี่ ฟุมเฟือย ใช้บรรจุภณั ฑท์ ีท่ ําจากวสั ดทุ ีใ่ ชซ้ ้าํ หรอื หมุนเวียนใช้ได้ใหม่ได้ แล ะเลือกใช้เส้นทางการขนส่งที่ ประหยัดพลงั งานที่สดุ 5) ลดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมทีเ่ กิดในช่วงการใช้งาน เชน่ ใช้พลังงานตาํ่ มีการปล่อยมลพิษต่ํา ในระหว่างการใช้งาน ลดการใชว้ ัสดสุ ิ้นเปลือง และลดการใช้ชิน้ ส่วนที่ไม่จําเป็น 6) มีความคุ้มค่าตลอดชีวติ การใชง้ าน เชน่ ทนทาน ซ่อมแซมและดูแลรกั ษางา่ ย ปรบั ปรงุ ตอ่ เติม ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 7) มีระบบการจดั การระบบหลังหมดอายกุ ารใชง้ านทีม่ ีประสิทธิภาพสงู เชน่ การเก็บรวบรวมที่ ก่อผลกระทบต่อส่งิ แวดล้อมนอ้ ย มีการออกแบบให้สามารถนําสินค้าหรือชิน้ ส่วนกลับมาใช้ซ้ํา หรอื หมุนเวียนใชใ้ หม่ได้งา่ ย หรือหากต้องกําจัดทิ้งสามารถนําพลังงานกลบั คืนมาใช้ได้และมีความปลอดภยั สาํ หรบั การฝังกลบ ท่มี าขอ้ มลู อ้างองิ : คมู่ ือการประเมินสํานกั งานสเี ขียว กรมสง่ เสรมิ คุณภาพสง่ิ แวดลอ้ ม : 2558


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook