๓. ข้ันสรุป เมื่อไดด้ าํ เนนิ การใหผ้ ู้เรยี นทํากิจกรรมจนครบทุกขั้นตอนของกระบวนการเผชญิ สถานการณ์แลว้ ใหผ้ เู้ รียนได้ช่วยกันสรุปแนวคดิ หรอื ความร้แู ละประสบการณท์ ่ีตนได้รบั เป็นการยํ้าเตือนให้ เกดิ ความกระจา่ งชดั ขึ้น ๔. ขั้นการวดั และการประเมนิ ผล มวี ิธกี ารวัดและการประเมนิ ผลให้ครอบคลุมท้งั ด้านพุทธ พิสัย จติ พิสัยและทักษะพสิ ัย มีการกาํ หนดเคร่ืองมือวัดและประเมนิ พร้อมทง้ั กําหนดเกณฑก์ ารวัดและการ ประเมนิ ผลใหช้ ัดเจน ๖. สือ่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้ ๖.๑ หนังสอื วิชาสัมมนาการตลาด ๖.๒ เรื่องจากอินเตอร์เนต็ ๖.๓ ใบงาน ๗. แหล่งการเรียนรู้ ๗.๑ ใบความรู้ที่ ๑ ๗.๒ อินเตอร์เน็ต ๗.๓ นิตยสาร วารสาร ๘. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ๘.๑ ใบงานท่ี ๑ ๘.๒ แบบฝึกหดั ๙. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กับวิชาอื่น ๙.๑ วิชาเทคนคิ การนาํ เสนอ ๙.๒ กิจกรรมชมรมวชิ าชพี การตลาด ๑๐. การวดั และประเมินผลตามสภาพจรงิ เครื่องมือประเมิน ๑๐.๑ ใบประเมนิ ผลความพึงพอใจของผรู้ ว่ มกิจกรรม ๑๐.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรว่ มกันเปน็ กลมุ่ ๑๐.๓ การสอบเก็บคะแนน
แผนการจัดการเรยี นรูร้ ายหน่วย หน่วยท่ี ๖ รหัสวชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สปั ดาหท์ ี่ ๑๑ – ๑๒ ชื่อเรื่อง การจัดสถานท่เี พื่อการสัมมนา รวม ๖ ชัว่ โมง จานวน ๖ ชัว่ โมง ใบงานที่ ๑ คาํ ส่งั ให้นักศึกษาแบง่ กล่มุ ๆ ละ ๔ – ๖ คน จัดโครงการสัมมนาตามเรื่องท่ีครูให้นกั ศึกษาจบั ฉลากได้ โดยเขยี นโครงการและร่างหนังสือต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง แล้วส่งตัวแทนนําเสนอหนา้ ชัน้ เรยี นกลุ่มละ ๑๐ – ๑๕ นาที
แผนการจัดการเรยี นรู้รายหน่วย หน่วยท่ี ๖ รหัสวิชา ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สปั ดาหท์ ่ี ๑๑ – ๑๒ ชื่อเรื่อง การจัดสถานที่เพ่อื การสัมมนา รวม ๖ ช่ัวโมง ใบความรทู้ ่ี ๑ จานวน ๖ ชัว่ โมง รูปแบบการจัดห้องสัมมนา การจัดห้องสัมมนาแบบทน่ี ง่ั ในห้องเรียน การจัดห้องสัมมนาแบบทีน่ ่ังรูปตวั ย(ู U)
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายหน่วย หน่วยที่ ๖ รหัสวชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาห์ที่ ๑๑ – ๑๒ ชื่อเรื่อง การจดั สถานท่เี พื่อการสมั มนา รวม ๖ ชั่วโมง ใบความร้ทู ่ี ๑ จานวน ๖ ชั่วโมง รูปแบบการจัดห้องสมั มนา การจัดห้องสมั มนาแบบทีน่ ั่งในโรงภาพยนต์ การจัดห้องสมั มนาแบบทีน่ ่ังรูปตัวโอ(O)
แผนการจัดการเรียนรู้รายหนว่ ย หนว่ ยท่ี ๗ รหสั วิชา ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สปั ดาหท์ ่ี ๑๓ – ๑๔ ชื่อเร่อื ง การใชส้ อื่ โสตทศั นูปกรณ์ รวม ๖ ช่วั โมง จานวน ๖ ชัว่ โมง ๑. สาระสาคัญ สอ่ื (Media) คือ สิ่งตา่ ง ๆ ทผี่ ูน้ ําเสนอมาใชใ้ นการนาํ เสนอใหผ้ ูเ้ ขา้ รับการอบรมเกดิ การ เรียนรู้ เกดิ ทักษะและเกดิ ทัศนคติทีด่ ี ซ่ึงส่อื ดังกลา่ วน้ี อาจจะเป็นบุคคล กิจกรรม ตลอดจนวสั ดุอุปกรณ์ ตา่ ง ๆ ก็ได้ทีผ่ ูน้ ําเสนอสามารถเลือกใชส้ อ่ื ได้อย่างเหมาะสม จะเป็นการช่วยจงู ใจให้ผเู้ ข้ารบั การสัมมนา สนใจติดตามเนื้อหาต่าง ๆ เพิ่มมากขน้ึ สือ่ ทดี่ ี ควรมลี กั ษณะดังนี้ 1. เหมาะสมกับประสบการณ์ของผู้รบั การฝกึ อบรม/ประชมุ 2. กระตนุ้ ความสนใจ 3. เรา้ ใจ ชวนใหต้ ิดตาม 4. สรา้ งบรรยากาศท่ดี ีในการสัมมนา ๒.สมรรถนะประจาหน่วย การใช้สื่อโสตทศั นปู กรณ์
๒.๑ บอกความหมายของสื่อได้ ๒.๒ บอกคณุ คา่ ของสอื่ ได้ ๒.๓ บอกหลักการเลอื กใช้สื่อได้ ๒.๔ อธบิ ายชนดิ และประเภทของสื่อได้ ๒.๕ บอกข้อดีและข้อจํากัดในการใช้สอื่ ได้ ๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ประจาหนว่ ย การใชส้ ือ่ โสตทศั นปู กรณ์ ๓.๑ ความหมายของสื่อ ๓.๒ คุณค่าของสื่อ ๓.๓ หลักการเลอื กใช้สื่อ ๓.๔ ชนิดและประเภทของส่ือ ๓.๕ ข้อดีและข้อจาํ กดั ในการใช้สอื่ ๔. สาระการเรียนรู้ (แสดงเฉพาะหวั ข้อหลกั หัวข้อรองและหวั ขอ้ ย่อย) การใชส้ อ่ื โสตทัศนปู กรณ์ ๓.๑ ความหมายของสอื่ ๓.๒ คุณคา่ ของส่ือ ๓.๓ หลกั การเลอื กใช้สอื่ ๓.๔ ชนดิ และประเภทของสื่อ ๓.๕ ขอ้ ดีและข้อจาํ กัดในการใชส้ ่อื สอ่ื (Media) คือ สิง่ ตา่ ง ๆ ที่ผู้นําเสนอมาใช้ในการนาํ เสนอให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดการ เรียนรู้ เกิดทักษะและเกิดทัศนคติทีด่ ี ซึง่ สอ่ื ดังกลา่ วน้ี อาจจะเปน็ บุคคล กจิ กรรม ตลอดจนวัสดุอปุ กรณ์ ตา่ ง ๆ ก็ไดท้ ีผ่ นู้ ําเสนอสามารถเลือกใช้ส่ือได้อย่างเหมาะสม จะเปน็ การชว่ ยจูงใจใหผ้ ู้เข้ารบั การสัมมนา สนใจตดิ ตามเน้ือหาต่าง ๆ เพ่ิมมากข้ึน สอ่ื ท่ดี ี ควรมลี กั ษณะดังนี้ 1. เหมาะสมกับประสบการณ์ของผูร้ บั การฝึกอบรม/ประชุม 2. กระตุ้นความสนใจ 3. เรา้ ใจ ชวนให้ตดิ ตาม 4. สร้างบรรยากาศทด่ี ใี นการสัมมนา คุณคา่ ของสือ่ คือ ชว่ ยเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพในการสือ่ สาร ทาํ ให้การถ่ายทอดน่าสนใจ สรา้ ความเข้าใจและจดจาํ ไดง้ า่ ย หลกั การเลือกใชส้ อ่ื 1. สมั พันธ์หรอื สอดคล้องกบั วตุ ถุประสงคแ์ ละเนื้อหา
2. มีเนอ้ื หาถูกต้อง 3. เหมาะสมกับวัยและระดบั พื้นฐานความร้ขู องผ้รู บั ฟงั 4. เหมาะกับยคุ สมัย 5. มคี วามสะดวกในการใชง้ านและถ่ายทอด 6. มีประสิทธิภาพในการใช้งาน 7. มคี ณุ ค่า สอดคล้องและเหมาะสมกับราคา ชนดิ ของสือ่ แบ่งเป็นกลมุ่ ใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. สอ่ื ทัศนวสั ดุ 2. สอ่ื โสตวสั ดุ 3. สื่อโสตทัศน์ 4. สื่อกจิ กรรม ข้อดแี ละข้อเสียในการใชส้ ือ่ ในการใช้สือ่ โสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ผูน้ ําเสนอหรือวิทยากรควรที่ จะทราบข้อดี ข้อจาํ กัดของอุปกรณต์ ่าง ๆ เพื่อเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม ๕. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน นําสถานการณ์ท่ีเป็นข่าว ภาพข่าวจากแหล่งต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจริง บทความ หรือกรณีศึกษามากระตุ้นให้ผู้เรียนได้ตอบคําถามในประเด็นสําคัญที่กําหนด เพ่ือให้เกิดความ ตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้น หรือเห็นความสําคัญท่ีจะต้องศึกษาในเร่ืองที่นําเสนอ ซ่ึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับ บทเรียน ๒. ขัน้ สอน ครผู ูส้ อนบรรยายตามหัวข้อและมีการนําข้อมลู มาใหผ้ ้เู รียน ๑) การรวบรวมขา่ วสาร ข้อมลู ข้อเท็จจรงิ ความรู้ และหลักการ ขั้นตอนน้ีเป็นขั้นพื้นฐานของการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา โดยจะมอบหมายให้ ผู้เรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เพ่ือให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับเรื่องท่ีศึกษา หรือข่าวสารการกระทําท่ีสอดคล้อง กับเรอ่ื งท่ศี กึ ษา ซึ่งอาจจะหาแหล่งข้อมลู ความรูห้ รอื แหลง่ ขา่ วสารใหแ้ ก่ผู้เรยี น ๒) การประเมนิ คุณคา่ และประโยชน์ เมอื่ ผู้เรยี นได้ศึกษาความรู้ หรือขา่ วสารข้อมลู หรือสถานการณ์ทผี่ ูส้ อนมอบหมายแล้ว จะตอ้ งนํามาศึกษาวิเคราะห์คุณคา่ หรอื ประโยชน์ ในข้ันตอนน้ีจะตอ้ งฝกึ ให้ผ้เู รียนรู้จกั หลักและวิธกี ารคดิ ในรูปแบบตา่ ง ๆ เพื่อให้ได้ข้อคิดวา่ สถานการณ์ หรอื ข้อมูลทีไ่ ด้ศึกษานั้นมีคุณคา่ มากนอ้ ย หรือมปี ระโยชน์ เพียงไร อาจจะใชเ้ กณฑ์หรือวิธกี ารประเมนิ ตามความเหมาะสม ซง่ึ อาจจะใชเ้ กณฑด์ ้านคณุ ธรรม จริยธรรม เกณฑ์มาตรฐานและคา่ นยิ มของสังคม หรอื กรอบทฤษฎี การคดิ ประเมินค่ามคี วามสําคัญและมีผลต่อการเลือก การตัดสินใจ ในขนั้ การประเมินคุณค่านี้ โดยจะจดั ทาํ เปน็ แบบฝกึ หรือมีคาํ ถามเพ่ือฝึกให้ผ้เู รียนไดร้ ูจ้ กั วเิ คราะห์ เพ่อื เปน็ พ้นื ฐานของการประเมินคา่ และประโยชน์หรือโทษของเร่ืองที่ศึกษา ๓) การเลือกและการตัดสนิ ใจ ขนั้ ตอนน้ี จะเปน็ ขัน้ ตอนท่ีต่อเน่อื งจากขั้นตอนท่ี ๒ เมอ่ื ผ้เู รยี นได้ประเมินคุณค่า และประโยชนจ์ ากขอ้ มลู และขา่ วสารแลว้ จะมองเหน็ ช่องทางวา่ ถ้าตนเองได้ประสบกับสถานการณ์ดังกลา่ ว
หรอื สถานการณท์ ี่คลา้ ยคลงึ กันน้นั ผูเ้ รยี นจะสามารถเลือกและตัดสินใจอยา่ งไร จึงจะถูกต้องหรอื ได้รับ ประโยชน์อย่างแท้จริง เพื่อจะไดไ้ มเ่ กิดปัญหาจากการตัดสินใจทีผ่ ดิ พลาด ในข้นั นี้จะสร้างสถานการณท์ ่เี ป็นกรณตี ัวอยา่ งปัญหาในชวี ิตจริงของผูเ้ รียน อาจจะเปน็ ปญั หาในครอบครวั โรงเรยี น สงั คม และตั้งประเด็นคาํ ถามใหผ้ ้เู รียนได้ฝกึ ทกั ษะในการเลือกและการตัดสนิ ใจ ในการแกป้ ัญหาอยา่ งมหี ลักการ ๔) การปฏบิ ัติ เมื่อผเู้ รียนไดฝ้ ึกทักษะตั้งแต่ขั้นการรวบรวมขา่ วสาร ขอ้ มลู ขอ้ เท็จจริง ความรู้และหลักการ ได้ฝึกการประเมินคุณค่าและประโยชน์ ตลอดจนการเลือกและตัดสินใจไปแลว้ ขนั้ ตอนทส่ี าํ คญั คือควรจะฝึก ให้ผเู้ รียนไดร้ ู้จกั นําไปปฏิบัติ ซ่งึ ในบางสถานการณ์ ผเู้ รียนสามารถนําไปปฏบิ ตั ไิ ด้จรงิ จะทาํ ให้ผเู้ รยี นไดพ้ ิสูจน์ ว่าการท่ีตนได้ตัดสินใจเลอื กนั้น เมอื่ นําไปปฏบิ ัตจิ รงิ แลว้ ได้ผลดีหรือไดร้ บั ประโยชนอ์ ย่างไร ตดั สนิ ใจถกู ตอ้ ง หรอื ไม่ แต่ในกรณีสถานการณ์น้ันไม่เหมาะสมกบั การนาํ ไปปฏิบตั ิด้วยตนเอง โดยจะออกแบบกิจกรรมให้ ผู้เรียนได้พิสูจน์ความรู้ในแง่ปฏิบัติ โดยการสมั ภาษณจ์ ากบุคคล ผูท้ ่ีมปี ระสบการณห์ รือผู้มีความรู้ หรือจาก ผลงานของนักวชิ าการ ทไี่ ด้พิสจู น์หรือทดลองปฏิบัติแล้วเป็นการยนื ยันและเปน็ การสนบั สนุนการตดั สนิ ใจของ ผ้เู รียน ๓. ขั้นสรุป เมื่อได้ดําเนนิ การใหผ้ ้เู รียนทาํ กิจกรรมจนครบทุกขั้นตอนของกระบวนการเผชิญ สถานการณ์แล้ว ให้ผเู้ รียนไดช้ ่วยกันสรปุ แนวคิดหรือความรู้และประสบการณ์ท่ีตนได้รบั เปน็ การยาํ้ เตือนให้ เกดิ ความกระจา่ งชัดขึ้น ๔. ขน้ั การวัดและการประเมินผล มีวธิ ีการวัดและการประเมินผลใหค้ รอบคลุมท้ังด้านพุทธ พสิ ัย จติ พสิ ัยและทักษะพสิ ัย มกี ารกาํ หนดเคร่ืองมือวัดและประเมนิ พร้อมทัง้ กาํ หนดเกณฑ์การวดั และการ ประเมินผลให้ชัดเจน ๖. สอ่ื การเรียนการสอน/การเรยี นรู้ ๖.๑ หนังสือวชิ าสมั มนาการตลาด ๖.๒ เร่อื งจากอินเตอรเ์ นต็ ๖.๓ ใบงาน ๗. แหล่งการเรียนรู้ ๗.๑ ใบความรู้ท่ี ๑ ๗.๒ อนิ เตอร์เนต็ ๗.๓ นติ ยสาร วารสาร ๘. หลกั ฐานการเรียนรู้ ๘.๑ ใบงานที่ ๑ ๘.๒ แบบฝึกหดั
๙. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วิชาอนื่ ๙.๑ วชิ าเทคนคิ การนาํ เสนอ ๙.๒ กิจกรรมชมรมวิชาชีพการตลาด ๑๐. การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง เครื่องมอื ประเมิน ๑๐.๑ ใบประเมินผลความพงึ พอใจของผรู้ ว่ มกิจกรรม ๑๐.๒ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ๑๐.๓ การสอบเกบ็ คะแนน
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายหนว่ ย หนว่ ยที่ ๗ รหัสวิชา ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาห์ที่ ๑๓ – ๑๔ ชอ่ื เรื่อง การใช้สือ่ โสตทัศนูปกรณ์ รวม ๖ ช่วั โมง จานวน ๖ ช่วั โมง ใบงานที่ ๑ คําสงั่ ใหน้ ักศึกษาแบ่งกล่มุ ๆ ละ ๔ – ๖ คน จัดโครงการสมั มนาตามเร่ืองท่ีครูให้นกั ศึกษาจบั ฉลากได้ โดยเขยี นโครงการและร่างหนงั สอื ต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง แล้วส่งตัวแทนนาํ เสนอหน้าชนั้ เรียนกลุ่มละ ๑๐ – ๑๕ นาที
ช่อื เร่อื ง การใชส้ ื่อโสตทศั นปู กรณ์ แผนการจัดการเรยี นรูร้ ายหนว่ ย หน่วยท่ี ๗ รหัสวชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาหท์ ี่ ๑๓ – ๑๔ ใบความรู้ท่ี ๑ รวม ๖ ช่วั โมง เครือ่ งฉายข้ามศีรษะ จานวน ๖ ชั่วโมง การจัดนทิ รรศการ
ชือ่ เรื่อง การใช้ส่อื โสตทัศนปู กรณ์ แผนการจดั การเรยี นร้รู ายหนว่ ย หน่วยท่ี ๗ รหสั วชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาหท์ ี่ ๑๓ – ๑๔ ใบความร้ทู ี่ ๑ รวม ๖ ชวั่ โมง โปรเจคเตอร์ จานวน ๖ ชว่ั โมง โปสเตอร์
แผนการจดั การเรยี นรู้รายหนว่ ย หนว่ ยท่ี ๘ รหัสวิชา ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สปั ดาห์ท่ี ๑๕ – ๑๖ ช่ือเรอ่ื ง กระบวนการจดั สัมมนา รวม ๖ ช่ัวโมง จานวน ๖ ช่ัวโมง ๑. สาระสาคัญ โดยปกติแล้วในองค์กรตา่ ง ๆ จะมหี นว่ ยงานท่ีจดต้ังขึน้ มา เพอื่ พฒั นาบุคลากรในองค์การให้ มีความรู้ ความสามารถทีส่ ูงขนึ้ หรือปฏบิ ตั กิ ารได้เชย่ี วชาญมากข้นึ ซงึ่ หนว่ ยงานนี้บางองค์การอาจใช้ หน่วยงานแตกต่างกันไป เชน่ หน่วยฝกึ อบรมและพฒั นาบคุ ลากร หรือหนว่ ยวจิ ัยและพัฒนา ฯลฯ เพ่อื ดาํ เนินการจัดสมั มนาและไมว่ ่าจะใช้ส่ือยา่ งไร แตภ่ ารกจิ หรอื พนั ธกิจก็คงหนีไม่พน้ การศึกษาแนน่ อน หรือ การวิเคราะหง์ านทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ซ่ึงขอ้ มูลท่ีได้หรือปัญหาที่ได้จะนาํ มารวมกนั แลว้ เสนอเปน็ แนวทางแก้ไขปัญหา รวมทง้ั รจู้ ักแสดงออก การมีส่วนรว่ มในกิจกรรมกลุม่ ฯลฯ ซง่ึ มีการดาํ เนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ๒.สมรรถนะประจาหน่วย กระบวนการจัดสัมมนา ๒.๑ บอกข้นั ตอนของการจดั ประชมุ สมั มนาได้
๒.๒ อธิบายข้ันตอนดาํ เนนิ การจัดประชุมสัมมนาได้ ๒.๓ บอกข้ันหลงั การจัดสัมมนาได้ ๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ประจาหน่วย กระบวนการจดั สัมมนา ๓.๑ เขา้ ใจข้ันตอนการจัดสมั มนา ๓.๒ เขา้ ใจขั้นดําเนนิ การจัดสมั มนา ๓.๓ เข้าใจขนั้ หลงั การจัดสัมมนา ๔. สาระการเรียนรู้ (แสดงเฉพาะหวั ข้อหลัก หัวข้อรองและหวั ข้อย่อย) กระบวนการจัดสัมมนา ๓.๑ ข้นั ตอนการจัดสมั มนา ๓.๒ ขน้ั ดาํ เนินการจัดสัมมนา ๓.๓ ขน้ั หลงั การจัดสมั มนา ข้นั ตอนการจัดสมั มนา มีดังน้ี 1.ระยะเตรยี มงาน หมายถึง การวางแผนและเตรียมการในดา้ นต่าง ๆ เพ่ือให้มีความพร้อมก่อนทจี่ ะ ดาํ เนนิ การจัดสัมมนาทางวิชาการ ระยะเวลาเตรยี มงานแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ คอื ระยะเตรยี มงาน ระยะแรกและระยะเตรียมงานระยะทส่ี อง 2. ขั้นดําเนินการจัดสมั มนา มี ๒ ขนั้ ตอนคือ เลอื กตัง้ คณะกรรมการดาํ เนินงานและรวบรวมปัญหา เลอื กหวั ข้อเรือ่ ง 3.ขัน้ ตอนหลงั การจัดสมั มนา หมายถึง ระยะท่ีดําเนินการจัดสัมมนาจรงิ ได้สาํ เรจ็ แล้ว แต่งาน บางอยา่ งมิได้สน้ิ สุดไปดว้ ย จะมีงานทจ่ี ําเป็นต้องจัดทําตามหลักการสมั มนาเพื่อให้งานสาํ เร็จสมบรู ณ์ ได้แก่ การจัดพิมพห์ นงั สือขอบคุณผลการจัดสมั มนา และการจดั สง่ เอกสารการสมั มนาไปใหผ้ ู้เขา้ ร่วมสมั มนา ๕. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน นําสถานการณ์ท่ีเป็นข่าว ภาพข่าวจากแหล่งต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจริง บทความ หรือกรณีศึกษามากระตุ้นให้ผู้เรียนได้ตอบคําถามในประเด็นสําคัญท่ีกําหนด เพื่อให้เกิดความ ตระหนักในปัญหาท่ีเกิดขึ้น หรือเห็นความสําคัญที่จะต้องศึกษาในเร่ืองท่ีนําเสนอ ซ่ึงเป็นเรื่องท่ีสอดคล้องกับ บทเรียน ๒. ข้นั สอน ครผู ้สู อนบรรยายตามหัวขอ้ และมีการนําข้อมูลมาให้ผูเ้ รียน ๑) การรวบรวมขา่ วสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริง ความรู้ และหลกั การ ข้ันตอนน้ีเป็นขั้นพื้นฐานของการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา โดยจะมอบหมายให้ ผู้เรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ศึกษา หรือข่าวสารการกระทําท่ีสอดคล้อง กบั เร่อื งทีศ่ กึ ษา ซ่งึ อาจจะหาแหลง่ ขอ้ มลู ความรหู้ รือแหล่งขา่ วสารให้แกผ่ เู้ รยี น ๒) การประเมินคณุ ค่าและประโยชน์
เมอื่ ผู้เรยี นได้ศึกษาความรู้ หรอื ขา่ วสารขอ้ มูล หรือสถานการณ์ทีผ่ สู้ อนมอบหมายแลว้ จะต้องนํามาศึกษาวิเคราะห์คุณคา่ หรอื ประโยชน์ ในขัน้ ตอนนจี้ ะต้องฝกึ ให้ผ้เู รยี นรู้จักหลกั และวิธีการคดิ ในรปู แบบต่าง ๆ เพ่ือให้ได้ขอ้ คิดวา่ สถานการณ์ หรือข้อมลู ทไ่ี ด้ศึกษาน้นั มคี ุณคา่ มากนอ้ ย หรอื มีประโยชน์ เพยี งไร อาจจะใชเ้ กณฑ์หรือวธิ ีการประเมนิ ตามความเหมาะสม ซ่ึงอาจจะใชเ้ กณฑด์ ้านคุณธรรม จริยธรรม เกณฑ์มาตรฐานและค่านยิ มของสังคม หรอื กรอบทฤษฎี การคิดประเมินค่ามคี วามสาํ คัญและมผี ลต่อการเลือก การตัดสนิ ใจ ในขัน้ การประเมินคุณค่านี้ โดยจะจดั ทําเปน็ แบบฝึกหรอื มีคาํ ถามเพ่ือฝึกให้ผเู้ รียนไดร้ ู้จกั วเิ คราะห์ เพ่ือเปน็ พืน้ ฐานของการประเมนิ ค่า และประโยชน์หรือโทษของเร่ืองที่ศึกษา ๓) การเลือกและการตดั สนิ ใจ ข้ันตอนนี้ จะเป็นขนั้ ตอนทตี่ ่อเนอื่ งจากขั้นตอนที่ ๒ เมื่อผเู้ รียนไดป้ ระเมนิ คุณค่า และประโยชน์จากขอ้ มลู และข่าวสารแล้ว จะมองเห็นช่องทางวา่ ถ้าตนเองได้ประสบกับสถานการณ์ดังกล่าว หรือสถานการณท์ ่ีคล้ายคลงึ กันนน้ั ผู้เรยี นจะสามารถเลอื กและตัดสนิ ใจอย่างไร จึงจะถูกตอ้ งหรอื ได้รบั ประโยชน์อยา่ งแท้จริง เพื่อจะได้ไมเ่ กิดปัญหาจากการตัดสนิ ใจท่ีผิดพลาด ในขั้นน้จี ะสรา้ งสถานการณ์ที่เปน็ กรณตี วั อยา่ งปัญหาในชวี ติ จริงของผเู้ รียน อาจจะเปน็ ปัญหาในครอบครัว โรงเรียน สงั คม และตั้งประเด็นคาํ ถามให้ผู้เรียนไดฝ้ กึ ทกั ษะในการเลือกและการตัดสินใจ ในการแก้ปัญหาอยา่ งมีหลักการ ๔) การปฏิบตั ิ เม่ือผเู้ รยี นได้ฝึกทักษะตั้งแต่ขั้นการรวบรวมขา่ วสาร ข้อมูล ข้อเทจ็ จริง ความรแู้ ละหลักการ ไดฝ้ ึกการประเมินคณุ คา่ และประโยชน์ ตลอดจนการเลอื กและตัดสนิ ใจไปแล้ว ข้ันตอนที่สาํ คัญ คือควรจะฝึก ให้ผ้เู รยี นไดร้ ู้จักนาํ ไปปฏบิ ตั ิ ซ่ึงในบางสถานการณ์ ผู้เรยี นสามารถนาํ ไปปฏิบัติไดจ้ รงิ จะทาํ ให้ผู้เรียนได้พิสูจน์ ว่าการทีต่ นได้ตัดสนิ ใจเลือกน้ัน เมอื่ นาํ ไปปฏิบัตจิ รงิ แลว้ ได้ผลดีหรือได้รับประโยชนอ์ ยา่ งไร ตัดสนิ ใจถูกต้อง หรือไม่ แต่ในกรณีสถานการณน์ นั้ ไมเ่ หมาะสมกบั การนําไปปฏบิ ัตดิ ้วยตนเอง โดยจะออกแบบกิจกรรมให้ ผเู้ รียนไดพ้ ิสูจนค์ วามรู้ในแง่ปฏิบัติ โดยการสมั ภาษณจ์ ากบุคคล ผู้ทีม่ ีประสบการณ์หรือผู้มีความรู้ หรอื จาก ผลงานของนักวชิ าการ ท่ีได้พิสจู นห์ รอื ทดลองปฏิบัติแลว้ เปน็ การยนื ยันและเป็นการสนับสนุนการตดั สนิ ใจของ ผเู้ รียน ๓. ขัน้ สรุป เมอื่ ได้ดําเนนิ การให้ผ้เู รยี นทํากิจกรรมจนครบทุกข้ันตอนของกระบวนการเผชญิ สถานการณ์แลว้ ใหผ้ ูเ้ รยี นได้ชว่ ยกนั สรปุ แนวคดิ หรอื ความรแู้ ละประสบการณท์ ่ีตนได้รบั เปน็ การยาํ้ เตือนให้ เกิดความกระจา่ งชดั ขึ้น ๔. ขน้ั การวัดและการประเมินผล มวี ิธีการวัดและการประเมินผลใหค้ รอบคลุมท้งั ด้านพุทธ พิสัย จติ พสิ ัยและทักษะพสิ ัย มกี ารกําหนดเครื่องมือวัดและประเมิน พร้อมท้ังกาํ หนดเกณฑ์การวัดและการ ประเมนิ ผลให้ชดั เจน ๖. สอื่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้ ๖.๑ หนังสอื วิชาสัมมนาการตลาด ๖.๒ เร่อื งจากอินเตอร์เนต็ ๖.๓ ใบงาน
๗. แหล่งการเรยี นรู้ ๗.๑ ใบความรู้ที่ ๑ ๗.๒ อินเตอร์เน็ต ๗.๓ นติ ยสาร วารสาร ๘. หลักฐานการเรียนรู้ ๘.๑ ใบงานท่ี ๑ ๘.๒ แบบฝกึ หดั ๙. การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กบั วิชาอื่น ๙.๑ วชิ าเทคนคิ การนําเสนอ ๙.๒ กิจกรรมชมรมวิชาชพี การตลาด ๑๐. การวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง เครอื่ งมอื ประเมิน ๑๐.๑ ใบประเมนิ ผลความพึงพอใจของผู้ร่วมกจิ กรรม ๑๐.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานร่วมกนั เปน็ กลุ่ม ๑๐.๓ การสอบเกบ็ คะแนน ช่ือเรือ่ ง กระบวนการจดั สัมมนา แผนการจัดการเรยี นร้รู ายหน่วย หนว่ ยที่ ๘ รหสั วชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สปั ดาห์ที่ ๑๕ – ๑๖ ใบงานที่ ๑ รวม ๖ ชวั่ โมง จานวน ๖ ชว่ั โมง
คาํ สัง่ ให้นกั ศึกษาทดลองเขยี นหนา้ ทข่ี ้ันตอนการจัดประชมุ สัมมนาทางการตลาดจากความ เขา้ ใจเพื่อรบั ร้หู น้าที่ของกรรมการดําเนนิ งานสัมมนา โดยใหท้ าํ เป็น Mild Map แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายหนว่ ย หน่วยที่ ๘ รหสั วิชา ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาหท์ ่ี ๑๕ – ๑๖
ชอื่ เรอ่ื ง กระบวนการจดั สัมมนา รวม ๖ ชั่วโมง จานวน ๖ ชัว่ โมง ใบความร้ทู ่ี ๑ Mind Map คืออะไร? รูปจาก http://www.mindmapinspiration.com Mind Map (แผนทีค่ วามคิด) คอื เครื่องมือด้านความคิดที่ออกแบบโดยเลียนแบบการ ทาํ งานของสมอง คิดคน้ โดยชาวอังกฤษชอ่ื Tony Buzan ซ่ึงเค้าว่าเคร่ืองมือนี้ คือ “ภาษาของสมอง” เปน็ วิธี เดยี วกบั ท่ีสมองคดิ ใชไ้ ดท้ ้งั การนาํ ขอ้ มลู เข้า (จดบนั ทึก) และออกจากสมอง (ระดมสมอง แสดงความคดิ ) มี ลักษณะสําคญั คือ - มกี ารเชอื่ มโยง จากไอเดียหลกั ตรงกลาง แตกก่ิงออกไปเรอื่ ยๆ - ประกอบไปดว้ ย “คาสาคัญ” และ “รูปภาพ” โดยองค์ประกอบเหล่าน้มี ีการเช่ือมโยงถึงกัน ด้วย “เส้น” และมกี ารกระตุ้นด้วยการใช้ “สี“ Mind Map มปี ระโยชน์ยงั ไง? ชว่ ยใหเ้ ราสามารถ… เหน็ ภาพรวมของส่ิงตา่ งๆ จาสิ่งต่างๆได้ดขี ึ้น (เพราะสมองทําการเข่อื มโยงสิ่งทเ่ี ราต้องการจาํ เมื่อมีการเชอ่ื มโยงจะทําให้จําได้แมน่ ข้ึน) สามารถคน้ พบไอเดียใหม่ๆ หาขอ้ บกพร่อง/จุดออ่ น วางแผนการทํางาน จัดลําดบั Presentation ผลงาน / Story Board ช่วยตดั สินใจ คิดได้อยา่ งเปน็ ระบบ คิดครบ จด/สรปุ ส่ิงทีต่ ้องการเรียนรู้ไดใ้ นรูปแบบทรี่ วดเรว็ / ทบทวนได้งา่ ย การช่วยเรอ่ื งของ Stakeholder Mapping / Networking / Connection
Mind Map มีความพเิ ศษกว่าเคร่ืองมืออื่นยงั ไง Mind Map เลียนแบบการทางานของสมอง โดย มกี ารใช้ภาพ สี และมกี ารเช่ือมโยงเหมือนกัน และกระตุน้ ให้ใชส้ มองทั้ง ๒ ซกี Mind Map สามารถนาํ ไปประยุกต์ใช้และ Fusion รวมกับเครอ่ื งมืออ่นื ๆ ได้อยา่ งแยบยล เรยี กไดว้ า่ ย่งิ รู้มาก ย่ิงนาํ ไปประยกุ ต์ได้มากข้ึนอีก Mind Map ทายงั ไง (ใหถ้ กู ตอ้ งตามหลักการจากตน้ ตารับ) หลายๆคนคดิ ว่าการทาํ Mind Map ไมเ่ ห็นจะต้องศกึ ษาอะไรเลย ใครๆกน็ ่าจะทําได้ แต่ท่ีจรงิ แลว้ มนั มเี ทคนิค การทําท่ีถกู ต้องตามหลักการอยู่ครบั ซึง่ ถา้ ทาํ ถูกต้องจะช่วยให้เราคิดไดด้ ยี ่ิงขน้ึ 1. เตรยี มกระดาษเปล่า ใหญ่ๆ หน่อยกด็ ี (A๓-A๔ กาลังสวยครับ) ใหเ้ อาแบบไม่มีเส้น และใหว้ างใน แนวนอน เพราะเสน้ จะทําให้เกดิ การตีกรอบ/กัน้ ความคดิ และการอา่ นแนวนอนนนั้ ง่ายกวา่ แนวตงั้ (และถา้ คิดจะเก็บเป็น Collection ก็หาแฟมู เจาะห่วงไวด้ ้วยเลยก็ไดค้ รับ) 2. เตรยี มปากกาสีสวยๆ ไว้ซัก ๑ Set คุณสามารถวาด Mind Map ได้ด้วยดสี อสีแทง่ เดียวก็จรงิ แตถ่ ้ามีหลายสี มนั จะทาํ ให้ Mind Map คณุ สวยขึ้น และสียังจะช่วยกระตนุ้ ความคดิ ไดม้ ากกว่าดว้ ย 3. ผอ่ นคลายซกั นิด ก่อนเร่ิมวาด… 4. วาดภาพหรอื เขยี นหัวข้อหลักทต่ี อ้ งการจะคิด (Central Idea) ตรงกลางหนา้ กระดาษ 1. ใหว้ าดภาพ… 1. ขนาดไมเ่ ลก็ เกนิ ไป (จนไม่น่าสนใจ) และไมใ่ หญจ่ นไมม่ ีทใ่ี หแ้ ตกกิง่ ออกมาเพิ่ม 2. พยายามอยา่ ล้อมกรอบ ซึง่ จะไปปดิ กน้ั ความคดิ (สมองจะมองกรอบวา่ เป็นการสรปุ เสรจ็ ส้นิ แลว้ ) 2. ถ้าวาดรูปไมเ่ ป็นให้ไปหารปู มาแปะ 3. ถ้าหารูปไม่ได้อีก ก็เขยี นเป็นคํากไ็ ด้ แต่ต้องเอาให้เดน่ !! 4. ทําให้สงิ่ ท่ีอยู่ตรงกลางโดดเด่น เพอื่ สรา้ งความจดจํา และกระตนุ้ ความคิด 1. สสี ดใส 2. ใสอ่ ารมณ์ เช่น มุกตลก 5. วาดก่งิ ใหญ่ แตกแขนงออกมาจากภาพตรงกลาง ซ่ึงก่ิงใหญน่ ีจ้ ะเปน็ ตวั แทนของหวั ข้อหลักท่เี กีย่ วกับ Central Idea ตรงกลาง โดยท่ี… 1. แรกเร่มิ ยังไม่ต้องคิดมากกว่าจะแตกกง่ิ อะไรดี จะถกู หรือไม่ ใหใ้ ชห้ ลกั การ Brainstorming คอื ให้พยายาม คิดออกมาเยอะๆ คือเน้นปริมาณก่อน จากน้นั ค่อยมาคัดทีหลัง 1. การคัดเลือก ให้รวบรวมก่ิงที่คลา้ ยคลึงกนั เขา้ ดว้ ยกนั โดยใหม้ อี ยา่ งมากไมเ่ กนิ ๙ ก่ิงใหญ่ (หลักการจําของ สมอง จาํ ได้แบบ Short-Term ได้แค่ ๗+๒ สิ่ง) 2. เทคนคิ ของการแตกหวั ข้อกงิ่ ใหญค่ ือ Concept ทเ่ี รียกว่า No Gap, No Overlap ซ่งึ หมายถงึ แตล่ ะ หัวขอ้ ควรเป็นประเด็นทไี่ มซ่ า้ํ กัน และเมื่อทุกหัวขอ้ รวมกัน จะทาํ ให้เราเห็นทกุ ประเดน็ ของ Central Idea จนครบ 3. การทจี่ ะมองวา่ หัวขอ้ ทเี่ ราเขียนมันซาํ้ ประเดน็ กนั หรอื ไม่ ให้ลองคดิ แบบยอ้ นกลบั คอื Zoom Out ออกไป วา่ ส่ิงที่เราเขยี นอยู่ใน Category ใหญก่ ว่าชือ่ วา่ อะไร เช่น หากเราเขยี นถึงโคก้ => ใหญ่กว่า
คือ น้าอัดลม => Soft Drink => เคร่อื งดื่ม => อาหาร เป็นต้น ถา้ Category ใหญ่กวา่ ซ้าํ กัน เราก็ควร ใช้อนั นัน้ เป็นก่ิงใหญ่หรือ Central Idea ไปเลย 2. แต่ละก่งิ ใหญ่ควรใชส้ แี ยกกนั และกิ่งย่อยทแี่ ตกจากสไี หน ก็ใหใ้ ชส้ ีเดยี วกัน เพ่ือให้เกิดการจัดกลุม่ (ถา้ รีบ จดก็ยงั ไม่ตอ้ งแยกสีก็ได้) 1. เส้นก่ิงใหญใ่ ห้วาดเปน็ เสน้ หนาๆ โค้งๆ รูปตวั s 3. ใหว้ าดภาพหรอื เขียน Keyword หรือของหัวข้อกง่ิ ใหญ่ในตาแหน่งเหนอื กงิ่ แตล่ ะอัน ใหก้ ิ่งทาํ ตวั เหมือน เป็นการขดี เส้นใต้ ห้ามเขียนหวั ข้อไวป้ ิดปลายก่ิง เพราะจะเปน็ การปิดกั้นไอเดีย (ยกเวน้ คดิ ว่าจะเสรจ็ แล้ว จริงๆ) 4. ตรงหวั ข้อตรงกิ่งใหญ่น่ีแหละ เราสามารถแตกกิง่ ออกเป็นสง่ิ เหล่าน้ีไดใ้ นสถานการณ์ต่างๆ กัน เช่น 1. หากจะสรปุ หนังสือ : กเ็ ป็นหวั ข้อสารบัญในหนงั สือท่ตี ้องการสรปุ 2. หากเปน็ สรปุ บทความ : ให้ Highlight คําสําคัญทพ่ี บในบทความ แล้วนาํ มาใชเ้ ป็นกิ่งใหญ่ 3. หากไปประชุม : Agenda การประชุม/สมั มนา 4. หากทา Process ข้นั ตอนต่างๆ : ให้เรยี งจาก ก่อนไปหลัง 1. จะเรม่ิ จากทิศ ๑-๒ นาฬกิ า ไปทศิ ทางตามเขม็ นาฬิกา (ถา้ ถนัดขวา) 2. จะเริม่ จากทิศ ๑๐-๑๑ นาฬกิ า ไปทศิ ทวนเขม็ นาฬิกา (ถ้าถนดั ซ้าย) ๓. ใช้ Framework จากเครือ่ งมืออืน่ ๆ : เช่น SWOT, ๔Ps, Decision Tree, อน่ื ๆ อีกมากมาย ๕. ถา้ ยังคิดเรอื่ งได้ไม่ครบ ให้แตกกง่ิ เปล่าทิ้งไว้ เด๋ยี วสมองเพ่ือนๆ จะชว่ ยหาอะไรมาเติมให้เองทีหลัง 6. แตกก่งิ รายยอ่ ยเป็นรายละเอียดออกมาจากกิ่งใหญ่ (แตกออกมาไดไ้ ม่รจู้ บ โดยกงิ่ ยอ่ ยๆ ใหม้ ขี นาดบางกว่า กง่ิ ใหญ่) ทสี่ าํ คัญ อยา่ เอาอะไรไปปดิ ปลายกงิ่ ถ้ายังคิดเร่ืองทจ่ี ะแตกออกมาไม่ออก ให้แตกก่งิ เปล่าทิง้ ไว้ เด๋ยี ว สมองเพอื่ นๆ จะชว่ ยหาอะไรมาเตมิ ให้เองทหี ลัง 1. ให้เขียน ๑ คาทเี่ ป็น Keyword ตอ่ ๑ กง่ิ (อย่าเขียนเปน็ ประโยค) 1. หากคํานน้ั แยกเป็นคําประกอบได้ใหแ้ ยกคําอกี เชน่ คําวา่ แม่น้ํา ให้แยกเป็น “แม”่ กงิ่ นงึ จากนั้นตอ่ อกี กิ่งกว้ ยคําวา่ “นํา้ ” เปน็ ต้น 2. ความยาวของเส้น ให้ยาวพอดีๆ กับคําท่ีอยบู่ นเส้น) 3. เส้นไม่ต้องคดเค้ยี วมากเกินไป เอาให้อ่านงา่ ย 7. เทคนิคปลกี ย่อย 1. ให้เวน้ ช่องว่างระหวา่ งก่ิงไวด้ ้วย เผือ่ ความคดิ ใหม่ๆ จะโผล่มาอกี 2. การแตกกง่ิ ตรงน้ีอาจใช้หลกั การได้ท้งั คิดแบบมหี ลักการ (เช่นมีลาํ ดบั ขั้น เชน่ จากทวีป => ประเทศ => ภาค => จงั หวัด => เขต => อาํ เภอ…) และคิดแบบฟุงู ซ่าน (หากกงิ่ นัน้ ทําใหน้ ึกถึงอะไรก็เขยี นเลย) 3. เสน้ ต้องเชื่อมกนั อย่าให้ขาด (เด๋ียวความคิดว่งิ ไปไม่ถึง) ตัวอย่างกงิ่ ใหญ่จากการประยุกต์ใช้กบั เครื่องมืออน่ื เครื่องมอื ตวั อยา่ ง
SWOT Strength Weakness Opportunity Threat ๔Ps (๗Ps) Product=Service Price Place Promotion (People/personnel) (Process) (Physical Evidence) ๕W๑H What Who When Where Why How ๖ Thinking Hats Blue – Overview White – Facts Red – Emotions Black – Cautions Yellow – Benefits Green – Creativity
๖M หา Root Cause / Solution Machine (technology) Method (process) Material (Includes Raw Material, Consumables and Information.) Man Power (physical work)/Mind Power (brain work): Kaizens, Suggestions Measurement (Inspection) Mother Nature (Environment) แผนการจัดการเรียนร้รู ายหน่วย หนว่ ยท่ี ๙ รหัสวชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาหท์ ่ี ๑๗ ชื่อเร่อื ง การตดิ ตามประเมินผลการสัมมนา รวม ๓ ชั่วโมง จานวน ๓ ชั่วโมง ๑. สาระสาคัญ การประเมินผลโครงการสมั มนา เป็นกระบวนการที่นยิ มนาํ มาใชก้ ันอย่างแพรห่ ลาย ทัง้ ใน องค์กรของรัฐและเอกชน เพอ่ื ตรวจสอบคณุ ภาพของโครงการ วา่ ไดผ้ ลประการใด บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ของ โครงการหรือไม่ มีปัญหาหรืออุปสรรคอย่างไร เพอ่ื จะได้นาํ มาเปน็ ขอแก้ไขปรบั ปรุงเพ่ือเพิ่มประสทธิ ภิ าพของ โครงการสัมมนาในคราวต่อไปให้ดยี ง่ิ ขน้ึ ๒.สมรรถนะประจาหน่วย การติดตามประเมินผลการสมั มนา ๒.๑ บอกความหมายของการประเมนิ ผลโครงการสัมมนาได้ ๒.๒ บอกประโยชน์ของการประเมนิ ผลสมั มนาได้ ๒.๓ อธบิ ายประเภทของการประเมนิ ผลโครงการสมั มนาได้ ๒.๔ อธิบายข้ันตอนการประเมนิ ผลโครงการสัมมนาได้ ๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ประจาหน่วย การตดิ ตามประเมินผลการสัมมนา ๓.๑ เข้าใจความหมายของการประเมินผลโครงการสัมมนา ๓.๒ ประโยชนข์ องการประเมินผลสมั มนา ๓.๓ ประเภทของการประเมินผลโครงการสมั มนา ๓.๔ ขั้นตอนการประเมนิ ผลโครงการสัมมนา
๔. สาระการเรียนรู้ (แสดงเฉพาะหวั ข้อหลัก หัวข้อรองและหัวข้อย่อย) การตดิ ตามประเมนิ ผลการสัมมนา ๓.๑ ความหมายของการประเมนิ ผลโครงการสัมมนา ๓.๒ ประโยชน์ของการประเมินผลสมั มนา ๓.๓ ประเภทของการประเมินผลโครงการสัมมนา ๓.๔ ขั้นตอนการประเมนิ ผลโครงการสัมมนา การประเมนิ โครงการสมั มนา หมายถงึ กระบวนการตรวจสอบอนั ทาํ ใหก้ ิจกรรมท่วี างไวใ้ น โครงการสมั มนาประสบความสําเรจ็ ตามวัตถุประสงคห์ รือไม่ เพียงใด เพ่ือตดั สินใจว่าดีหรือไม่ มีปัญหาหรอื อปุ สรรคใด และควรจะได้ปรับปรงุ แก้ไขในส่วนใด เพ่ือชว่ ยให้การบริหารโครงการมีประสทิ ธิภาพสูงสดุ ประโยชน์ของการประเมินผลโครงการสัมมนา 1. เพอื่ ใชใ้ นการตัดสินใจพัฒนาการปฏบิ ตั ิงานดา้ นต่าง ๆ 2. ไดข้ ้อมูลเชิงปรมิ าณและคณุ ภาพ อนั สง่ ผลถึงความคุ้มค่าของโครงการ สัมมนา 3. ข้อมูลท่ีได้จากการสัมมนา สามารถนํามาพฒั นาแนวคิดใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ ย่ิงขึ้น และสามารถนําไปปฏิบตั ิในชวี ิตการทํางานได้ ประเภทของการประเมนิ ผลโครงการสัมมนา แบง่ ออกได้ดังนี้ ๑. แบง่ ตามลําดบั เวลาของการบริหารโครงการ ๑.๑ การประเมนิ ผลก่อนเริ่มโครงการ ๑.๒ ประเมนิ ผลขณะกําลงั ดําเนินงาน ๑.๓ การประเมนิ ผลโครงการหลังการดําเนินงาน ๒. แบ่งตามวตั ถปุ ระสงค์ของการประเมนิ ผลโครงการ ๒.๑ การประเมินผลความก้าวหน้าของโครงการ ๒.๒ การประเมินผลสรุปเมือ่ ส้นิ สดุ การดําเนนิ โครงการ ขนั้ ตอนการประเมินผลโครงการ 1. การศกึ ษาโครงการสมั มนา เอกสารสมั มนา และบคุ ลากรที่เกีย่ วข้องกบั การสมั มนา 2. การกําหนดวัตถปุ ระสงค์ 3. การประเมนิ ผล 4. การกําหนดแหลง่ ขอ้ มลู 5. การสรา้ งเครื่องมือ 6. การเกบ็ รวบรวมข้อมูลและเวลาที่เก็บรวบรวมข้อมูล 7. การวิเคราะห์ขอ้ มลู 8. การแปรผล
9. การเขียนรายงาน เอกสารรายงานสรปุ ผลการสัมมนาทเ่ี ต็มรูปแบบจะเปน็ ข้อมลู สําคญั สําหรับฝาุ ยบรหิ ารของ องค์การเพ่ือใช้พจิ ารณาในการตดั สนิ ใจวา่ ควรจะนาํ ไปปรับปรงุ เปลี่ยนแปลง แกไ้ ข งานดา้ นการตลาดหรือ พัฒนางานบุตลากรและทรัพยากรในองค์กรอยา่ งไร นอกจากนย้ี ังเป็นประโยชน์ตอ่ ฝุายพัฒนาองค์กรในการนํา ข้อมลู ท่ีได้ใช้เปน็ แนวทางในการพฒั นางานด้านการบริหารโครงการต่อไป ๕. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน นําสถานการณ์ท่ีเป็นข่าว ภาพข่าวจากแหล่งต่าง ๆ ซ่ึงเกิดข้ึนจริง บทความ หรือกรณีศึกษามากระตุ้นให้ผู้เรียนได้ตอบคําถามในประเด็นสําคัญที่กําหนด เพ่ือให้เกิดความ ตระหนักในปัญหาท่ีเกิดขึ้น หรือเห็นความสําคัญท่ีจะต้องศึกษาในเรื่องที่นําเสนอ ซ่ึงเป็นเรื่องท่ีสอดคล้องกับ บทเรยี น ๒. ข้ันสอน ครผู ้สู อนบรรยายตามหัวขอ้ และมีการนาํ ข้อมลู มาให้ผู้เรียน ๑) การรวบรวมขา่ วสาร ข้อมูล ข้อเทจ็ จรงิ ความรู้ และหลักการ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นพื้นฐานของการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา โดยจะมอบหมายให้ ผู้เรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เพื่อให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับเรื่องที่ศึกษา หรือข่าวสารการกระทําท่ีสอดคล้อง กับเรอ่ื งที่ศกึ ษา ซึง่ อาจจะหาแหล่งข้อมูล ความรู้หรือแหลง่ ขา่ วสารให้แกผ่ ้เู รียน ๒) การประเมนิ คณุ ค่าและประโยชน์ เม่ือผ้เู รยี นได้ศึกษาความรู้ หรอื ขา่ วสารขอ้ มูล หรือสถานการณ์ทผี่ ู้สอนมอบหมายแลว้ จะตอ้ งนํามาศึกษาวิเคราะห์คุณคา่ หรอื ประโยชน์ ในขัน้ ตอนนจ้ี ะตอ้ งฝึกใหผ้ ูเ้ รียนรู้จักหลักและวธิ ีการคิด ในรูปแบบตา่ ง ๆ เพ่ือให้ได้ขอ้ คิดวา่ สถานการณ์ หรือข้อมูลที่ได้ศกึ ษานน้ั มคี ุณค่ามากนอ้ ย หรอื มีประโยชน์ เพียงไร อาจจะใช้เกณฑ์หรือวธิ ีการประเมินตามความเหมาะสม ซ่ึงอาจจะใชเ้ กณฑด์ า้ นคณุ ธรรม จริยธรรม เกณฑ์มาตรฐานและค่านยิ มของสงั คม หรอื กรอบทฤษฎี การคดิ ประเมินค่ามีความสําคัญและมีผลต่อการเลือก การตัดสินใจ ในขน้ั การประเมินคุณค่านี้ โดยจะจัดทาํ เปน็ แบบฝึกหรือมีคาํ ถามเพื่อฝกึ ให้ผู้เรยี นได้รู้จักวิเคราะห์ เพ่ือเป็นพน้ื ฐานของการประเมนิ คา่ และประโยชนห์ รอื โทษของเร่ืองที่ศกึ ษา ๓) การเลือกและการตดั สนิ ใจ ข้นั ตอนน้ี จะเปน็ ขนั้ ตอนที่ต่อเนือ่ งจากขัน้ ตอนท่ี ๒ เม่ือผเู้ รยี นได้ประเมนิ คณุ คา่ และประโยชน์จากขอ้ มลู และขา่ วสารแล้ว จะมองเห็นช่องทางว่าถา้ ตนเองได้ประสบกบั สถานการณ์ดังกลา่ ว หรือสถานการณท์ ่ีคลา้ ยคลงึ กันน้นั ผเู้ รียนจะสามารถเลือกและตัดสนิ ใจอย่างไร จึงจะถูกต้องหรอื ไดร้ ับ ประโยชนอ์ ย่างแทจ้ ริง เพื่อจะได้ไมเ่ กดิ ปัญหาจากการตดั สินใจทผ่ี ดิ พลาด ในขั้นนี้จะสร้างสถานการณ์ทีเ่ ปน็ กรณีตัวอยา่ งปัญหาในชีวิตจริงของผเู้ รยี น อาจจะเป็น ปญั หาในครอบครวั โรงเรียน สงั คม และตั้งประเดน็ คําถามให้ผู้เรยี นไดฝ้ ึกทกั ษะในการเลือกและการตัดสินใจ ในการแกป้ ญั หาอย่างมหี ลักการ ๔) การปฏบิ ตั ิ เมอื่ ผู้เรยี นได้ฝึกทักษะต้ังแต่ข้ันการรวบรวมขา่ วสาร ข้อมูล ข้อเทจ็ จริง ความร้แู ละหลักการ ไดฝ้ กึ การประเมินคณุ คา่ และประโยชน์ ตลอดจนการเลือกและตัดสินใจไปแลว้ ข้ันตอนที่สําคัญ คือควรจะฝึก
ใหผ้ เู้ รียนได้รูจ้ ักนาํ ไปปฏบิ ตั ิ ซึง่ ในบางสถานการณ์ ผเู้ รียนสามารถนาํ ไปปฏิบตั ิได้จรงิ จะทําให้ผู้เรียนไดพ้ ิสจู น์ วา่ การทต่ี นได้ตดั สินใจเลอื กน้ัน เมือ่ นาํ ไปปฏิบัติจรงิ แลว้ ได้ผลดหี รือไดร้ ับประโยชนอ์ ยา่ งไร ตัดสินใจถกู ต้อง หรือไม่ แตใ่ นกรณีสถานการณ์นั้นไม่เหมาะสมกบั การนาํ ไปปฏิบัติด้วยตนเอง โดยจะออกแบบกจิ กรรมให้ ผเู้ รยี นไดพ้ สิ จู นค์ วามรู้ในแง่ปฏิบตั ิ โดยการสัมภาษณจ์ ากบุคคล ผ้ทู ่ีมีประสบการณ์หรือผู้มีความรู้ หรอื จาก ผลงานของนักวิชาการ ท่ีได้พิสูจน์หรือทดลองปฏิบตั ิแลว้ เป็นการยนื ยันและเปน็ การสนับสนนุ การตัดสนิ ใจของ ผู้เรยี น ๓. ขน้ั สรุป เม่อื ไดด้ าํ เนนิ การใหผ้ ู้เรยี นทํากิจกรรมจนครบทุกข้นั ตอนของกระบวนการเผชญิ สถานการณ์แล้ว ใหผ้ ู้เรียนไดช้ ่วยกนั สรุปแนวคิดหรอื ความรแู้ ละประสบการณท์ ่ีตนไดร้ บั เปน็ การยํา้ เตือนให้ เกิดความกระจา่ งชดั ข้นึ ๔. ข้นั การวดั และการประเมินผล มวี ธิ กี ารวดั และการประเมินผลใหค้ รอบคลมุ ทั้งด้านพุทธ พสิ ยั จิตพิสยั และทักษะพิสยั มกี ารกาํ หนดเคร่ืองมือวัดและประเมนิ พร้อมท้งั กาํ หนดเกณฑ์การวัดและการ ประเมนิ ผลให้ชดั เจน ๖. สอื่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้ ๖.๑ หนงั สือวิชาสัมมนาการตลาด ๖.๒ เร่ืองจากอินเตอร์เนต็ ๖.๓ ใบงาน ๗. แหล่งการเรยี นรู้ ๗.๑ ใบความรู้ท่ี ๑ ๗.๒ อินเตอร์เน็ต ๗.๓ นติ ยสาร วารสาร ๘. หลักฐานการเรยี นรู้ ๘.๑ ใบงานท่ี ๑ ๘.๒ แบบฝึกหดั ๙. การบูรณาการ/ความสัมพันธก์ ับวิชาอื่น ๙.๑ วชิ าเทคนิคการนาํ เสนอ ๙.๒ กจิ กรรมชมรมวชิ าชพี การตลาด ๑๐. การวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง เครอ่ื งมือประเมิน ๑๐.๑ ใบประเมนิ ผลความพึงพอใจของผู้ร่วมกจิ กรรม
๑๐.๒ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรว่ มกนั เปน็ กล่มุ ๑๐.๓ การสอบเก็บคะแนน แผนการจดั การเรียนร้รู ายหน่วย หนว่ ยที่ ๙ รหัสวชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาหท์ ี่ ๑๗ ช่อื เรื่อง การติดตามประเมินผลการสมั มนา รวม ๓ ชว่ั โมง จานวน ๓ ช่วั โมง ใบงานที่ ๑
คําสั่ง ใหน้ กั ศึกษาแบ่งกลมุ่ ๆ ละ ๔ – ๖ คน จดั โครงการสมั มนาตามเร่ืองที่ครใู หน้ ักศึกษาจบั ฉลากได้ โดยเขียนโครงการและรา่ งหนังสือต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง แล้วสง่ ตวั แทนนําเสนอหน้าช้ันเรยี นกลมุ่ ละ ๑๐ – ๑๕ นาที แผนการจัดการเรียนร้รู ายหน่วย หน่วยที่ ๑๐ รหสั วชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สปั ดาหท์ ี่ ๑๘ รวม ๖ ชั่วโมง
ชอ่ื เรอื่ ง การวิเคราะหป์ ัญหาการตลาดจากกรณีศกึ ษา จานวน ๖ ช่ัวโมง ๑. สาระสาคัญ การวิเคราะห์กรณีศึกษาจะช่วยใหบ้ คุ คลเรียนรจู้ ากสถานการณจ์ ริง บางครัง้ อาจจะต้อง วิเคราะหธ์ รุ กจิ ให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพยี งแค่ศกึ ษาปญั หาเท่านั้น กรณีศกึ ษาอาจเป็นปัญหาซ่ึงนกั ศึกษากาํ หนดแลว้ แกป้ ญั หา หรือเขียนโดยอาจารยห์ รอื บคุ คทเ่ี กย่ี วข้องในสถานการณท์ ี่เกิดขึ้นในองค์การการใช้ชื่อของ สถานศกึ ษา บคุ คล องค์การอาขใช้เปน็ นามแฝงหรอื นามจริงกไ็ ด้ วธิ กี ารที่ใช้ในการศึกษา กรณีศึกษาต้องให้ เกดิ การเรยี นรโู้ ดยการปฏบิ ัติ นั่นคอื Learning by Doing ๒.สมรรถนะประจาหน่วย การตดิ ตามประเมินผลการสัมมนา ๒.๑ อธิบายวัตถปุ ระสงค์ของการวเิ คราะห์ปัญหาการตลาดจากกรณีศกึ ษาได้ ๒.๒ บอกองคป์ ระกอบของกรณีศึกษาได้ ๒.๓ บอกวิธกี ารเตรียมตวั ในการวเิ คราะห์กรณีศกึ ษาได้ ๒.๔ เขยี นรายงานกรณีศึกษาได้ ๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ประจาหน่วย การวิเคราะห์ปญั หาการตลาดจากกรณีศึกษา ๓.๑ วตั ถปุ ระสงค์ของการวิเคราะห์ปญั หาการตลาดจากกรณีศึกษา ๓.๒ ยกตวั อยา่ งองค์ประกอบของกรณศี ึกษา ๓.๓ สามารถบอกวธิ กี ารเตรียมตวั ในการวิเคราะห์กรณีศกึ ษา ๓.๔ สามารถขยี นรายงานกรณศี ึกษา ๔. สาระการเรียนรู้ (แสดงเฉพาะหวั ข้อหลัก หวั ข้อรองและหัวขอ้ ย่อย) การวเิ คราะหป์ ัญหาการตลาดจากกรณีศกึ ษา ๓.๑ วัตถุประสงคข์ องการวเิ คราะห์ปญั หาการตลาดจากกรณศี กึ ษา ๓.๒ องค์ประกอบของกรณีศึกษา ๓.๓ การเตรยี มตวั ในการวเิ คราะห์กรณศี ึกษา ๓.๔ การเขียนรายงานกรณีศึกษา การวิเคราะหป์ ัญหาการตลาดจากกรณีศึกษา วธิ กี ารศึกษาปัญหาการตลาดจากกรณีศึกษาต้องการให้เกดิ การเรยี นร้โู ดยการปฏิบตั นิ ั่นคือ Learning by doing วตั ถปุ ระสงค์ของการวิเคราะห์ปัญหาการตลาดจากกรณีศึกษา ๑. เพอื่ ให้เกดิ การเรียนรู้ในดา้ นทักษาในการตัดสินใจและการแก้ปญั หาทางการตลาด
๒. เพอื่ ปรับปรุงทกั ษะในการตดิ ตอ่ ส่ือสารในด้านการพูดและการเขียนของนักศึกษา ๓. เพื่อกระตนุ้ ใหม้ ีความกระตอื รือร้นและมีสว่ นร่วมในทีมงานการติด ตลอดจนการแสดง ความคิดเห็นภายในห้องเรยี น ๔. เพื่อชว่ ยให้ได้มองเหน็ วธิ ีการปฏบิ ัตจิ รงิ ตลอดจนการใช้ทฤษฎตี ่าง ๆ ในการปฏิบตั ิ ๕. เพือ่ ใหไ้ ด้รู้จกั การประชมุ ประสารความรทู้ างการตลาดในการนําไปแกป้ ัญหาทาง การตลาดและการตดั สนิ ใจทางการตลาด ๖. เพอื่ ให้สามารถนําทฤษฎที างการตลาดในด้านต่าง ๆ ท่เี รียนมาไปประยุกต์ใชไ้ ด้อย่าง ถกู ต้อง องค์ประกอบของ Case Study ๑. Background Information ข้อมลู เบือ้ งต้นเก่ียวกบั ประวัติความเป็นมาและ องค์ประกอบของธรุ กิจ ๒. Relevant Facts ขอ้ เท็จจริงท่ีสําคญั เปน็ ขอ้ มลู ท่ีเกยี่ วข้องและใช้เปน็ แนว ทางในการ วเิ คราะห์ปัญหา ๓. Problem Statement ขอ้ มูลท่ีเป็นปัญหา เปน็ ขอ้ มูลทีเ่ กยี่ วกับตวั บ่งชี้ถึงปัญหา/ อุปสรรคท่ีขัดขวาง ความสาํ เรจ็ ของการดําเนินงานทางการตลาด โดยใช้ SWOT วเิ คราะหป์ ัญหา ๔. Results ผลลัพท์ เป็นผลท่ีเกดิ ขน้ึ สืบเสร่ืองมาจากปญั หาในกรณศี ึกษาน้ัน ซ่ึงแสดงถงึ ลกั ษณะและความรนุ แรงของปญั หาที่จะต้องแก้ไข วิธกี ารเตรยี มตวั ในการวเิ คราะห์กรณีศึกษา ๑. อา่ นกรณีศึกษา ๒. อา่ นกรณศี ึกษาซํา้ อกี ๓. ระบโุ อกาสและปัญหาท่สี ําคัญ ๔. วเิ คราะห์ทางเลือกในรูปแบบของปัญหาและโอกาส ๕. กําหนดโครงรา่ งในการตดั สนิ ใจ ๖. ทําความเข้าใจในทัศนะของปัญหา ๗. กาํ หนดทางเลือก ๘. เลือกทางเลือกวิเคราะห์ปัญหาไดจ้ ากวิสยั ทัศน์ ๙. จัดเตรยี มงานเพอ่ื ปฏิบัตติ ามทางเลือกทีไ่ ดเ้ ลือกไว้ การเขียนรายงานปัญหาการตลาดจากกรณีศึกษา การเขียนรายงานกรณีศกึ ษาเป็นลายลักษณ์อักษร ควรเร่ิมตน้ ดว้ ยกาํ หนดหัวข้อ โดยการ นาํ เสนอโครงรา่ งงาน ไดแ้ ก่ ชือ่ เร่ือง ตารางสารบัญ บทนาํ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อม การกําหนด ปัญหาการเลอื กทางปฏบิ ัตกิ าร การสรปุ การวิเคราะหแ์ ละการอ้างองิ
๕. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน นําสถานการณ์ท่ีเป็นข่าว ภาพข่าวจากแหล่งต่าง ๆ ซ่ึงเกิดข้ึนจริง บทความ หรือกรณีศึกษามากระตุ้นให้ผู้เรียนได้ตอบคําถามในประเด็นสําคัญที่กําหนด เพื่อให้เกิดความ ตระหนักในปัญหาท่ีเกิดข้ึน หรือเห็นความสําคัญท่ีจะต้องศึกษาในเรื่องที่นําเสนอ ซ่ึงเป็นเร่ืองที่สอดคล้องกับ บทเรียน ๒. ขั้นสอน ครูผู้สอนบรรยายตามหวั ข้อและมีการนําข้อมูลมาใหผ้ ูเ้ รียน ๑) การรวบรวมข่าวสาร ข้อมลู ข้อเทจ็ จริง ความรู้ และหลกั การ ข้ันตอนนี้เป็นขั้นพื้นฐานของการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา โดยจะมอบหมายให้ ผู้เรียนได้ไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เพ่ือให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเร่ืองท่ีศึกษา หรือข่าวสารการกระทําที่สอดคล้อง กบั เรอื่ งที่ศกึ ษา ซง่ึ อาจจะหาแหลง่ ขอ้ มูล ความรูห้ รอื แหลง่ ขา่ วสารใหแ้ กผ่ เู้ รียน ๒) การประเมนิ คณุ ค่าและประโยชน์ เม่อื ผู้เรยี นได้ศึกษาความรู้ หรอื ข่าวสารข้อมูล หรือสถานการณ์ที่ผ้สู อนมอบหมายแลว้ จะต้องนํามาศึกษาวเิ คราะห์คุณคา่ หรือประโยชน์ ในข้นั ตอนนี้จะตอ้ งฝกึ ให้ผเู้ รียนรู้จักหลักและวธิ ีการคดิ ในรูปแบบตา่ ง ๆ เพ่ือให้ได้ข้อคิดวา่ สถานการณ์ หรือข้อมลู ทไ่ี ด้ศกึ ษานั้นมีคุณคา่ มากนอ้ ย หรอื มีประโยชน์ เพียงไร อาจจะใชเ้ กณฑห์ รือวิธีการประเมนิ ตามความเหมาะสม ซึ่งอาจจะใชเ้ กณฑด์ ้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เกณฑ์มาตรฐานและค่านยิ มของสงั คม หรือกรอบทฤษฎี การคิดประเมนิ คา่ มคี วามสําคัญและมผี ลต่อการเลือก การตดั สนิ ใจ ในขนั้ การประเมินคณุ ค่าน้ี โดยจะจัดทาํ เปน็ แบบฝกึ หรอื มีคําถามเพ่ือฝกึ ให้ผู้เรียนไดร้ ูจ้ ักวเิ คราะห์ เพ่อื เป็นพนื้ ฐานของการประเมินคา่ และประโยชน์หรอื โทษของเร่ืองท่ีศึกษา ๓) การเลอื กและการตดั สินใจ ขัน้ ตอนนี้ จะเป็นขนั้ ตอนทีต่ ่อเนอ่ื งจากข้ันตอนท่ี ๒ เมื่อผเู้ รยี นได้ประเมินคณุ คา่ และประโยชนจ์ ากข้อมลู และข่าวสารแลว้ จะมองเห็นช่องทางวา่ ถา้ ตนเองไดป้ ระสบกับสถานการณ์ดังกลา่ ว หรือสถานการณ์ที่คล้ายคลงึ กันน้นั ผ้เู รยี นจะสามารถเลอื กและตดั สินใจอย่างไร จึงจะถูกต้องหรือได้รับ ประโยชน์อยา่ งแทจ้ ริง เพื่อจะไดไ้ ม่เกิดปญั หาจากการตดั สินใจทผ่ี ดิ พลาด ในข้นั น้จี ะสรา้ งสถานการณท์ เี่ ป็นกรณตี ัวอย่างปญั หาในชวี ติ จรงิ ของผู้เรียน อาจจะเปน็ ปัญหาในครอบครวั โรงเรยี น สงั คม และต้ังประเดน็ คาํ ถามใหผ้ เู้ รยี นได้ฝกึ ทกั ษะในการเลือกและการตัดสนิ ใจ ในการแก้ปญั หาอย่างมีหลักการ ๔) การปฏบิ ัติ เมื่อผู้เรียนได้ฝึกทักษะต้งั แต่ขั้นการรวบรวมข่าวสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริง ความรู้และหลักการ ได้ฝึกการประเมนิ คณุ คา่ และประโยชน์ ตลอดจนการเลือกและตดั สนิ ใจไปแล้ว ขั้นตอนที่สําคญั คือควรจะฝึก ให้ผู้เรียนได้รจู้ กั นาํ ไปปฏบิ ตั ิ ซงึ่ ในบางสถานการณ์ ผ้เู รยี นสามารถนําไปปฏบิ ตั ิไดจ้ ริง จะทําใหผ้ ู้เรียนได้พสิ จู น์ ว่าการทต่ี นได้ตดั สินใจเลือกนั้น เม่อื นาํ ไปปฏบิ ตั ิจริงแลว้ ได้ผลดหี รือได้รับประโยชนอ์ ยา่ งไร ตดั สนิ ใจถกู ตอ้ ง หรอื ไม่ แตใ่ นกรณสี ถานการณน์ น้ั ไม่เหมาะสมกบั การนาํ ไปปฏิบัตดิ ว้ ยตนเอง โดยจะออกแบบกิจกรรมให้ ผ้เู รียนไดพ้ ิสจู นค์ วามรู้ในแงป่ ฏบิ ตั ิ โดยการสัมภาษณ์จากบุคคล ผูท้ ่ีมปี ระสบการณ์หรือผู้มีความรู้ หรือจาก ผลงานของนักวิชาการ ท่ไี ด้พิสจู น์หรอื ทดลองปฏบิ ตั ิแล้วเปน็ การยนื ยันและเป็นการสนบั สนนุ การตดั สนิ ใจของ ผเู้ รยี น
๓. ขนั้ สรุป เมื่อไดด้ าํ เนนิ การใหผ้ ู้เรยี นทํากิจกรรมจนครบทุกขั้นตอนของกระบวนการเผชญิ สถานการณ์แลว้ ใหผ้ เู้ รียนได้ช่วยกันสรุปแนวคดิ หรอื ความร้แู ละประสบการณท์ ่ีตนได้รบั เป็นการยํ้าเตือนให้ เกดิ ความกระจา่ งชดั ขึ้น ๔. ขั้นการวดั และการประเมนิ ผล มวี ิธกี ารวัดและการประเมินผลให้ครอบคลุมท้งั ด้านพุทธ พิสัย จติ พิสัยและทักษะพสิ ัย มีการกาํ หนดเคร่ืองมือวัดและประเมนิ พร้อมทง้ั กําหนดเกณฑก์ ารวัดและการ ประเมนิ ผลใหช้ ัดเจน ๖. สือ่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้ ๖.๑ หนังสอื วิชาสัมมนาการตลาด ๖.๒ เรื่องจากอินเตอร์เนต็ ๖.๓ ใบงาน ๗. แหล่งการเรียนรู้ ๗.๑ ใบความรู้ที่ ๑ ๗.๒ อินเตอร์เน็ต ๗.๓ นิตยสาร วารสาร ๘. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ๘.๑ ใบงานท่ี ๑ ๘.๒ แบบฝึกหดั ๙. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กับวิชาอื่น ๙.๑ วิชาเทคนคิ การนาํ เสนอ ๙.๒ กิจกรรมชมรมวชิ าชพี การตลาด ๑๐. การวดั และประเมินผลตามสภาพจรงิ เครื่องมือประเมิน ๑๐.๑ ใบประเมนิ ผลความพึงพอใจของผรู้ ว่ มกิจกรรม ๑๐.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรว่ มกันเปน็ กลมุ่ ๑๐.๓ การสอบเก็บคะแนน
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายหนว่ ย หนว่ ยท่ี ๑๐ รหัสวชิ า ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สัปดาห์ที่ ๑๘ ช่ือเร่ือง การวิเคราะห์ปัญหาการตลาดจากกรณีศึกษา รวม ๖ ช่ัวโมง จานวน ๖ ชั่วโมง ใบงานที่ ๑ คําสง่ั ใหน้ ักศึกษาเปรียบเทยี บ SWOT ระหว่างบริษทั โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากดั กับ บรษิ ทั ฮอนดา้ คาร์ ประเทศไทย จํากัด วิสัยทัศนข์ องโตโยต้าประเทศไทย ๑. เปน็ บรษิ ทั แกนนาํ ของโตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟคิ และเครือขา่ ยโตโยต้าทั่วโลก ๒. เป็นบริษัทท่ีได้รบั การยอมรบั และยกย่องทีส่ ุด ในประเทศไทย หลกั การของโตโยตา้ ประเทศไทย ๑. ปรบั ปรงุ อย่างตอ่ เน่ืองโดยการทา้ ทายและเปล่ยี นแปลง ๒. เคารพและยอมรบั ผู้อืน่ ๓. ยดึ หลักความพึงพอใจของลูค้า ๔. ทุ่มเทเพื่อมาตรฐานสงู สดุ
๕. รบั ผิดชอบตอ่ ชมุ ชนและสง่ิ แวดล้อม พันธกิจของโตโยต้าประเทศไทย ๑. สรา้ งความแข็งแกร่งในการปฏบิ ตั งิ าน และส่งเสรมิ ให้เกดิ ความรว่ มมือ ระหวา่ งเอเชีย แปซิฟคิ ๒. บรรลกุ ารเปน็ ผู้นํา ในดา้ นความพงึ พอใจของลูกค้า และในดา้ นสดั สว่ นการตลาด ๓. กาํ หนดให้ความปลอดภยั เปน็ กจิ กรรมท่สี ําคญั ท่ีสดุ ของกจิ กรรมรากฐานของบริษัท ๔. สร้างสงั คมที่มคี ุณภาพโดยการทํากิจกรรมที่มีคุณค่าเพื่อสงั คม การวเิ คราะหก์ รณีศกึ ษาบรษิ ัท โตโยต้า ในปัจจุบันบรษิ ทั โตโยตา้ ถอื วา่ เปน็ องค์กรที่ประสบความสําเร็จสูงสุดในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเปน็ ผล จากการบริหารที่มคี ุณภาพในทกุ ๆ ปจั จัย ขั้นตอน กระบวนการ และระบบ ทัง้ ภายในองค์กรของตนเองและ เครอื ข่ายพนั ธมิตรธุรกิจโดยความสาํ เรจ็ ดังกล่าว โตโยตา้ ได้เผชญิ กบั ปญั หาดา้ นตา่ งๆไมว่ ่าจะเปน็ การเรยี กคนื รถรนุ่ ต่างๆ ท่ัวโลกทม่ี ีปัญหากวา่ ๑๐ ล้านคนั เพ่อื เข้ารบั การตรวจสอบพร้อมทั้งแก้ไข เนอื่ งจากพบว่าปญั หา เกดิ จากความบกพรอ่ งดา้ นคุณภาพและการออกแบบโดยได้ขอรับผดิ ชอบต่อปัญหาทเ่ี กิดขึน้ พร้อมทั้งสร้าง ภาพลักษณ์ เพื่อรักษาช่อื เสยี งขององค์กรทจ่ี ะไมย่ อมใหเ้ กดิ ปญั หาดา้ นคณุ ภาพขึ้นอยา่ งเดด็ ขาดและอีก วิกฤตการณห์ นงึ่ ทีโ่ ตโยตา้ ไดเ้ ผชญิ คือ สถานการณ์แผน่ ดนิ ไหวและคลน่ื ยักษส์ นึ ามิท่ีเกิดข้ึนเมอ่ื วนั ท่ี ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาส่งผลให้เกดิ การชะลอตวั ของการผลติ ในอตุ สาหกรรมการผลติ รถยนต์ เนอื่ งจาก โรงงานประกอบรถยนต์ในญี่ปนุ ได้หยดุ สายการผลิต เน่ืองจากอยู่ในพ้ืนท่ีประสบภยั พบิ ัติ แตโ่ ตโยต้าก็สามารถ กลับมาเดนิ สายการผลติ การประกอบรถยนต์ทกุ แห่งในประเทศญี่ปนุ อีกคร้ังเม่ือวนั ท่ี ๑๘ เมษายน ๒๕๕๔ หลงั จากสถานการณก์ ารฟน้ื ตัวดขี ้นึ โดยดําเนนิ การผลติ ตามออเดอร์ท่ียังอยูใ่ นระดบั สูงตามภาคการผลิตรถยนต์ และยอดค้างสง่ มอบรถยนตส์ าํ หรับประเทศไทยยอดจองรถยนตใ์ นงานมอเตอรโ์ ชว์ชว่ งตน้ ปที ่ีผ่านมาโตโยตา้ ก็ ยงั เป็นอันดับ หนึ่งท่ีมียอดจองรถสูงสุดอีกท้ังได้มีการเปิดตัวรถรุ่นใหมห่ ลายรนุ่ ดังนนั้ ออเดอร์ชนิ้ สว่ นรถยนตจ์ ะ ยังคงมี เข้ามาอยา่ งต่อเนือ่ งตามการเติบโตของความต้องการใชร้ ถยนต์ ยอดขายท่ีขยายตัวได้ดีเป็นผลมาจาก ๑. ภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตวั ดีขน้ึ อยา่ งต่อเน่ือง ๒. รายได้ของเกษตรกรที่ขยายตัวไดด้ จี ากราคาสนิ ค้าเกษตรท่ีปรับตวั สูงขนึ้ ๓. การจา้ งงานทย่ี ังคงขยายตัวอยา่ งต่อเน่อื ง ๔. ความคล่องตวั ของการปลอ่ ยสินเชอื่ รถยนต์ และ อัตราดอกเบย้ี ก็ยงั คงอยู่ในระดับตํ่า ๕. การเปดิ ตัวรถยนต์รุน่ ใหม่ออกสู่ตลาด กลยุทธ์ใหมข่ องโตโยตา้ คอื แผนทมุ่ เทเพื่อเรง่ การผลติ รถไฮบริด ซึ่งเปน็ รถยนต์ประหยดั พลังงาน และการ พัฒนาตลาดใหม่ในประเทศที่เศรษฐกจิ กําลังเตบิ โตมากกวา่ กล่มุ ประเทศที่มเี ศรษฐกจิ ขนาดใหญ่ เนือ่ งจาก สามารถแข่งขนั ไดก้ บั คแู่ ข่งรายสําคญั ทง้ั ในตลาดญี่ปุนและท่วั โลก แม้จะต้องยอมรับแผนธุรกิจทม่ี ีอตั รากําไรที่ ไม่เติบโตมากนกั แต่ต้องการมคี วามเป็นเลิศในด้านคุณภาพอยา่ งยั่งยืน การวเิ คราะห์ด้วยหลกั ๔ P Product (ผลิตภัณฑ)์
๑. ตวั สนิ ค้า คือ รถยนตย์ หี่ ้อ TOYOTA เป็นรถยนต์ที่มีราคาไม่สงู มากนัก เพียบพร้อมทง้ั การออกแบบ ทส่ี วยงามกวา่ รุน่ ก่อนๆทีเ่ คยได้ผลติ ออกมาและด้วยตราสนิ ค้าท่มี ีมานานแลว้ จะทําใหค้ วาม น่าเชอื่ ถอื ของสินคา้ มีมากตามไปด้วย การออกแบบท่ีเป็นเอกลักษณข์ องตัวสินคา้ สร้างการจดจาํ ได้ งา่ ยข้ึน ๒. ประสทิ ธิภาพสาํ หรบั รถยนต์ของToyotaน้ีมีประสทิ ธิภาพในการใช้งานค่อนขา้ งเหมาะสมกบั ราคาท่ี ไมส่ ูงมากนัก และถ้านาํ มาเปรียบเทยี บกบั รถยนต์รนุ่ เล็กของยีห่ อ้ อืน่ ๆ ประสทิ ธิภาพกไ็ ม่ต่างกนั มากนัก ๓. ความทนทานดว้ ยตวั สนิ ค้าน้นั เปน็ รถยนตท์ ่ีผลิตจากประเทศญี่ปุนในเรื่องของความแขง็ แรงของตัว รถน้นั คงไม่สามารถเปรยี บเทียบกับรถที่ผลิตจากแทบยโุ รปได้ แตถ่ ึงตัวรถจะไมแ่ ข็งแรงมากนกั แต่ ระบบรกั ษาความปลอดภัยภายในรถก็ยังคอยสนบั สนนุ ลูกค้าได้อย่างดี และเม่ือเปรยี บเทียบกับ รถยนตร์ นุ่ เล็กในย่หี ้ออืน่ ในเร่ืองความทนทานของอะไหล่หรือตัวรถนัน้ ก็ไมม่ ีความแตกต่างกนั แต่ อะไหลข่ อง TOYOTA นั้นจะมีราคาท่ีถูกกวา่ ย่หี อ้ อืน่ ๆ ซ่งึ เปน็ จุดที่ไดเ้ ปรยี บกว่ารถยนต์ย่หี อ้ อืน่ ๆ ๔. รปู แบบสนิ ค้า รถยนต์ TOYOTA น้ี ไดอ้ อกแบบใหมใ่ หร้ ูปร่างดูทนั สมยั มากข้นึ กวา่ รนุ่ ก่อน ซ่ึงเปน็ ทช่ี ื่นชอบของลกู คา้ และดว้ ยรูปลักษณท์ ี่ดูแปลกตาออกไปก็ไดช้ ว่ ยสร้างการจดจําในตวั สินค้าได้ เปน็ อย่างดซี ึ่งทางด้านค่แู ขง่ ก็ไดผ้ ลติ รถยนตท์ ่ีมีรปู ลกั ษณ์ท่ีดูทนั สมยั ออกมาแข่งขันด้วยเช่นกัน ๕. ความสามรถในการอัพเกรดในการเพ่ิมประสิทธภิ าพของรถยนต์นน้ั ก็สามารถทาํ ได้อย่างกวา้ งขว้าง มีอะไหลท่ ีร่ องรับความตอ้ งการในการปรับแตง่ รถยนต์มากมาย ซง่ึ การเพม่ิ ประสิทธภิ าพของ รถยนต์นัน้ จะช่วยทาํ ให้รถยนต์น้นั มีสมรรถนะดีขึน้ อกี ด้วย ๖. ความช่วยเหลือทางเทคนคิ การใชง้ านของสินค้านนั้ ไม่ยากเพราะด้วยระบบเกยี ร์ออโต้ท่ีนิยมใช้กนั ในสมัยน้ี ทําใหก้ ารขับขี่รถยนต์เปน็ ไปไดอ้ ย่างไมย่ ากลาํ บาก และทางด้านศนู ย์บรกิ ารกม็ ีกระจาย อยทู่ ว่ั ไปสามารถหาไดง้ ่ายและมจี าํ นวนมาก ๗. การตดิ ต้ังในสว่ นของการตดิ ต้ังนน้ั ได้ทําการประกอบมาตั้งแต่ศนู ย์ผลิตแล้ว ซ่งึ พร้อมให้ลูกคา้ ได้ใช้ งานได้โดยทนั ทีหลงั จากท่ีซ้ือสินคา้ แล้ว แตใ่ นส่วนของการติดตง้ั อะไหล่ที่ไดป้ รบั เปลย่ี นภายหลงั น้นั จะตอ้ งทําโดยชา่ งผเู้ ชย่ี วชาญเทา่ น้นั Price (ราคา) ๑. ทางด้านราคามีราคาท่ีไม่สูงมากซง่ึ ถ้าเปรยี บเทียบกบั คแู่ ข่งดว้ ยกนั แล้วจะมีราคาที่ต่ํากว่า ซ่ึงจะ ช่วยทําใหก้ ลุ่มเปาู หมายนั้นมีการตัดสินใจทงี่ ่ายข้ึนดว้ ยเน่อื งจากกลุม่ เปูาหมายนน้ั ให้ความสาํ คัญ กับราคาด้วยและดว้ ยราคาของสินคา้ ในขณะนี้นนั้ เหมาะสมกับ Product Life Cycle (วงจรชวี ติ ผลติ ภณั ฑ์ ) ในขณะนี้ ๒. การตั้งราคาสินคา้ ต้ังตาม Product Line Place Place ( สถานท่ี) การจัดจําหนา่ ยสินค้านัน้ ก็จะมีจาํ หน่ายทัว่ ไปตามโชวร์ มู ของ TOYOTA ซึ่งในปจั จบุ ันมีโชวร์ มู เกิดขน้ึ มา มากมาย เพื่อทําให้ลูกคา้ เกดิ ความสะดวกสบายมากทีส่ ุดในการทจี่ ะไปติดต่อสอบถามหรอื บรโิ ภคสินค้า มกี าร
ใชก้ ลยุทธ์เพ่ือดึงดดู ลกู ค้าใหเ้ ขา้ มาตดิ ต่อหาข้อมลู ท่โี ชวร์ มู โดยใช้โฆษณาเปน็ สอื่ ในการส่งข่าวสารรปู แบบการ จดั จาํ หนา่ ยน้นั กจ็ ะเร่ิมต้นที่ผผู้ ลติ ซ่ึงผลติ มาจากโรงงาน แลว้ จากนน้ั จะสง่ สนิ ค้ามาตามตัวแทนจําหน่ายตา่ งๆ (Show Room) จากน้นั กต็ ดิ ต่อซ้ือขายกบั ผบู้ รโิ ภค Promotion (การส่งเสริมการตลาด) ๑. สื่อทใี่ ช้ในการโฆษณาเป็นสอ่ื หลักคอื โทรทัศน์เพราะวา่ สามารถเข้าถึงผูบ้ ริโภคไดง้ า่ ย และสามารถ กระต่นุ ความสนใจและความต้องการไดด้ ว้ ยการใชภ้ าพและเสียง และส่ือเสรมิ จะเป็นพวกนติ ยสาร ตา่ ง ๆ ซ่ึงภายในนิตยสารน้นั จะใหร้ ายละเอียดต่างๆไวม้ ากกว่าในโทรทศั น์เพ่อื ทจ่ี ะให้ กลมุ่ เปูาหมายไดร้ บั รขู้ ่าวสารอย่างเพยี งพอแก่ความต้องการแตส่ อ่ื ที่นา่ จะเขา้ ถงึ กลุ่มเปาู หมายได้ดี ท่สี ดุ คือ สื่อโทรทัศน์เพราะว่าในยคุ ปจั จบุ ันน้โี ทรทัศน์น้นั เปน็ สิ่งท่จี ําเป็นของทุกๆครอบครัว และ การใชส้ อ่ื ประเภทน้ีเข้าไปทําการโฆษณาจะชว่ ยได้มาในเร่ืองของการสรา้ งภาพลักษณ์ การทาํ ให้ เกดิ การจดจาํ ๒. จุดขายท่ใี ช้ในปจั จุบัน TOYOTA จะเน้นในเรื่องของการออกแบบรปู ทรงของตัวรถยนตท์ ่ีดทู นั สมัย มากขึ้น ซึ่งในจดุ เดน่ ตรงน้ีก็ยังสามารถนาํ ไปใชเ้ ป็นจดุ ขายตอ่ ๆ ไปในอนาคตได้ เพราะ ส่วนมาก แล้วผบู้ รโิ ภคค่อนข้างที่จะให้ความสําคัญต่อรปู ร่างของผลิตภัณฑ์ประเภทรถยนต์ ๓. จุดเดน่ ของสินคา้ เปน็ เร่ืองของรูปลักษณ์ท่ีดูทนั สมัยมากขนึ้ ซ่ึงเหมาะสมกบั สภาพสงั คมในปจั จบุ นั และในการทจี่ ะใช้จุดเด่นนีม้ าใช้ในการโฆษณาน้ัน เรากจ็ ําเปน็ ทีจ่ ะต้องทําโฆษณาโดยดงึ เอาการ ออกแบบ หรอื ทาํ ให้ผู้บรโิ ภคได้เห็นรปู รา่ งของรถยนต์สวยงาม นั้นเพื่อทจ่ี ะชว่ ยในการสรา้ ง ภาพลักษณ์และการจดจําท่ีดีขึน้ ๔. ภาพลักษณ์ของสนิ คา้ เปน็ สนิ คา้ ทไ่ี ดร้ ับความนา่ เช่ือถือไดร้ ับความไว้วางใจจากผูบ้ ริโภคเพราะ Brand หรอื ตราสินค้าน้นั เป็นท่ีรู้จกั อยา่ งกว้างขวาง จึงทาํ ให้เกดิ ความจดจํา และยอมรับในตัว ผลิตภัณฑไ์ ปดว้ ย ๕. Positioning การจัดตําแหน่งของสนิ ค้าคือ แนวคดิ ในการบริการท่ี \"พร้อมจะมอบความพอใจสูงสุด ให้กบั ลูกค้าโดยประกันการสร้างคุณภาพในทุกกระบวนการ\"ผสานกับความมงุ่ ม่ันของเหลา่ พนกั งาน โตโยตา้ คือเบอ้ื งหลงั ความสาํ เร็จของโตโยตา้ ท่ผี ลักดันใหบ้ ริษัทฯ ครองความเป็นอนั ดับหน่งึ ของ ผผู้ ลติ รถยนต์ในประเทศไทยมาอยา่ งต่อเนอื่ ง การวเิ คราะห์กลยทุ ธ์โดยใช้หลกั (SWOT) Strength (การวิเคราะห์ด้านจุดแข็ง )
โตโยต้ามมี าตรฐานการตรวจสอบคุณภาพทีเ่ รยี กวา่ Toyota Evaluation Quality Auditเป็นการตรวจสอบ ผลติ ภณั ฑจ์ ากทุกสายการผลิตทวั่ โลก รวมทงั้ ประเทศญีป่ ุน เปน็ ประจาํ ทกุ ปีเพื่อเปรียบเทยี บคณุ ภาพของสนิ ค้า ในแต่ละประเทศ เพื่อให้ม่นั ใจได้วา่ รถยนต์โตโยตา้ มีมาตรฐานเดียวกนั ทั่วโลก มผี ลิตภัณฑ์ทห่ี ลากหลาย เรามตี งั้ แตร่ ถยนตร์ ะดับหรู(Luxury)มาจนถงึ กลุม่ รถขนาดประหยัด(Economy Car) รถเพื่อการพาณชิ ยใ์ นกลุ่มรถปิกอัพ ด้านราคามีราคาที่ไม่สงู มากซึ่งถา้ เปรียบเทยี บกับคู่แข่งแล้วมรี าคาทตี่ ่ํากวา่ ซ่งึ จะชว่ ยทาํ ใหก้ ลุ่มเปาู หมายน้ันมี การตดั สินใจทงี่ ่ายขนึ้ ดว้ ย เป็นเทคโนโลยีตอบสนองความต้องการของผบู้ รโิ ภคในเรื่องการประหยดั พลงั งานและลดมลภาวะ รกั ษา สิง่ แวดล้อม การออกแบบทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ เลือกใชว้ ัสดํุนา้ หนักเบา ทาํ ให้รถมํีนา้ หนกั เบา มีความคล่องตัวสูง และลดอัตรา การส้นิ เปลืองํนา้ มนั ลง Weakness (การวิเคราะห์ด้านจุดอ่อน ) ๑. ประเทศไทยยงั ไม่มีเทคโนโลยใี นการผลิต และการออกแบบรถยนตแ์ ละชน้ิ ส่วนรถยนต์เป็นของ ตนเอง ๒. ประเทศไทยยังให้ความสําคัญกับการวิจยั และพฒั นา เมื่อเปรยี บเทยี บกับประเทศท่ีพฒั นาแลว้ ไม่ มากเพียงพอ ซงึ่ ไมเ่ พยี งแต่ในอุตสาหกรรมรถยนต์เท่าน้นั ยังรวมถงึ อตุ สาหกรรมอน่ื ๆ ด้วย ๓. ประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรระดับสงู ในดา้ นการผลติ และการออกแบบในอตุ สาหกรรมรถยนต์ รวมถงึ ชนิ้ ส่วนรถยนต์ ๔. มลู คา่ เพิ่มของอุตสาหกรรมรถยนต์ และชนิ้ ส่วนรถยนต์ ในประเทศไทยยงั อยู่ในระดับตํา่ Opportunity (การวเิ คราะห์ดา้ นโอกาส ) ๑. การปรับตัวสูงขน้ึ ของราคาํนา้ มัน ทําให้คนหันมาใส่ใจในการประหยดั ํนา้ มนั ๒. ผ้คู นใหค้ วามสนใจในเรื่องการลดภาวะโลกร้อนและการลดก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ ๓. รัฐบาลและประชาชนหันมาสนใจในการแก้ปัญหามลภาวะ โดยรัฐบาลอเมริกาเปน็ ผู้ผลักดันในการ ควบคมุ ปญั หามลภาวะอากาศ Treat (การวเิ คราะห์ดา้ นอุปสรรค ) รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนนุ กบั กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ Big Tree ซ่งึ มุ่งหวงั จะสร้างความเขม็ แขง็ ในการแข่งขัน ให้กับสหรัฐอเมริกา โดยการพัฒนาเทคโนโลยีสําหรบั รถยนตใ์ นยคุ ใหม่ยังมรี ถที่ใชพ้ ลงั งานทางเลอื ก เชน่ รถที่ ใช้ Fuel Cell , Ethanol, Methanol, Natural gas, LPG, Bio Fuel, Hydrogen และ Reformulate Gasoline ทงั้ หมดนีค้ ือ รถยนตท์ ีเ่ ป็นมติ รกับสิง่ แวดล้อม และมีความเป็นไปไดท้ จี่ ะเป็นคู่แขง่ ของรถยนต์ hybrid ในอนาคตราคาชิ้นสว่ นและวสั ดุในตลาดโลกเพ่ิมสงู ขน้ึ เศรษฐกิจโลกชะลอตวั ส่งผลให้อตั ราการการบริโภคลดลงด้วยแมว้ ่าในวนั น้ีโตโยต้าจะกา้ วขน้ึ เปน็ เบอร์ ๑ ของ อตุ สาหกรรมรถยนตอ์ ย่างเตม็ ตวั แตโ่ ตโยต้าได้ประกาศใหส้ ังคมรับรวู้ า่ การเปน็ บริษทั รถยนตเ์ บอร์ ๑ ของโลก ไมค่ วรวัดจากจาํ นวนรถยนต์ที่ผลิตหรอื จําหน่าย หรือการมียอดขายหรือผลกําไรสูงสดุ ในโลก แตบ่ ริษัทรถยนต์ อนั ดับหนึ่งต้องเปน็ ผู้ท่ีมคี วามเป็นเลิศในดา้ นคุณภาพและการบริการอยา่ งยัง่ ยืน
วเิ คราะหค์ วามหลากหลายของศาสนา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จาํ กดั เปน็ บรษิ ัทหนงึ่ ท่ีมคี วามหลากหลายทางศาสนา ของกลุ่มลูกจ้าง เน่อื งจากบริษทั โตโยตา้ มอเตอร์ ประเทศไทย จาํ กัด มีโรงงานและสาขาอย่ทู ุกภาค ภายในประเทศจึงทาํ ให้ องค์กรเกิดความหลายหลายทางด้านศาสนา ซง่ึ การรับพนกั งานเข้าทํางานของบริษทั โตโยตา้ มอเตอร์ ประเทศไทย จาํ กัด) นน้ั จะต้องใช้คนทอ้ งถิ่นเขา้ ทาํ งานร่วมกัน เพื่อเขา้ ใจ เขา้ ถงึ ขนบธรรมเนยี มและประเพณีท้องถน่ิ อีกทงั้ ศาสนาอยา่ งเช่น ศาสนาอิสลามในการทํางานในสถานที่ทํางาน จะต้องจัดให้มีห้องละหมาดในบรษิ ัท หรือแมแ้ ตห่ วั หน้างาน หัวหนา้ แผนกของบริษทั โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด เปน็ ชาวญี่ปนุ เรากต็ อ้ งรู้ถึงขนบธรรมเนียม เขา้ ถึงวัฒนธรรมของอกี ฝุาย เพอื่ ประสบ ความสําเร็จในการทาํ งานอีกด้วย วเิ คราะหค์ วามหลากหลายของความสามารถและระดับการศกึ ษา บริษทั โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จาํ กัด เน้นการฟูมฟักพฒั นาพนักงานในองค์กรให้ก้าว ขึ้นไปผู้นาํ ทด่ี ีในอนาคต การสรรหาพนกั งานของโตโยตา้ จะรบั คนทีม่ ีทักษะเชี่ยวชาญเฉพาะน้อยมาก หาก เทยี บกับองค์กรอื่น เม่ือคํานึงถึงคุณลักษณะพน้ื ฐานทีช่ อบตั้งคําถาม ค้นหาและแก้ปัญหา ห่วงใยผอู้ ่ืน ยดื หย่นุ ปรับตวั ได้ดี มีความมน่ั ใจและมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ กอ่ นเขา้ สู่ “กระบวนการเรียนรู้แบบโตโยตา้ ” ต่อไป บรษิ ทั โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จาํ กดั สอนให้พนักงานเหนร้จู ักเรียนรูจ้ ากความ ผิดพลาดไม่ใช่จากการลม้ เหลว เพ่อื กระตนุ้ ให้พนกั งานรจู้ กั คิดใหมท่ ําใหม่การส่งเสรมิ และพัฒนาทักษะในการ ทาํ งานของบคุ ลากร การได้รับรางวลั ในครง้ั น้จี ะเป็นขวญั กําลงั ใจสําคัญของเราในการมุ่งม่นั พัฒนาทรัพยากร บุคคลของโตโยตา้ ตอ่ ไปอย่างต่อเนอ่ื ง
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายหนว่ ย หนว่ ยที่ ๑๐ รหัสวิชา ๓๒๐๒-๒๑๐๔ สปั ดาหท์ ี่ ๑๘ ชอ่ื เรื่อง การวิเคราะหป์ ัญหาการตลาดจากกรณีศกึ ษา รวม ๖ ชั่วโมง จานวน ๖ ช่ัวโมง ใบความรู้ กรณีศึกษา เถ้าแก่น้อย “จดุ เรม่ิ ตน้ ของชัยชนะไม่จาํ เป็นจะตอ้ งเร่ิมจากเงินลงทุนมหาศาล ในทางกลบั กันการหาล่ทู าง ทค่ี นอน่ื มองขา้ มแล้วรกุ คืบด้วยความเงยี บ เงินลงทนุ จงึ ไม่ใช่ส่งิ สาํ คัญ” นีค่ อื แนวคิดเลก็ ๆ ของกลยทุ ธ์เลก็ ๆ สําหรับธรุ กจิ เลก็ ๆ ที่ประสบความสาํ เรจ็ มานักต่อนัก กลยุทธท์ ีว่ ่านห้ี ลายๆคนรู้จกั กันในนาม “กลยุทธ์ การตลาดแบบกองโจร หรือ Guerrilla Marketing” เถา้ แก่น้อยคืออะไร บรษิ ทั เถ้าแก่นอ้ ย ฟูดฺ แอนด์มารเ์ กต็ ตง้ิ จํากดั ก่อตง้ั ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ ซึ่งก่อตั้งมาเป็น ระยะเวลา ๕ ปี และเป็นหนง่ึ ในผู้รเิ รม่ิ ผลิตสาหรา่ ยทะเลอบกรอบ ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “เถ้าแกน่ ้อย” ภาพลักษณ์ของ เถ้าแก่นอ้ ย คือ อาหารว่าง หรือ ที่เรยี กกนั วา่ ขนมขบเคี้ยว ท่ีทํามาจากสาหร่ายทะเลท่ีมคี ุณค่า ทางอาหารสูง และนอกเหนือจากรสชาตทิ แ่ี สนอร่อย ผ้บู ริโภคยงั จะได้รบั คุณค่าทางอาหารอ่ืนๆอีก เช่น เสน้ ใย อาหาร โปรตนี ธาตุเหล็ก และ แคลเซยี ม ซึ่งสามารถเรียก เถา้ แกน่ ้อยอกี อย่างว่า เป็นอาหารทานเล่นเพื่อ สุขภาพ ผลิตภณั ฑ์ เถ้าแกน่ ้อยมาในรูปแบบของอาหารว่างพร้อมรับประทานซึ่งเปน็ ทน่ี ิยมแพรห่ ลาย ท้งั ในเด็ก วยั รุ่น และผใู้ หญ่ ขณะน้ีได้มกี ารผลติ สาหรา่ ยทะเลอบกรอบเถ้าแกน่ ้อยมี ๔ รสชาติ คือ รสคลาสสิค รสเผด็ รสวาซาบิ รสตม้ ยาํ กงุ้ ซึง่ เหมาะกับความชอบของคนไทย ท่ชี อบทานรสจดั เป็นผลที่ทาํ ให้ เถา้ แกน่ ้อย เปน็ ผนู้ าํ ในตลาด ซ่ึงมีสว่ นแบ่งตลาดกว่า ๖๐ เปอรเ์ ซน็ ต์ ของตลาดสาหรา่ ยทอดในประเทศไทย เถ้าแก่น้อย มี การกระจายสินคา้ อย่หู ลายชอ่ งทาง ซ่ึงมีทั้งในร้านสะดวกซือ้ ซเู ปอรม์ ารเ์ ก็ต และดสิ เคาน์ สโตร์ เพอ่ื ทาํ ให้ ลกู คา้ สามารถซ้อื มารบั ประทานได้สะดวก จุดเริม่ จากตน๋ี อ้ ยสเู่ ถา้ แกน่ ้อย
จากตีน๋ อ้ ยท่ีมชี ื่อเลน่ วา่ ต๊อบ หรือคณุ อิทธิพัทธ์ กลุ พงษ์วณิชย์ ทมี่ คี วามสนใจในดา้ นการคา้ ขาย ตัง้ แตย่ ังเด็ก ท้ังขายของในเกมสอ์ อนไลน์ จนมาเปิดแฟรนไชนส์ เกาลัด และด้วยความเป็นอาต๋ที ่ีมีความชอบ ในการรบั ประทานสาหรา่ ย จนเปน็ แรงบันดาลใจอยา่ งหนึง่ ทีท่ าํ ให้ต๋นี ้อยคนนี้ก้าวเขา้ มาในอุตสาหกรรม อาหารวา่ ง หรือขนมคบเคี้ยว โดยเลอื กสาหรา่ ยทะเลเปน็ สินคา้ หลักในการเขา้ สตู่ ลาด แตใ่ นการเข้ามาของเถ้า แกน่ อ้ ยน้ัน เส้นทางนั้นไม่ได้ถูกปูด้วยพรมแดง หรอื กลบี กุหลาบอย่างทเ่ี ห็นกนั ในปจั จุบนั กอ่ นท่ีเถ้าแก่น้อยจะ ก้าวมาประสบความสาํ เรจ็ ในอตุ สาหกรรมสาหร่ายน้นั เรียกได้ว่าต้องเผชิญกับปญั หามากมาย บรษิ ัท เถา้ แก่นอ้ ย ฟฺูดแอนด์มารเ์ ก็ตตง้ิ จาํ กัด โดยคุณอทิ ธพิ ทั ธ์ กลุพงษว์ ณชิ ย์ เรมิ่ ก้าวเข้าสู่ ตลาดขนมขบเค้ียวเพราะเห็นถงึ ชอ่ งวา่ งของสาหร่ายทะเลอบกรอบ ในตลาดอาหารวา่ งหรือขนมขบเคีย้ ว ท่ียัง ไมม่ ีคแู่ ข่งรายใดมีการผลติ และจาํ หนา่ ยอย่างเปน็ ทางการ หรือมตี ราสนิ ค้าหรือ Brand ทคี่ นทัว่ ไปรู้จัก คณุ ต๊อ บจึงเร่มิ ศึกษาวิธีการและแนวทางในการผลติ สนิ คา้ ออกมา จากนน้ั จึงมองหาช่องทางในการจดั จาํ หนา่ ย “สมัย ก่อนผมไม่มีความรู้อะไรเลย ผมเรม่ิ ต้นผลติ และนําไปฝากขายตามรา้ นโชห่วย บางร้าน ก็รบั บางร้านก็ไมร่ บั ผมต้องอ้อนวอนจนเจ้าของรา้ นยอมรับไว้ขาย แต่พอหน่ึงเดือนผา่ นไป ผมกลับไปท่รี ้าน ปรากฎวา่ สาหร่ายก็ยงั วางอยู่ทเ่ี ดิม” คณุ ตอ๊ บเล่าใหฟ้ ังถึงเหตุการณ์ที่ผา่ นมาเม่ือครั้งแรกเร่ิมการเขา้ สู่ตลาด และจากเหตกุ ารณ์น้ี เองทาํ ให้คณุ ต๊อบคิดได้ว่า ดว้ ยช่องทางท่ีเขา้ ไม่ถึงผูบ้ รโิ ภคอาจจะเป็นสว่ นหน่ึงท่ีทาํ ให้ขายไมไ่ ด้ และชอ่ งทางที่ ไดต้ ิดต่อในตอนแรกน้นั กย็ ังไมส่ ามารถทําให้ผู้บรโิ ภครู้จกั ตราสนิ คา้ ของเคา้ ได้ “แต่ถ้าจะให้ลงทนุ หลายลา้ นบาททาํ โฆษณาก็คงจะไม่ค้มุ และจะทําอยา่ งดหี ละที่จะทําให้คนรูจ้ กั ได้กว้างขวาง และรวดเรว็ ” แนวคดิ เร่ิมแรกของคุณต๊อบที่จะส้ตู ่อไปหลงั จากผิดหวังกับการวางขายตามร้านโช ห่วย ด้วย แนวคดิ นี้เองทําใหค้ ุณต๊อบเริ่มเข้าหาช่องทางท่ีมกี ระจายอยทู่ ว่ั ประเทศ ไทยน่ันคือรา้ นสะดวกซื้อเปิด ๒๔ ช่วั โมง หรือ 7 - eleven นน่ั เอง โดยการเลอื กเข้าไปขายใน 7 - eleven นี้เองเป็นการประหยัดงบประมาณ กว่าถา้ จะสรา้ งการรับรดู้ ้วยการทาํ โฆษณาทีต่ ้อง สูญเสียเงินมหาศาลซึ่งผลตอบรบั ก็อาจจะยังไมไ่ ดต้ ามเปูาท่ี วางไวก้ ไ้ ด้ นอกจากนก้ี ารนาํ สินคา้ เข้า ๗- eleven ก็จะเปน็ การสร้างมาตรฐานตัวสนิ ค้าเถ้าแก่นอ้ ยเองด้วย นบั ได้ว่าเป็นแนวทางการใช้กลยุทธแื บบกองโจรวิธีหน่งึ ทีค่ าํ นงึ ถึงงบประมาณที่ มีอย่างจํากดั และเป็นการใช้ ช่องทางเพ่อื เปน็ การสรา้ งมาตรฐานใหก้ ับคู่แขง่ ในอุตสาหกรรม เดียวกันและผบู้ รโิ ภครับรไู้ ด้ด้วยความรวดเรว็ แต่ในการทีจ่ ะเขา้ 7 - eleven นัน้ ก็ไมใ่ ช่เร่ืองง่ายเพราะมาตรฐานในการวางจําหน่ายที่มีอยู่ สงู มากทาํ ใหค้ ณุ ต๊อบต้องมีการคดิ โดยรอบคอบและปรบั เปล่ียนทศั นคตหิ ลายๆอยา่ ง คุณตอ๊ บกลา่ วว่า “เดมิ ที แพคเกจของเถ้าแก่น้อยดูไม่น่าซือ้ และออกแบบน่าเกลียด สินค้า OTOP บางอยา่ งยงั มรี ูปแบบที่ดกี วา่ เสียอีก แตถ่ า้ จะไปทําแบบสินค้าประเภทมันฝรงั่ เชน่ Lay’s คงทาํ ไม่ได้ เพราะต้นทนุ สูง” แต่ภายหลงั จากการคน้ หา ข้อมูลทางคุณต๊อบได้เปลย่ี นทัศนคตใิ หม่ “ผมเรม่ิ หาขอ้ มูลโดยการเรยี นรูแ้ ละค้นคว้าเพ่มิ เตมิ แล้วกร็ ู้ว่าจรงิ ๆ แล้วการทาํ แพคเกจคล้ายกับ Lay’s นั้นไม่ได้ลงทนุ สงู อย่างที่คดิ มันมีทางเลือกมากมายหลากหลาย” ด้วยเหตุ น้เี องคุณต๊อบจึงได้การเปล่ียนแปลงแพคเกจใหด้ ูน่าซื้อมากข้นึ และคิดใหมว่ ่า “จรงิ ๆ แล้วสนิ คา้ เถ้าแก่นอ้ ยนน้ั สามารถพัฒนาได้อีกมาก ตวั อยา่ งเช่น สนิ คา้ เกบ็ ได้อาทิตย์ เดียว ทําอย่างไรจะเกบ็ ได้ ๖ เดอื น คําตอบก็คอื การเปลีย่ นแพคเกจนอกจากจะทําให้ภาพลกั ษณ์ของเถ้าแก่ น้อยดดู ีขน้ึ แลว้ การเก็บรกั ษาก็ยงั ดขี ้นึ ดว้ ย” จากการที่คณุ ต๊อบ ปรบั เปล่ยี นรูปแบบต่างๆของเถ้าแกน่ ้อยและ
สร้างมาตรฐานใหก้ บั สินค้าเถ้าแกน่ อ้ ยจนได้มาตรฐานตามที่ 7 - eleven วางไวใ้ นการรับสินคา้ วางขายเถ้าแก่ น้อยจงึ ไดส้ อดแทรกเข้าไปในกล่มุ อาหารว่างหรือขนมขบเคี้ยว ในกลมุ่ เดียวกนั กบั มันฝรั่งเลย์ และเทสโต ซง่ึ ทาํ ให้ลูกคา้ เกิดความเขา้ ใจว่า สาหร่ายทะเลอบกรอบของเถา้ แกน่ ้อย อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ที่สามารถซ้ือ รบั ประทานไดต้ ลอดเหมือนกัน ไม่วา่ จะเปน็ โอกาส สําหรบั ทานเล่น งานเล้ยี ง ปาร์ต้ี อีกทง้ั ยงั เป็นขนมทานเลน่ เพอ่ื สุขภาพอีกด้วย ซงึ่ สามารถเพิ่มความถี่ในการซ้ือ และรับประทานอกี ดว้ ย อีกท้ังยังออกแบบหบี ห่อให้มี ลักษณะเดียวกนั กับขนมทานเลน่ ทั่วไป เพ่ือเปน็ การตอกยํ้าถงึ ลกู คา้ วา่ “ซ้ือไดบ้ ่อย ทานได้ถ่ี เพ่ือความอร่อย และสขุ ภาพ” กลยทุ ธ์พิชติ ใจผูบ้ รโิ ภค ดว้ ย วิสยั ทัศนท์ ี่จะต้องการทาํ ให้ เถ้าแก่น้อยเป็นตราสินคา้ ในใจของผู้บรโิ ภคในเร่ืองของสาห ร่าบทะเลอบกรอบ หรือเน้นการทาํ ใหเ้ ถา้ แกน่ ้อยเป็น Generic Brand เม่อื ผบู้ รโิ ภคนกึ ถึงสาหรา่ ยต้องเรยี กว่า เถา้ แก่น้อย เปน็ กรณเี ดยี วกนั กบั มาม่า และ Xerox ซงึ่ เมอ่ื ผ้บู รโิ ภคเหน็ สาหรา่ ยยหี่ ้ออน่ื ก็ตอ้ งเรยี กวา่ เถา้ แก่ นอ้ ยนน่ั เอง กลยทุ ธท์ ี่คุณตอ๊ บมองเหน็ ในการเขา้ ตลาดผ่านทาง 7 - eleven และจะทําให้เถ้าแก่น้อย บรรลุวสิ ัยทศั นท์ ีต่ งั้ ไวก้ ็คอื กลยุทธ์ “ปาุ ล้อมเมอื ง” โดยเปรียบผบู้ รโิ ภคเป็น “เมือง” ส่วน 7 - eleven เป็น “ปุา” ทําใหผ้ ู้บรโิ ภคสามารถเข้าถงึ สินค้าได้งา่ ยอีกทัง้ เสยี เงินแค่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท สําหรับกลยุทธ์ในการทําให้ ผู้บริโภครู้จัก โดยมกี ารทําแพคเกจทร่ี าคา ๑๐ บาท เน้นราคาถูกไวก้ ่อน เพราะ ใครๆก็ซ้ือได้ และเปน็ การได้ ลองทาน นอกจากนค้ี ณุ ต๊อบยัง ตง้ั ช่อื กลยทุ ธด์ ว้ ยตนเองอีกกลยุท์ก็คือ “Give Marketing” โดยในระยะเวลา ๓ เดอื น โดยมสี โลแกน “ขาดทุนคือกําไร” โดยแบ่งตามอัตราสว่ น ๔๐% แจกฟรี และ ๖๐% ไว้ขาย เป็นกล ยุทธท์ ใ่ี ห้สนิ คา้ ฟรีกับทางลกู ค้าไดล้ องทานในส่งิ ทด่ี ี ท่ผี ่านคัดสรรแลว้ โดยแจกผา่ นตาม โรงเรยี น มหาวทิ ยาลยั และสถานรี ถไฟฟาู ซง่ึ เป็นการใด้ใจผู้บริโภค แตม่ กี ารแอบแฝง เพ่ือทต่ี ้องการจะบอกให้ลกู ค้ารวู้ า่ ตอนนสี้ ินค้า เถา้ แกน่ ้อยมีวางจาํ หน่ายใน 7 - Eleven ซึง่ เมือ่ ลูกคา้ ชอบสินค้า ก็สามารถไปหาซื้อไดท้ ี่นี่ได้ สาํ หรับหลักการ ผลติ น้นั เถา้ แกน่ ้อยจะเลือกวตั ถดุ ิบทีม่ ีคุณภาพสูง และผลติ สนิ ค้าออกมาใหด้ ีทีส่ ุดแก่ผู้บริโภค นกี่ ค็ อื หลักของ การให้ ทที่ างเถา้ แก่น้อยกาํ ลังสอ่ื สารต่อผ้บู รโิ ภคน่ันเอง เถา้ แก่นอ้ ยกบั คูแ่ ขง่ ที่ทดั เทยี ม เมอื่ เถ้าแก่น้อยสามารถก้าวสู่ตลาดขนมขบเคี้ยวได้อยา่ งม่ันคง และก้าวสู่ผ้นู ําตลาดสาหร่าย อบกรอบ ด้วย(แนว ความคิดของกลยุทธ์รูปแบบกองโจรอยา่ งไรก็ตามทางเถ้าแกน่ ้อยยงั ตอ้ งเจอกบั คู่ แขง่ โดย ตรงท่ีเข้าตลาดมาภายหลังและมาท้าดวลในตลาดสาหร่ายอบกรอบ ซ่ึงคือสาหร่ายอบกรอบย่หี ้อ ตเ๋ี ลก็ เอ็มทา โร่ ทรปิ เปลิ้ -เอ็ม และ เถ้าแก่เนยี้ และคูแ่ ขง่ ทางอ้อม ซ่งึ คอื ขนมขบเคี้ยวมันฝร่งั อย่างเลย์ และเทสโต ซึง่ ทาง เถา้ แก่น้อย ยงั คงทําการตลาดแบบกองโจรอยา่ งต่อเน่ือง โดยการยํ้าถงึ คนรักสขุ ภาพ ทีต่ ้องการทานขนมขบ เคย้ี วทเี่ ปน็ แบบ แคลอรตี่ ํา่ และยํา้ ถงึ เปน็ ผู้ผลิตรายแรก ซ่ึงแสดงถึง การเป็นต้นกาํ เนิด (Origin) ในการผลิต และจาํ หน่ายสาหรา่ ยอบกรอบในประเทศไทย และอกี ทง้ั ไดท้ าํ การแตกแบรนด์ใหม่ ซึง่ คือสาหรา่ ยย่ีหอ้ เคอร์ฟ (Curve) ซ่งึ เปน็ สาหร่าย เพอ่ื สาวรักสุขภาพ เป็นการตอกยํ้าภาพความเป็นเบอร์ ๑ ของตลาดสาหรา่ ยอบกรอบ ซ่งึ เป็นอีกวิธีการท่เี ปน็ การโจมตขี นมขบเคี้ยวท่ีมแี คลอรีส่ ูง และ อีกท้งั ยังเปน็ การโจมตี คู่แขง่ ของตลาด สาหรา่ ยอบกรอบ ว่าถ้าคุณจะเลือกซื้อและรับประทานสาหรา่ ยอบกรอบควรเลอื กเถ้าแกน่ อ้ ย ที่เปน็ ตน้ กาํ เนดิ ของสาหร่ายอบกรอบ ทั้งหมดน้ที างเถา้ แกน่ ้อยสามารถแย่งส่วนแบง่ ทางการตลาดไดเ้ พ่ิมมากขน้ึ อยา่ ง ไรก็ดเี มื่อเถา้ แกน่ ้อยกลายเปน็ หนง่ึ ในทัพใหญ่ แนน่ อนแม่ทัพใหญ่อย่างเถ้าแกน่ ้อยกถ็ กู ศตั รทู างการตลาดใช้กลยุทธแ์ บบกองโจร ยอ้ นรอยกบั มาโจมตีได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น เถ้าแก่เนี้ยสาหรา่ ยทอด
กรอบ ซ่ึงเป็นตัวแทนจําหนา่ ยของเถ้าแก่นอ้ ยในการจาํ หนา่ ยออกสตู่ ลาดต่างประเทศ ได้เหน็ ถงึ โอกาสและ ความเปน็ ไปได้ท่จี ะเข้ามาสใู้ นตลาดสาหรา่ ยทอดกรอบ เถ้าแก่เน้ยี ใชช้ อ่ งว่างในการจดั จาํ หนา่ ยทีเ่ ถ้าแกน่ อ้ ย มองขา้ มไป นน่ั คือการสง่ ถึงบ้าน หรอื บรกิ ารเดลเิ วอร่ี ทําใหเ้ ถ้าแกเ่ นี้ยไดร้ บั ความสนใจไดใ้ นระดับหน่งึ ทเี ดียว นก่ี ็เปน็ การใช้กลยทุ ธร์ ปู แบบกองโจรของเถ้าแกเ่ น้ีย ทที่ าํ ใหเ้ ถา้ แก่น้อยได้รับผลกระทบไม่น้อยเชน่ กัน จากเถา้ แก่นอ้ ยสู่เถา้ แก่ใหญ่ ปฏเิ สธ ไมไ่ ด้เลยวา่ ส่วนหนง่ึ ของความสําเร็จของเถา้ แกน่ ้อย เกดิ จากการใช้กลยทุ ธ์ทาง การตลาดที่ไร้รูปแบบตายตวั ของกลยุทธแ์ บบกองโจร และทําไมเถ้าแก่น้อยถึงตอ้ งใช้กลยุทธน์ ี้ สง่ิ แรกทาง บริษทั เถา้ แกน่ ้อยตอ้ งมกี ารลงทนุ ค่อนข้างสูงในการเข้าสู่ตลาดขนม ขบเคี้ยว ซงึ่ ทางเถ้าแก่น้อยต้องหากลยทุ ธ์ ทางการตลาดทล่ี งทุนตํา่ แต่ผลตอบแทนกลบั มาค่อนข้างสงู ซง่ึ เหมาะกบั ธุรกิจของเถ้าแกน่ ้อย และทาํ ใหเ้ กดิ ความสมดลุ ทางการเงินภายในบริษัทฯมากข้ึน โดยเถ้าแก่น้อยแค่หาช่องว่างหรอื ในส่งิ ท่ีคู่แขง่ ทงั้ ทางตรงและ ทางอ้อม ทย่ี ังไม่มกี ารดําเนินการในตลาด และบกุ จู่โจมไปยังจุดนน้ั ซึ่งถอื ได้วา่ เปน็ จุดอ่อนของคูแ่ ข่ง โดยท่ี คแู่ ขง่ ยังไม่ทนั ตง้ั ตวั จาก การเรียนรู้ที่มาและท่ีไปของ บริษัท เถ้าแกน่ ้อย ทาํ ให้เหน็ ถึงปัจจัยสาํ คัญที่ นอกเหนือจากกลยุทธท์ ี่เหมาะสมกบั สถานการณ์ น่นั กค็ ือการออกสินคา้ ทีเ่ หมาะสมและทนั กับสถานการณ์ ดังนนั้ ทางเถ้าแก่น้อยได้ดาํ เนินการลงทนุ ในการคน้ คว้า และพฒั นาคณุ ภาพของสนิ คา้ อย่างต่อเนื่อง หรือการทํา Research and Development อยา่ งเช่นการออกสาหร่ายอบกรอบ เคอรฟ์ (Curve) มาเพ่ือทนั กับกระแส รักสุขภาพ ทง้ั หมดนีเ้ องสามารถตดั สนิ ได้ว่า นอกจากมุมมองทางการตลาดท่แี ยบยลแล้วการทาํ วจิ ัยและพัฒนา สินคา้ กเ็ ป็นอีก ปัจจยั สําคัญท่ีทาํ ให้ เถ้าแกน่ ้อยประสบความสาํ เรจ็ เชน่ ทุกวนั นี้ สตู รลับการปรุงรสของเถา้ แก่น้อย แนน่ อนวา่ ทุกๆบริษัทจะต้องมีสตู รลับท่ที ําให้ผบู้ ริโภคติดใจในรสชาติของขนมขบ เคีย้ ว และ แน่นอนวา่ ก็คงจะไม่มใี ครเปดิ เผยถึงสตู รลับน้ี แต่ไม่ใช่กับคุณตอ๊ บ ซึ่งเปดิ เผยดว้ ยนํ้าเสยี งที่จริงจังวา่ “ถ้า เราจะได้ใจผบู้ รโิ ภค เราตอ้ งเปดิ เผย ไมป่ ิดบัง รายละเอียดต่อผบู้ รโิ ภคไดร้ ับรู้ เพราะวา่ นีค่ ือธุรกิจเปดิ และสตู รลบั ของผมก็คอื ผมจะใส่ความรกั ท่ผี มมีต่อสาหรา่ ยลงไปในทุกๆข้นั ตอนของ การผลิต” และคณุ ต๊อบยังกลา่ วยํ้าปิดท้ายวา่ “ผม เป็นผชู้ ายท่กี าํ ลงั ตกหลมุ รักผ้หู ญิงคนนึงซึง่ ผู้หญิงคนนั้นก็คือเถ้าแก่ น้อย น่แี หละ เป็นผ้หู ญิงทผี่ มจะต้องคอยดแู ลเอาใจใส่ทําใหเ้ คา้ มคี วามสุข เพราะเมื่อเถ้าแกน่ ้อยมีควมสข ผม เชอื่ ว่าผูบ้ รโิ ภคกจ็ ะมีความสุขเม่ือรบั ประทานสาหรา่ ยเถา้ แกน่ อ้ ยของผม” สุด ทา้ ยสูตรลบั ของเถา้ แก่นอ้ ยก็คือ ให้ความรักกับสินคา้ เหมอื นเปน็ แฟนของคุณเอง ดูแล เอาใจใส่อย่าง ใกล้ชิด และ ทมุ่ เททุกอยา่ ง ให้ความรกั เม่ือคนเราทาํ สง่ิ ทเ่ี รารักกจ็ ะประสบความสาํ เร็จ อา้ งอิง Levinson, Jay Conrad Z๑๙๘๔) Guerrilla Marketing: Secrets for Making Big Profits from Your Small Business, Boston: Houghton Mifflin Company. นิตยสาร SMEs Today ฉบบั ท่ี ๖๙ ประจําเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ มตชิ นรายวนั วนั ท่ี ๒๑ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ปที ่ี ๓๒ ฉบบั ท่ี ๑๑๓๐๕
สุมาส นพรัตน์ (๒๕๔๗) http://www.marketeer.co.th/inside_detail.php?inside_id=๒๗๒๑ http://www.taokaenoi.co.th/company-thai-๑.html http://news.sanook.com/recommended/sanook_๔๗๔๒๒.php
Search