กฎหมาย ตั๋วเงนิ ลกั ษณะตว๋ั เงิน ผู้ทรงโดยชอบดว้ ยกฎหมาย การอาวลั เชค็ ความผดิ อนั เกิดจากการใชเ้ ชค็ อายคุ วาม
ตั๋วเงนิ ตว๋ั เงิน คือ เอกสารชนดิ หน่งึ ท่ีนามาใช้แทนเงินตรา มี 3 ประเภท คอื ตั๋วแลกเงิน ต๋วั สญั ญาใช้ เงนิ และ เชค็ มลี ักษณะสาคัญ คือ ตอ้ งทาเป็นหนงั สอื ตราสาร มเี นื้อความตามท่ีกฎหมายกาหนด มวี ัตถุประสงคแ์ ห่งหนี้เป็นเงนิ ตรา เปล่ียนมือไดโ้ ดยการสง่ มอบหรือสลักหลัง การชาระหนตี้ ามตว๋ั เงินจะสมบูรณเ์ มื่อมกี ารใชเ้ งนิ ตราตามตั๋วน้นั แลว้
1. ตว๋ั แลกเงนิ คอื หนังสือตราสารซ่งึ บุคคลหนง่ึ เรียกว่า ผู้สง่ั จา่ ย สงั่ บคุ คลอกี คนหน่งึ เรียกว่า ผูจ้ ่าย ใหใ้ ชเ้ งินจานวนหน่งึ แกบ่ ุคคลอกี คนหนงึ่ หรือให้ใช้ตามคาสงั่ ของบุคคลคน หนึ่งซึ่งเรยี กว่า ผู้รบั เงิน ตวั๋ แลกเงินตอ้ งมรี ายการดังต่อไปนี้ 1. คาบอกชือ่ วา่ เป็นตว๋ั เงนิ 2. คาส่งั อันปราศจากเงื่อนไขใหจ้ ่ายเงินเป็นจานวนแน่นอน 3. ช่ือหรือย่หี อ้ ผจู้ า่ ย 4. วันถึงกาหนดใชเ้ งิน 5. สถานท่ีใช้เงนิ
6. ช่ือหรอื ยหี่ อ้ ผรู้ ับเงนิ หรือคาจดแจง้ ว่าใหใ้ ชเ้ งนิ แกผ่ ้ถู อื 7. วันและสถานที่ออกตว๋ั เงิน 8. ลายมือชื่อผู้สัง่ จา่ ย
2. ต๋ัวสัญญาใช้เงิน คอื หนงั สอื ตราสารซึ่งบุคคลหนึง่ เรยี กวา่ ผู้ออกตวั๋ ใหค้ ามน่ั วา่ จะใชเ้ งนิ จานวนหน่ึงใหแ้ กบ่ คุ คลคนหน่ึงหรอื ใหใ้ ชต้ ามคาสั่งของบคุ คลอกี คนหน่ึง เรยี กว่าผู้รับเงิน ตัวสญั ญาใชเ้ งินต้องมีรายการดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ข้อความบอกว่าเป็นต๋วั สัญญาใช้เงนิ 2. คาสัง่ อนั ปราศจากเงือ่ นไขให้จ่ายเงินเป็นจานวนแน่นอน 3. วันถึงกาหนดใช้เงิน ถา้ ไม่มี ถือว่าใช้เงนิ เมอ่ื เหน็ ตัว๋ 4. มีสถานที่ใชเ้ งิน ถ้าไมม่ ีใหถ้ ือเอาภมู ิลาเนาของผ้อู อกตว๋ั 5. ลงลายมือช่ือผ้อู อกต๋ัว 6. ช่ือผู้รับเงิน (ต้องระบุเสมอ)
3. เชค็ คอื หนงั สอื ตราสารซ่งึ บุคคลหน่งึ เรียกวา่ ผู้สงั่ จา่ ย ส่ังธนาคารให้ใชเ้ งนิ จานวนหนึ่ง เมื่อ ทวงถามให้แกบ่ ุคคลอีกคนหนง่ึ หรือให้ใช้ตามคาสั่งของบุคคลอกี คนหน่งึ ทเ่ี รียกว่า ผรู้ ับเงิน เช็คต้องมรี ายการ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. คาบอกชอ่ื วา่ เป็น เชค็ 2. คาสัง่ อันปราศจากเงือ่ นไขใหใ้ ช้เงนิ เปน็ จานวนแนน่ อน 3. ชอื่ หรอื ยห่ี อ้ และสานกั งานของธนาคาร 4. ชอ่ื หรอื ยี่หอ้ ของผูร้ ับเงิน หรือคาจดแจง้ วา่ ใหใ้ ช้เงนิ แกผ่ ถู้ อื 5. สถานทีใ่ ชเ้ งนิ 6. วันและสถานท่ีออกเชค็ 7. ลายมอื ชอ่ื ผสู้ ง่ั จ่าย
ถ้าตราสารใดมขี อ้ ความครบถ้วนตามน้ี ถอื ได้วา่ มีการออกเชค็ ท้งั ผทู้ ี่ใช้แบบพิมพ์ของ ธนาคาร หรอื ผ้ทู ี่ไมม่ ีเงินฝากในธนาคารแต่นาแบบพิมพเ์ ช็คธนาคารของผอู้ ่นื ไปใช้ แล้วธนาคาร ปฏเิ สธการจ่ายเงนิ ผสู้ ั่งจา่ ย ผู้สลกั หลงั หรือผู้อาวัลต้องรบั ผดิ ถ้าเช็คมขี อ้ ความนอกเหนือจากท่ีกฎหมายระบุ ย่อมเปน็ เชค็ ทช่ี อบดว้ ยกฎหมาย ขอ้ ความทเ่ี พ่ิมไมม่ ผี ลอยา่ งใด ตัวอย่างท่ี 1 หน่ึงออกเชค็ ชาระหนใี้ หแ้ กส่ อง ตอ่ มาสองสลักหลงั โดยระบุชอื่ โอนให้สาม ต่อมา สามสลักหลงั ลอยส่งมอบต่อใหส้ ่ี จากน้ันสสี่ ่งมอบตอ่ ให้ห้า หา้ นาเช็คไปขนึ้ เงินจากธนาคาร ธนาคารปฏเิ สธการจ่ายเงนิ เนื่องจากหน่ึงไมม่ เี งนิ ฝากในธนาคาร ดงั นัน้ ห้าผูท้ รงเช็คสามารถ ฟ้องร้องบคุ คลทเ่ี ก่ียวข้องตอ่ ไปน้ี หนึ่งในฐานะผู้ส่ังจ่าย สองในฐานะผสู้ ลกั หลงั สามในฐานะผู้สลักหลังลอย
การโอนตัว๋ แลกเงนิ หรือเช็ค มีวิธีการโอน 2 วธิ ี คือ 1. ถ้าเปน็ ตัว๋ ผู้ถือ(จา่ ยเงนิ ใหผ้ ู้ถอื ตั๋ว) โอนกรรมสทิ ธ์ไิ ด้ดว้ ยการส่งมอบ 2. ถ้าเป็นต๋ัวระบชุ อื่ โอนโดยการสลกั หลังและสง่ มอบ การโอนตัว๋ สัญญาใช้เงนิ ทาไดว้ ธิ ีเดยี วคือการสลักหลงั และสง่ มอบ
ผูท้ รงโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ทรง คือ เจา้ หนี้ในตว๋ั เงินมสี ิทธิฟอ้ งไลเ่ บ้ยี ลกู หนี้ตามตั๋วเงิน ตอ้ งมลี ักษณะหรอื องคป์ ระกอบสาคัญ 2 ประการ คอื 1. เป็นผู้มีตวั๋ ในความครอบครอง ต้องครอบครองในฐานะผรู้ บั เงนิ หรอื เป็นผรู้ ับสลัก หลงั 2. ไดม้ าโดยการรบั ชาระหน้ี คือ ตอ้ งมมี ลู หนรี้ ะหว่างผู้ทรงกับผู้โอนและตอ้ งเป็นมูลหน้ี ทีช่ อบดว้ ยกฎหมาย ทั้งนี้ผทู้ รงตอ้ งเปน็ “ผทู้ รงโดยชอบดว้ ยกฎหมาย”
ผูท้ รงโดยชอบด้วยกฎหมาย คือ ผทู้ ี่ได้ตั๋วมาจากผูส้ ่งั จ่ายหรือผู้รบั โอน โดยการสลกั หลงั รบั ช่วงต่อกนั มาเปน็ ทอด ๆ จนถงึ ผู้ครอบครองตัว๋ ในปัจจุบนั โดยไมข่ าดตอน การสลกั หลงั มี 2 ชนดิ ดังน้ี สลักหลังเฉพาะ คอื การสลักหลงั ทผี่ สู้ ลักหลังระบผุ ้รู ับประโยชน์และลงลายมอื ชือ่ ผู้สลัก หลังแล้วมอบตัว๋ เงินให้ไป สลกั หลังลอย คือ การสลักหลังที่ผสู้ ลกั หลังลงลายมือชื่อของตน โดยไมร่ ะบผุ ูร้ ับ ประโยชน์แลว้ มอบตั๋วเงนิ ใหไ้ ป
การอาวลั เชค็ อาวลั คือ การคา้ ประกนั ความรับผดิ ชอบตามต๋ัวเงิน ผู้รบั อาวัลจะเปน็ บุคคลภายนอก หรือเป็นคสู่ ัญญาคนใดคนหน่งึ ในเช็คนน้ั ได้ แบบของการอาวัลทาได้ 3 กรณี คือ 1. ระบุคาวา่ “ใชไ้ ด้เปน็ อาวัล” ไวด้ า้ นหนา้ หรือหลังของเช็ค และลงลายมอื ช่อื ผูร้ ับอาวัล 2. ลงลายมือชื่อผูร้ บั อาวัลไว้ด้านหนา้ ของเชค็ 3. การสลกั หลังเชค็ ท่อี อกให้แก่ผูถ้ ือ
เช็คขดี ครอ่ ม คอื เช็คท่เี สน้ ขนานคขู่ ดี ขวางไวข้ ้างหน้า แยกเป็น 2 กรณี คอื 1. เช็คขดี คร่อมทว่ั ไป คือเชค็ ท่ีระหว่างเส้นคขู่ นาดนั้นไม่มขี ้อความใด ๆ หรือมขี อ้ ความ ซ่งึ ไม่มีความหมายเฉพาะเจาะจง 2. เชค็ ขดี ครอ่ มเฉพาะ คือ เช็คทใ่ี นระหวา่ งเส้นคู่ขนาน จะมีชอ่ื ธนาคารใดธนาคารหนงึ่ โดยเฉพาะเจาะจงลงไป ธนาคารจะจา่ ยเงินให้แกธ่ นาคารทม่ี ีช่ือตามท่รี ะบไุ ว้ สรุปเพิ่มเตมิ ผูท้ รงเช็คขีดครอ่ มต้องนาเช็คฝากเข้าบัญชีเท่านั้น จะเบกิ เปน็ เงินสดไม่ได้ เช็คขีดครอ่ มทัว่ ไปนาฝากเขา้ บญั ชธี นาคารใดกไ็ ด้ท่ผี ู้ทรงเชค็ มี เชค็ ขดี ครอ่ มเฉพาะต้องนาฝากเข้าบญั ชีของธนาคารตามทร่ี ะบุไวใ้ นเสน้ ขนาน เท่านัน้ ถา้ ผูท้ รงเชค็ ไมม่ บี ญั ชีเงินฝากธนาคารดงั กลา่ วตอ้ งเปดิ บญั ชีเพมิ่
ความผดิ อันเกดิ จากการใช้เชค็ หลกั เกณฑใ์ นการกาหนดความรับผดิ 1. ผ้รู บั ผดิ ต้องเป็นผู้ลงชอื่ ในฐานะผู้ส่ังจา่ ย 2. เชค็ นน้ั สั่งจ่ายเพ่ือชาระหนีท้ ่มี อี ยู่จรงิ และเป็นหนที้ ่บี งั คับได้ตามกฎหมาย 3. ธนาคารปฏิเสธการจา่ ยเงนิ เรม่ิ นับอายคุ วาม ณ วนั นั้น 4. ผู้กระทาความผิดมีการกระทาอย่างใดอยา่ งหนึ่งดังตอ่ ไปน้ี 1) ออกเช็คโดยมีเจตนาไมใ่ ห้มีการใชเ้ งนิ ตามเชค็ 2) ในขณะออกเชค็ ไม่มีเงินอยู่ในบญั ชี
3) ในขณะออกเช็คมเี งินอยใู่ นบญั ชี แตน่ อ้ ยกว่าจานวนเงินในเช็ค 4) ถอนเงนิ ออกจากบญั ชีจนเงนิ ไมพ่ อจ่ายตามเชค็ 5) หา้ มธนาคารมใิ หจ้ า่ ยเงินโดยทจุ ริต ***จะมคี วามผดิ เมอ่ื ธนาคารปฏเิ สธการจ่ายเงนิ ตามเชค็ น้นั *** ***ระวางโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรอื จาคกุ ไมเ่ กนิ 1 ปี หรอื ทั้งจาท้งั ปรบั ***
อายคุ วาม 1. ตอ้ งรอ้ งทุกข์ภายใน 3 เดอื น นับแตว่ นั ท่คี วามผิดเกดิ (วนั ทธ่ี นาคารปฏิเสธการจา่ ยเงิน ตามเชค็ ) เมอ่ื ร้องทุกข์แลว้ สามารถฟ้องคดีได้ภายใน 5 ปี นับแต่วันทค่ี วามผดิ เกดิ 2. ถา้ ไม่ร้องทกุ ขต์ ามข้อ 1 ตอ้ งฟอ้ งคดีภายใน 3 เดือน นับแตว่ ันที่ความผิดเกดิ การระงบั อายุความ ถ้าผเู้ สียหายทาสญั ญาประนปี ระนอมยอมมความกับผกู้ ระทาความผิดหรอื ยน่ื ฟ้องแลว้ ถอนฟอ้ ง หรอื ถอนคารอ้ งทุกข์ ทาใหค้ ดรี ะงับลง จะกลบั มาฟ้องผู้กระทา ความผิดอีกไม่ได้
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: