Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ภูมิปัญญาดงมะไฟเดือนมกราคม

ภูมิปัญญาดงมะไฟเดือนมกราคม

Published by suphatchaya0909155946, 2020-03-27 02:08:26

Description: ภูมิปัญญาดงมะไฟเดือนมกราคม

Search

Read the Text Version

คำนำ หนงั สือปรำชญ/์ ภูมปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ เล่มนี้จดั ทำขน้ึ เพอื่ เป็นกำรเผยแพร่ขอ้ มลู ปรำชญ์ / ผู้รู้ /ภูมิปญั ญำทอ้ งถ่ินของ ชุมชนในตำบล เพ่อื ให้ผทู้ ตี่ อ้ งกำรศึกษำ ไดศ้ กึ ษำหำขอ้ มลู เพ่มิ เติมเกี่ยวกบั ภมู ปิ ัญญำท้องถ่ินตำบลดงมะไฟ จัดทำขึ้นเพ่ือ สำรวจเกบ็ ขอ้ มูล รบั ทรำบปญั หำและควำมต้องกำรเบ้อื ง-ต้นของชมุ ชน มีกำรสรำ้ งเครือขำ่ ยควำมร่วมมอื ของชุมชนใน กำรศึกษำแหล่งเรยี นรู้ปรำชญ์ภูมปัญญำ ตลอดจนขนบธรรมเนยี มประเพณที อ้ งถิน่ นอกจำกนี้ได้จดั ทำขอ้ เสนอแนะ ข้อคดิ เห็น ท่ไี ด้รับจำกกำรศึกษำ มำเสนอต่อชมุ ชน เพื่อก่อประโยชนแ์ ละตระหนกั ถงึ ควำมสำคัญในคณุ คำ่ ของมรดกทำงด้ำน ภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในกำรจรรโลงและรกั ษำไวส้ ืบต่อไป กำรจัดทำหนังสือ e-book ภูมปิ ัญญำท้องถ่นิ ในกำรปฏบิ ัติงำนของครูกศน.ตำบลดงมะไฟรว่ มกับเครอื ขำ่ ย ไดร้ บั ควำมรว่ มมือจำกชุมชนเปน็ อย่ำงดี จงึ ขอขอบพระคุณมำ ณ โอกำส

สำรบญั เรอื่ ง หนำ้ ชอ่ื ภูมิปญั ญำ 1 ข้อมูลพนื้ ฐำน 1 ควำมเปน็ มำของภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถนิ่ 2 รำยละเอยี ดของภูมปิ ญั ญำทอ้ งถิ่น 3 รปู แบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด 4 รปู ภำพประกอบ 5

ชุดขอ้ มลู คลังปญั ญำแหล่งเรยี นรู้ตำบล ดงมะไฟ อำเภอ สวุ รรณคูหำ จงั หวดั หนองบัวลำภู ช่ือภูมปิ ัญญำ นำงทองเขียน พรชัย . รหสั ภูมิปญั ญำ (รหสั ทห่ี นว่ ยงำนตั้งขึน้ เพ่ือใชค้ มุ แฟม้ เอกสำร) สำขำคลงั ปญั ญำ (23 สำขำ) ด้ำนศิลปหตั ถกรรม สำขำของภมู ปิ ญั ญำท้องถ่ิน ( 10 ประเภท ) สำขำภูมิปัญญำท้องถน่ิ ไดแ้ ก่ สำขำศิลปหัตถกรรม ขอ้ มูลพืน้ ฐำน รำยบคุ คล เจำ้ ของภูมิปัญญำทอ้ งถนิ่ / บคุ คลคลังปัญญำ ชอ่ื นำงทองเขยี น นำมสกุล พรชยั หมำยเลขบัตรประชำชน 3-4115-0013-9999 วนั เดอื นปเี กดิ 4 ธนั วำคม 2495 ท่อี ยู่ปจั จบุ นั (ทส่ี ำมำรถตดิ ต่อได้) บ้ำนเลขท่ี 101 หม่ทู ่ี 9 ตำบล/แขวง ดงมะไฟ อำเภอ/เขต สวุ รรณคหู ำ จงั หวัด หนองบวั ลำภู รหสั ไปรษณยี ์ 39270 โทรศัพท์ 0909155946 โทรสำร - Line ID - E – mail address - Facebook : ไร่เฉวียนผักหวำนปำ่ พกิ ัดทำงภูมศิ ำสตร์ คำ่ X: - คำ่ Y: - กรณีเปน็ กลุ่มทำงภมู ปิ ัญญำ ขอ้ มูลพืน้ ฐำน รำยกล่มุ ชื่อกล่มุ - ผปู้ ระสำนงำนกลุ่ม - ทอ่ี ยู่ปัจจบุ นั (ที่สำมำรถติดต่อได้) บำ้ นเลขที่ - หมู่ที่ - ตำบล/แขวง - อำเภอ/เขต - จังหวดั - รหสั ไปรษณีย์ - โทรศพั ท์ - โทรสำร - Line ID - E – mail address - Facebook - พกิ ดั ทำงภูมศิ ำสตร์ ค่ำ X: - ค่ำ Y: -

ควำมเป็นมำของบคุ คลคลงั ปัญญำ หตั ถกรรมเครื่องจกั สำนเปน็ ภูมิปญั ญำทอ้ งถ่นิ ของชมุ ชนทสี่ ำคญั ย่ิงตอ่ กำรดำรงชวี ติ ตง้ั แต่ อดตี ตงั้ แตส่ มยั อยุธยำจนถงึ ปัจจุบนั หัตถกรรมเครื่องจักสำนเปน็ ตวั อยำ่ งหน่งึ ทแี่ สดงให้เห็นภูมิปัญญำอันเฉลียวฉลำดของคน ในทอ้ งถ่ิน ทใี่ ชภ้ มู ิปญั ญำสำมำรถนำสิง่ ท่มี ีอยู่ในชมุ ชนมำประยุกตท์ ำเป็นเครอื่ งมอื เคร่อื งใชใ้ นชีวิตประจำวนั ซ่งึ มีประโยชน์ ในกำรดำรงชวี ติ จะเหน็ ไดว้ ำ่ หตั ถกรรมเครื่องจกั สำนมมี ำนำนแล้วและไดม้ กี ำรพัฒนำมำตลอดเวลำโดยอำศัยกำรถ่ำยทอดควำมรู้ จำกคนรุน่ หน่งึ ไปสู่คนอกี รนุ่ หน่ึง กำรดำรงชวี ติ ประจำวนั ของชำวบ้ำนส่วนใหญ่ไมไ่ ด้เอำกำรรู้หนังสือมำเกีย่ วข้อง กำรเรยี นรู้ ต่ำงๆ อำศัยวิธีกำรฝกึ หดั และบอกเลำ่ ซง่ึ ไม่เปน็ ระบบในกำรบนั ทกึ (ชเู กยี รติ์ ลสี วุ รรณ, 2535) สะทอ้ นให้เหน็ กำรเรียนรู้ ควำมรทู้ สี่ ะสมท่สี บื ทอดกันมำจำกอดตี มำถึงปจั จุบนั หรอื ทีเ่ รียกกันว่ำภมู ิปัญญำท้องถ่ิน ดงั นั้นกระบวนถำ่ ยทอดควำมรู้จงึ มี ควำมสำคัญอยำ่ งยิ่งที่ทำภมู ปิ ัญญำท้องถนิ่ นน้ั คงอยตู่ ่อเน่อื งและยงั่ ยืน จำกเหตผุ ลที่กลำ่ วมำข้ำงตน้ ผู้วจิ ัยจงึ สนใจทำกำรศึกษำกระบวนกำรถำ่ ยทอดภูมิปญั ญำหัตถกรรมเคร่ืองจกั สำน ซึง่ มีควำมสำคัญยิ่งทจี่ ะให้ภูมปิ ัญญำท้องถิ่นหัตถกรรมเครื่องจักสำนนัน้ ๆคงอยูต่ ลอดไป ซงึ่ ผลจำกกำรศึกษำกระบวน ถ่ำยทอดภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถิน่ หตั ถกรรมเครื่องจักสำนนั้น จะนำไปเปน็ ขอ้ มูลทจ่ี ะนำไปไปพัฒนำกระบวนกำรถ่ำยทอดภมู ปิ ญั ญำ ในชมุ ชนมีประสทิ ธิภำพยง่ิ ข้ึน และดำรงอยคู่ สู่ งั คมสืบตอ่ ไป จุดเดน่ ของภูมิปัญญำทอ้ งถนิ่ ด้ำนควำมพอประมำณ “สำมำรถทำเครือ่ งจักรสำนไวใ้ ชเ้ องในครอบครวั ถ้ำมคี นสนใจกท็ ำขำย เพอ่ื มเี งินเกบ็ ไว้ใช้ใน ครอบครัว ดำ้ นควำมมีเหตุมีผล มกี ำรวำงแผนกำรผลติ และมีควำมคิดรเิ ร่ิมโดยกำรนำภมู ิปัญญำและเทคโนโลยมี ำปรับใช้ในแปลง เพอ่ื เพิ่มผลผลติ และเพม่ิ รำยได้ รวมท้ังกำรจดั ทำบญั ชีรำยรบั – รำยจ่ำย เพอื่ คำนวณตน้ ทุนกำรผลติ อย่เู สมอ ด้ำนกำรมภี มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ี เป็นผ้มู ภี ูมิปัญญำ มศี ิลธรรมประจำตวั ในกำรบรหิ ำรจัดกำรอำชพี ของตนเอง ควำมรอบรู้ - มกี ำรวำงแผนในกำรผลิต -มีกำรผลิตเป็นขั้นตอน -ให้คำแนะนำในกำรผลติ ได้ -แนะนำสมำชกิ ในกลุ่ม วัตถุดบิ ทใ่ี ชป้ ระโยชนใ์ นผลติ ภัณฑท์ เี่ กดิ จำกภมู ปิ ญั ญำ ซงึ่ พน้ื ทอ่ี ื่นไม่มี ได้แก่ 1. กำรหำไม้ไผท่ ่มี ีในพื้นที่ 2. กำรทำที่เหลำไม้ไผแ่ บบงำ่ ยและสะดวก

รำยละเอยี ดของภมู ิปัญญำทอ้ งถน่ิ (ลกั ษณะภมู ปิ ญั ญำ/รปู แบบ/วธิ ีกำร/เทคนคิ ทใ่ี ช้/ภำพถ่ำยหรอื ภำพวำดประกอบ/ ขนั้ ตอนกำรจักสำน วธิ กี ำรจักตอก 1. กำรจกั ตอกป้นื แบง่ ไม้ไผ่ออกเปน็ ชน้ิ ๆตำมขนำดทต่ี ้องกำร ใชม้ ีดจกั ตอกเอำสว่ นในออก (ขต้ี อก)จกั ในสว่ นที่เหลือ ออกเป็นเสน้ บำงๆ แลว้ หลำวใหเ้ รียบรอ้ ยตำกแดดให้แหง้ 2. กำรจกั ตอกตะแคง ใชว้ ธิ ีเดยี วกันกบั กำรจกั ตอกปน้ื เบอ้ื งต้น แต่กำรจกั ใหเ้ ปน็ เสน้ ตอกจะทำกำรจกั ทำงผวิ เปน็ เสน้ เลก็ กว่ำ ตอกป้นื ทำกำรหลำวใหเ้ รยี บร้อย แลว้ นำออกตำก กำรสำน กำรสำน เปน็ ขนั้ ตอนทยี่ ำก และต้องใช้ควำมละเอยี ดมำกทสี่ ดุ เรมิ่ จำกกำรกอ่ ฐำนด้ำนลำ่ งดว้ ยเสน้ ตอกสองชนดิ คอื ตอกยนื (ตอก-ตั้ง) ซงึ่ จะมลี กั ษณะคอดตรงกลำงตำ่ งจำกตอกทั่ว ๆ ไป และตอกนอน (ตอกสำน) ทมี่ ขี นำดกว้ำงเทำ่ กนั เท่ำกนั ทัง้ เส้น ตำกปกติ เหตทุ ต่ี อกยืนมลี กั ษณะพิเศษ เนอื่ งมำจำกเมอื่ สำนเสรจ็ จะไดต้ ะกรำ้ ทมี่ ฐี ำนเลก็ และคอ่ ย ๆ บำนขนึ้ บรเิ วณปำก

กำรรมควนั เปน็ ขนั้ ตอนสดุ ทำ้ ยของกำรสำนเพอ่ื เพมิ่ ควำมแขง็ แรง สวยงำม แกเ่ ครอื่ งจกั สำนดว้ ยหวำย ในสว่ นทต่ี ้องกำรเสรมิ เป็นพิเศษ ได้แก่ ปำก ขำ หู กำรผกู และพันดว้ ยหวำย จะเสรมิ ใหเ้ ครือ่ งจกั สำนเกดิ ควำมสวยงำม กำรถักและพนั เม่อื สำนตัวเรียบรอ้ ยกถ็ ึงกำรรมควนั โดยจะทำในวันที่ไมม่ ลี ม ใชฟ้ ำงพรมน้ำหมำด ๆ เปน็ เชอ้ื เพลงิ เพอ่ื ให้เกดิ ควนั มำก รมจน เครอ่ื งจกั สำนมสี เี หลอื งเทำ่ กันทง้ั ใบ แลว้ นำมำเข้ำสว่ นประกอบหวำย มกี ำรผกู ปำก พนั ขำ ใสฐ่ ำนและหหู ้ิว ลำยเคร่ืองจกั สำน

ข้อเสนอแนะในกำรนำผลกำรวิจัยไปใช้ 1. ผลกำรวิจยั พบวำ่ กระบวนกำรถ่ำยทอดควำมรหู้ ตั ถกรรมเคร่อื งจักสำน ด้ำนเนอ้ื หำกำรถำ่ ยทอดยังไมม่ กี ำรบันทกึ เปน็ ลำยลกั ษณอ์ ักษร ใชก้ ำรถำ่ ยทอดโดยกำรบอกเลำ่ และเนน้ กำรปฏบิ ัตติ ำม ซง่ึ จะพบวำ่ ถำ้ ผถู้ ำ่ ยทอดเสยี ชีวติ และไมม่ กี ำร สบื ตอ่ ของควำมรนู้ ้นั ควำมรทู้ เี่ ปน็ ภูมปิ ัญญำทอ้ งถนิ่ กเ็ กดิ กำรสญู หำยไป ดังนน้ั ควรมกี ำรเก็บภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่นไว้ในรปู ควำมรทู้ ีช่ ดั แจง้ (Explicit knowledge) โดยให้ชำวบำ้ นเกิดควำมตระหนกั ในกำรเกบ็ บันทกึ หรอื ใหส้ ่วนภำครำชกำร หรอื องคก์ รทำงกำรศกึ ษำชว่ ยในกำรจดั เก็บบนั ทกึ ซง่ึ จะทำให้เกดิ กำรดำรงไวซ้ ง่ึ ภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถิ่นมอี ยอู่ ย่ำงตอ่ เน่อื งและยง่ั ยนื 2. ผลกำรวิจัยพบวำ่ วิธกี ำรถำ่ ยทอดหตั ถกรรมเครื่องจกั สำนจะเนน้ กำรถ่ำยทอดเปน็ รำยบคุ คล และเปน็ กำรสอน ปฏบิ ัติ เนอื้ หำไมช่ ดั เจนใชป้ ระสบกำรณข์ องผสู้ อน ดังนัน้ ผฝู้ กึ กำรทำหัตถกรรมเครอ่ื งจกั สำนจึงต้องหำผู้ถำ่ ยทอดและเวลำ ในกำรปฏบิ ตั ิ ซงึ่ บำงคร้งั อำจจะเปน็ กำรลำบำกสำหรบั บคุ คลอื่นหรอื หนว่ ยงำนรำชกำรทจี่ ะเขำ้ ไปศกึ ษำโดยใช้เวลำชว่ ง สนั้ ๆ เพรำะชน้ิ งำนทสี่ ำเรจ็ ของหัตถกรรมเครอ่ื งจกั สำนในลกั ษณะทม่ี คี วำมละเอยี ดมำกจะใชเ้ วลำมำกเป็นเดอื น จึงสังเกตได้ ว่ำผทู้ ำหตั ถกรรมจกั สำนจะเปน็ ผทู้ อี่ ยู่ในทอ้ งถน่ิ นนั้ ชุมชนนน่ั ๆเอง จงึ เกดิ กำรเผยแพรใ่ นวงกวำ้ งคอ่ นข้ำงยำก แมว้ ่ำ สถำนศกึ ษำบำงแหง่ มกี ำรสอนกจ็ ะพบว่ำตอ้ งนำผเู้ ชย่ี วชำญหตั ถกรรมเคร่ืองจกั สำนไปสอน แสดงใหเ้ หน็ วำ่ ถำ้ จะจดั หลกั สตู ร หตั ถกรรมเครอ่ื งจกั สำนในหลกั สตู รกำรศกึ ษำไม่วำ่ จะเปน็ ประถมศกึ ษำ มธั ยมศึกษำ หรอื กำรศกึ ษำนอกโรงเรยี นสำนอำชพี ควรใช้รูปแบบกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศัยจึงจะเกดิ ประสทิ ธภิ ำพในกำรเรยี นกำรสอน ใหผ้ เู้ รยี นเขำ้ ไปศกึ ษำในชุมชนนนั้ ๆ โดยมี กำรสอนแบบตวั ตอ่ ตวั โดยผมู้ คี วำมเชย่ี วชำญในชมุ ชนนนั้ และยังเปน็ กำรสรำ้ งค่ำนยิ ม และกระตนุ้ ใหเ้ กดิ กำรรกั วฒั นธรรมภูมิ ปญั ญำทอ้ งถิน่ ด้วย 3. ผลกำรวจิ ัยพบวำ่ สอ่ื ทใ่ี ชใ้ นกำรถำ่ ยทอดเปน็ บุคคลทท่ี ม่ี คี วำมเชย่ี วชำญถำ่ ยทอดและใชว้ สั ดอุ ปุ กรณเ์ กย่ี วกบั กำร ทำหตั ถกรรมเครื่องจักสำนสอนและสำธิตใหป้ ฏิบตั ิ ซงึ่ จะสำมำรถใช้เสื่อได้ผถู้ ำ่ ยทอดต้องว่ำงและพรอ้ มทจี่ ะสอน ดังนัน้ จงึ ควรใชส้ ่ือท่ีเปน็ เทคโนโลยีช่วยเช่น กำรทำวดี โี อ กำรทำคมู่ อื กำรจัดบอร์ด เนอ้ื เกย่ี วกับกระบวนกำรทำหตั ถกรรมเครื่องจกั สำนตง้ั ขน้ั ตอนกำรหำวัตถดุ ิบและกำรนำมำใช้ กำรสำนลำยตำ่ งๆ กำรทำรปู ทรงตำ่ งๆ ใหม้ คี วำมชดั เจนสำมำรถปฏบิ ตั ติ ำม ได้ ซง่ึ จะลดปริมำณเวลำไปน่งั เรยี น และลดเวลำของผถู้ ำ่ ยทอด

ภำพประกอบรำยละเอียดของภูมิปญั ญำทอ้ งถน่ิ กำรจักสำน กำรสำนกระตบิ ขำ้ ว

รูปแบบลักษณะกำรถำ่ ยทอด กำรประชำสมั พันธ์ เผยแพรภ่ ูมปิ ญั ญำทอ้ งถน่ิ (ทสี่ ะทอ้ นควำมนำ่ เช่ือถือกำรยอมรบั ผำ่ น บคุ คคล/ชุมชน/องค์กร/รำงวลั /ใบประกำศ/กำรจดทะเบยี นลขิ สทิ ธ์ิ สอ่ื ดจิ ิตอล/เอกสำรเผยแพร่ แผน่ พับ คลปิ (VDO) ฯลฯ  ยังไมเ่ คยมกี ำรเผยแพร่/ใชเ้ ฉพำะบคุ คล  เคยเผยแพรเ่ ฉพำะในชุมชน  มีกำรเผยแพร่ผ่ำนสือ่ มวลชนและสื่ออื่นอย่ำงแพรห่ ลำย  มีกำรดูงำนจำกบุคคลภำยนอก จำนวน 1 คร้งั จำนวน 700 คน  มีกำรนำไปใช้ ในพน้ื ที่ 10 คน นอกพ้ืนที่ - คน  อืน่ ๆ (ระบุ) ลกั ษณะของภมู ิปัญญำทอ้ งถน่ิ กำรพัฒนำตอ่ ยอดภมู ปิ ัญญำใหเ้ ป็นนวตั กรรม คณุ ค่ำ (มลู คำ่ ) และควำมภำคภมู ใิ จ  ภมู ปิ ญั ญำท้องถิน่ /นวตั กรรมท่คี ิดค้นขน้ึ มำใหม่  ภูมปิ ญั ญำทอ้ งถน่ิ ท่ีได้พฒั นำและตอ่ ยอด  ภมู ปิ ญั ญำท้องถ่ินดั้งเดมิ ไดร้ ับกำรถ่ำยทอดมำจำก รำยละเอยี ดเพมิ่ เตมิ (สำมำรถใสข่ อ้ มลู ลงิ ค์วดิ ีโอ หรอื เวบ็ ไซตท์ ี่เกีย่ วข้อง) กำรทำเครือ่ งจักสำนในประเทศไทย มีกำรทำสบื ตอ่ กันมำตั้งแตส่ มยั ก่อนประวัตศิ ำสตรน์ ักโบรำณคดไี ดพ้ บหลกั ฐำนสำคัญ เกี่ยวกับกำรทำเคร่ืองจกั สำนในยุคหนิ ใหมท่ ่ีบริเวณถ้ำแห่งหน่งึ ในเขตอำเภอศรีสวสั ดิ์ จ.กำญจนบรุ ี ซึ่งทำดว้ ยไมไ้ ผเ่ ปน็ ลำยขัด สองเส้นประมำณวำ่ มอี ำยุรำว 4,000 ปีมำแล้ว กำรทำเครอ่ื งจกั สำนยคุ แรก ๆ มนษุ ยจ์ ะนำวตั ถดุ บิ จำกธรรมชำติเทำ่ ท่ีจะหำไดใ้ กล้ตัวมำทำใหเ้ กิดประโยชน์ เชน่ กำรนำใบไม้ กงิ่ ไม้ ตน้ ไม้ประเภทเถำนำมำสำนมำขดั เป็นรปู ทรงง่ำยๆ เพือ่ ใช้เปน็ ภำชนะหรอื มำสำนขัดกันเป็นแผ่นเพือ่ ใช้สำหรับปรู องนง่ั รองนอน กอ่ นท่ีจะพฒั นำมำเป็นเครอื่ งจกั สำนทม่ี คี วำมประณีตในยุคต่อๆ มำ เครอ่ื งจกั สำนเปน็ งำนศลิ ปหตั ถกรรมทมี่ นุษย์คิด วธิ ีกำรต่ำงๆ ขนึ้ เพอื่ ใชส้ ร้ำงเครือ่ งมอื เครอ่ื งใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ด้วยวิธกี ำรสอดขดั และสำนกนั ของวสั ดุ ท่เี ป็นเส้นเป็นร้วิ โดย สร้ำงรปู ทรงของส่ิงท่ีประดิษฐ์ขึ้นนนั้ ตำมควำมประสงคใ์ นกำรใช้สอยตำมสภำพภูมศิ ำสตร์ ประสำนกับขนบธรรมเนียม ประเพณีควำมเช่ือศำสนำและวสั ดใุ นทอ้ งถิ่นนั้นๆ กำรเรยี กเครือ่ งจักสำนวำ่ “จักสำน” นน้ั เปน็ คำทเี่ รยี กขึ้นตำมวิธีกำรทท่ี ำใหเ้ กดิ เคร่อื งจกั สำน เพรำะเครือ่ งจักสำนตำ่ งๆ จะ สำเรจ็ เปน็ รปู ร่ำงทีส่ มบูรณ์ได้นนั้ ต้องผำ่ นกระบวนกำร ดงั นี้ 1.กำรจกั คอื กำรนำวสั ดุมำทำให้เป็นเสน้ เปน็ แฉก หรอื เปน็ รว้ิ เพื่อควำมสะดวกในกำรสำน ลกั ษณะของกำรจกั โดยทั่วไปนัน้ ข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะของวัสดแุ ตล่ ะชนิดซึง่ จะมีวิธกี ำรเฉพำะที่แตกต่ำงกนั ไป หรอื บำงคร้ังกำรจักไม้ไผห่ รือหวำยมกั จะเรยี กว่ำ “ตอก” ซึ่งกำรจกั ถือไดว้ ่ำเป็นขัน้ ตอนของกำรเตรียมวัสดใุ นกำรทำเคร่อื งจักสำนขนั้ แรก

2.กำรสำน เป็นกระบวนกำรทำงควำมคดิ สร้ำงสรรคข์ องมนษุ ยท์ ีน่ ำวัสดธุ รรมชำตมิ ำทำประโยชน์โดยใชค้ วำมคดิ และฝมี ือ มนุษยเ์ ป็นหลกั กำรสำนลวดลำยจะสำนลำยใดน้นั ข้ึนอยู่กับควำมเหมำะสมในกำรใชส้ อย ซึ่งมีดว้ ยกัน 3 วธิ ี คอื – กำรสำนด้วยวิธสี อดขดั – กำรสำนด้วยวิธีกำรสอดขัดด้วยเส้นทแยง – กำรสำนด้วยวธิ ีขดเปน็ วง 3.กำรถกั เปน็ กระบวนกำรประกอบท่ชี ว่ ยใหก้ ำรทำครื่องจกั สำนสมบูรณ์ กำรถักเครอ่ื งจกั สำน เชน่ กำรถักขอบของภำชนะจกั สำนไมไ้ ผ่ กำรถักหูภำชนะ เป็นตน้ กำรถักส่วนมำกจะเป็นกำรเสริมควำมแขง็ แรงของโครงสร้ำงภำยนอก เชน่ ขอบ ขำ ปำก กน้ ของเคร่ืองจักสำน และเปน็ กำรเพม่ิ ควำมสวยงำมไปดว้ ย

ถ่ำยภำพบคุ คล และอุปกรณ์/ เครอ่ื งมอื / สง่ิ ทีป่ ระดิษฐ์ (ชน้ิ งำนหรอื ผลงำน) รปู ภำพเจ้ำของภูมิปัญญำ รูปภำพภมู ิปัญญำ ชอ่ื – สกลุ ผบู้ นั ทกึ ขอ้ มลู นำงศุภัชญำ พรชยั เบอรต์ ิดต่อ/Line ID 0909155946 . หนว่ ยงำน/โรงเรยี น กศน.ตำบลดงมะไฟ กศน.อำเภอสวุ รรณคหู ำ จงั หวัดหนองบวั ลำภู วนั ทบ่ี ันทกึ ขอ้ มลู 5 มกรำคม 2563 .


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook