Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore อุปกรณ์เครือข่าย

อุปกรณ์เครือข่าย

Published by pusuthida, 2018-06-03 12:14:08

Description: Hup & Switch

Search

Read the Text Version

อปุ กรณ์เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ นางสาว สุธิดา เนตรทิพย์ เลขที่ 8 ปวส.1 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 2 รายวชิ า ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์เบื้องต้น วทิ ยาลยั อาชีวศึกษานครศรีธรรมราช

Hub (ฮับ) ฮับ (Hub) คือเป็ นอุปกรณ์ศูนยก์ ลางท่ีเช่ือมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆเขา้ดว้ ยกนั ฮบั (HUB) ในระบบเครือข่าย เป็ นอุปกรณ์ท่ีใชส้ าหรับเชื่อมโยงสัญญาณของอุปกรณ์เครือข่ายเขา้ดว้ ยกนั การจะทาใหค้ อมพิวเตอร์แต่ละเคร่ืองคอมพิวเตอร์รู้จกั กนั หรือส่งขอ้ มูลถึงกนั ไดจ้ ะตอ้ งผา่ นอุปกรณ์ตวั น้ี ปัจจุบนั ฮบั ถูกเปรียบเทียบกบั Switch ซ่ึงมีความสามารถสูงกว่าและถือไดว้ ่าเป็นอุปกรณ์มาตราฐานท่ีใชส้ าหรับเชื่อมโยงสัญญาณในระบบเครือข่าย เรียกว่าฮบั ตกกระป๋ องไปแลว้ โดยทวั่ ไปจะมีลกั ษณเหมือนกล่องสีเหล่ียมแต่แบนมีความสูงประมาณ 1-3 นิ้ว แลว้ แต่รุ่นมีช่องเลก็ ๆเอาไวเ้ สียบสายแลนแต่ละเส้นท่ีลากโยงมาจากคอมพิวเตอร์มีหลายรุ่น เช่น Hub 4 Ports, 8 Ports, 16 Ports, 24 Ports หรือ 48 Ports เป็นตน้ฮับ ทางานอย่างไร? เม่ือใดท่ีมีคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่ายตอ้ งการส่งขอ้ มูล ฮบั ทาจะหนา้ ท่ีในการทาสาเนาขอ้ มูลและส่งไปยงั อุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครือข่าย ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์ แต่รวมถึงอุปกรณ์อ่ืนๆ ดว้ ยเช่น เครื่องพิมพ์เป็ นตน้ เรียกว่าส่งขอ้ มูลไปท้งั หมด และถา้ ขอ้ มูลน้ีเป็ นของอุปกรณ์ใดอุปกรณ์น้นั ก็จะรับเองอตั โนมตั ิและจุดดอ้ ยของฮบั ท่ีควรทราบคือ เวลามีอุปกรณ์ใดส่งขอ้ มูลในเครือขา่ ยผา่ นฮบั อุปกรณ์อ่ืนๆจะตอ้ งรอใหก้ ารส่งสมบูรณ์ก่อนเปรียบเทียบไดก้ บั ถนน One-Way หา้ มส่งขอ้ มูลสวนทางกนัความเร็วในการรับส่งขอ้ มูลของฮบั• ความเร็วต่าสุดคือ 10 MBPS• ความเร็วสูงสุดคือ 100 MBPS• บางรุ่นรองรับท้งั 10 และ 100 เรียกวา่ 10/100 MBPSMBPS ยอ่ มาจาก MegaBit Per Second (เมกกะบิตต่อวนิ าที)

Hub น้นั ทางานในระดบั layer 1 ซ่ึงเป็น layer เก่ียวขอ้ งกบั เร่ืองของการส่งสญั ญาณออกไปสู่ mediaหรือ สื่อกลางท่ีใชใ้ นการส่ือสาร รวมไปถึงเรื่องของการเขา้ รหัสสัญญาณเพื่อที่จะส่งออกไปเป็ นค่าต่างๆในทางไฟฟ้า และ เป็ น layer ที่กาหนดถึงการเชื่อมต่อต่างๆที่เป็ นไปในทาง physical hubน้ันจะทางานในลกั ษณะของการทวนสัญญาณ หมายถึงวา่ จะทาการทาซ้าสญั ญาณน้นั อีกครัง ซ่ึงเป็นคนละอยา่ งกบั การขยายสัญญาณพอทาแลว้ กจ็ ะส่งออกไปยงั เครือข่ายท่ีเชื่อมต่ออยโู ดยจะมีหลกั วา่ จะส่งออกไปยงั ทุกๆ port ยกเวน้port ที่เป็ นตวั ส่งสัญญาณออกมาและเม่ือปลายทางแต่ละจุดรับขอ้ มูลไปแลว้ ก็จะตอ้ งพิจารณาขอ้ มูลที่ไดม้ าวา่ ขอ้ มูลน้นั ส่งมาถึงตวั เองหรือไม่ถา้ หากไม่ใช่ขอ้ มูลท่ีจะส่งมาถึงตวั เองกจ็ ะไม่รับขอ้ มูลท่ีส่งมาน้นั การทางานในระดบั น้ี ถา้ ดูในส่วนของตวั hub เองน้ัน จะเห็นไดว้ ่า ตวั ของ hub น้ัน เวลาส่งขอ้ มูลออกไป จะไม่มีการพิจารณาขอ้ มูลอย่างพวก mac address ของ layer 2 หรือ ip addressซ่ึงเป็ นของ layer 3เลยSwitch ( สวติ ช์ ) เป็ นอุปกรณ์เครือข่ายเช่นเดียวกนั กบั ฮบั ( hub) และมีหนา้ ท่ีคลา้ ยกบั ฮบั มาก แต่มีความแตกต่างท่ีในแต่ละพอร์ต (port) จะมีความสามารถในการส่งขอ้ มูลไดส้ ูงกว่า เช่น สวิตช์ท่ีมีความเร็ว 10 Mbps น้นั จะหมายความว่า ในแต่ละพอร์ตจะสามารถส่งขอ้ มูลไดท้ ี่ความเร็ว 10 Mbps และนอกจากน้นั เครื่องทุกเครื่องที่ต่อมายงั สวิตชย์ งั ไม่ไดอ้ ยใู่ น Collision Domain เดียวกนั ดว้ ย (ซ่ึงถา้ ฮบั จะอย)ู่ นนั่ หมายความว่าแต่ละเคร่ืองจะไดค้ รอบครองสายสัญญาณแต่เพียงผูเ้ ดียว จะไม่เกิดปัญหาการแย่งสายสัญญาณ และการชนกนั ของสญั ญาณเกิดข้ึน สวิตชจ์ ะมีความสามารถมากกว่าฮบั แต่ยงั มีการใชง้ านอยใู่ นวงจากดั เพราะราคายงั ค่อนขา้ งสูงกว่าฮบั อยู่มาก ดงั น้ันจึงมีการนาสวิตช์มาใชใ้ นระบบเครือข่ายท่ีตอ้ งการแบ่ง domain เพื่อเพ่ิมความเร็วในการติดต่อกบั ระบบ โดยอาจนาสวิตช์มาเป็ นศูนยก์ ลาง และใชต้ ่อเขา้ กบั เครื่องที่มีการเช่ือมต่อกบั เคร่ืองอ่ืน ๆเป็ นจานวนมาก ซ่ึงส่วนใหญ่จะเป็ นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เพื่อจะไดส้ ่งขอ้ มูลไดท้ ีละมาก ๆ และส่งดว้ ยความเร็วสูง

Switch น้นั ทางานในระดบั ของ layer 2 ซ่ึงเป็นการทางานในระดบั ของ data-link layer ในกรณีของethernet น้ัน ก็จะมีความเก่ียวพนั กับเรื่องของ frame และพวก MAC , LLC switch น้ัน เป็ นอุปกรณ์ท่ีมีหลกั การในการทางานในลกั ษณะเดียวกบั อุปกรณ์จาพวก bridge ซ่ึงจะมีหลกั การทางานก็คือจะส่งขอ้ มูลจาก port หน่ึงไปยงั ปลายทางที่เฉพาะเจาะจงเท่าน้นั ขอ้ มูลน้นั จะไม่ถูกส่งออกไปยงั port อื่นๆ ยกเวน้ มีความจาเป็ นในบางกรณี เช่น ขอ้ มูลที่ส่งกนั ไม่มีผูร้ ับที่เช่ือมต่ออยใู่ น switch ของตวั เองหรือขอ้ มูลท่ีตอ้ งส่งน้นัเป็ นขอ้ มูลที่ตอ้ งส่งออกไปในลกั ษณะของ broadcast หรือ multicast การท่ี port ใดๆ จะส่งขอ้ มูลถึงกนั น้ันswitch ก็จะทาการตรวจสอบ mac address ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกนั อยู่ และมีการทา table เอาไวเ้ พื่อเก็บขอ้ มูลเหล่าน้ี และเมื่อเวลามีการส่งขอ้ มูลระหวา่ งกนั กจ็ ะเอา mac addres ปลายทาง ที่อยใู่ นส่วน header ของframe มาเทียบกบั ตารางที่ตวั เองมีอยู่ซ่ึงถา้ หากว่า มีขอ้ มูล mac address อนั น้ันอยู่ในตาราง และไดม้ ีการบนั ทึกเอาไวว้ า่ เป็นของอุปกรณ์ท่ีเช่ือมต่ออยกู่ บั port ไหนswitch กจ็ ะทาการส่งขอ้ มูลไปยงั port น้นั ทนั ทีHub กบั Switch แตกต่างกนั อย่างไร? Hub จะส่งขอ้ มูลท่ีเขา้ มาไปยงั ทุกๆ พอร์ตของ Hub ยกเวน้ พอร์ตท่ีขอ้ มูลดังกล่าวเขา้ มายงั Hubในขณะที่ Switch จะทาการเรียนรู้อุปกรณ์ท่ีต่อกบั พอร์ตต่างๆ ทาให้ Switch ส่งขอ้ มูลไปยงั พอร์ตท่ีมีเครื่องปลายทางอยเู่ ท่าน้นั ไม่ส่งไปทุกๆ พอร์ตเหมือนกบั Hub ซ่ึงส่งผลใหป้ ริมาณขอ้ มูลภายในระบบเครือขา่ ยไม่มากเกินความจาเป็ น Hub เป็ นเพียงตวั ขยายสัญญาณขอ้ มูล (Repeater) เท่าน้ัน ในขณะที่ Switch จะมีการทางานท่ีซบั ซอ้ นกวา่ , มีการเรียนรู้อุปกรณ์ท่ีเชื่อมต่อ, การตดั สินใจส่งขอ้ มูลออกไปพอร์ตใด

ปัจจุบันในทอ้ งตลาดที่จาหน่ายอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็ นอุปกรณ์ Switch กันหมดแล้ว เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีกว่า Hub และอุปกรณ์ Switchในท้องตลาดจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ Managed Switch และUnmanaged Switch โดยประเภท Managed Switch จะมีคุณสมบัติพิเศษท่ีสามารถบริหารจัดการได้บนอุปกรณ์ อาทิ การจดั การดา้ น VLAN (Virtual LAN) และอื่นๆ เป็นตน้Repeater (รีพีตเตอร์)ความหมาย อุปกรณ์ทวนสัญญาณ (Repeater) เป็ นอุปกรณ์พ้ืนฐานท่ีทาหน้าที่ในการย้าสัญญาณ เนื่องจากสัญญาณที่ส่งผ่านตวั กลางจะอ่อนกาลงั ลงตามระยะทางที่เพิ่มข้ึน การอ่อนกาลงั ของสัญญาณทาให้ไม่สามารถส่งขอ้ มูลไปตามเสน้ ทางเป็นระยะทางไกลๆ ได้ จึงตอ้ งมีอุปกรณ์เพื่อช่วยทาใหส้ ญั ญาณที่อ่อนกาลงักลบั มามีความชดั เจนเหมือนขอ้ มูลจากตน้ ทาง ดงั น้นั อุปกรณ์ทวนสัญญาณจะทาให้ช่วยเพ่ิมระยะทางในการส่งขอ้ มูลของเครือข่ายได้ ในปัจจุบนั นิยมใชฮ้ บั เป็ นตวั ทวนสัญญาณเน่ืองจากสามารถรองรับจานวนเครื่องที่เช่ือมต่อไดม้ ากกว่าในราคาท่ีต่าและยงั ช่วยขยายระยะของเครือข่ายไดอ้ ีกดว้ ย ซ่ึงฮบั อาจเรียกอีกช่ือหน่ึงวา่ ตวั ทวนสญั ญาณหลายพอร์ต (Multiport repeater) กไ็ ด้หลกั การทางานในระบบ LAN โดยรีพีตเตอร์ (Repeater) ทาหน้าท่ีทวนสัญญานหรือช่วยขยายสัญญาณไฟฟ้าที่รับมาให้มีความแรงข้ึนและค่อยส่งต่อไป ใชใ้ นกรณีที่สายสัญญาณมีความยาวมาก เป็ นผลทาใหส้ ัญญาณท่ีท่ีส่งไปยงัคอมพิวเตอร์อ่อนลงการใชร้ ีพีตเตอร์จึงทาให้ส่งสัญญาณไปไดไ้ กลมากข้ึน เดิมท่ีรีฟิ ตเตอร์ใชส้ าหรับเครือข่าอินเทอเน็ต 10Base2 และ 10Base5 มีลกั ษณะเป็ นกล่องสี่เหล่ียมที่มีเพียงสองพอร์ตซ่ึงมากจะเป็ นคอเน็กเตอร์ BNC หรือ AUI สาหรับเช่ือมต่อสายสญั ญาณ แต่ในปัจจุบนั เครือขา่ ยอินเทอร์เน็ตท้งั สองแบบน้ีไม่นิยมใชแ้ ลว้ จะหันมาใชเ้ ครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใชส้ าย UTP แทน (10BaseT หรือ 100BaseTX ) ดงั น้ันจึงใชฮ้ บั

หรือสวิตช์แทนกบั รีฟิ ตเตอร์ได้ เพราะความจริงแลว้ ฮบั หรือสวิทช์เป็ นอุปกรณ์ที่สามารถขยายสัญญาณเช่นเดียวกบั รีฟิ ตเตอร์ แต่ต่างกนั ตรงที่ฮบั หรือสวิตชน์ ้นั มีพอร์ตมากกวา่ รีฟิ ตเตอร์ ทวั่ ไปน้นั ย่ิงคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอยู่ไกลกนั มากเท่าไร สัญญาณท่ีส่งถึงกนั ก็จะเริ่มเพ้ียน และจางลงจนหายไปในท่ีสุด ซ่ึงเม่ือสายที่ต่อกนั ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์มีความยาวเกินกว่าที่ มาตรฐานกาหนด ก็จะตอ้ งมีการเพ่ิมอุปกรณ์พิเศษท่ีเรียกว่า รีพีตเตอร์ ข้ึนมาเพ่ือทาหนา้ ท่ีทวนสัญญาณ คือช่วยขยายสญั ญาณไฟฟ้าที่ส่งบนสาย LAN ใหแ้ รงข้ึนและจดั รูปสัญญาณที่เพ้ียนไปใหก้ ลบั เหมือนเดิม จากน้นั จึงค่อยส่งต่อไป แต่ รีพีตเตอร์จะมีหนา้ ท่ี แตกต่างกบั ตวั ขยายสญั ญาณ (Amplifier) เน่ืองจากตวั ขยายสัญญาณจะทาการขยายสญั ญาณใหโ้ ตข้ึน ดงั น้นั ถา้ รับสัญญาณรบกวนเขา้ มา ตวั ขยายสัญญาณจะขยายสญั ญาณรบกวนให้โตข้ึนดว้ ย แต่รีพีตเตอร์จะสร้างสัญญาณข้ึนใหม่แบบบิตต่อบิตจากเดิม ส่วนขอ้ เสียของรีพีตเตอร์ คือ ไม่สามารถกลน่ั กรองสัญญาณได้ ถา้ มีสัญญาณส่งมาก็จะส่งต่อไปยงั อีกฝั่งให้เสมอ จึงมีสัญญาณกระจายในเครือขา่ ยมากข้ึนประโยชน์รีพีตเตอร์ในการเชื่อมโยงจะวางอยใู่ นระบบเครือข่าย ณ จุดที่พอเหมาะ คือในตาแหน่งที่สัญญาณไปถึงรีพีตเตอร์ก่อนท่ีสญั ญาณรบกวนจะเปล่ียนแปลงบิตของสญั ญาณไป กล่าวคือสญั ญาณรบกวนจะมีขนาดเลก็ นอ้ ยเกินกว่าที่จะทาใหบ้ ิตของสัญญาณถูกทาลายหรือเปล่ียนแปลงไป ดงั น้นั ถา้ ใหส้ ญั ญาณเดินทางต่อไปโดยไม่มีการผา่ นอุปกรณ์รีพีตเตอร์ สญั ญาณรบกวนอาจทาใหบ้ ิตของขอ้ มูลถูกทาลายไปอยา่ งถาวรได้ ดงั น้นั ในจุดท่ีสัญญาณผ่านรี พีตเตอร์แล้วจะได้รับการกาเนิดสัญญาณข้ึนมาใหม่ที่มีระดับแรงดันเช่นเดียวกับแหล่งกาเนิดและลดความผดิ พลาดต่าง ๆ กไ็ ด้ โดยรีพีตเตอร์จะทาการส่งสญั ญาณท่ีกาเนิดข้ึนมาใหม่น้ีต่อไปในเครือขา่ ยภาพแสดงการใชร้ ีพตี เตอร์ขยายระยะทางการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ใหไ้ กลข้ึน

Bridge (บริดจ์) เป็ นอุปกรณ์เครือข่ายท่ีใชแ้ บ่งเครือข่ายออกเป็ นเซกเมนตท์ ี่ไม่เกี่ยวขอ้ งกนั แต่ว่าถูกดูแลอยภู่ ายใต้เครือขา่ ยเดียวกนั ซ่ึงบริดจจ์ าทาหนา้ ท่ีในช้นั Data Link Layer โดยจะมองขอ้ มูลเป็นเฟรม ซ่ึงจะแตกต่างจากฮบั หรือรีพีตเตอร์ที่จะมองขอ้ มูลในระดบั บิต นอกจากบริดจจ์ ะทาหนา้ ที่แบ่งเครือข่ายออกเป็ น 2 เซกเมนต์แลว้ ยงั ทาหน้าที่กลน่ั กรองขอ้ มูลให้อยู่ในเครือข่ายเดียวกนั มนั จะกนั ไม่ให้เฟรมขอ้ มูลน้ันไปรบกวนอีกเซกเมนตห์ น่ึงหรือจะสามารถกล่าวอีกนยั หน่ึงไดว้ า่ บริดจ์ เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือขา่ ยของเครือข่ายที่แยกจากกนั แต่เดิมบริดจ์ไดร้ ับการออกแบบมาให้ใชก้ บั เครือข่ายประเภทเดียวกนั เช่น ใชเ้ ชื่อมโยงระหว่างอีเทอร์เน็ตกบั อีเทอร์เน็ต (Ethernet) บริดจม์ ีใชม้ านานแลว้ ต้งั แต่ปี ค.ศ. 1980 บริดจจ์ ึงเป็ นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างสองเครือข่าย การติดต่อภายในเครือข่ายเดียวกันมีลักษณะการส่ง ข้อมูลแบบกระจาย(Broadcasting) ดงั น้นั จึงกระจายไดเ้ ฉพาะเครือข่ายเดียวกนั เท่าน้นั การรับส่งภายในเครือข่ายมีขอ้ กาหนดให้แพก็ เกต็ ที่ส่งกระจายไปยงั ตวั รับไดท้ ุกตวั แต่ถา้ มีการส่งมาท่ีแอดเดรสต่างเครือขา่ ย บริดจจ์ ะนาขอ้ มูลเฉพาะแพก็ เก็ตน้นั ส่งให้ บริดจจ์ ึงเป็ นเสมือนตวั แบ่งแยกขอ้ มูล ระหว่างเครือข่ายใหม้ ีการส่ือสารภายในเครือข่ายของตน ไม่ปะปนไปยงั อีกเครือข่ายหน่ึง เพื่อลดปัญหาปริมาณขอ้ มูลกระจายในสายสื่อสารมากเกินไป ในระยะหลงั มีผูพ้ ฒั นาบริดจใ์ ห้เช่ือมโยงเครือข่ายต่างชนิดกนั ได้ เช่น อีเทอร์เน็ตกบั โทเก็นริง เป็ นตน้ หากมีการเชื่อมต่อเครือข่ายมากกวา่ สองเครือข่ายเขา้ ดว้ ยกนั และเครือข่ายท่ีเชื่อมมีลกั ษณะหลากหลาย ซ่ึงเป็ นท้งัเครือข่ายแบบ LAN และ WAN อุปกรณ์ท่ีนิยมใชใ้ นการเชื่อมโยงคือ เราเตอร์ (Router)

การทางานของ Bridge หลกั การทางานของ Bridge จะดูแลขอ้ มูลที่ส่งโดยพิจารณาหมายเลขของเคร่ือง หรือตามศพั ทท์ างเครือข่าย คือ Media Access Control (MAC Address หรือ Station Address) Bridge จะทางานใน Data LinkLayer หรือ Layer ท่ี 2ของ OSI โมเดล คือ มองขอ้ มูลที่รับส่งกนั เป็ น Packet แลว้ เท่าน้นั โดยไม่ตอ้ งสนใจโปรโตคอลสื่อสารที่ใช้ ไม่วา่ จะเป็น IP หรือ IPX หรือโปรโตคอลใด ๆ หรือก็คือ ไม่ว่าจะเป็น Packet อะไรส่งออกมาในเครือข่าย Bridge จะดูเฉพาะ Address ปลายทางแลว้ ถา้ พบว่าเป็ นเคร่ืองท่ีอยคู่ นละฟากกนั ก็จะส่งต่อใหเ้ ท่าน้นั ไม่สนใจวา่ การส่งใหถ้ ึงเคร่ือง ท่ีเป็นผรู้ ับปลายทางน้นั อาจทาไดห้ ลายเสน้ ทางต่าง ๆ กนัขอ้ จากดั อีกประการหน่ึงของ Bridge คือในขณะท่ีคอมพิวเตอร์เคร่ืองหน่ึงตอ้ งการส่งขอ้ มูลไปยงั อีกเครื่องหน่ึง แต่ไม่ทราบ Station Address จะมีการส่งขอ้ มูล พเิ ศษที่เรียกวา่ Broadcast Frame เขา้ ไปในเครือขา่ ย เมื่อขอ้ มูลน้นั ผา่ นมาที่ Bridge ก็จะมีการส่งขอ้ มูลBroadcast น้ีต่อไปยงั ทุกเครือข่ายยอ่ ยท้งั หมดที่ ตนอยู่ โดยไม่มีการเลือกหรือกลน่ั กรองใด ๆ ทาให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายท้งั หมดถูกขดั จงั หวะเพื่อรับขอ้ มูลดงั กล่าว ดงั น้ันถา้ ขอ้ มูลท่ี Broadcast มากก็จะ ทาให้เครือข่ายมีปัญหาเร่ืองปริมาณขอ้ มูลหนาแน่น และความเร็วในการทางานลดลงได้

Rounter (เราเตอร์) การเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างคอมพิวเตอร์ 2 เคร่ืองข้ึนไปจะตอ้ งมีตวั กลางในการเชื่อมต่อเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเคร่ืองจะมีการส่ง Packet ขอ้ มูลที่แตกต่างกนั ออกไปซ่ึง packet เหล่าน้ีจะมีลกั ษณะท่ีจาเพาะ ดว้ ยเหตุน้ีเองจึงตอ้ งมีตวั กลางในการเชื่อมต่อเครือข่ายซ่ึงอุปกรณ์น้ีเราจะเรียกวา่ เราเตอร์ (Router)ถา้ จะเปรียบเทียบเราเตอร์ (Router) เราคงเปรียบเทียบไดเ้ หมือนกบั ถนนที่เป็ นเส้นทางในการเดินทางของรถยนตเ์ พราะเราเตอร์ทาหน้าที่เหมือนกบั ถนนเม่ือขอ้ มูลวิ่งเขา้ มาในเราเตอร์ ขอ้ มูลเหล่าน้ีจะถูกวิเคราะห์และถูกส่งไปยงั ปลายทาง โดยเราเตอร์น้นั จะมีซอฟแวร์ในการควบคุมการทางานอยซู่ ่ึงเราเรียกซอฟแวร์น้ีวา่Internetwork Operating System (IOS) โดยเราสามารถเช่ือมต่อคอมพิวเตอร์กบั เราเตอร์ไดม้ ากกว่า 1 เครื่องในเวลาเดียวกนั ซ่ึงการทางานแบบน้ีจะเหมือนกบั อุปกรณ์สวิตช์ (Switch) ท่ีมีความสามารถแจก IPไดซ้ ่ึงเราเตอร์กส็ ามารถแจก IP ไดเ้ หมือนกนั ลกั ษณะของเราเตอร์จะเป็นตวั ส่ีเหล่ียมผนื ผา้ ขนาดไม่ใหญ่นกั ซ่ึงดีไซน์ของเราเตอร์น้นั กจ็ ะข้ึนอยกู่ บั ผผู้ ลิตตอ้ งการออกแบบใหม้ ีดีไซน์แบบไหน แต่ส่ิงท่ีตอ้ งมีเป็นมาตรฐานเลยก็คือช่อง Port LAN ซ่ึงโดยทวั่ ไปมกั มี 4 Ports หรือมากกวา่ ใน Router 1 ตวั ในปัจจุบนั เราเตอร์ไดถ้ ูกพฒั นาให้มีความสามารถในการใชง้ านมากย่ิงข้ึนซ่ึงเมื่อก่อนถา้ จะใชเ้ ราเตอร์ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเราจาเป็นตอ้ งมี โมเด็มในการเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตเสียก่อนแลว้ ค่อยต่อสายนาสัญญาณมาที่เราเตอร์ และเราเตอร์ก็จะส่งขอ้ มูลต่างๆให้กบั คอมพิวเตอร์ท่ีเป็ นเครื่องลูกข่าย ซ่ึงเราสามารถแบ่งเราเตอร์ตามความสามารถไดเ้ ป็น 4 ชนิดดว้ ยกนั 1. เราเตอร์ (Router) เราเตอร์ชนิดน้ีเป็นเราเตอร์ที่ไม่สามารถเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตไดด้ ว้ ยตวั เอง การทางานจาเป็ นตอ้ งมีอุปกรณ์อ่ืน ๆเสริมการทางานดว้ ย แต่ขอ้ ดีของเราเตอร์แบบน้ีคือทางานตามหน้าท่ีได้อยา่ งเตม็ ที่และไม่คอ่ ยมีขอ้ ผดิ พลาดในการทางาน

2. โมเด็มเราเตอร์ (Modem Router/ ADSL Modem) โมเด็มประเภทน้ีจะเห็นอยู่ในทอ้ งตลาดอย่างมาก เป็นการผนวกความสามารถของโมเดม็ และเราเตอร์ไวด้ ว้ ยกนั ซ่ึงทาใหส้ ะดวกสบายในการใชง้ าน โดยโมเด็มเราเตอร์น้ีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไดด้ ว้ ยตวั เอง และกระจายขอ้ มูลต่าง ๆไปยงั เครื่องคอมพวิ เตอร์ท่ีทาการเชื่อมต่ออยไู่ ดใ้ นทนั ที ส่วนมากแลว้ โมเดม็ เราเตอร์จะมี Port LAN มาให้ 4 ช่องดว้ ยกนัซ่ึงเป็ นพ้ืนฐานของอุปกรณ์ชนิดน้ี 3. ไวร์เลสโมเด็มเราเตอร์ (Wireless ADSL Modem Router) เราเตอร์ชนิดน้ีจะทางานไดเ้ หมือนกบัโมเด็มเราเตอร์ทุกประการ เพียงแต่มีความสามารถในการปล่อยสัญญาณ wireless ใหก้ บั อุปกรณ์ท่ีสามารถรับ wireless ได้ โดยพ้ืนฐานของอุปกรณ์ชนิดจะมี Port LAN 4 พอร์ต และมีเสาสญั ญาณที่ใชใ้ นการกระจายสัญญาณไวไฟจานวน 2 เสา Router ประเภทน้ีถือว่ามีความสะดวกสบายมากและในปัจจุบนั เป็ นท่ีนิยมใช้งานกนั มากในตลาด 4. ไวร์เลสเราเตอร์ (Wireless Router) เป็ นเราเตอร์ที่ไม่สามารถเช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตไดด้ ว้ ยตวั เองเหมือนกับประเภทแรก แต่เราเตอร์ประเภทน้ีสามารถกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ได้รับดว้ ยระบบwireless ไดแ้ ละยงั กระจายสัญญาณผ่านสายนาสัญญาณจาก Port Lan ท้งั 4 พอร์ตท่ีมีการติดต้งั มากบั ตวัอุปกรณ์ดว้ ย นอกจากจะเป็น wireless Router แลว้ เราเตอร์ประเภทยงั สามารถเป็น Access Point ไดอ้ ีกดว้ ยหลกั การทางานของเราเตอร์ (Router) จากที่ไดอ้ ธิบายไวแ้ ลว้ ในตอนตน้ ว่าเราเตอร์เป็ นอุปกรณ์ท่ีทาการเช่ือมต่อคอมพิวเตอร์ไดห้ ลายเคร่ืองในเวลาเดียวกนั และสามารถเช่ือมต่อเครือข่ายท่ีแตกต่างกนั ให้สามารถใชง้ านร่วมกนั ได้ โดยหนา้ ที่หลกั ของเราเตอร์น้นั ก็คือการส่งขอ้ มูลในช่องทางท่ีดีท่ีสุดให้กบั ปลายทางท่ีมีการระบุไวใ้ น packet ขอ้ มูลโดยการทางานของ Router จะใชโ้ ปรโตคอลท่ีทางานในระดบั บนหรือ Layer 3 ข้ึนไปเช่น IP, IPX เป็นตน้ เมื่อมีการส่งขอ้ มูลให้กบั เราเตอร์ในรูปแบบของ Layer 2 คือ Data Link Layer เราเตอร์ก็จะทาการตรวจสอบขอ้ มูลที่ไดร้ ับว่าเป็นขอ้ มูลที่ใชโ้ ปรโตคอลระดบั ใด และเพ่ือหาปลายทางท่ีตอ้ งการส่งขอ้ มูล เม่ือทาการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย เราเตอร์กจ็ ะส่งขอ้ มูลไปยงั ปลายทาง ซ่ึงถือวา่ จบกระบวนการทางานของเราเตอร์ประโยชน์ของเราเตอร์ (Router) เราเตอร์เป็ นอุปกรณ์ท่ีจดั การความเรียบร้อยของเครือข่ายและสามารถเช่ือมโยงเครือข่ายท่ีมีความหลากหลายใหส้ ามารถใชง้ านรวมกนั ไดซ้ ่ึงเราสามารถแบ่งประโยชนข์ องเราเตอร์ไดด้ งั น้ี 1. เราเตอร์สามารถช่วยเพมิ่ การใชง้ านของระบบเครือขา่ ยได้ เพราะเราเตอร์หน่ึงตวั สามารถเชื่อมต่อกบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ไดม้ ากกวา่ 1 เครื่องทาใหเ้ ราสามารถเชื่อมโยงเครือขา่ ยไดม้ ากตามลกั ษณะการใชง้ าน

2. เราเตอร์ที่สามารถปล่อยสัญญาณไวไฟหรือไวทเ์ ลซไดน้ ้นั ยงั ช่วยให้ประหยดั ค่าใชจ้ ่ายในการเดินสายนาสัญญาณและทาให้เกิดความสะดวกสบายในการใชง้ าน นอกจากน้นั เราเตอร์ยงั มีความปลอดภยัของขอ้ มูลท่ีส่งผา่ น wireless อีกดว้ ย 3. เราเตอร์บา้ งรุ่นมีการติดต้งั โปรแกรมป้องกนั ไวรัสมาให้ดว้ ยทาให้เกิดความปลอดภยั ในการใช้งาน นอกจากน้นั เราเตอร์จะสามารถป้องกนั ขอ้ มูลท่ีมีการส่งผา่ นเราเตอร์ไดด้ ว้ ย การเลือกซ้ือเราเตอร์เราควรเลือกซ้ือตามลกั ษณะการใชง้ านซ่ึงส่วนมากแลว้ จะนิยม ไวร์เลสโมเด็มเราเตอร์ (Wireless ADSL Modem Router) ซ่ึงมีความสามารถครบคร้ัน โดยส่วนมากเราเตอร์ประเภทน้ีจะถูกเรียกว่า All in one เพราะความสามารถที่สามารถเป็ นไดท้ ้งั โมเด็ม เราเตอร์และตวั กระจายสัญญาณWireless ภายในตวั เดียวกนั ท่ีสาคญั ราคาของเราเตอร์ประเภทน้ีกไ็ ม่ไดส้ ูงมากดว้ ยGateway (เกตเวย์)ความหมาย เกตเวย์ Gateway เป็ นจุดต่อเช่ือมของเครือข่ายทาหน้าที่เป็ นทางเขา้ สู่ระบบเครือข่ายต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต ในความหมายของ router ระบบเครือข่ายประกอบดว้ ย node ของ เกตเวย์ gateway และ nodeของ host เครื่องคอมพิวเตอร์ของผูใ้ ชใ้ นเครือข่าย และคอมพิวเตอร์ที่เคร่ืองแม่ข่ายมีฐานะเป็ น node แบบhost ส่วนเครื่องคอมพวิ เตอร์ที่ควบคุมการจราจรภายในเครือขา่ ย หรือผใู้ หบ้ ริการอินเตอร์เน็ต คือ node แบบเกตเวย์ gateway ในระบบเครือข่ายของหน่วยธุรกิจ เคร่ืองแม่ข่ายที่เป็ น node แบบ เกตเวย์ gateway มกั จะทาหนา้ ท่ีเป็ นเคร่ืองแม่ข่ายแบบ proxy และเคร่ืองแม่ข่ายแบบ firewall นอกจากน้ี เกตเวย์ gateway ยงั รวมถึง routerและ switch

ลกั ษณะการทางานของ เกตเวย์ Gateway เกตเวย์ Gateway เป็ นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ท่ีเช่ือมต่อเครือข่ายต่างประเภทเขา้ ดว้ ยกนั เช่น การใชเ้ กตเวยใ์ นการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็ นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี (PC) เขา้ กบั คอมพิวเตอร์ประเภทแมคอินทอช(MAC) เป็นตน้ เกตเวย์ (Gateway) เป็ นอุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงในการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ เขา้ ดว้ ยกนั โดยสามารถเชื่อมต่อ LAN หลายๆ เครือข่ายท่ีใชโ้ ปรโตคอลต่างกนั และใชส้ ื่อส่งขอ้ มูลต่างชนิดกนั ไดอ้ ยา่ งไม่มีขีดจากดั ตวั อยา่ งเช่น เชื่อมต่อ Ethernet LAN ท่ีใชส้ ายส่งแบบ UTP เขา้ กบั Token Ring LAN ได้ เกตเวย์ Gateway,เป็ นประตูส่ือสาร ช่องทางสาหรับเชื่อมต่อข่ายงานคอมพิวเตอร์ท่ีต่างชนิดกนั ให้สามารถติดต่อส่ือสารกนั ได้ โดยทาใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการของคอมพิวเตอร์หน่ึงหรือในข่ายงานหน่ึงสามารถติดต่อเขา้ สู่เครื่องบริการหรือข่ายงานท่ีต่างประเภทกนั ได้ ท้งั น้ีโดยการใชอ้ ุปกรณ์ที่เรียกวา่ “บริดจ”์ (bridges) โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะทาให้การแปลขอ้ มูลที่จาเป็ นให้ นอกจากในด้านของข่ายงาน เกตเวยย์ งั เป็ นอุปกรณ์ในการเช่ือมต่อข่ายงานบริเวณเฉพาะที่ (LAN) สองข่ายงานท่ีมีลกั ษณะ ไม่เหมือนกนั ให้สามารถเชื่อมต่อกนั ได้ หรือจะเป็ นการเช่ือมต่อข่ายงานบริเวณเฉพาะท่ีเขา้ กบั ข่ายงานบริเวณกวา้ ง (WAN) หรือต่อเขา้ กับมินิคอมพิวเตอร์หรือต่อเขา้ กบั เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นกนั ท้งั น้ีเน่ืองจากเกตเวยม์ ีไมโครโพรเซสเซอร์และหน่วยความจาของตนเอง gateway-ssanetwork-1 gateway-ssanetwork-1 เกตเวย์ Gateway จะเป็ นอุปกรณ์ที่มีความสามารถมากท่ีสุดคือสามารถเครือข่ายต่างชนิดกันเขา้ดว้ ยกนั โดยสามารถเช่ือมต่อ LAN ที่มีหลายๆโปรโตคอลเขา้ ดว้ ยกนั ได้ และยงั สามารถใชส้ ายส่งที่ต่างชนิดกนั ตวั เกตเวย(์ Gateway) จะสามารถสร้างตาราง ซ่ึงสารารถบอกไดว้ ่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ไหนอยภู่ ายใต้ เกตเวย(์ Gateway) ตวั ใดและจะสามารถปรับปรุงขอ้ มูลตามเวลาที่ต้งั เอาไว้ เกตเวยG์ ateway เป็ นจุดต่อเชื่อมของเครือข่ายทาหน้าท่ีเป็ นทางเขา้ สู่ระบบเครือข่ายต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต ในความหมายของ router ระบบเครือข่ายประกอบดว้ ย node ของ เกตเวย(์ Gateway) และ nodeของ host เครื่องคอมพิวเตอร์ของผูใ้ ชใ้ นเครือข่าย และคอมพิวเตอร์ที่เครื่องแม่ข่ายมีฐานะเป็ น node แบบhost ส่วนเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ท่ีควบคุมการจราจรภายในเครือข่าย หรือผใู้ หบ้ ริการอินเตอร์เน็ต คือ node แบบเกตเวยg์ ateway ในระบบเครือข่ายของหน่วยธุรกิจ เครื่องแม่ข่ายที่เป็ น node แบบ เกตเวย(์ Gateway) มกั จะทาหน้าท่ีเป็ นเคร่ืองแม่ข่ายแบบ proxy และเคร่ืองแม่ข่ายแบบ firewall นอกจากน้ี เกตเวย(์ Gateway) ยงัรวมถึง router และ switch

เกตเวย(์ Gateway)เป็ นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่ช่วยในการสื่อสารขอ้ มูล หน้าที่หลกั ของ เกตเวย์(Gateway) คือช่วยทาใหเ้ ครือข่ายคอมพิวเตอร์2 เครือข่ายหรือมากกว่าท่ีมีลกั ษณะไม่เหมือนกนั คือลกั ษณะของการเช่ือมต่อ( Connectivity ) ของเครือข่ายท่ีแตกต่างกนั และมีโปรโตคอลสาหรับการส่ง – รับ ขอ้ มูลต่างกนั เช่น LAN เครือหน่ึงเป็นแบบ Ethernet และใชโ้ ปรโตคอลแบบอะซิงโครนสั ส่วน LAN อีกเครือข่ายหน่ึงเป็ นแบบ Token Ring และใช้โปรโตคอลแบบซิงโครนัสเพ่ือให้สามารถติดต่อกันได้เสมือนเป็ นเครือข่ายเดียวกนั เพ่ือจากดั วงให้แคบลงมา เกตเวยโ์ ดยทวั่ ไปจะใชเ้ ป็ นเคร่ืองมือส่ง – รับขอ้ มูลกนั ระหว่างLAN 2เครือข่ายหรือ LAN กบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์เมนเฟรม หรือระหว่าง LAN กบั WAN โดยผา่ นเครือข่ายโทรศพั ทส์ าธารณะเช่น X.25แพค็ เกจสวติ ซ์ เครือขา่ ย ISDN เทเลก็ ซ์ หรือเครือข่ายทางไกลอ่ืน ๆgateway-ssanetwork-3gateway-ssanetwork-3 เกตเวย(์ Gateway) เป็ นเหมือนนกั แปลภาษาท่ีทาให้เครือข่ายท่ีใชโ้ ปรโตคอลต่างชนิดกนั สามารถส่ือสารกนั ได้ หากโปรโตคอลที่ใชร้ ับส่งขอ้ มูลของเครือข่ายท้งั สองไม่เหมือนกนั เกตเวย์ กจ็ ะทาหนา้ ท่ีแปลงโปรโตคอลใหต้ รงกบั ปลายทางและเหมาะสมกบั อุปกรณ์ของฮาร์ดแวร์ที่แต่ละเครือข่ายใชง้ านอยนู่ ้นั ไดด้ ว้ ยดงั น้ันอุปกรณ์เกตเวยจ์ ึงมีราคาแพงและข้นั ตอนในการติดต้งั จะซับซ้อนที่สุดในบรรดาอุปกรณ์เครือข่ายท้งั หมด

ในการที่ เกตเวย(์ Gateway) จะสามารถส่งขอ้ มูลจากเครือข่ายหน่ึงไปยงั อีกเครือข่ายหน่ึงไดอ้ ย่างถูกตอ้ งน้นั ตวั ของ เกตเวย(์ Gateway) เองจะตอ้ งสร้างตารางการส่งขอ้ มูล หรือท่ีเรียกว่า routing table ข้ึนมาในตวั ของมนั ซ่ึงตารางน้ีจะบอกว่าเซิร์ฟเวอร์ไหนอยู่เครือข่ายใด และอยู่ภายใตเ้ กตเวยอ์ ะไร ตารางน้ีจะมีการปรับปรุงขอ้ มูลทุกระยะ สาหรับเครือขา่ ยขนาดใหญ่ อุปกรณ์ท่ีทาหนา้ ที่เป็นเกตเวยอ์ าจจะรวมเอาฟังกช์ นั การทางานท่ีเรียกว่า Firewall ไวใ้ นตวั ดว้ ย ซ่ึงFirewall เป็ นเหมือนกาแพงท่ีทาหน้าที่ป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ท่ีอยู่นอกเครือข่ายของบริษทั เขา้ มาเช่ือมต่อลกั ลอบนาขอ้ มูลภายในออกไปได้ (Cr:mahidol.ac.th,blogspot/เครือข่ายคอมพิวเตอร์)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook