ผลติ ภณั ฑน์ ม หนว่ ยที่ 4 สภาวะการตลาดและการวางแผนการผลติ ผลติ ภัณฑ์นม ครูสุขสิริ อินจันทร์ แผนกวชิ าอุตสาหกรรมเกษตร วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีกาแพงเพชร
1 หนว่ ยที่ 4 สภาวะการตลาดและการวางแผนการผลติ ผลิตภัณฑน์ ม หวั ข้อเร่ือง 1. ความสาคัญของการตลาด 2. สภาวะการตลาดนมและผลติ ภณั ฑ์นม 3. ขน้ั ตอนการวางแผนการผลิตผลติ ภัณฑ์นม 4. การจดั ทาบัญชีรายรับ - รายจ่ายอยา่ งงา่ ย สาระสาคญั การตลาดนับว่าเป็นส่วนสาคัญทีส่ ดุ หลังจากผ่านกระบวนการผลิตหรือแปรรปู อาหารมาแลว้ สภาวะการตลาดเป็นสว่ นหน่ึงของการดาเนนิ ธุรกจิ ต่างๆ ที่มคี วามใกล้ชดิ กับผ้บู ริโภคหรอื ผใู้ ชส้ ินค้าที่ มอี ยูใ่ นตลาด ดังน้นั การตลาดจึงมีบทบาทสาคัญทจ่ี ะช่วยสรา้ งรายได้ใหแ้ กก่ จิ การ โดยการขายสนิ คา้ และผลติ ภัณฑต์ ่างๆ ไปยังผู้บริโภค ให้ผบู้ รโิ ภคมคี วามพงึ พอใจสูงสดุ และมกี ารกลับมาซ้ือสนิ คา้ ใหมใ่ น คราวต่อไป ดังนั้นการผลิตผลิตภัณฑ์นมจึงจาเปน็ ต้องเรียนรูแ้ ละทราบถึงสภาวะการตลาดของ ผลติ ภัณฑ์นม ทั้งนีเ้ พ่อื นาไปวางแผนการผลิตและผลิตผลิตภณั ฑ์นมให้ตรงกับความต้องการของ ผู้บรโิ ภคทม่ี ีอยู่ในตลาดต่อไป จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 1. บอกความหมายและความสาคัญของการตลาดได้ 2. เขา้ ใจสภาวะการตลาดของผลติ ภณั ฑ์นม 3. รู้ข้นั ตอนการวางแผนการผลิตผลิตภณั ฑ์นม 4. รู้การจดั ทาบัญชรี ายรบั - รายจ่ายอยา่ งงา่ ย 5. มคี วามตงั้ ใจในการเรยี น มีความรับผิดชอบปฏบิ ัตงิ านให้เสร็จตามกาหนด เน้ือหาสาระ ในปัจจบุ นั การตลาดมีความจาเปน็ และเกย่ี วข้องในชีวติ ประจาวนั ของผู้บริโภคเป็นอยา่ งมาก ซง่ึ การตลาดจะต้องสร้างความตอ้ งการให้เกิดกบั ผู้บรโิ ภค และเมื่อผบู้ ริโภคเกดิ ความตอ้ งการแลว้ จะต้องมกี ารผลติ สนิ คา้ ท่ีมีคุณภาพเพื่อให้ผ้บู ริโภคเกิดความพงึ พอใจและเกิดการซ้ือซา้ อกี นอกจากน้ี สินคา้ บางชนดิ จาเปน็ ต้องมบี รกิ ารหลงั การขายท่ีดีเพื่อใหผ้ ูบ้ รโิ ภคเกดิ ความประทบั ใจ ส่งผลตอ่ การ เผยแพรข่ า่ วสารหรือบอกต่อให้คนใกลช้ ิดได้รับรู้และส่งิ สาคัญอกี ประการหน่ึงคือสินคา้ ทผ่ี ลติ นน้ั จะต้องมีคุณภาพดสี กู้ ับคแู่ ขง่ ขนั ได้
2 1. ความสาคัญของการตลาด การตลาด (Marketing) คือกระบวนการการวางแผนและการบริหารเกยี่ วกับแนวคดิ ในการตง้ั ราคา การส่งเสริมการตลาด การจดั จาหน่ายสินคา้ บรกิ าร เพอ่ื ใหเ้ กดิ การแลกเปลี่ยนทีส่ ามารถ ตอบสนองความพึงพอใจของบุคคลและบรรลุวัตถปุ ระสงค์ขององค์กร การตลาดยุคใหมใ่ นปจจุบนั ทุกหนวยงานธรุ กจิ น้ันใหความสาคัญ การตลาดนน้ั เป็นเครือ่ งมือ ทชี่ วยสรางยอดขาย รายไดและกาไรใหกบั ธุรกิจ ในระบบเศรษฐกจิ ของประเทศ ซง่ึ ตองนาการตลาด มาใชเพ่ือการพัฒนาดานเศรษฐกจิ สังคม และการคาท้งั ภายในประเทศและระหวางประเทศ รวมทงั้ การตลาดโลก ความสาคัญของการตลาดมีดังน้ี 1.1 ความสาคญั ตอเศรษฐกจิ และสังคม 1.1.1 สร้างรายไดใ้ หก้ บั ประเทศ เพราะการตลาดกอ่ ให้เกิดการซ้ือ ขายสนิ คา้ ท้ัง ภายในประเทศและตา่ งประเทศ 1.1.2 ทาให้มกี ารลงทุนและมีการจา้ งงานเพิม่ ขน้ึ ซ่ึงทาใหป้ ระชาชนมีงานทา และส่งผล ทาให้เพิ่มอานาจซื้อให้กับประชาชน 1.1.3 จากการมีงานทา ช่วยในการยกระดบั การครองชพี ของประชาชน ซง่ึ มีผลต่อการอยู่ ดีกนิ ดมี คี ุณภาพชวี ติ ที่ดีข้นึ 1.1.4 ทาให้เกิดการหมุนเวยี นของปจั จัยการผลติ มีการนาทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ีมีอยู่มา แปรรูปซ่ึงสามารถสรา้ งคณุ ค่าให้กับสินคา้ ทาให้สนิ คา้ มีมลู ค่าเพิ่มขึ้น 1.1.5 มีการคิดค้นผลิตภัณฑใ์ หม่ๆ และปรับปรุงใหไ้ ด้มาตรฐานเพื่อสนองความต้องการ ของตลาดโลก 1.2 ความสาคญั ตอธุรกิจหรือองคการ 1.2.1 สรา้ งกาไรให้กบั ธรุ กิจ 1.2.2 สร้างมูลคา่ เพ่ิมของสินค้าให้กบั ธรุ กิจ ก่อใหธ้ รุ กจิ มรี ายไดเ้ พม่ิ ขน้ึ 1.2.3 ปจั จบุ นั การตลาดไดน้ าเทคโนโลยมี าใชใ้ นการผลิต สามารถทาใหผ้ ลติ สินคา้ ได้คราว ละมากๆ ซง่ึ มีผลตอ่ การลดต้นทุนตอ่ หน่วยในการผลติ 1.2.4 ทาใหธ้ รุ กจิ มสี นิ ค้าใหมๆ่ ออกสู่ตลาด เน่ืองจากมกี ารพฒั นาสนิ ค้าอยู่เรอ่ื ยๆ ซึ่งทา ให้ธุรกจิ มคี วามตน่ื ตัวอยู่เสมอ 1.3 ความสาคัญตอบคุ คล 1.3.1 การตลาดทาใหผ้ ้บู รโิ ภคพงึ พอใจในรปู แบบ ในอรรถประโยชนข์ องสินคา้ ทีน่ ามา จาหน่าย และสะดวกในการเลือกซ้ือสนิ คา้ ในเวลา สถานท่ี ปรมิ าณสนิ คา้ ทีเ่ หมาะสม 1.3.2 การตลาดทาให้ผบู้ ริโภคเลอื กซ้อื สินคา้ อยา่ งฉลาด เนือ่ งจากมีข้อมลู ข่าวสารจาก แหล่งตา่ งๆมากมายไมว่ ่าจากส่ือสง่ั พิมพ์ (หนงั สือพิมพ์ นิตยสาร ใบปลิว ฯลฯ) หรือสอ่ื การกระจาย เสยี ง (วทิ ยุ โทรทัศน์) เปน็ ต้น 1.3.3 การตลาดสร้างอาชีพให้กบั บุคคล ช่วยให้เกิดอาชพี ตา่ งๆ เช่นการขาย การโฆษณา การขนส่ง (รบั จา้ ง แบก ขน) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การวจิ ัยตลาด การธนาคาร เปน็ ตน้
3 1.3.4 จากการท่ีมอี าชีพ ทาให้ความเป็นอยู่ของบุคคลดขี ึ้น สามารถพฒั นาชีวิตหรือมี คุณภาพชวี ติ ที่ดีขนึ้ มีการกินดีอย่ดู ี (บญุ ประคอง, 2554) 2. สภาวะการตลาดนมและผลิตภณั ฑ์นม สานักวิจยั เศรษฐกจิ การเกษตร สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตร ไดว้ เิ คราะหส์ ถานการณ์โคนม ในปี 2559 ด้านการผลติ การตลาด การสง่ ออก การนาเข้าและราคา ของโคนม ไว้ดงั น้ี 2.1 สถานการณโ์ คนมของโลก 2.1.1 การผลติ ปี 2555 - 2559 จานวนโคนมในประเทศผู้ผลิตท่ีสาคญั ของโลก มีอตั ราเพม่ิ ร้อย ละ 1.60 ตอ่ ปี โดยในปี 2559 มจี านวนโคนมรวม 141.71 ลา้ นตัว เพิ่มขน้ึ จาก 139.58 ลา้ นตัว ของปี 2558 ร้อยละ 1.53 ประเทศทมี่ ีการเลยี้ งโคนมมากที่สดุ คือ ประเทศอนิ เดีย มีจานวนโคนม รวม 54.50 ล้านตัว รองลงมาได้แก่ สหภาพยุโรป 23.62 ลา้ นตวั และบราซลิ 17.68 ลา้ นตัว (ตารางที่ 4.1) ปี 2555 - 2559 ผลผลิตนา้ นมดิบในประเทศผ้ผู ลติ ท่สี าคัญ มอี ัตราเพ่มิ รอ้ ยละ 2.12 ต่อปี โดย ผลผลิตน้านมดบิ ในปี 2559 มปี ริมาณรวม 499.81 ลา้ นตัน เพ่มิ ขึน้ จาก 493.69 ล้านตัน ของปี 2558 ร้อยละ 1.24 ประเทศที่มีผลผลิตนา้ นมดิบมากท่ีสดุ คือ สหภาพยโุ รป มผี ลผลติ นา้ นมดิบรวม 151.60 ลา้ นตนั รองลงมา ไดแ้ ก่ สหรัฐอเมรกิ า 96.34 ล้านตัน และอินเดีย 68.00 ล้านตัน (ตารางท่ี 4.2) ปี 2555 - 2559 ปรมิ าณการผลติ นมผงขาดมนั เนยในประเทศผ้ผู ลติ ทส่ี าคัญ มีอตั ราเพิ่มร้อยละ 4.92 ตอ่ ปี โดยในปี 2559 มปี ริมาณรวม 4.79 ล้านตัน เพมิ่ ขึ้นจาก 4.71 ลา้ นตนั ของปี 2558 รอ้ ยละ 1.70 ประเทศทีผ่ ลติ นมผงขาดมนั เนยมากท่ีสดุ คือ สหภาพยุโรป มีปริมาณรวม 1.80 ลา้ นตนั รองลงมา ไดแ้ ก่ สหรฐั อเมริกา 1.05 ล้านตัน และอินเดีย 0.54 ล้านตัน (ตารางที่ 4.3) ตารางท่ี 4.1 จานวนโคนมในประเทศทสี่ าคญั ของโลก ปี 2555 - 2559 หน่วย: ลา้ นตัว ประเทศ 2555 2556 2557 25581/ 25592/ อตั ราเพม่ิ (ร้อยละ) อินเดีย 46.40 48.25 50.50 52.50 54.50 4.15 สหภาพยโุ รป 23.05 23.19 23.47 23.56 23.62 0.65 บราซิล 16.46 16.60 16.83 17.33 17.68 1.88 สหรฐั อเมรกิ า 9.24 9.22 9.26 9.32 9.32 0.28 จีน 8.00 8.35 8.40 8.40 8.50 1.28 รัสเซีย 8.60 8.25 8.05 7.75 7.55 -3.18 อนื่ ๆ 21.31 21.18 21.10 20.72 20.54 -0.95 รวม 133.06 135.04 137.61 139.58 141.71 1.60 หมายเหตุ: 1/ขอ้ มูลเบ้อื งตน้ 2/คาดคะเน ทม่ี า: Dairy, World Markets and Trade. USDA Foreign Agricultural Service, July 2016
4 ตารางที่ 4.2 ปรมิ าณผลผลิตนา้ นมดบิ ในประเทศท่สี าคญั ของโลก ปี 2555 - 2559 หน่วย: ล้านตัน ประเทศ 2555 2556 2557 25581/ 25592/ อัตราเพิ่ม(ร้อยละ) สหภาพยุโรป 139.00 140.10 146.50 149.60 151.60 2.42 สหรฐั อเมริกา 91.01 91.28 93.49 94.62 96.34 1.51 อนิ เดยี 55.50 57.50 60.50 64.00 68.00 5.27 จีน 32.60 34.30 37.25 37.55 38.00 4.05 รสั เซยี 31.83 30.53 30.50 30.55 30.09 -1.11 บราซิล 23.01 24.26 25.49 26.30 27.10 4.16 อื่นๆ 89.90 88.65 90.60 91.07 88.68 -0.004 รวม 462.85 466.62 484.33 493.69 499.81 2.12 หมายเหตุ: 1/ข้อมลู เบ้ืองตน้ 2/คาดคะเน ท่มี า: Dairy, World Markets and Trade. USDA Foreign Agricultural Service, July 2016 ตารางท่ี 4.3 ปริมาณผลผลิตนมผงขาดมันเนยในประเทศท่ีสาคญั ของโลก ปี 2555 - 2559 ประเทศ หน่วย: ล้านตัน 2555 2556 2557 25581/ 25592/ อตั ราเพ่มิ (ร้อยละ) สหภาพยุโรป 1.270 1.250 1.550 1.710 1.800 10.64 สหรัฐอเมรกิ า 0.973 0.956 1.047 1.029 1.045 2.19 อินเดีย 0.450 0.490 0.520 0.540 0.540 4.73 นิวซีแลนด์ 0.404 0.404 0.415 0.390 0.380 -1.57 ออสเตรเลยี 0.235 0.215 0.205 0.266 0.260 4.24 บราซลิ 0.141 0.151 0.154 0.157 0.160 2.96 อื่นๆ 0.586 0.585 0.621 0.620 0.601 1.09 รวม 4.059 4.051 4.512 4.712 4.786 4.92 หมายเหตุ: 1/ขอ้ มูลเบือ้ งต้น 2/คาดคะเน ที่มา: Dairy, World Markets and Trade. USDA Foreign Agricultural Service, July 2016 2.1.2 การตลาด (1) ความตอ้ งการบริโภคน้านม ปี 2555 - 2559 ความต้องการบริโภคน้านมของ ประเทศต่าง ๆ โดยรวมมอี ัตราเพ่ิมร้อยละ 1.60 ต่อปี ในปี 2559 มีความต้องการบริโภค 182.29 ล้านตนั เพิม่ ข้นึ จาก 180.14 ล้านตนั ของปี 2558 รอ้ ยละ 1.19 อินเดยี เปน็ ประเทศทบี่ ริโภคนา้ นมสูง ทส่ี ดุ คอื 62.75 ลา้ นตัน รองลงมาได้แก่ สหภาพยโุ รป 34.00 ลา้ นตนั และสหรัฐอเมริกา 26.52 ลา้ นตัน (ตารางที่ 4.4) ความต้องการบรโิ ภคนมผงขาดมันเนยในชว่ งปี 2555 - 2559 มีอัตราเพม่ิ ร้อย ละ 2.67 ต่อปี ในปี 2559 มีการบรโิ ภครวม 3.78 ลา้ นตัน เพิ่มขึน้ จากปี 2558 เลก็ นอ้ ย ประเทศทมี่ ี
5 การบรโิ ภคสูงสดุ คอื สหภาพยโุ รป มีปริมาณการบริโภค 0.90 ล้านตนั รองลงมาไดแ้ ก่ อินเดีย 0.54 ล้านตัน และสหรฐั อเมรกิ า 0.51 ล้านตนั (ตารางท่ี 4.5) ตารางท่ี 4.4 ปรมิ าณการบรโิ ภคนา้ นมในประเทศท่สี าคัญของโลก ปี 2555 - 2559 หน่วย: ล้านตัน ประเทศ 2555 2556 2557 25581/ 25592/ อตั ราเพม่ิ (ร้อยละ) อนิ เดยี 52.00 54.40 57.00 59.75 62.75 4.81 สหภาพยุโรป 33.80 33.80 34.07 34.00 34.00 0.18 สหรัฐอเมรกิ า 27.74 27.33 27.06 26.79 26.52 -1.09 จีน 13.52 14.35 15.15 15.36 15.57 3.57 บราซลิ 8.56 9.04 9.66 9.90 10.10 4.31 รสั เซีย 11.00 10.15 9.86 9.50 9.19 -4.17 อืน่ ๆ 24.97 24.45 24.69 24.84 24.16 -0.50 รวม 171.59 173.52 177.49 180.14 182.29 1.60 หมายเหต:ุ 1/ขอ้ มูลเบ้อื งตน้ 2/คาดคะเน ทมี่ า: Dairy, World Markets and Trade. USDA Foreign Agricultural Service, July 2016 ตารางที่ 4.5 ปรมิ าณการบรโิ ภคนมผงขาดมนั เนยในประเทศทีส่ าคัญของโลก ปี 2555 - 2559 หน่วย: ล้านตัน ประเทศ 2555 2556 2557 25581/ 25592/ อตั ราเพม่ิ (ร้อยละ) สหภาพยโุ รป 0.802 0.848 0.889 0.982 0.900 3.85 อินเดีย 0.425 0.400 0.446 0.492 0.539 7.06 สหรัฐอเมริกา 0.523 0.424 0.458 0.487 0.505 0.69 เมกซิโก 0.291 0.253 0.258 0.314 0.320 4.14 จีน 0.225 0.289 0.300 0.244 0.250 0.42 อินโดนีเซีย 0.205 0.222 0.215 0.204 0.205 -0.84 อนื่ ๆ 0.978 1.052 1.038 1.055 1.062 1.69 รวม 3.449 3.488 3.604 3.778 3.781 2.67 หมายเหตุ: 1/ข้อมลู เบอ้ื งตน้ 2/คาดคะเน ทมี่ า: Dairy, World Markets and Trade. USDA Foreign Agricultural Service, July 2016
6 (2) การส่งออก นมผงขาดมันเนยเปน็ ผลิตภัณฑน์ มส่งออกที่สาคัญในช่วงปี 2555 - 2559 การส่งออกนมผงขาดมันเนยของประเทศท่สี าคัญมีอตั ราเพ่ิมร้อยละ 4.79 ต่อปี ในปี 2559 มี การส่งออกรวม 1.99 ล้านตัน ลดลงจาก 2.06 ลา้ นตัน ของปี 2558 รอ้ ยละ 3.40 ประเทศทส่ี ง่ ออก นมผงขาดมันเนยมากท่สี ุด คือ สหภาพยโุ รป สง่ ออกปรมิ าณ 0.65 ลา้ นตัน รองลงมาได้แก่ สหรฐั อเมริกา 0.54 ล้านตัน และนิวซีแลนด์ 0.42 ล้านตัน (ตารางที่ 4.6) ตารางที่ 4.6 ปรมิ าณการสง่ ออกนมผงขาดมันเนยในประเทศทส่ี าคัญของโลก ปี 2555 - 2559 ประเทศ หนว่ ย: ล้านตัน 2555 2556 2557 25581/ 25592/ อัตราเพ่ิม(ร้อยละ) สหภาพยุโรป 0.520 0.407 0.646 0.686 0.650 10.17 สหรัฐอเมรกิ า 0.444 0.555 0.544 0.560 0.544 4.24 นวิ ซแี ลนด์ 0.390 0.392 0.383 0.411 0.415 1.73 ออสเตรเลยี 0.168 0.119 0.164 0.201 0.190 8.01 เบลารสุ 0.076 0.096 0.092 0.111 0.105 8.24 ยเู ครน 0.026 0.012 0.028 0.030 0.030 12.78 อ่ืนๆ 0.078 0.178 0.109 0.060 0.054 -16.66 รวม 1.702 1.759 1.966 2.059 1.988 4.79 หมายเหตุ: 1/ข้อมูลเบ้อื งตน้ 2/คาดคะเน ท่มี า: Dairy, World Markets and Trade. USDA Foreign Agricultural Service, July 2016 (3) การนาเข้า ในชว่ งปี 2555 - 2559 การนาเขา้ นมผงขาดมันเนยของประเทศ ท่สี าคญั มีอัตรา เพม่ิ รอ้ ยละ 2.12 ต่อปี โดยในปี 2559 มปี ริมาณนาเข้ารวม 1.17 ลา้ นตัน ลดลงจาก 1.18 ลา้ นตัน ของปี 2558 รอ้ ยละ 0.85 ประเทศท่ีนาเข้ามากท่ีสุด คือ ประเทศเม็กซิโก นาเข้า ปรมิ าณ 0.27 ล้านตนั รองลงมาไดแ้ ก่ จีน และอินโดนีเซยี 0.21 ลา้ นตัน (ตารางท่ี 4.7)
7 ตารางท่ี 4.7 ปริมาณการนาเขา้ นมผงขาดมนั เนยในประเทศที่สาคัญของโลก ปี 2555 - 2559 หน่วย: ล้านตัน ประเทศ 2555 2556 2557 25581/ 25592/ อัตราเพม่ิ (ร้อยละ) เมกซโิ ก 0.236 0.198 0.203 0.259 0.265 5.13 จีน 0.168 0.235 0.253 0.200 0.210 2.89 อินโดนีเซยี 0.205 0.225 0.215 0.205 0.205 -0.93 อัลจีเรยี 0.112 0.120 0.168 0.140 0.135 5.42 รสั เซีย 0.096 0.131 0.103 0.110 0.110 0.98 ฟิลปิ ปินส์ 0.106 0.113 0.095 0.100 0.110 -0.48 อ่นื ๆ 0.148 0.126 0.141 0.166 0.138 1.37 รวม 1.071 1.148 1.178 1.180 1.173 2.12 หมายเหตุ: 1/ข้อมลู เบ้ืองตน้ 2/คาดคะเน ท่ีมา: Dairy, World Markets and Trade. USDA Foreign Agricultural Service, July 2016 2.2 สถานการณโ์ คนมของไทย จากอดีตถงึ ปจั จบุ นั นา้ นมส่วนใหญผ่ ลิตจากสัตวเ์ ล้ยี งลกู ด้วยนม เชน่ วัว แพะ โดยนามาใช้ เปน็ อาหารหรอื สว่ นประกอบของอาหารโดยเฉพาะผูบ้ ริโภคทางแถบยโุ รป เชน่ เนย โยเกริ ต์ ซปุ ขนม อบ เปน็ ตน้ รวมทั้งเครื่องด่ืมมากมายหลายชนดิ และเปน็ ท่ีทราบกนั ดแี ล้วว่าประเทศไทยไมไ่ ด้เปน็ ประเทศทม่ี ีการผลิตอาหารนมเป็นหลัก ดงั นั้นในประเทศจงึ ไมม่ ีพันธ์โุ คนมท่ีให้นมในปริมาณสงู ๆ การ ผลติ นา้ นมในปัจจบุ ันมีมาก แหล่งทท่ี าการผลติ นา้ นมส่วนมากจะอยูใ่ นบริเวณทโี่ รงงานแปรรูปน้านม ต้งั อยู่ พนั ธ์วุ ัวนมท่ใี ชจ้ ะเปน็ การนาเอาพันธ์ุโคนมจากต่างประเทศเข้ามาหลายแหง่ พยายามจะใช้พันธ์ุ แทแ้ ต่ไมป่ ระสบความสาเรจ็ มากนกั เพราะโคพนั ธุแ์ ทส้ ู้อากาศและโรคไม่ได้ สว่ นมากจะทาการผสม กบั โคพันธุซ์ ึง่ อยู่ในเมอื งไทยนานจนบางคนคดิ วา่ เปน็ พันธพ์ุ ้ืนเมอื งไปแล้ว (ชมรมนมสรา้ งชาติ, 2555) น้านมที่ผลติ ขึน้ มาได้จะตอ้ งรีบดาเนนิ การแปรรปู โดยเรว็ ดังน้นั อตุ สาหกรรมอาหารนมจึงมี ความจาเปน็ จะต้องเกดิ ข้ึนควบคู่กันไปกับการสง่ เสรมิ การผลิตนา้ นมดิบ อตุ สาหกรรมอาหารนมท่ีมีอยู่ ในประเทศปจั จบุ ันน้มี ีอยู่3 องคก์ รหลกั คอื ส่วนทเ่ี ป็นของรัฐ ส่วนทเ่ี ป็นสหกรณ์และสว่ นที่เป็นเอกชน ทัง้ 3 องคก์ รน้ีมีการแปรรปู ผลติ ภณั ฑน์ มแตกต่างกันท้ังชนิดและปรมิ าณ ขนาดของโรงงานมคี วาม แตกตา่ งกนั มาก โดยเฉพาะส่วนท่เี ปน็ ของเอกชนนนั้ จะมปี ระสทิ ธิภาพการผลติ ทีส่ ูงกว่า โครงสรา้ ง ของอตุ สาหกรรมนมของประเทศไทยในปัจจุบนั แสดงไวด้ งั ภาพที่ 4.1
8 การผลติ นา้ นมดิบ การแปรรปู นา้ นม เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม/ 1. องค์การส่งเสรมิ กิจการโคนมแห่งประเทศไทย ฟาร์มโคนม 2. สมาคมอุตสาหกรรมนมไทย ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง 2.1 บริษทั โพร์โมสต์ ฟริสแลนด์ ขนาดเล็ก (ประเทศไทย) (มหาชน) การรวบรวมน้านมดบิ 2.2 บริษทั คันทรเี ฟรชแดรี่ จากัด 2.3 บริษทั ซพี ี – เมจิ จากัด 1. ชุมนมุ สหกรณ์โคนมแหง่ ประเทศไทย 2.4 บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จากดั 2. ชมรมสหกรณ์ผู้เลีย้ งโคนมแห่งประเทศไทย 2.5 บรษิ ทั เนสเล่ท์ จากัด 3. สมาคมกลุม่ เกษตรกรผ้รู วบรวมน้านมดิบ 2.6 กลุ่มบริษัทดัชมลิ ค์ 4. สถานศกึ ษา 2.7 บริษทั เชียงใหมเ่ ฟรชมิลค์ จากดั 3. สหกรณโ์ คนมขนาดใหญ/่ ขนาดกลาง ผลติ ภณั ฑน์ มในตลาดพาณชิ ย์ 3.1 สหกรณโ์ คนมหนองโพราชบรุ ี จากดั 3.2 สหกรณโ์ คนมวังนา้ เย็น จากดั 3.3 สหกรณโ์ คนมวารชิ ภมู ิ จากดั 3.4 สหกรณโ์ คนมการเกษตรสคี วิ้ จากัด 3.5 สหกรณโ์ คนมพทั ลุง จากัด 3.6 สหกรณโ์ คนมกาแพงแสน จากดั 3.7 สหกรณโ์ คนมมวกเหล็ก จากดั 4. สมาคมนมพาสเจอร์ไรส์ 4.1 บริษัท เอกชนขนาดกลางและขนาดเล็ก 5. โรงงานแปรรูปนมสังกัดสถานศกึ ษา 5.1 มหาวทิ ยาลยั 5.2 วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรยี น ผบู้ รโิ ภคทว่ั ไป เด็กกอ่ นวยั เรยี น–ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาพที่ 4.1 โครงสร้างอุตสาหกรรมนมของประเทศไทยในปัจจุบนั ทมี่ า : THAI DAIRY FACT BOOK 2011 (2555)
9 สถานการณโ์ คนมของไทย 2.2.1 การผลติ ปี 2555 - 2559 จานวนโคนมทงั้ หมดมีอตั ราเพม่ิ ร้อยละ 1.79 ตอ่ ปี โดยในปี 2559 (ณ วันท่ี 1 มกราคม) มีจานวน 616,420 ตัว เพม่ิ ขึ้นจากปี 2558 ซง่ึ มจี านวน 608,367 ตัว รอ้ ยละ 1.32 และจานวน แม่โครดี นมมีอัตราเพ่ิมรอ้ ยละ 0.38 ตอ่ ปี โดยในปี 2559 มีแม่โครดี นม 236,200 ตวั เพ่ิมข้นึ จาก 232,115 ตวั ของปี 2558 ร้อยละ 1.76 สว่ นผลผลิตน้านมดบิ ในชว่ งปี 2555-2559 มีอัตราเพ่มิ ร้อยละ 1.58 ต่อปี โดยปี 2559 มีผลผลิต 1,111,247 ตนั เพ่ิมข้ึนจาก 1,084,162 ตนั ของปี 2558 ร้อยละ 2.50 เนื่องจากลูกโคนมเกดิ ใหม่ ในรอบปี และจานวนแมโ่ ครดี นมเฉลี่ยในรอบปีมีจานวนเพ่ิมข้นึ จากแม่โคสาวท่เี ข้ามาทดแทน รวมถึงการกาหนด มาตรฐานการรบั ซอ้ื น้านมโค ปี 2558 มีการปรับเพมิ่ ราคารบั ซือ้ นา้ นมดิบหน้าโรงงานตามคุณภาพนา้ นมโค จงึ จูงใจให้ เกษตรกรมกี ารพฒั นาการเลยี้ งโคนมโดยการบริหารจดั การฟารม์ ท่ีเปน็ ระบบตามมาตรฐานฟารม์ ท่ีดี และมีประสทิ ธภิ าพในการเลีย้ ง ทาใหม้ ีอตั ราการให้นา้ นมสงู ข้นึ และน้านมดิบมีคณุ ภาพดีข้ึน (ตารางที่ 4.8) ตารางที่ 4.8 จานวนโคนมและผลผลิตนา้ นมดิบของไทย ปี 2555 - 2559 รายการ 2555 2556 2557 2558 25591/ อัตราเพ่มิ 25602/ (รอ้ ยละ) โคนม ทง้ั หมด 573,048 589,779 605,017 608,367 616,420 1.79 626,216 ณ 1 ม.ค. (ตวั ) แม่โครดี นม ณ 1 ม.ค. 229,041 237,730 230,064 232,115 236,200 0.38 241,824 (ตวั ) ผลผลติ นา้ นมดบิ 1,022,190 1,095,314 1,067,338 1,084,162 1,111,247 1.58 1,126,513 (ตนั ) การบรโิ ภค นมพรอ้ มดม่ื 990,836 1,047,550 1,025,181 1,046,216 1,077,910 1.67 1,087,085 (ตนั ) หมายเหต:ุ 1/ขอ้ มูลเบ้ืองตน้ 2/คาดคะเน ท่ีมา: สานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร
10 2.2.2 การตลาด (1) ความต้องการบรโิ ภค ปี 2555 - 2559 ความต้องการบริโภคนมพร้อมดื่มมี อตั ราเพ่ิม ร้อยละ 1.67 ต่อปี โดยในปี 2559 มปี รมิ าณการบรโิ ภค 1,077,910 ตัน เพมิ่ ขึ้นจาก 1,046,216 ตัน ของปี 2558 ร้อยละ 3.03 (ตารางท่ี 4.8) (2) การสง่ ออกผลิตภณั ฑ์นม ไทยมกี ารสง่ ออกผลติ ภัณฑ์นมหลายชนิด แต่สว่ น ใหญไ่ ดจ้ ากการนาเขา้ ผลติ ภัณฑน์ มเพื่อมาใช้ผลิตผลิตภัณฑ์นมประเภทอ่นื ๆ แล้วส่งออก สินคา้ สง่ ออก ส่วนมากมสี ภาพเป็นครีมหรอื นมผงในรูปของเหลวหรือข้นเติมนา้ ตาล เนยท่ีไดจ้ ากนม นมผงขาดมนั เนย นมข้นหวาน นมเปร้ยี ว โยเกริ ์ต เป็นต้น และเป็นการส่งออกไปยังประเทศใกล้เคยี ง เชน่ กมั พูชา สงิ คโปร์ ฟลิ ปิ ปนิ ส์ สปป.ลาว และ เมียนมาร์ โดยในปี 2559 มีการสง่ ออกผลติ ภณั ฑน์ มท้ังหมด 163,804 ตัน มูลค่า 6,995 ลา้ นบาท เพิม่ ข้นึ จาก ปี 2558 ทสี่ ง่ ออก 149,754 ตนั มลู ค่า 6,591 ลา้ น บาท รอ้ ยละ 9.38 และร้อยละ 6.14 ตามลาดับ (ตารางที่ 4.9) ตารางท่ี 4.9 ปรมิ าณและมูลคา่ นมและผลิตภณั ฑ์นมสง่ ออกของไทย ปี 2555 - 2559 นมผงขาดมนั เนย นมและผลติ ภัณฑน์ ม รวม ปี ตนั พนั บาท ตนั พันบาท ตนั พันบาท 97,582 4,763,514 2555 914 108,762 96,668 4,654,752 117,588 5,542,597 113,385 116,893 5,429,212 131,480 5,857,032 2556 695 116,927 130,689 5,740,105 149,754 6,590,809 134,451 147,870 6,456,358 163,804 6,995,232 2557 791 441,212 155,048 6,554,020 13.63 9.88 2558 1,884 34.60 25591/ 8,756 อัตราเพ่ิม 73.61 12.52 8.96 (ร้อยละ) หมายเหต:ุ 1/ประมาณการ ท่ีมา: กรมศุลกากร (3) การนาเข้าผลติ ภัณฑ์นม ไทยนาเข้านมและผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ ในแต่ละปี เปน็ จานวนมาก นมผงขาดมนั เนยเปน็ ผลิตภัณฑน์ มนาเข้าท่ีสาคัญ และยงั คงมีสัดส่วนการนาเข้าสงู กวา่ ผลิตภณั ฑ์นมนาเข้าอืน่ ๆ เพราะสามารถนามาใชป้ ระโยชน์ไดห้ ลายอย่าง เช่น ผลติ นมพรอ้ มดื่ม นมข้น ขนมปัง ไอศกรีม โยเกิร์ต นมขน้ หวาน ลกู กวาด และช็อกโกแลต เป็นต้น ในปี 2559 มกี าร นาเข้าผลติ ภัณฑน์ มทั้งหมด 231,002 ตัน มลู ค่า 16,473 ล้านบาท เป็นนมผงขาดมนั เนย 54,693 ตนั มลู ค่า 4,009 ล้านบาท โดยนาเข้าผลติ ภัณฑ์นมท้งั หมด เม่ือเปรยี บเทียบกับปี 2558 ซึ่งนาเข้า 243,344 ตัน มลู ค่า 19,814 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.07 และร้อยละ 16.86 ตามลาดบั เนอ่ื งจาก ปริมาณน้านมดบิ ในประเทศมีจานวนเพียงพอ ทาให้ปริมาณการนาเขา้ ลดลง ดา้ นมลู ค่า นาเขา้ ท่ลี ดลง มากกวา่ ปริมาณเน่ืองจากราคานมและผลติ ภัณฑ์นมในตลาดโลกปรับตวั ลดลงด้วย (ตารางที่ 4.10)
11 ตารางที่ 4.10 ปรมิ าณและมูลค่านมและผลิตภัณฑ์นมนาเขา้ ของไทย ปี 2555 - 2559 ปี นมผงขาดมนั เนย นมและผลติ ภณั ฑ์นม รวม ตนั พนั บาท ตัน พันบาท ตนั พันบาท 2555 62,708 6,140,731 163,804 12,689,459 226,512 18,830,190 7,552,436 128,615 12,256,964 188,434 19,809,400 2556 59,819 8,815,525 150,845 17,121,088 213,371 25,936,613 7,023,487 160,895 12,790,870 243,344 19,814,357 2557 62,526 4,008,916 176,309 12,463,868 231,002 16,472,784 2558 82,449 0.07 2.99 -2.64 25591/ 54,693 อตั ราเพ่ิม 0.48 -8.84 3.78 (รอ้ ยละ) หมายเหตุ: 1/ประมาณการ ทมี่ า: กรมศุลกากร (4) ราคา ในปี 2559 ราคาน้านมดบิ ทีเ่ กษตรกรขายไดเ้ ฉล่ียกโิ ลกรมั ละ 18.01 บาท เพ่ิมข้ึนจาก 17.74 บาท ของปี 2558 รอ้ ยละ 1.52 เนื่องจากเกษตรกรมีการปรับปรุง คุณภาพนา้ นมดิบใหด้ ีข้นึ เป็นผลจาก การกาหนดมาตรฐานการรับซอ้ื น้านมโค ปี 2558 มีการปรบั เพิม่ ราคารับซือ้ น้านมดิบหน้าโรงงานตามคุณภาพนา้ นมโค (ตารางท่ี 4.11) ตารางท่ี 4.11 ตน้ ทนุ การการผลติ นา้ นมดบิ และราคา ปี 2555 - 2559 ปี ต้นทุน ราคา ราคา ราคา อตั ราการให้ น้านมดิบ เกษตรกร หน้าโรงงาน อาหารขน้ นมของแม่โค (บาท/กก.) ขายได้ (บาท/กก.) (บาท/กก.) (กก./ตัว/วนั ) (บาท/กก.) 2555 14.47 16.61 18.00 9.81 12.23 10.00 12.62 2556 15.34 16.92 18.00 10.36 12.71 25571/ 15.62 16.91 18.00/19.00 11.42 12.80 11.62 12.89 2558 14.17 17.74 19.00 2/ประมาณการ 25592/ 14.66 18.01 19.00 หมายเหตุ: 1/มกี ารปรับราคากลางรบั ซอื้ น้านมหน้าโรงงานระหว่างปี ท่ีมา: สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร
12 2.3 ปัจจยั ท่ีมผี ลกระทบต่อการผลติ 2.3.1 ภาวะภัยแลง้ และการขาดแคลนนา้ เพอ่ื การเกษตร มีผลกระทบทาใหผ้ ลผลติ พชื อาหารสตั วไ์ ดร้ ับ ความเสียหายและอาจเกดิ การขาดแคลน ซ่ึงจะสง่ ผลให้ราคาอาหารสัตว์ปรับตัว สูงขนึ้ อกี ท้งั คุณภาพอาหารหยาบ ทไ่ี ด้ยงั ไม่เหมาะสมสาหรับการเล้ียงโคนม เกษตรกรอาจตอ้ งมีการ ปรับสตู รอาหารเพ่ือรักษาระดับผลผลิต ซงึ่ จะ ส่งผลให้ตน้ ทุนการผลิตนา้ นมโคของเกษตรกรเพิ่มข้ึน 2.3.2 การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ ทาใหม้ ีชว่ งอากาศเย็นยาวนานในปี 2559 สง่ ผลให้ผลผลติ น้านมดิบของเกษตรกรเพิ่มข้ึนเป็นจานวนมาก จึงมีการคาดการณว์ า่ ในปี 2560 ผลผลิตน้านมดิบจะเพ่ิมข้ึนเช่นเดยี วกนั ส่งผลให้ในปจั จุบันเกดิ ปัญหานา้ นมดิบไม่มีแหลง่ รบั ซอ้ื เนื่องจากตลาดนมโรงเรยี นมีปริมาณจากดั ในขณะท่ปี ริมาณน้านมดบิ เพ่ิมข้ึน ทาให้ภาระไปตกหนกั อยูท่ ผ่ี ้ปู ระกอบการนมพาณชิ ยท์ ต่ี อ้ งชว่ ยรบั ซื้อ จึงควรกาหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปญั หา ผลผลติ นา้ นมดิบของเกษตรกรทเี่ พ่มิ ข้ึน 2.3.3 ปัญหาด้านโรคต่างๆ เชน่ ปัญหาเตา้ นมอักเสบ ทาใหค้ ณุ ภาพน้านมดิบต่ากวา่ เกณฑ์มาตรฐาน ซ่ึงจะสง่ ผลต่อราคานา้ นมดบิ ทีเ่ กษตรกรได้รับและโรคปากและเท้าเปื่อยซ่งึ ยังพบการ ระบาดอยู่เปน็ ระยะๆ แมจ้ ะมีมาตรการเพอื่ ควบคมุ และป้องกัน แตก่ ย็ ังไมส่ ามารถควบคุมไมใ่ ห้เกิด โรคในฟาร์มเกษตรกรได้ทั้งหมด 2.3.4 การประกาศใช้มาตรฐานการรบั ซื้อน้านมโค ณ ศูนย์รวบรวมนา้ นมดิบ ควบคกู่ ับ ประกาศราคากลาง รับซื้อนา้ นมโค ณ ศนู ยร์ วบรวมน้านมดิบ โดยมผี ลบังคับใช้ต้งั แต่วันท่ี 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา และราคา รบั ซอ้ื น้านมดิบที่ปรบั เพิม่ ขน้ึ ตามคณุ ภาพน้านมดบิ จูงใจให้เกษตรกรมี การปรับปรุงการบรหิ ารจดั การฟารม์ เพ่อื เพม่ิ คุณภาพของน้านมใหด้ ขี น้ึ 3. ขน้ั ตอนการวางแผนการผลติ ผลติ ภัณฑ์นม หนา้ ที่ในด้านการวางแผนการผลติ ผลิตภัณฑ์นมจะต้องมีการผลติ ผลิตภณั ฑ์ให้ตรงกบั ความตอ้ งการของผู้ซ้ือและผู้บริโภคท่ีมอี ยู่ในตลาด โดยการแลกเปล่ยี นหรอื โอนย้ายกรรมสิทธิ์ในตัว ของผลิตภณั ฑ์ดว้ ยวิธีขายตรง และการซื้อขายระหว่างผู้ผลติ กับผู้บรโิ ภคหรอื ผู้ขายปลีกกับบริโภค หรอื ผู้ซอ้ื ดังนน้ั ต้องมกี ารวางแผนการผลิตผลิตภณั ฑ์นมตามขน้ั ตอน ดังนี้ 3.1 การวางแผนการผลิตผลิตภัณฑ์นม เป็นการเลอื กกาหนดท่ีจะผลติ ผลิตภณั ฑ์นมชนิด ตา่ งๆ ให้มีคุณลกั ษณะรปู รา่ ง ขนาด สี กล่ิน ใหเ้ ปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ี่ต้องการของผบู้ รโิ ภคและผู้บริโภค ยอมรบั ในผลติ ภณั ฑ์น้ันๆ ดังนัน้ จงึ ต้องมีการคิดค้นพฒั นาสนิ ค้ารูปแบบใหม่ๆ ปรบั ปรุงและวจิ ยั เพอ่ื ให้ได้ผลติ ภัณฑ์ทีด่ ีสามารถจาหนา่ ยได้และถูกใจผบู้ รโิ ภค 3.2 การเตรียมวัตถุดบิ และเคร่อื งมืออปุ กรณ์ตา่ งๆ ท่ีใช้ในการผลิตผลติ ภัณฑน์ ม 3.2.1 แหล่งวตั ถดุ ิบหางา่ ยในทอ้ งถนิ่ หรอื อยูบ่ ริเวณใกล้เคียงกับทตี่ งั้ โรงงานท่ีผลติ ผลิตภัณฑ์นมและมปี รมิ าณมากๆ คุณภาพดี 3.2.2 วตั ถดุ บิ ราคาถูก การแปรรปู ผลติ ภัณฑน์ มนนั้ ราคาวัตถุดบิ จะต้องมีราคาต่าเพ่อื ลดต้นทุนในการผลติ และแปรรปู ดังนั้นควรเลอื กแปรรปู ช่วงฤดูกาลท่ีมีผลผลิตมจี านวนมากจะทาให้ ได้วัตถดุ ิบท่ีมีราคาถกู ถ้าวตั ถุดบิ มีราคาสูงก็ไม่ควรทจ่ี ะแปรรปู จะทาให้ไม่ได้กาไรหรือขาดทนุ
13 3.2.3 เครื่องมือและอปุ กรณ์ต่างๆ ทใ่ี ชใ้ นการแปรรูปผลิตภัณฑน์ มจะต้องเลือกให้ เหมาะสมกับประเภทและชนิดของการแปรรปู ผลิตภัณฑน์ ั้นๆ เพ่ืออานวยความสะดวกในการผลิต และยงั สามารถชว่ ยลดต้นทนุ การผลติ ทาให้ได้ผลติ ภณั ฑท์ ่ดี ีมีคณุ ภาพ 3.3 การจาหนา่ ย เมื่อนาวตั ถดุ ิบมาแปรรปู เปน็ ผลติ ภัณฑ์และสินคา้ แลว้ จะต้องมีการ จดั การให้สนิ คา้ พรอ้ มบริการ มีการหมนุ เวยี นเปลี่ยนให้ได้มาเป็นเงนิ สดเทา่ ทีจ่ ะมากได้ ดงั นัน้ การขาย จะเกดิ ขนึ้ ได้ด้วยการสรา้ งความต้องการในการซื้อโดยใช้วิธีการส่งเสรมิ การตลาดแบบตา่ งๆ เช่น กระตุ้น เรง่ เรา้ ใหเ้ กิดการขาย หากเป็นสินค้าราคาแพงก็จาเปน็ ต้องแสวงหา ผซู้ ้ือ โดยการใช้ พนักงานขาย 3.4 การทาบญั ชี การดาเนนิ การทางธรุ กจิ ทกุ ชนิดจะตอ้ งมีการจดบนั ทึกรายละเอยี ด การ ทาบญั ชรี ายรับ - รายจ่าย เมอื่ ส้นิ ปจี ะต้องทาการสรปุ งบประจาปจี ะต้องทราบว่าธรุ กจิ จะต้องเพ่ิม หรอื ลดการผลติ เม่ือการผลติ มีกาไรหรือการผลิตขาดทนุ 3.4.1 ความหมายของการบญั ชี การบญั ชี (Accounting) คอื ศิลปะในการบันทกึ เร่ืองราวตา่ งๆ ในการ ดาเนนิ งานทเี่ ก่ียวกบั การรบั และจ่ายเงิน การจดั ประเภท และการสรุปผลของรายการที่สาคัญตา่ งๆ เพ่อื ใหเ้ ป็นระเบียบแบบแผน และสามารถแสดงผลของการดาเนินงานและฐานะของกิจการได้ 3.4.2 ประโยชน์ของการบัญชี 1) ทาให้เจา้ ของกิจการสามารถดาเนนิ การควบคุมรักษาสนิ ทรัพยต์ า่ งๆ ของ กจิ การไดอ้ ย่างรดั กมุ ไม่เกิดการรว่ั ไหล 2) ทาให้ผ้บู รหิ ารสามารถดาเนนิ กจิ การไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ 3) ทาใหม้ รี ะเบียบแบบแผนในเรือ่ งต่างๆ ทเี่ กยี่ วกบั สินทรพั ย์ หนส้ี ิน และสว่ น ของเจ้าของ 4) ทาใหส้ ามารถแสดงให้เหน็ ถึงผลกาไรหรือขาดทุนจากการดาเนนิ งาน หรอื แสดงฐานะการเงนิ ของกิจการได้ และเพื่อใชป้ ระโยชนใ์ นการคานวณภาษี 3.4.3 การบันทกึ บญั ชี อธบิ าย บัญชรี ายรบั 1) ชอ่ ง วัน เดือน ปี บันทกึ วัน เดอื น ปี ท่ีเกดิ การขายตามโครงการ 2) ช่อง ที่เอกสาร บันทกึ หลกั ฐาน เอกสารการรบั เงนิ จากการขายผลิตผล ตามโครงการ เชน่ ใบเสร็จรบั เงินของโครงการ สมุดบนั ทึกการปฏิบัติงาน ประจาวนั ฯลฯ 3) ชอ่ ง รายการ บันทกึ การขายผลติ ผลอะไร จานวนเทา่ ใด หน่วยละเทา่ ใด 4) ช่อง จานวนเงิน บันทกึ จานวนเงินการขายผลติ ผลแตล่ ะครงั้ ท่เี กดิ ขนึ้
บัญชรี ายรับ 14 พ.ศ. 25........ ทเ่ี อกสาร รายการ จานวนเงนิ เดอื น วนั ท่ี บาท สต. รวม ยอดยกไป อธิบาย บัญชีรายจ่าย 1) ช่อง วัน เดือน ปี บันทึก วนั เดอื น ปี ทีเ่ กิดการขายตามโครงการ 2) ช่อง ทเี่ อกสาร บันทึก หลักฐาน เอกสารการจา่ ยเงินเป็นรายจ่ายเช่น ใบเสร็จรับเงินจากร้านค้า สมดุ บนั ทึกการปฏบิ ตั งิ านประจาวนั ฯลฯ 3) ชอ่ ง รายการ บันทกึ รายละเอยี ด รายจา่ ยอะไร หนว่ ยละเท่าใด จานวน เท่าใด ตามโครงการ 4) ชอ่ ง จานวนเงนิ บันทึกจานวนเงนิ ท่เี ปน็ รายจา่ ยแตล่ ะคร้ังทเ่ี กิดขนึ้ บัญชีรายจา่ ย พ.ศ. 25........ ทเ่ี อกสาร รายการ จานวนเงิน เดอื น วนั ที่ บาท สต. รวม ยอดยกไป
15 อธบิ าย บญั ชลี ูกหน้ี 1) ช่อง วนั เดอื น ปี บันทึกวนั เดอื น ปี ท่ีขายตามโครงการ เปน็ เงนิ เชอื่ 2) ชอ่ ง ทีเ่ อกสาร บนั ทึกหลักฐานการขายผลิตผลตามโครงการเป็นเงนิ 3) ช่อง รายการ บันทึก จานวน ชนิด ผลติ ผลทีข่ ายเชือ่ และรับชาระหนี้ 4) ชอ่ ง จานวนเงนิ บนั ทกึ จานวนเงินท่ีขายเช่ือ 5) ช่อง ชาระหนี้ บันทกึ จานวนเงนิ ทรี่ บั ชาระหนี้ 6) ชอ่ ง ยอดคงเหลือ บันทึก ยอดผลต่างระหว่างช่องจานวนเงิน และชอ่ ง ชาระเงิน พ.ศ. 25........ บญั ชีลกู หน้ี จานวนเงิน ชาระเงนิ ยอดคงเหลือ ท่ีเอกสาร รายการ บาท สต. บาท สต. บาท สต. เดอื น วันที่ รวม อธบิ าย บญั ชีเจ้าหนี้ 1) ช่อง วนั เดอื น ปี บนั ทึก วนั เดอื น ปี การซื้อวสั ดุ อปุ กรณ์ต่าง ๆ ตาม โครงการเป็นเงินเชื่อและบนั ทึกการกู้ยืมเงิน ตลอดจน วนั เดือน ปี ท่ชี าระหนี้ 2) ช่อง ท่ีเอกสาร บนั ทกึ หลกั ฐานเอกสารการซอื้ และการกเู้ งินตามโครงการ เปน็ เงนิ เชอื่ เชน่ ใบส่งของ ของร้านคา้ หลักฐานการกเู้ งิน สมุดบันทึกการปฏิบตั งิ าน ฯลฯ 3) ชอ่ ง รายการ บนั ทึก ชนิด อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ซื้อเชื่อ รายละเอยี ดการกเู้ งิน และรายการนาชาระหนี้ 4) ชอ่ ง จานวนเงนิ บนั ทึก จานวนเงนิ ซอื้ เช่ือ หรือจานวนเงินกู้ 5) ชอ่ ง ชาระเงิน บันทึก จานวนเงิน ท่นี าเงนิ ชาระหนใ้ี หเ้ จ้าหน้ี 6) ชอ่ ง ยอดคงเหลอื บนั ทึกผลต่างระหวา่ งชอ่ งจานวนเงิน และชอ่ งชาระเงิน
16 พ.ศ. 25........ บัญชีเจา้ หน้ี จานวนเงนิ ชาระเงิน ยอดคงเหลือ ทีเ่ อกสาร รายการ บาท สต. บาท สต. บาท สต. เดือน วนั ที่ รวม อธบิ าย บญั ชีทรัพยส์ ิน 1) ชอ่ ง วัน เดอื น ปี บันทกึ วัน เดือน ปี ทนี่ าทรัพยส์ นิ มาลงทุน ตอนเรม่ิ โครงการ และบนั ทึก วัน เดอื น ปี เม่ือเสรจ็ ส้นิ โครงการ 2) ชอ่ ง ท่เี อกสาร บนั ทึก หลักฐานการนาทรัพยส์ ินมาลงทนุ เช่น สมดุ บนั ทกึ การปฏิบตั ิงานประจาวนั ฯลฯ 3) ช่อง รายการ บนั ทึก ลกั ษณะ ชนิด จานวน ของทรพั ย์สนิ ท่ีนามาลงทุน และทรพั ยส์ ินคงเหลอื เม่อื เสรจ็ สนิ้ โครงการ 4) ชอ่ ง มูลคา่ ตน้ ปี หรือมูลคา่ เมื่อเรม่ิ โครงการ บนั ทึก มูลค่าของทรัพย์สนิ ชนดิ นัน้ ๆ เมอื่ นามาและทุนตอนเริม่ โครงการ 5) ช่อง มลู คา่ ปลายปี หรือมูลค่าเมือ่ เสรจ็ สิน้ โครงการ บันทึก มลู ค่า ทรัพย์สนิ ชนดิ น้นั ๆ และมลู ค่าทรพั ย์สนิ คงเหลือบางชนิด เมื่อเสรจ็ สน้ิ โครงการ 5.1) ดนิ ราคาท่ดี นิ จะต้องตีราคาทค่ี ิดวา่ จะขายไดใ้ นชว่ งระยะเวลา หลาย ๆ ปี ไมใ่ ชร่ าคาตลาด 5.2) โรงเรือน ให้ตีราคาโดยหกั คา่ เสื่อมราคาออก 5.3) เครอ่ื งจกั ร เครื่องมือ ใหต้ ีราคาหักค่าสึกหรอออก 6) หลักการในการคานวณคิดคา่ สึกหรอ 6.1) หาราคาต้นทนุ ทซี่ ้ือมาเสยี กอ่ น 6.2) ประมาณอายวุ า่ จะใช้ไปได้ก่ีปี 6.3) คานวณวา่ เมื่อใช้หมดอายแุ ลว้ จะขายได้เป็นเศษเหล็ก หรือเศษไม้ ได้เงนิ สกั เท่าใด 6.4) เอาราคาตน้ ทนุ ต้งั ลบด้วยราคาเศษเหล็กหรอื เศษไม้ 6.5) เอาผลท่ีไดร้ บั หารดว้ ยจานวนปแี ลว้ คดิ เป็นเปอร์เซน็ ต์ ว่าจะหกั ค่า สึกหรอรอ้ ยละกเ่ี ปอร์เซ็นต์
17 พ.ศ. 25........ บัญชที รัพย์สนิ มลู ค่าตน้ ปี มลู คา่ ปลายปี ทเ่ี อกสาร รายการ บาท สต. บาท สต. เดือน วนั ที่ รวม อธิบาย บัญชคี ่าแรงงาน (ท่ีไมจ่ ้าง) 1) ช่อง วนั เดอื น ปี บันทกึ วัน เดือน ปี ที่ปฏบิ ัติงาน 2) ช่อง เอกสาร บนั ทึก หลกั ฐานการปฏบิ ัติงาน เช่น สมุดบนั ทกึ การ ปฏบิ ตั งิ านประจาวนั ฯลฯ 3) ช่อง รายการ บนั ทึก ลักษณะของงานทีป่ ฏิบัตติ ามโครงการ 4) ชอ่ ง จานวนชว่ั โมง บนั ทึก จานวน ช่ัวโมงทปี่ ฏบิ ัติงานนนั้ ตามโครงการ 5) ชอ่ ง จานวนเงนิ บนั ทึก จานวนเงินทต่ี ีมูลค่า จากการปฏบิ ัตงิ าน ตาม จานวนชั่วโมงทปี่ ฏบิ ตั ิ 5.1) แรงงานคนให้คดิ ค่าแรงขั้นตา่ ในการจา้ งของแต่ละจงั หวดั รายช่วั โมง คณู จานวนช่ัวโมงเป็นมลู ค่า 5.2) แรงงานสตั ว์ เคร่อื งจักร เครื่องมือทุ่นแรงฟารม์ คิดอัตราจ้างราย ชว่ั โมงในทอ้ งถ่ิน (หรือตามจานวนหรอื น้าหนกั ท่ีกาหนดขึน้ ในทอ้ งถนิ่ )
18 บัญชคี า่ แรง (ที่ไม่จ้าง) พ.ศ. 25........ รายการ จานวนชว่ั โมง จานวนเงิน ท่เี อกสาร ช่ัวโมง นาที บาท สต. เดอื น วนั ที่ รวม อธบิ าย บญั ชกี าไรขาดทุน 1) รายรับ เปน็ รายรับทไี่ ด้จากรายละเอยี ดดังน้ี 1.1) รายรับการขายผลิตผลเป็นเงินสด เปน็ ผลรวมจากบญั ชรี ายรับ 1.2) ลกู หน้ี เป็นรายรับที่ยังไม่ไดร้ บั เงนิ สดเปน็ ตัวเลขทไี่ ด้จากยอด คงเหลอื ของบญั ชีลูกหนี้ 1.3) ทรัพย์สินปลายปีเพิม่ ขน้ึ (เทา่ ใด) เป็นรายรบั ลกั ษณะท่ียงั ไม่เป็นตัว เงินสด แต่จะอยใู่ นรูปของผลิตผลคงเหลอื ซงึ่ มสี ่วนทาให้ทรพั ยส์ นิ ปลายปีเพิ่มขึ้นการท่จี ะหาวา่ ทรพั ย์สนิ ปลายปเี พิ่มขน้ึ เท่าใดนน้ั ให้หาจากบัญชที รัพยส์ ินซ่ึงเปน็ ผลตา่ งระหว่างทรัพยส์ ินปลายปี กบั ทรัพยส์ นิ ต้นปี ถ้าทรพั ยส์ ินปลายปีสงู กว่าทรัพย์สินตน้ ปีนั้น กห็ มายความว่าทรัพย์สนิ ปลายปีเพิม่ ข้นึ 2) รายจา่ ย เปน็ รายจา่ ยท่ีได้จากรายละเอียด ดงั นี้ 2.1) รายจ่ายการผลิตผลติ ผลเปน็ เงนิ สด เป็นผลรวมจากบญั ชีรายจ่าย 2.2) เจ้าหนี้ เปน็ รายจา่ ยที่ยังไมไ่ ดจ้ ่ายเป็นเงินสดเป็นตวั เลขที่ได้จากยอด คงเหลือของบัญชเี จา้ หน้ี 2.3) ทรัพยส์ นิ ปลายปลี ดลง (เท่าใด) เปน็ รายจ่ายลกั ษณะทย่ี ังไมเ่ ป็นตัวเงิน สดแตจ่ ะอยู่ในรปู ของผลิตผลคงเหลอื ซึ่งมสี ว่ นทาให้ทรัพย์สนิ ปลายปลี ดลง การทหี่ าทรัพยส์ ินปลายปี ลดลงเท่าใดนนั้ ใหห้ าจากบัญชีทรัพย์สนิ ซงึ่ เป็นผลต่างระหว่างทรัพยส์ นิ ปลายปีกับทรัพย์สนิ ตน้ ปี ถ้า ทรัพย์สนิ ปลายปตี า่ กวา่ ทรัพย์สนิ ตน้ ปี แสดงวา่ ทรพั ย์สนิ ปลายปลี ดลง 2.4) ค่าแรง (ท่ไี มจ่ ้าง) ได้มาจากบัญชคี ่าแรง (ท่ไี มจ่ ้าง)
19 บญั ชีกาไรขาดทุน วันท.ี่ ............เดือน...................................พ.ศ. 25................... รายรับ รายจ่าย รายรับการขายผลผลิตเป็นเงินสด ..............บาท รายจา่ ยการผลิตผลติ ผลเป็นเงนิ สด . .............บาท ลกู หน้ี เจ้าหนี้ (รายจา่ ยการผลิต) ............... ………...บาท บาท ทรัพยส์ ินปลายปเี พ่ิมขน้ึ (เท่าใด) ………...บาท ทรัพย์สินปลายปีลดลง(เท่าใด) ...............บาท ค่าแรงงาน (ที่ไมจ่ า้ ง) ...............บาท รวมรบั .................บาท รวมจา่ ย ................บาท กาไร (ขาดทนุ ) สุทธิ .................บาท หมายเหตุ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการทรัพยส์ ินปลายปีเพมิ่ ขน้ึ (เท่าใด) และทรัพยส์ ินปลายปี ลดลง (เทา่ ใด) จะเกิดข้ึนกรณใี ดกรณหี นึ่งเท่านนั้
20 กิจกรรมปฏบิ ตั ทิ ่ี 3 การสารวจตลาดผลิตภัณฑน์ มในเขตอาเภอสันปา่ ตอง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธิบายและวเิ คราะหส์ ภาวะการตลาดผลติ ภณั ฑ์ใน อาเภอสนั ปา่ ตองได้ 2. มคี วามรบั ผิดชอบในหน้าที่ เคร่อื งมอื /อปุ กรณ์ 1. แบบฟอร์มการสารวจ 2. เคร่ืองเขยี น วัสดุ - ขนั้ ตอนการปฏิบัติ 1. รับแบบฟอร์มการสารวจ ศกึ ษาทาความเขา้ ใจ 2. ออกสารวจรา้ นค้าผลิตภัณฑ์นมในเขต อาเภอสนั ป่าตองจานวน 5 รา้ น 3. บนั ทกึ ผลลงในแบบฟอร์ม 4. วิเคราะห์ผล 5. ทารายงานการปฏิบตั งิ านส่ง ข้อเสนอแนะ 1. มกี ารช้ีแจงขั้นตอนการปฏิบัติงาน 2. อธิบายแบบฟอรม์ การสารวจ 3. ให้นกั เรียนแต่ละคนหรือกลมุ่ ปฏิบัตติ ามข้นั ตอนแลว้ สรปุ ผลสภาวะการตลาดผลติ ภณั ฑ์ นมในอาเภอสนั ปา่ ตองใหถ้ ูกต้อง
21 แบบฟอร์มสารวจตลาดผลิตภณั ฑน์ มในเขตอาเภอสนั ป่าตอง วิชาผลิตภัณฑน์ ม (2501 – 2510) หนว่ ยที่ 4 สภาวะการตลาดและการวางแผนการผลิต คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนออกสารวจตลาดผลติ ภณั ฑ์นมในเขตอาเภอสันป่าตอง จานวน 5 ร้านค้า แล้วบันทกึ ลงในแบบฟอร์ม วัน เดือน ปีทีส่ ารวจ............................................. ลาดบั ช่อื ร้าน ชนดิ ของผลติ ภัณฑ์ ยอดขายต่อ กลุม่ ผูบ้ รโิ ภค ท่ี เดือน สรปุ อภปิ ราย........................................................................................................................................... ......................................................................................................... ...................................................... ............................................................................................................................. .................................. ลงชือ่ ................................................. ผู้สารวจ (.................................................)
22 แบบประเมินผลกิจกรรมปฏิบตั ิที่ 3 การประเมนิ ผล คะแนน คะแนนทไ่ี ด้ (รายกลมุ่ หรือ เต็ม รายบุคคล) 12 3 4 1. มรี ปู แบบ หวั ข้อการเขยี นรายงานทีส่ มบรู ณ์ 10 2. เนื้อหาถกู ต้องครบถ้วน 50 3. สะอาด เรียบร้อย อา่ นงา่ ย 10 4. เขยี นภาษาไทย องั กฤษ ถูกตอ้ ง 20 5. สง่ งานไดท้ ันตามกาหนดเวลา 10 รวม 100 เกณฑก์ ารประเมิน คณุ คา่ ระดับคะแนน คะแนนที่ได้ ดีมาก 4 ดี 3 80-100 คะแนน พอใช้ 2 70-79 คะแนน ปรับปรงุ 1 60-69 คะแนน ทาใหม่ 0 50-59 คะแนน 0-49 คะแนน ลงช่อื ………………………………….ผู้ประเมิน (.........................................)
23 บรรณานุกรม ขอ้ มูลและสถติ ิ องค์การส่งเสรมิ กิจการโคนมแหง่ ประเทศไทย. 2559. [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่ีมา: www.dpo.go.th ›. (7 มกราคม 2560) โคนม 59 พัฒนาคุณภาพดันราคานมขนึ้ . 2559. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ท่มี า: dairydevelopmentprogram.weebly.com/blog.../-59. (6 มกราคม 2560) บุญประคอง เนยี มคา. 2554. ความหมายและความสาคญั ของการตลาด. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://sites.google.com/.../bth-thi-1-khwam-hmay-laea-khwam -sakhay-khxng-kar-tla.. (5 กรกฎาคม 2560) สถานการณ์การผลติ และการค้าผลิตภณั ฑ์นมของไทยและโลก . 2559. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า: dairydevelopmentprogram.weebly.com/blog.../5. (7 มกราคม 2560) สุนันท์ ถาวรวงษ์. 2557. “ทิศทางการตลาดนมไทย สถานการณก์ ารตลาดนมในประเทศ”, วารสารโคนม. 32 (1): 7 - 10 ; ตลุ าคม – ธนั วาคม. ศนู ย์อัจฉรยิ ะ เพ่ืออุตสาหกรรมอาหาร สถาบันอาหาร. อุตสาหกรรมโคนม. [ระบบออนไลน]์ . แหล่งทีม่ า: fic.nfi.or.th/foodsectordatabank-detail.php?id=31. (7 มกราคม 2560) Bovee,Courtland L., Michael J. Houston and John V. Thill. 1995. Marketing. 2th ed. New York : McGraw-hill, Inc. Kotler,Philip. 2004. Marketing Management. Millennium ed. New Jersey : Prentice – Hall,Inc.
Search
Read the Text Version
- 1 - 24
Pages: