chromosome 1
chromosome โครโมโซม (chromosome) คือสารพันธกุ รรมในร่างกาย ของมนษุ ยเ์ ป็ นตวั กาหนดลกั ษณะตา่ งๆเชน่ สีตา สีผม ความสงู และควบคมุ การทางาน ของร่างกาย โครโมโซมจะอย่ใู นเซลลท์ กุ เซลล์ ในร่างกายในคนปกติทัว่ ไป แต่ละเซลลจ์ ะมีจานวนโครโมโซมอย่ทู ้ังหมด 23 คู่ หรือ 46 แท่งโดยครึ่งหน่ึงคือ 23 แท่งเราจะไดร้ ับมาจากพ่อและอีก 23 แท่งจะไดม้ าจากแม่และเราสามารถถา่ ยทอดโครโมโซมครึ่งหนง่ึ ไปใหล้ กู ของเราไดเ้ ชน่ กนั 2
(chromosome) โครโมโซมสามารถพบไดใ้ นนวิ เคลียสของเซลลส์ ง่ิ มชี วี ิตทวั่ ไป โดยสงิ่ มชี วี ิตแตล่ ะชนดิอาจมจี านวนและรปู รา่ งโครโมโซมแตกตา่ งกนั แตโ่ ดยทวั่ ไปแลว้ ทกุ ๆ เซลลภ์ ายในของส่ิงมชี วี ิตจะมจี านวนโครโมโซมเทา่ กนั ยกเวน้ ในเซลลส์ ืบพนั ธ์ุ ซ่ึงจะมจี านวนโครโมโซมลดลงคร่ึงหนงึ่และในเซลลท์ ี่ไมม่ นี วิ เคลยี สซึ่งจะไมพ่ บโครโมโซมถา้ หากตดั โครโมโซมระยะเมตาเฟส ออกมาสว่ นหนง่ึ จะพบว่ามลี กั ษณะเป็ นเสน้ ใยโครมาตนิ (Chromatin fiber)ท่ีอดั ตวั กนั แนน่ ซ่ึงหากยืดเสน้ ใยเหลา่ นอ้ี อกจะพบว่าเป็ นสว่ นของนวิ คลีโอโซม(Nucleosome)ทีเ่ ชอื่ มตอ่ กนั และขดเป็ นวงแหวนโซลีนอยด์ (solenoid) เรียกว่า ซปุ เปอรค์ อยด์ นวิ คลีโอโซม (Supercoiled nucleosome 3
(autosome) ออโตโซม (autosome) คือ ชอื่ เรียกโครโมโซมหรือกลมุ่ ของโครโมโซมท่ีควบคมุลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมและลกั ษณะตา่ งๆของร่างกาย ยกเวน้ ลกั ษณะท่ีเกี่ยวกบั เพศ ออโตโซมมีเหมอื นกนั ทงั้ เพศชายและเพศหญิงออโตโซมในเซลลร์ ่างกายของคน(2n)มี 22 คู่ ถกู แบง่ เป็ น 7กลมุ่ คือ A B C D E F G แตอ่ อโตโซมในเซลลส์ บื พนั ธ(์ุ n)มแี ค่ 22 แท่ง ซ่ึงโดยปกตแิ ลว้ โครโมโซมของคนมที งั้ หมด 23 คเู่ ป็ นออโตโซม 22 คู่ เป็ นโครโมโซมเพศ 1 คู่ 4
(sex chomochome) โครโมโซมเพศ (sex chromosome) ในเซลลร์ า่ งกายของคนมจี านวน 1 คู่คอื โครโมโซม X และ โครโมโซมY ทีม่ ลี กั ษณะไมเ่ หมอื นกนั โดยเพศหญิงถกู กาหนดดว้ ยโครโมโซม X จานวน 2 แทง่ คือ XX สว่ นเพศชายถกู กาหนดดว้ ยโครโมโซม X จานวน 1แทง่ และ โครโมโซม Y จานวน 1 แทง่ คือ XY ในขณะที่เซลลส์ ืบพนั ธข์ุ องคนจะมโี ครโมโซมเพศ เพียง 1 แท่ง คอื เป็ น X หรือ Y ในเพศชาย เป็ น X ในเพศหญิง 5
(chromatin) โครมาทิน หรือ โครมาตนิ (chromatin) คือ สายของดเี อ็นเอ(DNA)สายยาวเพยี งสายเดยี วท่ีพนั ตวั รอบโปรตนี ท่ชี อื่ “ฮิสโตน(histone)”เอาไว้ ทาใหร้ ปู ร่างของโครมาทนิ (chromatin)มรี ปู ร่างคลา้ ยลกู ปัดท่มี ลี กั ษณะเรียงตอ่ ๆกนั โดยมสี ายของดเี อ็นเอ(DNA)พนั รอบลกู ปัดนน้ั อยู่โครมาทิน(chromatin) จึงเป็ นสารประเภท “นวิ คลีโอโปรตนี (Nucleoprotein)” [มาจากคาว่า Nucleic+ Protein ซึ่งดเี อ็นเอ(DNA)เป็ นพวก Nucleic acid สว่ นฮสิ โตน(histone) เป็ นโปรตนี ] 6
(chromatid) โครมาทิด หรือ โครมาตดิ (Chromatid) คือ โครโมโซมท่ีไดจ้ าลองตวั เองจนมลี กั ษณะเป็ นเสน้ คู่ ทาใหเ้ ห็นแท่งโครโมโซมมี 2 โครมาทิดที่เหมือนกันทกุ ประการ และติดกันที่ เซนโทรเมียร์(Centromere) โดยโครมาทิด (chromatid) สามารถพบเห็นไดใ้ นขน้ั ตอนของการแบ่งเซลลโ์ ดยเฉพาะในระยะเมตาเฟส (metaphase) จะสามารถเห็นไดช้ ดั โดยมองผา่ นกลอ้ งจลุ ทรรศน์ 7
(centromere) เซนโทรเมยี รห์ รือเซนโตรเมยี ร์ (Centromere) คอื ตาแหนง่ หนง่ึ บนโครโมโซมจะมลี กั ษณะเป็ นรอยคอดที่บนโครโมโซมและเป็ นท่ีอย่ขู องโปรตนี ไคนโี ตคอรห์ รือไคนโี ทคอร์(Kinetochore)ดเี อ็นเอ(DNA)ในบริเวณตาแหนง่ เซนโทรเมยี รจ์ ะขดตวั แนน่ กว่าบริเวณอ่ืนของโครโมโซมแมแ้ ตใ่ นขณะเกิดการจาลองตวั ของโครโมโซมอย่กู ็ตามที นอกจากนใี้ นขณะเกดิ การแบ่งเซลลเ์ สน้ ใยสปิ นเดลิ (Spindle Fiber)จะมาเกาะท่โี ปรตนี ไคนโี ตคอรห์ รือไคนโี ทคอรท์ ี่อย่ทู ี่ตาแหนง่ เซนโทรเมยี รแ์ ละยงั เป็ นตาแหนง่ ทเ่ี ชอื่ มตดิ กนั ระหวา่ งโครมาทดิ 2 โครมาทดิ อีกดว้ ย 8
(Nucleosome)นวิ คลีโอโซม (Nucleosome) คือหนว่ ยย่อยของโครโมโซม ประกอบดว้ ย DNA ท่ีรวมอย่กู บั โปรตีนฮีสโตน (histone protein) ซ่ึงมีกรดอะมิโนท่ีเป็ นเบสอย่มู าก การรวมตวั ของ DNA และโปรตนี ฮีสโตนหลายๆ โมเลกลุ ทาใหเ้ กิดเป็ นโพลีนิวคลีโอโซม (polynucleosome) ขนึ้ มา โพลีนวิ คลีโอโซมในสภาพปกติจะขดตวั แนน่ เป็ นเกลียว ในระยะแรกท่ีเร่ิมขดเป็ นเกลียวเรียกว่าโซลีนอยด์ (solenoid) ระยะตอ่ มาเรียกโครมาติน (chromatin) ระยะของการขดตวั ดงั กล่าว จะยังเห็นรปู ร่างไม่ชดั เจน จนกระทงั่ ขดตวั แนน่ทสี่ ดุ จะเห็นเป็ นรปู รา่ งคลา้ ยกากบาท ระยะนจ้ี ึงเรียกวา่ โครโมโซม 9
dna 10
dna ดีเอ็นเอ (DNA) เป็ นหนว่ ยพื้นฐานที่สดุ ของพิมพ์เขียวของสิ่งมีชีวิตมีขนาดเล็กท่ีสดุ เท่าท่ีจะสามารถแบ่งออกมาได้ โมเลกลุ หรือหน่วยของดีเอ็นเอประกอบขนึ้ จากเกลียวของนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ตา่ ง ๆ กนั 4 แบบ พวกมนัจบั ค่สู ลับกันไปมาและรวมตวั เป็ น สายบิดเกลียว แตอ่ ย่ใู นลาดบั ที่จาเพาะสาหรับส่ิงมีชีวิตแต่ละชนิด เมื่อร่างกายของเราตอ้ งการสรา้ งอะไรก็แลว้ แต่ มนั ตอ้ งเร่ิมจากโปรตีน ร่างกายของเราจะอ่านลาดบั ของโปรตีน นิวคลีโอไทดท์ ่ีมอี ย่ใู นสายดีเอ็นเอ และสรา้ งโปรตนี ออกมาไดเ้ สมอื นสายนวิ คลโี อไทดเ์ ป็ นแมพ่ มิ พน์ นั่ เอง 11
geane 12
GENE ยีน (gene) คอื สว่ นหนงึ่ ของสายดเี อ็นเอ (DNA Segment) อนัที่จริงยีนสามารถเป็ นไดท้ ั้งสายดีเอ็นเอ และเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA)โดยดีเอ็นเอมีความเสถียรมากกว่าและอย่ใู นตัวของสิ่งมีชีวิตช้ันสงูในขณะท่ี mRNA จะพบอย่ใู นไวรัส ยีนจึงเรียกไดว้ ่าเป็ นหน่วยพันธกุ รรมพ้ืนฐานที่สดุ ซ่ึงใชถ้ ่ายทอดลกั ษณะตา่ ง ๆ จากร่นุ ส่รู ่นุ โดยควบคมุ กระบวนการต่าง ๆ รปู ร่างหนา้ ตา รวมถึงนิสัย เหล่านี้ลว้ นแลว้ แตเ่ ป็ นขอ้ มลู ที่เก็บอยใู่ นยีนทงั้ นนั้ 13
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: