การกาหนดราคา ความหมาย ราคา (Pricing) วตั ถุประสงค์ การกาหนดราคา นโยบาย ความหมาย กลยทุ ธ์ รปู แบบ ปจั จัยท่มี อี ิทธพิ ลในการกาหนดราคา วิธกี าร ข้นั ตอน
ความหมาย ราคา หมายถึง มูลค่าของสินคา้ หรือบรกิ าร ท่กี าหนดในรูปตัวเงินอยา่ ง เหมาะสมกับอรรถประโยชนข์ องสินค้าหรอื บริการน้นั การกาหนดราคา หมายถึง กระบวนการในการกาหนดมูลค่าของสินค้า หรอื บริการ ทีจ่ ะซอื้ ขายแลกเปลย่ี นให้แสดงออกมาในรูปของจานวนเงิน ท่ีผู้ซ้ือเตม็ ใจท่จี ะซือ้ และผูข้ ายเตม็ ใจท่ีจะขายในระดบั ราคาทก่ี าหนด
วตั ถุประสงค์ของการกาหนดราคา 1. ม่งุ ผลกาไร Profit Oriented Objecdtive เป็นวัตถปุ ระสงค์แรกและวัตถปุ ระสงค์ หลัก มี 2 ลกั ษณะคอื 1.1 กาไรสูงสุด ถา้ ต้องการกาไรสูงสุดในระยะสั้นตอ้ งกาหนดราคาสินค้าใหส้ ูงกอ่ นทจี่ ะมีคูแ่ ข่งเขา้ มา แบง่ สว่ นตลาด เหมาะกับสินค้าทงี่ า่ ยตอ่ การลอกเลียนแบบหรอื สินคา้ ที่ยงั ไมม่ คี แู่ ข่ง ถ้าตอ้ งการกาไรสูงสุดในระยะยาวต้องกาหนดราคาสนิ คา้ ใหต้ า่ ปรมิ าณขายเพิ่มขน้ึ ทาให้กาไรสงู ขึน้
1.2 กาไรตามเปา้ หมายในการลงทุน การกาหนดราคาเพ่ือใหไ้ ด้ผลตอบแทนตาม เป้าหมาย เชน่ ต้องการผลตอบแทนร้อยละ 20 ของเงนิ ลงทุน หรอื ร้อยละ 25 จาก ยอดขาย เหมาะกับกจิ การขนาดใหญ่ มสี ่วนแบง่ ในตลาดมาก จาหนา่ ยสนิ คา้ ใหม่ ที่ยงั ไม่ มคี แู่ ข่ง หรือคู่แข่งไมส่ ามารถลอกเลยี นแบบได้ กจิ การผูกขาดสนิ คา้ 2. วตั ถปุ ระสงค์มุ่งปรมิ าณการขาย Sales Oriented Objecdtive การกาหนดราคา ตามวตั ถปุ ระสงค์น้ีนักการตลาดเช่ือว่า การขายปรมิ าณมากจะทาใหเ้ กิดรายได้ นามาซงึ่ กาไรสงู สดุ
3. วตั ถุประสงคม์ ุ่งการแขง่ ขนั Competitive Oriented Objecdtive ควรคานงึ ถงึ คู่แขง่ ในตลาดและปรบั เปล่ยี นไปตามสถานการณ์ กาหนดราคาได้ 3 ลักษณะ ดังน้ี 3.1 หลกี เล่ียงการแข่งขัน กาหนดระดบั ราคาเดียวกบั คแู่ ขง่ ขัน 3.2 การแขง่ ขันดา้ นราคา กาหนดราคาต่ากว่าคู่แข่งขัน ไม่นยิ ม 3.3 การกาหนดราคาคงท่ี หรอื การกาหนดราคาเพื่อเสถยี รภาพ ไมเ่ ปลี่ยนแปลง ราคาไปตามสถานการณ์ เหมาะกบั ธุรกจิ ขนาดใหญ่ท่ีพอใจในส่วนแบ่งตลาด
นโยบายการกาหนดราคา (Pricing Policy) โดยทว่ั ไปมี 3 ลกั ษณะ คือ 1. นโยบายระดับราคา 2. นโยบายราคาเดยี ว 3. นโยบายหลายราคาหรอื ราคายดื หยุ่นได้
1. นโยบายระดับราคา กาหนดระดับราคาโดยพจิ ารณาจากราคาตลาด พจิ ารณาได้ 3 ระดบั ดงั นี้ 1.1 การกาหนดระดับราคาตามราคาตลาด หลกี เล่ยี งการแขง่ ขันด้านราคา เหมาะ กบั ตลาดทม่ี ีการแขง่ ขนั อยา่ งเต็มท่ี เหมาะกบั สินค้าที่ใชเ้ ปน็ ประจา หาสนิ ค้าทดแทนงา่ ย ผูผ้ ลิตไมส่ ามารถสร้างความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑใ์ หโ้ ดดเดน่ ได้ฃ 1.2 การกาหนดระดบั ราคาสูงกว่าราคาตลาด เหมาะกบั ผลิตภณั ฑ์ท่ีมลี ักษณะ พิเศษ คู่แขง่ ไมส่ ามารถลอกเลยี นแบบได้ ผผู้ ลติ สามารถสรา้ งความแตกตา่ งระหว่าง ผลติ ภัณฑไ์ ดอ้ ย่างชดั เจน 1.3 การกาหนดระดบั ราคาต่ากว่าราคาตลาด ธุรกจิ ขนาดเลก็ สว่ นแบ่งตลาดน้อย ต้องการส่วนแบง่ ตลาดเพม่ิ ใช้ไดผ้ ลดีกับสินคา้ ทมี่ ีความยืดหยนุ่ ของอุปสงค์มาก
2. นโยบายราคาเดยี ว เป็นการกาหนดราคาสินค้าชนิดเดยี วกนั ปริมาณเทา่ กัน ในราคา เดยี วกันไมว่ า่ จะขายให้ใคร นามาใช้กบั ร้านคา้ ปลีกขนาดใหญ่ หลีกเลี่ยงการต่อรอง ราคา สรา้ งความมัน่ ใจใหผ้ ้บู รโิ ภคได้ 3. นโยบายหลายราคาหรอื ราคายดื หยุ่นได้ เปน็ การกาหนดราคาสินค้าหรอื บรกิ าร ประเภทเดียวกัน ในราคาท่แี ตกต่างกันสาหรบั ลูกคา้ แตล่ ะราย ขนึ้ อยู่กบั เง่อื นไขและการ ต่อรองราคา
กลยทุ ธ์การกาหนดราคา กลยุทธก์ ารกาหนดราคา คอื หลักเกณฑห์ รือแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการกาหนด ราคาเพอื่ ให้ผู้บรโิ ภคยอมรบั ราคาสนิ ค้า และบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ของกจิ การ รปู แบบของกลยทุ ธ์การกาหนดราคา 1. กลยทุ ธก์ ารกาหนดราคาสงู 2. กลยทุ ธ์การกาหนดราคาตา่ 3. กลยทุ ธ์การกาหนดราคาในเชงิ จติ วทิ ยา 4. การกาหนดราคาแบบให้ส่วนลด
1. กลยุทธ์การกาหนดราคาสูง ใช้ได้ผลดกี บั สินคา้ ทม่ี ีความแปลกใหม่ ออกสตู่ ลาดครั้งแรกยงั ไมม่ คี ่แู ขง่ ค่แู ข่งลอกเลียนแบบไมไ่ ด้ สนิ คา้ ท่คี ุณภาพดเี ดน่ เปน็ พิเศษ เนน้ สรา้ ง ภาพพจนใ์ นระดับสูง
2. กลยทุ ธก์ ารกาหนดราคาตา่ เพื่อเจาะตลาด เพ่ิมส่วนแบง่ ตลาด หรือขจัดคู่แขง่ ขนั เหมาะกบั สนิ ค้าทม่ี ีความ ยดื หยนุ่ ของอปุ สงค์สูง การแข่งขันสงู สินคา้ ไมม่ ีความแตกต่างกนั หาสนิ ค้าอ่ืน ทดแทนได้ วงจรชีวิตยาวนาน
3. กลยทุ ธก์ ารกาหนดราคาในเชิงจิตวิทยา ใชห้ ลกั จติ วิทยาชว่ ยในการกาหนดราคา โดยศึกษาพฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภคแลว้ กาหนดราคาให้ผูบ้ รโิ ภคอยากซ้ือ ร้สู ึกวา่ ราคาไม่แพง ดังนี้ 3.1 การกาหนดราคาแบบเลขคี่ เลขคู่ ผู้ซ้อื นิยมซือ้ สินคา้ ที่กาหนดเป็นเลขคี่ เช่น 99 199 สว่ นเลขคู่ ใชก้ ับสนิ คา้ ที่ผู้บรโิ ภคมชี ่อื เสียง คณุ ภาพดี ผู้บริโภค รูจ้ กั น้อย จงึ ไมม่ ขี อ้ มูลมาเปรยี บเทยี บ ทาให้เชอ่ื วา่ สนิ ค้าราคาสูงจะคณุ ภาพดี
3. กลยุทธก์ ารกาหนดราคาในเชิงจิตวทิ ยา 3.2 การกาหนดราคาในชว่ งระดบั การกาหนดสนิ คา้ ทีค่ ุณภาพไมเ่ หมือนกันให้ ราคาแตกตา่ งกนั ตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ ทแ่ี ตกต่างกัน เช่น รา้ น เสรมิ สวยกาหนดราคาคา่ ดัดผม 200 300 500 3.3 การกาหนดราคาเพอ่ื แสดงถงึ เกยี รตภิ มู ิ การกาหนดราคาสินคา้ ให้สงู พเิ ศษ เพื่อยกระดับภาพพจน์ของสนิ คา้ ใหส้ งู ขึน้ เหมาะกบั สินค้าทม่ี ีลกั ษณะพิเศษ เชน่ สินค้า Brand Name
3. กลยุทธก์ ารกาหนดราคาในเชิงจติ วิทยา 3.4 การกาหนดราคาเพอื่ สง่ เสริมการขาย เป็นการกาหนดราคาเพ่อื ตอ้ งการ เพิม่ ปรมิ าณขายในชว่ งใดชว่ งหนึ่ง เช่น การนาสินคา้ บรรจุแพ็ค 6 ชิ้น แลว้ กาหนดราคาต่อชน้ิ ใหถ้ กู กว่าซือ้ แยกช้นิ การรับประกันความพอใจ ยนิ ดีคนื เงนิ 3.5 การกาหนดราคาแบบล่อใจ เป็นการกาหนดราคาสนิ คา้ ให้ต่ามาก ๆ เพื่อ ดงึ ดดู ความสนใจของลกู คา้ เหมาะกบั ห้างสรรพสินคา้ ขนาดใหญ่
4. การกาหนดราคาแบบให้ส่วนลด เปน็ การกาหนดราคาสินค้าเพอ่ื ให้ส่วนลดแกผ่ ู้ซื้อ ในกรณีต่าง ๆ ดงั นี้ 4.1 ส่วนลดการค้า คือสว่ นลดทผี่ ูผ้ ลติ ลดให้พ่อคา้ คนกลางเพ่ือเสนอกาไร 4.2 สว่ นลดปริมาณ เปน็ สว่ นลดท่ลี ดใหผ้ ู้ซอ้ื ทซี่ อ้ื ในปรมิ าณท่กี าหนด 4.3 ส่วนลดเงนิ สด ส่วนลดที่ผ้ขู ายจงู ใจให้ผู้ซื้อชาระคา่ สินคา้ เป็นเงินสดภายในเวลาที่ กาหนด 4.4 ส่วนลดนอกฤดูกาล ผขู้ ายลดใหผ้ ้ซู ้อื กรณีซ้อื สินค้านอกฤดกู าล หรอื ชว่ งทสี่ ินค้ามี ความต้องการลดลงกวา่ ปกติ
วธิ ีการกาหนดราคา (Price Determinations) สามารถดาเนินการได้หลายวธิ ี ดงั น้ี 1.วธิ ีการกาหนดราคาโดยมงุ่ ตน้ ทนุ (Cost Oriented Pricing) 2. วธิ กี ารกาหนดราคาโดยมุง่ อุปสงค์(Demand Oriented Pricing)
1. วธิ กี ารกาหนดราคาโดยมุ่งตน้ ทนุ เป็นวิธที คี่ รอบคลุมตน้ ทนุ รวมทัง้ สิ้น สอดคล้องกับการคานวณผลการดาเนินงานตาม ระบบบัญชี นิยมใช้มาก ดาเนินการได้ 2 ลกั ษณะ ดังนี้ 1.1 การกาหนดราคาโดยมุ่งต้นทนุ ของร้านค้าปลีกและร้านค้าส่ง 1.2 การกาหนดราคาโดยมุ่งตน้ ทุนของผผู้ ลติ
1.1 การกาหนดราคาโดยมุ่งตน้ ทนุ ของร้านคา้ ปลีกและร้านคา้ ส่ง นยิ มกาหนดราคา โดยนาต้นทุนตอ่ หนว่ ยของสนิ ค้าหรอื บริการบวกกาไร(ส่วนบวกเพิ่ม)ที่ตอ้ งการ จะได้ ราคาขายของสนิ คา้ ส่วนบวกเพิม่ กาหนดได้ 3 ลักษณะ ดังน้ี 1) สว่ นบวกเพ่มิ กาหนดเทา่ กันทุกรายการ ตวั อย่าง สนิ ค้าราคาต้นทนุ ชนิ้ ละ 10 บาท 20 บาท และ 25 บาท ตอ้ งการกาไรส่วน เพมิ่ ชนิ้ ละ 5 บาท ราคาขายเป็นดงั นี้ ชิน้ ที่ 1 ต้นทนุ 10 บาท + กาไรสว่ นเพิม่ 5 บาท = ราคาขาย 15 บาท ชน้ิ ที่ 2 ตน้ ทุน 20 บาท + กาไรสว่ นเพิม่ 5 บาท = ราคาขาย 25 บาท ช้นิ ท่ี 3 ตน้ ทนุ 25 บาท + กาไรส่วนเพ่ิม 5 บาท = ราคาขาย 30 บาท
2) สว่ นบวกเพม่ิ คิดเปน็ ร้อยละของต้นทนุ ตวั อยา่ ง ซ้อื เสื้อมาจาหนา่ ยต้นทนุ ตัวละ 300 บาท ต้องการกาไร 30% จากราคาทนุ ราคาขาย = ราคาตน้ ทุน + กาไร ราคาขาย = 300 + (30% ของ 300) ราคาขาย = 300 + 90 ราคาขาย = 390
3) ส่วนบวกเพิม่ คิดเป็นร้อยละของราคาขาย ตวั อยา่ ง ซอ้ื เสื้อมาจาหน่ายตน้ ทุนตวั ละ 300 บาท ตอ้ งการกาไร 30% ของราคาขาย ราคาขาย = ราคาต้นทุน + กาไร 100% = 70% + 30% ตน้ ทุน = 70 บาท ราคาขาย = 100 บาท ต้นทุน = 300 บาท ราคาขาย = n บาท n = 428.57 70n = 300x100 n = 300x100 70
1.2 การกาหนดราคาโดยมุ่งตน้ ทนุ ของผู้ผลิต ใช้กบั ธุรกิจการผลติ 1) กาหนดราคาโดยวบตั วถกุปส่วรนะสเพงิม่ คจข์ าอกตง้นกทานุรกเฉาลห่ียนอยดา่ รงางค่ายา ต1.วั อมยงุ่ ผา่ งลกโรางไงรานPแroหf่งiหt นOง่ึ rจieา่ ยnคt่าeแdรงO4b0je,0c0d0tiบvาeทเปค่า็นววัตตั ถถุดุปิบระ6ส0ง,0ค0แ์ 0รกบแาลทะคา่ ใช้จา่ ย วอตันื่ ถ5ปุ 0ร,0ะ0ส0งคบ์หาลทกั ผมลี ติ2สลนิ กั คษา้ ไณดะ้ 2ค5ือ,000 ชน้ิ กจิ การตอ้ งการกาไร รอ้ ยละ 50 ของตน้ ทุน กิจก1า.ร1ควกรากไราหสูงนสดดุราคาดงั นี้ - ถา้ ตตน้ อ้ ทงุนกราวรมกา=ไร4ส0ูง,ส0ดุ0ใ0น+ระ6ย0ะ,ส00้นั 0ต้อ+งก50าห,0น0ด0ราคาสนิ คา้ ใหส้ ูงกอ่ นทีจ่ ะมีคแู่ ข่ง เหมาะกบั สินค้าท=ีง่ า่ 1ย5ต0อ่ ,0ก0า0รลบอากทเลยี นแบบหรอื สินค้าที่ยงั ไมม่ ีคแู่ ขง่ เผ-ตพล้นถ่มิิตทา้ ขสตุน้ึนนิอ้ เฉงคลกา้ ย่ีาไดรตก้่อา=หไนร2สว่5ยงู,0ส=0ุด0ใ1น5ชร0น้ิ ะ,0ย0ะ0ยา/ว2ต5อ้ ,ง0ก0า0หนด=ร6าคบาาสทนิ ค้าให้ตา่ เพราะปริมาณขายจะ
กจิ การตอ้ งการกาไรร้อยละ 50 ของตน้ ทุนเฉลี่ย ราคาขาย = ตน้ ทุนเฉลว่ียัต+ถปุการไะรสงคข์ องการกาหนดราคา 1. ม่งุ ผลกาไร P=ro6f+it(O6xr5ie0n%t)ed Objecdtive เป็นวัตถปุ ระสงคแ์ รกและ วัตถปุ ระสงค์หล=กั 6ม+ี 32 ลกั ษณะคือ 1.1 กาไรสงู=ส9ดุ บาทตอ่ ขวด เ-โหดถยมา้ พ2าต)ะจิ ้อกากงรบัากณรสากนิราาจกคหาา้ากไนทรอด่งีสุปา่รงู สยาสคงตดุ คา่อใใ์โนกนดารตยระลวลยาิเอะคดกสรเน้ัาละตียหอ้ น์จงแกุดบาคบหมุ้ หนทรดุนือรสาแคนิลาว้คสนา้ นิทาไคีย่ ป้างั กใไหมาหส้่มนงูีคกดู่แอ่รขนาง่ คทา่จี ขะามยีคทู่แเ่ี หขมง่ าะสม เ-พถ่มิ ้าขตึน้้องจกุดาครุม้ กทานุไรสคงูอื สจุดุดในทรไี่ มะข่ยาะดยทาวุนตแ้อลงะกไมาหม่ นกี าดไรราคหารสอื ินจุดคท้าใี่ไหด้ทต้ ่านุ คเพืนราะปรมิ าณขายจะ
จดุ คมุ้ ทนุ = วตั ถุประสงตคน้ ข์ ทอนุ งคกงาทรีร่ กวมาหนดราคา 1. ม่งุ ผลกาไร Profit OrรiาeคnาtขeาdยOตอ่ bหjeนcว่ dยti-vตeน้ เทปนุน็ ผวตัันถแปุปรระตสอ่ งหคนแ์ ่วรยกและ วตั ถปุ ระสงค์หลกั มี 2 ลกั ษณะคือ ตวั อ1ย.่า1งกกาาไหรสนูงดสรดุาคาขายสินค้า ช้ินละ 20 บาท โดยมคี า่ ใชจ้ ่ายคงที่รวม 30,000 บาท ค- ่าถใ้าชตจ้ ้อา่ งยกผาันรแกปารไรตส่องูชส้นิ ุดๆในลระะ8ยะบสานั้ ทตค้อางนกาวหณนจดดุ รคาุม้ คทาุนสไนิ ดค้ ดา้ งัใหน้ส้ี งู กอ่ นทีจ่ ะมีคแู่ ข่ง จเหุดมคามุ้ ะทกนุ บั สนิ=คา้ 3ท0งี่ ,า่0ย0ต0/อ่ (ก2า0ร-8ล)อกเลียนแบบหรอื สินคา้ ท่ียงั ไมม่ ีคู่แข่ง - ถา้ ตอ้ งการ=กา3ไร0ส,0ูง0ส0ดุ /ใ1น2ระยะยาวต้องกาหนดราคาสนิ คา้ ให้ต่า เพราะปรมิ าณขายจะ เพ่มิ ขึ้น = 2,500 ชิน้
ถ้ากจิ การขายสินคา้ ได้ 2,500 ชนิ้ ในราคาชิ้นละ 20 บาท กจิ การจะไมม่ กี าไร แต่ไมข่ าดทนุ วัตถุประสงคข์ องการกาหนดราคา 1. มงุ่ ผลถ้ากกาจิไรกาPรrขoาfยitสินOคr้าieไดnม้teากdกOวา่ bจjดุeคcุ้มdทtiุนveกิจเปก็นารวจัตะถไุปดรก้ ะาสไรงคช์แิน้ รลกะแ8ละบาท วัตถุประถส้างกคิจ์หกลารกั ไมม่สี 2ามลากัรษถเณพะิ่มคออืปุ สงค์ให้มากกวา่ จดุ คุ้มทุนได้ ควรกาหนดราคาใหส้ ูง กว่า1รา.1คากาณไรจสดุ งู คสมุ้ ุดทุน - ถ้าต้องการกาไรสูงสุดในระยะส้นั ตอ้ งกาหนดราคาสินค้าใหส้ ูงกอ่ นทจ่ี ะมคี แู่ ข่ง เหมาะกับสินคา้ ที่งา่ ยต่อการลอกเลยี นแบบหรอื สนิ คา้ ที่ยังไมม่ คี แู่ ข่ง - ถ้าต้องการกาไรสงู สดุ ในระยะยาวต้องกาหนดราคาสนิ ค้าให้ต่า เพราะปรมิ าณขายจะ เพม่ิ ข้นึ
2. วิธีการกาหนดราคาโดยมงุ่ อุปสงค์ (ความต้องการ) ให้ความสาคัญกบั ความตอ้ งการสินค้าของผูบ้ ริโภคหรอื ผใู้ ชท้ างธรุ กจิ พจิ ารณาจาก ปัจจยั 2 ประการคอื 2.1 คณุ คา่ ของสนิ คา้ ในสายตาผู้บรโิ ภค สินค้าบางชนิดแมต้ น้ ทนุ การผลติ ต่าแต่ถา้ ผู้บรโิ ภคมคี วามตอ้ งการสูง สามารถกาหนดราคาสงู ได้ 2.2 ความสัมพันธร์ ะหวา่ งปรมิ าณความตอ้ งการกบั การกาหนดราคาในระดบั ต่าง ๆ การกาหนดราคาสูงจะทาให้ความต้องการลดลง การกาหนดราคาตา่ จะทาให้ความ ตอ้ งการเพม่ิ ข้นึ กิจการต้องเปรียบเทยี บดวู ่าจะกาหนดราคาระดับใดทีจ่ ะทาให้ขายได้ มากท่ีสดุ หรือได้กาไรสงู สุด
การกาหนดราคาในเชงิ ปฏิบตั คิ วรพจิ ารณาจาก ตน้ ทุนสนิ ค้า ต้นทุนการดาเนินงาน อุปสงค์ ควบคู่กับ สถานการณ์การแข่งขัน นโยบายราคา และกฎหมายท่เี กี่ยวขอ้ ง
ปจั จยั ที่มีอิทธพิ ลในการกาหนดราคา การกาหนดราคาท่เี หมาะสม บรรลุเปา้ หมายของกิจการ และผู้บริโภคหรือผ้ใู ช้พอ พอใจ ต้องพจิ ารณาปัจจัยประกอบหลายประการ ดงั นี้ 1. วัตถุประสงคแ์ ละภาพพจน์ของธุรกจิ ในสายตาของผ้บู ริโภค 2. ลกั ษณะความต้องการของผบู้ ริโภคทีม่ ีต่อสนิ ค้า ถา้ เป็นสินค้าทผ่ี ู้บรโิ ภคตอ้ งการสูง สนิ คา้ ท่มี ีความยดื หยุน่ ของอปุ สงค์ต่า สินคา้ ท่ีมคี วามจาเปน็ ต่อการบรโิ ภคและหาสนิ คา้ ทดแทนยาก กาหนดราคาสูงได้ 3. ต้นทนุ ของสนิ คา้ ราคาขายควรครอบคลุมต้นทนุ ของสนิ ค้า และกจิ การมีกาไรตาม ต้องการ 4. คู่แขง่ ขัน ควรกาหนดราคาเท่ากนั หรือแตกต่างจากคู่แข่ง
5. วงจรชวี ติ ผลติ ภณั ฑ์ ระยะแนะนาอาจกาหนดราคาให้สูงหรือต่าตามต้องการไดเ้ พราะยังไมม่ คี ู่แข่ง แตต่ ่อมาเมือ่ สนิ ค้าถงึ ระยะเตบิ โตหรอื อ่ิมตัวจะเร่มิ มีคแู่ ข่งเข้ามา การกาหนดราคาให้ต่าลงจะเป็นกล ยทุ ธ์ทถ่ี กู นามาใช้เพอ่ื รักษาสว่ นครองตลาดไวใ้ ห้ได้ 6. ความแตกต่างระหว่างผลติ ภณั ฑ์ สินค้าลกั ษณะแตกตา่ งกันสามารถกาหนดราคาให้แตกตา่ งกันได้ 7. คนกลางในชอ่ งทางการจัดจาหน่าย กาหนดราคาระดบั ใดจงึ จะทาใหค้ นกลางยอมรบั และ เตม็ ใจนา สินคา้ ไปจาหนา่ ย 8. การส่งเสรมิ การตลาด ค่าใชจ้ ่ายในการสง่ เสริมการตลาดเป็นต้นทนุ ทางการตลาดทตี่ ้องนามา ประกอบในการกาหนดราคา 9. พฤตกิ รรมการซื้อของผบู้ ริโภค สนิ ค้าท่ซี ื้อประจา ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั ควรกาหนดราคา ต่า สว่ นสินค้าท่ีความถใ่ี นการซื้อนอ้ ย ซอ้ื เพราะพงึ พอใจในคณุ ภาพ หรอื ซื้อเพ่ือสรา้ งการยอมรับใน สังคม กาหนดราคาสงู ได้ เชน่ รถยนต์ เสอื้ ผ้า รองเทา้ 10. สภาวะเศรษฐกจิ หากภาวะเศรษฐกิจเติบโตสามารถกาหนดราคาสูงได้ 11. บทบาทของรัฐบาลและกฎหมาย เพอ่ื กาหนดราคาใหส้ อดคล้อง
ขน้ั ตอนในการกาหนดราคา ประกอบด้วยการดาเนนิ งาน 5 ข้ันตอน 1. ศกึ ษาตลาดเปา้ หมาย วา่ เปน็ ใคร ความตอ้ งการ แรงจงู ใจซ้ือ ราคาทสี่ ามารถฟซื้อได้ 2. ศึกษาความสมั พันธร์ ะหว่างปรมิ าณความตอ้ งการกบั ราคา ทแ่ี ตกตา่ งกัน เพอื่ กาหนดราคาที่ตลาดเปา้ หมายยอมรับได้ และธรุ กิจพอใจ 3. พจิ ารณาการกาหนดราคาของคู่แข่งขนั นามาเปรียบเทยี บเพอื่ กาหนดราคาของ ธุรกจิ 4. ศึกษาตน้ ทุนในการผลิตสนิ ค้าและต้นทุนทางการตลาด 5. การกาหนดระดบั ราคาทเี่ หมาะสม
Search
Read the Text Version
- 1 - 29
Pages: