Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การบัญชีต้นทุน 1

การบัญชีต้นทุน 1

Published by venus_zz_9, 2016-08-29 05:11:16

Description: การบัญชีต้นทุน 1

Keywords: Cost Accounting

Search

Read the Text Version

การบัญชีต้นทุน 1 แผนกบัญชี

CHAPTER 1วัตถุประสงค์ของบัญชีต้นทุนการบัญชีต้นทุน เป็นการนำเอาข้อมูลจากบัญชีการเงินที่บันทึกไว้แล้ว มาแจกแจง จัดหมวดหมู่ และวัดค่า จัดระบบ และวิธีการบันทึก เพื่อรายงานข้อมูลต้นทุนรวมของกิจการผู้บริหารธุรกิจทั้งธุรกิจขายสินค้า ขายบริการหรือธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ย่อมมีความต้องการ ทราบต้นทุนรวมในการประกอบ

การธุรกิจ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผน การควบคุม และการตัดสินใจ ข้อมูลด้านต้นทุนจะให้เป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น 1. การกำหนดจำนวนการผลิต และคำนวณต้นทุนสินค้าที่ผลิต 2. การวางงบประมาณ และการประมาณการต้นทุนรวมของธุรกิจ 3. การวัดผลการดำเนินงาน การคำนวณกำไรจากการผลิตสินค้า 4. การตัดสินใจจ่ายลงทุน การซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์และขยายโรงงาน คำว่า “ต้นทุน” คือ ทรัพยากรซึ่งวัดออกมาเป็นหน่วย เงินตราและได้สูญเสียไป เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ตามที่ กำหนดไว้ ดังนั้น “ต้นทุนผลิต” จึงเป็นต้นทุนทุก กระบวนการผลิต ตั้งแต่การวางแผน การนำวัตถุดิบมา เปลี่ยนสภาพ ตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการผลิตจนกว่าจะได้ ผลิตภัณฑ์นั้นบรรจุหีบห่อที่สวยงาม พร้อมที่จะนำออก จำหน่ายให้แก่ผู้สนใจได้ ความสัมพันธ์ของการบัญชีการเงิน และการบัญชีต้นทุน ฝ่ายบัญชีต้นทุนจะอยู่ภายใต้สายการบังคับบัญชาของ ผู้อำนวยการบัญชีเช่นเดียวกับฝ่ายบัญชีการเงินโดยฝ่าย 2

บัญชีต้นทุนเป็นส่วนงานหนึ่งแยกเป็นแผนกงานบัญชีเฉพาะส่วน ทำการเก็บสะสมต้นทุนเกี่ยวกับการผลิต เช่น การคำนวณต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนค่าแรงงาน โสหุ้ยการผลิต ต้นทุนงานระหว่างทำ ต้นทุนสินค้าสำเร็จรูป และคำนวณต้นทุนการผลิต ช่วยจัดหาข้อมูลอันจำเป็นแก่ฝ่ายบัญชีการเงินเพื่อจัดทำงบการเงิน ต้นทุนรวมของกิจการต้นทุนรวมทั้งสิ้นของกิจการ แยกต้นทุนเป็น 2 ประเภท คือ1. ต้นทุนการผลิต2. ต้นทุนส่วนที่ไม่ใช่ต้นทุนการผลิต องค์ประกอบของต้นทุนการผลิต องค์ประกอบต้นทุนการผลิตมีวัตถุดิบ ค่าแรง โสหุ้ยการผลิต การจำแนกดังกล่าวจะช่วยให้ข้อมูลต่อฝ่ายบริหารที่จำเป็นต่อการวัดรายได้ และการกำหนดราคาสินค้า วัตถุดิบ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้า โดยต้นทุนวัตถุดิบอาจแบ่งออกเป็นวัตถุดิบทางตรงและวัตถุดิบทางอ้อม วัตถุดิบทางตรง (DIRECT MATERIALS = DM) หมายถึง วัตถุดิบที่สามารถระบุได้ชัดเจนใน 3

การผลิตสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบทางอ้อม หมายถึง วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้าที่ไม่ใช่วัตถุดิบทางตรง ไม่ใช่ส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้า และไม่สามารถมองเห็นหรือระบุได้ชัดเจนในตัวสินค้าสำเร็จรูปนั้น ๆ ค่าแรง หมายถึงค่าจ้างแรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งแบ่งออกเป็น ค่าแรงงานทางตรง (DIRECT LABOR = DL) หมายถึง แรงงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตสินค้า ถือเป็นค่าจ้างแรงงานที่สำคัญในตัวสินค้านั้น ค่าแรงงานทางอ้อม หมายถึง ค่าจ้างแรงงานที่เกิดขึ้นและไม่ถือเป็นค่าแรงทางตรง คือค่าจ้างที่จ่ายให้กับพนักงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยตรง โสหุ้ยการผลิต (FACTORY OVERHEAD = OH) หมายถึง รายจ่ายในการผลิตทั้งหมดที่นอกเหนือไปจากวัตถุดิบทางตรงและค่าแรงทางตรง 4

CHAPTER 2การจัดทำงบการเงินของธุรกิจผู้ผลิตสินค้า1. เมื่อมีการซื้อวัตถุดิบทั้งทางตรงและทางอ้อมเดบิต วัตถุดิบ/คุมยอดวัตถุดิบเครดิตเจ้าหนี้/ใบสำคัญจ่าย/เงินสด2. เมื่อมีการเบิกวัตถุดิบทั้งทางตรงและทางอ้อมไปใช้ในการผลิตเดบิตงานระหว่างทำ(วัตถุดิบทางตรง)

โสหุ้ยการผลิต/ค่าใช้จ่ายในการผลิต/ค่าใช้จ่ายโรงงาน (วัตถุดิบทางอ้อม) เครดิตวัตถุดิบ/คุมยอดวัตถุดิบ 3. เมื่อมีการส่งคืนวัตถุดิบทางตรงและทางอ้อมที่เบิกใช้ไปเข้าคลังสินค้าเดบิต วัตถุดิบ/คุมยอดวัตถุดิบ เครดิตงานระหว่างทำ โสหุ้ยการผลิต/ค่าใช้จ่ายในการผลิต/ค่าใช้จ่ายโรงงาน 4. เมื่อมีการส่งคืนวัตถุดิบให้ผู้ขายเนื่องจากชำรุดเดบิต เจ้าหนี้/ใบสำคัญจ่าย/เงินสด เครดิต วัตถุดิบ/คุมยอดวัตถุดิบ 5. บันทึกสินค้าสำเร็จรูป เดบิตสินค้าสำเร็จรูป เครดิต งานระหว่างทำ 6. บันทึกการขายสินค้า เดบิตเงินสดหรือลูกหนี้ เครดิตขาย บันทึกต้นทุนขาย เดบิตต้นทุนขาย เครดิต สินค้าสำเร็จรูป 6

เกี่ยวกับค่าแรงงาน1. บันทึกการตั้งค่าแรงงาน เดบิตค่าแรงงาน เครดิต ค่าแรงงานค้างจ่าย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เงินสะสม เงินประกันสังคม2. บันทึกการจ่ายค่าแรง เดบิตค่าแรงงานค้างจ่าย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เงินสะสม เงินประกันสังคม เครดิต ธนาคาร/เงินสด3. บันทึกการโอนค่าแรงเข้าต้นทุน เดบิตงานระหว่างทำ (ค่าแรงงานทางตรง) โสหุ้ยการผลิต (ค่าแรงงานทางอ้อม) 7

เงินเดือนสำนักงาน เครดิต ค่าแรงงานเกี่ยวกับโสหุ้ยการผลิต1. เมื่อมีการคิดโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างาน เดบิตงานระหว่างทำ เครดิต โสหุ้ยการผลิตคิดเข้างาน2. บันทึกโสหุ้ยการผลิตที่เกิดขึ้นจริง เดบิตโสหุ้ยการผลิตจ่ายจริง เครดิต บัญชีต่าง ๆ3. เมื่อโอนปิดบัญชีโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างาน เข้าบัญชีโสหุ้ยการผลิตจ่ายจริง 3.1 คิดเข้างาน เท่ากับ จ่ายจริง เดบิตโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างาน เครดิต โสหุ้ยการผลิตจ่ายจริง 3.2 คิดเข้างาน < จ่ายจริง เดบิตโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างาน โสหุ้ยการผลิตคิดเข้างานต่ำไป 8

เครดิต โสหุ้ยการผลิตจ่ายจริง 3.3 คิดเข้างาน > จ่ายจริง เดบิตโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างาน เครดิต โสหุ้ยการผลิตจ่ายจริง โสหุ้ยการผลิตคิดเข้างานสูงไป4. ปิดบัญชีโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างานสูงไปหรือต่ำไป เข้าต้นทุนขาย 4.1 กรณีโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างานต่ำไป เดบิตต้นทุนขาย เครดิต โสหุ้ยการผลิตคิดเข้างานต่ำไป 4.2 กรณีโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างานสูงไป เดบิตโสหุ้ยการผลิตคิดเข้างานสูงไป 9

CHAPTER 3การบัญชีเกี่ยวกับวัตถุดิบการตีราคาวัตถุดิบคงเหลือ มี 4 วิธี 1. ราคาเจาะจง (Specific Identification) 2. วิธีถัวเฉลี่ย (Average Cost) 2.1 Simple Average

2.2 Weighted Average 2.3 Moving Average3. วิธีเข้าก่อนออกก่อน (First – in, First – out)4. วิธีเข้าหลังออกก่อน (Last – in, First – out) การลงบัญชีตามวิธี periodic เป็นวิธีที่ต้องบันทึกวัตถุดิบเมื่อซื้อเข้ามาในบัญชีซื้อ จะมีการตรวจนับวัตถุดิบตอนปลายงวดเสมอ เพื่อคำนวณหาวัตถุดิบที่เบิกไปใช้ในการผลิตโดยใช้สูตรวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต = วัตถุดิบต้นปี + ซื้อสุทธิ - วัตถุดิบปลายปีซื้อสุทธิ = ซื้อวัตถุดิบ + ค่าขนส่งเข้า - ส่งคืน - ส่วนลดรับ ในงวดบัญชีหนึ่ง ๆ ราคาสินค้า หรือวัตถุดิบจะมีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ในการคิดต้นทุนวัตถุดิบและการตีราคาวัตถุดิบคงเหลือ อาจจำแนกเป็น 2 ระบบใหญ่ ๆ โดยอาศัยหลักการบันทึกบัญชี 2 ระบบ คือ 1. ระบบการบันทึกบัญชีวัตถุดิบเมื่อสิ้นงวด (Periodic Inventory System) 2. ระบบการบันทึกบัญชีวัตถุดิบแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory System)ระบบ PERIODIC INVENTORY SYSTEMการลงบัญชี ตามวิธี Periodic Inventory System เป็นวิธีที่จะบันทึกวัตถุดิบเมื่อมีการซื้อโดย เดบิต 11

ซื้อ และบันทึกวัตถุดิบคงเหลือต้นงวดเป็นบัญชีหนึ่งต่างหาก ในระหว่างงวดจะไม่มีการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบคงเหลือ ว่ามีจำนวนคงเหลือเท่าใด และไม่มีการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับต้นทุนวัตถุดิบ เมื่อมีการเบิกใช้วัตถุดิบระบบบัญชีแบบ Periodic สามารถคำนวณวัตถุดิบคงเหลือปลายงวดได้โดยการใช้วิธีการตรวจนับวัตถุดิบคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชี ว่ามีวัตถุดิบคงเหลือจำนวนเท่าไรแล้วตีราคาวัตถุดิบคงเหลือสำหรับต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ไปสำหรับงวด คำนวณโดยนำยอดวัตถุดิบคงเหลือปลายงวด หักออกจากวัตถุ-ดิบที่มีไว้ใช้ในการผลิต สำหรับงวดดังนี้สูตรหาวัตถุดิบคงเหลือ หรือ วัตถุดิบที่ใช้ไปในการผลิตวัตถุดิบคงเหลือต้นปี 0000บวก ซื้อสุทธิ 0000วัตถุดิบที่มีไว้เพื่อใช้ 0000หัก วัตถุดิบปลายปี 0000วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต 0000 2. วิธีถัวเฉลี่ย (Average Mothod)การคำนวณวัตถุดิบคงเหลือวิธีนี้จะนำราคาต่อหน่วยวัตถุดิบทุกครั้งที่ซื้อมารวมกันพร้อมกับวัตถุดิบต้นงวดแล้วหาร จำนวนครั้งที่ซื้อบวกต้นงวดผลลัพธ์จะได้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย 12

วันที่ซื้อ ต้นทุนต่อหน่วยวัตถุดิบต้นงวด 1 ม.ค. 10 5 ม.ค. 11 9 ม.ค. 12 15 ม.ค. 13 28 ม.ค. 15 61ดังนั้น ต้นทุนต่อหน่วยถัวเฉลี่ย = 61 = 12.20 บาท 51. วัตถุดิบที่มีไว้เพื่อใช้ = 1,400 หน่วย @ 12.20 บาท = 17,080 บาท2. วัตถุดิบที่เบิกไปใช้ทั้งสิ้น = 900 หน่วย @ 12.20 บาท = 10,980 บาท3. วัตถุดิบคงเหลือ = 500 หน่วย @ 12.20 บาท = 6,100 บาทจะสังเกตเห็นว่าต้นทุนวัตถุดิบที่มีไว้เพื่อใช้ตามวิธีนี้จะสูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ซื้อมาจริง = 680 บาทผลต่างที่เกิดขึ้นนี้เนื่องจากปริมาณซื้อที่แตกต่างในราคาที่แตกต่างกัน เช่น 5 ม.ค. มีการซื้อวัตถุดิบ 500 หน่วย@ 11 บาท และ 15 ม.ค. ซื้อวัตถุดิบ 200 หน่วย @ 13 บาท ถ้าเป็นวิธีนี้จะให้ได้ผลตามความเป็นจริงจะใช้ได้ในกรณีที่มีการซื้อวัตถุดิบในจำนวนและราคาเดียวกัน ในกรณีที่มีการซื้อวัตถุดิบ จำนวนหน่วยแตกต่างและราคาที่ต่างกันควรจะใช้วิธี Weighted average 13

ระบบ PERPETUAL INVENTORY SYSTEMระบบการบันทึกบัญชีแบบต่อเนื่องกิจการจะเปิดบัญชี วัตถุดิบ หรือบัญชีคุมยอดวัตถุดิบในกรณีที่มีวัตถุดิบหลายชนิดในกิจการ บัญชีวัตถุดิบหรือบัญชีคุมยอดวัตถุดิบเป็นบัญชีที่แสดงการรับ – จ่ายวัตถุดิบในระหว่างงวด และเมื่อสิ้นงวดหนึ่ง ๆ จะหายอดคงเหลือของวัตถุดิบยกไปต้นงวดใหม่ หรือสรุปได้ว่า บัญชีวัตถุดิบจะแสดงการเคลื่อนไหวของวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องกันและตลอดเวลา การคำนวณต้นทุนวัตถุดิบที่เบิกใช้ในการผลิต และวัตถุดิบคงเหลือจะคิดจากบัญชีวัตถุดิบโดยตรง มีการตีราคาวัตถุดิบ 4 วิธี คือ 1. วิธีเจาะจง เหมือนกับระบบ PERIODIC 2. วิธีถัวเฉลี่ย 2.1 Simple Moving Average 2.2 Weighted Moving Average 3. วิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) 4. วิธีเข้าหลังออกก่อน (LIFO)1. วิธีราคาเจาะจง (Specific Identification) เหมือนกันกับระบบ Periodic2. Moving Average (วิธีถัวเฉลี่ย) 2.1 Simple Moving Average วิธีนี้จะคิดราคาทุนเฉลี่ยยต่อหน่วยทุกครั้งที่มีการซื้อเข้าเมื่อมีการเบิกใช้วัตถุดิบจะใช้ราคาทุนเฉลี่ยต่อหน่วยครั้งหลังสุดเป็นตัวคำนวณ 14


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook