1. ความหมายของเครือขา่ ยไร้สายตอบ เครือข่ายแลนไรส้ ายแบง่ ออกเป็น 4 ประเภท คอื 1. WPAN(Wireless Personal Area Network) เป็นระบบเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล ปัจจุบันมีอยู่สองระบบท่ีรองรับการทางานส่วนบุคคล คือ IR(Infra-Red) และ Bluetooth การทางานจะครอบคลุมบรเิ วณการสื่อสารท่ีค่อนข้างจากัด เช่นอินฟาเรด ระยะประมาณไมเ่ กนิ 3 เมตร และบลูทูธ ระยะไมเ่ กนิ 10 เมตร 2. WLAN(Wireless Local Area Network) เป็นระบบเครือข่ายท้องถ่ินท่ีใช้งานในพน้ื ที่ใดพนื้ ที่หนึ่งในระยะใกล้ ภายในหนว่ ยงานหรอื อาคารเดยี วกนั เช่น สานักงาน บรษิ ทั หรือสถานท่จี ดั นทิ รรศการ
3. WMAN(Wireless Metropolitan Area Network) เป็นระบบเครือข่ายสาหรับเมืองใหญๆ่ มรี ะบบเครือข่ายท่ีหลากหลายมักใชเ้ ชื่อมตอ่ สือ่ สารกันระหว่างอาคารต่างๆภายในเมอื ง 4. WWAN(Wireless Wide Area Network) เป็นระบบเครอื ขายไร้สายขนาดใหญ่สาหรบั เมืองหรือประเทศซึง่ มกั มีการใชง้ านผา่ นดาวเทียมข้ามประเทศ2. สื่อกลางประเภทไร้สายตอบ ส่ือกลางประเภทไร้สาย (Wireless Media) การส่ือสารข้อมูลแบบไร้สายนี้สามารถส่งข้อมูลได้ทุกทิศทางโดยมอี ากาศเป็นตวั กลางในการสื่อสาร
1) คล่ืนวิทยุ (Radio Wave) วิธี การสื่อสารประเภทนี้จะใช้การส่งคลื่นไปในอากาศ เพ่ือส่งไปยังเครื่องรบั วิทยุโดยรวมกับคลน่ื เสยี งมคี วามถเ่ี สียงทีเ่ ป็นรูป แบบของคล่นื ไฟฟา้ ดงั นั้นการส่งวิทยุกระจายเสียงจงึไม่ต้องใช้สายส่งข้อมูล และยังสามารถส่งคลื่นสัญญาณไปได้ระยะไกล ซ่ึงจะอยู่ในช่วงความถี่ระหว่าง 104 -109 เฮิรตซ์ ดังน้ัน เครอ่ื งรับวิทยุจะต้องปรับช่องความถี่ให้กับคลื่นวิทยุที่ส่งมา ทาให้สามารถรบั ข้อมูลได้อย่างชัดเจน 2) สัญญาณไมโครเวฟ (Microwave) เปน็ สือ่ กลางในการสอ่ื สารทีม่ คี วามเร็วสงู สง่ ขอ้ มลูโดยอาศยั สัญญาณไมโครเวฟ ซึ่งเปน็ สัญญาณคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ไปในอากาศพรอ้ มกับข้อมูลที่ตอ้ งการส่ง และจะตอ้ งมีสถานีทที่ าหนา้ ท่ีส่งและรบั ข้อมลู และเนอื่ งจากสญั ญาณไมโครเวฟจะเดินทางเปน็เส้นตรง ไม่สามารถเลย้ี วหรือโค้งตามขอบโลกท่ีมีความโคง้ ได้ จงึ ต้องมกี ารตงั้ สถานรี ับ – สง่ ข้อมลู เปน็ระยะๆ และสง่ ข้อมลู ตอ่ กันเปน็ ทอดๆ ระหวา่ งสถานีตอ่ สถานีจนกว่าจะถึงสถานปี ลายทาง และแต่ละสถานจี ะตง้ั อยใู่ นทีส่ งู ซง่ึ จะอยูใ่ นช่วงความถี่ 108 - 1012 เฮิรตซ์
3) แสงอนิ ฟราเรด (Infrared) คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่อยู่ในช่วง 1011 – 1014 เฮิรตซ์ หรือความยาวคลื่น10-3 – 10-6 เมตร เรียกว่า รังสีอนิ ฟราเรด หรือเรียกอกี อย่างหนึ่งว่า คลื่นความถ่ีส้ัน (Millimeter waves)ซึ่งจะมีย่านความถี่คาบเก่ียวกับย่านความถ่ีของคล่ืนไมโครเวฟอยู่บ้าง วัตถุร้อน จะแผ่รังสีอินฟราเรดที่มีความยาวคล่ืนส้ันกว่า 10-4 เมตรออกมาประสาทสัมผัสทางผิวหนังของมนุษย์สามารถรับรังสีอินฟราเรด ลาแสงอนิ ฟราเรดเดินทางเป็นเส้นตรง ไม่สามารถผ่านวัตถุทึบแสง และสามารถสะท้อนแสงในวัสดุผวิ เรียบได้เหมือนกับแสงทัว่ ไปใชม้ ากในการส่ือสาร ระยะใกล้ 4) ดาวเทียม (satilite) ได้รับการพัฒนาข้ึนมาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจากัดของสถานีรับ - ส่งไมโครเวฟบนผิวโลกวัตถุประสงค์ในการสร้างดาวเทียมเพ่ือเป็นสถานีรับ - ส่งสัญญาณไมโครเวฟบนอวกาศ และทวนสัญญาณในแนวโคจรของโลกในการส่งสัญญาณดาวเทียมจะต้องมีสถานีภาคพื้นดินคอยทาหน้าท่ีรับ และส่งสัญญาณขึ้นไปบนดาวเทียมท่ีโคจรอยู่สูงจากพ้ืนโลก 22,300 ไมล์ โดยดาวเทียมเหลา่ น้ัน จะเคล่ือนที่ดว้ ยความเรว็ ทเี่ ทา่ กับการหมนุ ของโลก จึงเสมือนกับดาวเทียมนั้นอยู่น่ิงอยู่กับท่ี ขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง ทาให้การส่งสัญญาณไมโครเวฟจากสถานีหนึ่งข้ึนไปบนดาวเทียมและการกระจายสัญญาณจากดาวเทยี มลงมายงั สถานีตามจุดต่างๆ บนผิวโลกเปน็ ไปอย่างแม่นยา ดาวเทียมสามารถโคจรอยู่ได้ โดยอาศัยพลังงานที่ได้มาจากการเปลย่ี น พลงั งานแสงอาทิตย์ ด้วย แผงโซลาร์ (solar panel)
5) บลทู ูธ (Bluetooth) ระบบสือ่ สารของอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคแบบสองทาง ด้วยคลื่นวิทยุระยะสั้น(Short-Range Radio Links) โดยปราศจากการใชส้ ายเคเบ้ลิ หรือ สายสัญญาณเชื่อมต่อ และไม่จาเป็นจะต้องใช้การเดินทางแบบเส้นตรงเหมือนกับอินฟราเรด ซึ่งถือว่าเพิ่มความสะดวกมากกว่าการเช่ือมต่อแบบอินฟราเรด ท่ีใช้ในการเช่ือมต่อระหว่างโทรศัพท์มือถือ กับอุปกรณ์ ในโทรศัพท์เคล่ือนที่รุ่นก่อนๆ และในการวิจัย ไม่ได้มุ่งเฉพาะการส่งข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ยังศึกษาถึงการส่งข้อมูลที่เป็นเสียง เพ่ือใช้สาหรับHeadset บนโทรศัพท์มือถือด้วยเทคโนโลยี บลูทูธ เป็นเทคโนโลยีสาหรับการเช่ือมต่ออุปกรณ์แบบไร้สายท่ีน่าจับตามองเป็นอย่าง ยิ่งในปัจจุบัน ท้ังในเรื่องความสะดวกในการใช้งานสาหรับผู้ใช้ท่ัวไป และประสิทธิภาพในการทางาน เนอ่ื งจาก เทคโนโลยี บลทู ูธ มีราคาถกู ใช้พลังงานนอ้ ย
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: