Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เนื้อหาการสอนวิทยาการคำนวณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

เนื้อหาการสอนวิทยาการคำนวณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Published by tum loylalong, 2020-04-04 23:47:53

Description: วัตถุประสงค์ของการสร้างเนื้อหานี้ เพื่อใช้ประกอบการศึกษาการสอนวิทยาการคำนวณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Keywords: วิทยาการคำนวณ

Search

Read the Text Version

เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ นายพลประกาย สุวรรณรตั น์

กจิ กรรมการเรียนรู้ 5 ยังจาฉันได้หรอื เปล่า 1 ถูกตอ้ ง ปลอดภัย ใชเ่ ลย 6 เลอื กทางไหน 2 สิทธ์ิของเรา 7 ฟังก์ชนั 3 แนวคิดเชิงคานวณ 8 การประยุกตใ์ ชง้ าน 4 ประยกุ ตใ์ ช้แนวคดิ เชิงคานวณ

กจิ กรรมการเรียนรู้ 13 หลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ 9 รจู้ กั ฟงั กช์ ัน 14 ซอฟตแ์ วรแ์ ละการใชง้ าน 10 เร่อื งของความจริง 15 การสือ่ สารและบรกิ ารบนเครือขา่ ย 11 ฟังกช์ ันท่มี ีพารามเิ ตอร์ 16 เทคโนโลยีคลาวด์ 12 การประยกุ ตใ์ ช้งาน

กิจกรรมท่ี 1 ถูกตอ้ ง ปลอดภยั ใชเ่ ลย

จุดประสงค์ของบทเรียน เม่ือเรียนจบบทน้ีแล้ว ผู้เรียนสามารถบอกผลกระทบ แนวทางป้องกัน และวิธีการแก้ปัญหาในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย เลือกวิธีปฏิบัติเมื่อพบเน้ือหาไม่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ และติดต่อส่ือสารผ่านเครือข่ายสังคม อยา่ งมีมารยาทและปลอดภยั ถูกตอ้ ง ปลอดภยั ใช่เลย การใชง้ านอินเทอร์เน็ตทาให้เกิดเสรีภาพในการสร้างข้อมูล การแสดงความคิดเหน็ ต่าง ๆ ได้งา่ ย และสามารถเผยแพร่ในวงกว้าง ใช้เวลารวดเร็ว ซ่ึงจะมีท้ังข้อมูลที่ถกู ต้อง ข้อมูลท่ีบิดเบือนความเป็นจริง ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ทุกคนสามารถช่วยป้องกันการเผยแพร่ข้อมูล ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมได้ โดยอาจปฏิเสธการรับข้อมูลทไี่ ม่ถกู ต้อง ไม่เปิดดู ไม่บันทึกเก็บไว้ ไม่กดไลค์ ไม่ส่งตอ่ ไม่แชร์ ถ้าประสบปัญหาที่ไม่ สามารถจัดการด้วยตนเองได้ให้แจ้งครู ผู้ปกครอง เจ้าหน้ารัฐ หรือผู้ท่ีเก่ียวข้องในการดูแลระบบท่ีนักเรียนใช้บริการนั้น ๆ นอกจากนี้ ก่อน การนาเสนอข้อมูล แสดงความคิดเห็น เผยแพร่ และนาส่ือต่าง ๆ ไปใช้ ควรคิดให้รอบคอบ คานึงถึงผลกระทบท่ีมีต่อตนเอง และผู้อ่ืน โดย พิจารณาถึงจริยธรรมที่เกีย่ วข้องกับข้อมลู และการตดิ ต่อสอื่ สาร ที่เรยี กว่า พาพา ซึ่งประกอบด้วย ความเป็นส่วนตัว (privacy) ความถูกต้อง (accuracy) ทรัพย์สินหรือความเป็นเจ้าของ(property) และการเข้าถึง (access)

กิจกรรมที่ 2 สิทธิ์ของเรา

จุดประสงค์ของบทเรียน เมอื่ เรยี นจบบทนแี้ ล้ว ผเู้ รยี นสามารถบอกผลกระทบ อธิบายขอ้ กาหนดของสอ่ื ทน่ี ามาใช้งาน สามารถสรา้ งและกาหนดสทิ ธค์ิ วามเปน็ เจา้ ของผลงาน สทิ ธขิ์ องเรา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิ์ในการ เผยแพร่ผลงาน ข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ เช่น เอกสาร รูปภาพ หรือวีดิทัศน์ นับว่าเป็นทรัพย์สินประเภท หนึ่ง ที่เจ้าของสามารถระบุความเป็นเจ้าของและเง่ือนไขการนาข้อมูลไปใช้งาน ซ่ึงการกาหนดสิทธิ์ สามารถทาได้หลายรูปแบบ เช่นการใส่ช่ือการระบุสัญลักษณ์ การใส่ลายน้า หรือข้อความระบุเงื่อนไข การนาไปใช้

กิจกรรมท่ี 3 แนวคดิ เชิงคานวณ

จุดประสงคข์ องบทเรยี น เม่ือเรียนจบบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ อธบิ ายการแก้ปัญหาโดยใชก้ ระบวนการคดิ เชิงคานวณ ซ่ึงประกอบไป ด้วยการแบ่งปญั หาใหญ่เป็นปัญหาย่อย การพิจารณารูปแบบ การคดิ เชิงนามธรรมและการออกแบบอัลกอริทึมออกแบบ อัลกอรทิ มึ เพ่อื การแกป้ ัญหาโดยใช้แนวคิดเชงิ คานวณ แนวคดิ เชิงคานวณ แนวคดิ เชิงคานวณ (computational thinking) เป็นกระบวนการวิเคราะห์ปัญหา เพ่ือให้ได้แนวทางการ หาคาตอบอย่างเป็นขั้นตอนท่ีสามารถนาไปปฏิบัติได้โดยบุคคลหรือคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้องและแม่นยาซึ่งเรียกว่า อัลกอริทึม ทักษะการใช้แนวคิดเชิงคานวณจึงสาคัญต่อการแก้ปัญหา ช่วยให้สามารถสื่อสารแนวคิดกับผู้อื่นได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยพัฒนาพื้นฐานในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยแนวคิดเชิงคานวณมีองค์ประกอบท่ี สาคัญ 4 ส่วน ได้แก่ การแบ่งปัญหาใหญ่เป็นปัญหาย่อย (decomposition)การพิจารณารูปแบบ (pattern recognition) การคดิ เชงิ นามธรรม (abstraction) และการออกแบบอัลกอริทมึ (algorithm)

กจิ กรรมที่ 4 ประยกุ ตใ์ ช้แนวคดิ เชงิ คานวณ

จุดประสงคข์ องบทเรียน เมื่อเรียนจบบทน้ีแล้ว ผู้เรียนสามารถออกแบบอัลกอริทึมเพื่อการแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิด เชิงคานวณ ประยุกต์ใชแ้ นวคดิ เชงิ คานวณ การนาแนวคิดเชิงคานวณ (computational thinking) ไปใชใ้ นการแก้ปญั หาจะทาให้ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพแนวคิดเชิงคานวณมีองค์ประกอบท่ีสาคัญ 4 ส่วน ได้แก่ การ แบ่งปญั หาใหญเ่ ปน็ ปญั หาย่อย (decomposition) การพจิ ารณารปู แบบ (pattern recognition) การคิดเชิงนามธรรม (abstraction) การออกแบบอลั กอรทิ มึ (algorithm)

กจิ กรรมท่ี 5 ยงั จาฉนั ไดห้ รือเปลา่

จดุ ประสงคข์ องบทเรียน เมอ่ื เรยี นจบบทนีแ้ ล้ว ผู้เรียนสามารถเขียนโปรแกรมที่มีการใชต้ ัวแปร ตัวดาเนนิ การ คาส่งั if-else และ for ในการ แกป้ ัญหา เขยี นโปรแกรมท่มี กี ารรับข้อมูลจากผใู้ ชแ้ ละมีการแสดงผลลัพธ์จากการแกป้ ัญหา ยงั จาฉนั ได้หรอื เปลา่ การแก้ปัญหาจากการทางานหรอื ในชวี ิตประจาวันของแตล่ ะบุคคลมีขน้ั ตอนและใช้เวลาท่ีแตกต่างกันเพ่ือชว่ ยให้การ แก้ปัญหามีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการแก้ปัญหา 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียดของ ปัญหา การวางแผนการแก้ปัญหา การดาเนินการแก้ปัญหา และการตรวจสอบและประเมินผลกระบวนการแก้ปัญหาเป็นส่วน สาคญั ในการพฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพ่ือแก้ปัญหาจากการทางานหรือชีวติ ประจาวัน การพฒั นาโปรแกรมโดยใช้ภาษาไพ ทอน สามารถนาไปสรา้ งโปรแกรมที่มีการรบั คา่ ขอ้ มลู ประมวลผลขอ้ มูล แสดงผลขอ้ มูล รวมถึงการใช้ตัวดาเนินการ หรือคาส่ังท่ี ใช้สาหรับการทางานที่มีทางเลือกและวนซ้า เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาอย่างง่ายได้ โดยนาความรู้เรื่องชนิดข้อมูล ค่าคงที่ และตัว แปร มาเปน็ ส่วนประกอบในการวิเคราะห์ประเภทของขอ้ มลู เขา้ ข้อมูลออก เพ่ือนามาประมวลผลได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

กจิ กรรมท่ี 6 เลอื กทางไหน

จุดประสงค์ของบทเรียน เมอื่ เรียนจบบทนแ้ี ล้ว ผ้เู รียนสามารถใช้ตัวดาเนินการบูลีนในการแก้ปญั หาเขียนโปรแกรมโดยใช้ while และ if-elif-else ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่มี กี ารใช้ตรรกะ และการทางานทม่ี ีหลายเงื่อนไข เลอื กทางไหน ตัวดาเนินการบูลีน เป็นตัวดาเนนิ การสาหรับตรวจสอบเงอ่ื นไข ตวั ดาเนินการประเภทนจ้ี ะใชก้ ระทากับตวั ถูก ดาเนินการท่เี ปน็ นิพจน์ทางตรรกศาสตร์ หรือข้อมูล บูลนี ตัวดาเนินการประเภทน้ี ได้แก่ AND OR และ NOT โดย NOT จะกระทากับตัวถกู ตวั ดาเนนิ การตวั เดียว ส่วนตัวดาเนนิ การตัวอ่ืน ๆ จะกระทากบั ตวั ถกู ดาเนนิ การสองตัวการวนซ้าด้วย คาส่ัง while เหมาะกับการวนซ้าที่ไม่ทราบจานวนรอบท่ีแน่นอน ใช้การตรวจสอบเงื่อนไขก่อนเริ่มทางานแล้ววนซา้ ไป จนกว่าเง่อื นไขเปน็ เท็จ หรอื ยกเลิกการวนซา้ ด้วยคาส่ัง breakการเขียนโปรแกรมท่ีมีหลายทางเลือกอาจใชค้ าส่ัง if-else ซ้อนกัน (nested if) จนครบทางเลือกทีถ่ ูกออกแบบไว้ นอกจากน้ีในภาษาไพทอนมคี าสั่ง if-elif-else ซง่ึ จะชว่ ยให้ สะดวกขนึ้

กจิ กรรมที่ 7 ฟังกช์ ัน

จดุ ประสงคข์ องบทเรยี น เม่ือเรียนจบบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถวางแผนการแก้ปัญหาโดยมีการกาหนดฟังก์ชันตาม หน้าที่การทางานเขียนโปรแกรมโดยมีการใช้ฟังก์ชันออกแบบอัลกอริทึม เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็น ขั้นตอน ฟงั กช์ นั ฟงั ก์ชัน (function) เป็นโปรแกรมย่อยที่เขียนขึ้นเพื่อให้ทางานเฉพาะตามที่กาหนด โดยมี การนิยามชื่อที่ใช้สาหรับอ้างอิงแทนโปรแกรมย่อยน้ันเพื่อให้สามารถเรียกทางานได้ตามต้องการ ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเรียกใช้ฟังก์ชันได้สะดวกโดยไม่ต้องเขียนชุดคาส่ังนั้นซ้า ๆ กันอีก ทาให้การ เขียนโปรแกรมขนาดใหญ่ทาได้รวดเร็ว และตรวจสอบความถูกต้องของโปรแกรมได้ง่ายข้ึนภาษา สาหรับเขียนโปรแกรมส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชันให้เรียกใช้งาน 2 แบบ คือ ฟังก์ชันท่ีมีมากับภาษาน้ันและ สามารถเรียกใช้ได้ทันที (standard function) อีกแบบหนึ่งคือ ฟงั ก์ชันท่ีผู้เขียนโปรแกรมสร้างข้ึน เองเพ่ือใชง้ าน (defining function)

กจิ กรรมท่ี 8 การประยกุ ตใ์ ชง้ าน

จดุ ประสงค์ของบทเรียน เมอ่ื เรียนจบบทนแี้ ลว้ ผเู้ รยี นสามารถออกแบบและเขยี นโปรแกรมทีม่ กี ารใชต้ รรกะ และ ฟังกช์ ันออกแบบอลั กอริทึม เพอ่ื แกป้ ัญหาอย่างเป็นขัน้ ตอนพฒั นาโปรแกรมประยกุ ตใ์ น วิตประจาวัน การประยุกต์ใชง้ าน การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ หรืองานในชีวิตประจาวัน สามารถใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาชว่ ยให้การแกป้ ญั หามปี ระสิทธิภาพ ถกู ตอ้ ง และรวดเรว็

กจิ กรรมที่ 9 รู้จักฟงั ก์ชัน

จดุ ประสงคข์ องบทเรยี น เมื่อเรยี นจบบทนแ้ี ล้ว ผู้เรยี นสามารถเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้ตัวแปร ตัวดาเนนิ การ คาส่ัง if-else forever repeat ในการ แก้ปัญหาเขียนโปรแกรมท่ีมีการรับข้อมูลจากผู้ใช้และมีการแสดงผลลัพธ์จากการแก้ปัญหาสร้างและเรียกใช้งานฟังก์ชันเขียนโปรแกรม เพื่อแก้ปัญหาโดยมกี ารสร้างฟังกช์ ันเพื่อแบง่ การทางานย่อย รูจ้ ักฟงั ก์ชนั การแก้ปัญหาจากการทางานหรือชีวิตประจาวันของแต่ละบุคคลมีขั้นตอนและใช้เวลาที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้การแก้ปัญหามี ประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติตามข้ันตอนการแก้ปัญหา 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียดของปัญหา การวางแผน การแก้ปญั หา การดาเนนิ การแกป้ ัญหา และการตรวจสอบและประเมนิ ผล ฟงั ก์ชัน (function) หรอื โปรแกรมย่อย (subroutine) เป็นกลุ่มของคาส่ังท่ีทางานอย่างใดอยา่ งหน่ึงโดยเฉพาะ ผู้ใช้จะนิยาม ฟังก์ชัน โดยกาหนดช่ือฟังก์ชัน และคาสั่งท่ีต้องการภายในฟังก์ชันนั้น การต้ังชื่อฟังก์ชันควรต้ังให้เหมาะสมกับการทางานเพื่อให้ง่า ยต่อ การ ทาความเขา้ ใจ ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเรียกใชฟ้ งั กช์ ันไดโ้ ดยไมต่ ้องเขียนชุดคาสั่งซ้า ๆ กันอีก และสามารมนาไปใชก้ ับโปรแกรมอืน่ ทม่ี ลี ักษณะคล้ายกนั ได้อกี ดว้ ย

กจิ กรรมท่ี 10 เร่อื งของความจรงิ

จุดประสงคข์ องบทเรยี น เม่อื เรยี นจบบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถใชต้ วั ดาเนินการบลลู ีนในการแกป้ ญั หาออกแบบและ เขียนโปรแกรมทีม่ ีการใชต้ รรกะ เร่ืองของความจริง ตัวดาเนินการบูลีน เป็นตัวดาเนินการสาหรับตรวจสอบเง่ือนไข ตัวดาเนินการประเภทนี้จะใช้ กระทากับตัวถูกดาเนินการท่ีเป็นนิพจน์ทางตรรกศาสตร์ หรือข้อมูลที่มีค่าความจริง (จริงหรือเท็จ) ตัว ดาเนินการประเภทน้ีได้แก่ AND OR และ NOT โดยตัวดาเนินการ NOT จะกระทากับตัวถูกตัว ดาเนนิ การตัวเดยี ว ส่วนตวั ดาเนนิ การตวั อ่ืน ๆ จะกระทากับตัวถกู ดาเนินการสองตัว

กิจกรรมท่ี 11 ฟงั ก์ชนั ท่ีมีพารามิเตอร์

จดุ ประสงค์ของบทเรยี น เม่ือเรียนจบบทน้ีแลว้ ผู้เรียนสามารถใช้คาสัง่ สร้างและเรียกใชง้ านฟงั ก์ชันเขยี นโปรแกรมที่มี การสรา้ งและเรียกใชง้ านฟงั กช์ นั ทม่ี พี ารามเิ ตอร์ ฟงั ก์ชันท่ีมพี ารามิเตอร์ การสร้างฟังก์ชันสามารถกาหนดให้มีการรับค่าพารามิเตอร์ (parameter) เพ่ือนาไปใช้ใน ฟังก์ชันได้โดยสามารถกาหนดให้รับได้หลายค่า และเม่ือเรียกใช้งานฟังก์ชันจะต้องส่งค่าอาร์กิวเมนต์ (argument)ที่ตอ้ งการไปใหฟ้ ังก์ชนั ดว้ ย ซ่งึ จานวนอาร์กิวเมนต์และพารามเิ ตอร์ทกี่ าหนดจะต้องเท่ากัน และเปน็ ข้อมูลชนิดเดยี วกัน เพอ่ื ให้สามารถทางานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง

กิจกรรมท่ี 12 การประยกุ ตใ์ ชง้ าน

จดุ ประสงคข์ องบทเรยี น เม่ือเรยี นจบบทนแี้ ลว้ ผู้เรียนสามารถพัฒนาโปรแกรมเพือ่ ประยกุ ตใ์ ช้งานในชวี ติ ประจาวัน การประยุกตใ์ ช้งาน การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ หรือการทางานในชีวิตประจาวัน สามารถใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาชว่ ยใหก้ ารแก้ปญั หามีประสทิ ธภิ าพ ถกู ตอ้ ง และรวดเร็ว

กจิ กรรมท่ี 13 หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์

จุดประสงค์ของบทเรียน เมือ่ เรียนจบบทนีแ้ ล้ว ผู้เรียนสามารถอธิบายหน้าท่ีและองคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์อธบิ าย หลกั การทางานของคอมพวิ เตอรแ์ ละวงรอบเครอ่ื งจกั รสาหรบั การประมวลผล หลักการทางานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลางหน่วยความจาและหน่วย ส่งออก ซ่ึงแต่ละหน่วยจะมีการทางานท่ีประสานกันอย่างต่อเน่ืองตลอดเวลา เพ่ือให้สามารถทางาน ตอบสนองตามความต้องการของผู้ใช้ การประมวลผลแต่ละคาสั่งของหน่วยประมวลผลกลางจะ ทางานตามขั้นตอนของวงรอบเครื่องจักร (machine cycle)ซึ่งประกอบด้วยการนาคาส่ัง การ ถอดรหัส และการกระทาการ ตามลาดับ

กิจกรรมท่ี 14 ซอฟต์แวร์และการใชง้ าน

จดุ ประสงคข์ องบทเรียน เมอ่ื เรียนจบบทนีแ้ ลว้ ผเู้ รยี นสามารถเลอื กใชซ้ อฟต์แวรไ์ ดเ้ หมาะสมกับงานบอกแนวทางการ แกป้ ัญหาการใชง้ านเบือ้ งตน้ ซอฟต์แวรแ์ ละการใช้งาน ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ ซึ่งทาหน้าท่ีจัดการ รวมถึงอานวย ความสะดวกในการประมวลผลซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ผ่านสว่ นต่อประสานกับผู้ใช้ (user interface) โดย จัดสรรฮาร์ดแวรต์ ามความตอ้ งการของซอฟตแ์ วร์ประยกุ ต์อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รวมถึงให้บรกิ ารต่าง ๆ และซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ เป็นโปรแกรมหรือชุดโปรแกรมทผ่ี ู้ใช้เรยี กใช้งานหรอื ส่งั ประมวลผล

กจิ กรรมท่ี 15 การสอ่ื สารและบริการบนเครือขา่ ย

จดุ ประสงคข์ องบทเรียน เม่ือเรียนจบบทน้แี ล้ว ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายองคป์ ระกอบของการสือ่ สารอธิบายลักษณะของ เครือข่ายคอมพวิ เตอร์เลอื กใชเ้ ครื่องมือและวธิ ีการสอ่ื สารเลอื กใช้บริการบนเครอื ขา่ ย การสือ่ สารและบริการบนเครอื ขา่ ย การนาคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย ทาให้คอมพิวเตอร์สามารถทางานร่วมกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดบริการต่าง ๆ บนเครือข่าย การจะใช้งานระบบเหล่าน้ีให้เกิดประสิทธิภาพ จาเป็นต้องรู้ถึงองค์ประกอบของการส่ือสารเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และบริการบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมในการทางานหรือแก้ปัญหาใน ชวี ิตประจาวนั

กจิ กรรมท่ี 16 เทคโนโลยีคลาวด์

จดุ ประสงคข์ องบทเรยี น เมื่อเรียนจบบทน้ีแลว้ ผเู้ รียนสามารถอธิบายลกั ษณะของคลาวดค์ อมพวิ ตงิ ยกตวั อยา่ งบรกิ ารบน คลาวดค์ อมพิวตงิ ใช้บริการบนคลาวด์คอมพิวติง เทคโนโลยีคลาวด์ คลาวด์คอมพิวติง (cloud computing) เป็นบริการบนอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้บริการไม่จาเป็นต้องรู้ สถานทีต่ ดิ ต้งั ระบบและไมต่ อ้ งติดตงั้ ซอฟตแ์ วรท์ ี่เคร่ืองของผใู้ ชบ้ รกิ าร การใช้บริการบนคลาวด์ เชน่ อีเมล พ้ืนท่ี ในการจัดเก็บข้อมูล หรือโปรแกรมต่าง ๆในปัจจุบันมีการใช้คลาวด์กันอย่างกว้างขวางเพราะประหยัด งบประมาณ สามารถใชง้ านได้โดยไมจ่ ากัดสถานที่ ช่วยให้ทางานได้ตลอดเวลา และอานวยความสะดวกในการ ทางานร่วมกัน โดยต้องคานึงถงึ การกาหนดสทิ ธผิ์ ู้ใชง้ านให้เหมาะสม

จบการนาเสนอ ขอบคุณครบั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook