บทที่ 1 บทนํา1. ความเปน มาและความสาํ คญั ของปญหา การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในปจ จุบัน เปน การนําเทคโนโลยมี าใชใ นการปฏริ ปู การเรยี นการสอนใหผ ูเ รยี นเปน จดุ ศนู ยก ลางของการเรยี น เปนการเปล่ยี นแปลงบทบาทของผูเรียนจากผรู บั แตเพียงฝา ยเดียว มาเปนผกู ระตือรอื รนในการสบื คนสารสนเทศ สนใจในการสํารวจ คนหา และสรา งสรรคท างแกป ญหาในการเรยี นรู รวมถึงการมีสว นรวมในการเรียนขณะเดียวกนั ผูสอนยอมเปลย่ี นจากเปน จดุ ศนู ยกลางของการเรียนการสอน มาเปนผคู อยชแี้ นะผสู นบั สนนุ ใหค วามรวมมอื และบางคร้ังจะเปน ผูเ รยี นรรู วมไปกับผูเรียนดว ย ตามบทบญั ญัตขิ องพระราชบัญญัติการศึกษาแหง ชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 และท่แี กไ ขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ไดระบุมาตราท่เี ก่ยี วของกับการจดั การศกึ ษาทเ่ี นนผูเรียนเปนศูนยก ลาง ดงั นี้ (กระทรวงศึกษาธกิ าร 2545: 17-22) มาตรา 6 การจัดการศึกษาตองเปน ไปเพ่อื พฒั นาคนไทยใหเ ปนมนุษยท สี่ มบรูณท ง้ัรางกาย จิตใจ สติปญญา ความรู และคุณธรรม มจี ริยธรรมและวัฒนธรรมในการดาํ รงชวี ิต สามารถอยรู วมกบั ผูอื่นไดอยา งมีความสขุ มาตรา 8 (3) การพฒั นาสาระและกระบวนการเรยี นรใู หเปนไปอยางตอ เน่ือง มาตรา 22 การจดั การศึกษาตองยึดหลักวา ผเู รียนทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพฒั นา ตนเองได และถือวาผเู รียนมีความสาํ คญั ทสี่ ุด กระบวนการจัดการศึกษาตองสงเสรมิ ใหผูเรียนสามารถ พฒั นาตามธรรมชาติและเตม็ ตามศักยภาพ มาตรา 24 (5) สง เสริมใหผสู อนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดลอ ม สอ่ื การเรียนและอํานวยความสะดวกเพ่ือใหผเู รยี นเกิดการเรียนรู และมคี วามรอบรู รวมท้ังสามารถใชการวิจัยเปนสวนหนึง่ ของกระบวนการเรียนรทู ้งั น้ี ผูสอนและผเู รยี นอาจเรยี นรไู ปพรอ มกันจากส่อื การเรยี นการสอนและแหลง วิทยาการประเภทตา ง ๆ หลกั การสําคญั ในการจดั กระบวนการเรียนการสอนทจี่ ะกอใหเกิดประสิทธิภาพและชวยใหเ กดิ ผลสัมฤทธท์ิ ่ีแทจ รงิ นนั้ จําเปน อยา งย่งิ ทคี่ รูผสู อนตองใชสื่อการสอนโดยเฉพาะเทคโนโลยีสมัยใหมเ ขามาชวย ซึง่ ในปจ จุบันจะพบวาส่อื การสอนมีบทบาทในการเพิ่มประสทิ ธภิ าพการเรียนรูใหกบั ผูเรียนมากยง่ิ ข้ึน และยังมบี ทบาททีจ่ ะชวยใหผ เู รยี นสามารถเรียนรแู ละคนควา ไดดว ยตนเอง
2ทําใหผเู รียนสามารถนาํ ความรูแ ละประสบการณไปบูรณาการเพอื่ ใชแกป ญ หาในชวี ติ ประจาํ วนั สงผลตอการดาํ เนินชีวติ ท่ที ําใหอ ยูในสงั คมไดอยา งมีความสุข ทั้งในปจจบุ ันและอนาคต การจัดกระบวนการเรียนการสอนที่มีคุณภาพตองสนองตอบตอ ความตองการและความแตกตางระหวางบคุ คลใหมากท่สี ุด(กมล เวียสุวรรณ และนิตยา เวียสุวรรณ 2539 อา งถงึ ในเฉลมิ ศรี มลู โพธิ์ 2541: 1) กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยีเปน กลุมสาระทช่ี ว ยพัฒนาใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ มที ักษะพนื้ ฐานท่จี าํ เปน ตอ การดํารงชวี ติ และรูเทาทันการเปลีย่ นแปลงสามารถนําความรเู ก่ียวกบั การดํารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี มาใชประโยชนในการทาํ งานอยา งมีความคิดสรางสรรค และแขง ขนั ในสงั คมไทยและสากล เหน็ แนวทางในการประกอบอาชีพรักการทํางาน และมีเจตคตทิ ่ีดีตอ การทํางาน สามารถดาํ รงชวี ติ อยใู นสงั คมไดอยา งพอเพียงและมีความสขุ (กระทรวงศึกษาธิการ: 2551) การจดั การเรยี นการสอนกลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพีและเทคโนโลยี จงึ จัดใหสอดคลองตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551โดยนําสอื่ การสอนทเ่ี ปนเทคโนโลยสี มัยใหมเขา มาเพม่ิ ประสิทธิภาพการเรียนรใู หกับผเู รียนตอ ไป 1.1 สภาพทพี่ งึ ประสงค สภาพทพี่ งึ ประสงคของการเรียนในกลุม สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ครอบคลมุ 1.1.1 ดา นการจดั การเรยี นการสอน กลา วคือ การดาํ เนินการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี นบานพระแกว สงั กดั สาํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาสรุ นิ ทร เขต 3 ไดดาํ เนนิ การตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ท่ีมงุ สง เสริมใหผ เู รียนเรียนรูดวยตนเอง เกิดเรยี นรูอยา งตอ เนื่องตลอดชวี ิต และใชเ วลาอยางสรา งสรรคสนองความตองการของผเู รยี น ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ ผูเรียนสามารถเรียนรูไ ดท ุกเวลา ทุกสถานท่ี โดยสถานศกึ ษาและผูท่ีมีสว นเกีย่ วของควรมีการจดั การเรยี นการสอนและสนับสนนุ สงเสรมิ ใหผ เู รียนสามารถเรยี นรูไดอยางมปี ระสิทธิภาพ โดยสามารถนําวธิ ีการจดั การเรยี นการสอนท่เี นน ใหผเู รยี นเปนสําคัญและการสอนวธิ อี น่ื ๆ มาประยกุ ตใชดว ยกัน เพ่ือจะชวยใหการจดั การเรียนการสอนมีประสิทธภิ าพมากขึ้น 1.1.2 ดา นสือ่ การสอน กลา วคอื การเรียนการสอนในทุกกลมุ สาระวิชา สามารถเรียนรูไดจากส่ือการเรยี นรูและแหลง เรียนรูทุกประเภท โดยเฉพาะปจ จุบัน สอ่ื ที่มีบทบาทกับชีวติ ประจําวันมากท่ีสดุ เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอรถ ือเปนเทคโนโลยที มี่ บี ทบาทโดยตรงกบั ระบบการศึกษา โดยสามารถนาํ เสนอและการแสดงผลดวยระบบสื่อตา ง ๆ ท้งั ในดานขอมูล รูปภาพ เสียงภาพเคลือ่ นไหว และวดี ิโอ และสามารถสรางระบบการมปี ฏิสมั พนั ธแ บบโตตอบ ทําใหการเรยี นรูยุคใหมประสบความสาํ เรจ็ ไดด ว ยดี (ยืน ภูว รวรรณ 2546: 47-48)
3 เทคโนโลยที างคอมพวิ เตอรท ี่มีบทบาทกับระบบการจดั การศึกษา มีหลายรูปแบบหนง่ึ ในจาํ นวนนนั้ คือ หนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ ส (e-book) ทใ่ี ชเรยี นจากคอมพิวเตอร เปน ส่ิงทเี่ กดิ ขนึ้ใหมในแวดวงการศึกษา เพื่อสนองความตองการของมนุษยที่จะนําสือ่ เขาไปบรรจใุ นรูปดิจทิ ัล ทัง้ นี้เพอื่ ลดขอจาํ กดั จากการอานหนงั สอื ท่วั ไป บทบาทของครูผสู อนที่มกี ารเปล่ียนแปลงไปเนน หนักทางดา นใฝห าความรู ความเขาใจ ความสามารถ วธิ ีการสอนทห่ี ลากหลายตามสภาพเศรษฐกจิและสงั คมอยางกวา งขวาง (เสาวลกั ษณ ญาณสมบัติ 2545: 31) หนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส เปน ส่อื การเรียนการสอนท่สี ามารถชวยสอนในสิ่งท่เี ขา ใจยากใหงาย มีลักษณะสอื่ มลั ติมีเดียท่ีมที ้งั ตัวอกั ษรภาพกราฟก และภาพเคลอื่ นไหว ซึ่งเปนการสรา งความสนใจใหก บั ผูเรียนเปนอยางดี ท้ังยังทําใหผูเ รยี นสามารถเรียนรไู ปตามความสามารถโดยไมต องเรงหรือรอผูอน่ื หากไมเ ขาใจก็สามารถกลบั ไปเรยี นใหมได และสามารถเรียนรไู ดทุกที่ ทุกเวลาตามที่ผเู รยี นตอ งการ (ถาวร นนุ ละออง 2550: 3-4) 1.2 สภาพทเี่ ปนอยปู จจุบนั 1.2.1 ดา นการจัดการเรยี นการสอน กลา วคอื การจดั การเรียนการสอนของครูโรงเรียนบา นพระแกว ในปจ จุบนั สว นมากเปน การเรยี นการสอนในชน้ั เรียน โดยใชการบรรยาย สว นการสาธิต และการใหนกั เรยี นฝก ปฏบิ ตั ิมอี ยูในบางกลมุ สาระการเรียนรูเทานน้ั เนื่องจากสวนมากจะยดึ หนังสือแบบเรียนและตาํ ราเรียนเปนหลกั โดยจัดการเรียนการสอนตามแบบเรียนและแบบฝกกิจกรรมของสาํ นักพิมพต าง ๆ ที่โรงเรียนจดั ซอ้ื มา ซึ่งในบางเนื้อหาบางกิจกรรมอาจจะไมตรงกับความสามารถพืน้ ฐานและความตอ งการของนกั เรยี น สง ผลใหก ารจัดการเรียนการสอนไมมีประสทิ ธภิ าพ ผเู รยี นไมเ กิดการเรยี นรู หรอื ไมสามารถเรียนรูไดอยางมปี ระสิทธิภาพ 1.2.2 ดา นสือ่ การสอน กลาวคือ การจดั การเรยี นการสอนของครโู รงเรยี นบา นพระแกว ในปจจบุ ัน มีการเลือกใชหนงั สือตาง ๆ เพิ่มเติมจากวชิ าหลักท่สี อน เพื่อใหน ักเรียนมคี วามสนใจในการเรยี นมากขนึ้ และหนังสือท่มี ีอยูในโรงเรยี นสว นใหญเปน ทเ่ี ปน แบบพิมพ ไดแก หนังสอื เรยี นหนังสอื แบบฝกหัด หนงั สือภาพ หนังสอื อานเสริม ไมมีการใชห นงั สอื อเิ ล็กทรอนิกสม าเสริมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เนือ่ งจากโรงเรยี นมีงบประมาณไมเพยี งพอในการจดั หาซือ้ ส่อืเทคโนโลยีทน่ี ํามาใชร ว มกันกับหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกสใ หเ พียงพอกับความตองการ และขาดบุคลากรท่ีมีความรูในดา นหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกสมาพฒั นาสื่อการสอนดงั กลาว 1.3 สภาพปญ หาท่เี กดิ ข้นึ 1.3.1 ดานการจัดการเรียนการสอน กลา วคือ ในปจ จุบันครูโรงเรียนบานพระแกวมีภาระงานเพ่มิ ขึน้ และสอนไมตรงกบั วิชาเอกของตน จงึ ทาํ ใหก ารจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนในบางเรือ่ งไมมปี ระสทิ ธิภาพเทาทีค่ วร เนือ่ งจากเนื้อหาในแตละเร่ืองเหมาะสมกบั วธิ ีการจัดการเรียนการสอนท่ีแตกตางกนั และจากที่เห็นวาปจจบุ ันครใู นโรงเรยี นมีวิธกี ารสอนแบบบรรยาย ซง่ึ การสอนดวยวิธนี ี้ครูจะสามารถอธบิ ายใหน ักเรียนเขาใจในบทเรียนไดระดบั หน่งึ แตยงั ไมม ีประสิทธภิ าพมาก
4พอ หากนกั เรียนไมเขาใจในบทเรยี นหรือทบทวนบทเรียนดวยตนเอง จะขาดผูใ หค าํ ปรึกษา สาํ หรับในบางวิชาทม่ี ีการจดั การเรียนการสอนแบบใหน ักเรียนฝกปฏิบัติ ครูจะใชว ิธีการสอนและสาธิตใหนกั เรียนปฏบิ ตั ิตาม หลงั จากน้ันนกั เรียนก็จะฝกปฏบิ ัติและทบทวนบทเรยี นดว ยตนเองเพื่อใหเ กดิความชาํ นาญ หากนกั เรยี นไมเ ขา ใจหรือเกิดปญหาข้นึ ระหวางฝก ปฏบิ ัติงานหรือทบทวนบทเรียนดวยตนเอง จะไมมีครคู อยใหคําปรึกษาสง ผลใหนกั เรยี นไมส ามารถปฏิบัตงิ านตอจนสาํ เร็จได หรือหากนกั เรยี นกลับไปทบทวนบทเรียนบทเรียนท่บี า น แตผ ูป กครองไมม คี วามรูในเรอื่ งท่เี รยี น ทาํ ใหนกั เรียนไมมที ีป่ รึกษาไดเชนเดียวกัน จึงทําใหน ักเรยี นเกิดความเบื่อหนา ยในการเรียน ไมอ ยากเรียนในเรอื่ งนัน้ ๆ สงผลใหผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียนต่าํ ลงไปดวย 1.3.2 ดา นสอ่ื การสอน กลาวคือ สื่อการเรียนการสอนทโี่ รงเรยี นบานพระแกว นยิ มใชใ นปจจุบัน คือ หนงั สือ หรือส่ือประเภทสิ่งพิมพท ั่ว ๆ ไป เชน หนังสือเรียน แบบเรยี น แบบฝก หดัหนังสอื ภาพ พจนานุกรม และอ่ืน ๆ ซง่ึ แลว แตความจาํ เปนในการใช แตสือ่ หนงั สือประเภทส่ิงพิมพทก่ี ลา วมาน้ี จะมีอายใุ นการใชงานท่สี น้ั เนอื่ งจากผลิตดว ยกระดาษธรรมดาเปน สว นใหญ หากเปนหนงั สือแบบเรียนใชไดแคหนงึ่ ถงึ สองป หนังสอื แบบฝกหดั จะใชไดเ พยี งหน่ึงป เนื่องจากนักเรยี นตอ งบนั ทกึ การเรยี นและทําแบบฝกหัดลงในหนังสอื หนังสือทใ่ี ชเรียนแลวไมส ามารถเก็บไวใ ชกบั นกั เรียนรนุ ตอ ไปได โรงเรยี นตอ งสนิ้ เปลอื งงบประมาณในการจัดซื้อหนังสือและแบบฝกหดั ใหกับนักเรยี นทุกป สว นแบบเรียนท่ีตองใชหลักสูตรการเรยี นรูเดิม และใชเนือ้ หาเดิม ตองจัดซ้ือใหม เนื่องจากแบบเรียนท่ีมีอยเู กิดการชาํ รุด เสยี หาย ไมส ามารถใชตอเน่ืองได นักเรยี นทกุ คนในปจจุบนั ตองเรยี นใหค รบตามหลกั สตู รทสี่ ถานศึกษากําหนด ในบางรายวิชามีการนําสอ่ื การสอนที่เปนเทคโนโลยีเขา มาใช แตม กั เกดิ ปญหาจากการใชงานบอย ครูไมส ามารถแกปญ หาการใชงานเทคโนโลยดี งั กลา วได ทําใหการจดั การเรียนการสอนไมตอ เน่ือง ครูผูสอนจงึ ไมนาํ ส่อื การสอนดังกลาวมาใชง านอีก 1.4 ความพยายามในการแกปญหา 1.4.1 ดานการจดั การเรียนการสอน กลาวคือ โรงเรียนบานพระแกว ไดมกี ารคิดคนวธิ กี ารเรยี นการสอนใหม ๆ และผสมผสานวิธกี ารจัดการเรยี นการสอนทห่ี ลากหลาย และทางเครอื ขายการจัดการศึกษาและเขตพน้ื ที่การศึกษามีการจัดอบรมวิธีการสอนใหก บั ครูในอยูบอ ยคร้งัรวมไปถึงสาํ นักพิมพต าง ๆ ท่ีผลติ หนงั สือเพ่ือขายใหกับสถานศกึ ษาไดพยายามจัดทาํ สอื่ การสอนตา งๆ เพื่อสนบั สนุนการจดั การเรียนการสอนใหกบั สถานศึกษาและเปนการสง เสริมการขายดวย 1.4.2 ดา นสอ่ื การสอน กลาวคือ สาํ หรบั สื่อประเภทหนงั สือเรียน เพื่อเปน การประหยัดงบประมาณในการจัดซือ้ หนงั สอื โรงเรียนไดบ ริหารจัดการโดยการจดั ซื้อหนงั สือแบบเรยี นใหน ักเรียนยมื เรยี น หลังจากเรยี นจบแลวใหนักเรียนสงหนังสอื แบบเรยี นคนื เพื่อใหรุน นองไดใชเรยี นตอ ไป และจัดซอื้ เพิ่มเติมในสวนทีไ่ มเ พยี งพอหรอื ชํารดุ
5 นอกจากนี้ ครผู ูสอนหลายทา นไดพ ยายามนาํ สื่อการสอนอิเลก็ ทรอนิกสเขา มาชวยในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ไมว า จะเปน การฉายวีดิทัศน การใหนกั เรียนฝกปฏิบัตกิ ารใชคอมพิวเตอร การใหนักเรียนใชอ นิ เทอรเนต็ เพื่อศึกษาหาความรเู พมิ่ เติม ซึง่ มีสื่ออเิ ล็กทรอนกิ สอยูหลายแบบใหนักเรยี นเลอื กศึกษาหาความรู ไมวา จะเปน บทเรยี นคอมพิวเตอรชว ยสอน E-Learningหรอื หนงั สืออิเล็กทรอนิกส แตเ น้อื หาจากส่ืออิเล็กทรอนิกสดงั กลาวยังไมตรงกับเนื้อหาในบทเรียนของนักเรยี น ทาํ ใหการเรยี นการสอนไมมีประสิทธภิ าพเทาท่คี วร ความพยายามแกปญ หาในสว นของงานวิจยั ท่ีเก่ียวของพบวามีงานวิจัยทีเ่ ก่ียงของคือ กุลิสรา เบาสุข (2552) ไดท ําวิจยั เรื่อง ผลการใชห นงั สืออิเล็กทรอนิกสเ รื่องการตกแตง ภาพทม่ี ีผลสมั ฤทธิ์และเจตคตทิ างการเรียนกลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ของนกั เรยี นชัน้ประถมศึกษาปท ่ี 6 โรงเรียนวดั โปงกอนเสา จังหวัดสระบุรี ซ่งึ มีวตั ถปุ ระสงคก ารวิจัยเพื่อ (1) สรางหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส เรอ่ื ง การตกแตงภาพ สําหรับนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 ใหมีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑมาตรฐานรอ ยละ 80/80 (2) เปรยี บเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นระหวางกอ นและหลังการใชห นงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส และ (3) เปรียบเทยี บเจตคติทางการเรียนระหวางกอ นและหลงั การใชหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส ผลการวิจยั พบวา (1)หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส เรอื่ งการตกแตงภาพ ทผี่ ูวจิ ยั สรางขน้ึ มีประสิทธภิ าพสงู กวา เกณฑท ี่ต้ังไว คอื 82.80/81.40 (2) นักเรยี นมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลงัเรยี นสงู กวา กอนเรยี นอยางมีนยั สําคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ .01 และ (3) นักเรียนมีเจตคติทางการเรียนหลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนยั สําคญั ทางสถติ ิที่ระดับ .01 โดยสรปุ จากผลการวจิ ยั พบวา การใชห นังสืออเิ ลก็ ทรอนิกสสงผลใหน กั เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสงู ข้ึนอยางมนี ัยสาํ คญั และนักเรยี นมีเจตคตทิ างการเรยี นสงู ขน้ึ 1.5 แนวทางทผี่ ูวจิ ัยจะดาํ เนินการแกป ญหา จากสภาพดังกลา วขางตน ผวู ิจยั จงึ เห็นวา หากมกี ารพฒั นาหนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ สกลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี สําหรับนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 6 โรงเรียนบานพระแกว มาใชประกอบการจัดการเรยี นการสอน จะชวยใหน กั เรยี นมีความสนใจในการเรยี นมากขน้ึ เพราะเปนสื่อประเภทเทคโนโลยี มภี าพ และเสยี ง สามารถเคลื่อนไหวได มีความสวยงามและสามารถเชื่อมโยงขอมูลท่ีมีความสัมพันธกนั ภายในหนงั สอื ได รวมไปถึงสามารถเช่ือมโยงขอมลูไปยงั แหลงขอมูลภายนอกได ทาํ ใหน ักเรยี นสามารถคน หาขอ มูลเพิ่มเติมจากเดิมได แตยังคงความเปน หนังสือเอาไว นักเรียนสามารถศึกษาและทบทวนดว ยตนเองไดตลอดเวลา ซ่ึงหนังสืออิเล็กทรอนิกสนสี้ ามารถทาํ ใหอยใู นรปู ของสื่อออฟไลนหรือออนไลนก ็ได หากนักเรียนมีคอมพวิ เตอรท ี่บา นแตไ มมีอินเทอรเ น็ต นักเรยี นสามารถเปดอานหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกสดังกลาวจากแผนซีดีรอมไดเชน กันทั้งนี้ เพ่ือเพม่ิ ประสิทธิภาพการเรยี นการสอนของกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยตี อไป
62. วตั ถปุ ระสงคก ารวิจัย 2.1 วัตถปุ ระสงคท ว่ั ไป เพอ่ื พฒั นาหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส กลุม สาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพและ เร่ือง การคน หาขอมลู ดวยคอมพวิ เตอร สําหรับนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 6 โรงเรยี นบา นพระแกว สังกัดสาํ นกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุรนิ ทร เขต 3 2.2 วัตถุประสงคเฉพาะ 2.2.1 เพ่ือพฒั นาหนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี และเทคโนโลยี เรอื่ งการคน หาขอ มลู ดวยคอมพวิ เตอร ใหมปี ระสทิ ธิภาพตามเกณฑที่กาํ หนด 2.2.2 เพือ่ ศึกษาความกาวหนาทางการเรียนของนักเรียนท่ีเรยี นดวยหนงั สอือิเล็กทรอนิกส กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี และเทคโนโลยี เรอ่ื ง การคนหาขอมูลดว ยคอมพิวเตอรกอนเรยี นและหลังเรยี น 2.2.3 เพอื่ ศึกษาความคิดเหน็ ของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 6 ท่ีเรียนดวยหนังสอือิเล็กทรอนกิ ส กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี เร่อื งการคน หาขอมลู ดวยคอมพิวเตอร3. สมมติฐานการวจิ ยั 3.1 หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี และเทคโนโลยี เรื่องการคน หาขอ มลู ดว ยคอมพวิ เตอรที่พฒั นาข้นึ มีประสิทธิภาพตามเกณฑท่ีกาํ หนด 80/80 3.2 นกั เรยี นทเ่ี รยี นดว ยหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส กลมุ สาระการเรยี นรูก ารงานอาชีพและเทคโนโลยี เร่อื งการคนหาขอมลู ดว ยคอมพวิ เตอร มีความกาวหนาทางการเรียนสงู ข้นึ อยางมีนัยสาํ คญัท่ีระดบั .05 3.3 นักเรยี นท่เี รยี นดว ยหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส เรื่องการคนหาขอมลู ดว ยคอมพิวเตอร มีความคดิ เห็นในระดบั เห็นดว ยมาก
74. ขอบเขตการวจิ ัย 4.1 รูปแบบการวจิ ัย การวจิ ัยเชิงพฒั นา 4.2 ประชากร 4.2.1 ประชากรทใี่ ชในการวิจยั ไดแ ก นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 6 โรงเรียนบา นพระแกว ปก ารศึกษา 2557 จาํ นวน 60 คน 4.2.2 กลมุ ตัวอยา งที่ใชในการวิจัย ไดแก นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที่ 6 จํานวน39 คน ไดมาโดยการสุม แบบกลุม 4.3 ตวั แปรท่ศี ึกษา 4.3.1 ตวั แปรตน หนงั สืออิเล็กทรอนิกส สาระการงานอาชพี และเทคโนโลยี เรื่องการคน หาขอ มลู ดวยคอมพิวเตอร 4.3.2 ตวั แปรตาม 1) ประสทิ ธภิ าพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส กลุม สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี เร่ืองการคนหาขอ มลู ดว ยคอมพวิ เตอร สาํ หรบั นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 6 2) ความกาวหนา ทางการเรียนของนักเรยี นทเ่ี รยี นดวยหนงั สืออิเล็กทรอนิกสกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่องการคน หาขอ มูลดวยคอมพิวเตอร สําหรบั นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปท ี่ 6 3) ความคดิ เห็นของนักเรียนที่เรียนดวยหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส กลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี เร่ืองการคน หาขอมูลดว ยคอมพวิ เตอร สาํ หรับนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที่6 4.4 เน้อื หาสาระในการวิจัย เนื้อหาสาระท่ใี ชใ นการพัฒนาหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี เรอ่ื ง การคนหาขอ มลู ดว ยคอมพิวเตอร ครอบคลุมหวั ขอ (1) ความหมายประเภท และประโยชนของขอมูล (2) การคน หาขอมูลจากสอื่ บนั ทึกขอมลู และ (3) การคนหาขอมูลจากอินเทอรเ น็ต 4.5 เครือ่ งมอื ที่ใชใ นการวจิ ัย 4.5.1 หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชีพและเทคโนโลยีเรอ่ื งการคนหาขอมลู ดวยคอมพิวเตอร
8 4.5.2 แบบทดสอบกอนเรียนและแบบทดสอบหลังเรยี นแบบคขู นานเพอื่ วัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกอนและหลงั จากการเรยี นดว ยหนังสอื อิเล็กทรอนิกส กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรอ่ื งการคน หาขอมูลดวยคอมพิวเตอร 4.5.3 แบบสอบถามความคิดเหน็ ของนักเรียนทม่ี ีตอหนังสืออิเล็กทรอนิกส กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี เรือ่ งการคนหาขอมลู ดว ยคอมพวิ เตอร 4.6 ระยะเวลาดําเนินการวจิ ัย ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศกึ ษา 25575. นิยามศพั ทเ ฉพาะ 5.1 หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส หมายถงึ หนงั สือท่ีสรา งดว ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร เพื่อนําเสนอตัวอกั ษร ภาพนง่ิ ภาพเคลื่อนไหว เสยี งลกั ษณะทีต่ อบโตก ันได (Interactive) และการเชอื่ มโยงแบบไฮเปอรเ ท็กซ สามารถทําบุคมารก (Book mark) และหมายเหตปุ ระกอบตามทีผ่ ูใชตอ งการไดโ ดยอาศยั พนื้ ฐานของหนงั สือเลมเปนหลกั 5.2 การคนหาขอมลู ดวยคอมพิวเตอร หมายถงึ การใชคอมพิวเตอรเพ่ือสืบคนขอมูลทตี่ อ งการจากแหลง ขอมูลตา ง ๆ ครอบคลุม (1) ความหมาย ประเภท และประโยชนข องขอมูล (2)การคนหาขอมูลจากส่ือบนั ทกึ ขอ มลู และ (3) การคน หาขอมูลจากอินเทอรเ นต็ 5.3 ความกาวหนาทางการเรียน หมายถงึ การเปรยี บเทียบคาเฉล่ยี ของคะแนนกอ นเรียนกับคาเฉลี่ยของคะแนนหลังเรยี นจากการวัดพฤติกรรมดา นพทุ ธิพสิ ัยและทักษะพิสยั หลงั จากการเรยี นดวยหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส 5.4 นักเรียน หมายถึง ผทู ่ีศกึ ษาอยใู นระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 6 ปก ารศกึ ษา 2557โรงเรียนบา นพระแกว ทไี่ มเคยเรยี นดว ยหนังสอื อิเล็กทรอนิกส กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพีและเทคโนโลยี เรือ่ งการคน หาขอ มลู ดวยคอมพิวเตอร 5.5 ความคดิ เหน็ ในการเรียนดว ยหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส หมายถึง ระดบั ความคิดเห็นของนักเรียนทม่ี ีตอ หนงั สืออิเล็กทรอนิกสจากการตอบแบบสอบถามทผี่ วู ิจยั สรา งข้ึน โดยมีระดบั ความคดิ เหน็ ท่ใี หตอขอคาํ ถาม 5 ระดับ คือ ระดบั มากทส่ี ดุ ระดับมาก ระดับปานกลาง ระดบั นอย และระดับนอยมาก โดยครอบคลุม (1) ดานการออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส และ (2) ดา นความรทู ี่ไดร บั 5.6 ประสิทธภิ าพ หมายถงึ ผลสมั ฤทธทิ์ ไี่ ดมาจากการทดสอบนกั เรยี นท่เี รียนดวยหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี และเทคโนโลยี เร่อื ง การคน หาขอมลู ดว ยคอมพิวเตอร กลาวคือ คา 80 ตวั เลขแรก หมายถึง คะแนนรอยละประสิทธภิ าพของกระบวนการ
9(E1) ไดจากคะแนนแบบฝก หัดระหวางเรยี น และ คา 80 ตวั เลขหลงั หมายถงึ คะแนนรอยละประสิทธภิ าพของผลลพั ธ (E2) ทไี่ ดจ ากคะแนนการทําแบบทดสอบหลังเรียน การยอมรบัประสิทธิภาพ ยอมรบั เม่ือเทา กับเกณฑ สูงกวาและต่ํากวาเกณฑไมเกนิ + 2.5 5.7 โรงเรยี นบา นพระแกว หมายถึง สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ต้ังอยูท่ีบา นกลางสามัคคี หมู 15 ตาํ บลพระแกว อําเภอสังขะ จงั หวัดสรุ ินทร เปด ทําการสอนต้ังแตช้นัอนุบาล ถึงชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 3 มหี มูบา นในเขตบริการของโรงเรียนทง้ั หมด 9 หมูบา น ไดแ ก บานกลางสามัคคี บา นพระแกว บานนา บา นหนองน้าํ ใส บา นโคกไมแดง บานสันตสิ ขุ บานส่ีแยกพระแกว บานตะโก และบานนอยชลประทาน 5.8 สาํ นักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสุรนิ ทร เขต 3 หมายถึง หนว ยงานทางการศึกษาทม่ี หี นา ทก่ี ํากับ ตรวจสอบ ควบคุม กํากบั ดูแล การดาํ เนนิ การดานการศึกษาของโรงเรยี นทอี่ ยใู นอาํ เภอปราสาท อําเภอสงั ขะ อําเภอกาบเชิง อาํ เภอบวั เชด อาํ เภอพนมดงรกั และอําเภอศรีณรงค จงั หวัดสรุ นิ ทร5. ประโยชนท ี่คาดวา จะไดร ับ 5.1 ไดห นงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส สาระการงานอาชพี และเทคโนโลยี เร่ืองการคน หาขอมูลดว ยคอมพิวเตอร สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 5.2 ไดตนแบบช้นิ งานหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส เพือ่ เปนแนวทางในการพัฒนาหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ สเรื่องอ่นื ตอ ไป
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: