ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพันธ์ ประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื น ขอ้ บงั คบั กรมประชาสมั พันธ์ ว่าด้วยจรรยาข้าราชการ กรมประชาสมั พนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อบงั คบั กรมประชาสัมพันธ์ วา่ ดว้ ยมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบวิชาชีพ ในกิจการกระจายเสยี งและกิจการโทรทศั น์ ของกรมประชาสมั พันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ กลมุ่ งานคมุ้ ครองจรยิ ธรรม กรมประชาสัมพันธ์ กกลมุ่ งานคมุ้ ครองจรยิ ธรรม
ก ่ลุมงาน ้คุมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพันธ์ คำนำ หนังสอื ประมวลจริยธรรมขา ราชการพลเรอื น ที่กลุมงานคุมครองจรยิ ธรรม กรมประชาสัมพันธจ ัดทาํ ขึ้นน้ี เพื่อใหขาราชการ พนกั งาน และลูกจาง ไดใชเ ปน คมู อื หรือแนวทางการปฏบิ ตั ิ เมื่อพบหรอื มกี ารกระทําผิดทางจริยธรรมข้ึน หรอื ในกรณที ่ี มขี อ สงสัยวาการกระทําดังกลา วเขา ขายการฝาฝนการกระทําผดิ ทางจรยิ ธรรมหรือไม อกี ท้ังยงั ไดใ ชประโยชนใ นการศกึ ษาสง เสริมความประพฤตปิ ฏบิ ัติตนเองใหถ ูกตอ ง ตามหลกั จริยธรรม เน้อื หาในหนงั สอื เลม นี้ประกอบดว ย ประมวลจรยิ ธรรมขาราชการพลเรือน ขอบงั คับกรมประชาสมั พันธว าดวยจรรยาขา ราชการกรมประชาสมั พันธ พ.ศ. ๒๕๕๒ และขอบังคบั กรมประชาสัมพันธว าดว ยมาตรฐานทางจรยิ ธรรมของการประกอบวชิ าชีพ ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทศั นข องกรมประชาสมั พันธ พ.ศ. ๒๕๕๕ อาํ นาจหนาทข่ี องคณะกรรมการจริยธรรม และของกลุมงานคุมครองจริยธรรม ขัน้ ตอนการรบั เร่อื งรอ งเรยี น กรณีพบการฝา ฝน ประมวลจรยิ ธรรม ในการน้ี ไดกําหนดชองทางในการแจง เรื่องรองเรยี นรองทกุ ข สาํ หรบั ผทู ่ี ไดร ับความเดอื ดรอนหรือเสียหายหรอื บุคคลใดท่พี บเห็นหรอื ทราบหรือสงสยั วา ขา ราชการ พนกั งาน และลกู จางในสังกดั ฝา ฝนจรยิ ธรรมตามประมวลจรยิ ธรรม ขาราชการพลเรือน สามารถแจงเรื่องรอ งเรยี น รองทกุ ข ไดตามชอ งทางทก่ี าํ หนด อาทิ เว็บไซตก ลมุ งานคมุ ครองจริยธรรม กลอ งรับเรอ่ื งรองเรียน หนังสือราชการ โทรศพั ท จดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส เปนตน กอปรกับไดป รบั ปรงุ ในสว นของคณะกรรมการจรยิ ธรรม ประจาํ กรมประชาสัมพันธและบคุ ลากรของกลุมงานคุมครองจริยธรรมใหเปน ปจจุบัน โดยเชือ่ วา ภายใตการบริหารของคณะกรรมการจริยธรรมประจํากรมประชาสมั พันธ และกลมุ งานคุมครองจริยธรรม กรมประชาสัมพนั ธ จะนาํ พาองคก ารไปสูเปา หมายไดส ําเร็จ หากมขี อ ผิดพลาดประการใด กลุมงานคมุ ครองจรยิ ธรรม ขออภัยมา ณ ที่น้ี และขอปรับปรงุ ใหด ีย่งิ ข้ึนในโอกาสตอ ไป กรมประชาสมั พันธ ขกลมุ่ งานคุม้ ครองจริยธรรม
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น สารบัญ หน้า ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ๑ ข้อบังคับกรมประชาสัมพันธว์ ่าดว้ ยจรรยาขา้ ราชการ ๑๙ กรมประชาสัมพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อบังคับกรมประชาสัมพนั ธว์ า่ ดว้ ยมาตรฐานทางจรยิ ธรรม ๒๕ ของการประกอบวิชาชีพ ในกจิ การกระจายเสยี ง และ กิจการโทรทัศน์ของกรมประชาสมั พันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ คำสั่งแต่งต้งั คณะกรรมการจรยิ ธรรมฯ ๓๘ คณะกรรมการจริยธรรม กปส. และอำนาจหนา้ ท่ี ๓๙ กลมุ่ งานคมุ้ ครองจริยธรรม กปส. และอำนาจหน้าท่ี ๔๑ ข้นั ตอนการรบั ข้อรอ้ งเรียนและวธิ ีพจิ ารณาข้อรอ้ งเรยี นเก่ยี วกับจริยธรรม ๔๓ แบบฟอร์มการเขียนข้อร้องเรียนการกระทำที่มกี ารฝา่ ฝนื จรยิ ธรรม ๔๔ ตามประมวลจริยธรรม กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ¤ กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ ประมวลจรยิ ธรรม ข้าราชการพลเรอื น 1กลมุ่ งานค้มุ ครองจริยธรรม
ก ่ลุมงาน ้คุมครองจ ิรยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น คำปรารภ โดยที่รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ กำหนดให้มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมท่ีกำหนดขึ้น โดยจะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงาน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ รวมท้ังกำหนดขั้นตอนการลงโทษ ตามความร้ายแรงแห่งการ กระทำ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ถือว่าเป็นการ กระทำผิดทางวินยั ก.พ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนได้ พิจารณาโดยถี่ถ้วนแล้วเห็นว่า ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกตำแหน่งมีหน้าที่ ท่ีต้องปฏิบัติเพ่ือให้ราชการแผ่นดินในส่วนท่ีตนรับผิดชอบเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ สังคม ดังน้ัน การใช้อำนาจเพื่อให้หน้าท่ีท่ีตนรับผิดชอบลุล่วง ข้าราชการพลเรือน ทง้ั ปวงจึงต้องมคี ุณธรรม ซ่งึ เป็นการอันพึงทำ เพราะนำประโยชนใ์ หเ้ กิดแกส่ ว่ นรวม และตนเอง และศีลธรรมซึ่งเป็นการอันพึงเว้น เพราะเป็นโทษแก่ส่วนรวมและ ตนเองประกอบกนั ขน้ึ เป็นจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรือน อนั เป็นความประพฤตทิ ดี่ งี าม สมกับความเปน็ ข้าราชการ อน่ึง มาตรา ๒๘๐ ใหผ้ ู้ตรวจการแผ่นดนิ มีอำนาจหนา้ ท่ีเสนอแนะหรือให้ คำแนะนำในการจัดทำหรือปรับปรุงประมวลจริยธรรมตามมาตรา ๒๗๙ และ ส่งเสริมให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองข้าราชการและเจ้าหน้าท่ีของรัฐ มีจิตสำนึก ในด้านจริยธรรม รวมท้ังมีหน้าที่รายงานการกระทำท่ีมีการฝ่าฝืนประมวล จริยธรรมเพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบในการบังคับการให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม ดำเนินการบงั คับให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมตามมาตรา ๒๗๙ ดังน้ัน บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกตำแหน่งจึงมีหน้าที่ ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพ่ือรักษาประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ มีความเป็นกลางทางการเมือง อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชน ตามหลักธรรมาภิบาล โดยจะต้องยึดมั่นในค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรม 2 กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัม ัพน ์ธ สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ๙ ประการของ สำนกั งานผู้ตรวจการแผ่นดิน ดงั น้ี (๑) การยึดมั่นในคุณธรรมและจรยิ ธรรม (๒) การมจี ิตสำนึกที่ดี ซ่ือสัตย์ สจุ รติ และรับผดิ ชอบ (๓) การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและ ไมม่ ผี ลประโยชนท์ ับซอ้ น (๔) การยนื หยดั ทำในสิง่ ทถ่ี กู ตอ้ ง เปน็ ธรรม และถูกกฎหมาย (๕) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และ ไมเ่ ลอื กปฏิบัติ (๖) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และ ไม่บดิ เบือนขอ้ เท็จจรงิ (๗) การมุ่งผลสัมฤทธ์ิของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และ ตรวจสอบได ้ (๘) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมขุ (๙) การยดึ มัน่ ในหลักจรรยาวิชาชีพขององคก์ ร เพ่ือให้เป็นไปตามความในมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประกอบค่านิยมหลักสำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองและเจ้าหน้าท่ีของรัฐ อันผู้ตรวจการแผ่นดินได้ให้คำแนะนำให้ หน่วยงานทั้งหลายถือปฏิบัติ ก.พ. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงกำหนด มาตรฐานทางจริยธรรมข้ึนเป็นประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน เพื่อให้ ขา้ ราชการท้งั หลายเกิดสำนึกลกึ ซึง้ และเท่ียงธรรมในหนา้ ท่ี ผดงุ เกียรติและศักดิ์ศรี ข้าราชการควรแก่ความไว้วางใจและเช่ือม่ันของปวงชน และดำรงตนต้ังม่ันเป็น แบบอย่างที่ดีงาม สมกับความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นตัวอย่างแห่งธรรมจรรยาอันสูงสุดเพื่อใช้บังคับเป็นมาตรฐานกลางไว้ ดังต่อไปนี ้ 3กล่มุ งานคมุ้ ครองจรยิ ธรรม
ก ่ลุมงาน ้คุมครองจ ิรยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น หมวด ๑ บททั่วไป ขอ้ ๑ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วัน ครบเกา้ สิบวัน นบั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๒ ในประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื นน้ี “ประมวลจริยธรรม” หมายความว่า ประมวลจริยธรรมข้าราชการ พลเรอื น ฉบับน้ ี “ขา้ ราชการ” หมายความวา่ ขา้ ราชการพลเรอื น พนักงานราชการ และ ลกู จา้ งในสังกัดราชการพลเรือน “หัวหน้าส่วนราชการ” หมายความรวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีท่ี เป็นขา้ ราชการสว่ นภูมิภาค “คณะกรรมการจริยธรรม” หมายความว่า คณะกรรมการจริยธรรม ประจำสว่ นราชการ “ของขวัญ” หมายความว่า ของขวัญตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือกฎหมายเกี่ยวกับการขัดกัน ระหว่างประโยชนส์ ว่ นบุคคลและประโยชนส์ ว่ นรวม หมวด ๒ จรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื น ขอ้ ๓ ข้าราชการต้องยึดม่ันในจริยธรรมและยืนหยัดกระทำในส่ิงที ่ ถกู ต้องและเปน็ ธรรม โดยอยา่ งน้อยต้องวางตน ดังน ี้ (๑) ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมอย่างตรงไปตรงมา และไม่กระทำการ เลี่ยงประมวลจริยธรรมนี้ ในกรณีท่ีมีข้อสงสัยหรือมีผู้ทักท้วงว่าการกระทำใดของ ข้าราชการอาจขัดประมวลจริยธรรม ข้าราชการต้องไม่กระทำการดังกล่าว หรือ 4 กรมประชาสมั พันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัม ัพน ์ธ หากกำลังกระทำการดังกล่าว ต้องหยุดกระทำการ และส่งเรื่องให้คณะกรรมการ จรยิ ธรรมพจิ ารณาวินจิ ฉยั ในกรณีท่ีคณะกรรมการจรยิ ธรรมวนิ จิ ฉัยว่าการกระทำนัน้ ขัดประมวลจริยธรรม ข้าราชการจะกระทำการนั้นมิได้ (๒) เม่ือรู้หรือพบเห็นการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมน้ี ข้าราชการมีหน้าท่ี ต้องรายงานการฝ่าฝืนดังกล่าวพร้อมพยานหลักฐาน (หากมี) ต่อหัวหน้า สว่ นราชการและหรอื คณะกรรมการจรยิ ธรรมโดยพลนั ในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้ฝ่าฝืนจริยธรรมต้องรายงานต่อ ปลัดกระทรวง หรือผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นข้ึนไปของหัวหน้าส่วนราชการนั้นแล้ว แตก่ รณี และหรือคณะกรรมการจริยธรรม (๓) ต้องรายงานการดำรงตำแหน่งท้ังท่ีได้รับค่าตอบแทนและไม่ได้รับ ค่าตอบแทนในนิติบุคคล ซ่ึงมิใช่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอ่ืนของรัฐ และกิจการท่ีรัฐถือหุ้นใหญ่ ต่อหัวหน้า ส่วนราชการและคณะกรรมการจริยธรรม ในกรณีท่ีการดำรงตำแหน่งนั้นๆ อาจ ขดั แยง้ กับการปฏิบตั หิ น้าท่ีหรอื อาจทำใหก้ ารปฏบิ ตั ิหนา้ ทเี่ สียหาย ความในข้อนี้ให้ใช้บังคับกับการเป็นลูกจ้าง การรับจ้างทำของ การเป็น ตวั แทน การเปน็ นายหน้า และการมีนิตสิ มั พนั ธ์อื่นในทำนองเดยี วกันดว้ ย (๔) ในกรณีท่ีข้าราชการเข้าร่วมประชุมและพบว่ามีการกระทำซึ่งมี ลักษณะตาม (๒) ของข้อน้ี หรือมีการเสนอเร่ือง ซึ่งมีลักษณะตาม (๒) ของข้อนี้ ผ่านข้าราชการ ข้าราชการมีหน้าท่ีต้องคัดค้านการกระทำดังกล่าว และบันทึกการ คดั ค้านของตนไว้ในรายงานการประชุมหรอื ในเรอื่ งนัน้ แลว้ แตก่ รณี ข้อ ๔ ข้าราชการต้องมีจิตสำนึกที่ดีและความรับผิดชอบต่อหน้าท่ี เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได ้ โดยอยา่ งน้อยตอ้ งวางตน ดงั น้ี (๑) อุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานในหน้าท่ีด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และเต็มกำลังความสามารถท่ีมีอยู่ ในกรณีท่ีต้องไปปฏิบัติงานอื่นของรัฐด้วย จะตอ้ งไม่ทำใหง้ านในหนา้ ทเ่ี สียหาย (๒) ละเวน้ จากการกระทำทั้งปวงทจ่ี ะก่อให้เกดิ ความเสียหายตอ่ ตำแหนง่ 5กล่มุ งานค้มุ ครองจริยธรรม
ก ่ลุมงาน ้คุมครองจ ิรยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น หน้าท่ีของตน หรือของข้าราชการอื่น ไม่ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการอื่นโดยมิชอบ (๓) ใชด้ ลุ พนิ ิจและตัดสนิ ใจในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ด้วยความรู้ ความสามารถ เยี่ยงท่ีปฏิบัติในวิชาชีพ ตรงไปตรงมา ปราศจากอคติส่วนตน ตามข้อมูลพยาน หลกั ฐานและความเหมาะสม ของแต่ละกรณี (๔) เม่ือเกิดความผิดพลาดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องรีบแก้ไขให้ ถกู ต้อง และแจ้งใหห้ วั หนา้ สว่ นราชการทราบโดยพลนั (๕) ไม่ขัดขวางการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีหน้าท่ีตรวจสอบตาม กฎหมายหรือประชาชน ต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตาม กฎหมายหรือประชาชนในการตรวจสอบโดยให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วน เม่ือไดร้ บั คำรอ้ งขอในการตรวจสอบ (๖) ไม่สั่งราชการด้วยวาจาในเร่ืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ราชการ ในกรณีท่ีสั่งราชการด้วยวาจาในเรื่องดังกล่าว ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบันทึก เร่ืองเปน็ ลายลักษณอ์ ักษรตามคำสัง่ เพ่ือให้ผู้สงั่ พิจารณาส่ังการต่อไป ข้อ ๕ ข้าราชการต้องแยกเร่ืองส่วนตัวออกจากตำแหน่งหน้าท่ี และ ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ เหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน โดย อยา่ งน้อยต้องวางตน ดังน ี้ (๑) ไม่นำความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ตนมีต่อบุคคลอ่ืน ไม่ว่าจะเป็นญาติ พ่ีน้อง พรรคพวก เพ่ือนฝูง หรือผู้มีบุญคุณส่วนตัว มาประกอบการใช้ดุลพินิจให้ เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลน้ัน หรือปฏิบัติต่อบุคคลนั้นต่างจากบุคคลอื่นเพราะ ชอบหรือชงั (๒) ไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร บริการ หรือสิ่งอำนวย ความสะดวกของทางราชการไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่ ไดร้ บั อนญุ าตโดยชอบด้วยกฎหมาย (๓) ไม่กระทำการใด หรือดำรงตำแหนง่ หรือปฏิบัติการใดในฐานะสว่ นตวั ซ่ึงก่อให้เกิดความเคลือบแคลง หรือสงสัยว่าจะขัดกับประโยชน์ส่วนรวมที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของหน้าท่ี 6 กรมประชาสมั พนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัม ัพน ์ธ ในกรณีมีความเคลือบแคลงหรือสงสัย ให้ข้าราชการผู้นั้นยุติการกระทำ ดังกลา่ วไว้ก่อน แล้วแจง้ ใหผ้ ู้บังคบั บญั ชา หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการ จริยธรรมพิจารณา เม่ือคณะกรรมการจริยธรรมวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วจึง ปฏิบตั ติ ามนัน้ (๔) ในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบในหน่วยงานโดยตรงหรือหน้าท่ีอ่ืน ในราชการ รฐั วสิ าหกจิ องคก์ ารมหาชน หรือหนว่ ยงานของรัฐ ข้าราชการต้องยดึ ถือ ประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ในกรณีท่ีมีความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ของ ทางราชการ หรือประโยชน์ส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม อันจำเป็น ต้องวินิจฉัยหรือช้ีขาด ต้องยึดประโยชน์ของทางราชการและประโยชน์ส่วนรวม เป็นสำคญั ข้อ ๖ ข้าราชการต้องละเว้นจากการแสวงประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัย ตำแหน่งหน้าที่ และไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตน และประโยชน์สว่ นรวม โดยอยา่ งน้อยตอ้ งวางตน ดงั น ี้ (๑) ไมเ่ รยี ก รบั หรือยอมจะรบั หรือยอมให้ผู้อื่นเรียก รบั หรือยอมจะรับ ซ่ึงของขวัญ แทนตนหรือญาติของตน ไม่ว่าก่อนหรือหลังดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติ หน้าท่ีไม่ว่าจะเก่ียวข้องหรือไม่เก่ียวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ เปน็ การใหโ้ ดยธรรมจรรยา หรอื เปน็ การให้ตามประเพณีหรือใหแ้ ก่บุคคลทว่ั ไป (๒) ไม่ใช้ตำแหน่ง หรือกระทำการที่เป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่บุคคลใด เพราะมีอคต ิ (๓) ไม่เสนอ หรืออนุมัติโครงการ การดำเนินการ หรือการทำนิติกรรม หรือสัญญา ซึ่งตนเองหรือบุคคลอ่ืนจะได้ประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วย กฎหมายหรือประมวลจริยธรรมน ี้ ข้อ ๗ ข้าราชการต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อยา่ งตรงไปตรงมา โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดงั น้ี (๑) ไม่ละเมิดรฐั ธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบงั คับหรือมตคิ ณะรัฐมนตรีที่ ชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีมีข้อสงสัย หรือมีข้อทักท้วงว่าการกระทำไม่ชอบด้วย 7กลุม่ งานค้มุ ครองจรยิ ธรรม
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น รัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้าราชการต้องแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการและคณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา และจะดำเนินการต่อไปได้ตอ่ เมอ่ื ได้ขอ้ ยตุ ิจากหน่วยงานทม่ี อี ำนาจหนา้ ท่ีแล้ว (๒) ในกรณีที่เห็นว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชา หรือการดำเนินการใดที่ตนมี ส่วนเก่ยี วขอ้ งไมช่ อบดว้ ยรฐั ธรรมนญู กฎหมาย กฎ หรอื ข้อบังคบั ต้องทักท้วงเป็น ลายลักษณอ์ ักษรไว้ (๓) ในกรณีที่เห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องทำเรื่อง เสนอใหห้ ัวหน้าส่วนราชการพจิ ารณา และสง่ เรอื่ งให้สำนกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี ดำเนินการให้ได้ข้อยตุ ทิ างกฎหมายตอ่ ไป (๔) ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องว่างของกฎหมายท่ีอยู่ใน ความรับผิดชอบของตน เพ่ือประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น และต้องเร่งแก้ไข ช่องวา่ งดังกล่าวโดยเรว็ (๕) ไม่ยอมให้บุคคลอื่นอาศัยช่ือตนเองถือครองทรัพย์สิน สิทธิ หรือ ประโยชน์อื่นใดแทนบุคคลอื่น อันเป็นการเล่ียงกฎหมาย หรือใช้ชื่อบุคคลอ่ืน ถอื ครองส่ิงดงั กลา่ วแทนตนเพอื่ ปกปิดทรัพยส์ ินของตน (๖) เม่ือทราบว่ามีการละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในส่วนราชการ ของตนหวั หน้าสว่ นราชการต้องดำเนินการที่จำเปน็ เพ่ือใหเ้ กดิ การเคารพกฎหมาย ข้ึนโดยเรว็ (๗) เมอ่ื ไดร้ ับคำร้อง หรอื คำแนะนำจากผตู้ รวจการแผน่ ดนิ หรอื หน่วยงาน อ่ืนว่ากฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการของตน สร้างภาระเกินสมควรแก่ประชาชน หรือสร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ต้องดำเนนิ การทบทวนกฎหมาย กฎ หรือข้อบงั คับ ดังกลา่ วโดยเรว็ ขอ้ ๘ ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความเที่ยงธรรม เป็นกลาง ทางการเมือง ให้บริการแก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยท่ีดี และไม่เลือกปฏิบัติ โดยไมเ่ ป็นธรรม โดยอย่างน้อยตอ้ งวางตน ดงั น ้ี (๑) ปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วง โดยไม่หลีกเลี่ยง ละเลย หรือละเว้นการใช้ อำนาจเกินกวา่ ท่ีมีอยตู่ ามกฎหมาย 8 กรมประชาสมั พันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๒) ปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการอ่ืน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ และสิทธิเสรีภาพของบุคคล ไม่กระทำการให้กระทบสิทธิเสรีภาพของ บุคคลหรือกอ่ ภาระ หรอื หนา้ ที่ใหบ้ ุคคลโดยไมม่ อี ำนาจตามกฎหมาย (๓) ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดี ปราศจากอคติ และ ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลผู้มาติดต่อโดยไม่เป็นธรรมในเรื่องถ่ิน กำเนดิ เช้อื ชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพกิ าร สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะ ของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกจิ หรือสงั คม ความเชือ่ ทางศาสนา การศึกษา อบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เว้นแต่จะดำเนินการตาม มาตรการท่ีรัฐกำหนดข้ึน เพื่อขจัดอุปสรรค หรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิ และเสรภี าพไดเ้ ชน่ เดยี วกบั บคุ คลอน่ื หรอื เปน็ การเลอื กปฏบิ ตั ทิ ม่ี เี หตผุ ล เปน็ ธรรม และเปน็ ทย่ี อมรบั กันท่ัวไป (๔) ละเว้นการให้สัมภาษณ์ การอภิปราย การแสดงปาฐกถา การบรรยาย หรือการวิพากษ์วิจารณ์ อันกระทบต่อความเป็นกลางทางการเมือง เว้นแตเ่ ป็นการแสดงความเห็นทางวชิ าการตามหลกั วชิ า (๕) ไม่เอื้อประโยชน์เป็นพิเศษให้แก่ญาติพี่น้อง พรรคพวก เพื่อนฝูงหรือ ผมู้ ีบญุ คุณและตอ้ งปฏบิ ตั ิหน้าท่ี ด้วยความเทย่ี งธรรมไม่เห็นแก่หนา้ ผใู้ ด (๖) ไม่ลอกหรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้เป็นของตนเองโดยมิได้ระบุ แหลง่ ทม่ี า ข้อ ๙ ข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของ ทางราชการอย่างเคร่งครัดและรวดเร็ว ไม่ถ่วงเวลาให้เน่ินช้าและใช้ข้อมูล ข่าวสารท่ีได้มาจากการดำเนินงานเพื่อการในหน้าที่และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ทันการณ์ และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังน ี้ (๑) ไม่ใช้ข้อมูลท่ีได้มาจากการดำเนินงานไปเพ่ือการอื่น อันไม่ใช่การ ปฏิบัตหิ นา้ ท่ี โดยเฉพาะอย่างย่ิงเพ่อื เอ้อื ประโยชนแ์ ก่ตนเองหรอื บุคคลอนื่ (๒) ชี้แจง แสดงเหตุผลที่แท้จริงอย่างครบถ้วนในกรณีท่ีกระทำการอัน กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพบุคคลอื่น ไม่อนุญาต หรือไม่อนุมัติตามคำขอของ 9กลุ่มงานคุม้ ครองจริยธรรม
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น บุคคล หรือเมื่อบุคคลร้องขอตามกฎหมาย เว้นแต่การอันคณะกรรมการวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้กำหนด ยกเว้นไว้ ทงั้ นี้ จะต้องดำเนนิ การภายในสบิ หา้ วันทำการนับแตก่ ระทำการดงั กล่าว หรือได้รบั การรอ้ งขอ ข้อ ๑๐ ข้าราชการต้องมุ่งผลสัมฤทธ์ิของงาน รักษาคุณภาพและ มาตรฐานแหง่ วิชาชีพโดยเคร่งครัด โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังน ้ี (๑) ปฏิบัติงานโดยมุ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้เกิดผลดี ที่สุดจนเต็มกำลังความสามารถ (๒) ใช้งบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิและประโยชน์ที่ทางราชการจัดให้ ด้วยความประหยดั คมุ้ ค่า ไมฟ่ มุ่ เฟือย (๓) ใช้ความรู้ความสามารถ ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ตามคณุ ภาพและมาตรฐานวชิ าชพี โดยเครง่ ครดั ขอ้ ๑๑ ข้าราชการต้องยึดม่ันในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ โดยอย่างนอ้ ยต้องวางตน ดงั น ี้ (๑) ไม่แสดงการต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือสนับสนุนให้นำการปกครองในระบอบอื่นท่ี ไมม่ พี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ มาใช้ในประเทศไทย (๒) จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และไม่ละเมิดองค์พระมหากษัตริย์ พระราชนิ ีและพระรชั ทายาทไม่วา่ ทางกาย หรือทางวาจา ข้อ ๑๒ ข้าราชการต้องเป็นแบบอย่างท่ีดีในการดำรงตน รักษา ชอ่ื เสยี งและภาพลกั ษณ์ของราชการโดยรวม โดยอยา่ งน้อยตอ้ งวางตน ดังน ้ี (๑) ไม่ละเมิดหลักสำคัญทางศีลธรรม ศาสนา และประเพณี ในกรณีที่มี ข้อขัดแย้งระหว่างประมวลจริยธรรมน้ีกับหลักสำคัญทางศีลธรรม ศาสนา หรือ ประเพณี ขา้ ราชการต้องเสนอเร่ืองให้คณะกรรมการจรยิ ธรรมพจิ ารณาวนิ ิจฉัย (๒) หัวหน้าส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาในส่วนราชการทุกระดับชั้น ต้องปกครองผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความเท่ียงธรรม โดยไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ 10 กรมประชาสมั พันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ หรือบุญคุณส่วนตัว และควบคุมให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรมโดยเครง่ ครัด (๓) หัวหน้าส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาในส่วนราชการทุกระดับช้ัน ต้องสนับสนุน ส่งเสริมและยกย่องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาท่ีมีความซ่ือสัตย์ มีผลงาน ดีเด่น มีความรู้ความสามารถ และขยันขันแข็งไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และยึดมั่นใน ระบบคณุ ธรรม (๔) ไม่กระทำการใดอันอาจนำความเสื่อมเสียและไม่ไว้วางใจให้เกิดแก่ สว่ นราชการ หรอื ราชการโดยรวม หมวด ๓ กลไกและระบบการบงั คับใช้ประมวลจรยิ ธรรม ส่วนที่ ๑ องคก์ รคมุ้ ครองจรยิ ธรรม ข้อ ๑๓ ก.พ. มีหน้าที่ควบคุมกำกับให้มีการปฏิบัติตามประมวล จริยธรรมอยา่ งท่ัวถงึ และจรงิ จัง โดยมีอำนาจหน้าท่ี ดังนี้ (๑) วางระเบียบเพ่ือกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การใช้บังคับ ประมวลจรยิ ธรรม (๒) คุ้มครองและประกันความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมของคณะกรรมการ จริยธรรมและกลุ่มงานคุม้ ครองจรยิ ธรรม (๓) คุ้มครองข้าราชการซ่ึงปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมน้ีอย่างตรงไป ตรงมา มิให้ผบู้ ังคบั บญั ชาใชอ้ ำนาจโดยไมเ่ ปน็ ธรรมต่อข้าราชการผนู้ ้ัน (๔) เผยแพร่และปลูกฝังจริยธรรมให้เป็นที่รับทราบอย่างกว้างขวางท้ังใน หม่ขู า้ ราชการและประชาชน (๕) ส่งเสริมและยกย่องส่วนราชการ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชา และขา้ ราชการ ทีป่ ฏิบัตติ ามประมวลจรยิ ธรรมอยา่ งจริงจงั กลุ่มงานคุ้มครองจรยิ ธรรม 11
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น (๖) ติดตาม สอดส่องการใช้บังคับ และการปฏิบัติตามประมวล จริยธรรมนี้ ในกรณีมีการฝ่าฝืนจริยธรรมและยังไม่มีการดำเนินการใด ก.พ.อาจ มีมตใิ หห้ ัวหนา้ ส่วนราชการของข้าราชการผู้ฝา่ ฝนื ปฏบิ ัติตามประมวลจริยธรรมได้ (๗) ประสานงานกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เพ่ือให้การปฏิบัติตามค่านิยม หลักสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนประมวล จริยธรรมนม้ี ีผลใช้บังคับอย่างจรงิ จงั มปี ระสิทธภิ าพและท่วั ถงึ (๘) ประเมินผลการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมน้ี ของหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ จรยิ ธรรม และขา้ ราชการท้ังปวง และจดั ทำรายงานประจำปีเสนอ คณะรัฐมนตรี และผ้ตู รวจการแผ่นดิน แล้วเผยแพร่ใหป้ ระชาชนทราบ (๙) ตคี วาม และวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดปญั หาอันเกดิ จากประมวลจริยธรรมน ี้ (๑๐) ประมวลการตีความและวินิจฉัยปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับ ประมวลจริยธรรมนี้ทุกปี และเผยแพร่ให้ข้าราชการทราบเพ่ือยึดถือและเป็น แนวทางปฏิบัตติ ่อไป (๑๑) ทบทวนว่าสมควรแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลจริยธรรมน้ีหรอื ไม่ทกุ สีป่ ี (๑๒) ดำเนินการอื่นตามประมวลจริยธรรมน้ี หรือตามท่ีจะตกลงกับ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ข้อ ๑๔ ให้ ก.พ. โดยข้อเสนอของหัวหน้าส่วนราชการ แต่งตั้งคณะ กรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการข้ึน เพ่ือควบคุม กำกับให้มีการปฏิบัติ ตามประมวลจริยธรรมน้ี คณะกรรมการจรยิ ธรรมประกอบดว้ ย (๑) ประธานกรรมการ ซ่ึงหัวหน้าส่วนราชการเสนอจากผู้ทรงคุณวุฒิ ภายนอกผู้มี ความซ่ือสตั ย์เป็นประจักษ์โดยไดร้ ับความเหน็ ชอบจาก ก.พ. (๒) กรรมการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารหรือประเภทอำนวยการ เลอื กกันเอง ให้เหลือสองคน (๓) กรรมการสองคนซ่ึงเป็นข้าราชการในส่วนราชการที่ได้รับคัดเลือก จากข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างของส่วนราชการนั้น ตามวิธีการ ดำเนินการทีแ่ ต่ละส่วนราชการเห็นสมควร 12 กรมประชาสมั พนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกสองคน ซ่ึงหัวหน้าส่วนราชการและ รองหวั หน้าส่วนราชการรว่ มกันเสนอ ให้หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมเป็นเลขานุการคณะกรรมการ จริยธรรมกรรมการจริยธรรมต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย และเป็นผู้มีเกียรติ เ ป็นทย่ี อมรับของส่วนราชการน้นั ข้อ ๑๕ คณะกรรมการจริยธรรมมีอำนาจหน้าที่ ดังน้ี (๑) ควบคุม กำกับ ส่งเสริมและให้คำแนะนำในการใช้บังคับประมวล จรยิ ธรรมน้ีในสว่ นราชการ (๒) สอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมในส่วนราชการ ในกรณีที่มีข้อสงสัย หรือมีข้อร้องเรียนว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรม ให้ส่งเร่ืองให้ หัวหน้าส่วนราชการเพื่อปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมน้ีโดยเร็ว (๓) พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับประมวล จริยธรรมน้ีในส่วนราชการ เม่ือได้วินิจฉัยแล้วให้ส่งคำวินิจฉัยให้ ก.พ. โดยพลัน ถ้า ก.พ. มิได้วินิจฉัยเป็นอย่างอื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ก.พ. รับเรื่อง ใหค้ ำวินจิ ฉยั ของคณะกรรมการจริยธรรมเปน็ ทส่ี ุด (๔) ส่งเรื่องให้ ก.พ.พิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่เห็นว่าเร่ืองน้ันเป็นเร่ือง สำคัญหรือมีผลกระทบในวงกว้างหลายส่วนราชการ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของ ก.พ. หรือผตู้ รวจการแผ่นดิน (๕) คุ้มครองและประกันความเป็นอิสระและเท่ียงธรรมของกลุ่มงาน คุ้มครองจริยธรรมของสว่ นราชการ (๖) คุ้มครองข้าราชการซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมน้ีอย่างตรงไป ตรงมา มิใหผ้ ู้บังคบั บญั ชาใช้อำนาจโดยไม่เปน็ ธรรมตอ่ ข้าราชการผ้นู ้ัน (๗) เสนอผลการประเมินการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ของหัวหน้า ส่วนราชการ ต่อ ก.พ. และประเมินผลการปฏิบัติงานของกลุ่มงานคุ้มครอง จริยธรรมของส่วนราชการเพ่ือเสนอ หัวหน้าส่วนราชการเพื่อประกอบการเลื่อน เงินเดอื น หรอื เลือ่ นตำแหน่งขา้ ราชการในกล่มุ งาน กล่มุ งานค้มุ ครองจริยธรรม 13
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น (๘) เสนอแนะการแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลจริยธรรมน้ี หรือการอื่นที่ เห็นสมควรต่อ ก.พ. (๙) ดำเนินการอื่นตามประมวลจริยธรรมนี้ หรือตามที่ ก.พ. มอบหมาย การประชุมคณะกรรมการจริยธรรมให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทาง ปกครอง มาใชบ้ ังคับ ข้อ ๑๖ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารส่วนราชการต้ังแต่ผู้ดำรง ตำแหน่งประเภทบริหาร ประเภทอำนวยการ หรือดำรงตำแหน่งประเภทอ่ืนที่ ทำหน้าท่ีเป็นผู้บังคับบัญชามีหน้าท่ีปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมน้ี และ ประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ควบคุมให้ผู้อยู่ใต้ บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ สนับสนุนส่งเสริมผู้อยู่ใต้บังคับ บัญชาที่มีความซ่ือสัตย์ มีผลงานและความรู้ความสามารถ และปฏิบัติตาม ประมวลจริยธรรมนี้ โดยใหม้ อี ำนาจหน้าท่ี ดงั ต่อไปน ้ี (๑) คุ้มครองและประกันความเป็นอิสระและเท่ียงธรรมของกลุ่มงาน ค้มุ ครองจรยิ ธรรมของส่วนราชการ (๒) คุ้มครองข้าราชการซ่ึงปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไป ตรงมา มิให้ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมในกรณีท่ีหัวหน้า ส่วนราชการผู้บริหารส่วนราชการต้ังแต่ประเภทอำนวยการขึ้นไป ถูกข้าราชการ ผู้ใดกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ ข้าราชการผู้ถูกกล่าวหานั้น ไม่อาจดำเนินการเก่ียวกับการออกคำสั่งแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน แต่งตั้ง คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย หรือการ ดำเนินการใดท่ีเป็นผลร้ายหรือกระทบต่อสิทธิหน้าท่ีของข้าราชการผู้กล่าวหาน้ัน จะกระทำมิได้เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมประจำ สว่ นราชการแลว้ (๓) สง่ เสรมิ และเผยแพร่การปฏิบตั ติ ามประมวลจริยธรรมนอ้ี ยา่ งสมำ่ เสมอ (๔) ติดตามสอดส่องให้ข้าราชการในส่วนราชการปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรมน้อี ย่างเคร่งครัด (๕) ปฏิบัติตามมติหรือคำวินิจฉัย ก.พ. หรือคณะกรรมการจริยธรรม คำแนะนำของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในกรณีท่ีคณะกรรมการจริยธรรมมีคำวินิจฉัยใด 14 กรมประชาสมั พนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ และหัวหน้าสว่ นราชการไมเ่ ห็นพอ้ งดว้ ยกับคำวินจิ ฉัยนน้ั ใหเ้ สนอความเห็นของตน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมไปให้ ก.พ. วินิจฉัยได้ เว้นแต่กรณีน้ัน มีคำวนิ จิ ฉยั ของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรอื ก.พ. วนิ จิ ฉยั เสรจ็ เด็ดขาดไว้แลว้ (๖) รวบรวมปัญหาการปฏบิ ตั ิตามประมวลจริยธรรมน้ี และข้อเสนอแนะ ในการปรบั ปรงุ ประมวลจริยธรรมนี้ หรือการอ่ืนตามท่ีเห็นสมควรเสนอต่อ ก.พ. (๗) ดำเนนิ การอ่ืนตามประมวลจรยิ ธรรมน้ี หรอื ตามที่ผูต้ รวจการแผ่นดิน หรือ ก.พ. มอบหมาย ขอ้ ๑๗ ให้จัดต้ังกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้นในทุกส่วนราชการข้ึน ตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ มีหน้าท่ีคุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมน้ี ซ่งึ มีความเปน็ อสิ ระ โดยมขี ้าราชการ ซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดบั ต้น ข้ึนไปเปน็ หวั หน้ากลมุ่ และมีอำนาจหนา้ ที่ ดงั ต่อไปนี ้ (๑) ดำเนินการเผยแพร่ ปลูกฝัง ส่งเสริม ยกย่องข้าราชการที่เป็น แบบอย่างที่ดี และติดตามสอดส่องการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมน้ีอย่าง สม่ำเสมอ (๒) สืบสวนข้อเท็จจริงการฝ่าฝืนจริยธรรมเพื่อรายงานผลให้หัวหน้า ส่วนราชการพิจารณา ทั้งน้ี โดยอาจมีผู้ร้องขอหรืออาจดำเนินการตามที่หัวหน้า ส่วนราชการมอบหมาย หรอื ตามทเี่ หน็ สมควรกไ็ ด้ (๓) ให้ความช่วยเหลือและดูแลข้าราชการซึ่งปฏิบัติตามประมวล จริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมา มิให้ถูกกล่ันแกล้งหรือถูกใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม ให้นำความในข้อ ๑๖ (๒) มาใช้กับข้าราชการในกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมด้วย โดยอนุโลม โดยให้ ก.พ. เปน็ ผ้ใู หค้ วามเหน็ ชอบ (๔) ทำหน้าท่ีฝ่ายเลขานกุ ารของคณะกรรมการจรยิ ธรรมประจำสว่ นราชการ (๕) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในประมวลจริยธรรมนี้ หรือตามที่ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจริยธรรม หรือตามที่ ก.พ. มอบหมาย ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อความเปน็ อสิ ระของผดู้ ำรงตำแหนง่ ในกลมุ่ งานดังกล่าว กลมุ่ งานคุ้มครองจรยิ ธรรม 15
ก ่ลุมงาน ้คุมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ส่วนท่ี ๒ ระบบการบงั คับใชป้ ระมวลจรยิ ธรรม ขอ้ ๑๘ การฝ่าฝืนจริยธรรมตามความในหมวด ๒ ของประมวล จริยธรรมน้ีเป็นความผิดวินัย ตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงาน ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ หรอื ระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าด้วย ลูกจา้ งประจำของ สว่ นราชการ พ.ศ. ๒๕๓๗ แล้วแต่กรณี ขอ้ ๑๙ เม่ือมีกรณีการฝ่าฝืนจริยธรรม ผู้บังคับบัญชาอาจส่ังลงโทษ ทางวินัย ว่ากล่าว ตักเตือน ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือสั่งให้ได้รับการพัฒนา ตามทเ่ี ห็นสมควร ขอ้ ๒๐ ให้หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจริยธรรม และ ก.พ. สง่ เสรมิ จรยิ ธรรมข้าราชการ โดยอย่างน้อยตอ้ งดำเนนิ การ ดังนี ้ (๑) ในการบรรจุแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน ย้ายหรือโอนข้าราชการ ให้ใช้ พฤตกิ รรมทางจรยิ ธรรมของผู้น้ันพิจารณาควบคู่กับความรคู้ วามสามารถ (๒) ปลูกฝังจริยธรรมให้ข้าราชการใหม่ จัดให้ข้าราชการลงลายมือช่ือรับ ทราบประมวลจริยธรรม จัดให้มีสมุดบันทึกประวัติในส่วนท่ีเก่ียวกับจริยธรรมของ ข้าราชการแต่ละคน รวมทั้งจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมผู้บริหาร และ ข้าราชการอย่างสม่ำเสมอ (๓) ประเมินการปฏบิ ตั ติ ามประมวลจริยธรรมของข้าราชการ (๔) คมุ้ ครองข้าราชการผู้ปฏบิ ัตติ ามประมวลจรยิ ธรรมนีอ้ ย่างเพยี งพอ (๕) ยกย่องข้าราชการและส่วนราชการท่ีถือปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรมน้โี ดยเคร่งครดั (๖) ตอบขอ้ สงสัยหรอื คำถามเกยี่ วกบั การปฏิบตั ติ ามประมวลจริยธรรมน ้ี (๗) จัดให้มีการศึกษาค่านิยมท่ีเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรมน้ี และดำเนนิ การแก้ไขปรบั เปล่ยี นค่านิยมนน้ั 16 กรมประชาสมั พันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๘) เผยแพรใ่ หป้ ระชาชน ผูเ้ ป็นคู่สมรส ญาติ พ่ีนอ้ ง พรรคพวกเพื่อนฝูง ของข้าราชการ ตลอดจนประชาชนผู้มาติดต่อราชการทราบประมวลจริยธรรม ของข้าราชการ เพื่อไม่ทำการอันเป็นการ ส่งเสริมหรือก่อให้เกิดการฝ่าฝืน จริยธรรม (๙) จดั ให้มกี ารประเมินผลการปฏบิ ัตติ ามประมวลจรยิ ธรรมนี้ ข้อ ๒๑ เมื่อมีปัญหาการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ในเร่ืองใด ข้าราชการอาจเสนอเร่ือง ที่เป็นปัญหาดังกล่าวให้หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครอง จริยธรรมของส่วนราชการท่ีตนสังกัดนำเสนอเพื่อขอคำวินิจฉัยหรืออนุญาต แล้วแต่กรณีจากคณะกรรมการจริยธรรมได้ ในกรณีที่เรื่องนั้นเป็นเร่ืองสำคัญ หรือมีผลกระทบในวงกว้างหลายส่วนราชการ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของ ก.พ. หรือผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วแต่กรณี คณะกรรมการจริยธรรมอาจส่งเรื่องให้ ก.พ. วินจิ ฉยั ในกรณีท่ี ก.พ. เห็นว่าเร่ืองดังกล่าวตามวรรคหน่ึงเป็นเร่ืองสำคัญ อนั ควรแกก่ ารขอคำแนะนำ จากผตู้ รวจการแผน่ ดนิ กใ็ หก้ ระทำได้ ขา้ ราชการที่ ปฏิบัติตามคำวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการจรยิ ธรรม ก.พ. หรอื ผตู้ รวจการแผ่นดนิ ไ ม่ตอ้ งรับผิดทางวินยั ข้อ ๒๒ ในกรณีท่ีจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องใดโดยด่วน หากปล่อยให้ เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์ของทางราชการ และ ไม่อาจเรียกประชุมคณะกรรมการจริยธรรมได้ทัน ข้าราชการอาจขอคำแนะนำ จากหวั หน้ากลมุ่ งานค้มุ ครองจริยธรรมของส่วนราชการที่ตนสงั กดั หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมตามวรรคหน่ึงมีหน้าที่ต้องให้ คำแนะนำตามสมควร ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรม ก.พ. หรือ ผูต้ รวจการแผ่นดนิ หากไม่มคี ำวินจิ ฉัยในเรอ่ื งทเ่ี ป็นปญั หามาก่อน หวั หน้ากลมุ่ งานคุ้มครองจริยธรรมอาจให้คำแนะนำโดยยึดประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม เป็นสำคัญ ท้ังต้องมุ่งสร้างความสำนึกและเท่ียงธรรมในหน้าที่ ผดุงเกียรติและ ศักดิ์ศรีของข้าราชการท่ีสร้างความไว้วางใจและเช่ือม่ันของปวงชน และการ กลุ่มงานคมุ้ ครองจรยิ ธรรม 17
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ดำรงตนเป็นแบบอย่างท่ีดีงาม ให้ส่งเร่ืองให้คณะกรรมการจริยธรรมและ ก.พ.ทราบ ข้าราชการที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครอง จริยธรรมตามแนวทางที่คณะกรรมการจริยธรรม ก.พ. หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน เคยวนิ จิ ฉยั ไวแ้ ลว้ โดยสุจริตไม่ตอ้ งรบั ผิดทางวินัย บทเฉพาะกาล ข้อ ๒๓ ให้ดำเนินการแต่งต้ังคณะกรรมการจริยธรรมและจัดตั้ง กลมุ่ งานคุม้ ครองจริยธรรม ในส่วนราชการทุกแหง่ ภายในเกา้ สบิ วัน นับแตว่ ันท่ี ประมวลจริยธรรมนมี้ ผี ลใช้บังคบั ข้อ ๒๔ เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่ประมวลจริยธรรมนี้มีผลใช้บังคับ ให้ ก.พ. จดั ให้มกี ารประเมินการปฏบิ ัตติ ามประมวลจรยิ ธรรมนี้ พร้อมดำเนินการ ปรบั ปรงุ แนวทางการปฏิบตั ิหรอื แกไ้ ข เพ่ิมเตมิ ประมวลจริยธรรมให้เหมาะสม ในการดำเนินการตามวรรคหน่ึง ให้ ก.พ. รับฟังความคิดเห็นจาก ข้าราชการ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม คณะกรรมการจริยธรรม หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างกว้างขวางและต้องดำเนิน การตามวรรคหน่ึงให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ครบหน่ึงปี ของการใช้บงั คับประมวลจริยธรรมน ้ี ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ (อภสิ ิทธิ์ เวชชาชวี ะ) นายกรฐั มนตรี ประธาน ก.พ. 18 กรมประชาสัมพนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ ข้อบงั คบั กรมประชาสัมพนั ธ์ วา่ ดว้ ยจรรยาข้าราชการ กรมประชาสมั พันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ กล่มุ งานคมุ้ ครองจริยธรรม 19
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ขอ้ บังคับกรมประชาสัมพันธ์ วา่ ดว้ ยจรรยาขา้ ราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการ ประชาสัมพันธ์และส่ือสารมวลชน เพ่ือให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติ เป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาลซ่ึงจะต้องทำงาน เชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผลการบริหารจัดการ ข่าวสารอย่างมีระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลท่ีน่าเชื่อถือเป็นกลางท่ีถูกต้อง เพ่มิ บทบาทในการเปน็ ทีป่ รึกษาด้านวชิ าการประชาสัมพันธแ์ ก่หนว่ ยงานต่างๆ กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐาน ของมาตรฐานคณุ ธรรมจรยิ ธรรม รวมทง้ั จากวฒั นธรรมองคก์ รของกรมประชาสมั พนั ธ์ ทขี่ า้ ราชการยดึ ถอื มาโดยตลอดโดยเจตนารมณ์ เพอื่ ใหข้ า้ ราชการกรมประชาสมั พนั ธ์ เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นใน หลักคุณธรรมจริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นท่ีตั้ง เพ่ือการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ ท่ีกำหนดไว้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๘ และ ๗๙ ของพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่า ดว้ ยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ไว้ดงั ต่อไปนี้ ๑. มคี วามซื่อสัตย์ สจุ รติ และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ท่ีมิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อ่ืนและ ปฏบิ ตั งิ านอย่างโปร่งใสพรอ้ มรบั การตรวจสอบดังนี้ ๑. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพือ่ ผลประโยชนใ์ นรูปแบบใดๆ 20 กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ ๒. หลีกเล่ียงการปฏบิ ัติท่ีก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถ ตรวจสอบการปฏิบตั ิงานได้ ๓. ปฏิบัตหิ นา้ ทต่ี ามกฎ ระเบยี บ และวนิ ัยข้าราชการโดยเคร่งครดั ๔. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ร ู้จักรับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติดว้ ยความถูกต้องและสะดวกรวดเร็ว ๒. มจี ติ บริการ (Service Mind) และยนื หยัดในส่งิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกท่ีดีในการบริการแก่ ประชาชนดว้ ยอัธยาศัยไมตรี และก่อใหเ้ กดิ ความประทับใจแกผ่ ูร้ ับบรกิ าร ดังนี้ ๑. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพ่ือประโยชน์ ของส่วนรวมและประเทศชาต ิ ๒. ปฏิบัติหน้าท่ีอย่างเต็มความความรู้ความสามารถโดยชอบด้วย กฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอนั ชอบธรรม รวมทั้งกลา้ ยืนหยัดในสง่ิ ท่ีถกู ต้อง ๓. ใหบ้ รกิ ารประชาชนดว้ ยความสุภาพ จริงใจ เสมอตน้ เสมอปลาย และไม่เลอื กปฏบิ ตั ิ ๔. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพ่ือสาธารณชน โ ด ย ไ ม่ ย อ ม ใ ห้ อิ ท ธิ พ ล ท า ง ก า ร เ มื อ ง ห รื อ ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ อื่ น ใ ด ม า ค ร อ บ ง ำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ ๕. ใหบ้ ริการดว้ ยความรวดเร็ว ๓. ยดึ มั่นระบบคุณธรรม ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ ต้องยึดมั่นในระบบคุณธรรมตาม หลกั ศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดงี าม ดงั น ้ี ๑. ไม่กระทำใดการเพ่ือเป็นการช่วยเหลือหรืออุปถัมภ์ต่อบางบุคคล เพอ่ื ผลประโยชนบ์ างอย่างโดยมผี ลประโยชน์ตอบแทน ๒. พิจารณาความดีความชอบอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคตาม ผลงานที่ประจักษ ์ ๓. ปฏบิ ตั ติ นใหอ้ ย่ใู นระเบียบวินัยและศลี ธรรมอนั ดี กลุม่ งานคุม้ ครองจริยธรรม 21
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ๔. มีความรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าท่ีอย่างเต็มความสามารถ โดยคำนงึ ถงึ ประโยชนข์ องทางราชการ ๕. ไม่มุ่งหวังหรือแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้จาการปฏิบัติงาน รวมท้ังไม่ใช่เวลาราชการและอุปกรณ์เครื่องมือของทางราชการไปทำงานภายนอก เพือ่ ผลประโยชนข์ องตน ๔. ทำงานอยา่ งมืออาชพี และทำงานเปน็ ทีม โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความมุ่งม่ันเต็ม ศักยภาพ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลแก่ ประชาชน ดังน ้ี ๑. ทำงานโดยยึดผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก เพ่ือมุ่งประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของงานและความคุ้มค่าต่อองคก์ ร ๒. ยึดหลักการปฏิบัติงานแบบมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็น ของเพ่ือนร่วมงาน ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสียในการทำงาน แบบบรู ณาการ ๓. พัฒนากระบวนการทำงาน วิธีการทำงาน และกฎเกณฑ์ท่ีเป็น อปุ สรรคต์ อ่ ผลสมั ฤทธิข์ องงานอยา่ งตอ่ เน่ือง ๔. พัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและความชำนาญ ในการปฏิบัติงานจนเป็นท่ียอมรับเพ่ือสร้างสรรค์ส่ิงใหม่ๆ ให้ทันต่อความ เปล่ยี นแปลงท่ีเกดิ ขึน้ ๕. ปฏิบัติงานอย่างมีเป้าหมาย โดยยึดนโยบายรัฐบาล ระเบียบ กฎหมาย หลกั วชิ าการ และจรรยาวชิ าชพี เป็นหลักในการพัฒนางาน ๕. มคี วามเปน็ ธรรมและเสมอภาค ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความเสมอภาค ถูกต้อง เปน็ ธรรม และปราศจากอคติ ดงั น ี้ ๑. ปฏบิ ัตหิ น้าทโี่ ดยยดึ ม่ันความถูกตอ้ ง เปน็ ธรรม และไม่เอนเอียง ฝ่ายหน่งึ ฝา่ ยใด 22 กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ ๒. ถือปฏิบตั ติ ามกฎหมาย ระเบียบ และเหตผุ ลอันชอบธรรม ๓. ถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และเพ่ิมขีดความสามารถและ ป ระสบการณ์ใหผ้ รู้ บั บรกิ ารไดอ้ ยา่ งรู้เทา่ ทนั สถานการณ์และทว่ั ถึง ให้ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ปฏิบัติตามจรรยาข้าราชการดังกล่าว ข้างต้นโดยครบถ้วน การไม่ปฏิบัติตามจรรยาข้าราชการอันไม่ใช่ความผิดทางวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาตักเตือนและนำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน หรือสง่ั ใหข้ ้าราชการผ้นู ัน้ ได้รับการพฒั นา อนง่ึ ให้ลูกจ้างและพนักงานราชการของกรมประชาสมั พันธ์ถอื ปฏิบตั ิตาม จรรยาข้าราชการกรมประชาสมั พนั ธ์นีโ้ ดยอนุโลม ท้ังนี้ ให้หน่วยงาน ผู้บังคับบัญชา และข้าราชการปฏิบัติตามแนวทาง การดำเนินการตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประกาศ ณ วันท่ี ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๒ (นายกฤษณพร เสรมิ พานชิ ) อธบิ ดกี รมประชาสัมพนั ธ์ กลุ่มงานคมุ้ ครองจรยิ ธรรม 23
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น 24 กรมประชาสัมพนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ ขอ้ บังคับกรมประชาสมั พนั ธ์ ว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมของ การประกอบวิชาชีพในกจิ การกระจายเสียง และกจิ การโทรทศั นข์ อง กรมประชาสัมพนั ธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ กลมุ่ งานคมุ้ ครองจรยิ ธรรม 25
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ขอ้ บงั คับกรมประชาสมั พนั ธ์ ว่าดว้ ยมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบวชิ าชพี ในกจิ การกระจายเสยี งและกิจการโทรทศั นข์ อง กรมประชาสมั พันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยท่ีรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๖ กำหนดใหข้ า้ ราชการ พนกั งาน หรอื ลกู จา้ งของหนว่ ยงานราชการ หนว่ ยงานของรฐั หรือรัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือส่ือมวลชนอื่น มีเสรีภาพในการเสนอร่างและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการที่สังกัดอยู่ ท้ังนี้ โดยไม่ขัดต่อ จริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพและมีสิทธิจัดตั้งองค์กรเพ่ือปกป้องสิทธิเสรีภาพ และความเป็นธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กรวิชาชีพ ประกอบกับ พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตรา ๓๙ กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบ วิชาชีพสื่อมวลชน ที่เก่ียวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ต้องรวม กลุ่มกันเพ่ือจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และ ควบคุมการประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพกันเองภายใต้มาตรฐานทางจริยธรรม กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักด้านการประชาสัมพันธ์ และส่ือสารมวลชนของรัฐ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เป็นกลางในการ เสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาล หน่วยงานของรัฐกับประชาชน ตลอดจนประชาชนด้วยกัน มีการบริหารและดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ของ องค์การว่า “เป็นองค์การหลักที่เป็นเลิศด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร มวลชนแบบมืออาชีพแห่งอาเซียน เพ่ือการพัฒนา การรักษาความม่ันคง วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ” นอกจากนี้ ยังเป็นหน่วยงานภาครัฐ ท่ีประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และให้บริการสาธารณะทั้งใน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ข้อเท็จจริง รวมทั้ง รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพ่ือนำข้อมูลนำเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงาน 26 กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ ท่ีเก่ียวข้องได้รับทราบ และนำข้อมูลไปใช้ในทางท่ีเป็นประโยชน์และเกิด ประสทิ ธิภาพตอ่ ประเทศท้งั ในระดับชาตแิ ละระดบั ท้องถน่ิ ปัจจุบนั กจิ การกระจายเสยี งและกิจการโทรทศั น์เปน็ กิจการทีม่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ ประชาชนท้ังความรู้สึกนึกคิด การดำเนินชีวิต และการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เนื่องจากเนื้อหาสาระที่สื่อสารผ่านทางกิจการเหล่าน้ีมีความหลากหลาย ซึ่งมี ผลกระทบท้ังทางบวกและทางลบ กรมประชาสัมพันธ์จึงเห็นความสำคัญและ ความจำเป็นภายใต้ข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญดังกล่าวว่า หน่วยงานและบุคลากร ขององค์กรต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรม เพ่ือยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เ พื่ อ ใ ห้ ก า ร ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร ก ร ะ จ า ย เ สี ย ง แ ล ะ กิ จ ก า ร โ ท ร ทั ศ น์ ข อ ง ก ร ม ประชาสัมพันธ์ มีความน่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานและ ประชาชนทกุ ภาคสว่ น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัติระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับท่ี ๕) พุทธศักราช ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พุทธศักราช ๒๕๕๑ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พุทธศักราช ๒๕๔๖ และกฎกระทรวงแบ่ง ส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พุทธศักราช ๒๕๔๕ และ ท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม โดยกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายก รัฐมนตรี (ฉบับท่ี ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๐ กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับ ว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบวิชาชีพในกิจการกระจายเสียงและ กจิ การโทรทศั นข์ องกรมประชาสัมพนั ธ์ ไว้ดงั ตอ่ ไปนี ้ ข้อ ๑ ข้อบังคับน้ีเรียกว่า “ข้อบังคับกรมประชาสัมพันธ์ ว่าด้วย มาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบวิชาชีพในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ของกรมประชาสมั พันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ” ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันท่ี ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เปน็ ต้นไป กลมุ่ งานคุ้มครองจรยิ ธรรม 27
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ขอ้ ๓ ในข้อบงั คบั น ้ี “องคก์ าร” หมายความว่า กรมประชาสมั พนั ธ ์ “ผู้บริหาร” หมายความว่า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้บริหาร ทุกระดบั ของกรมประชาสัมพนั ธ ์ “ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งไม่มีตำแหน่ง เปน็ ผบู้ ริหารของกรมประชาสัมพนั ธ์ ที่ประกอบวชิ าชพี ในกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ของกรมประชาสมั พันธ ์ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้าง ช่ัวคราว รวมท้ังบุคคลอ่ืนใดที่มาปฏิบัติงานในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทศั นข์ องกรมประชาสมั พันธ ์ “จริยธรรม” หมายความว่า หลักเกณฑ์หรือกฎท่ีใช้ในการพิจารณา ตัดสินว่าการกระทำใดเป็นส่ิงท่ีถูกต้อง ดีงาม ควรปฏิบัติ และการกระทำใด เปน็ สง่ิ ท่ไี ม่ควรปฏิบัตทิ ั้งตอ่ ตนเองและผูอ้ ืน่ “การประกอบวิชาชีพในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของ กรมประชาสัมพันธ์” หมายความว่า การปฏิบัติงานในหน่วยงานของกรม ประชาสัมพันธ์ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ท่ีเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ งานด้านประชาสมั พันธ์และส่อื สารมวลชน และงานสร้างสรรคส์ ่อื อน่ื ใดทเี่ กยี่ วขอ้ ง ข้อ ๔ ให้อธบิ ดกี รมประชาสมั พนั ธ์ เปน็ ผ้รู ักษาการตามขอ้ บงั คบั น้ ี หมวด ๑ จริยธรรมขององค์การ ข้อ ๕ จรยิ ธรรมขององคก์ าร มดี งั น ี้ (๕.๑) หลักผลประโยชน์สาธารณะ ผู้บริหาร ข้าราชการ และ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ รวมท้ังต้องไม่มี ผลประโยชน์ทับซอ้ น 28 กรมประชาสัมพนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๕.๒) หลักความเป็นอิสระ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องปฏิบัติงานอย่างมีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ อิทธิพลทางการเมอื ง และกลุ่มผลประโยชนใ์ ด (๕.๓) หลักสิทธิมนุษยชน ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชนและศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ เหน็ คุณค่าและความสำคัญในความแตกตา่ งหลากหลายของมนษุ ย์ ไม่เหยยี ดหยาม ไม่แบ่งแยก ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถ่ินกำเนิด เช้ือชาติ ภาษา เพศ เพศวิถี อายุ ความพิการสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะ ของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรอื ความคิดเหน็ ทางการเมอื งท่ีไม่ขดั ต่อรัฐธรรมนูญ (๕.๔) หลักความสุจริต ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าท่ี ทุกคนต้องรักษาความซ่ือตรง ไม่ก่อให้เกิดความสงสัยว่ามีเจตนาอันไม่สุจริต หรือ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลการชน้ี ำของบคุ คลหรอื กลุ่มผลประโยชน ์ (๕.๕) หลักความโปร่งใส ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าท่ี ทุกคนต้องแสดงให้เห็นและพร้อมชี้แจงความโปร่งใสในการกำหนดนโยบายและ การปฏิบัติขององค์การ ท้ังในส่วนที่เก่ียวข้องกับบุคคลภายนอกและบุคคลภายใน องคก์ าร (๕.๖) หลักการยอมรับการตรวจสอบ ผู้บริหาร ข้าราชการ และ เจ้าหน้าท่ีทุกคนต้องยอมรับการตรวจสอบและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ท้ังใน ระดบั นโยบายและการปฏบิ ตั ิงานตามลำดับชัน้ (๕.๗) หลักคุณธรรมของผู้นำ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ทุกระดับการบังคับบัญชาต้องประพฤติตนเป็นตัวอย่างท่ีดีของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ต้องใชห้ ลกั ประเมินความดคี วามชอบตามผลงานทีป่ ระจักษ ์ (๕.๘) หลกั ความคมุ้ ค่า ผูบ้ ริหาร ข้าราชการ และเจ้าหนา้ ทีท่ ุกคนต้อง ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลงั ความสามารถ โดยคำนึงถึงความคมุ้ ค่าของการใชจ้ ่าย กลุม่ งานค้มุ ครองจริยธรรม 29
กลุ่มงาน ้คุมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น หมวด ๒ จริยธรรมของผู้บรหิ าร ข้อ ๖ จรยิ ธรรมของผู้บริหาร มีดงั น ี้ (๖.๑) บริหารงานด้วยความซ่ือสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์สูงสุดของ องค์การ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ทางการเมอื งและกลุ่มผลประโยชน์ (๖.๒) บริหารงานด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ และสามารถชี้แจงหรือ อธิบายได้ ทงั้ ในสว่ นทีเ่ ก่ยี วกับบุคคลภายนอกและภายในองคก์ าร (๖.๓) ไม่เปดิ เผยขอ้ มลู หรอื ขา่ วสารทเ่ี ปน็ ความลบั ของทางราชการ (๖.๔) บริหารงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยประยุกต์ความรู้ และทักษะการบริหารจัดการอย่างสุดความสามารถในทุกกรณี และไม่สร้าง ข้อผกู มัดที่อาจขดั แย้งกบั หน้าท่ีของตนในภายหลงั (๖.๕) เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการงานและส่วนตัวให้แก่ผู้อยู่ใต้ บังคับบัญชา รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ รับฟังข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าท่ีทุกคน และปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้อยู่ใต้บังคับ บัญชามคี วามรับผิดชอบตอ่ สังคม (๖.๖) ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ขององค์การ อย่างเคร่งครัด มีความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ปฏิบัติต่อผู้อยู่ใต้บังคับ บญั ชา เพอื่ สนองประโยชน์หรือความต้องการของตนท้ังทางตรงและทางอ้อม (๖.๗) ควบคุมดูแลผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานตามที่มอบหมายให้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งให้คำแนะนำแนวทางปฏิบัติ ตลอดจนให้คำปรึกษา ด้วยความเปน็ มิตร ในการแกไ้ ขปญั หาและอปุ สรรคต่างๆ อกี ทัง้ ปฏิบตั ติ อ่ เจา้ หน้าที่ ทุกคนอยา่ งสุภาพ เคารพตอ่ ความเปน็ ปัจเจกบคุ คล และศกั ด์ศิ รคี วามเป็นมนุษย์ (๖.๘) ถา่ ยทอดและสอนงานในความรบั ผดิ ชอบใหแ้ กผ่ อู้ ยใู่ ตบ้ งั คบั บญั ชา หรือเพ่อื นร่วมงานอยา่ งตรงไปตรงมา ไมป่ ิดบงั และดว้ ยความปรารถนาดี 30 กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๖.๙) ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถท้ังของตนเอง และเจ้าหนา้ ที่ทุกคนอยา่ งทั่วถงึ เปน็ ธรรม และสม่ำเสมอ (๖.๑๐) เนน้ ยำ้ ให้เจา้ หนา้ ที่ทุกคนได้รูแ้ ละเขา้ ใจพนั ธกจิ และวัตถปุ ระสงค์ ขององค์การ รวมท้ังจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติตามบทบาทหน้าท่ี เพื่อให้การ ปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ขององค์การเปน็ สำคัญ หมวด ๓ จริยธรรมของข้าราชการและเจา้ หนา้ ที่ ขอ้ ๗ จรยิ ธรรมของข้าราชการและเจ้าหนา้ ท่ ี มีดังน ้ี (๗.๑) ปฏิบัติงานด้วยความซ่ือสัตย์สุจริต ไม่เบียดบังหรือแสวงหา ประโยชน์ อันมิชอบจากการทำงาน หรือเห็นแก่อามิสสินจ้างใดๆ อันส่อเจตนาไป ในทางทุจริต ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม และไม่รับของขวัญที่มีมูลค่าเกิน กว่าทกี่ ฎหมายและระเบียบของทางราชการกำหนด (๗.๒) ปฏิบัติงานอย่างตั้งใจ เสียสละ และมีประสิทธิภาพ มุ่งม่ันไปสู่ ความสำเร็จของงาน เพื่อประโยชน์แก่องค์การเป็นส่วนรวม ไม่เก่ียงงาน และเป็น ธุระในภาระงานทมี่ ีผลกระทบต่อองคก์ าร (๗.๓) ประพฤติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ทั้งด้านกิรยิ า มารยาท การวางตัว และการแตง่ กาย เพ่ือสรา้ งความนา่ เช่อื ถือให้แก่ ตนเองและองค์การ (๗.๔) รักษาชื่อเสียงของตนเองและองค์การโดยไม่ให้ร้ายหรือให้ข้อมูล ข่าวสารอนั จะก่อให้เกิดความเสอ่ื มเสียแกอ่ งคก์ าร (๗.๕) รักษาผลประโยชน์ขององค์การ ไม่เบียดบังประโยชน์ขององค์การ ไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือบุคคลอ่ืน ตลอดจนการรักษาทรัพย์สินขององค์การ และรับผิดชอบในการใช้ทรัพย์สินขององค์การให้เกิดประโยชน์สูงสุด และดูแลมิให้ ทรพั ย์สินขององค์การต้องเสยี หาย กลุ่มงานคมุ้ ครองจริยธรรม 31
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น (๗.๖) รักษาความลับขององค์การ ไม่เปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารของ องค์การที่ยังไม่ควรเปิดเผย และไม่ให้ข่าวสารหรือข้อมูลใดๆ ท่ีผู้มีอำนาจส่ังการ ยงั ไม่อนญุ าต (๗.๗) ปฏิบัติตามคำส่ังโดยชอบของผู้บังคับบัญชา ไม่กระทำการใดๆ ท่ีเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือการกระทำใดๆ อันเป็นการส่อเจตนาไม่สุจริต และ ร่วมมือร่วมใจในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยให้คำแนะนำและ ความชว่ ยเหลือทีเ่ ปน็ ประโยชน์ในการปฏิบัตงิ านแกเ่ พ่ือนร่วมงาน (๗.๘) ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ประพฤติปฏิบัติต่อกันด้วยความสุภาพ เสียสละ อดทน อดกล้ัน ให้อภัยซ่ึงกันและกัน สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ โดยไมแ่ บง่ แยกหรอื ยกตนข่มผูอ้ น่ื (๗.๙) ไม่ทำธุรกิจโดยอาศัยช่ือขององค์การ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับ กจิ การทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั องคก์ าร หรอื แอบอา้ งใชช้ อ่ื เสยี งขององคก์ ารในกจิ การของตน ห รือบุคคลอื่น ไมว่ ่าจะโดยทางตรงหรือทางออ้ ม หมวด ๔ จริยธรรมของการประกอบวชิ าชีพ ในกจิ การกระจายเสยี งและกจิ การโทรทศั น์ ข้อ ๘ ดา้ นการเสนอข่าวและรายการ มีดงั นี้ (๘.๑) การเสนอข่าวหรือข้อมูล ต้องยึดถือข้อเท็จจริง ความถูกต้อง เท่ียงตรง โดยการเลือกแหล่งข่าว แหล่งข้อมูล การใช้ภาษา การกำหนดเนื้อหา วิธีการ หรือรูปแบบการนำเสนอ ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง มีการตรวจสอบ ตรวจทานเป็นหลกั ปฏบิ ัตสิ ำคญั (๘.๒) การรายงานข่าวหรือเหตุการณ์ ต้องรายงานตามความเป็นจริง ไมแ่ ทรกความคิดเห็น ไมบ่ ิดเบือน ไมค่ าดเดา ไมส่ ร้างความเข้าใจผิด หรือไมท่ ำให้ กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม เกิดการตืน่ กลวั อย่างเกินเหต ุ (๘.๓) การรายงานข่าวหรือเหตุการณ์ปัจจุบัน ต้องแยกแยะให้ชัดเจน ระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น เน้ือหาข่าวกับการวิเคราะห์ตีความ เหตุผล ที่แท้จริงกับการกลา่ วอา้ งว่าเป็นเหตุผล 32 กรมประชาสมั พนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๘.๔) ต้องเปิดเผย ตรงไปตรงมา และซ่ือตรงต่อผู้ที่ตกเป็นข่าว แหล่งขา่ ว ผูร้ ่วมรายการ ผ้ใู หท้ ัศนะความคดิ เหน็ รวมท้งั ผชู้ ม ผูฟ้ งั รายการ (๘.๕) การเสนอข่าวหรือรายงานเกี่ยวกับการเมืองและนโยบายสาธารณะ ตอ้ งกระทำด้วยความซือ่ ตรงต่อข้อเทจ็ จริง ไม่เอนเอยี ง ไม่ฝกั ใฝ่ฝ่ายใด (๘.๖) ผู้สื่อข่าว ผู้รายงาน หรือผู้นำเสนอรายการ ต้องไม่แสดงความ คิดเห็นทางการเมืองในรายการ และต้องระมัดระวังในการทำหน้าท่ี มิให้ถูกใช้ หรอื ตกเปน็ เคร่อื งมอื ของนักการเมือง (๘.๗) การเสนอข่าว หรือการรายงานประเด็นอาชญากรรม หรือ ภัยต่อสาธารณะ ต้องไม่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกอย่างเกินกว่าเหตุ ไม่สร้าง ผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ไม่ยั่วยุ การประกอบอาชญากรรม ไม่ชักนำ ไ ปสพู่ ฤตกิ รรมการเลียนแบบ หรือการกอ่ ความไมส่ งบ ข้อ ๙ ด้านการเคารพศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ความเป็นส่วนตัว และ การคุม้ ครองสทิ ธิสว่ นบุคคล มีดังนี้ (๙.๑) ตอ้ งใชว้ ิจารณญาณเป็นพิเศษสำหรับแหล่งขา่ ว หรือผ้รู ่วมรายการ ที่เป็นเด็กและเยาวชน หรือบุคคลท่ีกำลังอยู่ในความทุกข์ หรือผู้ท่ีมีความบกพร่อง ทางสมอง เพราะเป็นกลุ่มบุคคลที่อาจไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากการให้ สัมภาษณ์ หรอื การเขา้ รว่ มรายการ (๙.๒) ไม่กล่าวหาผู้อื่นโดยปราศจากหลักฐานใดๆ ให้เกียรติและรักษา ศกั ดศ์ิ รขี องบคุ คลท่ตี กเปน็ ข่าวในทุกกรณี เปดิ โอกาสใหผ้ ูท้ ี่ไดร้ บั ความเสียหายจาก การเสนอข่าวสาร ไดช้ ้แี จงแก้ไข จากการถูกกลา่ วหา รวมทั้งไมต่ ัดสินวา่ ผใู้ ดกระทำ ผิดโดยยังไม่ผ่านกระบวนการยุตธิ รรม (๙.๓) การปกปิดแหล่งข่าว หรือการหาข่าว หรือข้อมูลอย่างไม่เปิดเผย ต้องมีเหตุผลอันสมควร หรือเพื่อประโยชน์ของมหาชนส่วนใหญ่ หรือเพ่ือ สวสั ดภิ าพ และความปลอดภยั ของแหล่งข่าว (๙.๔) เคารพสิทธิส่วนบุคคล เกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นส่วนตัว ของผู้อ่ืน และไม่เสนอข่าวสารหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายชื่อเสียงและ ศักด์ศิ รีความเป็นมนษุ ย์ของผอู้ ่นื กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม 33
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ขอ้ ๑๐ ด้านศีลธรรม วฒั นธรรม และจารีตประเพณี มดี งั น ้ี (๑๐.๑) การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ต้องคำนึงถึงศีลธรรม วัฒนธรรม และจารีตประเพณีของชาติ ตลอดจนคา่ นิยมอนั ดงี ามและภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ (๑๐.๒) หลกี เล่ยี งการนำเสนอขอ้ มูลท่ีขัดตอ่ ศีลธรรมอนั ดี ดงั นี ้ (๑๐.๒.๑) ควรระมัดระวังการแสดงออกถึงสัมพันธภาพทางเพศ ท่สี ่งผลให้เกดิ ความรู้สกึ ทางเพศ การสร้างความสัมพันธเ์ ชงิ ชสู้ าว การกดขที่ างเพศ และกริ ยิ าท่าทาง หรือคำพูดทส่ี อื่ ความหมายทางเพศทไ่ี ม่เหมาะสม รวมทงั้ ค่านยิ ม เร่ืองเพศท่ีไม่เหมาะสมกับสังคมและวัฒนธรรมไทย และควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ในการนำเสนอประเด็นทางเพศที่เก่ียวกับเด็ก เช่น ความผิดปกติทางเพศและ ร่างกาย การลว่ งละเมดิ ทางเพศ เป็นตน้ (๑๐.๒.๒) ควรระมัดระวังการนำเสนอรายการเพ่ือการศึกษา เก่ียวกับเร่ืองเพศ ไม่ให้เป็นการช้ีแนะ หรือชักจูงใจให้เกิดพฤติกรรมทางเพศ ท่ีไม่เหมาะสม ไม่ควรเน้นให้เห็นภาพเปลือย ภาพท่ีไม่เหมาะสม หรือควรมีการ ลดความชัดเจนของภาพ (Blur) ในรายการเพื่อการศึกษา สารคดี หรือกีฬา ท่ีไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาพดังกล่าวได้ เช่น สารคดีชีวิตชนเผ่า การผสมพันธุ์ ของสตั ว์ เป็นตน้ (๑๐.๒.๓) ควรหลีกเลี่ยงการนำเสนอเร่ืองหรือข้อมูลซึ่งอาจ ชี้นำให้เกิดความเข้าใจไปในทางเส่ือมเสียชื่อเสียงเก่ียวกับความสัมพันธ์ทางเพศ ของบุคคล ไม่ควรนำเสนอประเด็นความสัมพันธ์ทางเพศโดยไม่เต็มใจ ในลักษณะ ชีน้ ำและชกั จูง (๑๐.๒.๔) ควรระมัดระวังเร่ืองการแต่งกายของผู้ดำเนินรายการ พิธีกร ผู้ร่วมรายการ ให้มีความสุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ วัฒนธรรม และ ประเพณี เว้นแต่เป็นการแต่งกายในกิจกรรมท่ีได้รับการยอมรับในสังคม ถูกต้อง ตามกาลเทศะ และตามกตกิ าสากล (Dress Code) (๑๐.๒.๕) ควรระมัดระวังการนำเสนอ หรือเปิดเผยความจริง เกีย่ วกบั พฤตกิ รรมของผ้รู า้ ยซึง่ ผดิ ธรรมดา เนอื่ งจากอาจเป็นตวั อย่าง หรือเป็นเหตุ ชักจูงให้เกิดอาชญากรรมเลียนแบบ ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ อันจะส่ง ผลตอ่ รูปคดีท่ีเก่ียวขอ้ งกับอาชญากรรม 34 กรมประชาสมั พันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๑๐.๒.๖) ไมค่ วรนำเสนอความทารณุ โหดรา้ ย ขาดมนษุ ยธรรม ปา่ เถอ่ื น หวาดเสยี ว หรอื อุจาด (๑๐.๒.๗) ควรระมัดระวังการนำเสนอเรื่อง หรือพฤติกรรมท่ี เก่ียวกับความเช่ือ ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ และไม่ให้เป็นการช้ีนำ ชักจูงให้เชื่อ หรือเชิญชวนให้ร่วมกิจกรรมตามความเช่ือนั้น และควรระมัดระวังในการนำเสนอ เรื่องสยองขวัญ และเร่ืองเหนือธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ และ ความรสู้ กึ ของผรู้ ับสอื่ โดยเฉพาะเดก็ และเยาวชน ขอ้ ๑๑ การนำเสนอดา้ นการพนัน ยาเสพตดิ และส่งิ ผดิ กฎหมาย (๑๑.๑) ควรระมัดระวังการนำเสนอพฤติกรรมท่ีผิดกฎหมาย หรืออาจ นำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย และควรช้ีให้เห็นถึงผลเสียของการกระทำผิด กฎหมาย (๑๑.๒) ควรขน้ึ คำเตอื นในการนำเสนอเก่ียวกบั การพนนั ยาเสพตดิ และ สิ่งผดิ กฎหมาย สถานที่ และอุปกรณท์ ีใ่ ช้ในการกระทำผิด และไมค่ วรชนี้ ำ หรือให้ ข ้อมูลในการกระทำดังกลา่ ว ขอ้ ๑๒ ดา้ นการใชภ้ าษา (๑๒.๑) ควรคำนึงถึงความถูกต้องของหลักการใช้ภาษาไทย ตามเกณฑ์ มาตรฐานความถูกต้อง แม่นยำ ตามเน้ือหาข้อมูล ตามขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณีอันดีงามของแต่ละท้องถิ่น เพื่อสื่อความหมายท่ีเข้าใจได้ชัดเจน เหมาะสม และระมดั ระวงั การใช้คำสแลง คำตามสมัยนิยม (๑๒.๒) ต้องระมัดระวังไม่ใช้ถ้อยคำท่ีอาจสื่อความหมายทำให้เกิดความ เข้าใจผิดคลาดเคลื่อน ถ้อยคำท่ีอาจตีความได้หลายนัย หรือคำศัพท์สแลง โดยไม่ไดอ้ ธิบายความหมายท่ถี กู ตอ้ ง อนั ทำให้การส่ือสารขอ้ มลู ไมช่ ดั เจน (๑๒.๓) ละเว้นการใช้ถ้อยคำและเนื้อหาที่หยาบคาย รวมทั้งคำที่มี ความหมายสองแง่สองง่าม ข้อความที่ส่อเสียด ไม่สุภาพ เปรียบเปรยอ้างอิง ในลักษณะที่ทำใหเ้ กดิ ความเข้าใจผดิ หรอื การพาดพิงถงึ บุคคลอน่ื โดยไม่สมควร กลุ่มงานค้มุ ครองจรยิ ธรรม 35
กลุ่มงาน ุ้คมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น ขอ้ ๑๓ ดา้ นการบรกิ ารเพื่อประโยชน์สาธารณะ (๑๓.๑) ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดความต่ืนตระหนกเกินกว่าเหตุในการ แจง้ ขา่ ว หรือเตือนภยั ให้ประชาชนทราบกรณีมภี ัยพิบตั ิ หรอื มเี หตฉุ กุ เฉนิ (๑๓.๒) ควรระมัดระวังการนำเสนอภาพ เสียง หรือเน้ือหาเกี่ยวข้อง กับการเสี่ยงอันตราย หรืออาจทำให้บาดเจ็บ และควรมีคำเตือนถึงอันตรายจาก การเลียนแบบโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลใกล้ชิด เช่น การใช้เคร่ืองออกกำลังกาย การปีนปา่ ย การขับขรี่ ถยนต์ จักรยานยนต์ เป็นตน้ (๑๓.๓) ควรกล่ันกรองข้อความในรายการ โดยเฉพาะ SMS (Short Message Service) หรือ MMS (Multimedia Messaging Service) ท่ีเปดิ ให้มี การสนทนาโต้ตอบผ่านทางรายการ โดยยึดหลักการตามมาตรฐานจริยธรรม และ ไมค่ วรเปน็ การโฆษณาสนิ ค้า และ/หรอื บรกิ ารใดๆ ไมเ่ ปน็ เร่อื งส่วนตวั หรอื ระบไุ ด้ ถ งึ ตัวบคุ คลและท่ีอยทู่ ี่สามารถตดิ ตอ่ ได้ ขอ้ ๑๔ ดา้ นความมน่ั คงของชาต ิ (๑๔.๑) การแพร่ภาพและการกระจายเสียง ต้องระมดั ระวงั โดยไมน่ ำเสนอ เนอื้ หา หรอื ภาพที่แสดงที่ตัง้ ของหน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับความมน่ั คงของชาต ิ (๑๔.๒) ต้องไม่นำเสนอเนื้อหาท่ีมีลักษณะขัดต่อกฎหมาย ความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมือง หรืออาจกอ่ ให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของชาต ิ (๑๔.๓) ยึดหลักการนำเสนอข้อมูลข่าวสารท่ีเป็นกลาง สร้างความสามัคคี และสนับสนุนหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมขุ (๑๔.๔) การนำเสนอข้อมูลข่าวสารต้องมีบริบทและภูมิหลังที่ชัดเจน ทำให้ไดท้ ราบข้อมลู ความเป็นมาอย่างต่อเนอื่ ง ถกู ตอ้ ง ชดั เจน ขอ้ ๑๕ ด้านศาสนาหรอื ความเชอ่ื สว่ นบุคคล (๑๕.๑) การนำเสนอข้อมลู ขา่ วสารดว้ ยการแพร่ภาพหรอื การกระจายเสยี ง ต้องส่งเสรมิ ความเขา้ ใจอนั ดีและความสมานฉันท์ ระหว่างศาสนิกชนของทกุ ศาสนา (๑๕.๒) การนำเสนอข้อเท็จจริงโดยเคารพต่อแนวความคิด เสรีภาพ ในการนับถอื ศาสนานิกายของศาสนา ลัทธินยิ ม และความเชือ่ ส่วนบุคคล 36 กรมประชาสมั พนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพัน ์ธ (๑๕.๓) การนำเสนอข้อมูลเก่ียวกับศาสนา การประกอบศาสนกิจของ ทุกศาสนารวมถึงเน้ือหาเก่ียวกับภาพสัญลักษณ์ ประวัติ จารีตประเพณี พิธีกรรม ความเชื่อของกลุ่มบุคคล พึงกระทำด้วยความระมัดระวัง โดยปราศจากอคติ ไม่แสดงข้อคิดเห็นในเชิงดูหมิ่น ลบหลู่ และต้องใช้ภาษาในการดำเนินการด้วย ความเคารพต่อทุกศาสนา ศาสนบญั ญัติ และผนู้ ำทางศาสนาดว้ ย ขอ้ ๑๖ ด้านทรัพย์สนิ ทางปัญญา (๑๖.๑) ต้องเคารพต่อสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาท่ีได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมาย โดยต้องระมัดระวัง ไม่นำเสนอข้อมูลท่ีเป็นการลอกเลียนแบบ การบิดเบอื น ดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำข้อมูล เผยแพร่ตอ่ สาธารณชน หรอื ดำเนินการ โดยมชิ อบต่อสทิ ธทิ รพั ยส์ นิ ทางปญั ญาโดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต (๑๖.๒) ในกรณีข้อมูลเฉพาะส่วนบุคคล หรือข้อมูลท่ีมีการจัดทำข้ึน หรือข้อมูลอ่ืนใดที่ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคล องค์การ หรือสถาบันใด หากประสงค์จะดำเนินการเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ต้องขออนุญาต และได้รับความยินยอมในการดำเนนิ การ หมวด ๕ บทลงโทษ ข้อ ๑๗. ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ใด เจตนา ละเลย ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ขององค์การ ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการทางวินัย ว่ากล่าวตักเตือน ทำทณั ฑบ์ นเปน็ หนังสือ หรอื ส่ังใหไ้ ด้รับการพัฒนาตามท่เี ห็นสมควร ประกาศ ณ วันท่ี ๑๗ เดอื น กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ (นายธรี ะพงษ์ โสดาศร)ี อธิบดกี รมประชาสัมพันธ์ กล่มุ งานค้มุ ครองจรยิ ธรรม 37
ก ่ลุมงาน ้คุมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น 38 กรมประชาสัมพนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น คณะกรรมการจรยิ ธรรม กรมประชาสัมพนั ธ์ พลโท สรรเสริญ แกว กําเนดิ นายจรญู ไชยศร นายณรงค ชื่นนริ นั ดร กรรมการ กรรมการ กรรมการ นายสมบตั ิ ชัยรตั น นางกรรณิการ แสงทอง นางสาวรงั สมิ า จารภุ า กรมประชาสัมพันธ์ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กลมุ่ งานค้มุ ครองจริยธรรม 39
กลุ่มงาน ้คุมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น อำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการจริยธรรม กปส. ๑. ควบคุม กำกับ ส่งเสริมและให้คำแนะนำในการใช้บังคับประมวล จรยิ ธรรมน้ีในส่วนราชการ ๒. สอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมในส่วนราชการ ในกรณีที่มีข้อสงสัย หรือมีข้อร้องเรียนว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรม ให้ส่งเรื่อง ให้หวั หนา้ ส่วนราชการเพื่อปฏบิ ตั ิตามประมวลจรยิ ธรรมนีโ้ ดยเร็ว ๓. พิจารณาวินิจฉัยช้ีขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับประมวล จริยธรรมนี้ ในส่วนราชการ เมื่อได้วินิจฉัยให้ส่งคำวินิจฉัยให้ ก.พ. โดยพลัน ถ้า ก.พ. มิได้วินิจฉัยเป็นอย่างอ่ืนภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ี ก.พ. รับเร่ือง ใหค้ ำวินจิ ฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมเปน็ ท่ีสุด ๔. ส่งเรื่องให้ ก.พ. พิจารณาวินิจฉัยในกรณีท่ีเห็นว่าเรื่องนั้น เป็นเรื่อง สำคัญหรือมีผลกระทบในวงกว้างหลายส่วนราชการ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของ ก.พ. หรอื ผตู้ รวจการแผ่นดนิ ๕. คุ้มครองและประกันความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมของกลุ่มงาน คมุ้ ครองจริยธรรมของส่วนราชการ ๖. คุ้มครองข้าราชการซ่ึงปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไป ตรงมา มิใหผ้ บู้ งั คบั บัญชาใช้อำนาจโดยไมเ่ ป็นธรรมตอ่ ข้าราชการผู้น้ัน ๗. เสนอผลการประเมินการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ของหัวหน้า ส่วนราชการต่อ ก.พ. และประเมินผลการปฏิบัติงานของกลุ่มงานคุ้มครอง จริยธรรมของส่วนราชการเพ่ือเสนอหัวหน้าส่วนราชการ เพ่ือประกอบการเลื่อน เงินเดือน หรอื เล่อื นตำแหนง่ ข้าราชการในกลุ่มงาน ๘. เสนอแนะการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลจริยธรรมน้ี หรือการอื่นท่ี เห็นสมควรต่อ ก.พ. ๙. ดำเนนิ การอ่นื ตามประมวลจริยธรรมน้ี หรอื ตามท่ี ก.พ. มอบหมาย 40 กรมประชาสัมพนั ธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กลุม่ งานคมุ้ ครองจริยธรรม นางสาวทิพวลั ย อนิ ใจ นิตกิ รปฏิบัตกิ าร กรมประชาสัมพัน ์ธ กลุม่ งานคุม้ ครองจรยิ ธรรม 41
ก ่ลุมงาน ้คุมครองจริยธรรม ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น อำนาจหนา้ ทขี่ องกลุม่ งานคุ้มครองจริยธรรม ๑. ดำเนินการเผยแพร่ ปลูกฝัง ส่งเสริม ยกย่องข้าราชการที่เป็นแบบ อยา่ งที่ดีและติดตามสอดสอ่ งการปฏบิ ตั ติ ามประมวลจรยิ ธรรมนอี้ ยา่ งสมำ่ เสมอ ๒. สืบสวนข้อเท็จจริงการฝ่าฝืนจริยธรรมเพ่ือรายงานผลให้หัวหน้า ส่วนราชการพิจารณา ทั้งนี้ โดยอาจมีผู้ร้องขอหรืออาจดำเนินการตามที่หัวหน้า สว่ นราชการมอบหมายหรอื ตามที่เหน็ สมควรก็ได ้ ๓. ให้ความช่วยเหลือและดูแลข้าราชการซ่ึงปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรมน้ีอยา่ งตรงไปตรงมา มิใหถ้ ูกกลั่นแกล้งหรอื ถูกใชอ้ ำนาจ โดยไมเ่ ป็นธรรม ให้นำความในข้อ ๑๖ (๒) ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน มาใช้กับ ข้าราชการในกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมด้วยโดยอนุโลม โดยให้ ก.พ.เป็นผู้ให้ ความเห็นชอบ ๔. ทำหน้าท่ีฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการจริยธรรมประจำ ส่วนราชการ ๕. ดำเนินการอื่นตามท่ีกำหนดในประมวลจริยธรรมน้ี หรือตามท่ี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจริยธรรม หรือตามที่ ก.พ.มอบหมาย ท้ังนี้ โดยไม่กระทบตอ่ ความเป็นอสิ ระของผู้ดำรงตำแหน่งในกลมุ่ งานดังกลา่ ว 42 กรมประชาสัมพันธ์
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น กรมประชาสัมพันธ์ ขั้นตอนการรับข้อรอ้ งเรียน และวธิ พี จิ ารณาข้อรอ้ งเรียนเกยี่ วกบั จรยิ ธรรม กลมุ่ งานคุ้มครองจริยธรรม 43
ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการพลเรอื น แบบฟอร์มการเขียนข้อรอ้ งเรียน การกระทำทมี่ ีการฝ่าฝืนจรยิ ธรรมตามประมวลจรยิ ธรรม เขยี นที.่ .................................................. วนั ที.่ ................เดือน..............................พ.ศ.................. ข้าพเจ้า...........................................................ถือบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรที่ ราชการออกให้ เลขท่ี..................................ออกใหโ้ ดย...........................อยู่บ้านเลขท่.ี ............... หมทู่ ่ี.............หมบู่ า้ น.................ถนน....................................ตำบล/แขวง.................................... อำเภอ/เขต................................จังหวัด................................โทรศพั ท.์ ........................................ ข้อร้องเรยี น พรอ้ มระบุพยานหลกั ฐาน (ถา้ มี)............................................................. ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... สถานทต่ี ดิ ต่อ/แจ้งผล ทอ่ี ย่ตู ามบตั รประจำตวั ประชาชน บ้านเลขที่.................. หมู่ที.่ ........... หม่บู า้ น.............................. ถนน.................................. ตำบล/แขวง.................................. อำเภอ/เขต................................. จังหวดั ......................................................... โทรศัพท์................................................................. ลงช่ือ.................................................... ก ่ลุมงาน ้คุมครองจริยธรรม (.................................................) ผรู้ อ้ งเรยี น 44 กรมประชาสมั พันธ์
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: