Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารความร่วมมือฯ

วารสารความร่วมมือฯ

Published by Pimchana, 2022-07-27 07:30:10

Description: วารสารความร่วมมือฯ

Search

Read the Text Version

ประสาทวิิทยาศาสต์์ ฟลอเรีียน เบเยอร์์ ในโรงเรีียน: ปาฏิิหาริิย์์ หรืือภาพลวงตากัันแน่่? ผู้ส้� ื่อ�่ ข่า่ วอิิสระด้้านการเมืือง สิทิ ธิิมนุุษยชน และประชาสัังคม ประจำ�ำ กรุุงเวีียนนา ออสเตรีีย แปลโดย พิิศวาส ปทุุมุตุ ์ต์ รังั ษีี ในทศวรรษ 2000 หลาย ๆ คนมองว่่าประสาทวิิทยาศาสตร์์ด้้านการศึึกษาจะกลายมาเป็็นเครื่่�องมืือในการปฏิิวััติิ การเรีียนรู้�ในโรงเรีียน ถึึงแม้้ในเวลา 20 ปีตี ่อ่ มา วิิทยาศาสตร์แ์ ขนงนี้้�อาจจะไม่่ได้เ้ ป็็นไปตามที่่ค� าดหวััง แต่ก่ ็ย็ ังั คงเป็็น แหล่ง่ เรียี นรู้�ในเรื่่อ� งการตรวจสอบความถูกู ต้อ้ งเชิงิ วิทิ ยาศาสตร์ข์ องแนวทางปฏิบิ ัตั ิดิ ้า้ นการศึึกษาได้ห้ ลายแนวทาง เมื่่�อเด็็ก ๆ เริ่�มเข้้าโรงเรีียน หนููน้้อยพวกนี้้�จะมีี © Nicolas BAKER/ INCC / CNRSPhotothèque ความกระตืือรืือร้้น อยากรู้อ้� ยากเห็็น และอยากสำำ�รวจ สิ่�งต่่าง ๆ รอบตััว ทว่่าเมื่่�อเข้้าห้้องเรีียนไปเรื่�่อย ๆ แรงจููงใจดัังกล่่าวก็็มีีแนวโน้้มที่่�จะถููกกััดกร่่อน จนอาจ ถึึงขั้�นที่่�รู้ส้� ึึกหงุดุ หงิดิ ผิิดหวัังเลยก็็เป็็นได้้ หนึ่่ง� ในภารกิิจ ท้้าทายหลักั ๆ ที่่ค� รููอาจารย์ต์ ้้องเผชิิญคืือ จะทำำ�อย่า่ งไร จึึงจะสามารถรักั ษา หรืือกระตุ้น� ความสนใจในการเรียี น รู้�ข้ องเด็ก็ ๆ ให้้ไปได้ไ้ กลเกิินกว่่าช่ว่ งปฐมวััย ราวปีี 2000 ประสาทวิิทยาศาสตร์์ด้้านการศึึกษา นัับเป็็นหนึ่่�งในแนวทางการปฏิิรููประบบการศึึกษา ในโรงเรีียนที่่�มีีอนาคตสดใสมากที่่�สุุด ดููเหมืือนว่่า การวิิจััยทางวิิทยาศาสตร์์ว่่าด้้วยเรื่่�องกลไกการเรีียนรู้้� จะเปิดิ กว้้างและนำำ�ไปสู่่�วิธีใี หม่่ ๆ เพื่อ�่ ปรับั ปรุงุ ด้้านสมาธิิ แรงจููงใจ และความจำ�ำ ของนัักเรียี น ทว่่า 20 ปีีให้้หลััง ผลลััพธ์์ที่่�ได้้ออกมาแบบผสมผสาน ถึึงแม้้ว่่าผลงาน ของนักั วิจิ ัยั จะทำำ�ให้้เกิดิ เครื่อ่� งมืือการเรียี นรู้ท�้ี่่ม� ีศี ักั ยภาพ แต่ก่ ารปฏิวิ ัตั ิทิี่่ป� ่า่ วประกาศไว้้ก็ม็ ิไิ ด้เ้ กิดิ ขึ้้น� ในความเป็น็ จริงิ หััวใจอยู่่�ที่่ก� ารมีสี ่ว่ นร่ว่ มของนัักเรียี น ^ การตรวจวัดั กิจิ กรรมทางสมองของทารกวัยั 6 เดืือนโดยใช้้เครื่อ่� งอิิเล็็กโตรเอนซีีฟาโลแกรม ที่่�ศูนู ย์์บูรู ณาการ ประสาทวิทิ ยาศาสตร์แ์ ละการเรีียนรู้�ในห้อ้ งปฏิบิ ัตั ิกิ ารของทารก ร่่วมกับั ศูนู ย์ว์ ิจิ ัยั ทางวิทิ ยาศาสตร์แ์ ห่่งชาติฝิ รั่ง� เศส เมื่อ่� นำำ�ประสาทวิทิ ยาศาสตร์ม์ าประยุกุ ต์ใ์ ช้้กับั การศึึกษา (INCC/CNRS) และมหาวิทิ ยาลัยั ปารีีส ห้อ้ งปฏิบิ ัตั ิกิ ารนี้้ศ� ึึกษาวิจิ ัยั ด้า้ นการรับั รู้้�ทางภาษาและสมรรถนะในการเรีียน ผลที่่�ได้้บ่่งชี้�ว่่า 1) เป็็นเรื่่�องสำ�ำ คััญที่่�จะต้้องทำำ�ให้้ รู้�ของเด็ก็ ทารก นัักเรีียนมีีส่่วนร่่วมในการเรีียนรู้้�เพื่�่อกระตุ้ �นความสนใจ 2) ควรสลัับการเรีียนรู้�้และการทดสอบเป็็นช่่วง ๆ เจรัลั ด์์ สตัชั ล์์ ผู้อ�้ ำำ�นวยการโรงเรียี นมัธั ยมปลายแห่ง่ หนึ่ง่� จากทฤษฎีสี ู่ �ภาคปฏิิบััติิ 3) ควรกระตุ้ �นองค์์ความรู้้�ซ้ำ�ำ�หลาย ๆ ครั้�งระหว่่างปีี ในเมืืองไวเนอร์์ นิิวสตััดต์์ ซึ่�่งอยู่่�ห่่างจากเมืืองหลวง เพื่อ่� ช่ว่ ยให้้มีกี ารเก็บ็ ไว้้ในความจำำ�ระยะยาวของนักั เรียี น ของออสเตรียี ราว 50 กิโิ ลเมตร กล่่าวว่่า “ผมสอนวิชิ า ขณะที่่ผ� ลงานบางชิ้น� ของบรรดานักั ประสาทวิทิ ยาศาสตร์์ นอกจากนี้้ย� ังั ชี้ใ� ห้้เห็น็ บทบาทของอารมณ์แ์ ละความรู้ส้� ึึก คณิิตศาสตร์์กัับฟิิสิิกส์์ นี่่�คืือเหตุุผลว่่าทำำ�ไมผมถึึงสนใจ ได้้หยิิบยกประเด็็นที่่�น่่าสนใจขึ้้�นมาอภิิปราย แต่่ก็็เป็็น พึึงพอใจที่่�มีีต่่อกระบวนการเรีียนรู้�้ และได้้ตั้�งคำำ�ถาม อรรถาธิิบายและหลัักฐานเกี่ �ยวกัับระบบประสาท การยากที่่�จะถ่า่ ยโอนข้้อมููลที่่�ได้้จากห้้องปฏิิบััติิการลงสู่� ถึึงคุุณประโยชน์์ของการลงโทษและการให้้คะแนน แม้้ว่า่ พวกเราจะมีปี ระสบการณ์เ์ ชิงิ ประจักั ษ์ท์ี่่ส� อดคล้้อง ห้้องเรีียนจริงิ ๆ การรวมศููนย์์สู่่�ส่ว่ นกลางในเรื่�่องระบบ ซึ่�่งบ่่อยครั้ �งได้้กลายเป็็นสิ่ �งตีีตราบาปนัักเรีียนและ กัับผลการวิิจััยทางประสาทวิิทยาศาสตร์์ในหลาย ๆ การศึึกษา กฎระเบีียบข้้อปฏิิบััติิ ตลอดจนหลัักสููตร ไม่่มีีประสิิทธิิผลเอามาก ๆ นัักวิิจััยยัังได้้เน้้นย้ำำ�� ให้้เห็็น เรื่�่องก็็จริิงอยู่่� หากแต่่การมีีข้้อยืืนยัันทางวิิทยาศาสตร์์ ส่่งผลให้้แทบจะไม่่มีีช่่องทางในการทดลองใด ๆ เลย คุุ ณ ค่่ า ข อ ง ขั้ � น ต อ น ใ น ก า ร เ ต รีี ย ม ตัั ว เ ด็็ ก ก่่ อ น เข้้าสู่่� ก็็นัับว่่าเป็็นเรื่�่องที่่�ดีี” ตััวอย่่างเช่่น งานวิิจััยแสดงให้้เห็็น ยิ่�งไปกว่่านั้้�น พวกเราเองก็็ยัังอยู่่�ในช่่วงต้้น ๆ ของการทำ�ำ บทเรีียนอีีกด้้วย บทสรุุปดัังกล่่าวมัักจะสอดคล้้องกัับ ว่า่ การแบ่ง่ ซอยการเรียี นการสอนออกเป็น็ คาบละ 50 นาทีี ความเข้้าใจกัับกลไกอัันแสนจะสลัับซัับซ้้อนของการเรีียนรู้� วิถิ ีปี ฏิบิ ัตั ิิของครููอาจารย์์อยู่่�แล้้ว ไม่่เหมาะสมกับั ความช้้า-เร็ว็ ในการเรีียนรู้ข�้ องนัักเรีียน การสแกนสมองแสดงให้้เราเห็็นว่่าส่่วนไหนของสมอง ที่่ถ� ููกกระตุ้น� ขณะกำำ�ลังั ทำำ�งานที่่ไ� ด้้รับั มอบหมาย แต่ไ่ ม่ไ่ ด้้ อธิิบายกลไกทางด้้านจิิตวิิทยาที่่�เกี่�ยวข้้อง ซึ่่�งอาจจะ มีบี ทบาทที่่ส� ำำ�คัญั มากกว่า่ กลไกทางกายภาพ นอกจากนี้้� การเรีียนรู้�้ของปััจเจกชนยัังมีีความช้้า-เร็็วต่่างกััน และ มีวี ิถิ ีที ี่่แ� ตกต่า่ งกันั ด้้วย 47 วารสารความร่วมมือกับต่างประเทศ

“ © UNICEF/ BobbyShing บรรดาครููอาจารย์์ มีีความคิิดเห็็นที่แ่� ตกต่า่ งกััน ในเรื่่อ� งคุุณค่า่ ของการนำ�ำ วิิทยาศาสตร์์ การเรีียนรู้้�มาประยุุกต์์ใช้้ ในห้อ้ งเรีียน บรรดาครููอาจารย์ม์ ีคี วามคิดิ เห็น็ ที่่ต� ่า่ งกันั ในเรื่อ�่ งคุณุ ค่า่ ^ ประสาทวิิทยาศาสตร์์ยืืนยัันว่่า การมีีส่่วนร่่วมมีีความสำ�ำ คััญในการช่่วยกระตุ้�นความสนใจในการเรีียนรู้� ของการนำ�ำ วิิทยาศาสตร์์การเรีียนรู้�้มาประยุุกต์์ใช้้ ของนัักเรีียน เด็็ก ๆ ร่่วมทำำ�งานกลุ่่ม� ที่�่โรงเรีียนในนครพอร์์ตวิลิ า เมืืองหลวงของวานูอู าตูู ในปีี 2020 ในห้้องเรีียน นิโิ คล วิิดัลั อาจารย์ท์ ี่่�ศูนู ย์ก์ ารศึึกษาขั้้น� สููง ไฟรบููร์ก์ ในเยอรมนีี กล่า่ วว่า่ \"ฉันั มองไม่เ่ ห็น็ คุณุ ประโยชน์์ มอร์ส์ เพิ่่ม� เติมิ ด้ว้ ยว่า่ “หนึ่ง�่ ในหลักั การทางวิทิ ยาศาสตร์์ สตััชล์์เห็็นพ้้องในประเด็็นนี้้� โดยกล่่าวว่่า “แน่่นอนว่่า หรืือผลพวงโดยตรงของงานวิิจััยด้้านประสาทที่่�มีีต่่อ ที่่ส� ำำ�คัญั ที่่ส� ุดุ คืือ 'การลองผิดิ ลองถููก' ซึ่ง่� มีคี วามสำ�ำ คัญั ยิ่ง� เราควรหลีีกเลี่ �ยงการจััดการเรีียนการสอนแบบเรีียน การเรียี นการสอนเลย ภายหลังั กระแสหวืือหวาในช่ว่ งแรก ๆ ต่อ่ ความก้้าวหน้้าทางวิทิ ยาศาสตร์ใ์ นทุกุ แขนง” หากเรา ร่่วมกัันทั้้�งห้้องโดยวิิธีีเดีียว” จริิงอยู่่�ที่่�ว่่าในแง่่หนึ่�่ง ปรากฏว่า่ การประยุกุ ต์ใ์ ช้้ข้้อมููลด้้านการทำำ�งานของสมอง ได้้รัับอนุุญาตให้้ทำำ�ผิิดพลาดได้้ เราย่่อมสามารถเรีียนรู้้� นัักเรีียนที่่�เก่่งกว่่าสามารถช่่วยเป็็นพี่่�เลี้�ยงให้้เพื่่�อน ๆ เข้้ากับั งานการศึึกษาไม่ไ่ ด้้ง่ายดายอย่า่ งที่่เ� คยคิดิ ไว้้แต่แ่ รก” ได้้ด้้วยตนเองจนเกิิดการพััฒนา ทว่่าโรงเรีียนมิิได้้มุ่�ง ที่่เ� รียี นตามไม่ท่ ันั ได้้ ทว่า่ หากทำ�ำ เช่น่ นี้้บ� ่อ่ ย ๆ กลุ่�มเด็ก็ เก่ง่ สเตฟาน ฮอฟมานน์์ อาจารย์์คณะศึึกษาศาสตร์์ ช่ว่ ยเหลืือให้้นักั เรียี นเรียี นรู้จ้� ากข้้อผิดิ พลาดของพวกเขา ก็็จะไม่่ถููกกระตุ้ �นให้้แสดงศัักยภาพของตนออกมา ที่่�มหาวิิทยาลััยเวีียนนา ก็็มีีความกัังขาเรื่�่องประสาท หากแต่่มุ่�งตำำ�หนิติ ิเิ ตียี นที่่ท� ำำ�ผิดิ เสีียมากกว่่า ด้้วยเหตุุนี้้� สตััชล์์จึึงเสนอแนะให้้จััดการเรีียนการสอน วิทิ ยาศาสตร์ด์ ้้านการศึึกษาเช่น่ กันั เขามองเห็น็ ศักั ยภาพ อย่า่ งไรก็ด็ ีี สตัชั ล์อ์ ธิบิ ายว่า่ แม้้ความกดดันั จะทำำ�ให้้เด็ก็ แบบแบ่ง่ เป็็นกลุ่�มเล็็ก ๆ หลาย ๆ กลุ่�ม โดยจัดั นัักเรีียน เพีียงน้้อยนิิดเท่่านั้้�น และเสริิมว่่าผลงานตีีพิิมพ์์ เสีียศููนย์์ไปบ้้าง แต่่ก็็เป็็นแรงกระตุ้�นได้้ในเวลาเดีียวกััน ที่่�มีีสมรรถนะใกล้้เคีียงกัันไว้้ด้้วยกััน แนวทางนี้้� ในเรื่่�องนี้้�บางชิ้ �นก็็ยัังขาดความถี่ �ถ้้วนเชิิงวิิทยาศาสตร์์ “หากไม่่มีีแรงกดดัันใด ๆ เลย แรงจููงใจบางประการ เป็น็ แนวทางที่่เ� ข้้ามาเสริมิ การเรียี นรวมทั้้ง� ชั้น� มิใิ ช่ว่ ิธิ ีกี าร เขาตั้้�งข้้อสัังเกตด้้วยว่่า “มีีการนำำ�องค์์ความรู้�้ ก็็อาจจะขาดหายไป” ปััญหาอยู่่�ที่่�ว่่าหากเรากดดััน ที่่�เข้้ามาแทนที่่�การเรีียนรวมแต่่อย่่างใด เขาระบุุว่่า ด้้านการสอนโดยสามััญสำ�ำ นึึกมานำ�ำ เสนอจนเกิินเลย นัักเรีียนเพีียงเล็็กน้้อยเพื่่�อหวัังให้้พวกเขาสอบประจำ�ำ ปีี ประสาทวิทิ ยาศาสตร์ด์ ้้านการศึึกษาก็ส็ นับั สนุนุ แนวทางนี้้� ความเป็น็ จริิงไปอย่่างมาก” ผ่่านไปได้้ด้้วยดีี ผลที่่�ได้้เกืือบร้้อยทั้้�งร้้อยทั้้�งเด็็กและครูู ส่่วนอาจารย์์วิิดััลกล่่าวว่่า “จำำ�เป็็นต้้องมีีการปฏิิรููป อาจารย์์วิิดััลเห็็นด้้วย และคิิดว่่าแทนที่่�จะเข้้ามาปฏิิวััติิ จะไปโฟกัสั ที่่จ� ุดุ อ่อ่ นแทนที่่จ� ะเป็น็ จุดุ แข็ง็ ของพวกเด็ก็ ๆ ระบบการศึึกษาในโรงเรีียนอย่่างเห็็นได้้ชััด ทว่่าไม่่กี่�ปีี แนวทางการสอนของพวกเรา ประสาทวิิทยาศาสตร์์ ดังั นั้้น� นักั เรียี นทั้้ง� ชั้น� จึึงเสี่ย� งต่อ่ \"การติดิ กับั ดักั สมรรถนะ ที่่ผ� ่า่ นมา เรื่อ�่ งดังั กล่า่ วแทบจะไม่ม่ ีหี ลักั ฐานอะไรที่่น� ำ�ำ มา ด้้านการศึึกษาอาจจะช่่วยเราแก้้ปััญหาที่่�เฉพาะเจาะจง ปานกลาง\" มาร์์คััส เฮงสท์์ชเลเกอร์์ นัักพัันธุุศาสตร์์ ใช้้อ้้างอิงิ ได้เ้ ลย” และในเมื่อ่� ยังั ไม่ม่ ียี ุทุ ธศาสตร์ใ์ นภาพรวม และอาการผิิดปกติิด้้านการเรีียนรู้�้ของนัักเรีียนได้้ ชาวออสเตรียี ระบุไุ ว้้ในหนังั สืือ Die Durchschnittsfalle จึึงมีีแนวโน้้มที่่�จะ \"เลืือกสรร\" ประสาทวิิทยาศาสตร์์ อาทิิ โรคสมาธิิสั้�น และอาการผิิดปกติิด้้านการอ่า่ นและ ซึ่่�งเป็็นเล่่มที่่�ขายดีีที่่�สุุดของเขา และได้้รัับการตีีพิิมพ์์ ด้้านการศึึกษาตามอำำ�เภอใจ เธออ้้างว่า่ \"การเลืือกนี้้ไ� ม่ม่ ีี การเรียี นรู้้�ภาษา (dyslexia) ในปีี 2012 อะไรที่่เ� กี่ย� วข้้องกับั งานวิจิ ัยั เชิงิ ประจักั ษ์เ์ ลย\" และเตืือนว่า่ มักั จะมีผี ลประโยชน์์เชิิงพาณิชิ ย์์เข้้ามาเกี่ย� วพัันอีีกด้ว้ ย ความศักั ดิ์์�สิิทธิ์์�ของคะแนน “ ในความเป็น็ จริงิ แม้้ว่า่ ครููอาจารย์ส์ ่ว่ นใหญ่จ่ ะเปิดิ ใจกว้้าง ต่่อข้้อมููลด้้านประสาทวิิทยาศาสตร์์ แต่่ก็็ยัังไม่่มีี \"น่า่ เสียี ดายที่่ก� ระแสประสาทวิทิ ยาศาสตร์ด์ ้้านการศึึกษา ประสาทวิทิ ยาศาสตร์์ โรงเรียี นในออสเตรียี ที่่ใ� ช้้แนวทางการสอนซึ่ง่� ผสานระบบ ได้้เลืือนหายไปแล้้ว\" นี่่�เป็็นถ้้อยคำ�ำ ของโธมััส มอร์์ส แสดงให้้เห็น็ บทบาท ประสาทกัับจิิตวิิทยามาบููรณาการอย่่างเป็็นระบบ นัักวิิทยาศาสตร์์การศึึกษาที่่�มหาวิิทยาลััยศึึกษาศาสตร์์ ของอารมณ์แ์ ละ ในการสอนจริงิ ๆ ในออสเตรียี ตอนเหนืือ (PHOÖ) ที่่เ� มืืองลินิ ซ เขามั่่น� ใจว่า่ ความรู้้�สึึกพึึงพอใจ ถึึงแม้้ว่่าประสาทวิิทยาศาสตร์์ด้้านการศึึกษาจะมิิใช่่ ศาสตร์์การสอนที่่�เชื่�่อมโยงกัับสมองและจิิตวิิทยา ที่่ม� ีีต่อ่ กระบวนการเรีียนรู้้� หนทางแก้้ไขดั่ �งปาฏิิหาริิย์์ตามที่่�หลายคนวาดหวััง (neurodidactics) คืือหลัักฐานทางวิิทยาศาสตร์์ แต่่ก็ท็ ำ�ำ หน้้าที่่�เป็็นแหล่่งข้้อมููลเพิ่่�มเติิมให้้กัับครููอาจารย์์ ที่่�กลุ่ �มผู้้�สนัับสนุุนแนวคิิดการศึึกษาหััวก้้าวหน้้าได้้ใช้้ ในการแสวงหาแนวทางการเรีียนการสอนที่่�พิิสููจน์์แล้้ว เป็็นวิถิ ีปี ฏิบิ ััติมิ าเป็็นเวลานานหลายทศวรรษแล้้ว ว่่ามีีประสิิทธิิผลได้้ ทว่่าสิ่่�งสำำ�คััญคืือ ครููอาจารย์์ โดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง มอร์์สวิิพากษ์์เรื่�่องความศัักดิ์�สิิทธิ์� ต้้องตระหนัักถึึงผลพวงของวิิทยาศาสตร์์แขนงนี้้� ของการให้้คะแนนและผลกระทบเชิงิ ลบของการแข่ง่ ขันั ที่่�ค่่อนข้้างใหม่่และอยู่่�ในขั้�นตอนของการพััฒนา – กัั น ทำำ� ค ะ แ น น ใ น ช่่ ว ง ส อ บ ที่่� มีี ต่่ อตัั ว นัั ก เ รีี ย น เ อ ง ซึ่ง�่ บ่อ่ ยครั้�งมิิได้้เป็็นเช่่นนี้้� เขายืืนกรานว่่า “ความกลััวเป็็นฆาตกรอัันดัับหนึ่่�ง ที่่�เข่่นฆ่่าความคิิดสร้้างสรรค์์” เขาเสริิมว่่า แทนที่่�จะ ประณามเด็็ก ๆ ว่่า \"ล้้มเหลว\" พวกครููบาอาจารย์์ ควรจะส่่งเสริิมเด็็กให้้ทำำ�ผิิดพลาด – เพื่่�อจะได้้เรีียนรู้้� จากข้้อผิดิ พลาดนั้้น� ๆ ผลการศึึกษาประสาทวิทิ ยาศาสตร์์ ด้้านการศึึกษายืืนยันั ประเด็็นนี้้�ครั้ง� แล้้วครั้ง� เล่า่ 48 วารสารความร่วมมอื กับต่างประเทศ

ความหวัังใหม่่สำำ�หรัับ \"เด็็กจากดวงดาว\"* ในจีีน แปลโดย จงจิติ อนัันต์์คููศรีี ความก้า้ วหน้า้ ทางประสาทวิทิ ยาศาสตร์ผ์ นวกรวมกับั ประสิทิ ธิผิ ลทางประสาทเคมีขี องการฝังั เข็ม็ ทำ�ำ ให้้เกิิดความหวัังใหม่่ในการรัักษาเด็็กออทิิสติิกในประเทศจีีน เด็็กที่่�ได้้รัับการเรีียกขานกัันว่่า \"เด็ก็ จากดวงดาว\" จาง หรง และ ฮั่่น� จี-ี เช็็ง - จาง รองศาสตราจารย์ป์ ระจำ�ำ สถาบันั วิจิ ัยั ประสาทวิทิ ยาศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลัยั ปักั กิ่ง� จวบจนกระทั่่ง� ปีี 1943 จึึงมีกี ารอธิบิ ายและใช้้ศัพั ท์แ์ สงว่า่ \"ออทิสิ ติกิ ในทารกวัยั แรกเกิดิ \" ณ กรุุงปัักกิ่�ง เป็็นผู้้�ร่่วมก่่อตั้้�งศููนย์์วิิจััยด้้านออทิิสติิก ณ ศููนย์์วิิทยาศาสตร์์สุุขภาพ โดยลีีโอ แคนเนอร์์ จิิตแพทย์์เด็็กของโรงพยาบาลจอห์์นส์์ ฮอปคิินส์์ ในบััลติิมอร์์ แห่ง่ มหาวิิทยาลััยปัักกิ่�ง สหรัฐั อเมริกิ า ซึ่ง�่ นับั เป็น็ การกำ�ำ หนดนิยิ ามโรคที่่แ� สดงอาการผิดิ ปกตินิ ี้้อ� ย่า่ งชัดั เจนขึ้น� - ฮั่น�่ เป็น็ ผู้ก�้ ่อ่ ตั้้ง� สถาบันั วิจิ ัยั ประสาทวิทิ ยาศาสตร์์ และเป็น็ นักั วิชิ าการประจำ�ำ สถาบันั เป็น็ ครั้�งแรกในประวััติศิ าสตร์ว์ งการแพทย์์ วิิทยาศาสตร์์ของจีีน ทั้้�งยัังเป็็นผู้�้เชี่�ยวชาญเรื่�่องการฝัังเข็็มระดัับแนวหน้้า และ ภาพยนตร์์เรื่�่อง Rain Man กำำ�กับั การแสดงโดยแบร์์รี่� เลวิินสันั ที่่�ออกฉายในปีี 1988 ดำำ�รงตำ�ำ แหน่่งสำ�ำ คัญั ต่่าง ๆ อีกี หลายตำำ�แหน่ง่ เป็น็ หนึ่่�งในบรรดาหนัังซึ่่ง� นำ�ำ เสนอภาพคนออทิิสติิกบนหน้้าจอครั้�งแรก ๆ จนนำ�ำ ไปสู่� ความตระหนัักรู้้�แบบเร้้าอารมณ์์ในสภาพการณ์์ของโรคดัังกล่่าวต่่อสายตา ย้้อนกลัับไปในศตวรรษที่่� 7 ในประเทศจีีน มีีการบัันทึึกเรื่่�องราวที่่�พวกเราเรีียกกััน ของสาธารณชนทั่่�วโลก แม้้ว่่ามุุมมองที่่�นำ�ำ เสนอออกมาจะให้้ภาพที่่�เรีียบง่่าย ทุุกวัันนี้้�ว่่า ‘ออทิิสติิก’ แล้้วในสมััยราชวงศ์์สุุย (ค.ศ. 581-618) หมอหลวงชื่่�อ และไม่่สะท้้อนความซัับซ้้อนของโรคในความเป็น็ จริิงก็็ตาม จ้้าว อ่ว่ นฟาง ได้เ้ ขียี นไว้้ในตำำ�ราชื่อ่� สมมติฐิ านของโรค (Zhubing Yuanhou Lun) ต่่อมาในปีี 2007 ที่่�ประชุุมสมััชชาใหญ่่แห่่งสหประชาชาติิได้้มีีฉัันทามติิให้้วัันที่่� 2 กล่า่ วถึึงคนไข้้ประเภทปัญั ญาอ่อ่ น (hun se) และประเภทบกพร่อ่ งด้้านการเรียี นรู้ภ้� าษา เมษายนของทุกุ ปีี เป็น็ วันั ตระหนักั รู้อ้� อทิสิ ติกิ โลก (World Autism Awareness Day: (yu chi) โดยอธิบิ ายว่า่ เป็น็ \"เคสเชิงิ ประจักั ษ์ท์ างคลินิ ิกิ ในเด็ก็ ที่่ไ� ม่ส่ ามารถสื่อ�่ สารออกมา WAAD) เพื่�่อส่ง่ เสริิมให้้สาธารณชนสนใจในโรคออทิสิ ติกิ มากขึ้�น เป็น็ คำ�ำ พููดและมีพี ัฒั นาการทางระบบประสาทเชื่่�องช้้าหรืือบกพร่อ่ ง\" มีีเด็ก็ จำำ�นวนมากขึ้น� เรื่�่อย ๆ ทั่่ว� โลกที่่ไ� ด้้รัับการวิินิจิ ฉััยว่า่ เป็น็ โรคออทิสิ ติิก (Autistic Spectrum Disorder: ASD) ซึ่ง�่ เป็น็ สภาวะความผิดิ ปกติใิ นการพัฒั นาระบบประสาท © TianTian ที่่ซ� ับั ซ้้อนตั้ง� แต่แ่ รกเริ่ม� ด้ว้ ยกลุ่�มอาการหลักั ๆ อย่า่ งเรื่อ่� งความบกพร่อ่ งด้้านปฏิสิ ัมั พันั ธ์์ ทางสัังคมและการสื่่�อสาร รวมทั้้�งพฤติิกรรมที่่�ทำ�ำ ซ้ำำ��ไปซ้ำ�ำ� มาจนกลายเป็็นภาพ เหมารวมของเด็็กออทิิสติิก ทั้้�งนี้้�จากข้้อมููลขององค์์การอนามััยโลกระบุุว่่า ทั่่�วโลก มีเี ด็็กที่่�เป็็นโรคออทิิสติกิ ประมาณ 1 ใน 160 คน ครอบครััวในจีีนก็็ได้้รัับผลกระทบจากโรคออทิิสติิกทั้้�งในด้้านการเงิินและสภาพจิิตใจ เฉกเช่น่ เดียี วกับั ประเทศอื่น่� ๆ ทั่่ว� โลก เนื่อ่� งจากยังั ไม่ม่ ีวี ิธิ ีกี ารบำ�ำ บัดั รักั ษาทางการแพทย์์ ในคลิินิกิ เป็็นกิจิ จะลักั ษณะ ความรู้้�ความเข้้าใจที่่เ� พิ่่�มมากขึ้้�น เมื่อ่� แนวคิดิ เกี่ย� วกับั โรคออทิสิ ติกิ ได้้รับั การบันั ทึึกในเอกสารทางการแพทย์เ์ ป็น็ ครั้ง� แรก โดยเถา กัวั ไถ่่ จิิตแพทย์์ที่่โ� รงพยาบาลสมองหนานจิิง นับั ตั้ง� แต่ป่ ีี 1982 ก็ท็ ำ�ำ ให้้เกิิด ความตระหนักั รู้แ�้ ละเข้้าใจเกี่ย� วกับั โรคดัังกล่า่ วเพิ่่�มขึ้�นอย่า่ งมากในจีนี นอกจากการวิินิิจฉััยโรคนี้้�จะพััฒนาขึ้้�นมากแล้้ว การสนัับสนุุนจากภาครััฐยัังช่่วยให้้ ครอบครััวที่่�ได้้รัับผลกระทบได้้รัับการดููแลใส่่ใจที่่�ดีีขึ้�น ในขณะเดีียวกััน งานวิิจััย ก็็ก้้าวหน้้าขึ้้�นมาก ผู้้�เชี่�ยวชาญในสาขาต่่าง ๆ คืือ จิิตเวชศาสตร์์เด็็ก การฟื้้�นฟูู สมรรถภาพ พันั ธุศุ าสตร์์ จิติ วิทิ ยาด้้านการรับั รู้/�้ การเรียี นรู้�้ และประสาทวิทิ ยาศาสตร์์ ได้้ทำ�ำ งานวิจิ ัยั อย่า่ งเป็น็ อิสิ ระพร้้อมกับั เรียี นรู้จ� ากแนวทางปฏิบิ ัตั ิทิี่่ด� ีทีี่่ส� ุดุ ของประเทศต่า่ ง ๆ ^ ดอกท้้อแบ่่งบาน วาดโดยเถีียนเถีียน หนุ่่�มน้อ้ ยชาวจีีนวััย 18 ปีที ี่เ่� ป็น็ โรคออทิิสติิก * “เด็็กจากดวงดาว” (children of the stars) เป็็นวลีีเรีียกขานเด็ก็ ออทิสิ ติิกในประเทศจีีนด้ว้ ยความรััก 49 วารสารความร่วมมอื กบั ตา่ งประเทศ

“การบำำ�บััดทางคลินิ ิกิ ได้แ้ สดงให้เ้ ห็น็ ว่า่ การฝังั เข็็มเป็น็ ทางเลืือก ในการรัักษาโรคออทิสิ ติิก ที่ไ่� ด้้ผล ในปีี 1997 จาง ซุุยคััง แพทย์์แผนจีีนโบราณชื่�่อดัังจากมณฑลเจีียงซูู ได้้รายงาน เป็น็ ครั้ง� แรกว่า่ การฝังั เข็ม็ มีปี ระสิทิ ธิผิ ลในการบำำ�บัดั รักั ษาเด็ก็ ออทิสิ ติกิ และในปีี 1998 มีผี ลการศึึกษาหลายชิ้น� ที่่ร� ะบุวุ ่า่ โรคออทิสิ ติกิ เกี่ย� วเนื่อ�่ งสัมั พันั ธ์ก์ ับั ฮอร์โ์ มนออกซิโิ ทซินิ (OXT) ซึ่่�งสร้้างจากต่อ่ มใต้้สมอง ในปีี 1987 คีธี เคนดริิก เพื่อ�่ นร่่วมงานของเรา รายงานเป็็นครั้ง� แรกว่่า ออกซิิโทซินิ มีีความเชื่�่อมโยงกัับพฤติิกรรมความเป็็นแม่่ และความผููกพัันระหว่่างแม่่-ลููกในแกะ ต่อ่ มามีรี ายงานว่า่ ออกซิโิ ทซินิ และอาร์จ์ ินิ ีนี วาโซเพรสซินิ (AVP) ซึ่ง�่ เป็น็ โนนา-เปปไทด์์ อีีกกลุ่�มหนึ่่�งที่่�สััมพัันธ์์กัันอย่่างใกล้้ชิิดนั้้�น ช่่วยยกระดัับพฤติิกรรมทางสัังคม ด้้านการรัับรู้้�/การเรีียนรู้้� ความทรงจำำ� รางวััลตอบแทน ความเห็็นอกเห็็นใจ ความไว้้วางใจ และความผููกพััน โดยการทำำ�ปฏิิกิิริิยาผ่่านประสาทรัับความรู้้�สึึกที่่� กระจายตัวั อยู่่�มากมายตามส่ว่ นต่า่ ง ๆ ของสมอง ซึ่ง�่ ทำำ�หน้้าที่่ค� วบคุมุ พฤติกิ รรมทางสังั คม จากการวิิจััยมานานนัับทศวรรษของเราเกี่ �ยวกัับกลไกการฝัังเข็็มแสดงให้้เห็็นว่่า การกระตุ้�นด้้วยไฟฟ้้าตรงส่่วนปลายของจุุดฝัังเข็็ม สามารถกระตุ้�นการปล่่อยสาร สื่่�อประสาทและนิิวโรเปปไทด์์จำ�ำ นวนมากภายในระบบประสาทส่่วนกลาง ซึ่�่งรวมถึึง OXT และ AVP ^ การฝัังเข็ม็ ช่่วยปลดปล่่อยสารต่่างๆ ที่่ม� ีีบทบาทสำำ�คััญในการควบคุุม จากผลการศึึกษาของเราที่่เ� ริ่ม� ต้้นในปีี 2008 เราประยุกุ ต์ใ์ ช้้เทคนิคิ ที่่ม� าจากการฝังั เข็ม็ พฤติกิ รรมทางสังั คม และมีกี ารกระตุ้น� เส้้นประสาทผ่า่ นผิวิ หนังั ตามจุดุ ฝังั เข็ม็ ด้ว้ ยไฟฟ้า้ (TEAS) เพื่�่อบำ�ำ บัดั และเมื่อ่� ไม่น่ านมานี้้เ� อง ความก้้าวหน้้าอย่า่ งรวดเร็ว็ ด้้านพันั ธุศุ าสตร์ส์ ามารถระบุไุ ด้้ว่า่ รักั ษาเด็ก็ ออทิสิ ติกิ เป็น็ เวลาสามเดืือน จากข้้อมููลเบื้้อ� งต้้นในการวิจิ ัยั ที่่ม� ีเี ด็ก็ ออทิสิ ติกิ มีียีีนมากกว่่า 200 ยีีนที่่�ดููเหมืือนจะเป็็นสาเหตุุของโรคออทิิสติิก นอกจากนี้้� เข้้าร่ว่ มทั้้�งหมด 246 คนครั้�งนี้้� ได้้ผลเป็็นที่่�น่่าพอใจ ยัังมีีการบ่่งชี้�ให้้เห็็นปััจจััยเสี่�ยงด้้านสิ่�งแวดล้้อมอื่่�น ๆ ด้้วย การศึึกษาเพื่่�อค้้นหา ต้้นเหตุุอัันซัับซ้้อนของโรคนี้้�ได้้นำ�ำ ไปสู่�การปรัับเปลี่�ยนการวิิจััยสมองในภาพกว้้าง ผลการศึึกษาพบว่่า การฝัังเข็็มวิิธีีนี้้�ร่่วมกัับการฟื้้�นฟููสมรรถภาพให้้ผลการรัักษา ทั้้�งในด้้านโครงสร้้างและการทำ�ำ งานของสมอง ซึ่�่งนำ�ำ พาเราไปสู่�รูปแบบที่่�หลากหลาย ที่่น� ่า่ พึึงพอใจในการพัฒั นาจุดุ บกพร่อ่ งในส่ว่ นของการสื่อ�่ สารและปฏิสิ ัมั พันั ธ์ท์ างสังั คม ทางด้้านพฤติกิ รรมของผู้�้เป็น็ โรคออทิิสติิกด้ว้ ย อารมณ์ค์ วามรู้ส�้ ึึก สติปิ ัญั ญา การปฏิเิ สธอาหาร หรืือแม้้แต่ค่ วามวิติ กกังั วลในเด็ก็ ออทิสิ ติกิ เมื่�่อเปรีียบเทียี บกับั การบำ�ำ บััดโดยการฟื้�้นฟููสมรรถภาพเพีียงอย่า่ งเดีียว ทางเลืือกที่่ม� ีอี นาคตสดใส การฝังั เข็ม็ ได้้รับั การยอมรับั ว่า่ เป็น็ วิธิ ีรี ักั ษาโรคเกี่ย� วกับั ระบบประสาทควบคุมุ การทำำ�งาน เนื่่�องจากปััจจุุบัันยัังไม่่มีีวิิธีีบำำ�บััดรัักษาโรคออทิิสติิกที่่�ตรงจุุดได้้อย่่างมีีประสิิทธิิผล ที่่�ปลอดภััย ราคาไม่่แพง และมีีประสิิทธิิผล ถึึงกระนั้้�นก็็ยัังต้้องทำำ�การศึึกษาวิิจััย และยัังไม่่มีีวิิธีีรัับมืือกัับอาการไม่่พึึงประสงค์์จากการรัักษาด้้วยยาที่่�มีีอยู่่� จึึงได้้มีี กัันอีีกมากเพื่�่อตรวจสอบและทำ�ำ ความเข้้าใจวิิธีีการที่่�จะใช้้รัักษาโรคออทิิสติิก การพิิจารณามานานแล้้วว่่า การฟื้้�นฟููด้้านพฤติิกรรมตั้�งแต่ร่ ะยะแรก ๆ เป็น็ ทางเลืือก โดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง เราจำำ�เป็็นต้้องพััฒนาความรู้�้ในเรื่�่องที่่�ว่่าสััญญาณการฝัังเข็็ม เพีียงทางเดียี วที่่ม� ีีประสิิทธิผิ ล ส่่งผลต่อ่ ศููนย์ค์ วบคุมุ ปฏิสิ ััมพัันธ์์ทางสังั คมของสมองได้้อย่า่ งไร? และสััญญาณเหล่า่ นี้้� ถอดรหััสวงจรและกลไกความนึึกคิิดในสมองที่่�เป็็นบ่่อเกิิดของพฤติิกรรมทางสัังคม อย่า่ งไรก็ด็ ีี การบำ�ำ บัดั ทางคลินิ ิกิ ได้แ้ สดงให้้เห็น็ ว่า่ การฝังั เข็ม็ เป็น็ ทางเลืือกในการรักั ษา ได้้อย่่างไร? โรคออทิิสติิกที่่�ได้้ผล ประเทศจีีนเป็็นหััวหอกในการวิิจััยทางการแพทย์์เพื่�่อศึึกษา ในปีี 2021 รััฐบาลจีีนได้้เปิิดตััวโครงการ “วิิทยาศาสตร์์สมองกัับปััญญาอัันเกิิดจาก เทคนิคิ การรักั ษาตามแนวทางการแพทย์แ์ ผนจีนี แบบดั้ง� เดิมิ โดยการฝังั เข็ม็ ซึ่ง�่ มีใี ช้้กันั การสั่�งงานของสมอง” โครงการนี้้�จััดตั้้�งขึ้�นเพื่่�อสำ�ำ รวจพื้้�นฐานของระบบประสาท มานานนัับพันั ปีี เพื่อ�่ บรรเทาอาการปวดและโรคที่่เ� กี่ย� วพัันกับั กลไกการสั่ง� งานต่า่ ง ๆ ของร่่างกาย “ ในการรับั รู้ข�้ องมนุุษย์์ และเพื่่�อจััดการกับั โรคทางสมองที่่ส� ำ�ำ คัญั ๆ ฮั่�น จี-ี เช็็ง (ผู้ร�้ ่่วมเขียี นบทความนี้้)� เป็น็ ผู้น้� ำำ�กลุ่�มผู้ว้� ิจิ ััย ข้้อมูลู ขององค์์การ ความอุุตสาหะพยายามเป็็นเรื่่�องสำำ�คััญ โดยเฉพาะ ที่่�โรงเรีียนแพทย์์ปัักกิ่�ง โดยได้้ทำำ�การวิิจััยขั้�นพื้้�นฐาน อนามััยโลกระบุุว่่า ทั่่ว� โลก เมื่�่อต้้องทำ�ำ ความเข้้าใจกัับความหลากหลายทาง ทางคลิินิิกเรื่่�องการฝัังเข็็มระงัับปวดมาตั้้�งแต่่ปีี 1965 ด้้านพฤติิกรรม ในขณะที่่�เราเคารพในความแตกต่่าง พวกเรามีคี วามสนใจใคร่ค่ ้้นหาว่า่ การฝังั เข็ม็ จะสามารถ และชื่น่� ชมกลุ่�มคนที่่ท� ำำ�งานด้้านออทิิสติกิ เราก็ห็ วังั ว่า่ บรรเทาอาการต่่าง ๆ ของเด็็กออทิิสติิกให้้ดีีขึ้�น “เด็ก็ ๆ จากดวงดาว” จะได้้รับั การยอมรัับอย่า่ งเต็ม็ ที่่� ได้้หรืือไม่่ ในเมื่อ�่ ทั่่ว� โลกให้้การยอมรับั แล้้วว่า่ การฝังั เข็ม็ มีีเด็ก็ ที่เ่� ป็น็ โรคออทิิสติกิ ว่า่ เป็น็ ส่ว่ นสำ�ำ คัญั ส่ว่ นหนึ่ง�่ ในครอบครัวั มนุษุ ยชาติขิ องเรา ช่่ ว ย แ ก้้อา ก า ร ป ว ด ไ ด้้ ด้้ ว ย วิิ ธีี ก า ร ก ร ะ ตุ้ � น ใ ห้้ เ กิิ ด ประมาณ 1 ใน 160 คน การปล่่อยสารเปปไทด์์โอปิิออยด์์ออกมา 50 วารสารความรว่ มมอื กบั ต่างประเทศ

มรดกโลกชุด \"โบสถไ์ ม้ 16 แหง่ ในยเู ครนและโปแลนด์\" มรดกศาสนาขา้ มพรมแดนในเทอื กเขาคาร์พาเทียนด้านตะวันออก โดย สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ 1 ความนำ�ำ โบสถ์ไ์ ม้้ (Wooden Churches) นับั ว่า่ เป็น็ มรดกสถาปััตยกรรมทางคริิสต์์ศาสนาที่�่ สำำ�คััญและมีีเสน่่ห์์เป็็นพิิเศษของยุุโรป ซึ่่�ง กลุ่ �มมรดกโบสถ์์ไม้้ในหลายประเทศก็็ได้้เส นอขี้้�นเป็็นมรดกโลกมาแล้้ว เช่่นกลุ่�ม \"โบสถ์ไ์ ม้ใ้ นแคว้น้ มารามูเู รช\" ของโรมาเนีีย และกลุ่�มโบสถ์์ไม้้ใน \"แคว้้นโปแลนด์์เล็็ก\" ทางใต้ข้ องโปแลนด์์ เป็น็ ต้น้ Ã ภาพถ่า่ ยทางอากาศเทือื กเขาคาร์์พาเทีียน บทความนี้้จ� ะขอนำ�ำ เสนอโบสถ์ไ์ ม้้จำำ�นวน 16 แห่ง่ ที่่ไ� ด้้ขึ้้น� ทะเบีียนเป็น็ แถบภูเู ขา \"คาร์เ์ พเทีียน\" ด้้านตะวันั ออกนี้�้ เป็น็ พื้น�้ ที่่ส� ำ�ำ คัญั ทางด้้านชีีวภาพ \"มรดกโลกร่่วมกััน\" ของสองประเทศ คืือประเทศโปแลนด์์และยููเครน ซึ่ง่� ได้้รับั การประกาศเป็น็ \"พื้น้� ที่่ส� งวนชีีวมณฑลข้้ามประเทศของยููเนสโก\" โดยโบสถ์์ 16 แห่่งเหล่่านี้�้ ตั้�งอยู่่�ตรงพื้�้นที่่ช� ายแดนด้้านตะวัันออกเฉีียงใต้้ (Transboundary East Carpathians Transboundary Biosphere ของโปแลนด์์ 8 แห่ง่ และอยู่�ในบริเิ วณชายแดนทางตะวัันตกของยููเครน Reserve - UNESCO) อยู่�ในสามประเทศ คือื โปแลนด์์ สโลวาเกีีย และ อีีก 8 แห่ง่ บริเิ วณชายแดนของทั้ง� สองประเทศส่ว่ นนี้�้ อยู่่�ปลายด้้านตะวันั ออก ยููเครน ของเทืือกเขาที่่ช�ื่อ� \"คาร์พ์ าเทีียน\" อันั เป็็นเทืือกเขาสำำ�คัญั ของยุโุ รปกลาง ณ เชิงิ เขาคาร์พ์ าเทีียนแถบตะวันั ออกนี้�้ มีีผู้ค้� นเผ่า่ พันั ธุ์�สำ�คัญั ที่่เ� รีียกตัวั เองว่า่ และยุุโรปตะวัันออก ที่่�ทอดตััวเป็็นแนวรููปเกืือกม้้า ยาวถึึง 1,500 \"ชาวสลาฟ\" (Slavs) กระจายตััวกัันอาศััยอยู่�เป็็นชุุมชนป่่าไม้้เชิิงเขา กิโิ ลเมตร พาดข้้ามเขตแดนของหลายประเทศ มาตั้�งแต่่โบราณ ชาวสลาฟเหล่่านี้�้นัับถืือศาสนาคริิสต์์แบบออร์์โธดอกซ์์ มรดกโลกกลุ่�มนี้้�มีีพื้น้� ที่่�รวมกััน 7.03 เฮกตาร์์ กัับมีีพื้น้� ที่่ก� ัันชนรวมกัันอีีก (Orthodox) มานาน 92.73 เฮคตาร์์ และได้้รับั อนุมุ ัตั ิใิ ห้้ขึ้น้� บัญั ชีีมรดกโลกตั้ง� แต่่ ปีี ค.ศ. 2013 แ ล ะ มีีวัั ฒ น ธ ร ร ม ด้้วยเกณฑ์์มรดกโลกด้้านวัฒั นธรรม ข้้อ 3 และข้้อ 4 ใ น ก า ร ส ร้้ า ง โ บ ส ถ์์ ทั้้ง� หลังั ด้้วยไม้้เนื้้อ� แข็ง็ เ นื่่� อ ง จ า ก ไ ม้้ เ ป็็ น ทรััพยากรธรรมชาติิ ที่่�มีีอยู่่�อุุดมสมบููรณ์์ ในพื้น้� ที่่แ� ถบนี้�้ 1 กรรมการผู้ท�้ รงคุุณวุุฒิิในคณะอนุกุ รรมการมรดกโลกทางวัฒั นธรรมและกรรมการผู้้�ทรงคุุณวุฒุ ิใิ นคณะกรรมการแห่่งชาติิว่า่ ด้้วยมรดกโลก 51 วารสารความร่วมมือกับต่างประเทศ

1. ลักั ษณะที่่โ� ดดเด่่นและรายละเอีียด 1.2 เทคนิิคการก่่อสร้า้ ง โบสถ์์ไม้้ในแถบนี้�้ ใช้้เทคนิิคการก่่อสร้้างตามขนบของช่่างไม้้พื้้�นถิ่�น โบสถ์์ไม้้ 16 แห่ง่ ณ บริเิ วณชายแดนสองประเทศเหล่่านี้�้ ได้้รับั คััดเลืือก ที่่�ชำำ�นาญการช่า่ งไม้้ โดยมีีการวางซุุงท่่อนยาว ๆ ในแนวราบ และสร้้าง ให้้เป็็นตััวแทนของบรรดากลุ่ �มโบสถ์์ไม้้พื้้�นบ้้านจำำ�นวนหลายร้้อยแห่่ง ธรณีีประตููทำ�ำ ด้้วยไม้้ ตั้ง� บนพื้น�้ ฐานที่่เ� ป็น็ หินิ ส่ว่ นฝาผนังั ก็ท็ ำ�ำ ด้้วยแผ่น่ ไม้้ ในพื้�้นที่่แ� ถบนี้้� แบ่่งออกได้้เป็็น 3 ประเภทใหญ่่ๆ ( types) คืือ และหลัังคาก็็มุุงด้้วยแผ่่นไม้้อย่่างประณีีต โบสถ์์ประเภทนี้�้เป็็นโบสถ์์ ของชุุมชน จึึงมัักจะตั้�งอยู่่�ภายในหมู่่�บ้้านและมีีสุุสานของชุุมชน 1) Hutsul types ในประเทศยููเครน อยู่่�ภายในบริิเวณโบสถ์์ อาจมีีหอระฆัังตั้�งแยกอยู่�อี กอาคารหนึ่่�งก็็ได้้ 2) Halych types ในทั้้ง� สองประเทศ แต่จ่ ะอยู่่�ภายในบริเิ วณรั้ว� เดีียวกันั มีีประตููเข้้าออกร่ว่ มกันั และมีีร่ม่ ไม้้ใหญ่่ 3) Boyko types ในทั้้�งสองประเทศที่่�ตั้�งอยู่�ติิดชายแดน ที่่ข� ึ้้�นอยู่�โดยรอบบริเิ วณ ของประเทศสโลวาเกีีย 1.3 เกณฑ์์ความโดดเด่น่ เป็็นสากล โบสถ์์ไม้้มรดกร่่วมสองพรมแดนทั้้�ง 16 แห่่งนี้�้ ได้้ขึ้้�นบััญชีีมรดกโลก 1.1 องค์์ประกอบสำำ�คััญ ด้้วยเกณฑ์์มรดกวััฒนธรรม 2 ข้้อ คืือ ข้้อ 3) เป็็นประจัักษ์์พยาน รููปแบบด้้านสถาปัตั ยกรรมของโบสถ์ไ์ ม้้ที่่เ� รีียกภาษาพื้น�้ ถิ่น� ว่า่ \"tserkvas\" นั้น� ที่่โ� ดดเด่น่ ของประเพณีีการก่อ่ สร้้างศาสนสถานตามรููปแบบของโบสถ์อ์ อร์์ มีีคุุณลัักษณะสามส่่วนที่่�สำำ�คััญตามแบบศาสนสถานตะวัันออก คืือ โทดอกซ์์ ซึ่่�งถืือว่่าเป็็นประเพณีีทางวััฒนธรรมที่่�สำ�ำ คััญของคริิสต์์ศาสนา 1) มีีโดมทรงปีีรามิดิ (pyramidal domes) ที่่เ� ก่า่ แก่อ่ ันั สืบื ทอดมาจนถึึงปัจั จุบุ ันั แต่ไ่ ด้้ผสมผสานแนวคิดิ และเทคนิคิ 2) มีียอดกลมบนหลัังคา (cupolas) การก่อ่ สร้้างของสถาปัตั ยกรรมในท้้องถิ่น� คาร์พ์ าเทีียนไว้้ได้้อย่า่ งชาญฉลาด 3) มีีหอระฆััง (bell towers) และยัังสอดแทรกสััญลัักษณ์์ของความศัักดิ์ �สิิทธิ์ �ตามคติิพื้้�นถิ่ �นนี้้�ไว้้อีีก แต่่ในขณะเดีียวกัันก็็พััฒนารููปแบบท้้องถิ่ �นที่่�สอดคล้้องกัับภููมิิประเทศ มากมายด้้วย นอกจากนี้้� ยัังได้้เกณฑ์์ ข้้อ 4) คืือเป็น็ ตััวอย่า่ งที่่โ� ดดเด่่น ที่่�เป็็นพื้้�นที่่�ภููเขาด้้วยรููปแบบสถาปััตยกรรมของโบสถ์์ไม้้กลุ่ �มนี้�้มีีลัักษณะ ของกลุ่ �มอาคารที่่�สร้้างด้้วยไม้้ซุุงอัันเป็็นประเพณีีการก่่อสร้้างที่่�แสดงถึึง โดดเด่น่ เฉพาะตัวั \"แบบวัฒั นธรรมสลาฟ\" ที่่เ� รีียบง่า่ ยแต่ส่ วยงามและสง่า่ ยุุคสมััยที่่�สำ�ำ คััญในประวััติิศาสตร์์การออกแบบสถาปััตยกรรมในภููมิิภาค อยู่ �ในตััวแม้้จะเป็็นมรดกของชุุมชนในท้้องถิ่ �นชนบทเชิิงภููเขาที่่�ห่่างไกล \"คาร์์พาเทีียน\" ซึ่่�งแม้้จะสร้้างขึ้�้นเพื่่�อวััตถุุประสงค์์ในการใช้้ทำ�ำ พิิธีี จากอารยธรรมเมืืองใหญ่่ก็็ตาม และที่่�สำ�ำ คััญคืือชุุมชนในท้้องถิ่�นนี้�้ ทางศาสนาตามแบบคริิสต์์นิิกายออร์์โทดอกซ์์ก็็ตาม แต่่ก็็ได้้ดััดแปลง ยัังรัักและหวงแหน และได้้ดููแลรัักษามรดกของท้้องถิ่�นมายาวนาน การออกแบบพื้น�้ ที่่ใ� ห้้สอดคล้้องกับั วัฒั นธรรมของท้้องถิ่น� และยังั สะท้้อน หลายรุ่�นจนถึึงปััจจุุบััน ถึึงวิวิ ััฒนาการอันั สืืบต่่อมา ตั้ง� แต่่คริสิ ต์ศ์ ตวรรษที่่� 16 จนถึึงศตวรรษ 19 ทำ�ำ ให้้มองเห็็นถึึงคติิท้้องถิ่�นเกี่�ยวกัับความศัักดิ์�สิิทธิ์�ของผู้้�คนที่่�อาศััยอยู่� ในชุุมชนในเชิงิ เขานี้้�ด้้วย 52 วารสารความร่วมมือกบั ต่างประเทศ

1.4 บููรณภาพ ( Integrity) กลุ่�มมรดกข้้ามพรมแดนรวมทั้้�งสิ้�น 16 แห่่งนี้�้ แม้้จะมีีพื้้�นที่่�ของโบสถ์์ ทั้้�ง 16 แห่่งที่่�ตั้�งอยู่�ห่่างกััน ไม่่เชื่�อมโยงติิดต่่อถึึงกัันอย่่างต่่อเนื่่�อง เพราะเป็็นมรดกที่่�เสนอเป็็นชุุด (serial) ก็็ตามแต่่ก็็แสดงออกให้้เห็็น บููรณภาพอย่่างชััดเจน ผ่่านคุุณค่่าที่่�มีีร่่วมกัันและปรากฏอยู่่�ภายในพื้้�นที่่� มรดกทั้้ง� หมด ซึ่ง่� มีีการกำ�ำ หนดขอบเขตด้้วยกำ�ำ แพงและรั้ว� โดยรอบ มีีประตูู ทางเข้้าเป็็นจุดุ หมายหลัักและอาจมีีสิ่่ง� ก่่อสร้้างระดัับรองลงมาเช่่น สุุสาน หอระฆังั และอาคารอื่ น� ๆ รวมอยู่่�ภายในพื้น้� ที่่ด� ้้วย อาคารทั้้ง� หมดที่่เ� สนอ เป็็นมรดกโลกได้้รัับการดููแลอย่่างดีีไม่่มีีสิ่่�งก่่อสร้้างที่่�ขััดตาหรืือโครงการ พััฒนาอื่�นใดมาข่่มขู่�คุุกคามในบริิเวณใกล้้เคีียง แม้้จะมีีลานจอดรถแต่่ก็็ ระวังั ไม่ใ่ ห้้ทำำ�ลายทัศั นีียภาพและบููรณภาพของบริเิ วณที่่ข� ึ้น้� เป็น็ มรดกโลก กลุ่ �มนี้�้ 1.5 ความแท้้จริงิ (Authenticity) มรดกทั้ง� 16 แห่ง่ ในกลุ่�มนี้แ้� สดงความเป็น็ ของแท้้จริงิ ดั้ง� เดิมิ ทั้ง� ในด้้านสถานที่ต�ั้ง� (location and setting) และทั้้�งในการใช้้ประโยชน์์และบทบาทหน้้าที่่� (use and function) กล่่าวคืือโบสถ์์ 13 แห่่งยัังใช้้ทำ�ำ หน้้าที่่�โบสถ์์ เพื่่�อประกอบพิิธีีทางศาสนาต่่อเนื่่อ� งจนทุุกวัันนี้้� ส่่วนอีีก 3 แห่ง่ แม้้จะไม่่ใช้้ ประกอบพิธิ ีีทางศาสนาแล้้วแต่ย่ ังั เก็บ็ รักั ษาสมบัตั ิทิ ุกุ อย่า่ งไว้้อย่า่ งครบถ้้วน และเปลี่่�ยนหน้้าที่่�มาเป็็นพิิพิิธภััณฑ์์ที่่�ให้้ความรู้้�ด้้านศาสนสถานคริิสต์์ ออรโทดอกซ์์ท้้องถิ่น� ที่่�สร้้างด้้วยไม้้ ส่่วนในด้้านวัสั ดุกุ ่่อสร้้างนั้้�นยัังใช้้วัสั ดุุ ของแท้้จริิงแบบเดิิมอยู่�มาก เพราะมีีการสร้้างซ่่อมด้้วยไม้้ต่่อเนื่่�องอยู่� เป็น็ ระยะ ๆ ประมาณทุกุ ๆ 20 - 30 ปีี จึึงใช้้เทคนิติ วิธิ ีีช่า่ งไม้้เดิมิ มาตลอด งานศิลิ ปะตกแต่ง่ ก็ม็ ีีความแท้้จริงิ อยู่�สูงมาก โดยเฉพาะงานฝีมี ือื แกะสลักั บนประตููไม้้และงานฝีีมืือช่่างกุุญแจประตููก็็เป็็นแบบดั้ �งเดิิมของท้้องถิ่ �น รวมทั้้ง� งานช่า่ งฝีมีืิ�อการทำ�ำ แผ่น่ ไม้้ปููผนังั โบสถ์แ์ ละมุงุ หลังั คาด้้วยแผ่น่ เกร็ด็ ไม้้ ก็็ใช้้เทคนิคิ วิธิ ีีแบบประเพณีีเดิิม ซึ่�ง่ ก็็ต้้องเปลี่่�ยนทุกุ 20 - 30 ปีีเช่น่ กันั Ä ภาพเทือื กเขาคาร์พ์ าเทียี น 53 วารสารความรว่ มมือกับตา่ งประเทศ

à สิมิ ไม้้วััดเจริญิ ทรงธรรม ศรีีบุุญเรือื ง หนองบัวั ลำ�ำ ภูู 2. การบริิหารจัดั การและแนวทางการปกป้้องคุ้�ม้ ครอง 3. บทเรีียนสำำ�หรัับประเทศไทย 2.1. การคุ้้ม� ครองโดยกฏหมาย 3.1 ประเทศไทยเคยมีีมรดกสถาปััตยกรรมที่่�สร้้างด้้วยไม้้ที่่�ใช้้เป็็นโบสถ์์ มรดกโบสถ์ไ์ ม้้โบราณทั้้ง� 16 แห่ง่ นี้ไ�้ ด้้รับั การคุ้ม� ครองในระดับั สููงสุดุ กล่า่ วคือื หรืืออาคารในทางพุทุ ธศาสนาอยู่�ในภููมิภิ าคต่า่ ง ๆ จำำ�นวนมาก เช่่น ในโปแลนด์โ์ บสถ์ไ์ ม้้ทั้้ง� 8 แห่ง่ ได้้ขึ้น�้ ทะเบีียนตามกฏหมายระดับั ชาติวิ ่า่ ด้้วย สถาปััตยกรรมประเภท \"สิิมไม้้ในอิิสาณ\" แต่่ปััจจุุบัันได้้สููญหายไป การสงวนรัักษาและปกป้้องคุ้ �มครองอนุุสรณ์์สถานทางประวััติิศาสตร์์ เกือื บหมด เพราะขาดการดููแลรักั ษา ตลอดจนขาดการสืบื ทอดฝีมี ือื (ค.ศ.2003) ส่่วนในยููเครนก็็เช่่นกัันคืือได้้ขึ้้�นทะเบีียนภายใต้้กฎหมาย ช่่างซึ่�่งเป็็นสกุุลช่่างไม้้มีีฝีีมืือในท้้องถิ่�นรวมไปถึึงขาดการบำ�ำ รุุง ระดัับชาติิว่่าด้้วยการคุ้ �มครองแหล่่งอนุุสรณ์์สถานอสัังหาริิมทรััพย์์ การรัักษาความอุดุ มสมบููรณ์ข์ องทรัพั ยากรป่่าไม้้ (ค.ศ.2000) สำ�ำ หรับั เขตพื้น�้ ที่่แ� ละเขตกันั ชนจะได้้รับั การคุ้ม� ครองตามแผน จััดเขตพััฒนาในระดัับตำำ�บลและอำำ�เภออีีกด้้วย 3.2 ประเทศไทยมีีมรดกประเภทชุดุ (serial) ซึ่ง�่ เป็น็ เส้้นทางการท่อ่ งเที่่ย� ว 2.2. การตั้�ง้ คณะกรรมการบริิหารจัดั การร่่วมกััน ที่่เ� ชื่อ� มโยงกัันอยู่� 1 กลุ่�ม นั่่�นก็ค็ ือื \"มรดกโลกที่่เ� มืืองประวััติิศาสตร์์ สำำ�หรัับการบริิหารจััดการมรดกร่่วม 16 แห่่งซึ่่�งเป็็นประเภทมรดกชุุด สุุโขทััย\" กัับเมืืองที่่�สััมพัันธ์์เกี่�ยวข้้องในประวััติิศาสตร์์อีีกสองเมืือง (serial properties) ที่่ม� ีีคุณุ ค่า่ ร่่วมกัันในทั้้�งสองประเทศนั้้น� มีีการแต่่ง \"รวมเป็็นกลุ่�มมรดกโลก 3 เมืืองในชุุดเดีียวกััน คืือ สุุโขทััย ตั้ �งคณะกรรมการบริิหารจััดการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ในนามของรััฐมนตรีี ศรีีสััชนาลััยและกำำ�แพงเพชร\" ซึ่�่งได้้ขึ้้�นบััญชีีมรดกโลก วัฒั นธรรมของทั้้ง� สองประเทศ ซึ่ง�่ จะต้้องทำ�ำ งานร่ว่ มกับั ผู้บ้� ริหิ ารในระดับั มาตั้�งแต่่ ค.ศ. 1991 ทั้้�งสามเมืืองนั้้�น มีีคุุณค่่าโดดเด่่นร่่วมกััน พื้น้� ที่่แ� ละในระดับั โบสถ์ท์ ุกุ แห่ง่ นอกจากนี้จ�้ ะมีีการตั้ง� ผู้เ้� ชี่ย� วชาญในแต่ล่ ะ ทั้้�งด้้านประวััติิศาสตร์์และทางด้้านอััจฉริิยภาพในการออกแบบ สาขาที่่�เกี่ย� วข้้องตลอดจนผู้�้แทนทางศาสนาให้้อยู่�ในกรรมการชุุดนี้�้ด้้วย ผัังเมืืองที่่�นัับถืือพุุทธศาสนาในยุุคสุุโขทััย และได้้ขึ้�้นเป็็นมรดกโลก ด้้วยเกณฑ์์ข้้อ 1) และข้้อ 3) มีีพื้�้นท่ี่่�รวมกััน 11,852 เฮคตาร์์ 2.3 หน้้าที่�่สำำ�คััญของคณะกรรมการ (เป็็นพื้้�นที่่�สุุโขทััย 7,000 ha., Si Satchanalai 4,514 ha., คณะกรรมการของสองประเทศชุดุ นี้จ�้ ะดููแลในเรื่อ� งการใช้้ประโยชน์ท์ ี่่ด� ินิ and Kamphaeng Phet 338 ha) อย่า่ งไรก็ต็ าม การบริหิ ารจัดั การ และการพัฒั นาในเขตพื้น้� ที่่ม� รดกโลกชุดุ นี้�้ ซึ่ง่� การพัฒั นาใด ๆ ที่่จ� ะเกิดิ ขึ้น้� เมืืองทั้้�งสามนั้้�นแยกออกเป็็นสามส่่วน เพราะแต่่ละแห่่งได้้รัับ ในอนาคตจะต้้องไม่่ส่่งผลกระทบต่่อเขตพื้น�้ ที่่�มรดกโลกทั้้ง� 16 แห่ง่ หรืือ การคุ้�มครองทางกฏหมายแยกกััน และต่่างได้้ประกาศเป็็นอุุทยาน คุุกคามต่่อเขตกัันชน ทั้้�งนี้�้เพื่่�อการอนุุรัักษ์์มรดกโลกในกลุ่�มนี้�้ทั้้�งหมด ประวััติิศาสตร์์กัันทั้้�งสามแห่่ง แต่่อย่่างไรก็็ตาม ยัังมีีจุุดร่่วมกััน ให้้ยั่่ง� ยืืนต่อ่ ไปในอนาคต คืืออยู่่�ภายใต้้การดููแลควบคุุมของกรมศิิลปากรด้้วยกััน และ นอกจากนี้�้ คณะกรรมดัังกล่่าวจะต้้องดููแลไม่่ให้้คุุณค่่าอัันโดดเด่่น กรมศิลิ ปากรก็ไ็ ด้้พยายาม จึึงทำ�ำ ให้้ความรับั รู้ข้� องผู้ค้� นทั่่ว� ไป รวมทั้้ง� เป็น็ สากลที่่ไ� ด้้ประกาศไว้้แล้้วต้้องสููญหายหรือื เสื่อ� มถอยไป วิธิ ีีการป้อ้ งกันั ความรัับรู้้�ของผู้้�บริิหารของแต่่ละจัังหวััดในปััจจุุบัันนั้้�น ดููเหมืือน ที่่�สำ�ำ คััญก็็คืิ�อ การให้้ความรู้้�ความเข้้าใจที่่�ถููกต้้องให้้แก่่ผู้้�ที่่�เกี่�ยวข้้อง จะมองว่่าเมืืองทั้้�งสามเมืืองต่่างคนต่่างได้้เป็็นมรดกโลกแยกกััน ทุุกระดัับด้้วย เช่่นจััดฝึึกอบรมด้้านอนุุรักั ษ์์และการดููแลรัักษา การอบรม เป็็นสามแหล่่ง ด้้วยคุุณค่่าที่่�โดดเด่่นของตััวเอง เป็็นเอกเทศ ด้้านการป้้องกัันผลกระทบจากการท่่องเที่่�ยวและจากการทำ�ำ ลาย ในการบริหิ ารจัดั การของตัวั เองด้้วย ซึ่ง�่ ทำ�ำ ให้้แนวคิดิ เรื่อ� งมรดกโลก ด้้วยน้ำ��ำ มืือผู้้�คนรวมทั้้�งการสร้้างความตระหนัักรัับรู้้�และสร้้างมาตรการ ที่่เ� ป็น็ ชุดุ (serial properties) เลือื นลางไปในทางวิชิ าการมรดกโลก ป้้องกัันความเสี่ �ยงจากภััยธรรมชาติิ ของไทย แต่่โชคดีีที่่�ทั้้�งสามแห่่งอยู่่�ภายใต้้การควบคุุมดููแล ของกรมศิิลปากร จึึงมีีแผนงาน แผนงบประมาณและแผนพััฒนา บุุคคลากรที่่�สััมพัันธ์์กัันอยู่�ในอนาคต อาจมีีการพิิจารณาตั้�ง คณะกรรมการอำ�ำ นวยการร่่วมกัันอย่่างกรณีีมรดกชุุดโบสถ์์ไม้้ ข้้ามพรมแดนโปแลนด์ก์ ัับยููเครนก็็น่่าจะเป็็นประโยชน์อ์ ย่า่ งยิ่�ง 54 วารสารความรว่ มมือกับตา่ งประเทศ

ภาพจาก: www.unicef.org เป้า้ หมายที่�่ 4: สร้้างหลักั ประกัันว่่าทุกุ คนมีีการศึึกษา ที่่�มีีคุุณภาพอย่่างครอบคลุมุ และเท่่าเทีียม และ สนัับสนุุนโอกาสในการเรีียนรู้�ต้ ลอดชีีวิิต (Ensure inclusive and equitable quality education and promote lifelong learning opportunities for all) การศึกึ ษาเป็น็ ฟันั เฟือื งที่ส่� ำำ�คัญั ในการพัฒั นาประเทศ การเข้า้ ถึงึ การศึกึ ษาอย่า่ ง ทั่่�วถึึงจะช่่วยยกระดัับความเจริิญเติิบโตทางเศรษฐกิิจ ปิิดช่่องว่่างทางสัังคม สร้า้ งความเป็น็ ธรรม และลดความเหลื่อ่� มล้ำำ��ในทุกุ มิติ ิิ เป้า้ หมายการพัฒั นาที่ย�่ ั่่ง� ยืืน เป้้าหมายที่่� 4 มุ่�งเน้้นสร้้างหลัักประกัันว่่าเด็็กทั้้�งชายและหญิิงสามารถเข้้าถึึง การศึกึ ษาตั้้ง� แต่ร่ ะดับั ปฐมวัยั ไปจนถึงึ ระดับั มัธั ยมศึกึ ษาโดยไม่ม่ ีีค่า่ ใช้จ้ ่า่ ย เยาวชน แ ล ะ ผู้้� ใ ห ญ่่ ส า ม า ร ถ เ ข้้ า ถึึ ง ก า ร ฝึึ ก อ บ ร ม ทัั ก ษ ะ อ า ชีี พ ใ น ร า ค า ที่่� เ ห ม า ะ ส ม อย่า่ งเท่่าเทีียมกันั ขจัดั ความไม่เ่ สมอภาคทางเพศและความเหลื่อ่� มล้ำ�ำ� ตลอดจน บรรลุุการเข้า้ ถึงึ การศึึกษาในระดัับอุุดมศึกึ ษาที่ม�่ ีีคุณุ ภาพอย่่างถ้ว้ นหน้า้ 55 วารสารความรว่ มมอื กับต่างประเทศ

4.1 สร้้างหลัักประกัันว่่าเด็็กชายและเด็็กหญิิงทุุกคนสำ�ำ เร็็จการศึึกษาระดัับประถมศึึกษาและมััธยมศึึกษาที่�่มีีคุุณภาพเท่่าเทีียมและ ไม่ม่ ีีค่า่ ใช้จ้ ่า่ ยนำ�ำ ไปสู่่�ผลลัพั ธ์์ทางการเรีียนที่ม�่ ีีประสิิทธิผิ ลภายในปีี 2573 4.2 สร้า้ งหลักั ประกันั ว่า่ เด็ก็ ชายและเด็ก็ หญิงิ ทุกุ คนเข้า้ ถึงึ การพัฒั นา การดูแู ล และการจัดั การศึกึ ษาระดับั ก่อ่ นประถมศึกึ ษา สำ�ำ หรับั เด็ก็ ปฐมวััยที่ม่� ีีคุุณภาพ ภายในปีี 2573 เพื่่อ� ให้้เด็็กเหล่า่ นั้้น� มีีความพร้้อมสำ�ำ หรับั การศึึกษาระดัับประถมศึึกษา 4.3 ให้้ชายและหญิงิ ทุกุ คนเข้า้ ถึึงการศึึกษาวิชิ าเทคนิิค อาชีีวศึึกษา อุุดมศึึกษา รวมถึึงมหาวิิทยาลััยที่่�มีีราคาที่่ส� ามารถจ่า่ ย ได้แ้ ละมีีคุุณภาพ ภายในปีี 2573 4.4 เพิ่�่มจำำ�นวนเยาวชนและผู้้�ใหญ่่ที่่�มีีทัักษะที่่�จำำ�เป็็นรวมถึึงทัักษะทางเทคนิิคและอาชีีพสำ�ำ หรัับการจ้้างงาน การมีีงานที่�่ดีีและ การเป็น็ ผู้้�ประกอบการภายในปีี 2573 4.5 ขจััดความเหลื่่�อมล้ำ�ำ� ทางเพศในการศึึกษาและสร้้างหลัักประกัันว่่ากลุ่�มที่่�เปราะบางซึ่�่งรวมถึึงผู้้�พิิการ ชนพื้้�นเมืือง และเด็ก็ เข้า้ ถึึงการศึึกษาและการฝึกึ อาชีีพทุกุ ระดับั อย่า่ งเท่่าเทีียม ภายในปีี 2573 4.6 สร้้างหลัักประกัันว่่าเยาวชนทุุกคนและผู้้�ใหญ่่ในสััดส่่วนสููงทั้้�งชายและหญิิงสามารถอ่่านออกเขีียนได้้และคำำ�นวณได้้ ภายในปีี 2573 4.7 สร้า้ งหลักั ประกันั ว่า่ ผู้้�เรีียนทุกุ คนได้ร้ ับั ความรู้�และทักั ษะที่จ่� ำ�ำ เป็น็ สำ�ำ หรับั ส่ง่ เสริมิ การพัฒั นาอย่า่ งยั่่ง� ยืนื รวมไปถึงึ การศึกึ ษา สำำ�หรัับการพััฒนาอย่่างยั่่�งยืืน และการมีีวิิถีีชีีวิิตที่�่ยั่่�งยืืน สิิทธมนุุษยชน ความเสมอภาคระหว่่างเพศ การส่ง่ เสริมิ วัฒั นธรรมแห่่งความสงบสุุขและไม่่ใช้้ความรุนุ แรง การเป็็นพลเมืืองของโลกและความนิิยมในความหลากหลายทาง วััฒนธรรมและในส่ว่ นร่่วมของวััฒนะธรรมต่่อการพัฒั นาที่ย�่ ั่่ง� ยืนื ภายในปี2ี 573 4.a สร้้างและยกระดัับอุุปกรณ์์และเครื่�่องมืือทางการศึึกษาที่�่อ่่อนไหวต่่อเด็็ก ผู้้�พิิการและเพศภาวะ และให้้มีีสภาพแวดล้้อม ทางการเรีียนรู้�ที่่ป� ลอดภััยปราศจากความรุนุ แรงครอบคลุมุ และ มีีประสิิทธิิผลสำ�ำ หรัับทุุกคน 4.b ขยายจำำ�นวนทุนุ การศึกึ ษาในทั่่ว� โลกที่่�ให้้ สำำ�หรับั ประเทศกำ�ำ ลังั พัฒั นาโดยเฉพาะประเทศพัฒั นาน้อ้ ยที่ส่� ุดุ รัฐั กำ�ำ ลังั พัฒั นา ที่เ�่ ป็น็ เกาะขนาดเล็ก็ และประเทศในแอฟริกิ าในการสมัคั รเข้า้ ศึกึ ษาต่อ่ ในระดับั อุดุ มศึกึ ษา รวมถึงึ การฝึกึ อาชีีพและโปรแกรม ด้้านเทคโนโลยีีสารสนเทศและการสื่่�อสารด้้านเทคนิิค วิิศวกรรมและวิิทยาศาสตร์์ ในประเทศพััฒนาแล้้วและประเทศ กำำ�ลัังพััฒนาอื่่น� ๆภายในปีี 2563 4.c เพิ่่�มจำำ�นวนครููที่่�มีีคุุณภาพรวมถึึงการดำ�ำ เนิินการผ่่านทางความร่่วมมืือระหว่่างประเทศในการฝึึกอบรมครููในประเทศ กำ�ำ ลัังพััฒนาเฉพาะอย่่างยิ่่�งในประเทศพััฒนาน้้อยที่่�สุุด และรััฐกำ�ำ ลัังพััฒนาที่�่เป็็นเกาะขนาดเล็็ก ภายในปีี 2573 ท่่านที่�่สนใจจะอ่่านรายละเอีียดที่่�เกี่�่ยวข้้องโดยตรงจากเว็็บไซต์์ ของ UN สามารถคลิ๊๊�กได้้ที่�่นี่�่ ท่่านที่่�สนใจข้้อมููลเชิิงลึึก โดยเฉพาะตััวชี้ว�้ ัดั สำ�ำ หรับั แต่่ละเป้า้ ประสงค์์ และ Metadata ที่�่อธิบิ ายตัวั ชี้ว�้ ััดโดยละเอีียดสามารถคลิ๊๊�กได้้ที่่�นี่�่ 56 วารสารความรว่ มมอื กับต่างประเทศ

วารสาร ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กั บ ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ THE BULLETIN ON INTERNATIONAL COOPERATION OF THE MINISTRY OF EDUCATION วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลทางวิชาการด้านต่างประเทศที่สำคัญ สำหรับใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานการศึกษาและการวิจัย ของหน่วยงาน สถานศึกษา และผู้สนใจทั่วไป 2. เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานความร่วมมือกับต่างประเทศของกระทรวง ศึกษาธิการ 3. เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจ สามารถติดตาม ความเคลื่อนไหวและความคืบหน้าในงานด้านต่างประเทศของกระทรวงศึกษาธิการ 4. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงวิชาการเกี่ยวกับความร่วมมือกับต่างประเทศของกระทรวงศึกษาธิการ ในอันที่จะนำมาซึ่งการพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศในอนาคตให้มีคุณค่า และมีประสิทธิภาพมากขึ้น 5. เพื่อเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับความร่วมมือกับต่างประเทศของกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับใช้ในการสืบค้น อ้างอิงและเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กำหนดออก วารสารราย 3 เดือน ปีละ 4 ฉบับ ที่ปรึกษา ชฎารัตน์ สิงหเดชากุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ บรรณาธิการอำนวยการ สมทรง งามวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ บรรณาธิการบริหาร พิมพ์วรัชญ์ เมืองนิล หัวหน้ากองบรรณาธิการ กุสุมา นวพันธ์พิมล ผู้ช่วยบรรณาธิการ ฐิติ ฟอกสันเทียะ ออกแบบรูปเล่ม พิมพ์ชนา ดาราธวัช เผยแพร่เว็บไซต์ สุเมธ อรรถพันธ์พจน์ ผู้แปล พิศวาส ปทุมุต์ตรังษี นุชนาฏ เนตรประเสริฐศรี ผู้ตรวจแก้ไขงานแปล จงจิต อนันต์คูศรี พิศวาส ปทุมุต์ตรังษี สำนักงาน สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 0 2628 5646 ต่อ 122-124 โทรสาร. 0 2281 0953 www.bic.moe.go.th หมายเหตุ บุคคลหรือองค์กรใดต้องการนำข้อเขียน บทความหรือภาพถ่าย ที่อยู่ในวารสารฉบับนี้ไปตีพิ มพ์ หรือประโยชน์ ในสิ่งตีพิ มพ์ อื่น หรือเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ขอความกรุณาแจ้งสำนักความสั มพั นธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัด ก ร ะ ท ร ว ง ศึ ก ษ า ธิ ก า ร ท ร า บ เ ป็ น ก า ร ล่ ว ง ห น้ า แ ล ะ ข อ ใ ห้ ร ะ บุ ชื่ อ ผู้ เ ขี ย น ห รื อ ชื่ อ ว า ร ส า ร ใ น ก า ร อ้ า ง อิ ง ด้ ว ย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook