การพฒั นาสมรรถะภาพทางจิตใจ การพัฒนาสมรรถะภาพทางจิตใจ เปนส่งิ สาํ คัญที่ตองฝก ซอม สามารถนํามาใชไดต ง้ั แตก อ นการเลน ขณะ เลนและหลงั เลน กีฬา สามารถเลือกใชตามสถานการณแ ละความเหมาะสมของตวั นักกฬี าแตล ะคน ทกั ษะทางจิตวทิ ยา เชนเดยี วกับทกั ษะทางรางกาย จาํ เปน ตอ งมกี ารทําซํ้า ๆ ในหลายรูปแบบ หลาย สถานการณ ตองมกี ารปรบั และพฒั นาเพื่อใหเ หมาะกบั ตัวนกั กีฬา ท่ตี อ งเผชิญกบั ภาวะกดดันและหรือไมม ี ภาวะกดดนั ทง่ั ในชวงการฝกซอมและชว งการแขงขนั การฝก ทกั ษะทางจิตวทิ ยา เปนกระบวนการปรบั ความคิดและการควบคมุ ตนเอง ท้งั ทางกายและทาง ใจ ทมี่ ผี ลตออารมณ, แรงจงู ใจและความเชอื่ มนั่ ในตนเอง ดงั นัน้ ตองเร่ิมจากการทําใหต วั นักกีฬาเหน็ ความสําคัญและเช่อื ในกระบวนการฝก เพอื่ พัฒนาความสามารถทางกายและทางใจ โดยมีโคช แนะนาํ และ นักจติ วิทยาคอยชวยเหลอื การสรางสมรรถภาพทางจิตใหม ีความแขง็ แกรง เขม แข็งข้นึ เปน กระบวนการที่ฝง อยูในชีวติ ของการ เปน นกั กีฬา ทจี่ ะตอ งเรียนรแู ละฝก ฝน ตงั้ แตช วงฝก ซอ มจนถึงการแขงขนั และหลังการแขง ขัน ตัวนกั กีฬา, โคช , บคุ คลฅ กลมุ บุคคล, สงั คมโดยรอบและโดยเฉพาะอยา งยง่ิ ส่อื มวลชน ตา งมอี ทิ ธิพล ตอจิตใจ, ความรสู กึ และแนวคดิ ในการเลนกฬี าและการเปน นกั กฬี า ทกั ษะพื้นฐานในการพฒั นาสมรรถะภาพทางจิตใจ ทกั ษะพื้นฐาน (foundation skill) เปนทกั ษะทางจติ วทิ ยาที่นกั กีฬาและโคชทกุ คนพงึ มี ไมว าจะเลน กีฬาใด หรอื ลงแขงขนั ในระดบั ใด ตวั อยางของทักษะพืน้ ฐาน เชน การสรา งแรงจงู ใจมงุ ความเปน เลิศ (achievement drive) ทจ่ี ะชวยใหน ักกีฬาทุม เทฝกซอ มทํางานหนกั และสามารถบริหารชีวติ ของตัวเองใหจ ด จอ อยูกบั การพฒั นาทกั ษะทางกีฬาของตวั เอง ไมออกนอกลนู อกทาง นักกีฬาอาจตองเรยี นรเู กยี่ วกับการ ต้ังเปาหมาย การบรหิ ารเวลาและการจัดลําดบั ความสาํ คญั การวางแผน การวางกลยทุ ธ (สําหรบั ชีวิตประจําวัน) เพือ่ พัฒนาทกั ษะการสรา งแรงจงู ใจมงุ ความเปนเลิศ ทักษะพื้นฐานอ่ืน ๆ เชน การตระหนกั รตู วั (self-awareness) การคดิ ใหเ ปนประโยชน (productive thinking) การสรางความมั่นใจใหต วั เอง (self- confidence) เปนตน ทกั ษะท่ีจะชวยพฒั นาทกั ษะทางกฬี า ทกั ษะจะชว ยใหนกั กฬี าพัฒนาทกั ษะทางกีฬา (performance skill) นกั กฬี าเรยี นรูและฝกฝน เพือ่ ชว ยใหนกั กีฬาพัฒนาทักษะทางกีฬาไดอ ยา งรวดเรว็ และมีประสทิ ธิภาพมากขึน้ รวมท้งั สามารถรดี เคนผลงาน ในการแขง ขนั ไดถงึ ระดบั สงู สดุ ทักษะกลมุ นี้ เชน ทักษะท่เี กย่ี วกบั กระบวนการทางปญ ญาและการรบั รู
(perceptual-cognitive skill) ทจี่ ะชวยใหนักกฬี าสามารถ “เลอื ก” ประมวลขอ มลู ทส่ี ําคัญในการแขงขนั และ “ตดั ” ขอ มูลอืน่ ๆ ทไี่ มจ าํ เปนออกไป อกี ทกั ษะหนงึ่ ท่ีเก่ียวขอ งกัน คือ การจดจออยูกบั งานตรงหนา (attentional focus) หรอื การสรา งสมาธิ นอกจากนน้ั การกํากับอารมณแ ละการบรหิ ารพลงั งาน (energy management) ยงั เปน อีกทักษะทจ่ี าํ เปนมากสําหรบั การแขง ขนั เพราะการแขง ขนั เปนกจิ กรรมทกี่ ระตุนให เกดิ อารมณรนุ แรง ทง้ั อารมณท างบวกและอารมณท างลบ นกั กฬี าทม่ี ที กั ษะการกํากบั อารมณแ ละการบรหิ าร พลงั งานทด่ี นี น้ั จะสามารถกําหนดอารมณของตวั เองใหอ ยใู นสภาพทพี่ รอ มสาํ หรบั การแขง ขันไดอ ยา ง สมาํ่ เสมอ ทักษะทจ่ี ะชวยใหน กั กีฬาพัฒนาตัวเอง ทักษะท่ีจะชว ยใหนกั กีฬาพัฒนาตัวเอง (personal development skill) เปนเครอ่ื งมอื ทจี่ ะชวยให นักกีฬาจัดการกบั ความทา ทายตาง ๆ ในชีวติ ซ่งึ อาจไมเ ก่ยี วขอ งกบั การฝกซอมและการแขง ขันโดยตรง ยกตวั อยา งเชน สาํ หรับนกั กีฬาทอ่ี ยูในชวงวยั เดก็ หรือวยั รนุ ซึง่ เปนชว งวยั ท่ีกาํ ลงั หา “อัตลกั ษณ” ของตวั เอง การเลน กฬี าอาจชวยพฒั นาทักษะทเี่ ดก็ ๆ และวยั รุน จะแสวงหาและพัฒนาอัตลกั ษณหรอื ความเปนตัวตนของ พวกเขาได (identity achievement) นอกจากนั้น ไมวา จะเปน การแขงขันระดบั ใด การจดั การกบั ความ คาดหวงั ของท้งั ตนเองและผูคนรอบขา ง รวมทงั้ ความสามารถที่จะรูวาเมอ่ื ประสบปญหาหรือความยากลําบาก แลวรวู าตอ งหันหนาไปขอความชวยเหลือจากใครเปน สง่ิ ทสี่ าํ คัญ ซึ่งทงั้ หมดนขี้ ้ึนอยกู บั วา นักกฬี าคนนน้ั มี ทกั ษะท่ีจะชว ยสรา งความสมั พนั ธร ะหวา งบคุ คล (interpersonal competence) หรือไม ทกั ษะการทาํ งานเปน ทมี ทกั ษะทางจิตวทิ ยาทสี่ ําคญั อีกกลมุ หน่ึง คอื ทักษะการทาํ งานเปนทมี (team skill) ไมวาจะเลน กฬี าที่ ตอ งแขงขนั เปน ทมี หรือไม นกั กีฬาทกุ คนอาจตอ งทาํ งานรวมกับโคช เพ่อื นรวมทีม นกั กายภาพบาํ บัด หรือ บคุ คลอ่นื ๆ อกี มากมาย ดังนนั้ ทกั ษะการทาํ งานเปนทีม เชน การส่อื สาร (communication) ภาวะผูนาํ (leadership) การสรา งความม่ันใจใหกบั ทมี (team confidence) รวมถงึ การสรางความกลมเกลยี วภายในทีม (cohesion) ยอมเปนทักษะทส่ี ําคญั ถานกั กีฬาขาดทักษะเหลานี้ ถึงแมวา จะเลน กฬี าท่ีแขงขนั คนเดียวก็ตาม ก็ จะไมส ามารถทาํ งานรว มกบั ผอู ืน่ (รวมท้ังนกั จิตวทิ ยาดว ยในบางกรณ)ี ซง่ึ จะชว ยสนับสนุนใหนกั กฬี าคนน้นั ทํา ผลงานทีย่ อดเย่ียมได
Search
Read the Text Version
- 1 - 2
Pages: