Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือ-ประมวลบทความในการประชุมวิชาการ 2561

หนังสือ-ประมวลบทความในการประชุมวิชาการ 2561

Published by E-books, 2021-03-15 06:31:03

Description: หนังสือ-ประมวลบทความในการประชุมวิชาการ 2561

Search

Read the Text Version

การประชมุ วิชาการสาขานิติศาสตร์ระดับชาติ ครัง้ ท่ี 1 หวั ข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปลี่ยนผา่ น/ ปฏิสงั ขรณ”์ กําหนดไว้เท่านั้น ซ่ึงหลักการในคําประกาศนี้ได้รับการกล่าวถึงอยู่เสมอว่าเป็นรากฐานของหลักนิติรัฐ12 และท่ีสําคัญ ประเทศฝรั่งเศสได้พัฒนาความคิดเรื่องลําดับช้ันแห่งกฎหมายภายในรัฐหรือปีรามิดแห่งกฎหมายของรัฐ” (Principe de hiérarchie des normes, Pyramide des normes)ที่ได้นํามาใช้ในการตรวจสอบควบคุมอํานาจการออกกฎหรือคําส่ัง ของฝา่ ยปกครอง ส่วนข้อถกเถียงของคณะกรรมการท่ไี ดม้ ีกลา่ วถึงแนวคิดเรือ่ งหลักนิติธรรม หลกั นิตริ ฐั ในลักษณะทีก่ รอบในการ จาํ กัดการใช้อาํ นาจของรัฐ ในเชงิ เนือ้ หาและคาํ นิยามอย่างไรนั้น ผู้เขียนขอแบง่ เปน็ ประเดน็ หลกั 2 ประเด็น คือ การเลอื ก คําของหลัก Rule of Law และเนือ้ หาของหลัก Rule of law 2.2.1 การเลอื กคาํ ของหลัก Rule of Law หลกั นิตธิ รรม หรือ หลักนิตริ ัฐ สมคิด เลิศไพฑูรย์ อภิปรายว่า คือ “Rule of law” หลักการปกครองโดยกฎหมาย ซ่ึงเป็นหลักท่ีเอามาจาก เยอรมนั จากคาํ วา่ “Rechtsstaat” จากนั้น นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ จึงได้อภิปรายว่า คําว่า “หลักนิติรัฐ” นี้ (เลขานุการฝ่ายกฎหมาย) ต้องอธิบาย ให้ดี เพราะหลักแนวคิดอันนี้รับมาจากเยอรมัน แล้วก็เข้าไปในฝร่ังเศส ซ่ึงใน Anglo-Saxon จากประเทศอังกฤษ ไม่มี คําศัพทน์ ี้ จากนนั้ จงึ ให้ สมคดิ เลศิ ไพฑูรย์ แปลคําน้ีเป็นภาษาอังกฤษ จากนนั้ สมคดิ เลศิ ไพฑูรย์ จึงตอบว่า “The rule of law ” ซ่งึ นครนิ ทร์ เมฆไตรรตั นก์ แ็ ยง้ ต่อวา่ “ The rule of law ไม่ได้แปลวา่ นิติรัฐ ซึ่ง สมคิด เลิศไพฑรู ย์ ก็ยงั ยืนยันว่าคือ “คําเดียวกัน” อย่างไรก็ตาม นครินทร์ เมฆไตรรตั น์ ได้ยืนยันว่า ไม่ใช่คําว่า The rule of law โดยแย้งว่า “เยอรมันมันถูกต้องแล้วครับ มาจาก Rechtsstaat มาจาก État de droit ในภาษาฝร่ังเศสถูกแล้ว แต่มันแปลอังกฤษไม่ได้ศัพท์ คําน้ีรากฐานมันคนละปรัชญา เพราะฉะน้ันถ้า The rule of law มันต้องแปลว่านิติธรรมหรือกฎ มันไม่ใช่หลักนิติรัฐ เพราะว่าใน Anglo-Saxon พวกภาษาใน Common law ผมไมแ่ น่ใจวา่ รฐั มีสภาพในทางกฎหมายไดอ้ ยา่ งไร” ปกรณ์ ปรียากร ได้ให้ความเห็นว่า : “……ระบบของกฎหมาย Anglo-Saxon ในตอนหลังๆ ก็มีการใช้คําใหม่ๆ ซง่ึ เปน็ คาํ ทพ่ี ัฒนาข้นึ มา แต่ว่าคําน้ีก็มีข้อโตแ้ ยง้ อยเู่ สมอ แตผ่ มคิดว่าเปน็ ที่ใชไ้ ด้โดยทัว่ ไป ในอังกฤษอาจจะมีความรู้สึกว่า ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ว่าพอประเทศอ่ืนท่ีพัฒนามาจากระบบ Anglo-Saxon ไปใช้น่ี เขาก็ใช้คําว่า Legal state คืออันน้ีก็เป็น ข้อถกเถยี งกนั แต่วา่ ใช้ได้หรือไม่ แตว่ า่ กอ็ ยู่ในภาวะท่เี ปน็ ท่ยี อมรบั กนั อยบู่ ้าง กค็ ือรฐั ทป่ี กครองด้วยกฎหมายเปน็ สําคัญ จากนน้ั ได้มีการอภปิ รายและแสดงความเห็นเพม่ิ เติม เม่ือมกี ารกลา่ ววา่ เราใชห้ ลกั The rule of law ซงึ่ มาจาก หลกั เกณฑ์ Rechtsstaat ในภาษาเยอรมนั ดังน้ี ประพันธ์ นัยโกวิท “….ต้องเป็นไปตามหลักนิติรัฐ คือประเทศที่ปกครองโดยกฎหมาย ก็เป็นประเทศที่เป็นนิติ รัฐ แต่ความจริงคําว่า Rule of law น่าจะเป็นคําว่า นิติธรรม น่าจะใช้คําว่า ต้องไปเป็นตามหลักนิติธรรม คือ Rule of law หลักนิติธรรมนี้เป็นหลักหนึ่งใน Good governance เรื่องธรรมาภิบาล ผมคิดว่าน่าจะใช้คําว่า นิติธรรมมากกว่านิติ รฐั คอื มนั ตรงตัว” วิชา มหาคณุ “....ดาํ เนินไปตาม The rule of law น่กี ็คือ หลักแห่งกฎหมาย หรือการปฏิบัติการตามกฎหมาย นะครบั ก็น่าจะเป็นหลกั นิติธรรมทีเ่ ราเขา้ ใจกันท่ัวไปแล้วนะครับ แลว้ กผ็ มเห็นด้วยว่าใช้หลักนิติธรรมควบคกู่ ับ The rule 12 วิสิฐ ญาณภิรัต และคณะ, (2559). “บริบทหลักนิติธรรมในตา่ งประเทศ)”, วารสารเกษมบัณฑิต 17(1): 96. 88

วันที่ 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ of law น่เี พราะผมตรวจสอบดูแลว้ รฐั ธรรมนูญของหลายๆประเทศก็บอก ใหเ้ ป็นไปตาม The rule of law เพราะฉะน้ัน ก็สอดคลอ้ งนะครับ ถา้ เผื่อไปใชห้ ลักนติ ริ ัฐอาจจะเข้าใจผดิ ไดค้ รับ” มานิจ สุขสมจิตร “….ถึงจะใช้คําว่า นิติรัฐ นิติธรรม ผมก็คิดว่าใช้คําว่า นิติธรรมน่าจะถูกต้องกว่านะครับ คือ เป็นหลักของกฎหมายและกฎหมายก็ต้องเป็นธรรม คราวน้ีถ้าหากยังรักคําว่า นิติรัฐ อยู่ ถ้าอยากจะใช้ในรัฐธรรมนูญก็ นา่ จะไปอยู่ในมาตรา 2 มาตรา 2 ท่บี อกว่า ประเทศไทยเป็นนิติรฐั แลว้ บอกวา่ มกี ารปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอะไรก็ วา่ ไป แต่ว่าตรงวรรคสองของมาตรา 3 นี่ น่าจะเปน็ คําวา่ นิตธิ รรม คอื ธรรมะแห่งกฎหมาย นัน่ กค็ ือกฎหมายท่ีจะตอ้ งเป็น ธรรม ไม่ใช่กฎหมายท่ีบัญญัติข้ึนมาเพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งได้เปรียบ อีกคนหนึ่งเสียเปรียบ มันก็ต้องเป็นธรรมนะครับ น่าจะ อยูต่ รงนมี้ ากกว่า ขอบคุณครบั ” จะเห็นได้ว่า ประพันธ์ นัยโกวิท, วิชา มหาคุณ และ มานิจ สุขสมจิตร มีความเห็นว่า หากมาจากหลัก Rule of Law ควรใช้คําว่า หลักนิติธรรม เพราะเป็นไปตามหลักสากล เป็นที่เข้าใจได้ท่ัวไป และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของ ตา่ งประเทศท่ีใชค้ ําว่า Rule of Law นอกจากน้ัน คาํ ว่า นติ ิธรรม ยังหมายถงึ ธรรมะแหง่ กฎหมาย กฎหมายทจ่ี ะต้องเป็น ธรรม ไม่ใชก่ ฎหมายทบ่ี ัญญัติข้นึ มาเพ่ือใหค้ นกลมุ่ หนึ่งได้เปรียบเสียเปรียบกนั เป็นต้น ท้งั นี้ ยังมผี รู้ ่างบางส่วนที่ได้เสนอการใช่คาํ อื่น เช่น สดศรี สตั ยธรรม ท่เี ห็นว่าควรจะใช้คําง่าย เพราะเมื่อประชา มติจะเกิดปัญหาข้ึนมาทันทีว่าแปลความว่าอย่างไร แล้วยังอาจต้องมีภาษาอังกฤษ ภาษาฝร่ังเศส ภาษาเยอรมันกํากับ จึง ไม่ควรใช้คําท่ีเป็นคําเทคนิค ซ่ึง ธงทอง จันทรางศุ ได้เสนอให้ใช้คําเสนอให้ใช้คําว่า “ตามคลองธรรมแห่งกฎหมาย” เพราะเปน็ ภาษาไทยธรรมดาทเี่ ขา้ ใจไดง้ ่าย จากนั้นได้มีการพยายามอธิบายถึงบริบท และ ระบบการเมืองท่ีเกี่ยวข้องกับหลักนิติรัฐ และหลักนิติธรรม โดย คมสันต์ โพธ์ิคง ท่ีได้อภิปรายโดยมีรายละเอียดโดยสรุปความว่า ควรใช้คําว่า หลักนิติรัฐ ซ่ึงหมายถึง รัฐที่ยอมตนเคารพ กฎหมาย โดยคํานี้เป็นอุดมการณ์ในทางประชาธิปไตย ซึ่งคําท่ีใช้ปัจจุบันมีใช้อยู่ 3 คําครับ คือ เรื่องของ Legal state แล้วก็ Rule of law แล้วก็ Due process of law ในแต่ละประเทศก็จะใช้ต่างกัน ในอเมริกาก็จะใช้คําว่า Due process of law แต่ถ้าในระบบของอังกฤษก็ซ่ึงเป็น ระบบ Common law ใช้หลัก The rule of law โดยในระบบสากลคําที่ใช้ จะสะท้อนถึงระบบการเมือง ระบบกฎหมายท่ีแตกต่างกัน เช่น The rule of law มีหลักเกณฑ์คือการอยู่ภายใต้กฎหมาย เดียว ทัง้ บุคคลธรรมดาและหนว่ ยงานของรัฐและใช้ระบบของการพิจารณาคดแี บบศาลเดี่ยว สว่ นหลกั ของนิตริ ัฐน่ีมันเป็น หลักการท่ีน่าจะสอดคล้องกับประเทศท่ีใช้ระบบประมวล ระบบของการมีรัฐธรรมนูญบัญญัติในลักษณะเช่นน้ี โดย กฎหมายของรัฐนั้น ต้องเป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับความเป็นธรรมด้วย ซ่ึง คมสันต์ มีความเห็นใน ว่าควรจะใช้คําว่า หลักนิติรัฐ เพียงแต่ต้องขยายความเขา้ ใจในเร่ืองหลกั นติ ิรฐั ให้มคี วามหมายชดั เจน ทั้งนี้ก่อนจบการอภิปรายประเด็นดังกล่าว สมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้กล่าวก่อนการสรุปข้อถกเถียงว่า จากร่างที่ใช้ คําวา่ หลักนติ ริ ัฐ ขอเปล่ียนเป็น หลักนิตธิ รรม ถ้าทีป่ ระชมุ เห็นชอบ จากนั้นจึงมีการเปล่ียนจากคําว่า หลักนิติรัฐ เป็น หลักนิติธรรม โดยไม่ได้มีการสรุปความเห็นของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่ามีความเข้าใจและเลือกคําว่า “หลักนิติธรรม” มาใช้โดยเข้าใจคํานี้ว่าอะไร เพราะ อะไร 89

การประชมุ วิชาการสาขานิตศิ าสตร์ระดับชาติ ครงั้ ที่ 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปลีย่ นผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ”์ 2.2.2 เนื้อหา และคํานิยามของหลักนติ ธิ รรม และหลกั นติ ริ ัฐ ปรากฏการถกเถียงหรือการกล่าวถึงเนื้อหาและองค์ประกอบของหลักนิติรัฐ หรือหลักนิติธรรมในการประชุม สภาร่างรฐั ธรรมนูญ (สสร.) ครงั้ ท่ี 22/255013 โดยมกี ารอภปิ รายกันได้ดงั น้ี คมสัน โพธ์ิคง ได้เสนอให้ใช้คําว่า “หลักนิติรัฐ” โดยอธิบาย โดยสรุป ว่า “หลักนิติรัฐ มันมีความหมายที่ ครอบคลุมกว้างขวางมากกว่า คําว่า หลักนิติธรรม ซ่ึงโดยท่ัวไปแล้ว คําว่า หลักนิติธรรม นั้น มีความหมายในลักษณะที่ มกั จะใช้กันในภายในองค์กรศาลเทา่ นน้ั สว่ น หลักนิติรัฐโดยหลักการไม่ไดแ้ ปลวา่ รฐั ตามกฎหมายอย่างท่มี หี ลายคนเข้าใจ ว่า คําว่า นิติรัฐ น้ัน คือรัฐตามกฎหมาย แต่ความจริงแล้วหลักนิติรัฐนี่เป็นอุดมการณ์และเป็นอุดมคติ ในทางปรัชญา รากฐานของกฎหมายมหาชนได้วางหลักการในเรอ่ื งของคําว่า หลักนิติรัฐ นัน้ คอื รัฐที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย แล้ว กเ็ คารพในหลักนิติธรรม หลักนิติรัฐน่ีไม่ได้กาํ หนดเร่ืองขององค์ประกอบของรัฐ แตเ่ ป็นหลักในทางปรัชญาทวี่ างหลักการ ในเรื่องของการที่ให้รัฐน้ันยอมตนเคารพอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย ซ่ึงรัฐนั้นได้เป็นผตู้ ราข้ึนเอง และก็ยอมใช้บงั คับขึ้น ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วย การยอมตนอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายที่ว่านี้นะครับ กฎหมายนั้นจะต้อง ต้ังอยู่บนเหตุผลของความเปน็ ธรรม จึงจะเป็นกฎหมายทสี่ ามารถใช้บังคับได้ ภายใต้หลักการเรอ่ื งหลกั นิติรัฐ เพราะฉะนั้น หลักนิติรัฐน่ีจึงเป็นหลักการในการควบคุมการใช้อํานาจของรัฐท่ีสําคัญนะครับ ซ่ึงโดยหลักการแล้วทําให้รัฐนั้นเป็นรัฐท่ีมี ความมีเหตุมีผล ภายใต้หลักการเรื่องนิติรัฐ มีหลักการสําคัญมาจากการท่ีประชาชนนั้นได้ต่อสู้กับการปกครอง จากการ กดข่ีในการปกครอง เพ่ือให้ตนมีสิทธิและเสรีภาพ….” จากน้ันจึงมีการกล่าวและอธิบายถึงรายละเอียดของหลักนิติรัฐ และหลักนิติธรรม ซึ่งผู้เขียนขอสรุปการอภิปรายของนายคมสัน โพธ์ิคง จึงเป็นการอธิบายในเชิงนิยาม การให้ความหมาย และหลักการสําคัญๆของแต่ละหลักการ อันเป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดของหลักคิดเร่ือง Rule of Law และ Legal State จากการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยในนําเรื่องระบบกฎหมายหลักนิติธรรมท่ีใช้ในประเทศ ของคอมมอน ลอว์ สว่ นประเทศไทยเป็นประเทศท่ีใช้ระบบประมวลกฎหมายจึงควรใช้หลักนิติรฐั ซ่ึงอาจแยกรายละเอียด ได้ดงั น้ี ตารางที่ 1 : ตารางสรปุ ความเข้าใจหลกั Rule of Law และ Legal State จากการอภปิ รายของ คมสัน โพธิค์ ง หวั ขอ้ Rule of Law Legal State ระบบ - รฐั เคารพตนใหอ้ ยู่ภายใต้กฎหมาย นยิ าม โดยกฎหมายต้องเปน็ ธรรมจงึ จะเปน็ องคป์ ระกอบ - ไม่ใช้อํานาจตามอําเภอใจ กฎหมายทใี่ ชบ้ งั คบั ได้ - รฐั ท่ียึดม่นั ในระบอบประชาธิปไตย แล้วก็เคารพในหลกั นติ ิธรรม - รฐั ตอ้ งเคารพตอ่ กฎหมาย 13สาํ นักรายงานการประชมุ และชวเลข สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, รายงานการประชมุ สภาร่างรฐั ธรรมนูญ คร้ังที่ 22/2550 วนั จนั ทร์ที่ 11 มถิ นุ ายน พุทธศักราช 2550, หนา้ 58-62. 90

วันที่ 8 มิถนุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวัดเชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ หัวขอ้ Rule of Law Legal State ระบบ - กฎหมายเดยี วกัน ศาลเดยี วกัน - มศี าลพิเศษในการตรวจสอบ - มีหลักการกาํ หนดความรบั ผดิ มีการ ความชอบดว้ ยรัฐธรรมนญู คอื ศาล รัฐธรรมนญู กาํ หนดโทษ - ไม่มีกฎหมายไม่มคี วามผิด - หลกั ความท่วั ไปของรัฐธรรมนูญ เกิด - คุ้มครองสทิ ธเิ สรีภาพของประชาชน - มคี วามมนั่ คงของกฎหมาย จากการตคี วาม ไม่ใชจ่ ากการ - มคี วามได้สดั ส่วนของกฎหมายกับ บัญญตั ิกฎหมายรฐั ธรรมนญู เป็นลาย ลกั ษณ์อักษร มาตรการของรัฐ - ความเป็นกฎหมายสงู สุดของ รฐั ธรรมนูญ - หลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา อย่างไรก็ตาม สมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า นักวิชาการโดยทั่วไปมีความเห็นว่า หลักนิติธรรมและ หลักนิติรัฐมี ความหมายท่ีใกล้เคียงกัน โดยว่าคํา นิติธรรม น้ัน มาจากคําในภาษาอังกฤษว่า เดอะ รูล ออฟ ลอว์ (The Rule of Law) แล้วก็เป็นหลักที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศท่ีเป็นคอมมอน ลอว์ (Common Law) คือ ประเทศ อังกฤษ หลักเรื่องนิติรัฐ เป็นหลักท่ีเกิดในประเทศซีวิล ลอว์ (Civil law) ก็คือ ประเทศเยอรมัน ใช้คําว่าเรชท์สตาต (Rechtsstaat) ซึ่งเป็นคําที่กรรมาธิการได้พิจารณาอย่างถ่องแท้พอสมควร แล้วว่าคําว่า นิติรัฐ น้ัน เป็นคําที่ความหมาย คล้ายคลงึ กันในทางวิชาการ แม้ว่าจะพูดวา่ ต่างกนั กต็ ่างกนั เล็กนอ้ ย ความจรงิ หลักทั้ง 2 หลักมหี ลักตรงกนั (1) ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ ฝ่ายปกครองไม่มีอํานาจกระทําการใด ๆ ท้ังส้ิน เพราะถ้า ดาํ เนนิ การแลว้ กไ็ ปกระทบสทิ ธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งต่างจากเอกชน เนื่องจากหลักการทางกฎหมายเอกชนน้ัน ถ้าไม่ มีกฎหมายหา้ มไว้ก็สามารถดําเนนิ การได้เสมอ (2) แม้มีกฎหมายบัญญัติให้ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐดําเนินการได้นี่ ก็จะกําหนดเงื่อนไขกําหนด ขอบเขตไว้ว่า มีขอบเขตมากน้อยแค่ไหน อย่างไรบ้าง หลักที่ 2 ก็คือหลักที่บอกว่า เม่ือกําหนดขอบเขตไว้เช่นใด ฝ่าย ปกครองก็ใช้กฎหมายไปตามขอบเขตนัน้ จะใชอ้ าํ นาจเกินกว่าขอบเขตทีก่ ฎหมายบญั ญตั ิไวไ้ มไ่ ด้ ซึ่ง คําท้ัง 2 คํา ก็มีความหมายท่ีใกล้เคียงกัน อาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย โดย คําว่า นิติธรรม นั้น เป็นคําท่ีคน ไทยโดยท่ัวไป หรือพวกเราโดยท่วั ไปเป็นคําท่ีคุ้นเคย และรู้จักกันดี แต่คําวา่ นิติรัฐ นั้น อาจจะมีคาํ ถามในเชิงของคําว่า มี ความหมายกว้างขวางอยา่ งไรบ้าง ดังนนั้ ใช้คําวา่ นิตธิ รรม น่าจะถูกตอ้ งกว่า 91

การประชุมวิชาการสาขานิตศิ าสตรร์ ะดบั ชาติ คร้งั ท่ี 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปลีย่ นผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ”์ สุดท้ายสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็มีมติด้วยคะแนนเสียง 58 จากผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 90 คน ให้ใช้คําว่า “หลกั นติ ธิ รรม” ในมาตรา 3 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญฉบบั พ.ศ. 2550 โดยไดบ้ นั ทึกเจตนารมณ์ไวว้ า่ 14 “เจตนารมณ์กําหนดท่ีมาของอํานาจอธิปไตยและหลักการแบ่งแยกอํานาจ ท้ังนี้การใช้ อํานาจน้ันต้องสอดคล้องกับหลักนิติธรรม เพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม (The Rule of Law) การปฏิบัติหน้าท่ีของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมท้ังองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของ รัฐ ต้องอยู่บนพ้ืนฐานของบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญน้ีและบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีความชอบ ธรรม สามารถอธิบายและให้เหตุผลได้ และจะใช้อํานาจรัฐโดยปราศจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รองรับน้นั ไมไ่ ด้” นอกจากนี้ ยังได้ระบุไว้ในหมายเหตุในบันทึกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2550 เอาไว้ในวงเลบ็ สาม วา่ “หลักนิติธรรม (The Rule of Law) มาจากหลักกฎหมายของกลุ่มประเทศคอมมอนลอว์ (Common Law)เปน็ หลกั ท่ีจํากัดการใชอ้ ํานาจของผู้ปกครองไมใ่ ห้เกินขอบเขตโดยปกครองภายใต้ กฎหมาย หลักนิติรัฐ (Rechtssaat/Legal State)มาจากหลักกฎหมายของกลุ่มประเทศซีวิลลอว์ (Civil Law) มีความหมายครอบคลุมกวา่ หลักนติ ธิ รรม ซงึ่ มีความหมายรวมถงึ หลักดังต่อไปน้ี หลกั การแบ่งแยกอํานาจ ซ่ึงเปน็ หลักการสําคญั ในการกาํ หนดขอบเขตอาํ นาจรฐั (1) หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยบทบญั ญัติของกฎหมาย (2) หลักความชอบดว้ ยกฎหมายขององค์กรตลุ าการและองคก์ รฝ่ายปกครองในการ ดาํ เนนิ การอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด หรอื มกี ารกระทําอยา่ งหนงึ่ อยา่ งใด (3) หลักความชอบด้วยกฎหมาย ในเน้ือหาของกฎหมายนั้นจะต้องมีความชอบใน เน้ือหาที่มหี ลักประกนั ความเป็นธรรมแก่ประชาชน (4) หลักความเปน็ อิสระของผู้พพิ ากษา (5) หลักการไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ซ่ึงเป็นหลักในทางกฎหมายอาญา (Nullum crimen nulla poena sine lege) (6) หลกั ความเปน็ กฎหมายสูงสุดของรฐั ธรรมนญู ”15 และยังไดเ้ ขียนถงึ ความเหมือนของทั้งสองหลักการดงั กล่าววา่ “โดยหลกั นติ ธิ รรมและหลักนติ ริ ัฐมคี วามคลา้ ยคลึงกัน 2 ประการ คอื (1) ถ้าไม่มีกฎหมาย เจ้าหน้าท่ีของรัฐหรือเจ้าหน้าท่ีฝ่ายปกครองไม่มีอํานาจกระ ทาํ การใดๆท้ังสน้ิ เพราะถา้ ดําเนนิ การไปแลว้ อาจกระทบสทิ ธเิ สรภี าพของประชาชน 14สาํ นักกรรมาธิการ 3 สาํ นกั วิชาการ สาํ นกั งานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร, เจตนารมณร์ ัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550, หน้า 2 - 3 15 เรื่องเดยี วกนั , หนา้ 3. 92

วันท่ี 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จงั หวัดเชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ (2) หลักท่ีว่าเมื่อกฎหมายกําหนดขอบเขตไว้เช่นใด ฝ่ายปกครองก็ใช้ไปตาม ขอบเขตนั้น จะใชอ้ ํานาจเกินกว่ากฎหมายบญั ญัติไวไ้ ม่ได”้ การศึกษาข้อถกเถียงจากคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่า หลักนิติธรรม หรือ Rule of Law ที่เราคิดว่าเป็น หลักการที่เป็นสากลท่ีแท้แล้ว มันก็ยังไม่เป็นสากลที่แท้จริง ยังมีการถกเถียงถึงรายละเอียด และความสําคัญ โดย แม้กระท่ังผู้ร่าง หรือนักวิชาการที่เราคิดว่ามีความรู้มากกว่าประชาชนท่ัวไป ก็ยังมีความเห็นท่ีแตกต่างกัน โดยมีความ กงั วลในการเลอื กใช้คําวา่ ควรจะใชค้ าํ ว่า “หลกั นิติธรรมหรอื หลักนติ ริ ัฐ” อีกท้ังไม่ได้มีการสรุปตามความเข้าใจของผู้ร่างในแง่ของที่มาและการพัฒนาของหลักการ ระบบกฎหมาย เนื้อหาสาระ นิติวิธี การตีความและหลักความสูงสุดของกฎหมาย ไม่ได้สรุปว่าการใช้หลักนิติธรรมนี้จะใช้ในควบคุม ความชอบเชิงรูปแบบและเนื้อหา แบบนิติรัฐตามท่ีได้มีการถกเถียงกันอย่างไร ไม่มีการอภิปรายเชื่อมโยงของ “หลักนิติ ธรรม” กับความมีอาํ นาจสูงสุดของรัฐสภาตามหลักการของ The Rule of law ท่มี าจากประเทศอังกฤษ หรือ หลักนิติรัฐ กับการเป็นหลักการพ้ืนฐานตามรัฐธรรมนูญ และหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของกฎหมายรัฐธรรมนูญท่ีองค์กรของรัฐ ทกุ องค์กรตอ้ งผูกพนั ตอ่ รฐั ธรรมนญู เนื่องจากรัฐธรรมนญู เป็นกฎหมายทีก่ ําหนดกรอบกติกาทางการเมือง16 จนแมก้ ระทงั่ ผ่านการประชุมของคณะกรรมาธิการยกรา่ งรฐั ธรรมนญู จนมาถึงชั้น สภารา่ งรัฐธรรมนญู แล้ว กย็ ัง มีความเห็นท่ีแตกต่างกันและไม่สามารกสรุปเน้ือหาไปในทางเดียวกันได้ และเหตุท่ีเลือกใช้คําว่า “หลักนิติธรรม” ก็ เพราะการลงคะแนนเสียงในสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีการบันทึกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญถึงหลักการนิติธรรมและนิติรัฐ เอาไวเ้ พ่ือสรา้ งความเขา้ ใจรว่ มกนั ของผรู้ ่างและประชาชนทีล่ งประชามตใิ นการรับหรอื ไมร่ ับรา่ งรัฐธรรมนญู ฉบบั น้ีเท่าน้นั ด้วยเหตุผลข้างต้น อาจเกิดปัญหาได้ว่า เม่ือผู้ร่างเลือกใช้ Rule of Law หรือหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ ท่ีมาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยท่ีใช้ระบบซีวิลล์ ลอว์ หรือระบบประมวลกฎหมายซ่ึงมีที่มาจาก กฎหมายภาคพื้นยุโรปที่อ่ืน ท่ีแม้จะมีหลักเกณฑ์บางอย่างในการควบคุมอํานาจรัฐที่เหมือนกัน แต่เหตุจากความแตกต่าง ในบ่อเกิดระบบกฎหมายอันนําไปสู่ความแตกต่างในเร่ืองการควบคุมตรวจสอบการตรากฎหมาย การคุ้มครองสิทธิขั้น พื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ วิธีพิจารณาคดีของการใช้ระบบศาลเด่ียว หรือศาลคู่ เป็นต้น เช่นน้ีเม่ือไม่ได้มีการถกเถียงและ สร้างความชัดเจนในเรื่องต่างๆเหล่านี้อาจะเกิดปัญหา เน่ืองจากเป็นการเปิดโอกาสให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ใช้ ดุลพินิจได้อย่างกว้างขวางในการพิจาณาเรื่องต่างๆ ที่นําไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการอ้างว่าเป็นการกระทําที่ไม่ชอบ ดว้ ยรฐั ธรรมนญู โดยไม่ได้สร้างหลักเกณฑ์และกรอบให้องคก์ รควบคมุ ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนญู ดาํ เนินการตาม กรอบเชน่ เดยี วกับองค์กรอน่ื ที่ถูกควบคมุ นน่ั เอง 3. สรุป เดิมในการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 น้ันใช้คําว่า “หลักนิติรัฐ” ในการบัญญัติ ในมาตรา 3 วรรคสอง แต่ ไดม้ ีการถกเถียง ถึงคําว่า The Rule of Law, Legal State, Rechtsstaat, L’État de droit และ Due process of law ว่าคือคําที่ตรงกับคําในภาษาไทยว่า “หลักนิติรัฐ” หรือ “หลักนิติธรรม” โดยมีการเสนอ การใช้คําอื่น เช่น หลักของกฎหมาย, กฎหมายต้องเป็นธรรม,คลองธรรมแห่งกฎหมาย หลักการปกครองโดยกฎหมาย เพ่ือไม่ให้เกิดปัญหาเวลาที่มีการลงประชามติว่าประชาชนจะไม่เข้าใจหรือ อีกวิธีคือการเสนอให้ตัดวรรคสอง ท่ีมีการ บัญญัติเพ่ิมเติมขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 นี้ออกไป แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็มี 16 วรเจตต์ ภาครี ัตน์, คําสอนว่าด้วยรฐั และหลักกฎหมายมหาชน, พิมพค์ รั้งที่ 2, กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์เดอื นตุลา, 2557, หน้า 108. 93

การประชุมวชิ าการสาขานติ ศิ าสตรร์ ะดับชาติ คร้ังที่ 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ูป / เปลย่ี นผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ์” ความเห็นว่าควรใส่ไว้ให้ชัดเจน เพื่อเป็นกรอบในการดําเนินงานของรัฐ แต่ก็ไม่ได้มีการอภิปรายสรุปว่าผู้ร่างนั้นเข้าใจ หลักการทั้งสองในทางเนื้อหา โดยสรุปอย่างไร เขียนแต่เพียงว่า เป็นหลักท่ีจํากัดการใช้อํานาจของผู้ปกครองไม่ให้เกิน ขอบเขตโดยปกครองภายใตก้ ฎหมาย ในเจตนารมณ์รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2550 เทา่ นั้น เม่ือรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายท่ีกําหนดกรอบกตกิ าทางเมือง โดยตามหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของกฎหมาย รัฐธรรมนูญท่ีองค์กรของรัฐทุกองค์กรต้องผูกพันต่อรัฐธรรมนูญ แต่การท่ีไม่ได้มีการถกเถียงถึงเน้ือหาและการบังคับใช้ อย่างแท้จริงว่าเราจะใช้หลักนิติธรรมน้ีอย่างไร ท้ังในแง่การพิจารณาว่าเราจะใช้หลักนิติธรรมในการควบคุมความชอบ ด้วยรฐั ธรรมนูญในเชิงรูปแบบและเน้ือหาหรอื ไม่ มีขอบเขตในการใช้อย่างไร เหตจุ ากการวางหลักท่ีไม่ชัดเจนนเ้ี ป็นปัญหา เน่ืองจากขาดหลักเกณฑ์และกรอบท่ีจะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีท่ีมีการกล่าวอ้างว่ามีการ ละเมิดหลักนิติธรรม ซึ่งอาจทําให้สิ่งที่ผู้ร่างได้ถกเถียงกันเร่ืองการตรวจสอบการกระทําและจํากัดการใช้อํานาจของรัฐ เป็นแนวคิดของหลักการนิติธรรม (Rule of Law)และ นิติรัฐ (Legal State, L’État de droit หรือ Rechtsstaat) น้ันไม่ มีสัมฤทธ์ิผล เน่ืองจากการไม่จํากัดขอบเขต แนวคิดให้ชัดเจน เพื่อเป็นกรอบให้องค์กรควบคุมตรวจสอบความชอบด้วย รัฐธรรมนูญดาํ เนนิ การตามกรอบเชน่ เดียวกบั องคก์ รอนื่ ที่ถกู ควบคุมนั่นเอง บรรณานกุ รม กิตติ ชยางคกลุ และคณะ. (2556). โครงการวจิ ยั หลักนิติธรรมสากลกับการคุ้มครองสิทธมิ นษุ ยชน (International Rule of Law and the Protection of Human Rights). ม.ป.ท. จรญั โฆษณานนั ท์. (2552). นติ ปิ รัชญา. (พมิ พค์ รั้งที่ 16). กรงุ เทพฯ: สาํ นักพมิ พ์มหาวทิ ยาลัยรามคาํ แหง. ปยิ บตุ ร แสงกนกกุล. (2560). ศาลรัฐประหาร: ตุลาการ ระบอบเผด็จการ และนติ ิรฐั ประหาร. (พิมพ์คร้งั ที่ 1). นนทบรุ ี: สํานักพิมพ์ฟา้ เดียวกนั . รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยพุทธศักราช 2550 วรเจตต์ ภาครี ตั น์. (2557). คําสอนว่าดว้ ยรัฐและหลักกฎหมายมหาชน. (พิมพ์ครัง้ ที่ 2). กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์เดือนตุลา. วรเจตน์ ภาครี ัตน.์ (2553). หลกั นิตริ ฐั และหลกั นิติธรรม, ใน นิตริ ัฐ นิติธรรม, เอกบญุ วงศ์สวสั ดก์ิ ุล. (พิมพค์ รัง้ ที่ 1). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์. วสิ ฐิ ญาณภิรตั และคณะ. (2557). รายงานวจิ ยั เร่ือง บรบิ ทหลักนิติธรรมในต่างประเทศ. ม.ป.ท. วิสิฐ ญาณภิรตั และคณะ. (2559). บรบิ ทหลกั นิติธรรมในต่างประเทศ. วารสารเกษมบัณฑติ , 17(1), 96. สมเกยี รติ วันทะนะ, (2551). ประชาธิปไตยและการปกครองโดยกฎหมาย(Democracy and the rule of law ). วารสารสังคมศาสตรแ์ ละมนษุ ยศาสตร์, 34(2), 12. สมคิด เลศิ ไพฑรู ย์.(2561). ความเป็นมาและเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2550. สืบค้นวนั ท่ี 30 มกราคม 2561, จาก http://128.199.181.253:8001/?edmc=1601 สมชาย ปรีชาศลิ ปะกลุ . (2558). รายงานการวจิ ยั เรอื่ ง ข้อถกเถยี งว่าดว้ ยสถาบันพระมหากษตั ริย์ในองคก์ รจัดทํา รฐั ธรรมนญู ของไทย ตงั้ แต่ พ.ศ.2475 -2550. เชยี งใหม:่ คแี อน็ ท์พริ้นติ้ง. 94

วันท่ี 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ สาํ นักกรรมาธิการ 3 สํานกั งานเลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร.(2551). ตารางความแตกต่างรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั ร ไทย พุทธศกั ราช 2540 กบั พทุ ธศักราช 2550 พร้อมเหตุผลโดยสงั เขป. กรงุ เทพฯ: สาํ นักงานเลขาธกิ ารสภา ผแู้ ทนราษฎร. สาํ นักรายงานการประชุมและชวเลข สาํ นักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร, รายงานการประชมุ สภาร่างรฐั ธรรมนูญ ครงั้ ที่ 22/2550 วันจันทรท์ ี่ 11 มถิ นุ ายน พทุ ธศกั ราช 2550. สบื คน้ วนั ท่ี 29 มกราคม2559, จาก http://library2.parliament.go.th/giventake/content_ca/r061150.pdf สํานักรายงานการประชุมและชวเลข สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, รายงานการประชุมสภารา่ งรฐั ธรรมนูญ ครง้ั ที7่ /2550 วันจนั ทรท์ ่ี 19 กุมภาพันธ์ พุทธศกั ราช 2550. สบื ค้นวนั ที่ 29 มกราคม2559, จาก http://library2.parliament.go.th/giventake/content_ca/r021950.pdf. 95

การประชมุ วิชาการสาขานติ ศิ าสตร์ระดบั ชาติ ครง้ั ท่ี 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรปู / เปลย่ี นผา่ น/ ปฏิสงั ขรณ์” วันท่ี 8 มิถนุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวัดเชียงใหม่ จดั โดย คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ กระแสความคิดสทิ ธชิ มุ ชน ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2530 ถึงปจั จบุ นั และปัญหาที่ตอ้ งตอบในอนาคต Trends in Community Rights Ideology since B.E. 2530 and an Unsolved Question บญุ ชู ณ ป้อมเพ็ชร Boonchoo Na pomphet คณะนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ จงั หวดั เชยี งใหม่ 50202 ประเทศไทย Faculty of Law, Chiang Mai University, Chiang Mai Province 50202 Thailand อเี มลล:์ [email protected] Email: [email protected] บทคัดยอ่ ต้ังแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ได้รับรองสิทธิชุมชนไว้ในรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ซง่ึ ทาให้สิทธิชุมชน ได้ลงหลักปักฐานอย่างมั่นคงในทางกฎหมายเพราะสิทธิชุมชนได้ถูกรับรองในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ อย่างไรก็ตามหลังจากการรับรองในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน การพัฒนาความคิดเร่ืองสิทธิชุมชนในทางกฎหมาย ตอ่ มามคี วามเปลยี่ นแปลงนอ้ ยมากโดยเฉพาะคาพิพากษาของศาล บทความนี้จึงพยายามอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิชุมชนในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เก่ียวกับการเปล่ียนแปลงแนวความคิดทางกฎหมายเรื่องสิทธิชุมชนในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้พิพากษาและอุปสรรคปัญหา ของการยอมรบั สทิ ธชิ ุมชนในทางกฎหมาย คาสาคัญ: สิทธิชมุ ชน, สทิ ธ,ิ คาพพิ ากษา Abstract Since the recognition of the Community Rights by the 2540 and the 2550 Constitutions, they are firmly established in law because it is acknowledged by the supreme law of the Country. However, the mindset of Thai lawyers has not significantly evolved, especially in the judgement of the courts. This article aims to explain the phenomenon of the Community Rights in Thailand, especially the judges as well as the obstacle to the acceptance of Community Rights in law. Keywords: Community Rights, Rights, Judgement 96

การประชมุ วิชาการสาขานิติศาสตร์ระดบั ชาติ ครง้ั ท่ี 1 หัวขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ูป / เปลยี่ นผ่าน/ ปฏิสงั ขรณ์” วนั ท่ี 8 มถิ นุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ พหลุ กั ษณ์ของความยตุ ิธรรมทางสงิ่ แวดล้อม: ภาพสะทอ้ นจากคดีสงิ่ แวดล้อม ทเ่ี กยี่ วกับคนชายขอบ Multi – Characteristics of Environmental Justice: the Reflection Concerning Marginalized People ศทุ ธนิ ี ใจคาํ Suttinee Jaikhum นกั ศกึ ษาปริญญาโท คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ จังหวัดเชยี งใหม่ 50202 ประเทศไทย Faculty of Law, Chiang Mai University, Chiang Mai Province 50202 Thailand อีเมลล์: [email protected] Email: [email protected] บทคัดยอ่ ความอยุตธิ รรมทางส่ิงแวดล้อมแสดงใหเ้ หน็ ถึงภาพสะทอ้ นของพหุลกั ษณท์ ่ีมีผลตอ่ ความยตุ ธิ รรมทางสงิ่ แวดลอ้ ม อัน เกิดจากการใช้อํานาจท่ีไม่เท่าเทียมของรัฐและประชาชนท่ัวไป ปัญหาความเหล่ือมล้ําของโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรของ บุคคลในสังคมที่มีสถานะต่างกัน ความอยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมที่เห็นได้ชัดในสังคมไทยก็คือการแบกรับภาระมลพิษทาง สิ่งแวดล้อมของกลุ่มคนชายขอบท่ีต้องทนรับภาระมลพิษ อันเป็นผลมาจากความต้องการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมในประเทศ และเม่ือมีคดีขึ้นสู่ศาลยุติธรรมยังเกิดความล่าช้าในกระบวนการพิจารณาคดี อีกทั้ง ยังมีปัญหาเก่ียวกับความไม่เข้าใจหลัก กฎหมายบางประการของศาล อันเป็นผลให้การพิจารณาคดีไม่สามารถบรรเทาความไม่เป็นธรรมที่เกิดข้ึนได้เท่าที่ควร บางคร้ัง คําพิพากษาที่ออกมาก็ขัดกับสามัญสํานึกของประชาชน นอกจากนี้ องค์กรต่าง ๆ ในสังคมไทยยังไม่มีความตระหนักถึง ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งหากว่าองค์กรต่าง ๆ มีความตระหนักถึงเร่ืองสิ่งแวดล้อมและสิทธิ มนุษยชนแล้ว ความอยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมคงไม่มีทางท่ีจะเกิดขึ้นอย่างแน่แท้คงมีแต่ความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมเท่าน้ันที่ เราจะรู้จัก เนื่องจากสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมมีความเก่ียวข้องสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะ ของการส่งเสริมซง่ึ กนั และกัน งานวิจัยช้ินน้ี เป็นงานวิจัยเชิงเอกสารมุ่งแสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงหรือปัญหาส่ิงแวดล้อมเก่ียวกับคดีมลพิษทาง สิ่งแวดลอ้ มทเี่ กิดข้นึ ในปัจจุบนั และกระบวนการพิจารณาคดีอนั ช้ีให้เหน็ ถึงความอยุตธิ รรมทางสง่ิ แวดล้อม คําสาํ คัญ: คดีสง่ิ แวดล้อม, ความยุตธิ รรมทางส่ิงแวดล้อม, คนชายขอบ Abstract Environmental injustice shows a reflection of multilateralism that affects environmental justice. It occurs from using unequal power between the State and general people. The disparity of opportunities in accessing resources of individuals with different status in the society. The environmental injustice is evident in Thai society in which the marginalized people suffers from 97

การประชมุ วชิ าการสาขานติ ศิ าสตร์ระดับชาติ ครั้งท่ี 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลีย่ นผา่ น/ ปฏิสงั ขรณ์” environmental pollution as a consequence of unsustainable development. Moreover, when these victims of the pollution seek justice, they face a delay in the judicial process. Sometimes, the problem becomes worst when the judiciary has misperceptions of legal principles. Hence, the trial cannot alleviate the injustice that has occurred. Occasionally, the judgment is contrary to the common sense of the people. Besides, the organizations in Thai society are not aware of the relationship between the environment and human rights. Hopefully, when organizations are mindful of the connection between the two, environmental injustice will rarely occur. Human rights and the environment are a close correlation. This paper is a documentary study presenting the current facts and environmental problems, as well as portraying the judicial process showing environmental injustice. Keywords: Environmental law, Environmental justice, Marginalized people 1. บทนาํ คนยากจน คนด้อยโอกาสหรอื ชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธต์ุ ่าง ๆ ท่ีเป็นคนชายขอบ (Marginalized People) ท่ี เป็นผู้ต้องแบกรับภาระมลพิษทางสิ่งแวดล้อมหรือถูกกล่าวหาว่าบุกรุกผืนป่ามักจะมีโอกาสในการแก้ปัญหาท่ีน้อยกว่า ประชาชนท่ัวไป เน่ืองจากมีช่องว่างทางสังคมและไม่มีช่องทางเข้าถึงความยุติธรรม1 ซึ่งเมื่อมองผ่านแนวความคิดเร่ือง “ความยุติธรรมส่ิงแวดล้อม” (Environmental Justice) น้ันจะเห็นได้ว่า แนวความคิดเร่ืองความยุติธรรมส่ิงแวดล้อม ไม่ได้มองความสัมพันธ์ระหว่างคนกับส่ิงแวดล้อมเท่านั้น แต่เป็นการมองความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน โดยมีเรื่อง สิ่งแวดล้อมเข้ามาเก่ียวข้องสัมพันธ์ด้วย2 ซึ่งแนวความคิดเร่ืองความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมถูกริเร่ิมคร้ังแรกโดยชนผิวสีใน ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเคล่ือนไหวเรียกร้องสิทธิ3 สืบเน่ืองจาก มีชุมชนที่ยากจนหรือชนกลุ่มน้อยจะต้องแบกรับสัดส่วนท่ี ไม่เป็นธรรมของภาระสิ่งแวดล้อม โดยมักจะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมท่ีเป็นพิษจากการท้ิงขยะหรือสารพิษ หรือการ บําบัดน้ําเสียหรือของเสีย ชนกลุ่มน้อยยังได้แบกรับภาระที่ไม่ได้สัดส่วนที่เป็นธรรมในเร่ืองอากาศมลพิษและมีแนวโน้มท่ี ส่งผลเสียตอ่ สขุ ภาพอนามัย4 เม่อื พจิ ารณาถงึ เรอื่ งความเป็นธรรมทางสิง่ แวดล้อมกบั อัตลกั ษณข์ องบุคคลในการได้รับการปฏิบตั ใิ นคดเี กยี่ วกับ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ในสังคมไทยผ่านความหมายของความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมท่ีให้นิยามโดยองค์กร พิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศสหรัฐอเมริกา (The United States Environmental Protection Agency) ว่า ความยุติธรรมสิ่งแวดลอ้ ม คือ “การปฏิบัติอยา่ งเป็นธรรมและการมีส่วนรว่ มอยา่ งแท้จริงของประชาชนทกุ หมเู่ หล่าโดยไม่ 1 สนุ ทรียา เหมือนพะวงศ์, กระบวนการยุติธรรมทางสง่ิ แวดล้อมไทย: เส้นทางยังอีกยาวไกลกว่าจะไปถงึ ฝนั , สบื คน้ เมอ่ื วันท่ี 11 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.library.coj.go.th/ 2 พชิ ญ์ พงษส์ วัสด์ิ, เท้า มือ ใจ และ หัว เพ่ือความยตุ ธิ รรมทางสง่ิ แวดล้อม, สืบค้นเมือ่ วันท่ี 12 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1380033383 3 ความยุตธิ รรมสง่ิ แวดลอ้ ม, สืบค้นเม่ือวนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.aseangreenhub.in.th/envinat- ac/th/developmentsection/176-development-8 4 เฉลิมชยั กก๊ เกยี รติกลุ , ความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม (Environmental justice), สบื ค้นเมือ่ วนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2559, จาก http://chalermchai-nbtc.blogspot.com/2014/03/environmental-justice.html 98

วันท่ี 8 มถิ นุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ คํานึงถึงเช้ือชาติ เผ่าพันธ์ุ ชาติกําเนิด หรือรายได้ในการพัฒนาปฏิบัติตามและการบังคับใช้กฎหมาย กฎข้อบังคับ หรือ นโยบายเกีย่ วกับสงิ่ แวดล้อม5 จะเห็นได้ว่าปัญหาคดีส่ิงแวดล้อมด้านทรพั ยากรในประเทศไทยนั้น มบี างกรณที ีม่ เี รื่องความ ไม่เท่าเทียมกันของการได้เลือกปฏิบัติเข้ามาเกี่ยวข้อง กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ของรัฐมักจะดําเนินคดีกับกลุ่มคนท่ีมีอํานาจ ต่อรองตํ่ามากกว่าการดําเนินคดีกับผู้ท่ีมีอิทธิพล อันเป็นผลให้การดําเนินคดีเก่ียวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (คดี โลกร้อน) มีปัญหาการมีสองมาตรฐาน (Double Standard)6 การดําเนินการฟ้องร้องคดีกับผู้ท่ีก่อให้เกิดผลกระทบกับ การจัดการทรัพยากรยังมีปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย อีกทั้ง กระบวนการในการต่อสู้ยัง ประกอบไปด้วยบุคคลสองฝ่ายท่ีมีสถานะท่ีไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งประกอบด้วย ชาวบ้าน และรัฐ ซึ่งรัฐก็เป็นผู้ที่มีบทบาท สําคัญที่อาศัยกฎหมายเป็นเคร่ืองมือด้านการจัดการทรัพยากร และเม่ือมีปัญหาคดีสิ่งแวดล้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกิดข้นึ ย่อมต้องมีหนว่ ยงานระงบั ข้อพิพาท ซึ่งก็คือกระบวนการอํานวยความยุติธรรมหรอื ศาลนั่นเอง เปน็ สิ่งท่ีน่าพจิ ารณา ว่าเม่ือมีคดีส่ิงแวดล้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติ มักจะมีผู้ที่เข้ามาเก่ียวข้องเป็นบุคคลหลายกลุ่ม และกลุ่มคนชายขอบ มักจะตกเป็นจําเลยเสมอ ซึ่งบุคคลเหล่าน้นั เป็นบุคคลท่ีไม่มีอํานาจตอ่ รอง และยังพบว่าการทรี่ ัฐเป็นคพู่ พิ าทกับเอกชนนั้น เอกชนคนชายขอบไม่สามารถท่ีจะต่อสู่กับรัฐได้อย่างเสมอภาค อาจจะเป็นเพราะข้อมูลส่วนใหญ่ผูกขาดอยู่กับรัฐ อีกท้ัง คนทม่ี ีอาํ นาจตอ่ รองตา่ํ ยงั ไม่มคี วามรูด้ ้านกฎหมาย อันเป็นผลให้ไม่กล้าที่จะสู้คดกี บั หนว่ ยงานของรฐั นอกจากเรื่องอํานาจต่อรองท่ีไม่เท่าเทียมระหว่างภาครัฐและคนชายขอบแล้ว ยังมีอีกปัจจัยที่ประกอบสร้าง ความอยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Injustice) ด้วย กล่าวคือ การให้คนชายขอบต้องเผชิญหรือแบกรับ สัดส่วนท่ีไม่เป็นธรรมในการรบั ภาระทางส่ิงแวดลอ้ มทส่ี ่งผลกระทบใหเ้ กิดผลเสียตอ่ ชีวิตและสุขภาพอนามยั ของคนเหลา่ น้ี เม่ือเปรียบเทียบกับประเทศท่ีมีการเรียกร้องเร่ืองความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice) อย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มคนชายขอบได้รับความคุ้มครองในเรื่องสิทธทิ างสิง่ แวดล้อมมาเป็นระยะเวลานานแลว้ แต่เม่ือ เปรียบเทียบกับประเทศไทยพบว่าได้มีการนําสิทธิเรื่องความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมเข้ามาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่ง ราชการอาณาจักรไทย ต้ังแต่ฉบับปี 2540 จนถึงฉบับปี 2560 เม่ือพิจารณาที่มาของกฎหมายจะเห็นได้ว่ามีที่มาของ กฎหมายแตกต่างกันกล่าวคือในสหรัฐเมริกาเกิดจากการเรียกร้องของกลุ่มคนชายขอบ แต่เม่ือพิจารณาความเป็นมาของ กฎหมายในประเทศไทยท่ีมาของกฎหมายน้ันมาจากนําเอาแบบอย่างมาจากต่างประเทศ อันยังผลให้การบังคับใช้ กฎหมายมคี วามแตกตา่ งกนั สําหรับในส่วนของบทวิเคราะห์นผ้ี ู้เขียนจะได้มกี ารอธบิ ายถงึ ประเด็นต่างๆอนั จะนาํ ไปสูก่ ารวิเคราะห์ว่าความอ ยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมน้ันเป็นภาพสะท้อนความแตกต่างทางอัตลักษณ์ที่มีผลต่อความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม ซึ่ง สามารถแยกเป็นประเด็นต่างๆ เป็น 4 หัวข้อ คือ ประการแรก จะกล่าวถึง ความหมายของแนวคิดความยุติธรรมทาง สิ่งแวดล้อม ในหัวข้อต่อมา จะกล่าวถึงตัวอย่างคดีอันเป็นที่มาของการแปรเปล่ียน “ความ อยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” เป็น “ความอยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ประการที่สาม เป็นการวิเคราะห์ “ความอยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม” ผ่านตัวบท กฎหมาย และส่วนสุดทา้ ยเป็นบทสรุป 5 ความยุติธรรมสิง่ แวดลอ้ ม. 6 สุนทรยี า เหมืองพะวงศ์, การปฏริ ูปกระบวนการยุตธิ รรมดา้ นปา่ ไม้และที่ดินเพ่ือสร้างความเปน็ ธรรมในสงั คมไทย. 99

การประชมุ วชิ าการสาขานติ ิศาสตรร์ ะดับชาติ คร้ังท่ี 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลีย่ นผ่าน/ ปฏิสงั ขรณ์” 2. ความหมายของแนวคิด “ความยตุ ธิ รรมทางสิ่งแวดล้อม” (Environmental Justice) ในหัวข้อนี้ ผู้เขียนจะนําเสนอถึง ความหมายของแนวคิดความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม (Environmental Justice) โดยจําแนกเป็นความหมายของแนวคิดความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในทางทฤษฎี ความหมายของความ ยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมตามท่ีองค์กรพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศสหรัฐอเมริกา (The United States Environmental Protection Agency) และความหมายของแนวคิดความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมตามที่ปรากฏใน ปฏิญญากรงุ ริโอ 2.1 ความหมายของแนวคิด “ความยตุ ธิ รรมทางส่ิงแวดล้อม”ทางทฤษฎี จากการศึกษาเร่ือง “ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” มีงานวิจัยที่กล่าวถึงเรื่องน้ี คือ งานวิจัยของ ศักดิ์ณรงค์ มงคล จากงานเร่ือง “ข้อความคิดว่าด้วยความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมที่เป็นฐานคิดด้านสิทธิชุมชน” ซึ่งในงานวิจัยน้ี ได้ กล่าวถึงเนอื้ หาของกระบวนทัศนค์ วามยุตธิ รรมทางสิ่งแวดลอ้ มว่า ความยุติธรรมทางสงิ่ แวดล้อมเป็นความเคล่ือนไหวและ กระบวนทัศน์หนึ่งที่อยู่ในขอบเขตของ “สิ่งแวดล้อมนิยม” (Environmentalism) ซ่ึงหมายถึง ขบวนการเคล่ือนไหวทาง สังคมแนวใหม่ที่เป็นการเคล่ือนไหวร่วมกันของกลุ่มบุคคล องค์กรหรือปัจเจกบุคคลเพื่อสร้างคํานิยาม ความหมาย หรือ กฎกติกาใหม่ ในการจัดการส่ิงแวดล้อม และเป็นขบวนการท่ีเป็นองค์ประกอบสองภาคคือ ภาคที่เป็นวิธีคิดว่าด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างคนและสิ่งแวดลอ้ มซึง่ เป็นภาคนามธรรม กบั ภาคปฏบิ ัติทางส่ิงแวดล้อมซ่ึงเกิดจากการรวมกลุม่ ของ ผ้คู นแลว้ ผลกั ดนั ความคดิ ใหเ้ กดิ ผลเปน็ รปู ธรรมออกมา7 ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมให้ความสําคัญกับการกระทําท้ังหลายท่ีทําให้เกิดความไม่เสมอภาคของผู้ท่ีได้รับ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (Environment Disparity) ในทางการกําหนดและใช้นโยบาย กฎหมาย ระเบียบ การปกป้อง หรือสนับสนุนทางด้านส่ิงแวดล้อมระหว่างกลุ่มคนท่ีมีอํานาจกับกลุ่มคนที่มีอํานาจน้อยกว่าในสังคมซ่ึงเป็นภาพของความ ไมเ่ สมอภาคทางสังคม (Societal Inequality)8 2.2 ความหมายของความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมตามท่ีองค์กรพิทักษ์รักษาส่ิงแวดล้อมของประเทศ สหรัฐอเมริกา (The United States Environmental Protection Agency) ได้ใหน้ ยิ ามไว้ องค์กรพิทักษ์รักษาส่ิงแวดล้อมของประเทศสหรัฐเมริกา (The United States Environmental Protection Agency) ได้ให้นิยามว่า ความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม คือ การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของ ประชาชนทุกหมู่เหล่าโดยไม่คํานึงถึงเช้ือชาติ เผ่าพันธ์ุ ชาติกําเนิด หรือรายได้ในการพัฒนาปฏิบัติตามและการบังคับใช้ กฎหมาย กฎ ขอ้ บังคับ หรอื นโยบายเกี่ยวกับสิง่ แวดล้อม9 David Scholosberg นักคิดในวงการการเมืองเร่ืองสิ่งแวดล้อม แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย ช้ีให้เห็น ถึงพัฒนาการท่ีสําคัญในการกล่าวถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ ว่ามีชุมชนบางแห่งได้รับความ เสี่ยงด้านส่ิงแวดล้อมมากกว่าชุมชนอ่ืน และภาระหรือความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมน้ีก็เป็นรูปแบบหน่ึงของความอยุติธรรม ทางสังคม (Social Injustice) โดยเฉพาะกับคนจนและคนผิวสีที่แบกภาระทางส่ิงแวดล้อมสูงกว่ากลุ่มอ่ืนในอเมริกา ใน การศึกษาเรื่องความยุติธรรมสิ่งแวดล้อมของ David Scholosberg น้ัน ได้มีการให้คําจํากัดความของส่ิงแวดล้อมในมิติ 7 ศักดณ์ิ รงค์ มงคล, ความยุติธรรมสิง่ แวดลอ้ ม, สืบค้นเม่อื วันท่ี 11 กรกฎาคม 2559, จาก https://www.tci- thaijo.org/index.php/jsd/article/download/41275/40499 8 เรื่องเดยี วกัน. 9 ความยุติธรรมสง่ิ แวดลอ้ ม. 100

วนั ท่ี 8 มถิ นุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จังหวัดเชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ของความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมว่ามีลักษณะที่กว้างโดยต้องพิจารณาไปถึงมุมมองของคนพ้ืนถ่ินที่เก่ียวข้องกับ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เพ่ือให้เกิดมุมมองว่าด้วยเรื่อง “ความยั่งยืน ยุติธรรม (กบั ทุกฝ่าย)” อีกท้งั งานศึกษาของ David Scholosberg ยังได้พจิ ารณาถงึ ปัจจัยในการผลิตความอยุติธรรมทาง ส่ิงแวดล้อม โดยการตั้งคําถามว่า ทําไมชุมชนหรือกลุ่มคนบางกลุ่มนั้นถึง “ถูกลดค่า” หรือไม่ให้ค่าในการคํานวณมูลค่า เสียต้ังแต่แรก กล่าวคือ ถ้ามองว่าการเปล่ียนแปลงส่ิงแวดล้อมน้ันมีคุณค่าสูงต่อบางสิ่งบางอย่าง เช่น ต่อความเจริญและ ตอ่ ชาติ ในทางกลบั กัน เป็นการลดค่ากลุ่มคนหรอื ปัจจยั อน่ื ๆ เชน่ วัฒนธรรมหรือไม1่ 0 2.3 ความหมายของความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมทปี่ รากฏในปฏิญญากรุงริโอ ในทางวิชาการได้มีการกล่าวถึงเรื่อง “ความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม (Right to Environment Justice)” ซึ่ง ปรากฏในปฏิญญาริโอเก่ียวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อม (Public Participation) และถูก รองรับในอนุสัญญาว่าด้วยการเขาถึงข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมสาธารณะในการตัดสินใจ และเข้าถึงความยุติธรรมใน คดีส่ิงแวดล้อม ค.ศ.1988 หรืออนุสัญญาอาร์ฮุส (Aarhus Convention) ทั้งน้ี สิทธิในความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมท่ี ปรากฏนน้ั มีอยู่ 5 ประการ ดงั น้ี (1) สทิ ธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนทกุ ระดบั ชนั้ ของสังคม (2) สิทธิในการเขา้ ถึงขอ้ มลู ข่าวสาร (3) สทิ ธิในการมีสว่ นร่วมกับกิจกรรมของรฐั (4) สทิ ธิในกระบวนการยุตธิ รรม (5) สิทธทิ ่จี ะได้รับการเยยี วยาความเสยี หาย11 สทิ ธิพนื้ ฐานด้านความยุตธิ รรมทางส่งิ แวดลอ้ ม ประการที่ 5 น้ี เป็นสิทธิที่เก่ียวพันกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมมากท่ีสุด ซึ่งได้แก่สิทธิที่จะ ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐกรณีการดําเนินการของรัฐก่อให้เกิดความเสียหาย หรือภยันตรายจากการเผยแพร่มลพิษกับ สิทธิที่จะได้รับการเยียวยาของผู้เสียหายท่ีได้รับการเดือดร้อนจากผู้ก่อมลพิษ12 ซ่ึงมาตรการทางกฎหมายท่ีรัฐมักนํามา ปรบั ใชเ้ พ่อื เยียวยาความเสียหายมักปรากฏในรูปของมาตรการทางแพง่ (Civil Liability)13 10 พิชญ์ พงษ์สวัสด์ิ, เท้า มือ ใจ และ หวั เพอ่ื ความยตุ ิธรรมทางสิ่งแวดลอ้ ม. 11 ปวรศิ ร เลศิ ธรรมเทวี, สิทธดิ า้ นส่งิ แวดล้อมกับรัฐธรรมนูญ, กรงุ เทพฯ:นติ ิธรรม,2559,หน้า 51. 12 อุดมศักด์ิ สินธิพงษ์, กฎหมายเกย่ี วกับสง่ิ แวดลอ้ ม, กรุงเทพฯ:วิญญชู น, 2549, หนา้ 73. 13 ปวริศร เลศิ ธรรมเทวี, สิทธิดา้ นสิง่ แวดล้อมกับรัฐธรรมนูญ, หนา้ 54. 101

การประชมุ วชิ าการสาขานติ ิศาสตร์ระดบั ชาติ ครง้ั ที่ 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลี่ยนผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ์” 3. ตัวอย่างคดีอันเป็นที่มาของการแปรเปลี่ยนจาก “ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” เป็นความ “อยุติธรรมทาง สง่ิ แวดลอ้ ม” 3.1 ตวั อย่างคดจี ากต่างประเทศ 3.1.1 กรณีการท้งิ ดนิ ทปี่ นเป้ือนสารเคมใี นเขตเมอื งเวอร์เรนท์ การเคลื่อนไหวเพ่ือเรยี กร้องถึงสิทธิความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมในช่วงประมาณ ปี ค.ศ.197814 เมื่อนายเจมส์ ฮันท์ ผู้ว่าการรัฐโคโรไรน่าเหนือได้มกี ารเสนอใหท้ ้ิงดินที่ปนเป้ือนเคมีท่ีมีสารพิษในสถานท่ีฝังกลบขยะแหง่ ใหม่ที่จะเปดิ ใน เขตเมอื งเวอร์เรนท์ซึ่งเปน็ ถ่นิ ท่ีอยู่ของคนยากจนของมลรัฐ อันประกอบไปดว้ ยประชากรผวิ ดาํ ร้อยละ 64 และชาวอนิ เดีย แดงพ้ืนเมือง ผู้นําด้านสิทธิมนุษยชนและชาวเมืองได้ต่อต้านการถมขยะในเขตเมืองดังกล่าวเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ในการนําขยะพิษมาท้ิงในสถานท่ีหรือเขตดังกล่าว โดยมีเหตุผลว่าเป็นชุมชนคนกลุ่มน้อยท่ีมีอํานาจต่อรองทางการเมือง ต่ํา แต่การคัดค้านก็ล้มเหลว ประเด็นเรื่องความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมเริ่มเป็นที่สนใจ ในท่ีสุดก็ได้มีการผลักดันให้ผู้ว่า การรัฐสนับสนุนใหม้ ีกฎหมายห้ามถมหรือท้งิ ขยะพิษในเขตดังกล่าวในเวลาต่อมา15 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเชื่อว่าการท่ี ผู้ว่าการรัฐได้เสนอให้ทิ้งดินท่ีปนเป้ือนเคมีในเขตเมืองที่เขาอาศัยอยู่น้ัน เกิดจากการเลือกปฏิบัติทางสีผิวและเชื้อชาติ จึง เกดิ ข้อความคิดใหม่ท่ีเรียกว่า “การเลอื กปฏบิ ตั ิทางสิ่งแวดล้อม” (Environmental Racism) ไม่ตอ้ งคํานงึ วา่ หนว่ ยงานรัฐ ท่ีกํากับดูแลการกําหนดสถานที่ต้ังและการอนุญาตของสถานท่ีดังกล่าวต้ังใจเลือกปฏิบัติหรือไม่ก็ตาม ชนกลุ่มน้อยมักมี สทิ ธิมีเสียงทางการเมืองน้อยหรืออาจเสยี เปรียบในการดําเนนิ กระบวนการต่าง ๆ ประชาชนในท้องถ่นิ พบวา่ มีความยากท่ี จะเขา้ รว่ มกระบวนการรับฟงั ความคดิ เหน็ สาธารณะที่จดั โดยหน่วยงานภาครัฐ16 ต่อมาในปี ค.ศ.1994 รัฐบาลกลางจึงมีมาตรการหลายประการเพ่ือส่งเสริมความเท่าเทียมทางส่ิงแวดล้อม โดย การออกประกาศกําหนดว่าหน่วยงานรัฐทุกหน่วยต้องคํานึงถึงหลักความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมในการตัดสินใจโดยการ ระบแุ ละหยบิ ยกผลกระทบท่ไี ม่ได้สัดส่วนอยา่ งสุขของสุขอนามยั และผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม 17 3.1.2 กรณี Cancer Alley กรณี Cancer Alley ซง่ึ เป็นเขตนคิ มอุตสาหกรรมปโิ ตรเคมที ป่ี ระกอบไปด้วยโรงงานกว่า 126 แหง่ ท่ตี ั้งอยูร่ มิ ฝั่ง แม่น้ํามิสซิสซิปปี และโรงงานดังกล่าวปล่อยขยะสารพิษจํานวนมหาศาลเข้าสู่อากาศ แหล่งนํ้าและพื้นที่โดยรอบนิคม อุตสาหกรรม ส่งผลให้สภาพแวดล้อมในบริเวณดังกล่าวเสื่อมโทรมลงอย่างมาก และผู้คนท่ีอาศัยอยู่โดยรอบซึ่งส่วนใหญ่ เป็นคนสีผิว และการท้ิงขยะสารพิษของโรงงานก่อให้ผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบเจ็บป่วยเป็นมะเร็งและโรคร้ายจํานวนมาก จนมผี คู้ นขนานนามเขตพน้ื ทด่ี ังกล่าวเป็น “เส้นทางสายมะเร็ง”18 14 ความยุติธรรมส่ิงแวดล้อม, สบื ค้นเมอื่ วันท่ี 11 กรกฎาคม 2559, จากhttp://www.aseangreenhub.in.th/envinat- ac/th/developmentsection/176-development-8 15 เฉลิมชยั กก๊ เกียรติกุล, ความยุติธรรมทางสิ่งแวดลอ้ ม (Environmental Justice). 16 เร่ืองเดียวกนั . 17 ศกั ดณิ์ รงค์ มงคล, ความยุตธิ รรมสิง่ แวดล้อม. 18 กฤษณะ ชา่ งกลอ่ ม,การจดั ต้งั ศาลสิง่ แวดล้อมกับปัญหาระบบความยตุ ิธรรมไทย,กรงุ เทพฯ : วิญญูชน,2556 หน้า 19. 102

วนั ท่ี 8 มิถุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ 3.1.3 กรณี Love Canal19 เร่มิ จากการที่ William Love เป็นผ้พู ยายามริเริ่มไอเดยี ท่ีจะขุดคลองเพื่อผนั แมน่ ํ้าไนการา่ (Niagara River) มา เพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้า แต่เกดิ ปัญหาข้ึนทําให้ต้องหยุดโครงการ หลายปีตอ่ มา คลองร้างว่างเปล่านกี้ ็กลายเป็นท่ที ้ิงของเสีย เคมีวัตถุหลายชนิดของบริษัท Hooker Chemical & Plastic Corporation และปริมาณของเสียก็เพิ่มมากขึ้นกว่าสอง หมื่นตันในช่วงท่ีบริษัทผลิตสินค้าป้อนทหารอเมริกันในช่วงสงครามโลกคร้ังที่ 2 ต่อมาบริษัทได้ขายท่ีดินให้แก่ คณะกรรมการด้านการศึกษาของเมือง โดยสัญญาขายได้จํากัดความรับผิดของบริษัท โดยระบุว่าคณะกรรมการได้ทราบ แล้วว่าท่ีดินน้ีมีขยะอุตสาหกรรมและยอมรับผิดหากมีความเสียหายจากของเสียอันตรายน้ัน ต่อมาผืนดินนั้นได้กลายเป็น ที่ตั้งของโรงเรยี นและมชี ุมชนบา้ นเรือนรอบๆ20 กระท้ังในปี ค.ศ.1970 เท้าของเด็กที่วิ่งเล่นเท้าเปล่าใกล้โรงเรียนก็เร่ิมเป็นแผลระคายเคือง เด็กเร่ิมมีอาการ หอบหืด ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและระดับเม็ดเลือดขาวตํ่า ผลกระทบท้ังหลายเริ่มหลักขึ้นเมื่อเกิดฝนตกหนักติดๆกัน ถังบรรจุเคมีเก่าของบริษัทผุพงั จนทําให้สารเคมีกระจายตามนา้ํ ไปท่ัวสนามหญ้าของโรงเรียนและขยายไปสูช่ ุมชนโดยรอบ แอ่งนํ้าขังตามจุดต่างๆมีน้ํามันลอยบนผิวน้ํา ชาวบ้านเริ่มออกมาประท้วง ในปี ค.ศ.1978 รัฐนิวยอร์คทนแรงกดดันไม่ ไหวจึงได้มีการตั้งทีมงานเฉพาะกิจข้ึนเพื่อขจัดปัญหามลพิษในคร้ังนี้ คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งรัฐนิวยอร์คได้มีการ ประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในพ้ืนท่ี พรอ้ มส่ังปิดโรงเรียนชวั่ คราว ส่ังให้รัฐบาลท้องถิ่นหยุดการแพร่กระจายของ สารเคมีอันตรายและแจ้งใหผ้ ูห้ ญงิ ทอ้ งและเด็กซง่ึ อาศยั ใกล้โรงเรยี นอพยพออกจากพ้นื ท่ใี หเ้ ร็วทสี่ ุด21 จากกรณี Love Canal น้ี ทําให้ในปี ค.ศ.1979 รัฐบาลกลางได้เสนอกฎหมายฉบับใหม่ต่อสภาคองเกรสซ่ึงให้ อํานาจรัฐบาลกลางในการฟื้นฟูพ้ืนท่ีปนเป้อื นสารเคมีอนั ตราย โดยใช้เงินจากกองทุนที่ได้จากภาษีท่ีอุตสาหกรรมเคมีจ่าย และมาไล่เบ้ียให้ผู้ท่ีเก่ียวข้องกับการปนเป้ือนรับผิดใช้เงินคืน ต่อมาใน ค.ศ. 1980 ก็ได้มีการออกกฎหมายฟ้ืนฟู สิ่งแวดล้อมฉบับแรกออกมา หรือเรียกอีกอย่างหน่ึงว่า Superfund CERCLA : Comprehensive Environmental Response , Compensation, and Liability Act และนับแต่นั้นมากฎหมายฉบับน้ีก็ยังคงเป็นกฎหมายหลักในการฟ้ืนฟู สารพษิ อันตรายของรฐั บาลกลางทงั้ เป็นต้นแบบให้รัฐต่างๆนาํ ไปปรบั รา่ งเป็นกฎหมายภายในรฐั ของตนเอง22 จากการศึกษาบทความของเฉลิมชัย ก๊กเกียรติกุล เร่ือง “ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice)” นั้น ได้ชี้ให้เห็นว่า ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมมุ่งเน้นการกระจายภาระทางด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายท่ี เกี่ยวข้องและถือเป็นกระบวนการตัดสินใจในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่ผู้สนับสนุนแนวคิดน้ีเห็นว่าชุมชนท้องถ่ิน ให้ความสําคัญกับเรื่องกระบวนการเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจดําเนินโครงการของรัฐท่ีอาจมีผลกระทบต่อ สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชน กระบวนการตดั สินใจควรเปดิ กว้างใหป้ ระชาชนในชมุ ชนท้ังหมดโดยควรให้มีการเขา้ ถงึ ข้อมลู ทาง วิทยาศาสตร์และทรัพยากรทจ่ี ําเปน็ ในการประเมินขอ้ เสนอโครงการ23 19 เรอื่ งเดยี วกนั ., หน้า 18. 20 อชชิ ญา อ๊อตวงษ,์ แด่เทศกาลแหง่ ความรกั : จาก Love Canal สรู่ ะบบกฎหมายฟ้นื ฟสู ง่ิ แวดลอ้ มในอเมรกิ า, สบื ค้นเมอ่ื วันที่ 11 มิถุนายน 2561, จาก https://enlawfoundation.org/newweb/?p=2744 21 อชิชญา อ๊อตวงษ์, แด่เทศกาลแหง่ ความรกั : จาก Love Canal สูร่ ะบบกฎหมายฟนื้ ฟูส่งิ แวดลอ้ มในอเมรกิ า. 22 เรอื่ งเดยี วกนั . 23 กฤษณะ ช่างกลอ่ ม, การจัดตง้ั ศาลส่ิงแวดลอ้ มกบั ปญั หาระบบความยตุ ิธรรมไทย, หน้า 19. 103

การประชมุ วิชาการสาขานิตศิ าสตรร์ ะดบั ชาติ ครั้งท่ี 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรปู / เปล่ยี นผ่าน/ ปฏิสงั ขรณ”์ จะเห็นได้ว่าที่มาของความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมในประเทศสหรัฐอเมริกาท่ีได้กล่าวมาข้างต้นนั้นเกิดจากการ ต่อสผู่ ่านความเคลื่อนไหวของคนในสังคมนนั้ ซ่งึ มพี ้ืนฐานมาจากความคิดของมนุษย์ทอ่ี ยากมีเปา้ หมายในการที่จะมีสทิ ธิที่ จะอาศัยอยใู่ นสง่ิ แวดลอ้ มท่ดี ี ฉะนั้น การต่อสู้และความเคล่ือนไหวของภาคประชาสังคมเพื่อความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมเป็นผลให้ผู้ใช้ กฎหมายและผู้ร่างกฎหมายต้องปรับตัว เพ่ือให้เข้าถึงหลักความยุติธรรมทางสังคมท่ีมีความเปล่ียนแปลงไป เนื่องจาก กฎหมายกับสังคมย่อมมีความสัมพันธ์กันเสมอ ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาหลักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเช่น หลักการเรื่อง สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ในส่ิงแวดล้อมที่ดี (Right to Healthy Environment) หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) หลั ก ก า ร พั ฒ น า ท่ี คิ ดถึ ง ค น รุ่น ห ลั ง ( Future Generation Equity) สิ ทธิ ชุ ม ช น (Community Right) และหลักมีส่วนร่วม (Right to Participation) ซึ่งในประเทศต่างๆได้มีการนําเอาหลักการพื้นฐาน ต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญในฐานะท่ีเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และประเทศไทย เองก็ได้มีการนําเอาหลักการต่างๆเหล่าน้ีมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน หลักการเหล่าน้ีมีผลโดยตรงต่อการ ตีความของฝา่ ยนิตบิ ญั ญตั ิ ฝา่ ยบรหิ ารและฝา่ ยตลุ าการโดยไม่จาํ เปน็ ทจ่ี ะต้องมีกฎหมายมารองรบั 24 อนง่ึ แมจ้ ะมีการบัญญตั ิรองรับหลกั การต่างๆไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนญู ทวา่ ผู้ใชก้ ฎหมายมิไดน้ ําพา ทจ่ี ะนําหลกั การนนั้ มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบก็หากอ่ ให้เกดิ ความเปน็ ธรรมไม่ ความอยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม (Environmental Justice) มกั จะถูกอธิบายผ่านความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice) ท่ีมองว่าต้องมีการกระจายภาวะความเส่ียงด้านสิ่งแวดล้อมท่ีไม่เป็นธรรมกับคนบางกลุ่ม ความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมจึงนํามาใช้เป็นกรอบในการคิดหรือการอธิบายการขจัดให้สิ้นไปซึ่งสภาพของความไม่เท่า เทียมกันของการได้รับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปคํานิยามของคําว่า “ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice)” จะหมายถึง ความเชื่อที่ว่าประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในการได้รับ ประโยชน์จากส่ิงอํานวยความสะดวกทางสิ่งแวดล้อมและการไดร้ ับอันตรายจากสิ่งแวดล้อม โดยไม่คํานึงถึงความแตกต่าง ทางเชื้อชาติหรือระดับฐานะและความเท่าเทียมในสังคม25 3.2 ภาพสะท้อนจากตัวอย่างปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยที่แสดงให้เห็นถึง “ความอยุติธรรมทาง สิ่งแวดลอ้ ม” 3.2.1 คดีเหมืองถา่ นหนิ และโรงไฟฟ้าแมเ่ มาะ จังหวัดลาํ ปาง โรงไฟฟ้าแม่เมาะดําเนนิ การผลิตไฟฟ้าด้วยการใช้ถา่ นหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง โดยเริ่มเปิดดําเนินการมาตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2521 และมีการขยายโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในระยะต่อต่อมา ทําให้มีการเผาไหม้ถ่านหินลิกไนต์จํานวนมาก ประกอบกับ ถ่านหินลิกไนต์ท่ีนํามาใช้นั้น เป็นถ่านหินท่ีมีคุณภาพตํ่า จึงก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ คือ มีฝุ่นละออง และกลุ่ม ก๊าซซัลเฟอร์ไดร์ออกไซด์ในปริมาณมากตามไปด้วย และกลายเป็นก๊าซท่ีมีพิษก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุผิวหนัง ตามร่างกาย เช่น เยื่อบุตา เย่ือบุจมูก เยื่อบุทางเดินหายใจ และเป็นพิษต่อระบบปราสาทสัมผัสและการทํางานของระบบ สมอง และก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เป็นผลให้ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคโพรงจมูกอักเสบ คออักเสบ หายใจขัด หรืออาจก่อให้เกิดน้ําท่วมปอดเฉียบพลัน ถุงลมโป่งพองเรื้อรัง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ทําให้ระบบหายใจ 24 เรือ่ งเดียวกัน., หน้า 24. 25 คะนงึ นจิ ศรบี ัวเอ่ียม, ความยตุ ธิ รรมทางสิ่งแวดลอ้ ม (Environmental Justice and Citizenship), สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 2 มกราคม 2560, จาก http://www.fpps.or.th/elibrary/download/book114.pdf. 104

วนั ที่ 8 มิถนุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จดั โดย คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ ล้มเหลวและถึงแก่ความตายได้ สําหรับการสํารวจผลกระทบต่อพืชพบว่า พืชมากกว่า 30 ชนิด ได้รับผลกระทบทําให้ ใบไม้เหี่ยวเฉาเป็นพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ห่างจากโรงงานประมาณ 5-7 กโิ ลเมตร26 ความเสียหายที่เกดิ จากการใช้ถ่านหินลกิ ไนต์ผลิตกระแสไฟฟา้ สรา้ งความเสยี หายตอ่ สขุ ภาพ เศรษฐกจิ ความ เป็นอยู่ของประชาชนในอําเภอแม่เมาะ ต้ังแต่ ปี พ.ศ. 2535 ซ่ึงชาวบ้านได้มีการเรียกร้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย ดําเนินการแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการยุติธรรม แต่ทว่า การเคล่ือนไหว ดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําพิพากษาสูงสุดในปี พ.ศ. 2557 ท่ีผ่านมา ซ่งึ มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาหรือศึกษากัน ต่อไปว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีแนวทางในการดําเนินการตามคําพิพากษา ได้อย่างไร ซึ่งตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบท่ีเกิดข้ึนได้กําหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้อง ดําเนนิ การตามคําพพิ ากษาภายใน 90 วนั นับแตว่ ันทีม่ คี าํ พพิ ากษา การสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและ สิง่ แวดลอ้ ม เป็นคดีปกครองทเ่ี ก่ียวกับสิง่ แวดล้อม ท้งั น้ี คดสี ่ิงแวดลอ้ มเปน็ คดที ่ีมีลกั ษณะทางเทคนิคเฉพาะเรื่องมาก เช่น กรณีการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ หรือการวัดค่ามาตรฐาน ตามเกณฑ์ท่ีกฎหมายกําหนดไว้ แม้กฎหมายจะให้ศาลมีอํานาจในการตั้งพยานผู้เช่ียวชาญ เพ่ือตรวจสอบหรือวิเคราะห์ เร่ืองใดๆ เก่ียวกับคดีดังกล่าวได้ก็ตาม หากแต่ศาลก็ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจในเร่ืองเหล่านั้นด้วยเช่นกัน และสืบ เนื่องจากสถานะของคู่กรณีในคดีโดยส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในสถานะท่ีด้อยกว่า หรือมีความไม่เท่าเทียมกันในการ ฟ้องร้องดําเนินคดีกับบุคคลท่ีเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม27 ในคดีโรงไฟฟ้าแม่ เมาะ มีประเด็นท่ีต้องพิจารณาในเร่ืองของการกําหนดค่ามาตรฐานการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดร์ออกไซด์ ซึ่งเมื่อเทียบกับ ต่างประเทศแล้วการกําหนดค่ามาตรฐานของประเทศไทยถือว่าอยู่ในอัตราท่ีสูง ท้ังนี้ เร่ืองดังกล่าวเป็นเร่ืองทางเทคนิค แต่ศาลหรอื หน่วยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งต้องเขา้ ใจและปรับใช้เรอื่ งทางเทคนคิ ให้เกิดประโยชน์ในการพจิ ารณาคดีมากทีส่ ุด การจัดการปัญหามลพิษทางส่ิงแวดล้อม ต้องพิจารณาจัดการที่ระบบโดยอาศัยมาตรการต่างๆหลายด้าน ประกอบกัน อย่างไรก็ดี ภาวะมลพิษทางส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดข้ึนในประเทศไทย ส่วนมากเกิดจากการกระทําของมนษุ ย์ และ ก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลด้วย คดีมลพิษ ทางส่ิงแวดล้อมจึงเป็นคดีที่มีพื้นฐานมาจากคดีละเมิด ซ่ึงมีการกระทําของบุคคลเป็นองค์ประกอบท่ีสําคัญของความผิด โดยสภาพของคดีมลพิษทางสิ่งแวดล้อมน้ัน การแพร่กระจายมลพิษจะทําลายส่ิงแวดล้อมในวงกว้าง ผลกระทบจึงเกิดแก่ บุคคลจํานวนมาก เช่น คดีอากาศเป็นพิษที่อําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง คดีสารตะก่ัวในลําห้วยคลิตี้ อําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หรือกรณีแม่นํ้าท่าจีนเน่า คดีมลพิษทางสิ่งแวดล้อมจึงมีลักษณะคดีท่ีแตกต่างจากคดีละเมิดทั่วไป คือ (1) จะต้องเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (2) ความเสียหายท่ีเกิดแก่ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอ้ มในลักษณะของการก่อให้เกิดมลภาวะและมลพิษ สง่ ผลต่อคุณภาพการดํารงชีวติ ของบคุ คล และ (3) ผู้เสยี หาย สว่ นใหญ่เปน็ คนยากจนในสังคม ไม่มีโอกาสในการเลือกถ่นิ ทอ่ี ย2ู่ 8 26 คนึงสุข ทองอยคู่ ง, มาตรการทางกฎหมายในการปอ้ งกนั และการควบคมุ ภาวะมลพษิ จากการใช้ถ่านหินในการผลติ ไฟฟ้า,วทิ ยานิพนธ์ นิตศิ าสตรมหาบณั ฑิต มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, 2550. 27 สุภคั คนิ ี จนั ทรโ์ ฉม, ปัญหาการดําเนินคดีกบั หนว่ ยงานรัฐท่กี ระทาํ ละเมดิ ในคดีสง่ิ แวดลอ้ มของศาลปกครอง, วิทยานิพนธ์นติ ิศาสตร มหาบัณฑติ , คณะนิตศิ าสตร,์ 2555. 28 สันต์ชัย เหล่าสันติสุข, ความรบั ผิดเพื่อละเมิดของผกู้ ่อมลพษิ ส่งิ แวดล้อม, วิทยานพิ นธน์ ติ ศิ าสตรมหา บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ธุรกิจบัณฑิตย์, 2552. 105

การประชมุ วิชาการสาขานิติศาสตรร์ ะดับชาติ คร้งั ที่ 1 หวั ข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลีย่ นผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ”์ จากปัญหาที่เกิดข้ึน ในกรณีของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จะเห็นได้ว่าเม่ือภาครัฐไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหา ส่ิงแวดล้อมที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่ิงแวดล้อมจึงส่งผลร้ายที่กลับมาทําลายชีวิต ทรัพย์สิน สุขภาพ อนามัยของ ประชาชน ที่อยู่ในสังคมน้ัน ประชาชนจึงคอยเป็นผู้รับผลจากความเสียหายในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอยู่ฝ่ายเดียว ด้วยเหตุนี้เองทุกๆประเทศจึงเริ่มมีแนวคิดที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทโดยการมีส่วนร่วมในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน รัฐไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมในเชิงการเฝ้าระวัง การแจ้งเหตุ การ ร้องเรียน รวมถึงการฟ้องร้องคดีในกรณีที่หน่วยงานของรัฐบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ แนวคิดการมีส่วนร่วมของ ประชาชนจึงเรยี กไดว้ า่ เปน็ แนวคิด เพ่อื การจดั การกับปัญหาตง้ั แต่ต้นเหตุถึงปลายเหตุกนั เลยทเี ดยี ว29 ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคําพิพากษาในคดีหมายเลขแดงท่ี อ.749-764/255730 ดังต่อไปน้ี ให้ติดตั้งม่านน้ําเพ่ือ เป็นการลดฝุ่นละอองยาว 800 เมตร บริเวณที่ท้ิงดิน ให้ตั้งคณะทํางานท้องถ่ินและผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอพยพราษฎรที่ ได้รับผลกระทบและมีความประสงค์จะอพยพออกนอกรศั มีผลกระทบ 5 กโิ ลเมตร ให้ฟ้นื ฟูขมุ เหมืองให้ใกล้เคียงกับสภาพ ตามธรรมชาติ โดยการถมดินกลับในบอ่ เหมืองและปลูกป่าแทนการนาํ พื้นท่ีที่ต้องฟ้ืนฟขู ุมเหมอื งไปทาํ เป็นสวนพฤกษชาติ และสนามกอลฟ์ ให้นาํ พืชทป่ี ลกู ในพ้ืนที่ชุม่ น้ํารอบเหมอื งและโรงไฟฟ้าไปกําจัด และปลกู เสริมทกุ ๆ 18 เดือน และตอ้ งทํา การขุดลอกเพ่ือเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ําในพ้ืนท่ีชุมนํ้าน้ัน การทําเหมืองให้ทําการขนส่งเปลือกดินโดยใช้ระบบ สายพานท่ีติดต้ังสเปรย์นํ้า แล้วปล่อยดินในตําแหน่งท่ีไม่อยู่ต้นลมที่พัดผ่านไปยังชุมชน ให้กําหนดพื้นท่ีกันชนจากจุด ปล่อยดินกับชุมชนไม่น้อยกว่า 50 เมตร โดยระบุให้ดําเนินการภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษา31 ทั้งน้ี คํา พิพากษาที่กล่าวมาข้างต้น ก็เพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทยปฏิบัติตามมาตรการป้องกนั และแก้ไขผลกระทบที่ กําหนดโดยสาํ นักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม คดีสารพิษจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ถือว่าเป็นคดีทางสิ่งแวดล้อมท่ีมีความน่าสนใจ ซ่ึงประชาชนที่ได้รับความ เสียหายได้ย่ืนฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต่อศาลปกครองในคดี หมายเลขแดง ที่ อ.730- 748/255732 ระหว่างนายคํา อินคําปาหรอื อินจําปา กับพวกรวม 131 คน (ผฟู้ ้องคด)ี กบั การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเก่ียวกับการทําละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่ กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยผู้ฟ้องคดีท้ัง 19 สํานวน 131 คน ฟ้องมีสาระสําคัญสรุปได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีซ่ึงเป็น เจ้าของโรงไฟฟ้าท่ีใชถ้ ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงในการผลติ กระแสไฟฟา้ ต้ังอย่ทู ี่อําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง ละเลยไม่ บําบัดฝุ่นหิน ฝุ่นละอองและก๊าซชัลเฟอร์ไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด ทํา ให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งมีภูมิลําเนาและอาศัยอยู่ในท้องท่ีอําเภอแม่เมาะ เจ็บป่วยด้วยโรคนิวโมโคนิโอซิส (โรคปอดอักเสบจากฝุ่น หนิ ) โรคพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สัตว์เลี่ยงและพชื ผลทางการเกษตรเสียหาย ต้องเสียค่าใช่จ่ายในการรักษาพยาบาลต้ังแต่ เร่ิมป่วยจนถึงวันฟ้อง ค่าขาดประโยชน์จากการประกอบอาชีพ ค่าทดแทนการเส่ือมสมรรถนะของร่างกาย สุขภาพ และ อนามัย และความสูญเสียทางด้านจิตใจ ความสญู เสียโอกาสทจ่ี ะดาํ รงชีวิตอยา่ งคนปกตจิ นกวา่ จะเสียชีวิต คา่ ไรป้ ระโยชน์ ในการใชท้ ีด่ ิน ที่พกั อาศยั ในการทาํ มาหากินได้โดยปกตสิ ุขเปน็ เวลา 20 ปี ต่อไปในอนาคต คา่ เสียหายของพืชไร่ คา่ ใชจ้ า่ ย ในการรักษาพยาบาลหลังจากวันฟ้องจนถึงอายุ 80 ปี ซ่ึงเป็นค่าเสียหายในอนาคต และมีคําขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ 29 ไฟ เสนาชยั , การฟ้องคดีแพง่ โดยประชาชนในคดที ี่เกยี่ วกบั สง่ิ แวดลอ้ ม, วิทยานพิ นธน์ ติ ิศาสตรมหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, 2552. 30 คําพิพากษาศาลปกครองสูงสดุ คดีหมายเลขแดง ที่ อ.749-764/2557 31 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ: กรณีตวั อย่าง EIA ทีแ่ ก้ไขไดแ้ มอ้ ยูร่ ะหว่างการฟ้องรอ้ ง ช่องโหวท่ างกฎหมายที่ทาํ ลายส่งิ แวดล้อม”, สบื ค้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2558, จาก http://thaipublica.org/2015/05/eia-mawmoh/. 32 คําพพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ หมายเลขแดง ท่ี อ.730-748/2557 106

วนั ที่ 8 มิถนุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี ให้ผู้ถูกฟ้องคดีหยุดการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยถ่านหินลิกไนต์จนกว่าจะมีวิธีป้องกันมลพิษ และให้ ฟืน้ ฟคู ณุ ภาพอากาศและสภาพแวดลอ้ มในทอ้ งท่ีอาํ เภอแม่เมาะให้กลับคืนสภาพเดิม33 เมื่อพิจารณากรณีเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าผลกระทบท่ีเกิดขึ้นได้เกิด ขึ้นกับชาวบ้านที่ไม่มีทางเลือกในการที่จะเลือกท่ีอยู่อาศัย กรณีเหมืองแม่เมาะเป็นประเด็นท่ีน่าพิจารณาระหว่าง ความสัมพันธ์ระหว่างความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environment Justice) กับการพัฒนาอย่างย่ังยืน (Sustainable Development) ซ่ึงความสัมพันธ์ทั้งสองอย่างน้ีมีประเด็นท่ีผูกโยงกันอยู่ในเร่ืองการแจกจ่ายผลประโยชน์และค่าใช้จ่าย ของการพัฒนา ท้ังภายในคนรุ่นเดียวกันและระหว่างคนต่างรุ่น โดยมีข้อตระหนักร่วมกันในการทําให้คุณภาพชีวิตของ ประชาชนดีข้ึน และในการเพิ่มการเข้าถึงทรัพยากรให้มากข้ึน ทําให้ความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ กลายเป็นประเด็นร่วมกันที่โดดเด่น ขบวนการความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม (Environmental Justice Movement) สามารถชูประเด็นบทบาทของชุมชนจากการถูกปฏิบัติด้วยความ อยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมได้เด่นชัดกว่าเอกสารระหว่าง ประเทศเก่ียวกับการพัฒนาที่ย่ังยืนที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของรัฐและปัจเจกชนในการได้รับความยุติธรรมทาง ส่งิ แวดล้อม34 ความอยุติธรรมทางสงิ่ แวดลอ้ มท่เี ห็นไดใ้ นคดีเหมืองแม่เมาะนั้นเป็นการที่ชาวบ้านที่มฐี านะยากจนต้องแบก รับภาระมลพษิ ทางสิง่ แวดลอ้ มแต่กลับไม่ไดร้ บั ผลประโยชน์ทางสิ่งแวดลอ้ มในสดั สว่ นทเี่ หมาะสม 3.2.2 คดีสารตะก่วั ปนเปอ้ื นลาํ ห้วยคลิต้ี คดีสารตะกั่วปนเป้ือนลําห้วยคลิต้ี ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ชาวกะเหรี่ยงลุกข้ึนมาฟ้องหน่วยงานรัฐ เพื่อ ปกป้องสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมท่ีดี และสทิ ธิในการใช้ประโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติตามรัฐธรรมนูญ จากกรณีโรง แต่งแร่ปล่อยสารตะกั่วลงลําห้วยท่ชี มุ ชนใชป้ ระโยชน์มาอยา่ งยาวนาน แตเ่ ดมิ นัน้ วิถีชวี ติ ของชาวชุมชนคลติ ีล้ ่างเปน็ ชุมชนเกษตรกรรมเพอ่ื การยังชพี โดยอาศยั น้ําในลําห้วยคลิต้ีในการ เพาะปลูก อุปโภค บริโภค สามารถหาปลาและสัตว์นํ้าต่างๆได้ในลําห้วยคลิต้ี การดํารงชีวิตของชาวคลิต้ีอาศัยเงินไม่มาก นัก35 แต่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2541 ชาวบ้านคลิต้ีล่างต้องเผชิญชะตากรรมรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายเน่ืองจากมีธุรกิจ โรงงานแต่งแร่ท่ีปล่อยของเสียลงสู่ลําห้วยคลิต้ี หลังจากน้ันวิถีชีวิตของชาวบ้านก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม36 ทําให้ใช้นํ้าใน ลําห้วยไม่ได้ ผลผลิตที่ปลูกก็พบว่ามีการปนเป้ือนตะก่ัวในพืช โดยเฉพาะพืชใบ จากการตรวจสอบของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าสารตะก่ัวจะมีปริมาณมากบริเวณตะกอนกลางท้องน้ํา ค่อยๆลดปริมาณลงท่ีริมตลิ่งและห่างริมห้วยออกมาเร่ือยๆ ส่วนบนบกจะพบตะกั่วปริมาณสูงที่บริเวณโรงแต่งแร่ ฉะนั้น จึงไม่สามารถปลูกพืชบริเวณดังกล่าวได้37 และยังทําให้วิถี ชวี ิตของคนในชมุ ชนถกู เปลยี่ นแปลงไปดว้ ย 33 ศาลปกครอง, “ขา่ วสารปกครอง”, สืบคน้ เมือ่ วันท่ี 2 มกราคม 2560, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/wpcontent/uploads/Summary_Decision_SupremeAdminCourt_MeamohCompensa tionCase.pdf. 34 คะนงึ นิจ ศรีบวั เอี่ยม, ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice and Citizenship). 35 , ศาลฎกี าฯ สัง่ บรษิ ทั เหมอื งแรช่ ดใชค้ ่าเสยี หาย 20 ล้านและฟื้นฟูลาํ ห้วยคลิต้ี หลังสู้มากว่า 13 ปี, สบื ค้นเม่อื วนั ท่ี 15 กรกฎาคม 2559, จาก http://prachatai.com/journal/2016/07/66891 36 ยศพนธ์ เกดิ วบิ ลู ย์, คนคลติ ี้ลา่ ง ในความเปล่ยี นแปลงหลงั ฝนั ร้าย และความหวงั ทยี่ งั ไมเ่ ปน็ จรงิ , สบื คน้ เมอื่ วันที่ 15 กรกฎาคม 2559, จาก http://prachatai.com/journal/2014/04/52913 37 , 10 ปี คดีหว้ ยคลติ ้ี, สืบค้นเมื่อวนั ท่ี 5 มกราคม 2561, จาก http://thaipublica.org/2014/05/clity-community-renewal/ 107

การประชุมวิชาการสาขานิตศิ าสตร์ระดบั ชาติ ครั้งท่ี 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลย่ี นผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ”์ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วประเด็นปัญหาท่ีเกิดขึ้นในหมู่บ้านคลิต้ีล่างจึงถูกนําเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม โดยมี กระบวนการฟ้องร้องเริ่มต้ังแต่ พ.ศ. 2546 จนถึง ปี พ.ศ. 2560 ยาวนานกว่า 14 ปี การฟ้องคดีนี้ ทนายฝ่ายโจทย์ได้ ดาํ เนินคดีกบั ผ้ปู ระกอบการและหนว่ ยงานของรัฐ กล่าวคอื ในส่วนของคดีแพ่งท่ีย่ืนฟ้องผู้ประกอบการ เป็นการขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีผู้ประกอบการเหมืองแร่ ก่อให้เกิดมลพิษในลําห้วยคลิต้ี โดยมีการแยกฟ้องคดีเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มท่ี 1 โจทก์ 8 ราย ฟ้องว่ามีอาการเป็นโรคพิษ จากสารตะกั่ว ประเด็นที่น่าสนใจใน คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี 15219/2558 ท่ีได้พิพากษาคดีนี้ก็คือเรียกได้ว่าเป็นการ เปล่ียนแปลงเร่ืองอายุความในคดีส่ิงแวดล้อมมี กล่าวคือ ศาลได้มีการพิเคราะห์ว่าคําฟ้องของโจทก์ทั้ง 8 มิได้เป็นคําฟ้อง ให้จําเลยรับผิดเฉพาะความผิดฐานละเมิดแต่เป็นคําฟ้องให้จําเลยรับผิดชําระค่าเสียหายแก่โจทก์ ท้ัง 8 ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซ่ึงเป็นกฎหมายพิเศษและมีขอบเขตความรับ ผิดฐานละเมิด ซึ่งไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับเร่ืองอายุความในเร่ืองไว้โดยเฉพาะ จึงมีกําหนดอายุความ 10 ปี ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา 193/3038 กลุ่มที่ 2 โจทก์ 151 รายเป็นกรณีท่ีฟ้องว่าโจทก์ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากสารตะก่ัว39 สําหรับการ ดําเนินคดีกลุ่มที่ 2 นี้ ก็เป็นท่ีน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ศาลได้มีการนําหลักการเร่ือง “สิทธิชุมชน” ตามท่ีฝ่ายนิติบัญญัติได้ นํามาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาใช้ (ซ่ึงในขณะที่มีการตัดสินคดีใช้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2550)40 โดยศาลได้มีการตัดสินตาม คําพิพากษาฎีกาที่ 10797/2559 โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากโจทก์อาศัยอยู่ในชุมชนคลิต้ีล่าง ดํารงชีพด้วยการบริโภคนํ้า และสัตว์นํ้าในลําห้วยคลิตี้ ซึ่งเป็นลําห้วยสาธารณะ การท่ีจําเลยจงใจปล่อยนํ้าท่ีปนเป้ิอนสารตะก่ัว ตะกอนตะกั่ว และ สารเคมีจากโรงแต่งแร่ให้ไหลลงสู่ลําห้วยคลิตี้ ก่อให้เกิดมลพิษในน้ําและสัตว์น้ําท่ีอาศัยอยู่ ทําให้โจทก์รวมท้ังสัตว์เล้ียงที่ บริโภคนํ้าในลาํ ห้วยคลิตเ้ี ปน็ ประจํา เพ่อื การดํารงชีพได้รับสารตะก่ัวสะสมในร่างกาย ทําให้ได้รบั ความเสียหาย ถูกละเมิด สิทธิที่จะได้รับประโยชน์จากธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิในการดํารงชีพอย่างปกติและต่อเน่ืองใน สิ่งแวดล้อมท่ีดีต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตนเอง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะโจทก์เท่านั้น แต่เป็นคําขอเพื่อ ประโยชน์ของชาวบ้านหมู่บ้านคลิต้ีล่างทุกคนซึ่งเป็นชุมชนท้องถ่ิน ท้ังน้ีตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 66 และมาตรา 6741 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 66 บัญญัติว่า “บุคคลซ่ึงรวมกันเป็นชุมชน ชุมชน ท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ศิลปวัฒนธรรมอันดีของ ท้องถ่ินและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอยา่ งสมดุลและย่ังยืน”42 38 สรุปคาํ พิพากษาศาลฎีกาคดคี ลติ ้ี (แพง่ 8 คน) ,[ระบบออนไลน์],สบื ค้นเมือ่ วนั ที่ 5 มกราคม 2561, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/?page_id=860 39 สรปุ คําพิพากษาศาลฎกี าคดีคลติ ้ี (แพ่ง 8 คน) ,[ระบบออนไลน์],สบื ค้นเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/?page_id=860 40 ซง่ึ ในระหว่างทีม่ กี ารตดั สินคดีใช้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2550 จะถูกยกเลกิ ใช้บังคับ แตด่ ้วยอาํ นาจแห่งรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 4 การรบั รองสิทธขิ องบคุ คลซ่ึงรวมกนั เป็นชมุ ชน ชุมชนท้องถ่นิ หรอื ชุมชนท้องถน่ิ ดั่งเดมิ ต่อเน่อื งมา ศาลฎีกา จงึ ใชม้ าตรา 66 และมาตรา 67 ในการตดั สินคดีน้ี คาํ พิพากษาศาลฎีกาท่ี 10797/2559 41 คาํ พพิ ากษาศาลฎีกาที่ 10797/2559, สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 5 มกราคม 2561, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/?page_id=860 42 รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 66 108

วันท่ี 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวัดเชยี งใหม่ จัดโดย คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 67 บัญญัติวา่ “สิทธิของบุคคลที่จะมสี ่วนร่วมกับรัฐและ ชุมชนในการอนุรักษ์ บํารุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และใน การคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพ่ือให้ดํารงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเน่ืองในส่ิงแวดล้อมที่จะไม่ ก่อให้เกดิ อนั ตรายต่อสุขภาพอนามัย สวสั ดภิ าพ หรอื คุณภาพชวี ติ ของตน ย่อมได้รบั ความคุ้มครองตามความเหมาะสม”43 ในส่วนของคดีแพ่งท่ีชาวบ้านจํานวน 151 รายได้มีการยื่นฟ้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จํากัด และกรรมการบริษัท โดยเมื่อวันท่ี 11 กันยายน พ.ศ. 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาให้บริษัทและ กรรมการชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวบ้านท้ัง 151 ราย เป็นเงิน 36,050,000 บาท และให้ดําเนินการฟื้นฟูลําห้วย คลิตี้ให้ ปราศจากมลพิษ ปัจจุบันกรรมการและบริษัทก็ยังไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายและดําเนินการฟื้นฟูลําห้วยตามคําพิพากษาแต่ อย่างใด44 ในส่วนของคดีปกครอง เป็นการฟ้องคดีในกรณีที่หน่วยงานของรัฐละเลยการปฏิบัติหน้าที่การฟ้ืนฟูลําห้วยและ ละเมิดสิทธิในการได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนของศาลปกครองได้มี การเร่มิ ต้นฟอ้ งคดตี ้ังแต่ ปี พ.ศ. 2551 ณ ศาลปกครองกลาง และในท้ายท่สี ุดศาลปกครองสงู สุดได้มคี ําพิพากษาเม่ือวนั ท่ี 10 มกราคม 2556 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 743/2555 ผลสรปุ ของการพิจารณาคดโี ดยศาลปกครองสงู สดุ มีดังน้ี (1) กรมควบคุมมลพิษมีความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าท่ีเพื่อขจัดมลพิษและฟ้ืนฟูลําห้วย คลิตี้ให้กลับคืนสู่สภาพ เดมิ (2) กรมควบคุมมลพิษละเมิดสิทธิประโยชน์ของชาวบ้านจากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทาง ชีวภาพ จนไม่สามารถดํารงชีวิตได้อย่างปกติ เน่ืองจากยังพบว่านํ้าและตะกอนดินยังมีสารตะกั่วปนเป้ือนในระดับสูงอยู่ ซ่ึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของชุมชน กรมควบคุมมลพิษต้องชดใช้ค่าสินไหมให้กับชุมชนเป็นมูลค่า 177,199.55 บาท ตอ่ ผฟู้ ้อง 22 คน หรือรวมเปน็ จาํ นวนเงนิ 3,898,390 บาท และ (3) ศาลระบุให้กรมควบคุมมลพิษต้องมีแผนการดําเนินงานฟื้นฟูลําห้วยคลิต้ีต่อไป ภายใน 90 วัน โดยมีส่วน ร่วมของประชาชน และดําเนินการควบคุมตรวจสอบจนกว่าการปนเปื้อนของสารตะกั่วในดิน นํ้า พืชผัก จะอยู่ในระดับท่ี ไม่เกินคา่ มาตรฐานตอ่ เน่อื งเปน็ ระยะเวลาไม่นอ้ ยกวา่ 1 ป4ี 5 จากประเด็นท่ีกล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า คดีคลิต้ีน้ัน แม้ว่าศาลได้สั่งให้มีการชดเชยความเสียหายที่ชาวบ้าน ได้รับแต่ระยะเวลาท่ีใช้ในการต่อสู้คดีน้ันยาวนานถึง 14 ปี เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่าคดีคลิตี้นั้นเป็นตัวอย่างหน่ึงของ ความอยุตธิ รรมทางสิง่ แวดล้อมและอีกทัง้ ผไู้ ด้รบั ผลกระทบกเ็ ปน็ คนชายขอบทมี่ ีอํานาจต่อรองทางสังคมต่ําอกี ด้วย แม้ในเรื่องของค่าชดเชยค่าเสียหายในคดีแพ่งท่ีชาวบ้านเรียกร้อง ศาลจะให้ค่าชดเชยในจํานวนมาก แต่ทว่า กระบวนการที่สําคัญที่จะทําให้ชาวบ้านกลับมาใช้นํ้าในลําห้วยและมีวิถีชีวิตแบบด่ังเดิมน้ันเป็นสิ่งสําคัญไม่ยิ่งหย่อน จํานวนคา่ ชดเชยทีไ่ ดร้ ับ หนว่ ยงานทีม่ ีหนา้ ที่ในการฟนื้ ฟูควรจะเรง่ ดําเนนิ การใหร้ วดเรว็ ท่สี ดุ 43 รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 67 44 ตรวจแผนฟนื้ ฟู กําจัดมลพิษคลติ ไี้ ดจ้ ริงหรอื ?สืบค้นเม่ือวนั ที่ 5 มถิ ุนายน 2561, จาก https://www.matichon.co.th/region/news_916080 45 รตั นศริ ิ กติ ติก้องนภางค์, บทสรปุ ของ 14 ปแี หง่ การตอ่ สู้ของชุมชนคลติ ล้ี า่ ง ปฐมบทแหง่ ชัยชนะของการตอ่ กรกับมลพษิ , สบื ค้นเมือ่ วนั ที่ 5 มกราคม 2561, จาก http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/14/blog/43621/ 109

การประชมุ วชิ าการสาขานิติศาสตร์ระดบั ชาติ คร้งั ท่ี 1 หวั ข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลี่ยนผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ”์ หมู่บ้านคลิต้ีล่าง คือบทเรียนของความทุกข์ระทมสําหรับชุมชนอ่ืนๆ ซ่ึงจะต้องพยายามปกป้องพื้นที่ของตนเอง และสําหรับหน่วยงานของรัฐคดีนี้คือตัวอย่างของความผิดพลาดอันใหญ่หลวงในการป้องกันปัญหาในฐานะตัวกลาง ระหว่างชาวบ้านและเอกชนที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพ้ืนที่46 ฉะนั้น กรณีปัญหาคดีคลิต้ีจึง เป็นภาพสะท้อนหน่ึงของความอยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เนื่องด้วย ชาวบ้านคลิต้ีนั้นมีความต่าง ทางอัตลักษณ์ที่ทําให้ชาวบ้านคลิตี้ได้รับผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมเมื่อเทียบกับคนในชุมชนอ่ืน ซ่ึงสะท้อนให้เห็นว่าชุมชน ไม่ได้รับความยุติธรรมที่ต้องแบกภาระต้นทุนทางส่ิงแวดล้อม อีกท้ังคดีน้ียังเป็นภาพสะท้อนของความยุติธรรมทาง สิ่งแวดล้อมที่มีผลผูกพันเช่ือมโยงกับเร่ืองแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวคือ การพัฒนาที่ย่ังยืนจะต้องเป็นการพัฒนาท่ี บรรลคุ วามต้องการของคนในรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ทําอันตรายต่อคนรุ่นต่อไป เมื่อพจิ ารณาถึงเร่ืองนี้ จะเห็นได้ว่าการกระทํา ของโรงงานแต่งแร่ที่มีการทําให้สารปนเป้ือนในลําห้วยคลิต้ีนั้นไม่เป็นไปตามแนวคิดเร่ืองการพัฒนาอย่างยั่งยืนแน่นอน เพราะแม้เราจะได้ใช้ประโยชน์จากแร่แต่ก็ทําลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล และยังไม่อาจทราบได้ว่าในอนาคต ทรัพยากรเหลา่ น้ีจะสามารถใช้ได้ในอนาคตหรอื ไม่ 3.2.3 กรณีการได้รับผลกระทบจากการเน่าเสยี ของคลองแมข่ ่า จังหวดั เชยี งใหม่ คลองแม่ข่า หน่ึงในเจ็ดไชยมงคลของการสร้างเมืองเชียงใหม่ที่สะท้อนความคิดด้านการสร้างเมืองเป็นอย่างดี คือ “เรื่องของระบบน้ํา ความฉลาดในการดึงเอาระบบน้ําเข้ามาสู่เมือง เพื่อหล่อเล้ียงการอุปโภคบริโภค” แต่ในปัจจุบัน ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนหรือได้สัมผัสกับคลองแม่ข่าจะเห็นได้ว่าคลองน้ีมีสภาพไม่ต่างไปจากท่ีระบายน้ําเสีย คลองแม่ข่า กลายเป็นท่ีรับนํ้าเสียของเมืองเชียงใหม่ ลําคลองสาขาอันเป็นต้นทุนนํ้าดีเดิมถูกสภาวะเมืองเปล่ียนแปลงไปจนเหลือ ตน้ ทุนนาํ้ ดีนอ้ ยมาก47 ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับปัญหาจากนํ้าเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นแหล่ง แพร่เชื้อโรคจากยุงจํานวนมาก สภาพนํ้าในคลองสีดําสนิท มีฟองเกิดข้ึนจํานวนมาก สัตว์น้ําท้ังกุ้ง หอย ปู ปลา ไม่ สามารถอาศยั อยู่ได้และยังพบลูกน้ําเตม็ ลําคลอง ปญั หานเ้ี กิดขึน้ มานานแต่กย็ ังไม่ไดร้ บั การแก้ไขปัญหา ประชาชนที่อาศัย อย่รู ิมคลองข่าต้องสดู ดมกล่ินเหม็นจากน้ําเน่าเสียตลอดเวลา ในชว่ งทีอ่ ากาศร้อนกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายไปทั่ว48 ประชาชน ซ่ึงอยู่ริมคลองแม่ข่า ในเขตพ้ืนที่กว่า 1,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุต่างก็ล้ม ป่วยเปน็ ภมู ิแพ้ ในช่วงกลางดึกน้ําจะส่งกลน่ิ เหม็นอยา่ งรุนแรง สง่ ผลให้ประชาชนรูส้ ึกวงิ เวียนศีรษะ หน้ามืด จนต้องเรียก เจา้ หนา้ ทกี่ ภู้ ยั ใหร้ บั ไปส่งโรงพยาบาล49 ในส่วนของการแก้ไขปัญหานั้น ล่าสดุ เทศบาลนครเชียงใหม่ จดั ตั้งงบประมาณ 50 ลา้ นบาท เพ่ือฟ้ืนฟปู ัญหาน้ํา ในคลองแม่ข่าเนา่ เสียท่ีเปน็ ปัญหาเร้ือรัง ในการจัดการบ่อบําบัดน้ําเสีย รวมถึงขุดลอกคลอง กําจดั ผักตบชวา ตดิ ต้ังเครอ่ื ง 46 ยศพนธ์ เกิดวิบูลย,์ คนคลติ ี้ล่าง ในความเปลย่ี นแปลงหลงั ฝนั ร้าย และความหวงั ที่ยงั ไมเ่ ปน็ จรงิ , สบื ค้นเมอ่ื วนั ท่ี 15 กรกฎาคม 2559, จาก http://prachatai.com/journal/2014/04/52913 47 อานนท์ ตนั ติววิ ัฒน,์ ความทา้ ทายปัญหาคลองแมข่ า่ จากคลองระบายนํ้าเสยี สูก่ ุญแจสําคัญเมอื งมรดกโลกของเชยี งใหม่,สบื คน้ เม่ือ วันที่ 20 มิถนุ ายน 2561,จาก https://www.prachatham.com/article_detail.php?id=467 48 รนันท์ เขตพงศ์, ชาวบา้ นคลองแมข่ า่ เชียงใหม่ ร้องทกุ ข์ เจอปัญหาน้าํ เน่าเสยี ส่งกล่นิ เหม็น, สืบค้นเมอ่ื วันท่ี 20 มิถนุ ายน พ.ศ.2561, จาก http://news.ch7.com/detail/221224. 49, ชาวบ้านโวย ทงิ้ น้ําเนา่ เสีย ไหลผา่ นคลองแมข่ า่ ลงสนู่ าํ้ ปงิ กลน่ิ เหม็น กระทบชาวบ้านป่าแดด, สืบค้นเมอื่ วนั ที่ 20 มิถนุ ายน พ.ศ. 2561, จาก http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/566967. 110

วันที่ 8 มถิ นุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ เติมอากาศ ใช้พืชนํ้าบําบัดน้ําเสียโดยวิธีธรรมชาติ เพ่ือแก้ไขปัญหา โดยคาดว่าจะใช้เวลา 5-6 ปี จึงจะสามารถแก้ปัญหา ได5้ 0 จากกรณีสภาพปัญหานํ้าเน่าเสียจากคลองแม่ขา่ จงั หวัดเชียงใหม่ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้วา่ มีประชาชนท่ี ได้รับผลกระทบมากถึงประมาณ 1,000 ครัวเรือน และเป็นประชาชนท่ีไม่มีทางเลือกในท่ีอยู่อาศัยที่ต้องแบกรับภาระ มลพิษทางส่ิงแวดล้อมจากน้ําเน่าเสียเป็นเวลายาวนานกว่า 30-40 ปี ทั้งยังเป็นประชาชนที่มีฐานะยากจน ที่สําคัญ ประชาชนทอี่ าศัยอยู่รมิ คลองแมข่ ่ายังได้รบั ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพอีกด้วย สะท้อนใหเ้ ห็นถึงความลม้ เหลวในการจดั การให้ ประชาชนมีสทิ ธิในส่ิงแวดลอ้ มท่ดี ี อันเปน็ สทิ ธขิ ั้นพื้นฐานท่ไี ด้มีการบัญญตั ิไวใ้ นรฐั ธรรมนญู 4. วิเคราะห์ “ความอยตุ ธิ รรมทางส่งิ แวดลอ้ ม” ผา่ นตัวบทกฎหมาย ในหัวข้อนี้ จะอภิปรายถึงสองทางท่ีสําคัญได้แก่ การมีกฎหมายสารบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยแนวนโยบาย พนื้ ฐานในการจัดระเบียบสิ่งแวดล้อม และทางที่สองคือ การนําหลักการเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม มาบญั ญัตไิ ว้ในรฐั ธรรมนญู 4.1 การมีกฎหมายสารบัญญัติซ่ึงเป็นกฎหมายว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในการจัดระเบียบ ส่ิงแวดลอ้ ม ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายสารบัญญัติท่ีเป็นกฎหมายว่าด้วยแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐในการ ระเบียบ ส่ิงแวดล้อมที่มีวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการส่ิงแวดล้อมชุมชนเมือง การอนุรักษ์ศิลปกรรม การควบคุมภาวะมลพิษ และความรับผิดทางแพ่งและทางอาญา ทั้งนี้ ก็มีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 เปน็ กฎหมายแมบ่ ทที่ใช้ในการคุ้มครองรกั ษาส่ิงแวดล้อมในปจั จบุ ัน ซึ่งในพระราชบัญญัติ ฉบับน้ีได้มีหลักการสําคัญเก่ียวกับการส่งเสริมประชาชนและองค์กรเอกชนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพ ส่ิงแวดล้อม มีการบัญญัติถึงการจัดระบบบริหารงานด้านส่ิงแวดล้อมให้เป็นไปตามหลักการจัดการคุณภาพส่ิงแวดล้อม การกําหนดอํานาจหน้าท่ีของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และราชการส่วนท้องถ่ินให้เกิดการประสานงานและมีหน้าท่ี ร่วมกันในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมพร้อมกับกําหนดแนวทางปฏิบัติในส่วนท่ีไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบ โดยตรง การกําหนดมาตรการควบคุมมลพิษด้วยการจัดให้มีระบบกําจัดนํ้าเสีย ระบบบําบัดน้ําเสีย และเคร่ืองมืออุปกรณ์ ต่างๆเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับมลพิษ การกําหนดหน้าท่ีความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อมลพิษให้เป็นไปโดย ชัดเจน อีกท้ัง ยังมีการกําหนดให้มีมาตรการส่งเสริมด้านกองทุนส่ิงแวดล้อมและความช่วยเหลือต่างๆเพื่อเป็นการจูงใจ ให้มกี ารยอมรับทจ่ี ะปฏิบตั ิหนา้ ท่ีในการรักษาคุณภาพส่งิ แวดล้อม แม้จะมีกฎหมายสารบัญญัติซ่ึงเป็นกฎหมายว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในการจัดระเบียบสิ่งแวดล้อม และมีคําพิพากษาศาลฎีกาในคคีคลิตี้ที่นําหลักเร่ืองสิทธิชุมชนมาใช้ แต่ทว่ายังไม่สามารถรับรองได้ว่า วิวาทะเร่ืองความ อยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมจะได้รับการแก้ไข เยียวยาให้หมดไปได้ อาจจะด้วยกฎหมายที่มีอยู่เน้นเร่ืองการคุ้มครอง สง่ิ แวดล้อมในทางทฤษฎีมากกวา่ ทจี่ ะใหค้ วามเป็นธรรมกับคนทไ่ี ด้รบั ผลกระทบ 50 , สรา้ งโรงบําบดั นาํ้ เสยี แกป้ ญั หาคลองแม่ขา่ นานกวา่ 40 ป,ี สบื ค้นเมือ่ วันท่ี 20 มิถนุ ายน พ.ศ.2561, จาก https://www.pptvhd36.com/news/. 111

การประชุมวิชาการสาขานิติศาสตร์ระดบั ชาติ คร้ังท่ี 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ูป / เปล่ยี นผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ”์ 4.2 สทิ ธใิ นกระบวนการยตุ ิธรรมทางสิ่งแวดล้อม การต่อสู้และความเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมเพ่ือความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมเป็นผลให้ผู้ใช้กฎหมาย และผู้ร่างกฎหมายต้องปรับตัว เพ่ือให้เข้าถึงหลักความยุติธรรมทางสังคมท่ีมีความเปล่ียนแปลงไป เนื่องจากกฎหมายกับ สังคมยอ่ มมีความสัมพันธ์กันเสมอ ในปัจจุบันจงึ มีการพัฒนาหลักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนอยา่ งเช่นหลักการเร่ือง สิทธิ ท่ีจะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมท่ีดี (Right to Healthy Environment) หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) หลักการพัฒนาที่คิดถึงคนรุ่นหลัง (Future Generation Equity) สิทธิชุมชน (Community Right) และหลักมีส่วนร่วม (Right to Participation) ซ่ึงในประเทศต่างๆได้มีการนําเอาหลักการพื้นฐานต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น มาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญในฐานะที่เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และประเทศไทยเองก็ได้มีการนําเอา หลักการต่างๆเหล่าน้ีมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน หลักการเหล่าน้ีมีผลโดยตรงต่อการตีความของฝ่ายนิติ บัญญัติ ฝา่ ยบริหารและฝา่ ยตลุ าการโดยไม่จําเปน็ ท่จี ะต้องมกี ฎหมายมารองรบั 51 5. บทวพิ ากษ์ ในส่วนสุดท้ายนี้ เป็นบทวิเคราะหว์ ิพากษ์ ใน 3 ประเด็น กล่าวคือ การมกี ฎหมายสารบัญญัตทิ ่ีกาํ หนดเร่ืองสิทธิ ทางสิ่งแวดล้อมไม่สามารถขจัดปัญหา “ความอยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” ได้ ความแตกต่างทางอัตลักษณ์ของกลุ่มบุคคล ทําให้ได้รับ “ความอยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” และประเด็นสุดท้ายกระบวนการยุติธรรมที่เป็นปัญหาก่อเป็น “ความอ ยุตธิ รรมทางส่งิ แวดลอ้ ม” 5.1 การมีกฎหมายสารบัญญัติท่ีกําหนดเร่ืองสิทธิทางส่ิงแวดล้อมไม่สามารถขจัดปัญหา “ความอยุติธรรม ทางสง่ิ แวดลอ้ ม” ได้ กฎหมายในปัจจุบันท้ังพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เป็นกฎหมายท่ีมุ่งหวังให้เป็นกลไกคุ้มครองความ เป็นธรรมแก่ประชาชน โดยคาํ นึงถึงผลกระทบของสิ่งแวดลอ้ มและสุขภาพ ข้ันตอน กระบวนการพิจารณาและการปฏิบัติ นนั้ กลไกสง่ เสริมความยุติธรรมทางสิง่ แวดล้อมยงั กอ่ ให้เกดิ ผลกระทบท่ีไมเ่ ทา่ กนั กบั กลุ่มคนต่างๆในสงั คม52 เมอ่ื พจิ ารณา ถึงเหตุผลในการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จะเห็นได้ว่า พระราชบัญญตั ิฉบับน้มี ีขึน้ เพ่ือวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังตอ่ ไปนี้ (1) ส่งเสรมิ ประชาชน และองค์กรภาคเอกชนให้มสี ว่ นรว่ มในการส่งเสรมิ การรกั ษาส่ิงแวดล้อม (2) จัดระบบบริหารงานด้านสง่ิ แวดล้อมใหเ้ ป็นไปตามหลักการจัดการคณุ ภาพสิง่ แวดลอ้ ม (3) กําหนดอํานาจหน้าท่ีของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและราชการส่วนท้องถิ่นให้เกิดการประสานงานและมี หนา้ ที่รว่ มกนั ในการสง่ เสริมและรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดล้อม กําหนดแนวทางปฏิบัติในส่วนท่ีไมม่ ีหนว่ ยงานใดรบั ผิดชอบ (4) กําหนดมาตรการควบคุมมลพิษด้วยการจัดให้มีระบบบําบัดนํ้าเสีย ระบบกําจัดของเสียและเคร่ืองมือหรือ อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเกยี่ วกับมลพิษฃ 51 กฤษณะ ช่างกล่อม,อา้ งแล้ว หน้า 24. 52 ประโยชน์นยิ ม การตดั สินใจทางเศรษฐศาสตรท์ ี่ไม่สรา้ งความยุตธิ รรมใหช้ ุมชน, สบื ค้นเม่อื วันท่ี 12 กรกฎาคม 2559 , http://www.thia.in.th/welcome/article_read/261 112

วันที่ 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวัดเชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ (5) กําหนดหน้าท่ีความรับผดิ ชอบของผ้เู กี่ยวขอ้ งอันกอ่ ใหเ้ กดิ มลพษิ ให้เป็นไปโดยชดั เจน (6) กําหนดให้มีมาตรการส่งเสริมด้านกองทุน และช่วยเหลือด้านต่างๆ เพ่ือเป็นการจูงใจให้มีการยอมรับที่จะ ปฏบิ ัติหนา้ ทใ่ี นการรักษาคุณภาพสิง่ แวดลอ้ ม จงึ จาํ เป็นต้องตราพระราชบญั ญตั นิ 5ี้ 3 เมื่อพิเคราะห์เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จะเห็นได้ว่าเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในเชิงหลักการหรือเป็นกฎหมายเทคนิค แต่เม่ือนําหลักแนวคิดเรื่องความ ยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ กระบวนการบังคับใช้กฎหมายอาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เมื่อเป็นเช่นนี้หากผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเห็นว่ากฎหมายเป็นกลไกหลักที่ใช้ควบคุมความประพฤติของสังคม ทุกคนต้อง ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ท่ีกฎหมายกําหนดเพื่อความสงบสุขของคนในสังคม ที่สําคัญพลเมืองต้องมีความสํานึกหรือตระหนัก อยู่ตลอดว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องท่ีทุกคนต้องรักษาร่วมกัน ผ่านแนวคิดท่ีว่า “ส่ิงแวดล้อมดี สุขภาพดี คนและสัตว์อยู่ ร่วมกันได้” การบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพ ภาครัฐจะต้องให้ความสําคัญโดยการบังคับใช้ให้เต็มรูปแบบและมี ความเข้มงวด ผ่านหน่วยงานภาครัฐและกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ฉะน้ัน แนวทางการแก้ไขปัญหา สง่ิ แวดล้อมทด่ี ีทส่ี ดุ คอื “พลเมอื งมีสํานกั ที่ดแี ละการบังคบั ใชก้ ฎหมายของภาครัฐมปี ระสิทธภิ าพ” อีกท้ัง แม้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จะมีการบัญญัติเรื่อง การทํารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ตามแต่กลไกการบังคับใช้ในเร่ืองน้ีก็ยังไม่สมบูรณ์ เพราะยึดหลัก เศรษฐศาสตร์ที่เมื่อมีการกล่าวถึงการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบทางสุขภาพจะมุ่งแต่ ประโยชน์นิยม คือวัดผลท่ีได้กับต้นทุนซึ่งเกิดจากโครงการแล้วนํามาช่ังนํ้าหนักว่าโครงการนี้เกิดประโยชน์มากกว่าต้นทุน ท่ีเสียไป ก็จะมีการอนุมัติโครงการให้เกิดขึ้นได้ แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะมีการบัญญัติเรื่องสิทธิชุมชนใน การป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม แต่ในทางปฏิบัติสิทธิน้ียังไม่ได้รับการใช้ในทางปฏิบัติเท่าทค่ี วร54 ซึ่งประเด็น เร่ืองการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้ เป็นประเด็นสําคัญท่ีจะเช่ือมโยงไปสู่วิวาทะว่าด้วยความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม กลา่ วคือ ก่อนท่ีจะดําเนินโครงการหากมกี ารประเมินผลกระทบทางส่งิ แวดลอ้ มปญั หาผลกระทบทางสงิ่ แวดล้อมและคงไม่ มีประชาชนกลุ่มใดท่ีต้องแบกรับภาระท่ีไม่เท่าเทียมในการต้องได้รับผลกระทบทางสุขภาพ หน่วยงานที่เก่ียวข้องต้องมี การตระหนักเสมอว่า สิทธิมนุษยชนและส่ิงแวดล้อมมีความเก่ียวข้องสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันใน ลกั ษณะของการสง่ เสรมิ ซงึ่ กนั และกนั 55 5.2 ความแตกต่างทางอัตลักษณ์ของกลุ่มบุคคลทําให้ได้รับ “ความอยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม”ส่ิงแวดล้อม ท่ีดี (1) ปัญหาการเลือกปฏิบัติทางส่ิงแวดล้อม ความไม่เท่าเทียมในการแบกรับภาระมลพิษทางส่ิงแวดล้อมของคน ชายขอบ คนชาติพันธุ์ คนยากจนผู้ไม่มีสิทธิที่เลือกอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมท่ีดี ตัวอย่างเช่นกรณีศึกษาท่ีกล่าวมาทั้งสาม กรณขี ้างตน้ (2) การพัฒนาอุตสาหกรรมมักเกิดในพ้ืนท่ีของประชาชนท่ีเป็นคนชายขอบ กรณีเหมืองแม่เมาะเป็นประเด็นท่ี น่าพิจารณาระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม (Environment Justice) กับการพัฒนาอย่าง 53 พระราชบัญญัติส่งเสรมิ และรักษาคณุ ภาพส่งิ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 54 , ประโยชนน์ ยิ ม การตัดสนิ ใจทางเศรษฐศาสตรท์ ีไ่ ม่สร้างความยตุ ธิ รรมใหช้ มุ ชน, [ระบบออนไลน์],สืบคน้ เมอ่ื วันท่ี 12 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.thia.in.th/welcome/article_read/261 55 อดุ มศกั ด์ิ สิทธิพงษ,์ กฎหมายวา่ ด้วยความเสียหายทางสงิ่ แวดลอ้ ม ความรับผิดทางแพง่ การชดเชยเยียวยา และการระงับขอ้ พิพาท, กรุงเทพฯ:สาํ นกั พิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2554, หนา้ 39-40 113

การประชมุ วชิ าการสาขานิตศิ าสตร์ระดับชาติ ครัง้ ที่ 1 หวั ข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปลย่ี นผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ์” ย่ังยืน (Sustainable Development) ซ่ึงความสัมพันธ์ทั้งสองอย่างน้ีมีประเด็นท่ีผูกโยงกันอยู่ในเรื่องการแจกจ่าย ผลประโยชน์และค่าใช้จ่ายของการพฒั นา ทั้งภายในคนรุ่นเดยี วกันและระหวา่ งคนต่างรุน่ โดยมีข้อตระหนักร่วมกันในการ ทําให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น และในการเพิ่มการเข้าถึงทรัพยากรให้มากข้ึน ทําให้ความเท่าเทียมในการเข้าถึง ทรัพยากรธรรมชาติกลายเป็นประเด็นร่วมกันท่ีโดดเด่น ขบวนการความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม (Environmental Justice Movement)สามารถชูประเด็นบทบาทของชุมชนจากการถูกปฏิบัติด้วยความ อยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมได้ เด่นชัดกว่าเอกสารระหว่างประเทศเก่ียวกับการพัฒนาท่ียั่งยืนที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของรัฐและปัจเจกชนในการได้รับ ความยตุ ธิ รรมทางส่งิ แวดล้อม56 5.3 กระบวนการยุตธิ รรมท่เี ป็นปญั หากอ่ เป็น “ความอยตุ ิธรรมทางส่ิงแวดล้อม” ฝ่ายตุลาการเป็นหน่วยงานท้ายสุดในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบและส่ิงแวดล้อมจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ต้องใช้ระยะเวลาและเทคนิคในการตัดสินปัญหา อีกทั้ง เมื่อพิจารณาเร่ืองข้อความคิดว่าด้วยความยุติธรรมทาง ส่ิงแวดล้อมผู้พิพากษาต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาและความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อม เน่ืองจากกฎหมาย ส่ิงแวดล้อมนั้นเป็นระบบกฎหมายเฉพาะท่ีมีความแตกต่างจากหลักกฎหมายเดิม กล่าวคือ หลักความยุติธรรมทาง ส่ิงแวดล้อมนั้นมีความแตกต่างจากความยุติธรรมเดิม มีหลักกฎหมายท่ัวไปหรือหลักนิติธรรมทางส่ิงแวดล้อมเฉพาะของ ตนเอง ธรรมชาติตอ้ งเก่ียวข้องและเชอ่ื มโยงกับเทคโนโลยีเสมอ ดงั น้นั หากผู้พพิ ากษาไมเ่ ขา้ ใจสารัตถะของความยุติธรรม ทางสิ่งแวดล้อมการตัดสินคดีใดๆเก่ียวกับส่ิงแวดล้อมก็จะไม่ตรงเป้าหมายและขัดแย้งกับสามัญสํานึกของประชาชน เสมอ57 และกระบวนการยุตธิ รรมทีเ่ ปน็ ปญั หาจนทําให้การพจิ ารณาก่อเปน็ “ความอยตุ ิธรรมทางส่ิงแวดลอ้ ม” การใช้หลักความยุติธรรมทางส่ิงแวดล้อมของศาล อยู่บนพ้ืนฐานของความยุติธรรมแบบเดิม ความยุติธรรมทาง ส่ิงแวดล้อมมิได้มุ่งให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายได้รับการชดเชยเยียวยาเท่านั้น หากแต่ต้องการให้ผู้ที่ก่อความเสียหายฟื้นฟู และเยียวยาธรรมชาติด้วย ในปัจจุบันกระบวนการบังคับคดีหลังจากมีคําพิพากษายังมีปัญหาเร่ืองการติดตามการบังคับ คดีอย่างจรงิ จงั ในการท่ีจะฟืน้ ฟูธรรมชาตทิ ่มี ีความเสยี หาย นอกจากนี้ ปัญหาของกฎหมายส่ิงแวดล้อมไทยยังขาดความครอบคลุมในการสร้างระบบความรับผิดทาง สิง่ แวดล้อมทง้ั ทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครอง อย่างได้สดั สว่ นและเหมาะสมในสาขาตา่ งๆของกฎหมายสิ่งแวดล้อมไมว่ ่า จะเป็นกฎหมายเก่ียวกับนํ้า กฎหมายเก่ียวกับอากาศ หรือกฎหมายเก่ียวกับดิน หรือกฎหมายเก่ียวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายแม่บททางปกครองในการจัดการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง ครอบคลมุ และเป็นระบบ58 6. สรุป จากท่ีกล่าวมาท้ังหมดข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า “ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” (Environmental Justice) นั้น จะมีความหมายว่า ประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในการได้รับผลประโยชน์จากส่ิงอํานวยความ สะดวกทางสิ่งแวดล้อม และการที่กลุ่มบุคลใดจะได้ต้องแบกรับภาระมลพิษทางส่ิงแวดล้อมน้ัน รัฐหรือผู้ประกอบการไม่ สามารถทําได้ ต้องคํานึงถึงเรื่องสิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมท่ีดีเป็นหลัก ท้ังน้ี ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมนั้นมี 56 คะนงึ นิจ ศรีบวั เอ่ยี ม, ความยุติธรรมทางสง่ิ แวดล้อม (Environmental Justice and Citizenship). 57 กฤษณะ ชา่ งกลอ่ ม,การจดั ต้งั ศาลส่งิ แวดล้อมกบั ปัญหาระบบความยุตธิ รรมไทย, หน้า 112. 58 กฤษณะ ชา่ งกลอ่ ม,การจดั ตง้ั ศาลส่ิงแวดลอ้ มกับปัญหาระบบความยุตธิ รรมไทย, หนา้ 41. 114

วนั ท่ี 8 มิถนุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวัดเชยี งใหม่ จดั โดย คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ ความสัมพันธ์หรือความเก่ียวพันกับเร่ืองสิทธิมนุษยชนอย่างแยกไม่ออกเลยทีเดียว หากรัฐหรือผู้ประกอบการพิจารณาถึง เรื่องความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับแนวคิดเร่ืองสิทธิมนุษยชน ย่อมจะยังผลให้เกิดความยุติธรรมทาง สิ่งแวดลอ้ มในสงั คมไดอ้ ยา่ งแน่นอน อีกท้ัง มุมมองของแนวคิดเรื่องความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม เป็นแนวคิดที่แตกต่างจากความยุติธรรมเดิม กล่าวคือ ความยุตธิ รรมทางสง่ิ แวดล้อม น้ันมองปฏิบัติสัมพนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ ับสิ่งแวดล้อม ในแง่ท่ีว่าหากมนุษย์ทาํ ความ เสียหายให้แก่สิ่งแวดล้อมนอกจากจะต้องมีการชดใช้เยียวยาให้แก่ผู้ท่ีได้รับผลกระทบแล้วยังจะต้องดําเนินการฟ้ืนฟู เยยี วยาความเสยี หายทเ่ี กดิ ต่อทรัพยากรธรรมชาตดิ ว้ ย รัฐ ศาล และผูป้ ระกอบการจะตอ้ งพจิ ารณาถึงแนวคดิ นีเ้ สมอ บรรณานุกรม กฤษณะ ช่างกลอ่ ม. (2556). การจัดตงั้ ศาลส่ิงแวดลอ้ มกบั ปัญหาระบบความยุติธรรมไทย.กรงุ เทพฯ: วิญญูชน. กอบกลุ รายะนาคร. (2550). กฎหมายกบั ส่ิงแวดล้อม. กรงุ เทพฯ:วญิ ญูชน. คนึงสขุ ทองอยู่คง. (2550). มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและการควบคุมภาวะมลพิษจากการใชถ้ ่านหนิ ใน การผลิตไฟฟ้า. วิทยานพิ นธน์ ิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์. _____. ความยุตธิ รรมสงิ่ แวดล้อม. สืบคน้ เม่อื วันท่ี 11 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.aseangreenhub.in.th/envinat-ac/th/developmentsection/176-development-8 คะนงึ นิจ ศรีบัวเอี่ยม. ความยตุ ิธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice and Citizenship).สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 2 มกราคม 2560, จาก http://www.fpps.or.th/elibrary/download/book114.pdf. คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 10797/2559 คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี 10797/2559. สืบค้นเมื่อวนั ท่ี 5 มกราคม 2561, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/?page_id=860 คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าที่ 15219/2558 คาํ พพิ ากษาศาลปกครอง คดีหมายเลขแดง ที่ อ.743/2555 คําพพิ ากษาศาลปกครองสงู สุด คดีหมายเลขแดง ท่ี อ.749-764/2557 คาํ พพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ หมายเลขแดง ที่ อ.730-748/2557 เฉลิมชยั ก๊กเกยี รตกิ ุล. ความยตุ ิธรรมทางส่ิงแวดลอ้ ม (Environmental justice). สบื คน้ เม่ือวันที่ 11 กรกฎาคม 2559, จาก http://chalermchai-nbtc.blogspot.com/2014/03/environmental-justice.html ____. ชาวบ้านโวย ทงิ้ นา้ํ เนา่ เสีย ไหลผ่านคลองแม่ข่า ลงสูน่ าํ้ ปงิ กลิ่นเหม็น กระทบชาวบ้านป่าแดด. สืบค้นเมื่อวนั ท่ี 20 มิถุนายน พ.ศ.2561, จาก http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/566967. ____. ตรวจแผนฟืน้ ฟู กําจัดมลพิษคลิต้ไี ดจ้ รงิ หรอื . สบื ค้นเมือ่ วนั ท่ี 5 มถิ นุ ายน 2561, จาก https://www.matichon.co.th/region/news_916080 แบง๊ ค์ งามอรุณโชต. (2556). ความยุติธรรม คําพิพากษา ปัญหาสงิ่ แวดล้อม. กรุงเทพฯ: เปนไท. 115

การประชุมวิชาการสาขานิตศิ าสตรร์ ะดับชาติ ครั้งท่ี 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลีย่ นผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ”์ ____. ประโยชนน์ ิยม การตัดสนิ ใจทางเศรษฐศาสตรท์ ่ีไมส่ รา้ งความยุตธิ รรมให้ชมุ ชน. สบื ค้นเม่ือวันที่ 12 กรกฎาคม 2559. http://www.thia.in.th/welcome/article_read/261 ปวริศร เลศิ ธรรมเทวี. (2559). สิทธดิ ้านสิ่งแวดล้อมกับรฐั ธรรมนูญ. กรงุ เทพฯ:นิตธิ รรม. พระราชบัญญตั สิ ่งเสรมิ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ.2535 พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์. เท้า มอื ใจ และ หัว เพอ่ื ความยตุ ิธรรมทางส่งิ แวดล้อม. สืบค้นเมือ่ วันที่ 12 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1380033383 ไฟ เสนาชยั . (2552). การฟอ้ งคดีแพง่ โดยประชาชนในคดีทีเ่ กี่ยวกับสง่ิ แวดล้อม. วิทยานพิ นธน์ ิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร.์ ยศพนธ์ เกิดวิบลู ย์. คนคลิตี้ล่าง ในความเปลี่ยนแปลงหลังฝนั ร้าย และความหวังท่ียงั ไมเ่ ปน็ จริง. สืบคน้ เมอ่ื วันท่ี 15 กรกฎาคม 2559, จาก http://prachatai.com/journal/2014/04/52913 ____. โรงไฟฟ้าแมเ่ มาะ: กรณีตัวอยา่ ง EIA ท่ีแกไ้ ขไดแ้ ม้อยรู่ ะหว่างการฟ้องร้อง ชอ่ งโหวท่ างกฎหมายทท่ี ําลาย สง่ิ แวดล้อม”. สบื คน้ เมอ่ื วันท่ี 10 พฤษภาคม. รนันท์ เขตพงศ.์ ชาวบา้ นคลองแม่ขา่ เชียงใหม่ ร้องทุกข์ เจอปัญหานํา้ เน่าเสยี สง่ กลน่ิ เหม็น. สืบคน้ เม่ือวันที่ 20 มถิ นุ ายน พ.ศ.2561, จาก http://news.ch7.com/detail/221224. รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.2560 รตั นศิริ กติ ตกิ อ้ งนภางค.์ บทสรุปของ 14 ปแี หง่ การตอ่ สู้ของชมุ ชนคลิตี้ลา่ ง ปฐมบทแห่งชยั ชนะของการตอ่ กรกับ มลพษิ . สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 5 มกราคม 2561, จาก http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/14/blog/43621/ ศักดิณ์ รงค์ มงคล. ความยุตธิ รรมสิง่ แวดล้อม. สบื คน้ เมือ่ วนั ที่ 11 กรกฎาคม 2559, จาก https://www.tci- thaijo.org/index.php/jsd/article/download/41275/40499 ____. ศาลฎกี าฯ สัง่ บริษัทเหมืองแร่ชดใชค้ ่าเสียหาย 20 ลา้ นและฟนื้ ฟูลําห้วยคลติ ี้ หลังส้มู ากวา่ 13 ป.ี สบื คน้ เมอื่ วันท่ี 15 กรกฎาคม 2559, จาก http://prachatai.com/journal/2016/07/66891 ศาลปกครอง. “ขา่ วสารปกครอง”. สบื คน้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2560, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/wpcontent/uploads/Summary_Decision_SupremeAdmin Court_MeamohCompensationCase.pdf. ____. สร้างโรงบําบดั น้ําเสยี แก้ปญั หาคลองแม่ขา่ นานกวา่ 40 ปี. สบื คน้ เมอื่ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2561, จาก https://www.pptvhd36.com/news/. สรปุ คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าคดีคลติ ี้ (แพง่ 8 คน). [ระบบออนไลน์]. สืบคน้ เมอื่ วนั ที่ 5 มกราคม 2561, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/?page_id=860 สันต์ชัย เหลา่ สันตสิ ขุ . (2552). ความรบั ผิดเพือ่ ละเมิดของผกู้ อ่ มลพิษส่งิ แวดล้อม. วทิ ยานิพนธน์ ิตศิ าสตรมหา บัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรุ กิจบณั ฑิตย์, 116

วนั ที่ 8 มิถุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชยี งใหม่ จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ สนุ ทรียา เหมือนพะวงศ์. กระบวนการยุตธิ รรมทางส่งิ แวดลอ้ มไทย: เส้นทางยงั อกี ยาวไกลกวา่ จะไปถึงฝัน. สบื ค้นเมอื่ วันที่ 11 กรกฎาคม 2559, จาก http://www.library.coj.go.th/ สุภคั คินี จันทรโ์ ฉม. (2555). ปญั หาการดําเนินคดีกับหนว่ ยงานรัฐทก่ี ระทําละเมิดในคดีสงิ่ แวดล้อมของศาลปกครอง. วิทยานิพนธ์นติ ศิ าสตรมหาบัณฑิต, คณะนติ ิศาสตร์. อชิชญา อ๊อตวงษ.์ แด่เทศกาลแห่งความรัก: จาก Love Canal สู่ระบบกฎหมายฟนื้ ฟสู ิง่ แวดล้อมในอเมรกิ า. สืบค้น เม่อื วันที่ 11 มิถุนายน 2561, จากhttps://enlawfoundation.org/newweb/?p=2744 อานนท์ ตนั ติวิวัฒน์. ความทา้ ทายปญั หาคลองแม่ข่า จากคลองระบายนํา้ เสยี สู่กญุ แจสําคัญเมืองมรดกโลกของ เชยี งใหม.่ สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถนุ ายน 2561, จาก https://www.prachatham.com/article_detail.php?id=467 อํานาจ วงศ์บณั ฑติ . ศาสตราจารย์, กฎหมายส่งิ แวดล้อม. กรุงเทพฯ: วญิ ญชู น, 2557 อดุ มศักด์ิ สทิ ธพิ งษ.์ (2554). กฎหมายว่าด้วยความเสยี หายทางส่งิ แวดล้อม ความรับผิดทางแพ่ง การชดเชยเยียวยา และการระงับข้อพพิ าท. กรงุ เทพฯ:สํานกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . อดุ มศกั ดิ์ สนิ ธิพงษ.์ (2556). กฎหมายเก่ยี วกบั สิ่งแวดลอ้ ม, กรุงเทพฯ : วิญญูชน. ____.10 ปี คดีหว้ ยคลติ ้ี. สบื ค้นเมอื่ วนั ที่ 5 มกราคม 2561, จาก http://thaipublica.org/2014/05/clity- community-renewal/ 117

การประชมุ วชิ าการสาขานติ ศิ าสตรร์ ะดับชาติ ครัง้ ท่ี 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ูป / เปลี่ยนผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ์” วันที่ 8 มิถุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ พลงั งานชีวมวลในประเทศไทย นโยบาย กฎหมาย และการเปล่ยี นผา่ น Bioenergy in Thailand, Policies, Laws and Transnational อริศรา เหลก็ คํา Arisara Lekkham สาํ นกั วิชานติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยแมฟ่ ้าหลวง จังหวัดเชยี งราย 57100 ประเทศไทย School of Law, Mae Fah Luang Universtiy, Chiang Rai Province 57100 Thailand อีเมลล:์ [email protected] Email: [email protected] บทคดั ย่อ ประเทศไทยได้ต้ังเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลลงและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพ่ิมขึ้น เนื่องจากปัญหาความมั่นคงทางพลังงานและความกังวลต่อผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซ่ึงที่ผ่านมา พลังงานความร้อนชีวมวลเป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีการใช้มากท่ีสุดเมื่อเทียบเท่ากับแหล่งพลังงานประเภทอื่น โดยรัฐบาลได้ ส่งเสริมพลังงานทดแทนด้วยการกําหนดนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและรับซื้อพลังงานหมุนเวียนจากผู้ประกอบการ ภาคเอกชน ส่งผลให้มีผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ดําเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลส่งขายให้กับรัฐบาลเพ่ิมมากขึ้น อย่างไรก็ดี กระบวนการในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าชีวมวลอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้ต้ังแต่ระยะ ก่อสร้าง และระยะดําเนินการ ซ่ึงเป็นผลกระทบโดยตรงจําเป็นต้องถูกควบคุมและกํากับดูแล นอกจากน้ียังมีส่งผลกระทบ ทางออ้ มต่อความม่นั คงทางอาหารและการใช้ท่ีดนิ อย่างไม่เหมาะสม ทางด้านกฎหมายในการประกอบกจิ การโรงไฟฟ้าชีวมวล พบวา่ มกี ฎหมายหลายฉบับที่เก่ยี วข้องท่ีตอ้ งขออนญุ าตจาก หน่วยงานของรฐั หลายแห่ง โดยการกระจัดกระจายของกฎหมายเป็นการเพม่ิ ข้นั ตอนใหก้ บั ผู้ประกอบการซ่ึงมีความซับซ้อนและ ย้อนแย้งกับนโยบายในการส่งเสริมพลังงานชีวมวลของรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้ประกอบการจํานวนมากอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ขออนุญาตจัดทําโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดไม่เกิน 10 เมกกะวัตต์ เช่น 9.0-9.9 เมกะวัตต์เพื่อไม่ต้องจัดทํารายงาน ประเมินผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม จนนํามาสู่การฟ้องศาลปกครองให้เพิกใบอนุญาตหลายคดี จึงสรุปได้ว่าพลังงานชีวมวลแม้ เป็นพลงั งานหมนุ เวยี นทม่ี ุ่งทดแทนพลังงานฟอสซิลแต่อาจไมใ่ ช่พลงั งานทางเลือกท่ยี ่งั ยืน คาํ สําคัญ: พลังงานไฟฟ้าชีวมวล, นโยบาย, กฎหมาย, ผลกระทบต่อสง่ิ แวดล้อม, ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ Abstract Recently Thailand has set an energy target by reducing fossil energy sectors and increasing the proportion of renewable energy sectors due to Thai Government concerns on energy security and impact of climate change. Biomass is a renewable energy that has highest share of the heat production because of the supporting measures from the Government policies and the measures to purchases power from private sectors which given the increasing of bioenergy business. However, the process of generating electric power from biomass may cause to the environment and health since construction 118

วันท่ี 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชยี งใหม่ จัดโดย คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ period and operation period that directly affect which needed to be controlled and also indirectly affect to food security and land use inappropriate manner. In the regulations for the setting up biomass power plant had been involved with many regulations from several of state agencies which complexes and increasing the process to entrepreneurs that opposite from the policies to promote renewable biomass business. In result, many entrepreneurs take advantages from legal loophole by proposed energy-based electric power plants below 10 megawatts such as 9.0-9.9 megawatts avoided to conduct the EIA or EHIA report which leads to litigation in administrative court to revoke the permission in many cases. In conclusion, the alternative energy which tries to replaces fossil energy like bioenergy, may not be the sustainable alternative energy. Keywords: Bioenergy, Thailand renewable energy policies, Thailand renewable energy laws, Environmental impact, Health impact 1. บทนํา เม่ือโลกเผชิญปัญหาความมั่นคงทางพลังงานประกอบกับผลกระทบของส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดจากการใช้พลังงาน ฟอสซิลทําให้มีการแสวงหาพลังงานประเภทอ่ืนมาทดแทนพลังงานส้ินเปลืองท่ีใช้แล้วหมดไป นโยบายของหลายรัฐ สนับสนุนให้มีการใช้และพัฒนาพลังงานหมุนเวียนซ่ึงเคยเชื่อว่าจะส่งมลพิษต่อส่ิงแวดล้อมน้อยลง ดังตัวอย่างการสร้าง เข่ือนขนาดใหญ่เพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้าข้ึนท่ัวโลกเพราะเช่ือว่าเป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ แต่เม่ือ เวลาผ่านไปก็เกิดกระแสต่อต้านการสร้างเข่ือนขนาดใหญ่เพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้าเพราะมีผู้ได้รับผลกระทบด้านอ่ืนตามมา ท้งั ต่อระบบนิเวศน์ ส่ิงแวดลอ้ ม เศรษฐกจิ และวถิ ีชีวติ ของผ้คู นริมฝ่ัง ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีมีการนําเข้าพลังงานจากต่างประเทศเป็นหลัก ทําให้รัฐบาลหลายสมัยกําหนด นโยบายในการลดการนําเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยมุ่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นแทน และด้วยการที่ เป็นประเทศเกษตรกรรม ทําให้มีเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรเป็นจํานวนมากที่แต่เดิมประชาชนนํามาใช้เป็นพลังงาน ความร้อนในครัวเรือนอยู่แล้ว และมีการพัฒนาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าจากเศษวัสดุเหล่านั้นหรือเรียกว่าพลังงานไฟฟ้า ชีวมวล ซึง่ เมื่อเทยี บกับพลังงานหมุนเวยี นประเภทอ่ืน เชน่ เซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานน้ํา กลบั มีต้นทนุ ทสี่ งู กว่ามาก ทําให้ พลังงานชีวมวลเป็นพลังงานหมุนเวียนท่ีมีสัดส่วนที่มากท่ีสุดเม่ือเทียบกับพลังงานประเภทอ่ืน ประกอบกับรัฐบาลมี มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้วยการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนท่ีแต่เดิมจํากัดเฉพาะผู้ประกอบการท่ีมีกําลังผลิตขนาด ใหญ่ ต่อมาได้ขยายไปถงึ ผปู้ ระกอบการขนาดเล็ก และขนาดเล็กมาก สง่ ผลให้มีผู้ลงทุนผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลส่งขายให้กับ รัฐบาลมากขึ้น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมากท่ีสามารถขออนุญาตในการประกอบกิจการได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ไม่ตอ้ งมีการประเมินผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมก่อนทาํ โครงการ ทาํ ใหผ้ ู้ประกอบการสว่ นใหญ่ขออนุญาตประกอบ กิจการในโรงไฟฟา้ ชีวมวลขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์จํานวนมาก ในขณะทีโ่ รงงานเหล่าน้ีมักก่อให้เกิดผลกระทบต่อชมุ ชน โดยรอบ จนทําให้ชาวบ้านท่ีอยู่ในพื้นท่ีจะสร้างโรงไฟฟ้ากังวลว่าจะได้รับผลกระทบจึงคัดค้านและนํามาสู่การฟ้องศาล ปกครองเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างหลายคดี ทําให้ผู้ประกอบการทอ่ี ยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน ซึ่งอาจทําให้เป้าหมายดา้ นพลังงานทดแทนทป่ี ระเทศไทยต้งั ไวเ้ พื่อเพ่ิมสดั ส่วนพลังงานหมนุ เวยี นไม่เปน็ ไปตามท่ตี ้ังไว้ 119

การประชมุ วิชาการสาขานติ ศิ าสตรร์ ะดบั ชาติ ครง้ั ที่ 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรปู / เปลย่ี นผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ”์ บทความน้ีมุ่งศึกษานโยบายและกฎหมายของประเทศไทยท่ีเก่ียวข้องกับพลังงานชีวมวล โดยเฉพาะพลังงาน ไฟฟ้าจากชีวมวลว่ามีข้อจํากัดหรือสภาพปัญหาอย่างไรในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากฟอสซิลเป็นพลังงานหมุนเวียนเพ่ือ นําไปสกู่ ารพัฒนาดา้ นพลงั งานทยี่ ั่งยนื 2. การเปลี่ยนผา่ นจากฟอสซลิ เปน็ พลังงานหมนุ เวียน นับต้ังแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมได้มีการค้นพบวิธีการนําพลังงานจากฟอสซิล เช่น ปิโตรเลียม ถ่านหิน และก๊าซ ธรรมชาตมิ าใชอ้ ย่างแพร่หลายไปทั่วโลกภายใตก้ ระแสการพฒั นาทางด้านเศรษฐกจิ ของประเทศ จนปจั จุบนั ไม่อาจปฏเิ สธ ได้ว่าพลังงานเป็นส่วนหน่ึงในชีวิตประจําวันของมนุษย์ท่ีแทบขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานฟอสซิลได้ก่อให้เกิด ปัญหามลพิษต่อส่ิงแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการทําเหมืองแร่ การขุดเจาะ การขนส่งเช้ือเพลิง ที่ได้มีการปล่อยก๊าซเรือน กระจก1 โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ช้ันบรรยากาศจํานวนมากอันเป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้เกิดภาวะโลก ร้อน2 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับนํ้าทะเลท่ีสูงขึ้น การกัดเซาะชายฝ่ัง ความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติท่ีถี่และรุนแรงขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นต้นทุนทางด้าน สิ่งแวดล้อมท่ีท่ัวโลกต้องจ่ายเพ่ือแลกกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การใช้พลังงานฟอสซิลยังต้องเผชิญกับ ปญั หาความไม่มนั่ คงในพลังงานทร่ี ่อยหลอใกล้จะหมดไปในอนาคตอันใกลแ้ ละต้องใชเ้ วลานานในการกลบั คนื ความกลัวว่าพลังงานจะหมดไปหรือขาดแคลนพลังงานส่งผลอย่างมากต่อราคาพลังงานท่ัวโลก3 ประกอบกับ ความต้องการเชื้อเพลิงท่ีสูงกว่ากําลังการผลิตเป็นอย่างมาก รวมทั้งจํานวนประชากรของโลกมีแต่จะเพิ่มข้ึนทําให้ราคา นํ้ามันเช้ือเพลิงลดลงได้ยากหากไมม่ ีแหลง่ พลังงานอน่ื มาทดแทน ดงั นั้น พลงั งานทดแทน (Alternative Energy) ประเภท พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) 4 จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกพัฒนาข้ึนเพื่อทดแทนพลังงานส้ินเปลืองจาก 1 กา๊ ซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ภายใตภ้ าคผนวกเอ (ANNEX A) ของพธิ สี ารเกียวโตประกอบด้วยกา๊ ซคาร์บอนไดอกไซด์ (CO2) กา๊ ซ มีเทน (CH4) ก๊าซไนตรสั ออกไซด์ (N2O) ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคารบ์ อน (HFCs) กา๊ ซเพอร์ฟลอู อโรคาร์บอน (PFCs) และกา๊ ซซัลเฟอร์เฮกซะ ฟลอู อไรด์ (SF6) โดยมาตรา 3 ได้กําหนดใหร้ ฐั ที่มรี ายชอื่ ในภาคผนวกที่ 1 (ANNEX I) จะตอ้ งลดการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกลงไมน่ ้อยกวา่ ร้อย ละ 5 จากปรมิ าณการปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจกโดยรวมของกลุม่ ในปี ค.ศ. 1990 ท่ไี ดก้ าํ หนดปรมิ าณทว่ี ัดไดไ้ ว้ในภาคผนวกบีและลดการปล่อย ภายในช่วง ค.ศ. 2008-2012 ต่อมาพันธกรณที ส่ี องของพธิ ีสารเกียวโตได้มีเพิม่ ก๊าซไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3) เปน็ กา๊ ซประเภทที่ 7 ท่ี ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 2 สถานการณข์ องการปลอ่ ยกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานของประเทศไทยในรอบ 20 ปที ่ผี า่ นมาวา่ มีแนวโน้มเพมิ่ ขน้ึ นบั ต้งั แต่ หลงั ภาวะเศรษฐกจิ ตกต่ําในปี 2541 โดยเพม่ิ ข้ึนเฉลยี่ ร้อยละ 3.2 ตอ่ ปี เช่นเดียวกบั การใชพ้ ลังงานของประเทศท่เี พม่ิ ขนึ้ รอ้ ยละ 4.1 ตอ่ ปี ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ โปรดดู สาํ นกั นโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน, รายงานสถิติพลงั งานของประเทศ ไทย 2560, กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลงั งาน, หน้า 283 – 291. และปัจจุบันประเทศไทยไดแ้ สดง เจตจาํ นงในการตง้ั เป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกลง 20% ของปี 2005 ใหไ้ ด้ภายในปี 2030 โดยเฉพาะสาขาพลงั งานและการขนส่ง โปรดดู Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning, Thailand’s Intended Nationally Determined Contribution (INDC), October 1, 2015 Retrieved July 30, 2016, from http://www4.unfccc.int/ndcregistry/PublishedDocuments/Thailand%20First/Thailand_INDC.pdf 3 โปรดดู กุลนันทน์ คันธกิ , “ความมนั่ คงพลังงานโลก”, จลุ สารความมน่ั คงศึกษา ฉบบั ที่ 83 (2553), กรุงเทพมหานคร: บริษัท สแควร์ ปริ๊นซ์ 93 จาํ กดั , 2553 4 พลงั งานทดแทน (Alternative Energy) หมายถงึ พลังงานที่นาํ มาใชท้ ดแทนน้าํ มันเช้ือเพลงิ และแก๊สธรรมชาติ สามารถแบง่ ตามแหลง่ ที่มา ได้ 2 ประเภท ได้แก่ (1) พลงั งานสิ้นเปลือง (Nonrenewable Energy) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) โดย พระราชบญั ญตั กิ ารส่งเสรมิ การอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 3 ไดใ้ หค้ ํานยิ ามไว้ดงั น้ี 120

วนั ที่ 8 มถิ นุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จงั หวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ฟอสซิล อันจะช่วยบรรเทาผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ลดการ นําเข้าวัตถุดิบด้านพลังงาน เช่น นํ้ามันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินจากต่างประเทศ5 และควบคุมราคาเช้ือเพลิงไม่ให้ สูงเกินไปกว่าท่ีผู้บริโภคจะเข้าถึง โดยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาสัดส่วนของการใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 40% เม่ือเทียบจากยุครุ่งเรืองของการใช้ฟอสซิล และมีการคาดการณ์ว่านับตั้งแต่ปี 2000 พลังงานไฟฟ้าท่ีได้จากถ่านหินอยู่ ประมาณ 900 GW (กกิ ะวตั ต์) จะลดลงเหลือเพยี ง 400 GW ในปี 20406 อย่างไรก็ดี ในชว่ งแรกเริ่มของระยะเปล่ียนผ่านจากพลังงานฟอสซลิ เป็นพลงั งานทางเลอื กอื่นเพ่ือแก้ปัญหาหนึ่ง พบว่าการไม่พิจารณาอย่างรอบด้านทําให้กลับกลายเป็นการสร้างอีกปัญหาหนึ่งตามมา ดังตัวอย่างเช่นกรณีการสร้าง เขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่เคยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกเนื่องจากเชื่อว่าเป็นพลังงานท่ีสะอาดปราศจาก มลพิษ โดยไม่ได้คาํ นึงถงึ ผลกระทบด้านอนื่ ทางนิเวศวิทยา ด้านเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตและวฒั นธรรมของชมุ ชนโดยรอบ จนท้ายที่สุดเกิดกระแสการต่อต้านการสร้างเขื่อนเพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้าท่ัวโลก แม้กระท่ังโครงการไฟฟ้าพลังน้ําท่ีได้รับ การส่งเสริมภายใต้กลไกโลกร้อน เช่น โครงการไฟฟ้าพลังน้ํา Santa Rita ที่ตั้งในแม่น้ํา Dolores ในกัวเตมาลาได้รับการ สนับสนุนภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) เพ่ือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก7 ต่อมาได้มีชาวบ้านที่พึ่งพิงแม่นํ้า ดังกล่าวได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่าเขื่อน Santa Rita นอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อมแล้ว ขั้นตอนการก่อสร้างยังเป็นการละเมิดสิทธิของชนพ้ืนเมืองดั้งเดิมท่ีอาศัยอยู่ในพื้นท่ีดังกล่าวในการ ปรึกษาหารือ และได้ส่งเร่ืองดังกล่าวไปยังบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation หรือ IFC) ผู้ร่วมให้กู้เงินในการก่อสร้างเพื่อระงับการจ่ายเงินกู้8 และต่อมา IFC ได้ระงับการจ่ายเงินกู้โดยรับฟังรายงานการไต่ สวนการละเมิดสทิ ธิมนุษยชนของผู้ตรวจการแผน่ ดิน9 ดังน้ัน การนําพลังงานหมุนเวียนชนิดใดมาใช้แทนฟอสซิลจึงต้องพิจารณาอย่างถ่ีถ้วนถึงผลกระทบท่ีอาจจะ เกิดขึ้นตามมาเพ่อื ใหก้ ารเปลีย่ นผา่ นด้านพลังงานเป็นไปอย่างยงั่ ยืน “พลังงานสนิ้ เปลอื ง” หมายความรวมถึง พลงั งานทไี่ ดจ้ ากถา่ นหนิ หนิ น้ํามนั ทราบ นํ้ามนั น้าํ มนั ดิบ นา้ํ มนั เชอื้ เพลิง กา๊ ซ ธรรมชาติ และนิวเคลยี ร์ เปน็ ตน้ “พลังงานหมนุ เวียน” หมายความรวมถึง พลงั งานทีไ่ ด้จากไม้ ฟนื แกลบ กากอ้อย ชวี มวล นํ้า แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ลม และคลน่ื เป็นตน้ 5 See Carmen G Gonzalez, (2016). “The Environmental Justice Implications of Biofuels”, The UCLA Journal International Law and Foreign Affairs, 20 (229) : 230. 6 See International Energy Agency, (2017). World Energy Outlook 2017 Executive Summary, p. 2. 7 โครงการ Santa Rita เพ่ือผลติ กระแสไฟฟา้ พลังนา้ํ เป็นโครงการภายใต้กลไก CDM ทีข่ น้ึ ทะเบยี นลาํ ดบั ท่ี 9713 โปรดดู UNFCCC, Project 9713 : Santa Rita Hydroelectric Plant. Retrieved November 30, 2017, from https://cdm.unfccc.int/Projects/ DB/ICONTEC1375474606.31/view 8 See Carbon Market Watch, Santa Rita: CDM Hydro Dam in Guatemala. Retrieved November 30, 2017, from https://carbonmarketwatch.org/wp-content/uploads/2015/03/Fact-Sheet-FINAL-ENG.pdf 9 See Carbon Market Watch, Closing a (violent) chapter: Santa Rita hydo dam project officially cancelled. Retrieved November 30, 2017, from https://carbonmarketwatch.org/2017/11/30/closing-violent-chapter-santa-rita- hydro-dam-project-officially-cancelled/ 121

การประชุมวชิ าการสาขานิตศิ าสตรร์ ะดับชาติ ครง้ั ที่ 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปลย่ี นผ่าน/ ปฏิสงั ขรณ”์ 3. นโยบายดา้ นพลงั งานชีวมวลในประเทศไทย นโยบายด้านพลังงานทดแทนของประเทศไทยส่งผลให้มีการนาํ พลังงานชีวมวลมาใช้เพิ่มมากขึน้ หัวข้อน้ีจะเป็น เร่ืองสถานการณ์พลังงานชีวมวลในประเทศ และนโยบายของรัฐท่ีเกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะพลังงานชีว มวลของไทย 3.1 สถานการณพ์ ลงั งานชีวมวลในประเทศไทย ประเทศไทยประสบปญั หาความมัน่ คงทางพลังงานเช่นเดียวกบั ประเทศส่วนใหญท่ ่วั โลกเน่อื งจากต้องพง่ึ พาการ นําเข้าพลังงานจากต่างประเทศเป็นหลักและมีแนวโน้มจะสูงข้ึนเรื่อยๆ10 รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการนําพลังงาน หมุนเวียนมาใช้แทนพลังงานจากฟอสซิล โดยผลการดําเนินการด้านพลังงานทดแทน ปี 2555 – 2557 พบว่าชีวมวล (Biomass) 11 เป็นพลังงานหมนุ เวียนที่ไดม้ ีการนาํ มาใช้ทัง้ อย่รู ูปของพลังงานความร้อนท่มี สี ัดสว่ นมากกว่าร้อยละ 64 ของ พลังงานทดแทนท้ังหมด รองลงมาคือพลงั งานเช้ือเพลิงชีวภาพจากเอทานอลและไบโอดีเซล ร้อยละ 19.7 และท้ายสุดคือ พลังงานไฟฟ้าร้อยละ 16.3 โดยปจั จบุ ันชีวมวลในประเทศไทยมสี ดั สว่ นการใชส้ งู สุดเมอ่ื เทียบกบั พลังงานอ่ืน12 ปัจจัยที่ทําให้ชีวมวลมีสัดส่วนการนํามาใช้เป็นพลังงานหมุนเวียนมากท่ีสุดในประเทศไทย เน่ืองจากการเป็น ประเทศเกษตรกรรมมีการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรแปรรูปแต่ละปีมีมูลค่ามหาศาล จึงมีเศษวัสดุเหลือใช้จาก การเกษตรเป็นจํานวนมาก เช่น แกลบ กากอ้อย กากมันสําปะหลัง ซังข้าวโพด ซ่ึงเป็นวัตถุดิบในประเทศที่มีราคาถูก สามารถนําไปใช้ในการผลิตพลังงานความร้อนและกระแสไฟฟ้าได้ ประกอบกับในช่วงที่ราคาน้ํามันดีเซลแพงมาก นํา้ มันไบโอดเี ซลและเอทานอลทร่ี าคาถูกกว่าเป็นทางเลอื กท่ไี ดร้ ับความนยิ มในการใชอ้ ยา่ งแพรห่ ลายจวบจนปจั จุบัน อย่างไรก็ดี พลังงานชีวมวลมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเช่นกัน โดยผลกระทบทางตรงของการนําไป เปน็ พลงั งานความรอ้ นและพลงั งานไฟฟ้า พบว่ากระบวนการต้ังแตก่ ารขนส่งเศษซากวัสดไุ ปยงั โรงงานกอ่ ใหเ้ กดิ ฝุน่ ละออง และมลพิษท่ีเกิดจากการเผาไหม้เศษวัสดุ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและส่ิงแวดล้อมตามมา ซ่ึงได้เคยมีข้อพิพาท ระหว่างชุมชนโดยรอบพ้ืนที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าและผู้ประกอบการ รวมถึงหน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้องกับการออก ใบอนุญาตหลายกรณจี นนํามาสกู่ ารฟ้องศาลปกครองเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง เช่น กรณีกลุ่มอนุรักษ์คนฮักท้องถ่ิน ย่ืนฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยชีวมวล ในพ้ืนที่ตําบลเวียงเหนือ อําเภอเวียง ชยั จงั หวัดเชียงรายต่อศาลปกครอง13 นอกจากน้ี จากความต้องการพืชพลังงานเพ่ือนําไปใช้ในการผลิตไบโอดีเซล ส่งผลให้พืชพลังงานเป็นที่ต้องการ ของตลาดจนมีการขยายพ้ืนที่ปลูกพืชพลังงาน เช่น ปาล์มนํ้ามัน สบู่ดํา มากข้ึน ทําให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อ ความมั่นคงทางอาหารตามมาเพราะเกษตรกรส่วนใหญ่หันมาปลูกพืชพลังงานแทนพืชอาหาร รวมทั้งการเส่ือมโทรมของ 10 ไชยยนั ต์ ถาวระวรณ,์ (2555). “พลงั งานทดแทนสําหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคต, วารสารการศกึ ษาและการพัฒนาสงั คม, 8 (2) : 6. 11 พลังงานจากชีวมวล เปน็ พลังงานทีไ่ ดจ้ ากพืชและสัตว์ หรือองคป์ ระกอบของสิง่ มชี ีวติ หรอื สารอินทรีย์ต่างๆ รวมทงั้ การผลติ จากการเกษตร และปา่ ไม้ เชน่ ไมฟ้ ืน แกลบ กากอ้อย วสั ดุเหลอื ใชท้ างการเกษตรอื่นๆ รวมถึง การนํามูลสัตว์ ของเสยี จากโรงงานแปรรูปทางเกษตร และ ขยะ มาเผาไหมโ้ ดยตรงและนําความรอ้ นทไี่ ด้ไปใช้ หรอื นาํ มาผลติ กา๊ ซชีวภาพ โดยขบวนการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมโี ดยอาศัยจุลนิ ทรยี ์ ดู http://www2.eppo.go.th/vrs/VRS55-06-biomass.html 12 กระทรวงพลังงาน, แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลอื ก พ.ศ. 2558 – 2579. กรงุ เทพมหานคร: กรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนรุ ักษพ์ ลงั งาน, 2558, หนา้ 2. 13 สมาคมนักกฎหมายสทิ ธิมนุษยชน, คาํ พิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดที กี่ ล่มุ อนุรกั ษค์ นฮกั ทอ้ งถิน่ ยน่ื ฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงานผลิตกระแสไฟฟา้ ดว้ ยชีวมวล ในพืน้ ท่ตี ําบลเวียงเหนือ อําเภอเวยี งชัย จังหวัดเชียงราย. สืบค้นวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 จาก http://naksit.net/th/?p=628 122

วนั ท่ี 8 มถิ นุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ดินจากการปลูกพืชประเภทเดียวเป็นเวลานานอันซ่ึงเป็นผลกระทบโดยอ้อม14 ดังนั้น พลังงานชีวมวลว่าแม้จะเป็น พลงั งานหมนุ เวียนท่ีมุ่งทดแทนฟอสซิล แตอ่ าจจะไมใ่ ชพ่ ลงั งานที่ยงั่ ยนื 3.2 นโยบายสง่ เสริมด้านพลงั งานทดแทนของประเทศไทย นโยบายในการสง่ เสรมิ พลังงานทดแทนของประเทศไทยมีมาต้ังแต่ก่อนจัดต้ังกระทรวงพลังงาน ซ่ึงปรากฏท้ังใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การประกาศนโยบายของรัฐบาลในแต่ละสมัยในการส่งเสริมและพัฒนาพลังงาน ทดแทนโดยเฉพาะมาตรการในรับซ้ือไฟฟ้าจากภาคเอกชน และการจัดทําแผนท่ีเกี่ยวข้องกับพลังงานภายใต้กรอบของ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซ่ึงล้วนแต่เป็นปัจจัยท่ีส่งเสริมให้พลังงานทดแทนในประเทศไทยมีจํานวนเพ่ิมขึ้น อันสามารถ พจิ ารณาไดด้ ังน้ี 3.2.1แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ นโยบายในการสง่ เสริมพลังงานทดแทนของประเทศไทยเร่ิมจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2525-2529) ได้ตั้งเป้าหมายให้ลดสัดส่วนการพ่ึงพาพลังงานจากต่างประเทศ และกําหนดเป้าหมายให้มีการใช้ พลังงานหมุนเวียนเพิ่มข้ึนเพ่ือทดแทนน้ํามัน ซ่ึงประกอบด้วยพลังงานจากแอลกอฮอล์ ขยะ ไม้โตเร็ว พลังนํ้าขนาดเล็ก กา๊ ซชีวภาพ ความร้อนใต้พิภพ แสงอาทิตย์ และลม โดยส่งเสริมให้มีการวิจัยพัฒนาและผลติ พลังงานหมุนเวียนที่คุ้มค่าใน เชิงพาณชิ ย์ขน้ึ มาใช้ประโยชน1์ 5 ภายหลังจากที่จัดตั้งกระทรวงพลังงานขึ้นในปี 2545 ได้มีนโยบายของรัฐบาลหลายสมัยท่ีมุ่งสนับสนุนการ ศึกษาวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนเชิงนโยบายเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ จนนําไปสู่การจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 11 (พ.ศ. 2555 – 2559) ท่ีได้ต้งั เปา้ หมายการพัฒนา ของประเทศไปสู่สังคมคาร์บอนต่ํา ให้เพ่ิมปริมาณการผลิตพลังงานทดแทนจากพืชพลังงาน ได้แก่ เอทานอล และไบโอ ดีเซล ในปี 2559 ไม่น้อยกว่า 6.2 และ 3.6 ล้านลิตรต่อวัน และเพิ่มผลผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากชีว มวล กา๊ ซชวี ภาพ ของเสียจากครวั เรือน วัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรและอตุ สาหกรรมเกษตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 3,440 เม กะวัตต์ และ 5,564 พันตันเทียบเท่านํ้ามันดิบในปี 2559 และส่งเสริมการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ16 ซึ่งทําให้ทิศทาง พลงั งานทดแทนในประเทศไทยเรมิ่ ชัดเจนข้ึนและมีการกาํ หนดเปา้ หมายตัวช้ีวัดสาํ หรบั การดาํ เนินการท่ีชัดเจน 3.2.2 นโยบายในการรบั ซอ้ื พลงั งานทดแทน นโยบายในการรับซ้ือไฟฟ้าจากเอกชนเป็นปัจจัยหน่ึงที่ส่งเสริมให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลเพ่ือขายให้กับ รัฐบาล ซ่ึงเริ่มในปี 2532 โดยรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในการผลิตไฟฟ้า ด้วยการ กําหนดมาตรการส่งเสริมพลังงานทดแทนโดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้า 14 สําหรับรายละเอยี ดเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั ผลกระทบของการขยายพลังงานชวี มวลตอ่ อาหาร พลังงานและสง่ิ แวดล้อมโปรดดู J.Popp, Z. Lakner, M. Hrangi-Rakos and M. Fari, “The effect of bioenergy expansion: Food, energy, and environment” Renewable and Sustainable Energy Reviews 32 (2014): 559 – 578. 15 มรกต ลม้ิ ตระกูลม, ประวัติการพฒั นาพลังงานหมุนเวยี นในประเทศไทย, สบื คน้ วันท่ี 9 มนี าคม 2561, จาก http://www.eppo.go.th/images/about/historyEppo-2.pdf 16 โปรดดู แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั 11 (พ.ศ. 2555 – 2559) ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาประเทศ ขอ้ 3 ยุทธศาสตร์ความ เข้มแขง็ ภาคเกษตร ความมั่นคงของอาหารและพลงั งาน 123

การประชุมวิชาการสาขานิตศิ าสตรร์ ะดบั ชาติ คร้งั ที่ 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปลี่ยนผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ์” เอกชนขนาดเล็ก (Small Power Produce : SPP) 17 ท่ีผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อนร่วม (Cogeneration) จากกาก หรือเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร และได้มีการขยายไปสู่การรับซ้ือไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทอ่ืน ๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ก๊าซชีวภาพ ขยะ พลังนํ้า พลังงานลม จากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Very Small Power Produce : VSPP) 18 ทงั้ ท่ีแตเ่ ดมิ รับซอ้ื จากผผู้ ลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ที่สามารถขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. (Independent Power Producer: IPP) 19 เพ่ือเป็นการกระจายโอกาสไปยังพื้นท่ีห่างไกลให้มีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า ช่วยลดความ สูญเสียในระบบไฟฟ้า และลดการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อจําหน่ายไฟฟ้า20 ซ่ึงข้อมูลการรับซ้ือไฟฟ้าปี 2561 จากโรงไฟฟ้าเอกชน IPP มีท้ังส้ิน 15 โครงการ กําลังติดต้ัง 13,285.000 เมกกะวัตต์ ปริมาณการขายตามสัญญา 12,507.000 เมกกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SPP มีท้ังส้ิน 141 โครงการ กําลังติดตั้ง 12,369.000 เมกกะวัตต์ ปริมาณการขาย ตามสญั ญา 8,557.000 เมกกะวัตต์ โรงไฟฟ้า VSPP มีท้ังสิน้ 900 โครงการ กาํ ลังติดตงั้ 13,609.000 เมกกะวัตต์ ปริมาณ การขายตามสัญญา 3,904.000 เมกกะวัตต์21 ซ่ึงหากพิจารณาเฉพาะพลังงานหมุนเวียนประเภทชีวมวลในปี 2561 มีการ รับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า SPP ทั้งสิ้น 34 โครงการ กําลังติดต้ัง 1,304.000 เมกกะวัตต์ ปริมาณการขายตามสัญญา 697.000 เมกกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า VSPP มีทั้งส้ิน 162 โครงการ กําลังติดตั้ง 114.000 เมกกะวัตต์ ปริมาณการขายตาม สัญญา 1,904.000 เมกกะวัตต์ รวมโรงไฟฟ้าประเภทชีวมวลท้ังสิ้น 196 โครงการ กําลังติดต้ัง 1,148.000 เมกกะวัตต์ ปริมาณการขายตามสัญญา 1,791.000 เมกกะวัตต์22 ประกอบกับมีมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียนโดยมีการกําหนดระยะเวลาและปริมาณพลังไฟฟ้ารับซื้อท่ีได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ในช่วง แรกเริ่มของนโยบายเป็นส่ิงจูงใจให้ผู้ประกอบการเอกชนสนใจเข้าร่วมลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก และขนาดเล็ก 17 ผูผ้ ลติ ไฟฟา้ รายเล็ก (SPP) หมายถึง โครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ระบบการผลิตพลงั งานความร้อน และไฟฟ้าร่วมกนั (Cogeneration) หรอื การผลิตไฟฟา้ โดยใชพ้ ลังงานนอกรปู แบบ กากหรือเศษวสั ดุเหลือใชเ้ ปน็ เช้ือเพลงิ โดยโครงการรับซอ้ื ไฟฟ้าจาก ผู้ผลติ ไฟฟ้าขนาดเล็กนนั้ เริ่มดาํ เนนิ การตามมตคิ ณะรัฐมนตรที ่ีเหน็ ชอบรา่ งระเบยี บการรบั ซอ้ื ไฟฟา้ จากผู้ผลติ รายเล็ก (SPP) เมื่อวนั ท่ี 17 มนี าคม 2535 โดยการไฟฟา้ ทั้ง 3 แห่ง ได้ออกระเบยี บการรับซ้ือไฟฟ้าจากผูผ้ ลิตรายเล็ก ขนาดปรมิ าณการขายไมเ่ กนิ 50 MW ปจั จุบนั รบั ซอื้ ขนาดเกินกว่า 10 MW แตไ่ ม่เกนิ 90 MW รายละเอียดเพิม่ เตมิ โปรดดู สาํ นักงานนโยบายและแผนพลงั งาน กระทรวง พลังงาน. (2559) SPP, สบื คน้ วันที่ 9 มีนาคม 2561, จาก http://www.eppo.go.th/index.php/th/electricity/private/spp 18 VSPP หมายถึง ผผู้ ลิตไฟฟา้ ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล รฐั วิสาหกจิ และประชาชนทว่ั ไปที่มีการจาํ หนา่ ยไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายจําหนา่ ย โดยเม่อื ปี พ.ศ. 2543 คณะรัฐมนตรไี ด้มมี ติเหน็ ควรใหม้ ีการออกระเบยี บเพิ่มเติมเปน็ กรณีพเิ ศษ สําหรบั การรับซ้ือไฟฟ้าจากโครงการ SPP ขนาดเล็กเพือ่ ส่งเสรมิ ใหม้ กี ารผลิตไฟฟา้ โดยใชพ้ ลงั งานนอกรปู แบบ กากหรือเศษวัสดเุ หลอื ใชท้ างการเกษตร กา๊ ซชีวภาพจาก ฟารม์ เล้ยี งสตั วเ์ ปน็ เช้ือเพลงิ และในปี 2545 การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค (กฟภ.) ได้ออกระเบียบการรับซอ้ื ไฟฟา้ จากผู้ผลิตไฟฟา้ พลังงานหมนุ เวียนขนาดเล็กมาก ขนาดไมเ่ กนิ 1 MW เพื่อสง่ เสรมิ ใหม้ ีการใชท้ รัพยากรภายในประเทศอย่างมีประสทิ ธภิ าพ ลดการพึง่ พาการผลิตไฟฟา้ จากพลังงานเชงิ พาณิชย์ ซึง่ เป็นการลดค่าใช้จ่ายการนําเข้าเชอื้ เพลงิ จากต่างประเทศและลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดลอ้ มและช่วยแบง่ เบาภาระด้านการลงทุนของรฐั ในระบบการผลติ และจําหน่ายไฟฟ้า ต่อมาไดข้ ยายเป็นไม่เกิน 10 MW รายละเอียด เพิ่มเติมโปรดดู สาํ นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน กระทรวงพลงั งาน. (2559) VSPP. สืบค้นวนั ที่ 9 มีนาคม 2561 จาก http://www.eppo.go.th/index.php/th/electricity/private/vspp 19 IPP คอื การรับซอ้ื ไฟฟา้ จากผ้ผู ลติ เอกชนรายใหญ่ เริมเมื่อวนั ท่ี 15 ธันวาคม 2537 กฟผ.ได้ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าจาก IPP รอบแรก จํานวน 3,800 MW และคณะรัฐมนตรีได้มีมตใิ หเ้ พ่ิมการรบั ซอ้ื ไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ตอ่ มา โปรดดู สํานกั งานนโยบายและแผน พลังงาน กระทรวงพลังงาน. (2559) VSPP. สืบค้นวันท่ี 9 มีนาคม 2561 จาก http://www.eppo.go.th/index.php/th/electricity/private/ipp 20 กระทรวงพลังงาน, แผนพฒั นาพลงั งานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579, กรงุ เทพมหานคร: กรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนรุ ักษพ์ ลงั งาน, 2558, หน้า 3. 21 คณะกรรมการกาํ กับกิจการพลงั งาน, สรปุ ข้อมูลตามประเภทโรงไฟฟ้า, สืบคน้ วันท่ี 13 มีนาคม 2561, จาก http://www.erc.or.th/ERCSPP/MPagePowerPlantType.aspx 22 เรอื่ งเดียวกนั . ใส่คาํ ค้นหาเพยี ง “พลังงานชีวมวล” 124

วนั ที่ 8 มิถุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวัดเชยี งใหม่ จัดโดย คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ มากขายไฟให้กบั รัฐบาล ต่อมาจงึ เปลี่ยนมารับซอื้ ไฟฟ้าในรปู แบบ Feed-in Tariff (FiT) แทนเพื่อลดต้นทนุ ในการอดุ หนุน ผู้ประกอบการ อย่างไรก็ดี นโยบายในการรับซื้อที่เปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลาถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนกังวลว่าอาจได้รับ ผลกระทบจากการคนื ทุนและชะลอในการลงทุนธุรกิจประเภทน้ีลง นอกจากน้ีมาตรการในการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนนั้น แม้จะเปน็ การเปดิ ส่วนแบ่งการตลาดให้ภาคเอกชนเขา้ มาดาํ เนินการในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่เดมิ จาํ กัดแตเ่ พียงการไฟฟ้า ซ่ึงเป็นรัฐวิสาหกิจเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาถึงกระบวนการรับซื้อพบว่าไม่เป็นไปอย่างเสรีโดยภาคเอกชนไม่สามารถผลิต กระแสไฟฟ้าเพ่ือขายไฟฟา้ แก่ประชาชนได้โดยตรงแต่ต้องขายให้กับการไฟฟา้ โดยทีก่ ารไฟฟา้ จะเป็นผู้กาํ หนดราคารับซ้ือ ไฟฟา้ ไวแ้ ละนําไฟฟ้าดงั กลา่ วไปจดั จําหน่ายใหก้ ับประชาชนในราคาท่กี ารไฟฟา้ กาํ หนด 3.2.3 กรอบกฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการส่งเสริมพลังงานทดแทน ปัจจุบันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พระราชปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 พระราชบัญญัติควบคุมนํ้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 แต่สําหรับกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานและส่งเสริม พลังงานทดแทนในภาพรวมนั้น ประกอบด้วยพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ได้กําหนด มาตรการในการกํากับ ดูแล ส่งเสริม และช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้พลังงาน โดยมีการกําหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงาน เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน การตรวจสอบและวเิ คราะห์การอนุรกั ษ์พลังงาน วธิ ปี ฏิบัตใิ นการอนรุ ักษพ์ ลังงาน การ กําหนดระดับการใช้พลังงานในเคร่ืองจักรและอุปกรณ์ การจัดตั้งกองทุนเพ่ือพัฒนาและอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้การ อุดหนุน ช่วยเหลือในการอนุรักษ์พลังงาน การป้องกันและแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อมจากการใช้พลังงาน ตลอดจนการ ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับพลังงาน และกําหนดให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เปน็ ผู้มีอํานาจตามกฎหมาย น้ี โดยแผนอนุรักษ์พลังงานฉบับแรกที่ได้จัดทําขึ้นเพื่อเป็นกรอบในการดําเนินงานต้ังแต่ปี 2538 – 2542 และฉบับที่ 2 ปี 2543 – 2547 ซง่ึ ไม่สามารถตอบสนองตอ่ การแก้ไขปัญหาเมื่อเกดิ วิกฤติการณพ์ ลังงานได้ จึงไดเ้ ปลีย่ นเป้าหมายในการลด การนําเข้าพลังงานจากต่างประเทศให้ได้มากท่ีสุด และกําหนดเป้าหมายในการพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนท่ีมีอยู่ใน ประเทศทดแทนการนําเข้า โดยจัดทําแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์พลังงานระยะ 10 ปี พ.ศ. 2545 - 255423 ปัจจุบันอยู่ ในชว่ งของแผนอนุรักษพ์ ลงั งาน 20 ปี พ.ศ. 2554 – 2573 พระราชบญั ญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ได้มกี ารจัดตั้ง “คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน” ในรูปแบบองค์กรอิสระมีหน้าที่ในการป้องกันการใช้อํานาจผูกขาดจากการประกอบกิจการพลังงานโดยมิชอบ ให้การ คมุ้ ครองผู้ใช้พลังงานและผู้ได้รับกระทบจากการประกอบกิจการพลงั งาน ซ่ึงมีการจัดทําแผนยุทธศาสตร์การกํากับกิจการ พลงั งาน ฉบับท่ี 1 พ.ศ. 2551 – 2555 ฉบบั ท่ี 2 พ.ศ. 2556-2560 และปจั จุบันอยูใ่ นแผนฯ ฉบบั ที่ 3 พ.ศ. 2561-2565 ปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้จัดทําแผนบูรณาการในภาพรวมระยะยาว 20 ปี (Thailand Integrated Energy Blueprint : TIEB) โดยให้มีระยะเวลาของแผนสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งสิ้น 5 แผน เพ่ือให้ครอบคลุมมิติทางด้านพลังงาน และห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย แผนพัฒนากําลัง ผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan: PDP) พ.ศ. 2558 – 2579 แผนอนุรักษ์พลังงาน (Energy Efficiency Plan: EEP) พ.ศ. 2558 – 2579 แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP) พ.ศ. 2558 – 2579 แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) พ.ศ. 2558 – 2579 และแผนบริหารจดั การนาํ้ มนั เชื้อเพลิง (Oil Plan) พ.ศ. 2558 – 2579 23 มรกต ลิ้มตระกูล, ประวตั ิการพัฒนาพลังงานหมนุ เวยี นในประเทศไทย. 125

การประชุมวิชาการสาขานติ ศิ าสตร์ระดบั ชาติ คร้งั ท่ี 1 หวั ข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ูป / เปลยี่ นผ่าน/ ปฏิสงั ขรณ์” ทางด้านพลังงานทดแทน แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ได้นําค่าพยากรณ์ความ ต้องการใช้พลังงานาข้ันสุดท้ายตามแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) กรณีที่สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดความเข้มข้นใน การใช้พลงั งาน(Energy Intensity) ลงรอ้ ยละ 30 ในปี 2579 ซ่งึ จะอยู่ที่ระดับ 131,000 พนั ตันเทียบเท่าน้ํามันดบิ (ktoe) มาเปน็ กรอบในการกําหนดเปา้ หมายเพิม่ สัดส่วนพลงั งานทดแทนท้ังในรูปพลงั งานไฟฟ้า พลงั งานความรอ้ น และเช้อื เพลิง ชีวภาพ รวมท้ังพิจารณาถึงศักยภาพแหล่งพลังงานทดแทนทส่ี ามารถนาํ มาพัฒนาได้24 โดยมคี ่าเป้าหมายตามแผนพัฒนา พลงั งานทดแทนในปี 2579 โดยพลังงานชวี มวลยงั คงมสี ัดสว่ นเปา้ หมายการผลติ พลังงานในระดับสงู ดังตารางคา่ เป้าหมาย ตามแผนพฒั นาพลังงานทดแทน25 กล่าวโดยสรุปได้ว่า จากปัญหาแหล่งพลังงานภายในประเทศไทยไม่เพียงพอท่ีจําเป็นต้องพ่ึงพาการนําเข้า พลังงานจากตา่ งประเทศเป็นหลักจนกระท่ังเกดิ วิกฤตพลังงานท่ัวโลกจากราคานํ้ามนั ที่แพงขึ้นมาก ทําให้ประเทศไทยต้อง หันกลับมาพัฒนาพลังงานทดแทนภายในประเทศเพื่อลดสัดส่วนการนําเข้าจากต่างประเทศลง นโยบายการแก้ปัญหา ความมั่นคงด้านการขาดแคลนพลังงานจึงปรากฏท้ังในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงการณ์ของ นายกรัฐมนตรี แผนยุทธศาสตร์ของกระทวงพลังงาน ซ่ึงมีท้ังมาตรการจูงใจให้เอกชนมาร่วมผลิตไฟฟ้าขายให้กับรัฐ การ สนับสนุนการศึกษาวิจัยและเทคโนโลยี จนทําให้มีผู้สนใจเข้าร่วมลงทุนผลิตพลังงานขายให้กับรัฐมากขึ้น ในขณะเดียวกัน การด้านมลพิษ ทําให้มีนโยบายด้านพลังงานสะอาด พลังงานที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมตามมาในปัจจุบัน ท้ังน้ี แม้ แนวนโยบายต่างๆจะพยายามแก้ปญั หาข้างต้น แต่หากไม่มีการกําหนดเป้าหมายและแผนการดําเนินงานที่ชัดเจนก็ยากที่ จะประสบความสําเร็จ ดังนั้น แผนพัฒนาพลังงานทดแทนท่ีตั้งเป้าหมายในการลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานลงให้ได้ รอ้ ยละ 30 ในปี 2579 จงึ เป็นการวางกรอบการดําเนนิ งานให้บรรลเุ ปา้ หมายอยา่ งมีประสิทธภิ าพ การเปลี่ยนผ่านของนโยบายรัฐในการส่งเสริมด้านพลังงานทดแทนซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญทําให้มีการขยายสัดส่วน ของพลังงานชีวมวลจํานวนมากที่สุดเนื่องจากรัฐบาลเข้าใจว่าภาพรวมสถานการณ์ของประเทศไทยว่าเป็นประเทศ เกษตรกรรม ย่อมมีเศษซากวัสดุจากการทําการเกษตรท่ีสามารถแปรรูปเป็นพลังงานได้ แต่หากการส่งเสริมนั้นไม่มีการ ขยายช่องทางในการรับซื้อให้แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน กิจการด้านการประกอบพลังงานย่อมผูกขาดอยู่กับรัฐ ไม่ สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรัฐมีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนอิสระในปี 2532 ซึ่งเป็นโรงงานไฟฟ้า ขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการลดตน้ ทุนในการลงทุนของรัฐในดา้ นพลังงานลงและสนับสนุนให้ประชาชนมีสว่ นร่วมในการพัฒนา กิจการด้านพลังงานของประเทศมากขึ้นต่อมาจึงส่งเสริมให้เอกชนขนาดเล็ก และขนาดเล็กมาก สามารถจําหน่ายไฟฟ้า ให้กับรัฐได้ แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายของรัฐที่เปลี่ยนไปมาในด้านการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนส่งผลให้เกิดความเสี่ยง ต่อนักลงทุนและมีการชะลอการลงทุนธุรกิจประเภทน้ีจึงอาจกล่าวได้ว่านโยบายด้านพลังงานทดแทนของรัฐเองมีความ ยอ้ นแยง้ ในการสง่ เสริมดา้ นพลังงานทดแทน ในขณะเดยี วกนั กไ็ ด้ก่อให้เกิดการชะลอตัวของการลงทุนเช่นกนั 4. กฎหมายท่เี กีย่ วขอ้ งกบั พลังงานชวี มวล การประกอบกิจการพลังงานโดยหลักแล้วอยู่ภายใต้ขอบเขตอํานาจของกระทรวงพลังงาน แต่การก่อสร้าง โรงงานน้ันอาจต้องคํานึงถึงกฎหมายอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตอํานาจของกระทรวงพลังงานเช่นกัน โดยมีกฎหมายที่ สําคัญดงั นี้ 24 กระทรวงพลงั งาน, แผนพฒั นาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579.หน้า 7. 25 เรื่องเดยี วกนั ., หน้า 15. 126

วันท่ี 8 มถิ นุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จงั หวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ 4.1 พระราชบญั ญัตกิ ารประกอบกจิ การพลังงาน พ.ศ. 2550 กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมให้มีบริการด้านพลังงานอย่างเพียงพอ มั่นคง เป็นธรรมต่อผู้ใช้ พลังงานและผู้รับใบอนุญาต ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงาน ส่งเสริมการแข่งขันในกิจการพลังงาน การบริการของ ระบบโครงข่ายพลังงาน ปกป้องสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้พลังงาน ชุมชนท้องถิ่น ประชาชน และผู้รับใบอนุญาตในการมีส่วน ร่วม เข้าถึง ใช้ และจัดการด้านพลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมน้อยท่ีสุด26 โดยมีคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นองค์กรกํากับดูแลการประกอบกิจการ พลังงาน27 และกําหนดให้มีสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานท่ีมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ภายใต้การกํากับดูแล ของคณะกรรมการ28 รวมถึงมีการจัดต้ังกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อเป็นทุนสนับสนุนให้มีการบริการไฟฟ้าไปยังท้องที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง รวมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีในการประกอบกิจการไฟฟ้าท่ีมีผลกระทบต่อ ส่ิงแวดล้อมนอ้ ย โดยคํานงึ ถึงความสมดลุ ของทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสร้างความเปน็ ธรรมใหก้ ับผู้ใชไ้ ฟฟ้า29 การประกอบกจิ การพลงั งาน ทั้งกิจการไฟฟ้า กจิ การกา๊ ซธรรมชาติ หรือกจิ การระบบโครงข่ายพลังงาน ไม่ว่าจะ มีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตามต้องได้รับอนุญาตจาก กกพ.30 เว้นแต่เป็นกิจการพลังงานท่ีได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับ ใบอนุญาตตามท่ีประกาศไว้ในพระราชกฤษฎีกา31 แต่กกพ.อาจกําหนดให้กิจการท่ีได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต เป็นกิจการที่ต้องมาแจ้งต่อสํานักงานได้32 หากผู้ใดฝ่าฝืนประกอบกิจการไปโดยไม่มีใบอนุญาต ต้องระวางโทษจําคุกไม่ เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสิบล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาท ตลอดเวลาทยี่ งั ฝา่ ฝืน33 ใบอนุญาตการประกอบกิจการพลังงานมีสองประเภท ได้แก่ (1) ใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานไฟฟ้า ซ่ึงมี 5 ประเภท ประกอบด้วย ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า ออกให้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้า ใบอนุญาตระบบส่งไฟฟ้า ออกให้แก่ผู้ประกอบ กิจการระบบส่งไฟฟ้า ใบอนุญาตระบบจําหน่ายไฟฟ้า ออกให้แก่ผู้ประกอบกิจการระบบจําหน่ายไฟฟ้า ใบอนุญาต จาํ หนา่ ยไฟฟ้า ออกให้แก่ผปู้ ระกอบกิจการจาํ หน่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าซ่ึงมใิ ชผ่ รู้ ับใบอนุญาตประกอบกจิ การไฟฟ้า และ ใบอนุญาตควบคุมระบบไฟฟ้า ออกให้แก่ผู้ประกอบกิจการศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า โดยใบอนุญาตการประกอบกิจการ 26 พระราชบญั ญัตกิ ารประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550, มาตรา 7 27 พระราชบัญญตั ิการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550, หมวด 2 ส่วนท่ี 1 มาตรา 10 – 29 28 พระราชบญั ญัตกิ ารประกอบกิจการพลงั งาน พ.ศ. 2550, หมวด 2 ส่วนท่ี 2 มาตรา 30 - 46 29 พระราชบัญญัตกิ ารประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550, หมวด 2 ส่วนท่ี 2 มาตรา 30 - 46 30 พระราชบญั ญตั กิ ารประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550, มาตรา 93 - 96 31 พระราชบญั ญตั กิ ารประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550, มาตรา 47 วรรคสาม พระราชกฤษฎีกา ประเภท ขนาด และลักษณะของกจิ การพลงั งานทไี่ ดร้ ับการยกเวน้ ไมต่ อ้ งขอรบั ใบอนุญาตการประกอบกิจการ พ.ศ. 2552 ได้ประกาศใหก้ ิจการดังต่อไปนีไ้ มต่ ้องขอรับใบอนญุ าตจาก กกพ. (1) กจิ การผลิตไฟฟ้าทมี่ กี าํ ลงั การผลติ รวมของแต่ละแหลง่ ผลติ ตาํ่ กวา่ หนึง่ พันกิโลโวลตแ์ อมแปร์ (2) กิจการระบบจาํ หน่ายไฟฟ้าท่ีผปู้ ระกอบกจิ การผลติ ไฟฟา้ ตาม (1) นําไฟฟ้าทไี่ ด้จากการผลิตไปใชใ้ นกิจการของตนเอง (3) กิจการจําหนา่ ยไฟฟา้ ทีม่ ีขนาดการจําหนา่ ยไฟฟา้ ตาํ่ กว่าหนึง่ พนั กโิ ลโวลต์แอมแปรโ์ ดยผ่านระบบจาํ หนา่ ยไฟฟ้า (4) กิจการศูนย์ควบคุมระบบไฟฟา้ ซึง่ โดยปกตไิ ม่มหี นา้ ที่สงั่ การด้านการผลิตไฟฟ้าโดยตรง (5) กจิ การเก็บรกั ษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาตจิ ากของเหลวเป็นกา๊ ซทม่ี ีปรมิ าณการเก็บรกั ษากา๊ ซธรรมชาตเิ หลวรวมของแตล่ ะแหลง่ เก็บ รักษาตํ่ากว่าหา้ หม่ืนลิตร 32 พระราชบญั ญตั กิ ารประกอบกิจการพลงั งาน พ.ศ. 2550, มาตรา 47 วรรคสี่ ประกอบกบั ประกาศคณะกรรมการกํากับกิจการพลงั งาน เรื่อง การกําหนดให้กิจการพลงั งานท่ีได้รบั ยกเวน้ ไม่ต้องขอรบั ใบอนุญาตเปน็ กจิ การทตี่ ้องแจ้ง พ.ศ. 2551 33 พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลงั งาน พ.ศ. 2550, มาตรา 133 127

การประชมุ วชิ าการสาขานติ ศิ าสตรร์ ะดับชาติ ครง้ั ท่ี 1 หวั ข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลยี่ นผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ์” ไฟฟ้าทุกประเภทมีอายุไม่เกินย่ีสิบห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าหรือจําหน่ายไฟฟ้าให้รวมถึงการ ขอใบอนุญาตการประกอบกิจการไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และ (2) ใบอนุญาตประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ34 ท้ังนี้ เม่ือ ผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการพลังงานให้แก่สํานักงานแล้ว ใหก้ กพ.ออกใบอนญุ าตให3้ 5 และผ้รู ับใบอนุญาตไม่สามารถโอนสทิ ธิตามใบอนญุ าตใหบ้ คุ คลอน่ื ได3้ 6 สําหรับเกณฑ์ในการพิจารณาการออกใบอนญุ าตนั้น เริ่มต้ังแต่การพิจารณาคณุ สมบตั ิของผ้ปู ระสงค์จะประกอบ กิจการพลังงานตามระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการอนุญาตการ ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2551 ท่ีมีสาระสําคัญดังนี้ เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลตามกฎหมายไทย หรือเป็นนิติบุคคลต่างประเทศซึ่งมีสํานักงานสาขาในประเทศไทย มีศักยภาพทางการเงินและเทคนิคที่เพียงพอท่ีจะ ก่อสร้างและดําเนินกิจการพลังงาน มีกรรมสิทธ์ิ สิทธิครอบครองหรือสิทธิใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ีหรือทรัพย์สินท่ีใช้ในการ ประกอบกิจการ หากผู้ยื่นคําขอต้องการปลูกสร้างอาคาร ให้ย่ืนหลักฐานเก่ียวกับการตั้งโรงงานเพ่ือประกอบกอบกิจการ พลังงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยผังเมือง กฎหมายว่า ด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมาประกอบ รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับการประกอบกิจการโดย ละเอยี ด ทางด้านการจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมและสุขภาพ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการ พลังงาน พ.ศ. 2550 จะกําหนดหลักเกณฑ์เพ่ิมเติมท่ีไม่ครอบคลุมตามที่ประกาศไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซ่ึงภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ กําหนดให้กิจการหรือโครงการของโรงไฟฟ้าที่เข้าข่ายต้องจัดทํารายงาน EIA ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ขนาด 10 เมกะวัตต์ข้ึนไป และกิจการหรือโครงการท่ีต้องจัดทํา EHIA ประกอบด้วยถ่านหิน ขนาด 100 เมกะวัตต์ ขึ้นไป ชีวมวล 150 เมกะวัตต์ขนึ้ ไป ก๊าซธรรมชาติ หรือพลงั งานความร้อนร่วม 3,000 เมกะวัตต์ ขึ้นไป และนวิ เคลยี ร์ทุกขนาด37 ดังนั้น หากมีการขอรับอนุญาตดําเนินกิจการโรงไฟฟ้าไม่ถึงขนาดท่ีกฎหมายกําหนดให้ต้องทํา EIA หรือ EHIA แล้ว ก็ไม่ จําเป็นต้องทาํ EIA/ EHIA ส่งผลใหม้ โี รงไฟฟา้ จํานวนมาก โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชวี มวลขอรบั ใบอนุญาตผลิตไฟฟา้ ขนาด 9.0 – 9.9 เมกะวัตต์ เพื่อเลี่ยงไม่ต้องทํา EIA ตามกฎหมาย และนํามาสู่การฟ้องเพ่ือเพิกถอนใบอนุญาตหลายคดี เช่น คดีเพิก ถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล อําเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ที่ผู้ประกอบการขอจัดต้ังโรงไฟฟ้าชีว มวลขนาด 9.4 เมกะวตั ต์ 38 ในขณะท่ีพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน เปิดช่องให้ กกพ. กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการ ขอรบั ใบอนุญาตได้ โดยในปี 2556 กกพ. ได้ออกระเบียบกําหนดมาตรการปอ้ งกนั แก้ไข ติดตาม และตรวจสอบโครงการ ที่มีการขอรับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าท่ีได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทํารายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เก่ียวกับการขออนุญาตดําเนินการเกี่ยวกับการจัดการ 34 ประกาศคณะกรรมการกาํ กบั กิจการพลังงาน เร่ือง การกําหนดประเภทและอายุใบอนุญาตการประกอบกิจการพลงั งาน พ.ศ. 2551 35 พระราชบญั ญัติการประกอบกิจการพลงั งาน พ.ศ. 2550, มาตรา 52 และระเบียบคณะกรรมการกาํ กบั กิจการพลังงาน กาํ หนดอัตรา คา่ ธรรมเนยี มการอนุญาตและการประกอบกจิ การพลังงาน พ.ศ. 2551 36 พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลงั งาน พ.ศ. 2550, มาตรา 55 37 ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม เรื่อง กาํ หนดประเภท ขนาด และวธิ ีปฏบิ ัติสาํ หรบั โครงการหรือกจิ การที่อาจ กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อชมุ ชนอยา่ งรนุ แรง ทั้งทางด้านคุณภาพส่ิงแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ทส่ี ว่ นราชการ รฐั วิสาหกจิ หรือ เอกชนจะต้องจดั ทาํ รายงานวเิ คราะหผ์ ลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 38 คาํ พพิ ากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงท่ี อ.248/2560 ลงวนั ที่ 16 มีนาคม 2560 128

วนั ท่ี 8 มิถุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จดั โดย คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ส่ิงแวดล้อม ความปลอดภัย และผลกระทบท่ีอาจจะเกิดข้ึนต่อชุมชนในพ้ืนท่ีใกล้เคียงสถานประกอบกิจการตามประเภท แหลง่ พลังงาน อาทิ พลงั งานชวี มวล ให้ดําเนินการดังต่อไปน้ี (1) การจัดทาํ รายงานตรวจสอบด้านส่งิ แวดลอ้ ม (2) การเปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนมสี ่วนรว่ มให้ขอ้ มลู หรือแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ (3) การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ ด้านสง่ิ แวดลอ้ ม39 ดังนั้น แม้โรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ จะไม่ต้องทําการประเมินผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม แต่จะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ จัดทํารายงานตรวจสอบ ด้านสงิ่ แวดล้อม และปฏบิ ัตติ ามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเช่นกัน ต่อมาได้มีประกาศเพ่ิมเติม กําหนดให้การประกอบกิจการไฟฟ้าที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดทํารายงานวิเคราะห์ ผลกระทบทางด้านส่ิงแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ต้องดําเนินการตาม ประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice) ว่าด้วยมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบ ส่งิ แวดล้อมสําหรับผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมสําหรบั โรงไฟฟ้าท่ีมีกําลังการ ผลิตต่ํากว่า 10 เมกะวัตต์ กรณีการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล (ประเภทเช้ือเพลิงแข็ง) 40 ได้แก่ เช้ือเพลิงที่ได้มาจาก อินทรยี ส์ าร หรือส่งิ มชี ีวิต รวมทัง้ ผลผลติ ทางการเกษตร การทําปา่ ไม้ไดแ้ ก่ ไมฟ้ นื เศษไม้ แกลบ ฟาง ชานอ้อย ต้นและใบ อ้อย ใยปาล์ม กะลาปาล์ม ทะลายปาล์ม กะลามะพร้าว ใยมะพร้าว เศษพืช และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอ่ืนๆ ที่ไม่ รวมถึงกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากมูลสัตว์และก๊าซชีวภาพให้เป็นมาตรฐานเดียวกันครอบคลุมต้ังแต่ระยะเตรียมการ โครงการ ระยะก่อสร้าง และระยะดําเนินการ ตลอดจนกรณีที่มีการร้ือถอนอาคารบางส่วนหรือท้ังหมด โดยผู้ขอ ใบอนุญาตจะต้องเสนอรายการตรวจสอบรอบดา้ น (Environmental Checklist) ประกอบการรับขออนุญาต ทางด้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นมักมีการฟ้องคดีว่าขั้นตอนการรับฟังความเห็นของผู้ขอรับใบอนุญาต นั้นมักให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนที่จะเพียงพอต่อการตัดสินใจ และอาจจะไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสีย แม้จะมีประกาศ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน เร่ือง กําหนดอัตราค่าบริการ และหลักเกณฑ์ เง่ือนไขในการจัดให้มีกระบวนการรับ ฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียสําหรับโครงการหรือกิจการท่ีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพส่ิงแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ พ.ศ. 2558 เพ่ือให้เป็นหน้าท่ีของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น และมีระเบียบว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นและทําความเข้าใจกับ ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า พ.ศ. 2559 สําหรับโรงไฟฟ้าแต่ละ ประเภทตามกําลังผลิตติดตั้งรวม ที่มีกําลังผลิตติดต้ังรวมตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไป และท่ีมีกําลังผลิตติดตั้งรวมต้ังแต่ 3 เมกะวัตต์ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 เมกะวัตต์ และที่มีกําลังผลิตติดต้ังรวมน้อยกว่า 3 เมกะวัตต์ แล้วก็ตาม เนื่องจากเป็นกรณีที่ มีการกําหนดให้รับฟังความคิดเห็นภายหลังจากที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการแล้วจึงมารับฟังความ คิดเห็น และพบว่ามีหลายกรณีท่ีประชาชนในพื้นท่ีโดยรอบโรงไฟฟ้าได้รับข้อมูลไม่เพียงพอต่อการแสดงความคิดเห็น 39 ระเบยี บคณะกรรมการกํากบั กิจการพลังงาน วา่ ด้วยมาตรการปอ้ งกัน แกไ้ ข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสงิ่ แวดล้อมสําหรับผไู้ ด้รับ ยกเวน้ ไมต่ อ้ งจัดทํารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพส่ิงแวดล้อม พ.ศ. 2555 40 ประกาศคณะกรรมการกาํ กับกิจการพลังงาน เรอ่ื ง มาตรการป้องกัน แกไ้ ข และติดตามตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มสาํ หรับผ้ไู ดร้ ับการ ยกเวน้ ไม่ต้องจัดทํารายงานการวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดล้อมสําหรบั การผลิต ไฟฟา้ จากเช้อื เพลงิ ชวี มวล (ประเภทเชือ้ เพลงิ แขง็ ) ลงวันท่ี 25 ธนั วาคม 2555 129

การประชมุ วชิ าการสาขานติ ิศาสตรร์ ะดบั ชาติ ครัง้ ท่ี 1 หัวข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ูป / เปลี่ยนผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ”์ รวมถึงจํานวนคนที่ได้รับข้อมูลน้ันอาจไม่ครอบคลุมจํานวนผู้อาจได้รับผลกระทบโดยรอบจนต้องนําไปสู่การฟ้องศาล ดังเช่นกรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลอําเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงรายท่ีแม้ผู้ประกอบได้จัดให้มีการจัดทําประชาคมรับฟังความ คิดเห็นแต่มีผู้เข้าร่วมเพียง 1,239 คน ซ่ึงเป็นประชากรเพียงร้อยละ 15.97 ของประชากรในพื้นที่ทั้งสิ้น 7,756 คน41 จน ชาวบ้านนําคดีฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นตน ในการเพิกถอนใบอนญุ าตประกอบกิจการโรงงานเนื่องจากการจัดรปู แบบรับฟังความคดิ เหน็ ของประชาชน หรือการจัดให้ มีคําช้ีแจงและเหตผุ ลต่างๆ กระทําโดยไมถ่ กู ตอ้ งตามรูปแบบ ข้ันตอน หรอื วิธกี ารอนั เป็นสาระสาํ คญั 42 4.2 พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2535 โรงงานไฟฟ้าจะถือเป็นโรงงานประเภทที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ต่อเมื่อมีการใช้ เครื่องจักรต้ังแต่ห้าแรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานต้ังแต่เจ็ดคนข้ึนไป ซึ่งต้องขออนุญาตเพื่อประกอบกิจการโรงงาน และมี การตรวจสอบลักษณะความถูกต้องของการก่อสร้าง ระบบความปลอดภัย ระบบผลิตภายในโรงงาน อาคารต่างๆ ก่อนท่ี จะดาํ เนินการได้ โดยมีการจาํ แนกโรงงานออกเปน็ 3 ประเภท โดยโรงงานผลติ พลังงานไฟฟ้าดังต่อไปน้ี ถูกจัดเป็นโรงงาน จําพวกท่ี 3 ตามลําดับที่ 88 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไข เพมิ่ เติมโดยกฎกระทรวง ฉบับท่ี 24 พ.ศ. 2558) ซึง่ ตอ้ งได้รบั ใบอนญุ าตก่อนจึงจะดาํ เนินการได้43 (1) การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทุกขนาด ยกเว้นที่ติดต้ังบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดบนอาคารซ่งึ บุคคลอาจเข้าอยหู่ รือใช้สอยได้ โดยมีขนาดกําลังการผลิตติดต้ังสงู สดุ รวมกันของแผงเซลส์แสงอาทิตย์ ไม่เกนิ 1,000 กิโลวัตต์ (2) การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน ทุกขนาด ซ่ึงโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นโรงไฟฟา้ พลงั งานความร้อน ไมว่ ่าจะมีกําลังการผลิตขนาดใดก็ต้องได้รบั ใบอนุญาตประกอบโรงงานดว้ ย (3) การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ํา ทุกขนาด ยกเว้นการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ําจากเขื่อน หรือจากจากอ่างเก็บน้ําขนาดกาํ ลังการผลิตไม่เกิน 15 เมกะวัตต์ การผลิตพลังงานไฟฟา้ จากพลังงานนํ้าแบบสบู กลับ การ ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานนํ้าท้ายเขื่อน การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานนํ้าจากฝายและการผลิตพลังงานไฟฟ้า จากพลงั งานน้าํ จากคลองสง่ น้ํา นอกจากน้ีกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ได้กําหนด ที่ต้ัง สภาพแวดล้อม ลกั ษณะอาคารและลกั ษณะภายในของโรงงานไว้ ซ่ึงผปู้ ระกอบการต้องปฏบิ ัตใิ หส้ อดคล้องดว้ ย 4.3 พระราชบญั ญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 ผปู้ ระสงคจ์ ะขออนญุ าตจัดตั้งโรงไฟฟ้าในพื้นที่ใดทม่ี ีกฎกระทรวงใหใ้ ช้บังคับผังเมืองรวมหรือผังเมอื งเฉพาะแล้ว หา้ มบคุ คลใดใช้ประโยชน์ทดี่ ินผิดไปจากท่ีกําหนดไว้ในผังเมืองรวม44 หรอื ปฏิบตั ิการใดๆ ซ่ึงขัดกับข้อกําหนดของผงั เมือง 41 สาํ นักขา่ วอสิ รา, ศาลปกครองสงั่ เพิกถอนใบอนญุ าตโรงงานผลิตไฟฟา้ ชวี มวลเชียงราย, สบื คน้ วนั ที่ 13 มนี าคม 2561, จาก https://www.isranews.org 42 ประชาไท, ศาลปกครองสงู สุดใหเ้ พกิ ถอนใบอนญุ าตก่อสรา้ งโรงไฟฟา้ ชีวมวลเวยี งเหนอื , สืบค้นวันท่ี 13 มนี าคม 2561, จาก https://prachatai.com/journal/2017/07/72282 43 พระราชบญั ญตั กิ ารโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 7 44 พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 มาตรา 27 130

วันที่ 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวดั เชยี งใหม่ จดั โดย คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ รวมหรือผังเมอื งเฉพาะน้ัน45 หากฝา่ ฝนื มคี วามผดิ ต้องระวางโทษจาํ คุกไม่เกนิ หกเดอื นหรือปรบั ไม่เกินหน่งึ หมืน่ บาท หรือ ท้ังจําท้ังปรับ และเจ้าพนักงานท้องถ่ินอาจร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้กระทําผิดแก้ไขสภาพของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูก เปล่ยี นแปลงให้เปน็ ไปตามที่ไดก้ าํ หนดไวใ้ นผงั เมืองรวมหรอื ในผงั เมอื งเฉพาะได้46 มีกรณีตัวอย่างที่ชุมชนกลุ่มรักษ์ทุ่งสงฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและ ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโรงไฟฟ้าชีวมวล ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากการออกใบอนุญาตทั้งสองขัด ต่อกฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2556 ซ่งึ มีผลใชบ้ ังคบั อยใู่ นขณะทม่ี ีการออกใบอนญุ าต โดยพื้น ที่ต้ังโครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวอยู่ในเขตพ้ืนที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมท่ีมีข้อกําหนดห้ามประกอบกิจการ โรงงานผลติ พลังงานไฟฟา้ 47 อย่างไรก็ดี คําส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 4/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ ใช้บังคับผังเมืองรวม สําหรับการประกอบกิจการบางประเภท ซ่ึงมีผลใช้บังคบเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 ข้อ 1 ให้ ยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวงเรื่องผังเมืองรวมทุกฉบับในทุกพ้ืนที่ท่ัวประเทศสําหรับการอนุมัติอนุญาตให้ประกอบ กิจการโรงงานลําดับที่ 88 และกิจการอ่ืนๆ โดยโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนซ่ึงเป็น กิจการโรงงานลําดับท่ี 88 ตามแผนพฒั นาพลงั งานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579 ไดร้ ับยกเวน้ ไม่ตอ้ ง ดาํ เนนิ การตามกฎหมายผังเมอื งรวมตามคําสงั่ น้ี ทําให้หนว่ ยงานของรัฐสามารถอนุมัติอนญุ าตใหป้ ระกอบกิจการไดโ้ ดยไม่ ต้องพิจารณาข้อห้ามตามกฎหมายผังเมือง และจากกรณีโรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสงข้างต้นท่ีชาวบ้านอ้างเขตผังเมืองซึ่งเป็น มาตรการคุม้ ครองส่ิงแวดล้อมเชงิ พนื้ ทมี่ าเพิกถอนการออกใบอนุญาตจะไมไ่ ด้รับความคมุ้ ครองอีกตอ่ ไป 4.4 พระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 การก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้องผ่านการตรวจสอบว่าเป็นอาคารประเภทใด ซ่ึงต้องได้รับในการอนุญาตให้ก่อสร้าง ดดั แปลง รวมถงึ การร้ือถอน โดยถกู ควบคมุ ภายใตก้ ฎหมายนี้ 4.5 กฎหมายอ่ืนๆ ในบางพื้นที่ต้ังของโรงไฟฟ้าหากอยู่ในเขตชุมชนอาจจะต้องพิจารณาว่าอยู่ในกรอบขององค์กรปกครองส่วน ท้องถ่ินมากน้อยเพียงใด ซ่ึงอาจจะต้องพิจารณาพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน หรือการดําเนินการปรับสภาพพ้ืนที่ดิน เช่น ขุดดิน ถมดิน ต้องได้รับอนุญาต จากองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ก่อน 45 พระราชบัญญตั กิ ารผงั เมอื ง พ.ศ. 2518 มาตรา 48 46 พระราชบัญญัติการผงั เมือง พ.ศ. 2518 มาตรา 83 47 มลู นิธนิ ิติธรรมสิ่งแวดลอ้ ม, ฟ้องเพกิ ถอนใบอนญุ าตโรงไฟฟ้าชวี มวลทุ่งสัง ตั้งกลางชมุ ชน-ขัดผงั เมอื ง, สืบค้นวันท่ี 13 มนี าคม 2561, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/?p=2594#more-2594 131

การประชมุ วิชาการสาขานติ ศิ าสตรร์ ะดับชาติ ครง้ั ที่ 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปลี่ยนผ่าน/ ปฏสิ งั ขรณ์” 5. สรุปและขอ้ เสนอแนะ 5.1 สรุป การพัฒนาด้านเศรษฐกิจส่งผลให้มีความต้องการใช้พลังงานมากขึ้นจนนําไปสู่วิกฤติพลังงานเน่ืองจากพลังงาน สิ้นเปลืองท้ังปิโตรเลียม ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติท่ีใช้อยู่จะหมดไป ทําให้มีการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ เช่น พลังงานนํ้า พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวลมาทดแทน ซ่ึงโลกได้เรียนรู้ว่าพลังงานหมุนเวียน เหล่าน้ันเป็นเพียงทางเลือกด้านพลังงาน ที่มีท้ังข้อดีและข้อเสีย ซ่ึงต้องอาศัยเทคโนโลยีและกระบวนการบริหารจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพมาช่วยลดผลกระทบดา้ นลบ พลังงานชีวมวลในประเทศไทยมีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าค่อนข้างถูกเม่ือเทียบกับการลงทุนในพลังงานประเภท อ่ืนในขณะท่ีได้ไฟฟ้าเท่ากัน และหากบริหารจัดการที่ดียังเป็นแหล่งกําจัดเศษซากวัสดุทางการเกษตรในโรงงานไฟฟ้าท่ี เป็นสถานท่ีปิด อันสามารถกําให้มีการกรองมลพิษทางอากาศก่อนปล่อยออกสู่ที่โล่งแจ้งได้ แต่ในกระบวนการลําเลียง วตั ถุดิบจากพ้ืนทเ่ี กษตรกรรมมายังโรงงานต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศจากการ ลําเลียงตามมา และมีผลกระทบโดยอ้อมทําให้ถนนพัง เส่ียงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากน้ีผลผลิตทางการเกษตรข้ึนอยู่ กับฤดูกาล หากมีการจัดตั้งโรงงานไฟฟ้าจะต้องสามารถหาวัตถุดิบป้อนเข้าโรงงานได้ตลอดท้ังปี ซ่ึงเป็นความเส่ียงท่ี ผปู้ ระกอบการควรใช้ความระมัดระวัง ทางด้านนโยบายของประเทศไทยในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านพลังงานทดแทน โดยเฉพาะมาตรการรับซ้ือ ไฟฟ้าจากผู้ประกอบกิจการเอกชนขนาดเล็กและขนาดเล็กมากเป็นปัจจัยสําคัญที่การลงทุนด้านพลังงานชีวมวลมีสัดส่วน ท่ีสูงข้ึนมาก เพราะมีขัน้ ตอนในการขออนุญาตไม่ยุ่งยากซบั ซ้อน ประกอบกับมาตรการกําหนดราคารับซ้ือไฟฟา้ ไวส้ ูงสดุ ใน ระยะเวลาที่แน่นอนส่งผลให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าจะได้กําไรจากการลงทุน ทําให้มีการสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาด เล็กและขนาดเล็กมาก แต่ในขณะเดียวกันการเปล่ียนแปลงนโยบายในการรับซื้อส่งผลให้ผู้ประกอบการเกิดความเสี่ยง และตัดสินใจชะลอการลงทุนจึงอาจกล่าวได้ว่านโยบายของรัฐเองอาจเป็นข้อจํากัดในการส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่นเดียวกัน นอกจากน้ีแผนพัฒนาพลังงานทดแทนแม้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาพลังงานได้ท้ังหมด แต่ได้มีการ ต้ังเป้าหมายในการลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานลงให้ได้ร้อยละ 30 ในปี 2579 ทําให้มีกรอบในการดําเนินการที่ ชัดเจนข้ึน ทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการขออนุญาตจัดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลพบว่ามีกฎหมายหลายฉบับท่ี เก่ียวข้องและกระบวนการขออนุญาตมีความซับซ้อนและใช้ระยะเวลานานเน่ืองจากต้องขออนุญาตผ่านหลายหน่วยงาน ซ่ึงหากรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้มีการพัฒนาทดแทนโดยภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพควรแก้ไขกระบวนการให้ ดําเนินการใหเ้ สร็จส้ินอย่างรวดเร็ว และด้วยกระบวนการท่ียุง่ ยากส่งผลให้ผู้ประกอบการมกั อาศัยชอ่ งว่างของกฎหมายใน การขออนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์จํานวนมาก ท่ีไม่ต้องจัดทํา EIA/EHIA เพราะรัฐเห็นว่าเป็น โครงการที่มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยแต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชนจนมาคัดค้านการก่อสร้างและฟ้องให้เพิกถอน ใบอนุญาตหลายคดี จนต้องออกเป็นคู่มือประมวลเป็นหลักการปฏิบัติ (Code of Practice: CoP) สําหรับโรงไฟฟ้ากําลัง การผลิตต่ํากว่า 10 เมกะวัตต์ และให้ดําเนินการจัดทํา Environmental Checklist ประกอบการขออนุญาต อันเป็น พัฒนาการในการแก้ไขกฎระเบียบเพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมาย นอกจากน้ีทางด้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนพบว่ารูปแบบการจัดรับฟังความคิดเห็นอาจจะไม่ท่ัวถึง และไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอจนนําไปสู่การฟ้อง ศาลเพื่อตัดสินหลายคดี และแม้จะมีการออกระเบียบเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมา แต่ กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรับฟังความคิดเห็นอาจจะต้องพิจารณาเป็นแต่ละรายกรณีซ่ึงแนวคําวินิจฉัย ของศาลคดโี รงไฟฟา้ ชวี มวลเชยี งรายได้ให้แนวคาํ วนิ จิ ฉยั ทด่ี เี กี่ยวกับการมีสว่ นร่วมของประชาชน 132

วนั ท่ี 8 มถิ ุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จงั หวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ 5.2 ข้อเสนอแนะ (1) การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้เกิดประสิทธิภาพต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดังนั้น ทุกภาคส่วนท้ังรัฐ และเอกชนควรร่วมพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนของพลังงานหมุนเวียนเช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมให้ถูกลง จะไดม้ สี ัดส่วนของพลงั งานเพิม่ ข้ึน รวมถึงการนาํ เทคโนโลยีมาชว่ ยในการประหยัดพลังงาน (2) การส่งเสรมิ หรือสนับสนุนใหม้ ีการใช้พลงั งานในดา้ นใด คงปฏิเสธไม่ได้ว่าไมม่ ีผลกระทบเกิดข้ึน ดังน้นั อยา่ ง น้อยควรให้ประชาชนท่ีอาจได้รับผลกระทบได้มีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนอย่างแท้จริงก่อนดําเนิน โครงการบนพื้นฐานของข้อมูลท่ีถูกต้องและสมบูรณ์ เพื่อมิให้ถูกฟ้องร้องเพิกถอนภายหลัง ซึ่งผู้ประกอบการจะเสียหาย อยา่ งมาก (3) ภายหลังจากได้รับอนุมัติให้ดําเนินโครงการแล้ว ควรมีมาตรการตรวจสอบประเมินผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจาก โรงงานอยู่เสมอ รวมท้ังกําหนดมาตรการในการป้องกันมลพิษผลกระทบที่เกิดข้ึนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมี ความสัมพนั ธ์กบั สิทธิมนษุ ยชน ซึ่งอาจจะกระทบต่อสิทธิมนุษยชนโดยตรงหรือโดยออ้ มได้ การนํากรอบทางกฎหมายสิทธิ มนุษยชนมาพิจารณาความรับผิดชอบของรัฐและธุรกิจต่อการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศจะช่วยส่งเสริมให้กลไกภายใต้ ระบอบการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศบรรลุผลมากข้ึน เพราะสิทธิมนุษยชนผูกพันท้ังรัฐและธุรกิจให้ปฏิบัติตาม พันธกรณี นอกจากนี้ยังพบว่าการปฏิบัติตามกลไกภายใต้ระบอบของกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเอง เช่น โครงการไฟฟ้าพลังงานนํ้า Santa Rita ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอ่ืนตามมา ซ่ึงรัฐและธุรกิจท่ีดําเนินการภายใต้ กรอบของกฎหมายการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องใช้ความระมัดระวังอย่างรอบด้านในการเคารพและปกป้องสิทธิ มนษุ ยชนในการดําเนินการทุกขั้นตอนด้วย บรรณานกุ รม กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและการอนรุ กั ษ์พลงั งาน กระทรวงพลงั งาน. ประวัติความเปน็ มา. สืบคน้ วนั ที่ 9 มีนาคม 2561, จาก http://www.dede.go.th/ewt_news.php?nid=82 กระทรวงพลงั งาน.(2558). แผนพฒั นาพลังงานทดแทนและพลงั งานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579. กรุงเทพมหานคร: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรกั ษ์พลงั งาน. กลุ นันทน์ คันธกิ , “ความมั่นคงพลงั งานโลก”, จุลสารความม่นั คงศึกษา ฉบบั ที่ 83 (2553), กรุงเทพมหานคร : บรษิ ทั สแควร์ ปร๊ินซ์ 93 จํากดั , 2553 ไชยยันต์ ถาวระวรณ์, (2555). “พลงั งานทดแทนสําหรบั งานอุตสาหกรรมในอนาคต, วารสารการศกึ ษาและการพฒั นา สังคม, 8 (2) : 6-22. ____________. ประวัติกระทรวงพลังงาน. สบื คน้ วันท่ี 9 มีนาคม 2561, จาก http://energy.go.th/2015/about- energy/ มรกต ลม้ิ ตระกลู . ประวตั ิการพฒั นาพลงั งานหมนุ เวียนในประเทศไทย. สบื คน้ วันท่ี 9 มีนาคม 2561, จาก http://www.eppo.go.th/images/about/historyEppo-2.pdf มูลนิธนิ ติ ธิ รรมสิ่งแวดลอ้ ม. ฟอ้ งเพกิ ถอนใบอนุญาตโรงไฟฟ้าชวี มวลทุง่ สัง ต้ังกลางชุมชน-ขดั ผงั เมือง. สบื ค้นวนั ที่ 13 มีนาคม 2561, จาก http://enlawfoundation.org/newweb/?p=2594#more-2594 133

การประชุมวชิ าการสาขานติ ิศาสตรร์ ะดับชาติ ครัง้ ที่ 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรปู / เปล่ียนผา่ น/ ปฏสิ งั ขรณ”์ Aueatchasai, S. and Fongsuwan, W. (2015). “Environmental Impact Factors on Thai Biomass Power Projects: A Structural Equation Model. Research Journal of Business Management 9 (1): 124- 140. Gonzalez, C .(2016). “The Environmental Justice Implications of Biofuels. The UCLA Journal International Law and Foreign Affairs, 20 (229): 229-274. International Energy Agency. (2017, World Energy Outlook 2017 Executive Summary. Retrieved February 10, 2018, from https://www.iea.org/publications/freepublications/publication /WEO_2017_Executive_Summary_English_version.pdf J.Popp, Z. Lakner, M. Hrangi-Rakos and M. Fari. (2014). “The effect of bioenergy expansion: Food, energy, and environment”. Renewable and Sustainable Energy Reviews 32. 559 – 578. Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning. Thailand’s Intended Nationally Determined Contribution (INDC). October 1, 2015 [Online]. Retrieved 13 March 2018, from http://www4.unfccc.int/ndcregistry/PublishedDocuments/Thailand% 20First/Thailand_INDC.pdf 134

การประชมุ วชิ าการสาขานิตศิ าสตร์ระดบั ชาติ ครง้ั ที่ 1 หวั ขอ้ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏิรูป / เปลีย่ นผ่าน/ ปฏิสงั ขรณ”์ วนั ท่ี 8 มิถนุ ายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จงั หวดั เชยี งใหม่ จัดโดย คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ปัญหาการบังคับใชก้ ฎหมายตามพระราชบัญญตั ธิ ุรกจิ รกั ษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 Enforcement problems of the Security Guard Business Act, B.E. 2558 (2015) ปานจนิ ต์ สุทธกิ วี Parnjin Sutthikawee นักศกึ ษาปรญิ ญาโท คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ จงั หวัดเชยี งใหม่ 50200 ประเทศไทย Faculty of Law, Chiang Mai University, Chiang Mai Province 50200 Thailand อีเมลล:์ [email protected] Email: [email protected] บทคัดย่อ ในปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ มีการว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเพ่ือให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนกันอย่างแพร่หลาย บริษัทเอกชนซ่ึงประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยมีบทบาทมากขึ้น และเพิ่ม จํานวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทรักษาความปลอดภัยกว่า 4,000 แห่งมีพนักงานรักษาความปลอดภัยกว่า 400,000 คน1 และมีอตั ราความเติบโตทางธรุ กิจร้อยละ 15 ถึง 202 เนื่องจากบริษัทรักษาความปลอดภัย มีนโยบายและมาตรฐานในการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน อีกท้ังลักษณะงานที่มี ความใกล้ชิดกับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ดังน้ันพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 จึงถือกําเนิดขึ้นเพื่อกําหนดมาตรฐานของธุรกิจรักษาความปลอดภัยท่ีมีอยู่จํานวนมากในปัจจุบัน แต่กระน้ัน พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ได้สร้างข้อจํากัดบางประการให้กับผู้ประกอบอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยและผู้ประกอบ ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ภายหลังจึงได้มีคําสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติที่ 67/2559 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 โดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557เพื่อแก้ไขข้อ กฎหมายดงั กลา่ ว สถานการณ์ภายหลังจากมีการแก้ไขพระราชบัญญัติรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 โดยคําสั่งคณะรักษาความสงบ เรียบร้อยแห่งชาตินั้น ยังปรากฏให้เห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมทุกพ้ืนท่ีของอาชีพพนักงานรักษาความ ปลอดภัย บทความน้ีจึงจะได้พิเคราะห์ถึงปัญหาอันเก่ียวกับธุรกิจรักษาความปลอดภัยเอกชนก่อนและหลังจากมีการบังคับใช้ พระราชบัญญตั ิธรุ กิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558ว่าสามารถแกไ้ ขปัญหาท่ีเกิดขึ้นก่อนมีพระราชบัญญัติได้มากนอ้ ยเพียงใด และควรมีการปรับแกพ้ ระราชบญั ญตั ิฉบับนเ้ี พ่ิมเตมิ หรอื ไม่ อย่างไร พระราชบัญญัติธรุ กิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 เป็นกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจรักษาความปลอดภัยฉบับแรกของ ประเทศไทย หากพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเป็นเพียงตัวบทกฎหมายท่ี “เป็นมาตรฐาน” แต่ไม่อาจ “สร้างมาตรฐาน” ของ 1 วรรณโชค ไชยสะอาด, (2559), จัดระเบยี บรปภ.เม่อื วุฒิการศึกษาสําคญั กวา่ ประสบการณช์ วี ิต, สืบค้นวนั ที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2561, จาก https://www.posttoday.com/politic/report/425934 2 กฎหมายธรุ กจิ รักษาความปลอดภัย, สบื ค้นวันที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2561, จาก http://songmetta.com/security/pdf/registrar/security-business-law.pdf 135

การประชุมวชิ าการสาขานิติศาสตร์ระดับชาติ ครั้งท่ี 1 หวั ข้อ “ระบบกฎหมายไทย : ปฏริ ปู / เปล่ยี นผา่ น/ ปฏิสงั ขรณ”์ ธรุ กิจรักษาความปลอดภัยได้จรงิ อาจถือได้ว่าตัวกฎหมายน้ันไม่เป็นส่วนหน่ึงของบริบทที่แท้จริง ไม่ตอบโจทก์หรือแก้ไขปัญหา จึงไมย่ ังใหเ้ กิดความสงบเรียบรอ้ ยและมีมาตรฐานในสงั คมตามท่ไี ด้มีการคาดหวงั เอาไว้ คําสาํ คญั : ธุรกจิ รกั ษาความปลอดภัย, บริษทั รักษาความปลอดภยั , พนกั งานรักษาความปลอดภยั Abstract At present, organizations employ security companies to help ensure the security of their lives and property. Private companies, which operate security services play an increasingly important role and increasing number of companies. Currently, Thailand has over 4,000 security companies and more than 400,000 security guards, and 15 to 20 percent of business growth. Due to security company has different policies and standards for performing work. In addition, the nature of work is close to life and property safety. Therefore, Security Guard Business Act, B. E. 2558 ( 2015) legislated to set the standard of many existing security guard businesses. However, the Act has created some restrictions for security guards and security guard business. Later, there was an order from the National Council for Peace and Order No. 67/2559 dated 10 November 2016.By virtue of Article 44 of the Constitution of the Kingdom of Thailand. (Temporary) BE 2557 to amend the law. The situation after the amendment of the Security Act BE 2558 by order of the National Security Council, it also appears that The Acts does not cover all areas of security guard occupation. This article will focus on issues related to private security guard business. Before and after the enforcement of The Security Guard Business Act, B.E. 2558 (2015), how much of a problem before the law was resolved? Should this amendment be further amended? Security Guard Business Act, B.E. 2558 (2015) is the first law on security guard business in Thailand. If the Act is only a law but cannot \"standardize\" the security business. It can be considered that the law is not part of the real context, not answer the plaintiff or solve the problem. It does not bring peace and standards in society as expected. Keywords: The Security Guard Business, Security Company, Security Guard 136

วนั ท่ี 8 มิถุนายน 2561 โรงแรมแคนทารี ฮลิ ล์ จงั หวัดเชยี งใหม่ จดั โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ 1. บทนาํ พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 25583 เป็นพระราชบัญญัติอันเก่ียวกับธุรกิจรักษาความ ปลอดภัยฉบับแรกของประเทศไทยโดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ีเนื่องจากว่าบริษัทท่ีประกอบธุรกิจ ให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัยนั้นมีความใกล้ชิดในความปลอดภัย ในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นมีผู้ประกอบธุรกิจอันเก่ียวกับการ ให้บริการรักษาความปลอดภัยเป็นจํานวนมากขึ้นโดยแต่ละบริษัทน้ันมีมาตรฐานในการให้บริการที่แตกต่างกันออกไป พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงได้ตราข้ึนเพ่ือกําหนดมาตรฐานของธุรกิจรักษาความปลอดภัยและมาตรฐานของพนักงานรักษา ความปลอดภัยด้วย เพื่อเป็นการยกระดับให้ ธุรกิจรักษาความปลอดภัยมีมาตรฐานเท่าเทียมกัน และเป็นการสร้าง มาตรฐานและสร้างศักยภาพของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตเพ่ือให้เป็นประโยชน์แก่ผูใ้ ช้บรกิ ารและเป็นการ เสริมสรา้ งความสงบเรียบรอ้ ยในสังคมต่อไป 2. การรกั ษาความปลอดภยั ภาคเอกชน 2.1 ความหมายของการรักษาความปลอดภัยภาคเอกชน ประชาชนส่วนใหญ่มกั มองว่าการรักษาความปลอดภัยเป็นภาระหน้าที่ของรัฐโดยผ่านหน่วยงานในกระบวนการ ยุติธรรม ซึ่งแนวคิดนี้มาจากแนวความคิดเกี่ยวกับสิทธิในการป้องกันตนเองของปัจเจกชนในอดีตโดยรัฐจะไม่เข้าไป เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นเรื่องกรณีพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกัน แต่เมื่อสังคมขยายตัวมากข้ึนหากรัฐปล่อยให้เอกชนโต้ตอบ กันเองมักก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และตามทฤษฎีสัญญาประชาคมของรุสโซ่ ซ่ึงวางหลักว่าประชาชนทุกคนมี สิทธิป้องกันตนเองจากภยันตรายที่มากระทบชีวิตร่างกายทรัพย์สินตลอดจนสิทธิอ่ืนๆได้ แต่ถ้าประชาชนทุกคน ต่างใช้ สทิ ธิในการป้องกนั พร้อม ๆ กันสังคมอาจเกิดความวุ่นวาย ดังนั้นจึงเกิดความยนิ ยอมพร้อมใจท่ีจะมอบสทิ ธิในการป้องกัน ภยั ให้แก่รัฐ โดยผ่านทางหน่วยงานในกระบวนการยุตธิ รรมขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปแนวความคิดท่ีจะให้รัฐรับผิดชอบในทุก เร่ืองทําให้รัฐต้องแบกภาระหนักเพิ่มข้ึนเรื่อยๆ ประเทศต่างๆจึงมีแนวความคิดว่าจะให้ภาคเอกชนดําเนินการบางอย่าง เพื่อเป็นการแบง่ เบาภาระของรฐั อยา่ งเช่นการรักษาความปลอดภัยภาคเอกชนเป็นต้น การรักษาความปลอดภัยภาคเอกชน (Private Security) ในภาษาอังกฤษอาจจะใช้อีกคําหนึ่งว่า Industrial Security หมายถึงการพิทักษ์รักษาหรือป้องกันทรัพย์สินมิให้สูญหายเสียหายหรือโยกย้ายไปโดยไม่ได้รับการยินยอมจาก เจ้าของ รวมท้ังการดูแลคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของบุคคล ความหมายของการรักษาความปลอดภัย เอกชนโดยท่ัวไปจึงหมายรวมถึงการรักษาความปลอดภัยบริษัทห้างร้านสํานักงานธนาคารโรงเรียนโรงพยาบาลสถานที่ สาธารณะสถานที่ขนสง่ ท่าเรือและทา่ อากาศยานเปน็ ตน้ การรักษาความปลอดภัยเอกชนแพร่ขยายไปยังสถานประกอบการของรัฐบาลธุรกิจเอกชนสถาบันการเงินรวม ตลอดถึงรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย นอกจากน้ีในประเทศไทยแล้วหน่วยงานทั้งหลายของสหรัฐอเมริกาก็มีพนักงานรักษา 3 พระราชบัญญตั ธิ ุรกจิ รกั ษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ตราขน้ึ โดย สภานติ บิ ัญญตั แิ ห่งชาติ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชติ ชล ชัย เป็นประธานสภา โดยพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดท้ รงลงพระปรมาภิไธยใหไ้ วเ้ มือ่ วันท่ี 31 ตลุ าคม พ.ศ. 2558 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรฐั มนตรี เปน็ ผลู้ งนามรบั สนองพระบรมราชโองการและได้มีการประกาศลงราชกิจจา นเุ บกษา เมอ่ื วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 โดยมีผลบังคบั ใชใ้ นอีก 120 วนั หลังจากประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ซึ่งตรงกับวันท่ี 4 มีนาคม พ.ศ. 2559 137


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook