วริธทสอนและกิรจกรรมการเรยท นการสอน 1. บรรยายเนข้อชั หาในแตต่ละหดัวขร้อ พร้รอมยกตดวั อย่ตางประกอบ 2. ศึศกษาจากเอกสารประกอบการสอน 3. ผภ้สรู อนสรปุน เน้ชขอั หา 4. ททาแบบฝฝึกหดัด เพชอื่ ทบทวนบทเรยธี น 5. ผเ้รูภ รียธ นถามขรอ้ สงสัดย 6. ผูภ้รสอนททาการซดักถาม ส่ีทนอการเรยท นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนประจทาบททืธ่ีช 5 2. ภาพเลอ่ชื น 3. เคร่ชอื งคอมพวิวเตอรห์ การวขดและการประเมินร ผล 1. ประเมิวนจากการซักด ถามในชั้นดข เรยีธ น 2. ประเมิวนจากการททาแบบฝฝกึ หดัดทบทวนทา้ร ยบทเรยธี น 3. ประเมวินจากความรว่ต มมอช และความรับด ผิวดชอบต่อต การเรยธี น 78
บททท่ี 5 ขนั้ข ตอนวธิว ทแบบลลลำดขบ ระบบคอมพพิวเตอรร์สามารถโตต้ตอบผ่ผานการเขีขยนโปรแกรม การออกแบบขขั้นตอนวิพธีขการและผขง งาน เรยีข กวาผ่ ขัข้นตอนวธิพ ีข คคือชชดุ ของคาค สขัง่ส ทีสข่บั อกวาผ่ เครอ่คืัส งคอมพวพิ เตอรใร์ ห้ตประมวลผลขอ้ต มลูม ในการ แก้ตปปัญหา จะเขีขยนขข้ันตอนวิพธขีสคาหรขบแต่ผละหนผ่วยในโปรแกรมผขงงาน เปป็นภาพทสขีั่มองเห็หนลขกษณะของ ขข้ันตอนวธพิ ขี วาดผขงงานแตผ่ละขขั้นตอนดวต้ ยวธิพ ีรข หสข เทีขยมจะเปป็นไปตามผขงงาน จะมีขความสขมพขนธร์ควบค่มูผไป กบข แผนภาพแสดงความสขมพนข ธรร์ ะหวา่ผ งหน่วผ ยและการไหลของขตอ้ มมูลจากท่ีขหสั นนงสั่ ไปยงข หน่วผ ยอัสค่ืน พจนานชุกรมขตอ้ มูมลจะแสดงตขวแปรและคาค จาค กขดความของงานท้ัขงหมด มขีฟงัป กร์ช่ัสขนที่เขสั ฉพาะเจาะจงใน การพขฒนา เรพ่สิัมต้ตนดต้วยคาค สขส่ังขัข้นตอนวิพธีขการทข่สีัเฉพาะเจาะจงและมีขสขญลขกษณ์รผขงงานท่ัขสีจะใหต้ โปรแกรมเมอรร์เขขียนโปรแกรม เพืสคั่อจะแก้ตไขปัปญหาโดยใชต้โครงสร้ตางตามลคาดขบ รวมถนงคาค สัขส่งในการเรพิั่สม ตตน้ และหยดุช ประกอบดว้ต ย หนว่ผ ยในการป้ปอนข้อต มูมล ขตอ้ มมูลการสผ่งออก การประมวลผล และการดาค เนิพน การคาค นวณ 1. โครงสรลร้ ำงกลำรทลล ำงลำนตรรกะแบบลลล ำดขบ การควบคชุมการทาค งานของคคาส่ัสขงดคาเนพินการในโปรแกรม คคาส่ขสังการควบคชุมเปป็นคาค สัสข่งทสกขั่ี คาหนดการ ควบคมุช การไหลของชุดช คคาสสัข่ง มีขอยู่ผม 3 รปมู แบบ ประกอบดตว้ ยพคนืั้ข ฐานของการควบคมชุ การเขขยี นโปรแกรม ภาษาททัสีข่ คาให้กต ารควบคมุช ลคาดขบการ ควบคุมช การเลืคอกและ การควบคมุช ทาค ซคัาข้ การควบคชุมแบบต่ผอเนัคสื่องเป็ปนรูมปแบบโดยนขยของการควบคชุมคคาสั่ขสงทข่ีสัจะดคาเนิพนการในลคาดขบทัสี่ขเขขียน โปรแกรม ประกอบด้ตวยการควบคุชมตามลคาดบข จะเรียข กวา่ผ \"โปรแกรมเส้นต ตรง\" การควบคุชมการเลืคอกใหต้ ดคาเนพินการโดยคาค ส่งัขส การควบคชุมทส่จัขี ะเลอืค กประมวลผลคคาสขง่สั ในขณะท่ขกสีั ารควบคุชมการทาค ซัา้ขค จะทคางาน โดยคคาส่ขังส ควบคุมช ซั้าคข คคาสขง่ัส ทัสีขซ่ คข้ัา ๆ แต่ลผ ะอขนจะขขั้นนอยผูมก่ ขบเงืสัอ่ค นไขทกัขสี่ าค หนด ชดุช ของคคาสสขัง่ และการควบคุชม การดาค เนพินการจะเรขยี กวา่ผ โครงสราต้ งการควบคุชม (Dierbach, Charies, 2013: 80) เป็ปนโครงสรต้างทข่ีัสใช้ตกขนมากทส่ัขีสุชดและโครงสร้ตางตรรกะทีขสั่งผ่ายท่ัีสขสชุด คืคอโครงสรต้างตามลาค ดขบ ปปัญหา ทัข้งหมดใชต้โครงสรต้างตามลาค ดขบ และปปัญหาส่ผวนใหญผ่อาจจะใชต้หนนั่สงโครงสรต้างตรรกะหรืคอมากกว่ผาของ โครงสรต้างตรรกะอัส่ืคน เพค่ัืสอแสดงให้ตเหห็นถนงวพิธขีการใชต้โครงสรต้างตรรกะลาค ดขบนี้ัข (Frieder, Ophir. Frieder Gideon and Grossman, David, 2013: 92) โปรแกรมทัขสี่ใชต้โครงสรต้างตรรกะลาค ดขบ จะบอกให้ตเคร่ืสัคองคอมพวิพ เตอร์รประมวลผลชชุดคคาส่ขสังในลาค ดขบ ขนข้ั ตอนวพธิ แีข บบลาค ดขบ | 79
จากดา้ต นบนลงดตา้ นลาผ่ งของขนขั้ ตอนวธิพ ขี โดยทขว่ัส ไปรูมปแบบของขขัน้ ตอนวธิพ ขีทัสีขม่ ีลข ขกษณะดขงนีข้ั รูปม ท่ีสัข 5.1 แผนภูมม ิพทาค งานตามลคาดขบแบบทศพิ ทางเดยีข ว จากรูมปทสี่ขั 5.1 การทาค งานของผขงงานนขั้ีจะเรั่ิพสมต้ตนโดยมขีสขญลขกษณร์ Start จากบนลงและปฏิพบขติพ การผขงงานลงมาด้ตานลา่ผ งจนสขิพ้นั สชุด Stop เปป็นสว่ผ นทสี่ัขบอกให้ตหยดชุ การทคางาน 80 | ขั้ขนตอนวธิพ ีแข บบลาค ดบข
ModuleName (list of parameters) 1. Instruction 2. Instruction 3. Instruction ... ModuleName.End, Exit, or Return (variable) ขขั้นตอนวพิธีขการเรัพิส่มตต้นด้ตวยการเรีขยกชืสั่คอหน่ผวย รายการชคืัส่อของพารามพิเตอร์ร และจาค นวนของหนผ่วย คาค สัง่ขส จะเรพสม่ัิ ตนต้ จากหมายเลข 1 ตามดว้ต ยหมายเลข 2 และ 3 เปป็นลาค ดขบถดข ไป จนถนงคคาส่สขังสุดช ทาต้ ยของ หน่วผ ยนัข้น จะสขัินพ้ สชุดการทคางานทคสขี่ั คาสง่ขัส End หรอืค Exit หรอคื Return รปมู แบบของผงข งานทส่ัขีส อดคลอ้ต งกบข รูมปแบบของข้ขันตอนวิพธขี บล็หอกแรกเป็ปนบลห็อกเรสิ่ัพมตต้น ตามดต้วยบลห็อกทคางานบล็หอกเหล่ผานั้ขีสามารถ ทคางานใด ๆ ได้ต และวงรขีซัส่งน บง่ผ ชัเขี้ รพั่มสิ ต้ตนหรืคอสขัิพ้นสดชุ /ออก/กลขบ สดุช ท้าต ยบลห็อก รปูม ทขีส่ั 5.2 โครงสรา้ต งผงข งานทาค งานตามลคาดบข (ทขมัี่ส า : Sprankle, Maureen, 2012: 93) ดูมรูมปทสั่ขี 5.3 ตวข อยาผ่ งของขข้ันตอนวธิพ ขีและผขงงานสาค หรขบการแก้ตปัปญหาทสขี่ัปป้อนชคั่สือและอายุชลงในเครค่สืัอง คอมพวพิ เตอรรแ์ ละพมพิ พรไ์ ปยขงหน้ตาจอ ขข้ันตอนวธพิ แขี บบลาค ดขบ | 81
ขัข้นตอนวธิพ ีข ผขงงาน รหสข เทยขี ม NameAge Enter Name, Age Print Name, Age 1. Enter Name, Age End 2. Print Name, Age 3. End รปูม ท่ัสีข 5.3 ขนข้ั ตอนวพิธีข ผขงงาน รหสข เทขยี ม ทาค งานตามลาค ดบข (ทั่มีขส า : Sprankle, Maureen, 2012: 93) ชื่สัคอหน่ผวย NameAge จะไม่ผมพขี ารามิพเตอรร์ โดยจะใชต้สขญลขกษณร์ของวงรีขเพสัืค่อแสดงใหต้เห็หนจุชดเรพั่ิสมต้ตน ของหนผ่วยนข้ัี คาค สัขส่งแรกทขีสั่จะทาค คคือคาค สขสั่ง Enter โดยจะรขบขต้อมมูลผผ่านแป้ปนพิพมพ์รโดยใชต้สขญลขกษณร์ของ สสีั่ขเหลขส่ีัยมด้ตานขนาด และนคาไปจขดเก็หบไวต้ในตขวแปรทขีสั่กคาหนด คาค สข่สังท่จีัขส ะทาค เปป็นลคาดขบถขดไปคคือ Print ซัส่นง อยใมผู่ นสญข ลกข ษณ์รเครสคัือ่ งหมายสัสี่เข หลขยีสั่ มดา้ต นขนาดเช่นผ กนข คคาสขสัง่ นจ้ัขี ะแสดงข้ตอมูมลทขีสัร่ บข เขตา้ มาในตวข แปรและ นคาแสดงออกทางหน้ตาจอ การรขบขต้อมูมลเข้ตาและแสดงผลจะใชต้สขญลขกษณ์รเดขียวกขน และคคาสั่สขงสุชดท้ตายคืคอ คคาสขั่สง End ทีข่สัอยผูม่ในสขญลขกษณ์รวงรีขเช่ผนเดีขยวกขนกขบจชุดเรั่ิสพมตต้น เป็ปนท่ัีขสบ่ผงบอกว่ผาได้ตส้พิขันสุชดการทาค งานของ หนวผ่ ยนขีัแ้ ละหยดุช ทาค งานของโปรแกรม 2. กลำรพขฒนลำวิธว ทกลำรแกร้ไขปปญั หลำแบบลลล ำดขบ เครัสืค่องมืคอสาค หรขบการจขดการปปัญหาทสีขั่จะไดต้แนะนคาตผ่อไปน้ัขี ใช้ตในการแก้ตปปัญหาทางคอมพิพวเตอรร์ โดยเครืคสั่องมคอื เหลผา่ นขจ้ัี ะใชใต้ นการจดข การปปญั หามขอี ยมผปู่ ระกอบดว้ต ย 6 ขนขั้ แรกดงข นีข้ั 1. แผนภมูมิพวิพเคราะห์รปัปญหา (problem analysis) ชผ่วยใหต้กคาหนดและเขต้าใจในปัปญหา พขฒนา แนวคดพิ สคาหรบข การแกป้ต ปัญหาและเลคือกทางออกทดีั่สข ีทข ่ัสสีข ดชุ 82 | ขข้ันตอนวธพิ แขี บบลาค ดขบ
2. แผนภมูมิพการโตต้ต อบ (interactivity chart) ใชตแ้ บ่ผงวพิธขกี ารแกต้ไขปปัญหาทสัเ่ีข กดิพ ขันขน้ เปป็นสว่ผ น ๆ 3. แผนภมูมพิ IPO (Input,Process,Output) ช่ผวยใหต้การป้ปอนขต้อมูมล การแสดงผลและขัข้นตอนการ ประมวลผลอยา่ผ งเป็ปนข้นขั เปน็ป ตอน 4. แผนภมูมพิการเช่คืสัอตผ่อแผนภาพและพจนานุชกรมขต้อมมูล ใชต้กคาหนดการไหลของขต้อมมูลระหวผ่าง หนว่ผ ย โดยพจนานกชุ รมจะเกหบ็ รายละเอขียดของรายการไว้ต 5. ข้ัขนตอนวธิพ ขี ใชกต้ าค หนดขข้ันตอนของปญัป หา 6. ผงข งานเปปน็ รมปู แบบกราฟิฟกของข้นขั ตอนวธพิ ขี 7. รหสข เทีขยม จะเป็นป แสดงของภาษาทั่ขสวไปของข้ขันตอนวธิพ ีข ในข้ัขนตอนท่ัสีข 7 ของการแกต้ปปัญหา คอืค การทดสอบการแก้ตปปัญหาทีส่ัขจะเกพิดขต้อผิพดพลาดใด ๆ ในทาง ตรรกะหรคือการคาค นวณ โปรดจคาไว้ตว่ผาแผนภูมมิพจะนาค ไปส่ผมูการพขฒนาทสั่ขีมขีประสพิทธิพภาพของโปรแกรมท่ัขีสดีข ซส่งนั อาจจะไมสผ่ มบรมู ณใ์ร นครงขั้ แรกและมขกจะต้อต งการแกตไ้ ขหลายครขงั้ ต่ผอไป ปปญั หา: สมศรขี กคาลขงมองหาธนาคารทสั่ขีจะนาค เงพินไปฝากโดยไดต้ผลตอบแทนมากทีขส่ัสุชดในระยะเวลา 5 ปป โดยมีขเงพนิ อยูผม่ 200,000 บาท มีขสมการมาตรฐานในการคคานวณเงพนิ ตน้ต พรอ้ต มดอกเบยขั้ี เปป็นดขงนัขี้ Amount = P * (1 + I/M)^(N * M) ในขณะทสีขั่ P = คอืค เงพินตน้ต I = อขตราดอกเบีขัย้ N = จาค นวนปทป ีขสั่ฝาก M = จคานวนครง้ัข ตผ่อปปทสีข่ัการคคานวณและเพพัสม่ิ ไปยขงเงินพ ตน้ต 2.1 แผนภูมมิวพ พิเคราะห์รปปัญหา ขข้ันตอนแรกในการวิพเคราะห์รปัปญหาทสีขั่เกพิดขนข้ันคืคอ การเขต้าใจส่สิัพงทสั่ขีตต้องการและสิพ่สังทัข่สีจะได้ตรขบและ แยกออกจากขต้อมูมลท้ขังหมดท่ขัีสจาค เป็ปนในปปัญหาทสี่ขัเกพิดข้ขนัน เขีขยนการป้ปอนข้ตอมมูลลงในส่ผวนทัสีข่ไดต้รขบขต้อมูมล และการสผ่งออกในสผ่วนของผลท่ีัสขตต้องการบขนทนก การประมวลผลว่ผาปปัญหาความตต้องการในส่ผวนของ แผนภูมมพิการวิพเคราะหร์ปัปญหาทัี่ขสจะนคาไปประมวลผล สชุดทต้ายเขขียนการแก้ตไขปปัญหาท่ีัสขเป็ปนไปไดต้สาค หรขบ ปปัญหาและความคิพดทั่ีขสเกสีั่ขยวข้ตองกขบการแกต้ปัปญหาในสผ่วนของสถานการณ์รทางเลคือก ขขั้นตอนแรกสรต้าง แนวคิดพ วิพธกขี ารแก้ตไขปัปญหาผ่ผานการระดมความคิพดและความคิพดสร้ตางสรรคร์ การระดมความคพิดจะช่ผวย ประสบความสาค เรจห็ ทส่ดัีข ขีทสขี่สั ดชุ ดว้ต ยการทคางานเปนป็ กลชผมุ่ ๆ ละ 2-3 คน ขข้นั ตอนวิพธีแข บบลคาดขบ | 83
ข้ตอมมลู เขต้า ผลทีตส่ัข ้อต งการ เงนพิ ตต้น 200000 เงนิพ และดอกเบ้ัขียหลงข ส้ินขัพ การระยะเวลา อตข ราดอกเบย้ีขั จาค นวนปทป ัสีข่ฝาก เงนิพ ตตน้ รวมดอกเบย้ขีั ตผอ่ ปป การประมวลผล Amount = P * (1 + I / M)^ (N * M) สถานการทเสั่ขี ลอืค ก 1. ปป้อนข้อต มูลม ทกชุ ตวข หมดเปป็นตน้ต แปร 2. ป้อป นเงนิพ ต้ตนและอตข ราดอกเบีย้ัข เป็ปนคผ่าคงทขีสัแ่ ละขต้อมลมู อสนคื่ั เป็ปนตวข แปร 3. ประมวลผลกขบธนาคารหนั่งสน แหงผ่ ในการทคางานหนง่นัส ครข้ัง 4. ประมวลผลกบข หลายธนาคารในการทคางานหนันส่งครงขั้ เลือค กการดาค เนพินการตามสถานการณท์ร ดขี่ัส ทีข ัสข่ีส ชดุ รปมู ทัีส่ข 5.4 ผงข การวิพเคราะห์รปัปญหาทขัน่สี ่ผาสนใจ (ทสขม่ีั า : Sprankle, Maureen, 2012: 95) แผนภมูมพิการวพิเคราะหร์ปัปญหาจะแสดงให้ตเหห็นปปัญหาทส่ขีันผ่าสนใจกผ่อน ขต้อมมูลทสั่ขีได้ตรขบเปป็นเงพินต้ตน 200,000 บาท ดอกเบ้ัขีย (เปป็นตขวแปร) จาค นวนปประยะเวลาของการฝาก 5 ปป และรวมระยะเวลาของ การฝาก (ตขวแปร) ผลทสี่ัขได้ตตต้องมขียอดเงิพนตต้นบวกดอกเบ้ัีขย ในตอนทต้ายของการประมวลผลทขี่สัตต้องการ คคอื สมการสาค หรบข หาจาค นวนเงนิพ แนวทางความคดพิ เปน็ป ดขงตผอ่ ไปน้ีขั 1. ปอป้ นขต้อมลมู ทัง้ข ตวข หมดเป็นป ตน้ต แปร 2. ปป้อนเงพินตตน้ และอขตราดอกเบยีัข้ เปนป็ คผ่าคงท่ัีขสและขอ้ต มลูม อส่นืคั เป็ปนตวข แปร 3. ปป้อนขอ้ต มลูม สาค หรบข หนนงส่ั ธนาคารตอ่ผ การประมวลหนัสง่น ครขง้ั 4. ปอ้ป นขอต้ มูลม สาค หรบข หลายธนาคารตผ่อการะประมวลผลหนง่ัสน ครงข้ั การหาทางออกทขั่ดีส ขีทสีั่สข ุชดเกี่ขัสยวกขบแนวความคพิดและทางเลคือกในการแกต้ปปัญหาทางเลือค กของแผนภมูมิพ การวิพเคราะห์รปปัญหา ตขั้งแต่ผวพิธขีการแกต้ไขปัปญหา ควรจะมีขความยืคดหยุช่ผนทสีขั่เปป็นไปได้ต จะดขีกว่ผาทสีัข่จะปป้อน ข้ตอมูมลทั้ขงหมดทขสี่ัเป็ปนตขวแปร ตวข แปรมขีความยืคดหยุชผ่นเพราะคผ่าสามารถเปลีสัข่ยนแปลงได้ต ในขณะทั่ขสีคผ่าของ 84 | ขขัน้ ตอนวธิพ ีแข บบลาค ดบข
คผ่าคงทีขัส่เปล่ขัีสยนแปลงไมผ่ไดต้ ดขีทข่ัสีสชุดคคือการใช้ตตขวแปรใดก็หตามทสี่ัขมีขความเปป็นไปไดต้ว่ผาข้ตอมูมลทีสขั่อาจ เปลีสั่ยข นแปลงและคงท่ถีัสข ต้าขอ้ต มูลม จะไมผ่เปลสัข่ยี นแปลง นอกจากนัข้ี เนืคอส่ั งจากผมใตู้ ชอต้ าจจะไมผ่ได้ตมีขขต้อมมลู ทั้งข หมด จากธนาคารทง้ัข หมดในครงข้ั เดีขยว ข้อต มูลม เข้าต หน่ัสนงธนาคารตอผ่ การทคางานจะดทีข ีั่สขส ดชุ สคาหรขบการแกปต้ ัญป หานข้ัี 2.2 แผนภมูมกพิ ารโตต้ต อบ จากจชุดนี้ขัสามารถพขฒนาแผนภมูมิพการโต้ตตอบใหต้เสร็หจสมบมูรณร์ แผนภูมมพิการโต้ตตอบจะต้ตองตอบ คาค ถามไดตว้ ่าผ จะแบงผ่ ปปัญหานีเัข้ ปน็ป สผว่ นเล็กห ๆ ทจ่สขัี ะจขดการได้มต ากขัขน้นกสหัี่ข นผ่วย ในรมูปทขีสั่ 5.5 ปัญป หาถกูม แบ่งผ ออกเป็ปน 4 หนว่ผ ยดขงน้ีัข 1. หนวผ่ ย InterestControl ใชคต้ วบคมชุ การแก้ตปญปั หา 2. หนผ่วย Read ใชรต้ ขบหรคืออ่าผ นขต้อมมลู เข้ตา 3. หนว่ผ ย Calc ใชค้ต าค นวณยอดรวม 4. หนว่ผ ย Print ใช้ตแสดงผลทั่ไขีส ด้จต ากการคาค นวณ รมูปทขั่สี 5.5 ผขงงานการเชัคื่อส มตผ่อระหว่ผางหนผว่ ย (ทีขัสม่ า : Sprankle, Maureen, 2012: 96) แผนภมูมิพการเชืสคั่อมต่ผอแสดงใหต้เหห็นว่ผาหนผ่วย InterestControl จะประมวลผลรผ่วมกขบ 3 หน่ผวยทสั่ขี ตามมา ได้ตแกผ่ Read, Calc และ Print ตามลคาดบข ทั้งข 4 หนผ่วย 2.3 แผนภมูม ิพ IPO แผนภูมมิพ IPO ทสขั่ีจะพขฒนาเกิพดจากแผนภมูมพิการวิพเคราะหร์ปัปญหาและแผนภมูมพิการโต้ตตอบ โดย แผนภูมมพิ IPO จะต้ตองตอบคคาถามต่ผอไปนี้ัขให้ตได้ตว่ผา วิพธขีการป้ปอนข้ตอมูมลทีขั่สต้ตองดคาเนพินการเพสคื่ัอให้ตบรรลชุ ผลลขพธตร์ ามทัตขส่ี ้อต งการหรอคื ไมผ่ จะใหคต้ าค สงขั่ส ท่ัสขวไปสาค หรบข การแก้ตปัปญหาในแผนภูมมิพ IPO จะไม่ไผ ดต้เขขียนคคาสขัง่ส ขขน้ั ตอนวธิพ ขีแบบลคาดบข | 85
เฉพาะกขบคอมพวิพ เตอร์จร นกวผ่าจะเสรจ็ห สน้ัขิพ ขขัน้ ตอนวธิพ ขีการและผงข งาน จคาไวต้วผ่าให้ตเริ่พัสมตต้นด้ตวยผลลขพธ์ร (output) ต่ผอดต้วยการป้ปอนขต้อมูมล (input) และพขฒนาวิพธขีการ ประมวลผลทสี่ัขจคาเปป็นในการคาค นวณเพื่คสัอให้ตไดต้ผลลขพธ์รจากการป้ปอนข้ตอมมูล (process) ในรูมปทขั่สี 5.6 การ แสดงผลลพข ธร์เปนป็ จาค นวนเงิพนของเงพนิ ตน้ต บวกดอกเบ้ีัขยหลขงจากครบ 5 ปป การปป้อนขต้อมมูลทส่ขีัจาค เป็ปนในการ หาผลรวม เรพ่ัิสมจากเงิพนตต้น อขตราดอกเบข้ีัย (เปล่สีขัยนเป็ปนรต้อยละหลขงจากทส่ัีขมขีการปป้อนข้ตอมูมล) จาค นวนปปทีสั่ข ฝาก ประกอบกขบชผ่วงเวลาการประมวลผลรวมถนงการปป้อนขต้อมมูล (ในหน่ผวยอ่ผาน) การคคานวณจคานวน เงนิพ ทัสีข่ได้ต (ในหนผ่วย Calc) และพพมิ พ์จร าค นวนเงิพน (ในหนผว่ ยพิมพ พ์ร) Input Processing Module Output Reference 1. เงพนิ ต้ตน 2. อตข ราดอกเบัขี้ย 1. ป้ปอนขต้อมลมู Read 1. เงินพ ตตน้ พรอ้ต ม 3. จาค นวนปป ดอกเบย้ัขี 4. ดอกเบข้ีัยในระยะเวลา (เปล่ัยสขี นเปป็น 100% ภาย ตอผ่ ปป หลงข ) 2. ขอ้ต มลูม ทขีสนั่ คาเขต้า 2. คาค นวน Calc Principal and Interest AMOUNT = PRINCIPAL * (1 + INTERREST / TIME) ^ (YEARS * TIME) 3. แสดงขตอ้ มมูลทสขต่ีั ตอ้ งการ Print รูมปที่ัขส 5.6 ผขงภาพ IPO (ทสั่ขีมา : Sprankle, Maureen, 2012: 96) 2.4 แผนภมูมพิการเชคัอสื่ มโยงและพจนานชกุ รมขอ้ต มูมล รมูปที่ัสข 5.7 แผนภาพการเชัคื่สอมโยงและรมูปทขีัส่ 5.8 เปป็นพจนานุชกรมขต้อมมูลมีขเชคืส่ัอมโยงต่ผอกขน แผนภาพ แสดงให้เต หนห็ ถนงการเชอสื่ัค มโยงทตสีขั่ วข แปรจะถูมกสง่ผ ผผ่านจากหนผว่ ยหน่นงสั ไปยงข อกขี หน่ผวย 86 | ข้นขั ตอนวธพิ ีแข บบลคาดขบ
รปูม ทัี่ขส 5.7 แผนผขงการเชสคื่อั มโยงของตวข แปร (ทัมข่ีส า : Sprankle, Maureen, 2012: 97) รายการ ชอสืคั่ ขอต้ มูมล ชนิพดขต้อมูลม ชัสื่อค หน่วผ ย ขอบเขตตขวแปร ข้ตอผพิดพลาด เงนิพ ตตน้ Principal Numeric- InterestControl/ None ดอกเบย้ขีั Interest Local None จาค นวนปป Years real Read/Calc/Print Parameter None Numeric- InterestControl/ None ระยะเวลา Time Local None Amount real Read/Calc/Print Parameter จคานวน Numeric- InterestControl/ Local real Read/Calc/Print Parameter Numeric- InterestControl/ Local real Read/Calc/Print Parameter Numeric- InterestControl/ Local real Calc/Print Parameter รปมู ทั่ขสี 5.8 พจนานกุช รมขต้อมมูล (ทส่ัมขี า : Sprankle, Maureen, 2012: 98) ตารางขอ้ต มมูลพจนานุกช รมท่ใัสีข ชตต้ วข แปรในแต่ลผ ะหนว่ผ ย และขอบเขตของตวข แปรทีสั่เข ป็ปนตวข แปรเฉพาะทีสั่ข ข้ัขนตอนวพิธขแี บบลาค ดบข | 87
(local variable) หรืคอตขวแปรสาธารณะ (global variable) ในปปัญหานขีั้ตขวแปรทขั้งหมดเป็ปนตขวแปร เฉพาะทีัข่สจนงมขีความสขมพขนธ์รทขั้งหมด ไม่ผจคาเป็ปนจะต้ตองทาค ผผ่านพารามิพเตอร์ร ตขวแปรทสีข่ัวผ่าจะใช้ตในหน่ผวย interestControl และหนผ่วย Read ร่ผวมกขน คืคอ Principal ส่ผวน Interest, NumberOfYear และ CompoundingTime ล้ตวนเป็ปนพารามพิเตอรร์โดยอตา้ งองิพ (reference) เนืคั่สองจากตวข แปรทขีั่สส่ผงไปยขงหนผ่วย Read จะตต้องมขีค่ผาทสข่ัีกคาหนดให้ต เพราะจะใชต้ทีส่ขัเกห็บข้ตอมูมลเดขียวกขนกขบ Principal, Interest, Year และ Time จะถูมกส่ผงไปยขงหนผ่วย Read ดต้วย หนผ่วยทข้ังสองจะใช้ตหนผ่วยความจาค เดีขยวกขน ดขงนัข้นเมคืสั่ออ่ผาน หน่ผวย Read ส่ผงให้ตแกผ่ตวข แปร Principal, Interest, Year และ Time หนผ่วย InterestControl กหจ็ ะ ไดต้ค่ผาใหม่ผด้ตวย เชผ่นเดขียวกขบหนผ่วยทข้ัง 4 ก็หจะเรีขยกคผ่าพารามพิเตอร์รดขงกลผ่าว ในขณะท่ขัีสหนผ่วย InterestControl เรีขยกหนผ่วย Calc ในกรณขีนีข้ัคผ่า Principal, Interest, Year และ Time กห็จะถมูกส่ผง ไปยขงหน่ผวย Calc ด้ตวย หน่ผวย Calc จะกคาหนดตาค แหน่ผงหนผ่วยความจคาใหม่ผสาค หรขบตขวแปรเหล่ผานีขั้ ตข้ังแตผ่หน่ผวย InterestControl และหนผ่วย Calc ตคาแหนผ่งของหน่ผวยความจาค มีขสถานทขีส่ัทั่สีขแตกต่ผางกขน สาค หรขบตขวแปรเหล่ผานขัี้ หนผ่วย InterestControl จะไม่สผ ามารถเห็หนการเปลยส่ีขั นแปลงค่ผาใด ๆ และจะยขง คงมขีค่าผ เดพิมแมต้วผ่าหน่ผวย Calc จะเปล่ขีสัยนแปลงค่ผาแลต้ว เพราะจะไม่สผ ามารถเปลสขีัย่ นแปลงไดต้ ใชเ้ต ฉพาะใน หนผ่วย Calc เทผ่านข้ัน จาค นวนเงิพนรวมจะส่ผงโดยการอ้ตางอิพงพารามิพเตอรร์ ตขั้งแตผ่ Amount ทขส่ัีจะคคานวณ ไดตใ้ นหนผ่วย Calc และหนผ่วย InterestControl ตอต้ งการค่ผาใหมผท่ ขั้ง 5 ตวข แปร หน่วผ ย InterestControl หน่ผวย Print จะเรีขยกโดยค่ผาพารามพิเตอรร์ในหนผ่วย Print จะใช้ตงานเพขียงอย่ผางเดขียวทขั้ง 5 ตขวแปร จะ ไม่ผมีขการเปลัีขส่ยนแปลงในหน่ผวย Print โดยปกติพแล้ตวจะตรวจสอบวผ่าตขวแปรทีข่สัมีขการเรขียกโดยอ้ตางอิพง พารามเิพ ตอร์รและเรียข กโดยคาผ่ โปรแกรมเมอรรต์ ตอ้ งการทสัขี่จะดวมู า่ผ ตขวแปรทั่จีสข ะมีกข ารเปลข่ีสัยนแปลงในหนผว่ ยท่ัสีข เรยขี ก ถตา้ ตวข แปรทมี่สัข กีข ารเปลขีส่ัยนแปลงแลตว้ จะต้อต งมกขี ารเรีขยกโดยอาต้ งอพิงพารามิเพ ตอรร์ หน่วผ ยท่สีขเั รขยี กคาผ่ ตวข แปรไปใชอต้ ยา่ผ งเดียข ว จะต้อต งมีกข ารเรยขี กรอ้ต งโดยคา่ผ พารามิเพ ตอร์ร 2.5 เอกสารภายในและภายนอก เอกสารจะเป็ปนประโยชนร์กขบทุชกคนทัขีส่เกสัีข่ยวขต้องกขบโปรแกรม ดขงนัข้นจนงเป็ปนสพสิั่งสคาคขญท่ขีสัผตูม้เขขียน โปรแกรมหรือค ผมใู้ต ชต้โปรแกรมสคาเรหจ็ รูมปจะตต้องเขยขี นรายละเอีขยดทสี่สัข าค คขญเก่สัีขยวกขบโปรแกรม เพื่คสัอใหต้เพคื่สัอน รวผ่ มงานของโปรแกรมเมอร์รตอ้ต งรตวูม้ า่ผ สสพิง่ั ทัสีข่ไดก้ต ระทคาไปแลต้วว่ผาทคาอยา่ผ งไรและทข่สัใี ด จนถนงเสร็จห สพิข้ันและการ บคารชุงรขกษาโปรแกรม ผต้มูใชต้ตต้องการท่สีขัจะรู้มตวผ่าสพัส่ิงทัสข่ีได้ตรขบและวพิธีขการในการใช้ตโปรแกรมไดต้อยผ่างมขี ประสิพทธพิภาพ เพัสคื่อให้ตแน่ผใจว่ผาการประมวลผลทสีัข่ถูมกต้ตอง เอกสารภายในท่ัีขสเกสีข่ัยวขต้องกขบชชุดคคาส่ขัสงภายใน วา่ผ ชุชดคาค สสข่ังทาค อะไรบต้าง ซันส่งเปป็นประโยชนร์ของการใช้ตหมายเหตุชหรืคอแสดงความคดพิ เหห็น คาค สสข่ังเหล่ผานีัข้จะ ปรากฏเฉพาะในรายชคัสือ่ ของชุดช คคาสขั่งส เทผ่านขน้ั มใีข ชง้ต านเฉพาะของโปรแกรมเท่าผ นน้ขั ผมใตู้ ชจ้ต ะไมผ่เหน็ห ขอ้ต มูลม ดงข กล่ผาว เอกสารภายนอกจะท่เขสัี กขยี่ัส วขตอ้ งกขบการเขขียนคมูผ่มคือทขสั่ีมคีข าค อธพิบายรายละเอีขยดของโปรแกรมและวพิธขี การใชต้งาน โดยจะตตอ้ งทคาการจดบขนทนกเอกสารภายในและภายนอกในระหวา่ผ งการแกตป้ ัญป หา เพราะวา่ผ จะ เป็ปนเร่คืสัองงา่ผ ยทั่อขีส าจจะลคืมรายละเอีขยดทัต่ีขส ้ตองการในภายหลงข เมั่อืคส กคาลขงเขขียนเอกสารจะใชต้สผว่ นหมายเหตุช สาค หรขบบขนทนกเหล่ผาน้ีขั เอกสารทีสขั่พขฒนาข้ขันตอนวพิธขีการและผขงงานรวมทขั้งคคาสาค คขญใด ๆ ขต้อมมูลทัขีส่ไมผ่ไดต้ เป็นป ส่ผวนหนงสน่ั ของขขนั้ ตอนวธิพ กีข ารและผงข งานส่วผ นหมายเหตรุช ะบงชุ านเหลผ่านน้ัข 88 | ขนขั้ ตอนวธพิ ีขแบบลคาดขบ
2.6 ขันข้ ตอนวธพิ แีข ละผงข งาน เมั่ืสคอเขขียนแผนภูมมพิโครงสรต้างและผขง IPO แลต้วเสรจห็ เราสามารถดคาเนิพนตามขขน้ั ตอนวพิธกขี ารและ ผขงงานต่ผอให้ตเสร็หจสมบมูรณ์รโดยจะตต้องตอบคาค ถามท่ขีสัมอีข ยมู่ผดขงนัขี้ใหต้ไดต้ หนผ่วยน้ีขัสามารถทาค งานตามทส่ขีัเขีขยน ผขงงานไดต้สมบรมู ณร์แบบหรอคื ไม่แผ ละคาค ถามตอ่ผ ไปท่ตสขีั ้ตองตอบใหต้ไดต้ ข้ัขนตอนวธพิ ีขมคขี วามชดข เจนหรคือไมผ่เม่คืสัอใช้ต ขขน้ั ตอนวพิธีขและผขงงานทมสีขั่ ขีอยม่ผู แล้วต จะพบขอต้ ผดพิ พลาดเชิงพ ตรรกะได้ถต กูม ต้อต ง ขัขน้ ตอนวพิธขี ผขงงาน รหสข เทีขยม InterestControl Process Read (*Principal, 1. Process Read *Interest, *Time) (*Principal, *Interest, Process Calc (Principal, *Years, *Time) Interest, Years, Time, Amount) 2. Process Calc Process Print (Principal, Interest, (Principal, Interest, Years, Time, Amount) Years, Time, Amount) 3. Process Print End (Principal, คาค อธพิบายประกอบ Interest,Years, Time,Amount) 4. End ปอ้ป นขอต้ มลูม ทกุช อย่ผางผ่าผ นแปน้ป พมพิพ ร์ คคานวณยอดรวม พมิพ พร์ ขต้อมมลู และยอดรวม รูปม ทขั่ีส 5.9 ขนข้ั ตอนวิธพ ขี,ผงข งาน,รหขสเทขยี ม ในหนว่ผ ย InterestControl (ทสั่ีมข า : Sprankle, Maureen, 2012: 99) ขน้ัข ตอนวิพธขีแบบลาค ดบข | 89
ขัขน้ ตอนวธพิ ีข ผขงงาน รหสข เทียข ม Read (*Principal, *Interest, Read (*Principal, *Interest, *Year, *Time) *Years, *Time) 1. Enter Principal Enter Principal, Interest, Years, Interest,Years,Time Time 2. Interest = Interest / 100 Interest = Interest / 100 3. Exit Exit คคาอธบพิ ายประกอบ 1. อขตราดอกเบยข้ัี 2. จาค นวนครข้ังทีสั่ตข ต้องการจะเพ่ัพิสมเป็ปนประจาค ทกชุ ปป การทดสอบ Principal 2000 Interest 5% Years 5 Time 2 รปูม ทัสีข่ 5.10 ข้นขั ตอนวธพิ ขี,ผขงงาน,รหสข เทยขี ม ในหนว่ผ ย Read (ทัม่ขสี า : Sprankle, Maureen, 2012: 100) 90 | ขัน้ข ตอนวธพิ ีแข บบลาค ดขบ
ขน้ัข ตอนวิธพ ีข ผขงงาน รหขสเทียข ม Calc (Principal, Interest, Time, Calc (Principal, Interest, years, *Amount) Time,*Amount) 1. Amount = Principal * (1 + Amount = Principal * (1 + Interest / Time) ^ (Years * Interest /Time) ^ (Years * Time) Time) Exit 2. Exit ทดสอบ Amount = 2000 * (1 + 0.5 /2)^(5 * 2) Amount = 2000 * (1 + 0.25) ^ 10 Amount=2560 รปูม ทสีขั่ 5.11 ข้ันข ตอนวิธพ ีข,ผงข งาน,รหขสเทยีข ม ในหน่ผวย Calc (ทัข่มีส า :Sprankle, Maureen, 2012: 100) ขขั้นตอนวพธิ ขี ผงข งาน รหขสเทขียม Print( Principal,Interest, Years, Print (Principal, Interest, Years, Time, Amount) Time, Amount) 1. Print Amount, Print(Amount,Principal, Interest, Principal,Interest, Years, Time Years, Time) 2. Exit Exit รปมู ทัสขี่ 5.12 ขขนั้ ตอนวพิธขี,ผงข งาน,รหขสเทขยี ม ในหน่ผวย Print (ทส่มขีั า : Sprankle, Maureen, 2012: 101) ข้นัข ตอนวพธิ แีข บบลาค ดขบ | 91
จากรูมปท่ขีสั 5.9 ถนง รูมปทัสี่ข 5.12 แสดง 4 ขข้ันตอนวธพิ ขี สาค หรขบแตผ่ละหนผ่วยในแผนภมูมพิโครงสร้ตางและผขง งานทขีั่สสอดคล้ตองกขน หน่ผวย InterestControl ใช้ตโครงสรา้ต งตามลาค ดขบในการดคาเนพินการตามคคาสข่ัสง เชผ่น เดขียวกบข หนว่ผ ยอั่ืสคน ๆ ขอใหต้สขงเกตวผ่าคคาสสั่ขงกด็ห าค เนิพนตามลาค ดขบจากบนลงลผ่างของแตผ่ละขัข้นตอนวพิธีข โปรด จาค ไว้ตเสมอ ว่ผาจะตต้องใชต้คาค สสขั่งขขั้นตอนวพิธีขสขญลขกษณ์รผขงงานแต่ผละคาค สสั่ขง จะตต้องอยผใมู่ นรูมปแบบทีข่สันคาเสนอทัี่ขส เหมืคอนกขนและถมูกต้ตองตามผขงงาน คาค อธพิบายและเอกสารประกอบจะแสดงวพิธีขการใช้ตงานสผ่วนนขีั้ในข้ัขน ตอนวธิพ กีข ารและรมูปแบบผขงงาน ขขั้นตอนต่ผอไปในการพฒข นาวธิพ ีขการแกต้ปปัญหา คอคื การใชต้ชชดุ ของข้ตอมมูลในการทดสอบและการทาค งาน ผ่าผ นชดชุ คคาสงัสข่ ขขั้นตอนวธิพ ีบข นแผนผ่ กระดาษหรอืค ในขน้ัข ตอนวธิพ กีข ารรมูปแบบผขงงาน ไมผค่ วรขตา้ มขั้นข ตอนใด ๆ เพราะเปน็ป สพงสั่ิ สคาคขญมากในการประมวลผลข้ตอมมูลทขไ่ีสั ดส้ต ข่สงั คอมพวพิ เตอร์รเรสิัมพ่ ตนต้ ประมวลผลทขั่ีสจชุดเร่ัสมพิ ต้ตนของ หนว่ผ ย InterestControl และการทคางานชชุดของข้ตอมูมลผผ่านคคาส่ัสขงในขขั้นตอนวิพธขสี คาหรขบแต่ผละหน่ผวยหนนัส่ง ตอผ่ หน่สังน ในขณะทดสีข่ั คาเนิพนการแต่ผละหน่ผวยดว้ต ยการบขนทกน ผลการทคางาน เป็ปนการแก้ตปญัป หาทัสขีถ่ กมู ตตอ้ งหาก ตรงกขบผลทัีสข่ตต้องการ ในท่ัสขีน้ัขีผลทีสัข่ได้ตควรจะตรงกขบค่ผาทขสี่ัคาค นวณดต้วยมืคอ คืคอจาค นวนเงพินทสขี่ัไดต้ หากแสดง ขต้อมูมลออกถมูกต้ตองคืคอ ผลการทาค งานและถคือว่ผาการวพิเคราะห์รนขั้นเสรห็จสมบูมรณร์ ถ้ตาไมผ่ได้ตจะต้ตองทคาการ แก้ตไขในขข้ันตอนวิธพ ีขจนกว่าผ จะได้ตข้ตอมมูลออกทัขสี่ถมูกต้ตอง จุชดน้ีขัการวิพเคราะห์รจะเสรจ็ห สมบูมรณ์รและการเรั่พิสมต้ตน เขีขยนเปนป็ ภาษาคอมพวพิ เตอรไร์ ด้ต 3. สรรุป คคาสงัขส่ ทกชุ คาค สขงั่ส ในขน้ัข ตอนวธพิ ขกี าร จะตต้องใช้ตโครงสราต้ งตรรกะโดยเฉพาะอยา่ผ งย่งัสิพ ในการทีสัจข่ ะเพมัสิ่พ การ อ่ผานสคาหรขบโปรแกรมเมอร์รหรคือผ้มตูใช้ต โครงสรต้างตรรกะแรกคืคอโครงสรต้างตามลคาดขบในการประมวลผล จากหนสงัน่ คคาส่งสัข ไปคคาสขสั่งตอ่ผ ไป จากจดุช เรพม่ัสิ ตนต้ จนจบคคาส่งขัส โดยเฉพาะอยา่ผ งย่พิสังทใข่ีสั ช้กต ขบโครงสรา้ต งตามลคาดบข รวมถนง การเร่สัพิม การป้ปอนขต้อมมูล การพิพมพร์และเขขียนขต้อมมูล ทีขส่ักาค หนดค่ผาใหต้กขบตขวแปร (variable = ) และขนขั้ ตอนอนคืสั่ ในหนผ่วยและ สิัขพน้ สุชด/ออก/กลบข วธิพ กีข ารแกป้ต ปญั หาการพฒข นามอขี ย่ผมู 7 ขข้ันตอน 1. แผนภมูม วิพ ิเพ คราะหร์ปญปั หา 2. แผนภมูมพกิ ารสคัือ่ส สาร 3. แผนภมูม ิพ (Input,Process,Output :IPO) 4. แผนภมูม พิเชืสอ่ัค มตอผ่ และพจนานกชุ รมขอ้ต มลูม กคาหนดไหลของขอ้ต มมลู 5. ขขนั้ ตอนวธพิ ขีข องการแกต้ไขปัญป หา 6. ผงข งานเป็ปนรูมปแบบกราฟฟิกของขัขน้ ตอนวพิธขี 7. รหสข เทีขยมของข้ขันตอนวธิพ ีข 92 | ขัข้นตอนวธิพ ีขแบบลคาดบข
ขขั้นตอนเหลผ่านขัี้จะช่ผวยใหต้พฒข นางานทัีส่ขมปีข ระสทพิ ธิพภาพและง่ผายตผ่อการเขตา้ ใจโปรแกรมและการบาค รุชง รขกษา หลขงจากทีขั่สเตรีขยมแผนภูมมิพโครงสรต้างและแผนภมูมพิ IPO ในขณะทสีั่ขการพขฒนาขขั้นตอนวพิธขีการและ ผขงงาน โปรแกรมทัส่ขีใชต้สคาหรขบบขนทนกเอกสารภายในและภายนอกทขีั่สจะแล้ตวเสร็หจในภายหลขง เอกสาร ภายในจะถมูกเขยขี นภายในโปรแกรมเอกสารภายนอกจะถกูม เขีขยนในรมูปแบบของคผมมู่ คืออธพิบายโปรแกรม 4. คลลำถลำมทล้ร ำยบท 1. โครงสราต้ งตรรกะแบบลคาดบข คคืออะไร 2. สขญลกข ษณ์ขร องผงข งานโครงสรา้ต งแบบตรรกะคอคื สญข ลกข ษณรใ์ ด 3. เอกสารโปรแกรมมคีข วามสคาคญข อยา่ผ งไร 4. พฒข นาวธิพ กขี ารแก้ปต ปญั หา หมายถนงอะไร 5. การพขฒนาวธิพ กขี ารแกต้ปัญป ทคาไมจนงเปนป็ สสัิพ่งสาค คขญ 6. จงเขีขยนขขั้นตอนวิพธีข ผขงงาน ผขง IPO พจนานุกช รมขต้อมมูล ของขขั้นวธิพ ขีการแปลงหนผ่วยจาก กพิโลกรขม เปป็น ปอนดร์ 7. จงเขีขยนขขั้นตอนวธพิ ีข ผขงงาน ผขง IPO พจนานชุกรมข้ตอมูมล ของขั้ขนวพธิ ีขการอขตราแลกเปลัสีข่ยนเงิพนตรา ระหวาผ่ งเงิพนสกลุช ตาผ่ ง ๆ ในอาเซขียน ขขนั้ ตอนวิธพ ีแข บบลาค ดบข | 93
เอกสลำรอ้รลำงองวิ Dierbach, Charies. (2013). Introduction to Computer Science Using Python: A Computational Problem-Solving Focus. USA: John Wiley & Sons,Inc. Sprankle, Maureen. (2012). Problem solving and programming concepts. USA: Pearson Education Inc. Frieder, Ophir. Frieder Gideon and Grossman, David. (2013). Computer Science Programming Basics with Ruby. USA: O'Reilly Media,Inc. 94 | ขนขั้ ตอนวธพิ ขแี บบลคาดขบ
แผนบริรหารการสอนประจาจ บททที่ 6 ขนข้ั ตอนวิธร แท บบทางเลืลอก เวลาเรทยน 9 คาบ หวข ขอ้ข เนอลัข้ื หาประจจาบท 1. ลอจจกิ บบูลลีน 2. โครงสรา้ร งตรรกะการตตัดสจินใจ 2.1 การตดตั สินจ ใจแบบเง่องื นไขเดีลยว 2.2 การตดัต สิจนใจแบบหลายเงงอ่ื นไข 3. ขขัน้ต ตอนวิจธีล If/Then 4. ข้นตัข ตอนวธิจ ลี If/Then/Else 5. ขนัขต้ ตอนวธิจ ีล If/Then/Else แบบซ้รอน 6. ตารางการตตดั สิจนใจ วขตถปถุ ระสงค์คเชงริ พฤติกร รรม 1. เขยีล นโครงสา้ร งขัตนข้ ตอนวจิธแลี บบทางเลอง กได้ร 2. ออา่ นขน้ขตั ตอนวธิจ แลี บบทางเลงอกไดร้ 3. อธจิบายข้ัขตนตอนวธจิ ีลแบบตรงผา่อ นได้ร 4. อธบิจ ายตรรกะเชงิจ บวกไดร้ 5. อธบจิ ายตรรกะเชงจิ ลบได้ร วิรธทสอนและกิจร กรรมการเรยท นการสอน 95
1. บรรยายเนืน้อหาในแตต่ละหัหวขอข้ พรขอ้ มยกตวหั อย่าต ง ประกอบ 2. ศึกศ ษาจากเอกสารประกอบการสอน 3. ผสู้ผข อนสรุรปเนืน้อหา 4. ทาท แบบฝศึ กหดหั เพ่ืพอน ทบทวนบทเรีรยน 5. ผเูผ้ข รรียนถามขอข้ สงสยหั 6. ผผู้ขสอนทาท การซัหกถาม สี่อลทื การเรทยนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนประจจาบททืง่ีล 6 2. ภาพเลื่งอน 3. เครืง่องคอมพจิวเตอรร การวขดและการประเมิรนผล 1. ประเมิจนจากการซกัต ถามในชขตน้ั เรยีล น 2. ประเมิมนจากการททาแบบฝศึ กหหดั ทบทวนท้ขายบทเรรียน 3. ประเมมินจากความรว่ต มมอน และความรบัห ผดมิ ชอบต่อต การเรียร น 96
บททที่ 6 ขนข้ั ตอนววธิ ทแบบทางเลอลื ก ในบทนีน้จะได้ดนนนำเสนอพน้ีพนฐนำนเกีกน่ยวกักบกนำรเขนยนขก้ีนันตอนวิวธนแบบทนำงเลพอก เมี่พกอใดทีนก่เรนำทนน ำอย่ยนำงใด อย่ยนำงหนนีก่งต่ยอไปนนี้ตนำมทกนี่เรนำต้ดองกนำรเขนยนโปรแกรม โดยโปรแกรมจะพฤติวกรรมทกี่นแตกตย่นำงกักนในเรกีพ่อง ของข้ดอมูมลเพพก่ีอท่ีกนจะทนนำงนำนรวย่ มกักน โครงสรด้นำงแบบทนำงเลพอกท่จีนก ะได้ดศกน ษนำในบทน้ีนจะเป็ปนโครงสรด้นำงกนำร ทนน ำงนำนเพีอ่กพ เลอพ กทนนำงนำน หรอพ บนำงครก้ีันงเรนยกวน่ย ำ โครงสรนด้ ำงควบคคุม เพรนำะวน่ย ำจะใชโ้ด ครงสรน้ด ำงนนี้ควบคคุมกนำร ทนน ำงนำนของโปรแกรมคอมพิวว เตอร์ร ซง่ีกน โครงสร้ดนำงนน้ีจะมนอยใยมู่ นทคุกภนำษนำและโครงสรดน้ ำงควบคคุมแบบทนนำซ้ีนนำ จะไดกลยน่ ำวในบทถดัก ไป ก่ยอนทนีก่จะศนกษนำโครงสร้ดนำงตรรกะกนำรตักดสิวนใจ เรนำจะต้ดองศนกษนำประเภทของควนำมเป็ปนจรวิงและ ควนำมเปป็นเททจ็ ซ่ีนกงมคน วนำมแตกต่ยนำงจนำกจนนำนวนเต็ทม จนน ำนวนจรวิง และ ข้ดอควนำม ท่ีกนได้ดศนกษนำไปแล้ดวในบททีนก่ 3 ขอด้ มลมู ประเภทนนีจ้ ะมนผลอยู่ลมย ักพธรอ์ ยู่มย 2 คนย่ ำ มตน ัวก ดนน ำเนวินกนำรอยูม่ย 3 แบบ มคน วนำมจนน ำเป็ปนตอ่ย โครงสรน้ด ำงกนำร ทนนำงนำนแบบทนำงเลอพ กเปป็นอย่นย ำงมนำก 1. ลอจิวกบบูลทน (boolean logic) ในยคุค 1840 นักกคณิวตศนำสตร์รชพ่ีกอ George Boole ไดด้นนน ำเสนอกฏเบีนพ้องตด้นทนำงตรรกะทกนี่แสดงอย่ยูมใน รมปู ของคณตวิ ศนำสตรลร์ ว้ด นโดยใชเ้ด พนยงสองคน่ย ำ คอพ “จรวงิ ” และ “เททจ็ ” (Campbell, 2009:110) ตย่อมนำ คลอดด์รแชนนอน (Claude Shannon) ไดด้รดูม้วย่นำกนำรทนนำงนำนของบูมลสนำมนำรถทนี่กจะนนนำมนำใช้ดเพีิวก่ม ประสิวทธวภิ นำพของกนำรออกแบบสวทิว ชร์ไฟฟน้ฟ ำในโทรศพกั ท์ขร องเขนำโดยตรง โดยในตรรกะของบมลู ยน นไปชว่ย ย ในกนำรออกแบบวงจรคอมพวิวเตอร์ร เพพก่ีอให้ดเปป็นเกนยรติวแกย่บูมลนน ในกนำรเขนยนโปรแกรมภนำษนำในปปัจจคุบักนจะตก้ีนังชนิวดของตกัวแปรตนำมสวิกี่งทก่ีน เป็ปนควนำมจรวิงและไมย่เป็ปนควนำมจริวง ในภนำษนำคอมพิวว เตอร์รจะเรนยกชนิวดข้ดอมูมลบูมลนยว่ยนำ บมู (bool) ซี่กนงจะมน ควนำมแตกตน่ย ำงจนำกชนวิดข้ดอมูมลท่ีนกเป็ปนตัวก เลขจนน ำนวนเต็ทมและจนนำนวนจริวง ซีนก่งมนค่ยนำอย่ยูมมนำกมนำยหลนำยพกันค่ยนำ ส่ยวนค่ยนำทีกน่เปป็นไปไดด้ของชนวิดข้ดอมูมลแบบบมูลนนคพอ จรวิง และ เท็ทจ หรพออนำจจะหมนำยถนงตกัวเลข 0 หรพอ 1 เทยน่ ำนีนักน้ กนำรทนนำงนำนของบมูลนนประกอบด้ดวยกนำรทนน ำงนำนอยมู่ย 3 อยย่นำง AND, OR และ NOT โดยที่นก NOT จะมน ข้ันีนก ตอนวิธว แน บบทนำงเลพอก | 97
ลนน ำดกบั ของกนำรทนนำงนำนทกสีน่ มูงที่นกสดคุ ตนำรนำงท่ีนก 6.1 สญกั ลักก ษณ์เร คร่ีอพก งหมนำยเพอ่ีกพ ใชเด้ ปรนยบเทยน บ เครอกี่พ งหมนำย ควนำมหมนำย =,== เท่นย ำกนัก <>, != ไมยเ่ ทนย่ ำกนกั < นดอ้ ยกวนย่ ำ > มนำกวนย่ ำ <= >= นอด้ ยหรพอเทย่นำกกัน มนำกกวย่นำหรพอเทยน่ ำกนัก จนำกตนำรนำงทีกน่ 6.1 เปป็นสักญลักกษณ์รทนำงคณวิตศนำสตรร์ทก่นีถมูกนนนำมนำใช้ดในโปรแกรมคอมพวิวเตอรร์ เพพกี่อ เปรนยบเทนยบค่ยนำ 2 คย่นำ ด้ดวยสกัญลักกษณร์ดักงกล่ยนำว ผลลกัพธร์ท่กนีไดด้จะเปป็นชนิวดของบมูลนน นนัีก้นคพอ มนคย่นำเปป็นจริวง หรพอมนค่ยนำเป็ปนเท็ทจเทย่นำนนี้ักน ไดด้ผลลักพธ์รทกน่ีไดด้จนงถูมกนนนำมนำใชด้เป็ปนเงกพ่ีอนไขในกนำรเขนยนโครงสร้ดนำงตรรกะกนำร ตกัดสวินใจ จะตรงกนำรควนำมตด้องกนำรทนำงเลพอกทนน ำงนำนของมนคุษยร์ ท่นีกมนเพนยงวิวธนกนำรเลพอกกนำรทนนำงนำนว่ยนำ เลพอกทนี่จก ะทนน ำงนำนนักนีน้ หรอพ ไมยเ่ ลอพ กทจน่กี ะทนน ำงนำนนน้ีนัก ตนำรนำงท่นีก 6.2 กนำรใชต้ด รรกะศนำสตร์เร ชกอีพ่ มเงพอ่กี นไข เงอพก่ี นไขที่นก 1 เง่ีพกอนไขท่นกี 2 กนำรรวมเง่อพีก นไข A == B A>5 (A == B) AND (A > 5) C>I J<I J+2>4 (C > I) OR (J < I) K != J K+J>8 (J + 2 > 4) OR (K +J > 8) I > 15 (K != J) AND (I > 15) จนำกตนำรนำงท่นีก 6.2 แสดงลนน ำดกบั กนำรทนน ำงนำนของบูมลนน ไดดด้ งกั นีน้ บรรทักดทกีน่ 1 (A == B) AND (A > 5) สมมคุตวิให้ด A = 7 และ B = 7 กนำรทนนำงนำนจะเป็ปนดักงนน้ี เรกวิ่ีม ตน้ด จนำกทนน ำงนำนที่นกเคร่พกอี งหมนำย นวิพจนร์ (A == B) เปนป็ ลนนำดบัก แรก ถดน้ ำผลกนำรปฏบิว กตั ิกว นำรเป็นป จริวง นกี้นันคพอ คนย่ ำ ของ A มนคยน่ ำเทย่นำกักบ B ในท่กนีน้นีจะมนคย่นำเท่ยนำกักนคพอ 7 ลนนำดักบถักดไปกท็จะปฏวิบกัติวกนำรตนำมเครีพก่องหมนำย (A > 7) ผลกนำรปฏวิบักตกวิ นำรเปป็นจรวิงน้ีันกนคพอ 7 > 5 จนำกนัีก้นนนนน ำทัน้ีกง 2 นิวพจน์รมนำปฏิวบักติวด้ดวยสักญลกักษณร์ทนำงลอจิวกนั้กนีน คพอ AND ผลกนำรปฏิวบกัตวิกนำรจะเป็ปนดักงน้นี นวิพจนร์แรกเป็ปนจรวิง และนวิพจนร์ทกน่ีสองก็ทเป็ปนจริวง ดกังนน้ักีนผลกนำร ทนนำงนำนของนพิว จน์ไร ด้ผด ลลกัพธเร์ ปน็ป จรงวิ 98 | ขั้กีนน ตอนวิวธนแบบทนำงเลพอก
รปูม ท่ีกน 6.1 ลนน ำดักบขีกั้นน ปฏิวบตกั ิกว นำรเปรนยบเทนยบ จนำกรูมปที่กน 6.1 เมกพ่ีอผลกนำรดนนำเนิวนกนำรเปรนยบเทนยบของนวิพจนร์แรกเป็ปนจรวิง ก็ทจะดนน ำเนวินกนำรเปรนยบ เทนยบนวิพจนร์ทนกี่สอง เมกีพ่อผลกนำรเปรนยบเทนยบนวิพจนร์ทกี่นสองเป็ปนจริวง จนน ำดนน ำเนวินกนำรเปรนยบเทนยบนวิพจนร์ที่นก หนกีง่น และทก่ีสน องเป็ปนลนน ำดบัก สดคุ ในทนนำนองเดนยวกักนถ้ดนำกนนำหนดให้ดคนย่ ำ A และ B สมมคุตวิใหด้ A = 7 และ B = 5 กนำรทนน ำงนำนจะมนควนำม แตกตนย่ ำงกนกั ออกไปดกังรปูม ทกนี่ 6.2 รปมู ทีกน่ 6.2 ลนนำดบัก ขีัก้นนปฏวิบตัก กิว นำรเปรนยบเทยน บเมี่กอพ A และ B มนคน่ย ำแตกตนย่ ำงกักน จนำกรูมปท่กนี 6.2 เมีก่พอผลกนำรดนน ำเนวินกนำรเปรนยบเทนยบของนิวพจน์รแรกเป็ปนเท็ทจ นวิพจน์รทกี่นจะไม่ยถูมกดนนำเนวิน กนำร ตกัวดนน ำเนวินกนำร AND จะตรวจสอบเง่ีกพอนไขถกัดไปทนำงขวนำกท็ตย่อเมพีก่อเงพกี่อนไขแรกท่นกีทนนำกนำรตรวจสอบ เปป็นจรงิว เทย่นำนกีน้ัน เพรนำะ ตวัก ดนน ำเนิวนกนำร AND จะให้ดผลเป็ปนจรวิงก็ทต่ยอเมีกอพ่ คน่ย ำของ A และ B มนคย่นำเท่ยนำกกัน ดงัก นีน้กัน ในนพวิ จน์นร ีนจ้ ะไมด่ย นนำเนนิว กนำรในนวิพจนท์ร เ่นกี หลอพ ตอ่ย ไป 2. โครงสรา้ร งตรรกะการตขดสวนิ ใจ (decision logic structure) โครงสรด้นำงตรรกะกนำรตักดสิวนใจจะใช้ดควบคุคมกนำรทนน ำงนำนเพพี่กอเลพอกเส้ดนทนำงกนำรทนนำงนำน กย่อนทนก่ีเลพอก เสด้นทนำงในกนำรทนน ำงนำนจะต้ดองตรวจสอบเงก่ีพอนไขทนกี่กนนำหนด ผลกนำรตรวจสอบเงก่ีพอนไขจะได้ดผลลกัพธร์มนค่ยนำ เป็ปนจรวิง (true) หรพอ เทท็จ (false) โครงสรด้นำงตรรกะกนำรตกัดสวินใจจะมนคนนำสีก่ัง If/Then เปป็นชคุดคนนำสกีั่ง ขีัน้กนตอนววิธนแบบทนำงเลอพ ก | 99
ควบคมคุ กนำรทนนำงนำน ถด้นำผลกนำรตรวจสอบเงพกี่อนไขเปน็ป จริงว จะปฏิวบตกั กวิ นำรชดุค คนนำสงั่กี ทก่อนี ย่หยูม ลกัง Then หนำกผล กนำรตรวจสอบเงกพ่ีอนไขเป็ปนจรวงิ (เท็จท ) จะปฏิบว กัตวิกนำรชดุค คนน ำสัี่งก ถัดก ไป ดงัก รปูม ทน่กี 6.3 ขนก้ีันตอนวธิว น ผักงงนำน รปูม ท่กีน 6.3 ขนักน้ี ตอนวธวิ นและผงัก งนำน ตรรกะกนำรตดกั สวินใจทนน ำงนำนทนำงเดนยว ข้กันนี ตอนวธิว น ผักงงนำน รมปู ท่ีกน 6.4 ขี้นันก ตอนวิวธนและผงัก งนำน ตรรกะกนำรตัดก สนิว ใจทนนำงนำนหลนำยทนำง จนำกรมูปที่นก 6.4 เป็ปน โครงสร้ดนำงตรรกะกนำรตกัดสิวนใจหนำกมนทนำงเลพอกหลนำยทนำงจะใชด้ชคุดคนน ำสกัี่ง 100 | ขักีนน้ ตอนววธิ แน บบทนำงเลพอก
If/Then/Else เป็ปนชคุดคนนำสกั่ีงควบคุคมกนำรทนน ำงนำน ถด้นำผลกนำรตรวจสอบเง่พีกอนไขเปป็นจรวิง จะปฏิวบกัตวิกนำรชคุด คนน ำสักีง่ ทอีน่ก ยหยู่ม ลกงั Then หนำกผลกนำรตรวจสอบเงอพ่กี นไขเปป็นเท็ทจ จะปฏบวิ ัตก ิกว นำรชดุค คนน ำส่กงัี หลังก Else สญกั ลักก ษณขร์ องผักงงนำนทกใ่ีน ชด้ประกอบดวด้ ย 1 อวินพตุค และ 2 เอนำตพ์ร คุต ดงัก รูมปทนกี่ 6.5 รปูม ทนีก่ 6.5 สญกั ลกกั ษณข์ร องผงกั งนำนกนำรตักดสนิว ใจ จนำกรมูปทกี่น 6.5 สักญลักกษณร์ของผักงงนำนจะเรีกวิ่มจนำกเขด้นำมนำทนำงอักกษร (A) และตรวจสอบเงี่กพอนไข ถด้นำผล กนำรตรวจสอบเงกพี่อนไขเป็ปนอย่ยนำงใดอยย่นำงหนี่นกงระหวยน่ ำง จริวง หรอพ เท็ทจ และเลพอกเสด้นทนำงกนำรทนน ำงนำนทนำง ดน้ด ำน ( C) หรพอออกทนำงดนด้ ำน (B) จนำกรูมปที่กน 6.5 แสดงให้ดเหท็นผักงโครงสรน้ด ำงกนำรตกัดสนิว ใจอย่ยนำงง่นย ำย ผลของกนำรกนำรตดัก สนวิ ใจจะสนำมนำรถ เปป็นได้ดทกี้นังจริวงหรพอเทท็จ ขี้นนอยมูย่กกับข้ดอมมูลที่นกนนนำมนำใช้ดในกนำรตรวจสอบ สักญลกักษณ์รทกี่นนนน ำมนำใช้ดจะเปป็นรูมป ข้นด ำวหลนำมตดกั หรพอ รปูม เพชร โดยมเน สด้นทนำงกนำรทนนำงนำนตนำมลกูม ศร จะทนน ำงนำนในชคดุ คนนำสี่งัก ทนำงดนด้ ำนขวนำเมี่กอพ ผลกนำรกนำรตรวจสอบเงีกพ่อนไปเปป็น True และจะทนน ำงนำนทนำงดด้นำนซ้ดนำยถด้นำเงพ่กีอนไขเป็ปนเทท็จ หรพอไม่ยมนชคุดคนนำ สงกัี่ กไ็ท ดด้ โดยปกติวในกนำรสร้ดนำงทนำงเลพอกจะมนเพนยงเงกีพ่อนไขเดนยวกท็ได้ด แตย่ในบนำงกรณนอนำจจะตด้องใช้ดเง่ีกพอนไข หลนำยเงีพก่อนไข หรพอหลนำยนวิพจน์ร หนำกต้ดองกนำรสร้ดนำงเงก่ีพอนไขที่กนมนมนำกกว่ยนำ 1 เง่ีกพอนไขจะต้ดองใช้ดเครพ่ีกองมพอ ทนำงตรรกะ (logical) มนำเปป็นตกัวเชีพก่อมเงีกพ่อนไขหรพอนิวพจน์รเหล่ยนำนี้ักนนเข้ดนำดด้วยกักนเพ่กพีอให้ดผลกนำรตรวจสอบ เงอพก่ี นไขทไนก่ี ด้ผด ลออกมนำเพยน งเง่ีกพอนไขเดนยว จะเป็นป ค่ยนำจรวิงหรพอเทจ็ท เท่ยนำนก้ันีน เครอพก่ี งมพอทนำงตรรกะทก่นีน นนำมนำใชด้ ประกอบด้วด ย AND,OR และ NOT ตวัก ดนนำเนนิว กนำรทนำงตรรกศนำสตรร์ใชสด้ นน ำหรกับรวมกนำรทนนำงนำนท่มนกี เน งอีกพ่ นไขมนำกกวยน่ ำหน่กงีน เขด้นำดว้ด ยกันก ผูมเด้ ขนยน สนำมนำรถเขนยนเงกพ่ีอนไขภนำยในไดด้หลนำยเงพี่กอนไข และหลนำยตกัวดนนำเนิวนกนำร แต่ยลนน ำดกับสคุดท้ดนำยในกนำรดนน ำเนิวน กนำรตนำมนิวพจน์รจะต้ดองเหลพอเงีพ่กอนไขทนำงตรรกศนำตร์รเพนยงหนีนก่งเงพีก่อนไข เพกี่พอใหด้ได้ดผลลักพธร์ออกมนำเพนยง 2 ขกนัีน้ ตอนวิวธนแบบทนำงเลพอก | 101
อย่นย ำง คอพ True หรอพ False เท่นย ำนั้นนกี ดใมู นตนำรนำงทนีก่ 6.2 โครงสร้ดนำงตรรกะกนำรตดกั สวินใจสนำมนำรถแบย่งลกกั ษณร์ของกนำรทนน ำงนำนออกไดด้ 2 แบบ 2.1 กนำรตดกั สนวิ ใจแบบเงีกอ่พ นไขเดยน ว (single condition) เป็นป โครงสรนด้ ำงกนำรตดกั สวินใจท่กีงน นย่ ำยมเน พนยงหน่งกีน เง่กพีอนไขและกนำรกระทนน ำอยน่ย ำงใดอยน่ย ำงหนี่กนงหรพอหนี่งกน ชุคดของคนนำส่ีกังหนำกเง่ีพกอนไปเป็ปนจริวงหรพอเป็ปนเทท็จ ตกัวอย่ยนำงกนำรตกัดสิวนใจด้ดวยเง่กพีอนไขเดนยว คนนำนวนกนำร ทนน ำงนำนลย่วงเวลนำท่เีนก กินว 40 ชกีัว่ โมง ให้คด ิดว ในอตัก รนำ 1.5 เทน่ย ำตอย่ ชวกีั่ โมง หนำกทนนำงนำนนด้อยกวนย่ ำให้คด นน ำนวนตนำม ปกตวิ กนนำหนดตวกั แปร Hours เปป็นขดอ้ มูมลชนิวดตกวั เลข และนนนำมนำตรวจสอบภนำยในเงีก่พอนไขดว้ด ยคนนำส่ีกัง If ถด้นำผลกนำรตรวจสอบเงีพ่กอนเป็ปนจริวง จะทนนำกนำรประมวลผลตนำมทนกี่กนนำหนดไวด้ คพอ Rate * (40 + 1.5) * (Hours - 40)) แต่ยถ้ดนำเงพ่ีกอนไขเป็ปนเทท็จก็ทจะประมวลผล Rate * Hours หลักงจนำกเสร็ทจสีน้ิวนกระบวนกนำร ตรวจสอบและทนนำงนำนภนำยในเงกีอ่พ นไขแล้ดวก็จท ะทนน ำงนำนคนน ำสงัี่ก อนีก่พ เป็นป ลนนำดบัก ถดัก ไป ขกนัน้ี ตอนวธิว น ผงัก งนำน 102 | ขี้กนันตอนววิธแน บบทนำงเลอพ ก
รหกัสเทยน ม If Hours > 40 Then Pay = Rate * (40 - 1.5 * (Hours - 40)) Else Pay = Rate * Hours Endif รปมู ทน่ีก 6.6 ข้นกันี ตอนวธิว น/ผังก งนำน/รหกัสเทยน ม กนำรตดกั สินว ใจด้วด ยเงอ่ีกพ นไขเดยน ว (ทีน่กมนำ : Sprankle, Maureen, 2012: 108) 2.2 กนำรตดัก สนิว ใจแบบหลนำยเงอีพ่ก นไข (multiple condition) กนำรตักดสวินใจที่กนมนหลนำยเงีพก่อนไขทกน่ีนนน ำไปสยู่มกนำรดนนำเนวินกนำรอยย่นำงใดอย่ยนำงหน่นกีงหรพอชุคดของกนำรกระ ทนน ำสนน ำหรับก เงอกพ่ี นไขทน่ีกเป็นป จรวิงหรพอกนำรกระทนนำอนี่พก สนนำหรบกั เงีอกพ่ นไขทีนก่เป็ปนเท็ทจทกี่นมนควนำมชักบซ้ดอนน้ดอยหรพอมนำก ขี้นนกวย่นำท่กนีมนเงกพ่ีอนไขเดนยว ในกนำรตักดสิวนใจเหล่ยนำน้ีนจะใช้ดตักวดนน ำเนวินกนำรทนำงตรรกะในกนำรเชีกพ่อมต่ยอเงพกี่อนไข เชนย่ เดยน วกกับกนำรตกัดสวินใจทีนก่ขน้นี อยมู่ยกบัก เงีกพ่อนไขเดนยว ผลกนำรตรวจสอบวน่ย ำจริวงหรพอเทท็จกนำรกระทนน ำจะถมูกนนน ำ ใช้เด ปป็นโครงสรดน้ ำงกนำรตดัก สนวิ ใจทกน่จี ะมเน ปป็นควนำมซักบซอ้ด นมนำกขี้นน โครงสร้ดนำงกนำรตกัดสิวนใจกลนำยเป็ปนควนำมซกับซ้ดอนมนำกขน้ีนตนำมจนน ำนวนของเงีกพ่อนไขทกนี่เชกพี่อมตย่อตรรกะ และ (and) หรพอ เช่ีกพอมด้ดวยตรรกะ หรพอ (or) หรพอจนนำนวนของกนำรดนนำเนิวนกนำรท่ีกเน พมีกิ่ว ขน้นี ของผลจรวิงหรพอ เท็จท ดใมู นตนำรนำง 6.2 ขี้กนันตอนวธวิ น รหกัสเทนยม If Paytype = \"Hourly\" Then If Hours > 40 Then Pay = Rate * (40 + 1.5 * (Hours - 40)) Else Pay = Rate * Hours Else Pay = Salary Endif ขก้ีันนตอนวธิว แน บบทนำงเลอพ ก | 103
ผงกั งนำน รปูม ทนี่ก 6.7 ขน้กัีนตอนวธวิ น If/Then/Else ทีนซ่ก ้อด นกันก (ทมกี่น นำ : Maureen Sprankle,2012:109) ในรมูปทีน่ก 6.5 แสดงขี้กันนตอน If/Then/Else แบบทนกี่มนหลนำยเงี่พกอนไข ประกอบดด้วยโครงสร้ดนำงกนำร ตดัก สินว ใจทนีก่ซ้อด นกกัน ในกนำรใชดง้ นำนจรงิว ทีนจ่ก ะเกิดว ขีน้นอนำจจะมนเพยน งหนีน่งก เงพกี่อนไขหรอพ สองเงกอพี่ นไขหรอพ มนำกกวนย่ ำ นักีน้นได้ด ในบนำงครีง้ันก สนำมนำรถรวมเงพ่กีอนไขท่กีนตด้องกนำรเขด้นำเป็ปนเงกพี่อนไขเพนยงเครกีพ่องเดนยวไดด้ โดยใชด้ตวัก เชีก่พอมทนำง ตรรกะ AND หรอพ OR มนำเปน็ป ตวัก เช่กีพอมเพ่กอีพ คนน ำสกัง่ี สกนี้นั และเขดน้ ำใจได้ดงนย่ ำยขนน้ี 3. ขั้นข ตอนวิธว แท บบ If/Then โครงสรด้นำงขีนั้กนตอนวิวธนแบบ If/Then เป็ปนโครงสรด้นำงที่กนงย่นำยท่กนีสคุดในหลนำยโครงสร้ดนำงทน่ีกจะกลย่นำวใน ลนน ำดกบั ต่อย ไป เพรนำะโครงสรน้ด ำงขนกันี้ ตอนแบบ If/Then จะทนน ำงนำนหลังก คนน ำสีง่ัก Then เท่นย ำนี้นกนั และจะทนน ำงนำน ก็ทต่ยอเมพี่อก เงีพ่กอนไขเป็ปนจรวิง ดกังรูมปทน่ีก 6.8 เมพกี่อทนน ำงนำนหลกังคนน ำส่ีกัง Then แลว้ด ก็ทจะเข้นด ำสูกยม่ นำรตรวจสอบเง่พกีอนไข ถักดไป กนำรตรวจสอบแบบนจีน้ ะทนน ำใหดม้ นกนำรตรวจสอบเงพี่อก นไขทกีน่มนอยยูมโ่ ดยไมยข่ ดน้ ำมชคดุ คนน ำสัก่งี ถดัก ไป 104 | ขกันนี้ ตอนวิธว แน บบทนำงเลอพ ก
ข้กนีนั ตอนววธิ น ผกังงนำน รหักสเทยน ม If Age < 16 Then Charge = 70 Endif If Age >= 16 AND Age < 65 Then Charge = 100 Endif If Age >= 65 Then Charge = 50 Endif รปมู ท่กนี 6.8 ขักนี้น ตอนวธวิ น ผกังงนำน รหกสั เทนยม กนำรตรวจสอบเง่อีกพ น (ทมกนี่ นำ : Sprankle, Maureen, 2012: 111) ขกัน้นี ตอนวิธว แน บบทนำงเลอพ ก | 105
จนำกรมูปท่กนี 6.8 เรกิว่ีมจนำกกนำรตรวจสองเงพก่ีอนไขแรก Age < 16 ถ้ดนำเป็ปนจริวงกท็จะทนน ำงนำนหลักงคนน ำสี่กัง Then โดยให้ดคย่นำเทย่นำกกับ 50 หลกังจนำกนนัีก้นก็ทจะตรวจสอบเงกพี่อนไขทก่ีนสองคพอ Age >= 16 AND Age < 65 จะพบวย่นำเงีก่พอนไขนนี้จะเช่พีกอมตกัวตรรกะ AND ถด้นำจะทนนำคนนำสก่ีังหลักง Then เงี่พกอนไข Age >= 16 ได้ดผลเปป็น จรวิง และเงกพี่อนไข Age < 65 ได้ดผลเป็ปนจริวง ถ้ดนำเงี่พกอนไขใดเงกี่พอนหนี่นกงเป็ปนเทท็จกท็จะไม่ยทนนำคนน ำสกั่ีงหลักง Then ตยอ่ จนำกน้กัีนนกท็จะตรวจสอบเงพ่อกี นไขทนก่สี นำมคพอ Age >= 65 มผน ลเป็ปนจรวิงก็ทจะทนน ำหลกงั คนน ำสีก่งั Then หรพอไมก่ย ็ท ทนน ำคนนำสกี่ังถดกั ไป ตนำรนำงท่ีนก 6.3 เงพก่อี นไขทใน่ีก ชดส้ นนำหรกบั ตรวจสอบ จย่นำยเพม่ีวิก 50 อนำยคุ 100 Age < 16 70 Age >= 16 and Age < 65 Age >= 65 ดักงทีนก่แสดงไวใด้ นรมปู ทีกน่ 6.8 แมด้ในขณะทมน่กี นอนำยคนุ ด้อยกว่ยนำ 16 ปีไป ดด้ตรวจสอบแล้วด กนำรตัดก สนวิ ใจใน เงกีพ่อนไขอ่พีกนทีกน่ตนำมมนำจะตด้องตรวจสอบเง่พกีอนไขท่กนีมนอนำยคุต้ีักนงแต่ย 16 ปปี ถนงอนำยคุ 64 ปีป ให้ดสกังเกตเครพ่ีกองหมนำย < 65 หมนำยถนงอนำยุค 65 ก็จท ะไมย่เป็ปนไปตนำมเงพก่ีอนไขนนี้ แตย่จะเป็ปนไปตนำมเงีพก่อน >= 65 แทน ดักงนั้กีนนในกนำร ทนนำงนำนของขันี้นก ตอนวธิว น จะตด้องตรวจสอบเงกพ่อี นไขท่ีกเน หลพออนก 2 เง่พีกอนไข 4. ข้ันข ตอนวิธว แท บบ If/Then/Else โครงสรด้นำงขีนกนั้ ตอนวธิว นแบบ If/Then/Else เปปน็ โครงสรดน้ ำงทกี่งน นย่ ำยอกน โครงสรน้ด ำงหนีกงน่ เพรนำะโครงสรน้ด ำง ขนัก้ีนตอนแบบ If/Then/Else เม่พีกอตรวจสอบเงพกี่อนไขแลด้วเปป็นจริวง จะทนนำงนำนหลักงคนน ำสก่ีัง Then และจะ ทนนำงนำนคนน ำสีกั่งถักดไปทกน่ีอยยมู่ต่ยอจนำก Endif แต่ยถด้นำผลกนำรตรวจสอบเงีพ่กอนไขเปป็นเท็ทจก็ทจะทนนำงนำนหลกังคนน ำสัก่ีง Else และทนนำงนำนหลกังคนน ำสักี่ง Endif บนำงครนี้ักงเรนำอนำจจะมองโครงสร้ดนำงตรรกะตักดสวินใจแบบเป็ปน โครงสร้นด ำงแบบ 2 ทนำง กลน่ย ำวคพอ ถ้ดนำเปป็นทนำงเลพอกกท็หมนำยถนง เรนำจะเลพอกไปทนำงซ้ดนำยมพอหรพอขวนำมพอของ เรนำ โครงสรน้ด ำงแบบนจ้นี นงเป็นป โครงสรด้นำงท่นถกี กูม นนน ำมนำใชด้งนำนมนำกที่นสก ดคุ ในกนำรโปรแกรม ดักงรูปม ทกีน่ 6.9 106 | ขีนักน้ ตอนวธวิ นแบบทนำงเลพอก
ขกนนี้ั ตอนวธวิ น รหกัสเทยน ม If num MOD 2 = 0 Then print “Even” Else print “Odd” Endif ผกังงนำน รมปู ท่ีกน 6.9 ขันีนก้ ตอนวิวธน รหักสเทยน ม ผงัก งนำน แบบ If/Then/Else จนำกรูมปทนกี่ 6.9 กนำรทนน ำงนำนจะเร่ีกิวมจนำกหนำผลลักพธร์ของ num MOD 2 เปป็นลนนำดกับแรกแล้ดวไดด้ ผลลักพธ์รออกมนำจนงนนนำไปเปรนยบเทนยบกักบ 0 เมี่กพอผลกนำรเปรนยบเทนยบเปป็น 0 แสดงวย่นำผลกนำรหนำรลงตกัวให้ด แสดงข้อด ควนำม “Even” (เลขคยมู่) แต่ถย นด้ ำผลลพกั ธร์ไมย่เท่ยนำกับก 0 กจ็ท ะแสดงข้ดอควนำม “Odd” เลขคกนี่ ดกังนนีกั้นคนน ำสี่กัง If/Then/Else ผลของกนำรเปรนยบเทนยบจะเป็ปนจริวงหรพอเป็ปนเท็ทจ จะทนน ำงนำนที้นกังอยยูม่ คนน ำสกี่ัง ถ้ดนำเป็ปนจรวิงจะทนน ำคนน ำสกี่ังหลักง Then และถ้ดนำผลกนำรเปรนยบเทนยบเปป็นเทท็จก็ทจะทนน ำคนน ำสก่ัีงหลักง Else ข้ีนกนั ตอนวิวธแน บบทนำงเลอพ ก | 107
และทนน ำงนำนคนนำสีกั่งหลักง Endif ที้งนกั สองกรณน 5. ขนข้ั ตอนวธวิ แท บบ If/Then/Else แบบซ้อร น โครงสรด้นำงข้กันีนตอนวิวธนแบบ If/Then และ If/Then/Else ทน่กีกล่ยนำวมนำกย่อนหน้ดนำนีน้ เป็ปน โครงสรด้นำงท่ีกนงย่นำยไม่ยมนควนำมสลักบซกับซ้ดอน คนนำสกีั่ง If/Then จะทนนำเพนยงคนน ำสัก่ีงทีก่นอยู่ยมหลกัง Then เทนย่ ำนัีก้นน และ คนน ำสกัี่ง If/Then/Else จะทนนำสก่ัีงทกัน้ีงทีนก่อยยมู่หลักง Then และ อยูยม่หลกัง Else โดยทีน่กจริวงกนำรตักดสิวนใจอนำจจะ เกดวิ กนำรตรวจสอบเง่ีกอพ นไขทนกม่ี หน ลนำยลักกษณะ หน่ีงนก ในนนัี้นก คอพ เง่อีพก นไขทนกี่มนควนำมซอ้ด น กลน่ย ำวคอพ จะตรวจสอบ เงอพ่กี นไขอนกครี้งนกั จนำกทตนก่ี รวจสอบเงอก่พี นแรกแลวด้ ดังก รมปู ทนกี่ 6.10 ทน่ปกี รบัก ปรงคุ มนำจนำกรูมปที่นก 6.8 ขัี้นนก ตอนวธวิ น รหักสเทยน ม If Age > 15 Then If Age >= 65 Then Charge = 70 Else Charge = 100 Endif Else Charge = 50 Endif 108 | ขน้นัีก ตอนวิวธแน บบทนำงเลอพ ก
ผกังงนำน รปูม ท่นีก 6.10 ขนัี้กนตอนวธิว น รหกัสเทยน ม และผงัก งนำน แบบหลนำยเงีกพอ่ นไข จนำกรูมปทน่กี 6.10 ซี่นกงนนน ำขก้นัีนตอนวิวธนจนำกรมูปท่ีนก 6.8 มนปรกับปรุคงแก้ดไขขนี้กันตอนววิธนใหด้มนประสิวทธิวภนำพมนำก ข้นีน จนำกกนำรปรักบปรคุงขกี้ันนตอนวิวธนมนขนีกั้นตอนกนำรทนน ำงนำนเรวิก่ีมจนำก กนน ำหนดเงี่กพอนไขแรกใหด้ Age > 15 ถด้นำ เงพ่ีอก นไขนีมน้ ผน ลลพัก ธเร์ ปน็ป จรงวิ จะทนน ำกนำรตรวจสอบเงพีกอ่ นไขถดกั ไปคอพ Age >= 65 ถ้นด ำหนำกเงอพกี่ นนนต้ี รวจสอบ แล้ดวมผน ลเปนป็ จริงว กท็จะทนน ำหลกงั คนนำสกง่ีั Then นี้ันนก คอพ สีกั่ง Charge = 70 แตถ่ย ดน้ ำผลกนำรตรวจสอบเง่กพอี นไขแลว้ด เปป็นเทท็จก็ทจะทนน ำคนน ำสกี่ังทีกน่อยมยู่หลักง Else นนัน้กี คพอ Charge = 100 และออกจนำกโครงสรดน้ ำงเงีพก่อนไข ในทนน ำนอง เดนยวกักนในเงกีพ่อนไขแรก Age > 15 ถดน้ ำผลกนำรตรวจสอบเง่พีกอนไขแลด้วเป็ปนเท็ทจ จะทนนำคนนำสก่ีังหลักง Else นีันก้น คอพ คนนำสีงก่ั Charge = 50 และออกจนำกโครงสร้นด ำงเงีกพ่อนไข ปปัญหนำตย่อไปนนี้จะแสดงใหด้เหท็นถนงวิวธนกนำรแก้ดปัปญหนำดด้วยคอมพวิวเตอรร์ ที่กนมนเงี่พกอนไขซ้ดอนกกันหลนำย เง่พกีอนไขทีนก่มคน วนำมแตกตน่ย ำงกนกั บริวษกทั แห่ยงหนนงก่ี มนพนักก งนำนทวกั่ี ไปอยูม่ย 2 ประเภทคอพ พนกัก งนำนรนำยเดพอน กักบ พนกักงนำนรนำยวักน และบรวิษักทได้กด นนำหนดเง่กีอพ นไขของกนำรจน่ย ำยเงวินพวเิ ศษสนนำหรักบกนำรทนน ำงนำนลย่วงเวลนำ (over time) โดยถ้นด ำเป็ปนพกัก งนำนรนำยเดอพ นถดน้ ำทนนำงนำนลยว่ งเวลนำเกนิว 40 ชว่กัี โมงเดอพ น จะใหอ้ด กัตรนำคย่นำลวย่ งเวลนำ 1.5 เทย่นำ แต่ยถด้นำเปป็นพนกักงนำนรนำยวกันจะให้ดอักตรนำ 1.35 เท่ยนำ ในกนำรทนนำงนำนล่ยวงเวลนำ หนำกไม่ยถนง 40 ไมยต่ ด้องคิวด คย่นำลวย่ งเวลนำ ขน้กนัี ตอนววธิ แน บบทนำงเลพอก | 109
ขกันี้นตอนวธิว น รหกัสเทยน ม If Hours > 40 Then If Type=\"M\" Then Pay = Rate * (40 + 1.5 * (Hours - 40)) Else Pay = Rate * (40 + 1.35 * (Hours - 40)) Endif Else Pay = 0 Endif ผกังงนำน รปูม ทนก่ี 6.11 ข้กันีนตอนวธวิ น รหกสั เทยน ม และผงัก งนำน แบบหลนำยเงอพี่ก นไข 110 | ข้กันีนตอนววิธนแบบทนำงเลพอก
จนำกรูปม ท่นกี 6.11 เปป็นโครงสรนด้ ำงตรรกะกนำรตดกั สนวิ ใจดวด้ ยหลนำยเง่กีอพ นไข เงี่อพก นไขแรกเปป็นจนนำนวนชัวกี่ โมง ทนน ำงนำน และเง่พกีอนไขทกนี่สองเป็ปน ประเภทของพนักกงนำน กนำรทนน ำงนำนเรกิ่ีวมจนำกตรวจสอบเงพก่ีอนไขชั่กีวโมง ทนนำงนำนเป็ปนลนน ำดักบแรก หลกังจนำกนนกั้ีนจนงตรวจสอบเงพีก่อนไขประเภทของพนกักงงนำน ถด้นำหนำกตรวจสอบ เงกี่พอนไขของประเภทพนักกงงนำนกย่อน ในโครงสร้ดนำงตรรกะกนำรตวิดสิวนใจ กท็จะต้ดองตรวจสอบเงกพี่อนไข จนน ำนวนชวกั่ี โมงของกนำรทนนำงนำนท้งีนัก ประเภทของพนกักงนำน ดงกั รูมปทนีก่ 6.12 ขนน้ีัก ตอนวธวิ น รหสัก เทยน ม If Type=\"M\"Then If Hours > 40 Then Pay = Rate * (40 + 1.5 * (Hours - 40)) Else Pay = 0 Endif Else If Hours > 40 Then Pay = Rate * (40 + 1.35 * (Hours - 40)) Else Pay = 0 Endif Endif ขนัี้กน ตอนวธวิ นแบบทนำงเลอพ ก | 111
ผงกั งนำน รปมู ทก่นี 6.12 ขนกน้ัี ตอนวธวิ น รหสกั เทนยม และผกังงนำน แบบหลนำยเง่อพกี นไข จนำกรมูปทนีก่ 6.12 ข้นกีันตอนววิธนตรวจสอบประเภทของพนักกงนำนเป็ปนลนนำดกับแรก และตรวจสอบเง่ีกพอนไข ช่ีกัวโมงของกนำรทนน ำงนำนล่ยวงเวลนำ ซ่กนีงจะต้ดองตรวจสอบทก้ันีงสองฝปัฝ่ง เม่ีกพอเปรนยบเทนยบกักบรมูปทก่นี 6.11 แลด้วจะ พบว่ยนำ มนกนำรตกัดสิวนใจเพ่ีิกวมขี้นนอนก 1 ครันก้ีง และเพ่วีิกมกนำรประมวลผล 1 คร้ีนักง ในกนำรนนนำไปเขนยนเปป็น โปรแกรมคอมพวิวเตอรร์แล้ดวก็ทจะเป็ปนเพวิกี่มบรรทักดในภนำษนำโปรแกรมคอมพิววเตอร์รมนำกขน้ีนโดยไม่ยจนน ำเปป็น ดกังน้ีันนก ถด้นำหนำกเรนำสนำมนำรถลดจนนำนวนกนำรเขนยนโปรแกรมคอมพวิว ลงไดกด้ ท็จะเปนป็ กนำรเพ่มวิกี ประสวทิ ธวิภนำพของ ขีน้นัก ตอนววิธทน ่ีสกน รนด้ ำงขนี้น มนำไดด้ 6. ตนำรนำงกนำรตกัดสวนิ ใจ (decision tables) บนำงคร้งีนัก อนำจจะมปน ญัป หนำกบัก หลนำยเงอ่ีกพ นไขและกนำรกระทนน ำที่กเน กิดว ขนน้ี หลนำยกรณน เช่นย กนำรพบกนำรกระทนน ำ ทีนัก้งหมดของทก่ีนตรงกักบเงพี่กอนไขเฉพนำะ และกนำรพบกนำรรวมกกันของเง่กีพอนไขหนำกจะนนน ำไปส่ยมูกนำรกระทนนำทกน่ีมน ควนำมหมนำยท่ีนกมนควนำมซกับซด้อน วิวธนท่กนีดนเพ่กพีอลดควนำมซักบซ้ดอนของกระบวนกนำรน้ีนคพอกนำรวนำดตนำรนำงกนำร ตกัดสิวนใจ จะเขนยนตนำรนำงกนำรตักดสวินใจในระหว่ยนำงกนำรววิเครนำะห์รปัปญหนำ มกันเป็ปนเครพกี่องมพอทนกี่ดนทีกน่จะใช้ดเปป็น แนวทนำงในกนำรตดิว ต่อย สกี่อพ สนำรกกบั ลูมกคนด้ ำหรอพ บุคคคลท่ีกคน คณุ กนน ำลกังแกปด้ ปัญหนำให้ด นอกจนำกนีค้น คุณยักงสนำมนำรถใช้ใด น กนำรทดสอบขนี้นัก ตอนวธวิ กน นำรและผักงงนำน 112 | ขกันี้นตอนวธวิ นแบบทนำงเลพอก
ตนำรนำงกนำรตักดสนิว ใจประกอบดวด้ ยสว่ย นตนย่ ำง ๆ ดงกั ต่ยอไปนนี้ 1. เงกพี่อนไข 2. กนำรกระทนนำ 3. กนำรรวมของเงพี่อก นไขของคนย่ ำ True และ False 4. กนำรกระทนนำทจ่กนี ะต้ดองดนนำเนนิว กนำรหรพอมผน ลกระทบสนนำหรบัก กนำรรวมกนกั ของเงพีอก่ นไข รปมู ท่ีกน 6.13 รปมู แบบของตนำรนำงทดสอบเง่กอีพ นไข (ทนกีม่ นำ : Sprankle, Maureen, 2012: 123) 7. สรปรุ โครงสร้ดนำงตรรกะแบบตกัดสิวนใจ เป็ปนโครงสรด้นำงทน่กีใช้ดสนนำหรักบสร้ดนำงทนำงเลพอกในกนำรทนนำงนำน โดยมน เงีพ่กอนไขเปป็นตักวกนนำหนดในกนำรเลพอกเส้ดนทนำง อนำศกัยกนำรทนน ำงนำนกนำรกระทนน ำทนำงคณวิตศนำสตร์รอย่ยนำงหนีกน่ง ท่นกี เรยน กวน่ย ำ บลูม ยน น กนำรทนน ำงนำนจะไดด้ผลลกพั ธอ์ร อกมนำเพยน ง 2 เทนย่ ำน้ีกันน คอพ จรงวิ และ เท็จท ดงกั นนักี้น ผลลกัพธมร์ เน พยน ง จรวิงกักบเทท็จ นอกจนำกนนั้ีกนยักงอนำศักยเครพกี่องหมนำยในกนำรเปรนยบเทนยบทนำงคณิวตศนำสตรร์ ประกอบด้ดวย เครพ่ีกองหมนำย =, != , >, <, >=, <= เปน็ป ตนด้ โครงสรด้นำงกนำรตกัดสิวนใจมนขันีก้นตอนววิธนและสกัญลกักษณร์ทกนี่ใชด้ในกนำรออกแบบขก้นัีนตอนวิวธน คพอ If/Then และ If/Then/Else โดยทนกี่ If/Then เปป็นรูมปแบบของทนำงเลพอกทนำงเดนยว ส่ยวน If/Then/Else เป็ปนรูมป แบบของทนำงเหลพอ 2 สอง เงี่พกอนไขทกีน่ใช้ดทดสอบอนำจจะเปป็นเง่กพีอนไขเดกี่นยวหรพอหลนำยเง่ีกพอนก็ทไดด้ กนำร กนน ำหนดเงพี่อก นไขทนำงเลอพ กจะตดอ้ งพวิจนำรณนำให้ดรอบครอบ โดยจะต้อด งยนดหลกกั ทก่ีนว่ยนำ เมก่พอี สร้นด ำงทนำงเลอพ กแลว้ด จะตด้องเปปน็ ทนำงเลพอกทีนม่ก นประสิวทธิภว นำพท่ีกนสดคุ กนำรใช้ดตนำรนำงประกอบกบกั กนำรตดัก สนิว ใจจะทนน ำให้กด นำรกนน ำหนด เส้ดนทนำงเลอพ กสนำมนำรถทดสอบไดทด้ คกุ กรณนที่กนมนโอกนำสเปป็นไปไดด้ ขนีันก้ ตอนววธิ แน บบทนำงเลอพ ก | 113
8. คคาถามทาร้ ยบท 1. โครงสรนด้ ำงตรรกะคอพ อะไร 2. เครกพ่อี งหมนำยทนำงตรรกะศนำสตร์ทร กน่ีใชต้ด กดั สวนิ ใจประกอบดว้ด ยอะไรบด้นำง 3. เคร่ีกพองหมนำยทนกี่ใช้เด ช่ีกพอมทนำงตรรกะศนำสตรรม์ นอะไรบด้นำง 4. จนำกเง่ีกพอนไขตอ่ย ไปน้ในี หเ้ด ขนยนข้นกัีน ตอนวธวิ น ผกังงนำน รหักสเทนยม ให้แด สดงคนย่ ำ pH ที่วนก ดัก ไดด้ด ักงนนีต้ อไปนนี้ 0 - 4 แสดงข้อด ควนำม \"เป็นป กรดเขด้มข้ดน\" 5 - 6 แสดงขอ้ด ควนำม \"เป็ปนกรดอ่ยอน ๆ\" 7 แสดงข้ดอควนำม \"เป็ปนกลนำง\" 8-9 แสดงขด้อควนำม \"เปปน็ ดนย่ ำงออย่ น ๆ\" 10-14 แสดงข้อด ควนำม \"เป็ปนดยน่ ำงเขมด้ ข้ดน\" 5. ใหด้เขยน นผกังงนำนจนำกปญปั หนำตอ่ย ไปนนี้ กนำรประปนำภูมม ิภว นำคกนนำหนดอตัก รนำกนำรใชด้นนนี้ ำของผใมู้ด ชดด้ ังก นน้ีดังก ตอ่ย ไปนีน้ 1. ใชด้นนน้ี ำน้อด ยกวน่ย ำ 100 ลูมกบนำศก์รเมตรคดวิ ทน่ีก 1.5 บนำท/ลมูกบนำศกรเ์ มตร 2. ใชน้ด นี้นำมนำกกว่นย ำ 100 ถงน 500 ลกมู บนำศกเร์ มตรคดิว ท่ีกน 2.5 บนำท/ลูมกบนำศกร์ เมตร 3. ใชนด้ นน้ี ำมนำกกวยน่ ำ 500 ลูกม บนำศกร์เมตร คดิว ท่นีก 3 บนำท/ลกมู บนำศกเร์ มตร 6. ให้ดเขยน นผงัก งนำนจนำกปญัป หนำตอ่ย ไปนนี้ กรมสรรพนำกรกนนำหนดอตกั รนำกนำรชนนำระภนำษนของบคุค คลธรรมดนำไวด้ด ักงนนี้ 1. ผมทดู้ ีมกน่ นรนำยไดด้ภนำยในหน่นกีงปีป 200000 บนำทขีน้นไปหลกังจนำกหักก คย่นำใชจ้ด ่ยนำยแลว้ด คดวิ ภนำษน 15% 2. หกักคนย่ ำใชจ้ด ย่นำยสว่ย นตัวก 60% ของรนำยได้ด แต่ไย มเ่ย กนวิ 60,000 บนำท ตยอ่ คน 3. หกกั ค่ยนำใชจด้ ย่นำยคย่สมู มรสที่กนไมมย่ นรนำยไดด้ 30,000 บนำท 4. หักก คย่นำเลย้ีน งดบูม คุตรไมเย่ กนิว 2 คน อนำยุคไมเย่ กนวิ 18 ปีป คนละ 17,000 บนำท 5. หกักคย่นำเลนี้ยงดบูม วดิ นำมนำรดนำ ไมย่เกิวน 15,000 บนำทต่ยอคน 6. หักกคนย่ ำเชยน่ ำชี้อนพ ทอีน่ก ยอมู่ย นำศกัย 10,000 ตย่อปีป 7. หกกั คยน่ ำประชวน ิวตไมยเ่ กินว 10,000 ตอย่ ปปี 7. ใหด้เขยน นผังก งนำนจนำกปปญั หนำตย่อไปน้นี 114 | ขักนีน้ ตอนวิวธแน บบทนำงเลพอก
บรวิษทกั แหงย่ หนน่ีกงบรกวิ นำรรกับเชนย่ ำเหมนำระบบคอมพววิ เตอร์มร ขน ด้อกนน ำหนดดงัก นนี้ 1. ควิด 300 ตอย่ วักนตอย่ เครกพ่ีอง สนนำหรกบั กนำรเช่ยนำคอมพิววเตอรร์ 1- 10 เครพกี่อง 2. คดิว 250 ตอ่ย วนัก ตอ่ย เครอ่ีกพ ง สนนำหรบกั กนำรเชยน่ ำคอมพวิว เตอรร์ 11 - 20 เครีกพอ่ ง 3. คดิว 210 ตอย่ วนัก ตย่อเครอพกี่ ง สนนำหรบกนำรเช่นย ำคอมพววิ เตอรร์ 21 เคร่อพีก งขน้นี ไป 8. ใหเ้ด ขนยนผงกั งนำนจนำกปปญั หนำตอ่ย ไปน้ีน บรษิว ักทรักบบรกวิ นำรอบรมควิดอตัก รนำกนำรชนน ำระเงิวนดงกั นีน้ 1. ชนนำระดวด้ ยเงิวนสดก่อย นวันก อบรม 10 วกนั ลด 15% 2. ชนนำระดว้ด ยเงิวนสดภนำยในวันก อบรม ลด 7% 3. ชนนำระดวด้ ยบัตก รเครดดวิ กยอ่ นวกันอบรม 10 ลด 10% 4. ชนน ำระดวด้ ยบักตรเครดดิว ในวกันอบรม ลด 5% ข้ีักนน ตอนวิธว นแบบทนำงเลอพ ก | 115
เอกสารอร้างองิว Campbell, Jennifer. (2009). Practical Programming:An Introduction to Computer Science Using Python. USA: The Pragmatic Bookshelf. Dierbach, Charies. (2013). Introduction to Computer Science Using Python: A Computational Problem-Solving Focus. USA: John Wiley & Sons,Inc. Sprankle, Maureen. (2012). Problem solving and programming concepts. USA: Pearson Education Inc. Frieder, Ophir. Frieder Gideon and Grossman, David. (2013). Computer Science Programming Basics with Ruby. USA: O'Reilly Media,Inc. 116 | ขนก้ีนั ตอนวิวธแน บบทนำงเลพอก
แผนบริรหารการสอนประจจาบทที่ท 7 ขนขั้ ตอนวธริ แท บบทาจ ซขจ้าั เวลาเรทยน 9 คาบ หขวขอ้ข เนนั้อข หาประจจาบท 1. โครงสรร้างตรรกะทาท ซทซา 2. โครงสรร้างแบบ While/While-end 3. โครงสรรา้ งแบบ Repeat/Until 4. โครงสรา้ร งแบบการเพ่พมิ ลดคา่ค อตอั โนมอตั พ 5. โครงสรร้างลลูปแบบซร้อน 6. โครงสร้รางแบบการเรียร กซาทซ วขตถถุประสงคค์เชริงพฤติรกรรม 1. เขยีร นขอนัซ ตอนวธพ ีรทาท ซซาท แบบตรวจสอบเงอง่ิพ นไขได้ร 2. อ่าค นขนซอั ตอนวธพ รีททาซาซท แบบตรวจสอบเงอ่พิง นไขได้ร 3. เขียร นขัอซนตอนวธพ รีทาท ซทาซ แบบกาท หนดจาท นวนรอบไดร้ 4. อคา่ นขซอนั ตอนวธพ ทรี าท ซทซาแบบกทาหนดจทานวนรอบไดร้ 5. เขียร นขซนัอ ตอนวธพ ทีร ทาซาซท แบบซอ้ร นได้ร 6. อา่ค นขอัซนตอนวธพ รีทาท ซทซาแบบซร้อนไดร้ 7. เขรียนขัอซนตอนวธพ ทีร ทาแบบเรยรี กซซาท ได้ร 8. อคา่ นขซนอั ตอนวธพ ทีร าท แบบเรียร กซซาท ได้ร วธริ สท อนและกจริ กรรมการเรทยนการสอน 129
1. บรรยายเนนื้อหาในแตลต่ ะหัหวขอข้ พรข้อมยกตัวห อยา่ต ง ประกอบ 2. ศกึศ ษาจากเอกสารประกอบการสอน 3. ผูผ้ขสอนสรปุร เนื้นอหา 4. ททาแบบฝศึ กหัหดเพ่พือน ทบทวนบทเรีรยน 5. ผขู้เผ รียร นถามขอข้ สงสัยห 6. ผสู้ผข อนททาการซักห ถาม สีอทน่ การเรยท นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนประจาท บทท่ริพี 7 2. ภาพเลงพิ่อน 3. เครอ่ิพง งคอมพวพ เตอรร การวดข และการประเมรินผล 1. ประเมพนจากการซกัอ ถามในชัอนซ เรีรยน 2. ประเมมินจากการทาท แบบฝศึ กหหัดทบทวนท้ขายบทเรียร น 3. ประเมนมิ จากความร่ตวมมอน และความรหับผมดิ ชอบตอต่ การเรยรี น 130
บทท่ีท 7 ขนขั้ ตอนวิวธแท บบทททำซข้ทัท ำ บทก่อก นหนนา้ น้นีเปปน็ โครงสราน้ งเงงอื่ นไขและความคดคิ ของตรรกะและควบคมุค การทาท งาน บทนนี้เป็นป แนวคิดค แบบททาซา้ีทน (loop) เปป็นการอธคิบายตรรกะของโครงสราน้ งททาซาีท้น ททาซทานี้ และแสดงเครงื่องมงอทงื่ชน วก่ ย ให้กน ารททางานมทน างเลงอกมากข้ีขนน เคร่ือง งมอง เหล่กานรน้ี วมถงข การทาท ซีทนา้ แบบ While/While-end การททาซา้นที แบบ Repeat/Until และการททาซา้ทนี แบบเพื่งิคมลดคก่าอตอั โนมตอั ิค รวมทัอนี้งแนวคดิค ของการทาท ซ้ทีนาซ้อน นกันอ และ การเวยน นเกคิด โครงสรา้น งชนดคิ นน้ไี ดถน้ ถูกนทามาใช้นงานแก้ปน ญัป หาดน้วยคอมพวคิ เตอร์ร ทาท ใหน้การแกป้น ปญั หาตกา่ ง ๆ สามารถงานดว้น ยขัอ้นีนตอนวคิธนท่ืงนส้นีัอน และมปน ระสทคิ ธคิภาพ และทาท ใหน้การเขยน นโปรแกรมคอมพวิค เตอรรส์ ี้นัอน กระ ทอดั รอัด 1. โครงสรทร้ ำงตรรกะทททำซัทขท้ ำ (Loop Logic structure) การททาซ้ีทนา (loop) หมายถงข คาท สงื่งัอ ในโปรแกรมคอมพวคิ เตอรทร์ งในื่ หยน้ อ้น นกลบอั ไปปฏิคบตัอ คิค ทาสืองั่งเดคิม แทนทืงน่จะทาท คาท สืงั่งอ ตก่อไปตามปกติค การสือั่งงใหนท้ าท ซท้าีน น้อนันี อาจจะสืังงอ่ ให้นวนจนเสร็จร แลวน้ ไปทาท คทาสง่ืงัอ อ่นืง ๆ เป็ปน ลทาดัอบตอก่ ไป (ทักอ ษิณค า สวนานนท์ร, 2546: 409) คทาสัือง่งควบคมคุ การทาท ซา้ทนี เป็นป คาท สังงื่อ ทื่คงน วบคุคมใหก้น ารดาท เนคนิ การททาซนทีา้ ของชดุค คทาส่องัืง โครงสรา้น งการ ควบคุมค การททาซี้านท คอง ชุดค ของคทาสัอืง่งและการควบคมุค คาท สงอื่งั วนซทาี้น การควบคมคุ การดาท เนินค การชดคุ คาท สัอ่ืงง เพราะการดทาเนนิค การทาท ซา้ีนท ของโครงสราน้ งการควบคุคมการทาท ซีทาน้ มักอ จะถกูถ เรนยกวา่ก การททาซาท้ีน (loop) (Dierbach, Charies, 2013: 96) การททางานแบบทาท ซ้ทีนา จะพบได้ตน องันี้ แต่กการเร่งิคืมบู๊บถตเครงื่องเพงื่อเรงืิคม่ กระบวนการททางาน โดยเฉพาะการ ทาท งานของหนก่วยประมวลผลกลาง โดยเร่มืิงค จาก อา่ก นคทาส่ังงอื ถอดรหัสอ คาท ส่งอังื ประมวลผล จดอั เก็รบขน้อมูถล แลน้วกร็กลอับไปทาท งานเรค่ืมงิ ตนน้ อนกครีอนัง้ กระบวนการดงอั กลา่ก วจะดาท เนิคนอยกูต่ถ ลอดเวลาท่ืงหน นว่ก ยประมวล ผลกลางนอั้นีนททางานอยกถู่ ดงัอ รูถปทื่งน 7.1 ขนน้ีัอ ตอนวธคิ นแบบททาซทน้ีา | 119
รปูถ ท่นืง 7.1 กระบวนการททางานของหนกว่ ยประมวลผลกลาง (ทงม่นื า: Stallings, William. 2013: 70) โครงสรน้างการททาซทีา้น จะงาก่ ยตอก่ การอาก่ นและการบาท รงคุ รกัอ ษามากกวา่ก โครงสร้นางการตอัดสินค ใจ ทัอี้งน นนี้ เพราะโครงสราน้ งการททาซ้ีานท แต่ลก ะวงรอบจะแสดงให้ทน ราบถงข จนรอบทนงจ่ื ะทาท ซ้าทีน ได้น หรงอบางครัง้ีนอ กไ็ร มก่ อาจสามารถทราบถงข จทานวนการททาซ้านที ไดนเ้ ช่กนกนอั ขีขนน้ อยูกกถ่ อับเง่งือนไขทนืกง่ าท หนด เพง่อื ใหน้เข้นาใจในการทาท งาน ของการทาท ซนา้ีท สามารถจาท แนกการทาท ซ้ีานท ไดน้ 3 ประเภท 1. โครงสรา้น งการทาท ซี้านท While/While-end จะททาคาท สงงื่อั ซาท้นี ในขณะทง่ืเน งงอ่ื นไขของการตรวจสอบเปน็ป จรคงิ (true) และหยคุดการททาซีนทา้ เงงื่อนไขเป็นป เทรจ็ (false) 2. โครงสรน้างการทาท ซท้าีน Repeat/Until จะทาท คาท ส่งืังอ ซนา้ีท ในขณะทนเ่งื ง่องื นไปเป็ปนเทรจ็ หรอง จนกวาก่ เงง่อื นไขทื่นงตรวจสอบเปปน็ จรงิค (true) 3. โครงสรา้น งการทาท ซที้นาแบบมตน วอั นอับออัตโนมตอั ิค ซงขง่ื ตวัอ แปรทืมน่ง กน ารตอั้ีนงคาก่ เทาก่ กอับจทานวนทง่หืน นดและ การเพม่คืงิ ข้ีนขนหรงอลดลงไดค้น าก่ เทา่ก กัอนจนกวก่าจะมมน ากกวา่ก จาท นวนทนื่งส้ินนคี สุคด 2. โครงสรท้ร ำงกทำรททท ำซทขัท้ ำแบบ While/While-end โครงสราน้ งการททาซ้ทนาี แบบแรกคงอ While/While-end จะสอัืงง่ ใหคน้ อมพวิค เตอรว์ร กา่ ใหทน้ ทางานในขณะทืงน่ เงงอ่ื นไขเปน็ป จริงค โดยทาท ซีน้ทาคาท สอ่งงัื ทันี้องหมดทอง่ืน ยรถกู่ ะหว่าก ง While และ While-end (โอภาส เองืยน่ มสคริ วคิ งค์ร, 2557: 440) การทาท ซานี้ท แบบ While/While-end จะใชวน้ งเลร็บและการเยน้ีงองททาให้กน ารอา่ก นของข้อนัีน ตอนวคิธงน กา่ ยขน้ีนข ในชดคุ คาท สืงองั่ จะใชว้น งเลร็บเพองื่ เชงื่อมตกอ่ จดคุ เริ่มืคง ตน้น While และ จดคุ ส้นนิคี สคดุ While-end ของรอบและวธคิ กน าร เย้องนี งของชดุค คาท สงืัอง่ ภายในวงเลร็บจะทาท ใหนอ้ กา่ นไดน้งา่ก ย While/While-end แสดงในรูถปท่นงื 7.2 120 | ขัอนน้ี ตอนวธิค นแบบทาท ซาีนท้
รถปู ท่ืงน 7.2 ขนอีนั้ ตอนวคธิ น While/While-end (ทื่มนง า: Sprankle, Maureen, 2012: 153) รปถู ท่นงื 7.3 ผัองงานโครงสรนา้ งของ While/While-end (ทม่ืงน า: Sprankle, Maureen, 2012: 152) ขันี้นอ ตอนวธิค แน บบทาท ซทนี้า | 121
จากรูปถ ท่ืงน 7.3 การเริคงม่ื ตน้น ของการทาท ซนาท้ี While/While-end โปรแกรมจะประมวลผลเงองื่ นไขเพอื่ง ตดอั สิคนใจทจื่งน ะทาท งานในการททาซ้าีนท เมองื่ ผลของการตรวจสอบเงืง่อนไขเปป็น จรคิง ซ่งขงื จะอยู่ถกในสญัอ ลอกั ษณรร์ ถูป สงนเื่ หลงน่ยื มทงนืค่ ลาน้ ยเพชรทอง่นื ยด่กูถ นา้ นบนของผอังงาน ในขณะทนืผ่ง ลการตรวจสอบเงืงอ่ นไขเป็ปน เทจ็ร ชดคุ คทาสืง่อัง ทง่ืน อย่ถูรก ะหวง่ก While และ While-end จะไมกถ่ ูถกประมวลผล เมงือ่ ผลการตรวจสอบเงอ่ืง นไขยัองเปป็น จริคง คอมพวคิ เตอรจร์ ะกลบัอ ไปทจื่งน ดคุ เรืมงิค่ ตนน้ ของการทาท ซาน้ีท และประมวลผลคาท สงอื่ังในการททาซาทน้ี อกน ครนี้ัอง จะททาซน้ีทา จนกวาก่ ผลการตรวจสอบเงง่ือนไขเปน็ป เทจร็ ขนีอั้นตอนวธคิ น ผงอั งาน รหสัอ เทนยม 100:If<condition(s)> Then Instruction Instruction Instruction goto 100 End-if 200: next instruction รปถู ท่ืนง 7.4 ขอนีนั้ ตอนวธคิ น ผอังงานและรหัอสเทนยม การททาซทีน้าแบบ While/While-end (ทืม่งน า: Sprankle, Maureen, 2012: 153) คาท ส่ังองื ทืง่อน ยใู่กถ นรถปู ทืงน่ 7.4 แสดงใหนเ้ ห็นร ถขงโครงสราน้ งการตดอั สินค ใจเปรยน บเสมอง นโครงสรนา้ งการทาท ซา้นที แบบ While/While-end ขอ้น สงอั สังอ เกตโครงสรา้น งการตดอั สนคิ ใจทตืงน่ อน้ งใชค้น ทาส่งงอืั goto แยกตา่ก งหากเพืงอ่ กลัอบไปทดืง่น น้านบนสุดค ของการททาซนี้าท นอกจากน้ยนี องั สงอั เกตเหร็นว่กาเมองื่ เงืง่อนไขเป็นป เท็รจเสน้นทางของการยน้าย การดาท เนคินการเพงอื่ ทาท คาท สง่ืงอั ทอื่งน ยกู่หถ ลอังคทาสอ่ังืง ททาซีนาท้ การใชโน้ ครงสราน้ งตรรกะ While/While-end เม่ือง ไม่ทก ราบจทานวนคร้ัองนี ทจ่นงื ะตอ้น งททาซนทาี้ หรงอถน้ามกน รณน 122 | ขีนอ้ัน ตอนวธิค นแบบทาท ซ้นทาี
เมืงอ่ คาท สงั่ืงอ ทาท ซนทา้ี ทงื่นจะไม่กมนการประมวลผล ในกรณดน อังกล่าก วเป็ปนผลจากการตรวจสอบเงง่ือนไขทืนง่เปน็ป เท็จร ในชกว่ งเรม่ืงิค ต้นน ของการทาท ซาทนี้ ดงัอ นน้นัีอ การททาซีน้ทาจะไม่กได้นดาท เนคนิ การไดน้ ตวัอ อยาก่ งของกรณนดัองกลา่ก วเมง่ือป้ปอน ขอน้ มถลู เขาน้ ข้อน มูลถ เกืงยน่ วกับอ ลกูถ คนา้ ไมกท่ ราบจาท นวนของลูถกคนา้ ท่ืงขน ายไดภน้ ายในวนัอ และไมก่ทราบวกา่ จาท นวนยอด ขายหรอง เมงื่อกาท ลงัอ คาท นวณคกา่ เฉลยน่ืง ทดสอบสาท หรับอ นักอ เรนยนในชนนีอั้ เรนยนแต่ลก ะคน ในกรณทน ืม่นง กน ารคทานวณ ค่าก เฉลืงย่น ผลการทดสอบคทาส่ืงอังการททาซ้าทีน ไมค่ก วรจะดาท เนินค การสทาหรบัอ นอักเรนยนท่ืงนไม่ขก อ้น ขอน้ มลูถ บางอยา่ก งของ การทดสอบ ในการคาท นวณคา่ก เฉลนยง่ื ทงื่จน ะสะสมและนอับคะแนนการทดสอบแลว้น หารคะแนนรวมจาก จทานวนของการทดสอบทืเ่นง กคิดขขนีน้ เน่อืง งจากนัอกเรนยนทื่ไงน ม่กไดม้น าทาท การทดสอบจะมนคา่ก คะแนนเปปน็ ศนูถ ยร์ คอมพวคิ เตอรพร์ ยายามทน่งจื ะหารดน้วยศถูนยแร์ ละจะเกดิค ขน้อผดคิ พลาดผลการททางานได้น ดงอั นันน้ีอ การทาท ซ้ีนทา While/While-end จะช่กวยใหก้น ารประมวลผลขน้อมูลถ นกอั เรนยนของแตก่ละคนดทาเนินค การผา่ก นไปได้น ตวัอ อย่าก งปปญั หา การสราน้ งขี้นัอนตอนวธิค นและผงอั งานการหาคาก่ เฉล่งืนยอายขุค องนอักเรยน นในช้ีนัอนเรนยน ดวน้ ยขีอัน้น ตอนวธิค แน บบ While/While-end ขนอีนั้ ตอนวิคธน รหอสั เทยน ม Average-age Sum = 0 Counter = 0 enter Age While Age <> 0 Sum = Sum + Age Counter = Counter + 1 enter Age While-end Average = Sum / Counter print Average End. ขนี้นอั ตอนวธิค นแบบทาท ซ้นาีท | 123
ผงัอ งาน รปูถ ทงื่น 7.5 ขน้ีนัอ ตอนวธคิ น รหสอั เทยน มและผงัอ งานการหาคา่ก เฉลน่ืยง อายุขค องนอกั เรนยนดว้น ย While/While-end (ทงมนื่ า: Sprankle, Maureen, 2012: 156) 124 | ขีน้นอั ตอนวธิค นแบบททาซ้าีทน
3. โครงสรท้ร ำงกทำรทททำซทัท้ข ำแบบ Repeat/Until โครงสรา้น งตรรกะการทาท ซทีน้าแบบทส่ืนง องคอง Repeat/Until การทาท ซนา้ีท นจี้น ะสัืง่อง ให้นคอมพวคิ เตอรรท์ าท ซา้ีนท ชคดุ ของคทาสัอ่งงื ระหวาก่ ง คทาสงง่ัอื Repeat และ Until โดยยัองไมตก่ น้องตรวจสอบเง่ืงอนไขใด ๆ กอก่ นททางาน มน ความแตกตา่ก งท่นืงสาท คญัอ ระหวา่ก งคทาสงื่ัอง Repeat/Unil และคาท สอง่ืงั While/While-end ดอังนนี้ 1. คาท สง่ังอื การทาท ซ้าทนี While/While-end จะททางานตามคทาสืงัอ่งในการททาซนทา้ี ตราบใดทื่งนผลของการ ตรวจสอบเง่องื นไขเป็นป จรคิง ส่วก นในคทาสื่งังอ Repeat/Until โปรแกรมจะหยดคุ กระบวนการททาซนา้ีท เมื่งอผล ของการตรวจสอบเง่งอื นไขมนคก่าเป็ปนจริคง 2. คาท สอังื่ง การทาท ซน้าีท While/While-end การประมวลผลจะทาท ท่จืนง คุดเรคืมง่ิ ต้นน สกว่ นในการททาซีนท้า Repeat/Until จะทาท การประมวลผลกอ่ก นแล้นวจขงตรวจสอบเงงื่อนไขในตอนท้าน ย เงงื่อนไขทนืง่มนการ ประมวลผลในตอนทา้น ยคาท ส่ืงอังในททาซทนี้าจะมกน ารประมวลผลโดยทัอนทนอยกา่ งนนอ้ ยหน่งืขงครัอ้นงี ไมว่ก า่ก จะเปป็นสิงื่งค ท่ืงน จทาเป็นป หรอง ไมก่ รูปถ แบบของผองั งานขี้ัอนน ตอนวธคิ นทาท ซนี้าท แบบ Repeat/Until รูถปทืงน่ 7.6 ขันนี้อ ตอนวิธค นแบบทาท ซ้นาีท Repeat/Until (ท่มืงน า: Sprankle, Maureen, 2012: 153) ขนีั้นอ ตอนวธคิ นแบบทาท ซน้ีทา | 125
รถูปทื่งน 7.7 ผงัอ งานขนัี้อน ตอนวิคธน Repeat/Until (ทม่ืงน า: Sprankle, Maureen, 2012: 156) รูปถ ทงื่น 7.7 แสดงโครงสรา้น งการตอัดสคินใจเทนยบเทก่าการททาซ้ีาทน แบบ Repeat/Until ซืงข่งมนความแตก ตาก่ งจากการททาซทน้าี แบบ While/While-End ในการประมวลผลของเงงื่อนไขจะมนจคุดเริ่งืคมตน้นคทาสังอ ทจ่นืง ะ ทาท งานดวน้ ยคาท สอง่ืงั Repeat/Until จนกระทัองงื่ การประมวลผลตามเงองื่ นไขมกัอ จะเกดคิ ขข้ีนนในตอนทาน้ ยของ คทาสื่งงัอ ทจื่งน ะทาท ซา้ีนท โครงสร้าน งทาท ซนท้ีาเป็นป นทาเสนอทงนงื่ าก่ ยตก่อการอกา่ นและทาท ความเขา้น ใจ 126 | ขี้ันอน ตอนวธิค แน บบททาซน้าีท
ขนีนัอ้ ตอนวธิค น รหอสั เทนยม 100: Instruction 200: Instruction 300: If <condition(s) Then goto 400 Else goto 300 End-if 400: Next instruction ผองั งาน รปูถ ทื่งน 7.8 ขน้ีนัอ ตอนวธิค น รหอัสเทนยมและผงอั งาน การทาท ซนาท้ี Repeat/Until (ทนมงื่ า: Sprankle, Maureen, 2012: 157) ขนีน้ัอ ตอนวธคิ แน บบทาท ซทนี้า | 127
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192