Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยในชั้นเรียน 1-2562

วิจัยในชั้นเรียน 1-2562

Published by Thitiyaporn Keebsantia, 2020-09-29 08:37:57

Description: วิจัยในชั้นเรียน 1-2562

Search

Read the Text Version

44 บทเรียนออนไลนท์ ส่ี ร้ำงด้วย google sites

45 แบบทดสอบก่อนเรยี น

46 นักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 2/4 เรยี นบทเรยี นออนไลน์

47 นักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 2/4 เรยี นบทเรยี นออนไลน์

48 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น รายวิชา ว20102 การออกแบบและเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2562 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 โรงเรียนประโคนชยั พิทยาคม อาเภอประโคนชยั จงั หวัดบรุ ีรมั ย์ คะแนนเตม็ 20 คะแนน เวลา 30 นาที คาชี้แจง ใหท้ ำเคร่ืองหมำย X ทับตวั อักษรหน้ำคำตอบทีถ่ กู ท่ีสดุ เพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดเปน็ ความสมั พันธ์ของกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละวศิ วกรรมศาสตร์ ก. วิศวกรรมศาสตรส์ ร้างเทคโนโลยใี หก้ ับวิทยาศาสตร์ ข. วทิ ยาศาสตร์สรา้ งเทคโนโลยีใหก้ ับวิศวกรรมศาสตร์ ค. วศิ วกรรมศาสตรส์ รา้ งองคค์ วามรู้ให้กบั วิทยาศาสตร์ ง. วิทยาศาสตรส์ รา้ งองค์ความรูใ้ หก้ ับวิศวกรรมศาสตร์ 2. กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เก่ียวขอ้ งกับข้ันตอนใดของกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ก. ประเมินผล ข. ออกแบบขนั้ ตอน ค. ออกแบบการผลติ ง. รวบรวมองค์ความรู้ 3. ข้อใดเปน็ การออกแบบทางวิศวกรรม ก. กระบวนการวางแผน ข. กระบวนการประดิษฐ์ ค. กระบวนการแก้ปญั หา ง. กระบวนการคิดเชิงคานวณ 4. การจาลองสถานการณข์ องกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมหมายถงึ ข้อใด ก. สรา้ งสถานการณ์เพ่อื ทดสอบ ข. การจาลองรปู แบบการทางาน ค. นาตน้ แบบมาจาลองการใชง้ าน ง. สร้างเครอื่ งต้นแบบจากการออกแบบ 5. ข้ันตอนสดุ ทา้ ยของกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมคอื ขอ้ ใด ก. นาผลติ ภัณฑ์ไปใช้งานจริง ข. สรุปการทดสอบเครือ่ งต้นแบบ ค. ทาการผลิตนวตั กรรมจากการออกแบบ ง. นานวัตกรรมออกไปจาหน่ายแก่ผ้บู รโิ ภค 6. รปู แบบใดเปน็ รปู แบบการแกป้ ัญหาของระบบเทคโนโลยี ก. อัลกอรทิ มึ ข. ระบบวงจร ค. การยอ่ ยปญั หา ง. การออกแบบข้นั ตอน

49 7. ระบบเทคโนโลยีเปน็ ขนั้ ตอนใดในกระบวนการออกแบบชิงวศิ วกรรม ก. การออกแบบละเอียด ข. การออกแบบการผลิต ค. การจาลองสถานการณ์ ง. การสรา้ งเครือ่ งต้นแบบ 8. การเรียนรใู้ นรปู แบบ STEM เปน็ การรวมศาสตร์ใดเข้ามาเกยี่ วข้องบา้ ง ก. วทิ ยาศาสตร์ สงั คมศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ข. วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ค. วศิ วกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ ง. เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร์ มนษุ ยศาสตร์ คณิตศาสตร์ 9. เม่อื ตรวจพบข้อผดิ พลาดในกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ควรทาสง่ิ ใด ก. ประเมินขอ้ ผดิ พลาด ข. ย้อนกลับไปปรับปรงุ ค. แกไ้ ขตามสถานการณ์ ง. วเิ คราะห์การออกแบบ 10. ข้อใดคือความหมายของสะเตม็ ศกึ ษา ก. เน้นการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ข. เนน้ กระบวนการทางานทีเ่ ปน็ ข้ันตอน ค. เน้นการสร้างสรรคส์ ่งิ ใหม่ ๆ ใหม้ คี วามหลากหลายมากขึน้ ง. เนน้ การนาความรไู้ ปใชแ้ กป้ ญั หาในชีวิตจริงหรอื ผลติ สง่ิ ใหม่ๆ 11. ข้อใดจัดอย่ใู นวสั ดุประเภทโลหะ ก. ไม้ ข. ยาง ค. เหล็ก ง. พลาสตกิ 12. ขอ้ ใดจัดอยูใ่ นวสั ดุประเภทอโลหะ ก. แก้ว ข. เงนิ ค. ดีบกุ ง. อลูมิเนียม 13. วัสดใุ นขอ้ ใดทมี่ คี ุณสมบตั กิ ารนาไฟฟา้ และมีนา้ หนักเบา ก. ไม้ ข. ยาง ค. ทองแดง ง. เซรามกิ

50 14. เครือ่ งกลท่ีช่วยยกของที่มนี ้าหนักมากๆ เพ่ือข้ึนที่สงู หรือลงทต่ี า่ มักใชใ้ นงานกอ่ สรา้ งคอื เครอ่ื งมืออะไร ก. รอก ข. คาน ค. พืน้ เอยี ง ง. ลม่ิ 15. อุปกรณใ์ ดท่ีเปลยี่ นแปลงพลังงานไฟฟ้าเปน็ แสงสว่าง ก. หลอดไฟฟ้า ข. พัดลม ค. เตารีด ง. หมอ้ หุงข้าว 16. ขอ้ ใดกลา่ วถึงเทคโนโลยี ก. การสงั เกตปรากฏการณท์ างธรรมชาตอิ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ข. นาทฤษฎีมาใช้ประโยชนท์ าให้เกดิ ความแม่นยาในการทานาย ค. นาความรมู้ าประยกุ ต์ใช้ในการสรา้ งเครอื่ งมือ ท่ีอานวยความสะดวกให้กบั มนุษย์ ง. ใชค้ วามคิดสรา้ งสรรค์พัฒนาและผลิตสินค้าใหมเ่ พือ่ ประโยชน์ในเชิงพาณชิ ย์ 17. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของเทคโนโลยี ก. ชว่ ยอานวยความสะดวกใหก้ บั ชวี ิตมนุษย์ ข. ช่วยแกป้ ัญหาท่ีเกดิ ขึ้นในสงั คม ค. ทาให้เกดิ การใชท้ รัพยากรธรรมชาติมากขนึ้ ง. ทาใหก้ ระบวนการผลติ มปี ระสทิ ธภิ าพมากขึน้ 18. ขอ้ ใดไม่ใช่ปัจจัยทีท่ าให้เกดิ การเปลีย่ นแปลงเทคโนโลยี ก. การตอบสนองความตอ้ งการของมนุษย์ ข. ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ค. การแก้ปัญหาต่าง ๆ ทีเ่ กิดข้นึ ในสังคม ง. การเปล่ียนแปลงทางสงั คม 19. “การใช้เปลอื กของกุ้งล็อบสเตอรม์ าผลิตเปน็ พลาสตกิ ชวี ภาพทย่ี อ่ ยสลายง่าย” สง่ ผลกระทบดา้ นใดจากการ เปล่ยี นแปลงเทคโนโลยี ก. ด้านสังคมและมนุษย์ ข. ด้านเศรษฐกิจ ค. ด้านส่งิ แวดล้อม ง. ดา้ นกฎหมาย 20. ขอ้ ใดคอื ผลกระทบทางลบที่รุนแรงทสี่ ุดทเี่ กดิ จากการใช้เทคโนโลยีที่ชาญฉลาด ก. การใช้พลังงานไฟฟา้ ท่ีมากข้นึ ข. ทาใหค้ วามสมั พันธข์ องมนษุ ยเ์ สอ่ื มลง ค. สายตาเสยี จากการใชค้ อมพวิ เตอรเ์ ป็นเวลานาน ง. การยกเลกิ การจ้างแรงงานคนในการทางานบางด้าน

51 แบบประเมนิ การทางานร่วมกนั ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2/4 โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม อาเภอประโคนชัย จังหวดั บุรีรมั ย์ ******************** คำชแี้ จง ใหท้ ำเครื่องหมำย  ลงในช่องระดับคะแนนตำมหวั ขอ้ กำรประเมนิ กำรทำงำนรว่ มกัน โดยใชเ้ กณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ดงั น้ี ผลกำรประเมิน ระดบั คะแนน 5 หมำยถงึ ดีมำก หวั หนำ้ กลมุ่ 4 หมำยถงึ ดี สมำชิก 3 หมำยถงึ ปำนกลำง สมำชกิ 2 หมำยถงึ นอ้ ย สมำชกิ 1 หมำยถึง นอ้ ยที่สดุ เลขำนุกำร กลุ่มที.่ ................... สมำชิกในกลุม่ ตำแหน่ง 1. .......................................................................... ตำแหน่ง 2. .......................................................................... ตำแหนง่ 3. .......................................................................... ตำแหนง่ 4. .......................................................................... ตำแหน่ง 5. .......................................................................... หัวข้อกำรประเมิน ระดับคณุ ภำพ 54 3 2 1 1. สมาชิกในกลุ่มมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเป้าหมายในการทางานรว่ มกัน 2. มีการแบง่ หน้าทก่ี ารทางานเหมาะสมและตรงความสามารถของสมาชกิ 3. สมาชกิ ในกลมุ่ มกี ารทางานร่วมกันอยา่ งเป็นข้ันตอน 4. สมาชกิ ในกลุม่ มีความรับผิดชอบในหนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมาย 5. สมาชิกในกล่มุ ไดใ้ ช้ทกั ษะความสามารถในการทางานไดอ้ ย่างเตม็ ท่ี 6. สมาชกิ ทกุ คนในกลุม่ สามารถปฏิบัตงิ านไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย 7. สมาชิกในกลุม่ มีการแลกเปล่ยี นเรียนรรู้ ่วมกัน 8. สมาชิกในกลมุ่ มีการปฏิสมั พันธอ์ ย่างเปน็ กันเอง 9. สมาชกิ ในกลมุ่ ยอมรบั ฟังความคิดเห็นซ่งึ กนั และกนั 10. สมาชกิ ในกลุ่มยอมรับความผิดพลาดของเพื่อนรว่ มทีม

หวั ขอ้ กำรประเมิน 52 รวมคะแนน ระดับคณุ ภำพ รวมทง้ั หมด 54 3 2 1 คะแนนเฉลยี่ สรปุ ผลกำรประเมิน สรปุ ผลกำรประเมนิ คำ่ เฉลีย่ ผลกำรประเมิน 4.50 - 5.00 มีกำรทำงำนเปน็ ทีมดมี ำก 3.50 - 4.49 มกี ำรทำงำนเป็นทีมดี 2.50 - 3.49 มกี ำรทำงำนเปน็ ทมี ปำนกลำง 1.50 - 2.49 มกี ำรทำงำนเปน็ ทีมนอ้ ย 1.00 - 1.49 มีกำรทำงำนเป็นทมี นอ้ ยที่สดุ

53 แบบสอบถามความพึงพอใจตอ่ การการเรยี นด้วยบทเรียนออนไลน์ วิชา การออกแบบและเทคโนโลยี สาหรบั นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2/4 โรงเรยี นประโคนชัยพิทยาคม อาเภอประโคนชัย จงั หวัดบรุ ีรัมย์ ตอนที่ 1 ขอ้ มูลส่วนตวั ของแบบสอบถาม คาชี้แจง กรุณาทาเครื่องหมาย  ลงในช่องทต่ี รงกับสภาพทเ่ี ปน็ จริง 1. เพศ  ชาย  หญงิ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจตอ่ การเรียนด้วย คาช้ีแจง โปรดกาหนดระดับความพึงพอใจต่อการการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ วิชา การออกแบบและ เทคโนโลยี สาหรับนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2/4 โดยทาเคร่อื งหมาย  ลงในช่องทีต่ รงกบั ความคิดเหน็ ของนกั เรยี น (5 = มากทส่ี ุด, 4 = มาก, 3 = ปานกลาง, 2 = นอ้ ย, 1 = น้อยท่ีสดุ ) ลาดับ รายการประเมนิ ระดบั ความคดิ เห็น 54321 1 ดา้ นเนอ้ื หาและการดาเนินเรอ่ื ง 1.1 ปรมิ าณของเนอื้ หาเหมาะสมกบั วัยของผูเ้ รียน 1.2 ความชัดเจนในการอธิบายเน้อื หา 1.3 ความน่าสนใจในการดาเนินเร่ือง 2 ด้านรปู ภาพ และภาษา 2.1 ขนาดของภาพที่ใช้ประกอบบทเรยี น 2.2 รูปภาพทีใ่ ช้ประกอบบทเรยี น 2.3 ภาพเคลื่อนไหวทใี่ ช้ประกอบบทเรยี น 2.4 ภาพกราฟกิ ท่ีใชป้ ระกอบบทเรียน 2.5 ความเข้าใจเก่ยี วกบั ภาษาที่ใช้ในบทเรียน 3 ดา้ นตวั อกั ษร และสี 3.1 รปู แบบของตัวอกั ษรท่ใี ช้ 3.2 ขนาดของตัวอกั ษร และพ้ืนหลงั ของบทเรียน 4 ดา้ นแบบทดสอบ 4.1 แบบทดสอบมีความสอดคล้องกบั บทเรยี น 4.2 ความเหมาะสมของจานวนแบบทดสอบ 4.3 ความเหมาะสมของคาถามต่อเนื้อหา 4.4 ความรวดเรว็ ในการรายงานผลคะแนน

54 ลาดับ รายการประเมิน 5 ระดับความคดิ เห็น 1 432 5 ด้านการจดั การบทเรยี น 5.1 การใช้งานของบทเรียน งา่ ย และสะดวก 5.2 บทเรยี นมคี วามนา่ สนใจ 5.3 หลังจากศกึ ษาจบบทเรยี นแลว้ ผู้เรียนมีความร้เู พมิ่ ขึน้ 5.4 นาความรูท้ ่ีไดไ้ ปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………….............................................................. ……………………………………………………………………………………………….…………………………………..…………………… …………..………………………………………………………………………….............................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook