บทที่ 1 บทนำ ควำมเปน็ มำและควำมสำคัญ จำกสภำวะสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระแสวัตถุนิยม และควำมฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ จนทำให้คนไทยหลง เดนิ ทำงผดิ ไปตำมกระแสนิยมจนกลำยเป็นปญั หำ โดยเฉพำะปัญหำหน้สี ินที่ไมม่ ีวนั จบส้ิน อยำ่ งไรก็ตำมคนไทยยัง มีทำงออก ซ่ึงกำรจะดำรงชีวิตให้อยู่รอดภำยใต้สังคมในปัจจุบัน แนวทำงหนึ่งที่ประชำชนไทยควรยึดถือคือกำร พง่ึ ตนเอง รู้จักควำมพอประมำณ และไม่ประมำท ตำมแนวปรัชญำ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบำทสมเด็จพระ เจ้ำอยู่หัวรำชกำรที่ 9 ทรงมองเห็นถึงควำมสำคัญของกำรสร้ำงภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง รู้จักควำมพอมีพอกิน พอมี พอใช้ คำนึงถึงหลักเหตุผลและกำรประมำณตนเอง พร้อมกับทรงเตือนสติประชำชนคนไทยไม่ให้ประมำท โดยเฉพำะกำรใช้จำ่ ยเงินอันเปน็ ปัจจัยสำคญั ในกำรดำเนินชวี ิต ในกำรน้ี กศน.อำเภอสุวรรณคูหำ จึงตระหนักในบทบำทหน้ำท่ีในกำรที่จะพัฒนำประชำชน ในพ้ืนที่ควำมรับผิดชอบ มีควำมรู้ ควำมพอเพียงในกำรดำเนินชีวติ ประจำวนั ตำมพระรำชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้จัดทำโครงกำรกำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง กำรทำบัญชีครัวเรือน กศน.อำเภอสุวรรณ คูหำ ข้ึน วตั ถปุ ระสงค์ 1 เพอื่ ใหป้ ระชำชนมีควำมรเู้ รอ่ื งหลกั ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เพื่อให้ผู้เรยี นมคี วำมรู้ มีทกั ษะ ในกำรทำบัญชีครัวเรอื น 3 เพอ่ื ให้ประชำชนนำไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้ เปำ้ หมำย เชิงประมำณ ประชำชนทว่ั ไป จำนวน 15 คน เชิงคณุ ภำพ ประชำชนทั่วไป ในพื้นท่ีอำเภอสุวรรณคูหำ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพยี ง และมคี วำมรแู้ ละเข้ำใจในเรื่องกำรทำบญั ชีครวั เรือน และ สำมำรถนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวันได้
บทท่ี 2 เอกสำรทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ควำมหมำยและควำมสำคญั ของปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรัชญำชถี้ งึ แนวกำรดำรงอยู่และปฏบิ ัติตนของประชำชนในทุกระดบั ต้ังแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถงึ ระดับรัฐ ท้งั ในกำรพัฒนำและบริหำรประเทศให้ดำเนนิ ไปในทำงสำยกลำง โดยเฉพำะกำรพัฒนำเศรษฐกจิ เพอ่ื ให้ก้ำวทันตอ่ โลกยุคโลกำภวิ ัตน์ ควำมพอเพียง หมำยถงึ ควำมพอประมำณ ควำมมีเหตผุ ล รวมถงึ ควำมจำเป็นท่จี ะต้องมรี ะบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ตอ่ กำรกระทบใดๆ อนั เกิดจำก กำรเปล่ยี นแปลงท้ังภำยในภำยนอก ทงั้ น้ี จะต้องอำศัยควำมรอบรู้ ควำมรอบคอบ และควำมระมัดระวังอยำ่ งยง่ิ ใน กำรนำวชิ ำกำรต่ำงๆ มำใช้ในกำรวำงแผนและกำรดำเนินกำร ทกุ ขั้นตอน และขณะเดยี วกนั จะตอ้ งเสรมิ สรำ้ ง พนื้ ฐำนจติ ใจของคนในชำติ โดยเฉพำะเจำ้ หน้ำที่ของรฐั นกั ทฤษฎี และนกั ธรุ กิจในทุกระดบั ให้มีสำนกึ ในคณุ ธรรม ควำมซ่อื สตั ย์สจุ รติ และใหม้ คี วำมรอบรูท้ เ่ี หมำะสม ดำเนนิ ชีวิตด้วยควำมอดทน ควำมเพยี ร มสี ติ ปญั ญำ และ ควำมรอบคอบ เพือ่ ให้สมดุลและพร้อมต่อกำรรองรับกำรเปลย่ี นแปลงอยำ่ งรวดเรว็ และกว้ำงขวำง ทงั้ ด้ำนวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจำกโลกภำยนอกได้เป็นอย่ำงดี ควำมหมำยของเศรษฐกจิ พอเพียง จึงประกอบดว้ ยคณุ สมบตั ิ ดังนี้ ๑. ควำมพอประมำณ หมำยถึง ควำมพอดที ีไ่ มน่ ้อยเกนิ ไปและไม่มำกเกนิ ไป โดยไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผอู้ น่ื เช่น กำรผลิตและกำรบริโภคท่อี ยู่ในระดับพอประมำณ ๒. ควำมมีเหตผุ ล หมำยถึง กำรตัดสินใจเกยี่ วกบั ระดบั ควำมพอเพยี งนั้น จะต้องเปน็ ไปอยำ่ งมีเหตุผล โดยพิจำรณำ จำกเหตุปจั จัยทีเ่ ก่ียวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลท่ีคำดวำ่ จะเกดิ ขนึ้ จำกกำรกระทำนน้ั ๆ อยำ่ งรอบคอบ ๓. ภมู ิคมุ้ กัน หมำยถึง กำรเตรียมตวั ให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและกำรเปลีย่ นแปลงดำ้ นต่ำงๆ ท่ีจะเกิดขนึ้ โดย คำนึงถึงควำมเปน็ ไปไดข้ องสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ทีค่ ำดวำ่ จะเกดิ ขึ้นในอนำคต โดยมี เง่อื นไข ของกำรตัดสนิ ใจและดำเนินกิจกรรมตำ่ งๆ ใหอ้ ยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประกำร ดงั นี้ ๑. เง่อื นไขควำมรู้ ประกอบด้วย ควำมรอบร้เู กี่ยวกับวิชำกำรต่ำงๆ ที่เกี่ยวข้องรอบดำ้ น ควำมรอบคอบทีจ่ ะนำ ควำมรู้เหลำ่ นนั้ มำพิจำรณำให้เช่อื มโยงกัน เพื่อประกอบกำรวำงแผนและควำมระมดั ระวงั ในกำรปฏิบัติ ๒. เง่ือนไขคณุ ธรรม ท่ีจะต้องเสริมสรำ้ ง ประกอบด้วย มีควำมตระหนักใน คณุ ธรรม มีควำมซือ่ สัตย์สจุ ริตและมี ควำมอดทน มคี วำมเพยี ร ใชส้ ติปญั ญำในกำรดำเนินชีวิต
กำรขยำยพนั ธุพชื กำรขยำยพนั ธพุ ชื หมำยถึง กำรเพิม่ ปริมำณตนพืชจำกตนทีม่ ีอยูดวยวิธีกำรตำงๆ เพอื่ ใหพชื ดำรงสำยพันธุนน้ั ไวไมใหสญู พันธุ และรักษำลักษณะประจำพนั ธุทม่ี อี ยใู นพชื นั้นๆ ใหคงอยู หำกลักษณะประจำ พันธุของพืชนนั้ ๆ หำยไปแสดงวำกำรขยำยพันธพุ ืชไมประสบ ผลสำเร็จ ดงั นนั้ กำรขยำยพันธุพืชจึงเปนสิ่งจำเปน และเปนปจจยั สำคัญในกำรพัฒนำงำน ดำนกำรเกษตร โดยแบงเปน 2 ประเภท ซงึ่ แตละประเภทจะมีวธิ กี ำรและ เทคนคิ ทีแ่ ตกตำง กันตำมแตละชนิดของพืชและวตั ถุประสงค ซงึ่ มีทงั้ ขอดแี ละขอเสียท่แี ตกตำงกันออกไป 1. กำร ขยำยพนั ธแุ บบอำศยั เพศหรือกำรขยำยพนั ธุดวยเมล็ด คือ วิธกี ำรผสมพนั ธุ ระหวำงอับละอองเกสรตัวผู (Pollen grain) กับยอดเกสรตัวเมีย (Pistil) เพ่อื ใหไดเมลด็ พืช (Seed) เม่ือนำเมลด็ พืชไปเพำะหรอื ปลูกจะไดตนพืชที่ไดจำก กำรผสมพนั ธเุ รียกวำตนกลำ (Seedling) หรือพนั ธลุ ูกผสม วัตถุประสงคหลกั จะเปนวิธกี ำรท่ีนำมำใชในกำร ปรับปรุงพันธุ เพอื่ พฒั นำสำยพนั ธพุ ืชใหไดพนั ธุพชื สำยพนั ธใุ หมๆ เกดิ ขึ้น ปจจุบันกำรขยำยพนั ธดุ วยวิธี ดังกลำว ยังคงนยิ มใชกนั อยู เนอื่ งจำกตนกลำทไ่ี ดจำกกำรเพำะเมล็ดจะนำไปใชเปนตนตอ ในกำรขยำยพันธแุ บบไมอำศยั เพศเพอ่ื ใหไดตนท่มี ีระบบรำกแข็งแรง กำรขยำยพันธุแบบอำศัยเพศ ทำไดงำย สะดวก ไมตองใชอุปกรณมำก ขยำยรวดเร็ว และไดปรมิ ำณมำก กำรขยำยพันธุดวยวิธีนี้จะไดตนพนั ธทุ ่แี ขง็ แรง เนือ่ งจำกมรี ำกแกว อยำงไร ก็ ตำมกำรขยำยพนั ธดุ วยเมล็ดมโี อกำสกลำยพนั ธสุ ูง ใหผลผลติ ชำ ลำตนสูงใหญ ทำให ไมสะดวกตอกำรดูแลรกั ษำ และกำรเก็บเกีย่ ว 2. กำรขยำยพนั ธแุ บบไมอำศยั เพศ คือวธิ ีกำรขยำยพันธจุ ำกเน้อื เยอ่ื ชิ้นสวนตำงๆ ของตนพืช เช น ลำตน ตำ ใบ รำก เพ่ือใหไดตนพชื ทม่ี ีลกั ษณะทำงพนั ธุกรรมเหมอื นเดมิ ทุกประกำรดวยวธิ กี ำรตอนก่ิง กำรป กชำ กำรติดตำ กำรตอก่งิ และกำรทำบก่ิง นิยมใช ในกำรขยำยพนั ธพุ ชื ท่ีผำนกำรพฒั นำปรับปรงุ สำยพนั ธุแลว ส วนกำรแบงสวนและกำรแยกสวน จะนยิ มใชขยำยพันธกุ ับพชื ทีม่ ีสวนของรำกหรอื ลำตนเจรญิ อยใู ตดนิ ซ่ึงจะใช วิธีกำรขยำยพันธุ ดวยวธิ กี ำรตอนกงิ่ กำรติดตำ กำรตอกง่ิ และกำรทำบก่ิงไมได ปจจบุ ันกำรเพำะเล้ียงเนื้อเยื่อพชื
ไดเขำมำมีบทบำทอยำงมำกในกำรพัฒนำเทคนคิ ดำนกำรขยำยพนั ธุพชื เพื่อใหไดตนพชื จำนวนมำกอยำงรวดเร็ว ในเวลำทีก่ ำจัดโดยมคี ณุ ภำพของตนพชื เหมือนเดมิ ทกุ ประกำร กำรขยำยพันธุพชื แบบอำศยั เพศหรอื ดวยเมลด็ เปนกำรขยำยพนั ธุเพอื่ เพิ่มปรมิ ำณตนพืช ทไ่ี ดจำกกำรผสมเกสร ระหวำงอบั ละออง เกสรตวั ผูกบั ยอดเกสรตวั เมยี เปนวธิ ที ที่ ำไดงำย ตนพชื ทีเ่ ตบิ โตจำกเมลด็ เรยี กวำตนกลำ ถำใช เมล็ดพชื ทีไ่ มมกี ำรควบคุมคณุ ภำพตนพืชที่ไดอำจมีกำรกลำยพนั ธุ นิยมใชกบั พืชประเภทพืชไร เชน ขำว ถวั่ เขยี ว ขำวโพด และขำวฟำง ผกั เชน คะนำ กวำงตุง ผกั กำดเขยี ว กะหล่ำปลี และกะหลำ่ ดอก ไมดอกไมประดบั เชน ดำวเรือง กลอกซีเนีย พิทูเนยี และเบญจมำศ และไมผลบำงชนดิ เชน มงั คดุ ลำงสำด และลองกอง สวนตำง ๆ ของเมลด็ ประกอบดวยสวนสำคญั คือตนออน (คัพภะหรอื เอม็ บรโิ อ) เน้อื เย่ือ หรอื อวัยวะท่ี ทำหนำท่ีสะสมอำหำร (เอนโดสเปรม) และเปลือกหมุ เมล็ด ภำพท่ี 1 สวนประกอบภำยในเมลด็ พืชใบเล้ียงเด่ียว ทม่ี ำ : จวงจนั ทร ดวงพตั รำ, 2521 : 19) ภำพท่ี 2 สวนประกอบภำยในเมล็ดพืชใบเล้ยี งคู ท่ีมำ : จวงจันทร ดวงพัตรำ, 2521 : 45 เปลอื ก ของผล เอนโดสเปรม ใบเล้ียง เปลอื กหมุ ยอด ยอดออน จดุ กำเนิดรำกชั่วครำว รำกออน เปลอื กหมุ รำกออน เยอื่ หุ มเมลด็ hypocotyl รำกออน ใบจรงิ 11 ประโยชนของเมล็ดคณุ ภำพดี เมล็ดพืชเปนปจจยั สำคัญตอคุณภำพ ผลผลติ จงึ ตองเลือกเมลด็ พชื ทม่ี คี ณุ ภำพจำก แหลงผลิตท่ีเช่อื ถือได คอื มีควำมบริสทุ ธ์ิ ตรงตำมพนั ธุ มีเปอรเซน็ ต ควำมงอกสูง พนจำก สภำพจำกกำรพักตวั ไมถกู ทำลำยจำกโรคและแมลงศัตรู เม่ือเมลด็ งอกแลวไดตนกลำที่ แข็งแรง สมำ่ เสมอ ใหผลผลติ สงู กระบวนกำรงอกของเมลด็ คือ กระบวนกำรตำงๆ ทเ่ี กิดขน้ึ ภำยในเมล็ดทำใหต นออน (คพั ภะ) เจริญเตบิ โตพัฒนำ เปนตนกลำ ท่ีสมบูรณแขง็ แรงในสภำพแวดลอมท่เี หมำะสม ภำพที่ 3 กระบวนกำรงอกของเมลด็ (ที่มำ : จวงจนั ทร ดวงพัตรำ, 2521 : 19) รำกออนแทง ทะลุเมด็ ออกมำ เมตำโบลิซมึ หำรยอยสลำยอำหำร กำรหำยใจ กำรดูดนำ้ ตนกลำสมบูรณ กำรเจริญเตบิ โต น้ำ แสง ออกซเิ จน อุณหภูมิ 12 ป จจัยทม่ี ผี ลตอกำรงอกของเมลด็ 1. น้ำ ทำใหเปลอื กหมุ เมลด็ ออนตัว ออกซเิ จนเขำไปในเมลด็ ไดมำกขึ้น กระตุ นกำร ทำงำนของเอนไซมไปยอยสลำยอำหำรสะสมที่มขี นำดโมเลกุลใหญใหมีขนำดเล็กลง จึงนยิ ม เรงกำรงอกของ เมล็ดโดยกำรแชเมล็ดในนำ้ เย็น หรอื นำ้ อนุ เพื่อใหเปลอื กหมุ เมลด็ ออนน่มิ ทำใหนำ้ และออกซิเจนชมึ ผำนไดมำกขน้ึ เมลด็ จงึ งอกไดเร็วขึน้ 2. อุณหภมู ิ มผี ลตอกระบวนกำรงอกของเมลด็ ตำมแตละชนิดพชื ดังนน้ั จึงควรเพำะ เมลด็ ในชวงอุณหภมู ิท่เี หมำะสมตอกำรงอกจะทำใหเมล็ดพชื งอกเร็วข้ึน เมลด็ พชื ทว่ั ไปสำมำรถ งอกไดดใี นชวงอุณหภูมิ 10 - 35 องศำเซสเชียส 3. ออกซเิ จน เมลด็ ตองกำรออกซิเจนเพือ่ ใชในกำรหำยใจ เพือ่ เผำผลำญอำหำรทำให เกิด พลังงำนสำหรับกำรงอก 4. แสง มีบทบำทสำคญั ตอกำรงอกของเมลด็ ทกุ ระยะกำรเจริญเติบโตของตนกลำ เน่อื ง จำกตนกลำตองใชอำหำรทสี่ ะสมภำยในเมล็ด โดยมแี สงเปนตวั กระตนุ หลังจำกเมล็ด งอกเปนตนกลำแลวหำกได รับแสงเพยี งพอลำตนจะอวบ ต้ังตรง เจรญิ เตบิ โตเรว็ แตถำได รบั แสงไมเพียงพอตนกลำจะขำวซีด เกิดอำกำรย ำงปลอง ใบหอลไู มคลใ่ี บ ปลำยยอดงอ แตถำไดรับแสงมำกเกนิ ไปอำจแสดงอำกำรใบไหม ใบจรงิ รำกออน รำก เยื่อหมุ เมลด็ ใบเลีย้ ง ไฮโปคอททิล ไฮโปคอททลิ โคง 13
บทที่ 3 วธิ กี ำรดำเนนิ กำร ในกำรดำเนนิ งำนจัดโครงกำรกำรเรียนรูห้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง กำรทำบญั ชีครัวเรอื น มีรำยละเอียด ดงั ตอ่ ไปน้ี ขั้นตอนกำรวำงแผน (plan) ขั้นตอนกำรลงมอื ทำ (Do) ข้นั ตอนกำรตรวจสอบ (Check) ขั้นตอนกำรปรบั ปรงุ แกไ้ ข (Act) ข้นั ตอนกำรวำงแผน (plan) 1. ดำเนินกำรประชำคมกลุม่ ผู้สนใจเข้ำรว่ มโครงกำร 2. ได้กลมุ่ เปำ้ หมำย 3. เตรยี มหลักสตู ร เสนอโครงกำรเพอ่ื ขออนุมัติ 4. แต่งตัง้ คณะทำงำนภำยในตำบล คณะกรรมกำรนเิ ทศกิจกรรม 5. ประสำนวทิ ยำกร ขน้ั ตอนกำรลงมือทำ (Do) 1. ดำเนินกำรประสำนงำนผู้ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง ครู กศน.ตำบล ครู ศรช. ผูน้ ำชุมชน คณะกรรมกำรหมบู่ ำ้ นและชำวบำ้ นจัดเตรียมสถำนที่ 2. นำประชำชนท่สี นใจมำเขำ้ ร่วมกจิ กรรม 3. ประเมินผลโครงกำรโดยใหผ้ เู้ ข้ำรว่ มโครงกำรออกแบบประเมินควำมพึงพอใจในกำรเขำ้ รว่ ม โครงกำร 4. รวบรวมขอ้ มลู จำกแบบประเมนิ 5. สรปุ ผลควำมพงึ พอใจของผ้เู ข้ำร่วมโครงกำร ขัน้ ตอนกำรตรวจสอบ (Check) 1.เคร่ืองมือที่ใช้ในกำรตรวจสอบ แบบประเมินควำมพงึ พอใจของผู้เข้ำรว่ มโครงกำร 2. กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล กศน.ตำบลดงมะไฟ ได้ดำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมลู จำกผู้เข้ำรว่ มโครงกำร - ประชำชนกลมุ่ เป้ำหมำย จำนวน 15 คน
3.กำรวิเครำะห์ข้อมูล กำรประเมนิ ผลกำรดำเนนิ งำนของโครงกำรกำรเรียนรหู้ ลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียงและกำรทำบัญชคี รวั เรอื น กศน.ตำบลดงมะไฟ ดำเนนิ กำรวิเครำะหข์ ้อมลู ดงั น้ี 3.1 แบบประเมนิ ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทั่วไป วเิ ครำะหห์ ำคำ่ ร้อยละ 3.2 แบบประเมนิ ตอนท่ี 2 ควำมพงึ พอใจตัวบ่งช้ีของโครงกำร 3.2.1 ให้คะแนนตำมนำ้ หนกั แบบประเมนิ ฉบบั สมบูรณ์ ตำมเกณฑ์ มำตรฐำนของ สมศ. โดยมีเกณฑใ์ หค้ ะแนน ดงั นี้ ระดบั 5 หมำยถึง ดำเนินงำนได้ตำมเกณฑ์ของตัวบ่งช้ดี ีมำก ระดับ 4 หมำยถงึ ดำเนินงำนไดต้ ำมเกณฑข์ องตัวบ่งชี้ดี ระดบั 3 หมำยถึง ดำเนนิ งำนไดต้ ำมเกณฑข์ องตวั บ่งชพ้ี อใช้ ระดบั 2 หมำยถงึ ดำเนินงำนได้ตำมเกณฑข์ องตวั บ่งช้ปี รับปรุง ระดับ 1 หมำยถึง ดำเนนิ งำนได้ตำมเกณฑ์ของตวั บง่ ชตี้ อ้ งปรบั ปรุง 1.2.2 วิเครำะห์ข้อมูลโดยกำรหำค่ำเฉล่ียรอ้ ยละควำมพงึ พอใจ 1.3 แบบประเมนิ ตอนท่ี 3 ขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ วเิ ครำะหด์ ว้ ยเนอ้ื หำ (Content analysis)
บทท่ี 4 ผลกำรดำเนนิ งำน กำรจัดกิจกรรมโครงกำรกำรเรยี นร้หู ลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง กำรทำบัญชคี รวั เรอื น ณ กศน. ตำบลดงมะไฟ หมู่ 9 ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคหู ำ จงั หวดั หนองบวั ลำภู สรปุ ผลกำรดำเนินงำนได้ดังน้ี ชือ่ โครงกำร วนั ท่ีดำเนินกำร เป้ำทไี่ ดร้ ับจดั สรร ผล คิดเป็นรอ้ ยละ โครงกำรกำรเรยี นรู้ 8 มิถนุ ำยน 2564 15 16 100 หลักปรชั ญำของ เศรษฐกจิ พอเพียง กำรทำบัญชี ครัวเรือน กำรประเมนิ ควำมพงึ พอใจในกำรดำเนินงำนตำมโครงกำรกำรเรยี นร้หู ลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กำรทำบญั ชคี รวั เรอื น กศน.ตำบลดงมะไฟ ของผูร้ บั บริกำรท่ีเขำ้ รว่ มโครงกำร โดยเสนอรำยละเอยี ดตำมลำดบั คอื สัญลกั ษณ์ทีใ่ ช้ในกำรวิเครำะห์ขอ้ มลู ลำดบั ขัน้ ตอนในกำรวิเครำะห์ข้อมูล ผลกำรวเิ ครำะหข์ อ้ มลู และกำรแปล ควำมหมำยขอ้ มูลดังต่อไปนี้ สญั ลกั ษณ์ท่ใี ชใ้ นกำรวเิ ครำะหข์ อ้ มลู กำรเสนอผลกำรประเมนิ ครง้ั น้ไี ด้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใชใ้ นกำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ดังนี้ N แทน ขนำดของกลุม่ ผู้ประเมินกำรใช้คมู่ อื (Sample size) % แทน ค่ำร้อยละ (Percentage) ลำดบั ข้นั ตอนในกำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู กำรวิเครำะหข์ อ้ มลู ผู้ประเมนิ ได้เสนอผลกำรวิเครำะหข์ อ้ มูลเปน็ ตอนๆ เรยี งลำดับดงั น้ี ตอนท่ี 1 กำรวิเครำะห์ขอ้ มลู เก่ียวกบั ข้อมูลทัว่ ไป ตอนท่ี 2 กำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู ดำ้ นควำมพงึ พอใจของผรู้ ับบรกิ ำร ตอนที่ 3 กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
ในกำรสรุปผลกำรดำเนินงำนโครงกำรกำรเรียนรู้หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง กำรทำบัญชี ครวั เรือน ณ กศน.ตำบลดงมะไฟ ม.9 บำ้ นวงั หนิ ซำ ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคุหำ จงั หวัดหนองบัวลำภู ได้จดั ทำเครอ่ื งมือเป็นแบบสอบถำม วัดระดับควำมคิดเห็นและควำมพึงพอใจในกำรดำเนินกำรพฒั นำซ่ึงแบง่ ออกเปน็ 3 สว่ นคอื ส่วนแรกเปน็ คำถำมปลำยเปดิ มำตรำสว่ นประมำณค่ำ (Rating scales) ส่วนที่ 2 มำตรำสว่ นประมำณค่ำของ ลเิ คิร์ท likert’s Scales 5 ระดับ ส่วนทส่ี ำมเป็นคำถำมปลำยเปิด ข้อเสนอแนะ อื่นๆ ส่วนทีส่ ำมเปน็ คำถำมปลำยเปิดเน้ือหำสำระท่ตี ้องกำรพฒั นำในครง้ั ตอ่ ไป ซงึ่ ในกำรเก็บรวบรวมน้นั ไดแ้ จก แบบสอบถำมแกผ่ เู้ ข้ำร่วมโครงกำรกำรเรยี นร้หู ลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงและกำรทำบัญชคี รัวเรอื น จำนวน 16 คน ได้แบบสอบถำมคืนจำนวน 16 ฉบบั จำกผู้เข้ำร่วมโครงกำร คิดเป็นรอ้ ยละ 100 กระทำกำร วิเครำะหข์ อ้ มูลตำมประเภทและลักษณะของขอ้ มูล โดยหำคำ่ เฉลีย่ เป็นคำ่ รอ้ ยละ ซง่ึ ไดว้ ัดระดบั ควำมคดิ เห็นและ ควำมพึงพอใจทมี่ ีต่อโครงกำรจะปรำกฏดงั นี้ สรปุ ผลกำรวิเครำะห์ขอ้ มลู ควำมพึงพอใจ โครงกำรกำรเรยี นรูห้ ลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งและกำร ทำบัญชคี รัวเรอื น ตอนท่ี 1 ข้อมูลทัว่ ไป รำยกำรขอ้ มลู พืน้ ฐำน จำนวน ร้อยละ (ƒ) (%) 1.เพศ 1.1 ชำย 6 37.5 1.2 หญิง 10 62.5 รวม 16 100.00 2.อำยุ 2.1 ตำ่ กว่ำ 15 ปี 00 2.2 อำยุ 15 – 39 ปี 11 68.75 2.3 อำยุ 40 – 59 ปี 3 18.75 2.4 อำยุ 60 ปีข้ึนไป 2 12.5 รวม 16 100.00 3.ระดบั กำรศึกษำ 2 12.5 3.1 ป.4 8 50 3.2 ป.6 6 37.5 3.3 ม.ต้น 00 3.4 ม.ปลำย 3.5 ปวช. 00 3.6 ปวส.
3.7 ปรญิ ญำตรี 00 3.8 อนื่ ๆ 00 รวม 16 100.00 4.อำชีพ 4.1 ผนู้ ำท้องถ่ิน 00 4.2 อบต/เทศบำล 00 4.3 พนักงำนรฐั วสิ ำหกิจ 00 4.4 ทหำรกองประจำกำร 00 4.5 เกษตรกร 16 100 4.6 รับรำชกำร 00 4.7 ค้ำขำย 00 4.8 รบั จำ้ ง 00 4.9 อสม. 00 4.10 แรงงำนตำ่ งด้ำว 00 4.11 ว่ำงงำน 00 4.12 อ่ืนๆ 00 รวม 16 100.00 จำกตำรำง ผลกำรวิเครำะหข์ อ้ มูลควำมพงึ พอใจของผเู้ ข้ำร่วมโครงกำรกำรเรยี นรูห้ ลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพยี ง กำรทำบญั ชคี รัวเรอื น ผลกำรวเิ ครำะห์ปรำกฏว่ำ ผู้เข้ำรว่ มโครงกำร 16 คน เป็นเพศหญงิ จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 62.5 เพศชำย จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 37.5 ด้ำนอำยุ อำยุ 15 -39 ปี จำนวน 11 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 68.75 อำยุ 40-59 ปี จำนวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 18.75 อำยุ 60 ปีขนึ้ ไป จำนวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 12.5 ตำมลำดับ ระดบั กำรศกึ ษำ ป.6 จำนวน 8 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 50 ม.ต้น จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 37.5 ป.4 จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 12.5 ตำมลำดบั ด้ำนอำชีพ เกษตรกร จำนวน 16 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100
สรุปผลกำรวเิ ครำะหข์ ้อมูลควำมพึงพอใจ โครงกำรกำรเรียนรูห้ ลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง ทำบญั ชี ครวั เรอื น ตอนท่ี 2 ควำมพึงพอใจในกำรใหบ้ ริกำร ตำรำงท่ี 2.1 จุดมงุ่ หมำย/เน้อื หำหลกั สูตร ข้อ รำยกำรประเมนิ ควำมพึงพอใจ ระดับควำมพงึ พอใจ/จำนวน หมำย มำก มำก ปำน นอ้ ย น้อย เหตุ ตอนที่ ๑ ควำมพึงพอใจดำ้ นเนอื้ หำ ท่สี ดุ กลำง ทส่ี ดุ 1 เน้ือหำตรงตำมควำมตอ้ งกำร 14 2 2 เนื้อหำเพียงพอต่อควำมต้องกำร 87.5 12.5 16 3 เนื้อหำปัจจบุ นั ทนั สมยั 100 16 4 เน้อื หำมปี ระโยชน์ตอ่ กำรนำไปใชใ้ นกำรพัฒนำคุณภำพ 100 ชวี ติ 16 100 ตอนที่ ๒ ควำมพึงพอใจด้ำนกระบวนกำรจดั กจิ กรรมกำรอบรม 5 กำรเตรียมควำมพรอ้ มก่อนอบรม 15 1 93.75 6.25 6 กำรออกแบบกิจกรรมเหมำะสมกับวัตถุประสงค์ 13 3 81.25 18.75 7 กำรจดั กิจกรรมเหมำะสมกับเวลำ 16 100 8 กำรจดั กจิ กรรมเหมำะสมกับกลมุ่ เป้ำหมำย 16 100 9 วิธกี ำรวดั ผล/ประเมินผลเหมำะสมกับวัตถุประสงค์ 14 2 87.5 12.5 ตอนท่ี ๓ ควำมพึงพอใจตอ่ วทิ ยำกร 10 วทิ ยำกรมคี วำมรูค้ วำมสำมำรถในเรื่องท่ีถ่ำยทอด 16 100 11 วิทยำกรมเี ทคนิคกำรถ่ำยทอดใช้สือ่ เหมำะสม 14 2 87.5 12.5
12 วิทยำกรเปิดโอกำสใหม้ สี ว่ นร่วมและซกั ถำม 16 100 ตอนท่ี ๔ ควำมพึงพอใจดำ้ นกำรอำนวยควำมสะดวก 13 สถำนที่ วัสดุ อุปกรณ์และสง่ิ อำนวยควำมสะดวก 16 100 14 กำรสื่อสำร กำรสรำ้ งบรรยำกำศเพ่อื ใหเ้ กดิ กำรเรยี นรู้ 16 100 15 กำรบริกำร กำรชว่ ยเหลอื และกำรแก้ปญั หำ 16 100 สรปุ ควำมคดิ เห็นและควำมพึงพอใจของผรู้ ับบรกิ ำร โครงกำรกำรเรียนรู้หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง กำร ทำบญั ชคี รวั เรือน สรุปไดด้ ังน้ี ตอนท่ี 1 ควำมพงึ พอใจด้ำนเนอื้ หำ ผตู้ อบแบบสอบถำมมคี วำมพึงพอใจดำ้ นเน้อื หำ ดงั นี้ มีเนอื้ หำปัจจบุ นั ทันสมัย และเนอื้ หำมปี ระโยชน์ ตอ่ กำรนำไปใช้ในกำรพฒั นำคุณภำพชวี ติ ตอบดีมำกร้อยละ 100 เน้ือหำมคี วำมเพยี งพอตอ่ ควำมต้องกำร ตอบ ดมี ำกร้อยละ 100 เนอ้ื หำตรงตำมควำมต้องกำร ตอบดมี ำกรอ้ ย 87.5 และตอบดรี ้อยละ 12.5 ตำมลำดบั ตอนท่ี 2 ควำมพงึ พอใจด้ำนกำรจดั กจิ กรรมกำรอบรม ผู้ตอบแบบสอบถำมมคี วำมพงึ พอใจด้ำนกำรจัดกิจกรรมเหมำะสมกบั กลมุ่ เปำ้ หมำย ตอบดมี ำกร้อยละ 100 จดั กิจกรรมเหมำะสมกบั เวลำ ตอบดีมำกร้อยละ 100 กำรเตรียมควำมพรอ้ มกอ่ นกำรอบรม ตอบดีมำกรอ้ ย ละ 93.75 ตอบดีร้อยละ 6.25 และ วธิ กี ำรวดั ผล ประเมินผลเหมำะสมกบั วตั ถปุ ระสงค์ ตอบดีมำกร้อยละ 87.5 ตอบดีรอ้ ยละ 12.5 และกำรออกแบบกิจกรรมเหมำะสมกับวัตถปุ ระสงค์ ตอบดมี ำกร้อยละ 81.25 ตอบดี ร้อยละ 18.75 ตำมลำดบั ตอนที่ 3 ควำมพึงพอใจตอ่ วิทยำกร ผู้ตอบแบบสอบถำมมคี วำมพึงพอใจดำ้ นวทิ ยำกรมคี วำมรคู้ วำมสำมำรถในเร่อื งท่ถี ำ่ ยทอด ตอบดีมำกร้อย ละ 100 วทิ ยำกรเปิดโอกำสให้มสี ว่ นร่วมและซักถำม ตอบดมี ำกร้อยละ 100 วทิ ยำกรมีเทคนคิ กำรถำ่ ยทอดใช้ สอ่ื ทเ่ี หมำะสม ตอบดีมำกร้อยละ 87.5 และตอบดีรอ้ ยละ 12.5 ตำมลำดบั ตอนที่ 4 ควำมพงึ พอใจด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก ผู้ตอบแบบสอบถำมมคี วำมพึงพอใจดำ้ นสถำนท่ี วัสดุ อปุ กรณแ์ ละส่งิ อำนวยควำมสะดวก ด้ำนกำร สือ่ สำร กำรสรำ้ งบรรยำกำศเพอ่ื ให้เกดิ กำรเรียนรู้ และดำ้ นกำรบรกิ ำร กำรช่วยเหลอื และกำรแกป้ ญั หำ ตอบดี มำกรอ้ ยละ 100
บทที่ 5 สรุปผลและขอ้ เสนอแนะ กำรดำเนนิ งำนโครงกำรกำรเรยี นรูห้ ลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง กำรทำบญั ชคี รวั เรือน สรุปผลกำร ดำเนินงำนได้ดังนี้ 1 เพื่อให้ประชำชนมีควำมรูเ้ ร่ืองหลักปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เพื่อใหป้ ระชำชนมคี วำมรใู้ นเรือ่ งกำรทำบัญชีครวั เรือน 3 เพอ่ื ใหป้ ระชำชนนำไปปรบั ใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ เปำ้ หมำย เชงิ ประมำณ ประชำชนทัว่ ไป จำนวน 16 คน เชงิ คุณภำพ ประชำชนทว่ั ไปตำบลดงมะไฟ มคี วำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกบั เหลกั ปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพยี ง และมคี วำมรู้ และเข้ำใจในเรอ่ื งกำรทำบัญชีครวั เรอื น สำมำรถนำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
สรุปผลการดาเนินโครงการการเรียนรู้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทาบญั ชีครัวเรือน ผลกำรดำเนนิ โครงกำร ประชำชนตำบลดงมะไฟ ท่ีเข้ำรว่ มโครงกำรกำรเรียนร้หู ลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง กำรทำ บญั ชีครัวเรือน มีควำมพอใจในกำรจดั กจิ กรรมในระดบั ดขี ้นึ ไป ร้อยละ 100 และประชำชนทเี่ ข้ำรว่ ม กิจกรรมสำมำรถนำควำมร้ทู ี่ได้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน ปัญหำ-อปุ สรรค - แนวทำงแก้ไขปญั หำ - ขอ้ เสนอแนะ ประชำชนท่เี ข้ำร่วมโครงกำรสำมำรถนำควำมรทู้ ี่ได้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน สำมำรถสร้ำง อำชพี เสรมิ เพ่ือลดรำยจ่ำย เพมิ่ รำยได้ใหก้ ับครอบครัว กศน.ตำบลดงมะไฟ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 17
สรุปผลการดาเนินโครงการการเรียนรู้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทาบญั ชีครัวเรือน ภำคผนวก กศน.ตำบลดงมะไฟ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หน้า 18
สรุปผลการดาเนินโครงการการเรียนรู้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทาบญั ชีครัวเรือน ภำพประกอบกิจกรรม โครงกำรกำรเรียนร้หู ลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กำรทำบัญชีครัวเรือน ดำเนินกำรวันที่ 8 มถิ นุ ำยน 2564 ณ กศน.ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคหู ำ นำงศุภัชญำ พรชยั ครู กศน.ตำบลชี้แจงวตั ถุประสงคโ์ ครงกำร กศน.ตำบลดงมะไฟ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หน้า 19
สรุปผลการดาเนินโครงการการเรียนรู้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทาบญั ชีครัวเรือน วทิ ยำกรบรรยำย กำรทำบัญชีครัวเรอื น กศน.ตำบลดงมะไฟ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 20
สรุปผลการดาเนินโครงการการเรียนรู้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทาบญั ชีครัวเรือน ฝกึ ปฏิบตั ิกำรเขียนบญั ชคี รวั เรอื น กศน.ตำบลดงมะไฟ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 21
สรุปผลการดาเนินโครงการการเรียนรู้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทาบญั ชีครัวเรือน ฝึกเขียนบัญชีครัวเรือน กศน.ตำบลดงมะไฟ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 22
สรุปผลการดาเนินโครงการการเรียนรู้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การทาบญั ชีครัวเรือน กศน.ตำบลดงมะไฟ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคูหา หนา้ 23
Search
Read the Text Version
- 1 - 23
Pages: