Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 07 หลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชน เรื่อง การปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง

07 หลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชน เรื่อง การปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง

Published by adisak ngum, 2019-12-21 18:28:43

Description: 07 หลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชน เรื่อง การปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง

Search

Read the Text Version

กจิ กรรมการศึกษาต่อเนือ่ ง งานการศกึ ษาเพื่อพฒั นาสังคมและชุมชน หลักสตู ร เรอ่ื ง การปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลอื กต้งั ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอโนนสงู สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวัดนครราชสีมา สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธิการ เอกสารวชิ าการหมายเลข........../2562

ประกาศศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอโนนสูง เร่อื ง ใหใ้ ชห้ ลกั สูตรการพัฒนาสังคมและชมุ ชน เร่อื งการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตง้ั ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอโนนสูง สืบเนื่องจากการที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษา ต่อเน่ือง พ.ศ. 2554 ประกาศใช้ ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 และสานักงาน กศน. ได้มีการจัดทาคู่มือ การจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2555 แนวทางการดาเนินงานโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน พ.ศ.2555 คู่มือ การจัดการศึกษาต่อเน่ือง(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2559) และคู่มือการจัดกิจกรรมฝึกอบรมประชาชน พ.ศ. 2559 ไปแล้วนนั้ ในการนี้ เพื่อให้การดาเนินงานการจัดการศึกษาต่อเนื่องของหน่วยงาน สถานศึกษาในสังกัด สานักงาน กศน. เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความสอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน สานักงาน กศน. จึงได้จัดทาเอกสารแนวทางการดาเนินงานการจัดการศึกษาต่อเน่ือง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) ข้ึน เพ่ือให้บุคลากร สถานศึกษา กศน. และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ได้มีแนวทางในการจัดการศึกษาใน พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ และขอยกเลิกคู่มือฯ แนวทางตามที่ได้กล่าวข้างต้นท้ัง 4 เล่ม โดยในเอกสารแนว ทางการดาเนินงานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) หน้า 47 กาหนดแหล่งท่ีมาของ หลักสูตรการจัดการศึกษาต่อเน่ือง ประกอบด้วย 1. หลักสูตรท่ีสถานศึกษาจัดทาข้ึนเอง 2. หลักสูตรกลางที่ สานกั งาน กศน. จัดทาข้ึน 3. หลักสูตรท่ีสถานศึกษาอ่ืนในสังกัด สานักงาน กศน. จัดทาขึ้น 4. หลักสูตรของ สถานศกึ ษา หรือหน่วยงานอื่น นอกสังกัด โดยไดร้ ับอนุญาตจากสถานศึกษา/หน่วยงาน โดยมีกรอบหลักสูตร การจัดการศกึ ษาต่อเน่อื ง ด้านการพฒั นาสังคมและชุมชนตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร มุ่งจัดการศึกษาเพื่อ สังคมและชมุ ชน ด้วยรูปแบบการประชมุ สมั มนา การจดั เวทแี ลกเปล่ยี นเรียนรู้ และรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการสร้างจิตสานึกความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นพลเมืองดี เศรษฐกิจชุมชน และการอนรุ กั ษ์ พัฒนาธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอโนนสูง ได้ดาเนินการพัฒนาการจัด การศึกษาต่อเน่ือง หลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชน เร่ืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือก ต้ังขึ้น โดยความร่วมมือของผู้บริหาร คณะครู และคณะกรรมการสถานศึกษา ท้ังได้นากรอบแนวทางการ ดาเนินงานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) รวมทั้งบริบทของพื้นท่ี จังหวัดนครราชสีมา มาเป็นข้อมูลในการพัฒนา และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาแล้ว จึงประกาศให้ใช้ หลกั สตู รการพัฒนาสงั คมและชมุ ชน เรอ่ื งการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือกต้ัง

ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอโนนสูง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้น ไป แก่ผู้ข้ึนทะเบียนเป็นนักศึกษาการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศยั อาเภอโนนสูง ประกาศ ณ วันที่ เดอื น พฤศจกิ ายน พุทธศกั ราช 2562 (นางวิไลลักษณ์ โรจนาศรรี ัตน์) ผู้อานวยการศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอโนนสงู

ความเหน็ ชอบคณะกรรมการสถานศกึ ษา ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอโนนสงู เพ่ือให้หลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชนเร่ืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการเลือกต้ัง การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอโนนสูง ใช้ในการ ฝึกอบรมประชาชนใหไ้ ดร้ ับการศึกษาอยา่ งต่อเนื่อง เพ่ือพัฒนาศักยภาพกาลังคนและสังคม ท่ีใช้ความรู้และภูมิ ปัญญาเป็นฐานในการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความม่ันคง และคุณภาพชีวิต ท้ังนี้ ตาม แนวทางการพฒั นาประเทศ ตามพระราชบญั ญัติส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี 19 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2551 ให้ผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องสนับสนุนและประสานความร่วมมือในการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้เป็นไปตามกรอบของหลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชน เรื่องการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตง้ั การจดั การศึกษาตอ่ เน่อื ง เพ่ือพฒั นากลุ่มเป้าหมายใหม้ คี ณุ ภาพต่อไป ทงั้ นี้ ตง้ั แต่วันที่ เดือน พฤศจิกายน พุทธศกั ราช 2562 (นายนรนิ ทร์ ฉตั รเวทนิ ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอโนนสูง

คานา ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ให้ไว้ ณ วันที่ 19 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2551 เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ีคือ โดยท่ีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติมี หลักการจดั การศึกษาให้เปน็ การศกึ ษาตลอดชีวิตสาหรับประชาชน และให้ทุกภาคส่วนของสังคม ได้มีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษา รวมทั้งสถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในระบบ การศกึ ษานอกระบบ หรือการศึกษาตามอัธยาศัย รูปแบบ ใดรูปแบบหนง่ึ หรอื ท้ังสามรูปแบบก็ได้ โดยเปน็ การผสมผสานระหวา่ งการศกึ ษาทัง้ สามรูปแบบ เพื่อให้สามารถพัฒนา การศึกษาและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง แต่เน่ืองจากกลไกและการดาเนินการเกี่ยวกับการจัด การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะรองรับดังนั้นเพ่ือให้เป็นไปตามแนวทางและ เป้าหมายดังกล่าว จึงสมควรให้มีกฎหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ใหเ้ ป็นไปอย่างมีระบบและต่อเนื่อง มีการบริหารและจัดการศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพเพ่ือทาให้ประชาชนได้มี โอกาสเรียนรู้และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนได้ตามศักยภาพเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญาอันจะมี ผลในการพฒั นากาลงั คนและประเทศชาติให้เจริญกา้ วหนา้ ตอ่ ไป กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงระเบียบว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเน่ือง พ.ศ. 2554 ประกาศ ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เพ่ือประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาให้บุคคลได้รับการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศัยอย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และทันต่อการเปล่ียนแปลง ของสังคมและเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลได้รับการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั พ.ศ. 2551 อาศัยอานาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กระทรวงศกึ ษาธิการจงึ วางระเบียบไว้ดงั น้ี ระเบียบนเ้ี รียกว่า “ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา่ ด้วยการจดั การศกึ ษาตอ่ เนอื่ ง พ.ศ.2554” โดยได้กาหนดจุดม่งุ หมายสาคญั ในการ พัฒนาคนไทยให้ได้รับการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง ประกอบกับการเปล่ียนแปลงของสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตท้ัง ด้านประชากร การเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อมรวมทั้งการเช่ือมโยง สังคมเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย ระดับภูมิภาคและระดับโลก จึงจาเป็นท่ีจะต้องจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ กล่มุ เป้าหมายประชาชนได้รับการเรยี นรู้ท่ีสอดคลอ้ งกบั การเปลี่ยนแปลงของโลก ท้งั ด้านการพัฒนาอาชีพ การพัฒนา ทักษะชวี ิต และการพฒั นาสังคมและชุมชน ซ่ึงจาเป็นต้องใช้วิธีการและรูปแบบท่ีหลากหลาย ตามความต้องการและ ความสนใจของประชาชนทกุ กลมุ่ ช่วงวัยโดยเน้นกระบวนการคิดเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ตามหลักปรัชญาคิด เปน็ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง สานักงาน กศน. จึงได้กาหนดเป็นนโยบายด้าน จัดการศึกษาต่อเนื่องโดย มีแนวทางการดาเนินงานการจดั การศึกษาตอ่ เนื่อง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2561)

เฉพาะในส่วนของหลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชน เรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการ เลือกตง้ั วตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ม่งุ จดั การศกึ ษาเพอื่ สังคมและชุมชน ดว้ ยรปู แบบการประชุมสัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยน เรยี นรู้ และรูปแบบอ่ืนๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการสร้างจิตสานึกความเป็นประชาธิปไตย ความเป็น พลเมืองดี เศรษฐกิจชุมชน และการอนุรักษ์ พัฒนาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการจัดการศึกษาต่อเนื่อง หลักสตู รเชิงบรู ณาการ เพอ่ื การพัฒนาที่ย่งั ยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาระบบคลงั หลักสตู รการศึกษา ต่อเนื่องใหไ้ ดม้ าตรฐาน และสะดวกต่อการใช้งาน เพ่อื สนับสนุนการจดั การศึกษาของสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย (นายเจษฎาภทั ร ช่มุ กลาง) ครู กศน.ตาบล วันท่ี 6 เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ.2562

สารบญั เรือ่ ง หน้า คานา สารบัญ 1 ความเปน็ มา 1 จุดหมาย 2 กลุ่มเปา้ หมาย 2 ระยะเวลา 2 สาระการเรยี นรู้ 4 สอ่ื การเรียนรู้ 4 การวดั และประเมนิ ผล 4 เกณฑ์การจบหลกั สูตร 4 เอกสารหลักฐานการศึกษา ภาคผนวก - ใบความรู้ - ใบงาน เอกสารอา้ งองิ คณะผจู้ ดั ทา

การจัดการศกึ ษาต่อเน่ือง รปู แบบการฝึกอบรมประชาชน หลักสตู รการพัฒนาสังคมและชมุ ชน เรอื่ งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยและการเลอื กตงั้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอโนนสงู ความเปน็ มา การจัดการศึกษาต่อเน่ือง หมายถึง การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบที่เป็นหลักสูตร ระยะสน้ั ที่จัดตามความตอ้ งการ ของกลุ่มเป้าหมายที่มีเนื้อหาเก่ียวกับอาชีพ ทักษะชีวิต การพัฒนาสังคมและ ชุมชน ซึ่งรวมถงึ การจดั การเรยี นรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการใช้เทคโนโลยี ซ่ึงนาไปสู่การ พฒั นาคุณภาพชีวิต การพัฒนาสังคมและชุมชน หมายถึง เป็นการศึกษาท่ีบูรณาการความรู้และทักษะจากการศึกษาที่ ผู้เรียนมีอยู่ หรือได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกระบบ แล้วนาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการ พัฒนาสังคมและชมุ ชนอยา่ งยัง่ ยนื โดยยึดหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย และใช้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้ของคนในชุมชน เช่น ประชาธิปไตย ส่ิงแวดล้อม วิสาหกิจชุมชน การใชเ้ ทคโนโลยีทเ่ี หมาะสม เป็นตน้ หลักสูตรการจัดการศึกษาต่อเน่ือง ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชนเป็นการจัดกระบวนการให้บุคคล รวมกลุ่มเพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกัน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกันในการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างย่ังยืน ใน ด้านวัฒนธรรมประเพณี ส่ิงแวดล้อม พลังงาน เป็นต้น รวมท้ังสร้างกระบวนการจิตสาธารณะ โดยยึดหลัก ปรชั ญาคิดเปน็ /ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเป็นหลักคิด การพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาสังคมและชุมชน เร่ืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการ เลือกต้ัง การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอโนนสูง จัดทา ข้ึนโดย ยึดหลักการจัดการศึกษาต่อเน่ือง ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน ตามเอกสารแนวทางการจัด การศึกษาต่อเน่ือง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) และนโยบายและจุดเน้นการดาเนินงาน สานักงาน กศน. ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ข้อ 1.4 ส่งเสริมการจัด กระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองกับการเปล่ียนแปลงบริบทด้านสังคม การเมือง รวมท้ังความต้องการของ ประชาชน และชุมชนในรูปแบบทห่ี ลากหลาย ใหป้ ระชาชนคิดเปน็ วเิ คราะหไ์ ด้ ตดั สนิ ใจภายใตข้ อ้ มลู ท่ีถกู ต้อง จุดมงุ่ หมาย 1. เพ่ือให้ประชาชนมีความเข้าใจในหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข ตลอดจนหนา้ ทีข่ องพลเมอื งท่ีดขี องสังคมและประเทศ 2. เพ่ือให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิ และหน้าที่ในการเลือกต้ัง และการไปใช้สิทธิเลือกต้ัง สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร 3. เพื่อให้ประชาชนสามารถนาความรู้เรื่องการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและไปถ่ายทอด แก่ บคุ คลในครอบครัว และชมุ ชน/หมู่บ้านของตนเอง ไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนในเขตพ้นื ที่ อาเภอโนนสงู

ระยะเวลา จดั อบรมสาระการเรียนรู้ละ 7 ชว่ั โมง สาระการเรียนรู้ การศึกษาเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชน เร่ืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย และการเลอื กตัง้ - ทฤษฎี 4.5 ช่วั โมง - ปฏิบัติ 2.5 ชว่ั โมง

สาระการเรยี นรู้ การศึกษาเพือ่ การพัฒนาสังคมและชุมชน เร่ืองการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย และการเลือกตงั้ โครงสรา้ งเนื้อหา ที่ เรือ่ ง จุดประสงค์การ เน้อื หา การจดั จานวนชวั่ โมง ทฤษฎี ปฏิบัติ เรยี นรู้ กระบวนการเรยี นรู้ 1.5 0.5 1 การปกครองระบอบ เพื่อใหป้ ระชาชน 1. ความร้เู กี่ยวกบั -วิธสี อนแบบบรรยาย ประชาธปิ ไตย มีความเขา้ ใจใน ประชาธิปไตย -การจดั การเรยี นรูแ้ บบใช้ หลักการปกครอง 2. ความหมายของ คาถาม ในระบอบ ประชาธิปไตย -วธิ สี อนแบบศกึ ษาดว้ ย ประชาธปิ ไตย 3. รูปแบบของการ ตนเอง อันมี ปกครองระบอบ -วธิ สี อนแบบแบง่ กลุ่ม พระมหากษัตรยิ ์ ประชาธิปไตย ทรงเปน็ ประมุข 4. หลกั ประชาธิปไตย 2 พลเมืองในวิถี เพื่อให้ประชาชน หลกั พื้นฐานความ -วธิ ีสอนแบบบรรยาย 1.5 0.5 ประชาธิปไตย มีความเข้าใจใน เปน็ พลเมืองใน -การจัดการเรยี นรู้แบบใช้ หน้าทขี่ อง ระบอบ คาถาม พลเมอื งทีด่ ีของ ประชาธปิ ไตย -วธิ ีสอนแบบศกึ ษาดว้ ย สังคมและ ตนเอง ประเทศ -วิธีสอนแบบแบง่ กลุ่ม 3 การเลือกตง้ั 1. เพอื่ ให้ 1. สทิ ธิ และหนา้ ที่ -วิธสี อนแบบบรรยาย 1.5 0.5 -การจดั การเรยี นรู้แบบใช้ ประชาชน ในการเลอื กต้งั คาถาม -วิธีสอนแบบศึกษาดว้ ย ตระหนกั ถึงสทิ ธิ และการไปใช้สทิ ธิ ตนเอง -วธิ ีสอนแบบแบ่งกลมุ่ และหน้าที่ในการ เลอื กตง้ั เลือกตัง้ และการ สมาชิกสภาผ้แู ทน ไปใชส้ ิทธเิ ลอื กตั้ง ราษฎร สมาชิกสภาผแู้ ทน ราษฎร 2. เพือ่ ให้ 2. การนาความรู้ ประชาชน เรือ่ งการเลือกต้ัง สามารถนา สมาชิกสภาผู้แทน

ความรเู้ รอ่ื งการ ราษฎรและไป เลอื กตงั้ ถ่ายทอด แกบ่ ุคคล สมาชิกสภาผแู้ ทน ในครอบครวั และ ราษฎรและไป ชุมชน/หมบู่ ้านของ ถา่ ยทอด แก่ ตนเอง บุคคลใน ครอบครวั และ ชุมชน/หมบู่ า้ น ของตนเอง ได้ อยา่ งถูกต้องและ เหมาะสม 4 การอภิปราย เพ่อื ทบทวน และ แบ่งกลุ่มทางาน -วิธีสอนแบบบรรยาย -1 ทราบระดบั ความ ตามหนา้ ที่ ที่ไดร้ บั -การจดั การเรียนรแู้ บบใช้ 4.5 2.5 7 ชวั่ โมง เขา้ ใจ มอบหมาย คาถาม -วิธีสอนแบบศึกษาดว้ ย ตนเอง -วิธีสอนแบบแบง่ กลุ่ม รวม รวมทัง้ ส้นิ สอื่ การเรียนรู้ 1. ส่ือเอกสาร - เอกสารประกอบการเรยี นรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน 2. สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ - เว็บไซต์ 3. วิทยากรแหล่งเรยี นรู้/ภูมปิ ัญญา การวัดและประเมนิ ผล การประเมินความรู้ภาคทฤษฎี และจากการปฏิบัติระหว่างเรียน โดยการใช้แบบทดสอบ สังเกต พฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วม การปฏบิ ัติ การซักถาม และบันทึกผลการเรียนรู้

เกณฑ์การจบหลกั สูตร 1. มีเวลาเรียน ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 80 2. มีผลการประเมินตลอดหลักสูตรไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 60 3. มีผลงานทม่ี คี ุณภาพ เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา - หลกั ฐานการประเมนิ ผล

ภาคผนวก

ใบความรทู้ ี่ 1 เร่อื ง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข สงั คมทุกสังคมจะเจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่นได้ ย่อมต้องมีระเบียบวินัยและผู้นาของสังคมเป็นหลักใน การปกครอง ผู้นาของสังคมระดับประเทศโดยเฉพาะระบอบประชาธิปไตยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของ ประธานาธิบดีหรือพระมหากษัตริย์ สาหรับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขนั้น พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่การใช้พระราชอานาจด้านนิติบัญญัติ บริหาร ตุลา การ ทรงมิไดใ้ ช้พระราชอานาจเหล่าน้ันด้วยพระองค์เอง แต่มีองค์การหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบต่าง ๆ กันไป พระราชอานาจทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นฐานะประมุขของรัฐ หรือในฐานะอ่ืน ได้ถูกกาหนดไว้โดยชัดแจ้งใน รัฐธรรมนญู รปู แบบของรฐั รฐั หรอื รัฐประชาชาติ โดยท่ัวไปมี 2 รูปแบบ คอื รฐั เดยี่ ว กบั รัฐรวม 1. รัฐเด่ยี ว เปน็ รัฐที่มีรฐั บาลเพียงรัฐบาลเดียวเป็นผู้ใช้อานาจอธปิ ไตยปกครองอาณาเขต หรือดินแดน ท้งั หมด ประชาชนท่อี ยู่ในรฐั ถอื วา่ อยู่ภายใต้รฐั บาลเดียวกัน รัฐอาจจะจดั ระบบการปกครองให้มีหน่วยปกครอง ระดับรองกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของรัฐ เพื่อให้บริการหรือให้ความสะดวกแก่คนในรัฐ เช่น ไทย ฝร่ังเศส ซาอดุ ีอาระเบยี สิงคโปร์ เป็นตน้ 2. รัฐรวม รัฐประเภทน้ีได้แก่ การที่รัฐอย่างน้อย 2 รัฐมารวมกันเป็นรัฐเดียว โดยแบ่งการใช้อานาจ อธิปไตยออกเป็นสัดส่วน มีรัฐบาล 2 ระดับ ได้แก่ รัฐบาลกลาง กับรัฐบาลท้องถิ่น รัฐบาลทั้ง 2 ระดับต่างมี อานาจหนา้ ทีข่ องตนโดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยท่ัวๆ ไป รัฐบาลกลางของรัฐรวมจะใช้อานาจอธิปไตยใน ส่วนที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของรัฐทั้งหมด หรือผลประโยชน์อันเป็นส่วนรวมของรัฐ เช่น การติดต่อกับ ต่างประเทศ การรักษาความม่ันคงของชาติ การเงินและการคลัง เป็นต้น ส่วนรัฐบาลท้องถ่ินมีอานาจในการ ดาเนินกิจการอันเก่ียวข้องกับท้องถิ่นโดยเฉพาะ เช่น การจัดการศึกษา การรักษาความสงบภายใน การรักษา สุขภาพของประชาชนเป็นต้น รัฐรวมประกอบด้วยหลายๆ รัฐเข้ามารวมกันเป็นรัฐประชาชาติใหญ่ เรียกว่า สหพันธรฐั เชน่ สหรฐั อเมริกา สหพนั ธรฐั รัสเซยี ออสเตรเลีย บราซลิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย เป็นตน้

การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับยืนยันความเป็นประมุขสูงสุดของพระมหากษัตริย์ โดย บัญญตั ิว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหา หรอื ฟอ้ งรอ้ งพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ หมายความว่า ผู้ใดจะหม่ินพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ ไม่ได้ ผู้ละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ถือว่าเป็นการกระทาความผิดอย่างร้ายแรง รัฐธรรมนูญบางฉบับถึงกับไม่ ยอมให้มกี ารนริ โทษกรรมแก่ผกู้ ระทาการล้มลา้ งสถาบันพระมหากษัตริย์ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยของไทย รฐั ธรรมนูญมีบทบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ได้รับการเชิดชู ให้อยู่เหนือการเมือง และกาหนดให้มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการดาเนินการทางการเมืองการ ปกครอง รัฐธรรมนญู ได้กาหนดพระราชอานาจของ พระมหากษัตรยิ ์ ดงั น้ี 1. ทรงใช้อานาจอธิปไตย พระมหากษัตริย์ใช้อานาจอธิปไตย เช่น อานาจนิติบัญญัติ อานาจบริหาร และอานาจตลุ าการ 2. ทรงดารงอยู่ในฐานะอนั เปน็ ที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมไิ ด้ หมายความว่า พระมหากษัตริย์ไทย ทรงอยู่ภายใต้กฎหมายก็เพียงเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่าน้ัน แต่ทรงอยู่เหนือกฎหมายอื่น ๆ ผู้ใดจะ กลา่ วหาหรือฟ้องร้องตามกฎหมายใด ๆ มไิ ด้ 3. ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก นั่นก็คือทรงเป็นผู้ทรงศรัทธาเลื่อมใสใน พระพทุ ธศาสนาขณะเดียวกนั กท็ รงเป็นอคั รศาสนปู ถัมภก คอื ทรงทานบุ ารงุ อุปถมั ภศ์ าสนาท้ังปวงในขอบขันฑ สมี าดว้ ย 4. ทรงดารงตาแหนง่ จอมทัพไทย คาวา่ พระมหากษตั รยิ ์ 5. ทรงไวซ้ ง่ึ พระราชอานาจท่ีจะสถาปนาฐานันดรศกั ดิแ์ ละพระราชทานเครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ 6. ทรงเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี คณะองคมนตรี คือ คณะที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ มีหน้าท่ี ถวายความเห็นต่อองค์พระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงท่ีพระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา องคมนตรี ประกอบด้วยผู้มทรงคุณวุฒิต่าง ๆ โดยมีประธานองคมนตรีคนหนึ่งกับองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 18 คน การ เลือก การแต่งตั้ง และการให้องคมนตรีพ้นจากตาแหน่งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพียงแต่ประธาน รัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตัง้ หรือพ้นจากตาแหน่งขององค์มนตรีอ่ืนๆ ประธานองคมนตรี เปน็ ผลู้ งนามรบั สนองพระบรมราชโองการท้ังส้นิ 7. ทรงแต่งตั้งผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ หมายถึง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ แทน พระมหากษัตริย์ เมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรหรือทรงบริหารพระราชภาระ ไม่ได้ เช่น ประชวร ทรงผนวช ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ หรือเมื่อราชบัลลังก์ว่างลง ปกติแล้วเม่ือ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งต้ังผู้ใดด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา ผู้น้ันก็เป็นผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ถ้า มิได้ทรงแต่งตั้งไว้ ให้คณะองคมนตรีเสนอช่ือผู้ใดผู้หน่ึงที่สมควรต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบและในบาง กรณีเช่น เมื่อราชบัลลังก์ว่างลง หรือระหว่างที่ยังไม่มีผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานองคมนตรีเป็น ผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองค์ไปพลางกอ่ นได้

8. ทรงแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กฎมณเฑียรบาลหมายถึง กฎหมายท่ี พระมหากษัตริย์ทรงตราข้ึนใช้บังคับในกิจการส่วนพระองค์ เช่น พระราชพิธีต่าง ๆ กิจการท่ีเก่ียวกับสมาชิก แห่งพระราชวงศ์ หรอื กิจการทเ่ี กี่ยวกบั ราชสานกั หรอื ภายในเขตพระราชฐาน โดยไม่เกย่ี วกับราษฎรอน่ื ๆ การสืบราชสมบัติ หมายถึง การข้ึนเป็นพระมหากษัตริย์ ซ่ึงนับต่อเน่ืองจากพระมหากษัตริย์พระองค์ ก่อนมใิ หข้ าดตอนกนั อันเปน็ ธรรมเนียมนานาประเทศ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระราชอานาจของ พระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะ เม่ือมีพระราชดาริประการใดให้คณะองคมนตรีจัดทาร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไข เพิ่มเติมข้ึนทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย เม่ือทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธย แลว้ ให้ประธานองคมนตรแี จ้งประธานรัฐสภาเพ่ือใหป้ ระธานรัฐสภาแจง้ ใหร้ ฐั สภาทราบ 9. ทรงทาหนังสือสัญญา ทรงไว้ซึ่งพระราชอานาจในการทาหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอ่นื ๆ กบั นานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ นอกจากนี้หนังสือสัญญาได้มีบทเปลี่ยนแปลง อาณาเขตไทยหรือเขตอานาจแหง่ รัฐ หรอื จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ต้องได้รับความ เห็นชอบจากรฐั สภา 10. ทรงแต่งตง้ั นายกรัฐมนตรี รฐั มนตรี ผพู้ พิ ากษา ขา้ ราชการในพระองค์ และข้าราชการระดับสงู 11. พระราชทานอภยั โทษ พระมหากษตั ริยท์ รงมีพระราชอานาจท่ีจะอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษโดยมีผู้รับ สนองพระบรมราชโองการ อิทธพิ ลของระบอบการเมืองการปกครองท่ีมผี ลต่อการดาเนินชีวติ 1. ทาใหค้ นในสังคมได้เห็นความสาคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพเทา่ เทียมกนั และไดต้ ระหนกั ถึงหน้าที่ของตนตอ่ การปกครอง ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการปกครอง ทกุ ระดับ ต้ังแต่ระดบั ทอ้ งถนิ่ จนถึงระดับประเทศ 2. ทาให้ประชาชนต่ืนตัวทางการเมอื ง 3. ส่งเสรมิ ใหเ้ กิดการแสดงความคิดเห็น 4. ทาให้เกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ กลุ่มผลประโยชน์ โดยคนที่ประกอบอาชีพเดียวกันมา รวมกลมุ่ กัน 5. ทาให้ชีวิตของคนในท้องถิ่นมีการติดต่อสัมพันธ์กันในเร่ืองต่างๆ เพ่ือปกป้องผลประโยชน์ใน ท้องถนิ่ ตน

ใบงานที่ 1 เร่อื ง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย ช่ือ – นามสกลุ ................................................................................................ คาชแี้ จง จงทาเคร่ืองหมาย x หน้าคาตอบท่ถี กู ต้อง 1.ขอ้ ใดคือความหมายของอานาจอธปิ ไตย ก. อานาจของพระมหากษัตริย์ ข. อานาจสงู สุดในการปกครองประเทศ ค. อานาจท่ใี ชป้ กครองทาส ง. อานาจตามกฎหมาย 2. อานาจอธปิ ไตยประกอบด้วยอานาจใดบ้าง ก. อานาจนติ ิบญั ญัติ ข. อานาจบริหาร ค. อานาจตุลาการ ง. ถกู ทุกขอ้ 3.ขอ้ ใดเป็นลักษณะสาคัญทส่ี ุดของการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย ก. การยอมใหป้ ระชาชนเป็นเจา้ ของอานาจอธิปไตย ข. การยอมให้ประชาชนมีสิทธิและเสรภี าพอย่างเตม็ ที่ ค. การยอมให้ประชาชนไดเ้ ลือกต้ังผูแ้ ทนราษฎรโดยตรง ง. การถอื วา่ อานาจอธิปไตยมาจากพรรคการเมืองทีม่ เี สียงข้างมาก 4. สาระสาคัญทีต่ ้องบัญญัตไิ ว้ในรฐั ธรรมนูญของประเทศที่ปกครองดว้ ยระบอบประชาธิปไตยคือเรื่องอะไร ก. พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ข. ผู้บริหารประเทศต้องมาจากการเลือกตั้ง ค. หน้าท่ขี องประชาชนท่ตี ้องมตี อ่ รัฐบาลหรอื ผูบ้ รหิ ารประเทศ ง. ความเสมอภาคและการค้มุ ครองสิทธเิ สรีภาพของประชาชน 5. หัวใจสาคญั ของประชาธปิ ไตยอยูท่ ่ปี ระเด็นใด ข. มีรฐั ธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสดุ ก. ประชาชนมีอานาจตัดสนิ ใจ ง. รัฐบาลบรหิ ารประเทศเพ่ือประโยชนข์ องประชาชน ค. รฐั สภาเป็นผูอ้ อกกฎหมาย

ใบความรู้ที่ 2 เร่อื งพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย พลเมอื งดีตามประชาธปิ ไตย หมายถึง พลเมืองที่มอี ุปนิสยั และมีวิถชี วี ิตประจาวันท่ีมลี กั ษณะเปน็ แบบ ประชาธิปไตย ลักษณะของวิถีชีวิตแบบ ประชาธิปไตย 1) การตดิ ตามข่าวสารบ้านเมอื ง การติดตามข่าวสารบ้านเมืองเป็นการมสี ว่ นรว่ มทางการเมืองท่ีสาคญั ประการหนึง่ เป็นสิง่ ทมี่ ปี ระโยชน์ ดงั นน้ั ในฐานะท่ีเป็นพลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธิปไตย เราจะตอ้ งติดตามขา่ วสารบา้ นเมอื งเพือ่ ทจี่ ะปฏิบตั ิตนได้ อยา่ งถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยการติดตามข่าวสารบา้ นเมอื งสามารถตดิ ตามได้จากส่ือตา่ งๆ ทัง้ วทิ ยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อนิ เตอร์เน็ต ซง่ึ เราควรเลือกรับส่อื ที่มีความเปน็ กลาง นา่ เช่ือถือ และให้ขา่ วสารทถี่ ูกตอ้ ง  ประโยชน์ -ช่วยให้ทราบความเคล่ือนไหวของบ้านเมือง -ช่วยในการตดั สนิ ใจ -ใช้เป็นข้อมลู ในการสนทนา -ช่วยเสริมสร้างความคดิ เห็น  การปฏบิ ตั ิ -เปิดใจให้กว้าง -ตดิ ตามอย่างเหมาะสม

-ไตรต่ รองให้ถว้ นถ่ี -มสี ติ หากบคุ คลใดหม่ันติดตามขา่ วสารบา้ นเมือง จะนบั ได้ว่าเป็นผูท้ ี่ใฝห่ าความรู้อยู่เสมอ เพราะการติดตาม ข่าวสารบ้านเมืองสามารถทาให้เราได้รบั ความร้ตู ่างๆเข้ามาสู่ตนเองตลอดเวลา 2) ความกลา้ หาญทางจรยิ ธรรม ความกล้าหาญทางจรยิ ธรรม หมายถงึ การกล้าทจ่ี ะยืนหยดั ในความจรงิ ความถูกตอ้ ง ดีงาม ชอบธรรม เสยี สละ ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ยึดถอื ระเบยี บกฎเกณฑ์ และไม่ยอมโอนออ่ นผ่อนตามตอ่ อานาจหรืออิทธิพลใดๆ ไม่ ปล่อยใหค้ วามเทจ็ ความไมถ่ ูกตอ้ งดารงอยู่ กล้าทจ่ี ะพดู แสดงออก และคัดคา้ น  องคป์ ระกอบ - ยึดมน่ั ในความถูกต้อง ดงี าม - เสยี สละ - ยดึ ถือกฎหมาย กฎระเบยี บ และกฎเกณฑ์ - ไมโ่ อนอ่อนผ่อนตามอิทธิพลใดๆ  การปฏิบตั ิ - ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีให้ถูกต้อง ชอบธรรม - แจง้ เหตุเม่อื พบเห็นการกระทาผิด - กล่าวชมเชยแก่ผ้ปู ฏิบัตดิ ี และตาหนิติเตียนผทู้ ี่ทาผดิ หรอื ทาความชั่ว - ปฏบิ ัติงานหรือกจิ กรรมตา่ งๆตามหลักวชิ า หลกั การ และจรรยาบรรณ - มีความอดทนหรอื ยับยัง้ ชง่ั ใจตอ่ ผลประโยชน์ทีเ่ ย้ายวน - กลา้ ท่จี ะทาความดี หากบุคคลใดมีความกล้าหาญทางจริยธรรมกจ็ ะถือไดว้ ่าเป็นบุคคลท่ีมีคุณลักษณะของผู้มีวินัยในตนเอง ดา้ นความซื่อสัตยส์ ุจรติ และการยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเองดว้ ย

3) การเปน็ ผ้นู าและการเป็นสมาชกิ ทดี่ ี ผนู้ า คอื บุคคลที่เป็นศูนย์กลางของกลมุ่ มีอิทธิพลสูงสดุ ในกลุ่ม เปน็ ผู้ที่สามารถชกั นาหรอื สัง่ การให้สมาชิก รว่ มกนั ทางานหรือกิจกรรมตา่ งๆใหบ้ รรลุเปา้ หมายทว่ี างไว้ ผ้นู าทจ่ี ะสามารถทาหน้าที่ได้ดีและไดร้ บั การยอมรับจากกลุม่ นั้น ข้นึ อยู่กบั ว่าบุคคลนนั้ ปฏบิ ัติตนเป็นผ้นู าที่ ดหี รือไม่  คุณสมบตั ิ -มคี วามรู้ -มีความริเรม่ิ -มีความกล้าหาญและความเดด็ ขาด -มีมนษุ ยสมั พันธ์ -มคี วามยุติธรรมและซื่อสัตยส์ ุจรติ -มคี วามอดทน -มคี วามเตรยี มพร้อมตลอดเวลา -มคี วามจงรกั ภักดี -มคี วามเปน็ กันเอง ไม่ถือตวั  การปฏบิ ตั ิ -ให้ความช่วยเหลอื ผูอ้ ื่น -มคี วามอดทนอดกล้ัน -มีความจงรกั ภักดตี ่อกลุม่ หรือองค์กร -ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบขององค์กร -มีความคดิ สร้างสรรค์ -มีส่วนร่วมกับองคก์ ร -มีการพฒั นาตนเอง ผ้ทู ่ีปฏิบตั ติ นเป็นผูน้ าที่ดีและเป็นสมาชิกทด่ี ีนั้นถือได้ว่าเปน็ ผู้ที่คุณลักษณะของผมู้ ีวินยั ในตนเองท้งั ด้าน ความซอื่ สัตย์สจุ รติ ความขยนั หมัน่ เพยี ร อดทน การใฝ่หาความรู้ การต้ังใจปฏิบตั หิ น้าที่ และการยอมรับผลที่ เกิดจากการกระทาของตนเอง

ใบงานที่ 2 เร่อื ง พลเมอื งในวิถปี ระชาธปิ ไตย ชอื่ – นามสกลุ ................................................................................................ คาช้ีแจง จงตอบคาถามต่อไปน้ี 1. พลเมืองดีในวถิ ีประชาธปิ ไตย หมายถึงอะไร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. ในฐานะท่ีนักเรยี นเปน็ สมาชกิ ในสงั คมประชาธปิ ไตย จะมีแนวทางในการประพฤตปิ ฏิบตั ิตนอย่างไร ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................... ....................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..................................................................................................................................................................... ......... .......................................................................................................................... .................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................................... .................... 3. นายกวี ประกอบอาชีพขายอาหารตามสั่ง นายกวีจะต้องปฏิบตั ติ นอยา่ งไรจึงจะได้ชอ่ื วา่ เปน็ พลเมอื งดีตาม วิถีประชาธิปไตยดา้ นเศรษฐกิจ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................

ใบความร้ทู ่ี 3 เร่อื ง การเลือกต้ังในระบอบประชาธปิ ไตย 1. ความหมายของการเลือกต้งั การเลือกต้งั คือ การที่ราษฎรใช้สิทธขิ องตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน เพื่อทา หน้าที่แทนตนใน การปกครองแต่ละระดับของประเทศ เช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการเลือกตั้งสมาชิกสภา จงั หวัด เปน็ ตน้ การเลือกตั้งท่ีเป็นประชาธิปไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตั้งโดยเสรี กล่าวคือต้องเปิดกว้างให้อิสระใน การตัดสินใจทั้งในแง่ของผสู้ มคั รและผอู้ อกเสียงทั้งน้ีตอ้ งเปน็ ไปโดยบริสุทธ์ิและยุติธรรมไม่มีการชี้นาหรือบังคับ ใหเ้ ลือก 2. ความสาคัญของการเลือกตั้ง ประชาชนเป็นผู้มีอานาจในการปกครองประเทศแต่ในสภาพสังคมปัจจุบันยอมเป็นไปไม่ได้ท่ี ประชาชนทุกคนจะทาหน้าที่ปกครองประเทศพร้อมๆกัน จึงมีความจาเป็นต้องเลือกผู้แทนของตนเข้าไปทา หนา้ ทีแ่ ทนตน และประชาชนสามารถเปลี่ยนผู้แทนซึ่งใช้อานาจแทนตนได้โดยเลือกผู้ที่ตนเห็นว่าประโยชน์แก่ ส่วนรวมตามแนวทางทตี่ นตอ้ งการโดยพจิ ารณาจากนโยบายของผูส้ มคั รหรือพรรคของผู้สมัคร 3. การเลือกตัง้ ผแู้ ทนในระดบั ตา่ ง ๆ การเลอื กต้งั ในประเทศไทยมหี ลายระดับตั้งแต่ระดับหมบู่ า้ น กล่าวคอื 3.1 ระดับหมบู่ ้าน คอื การเลอื กผู้ใหญ่บ้านกรรมการหมูบ่ ้านและสมาชกิ สภาท้องถิน่ 3.2 ระดบั ตาบล คอื กานนั ผ้บู รหิ ารทอ้ งถ่นิ 3.3 ระดบั อาเภอ คอื สมาชิกสภาเทศบาลและสมาชิกสภาเมืองพัทยา 3.4 ระดับจังหวัด คือ สมาชิกสภาจังหวัด และการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ซึ่งไดแก่การเลือกต้ังผู้ว่า ราชการกรงุ เทพมหานคร การเลอื กตงั้ สมาชกิ สภา กทม. และการเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาเขต 3.5 ระดบั ชาติ คอื การเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร, สมาชิกวฒุ สิ ภา 4. คณุ สมบตั ขิ องผมู้ ี สิทธเิ ลือกตัง้ และผู้สมคั รรบั เลือกตัง้ 4.1 คุณสมบัตผิ ู้มี สิทธเิ ลอื กตง้ั สส. สว. 4.1.1 มีสัญชาติไทย แต่บุคคลที่มีสัญชาติไทย โดยการเปล่ียนแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทย มาแล้วไมน่ อ้ ยกว่าหา้ ปี 4.1.2 มีอายุไม่ต่ากวา่ สิบแปดปีบรบิ รู ณใ์ นวนั ที่ 1 มกราคม ของปีทม่ี ีการเลอื กตงั้ 4.1.3 มชี อ่ื อย่ใู นทะเบียนบ้านในเขตเลือกต้ังมาแลว้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนบั ถงึ วันเลือกต้งั

4.2 คณุ สมบตั ผิ มู้ ีสิทธิเลอื กต้ังสมาชิกสภาทอ้ งถนิ่ และผบู้ ริหารท้องถนิ่ 4.2.1 มีสัญชาติไทยแต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่ นอ้ ยกวา่ ห้าปี 4.2.2 มีอายุไม่ต่ากว่าสบิ แปดปีบรบิ ูรณ์ในวนั ที่ 1 มกราคมของปที มี่ ีการเลอื กต้งั 4.2.3 มชี อ่ื อยูใ่ นทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวัน เลอื กตง้ั 4.2.4 คุณสมบัตอิ นื่ ท่ีกฎหมายวา่ ดว้ ยการจดั ตัง้ องคก์ รปกครองกาหนด ในกรณีท่ีมีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตเลือกต้ังหนึ่งไปยังอีกเขตเลือกตั้งหน่ึงภายในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกันอันทาให้บุคคลมีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า หน่ึงปีนับถึงวันเลือกตั้งให้บุคคลน้ันมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียน บา้ นคร้งั สุดทา้ ยเปน็ เวลาตดิ ต่อกนั ไมน่ ้อยกว่าหนงึ่ ปี 4.3 คุณสมบตั ิผ้มู สี ิทธิสมคั รรับเลอื กต้งั สส. 4.3.1 มสี ญั ชาตไิ ทยโดยการเกดิ 4.3.2 มอี ายไุ มต่ากว่ายสี่ บิ หา้ ปบี ริบรู ณ์ในวนั เลอื กตง้ั 4.3.3 สาเร็จการศกึ ษาไมต่ า่ กวา่ ปรญิ ญาตรีหรอื เทยี บเท่าเวน้ แต่เคยเปน็ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร หรอื สมาชกิ วุฒสิ ภา 4.3.4 เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหน่ึงแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับ เลือกต้งั เปน็ เวลาติดตอ่ กันไมน่ อ้ ยกว่าเกา้ สบิ วัน 4.3.5 ผู้สมัครรับเลือกตงั้ แบบแบง่ เขตเลอื กตัง้ ตอ้ งมลี ักษณะอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ดงั ตอ่ ไปน้ดี ว้ ย คือ (1) มชี ่ืออยใู่ นทะเบยี นบา้ นในจงั หวดั ท่ีสมคั รรับสมัครรับเลอื กตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกวา่ หน่งึ ปนี บั ถงึ วนั สมคั รรบั เลือกต้ัง (2) เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดท่ีสมัครรับเลือกต้ังหรือเคยเป็นสมาชิกสภา ทอ้ งถ่ินหรอื ผู้บริหารทอ้ งถิน่ ในจงั หวัดนนั้ (3) เป็นบุคคลท่เี กิดในจังหวดั ท่สี มัครรับเลือกตัง้ (4) เคยศึกษาในสถานศกึ ษาท่ตี งั้ อยูใ่ นจังหวัดท่ีสมัครรับเลือกต้ังเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อย กว่าสองปกี ารศึกษา (5) เคยรับราชการหรือเคยมีช่ือยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา ติดต่อกนั ไมน่ อ้ ยกว่าสองปี 4.4 คุณสมบัติผมู้ สี ทิ ธิรบั สมัครเลือกตัง้ สว. 4.4.1 มีสัญชาตไิ ทยโดยการเกิด 4.4.2 มอี ายุไม่ตา่ กว่า 40 ปีบรบิ ูรณใ์ นวันเลอื กต้งั 4.4.3 สาเร็จการศกึ ษาไม่ต่ากวา่ ปริญญาตรีหรอื เทียบเท่า 4.4.4 มีลักษณะอยา่ งใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 107 (5) 4.5 คุณสมบตั ิผู้มสี ทิ ธสิ มัครรับเลือกตั้งสมาชกิ สภาทอ้ งถิน่ 4.5.1 มสี ัญชาตไิ ทยโดยการเกดิ

4.5.2 มอี ายุไมต่ า่ กวา่ ยี่สิบหา้ ปีบรบิ ูรณใ์ นวนั เลอื กต้ังการเสริมสร้างความรู้เก่ียวกับประชาธิปไตย และการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ 4.5.3 มีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา ตดิ ต่อกันไมน่ ้อยกวา่ หนง่ึ ปีนับถึงวันสมคั รรับเลอื กตงั้ 4.5.4 คณุ สมบตั อิ ื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจดั ตั้งองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นกาหนด 4.6 คุณสมบตั ิผู้มีสทิ ธสิ มัครรับเลอื กตัง้ ผ้บู ริหารทอ้ งถ่นิ 4.6.1 กรณนี ายกองค์การบรหิ ารสวนจังหวัด (1) มอี ายุไม่ตา่ กวา่ สามสบิ ปีบริบรู ณ์ในวนั เลือกตง้ั (2) สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด สมาชกิ สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดผบู้ ริหารท้องถน่ิ หรือสมาชกิ รัฐสภา (3) ไมเ่ ปน็ ผู้พน้ จากตาแหน่งสมาชกิ สภาท้องถ่ินคณะผู้บริหารท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถ่ิน รองผู้บริหารท้องถ่ิน เลขานุการหรือที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรง หรือทางออ้ มในสัญญาหรือกิจการที่กระทากับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันสมัคร รับเลือกต้ัง 4.6.2 นายกเทศมนตรี (1) มอี ายไุ มต่ ่ากวา่ สามสบิ ปีบรบิ รู ณใ์ นวันเลือกตั้ง (2) สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถ่ิน หรือผู้บรหิ ารท้องถ่นิ หรอื สมาชิกรัฐสภา (3) ไม่เป็นผู้พ้นจากตาแหน่งสมาชิกสภาท้องถ่ิน คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ บริหาร ท้องถิ่นรองผู้บริหารท้องถ่ิน หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่า ทางตรงหรอื ทางออ้ มในสญั ญาท่กี ระทากับองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ยังไมถ่ ึงห้าปีนบั ถึงวันรบั สมคั รเลอื กตั้ง (4) เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งถูกให้พ้นจากตาแหน่ง เน่ืองจาก กระทาการทจุ ริตหรอื ประพฤติมิชอบ 4.6.3 นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล (1) มอี ายไุ ม่ตา่ กว่าสามสบิ ปีบรบิ ูรณใ์ นวันเลือกต้ัง (2) สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าหรือเคยเป็นสมาชิก สภาตาบล สมาชกิ สภาท้องถ่นิ ผู้บริหารทอ้ งถ่นิ หรือสมาชิกรัฐสภา (3) ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพ้นจากตาแหน่งสมาชิกสภาตาบล สมาชิกสภา ท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่นหรือเลขานุการ หรือท่ีปรึกษาของ ผ้บู รหิ ารท้องถิ่นเพราะเหตุท่ีมสี ่วนได้เสยี ไมว่ า่ โดยทางตรงหรอื ทางออ้ มในสัญญาหรือกิจการที่กระทากับองค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ินยังไม่ถึงห้าปนับถึงวันรับสมัครเลือกต้ังวิธีการเลือกตั้งในระดับหมู่บ้านอาจทาได้ท้ังวิธี ลงคะแนนลับและเปิดเผยการเลือกตั้งในระดับอื่นๆจะใช้วิธีลับ ซ่ึงมีข้ันตอนสาคัญ คือ จะต้องมีการตรวจสอบ รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกต้ังภายในระยะเวลาที่กฎหมายกาหนด หากไม่มีช่ือหรือช่ือผิดพลาด หรือมีชื่อบุคคลที่ไม่ รู้จักในบ้านของตนก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ดาเนินการให้ถูกต้องที่สาคัญบัตรประจาตัวประชาชนต้องเก็บไว้กับตัว

อย่าให้ใครยืมหรือทาหายเป็นอันขาดการเสริมสร้างความรู้เก่ียวกับประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในองค์ 5. การใช้ดุลพนิ ิจในการเลอื กตง้ั 1) ในการเลือกตง้ั ตอ้ งคอยติดตามประวัตแิ ละขา่ วคราวเกยี่ วกับผ้สู มัครอยู่เสมอ 2) ตรวจดูว่ามีสิทธเ์ิ ลอื กผูแ้ ทนไดก้ ี่คน 3) จาหมายเลขผู้สมัครท่ีต้องการเลือกให้ได้เม่ือรบั บัตรเลือกต้ังแล้วเดนิ เขา้ คหู า 4) ทาเครื่องหมาย X (กากบาท) ในช่องทาเคร่ืองหมายในบัตรเลือกตั้งให้ตรงเครื่องหมาย(หมายเลข) ของผ้สู มคั ร 5) พับบัตรเลือกต้ังให้กรรมการหย่อนลงในหีบบัตรต่อหน้าตนเองข้อสาคัญต้องเลือกคนท่ีมีความ จริงใจและเสียสละเพ่อื ส่วนรวมมคี วามรู้ความสามารถและมอี าชพี สุจริตเป็นหลักเป็นแหล่งแน่นอนไม่ควรเลือก ผทู้ ี่มเี บอื้ งหลงั ไม่สุจริต และซื้อขายเสียง 6. ผลเสียของการซ้ือขายเสียง สาหรบั การซอ้ื ขายเสยี ง นับเปน็ อนั ตรายอย่างยิ่งของการเลือกตั้งในทุกระดับ เพราะไม่ได้หวังที่จะเข้า มาเพ่ือช่วยสังคมส่วนรวมอย่างจริงใจเป็นเพียงทางผ่านและผลประโยชน์ของตนหรือ เข้ามาเพื่อกอบโกย ผลประโยชน์ตามวิถที างของเขาโดยไม่สนใจผลประโยชน์ของชาติและประชาชนคนเหล่านี้จะไม่เห็นใครสาคัญ กว่าตนเอง และประโยชน์ของตน ซ่ึงไม่ควรจะให้มีโอกาสเขาจัดการผลประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชนอยา่ งเดด็ ขาด 7. การปอ้ งกนั การซอื้ ขายเสยี ง หนทางป้องกันการซ้ือขายเสียงก็อยู่ที่ประชาชนท่ีจะต้องคานึงอยู่เสมอว่าอานาจของประชาชนเป็น อานาจศักดิส์ ทิ ธิ์จะซอ้ื ขายกันไม่ได้และช่วยกนั โดย 7.1 ไม่รับเงินหรอื สงิ่ แลกเปลยี่ น 7.2 ตอ่ ต้านการซ้ือเสียงทุกชนดิ ในการเลอื กตงั้ ทุกระดบั 7.3 ถ้าพบเห็นการซ้อื ขายเสยี งใหแ้ จง้ เจ้าหน้าทที่ นั ทีและชว่ ยเป็นพยานใหก้ ับทางเจ้าหนา้ ท่ี 7.4 แนะนาคนในครอบครวั หรือเพือ่ นบ้านให้เหน็ ภัยของการซื้อขายเสียงและรวมกันรณรงค์ต่อตา้ น 7.5 ชกั ชวนกันไปใช้สทิ ธใิ หม้ าก ๆ 8. การรณรงคใ์ ห้ประชาชนไปใช้สทิ ธิเลือกตั้ง การรณรงค์ให้ประชาชนเลือกต้ังให้ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนท่ีจะช่วยสังคม โดยชี้ให้เห็นความสาคัญ ของการเลือกต้งั แต่การรณรงค์ไม่จาเปน็ ต้องรณรงค์เฉพาะช่วงทจี่ ะมกี ารเลอื กต้ังเทา่ นั้น แต่สามารถทาได้ในทุก โอกาส เช่น

1) การตดิ ตามข่าวสารของผู้แทนมาเผยแพร่แก่ประชาชน 2) การติดตามพฤติกรรมแนวความคิด และการตัดสินใจของผู้แทนที่มีต่อนโยบายสาธารณะมา เผยแพร่ 3) การจับกลุ่มสนทนาปญั หาของบ้านเมอื ง การเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกั ประชาธิปไตยและการมีส่วน ร่วมของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ 4) ชม/ฟังการถ่ายทอดเสียงการประชุมสภาฯ ส่ิงเหล่านี้จะทาให้ประชาชนรู้สึกว่าเรื่องการเลือกต้ัง เป็นส่งิ ใกล้ตัว มผี ลกระทบกับประชาชนโดยตรง 9. ประชาชนควรทาอย่างไรเม่ือมกี ารเลอื กตั้ง การใช้ดุลพินิจในการเลือกต้ังจึงเป็นสิ่งสาคัญเราคงจะเลือกโดยเห็นแก่ พรรคพวกหรือเกรงใจเพราะ เป็นคนรู้จักกันหรือมีคนมาขอร้องให้เลือกไม่ได้อีกแล้ว และโดยเฉพาะการเลือกตั้งท่ีเห็นแก่อามิสสินจ้างเป็น การกระทาท่ีเลวร้าย ประชาชนจึงควรพิจารณาใหถ้ อ่ งแท้โดย 9.1 พจิ ารณานโยบาย/จุดยืนของพรรควา่ เปน็ ไปตามแนวทางท่เี ราต้องการหรอื ไม่ 9.2 พิจารณาตัวบุคคลผู้สมัครโดยดูประวัติความเป็นมาว่าเป็นคนดีมีจุดยืนเคียงข้างประชาชนและ สงั คมส่วนร่วมหรอื ไม่ 9.3 พจิ ารณาถึงบทบาทในทางสงั คมและดา้ นต่าง ๆ ของผู้สมัครและพรรคที่สังกัดอย่างไรก็ตาม เมื่อมี การเลอื กตัง้ ทุกคนตอ้ งปฏบิ ตั ิในหนา้ ทีข่ องพลเมือง 4 ประการ คอื (1) ไปใช้สิทธเ์ิ ลอื กตง้ั ทกุ ครงั้ (2) ชักชวนคนอ่นื ไปใช้สทิ ธ์ิเลือกตง้ั โดยอิสระ (3) สอดสอ่ งดูแลไม่ให้มีการโกงเลือกต้งั (4) หากรเู้ หน็ ว่ามีการโกงเลือกตัง้ หรอื ซือ้ ขายเสยี งให้แจง้ เจ้าหนา้ ที่ทนั ที 10. หากประชาชนไมไ่ ปใช้ สทิ ธิในการเลอื กตง้ั จะเสียสิทธดิ ังตอ่ ไปน้ี ในการท่ีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งและมิได้แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 21 หรือ มาตรา 22 หรือแจ้งเหตุแล้วแต่เหตุน้ันมิใช่เหตุอันสมควรให้ถือว่าผู้นั้นเป็นบุคคลซ่ึงไม่ไปเลือกต้ังโดยไม่แจ้ง เหตุอันสมควรที่ทาให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตามมาตรา 68 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญให้ผู้นั้นเสียสิทธิ ดงั ต่อไปน้ี 10.1 กรณีส.ส. สว. 10.1.1 สิทธิย่ืนคาร้องคัดค้านการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาผู้บริหาร ทอ้ งถ่นิ และสมาชกิ สภาทอ้ งถิน่ 10.1.2 สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกานันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครอง ท้องที่ 10.1.3 สิทธสิ มคั รรับเลอื กตั้งเปน็ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรสมาชิกวฒุ สิ ภาผู้บรหิ าร ท้องถ่ินและ สมาชิกสภาทอ้ งถ่ิน 10.1.4 สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกานันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครอง ทอ้ งท่ี

10.1.5 สิทธเิ ข้าชือ่ รอ้ งขอเพื่อใหร้ ัฐสภาพิจารณากฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าช่ือเสนอ กฎหมาย 10.1.6 สิทธิเข้าช่ือร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วย การเขา้ ชอ่ื เสนอขอ้ บญั ญัติท้องถ่ิน 10.1.7 สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพ่ือให้วุฒิสภามีมติถอดถอนบุคคลตากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ การเสริมสร้างความรู้เก่ียวกบั ประชาธปิ ไตยและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน 10.1.8 สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถ่ินตามกฎหมายว่า ด้วยการลงคะแนนเสียเพอ่ื ถอดถอนสมาชกิ สภาท้องถน่ิ หรือผบู้ รหิ ารท้องถน่ิ การเสียสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้มีกาหนดเวลาต้ังแต่วันเลือกตั้งคร้ังท่ีผูน้ันไม่ไปใชสิทธิเลือกตั้ง จนถึงวนั เลือกตง้ั คร้ังทผ่ี นู้ ้นั ไปใช้สิทธิเลือกต้ัง 10.2 กรณีไม่ไปเลอื กตง้ั สมาชิกสภาท้องถิน่ และผบู้ รหิ ารท้องถิ่นจะเสียสทิ ธิดังนี้ 10.2.1 สิทธิย่ืนคาร้องคดั ค้านการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาทอ้ งถ่ินและผบู้ รหิ ารทองถนิ่ 10.2.2 สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกานันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครอง ท้องที่ 10.2.3 สทิ ธิสมคั รรับเลือกตัง้ เป็นสมาชิกสภาทอ้ งถน่ิ และผบู้ รหิ ารท้องถิ่น 10.2.4 สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกานันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครอง ทอ้ งที่ 10.2.5 สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถ่ินพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถ่ิน ตามกฎหมายว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอขอ้ บญั ญัตทิ อ้ งถน่ิ 10.2.6 สิทธิเข้าช่ือร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถ่ินตามกฎหมายว่า ดว้ ยการลงคะแนนเสยี ง เพอื่ ถอดถอนสมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่ หรือผบู้ ริหารทองถ่ิน

ใบงานท่ี 3 เร่อื ง การเลือกต้ัง ช่ือ – นามสกลุ ................................................................................................ คาช้ีแจง ให้นักเรียนทาเคร่อื งหมาย  หนา้ ข้อความทถ่ี ูกและทาเครื่องหมาย X หนา้ ข้อความท่ีผิด .........1. การเลือกต้งั คอื การท่ีราษฎรใช้สิทธขิ์ องตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน เพ่ือทาหน้าที่แทนตนใน การปกครองแต่ละระดบั ของประเทศ ..........2. เลอื กตั้งโดยเสรี คอื ต้องเปดิ กว้างให้อสิ ระในการตดั สินใจทั้งในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสียงท้ังนี้ต้อง เป็นไปโดยบริสุทธ์แิ ละยุติธรรมไมม่ กี ารชีน้ าหรอื บังคบั ให้เลอื ก …......3. ข้นั ตอนการเลอื กต้ังมี 4 ข้นั ตอน .........4. เดินทางไปสถานที่เลือกตั้งภายในเวลาที่กาหนด ซ่ึงคูหาเลือกต้ังทั่วประเทศจะเปิด พร้อมกันต้ังแต่ เวลา 08.30 น. และปิดพร้อมกันในเวลา 15.30 น .........5. ผมู้ ีสิทธเ์ิ ลือกตัง้ ต้องมีช่อื อย่ใู นทะเบยี นบ้านในเขตเลือกต้ังนบั เปน็ เวลาไม่นอ้ ยกวา่ 90 วนั .........6. ผมู้ สี ทิ ธเิ์ ลอื กตง้ั ต้องเป็นผมู้ ีอายไุ มต่ า่ กวา่ 18 ปบี รบิ รู ณใ์ นวันท่ี 1 มกราคมของปี ท่ีมกี ารเลือกต้ัง .........7. ผู้มสี ิทธิ์เลอื กตั้งตอ้ งมีสญั ชาตไิ ทยหรือผูแ้ ปลงสัญชาตทิ ่ีมีสัญชาตไิ ทยมาแล้วไมน่ ้อย กว่า 3 ปี .........8. ลงชื่อหรือพิมพล์ ายน้ิวหวั แม่มอื ซา้ ยไว้เปน็ หลกั ฐานพร้อมรบั บตั รเลือกตั้งทจี่ ะลงคะแนน

เอกสารอ้างองิ ลักขณา สุขรัตนปรีชา. การดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย. (Online). https://sites.google.com/site/krulakkana26/hnwy- kar-reiyn-ru-thi-1/kar-danein-chiwit-tam-withi-prachathiptiy สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (Online). https://www.ect.go.th/ect_th/news_page.php?nid=767, 20 กรกฎาคม 2559 สัญญา เคณาภูมิ. วิถีประชาธิปไตยของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย. (Online). วารสารวไลยอลงกรณ์ ปริทัศน,์ ปีท่ี 5 ฉบับท2ี่ กรกฎาคม-ธนั วาคม 2558. ห้องเรียนครูรณางค์. บทที่ 5 เร่ือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (Online) https://sites.google.com/site/khunraphin2/sm45 __________. พระราชบญั ญัตสิ ่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั พ.ศ.2551 __________. แนวทางการดาเนินการจัดการศึกษาต่อเน่ือง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561), สานักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, สานกั ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ

คณะผู้จัดทา ท่ีปรึกษา ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอโนนสูง นางวไิ ลลักษณ์ โรจนาศรีรตั น์ ครูชานาญการ ผสู้ นบั สนุนขอ้ มูล ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน นางสาวปรารถนา ชีโพธ์ิ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน นายสมวงค์ ถา้ กลาง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน นางสุดใจ วัดกลาง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น นางสาวศริ ิวิมล โชคอนันตต์ ระกูล นายสิทธิศกั ดิ์ ชา่ งทองมะดนั ครู กศน.ตาบล ผรู้ วบรวมและเรยี บเรียง ผู้อานวยการ กศน.อาเภอโนนสงู นายเจษฎาภัทร ชมุ่ กลาง ครู กศน.ตาบล บรรณาธกิ าร นางวไิ ลลกั ษณ์ โรจนาศรรี ัตน์ ผพู้ มิ พ์และจัดรูปเลม่ นายเจษฎาภทั ร ชุ่มกลาง