Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นาย สิทธิชัย ใจทิม จ.สุโขทัย pdf

นาย สิทธิชัย ใจทิม จ.สุโขทัย pdf

Published by Sittichai Jaitim, 2022-01-12 03:15:43

Description: นาย สิทธิชัย ใจทิม จ.สุโขทัย pdf

Search

Read the Text Version

สุโขทยั

สุโขทยั ความเป็ นมา จากการศกึ ษาร่องรอยทางโบราณและโบราณวตั ถุ ศลิ าจารึก และตานานพงศาวดารทอ้ งถิ่นหลายฉบบั ทาให้เขา้ ใจวา่ ระยะก่อนปี พ.ศ. 1761 น้นั ปรากฏวา่ อานาจของ อาณาจกั รเขมรรุ่งเรืองมากในดินแดนสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะต้งั แตป่ ระมาณ ปี พ.ศ. 1600 เป็ นตน้ มา จนถึงสมยั พระเจา้ ชยั วรมนั ที่ 7 อาณาจกั รเขมรมีศูนยก์ ลางอานาจทางลุ่มแม่น้าเจา้ พระยาอยทู่ ่ีเมืองละโว้ (ลพบุรี) อาณาจกั เขมรมีการปกครองแบบประชาธิปไตย กษตั ริยจ์ ะส่งขนุ นางมา ปกครองเมืองบริวาร โดยเมืองบริวารจะตอ้ งส่งส่วยเป็ นเคร่ืองราชบรรณาการให้แก่นครหลวง ขณะเดียวกบั บางทอ้ งถิ่นอาจเป็นอิสระมีอานาจปกครองตนเอง กลุ่มชนมี ขนาดไม่ใหญ่โต ผปู้ กครองเป็ นผูท้ ี่ไดร้ ับการยกยอ่ งจากกลุ่มชนใหเ้ ป็นผปู้ กครอง ไม่มีความซบั ซอ้ นในการปกคอรงเพราะประชาชนยงั มีน้อย บริเวณท่ีมีความสาคญั ใน บริเวณภาคเหนือตอนล่าง คอื 1. บริเวณเมืองศรีเทพ ลุ่มแม่น้าป่ าสัก ซ่ึงมีซากโบราณสถานเป็นปรางคท์ ส่ี ร่างดว้ ยศิลาแลงและอิฐ รวมท้งั เทวรูปศิลาหลายองค์ ท่เี ห็นไดช้ ดั วา่ เป็น ศิลปกรรมแบบเขมร 2. บริเวณเมืองสองแคว (พิษณุโลก) ซ่ึงปรากฏมีโบราณสถานเป็นศลิ ปกรรมแบบเขมร ไดแ้ ก่ พระปรางคว์ ดั จุฬามณี ซ่ึงก่อสร้างดว้ ยศิลาแลง 3. บริเวณเมืองสุโขทยั และเมืองศรีสัชนาลยั ซ่ึงมีโบราณสถานท่เี ป็ นศลิ ปกรรมแบบเขมร คือ พระปรางคว์ ดั เจา้ จนั ทร์ พระปรางค์ 3 องคว์ ัดพระพาย หลวง ศาลตาผาแดง และฐานพระปรางคว์ ดั ศรีสวาย เมืองเก่าสุโขทยั เป็นตน้ สุโขทยั ในฐานะที่เป็นแควน้ ทางการปกครองอยา่ งเป็นเอกเทศ ไดป้ รากฏรูปร่างข้ึนมาเม่ือพทุ ธศตวรรษท่ี 18 เม่ือวรี บรุ ุษไทย 2 คน คือ พ่อขนุ ผาเมือง เจา้ เมืองราดและพ่อขนุ บางกลางหาวเจา้ เมืองบางยาง สหายท้งั 2 ท่าน ไดร้ ่วมมือกนั ยดึ เมืองสุโขทยั และศรีสัชนาลยั คอื มาจากขา้ ศกึ ทชี่ ื่อวา่ “ขอมสบาดโขลญลาพง” เมืองสุโขทยั เดิม พญาศรีนาวนาถมเป็นเจา้ เมืองครองอยู่ แต่คร้ังเม่ือพญาศรีนาวนาถมถึงแก่กรรมลง ไดเ้ กิดเรื่องยงุ่ ยากข้ึน โดยตอ้ งตกอยใู่ นอานาจ ปกครองของขอมสบาดโขลญลาพง ดงั น้นั พอ่ ขนุ ผาเมืองผเู้ ป็นโอรส จงึ ไดร้ ่วมกบั พอ่ ขนุ บางกลางหาวยดึ อานาจคอื สาหรับพอ่ ขนุ ผมเองน้ันนอกจากเป็ นโอรสของเจา้ เมืองสุโขทยั เก่าและเป็นเจา้ เมืองราดแลว้ ยงั ดารงฐานะเป็นราชบุตรเขยของกษตั ริยเ์ ขมร และไดร้ ับมอบนามเกียรติยศคอื “ศรีอินทราบดินทราทติ ย”์ กบั พระขรรคช์ ัย ศรีจากกษตั ริยเ์ ขมรดว้ ย เมื่อท้งั สองยดึ เมืองศรีสัชนาลยั กบั สุโขทยั ไดแ้ ลว้ พ่อขนุ ผาเมืองจึงไดม้ อบเมืองสุโขทยั ใหส้ หายตนครอบครอง พร้อมท้งั นามเกียรติยศตนใหแ้ ก่สหาย ส่วนตวั เองกลบั ไปครองเมืองราดเช่นเดิม ดว้ ยเหตุน้ี พ่อขนุ บางกลางหาวจึงไดเ้ ป็ นท่ีรู้จกั กนั ภยั หลงั ในนามวา่ “ศรีอินทราบดินทราทติ ย”์ หรือ “ศรีอินทราทิตย”์ พ่อขนุ ศรีอินทราทิตยค์ รอบคอรงสุโขทยั เป็นศุนยก์ ลางมีอานาจอยแู่ ถบบริเวณลุ่มแม่น้ายมและแม่น้าปิ งตอนล่าง ทรงมีโอรสทีป่ รากฏนามอยสู่ อง พระองค์ คอื พ่อขนุ บานเมือง ผพู้ แี่ ละพ่อขนุ รามราชผนู้ อ้ ง ในขณะน้นั บา้ นเมืองยงั อยใู่ นความไม่สงบ ยงั มีผูน้ าของกลุ่มชนอิสระอยอู่ ีกหลายกลุ่มที่คดิ จะต้งั ตวั เป็นใหญ่ ดงั น้นั ในการรวบรวมกลุ่มชนต่าง ๆ เหล่าน้นั เขา้ ดว้ ยกนั จึงตอ้ งมีการทาสงครามตอ่ สูก้ นั ดงั เช่นคร้ังหน่ึงเมื่อพอ่ ขนุ รามราช อายไุ ด้ 19 ปี ประมาณปี พ.ศ. 1800 ขนุ สามชนเจา้ เมืองฉอดตเี มืองตาก ซ่ึงเป็น เมืองอยใู่ นอาณาเขตปกครองของพ่อขนุ ศรีอินทราทิตย์ คร้ังน้นั พอ่ ขนุ รามราชไดช้ ่วยพระราชบดิ าออกสู้รบดว้ ย และสามารถชนชา้ งชนะขนุ สามชนได้ พอ่ ขนุ ศรีอินทรา ทติ ยจ์ ึงหนามพอ่ ขนุ ราชราชวา่ “พระรามคาแหง” เม่ือขนุ ศรีอินทราทิตยส์ ้ินพระชนมพ์ ่อขนุ บานเมือง ไดข้ ้นึ ครองราชยต์ ่อมา แต่อยใู่ นช่วงระยะส้ัน ๆ ไม่ปรากฏเหตกุ ารณส์ าคญั ทางประวตั ิศาสตร์ เม่ือ พ่อขนุ บานเมืองส้ินประชนม์ ในปี พ.ศ. 1822 พ่อขนุ รามคาแหง จงึ ไดค้ รองราชยต์ ่อมาและไดท้ รงเป็นมหาราชพระองคแ์ รงของชนชาตไิ ทย ในสมยั พ่อขนุ รามคาแหง มหาราชถือไดว้ า่ เป็นยคุ ทองของสุโขทยั อาณาจกั รสุโขทยั มีความเจริญรุ่งเรือกวา่ ในรัชกาลใด ๆ ในราชวงศพ์ ระร่วง ราชอาณาจกั รแผข่ ยายไปอยา่ งกวา้ งขวาง ทศิ เหนือ อาณาเขตถึงเมืองหลวงพระบาง โดยมีเมืองตา่ ง ๆ คอื เมืองแพร่ เมืองน่าน เมืองปัว ทิศใต้ อาณาเขตถึงฝั่งทะเลสุดเขตมาลายู โดยมีเมืองต่าง ๆ คือ เมืองคนที เมืองพระบาง เมืองแพรก เมืองสุพรรณภูมิ เมืองเพชรบุรี และเมือง นครศรีธรรมราช ทิศตะวนั ออก อาณาเขตถึงเมืองเวยี งจนั ทน์ และเมืองเวยี งคา โดยมีเมืองสระหลวง เมืองสองแคว เมืองลุมบาจาย และเมืองสคา

ทิศตะวนั ตก อาณาเขตถึงเมืองฉอด และเมืองหงสาวดี พระมหาธรรมราชาลิไท เสด็จสวรรคตเม่ือปี ใดไม่ปรากฏหลกั ฐานแน่ชดั แตส่ ันนิษฐานวา่ อยใู่ นระหวา่ ง พ.ศ. 1913-1916 หลงั จากน้นั อาณาจกั รสุโขทยั เกิดความแตกแยกเนื่องจากขาดผนู้ าอาณาจกั รที่เป็นทยี่ อมรับของญาตพิ ่นี อ้ งที่ครองเมืองต่าง ๆ สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชที่ 1 จึงเสด็จข้ึนมายดึ อาณาจกั รสุโขทยั ได้ ท้งั หมด หากแต่ยงั โปรดให้เช้ือพระวงศท์ างสุโขทยั ปกครองตนเอง โดยข้นึ ตรงกบั อาณาจกั รอยธุ ยา คือพระมหาธรรมราชาท่ี 2 ซ่ึงในสมยั ของพระองค์ อาณาจกั ร สุโขทยั อยใู่ นฐานะเป็นรัฐกนั ชนระหวา่ งอาณาจกั รเชียงใหม่กบั อาณาจกั รอยธุ ยา ซ่ึงต่างกแ็ สดงความเคลื่อนไหวในการท่ีจะผนวกเอาดินแดนของอาณาจกั รสุโขทยั ตลอดเวลา ฝ่ ายกรุงศรีอยธุ ยาพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขนุ หลวงพ่องว่ั ) พระองคท์ รงเกรงวา่ อาณาจกั รสุโขทยั จะมีไมตรีกบั อาณาจกั รเชียงใหม่เพราะหากท้งั สอง อาณาจกั รร่วมมือกนั แลว้ จะทาให้อาณาจกั รอยธุ ยาอยใู่ นฐานะลาบาก จงึ ทรงยกทพั มาปราบปรามหวั เมืองชายแดนท่ีตดิ ตอ่ กบั อาณาเขตของสุโขทยั และหาเหตุเขา้ โจมตี เมือง ในอาณาจกั รสุโขทยั ดว้ ยตามพงศาวดารอยธุ ยากล่าววา่ พ.ศ. 1914 สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ขนุ หลวงพอ่ งว่ั ) มีชยั ชนะต่อหัวเมืองเหนือท้งั ปวง พ.ศ. 1915 อยธุ ยายกทพั ไปตีเมืองนครพงั คา และเมืองแสงเชรา พ.ศ. 1916 อยธุ ยายกทพั ไปตีเมืองชากงั ราว พญาไสแกว้ กบั พญาคาแหงสูร้ บป้องกนั เมืองจนพญาไสแกว้ เสียชีวติ ในทร่ี บ พญาคาแหงถอยทพั กลบั เขา้ เมือง ได้ พ.ศ. 1918 อยธุ ยายกทพั ไปตีเมืองพิษณุโลก ขุนสามแกว้ เจา้ เมืองพิษณุโลกถูกจบั ได้ ทพั อยธุ ยาไดเ้ มืองและกวาดตอ้ นผคู้ นจากเมืองพิษณุโลกกลบั มามาก พ.ศ. 1919 อยธุ ยาไปตีเมืองชากงั ราวคร้ังท่สี อง คราวน้ีกองทพั พญาผากองเจา้ เมืองน่านมาช่วยรบร่วมกบั พญาคาแหงดว้ ย แตก่ ไ็ ม่สามารถสูก้ องทพั อยธุ ยา ได้ พญาผาเมืองยกกองทพั หนีไป กองทพั อยธุ ยาตามจบั ตวั แม่ทพั นายกองไดม้ าก พ.ศ. 1921 อยธุ ยายกกองทพั ไปตเี มืองชากงั ราว เป็นคร้ังที่ 3 พระมหาธรรมราชา ยกกองทพั ออกมาป้องกนั เมืองดว้ ยพระองคเ์ อง แตก่ ็ตอ้ ยยอมพ่ายแพแ้ ก่ กองทพั อยธุ ยา จนถึงกบั ตอ้ งยอมถวายบงั คมอ่อนนอ้ มตอ่ อาณาจกั รอยธุ ยา เม่ือพระมหาธรรมราชาที่ 2 ยอมถวายบงั คมต่อสมเดจ็ พระบรมราชาธิราชแห่งอยธุ ยาแลว้ เสถียรภาพทางการเมืองของสุโขทยั ยง่ิ ลดนอ้ ยลงตามลาดบั ท้งั น้ี เพราะถูกอาณาจกั รอยธุ ยาจากดั อานาจลงกบั รวมท้งั การทีก่ ษตั ริยส์ ุโขทยั ยา้ ยที่ประทบั อยทู่ ีเ่ มืองสองแควดว้ ย พระมหาธรรมราชาท่ี 2 สวรรคตราว พ.ศ. 1942 และพญาไสสือไทยข้นึ ครองราชสมบตั ิตอ่ มา ทรงพระนามวา่ “พระมหาธรรมราชาท่ี 3” อาจกล่าวไดว้ า่ ภายหลงั ที่ทางอาณาจกั รอยธุ ยาตดั กาลงั หัวเมืองต่าง ๆ ของของสุโขทยั ลงแลว้ เสถียรภาพทางการเมืองของอาณาจกั รสุโขทยั ก็ทรงลงและยากทีจ่ ะแกไ้ ขให้มน่ั คงข้ึนได้ เนื่องจากอาณาจกั รอยธุ ยาสามารถขยายตวั ออกไปไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวางแตถ่ ึงกระน้นั พระมหาธรรมราชาท่ี 3 กไ็ ดท้ รงกูเสถียรภาพทางการเมืองของสุโขทยั โดยไดท้ รงยก องทพั ออกไปกราบปรามหวั เมืองตา่ ง ๆ ให้อยใู่ นอานาจแมจ้ ะไม่ไดม้ ากเทา่ กบั คร้ังพญาลิไทก็ตาม แตพ่ ระองคก์ ็ไดท้ าสงครามหลายคร้ัง รวมท้งั เคยยกทพั ไปตีเมือง เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 1945 ดว้ ย ซ่ึงไม่จะไม่ไดผ้ ลทางชยั ชนะเลยก็ตาม แตเ่ ป็ นการแสดงถึงความพยายามในการสร้างอาณาจกั รให้มีเสถียรภาพมายง่ิ ข้ึนกวา่ การเป็นรัฐกนั ชนขนาดเล็กทอ่ี าจถูกผนวกไปอยกุ่ บั ดินแดนของอาณาจกั รใดอาณาจกั หน่ึงได้ พญาไสสือไท ทรงมีพระราชโอรสสองพระองค์ คือ พญาบาล และพญาราม หลงั จากทีพ่ ญาไสสือไทเสดจ็ สวรรคต ในปี พ.ศ. 1962 กเ็ กิดจลาจลแยง่ ชิง ราชสมบตั ิสมเด็จพระนครินทรราชาธิราช (พระอินทราชาธิราช) กษตั ริยอ์ ยธุ ยาตอ้ งยกทพั มาปราบจลาจลโดยยกทพั ไปถึงพระบาง (นครสวรรค์) พญาบาล และพญาราม ตอ้ งออกมากราบบงั คมตอ่ สมเด็จพระนครินทราชาธิราชจึงโปรดใหส้ ถาปนาพญาบาลครองเมืองพษิ ณุโลก ทรงพระนามวา่ พระเจา้ ศรีสุริยวงศบ์ รมปาลมหาธรรม ราชาธิราช และพญารามโปรดใหค้ รองเมืองสุโขทยั พระเจา้ ศรีสุริยวงศบ์ รมปาลครองราชสมบตั อิ ย1ู่ 9 ปี จึงเสดจ็ สวรรคตในปี พ.ศ. 1981 การสวรรคตของพระเจา้ สุริยวงศบ์ รมปาล (พระมหาธรรมราชาท่ี 4) นกั ประวตั ิศาสตร์ถือวา่ เป็ นการส้ินสุดยคุ อาณาจกั รสุโขทยั ดว้ ย เม่ือพระเจา้ สุริยวงศบ์ รมปาลสวรรคตสมเด็จพระบรมราชาท่ี 2 (เจา้ สามพระยา) จงึ โปรดให้สถาปนาพระราเมศวรราชโอรสซ่ึงประสูติจากเจา้ หญิงสุโขทยั พระองคห์ น่ึง ซ่ึงขณะน้นั มีพระชนมายเุ พยี ง 7 พรรษา เป็นพระมหาอุปราชครองเมืองสองแคว ท้งั น้ีเพราะทรงเห็นวา่ เป็ นพระราชโอรสทม่ี ีเช้ือสายทางเจา้ นายฝ่ าย สุโขทยั คงจะเขา้ กบั ทางราชวงศส์ ุโขทยั ไดด้ ี และเท่ากบั เป็นการผนวกดินแดนของอาณาจกั รสุโขทยั ในตวั ไปดว้ ย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจา้ สามพระยา) เสดจ็ สวรรคตเมือปี 1991 พระราเมศวรอุปราช จงึ เสดจ็ จากเมืองสองแควไปครองกรุงศรีอยธุ ยา ทรงพระ นามวา่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ส่วนที่เมืองสองแควโปรดใหพ้ ระยษุ ธิฐิระ โอรสของพญารามเป็นเจา้ เมือง แต่ก็ทรงรวมอานาจจาการบริหารราชการแผน่ ดินเขา้ สู่ ส่วนกลางทกี่ รุงศรีอยธุ ยา ฝ่ ายพระยษุ ธิฐิระไม่พอใจอยา่ งมากที่เป็นเพยี งเจา้ เมืองสองแคว จึงหันไปผกู มิตรกบั พระเจา้ ติโลกราชเมืองเชียงใหม่ ทาให้เกิดการสู้รบยดื เยอ้ื ระหวา่ งอาณาจกั รอยธุ ยาและอาณาจกั รเชียงใหม่ ตลอดรัชกาลของสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ และเพ่ือแกป้ ัญหาเกี่ยวกบั กลุ่มหัวเมืองเหนือ สมเดจ็ พระบรมไตร

คาขวญั ประจาจงั หวดั สุโขทยั มรดกโลกล้าเลิศกาเนิดลายสือไทย เล่น ไฟลอยกระทง ดารงพุทธศาสนา งามตาผา้ ตนี จก สงั คโลกทองโบราณ สกั การแม่ยา่ พ่อขนุ รุ่งอรุณ แห่งความสุข ตราประจาจงั หวดั สุโขทยั รูปพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชประทบั บนพระแท่นมนงั คศิลาอาสน์ ธงประจำจังหวัด: ธงพ้นื สีแดง-เหลือง-เขยี ว แบง่ ตามแนวนอน แถบสีเหลืองน้นั กวา้ งเป็น 2 เท่าของแถบ สีแดงและสีเขียว ท่มี ุมธงดา้ นคนั ธงมีตรำประจำจังหวัดเป็นรูปพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชประทบั บนพระแทน่ มนงั คศลิ าอาสน์

แผนท่ีการเดินทาง

อาหารพ้นื เมือง ก๋วยเต๋ียวพระร่วง น้าพริกสุโขทยั

การแต่งกาย การแต่งกายของหญิง สมยั สุโขทยั ลกั ษณะการแตง่ กายของผหู้ ญิง ผม ผมยาวเกลา้ มวยบนศีรษะ มีพวงดอกไมห้ รือพวงมาลยั สวมรอบมวย หรือไวผ้ มแสก กลาง รวบผมไวท้ า้ ยทอย มีเก้ียวหรือห่วงกลมคลอ้ งตรงทร่ี วบ เครื่องประดับ กรองคอ รัดแขน กาไลมือและกาไลเทา้ เคร่ืองปักผมเป็ นเขม็ เงิน เขม็ ทอง แหวน รัดเกลา้ เคร่ืองแต่งกำย นุ่งผา้ ซ่ินหรือผา้ ถุงยาวกรอมถึงขอ้ เทา้ การแต่งกายของชาย สมยั สุโขทยั ลกั ษณะกำรแต่งกำยของผู้ชำย ผม มุ่นผม หรือปล่อยผมเมื่อยามพกั ผอ่ นอยบู่ า้ น เครื่องประดบั กษตั ริยจ์ ะสวมเทริด กาไล เพชร พลอยสี เครื่องแตง่ กาย นุ่งกางเกงคร่ึงน่อง แลว้ นุ่งผา้ ถกเขมร หรือหยกั ร้ังทบั กางเกงอีกที ตอ่ มาประยกุ ตเ์ ป็นนุ่งส้ัน และทงิ้ หางเหน็บ เรียกวา่ กระเบนเหน็บ หรือนุ่งแบบโรยเชิง สวม เส้ือ คอ กลมหรือไม่สวม

สถานที่ท่องเท่ียว อนุสาวรียพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช พระบรมราชานุสาวรียพ์ อ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช ต้งั อยทู่ ีต่ าบลเมืองเก่า อาเภอเมืองสุโขทยั จงั หวดั สุโขทยั อนุสาวรียแ์ ห่งน้ีสร้างข้นึ เพ่อื ถวายเป็นราชสักการะแด่พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช พระมหากษตั ริยใ์ นสมยั สุโขทยั ผมู้ ีพระมหากรุณาธิคุณอนั ยง่ิ ใหญ่และทรงมีพระปรีชาสามารถนานปั การ อาทิ การประดิษฐอ์ กั ษรไทย การปกครองแบบ พอ่ ปกครองลูก บา้ นเมืองร่มเยน็ เป็นสุข และอุดมสมบูรณ์ กรมศิลปากรเป็ นหน่วยงานควบคุมการออกแบบ โดยจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะน้นั ไดเ้ ป็น ประธานในพิธิวางศิลาฤกษ์ เมื่อวนั ที่ 26 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2512 มีพระพกั ตร์และทรวดทรง ซ่ึงจนิ ตนาการตามลกั ษณะของสุภาพชนและเจา้ นายสมยั สุโขทยั ลกั ษณะพระพกั ตร์ยงั จาลองแบบตามพระพทุ ธรูปสมยั สุโขทยั ดว้ ย สร้างในท่า ประทบั นง่ั ห้อยพระบาทบนพระแท่นมนงั ศิลาบาตร ขนาดพระแท่นเทา่ จริง คอื ยาว 4 เมตร กวา้ ง 2.88 เมตร พระหัตถข์ วาทรงถือพระคมั ภีร์ พระหัตถซ์ า้ ยอยใู่ นทา่ ทรงสง่ั สอนประชาชน พระแทน่ ดา้ นซ้ายมีพานวางพระขรรคไ์ วข้ า้ งๆ พระบรมรูปหล่อดว้ ยโลหะทองเหลืองผสมทองแดงรมดา มีน้าหนกั ประมาณ 3 ตนั แท่นฐานแก้ ทรวดทรงแทน่ ฐานอยใู่ นผงั ส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส ลกั ษณะสถาปัตยกรรมเลียนแบบศลิ ปกรรมสมยั สุโขทยั เป็นแท่นนฐานแบบเจดียท์ รงกลมในวดั มหาธาตุ จงั หวดั สุโขทยั รอบฐาน แบ่งออกเป็ น 3 ช้นั ช้นั ล่างสณั ฐานเต้ียเหมือนมูลดิน ประดบั ดว้ ยลวดลายกาบบวั ดา้ นหนา้ ประดิษฐานรูปศิลาจารึกจาลองขนาด 2 เท่าจริง มีบนั ไดข้นึ 4 ดา้ น ระหวา่ ง ข้นั บนั ไดประดบั หินยกพ้ืนข้นึ ไปอีก 2 ช้นั แต่ละช้นั ประดบั ดว้ ยลายบวั ควา่ บวั หงายถึงฐานช้ันที่ 3 ประดิษฐานพระแท่นมนงั ศิลาบาตร และพระบรมรูปพ่อขนุ รามคาแหง มหาราช ดา้ นหนา้ พระบรมรูปมีคาจารึก

วดั ศรีชุม วดั ศรีชุม หรือ วดั ฤๅษีชุม เป็ นโบราณสถานในเขตอุทยานประวตั ิศาสตร์สุโขทยั ตวั วดั เป็นโบราณสถานต้งั อยทู่ างทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ นอกกาแพงเมืองสุโขทยั วดั น้ีเป็นท่ี ประดิษฐานพระพทุ ธรูปปางมารวชิ ยั องคใ์ หญ่ซ่ึงมีนามวา่ พระอจนะ องคพ์ ระพุทธรูปประดิษฐานอยใู่ นมณฑป พระพุทธอจนะ เป็นทเี่ ลื่องลือถึงความศกั ด์ิสิทธ์ิและมีมนต์ เสน่ห์และเอกลกั ษณช์ วนให้นกั ท่องเทย่ี วมาเท่ียวชมและสกั การะอยา่ งไม่ขาดสาย กวา้ งดา้ นละ 32 เมตร สูง 15 เมตร ผนงั หนา 3 เมตร ผนงั ดา้ นซา้ ยเจาะเป็นทางทาบนั ได ใน ผนงั ข้ึนไปถึงหลงั คา ตามฝาผนงั อุโมงคม์ ีภาพเขียนเก่าแก่แต่เลอะเลือนเกือบหมด ภาพเขียนน้ีมีอายเุ กือบ 700 ปี เพดานผนงั มีแผน่ หินชนวนสลกั ภาพ

ทุ่งทะเลหลวง เกาะกลางรูปหัวใจ บริเวณทุ่งทะเลหลวง ต.บา้ นกลว้ ย อ.เมือง จ.สุโขทยั เป็นสถานท่ีทอ่ งเท่ียว ชมธรรมชาติ และเป็นท่ี ประดิษฐสถาน \"พระพุทธรัตนสิริสุโขทยั \" สาหรับ พระพุทธรัตนสิริสุโขทยั เป็นพระพุทธรูปสมั ริด ปางมารวชิ ยั มีลกั ษณะงดงาม คาดวา่ สร้างในสมยั พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทยั พระพทุ ธรูปเก่าแก่กวา่ 700 ปี ราวปี พ.ศ.1845 มีขนาดหนา้ ตกั กวา้ ง 130 ซ.ม. จากฐานถึงพระเกตสุ ูง 208 ซม. ปัจจุบนั ประดิษฐานชวั่ คราว อยทู่ ่ีสวนหลวง ร.9 อ.เมืองสุโขทยั สถานที่ทอ่ งเท่ียวบางแห่งน้นั แมว้ า่ จะถูกสร้างข้ึนดว้ ยมือของมนุษย์ ไม่ไดถ้ ือกาเนิดข้นึ เองจากธรรมชาติ แต่ก็ไดก้ ลายมาเป็ นสถานทสี่ าคญั และมีความหมายที่น่าจดจา เหมือนกบั ที่ แผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูป หัวใจ แห่งทุ่งทะเลหลวง จงั หวดั สุโขทยั “แผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหัวใจ” หรือเรียกโดยทว่ั ไปวา่ “เกาะรูปหวั ใจ” พ้นื ทแ่ี ห่งน้ี ต้งั อยบู่ ริเวณใจกลางทุ่งทะเลหลวง ในเขตตาบล ปากแคว อาเภอเมือง จงั หวดั สุโขทยั แผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหัวใจแห่งน้ี ไดเ้ กิดจากแนวคิดโครงการแกม้ ลิง ซ่ึงเป็นโครงการตามแนวพระราชดาริเพ่ือแกป้ ัญหาน้าท่วมและน้า แลง้ ซ้าซากในพ้นื ทจี่ งั หวดั สุโขทยั โดยไดเ้ ร่ิมทาโครงการสร้างแหล่งเกบ็ น้าข้ึน ในปี พ.ศ. 2545 โดยใชบ้ ริเวณทะเลหลวงซ่ึงเป็นแหล่งเกบ็ น้าในอดีต โดยไดม้ ีการขดุ ลอก พ้นื ทีแ่ ละขดุ คลองเผอ่ื ผนั น้าเขา้ กกั เกบ็ ไวใ้ นพ้ืนท่เี พ่อื ให้ประชาชนใชป้ ระโยชน์ เเละไดม้ ีการออกแบบใหเ้ ป็นรูปหัวใจ คาวา่ “รูปหวั ใจ” น้นั ไดเ้ กิดจากแนวความคิดของ นาย สมศกั ด์ิ เทพสุทนิ เม่ือคร้ังดารงตาแหน่งรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ตอ้ งการให้พ้ืนที่แห่งน้ีสื่อใหเ้ ห็นถึงความรักใคร่สามคั คีของพ่ีนอ้ งชาวจงั หวดั สุโขทยั อีกท้งั ยงั ไดส้ ร้างเกาะกลางน้ารูปหัวใจข้ึนมาอีก เเละไดต้ ้งั ชื่อวา่ “แผ่นดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหวั ใจ” ซ่ึงหากใครไดม้ ีโอกาสเดินทางโดยใชเ้ ครื่องบินเเละผา่ นบริเวณพ้นื ทเี่ เห่งน้ี ก็ สามารถทจี่ ะมองเห็นเกาะรูปหัวใจ ทีถ่ ูกรายลอ้ มดว้ ยผนื น้ารูปหัวใจ เป็ นอีกหน่ึงทศั นียภาพบนทอ้ งฟ้าทีส่ วยงามและน่าต่ืนตาตน่ื ใจ เร่ืองราวความศกั ด์ิสิทธ์ิของแผน่ รูปหัวใจ น้นั ไดเ้ กิดข้ึนจาก “บุญพิธีกลนั่ แผน่ ดิน” ซ่ึงก็คอื พธิ ีทไ่ี ดน้ าดินจากทกุ หมู่บา้ นในจงั หวดั สุโขทยั จานวน 843 หมู่บา้ น มาทาพธิ ีบญุ กลนั่ แผน่ ดิน ดว้ ยการปลุกเสกความ ศกั ด์ิสิทธ์ิลงไปในดิน และใชด้ ินที่ไดม้ าจากพธิ ีมาไวใ้ ตฐ้ านของมณฑปทตี่ ้งั อยบู่ ริเวณใจกลางเกาะ ซ่ึงเป็นทปี่ ระดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทยั ” อนั เป็นพธิ ีทีน่ าพาความ ศกั ด์ิสิทธ์ิมาสู่เกาะรูปหัวใจแห่งน้ี และยงั ถือไดว้ า่ เป็นงานท่ีแสดงถึงความสามคั คีปรองดองของพี่นอ้ งชาวจงั หวดั สุโขทยั ในส่วนของ “พระพุทธรัตนสิริสุโขทยั ” พระพทุ ธรูปศกั ด์ิสิทธ์ิแห่งเกาะศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหัวใจเเห่งน้ี ก่อนท่ีจะไดน้ ามาประดิษฐานน้นั ไดม้ ีประวตั เิ ล่าไวว้ า่ “เป็ นพระพุทธรูปปางมารวชิ ัย สมยั สุโขทยั ซ่ึงไดจ้ มอยใู่ น แม่น้ายมและไดถ้ ูกคน้ พบ เมื่อปี พ.ศ. 2546 จากน้นั จึงไดม้ ีการทาพิธีเสี่ยงทายเเละไดท้ ราบวา่ มีความประสงคท์ ่คี นื สู่จงั หวดั สุโขทยั ทาง นายสมศกั ด์ิ เทพสุทิน ผูด้ าเนิน นโยบายสร้างโครงการเเกม้ ลิงในขณะน้นั จงึ ไดอ้ ธิษฐานขอพระบารมีให้สามารถผลกั ดนั งบประมาณในการสร้างโครงการแกม้ ลิงทงุ่ ทะเลหลวงให้สร้างสาเร็จ เเละก็ไดส้ ร้าง สาเร็จดงั่ คาอธิษฐาน จงึ ไดท้ าการบูรณะองคพ์ ระะและไดอ้ ญั เชิญมาประดิษฐาน ณ ทม่ี ณฑปบนเกาะรูปหัวใจ กลางทุง่ ทะเลหลวงแห่งน้ี ในปัจจุบนั โครงการแกม้ ลิงทงุ่ ทะเล หลวงและแผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหัวใจ ไดก้ ลายมาเป็นอีกหน่ึงสถานท่ีสาคญั อีกแห่งหน่ึงของจงั หวดั สุโขทยั โดยบริเวณพ้นื ทีบ่ นเกาะน้นั ไดม้ ีการปลูกตน้ ไมเ้ พอื่ ความร่มร่ืน เเละยงั ไดถ้ ูกใชเ้ ป็ นพ้นื ท่ีในการจดั งานในวนั สาคญั ต่างๆ อาทิ วนั วสิ าขบูชา วนั มาฆบูชา อีกท้งั ทางจงั หวดั ยงั ไดม้ ีการวางแผนท่ียา้ ยศูนยร์ าชการ และสร้างอาคารสาคญั เช่น สนามกีฬา สวนสาธารณะ ไวใ้ นพ้นื ทีโ่ ดยรอบ ซ่ึงพ้นื ทีแ่ ห่งน้ี ก็คงจะเป็ นอีกหน่ึงสถานทส่ี าคญั แห่งใหม่ของจงั หวดั สุโขทยั ในอนาคตขา้ งหนา้

เขาหลวงสุโขทยั เขาหลวง อยสู่ ูงจากระดบั น้าทะเลถึง ๑,๒๐๐ เมตร เป็นภเู ขาทม่ี ีหนา้ ผาสูงชนั และมียอดเขาสูงที่สุดอยทู่ างดา้ น ทศิ ใตข้ องเมืองสุโขทยั บนยอดเขามีทิวทศั น์ที่สวยงาม ปก คลุมดว้ ยทุ่งหญา้ ธรรมชาติ ประกอบดว้ ยยอดเขา ๔ ยอดดว้ ยกนั คอื ยอดเขานารายณ์ สูงจากระดบั น้าทะเล ๑,๑๖๐ เมตร เป็นทต่ี ้งั ของสถานีโทรคมนาคมเขานารายณ์ ของ กองทพั อากาศมีเน้ือท่ี ๒๕ ไร่ บริเวณเขานารายณม์ ีหนา้ ผาทส่ี วยงาม และสูงชนั เหมาะสาหรับเป็นสถานท่ีพกั ผอ่ น สามารถมองเห็นทิวทศั นร์ อบเขา ในเวลากลางคืนจะเห็น แสงไฟจากจงั หวดั สุโขทยั และจงั หวดั พิษณุโลก ยอดเขาพระแม่ยา่ สูงจากระดบั น้าทะเล ๑,๒๐๐ เมตร เดิมเคยเป็นที่ประทบั จาศลี ภาวนาของพระแม่ยา่ ยอดเขาภูกา สูงจาก ระดบั น้าทะเล ๑,๒๐๐ เมตร และ ยอดเขาพระเจดีย์ สูงจากระดบั น้าทะเล ๑,๑๘๕ เมตร เมื่อมองจากยอดเขาเหล่าน้ีลงไปสามารถมองเห็นทิวทศั น์ท่สี วยงาม และจะเห็นทานบ ก้นั น้าทส่ี ร้างข้ึนในสมยั สุโขทยั ทเ่ี รียกวา่ “สรีดภงค”์ และตวั จงั หวดั สุโขทยั ไดอ้ ยา่ งชดั เจน

ของดีประจาจงั หวดั ถวั่ ทอดลอนศิลปะ ถวั่ ทอดลอนศิลป 200ปี ไดถ้ ูกผลิตข้ึนคร้ังแรก ณ ร้านท่ีมีชื่อวา่ “ลอนศลิ ป” ใน อ.ศรีสาโรง จ.สุโขทยั โดยพน่ี อ้ งสามสาวคือ น.ส.จรูญ น.ส.จารัส และน.ส. บุญทวน ตระกลู มงั กร ซ่ึงทาขนมถว่ั ทอดน้ีเป็นงานอดิเรกเสริมรายได้ ในยามทีว่ า่ งเวน้ จาก งานหลกั ของร้านลอนศลิ ป คือการเยบ็ เส้ือผา้ และทาผมสตรีครูแจ๋ว (ประภาศรี ทองปากน้า) ในช่วงเวลาท่ียงั เด็กอยู่ กไ็ ดเ้ ขา้ มาช่วย คุณป้าท้งั สามท่านทาถวั่ ทอด และช่วยส่งขนมตามร้านกาแฟอยเู่ ป็ นประจา ถว่ั ทอดของร้านลอนศิลป เริ่มเป็นทีร่ ู้จกั กนั มากข้ึนท้งั ใน ระดบั อาเภอและจงั หวดั เป็ นของฝากกนั อยเู่ ป็นประจา

ก๋วยเต๋ียวโบราณ นายโยธินศร์ สมุทรครี ีจ์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สุโขทยั ให้เกียรติเปิ ดงานเทศกาลอาหารดีศรีสาโรง ประจาปี นางประภาศรี ทองปากน้า นายกเทศมนตรีตาบลศรีสาโรง เปิ ดเผยวา่ ในปี น้ีการจดั งานเทศกาลอาหาร ประจาปี 2552 ชาวเทศบาลตาบลศรีสาโรงมีความยนิ ดีเป็นอยา่ งยง่ิ ท่ี นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สุโขทยั ตอบรับคาเชิญให้เกียรตมิ า เป็นประธานในพธิ ีเปิ ดงานเทศกาลอาหารดีศรีสาโรง ประจาปี 2552 ในวนั พธุ ท่ี 28 มกราคม 2552 เวลา 19.00 น. ณ สนามหนา้ ที่วา่ การอาเภอศรีสาโรง ซ่ึงในปี น้ี กาหนดจดั ท้งั หมด 5 คืน ระหวา่ งวนั ที่ 28 มกราคม ถึง 1 กุมภาพนั ธ์ 2552 ท้งั น้ี นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สุโขทยั ยงั กล่าวฝากวา่ เน่ืองจากในปี น้ีสังคมเราค่อนขา้ งวนุ่ วาย ท้งั ดา้ น การเมือง เศรษฐกิจ และสงั คม ทาให้พีน่ อ้ งประชาชนชาวสุโขทยั คอ่ นขา้ งเกิดความเครียดสูง ดว้ ยเหตนุ ้ี การจดั งานเทศกาลอาหารดี ศรีสาโรง ประจาปี 2552 ซ่ึงจดั ข้นึ โดยเทศบาลตาบลศรีสาโรง จึงถือเป็นช่วงเวลาท่ดี ีทพี่ ีน่ อ้ งชาวสุโขทยั จะไดม้ ีเวลาคลายเครียด และผอ่ นคลายกบั การเดินเลือกซ้ืออาหารกวา่ 70 ร้านคา้ และชมการแสดงบนเวทีตลอดค่าคืน

เครื่องสงั คโลก นบั จากอดีตมาจนถึงปัจจุบนั “เคร่ืองสังคโลก” ถือไดว้ า่ เป็นวฒั นธรรมเชิงหัตถศลิ ป์ ที่มีการสืบทอดต้งั แตส่ มยั เมืองสุโขทยั เป็ น ราชธานีใหเ้ ราผเู้ ป็นอนุชนคนรุ่นหลงั ไดศ้ ึกษาและภาคภูมิใจในอตั ลกั ษณข์ องบรรพบุรุษของเรา จนกระทง่ั ปัจจบุ นั “สุโขทยั ” กย็ งั คงเป็นแหล่งทอ่ งเท่ียวเชิงประวตั ศิ าสตร์และวฒั นธรรมท่ียงั ทรงคุณคา่ ทางดา้ นอารยธรรมอนั รุ่งเรือง ซ่ึงถ่ายทอดผา่ น โบราณสถาน และโบราณวตั ถุ อาทิ เช่น “เคร่ืองสังคโลก” อนั เป็นฝีมือภมู ิปัญญาของชาวบา้ นท่ีมีช่ือเสียงเล่ืองลือไปทวั่ โลกอีก ดว้ ย“เคร่ืองสงั คโลก” หมายถึง เครื่องป้ันดินเผาท่ผี ลิตข้นึ ในรูปภาชนะเคร่ืองใช้ และเคร่ืองประดบั อาคารต่างๆ เช่น ถว้ ย ชาม จาน ไห ดิน โอ่งน้า ขวดดิน กระปกุ ป้านน้าชา ชอ้ น ตลอดดจนตุก๊ ตารูปคน รูปสตั ว์ เป็ นตน้ ซ่ึงในกระบวนการผลิตเครื่องสงั คโลกน้นั จะมีการ เขยี นลายและเคลือบน้ายาซ่ึงเป็นลกั ษณะเฉพาะของสุโขทยั จากน้นั จงึ นาไปเผาใน “เตาทเุ รียง” ซ่ึงปรากฏในปัจจบุ นั ใหเ้ ห็นทอี่ าเภอ เมืองสุโขทยั และทีอ่ าเภอศรีสัชนาลยั เน้ือดินเคร่ืองป้ันดินเผาสังคโลกสุโขทยั

สาธรพพิ ิธภณั ฑผ์ า้ ทองคา ไดม้ ีการจดั แสดงเร่ืองราวความเป็นมาของผา้ ทอลายโบราณของชาวไทยพวน บา้ นหาดเส้ียว ไวอ้ ยา่ งครบถว้ น ไม่วา่ จะเป็นจกเกา้ ลายบา้ นหาดเส้ียว ผา้ ท่ีใชใ้ นพิธีบวชนาคดว้ ยขบวนชา้ ง ผา้ ทใ่ี ชใ้ นพิธีแต่งงาน ซ่ึงลว้ นเป็นเอกลกั ษณผ์ า้ ทอมือของชาวไทยพวน บา้ นหาดเส้ียว ทีส่ ืบทอดตอ่ กนั มานับร้อยๆปี ผสู้ ืบเช้ือคงสายชาวไทยพวนศรีสชั นาลยั นายสาธร โสรัจประสพสันติ เป็นบุตรคนท่ี ๑ ใน จานวน ๙ คน ของนายอินทร์ กะบาย และนางฮ่อน กาหนด เกิดเมื่อวนั ท่ี ๑๒ เมษายน ๒๔๘๔ ณ บา้ นเลขที่ ๘๕ หมู่ ๓ บา้ นหาสูง อาเภอศรีสัชนาลยั จงั หวดั สุโขทยั เม่ืออายุ ๔ ขวบ พ่อแม่ยา้ ยครอบครัวไปสร้างบา้ นหลงั ใหม่อยทู่ ี่บา้ นใหม่ไม่ไกลจากหมู่บา้ นเดินกั บา้ นหลงั ใหม่น่ีไดเ้ ลขที่ ๑๒ หมู่ ๔ บา้ นใหม่ ตาบลบา้ นหาดเส้ียว อาเภอศรีสชั นาลยั จงั หวดั สุโขทยั อายุ ๗ ขวบถึงเกณฑเ์ ขา้ โรงเรียน ไดเ้ รียนช้นั ป.๑ ถึง ป.๔ ทโี่ รงเรียนบา้ นหาดสูง ปัจจบุ นั น้ีคอื โรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลยั (บา้ นหาดสูง) ดว้ ยฐานะทางบา้ น ยากจนและมีนอ้ งๆอีกหลายคน เด็กชายสาธร ในขณะน้นั จึงไม่มีโอกาสไดเ้ รียนตอ่ ในระดบั ช้นั สูงข้ึนไปท้งั ที่มีความใฝ่ ฝันอยากเรียน ต่อเป็นทีส่ ุด พ่อมีความสงสารลูกจงึ พาไปฝากเป็นเด็กทา้ ยรถชกั ไม้ อยทู่ ่ตี าบลบา้ นตึก อาเภอศรีสชั นาลยั จงั หวดั สุโขทยั เพอื่ ไม่ให้คิดมากที่เห็นเพือ่ นๆสนิทไดเ้ รียนต่อกนั เกือยทกุ คนเด็กทา้ ยรถชกั ไมไ้ ดไ้ ม่นาน กล็ ม้ ป่ วยเป็ นไขม้ าลาเรียเจียนตายจงึ กลบั มาพกั รักษาตวั ท่ีบา้ น เม่ือหายป่ วยไม่ไดก้ ลบั ไปทางานทีเ่ ดิม แต่มารับจา้ งดานา เกี่ยวขา้ ว ไดค้ า่ แรงวนั ละ ๓ บาท ๕๐ สตางค์ ค่าแรงท่ีไดม้ านามาช่วยเหลือจนุ เจอิ ครอบครัว นายสาธร เป็นผมู้ ีความกระตอื รือลน้ อยเู่ สมอ เห็นวา่ การรับจา้ งดานาเกี่ยว ขา้ วอยา่ งเดียวน้นั ไดเ้ งินนอ้ ย แต่งานหนกั เม่ือเห็นเพือ่ นบา้ นขายขนมจนี ไดเ้ งินดีกวา่ จึงหันมาทาขนมจีนหาบเร่ ขายเอง เป็นพ่อคา้ เร่ขายขนมจนี อยไู่ ดไ้ ม่นานญาติที่บา้ นหาดเส้ียวมีขอ้ เสนอวา่ เจา้ ของร้านเยบ็ เส้ือผา้ ทีจ่ งั หวดั อุตรดิตถ์ ตอ้ งการคน ไปทางานบา้ นและเล้ียงลูกให้เขา แลว้ เขาจะสอนตดั เยบ็ เส้ือผา้ ใหฟ้ รี นายสาธรตดั สินใจไปทนั ที เมื่อไปถึงกพ็ บวา่ เจา้ ของร้านมอง ดว้ ยสายตาดูหม่ินวา่ เป็นเด็กบา้ นนอก จึงต้งั ปฎิธานอยา่ งมุ่งมนั่ วา่ \"จะตอ้ งสร้างชีวติ ของตนเองใหส้ าเร็จจงได\"้ แต่พบวา่ ทีน่ ้ีไม่ไดใ้ หอ้ ะไรทท่ี าใหช้ ีวติ น้ีดีข้นึ เลย จึงติดตอ่ นา้ ชายที่อยอู่ าเภอบา้ นหม่ี จงั หวดั ลพบรุ ี ซ่ึงทางานเป็ นผชู้ ่วยนายสถานีรถไฟ บา้ นหมี่เพื่อขอทางานนา้ ชายบอกวา่ \"เธอความรู้นอ้ ย คงทาไดเ้ ฉพาะงานเช็ดตรู้ ถไฟ ถางหญา้ ริมทางรถไฟ จะทางานในตาแน่งสูงๆ คงเป็ นไปไม่ได้ เป็นไดแ้ ค่คนการรถไฟเทน่้ ้นั \" คาพูดของนา้ ชาย ไม่ไดท้ าใหค้ วามต้งั ใจอยากทางานการรถไฟนอ้ ยลงเลย จึงทางาน ในตาแหน่งคนการรถไฟ ดว้ ยความขยนั และอดทน๔ เดือนผา่ นไป เกิดความคิดไดว้ า่ เช็ดตูร้ ถไฟถางหญา้ ริมทางรถไฟไม่ใช่อาชีพท่ี นาทางกา้ วหนา้ มาสู่ตนได้ นายสาธรขอลาออกจากคนการรถไฟ โดยต้งั ใจแน่วแน่อีกคร้ังหน่ึงวา่ จะตอ้ งมีร้านตดั เยบ็ ผา้ เป็นของ ตนเอง และตวั เองไดเ้ ป็ น \"เถา้ แก่\" จงึ ไดต้ ดิ ต่อหาร้านเยบ็ เส้ือผา้ ท่บี า้ นหมี่ ผลปรากฎวา่ ไดเ้ ยบ็ ผา้ ท่ีนี่ และรายไดด้ ีข้ึน แต่หัวใจรักการ เดินทางของนายสาธรยงั ไม่สิ้นสุด เพื่อนท่กี รุงเทพฯ ไดช้ วนไปทางานร้านตดั เยบ็ เส้ือผา้ ดว้ ยกนั เพราะรายไดส้ ูงกวา่ ท่ีทาอยู่ จึงได้ ตดั สินใจไปทนั ที ดว้ ยความอยากไดค้ วามรู้ดา้ นการตดั เยบ็ เส้ือผา้ จึงไปเรียนท่โี รงเรียนการช่างพระนครเหนือ บดั นน้ีความฝันอยากเรียนตอ่ ในวยั เดก็ ไดเ้ ป็ นจริงแลว้ แต่เป็นการตดั เยบ็ เส้ือผา้ เหมือนจะบอกอะไรบางอยา่ ง เมื่อสาเร็จการศกึ ษาได้ ทางานอยทู่ ่ีเดิมจนวนั เวลาผา่ นไปเนิ่นนานพอสมควร เวลาผา่ นไปความเช่ียวชาญทางดา้ นการตดั เยบ็ เส้ือผา้ กเ็ พ่ิมมากข้ึน ทวา่ ชีวติ เหมือนดงั่ ละครโรงใหญ่ มีผชู้ กั นา ใหน้ ายสาธร เขา้ สู่วงการบนั เทิงในฐานะตวั ประกอบภาพยนตร์อยหู่ ลายเร่ือง ไดม้ ีโอกาส รู้จกั บุคคลในวงการบนั เทิงมากมายหลายท่านดงั ไดก้ ล่าวมา นายสาธรมีหวั ใจ รักการเดินทาง เห็นวา่ กรุงเทพฯไม่ใช่เมืองท่นี ่าอยู่ สาหรับตนจงึ ยา้ ยไปอยทู่ เี่ มืองรถมา้ ...ลาปาง เน่ืองจากมีนอ้ งสาวอยทู่ ่ีนนั่ โดยไปรับจา้ งตดั เยบ็ เส้ือผา้ และขายสินคา้ ประเภทเคร่ืองประดบั เล็กๆนอ้ ยๆ ชีวติ ผกผนั อีกคร้ังหน่ึง เมื่อไดไ้ ปเยย่ี มชมรายการของสถานีโทรทศั นช์ ่อง ๘ ลาปาง จึงไดพ้ บกบั บุคคลสาคญั ตอ่ ชีวิตท่านหน่ึง คอื นาวาอากาศเอกวมิ ล เสนาณรงค์ ซ่ึงเคยพบกนั มาแลว้ ในวงการบนั เทิง นายสาธรไดต้ รงเขา้ ไปยกมือไหวท้ กั ทาย ในจงั หวะทท่ี ่านรับไหวน้ ้นั นายสาธรไดเ้ หลือบไปมองเห็นแหวนทม่ี ีหวั อนั งดงามมากบนน้ิว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook