เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 1 บทท่ี 8 การแก้ไขปัญหาสุขภาพชุมชนหัวข้อย่อย 8.1 การวางแผนงาน 8.2 การเขียนโครงการ 8.3 การจดั กิจกรรมแกป้ ัญหาชุมชน 8.4 การแกไ้ ขปัญหาสุขภาพชุมชนโดยใชห้ ลกั การพฒั นาชุมชน 8.5 การประเมินแผนงาน/โครงการการวางแผนงาน แผนงาน เปรียบเสมือนแผนงานหลกั ท่ีใชเ้ ป็ นแนวทางช้ีนาการแกไ้ ขปัญหา มกั เขียนในรูปของตาราง เพ่อื ใหส้ ามารถเห็นภาพรวมท้งั หมดในการแกไ้ ขปัญหาอนามยั ชุมชน การวางแผนงาน แบ่งงานเป็น 2 ระดบั คือ แผนงานและโครงการ แผนงาน (Plan หรือ Program) หมายถึง กลุ่มโครงการท่ีไดก้ าหนดข้ึนในลกั ษณะประสานสมั พนั ธก์ นั เพ่ือแกไ้ ขปัญหา หรือตอบสนองวตั ถุประสงคท์ ี่กาหนดอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงหรือหลาย ๆ อยา่ ง โครงการ (Project) หมายถึง กิจกรรมอย่างใดอย่างหน่ึงหรือหลายอย่างที่ไดก้ าหนดข้ึนเพื่อตอบสนองวตั ถุประสงคท์ ี่กาหนดไว้ กล่าวโดยสรุปอาจถือว่าวตั ถุประสงคห์ น่ึงหรือจุดมุ่งหมายหน่ึงของแผนกค็ ือโครงการนนั่ เอง การแตกแผนเป็นโครงการทาไดด้ งั รูป แผน (Plan)โครงการ 1 โครงการ 2 โครงการ 3Project 1 Project 2 Project 3 การแตกแผนเป็ นโครงการ ที่มา : ประชุม รอดประเสริฐ (2545) องค์ประกอบของแผนงาน ไดแ้ ก่ 1. หวั เร่ือง เป็นการบอกความเป็นมาของแผนงาน ทาใหท้ ราบถึงแผนงานการแกป้ ัญหาสถานที่ที่จะดาเนินการ และระยะเวลาในการดาเนินการแกไ้ ขปัญหา 2. ปัญหา เป็นการระบุปัญหา ซ่ึงมีวธิ ีการเขียนปัญหา ในลกั ษณะของขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการ
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 2พยาบาลเป็น 2 ลกั ษณะ คือ ใชภ้ าวะสุขภาพชุมชน และใชส้ ่ิงท่ีเก่ียวขอ้ งกบั สภาวะสุขภาพของชุมชน 3. ขอ้ สนบั สนุน เป็นขอ้ มูลสนบั สนุน ให้ปัญหามีความเช่ือถือไดแ้ ละมองเห็นแนวทางการแกป้ ัญหา ขอ้ มูลสนบั สนุนไดม้ าจากข้นั ตอนการประเมินสภาวะสุขภาพและจากการศึกษาสาเหตุของปัญหา 4. วตั ถุประสงค์ วตั ถุประสงคข์ องแผนงานเป็นวตั ถุประสงคท์ วั่ ไป ซ่ึงเป็นการต้งั เป้าหมายสาหรับระยะเวลาช่วงหน่ึงวา่ สภาวะที่พงึ ปรารถนาในอนาคตเป็นอยา่ งไร การเขียนวตั ถุประสงคข์ องแผนงานจะตอ้ งนานโยบายมาพจิ ารณาประกอบ การเขียน โดยวตั ถุประสงคจ์ ะตอ้ งสอดคลอ้ งกบัระยะเวลาในการดาเนินการแกป้ ัญหา 5. กลวธิ ี เป็นกลุม่ กิจกรรมที่จะนามาใชใ้ นการปฏิบตั ิงานแกไ้ ขปัญหาใหล้ ุล่วงไปดว้ ยดีและเม่ือกระทารวมกนั แลว้ จะก่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกนั โรค การรักษาพยาบาล และการฟ้ื นฟสู ุขภาพ กลวธิ ีจะนาไปสู่กิจกรรมการดาเนินการแกไ้ ขปัญหา และเป็นแนวทางในการกาหนดทรัพยากรที่จะใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหา 6. งบประมาณ เป็นแผนการกระทาที่แสดงออก เป็นจานวนเงินท่ีใชใ้ นกลวิธีการแกป้ ัญหา ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั การใชท้ รัพยากร ถา้ ผดู้ าเนินการไดก้ าหนดวธิ ีและทรัพยากรที่เหมาะสม จะเป็นการช่วยวางแผนการใชง้ บประมาณอยา่ งประหยดั และตรงเป้าหมาย การคิดงบประมาณใหค้ ิดตามกลวิธี และแบ่งหมวดตามงบประมาณแผน่ ดิน ไดแ้ ก่ ค่าจา้ ง เงินเดือน คา่ จา้ งประจา คา่ ใชจ้ ่าย วสั ดุครุภณั ฑ์ ฯลฯ 7. ผรู้ ับผดิ ชอบ ไดแ้ ก่ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่รับผดิ ชอบดาเนินการแกไ้ ขปัญหาตามกลวธิ ีที่ระบุไว้ อาจเป็นตวั บุคคล ตาแหน่ง หรือกลุ่มคณะทางาน 8. ประเมินผล เป็นการกาหนดเครื่องชี้วดั เกณฑ์ และวธิ ีการประเมินผล เพื่อวดั ความสาเร็จของงานตามวตั ถุประสงคท์ ี่ไดก้ าหนดไว้ หัวเร่ือง แผนงาน……………………………………………….. ปัญหา ขอ้ มูล วตั ถุประสงค์ กลวิธี งบประมาณ ผรู้ ับผดิ ชอบ ประเมินผล สนบั สนุน ประเภทของแผนงาน การแบ่งประเภทของแผน โดยใชร้ ะยะเวลาเป็นเครื่องกาหนด ไดแ้ ก่
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 3 1. แผนระยะส้ัน มักมีช่วงระยะเวลากาหนดไวไ้ ม่เกิน 2 ปี อาจเป็ น 1 สัปดาห์ก็ได้อาจกระทาในรูปแผนงานหรือโครงการ ซ่ึงมีกิจกรรมไม่ซ้าซ้อนมากนัก เช่น แผนปฏิบตั ิงานประจาปีโครงการอบรมอาสาสมคั รสาธารณสุขในเขตเมือง โครงการสุขาภิบาลส่ิงแวดลอ้ ม เป็นตน้ 2. แผนระยะกลาง หมายถึง แผนท่ีมีช่วงระหว่าง 3 – 5 ปี ส่วนใหญ่ มักจะเป็ นแผนที่มีกิจกรรมต่อเน่ืองกบั แผนระยะส้ัน เพียงแต่ผูว้ างแผนตอ้ งการขยายระยะเวลาให้ยาวนานกว่าแผนระยะส้นั เท่าน้นั เช่น โครงการจดั หาน้าสะอาดในชนบท และโครงการโภชนาการในแผนพฒั นาสาธารณสุขของชาติ เป็นตน้ 3. แผนระยะยาว หมายถึง แผนท่ีมีกาหนดระยะเวลาเกินกวา่ 5 ปี โดยมากจะเป็นระยะเวลา 5 ปีหรือมีระยะเวลายาวนานกว่าน้ี อาจเป็ นแผนระยะเวลา 10 ปี หรือ 15 ปี ก็ไดแ้ ผนระยะยาวจะตอ้ งสัมพนั ธ์กบั แผนระยะส้ันและแผนระยะกลางดว้ ย แผนระยะยาวท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ซ่ึงมีระยะเวลา 5 ปี เป็นตน้ นอกจากน้ี อาจแบ่งประเภทของแผนออกเป็ นรูปแบบของการวางแผนต่าง ๆ ไดอ้ ีกมาก เช่นการวางแผนงานบริหาร (Administrative Planning) การวางแผนงาน (Program Planning) การวางแผนปฏิบตั ิการ (Managerial Planning) การวางแผนดาเนินงาน (Operational Planning) การวางกลยทุ ธห์ รือวิธี (Strategic Planning)โครงการ โครงการเป็นแผนยอ่ ย หมายถึงกิจกรรมอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงหรือหลายอยา่ งที่กาหนดข้ึน และจะดาเนินในระยะเวลาท่ีกาหนด เพื่อตอบสนองวตั ถุประสงคท์ ี่กาหนดไวใ้ นแผนงาน โครงการมีลกั ษณะเป็นแผนปฏิบตั ิการ โดยดึงกลวิธีจากแผนงานมา 1 กลวธิ ี มาขยายขอบเขตของกลวิธีออกมาในรูปของกิจกรรม ในลกั ษณะการช้ีแจงรายละเอียดของงาน ทาใหม้ องเห็นแนวทางดาเนินงานแกไ้ ขปัญหาโครงการจึงมีลกั ษณะเป็นแผนเฉพาะที่มีความสอดคลอ้ งกบั แผนงาน แต่เป็นเพยี งส่วนหน่ึงของกลวธิ ีในการแกป้ ัญหา 1. ลกั ษณะทด่ี ขี องโครงการ 1.1 สามารถตอบสนองความตอ้ งการหรือแกป้ ัญหาขององคก์ ารหรือหน่วยงานได้ 1.2 มีวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายท่ีชดั เจน สามารถดาเนินงานและปฏิบตั ิได้ 1.3 รายละเอียดของโครงการตอ้ งสอดคลอ้ งและสมั พนั ธ์กนั กล่าวคือ วตั ถุประสงคข์ องโครงการตอ้ งสอดคลอ้ งกบั หลกั การและเหตุผล วิธีการดาเนินงานตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคเ์ ป็นตน้ 1.4 รายละเอียดของโครงการสามารถเขา้ ใจไดง้ ่าย สะดวกต่อการดาเนินงานตามโครงการ 1.5 เป็นโครงการที่สามารถนาไปปฏิบตั ิได้ สอดคลอ้ งกบั แผนงานหลกั ขององคก์ ารและสามารถติดตามประเมินผลได้
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 4 1.6 โครงการตอ้ งกาหนดข้ึนจากขอ้ มูลที่มีความเป็นจริง และเป็นขอ้ มูลท่ีไดร้ ับการวิเคราะห์อยา่ งรอบคอบ 1.7 โครงการตอ้ งไดร้ ับการสนบั สนุนในดา้ นทรัพยากร และการบริหารอยา่ งเหมาะสม 1.8 โครงการตอ้ งมีระยะเวลาในการดาเนินงาน กล่าวคือตอ้ งระบุถึงวนั เวลาที่เริ่มตน้ และสิ้นสุดโครงการ2. การเขียนโครงการนิยมเขียนในรูปของการบรรยาย มีองคป์ ระกอบ ดงั น้ี 2.1 ชื่อโครงการ การต้งั ช่ือโครงการจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั กลวธิ ีหรือกิจกรรม เพื่อทาใหท้ ราบวา่ เป็นโครงการเรื่องอะไร 2.2 ส่วนราชการเจ้าของโครงการ ระบชุ ่ือส่วนราชการ ท้งั น้ีเพอ่ื เป็นการสะดวกแก่หน่วยเหนือในการติดตามการทางาน 2.3 ผู้รับผดิ ชอบโครงการ ระบุชื่อ นามสกลุ ตาแหน่ง 2.4 หลกั การและเหตุผล เป็นการเขียนความเรียง เพื่อบอกใหท้ ราบถึงหลกั การของส่ิงท่ีกระทาการแกไ้ ขปัญหา ความเป็นมาของปัญหา และเม่ือปัญหาน้ีไดร้ ับการแกไ้ ขดว้ ยกิจกรรมหรือวิธีการน้ีแลว้ จะเกิดผลดีอยา่ งไร การเขียนหลกั การและเหตุผล ควรเขียนดว้ ยขอ้ ความท่ีกระชบั และไม่เยน่ิ เยอ้ (ระบุความสาคญั และขอ้ มูลสนบั สนุน) เช่น 2.5 วตั ถุประสงค์ หมายถึงสิ่งที่โครงการตอ้ งการจะทาใหเ้ กิดข้ึน ควรมีลกั ษณะคือชดั เจนเขา้ ใจง่าย มีลกั ษณะเฉพาะ สามารถปฏิบตั ิได้ เหมาะสมกบั ระยะเวลาท่ีมีอยู่ สอดคลอ้ ง และสนบั สนุนวตั ถุประสงคห์ รือนโยบายของหน่วยงานและนโยบายของรัฐบาล 2.6 เป้าหมาย คือสิ่งที่โครงการตอ้ งการจะใหเ้ กิดมีข้ึนในปริมาณท่ีแน่นอนชดั เจน และระยะเวลาท่ีกาหนด ท้งั น้ีตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ 2.7 กล่มุ เป้าหมาย หมายถึง กลมุ่ คนหรือสิ่งของท่ีไดร้ ับผลกระทบ/เขา้ ร่วมในโครงการ ตัวอย่าง : ประชาชนตาบลบา้ นสวย จานวน 100 คน 2.8 ข้ันตอนการดาเนินงาน คอื กาหนดการทางานเพ่อื แกไ้ ขปัญหา เป็นการระบวุ นั เวลาร่วมกบั งานหรือกิจกรรม ข้นั ตอนน้ีประกอบดว้ ย ก. ข้นั เตรียมงาน เป็นการกาหนดการในการเตรียมพร้อมก่อนลงมือปฏิบตั ิงานแกไ้ ขปัญหา ไดแ้ ก่ -การติดต่อประสานงานกบั บุคคลที่จะมาร่วมในการแกไ้ ขปัญหา เช่น เจา้ หนา้ ท่ีกรรมการหมู่บา้ น เพ่ือทาความเขา้ ใจถึงบทบาทหนา้ ท่ี รวมท้งั การประสานงานของแต่ละฝ่ ายในการทางาน -กาหนดการเบิกยมื ทรัพยากร และงบประมาณที่จะนาไปใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหา
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 5เช่น วสั ดุ ยานพาหนะ ท้งั น้ีเครื่องมือจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั กิจกรรมการแกไ้ ขปัญหาและสถานที่ท่ีจะให้ความช่วยเหลือ -กาหนดการประชาสมั พนั ธ์ เพอื่ แจง้ ใหป้ ระชาชนรับทราบถึงวตั ถุประสงคแ์ ละกาหนดการทางาน ทาใหป้ ระชาชนไดร้ ับรู้ และใหค้ วามร่วมมือในการดาเนินงานแกไ้ ขปัญหา ข. ข้ันดาเนินงาน เป็นการกาหนดการทางานซ่ึงประกอบดว้ ย วนั ท่ี ระยะเวลางานหรือกิจกรรม ในการดาเนินงานแกไ้ ขปัญหา การดาเนินงานตามแผน เป็นการนาโครงการที่กาหนดไวไ้ ปปฏิบตั ิต่อชุมชน หรือปฏิบตั ิร่วมกบั ชุมชน เพ่ือแกไ้ ขปัญหา ในข้นั น้ีควรจะกระตุน้ ใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วม และนาทรัพยากรท่ีมีอยใู่ นชุมชนมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์มากที่สุด รวมท้งั สอน แนะนาใหป้ ระชาชนปฏิบตั ิไดด้ ว้ ยตนเองเพอื่ ใหส้ ามารถพ่งึ พาตนเองได้ การดาเนินงานควรเป็นไปตามแผนปฏิบตั ิงานที่กาหนดไวใ้ นโครงการ 2.9 งบประมาณ เป็นการระบุเงินท่ีใชใ้ นโครงการตามกิจกรรมหรืองานท่ีไดก้ ระทาลงไปในการแกป้ ัญหา ซ่ึงเงินจานวนน้ี จะรวมถึงทรัพยากรที่นามาใช้ ในการแกไ้ ขปัญหา การแบ่งหมวดการใช้เงิน ใชต้ ามงบประมาณแผน่ ดิน ซ่ึงแบ่งหมวดเป็นเงินเดือน ค่าจา้ งประจา คา่ จา้ งชว่ั คราว ค่าตอบแทน ค่าใชส้ อย วสั ดุ ฯลฯ 2.10 ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ เป็นการบอกถึงผลประโยชน์ท่ีประชาชนหรือชุมชนจะไดร้ ับเม่ือโครงการน้ีสิ้นสุด ซ่ึงผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับไม่ใช่วตั ถุประสงคข์ องโครงการ 2.10 การประเมินผล เป็นการกาหนดวธิ ีการ และเกณฑ์ เพ่ือดูความสาเร็จของงานตามวตั ถุประสงคข์ องโครงการ แต่เน่ืองจากการประเมินผล มกั จะถูกกลืน เพราะถือวา่ การดาเนินงาน ได้สิ้นสุดลงไปแลว้ ดงั น้นั ผดู้ าเนินงานจึงควรกาหนดข้นั ตอนการดาเนินการประเมินผลไวใ้ นโครงการ ตัวอย่างการเขยี นแผนงาน และโครงการ เอกสารแนบ 1 และ 2)การจดั กจิ กรรมแก้ปัญหาชุมชน เป็นการดาเนินการตามแผนและโครงการตามข้นั ตอนท่ีไดว้ างไว้ กิจกรรมการแกป้ ัญหาสามารถกระทาไดห้ ลายรูปแบบ เช่น จดั บอร์ดความรู้ จดั นิทรรศการอาจรวมกิจกรรมหลายอยา่ งมาไว้ดว้ ยกนั การสอนสุศึกษา การเยยี่ มบา้ น การรณรงคเ์ ร่ืองต่างๆ เช่น การเลิกสูบบุหร่ี การว่งิ เพ่อื สุขภาพหรือการแสดงบทบาทสมมุติ เป็นตน้การแกไ้ ขปัญหาสุขภาพชุมชนโดยใชห้ ลกั การพฒั นาชุมชน การจดั กิจกรรมการแกป้ ัญหาสุขภาพชุมชน จะตอ้ งมาจากความร่วมมือของผเู้ กี่ยวขอ้ งหลายส่วนจึงจะสามารถแกป้ ัญหาใหห้ มดไปหรือบรรเทาลงไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง ไม่ใช่เพียงส่วนใดส่วนหน่ึง
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 6เนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เกิดข้ึนน้นั ยอ่ มส่งผลกระทบในหลายส่วน เช่น พบวา่ มีผปู้ ่ วยเบาหวานในชุมชนเป็นจานวนมาก การท่ีจะทาใหผ้ เู้ ป็นโรคเบาหวานไม่เกิดอนั ตรายหรือภาวะแทรกซอ้ นน้นั จะเกี่ยวขอ้ งกบั ตวั ผเู้ ป็นเบาหวาน สมาชิกในครอบครัว ชุมชนที่มีการจาหน่ายอาหาร ผรู้ ับผดิ ชอบดา้ นสุขภาพและคุณภาพชีวติ ของผปู้ ่ วย เช่น แพทย์ พยาบาล อบต. เทศบาล อสม.เป็นตน้ หรือการป้องกนัไม่ใหค้ นในชุมชนเป็นเบาหวานเพิ่มข้ึน กต็ อ้ งอาศยั ความร่วมมือจากหลายส่วนดงั กล่าวดว้ ยเช่นกนัการพฒั นาชุมชน คืออะไร ในการทางานร่วมกบั ชุมชน เป็นสิ่งทา้ ทายวา่ เราสามารถเขา้ ถึงชุมชนไดด้ ีหรือไม่ ตวั ช้ีวดั ตวัหน่ึงท่ีจะบอกไดค้ ือ ความร่วมมือ ร่วมใจจากคนในชุมชน โดยเฉพาะคนท่ีเป็นแกนนาหรือแกนหลกั ในชุมชน ดงั น้นั การพฒั นาชุมชน จึงเป็ นกระบวนการทพี่ ยายามท่ีจะเปลย่ี นแปลงแนวความคดิ ทศั นคติและพฤตกิ รรมของคนในชุมชนให้ดีขนึ้ กว่าเดมิ โดยดูจากความร่วมมือกนั พฒั นาใหช้ ุมชนของตนเป็นชุมชนท่ีดี สร้างความรู้สึกรักและผกู พนั ต่อชุมชนของตน การพฒั นาชุมชน จึงเป็นการทางานกบั ประชาชน ไม่ใช่ทาใหป้ ระชาชน เพราะฉะน้นั กิจกรรมที่จะดาเนินงานในชุมชนน้นั จะตอ้ งเป็นกิจกรรมที่มาจากการริเร่ิมของประชาชน และประชาชนเป็นเจา้ ของกิจกรรมน้นั ๆ บทบาทของผปู้ ฏิบตั ิงาน/บุคลากร จึงเป็นผกู้ ระตุน้ ช้ีนา ใหป้ ระชาชนเกิดความคิดริเริ่มในการแกไ้ ขปัญหาหรือหาทางสนองความตอ้ งการของตนแลว้ ร่วมกนั ทางานตามที่คิดข้ึนมา หลกั การพฒั นาชุมชน ประกอบดว้ ย 1. พิจารณาถึงบริบท (Context) ของชุมชนเป็นหลกั ในการเร่ิมงาน บริบทของชุมชน หมายถึง สภาพความเป็นอยใู่ นชุมชน ท้งั สภาพความเป็นอยทู่ างกายภาพ ชีวภาพ เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม(หรือประเพณีบางอยา่ งท่ีเราคิดวา่ ไม่ถกู กไ็ มค่ วรจะไปตาหนิตรง ๆแต่ควรช้ีนา/เสนอแนะใหป้ ระชาชนเห็นวา่ ดีและไม่ดีอยา่ งไร) การเมืองการปกครอง การที่ผปู้ ฏิบตั ิ ทราบสภาพความเป็นอยขู่ องชุมชนกส็ ามารถท่ีจะวางแผนและดาเนินงานพฒั นาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม 2. การดึงประชาชนเขา้ มาเก่ียวขอ้ งหรือมีส่วนร่วม (Participation) และยดึ ประชาชนเป็นหลกัในการพฒั นา (Man-Center Development) การจดั กิจกรรมการพฒั นา จะตอ้ งดึงหรือชกั จูงประชาชนใหเ้ ขา้ มาเกี่ยวขอ้ งและมีส่วนร่วมดว้ ย ต้งั แต่ศึกษาชุมชน วางแผน เขียนโครงการ ปฏิบตั ิการตามโครงการ และการประเมินผล โดยยดึ หลกั การวา่ ใหค้ นในชุมชนคน้ หาความตอ้ งการและปัญหา (Identify Need andProblem) ของตนเองใหพ้ บ ไม่วา่ จะดว้ ยวธิ ีกระตุ้น ยวั่ ยุ หรือชักจูงกต็ าม และตอ้ งใหป้ ระชาชนเขา้ มาเก่ียวขอ้ งและมีส่วนร่วมในการดาเนินงานใหม้ ากทสี่ ุดเท่าทจ่ี ะทาได้ เน่ืองจากผลของการดาเนินงานพฒั นาน้นั ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตวั ประชาชน จึงควรท่ีจะใหป้ ระชาชนเลือกแนวทางในการพฒั นาสภาพความเป็นอยขู่ องตนเอง 3. ตอ้ งยดึ หลกั ประชาธิปไตยในการดาเนินงาน การดาเนินงานพฒั นาชุมชนจะเร่ิมดว้ ยการประชุมปรึกษาหารือกนั ร่วมกนั คิดวา่ จะทาอะไร เม่ือตกลงกนั แลว้ กจ็ ะร่วมกนั ทาโดยมอบหมายงานให้
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 7แต่ละคนไดร้ ับผดิ ชอบร่วมกนั งานจะมาจากประชาชนในชุมชน ในการเขา้ ไปแกป้ ัญหาของประชาชนน้นั ผปู้ ฏิบตั ิงานจะไม่ใชว้ ิธีออกคาสงั่ แต่จะเป็นการใหข้ อ้ มูล/ความรู้ ชกั ชวน/ ช้ีนาใหป้ ระชาชนไดเ้ ห็นปัญหา และร่วมกนั หาทางแกไ้ ขโดยความสมคั รใจ 4. ตอ้ งใชห้ ลกั การประสานงาน งานพฒั นาชุมชนจะประสบผลสาเร็จมากนอ้ ยแคไ่ หนอยู่ที่การประสานงาน เพราะงานพฒั นาชุมชนน้นั มิใช่งานของหน่วยงานใดหน่วยงานหน่ึงโดยเฉพาะ เป็นงานที่จะตอ้ งร่วมกนั รับผดิ ชอบทุกหน่วยงาน และผปู้ ฏิบตั ิงานกไ็ มใ่ ช่วา่ จะเป็นผเู้ ช่ียวชาญทุก ๆ ดา้ นจึงตอ้ งอาศยั การประสานงานเป็นหลกั ในการดาเนินงาน 5. เร่ิมตน้ ทางานกบั กลุ่มผู้นาก่อน ผนู้ าในทอ้ งถ่ินเป็นผทู้ ี่ประชาชนในชุมชนใหค้ วามเคารพเชื่อถือ เช่น กานนั ผใู้ หญ่บา้ น อสม. ครู และผนู้ าที่ไม่เป็นทางการ คือ ผนู้ าท่ีคนในหมบู่ า้ นใหค้ วามเคารพนบั ถือและมีบทบาทในการช้ีนาการพฒั นา เช่น เถา้ แก่โรงสี เถา้ แก่ไร่ออ้ ย คนเฒ่าคนแก่ พระสงฆ์ เป็นตน้ไม่วา่ จะพดู อะไร ประชาชนส่วนใหญ่จะยอมรับและคลอ้ ยตาม การจะกระทากิจกรรมพฒั นาในชุมชนหากผนู้ าเห็นชอบดว้ ย ปัญหาการขดั แยง้ และการใหค้ วามร่วมมือกจ็ ะนอ้ ยลงหรือหมดไป 6. การดาเนินงานจะตอ้ งค่อยเป็ นค่อยไป (Gradualness) จุดมุ่งหมายของการดาเนินงานพฒั นาชุมชน กค็ ือ ตอ้ งการเปลี่ยนแปลงทศั นคติของประชาชนในชุมชนและวตั ถุไปพร้อม ๆ กนั การดาเนินงานจึงตอ้ งค่อยเป็นค่อยไป โดยเลือกทาในชุมชนท่ีพร้อมกวา่ ก่อน 7. การดาเนินงานตอ้ งใหส้ อดคล้องกบั นโยบายของชาติ การจดั ทาแผนงานหรือกิจกรรมใด ๆจะตอ้ งใหเ้ ป็นไปตามแผนพฒั นาระดบั ตาบล อาเภอ จงั หวดั และสอดคลอ้ งกบั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติเสมอ 8. ตอ้ งพยายามใช้ทรัพยากรในชุมชนใหม้ ากที่สุด ควรจะเร่ิมจากการนาเอาทรัพยากรในทอ้ งถิ่นมาดดั แปลงใชใ้ หเ้ กิดประโยชนใ์ หม้ ากที่สุด โดยช้ีนา/สอนแนะใหค้ นในชุมชนเห็นคุณคา่ ของส่ิงที่มีอยใู่ นชุมชนและนาเอาส่ิงเหล่าน้นั มาปรับปรุงเปล่ียนแปลงหรือแปรรูปเป็นวสั ดุเครื่องใชใ้ นครัวเรือนใหไ้ ด้คาวา่ ทรัพยากรในท่ีน้ี หมายถึงทุกสิ่งที่มีอยใู่ นชุมชนเช่นตวั คนวตั ถุ สถาบนั ทางสงั คมและกลุ่มต่างๆเป็นตน้ 9. ตอ้ งพฒั นาชุมชนทุก ๆ ด้านไปพร้อมกนั โดยทว่ั ไป สิ่งที่ตอ้ งพฒั นาในชุมชนน้นั มี 2 ดา้ น คือดา้ นวตั ถุ และจิตใจ ดา้ นวตั ถุ หมายถึง สภาพแวดลอ้ มที่เป็นวตั ถุทุก ๆ ดา้ น เช่น ถนนหนทาง ท่ีอยู่อาศยั สถานศึกษา สถานรักษาพยาบาล ไฟฟ้า วทิ ยุ เป็นตน้ แต่ เมื่อสภาพแวดลอ้ มทางวตั ถุดีแลว้ ไม่ได้หมายความวา่ สภาพจิตใจของประชาชนจะดีตามไปดว้ ยเสมอไป จึงจาเป็นตอ้ งส่งเสริมสภาพจิตใจใหไ้ ปในทิศทางที่ดีดว้ ยเช่นใหก้ ารศึกษาส่งเสริมอาชีพส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีหรือวฒั นธรรมพร้อมกนั ไปดว้ ย 10. ปลูกฝังความเช่ือม่นั ในตนเองใหก้ บั ประชาชน ความเชื่อมน่ั ในตนเอง เป็นพลงั สาคญั ท่ีจะช่วยใหก้ ารทางานสาเร็จลงได้ แมง้ านน้นั จะยากลาบากเพยี งใดกต็ าม หากมีความมนั่ ใจและเช่ือในพลงั งานที่ตนมีอยแู่ ลว้ การดาเนินงานกจ็ ะสาเร็จลงไดโ้ ดยไม่ยากนกั 11. การใชว้ ิธีดาเนินงานแบบประชาธิปไตย (Democracy) การพฒั นาชุมชนจะตอ้ งนาแบบ
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 8ประชาธิปไตยมาใชเ้ พอื่ ส่งเสริมสนบั สนุนใหป้ ระชาชนรู้จกั คิดดว้ ยตนเอง รู้จกั อภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนร่วมกนั ทางานตามขอ้ ตกลงท่ีไดร้ ่วมกนั กาหนดไว้ ยดึ ถือในเสียงขา้ งมากและรับฟังเสียงขา้ งนอ้ ย (Rule of Majority, Right of Minority) 12. ทาการประเมนิ ผลตลอดเวลา (Evaluation) การประเมินผลมิใช่เป็นแค่เพยี งการเปรียบเทียบผลงานในอดีต เพ่ือใหร้ ู้วา่ มีความกา้ วหนา้ เพยี งใด เท่าน้นั แต่เป็นการเรียนรู้ถึงขอ้ ดี ขอ้ เสีย ความผดิ พลาดและความสาเร็จ ในสถานการณ์และสิ่งแวดลอ้ มที่เกิดข้ึนจากการดาเนินกิจกรรมน้นั และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการทางานคร้ังต่อไปได้ ซ่ึงในการประเมินผลน้นั สามารถทาไดใ้ นทุกข้นั ตอนของการดาเนินงานและเม่ือโครงการเสร็จสิ้นไปแลว้ 13. การดาเนินงานตอ้ งยดื หยนุ่ ได้ (Flexible) เนื่องจากสงั คมมีความเคลื่อนไหว (Dynamic)ตลอดเวลา จึงจาเป็นตอ้ งเลือกวิธีดาเนินงานใหก้ วา้ งและเขา้ กบั สถานการณ์ เหตุการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึน แต่ท้งั น้ี การเปล่ียนแปลงจะตอ้ งเป็นไปเฉพาะวธิ ีดาเนินงานเทา่ น้นั โดยยดึ มนั่ ในหลกั การวตั ถุประสงค์ และเป้าหมายเสมอ ประเดน็ สาคญั ในการดาเนินการพฒั นาอนามยั ชุมชน ที่ไม่ควรละเลย คือ 1. หลกั การต่างๆ เช่นหลกั การช่วยเหลือตนเอง การใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วม การให้เห็นคุณคา่ ของการทากิจกรรม 2. กิจกรรมตอ้ งเขา้ ใจง่าย ไม่สลบั ซบั ซอ้ น มีการประยกุ ตใ์ หเ้ หมาะสม และทาไดจ้ ริงก่อใหเ้ กิดความรู้สึกท่ีดีทางดา้ นจิตใจ สะดวกและสนุกในการทากิจกรรม และกิจกรรมตอ้ งมีความถาวรต่อเนื่อง มีความกา้ วหนา้ ตลอดเวลา หรือมีการเคล่ือนไหว 3. เช่ือถือ ไวว้ างใจได้ 4. ทนั สมยั สะอาด เรียบร้อย 5. ผนู้ าศาสนาร่วมมือ และใชค้ าสอนศาสนาร่วมดว้ ย 6. ยกยอ่ งผนู้ าชุมชน ผอู้ าวโุ ส ผเู้ ฒ่า ผแู้ ก่ 7. มีความรอบรู้ในความเป็นชุมชนน้นั ๆ ปัจจยั ท่ีส่งผลให้งานบรรลุผลสาเร็จ ข้ึนอยู่กบั ปัจจยั 4M’s (เดิม) แต่ปัจจุบนั มี 6M’s 8M’sไดแ้ ก่ 1. คน (Man) คนเป็นทรัพยากรที่สาคญั ของชาติ เพราะจะนามาซ่ึงประโยชน์ต่างๆ ดงั น้นัจึงตอ้ งคานึงถึงจานวน คุณภาพของบุคคลน้นั ๆ เช่น เจา้ หนา้ ท่ีสาธารณสุขไม่พอ กต็ อ้ งมีการผลิตนกัสุขาภิบาล แพทย์ พยาบาล นกั โภชนาการ ฯลฯ เพิม่ ข้ึนและมีคุณภาพสูง นอกจากน้ี ยงั คานึงถึงความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคลดว้ ย คือตอ้ งจดั คนใหเ้ หมาะสมกบั งาน (put the right man in the rightjob) 2. เงินและงบประมาณ (Money and budget) ไม่วา่ งานใดกต็ าม ถา้ ขาดเงินทุนแลว้ งาน
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 9น้นั มกั จะลม้ เหลว เพราะงบประมาณ เป็นปัจจยั สาคญั อยา่ งหน่ึงท่ีจะทาใหง้ านน้นั บรรลุถึงเป้าหมายได้ 3. วสั ดุอุปกรณ์ (Material) รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ ส่ิงของต่างๆ จะตอ้ งมีใหเ้ พยี งพอและรู้จกั วธิ ีใช้ ในการปฏิบตั ิงานในชุมชนควรจะใชว้ สั ดุท่ีหาไดใ้ นหมู่บา้ นใหม้ ากที่สุดเท่าที่จะมากได้สิ่งใดที่ไม่จาเป็นใหป้ ระชาชนซ้ือกไ็ ม่ควรซ้ือ 4. การจดั การ (Management/Method) หมายถึงการตระเตรียม การวางโครงการเพ่อื ให้งานบรรลุเป้าหมายท่ีต้งั ไว้ ถา้ งานใดขาดการจดั การแลว้ อาจจะมีอุปสรรคทาใหเ้ กิดการล่าชา้ เสียเวลาเสียกาลงั งานและบนั่ ทอนดา้ นจิตใจดว้ ย 5. เคร่ืองจกั ร (Machine) 6. การตลาด (Market) 7. ขวญั กาลงั ใจ (Morale) 8. ขอ้ มูลข่าวสาร ( Message ) ในกระบวนการพฒั นาอนามยั ชุมชน ถือวา่ คนเป็นปัจจยั ท่ีสาคญั ที่สุด รองลงมาคือ การจดั การท้งั น้ีถา้ รู้จกั การจดั งานโดยรู้วตั ถุประสงคข์ องงาน รู้นโยบายของรัฐ รู้จกั การวางแผนและรู้จกั การประสานงานแลว้ ปัจจยั อ่ืนกจ็ ะตามมาการประเมินแผนงาน โครงการ การประเมินผลแผนและโครงการ หมายถึง กระบวนการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะห์ขอ้ มูลเก่ียวกบั แผนและโครงการ แลว้ เปรียบเทียบกบั วตั ถุประสงคข์ องแผนและโครงการท่ีวางไว้ ซ่ึงจะเป็นขอ้ มูลพ้นื ฐานสาคญั ในการปรับปรุงแกไ้ ขแผนและโครงการ เพอื่ การตดั สินใจเก่ียวกบั การดาเนินการต่อไป วตั ถุประสงค์ของการประเมนิ แผน/โครงการ 1. เพอ่ื พิจารณาวา่ แผน/โครงการสามารถตอบสนองต่อวตั ถุประสงค์ เป้าหมายหรือความตอ้ งการขององคก์ รและ สงั คมไดห้ รือไม่ 2. ทรัพยากรทุกอยา่ งมีจากดั ท้งั เงิน คน วสั ดุอุปกรณ์ และ ทรัพยากรธรรมชาติ 3. ผลกระทบจากแผน/โครงการท่ีอาจมีต่อส่ิงแวดลอ้ มและสงั คม จึงตอ้ งประเมินเพ่ือหาทางป้องกนั 4. เพือ่ พิจารณาคดั เลือกแผน/โครงการที่เหมาะสมที่สุดในกรณีท่ีมีขอ้ เสนอหลายแผน/โครงการเพ่ือสนองวตั ถุประสงคเ์ ดียวกนั ประโยชน์ของการประเมินผล 1. ช่วยทาใหก้ ารกาหนดวตั ถปุ ระสงคแ์ ละมาตรฐานของการดาเนินงานมีความชดั เจน และสามารถท่ีจะนาไปปฏิบตั ิอยา่ งไดผ้ ล 2. ช่วยใหก้ ารใชท้ รัพยากรเป็นไปอยา่ งคุม้ คา่ หรือเกิดประโยชนเ์ ตม็ ที่
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 10 3. ช่วยใหแ้ ผนงาน/โครงการบรรลุถึงวตั ถุประสงคแ์ ละดาเนินงานได้ 4. ช่วยในการแกป้ ัญหาอนั เกิดจากผลกระทบของแผน/โครงการและทาใหแ้ ผน/โครงการมีขอ้ ที่ทาใหเ้ กิดความเสียหายลดนอ้ ยลง 5. การประเมินแผน/โครงการมีส่วนช่วยควบคุมคุณภาพของงาน ปัจจยั ทกุ ชนิด ขอ้ มูลนาเขา้กระบวนการ และผลงาน 6. การประเมินแผน/โครงการมีส่วนในการสร้างขวญั และกาลงั ใจใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงาน เพราะการประเมินเป็นการศึกษาวเิ คราะห์เพ่ือการปรับปรุงแกไ้ ขและเสนอแนะวธิ ีการใหม่ๆ เพื่อใชใ้ นการปฏิบตั ิงาน 7. การประเมินช่วยในการตดั สินใจในการบริหารโครงการ ช่วงเวลาของการประเมนิ ผล 1. การประเมินก่อนมีแผน/โครงการ : เพอ่ื ดูวา่ แผน/โครงการมีความเหมาะสมและเป็นไปไดห้ รือไม่ 2. การประเมินระหวา่ งดาเนินแผน/โครงการ : เพ่ือติดตามความกา้ วหนา้ ของแผน/โครงการตรวจสอบแผน/โครงการ 3. การประเมินเมื่อแผน/โครงการเสร็จสิ้น : เพือ่ ดูวา่ การดาเนินงานบรรลุวตั ถุประสงคท์ ี่วางไว้หรือไม่ 4. การประเมินภายหลงั แผน/โครงการ : เพือ่ ดูผลสาเร็จต่อเนื่องและผลกระทบท่ีเกิดจากแผน/โครงการ ทาใหท้ ราบถึงผลประโยชน์ ผลกระทบ ในระยะยาว อาจเรียกวา่ การประเมินความต่อเน่ืองยงั่ ยนืของแผน/โครงการ องค์ประกอบในการประเมนิ แผนงาน/โครงการ 1. วตั ถุประสงคข์ องการติดตามและประเมินผล 2. บุคคล/หน่วยงานรับผดิ ชอบ 3. กรอบแนวคิดในการประเมิน 4. ตวั ช้ีวดั ที่ใช้ วิธีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและแหล่งขอ้ มูล 5. เกณฑก์ ารตดั สินใจ/เป้าหมาย 6. บุคคล/หน่วยงานที่รับผดิ ชอบในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 7. ช่วงระยะเวลาติดตามประเมินผล กรอบในการประเมินประเดน็ ตวั ช้ีวดั เกณฑก์ าร วธิ ีการเกบ็ กาหนดเวลา/ แหล่งขอ้ มูล ผรู้ ับผดิ ชอบ ตดั สิน/ รวบรวม ความถ่ี เป้าหมาย ขอ้ มูล
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 11 วธิ ีการ/เคร่ืองมือในการติดตามประเมนิ ผล ข้อมูลปฐมภูมิ 1. การใชแ้ บบสอบถาม (Questionnaire) 2. การสมั ภาษณ์ (Interview) 3. การสังเกต (Observation) 4. การเกบ็ ตวั อยา่ งทางกายภาพ ชีวภาพ 5. อื่น ๆ ไดแ้ ก่ การทดสอบ การเขา้ ไปมีส่วนร่วม ข้อมูลทุตยิ ภูมิ เช่น 1. รายงานผลโครงการ 2. รายงานการประชุม 3. สถิติ ขอ้ มูล ท่ีเก่ียวขอ้ ง 4. ผลการประเมินโดยหน่วยงานอ่ืนๆ ฯลฯ การประเมินผลทดี่ ี (ศิริชัย กาญจนวาสี, 2537) คาถาม/วตั ถุประสงค์ของการประเมิน - เป็นไปตามความตอ้ งการ/ความจาเป็นที่แทจ้ ริง - สนองความตอ้ งการใชข้ อ้ มูล/สารสนเทศ วธิ ีการประเมนิ - สนองวตั ถุประสงค/์ เป้าหมายของการประเมิน - สอดคลอ้ งกบั สภาพการณ์/ลกั ษณะของแผนและโครงการ ผลการประเมนิ - มีประโยชน/์ นาไปใชไ้ ด้ - ไมม่ ีอคติ/ยตุ ิธรรม - น่าเช่ือถือ การประเมินผล มีกระบวนการ ดงั น้ี ข้นั ที่ 1 กาหนดส่ิงที่จะประเมิน วา่ เป็นผลงานอะไร ของหน่วยงานใด ใครรับผดิ ชอบการประเมิน และขอบเขตของการประเมินในแต่ละคร้ัง แตล่ ะโครงการมีขอ้ จากดั อะไรบา้ ง ข้นั ท่ี 2 กาหนดวิธีท่ีจะใชใ้ นการประเมินใหช้ ดั เจนวา่ จะใชว้ ธิ ีใด ควรมีการทดสอบเครื่องมือก่อนใช้
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 12 ข้นั ที่ 3 พิจารณาเร่ืองขอ้ มูลที่จะนามาใชใ้ นการประเมิน วา่ ตอ้ งการขอ้ มูลอะไรมีเพยี งพอหรือไม่ เชื่อถือไดห้ รือไม่ แลว้ นามาวเิ คราะห์ขอ้ มูลเหล่าน้นั เหมาะสมท้งั ดา้ นปริมาณและคุณภาพหรือไม่ และถา้ ขอ้ มูลไม่เพียงพอ มีขอ้ ขดั แยง้ จะมีการหาขอ้ มูลเพมิ่ เติมดว้ ยวิธีใด ข้นั ที่ 4 กาหนดระยะเวลาที่จะดาเนินการเป็นระยะ ๆ ใหช้ ดั เจน ข้นั ท่ี 5 กาหนดบุคลากรผปู้ ระเมินหรือผรู้ ับผดิ ชอบ ในกรณีเป็นการประเมินผลหน่วยงานที่อยใู่ นบงั คบั บญั ชา ข้นั ที่ 6 ดาเนินการประเมิน ในดา้ นประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความเพียงพอ ความเหมาะสม และผลขา้ งเคียงที่เกิดข้ึน ข้นั ที่ 7 สรุปประเมินผลการประเมินท่ีไดร้ ับ และเสนอเพอื่ การปฏิบตั ิต่อไป การประเมินผลจะกระทาอย่างละเอียดถี่ถว้ นหรือวดั อย่างหน่ึงอย่างใดข้ึนอยู่กบั วตั ถุประสงค์และการประเมินผลน้นั ๆ ในการประเมินผลควรพจิ ารณาถึง ลกั ษณะของการจดั โครงการน้นั ๆ คือ 1. การวดั ประสิทธิภาพ (Evaluation of Efficiency) ไดแ้ ก่ การพิจารณาท่ีค่าใช้จ่ายหรือทรัพยากรต่างๆที่ใชใ้ นการดาเนินงานตามโครงการน้นั เพ่ือให้เป็ นไปตามมาตรฐานและบรรลุวตั ถุประสงคข์ องโครงการว่ามีความสมดุลกบั ผลท่ีไดร้ ับหรือไม่ หรือกล่าวอยา่ งส้ัน ๆ ว่าคุม้ ค่าหรือไม่อาจเรียกว่า CostEffectiveness หรือ Cost Benefit Ratio 2. การวดั ประสิทธิผล (Evaluation of Effectiveness) คือ การพิจารณาว่ากิจกรรมและบริการต่าง ๆ ท่ีดาเนินการไปตามแผนน้ัน ไดบ้ รรลุวตั ถุประสงค์มากน้อยเพียงไร หรือไม่ ภายในระยะเวลาที่กาหนดไว้ สามารถคานวณไดด้ งั น้ี 2.1 ทรัพยากรที่ใช/้ ทรัพยากรที่กาหนด 100 2.2 จานวนผปู้ ่ วยที่รักษาหาย/จานวนผมู้ าตรวจในเวลาเดียวกนั 100 2.3 วตั ถุประสงคท์ ่ีทาได้ / วตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนด 100 2.4 กิจกรรมที่ทาได้ / กิจกรรมที่กาหนด 100 3. การวดั ความเพียงพอ (Evaluation of Adequacy) หมายถึง การพจิ ารณาวา่ โครงการน้นัไดแ้ กป้ ัญหาไปมากหรือนอ้ ย หรือบริการน้นั ครอบคลุมประชากรไปมากนอ้ ยเพยี งใด (บอกจานวนประชากรท่ีไดร้ ับบริการ) เป็นไปตามวตั ถุประสงคห์ รือไม่ รวมท้งั พจิ ารณาวา่ วตั ถุประสงคเ์ พียงพอหรือไม่ 4. การวดั ความเหมาะสม (Evaluation of Appropriateness) เป็นการพจิ ารณาในแง่ความสาคญัความจาเป็ นและการเป็ นท่ียอมรับของประชาชน 5. การวดั ผลขา้ งเคียง (Evaluation of Side-effect) เป็นการพิจารณาผลดีผลเสียต่อเศรษฐกิจส่ิงแวดลอ้ ม ท้งั ทางบวกและทางลบนอกจากวตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั ใหม้ ีโครงการน้นั ๆ ข้ึน การประเมินผลโครงการใน 5 หวั ขอ้ ที่กล่าว ตอ้ งพิจารณาถึง
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 13 1. ปัญหาสาธารณสุขน้นั ไดร้ ับการแกไ้ ขมากนอ้ ยเพยี งใด จากบริการพยาบาลท่ีใหซ้ ่ึงเป็นการพจิ ารณาความเพยี งพอ 2. การดาเนินงานบรรลุวตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนดไวม้ ากนอ้ ยเพยี งใด ซ่ึงเป็นการพิจารณาประสิทธิผลโครงการ 3. เปรียบเทียบคา่ ใชจ้ ่าย ประมวลไดจ้ ากเวลาที่ใชใ้ นการบริการ หรือผลของโครงการน้นัซ่ึงเป็ นการพิจารณาประสิทธิภาพของโครงการ 4. จากการดาเนินการมีสิ่งใดที่แสดงวา่ เราไดก้ าหนดวตั ถุประสงคห์ รือเลือกกิจกรรมเป็นอยา่ งดีทาใหก้ ารดาเนินงานบรรลุเป้าหมายของแผนงานสาธารณสุข เทียบกบั วธิ ีการแกไ้ ขปัญหาแบบอื่น ๆ เวลาท่ีกาหนดในโครงการเพยี งพอหรือไม่ นอกจากน้ีตอ้ งพิจารณาประสิทธิภาพของคา่ ใชจ้ ่ายดว้ ยวา่ เหมาะสมกบั กิจกรรมท่ีเกิดข้ึนหรือผลงานที่เกิดข้นึ หรือไม่บรรณานุกรมดารุณี จงอุดมการณ์ . (2558). การพยาบาลสุขภาพครอบครัว : แนวคดิ ทฤษฎแี ละการประยุกต์ใช้ใน ครอบครัวระยะวกิ ฤต. พมิ พค์ ร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.พรฤดี นิธิรัตน์ และสายใจ จารุจิตร . (2559). กระบวนการพยาบาลกบั การดูแลสุขภาพชุมชน. นนทบรุ ี : โครงการสวสั ดิการวชิ าการ สถาบนั พระบรมราชชนก.ยพุ า จ๋ิวพฒั นกลุ . (2559). การพยาบาลครอบครัว .พิมพค์ ร้ังที่ 1 นครปฐม : สานกั พิมพ์ มหาวิทยาลยั มหิดล.สุริยา ฟองเกิด และศุภรา หิมานนั โต (2559). การพยาบาลครอบครัว. ชลบุรี : วทิ ยาลยั พยาบาล บรมราชชนนี ชลบุรี.สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ. (2554). แผนพฒั นาสุขภาพ แห่งชาตฉิ บับท่ี 11. กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คม แห่งชาติ. www.moph.go.th ของกระทรวงสาธารณสุขสุขศิริ ประสมสุข .(2557). การพยาบาลอนามัยชุมชน:คู่มือทบทวนสอบใบประกอบวชิ าชีพพยาบาล. พมิ พค์ ร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ : นีโอดิจิตอล. เอกสารอ่านประกอบจริยาวตั ร คมพยคั ฆ์ และวนิดา ดุรงคฤ์ ทธิชยั ,บรรณาธิการ. (2554). การพยาบาลอนามยั ชุมชน : แนวคดิ หลกั การ และการปฏิบัติการพยาบาล. พิมพค์ ร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ : จุดทอง.ไพเราะ ผอ่ งโชค สมบูรณ์ จยั วฒั น์ และ เฉลิมศรี นนั ทวนั . (2550). การพยาบาลอนามัยชุมชน. กรุงเทพฯ: จุดทอง.สมใจ วินิจกลุ . (2552). อนามัยชุมชน กระบวนการวนิ ิจฉัยและการแก้ปัญหา (ฉบบั ปรับปรุงคร้ังที่ 2).
เอกสารประกอบการสอน วชิ า พย.1411 ดร.สมพร รักความสุข 14 พมิ พค์ ร้ังท่ี 4. กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ.์Clark, M. J. (2008). Community Health Nursing : Advocacy for Population Health. 5th ed. New York : Prentice Hall.
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: