Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทักษะ EF 9 ด้าน + 7 กิจกรรม

ทักษะ EF 9 ด้าน + 7 กิจกรรม

Published by Surasak Dejmee, 2021-12-07 15:27:00

Description: ทักษะ EF 9 ด้าน + 7 กิจกรรม

Search

Read the Text Version

ทำไมต้อง Executive Functions (EF) 1

2

3

1.ทกั ษะความจาท่ีนามาใชง้ าน (Working Memory) คือทกั ษะจำหรือเก็บขอ้ มลู จำกประสบกำรณท์ ่ี ผำ่ นมำ และดงึ มำใชป้ ระโยชนต์ ำมสถำนกำรณ์ ท่ีพบเจอ เด็กทมี่ เี วิรก์ กงิ้ เมมโมรีดี ไอควิ ก็จะดี ดว้ ย 4

2.ทกั ษะการยบั ยง้ั ชงั่ ใจ-คิดไตรต่ รอง (Inhibitory Control) คือควำมสำมำรถในกำรควบคมุ ควำมตอ้ งกำร ของตนเองใหอ้ ย่ใู นระดบั ท่ีเหมำะสม เด็กท่ีขำด ควำมยบั ยง้ั ชงั่ ใจจะเหมอื น \"รถท่ีขำดเบรก\" อำจทำสงิ่ ใดโดยไมค่ ิด มปี ฏิกริ ิยำในทำงที่ กอ่ ใหเ้ กิดปัญหำได้ 5

3.ทกั ษะการยดื หยนุ่ ความคิด (Shift Cognitive Flexibility) คือควำมสำมำรถในกำรยืดหยนุ่ หรือ ปรบั เปลยี่ นใหเ้ หมำะสมกบั สถำนกำรณ์ ท่ีเกดิ ขนึ้ ได้ ไมย่ ึดตำยตวั 6

4.ทกั ษะการใสใ่ จจดจ่อ (Focus/Attention) คือควำมสำมำรถในกำรใส่ใจจดจ่อ มงุ่ ควำมสนใจอย่กู บั สิ่งที่ทำอย่ำง ตอ่ เนอื่ งในชว่ งเวลำหนงึ่ 7

5.การควบคมุ อารมณ์ (Emotion Control) คือ ควำมสำมำรถในกำรควบคมุ แสดงออกทำงอำรมณใ์ หอ้ ยใู่ นระดบั ท่ี เหมำะสม เด็กท่ีควบคมุ อำรมณต์ วั เอง ไมไ่ ด้ มกั เป็ นคนโกรธเกร้ียว ฉนุ เฉียว และอำจมอี ำกำรซึมเศรำ้ 8

6.การประเมินตวั เอง (Self-Monitoring) คอื กำรสะทอ้ นกำรกระทำของตนเอง รจู้ กั ตนเอง รวมถึงกำรประเมนิ กำรงำน เพื่อหำขอ้ บกพร่อง 9

7.การรเิ รมิ่ และลงมือทา (Initiating) คือ ควำมสำมำรถในกำรริเร่ิมและลง มอื ทำตำมท่คี ดิ ไมก่ ลวั ควำมลม้ เหลว ไมผ่ ดั วนั ประกนั พรงุ่ 10

8.การวางแผนและการจดั ระบบ ดาเนินการ (Planning and Organizing) คือทกั ษะกำรทำงำน ตงั้ แตก่ ำร ตงั้ เป้ ำหมำย กำรวำงแผน กำรมองเห็น ภำพรวม ซ่ึงเด็กที่ขำดทกั ษะนจี้ ะวำงแผน ไมเ่ ป็ น ทำใหง้ ำนมปี ัญหำ 11

9.การมงุ่ เป้ าหมาย (Goal-Directed Persistence) คือ ควำมพำกเพียรมงุ่ สเู่ ป้ ำหมำย เมอ่ื ตง้ั ใจและลงมอื ทำสิ่งใดแลว้ ก็มีควำมมงุ่ มนั่ อดทน ไมว่ ่ำจะมอี ปุ สรรคใดๆ ก็พรอ้ มฝ่ ำฟันให้ สำเร็จ 12

13

14

15

16

กิจกรรม กิน/นอน/กอด/เลน่ /อำ่ น/ ชว่ ยเหลอื ตนเองได/้ ชว่ ยเหลอื งำนบำ้ น 17

การกนิ ถือวำ่ เป็ นส่ิงสำคญั มำก ลกู นอ้ ยควรกินนมแมอ่ ย่ำง นอ้ ยเป็ นเวลำ 6 เดือน เพ่ือใหร้ ำ่ งกำยไดร้ บั ภมู ิคมุ้ กนั จำกแม่ ที่เรียกไดว้ ำ่ เป็ นชว่ งที่สำคญั ทสี่ ดุ หลงั จำกนนั้ ก็อำจจะเร่ิมใหล้ กู นอ้ ยกินกลว้ ยบด หรืออำหำรเหลวสำหรบั เด็กเล็ก จนกระทงั่ ลกู นอ้ ย เริ่มมฟี ันนำ้ นมขน้ึ คอ่ ยเริ่มปรบั เปล่ียนอำหำรใหก้ ิน ใหเ้ หมำะสมกบั วยั ยอ่ ยงำ่ ย ทส่ี ำคญั ตอ้ งครบหลกั 5 หมู่ เพ่ือกำรเจริญเตบิ โตของรำ่ งกำย และพฒั นำกำรทำงสมอง นนั่ เอง 18

ขอ้ ปฏิบตั ิการใหอ้ าหารเพื่อสขุ ภาพท่ีดีของเด็ก 1. ใหอ้ ำหำรหลกั 3มอื้ อำหำรวำ่ งไมเ่ กนิ 2มอ้ื 2. อำหำรครบ5หมู่ แตล่ ะหมหู่ ลำกหลำย • กลมุ่ ขำ้ ว-แป้ ง กนิ ทขี่ ดั สนี อ้ ย • กนิ ไขเ่ ป็ นประจำวนั วนั ละ 1ฟอง • กนิ เนอื้ สตั วท์ กุ วนั เลือกเนอื้ สตั วท์ มี่ ไี ขมนั ตำ่ • นมแมต่ อ่ เนอ่ื งถึงอำย2ุ ปี เสริมนมจดื อยำ่ งนอ้ ย วนั ละ2แกว้ • ฝึ กกินผกั ผลไมจ้ นเป็ นนสิ ยั และหลำกหลำยสี • ไขมนั เพยี งพอ • ไอโอดนี / ธำตเุ หล็ก 19

โรคขาดโปรตีนและพลงั งานอยา่ งรนุ แรง (Kwashiorkor) 20

ตวั อยา่ งอาหาร 21

ตวั อยา่ งอาหาร 22

ตวั อยา่ งอาหาร 23

ขนมที่ทาใหฟ้ ันผ ุ 24

25

เลอื กอาหารท่ีสดจากธรรมชาติ 26

27

เลกิ ป้ อนขา้ วลกู ถำ้ อยำกใหล้ กู กนิ ขำ้ วเองไดต้ อ้ งเลิกป้ อนขำ้ ว ลกู เป็ นอยำ่ งแรก ลกู อำยุ 1 ขวบเป็ นตน้ ไป ควรท่จี ะกนิ ขำ้ วไดด้ ว้ ยตวั เอง เพ่อื เป็ นกำรฝึ กใหล้ กู มี EF (Executive Function) และเป็ นกำรทำใหล้ กู รบั ผดิ ชอบ ชวี ิตสว่ นตวั ของตวั เองได้ 28

กนิ เป็ นเวลา กาหนดเวลา ไมก่ นิ ก็เกบ็ เรำควรฝึ กใหล้ กู กินเป็ นเวลำ ขำ้ วเชำ้ เท่ยี ง เย็น กนิ อยำ่ งเป็ นเวลำท่ีแนช่ ดั ตำยตวั เพ่ือท่ีลกู จะไดร้ ู้ ว่ำตอนนเี้ ป็ นเวลำกนิ เขำตอ้ งกิน อีกทง้ั ควรทีจ่ ะ 2. กำหนดเวลำในมอื้ นนั้ ๆ ไมค่ วรเกนิ 30 นำที เมอ่ื เกนิ เวลำถำ้ ลกู ไมก่ นิ ก็เก็บ หำ้ มโมโห และรอให้ ถึงมอ้ื หนำ้ อย่ำใหข้ นมระหวำ่ งมอ้ื เพรำะลกู จะ จดจำว่ำไมต่ อ้ งกินม้ือหลกั ก็ได้ ยงั ไงก็มขี นมใหก้ นิ 29

ปลอ่ ยใหเ้ ลอะเทอะ ลองปลอ่ ยใหล้ กู นงั่ บนเกำ้ อี้ วำงขำ้ ว ชอ้ น สอ้ มไวใ้ หเ้ ขำ แลว้ ใหเ้ ขำลองหยิบจบั ทกุ อย่ำงดว้ ยตวั เอง โดยไมต่ อ้ งกลวั ว่ำลกู 3. จะทำหก จะกินไมเ่ ขำ้ ปำก จะเทอำหำรลง บนพ้ืน เพรำะในชว่ งแรกแนน่ อนว่ำเขำยงั ไม่ ชนิ ยงั ไมส่ ำมำรถบงั คบั ทศิ ทำงตำ่ งๆ ไดด้ ี กำรปลอ่ ยใหล้ กู เรียนรผู้ ำ่ นควำมเลอะเทอะ อำจจะชว่ ยใหเ้ ขำทำไดด้ ขี น้ึ ในครงั้ หนำ้ โดยที่เรำก็คอยบอกและทำใหด้ เู ป็ นตวั อย่ำง 30

ตอ้ งนงั่ กนิ ท่ีโตะ๊ เท่านน้ั ใหล้ กู นงั่ กนิ อย่ำงเป็ นที่เป็ นทำง จะทำให้ เขำจดจอ่ กบั กำรกนิ ท่ีอยตู่ รงหนำ้ ไมใ่ ชว่ ิ่งไปว่ิงมำเพ่อื ท่ีจะมำกินขำ้ ว หรือไปเลน่ ของเลน่ รวมไปถึงระหวำ่ ง กินขำ้ วไมค่ วรใหล้ กู ดโู ทรทศั นห์ รือ โทรศพั ทม์ อื ถือ เพรำะจะทำใหล้ กู สนใจ แตจ่ อ ไมย่ อมกินขำ้ ว 31

ใชถ้ ว้ ยท่ีมีสนั สนั สดใส ใหล้ กู เลอื กจาน ชาม ชอ้ นดว้ ยตวั เอง เด็กๆ ชอบอะไรที่มสี สี นั สดใส กำรเลอื กจำน 5. ชำม ชอ้ น แกว้ นำ้ ท่มี ลี วดลำยนำ่ รกั สสี นั โดดเดน่ จะชว่ ยจงู ใจใหล้ กู สนใจอำหำร ที่อยตู่ รงหนำ้ มำกขน้ึ หรืออำจจะใหเ้ ขำเลือก ชำมใบเกง่ ดว้ ยตวั เอง รวมไปถึงควรเลอื ก อปุ กรณท์ ี่มขี นำดเหมำะสมคะ่ 32

กินแบบเดียวกบั ทกุ คน ใหล้ กู กนิ ขำ้ วเหมือนกบั คนในครอบครวั ไมต่ อ้ ง 6. ทำอำหำรสำหรบั เขำเป็ นพิเศษ ใหว้ ำงเมนอู ำหำร สำหรบั คนในครอบครวั เป็ นหลกั ถึงแมว้ ่ำเด็กใน วยั 1-5 ขวบจะมภี ำวะเลอื กกิน (Picky eater) ก็ถือว่ำเป็ นเร่ืองปกตติ ำมพฒั นำกำรของลกู แตเ่ รำไมจ่ ำเป็ นตอ้ งไปสง่ เสริมใหเ้ ป็ นนิสยั 33

กนิ อาหารพรอ้ มกนั เวลำกนิ ใหก้ นิ ขำ้ วพรอ้ มกนั ไมต่ อ้ งนงั่ รอหรือจอ้ งเวลำลกู กิน เพรำะลกู ตอ้ งกำรแบบอยำ่ งใน กำรเค้ียว ในกำรกลืน ในกำรตกั อำหำร เพรำะพวกเขำคือนกั เลียนแบบ กำรนงั่ ทำนขำ้ วพรอ้ มกบั ลกู จะ ทำใหล้ กู เรียนรไู้ ดด้ ขี นึ้ 34

พ่อแม่ตอ้ งใจเยน็ สบายๆ ไมก่ ดดนั ลกู เวลำกินขำ้ วคือชว่ งเวลำแห่งควำมสขุ อยำ่ ใหล้ กู กนิ ขำ้ วเคลำ้ นำ้ ตำ บงั คบั ขเู่ ขญ็ วำ่ ใหก้ นิ เพรำะจะยง่ิ ทำ ใหล้ กู ตอ่ ตำ้ นและไมอ่ ยำกกินอำหำร ดว้ ยตวั เอง ควรฝึ กลกู แบบสบำยๆ ไมต่ อ้ งไปกดดนั ทำทกุ อย่ำงดว้ ย รอยย้ิม 35

ชมเม่ือลกู ทาได้ ไมว่ ่ำลกู จะกนิ หก เลอะเทอะ ตกั ขำ้ วลง พื้นมำกกว่ำเขำ้ ปำกก็ชมลกู ทำใหเ้ ขำเห็น ว่ำส่ิงที่กำลงั พยำยำมนนั้ มคี วำมหมำย และเมอ่ื ลกู ทำไดจ้ ริงๆ ก็ขอใหช้ มแบบ เลน่ ใหญเ่ ขำ้ ไว้ ในไมน่ ำนลกู ก็จะกินขำ้ ว ไดด้ ว้ ยตวั เองอยำ่ งแนน่ อน 36

การนอน กำรนอนหลบั ท่ีเพียงพอถือเป็ นสง่ิ ท่ีลกู นอ้ ยควรไดร้ บั เนอื่ งจำกกำรนอนหลบั สง่ ผลตอ่ อำรมณ์ และกำรเจริญเตบิ โต รวมถึงพฒั นำกำรทำงสมองจำกกำร เรียนรู้ ถำ้ หำกลกู นอ้ ยไมไ่ ดร้ บั กำรพกั ผอ่ น ท่ีเพียงพอจะทำใหม้ อี ำรมณแ์ ปรปรวนรวนเร หงดุ หงดิ และรอ้ งไหบ้ ่อยหรือนำนกวำ่ ปกติ ซึ่งเด็กวยั นีต้ อ้ งกำรกำรพกั ผอ่ นอยำ่ งนอ้ ย 10-12 ชวั่ โมง เพ่ือควำมสขุ และอำรมณแ์ จ่มใสของลกู นอ้ ย 37

ท่านอนที่เหมาะสม ทำ่ นอนทเ่ี หมำะสมคือนอนหงำย ทำ่ นอนทอี่ นั ตรำยคือนอนควำ่ จำกกำรวิจยั หลำยแหลง่ พบว่ำกำรนอน ควำ่ ในเด็กทำรกมคี วำมเสีย่ งตอ่ กำรกด ทบั จมกู ปำกจนขำดอำกำศหำยใจมำกกวำ่ กำรนอนหงำย 2-7 เทำ่ ตวั ซ่ึงเป็ นปัจจยั เสย่ี งสำคญั ตอ่ โรคกำรตำยฉับพลนั ของ เด็กทำรกโดยไมท่ รำบสำเหตหุ รือที่เรียก กนั วำ่ โรค SIDS (sudden infant death syndrome) แตก่ ็สำมำรถใหน้ อนควำ่ ได้ โดยทำไดใ้ นเฉพำะเวลำท่ีเด็กตืน่ และตอ้ งมพี ่อแมค่ อยดแู ลอยำ่ งใกลช้ ิด 38

อยากใหล้ กู หวั ทยุ นอนตะแคงซำ้ ยและขวำสลบั กนั ไป ใหก้ อดหมอนขำ้ งเพ่ือป้ องกนั กำรหนำ้ ควำ่ หรือไมก่ ็ใหน้ อนหงำย แตใ่ ชก้ ำรพลิกหนำ้ ซำ้ ย ขวำ 39

ลกู นอนไมพ่ อสง่ ผลยงั ไง จะมผี ลในเรื่องของอำรมณ์ หงดุ หงดิ งำ่ ย เลย้ี งยำก งอแง มอี ำรมณห์ งดุ หงดิ เพรำะนอนไดไ้ มเ่ ต็มอ่มิ กำรเจริญเติบโต อำจจะไมด่ เี ท่ำทค่ี วร 40

กอด 41

เลน่ 42

43

เลา่ +อ่าน 44

ชว่ งวยั 0-1 ปี เด็กในวยั นี้ เป็ นชว่ งที่มีพฒั นำกำรดำ้ นกำร มองเห็น จะมองหนงั สือนทิ ำนเป็ นเหมอื นของเล่น ชนิ้ หนงึ่ ที่เป็ นทรงสีเ่ หล่ียมมภี ำพติดอยแู่ ถมเปิ ดได้ อีกดว้ ย และเด็กจะรสู้ ึกสนกุ มำกขนึ้ เม่ือเปิ ด หนงั สอื เขำ้ ไปพบรปู ภำพตำ่ งๆ ท่ีเคำ้ เคยเห็นใน ชวี ิตจริง หนงั สอื นิทานที่เหมาะสมกบั วยั  หนงั สือภำพที่ไมต่ อ้ งมคี ำบรรยำย และเป็ นภำพเหมอื นของจริง  เชน่ รปู สตั ว์ ผกั ผลไม้ หรือส่ิงของในชวี ิตประจำวนั  มสี สี นั สวยงำม  รปู ภำพประกอบขนำดใหญ่ ชดั เจน เป็ นภำพเดีย่ วๆ ไมค่ วรมีภำพหลงั  รปู เลม่ อำจทำดว้ ยผำ้ หรือพลำสตกิ หนำนมุ่ ใหเ้ ด็กหยิบเลน่ ไดไ้ มอ่ นั ตรำย 45

ช่วงวยั 2-3 ปี เด็กวยั นมี้ พี ฒั นำกำรทำงดำ้ นภำษำอยำ่ งรวดเร็ว มกั จะสนใจในสงิ่ ที่อย่รู อบๆ ตวั คณุ พ่อคณุ แมค่ วรอ่ำนนทิ ำนใหล้ กู ฟังบ่อยๆ ถำ้ เป็ นเร่ืองที่ลกู ชอบควรอำ่ นเลม่ นน้ั ซำ้ ๆ ซึ่งจะเป็ นประโยชนม์ ำกตอ่ พฒั นำกำรทำงดำ้ นภำษำของเด็ก และเป็ นพ้ืนฐำนสำคญั ในกำร สรำ้ งนสิ ยั รกั กำรอ่ำนในอนำคตไดค้ ะ่ หนงั สอื นิทานท่ีเหมาะสมกบั วยั  เนน้ เร่ืองรำวงำ่ ยๆ ไมซ่ ับซอ้ น เกยี่ วกบั สตั ว์ สง่ิ ของ หรือ เรื่องรำวในชวี ิตประจำวนั ที่ส่งเสริมสขุ นสิ ยั เชน่ กำรกินขำ้ ว อำบนำ้ แปรงฟัน เป็ นตน้  ภำพประกอบมสี ีสนั สวยงำม  คำบรรยำยเป็ นประโยคสนั้ ๆ หรือคำคลอ้ งจองงำ่ ยๆ เพื่อให้ เด็กจดจำงำ่ ยขน้ึ 46

ช่วงวยั 4-6 ปี เด็กวยั นม้ี จี ินตนำกำรสรำ้ งสรรค์ อยำกรอู้ ยำกเห็นสงิ่ รอบตวั เก่ียวกบั ธรรมชำตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ว่ำสงิ่ นมี้ ำจำกไหน ทำไมถึงเป็ น อยำ่ งนนั้ อย่ำงนี้ และเร่ิมเขำ้ ใจควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งควำมจริงกบั เรื่องสมมติ หนงั สอื นิทานที่เหมาะสมกบั วยั  หนงั สือนทิ ำนท่ีมเี ร่ืองรำวท่ียำวขนึ้ แตเ่ ขำ้ ใจงำ่ ย และอิงควำม จริงอย่บู ำ้ ง เชน่ นทิ ำนเกี่ยวกบั เจำ้ หญิง เจำ้ ชำย นำงฟ้ ำ หรือ นทิ ำนท่แี ฝงดว้ ยคณุ ธรรม  มีภำพประกอบท่ีมสี สี นั สดใสสวยงำม  ใชภ้ ำษำที่เขำ้ ใจงำ่ ย ไมซ่ บั ซอ้ น  ตวั อกั ษรบรรยำยไมม่ ำกเกินไป และมขี นำดใหญ่พอสมควร 47

ชว่ ยเหลอื ตนเองได้ 48

ชว่ ยเหลอื งานบา้ น 49

ชว่ ยเหลือตนเอง งานบา้ น ชว่ ง 7 ปี แรกของชีวิต กำร เลน่ และฝึกให้ ทางานบา้ น ทกุ ชนดิ คือ วิธีฝึ กทกั ษะทางสมองที่ดีท่ีสดุ เด็กท่ีไดช้ ว่ ยเหลืองานบา้ นตงั้ แต่เล็ก เพราะอะไร ? จะทาใหเ้ ติบโตเป็ นผใู้ หญ่ที่มี ความรบั ผิดชอบ พรอ้ มท่ีจะช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น ทางานรวดเรว็ และประสบความสาเรจ็ 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook