Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ปริวรรตครับบบ

ปริวรรตครับบบ

Description: ปริวรรตครับบบ

Search

Read the Text Version

ไวยากรณ์ปรวิ รรต Transformational Grammar

ความเป็นมา เรม่ิ ต้นเม่อื มกี ารตพี มิ พ์หนงั สอื Structure ของ Noam Chomsky ใน ค.ศ. 1957 และได้ขยาย ความและปรบั ปรุงแนวคดิ ของเขา โดยตพี ิมพใ์ นหนังสอื Aspects of the Theory of Syntax ในปี ค.ศ. 1965 ไวยากรณป์ รวิ รรตถือเป็นไวยากรณเ์ พิ่มพนู ชนดิ หนึ่ง (generative grammar) แนวคดิ ของเขาไดร้ ับการ ยอมรบั แพรห่ ลายและมอี ิทธิพล การวเิ คราะห์โครงสรา้ งภาษาไทยตามแนวนปี้ รากฏในงานของ เฉลา ชยั รตั น์ ค.ศ. 1961 ตอ่ มา ศาสตราจารยด์ อกเตอร์ อุดมวโรตม์ สกิ ขดติ ถ์ ไดว้ เิ คราะหภ์ าษาไทยในวงกว้างข้นึ โดยเสนอเป็นวทิ ยานพิ นธ์ ปรญิ ญาเอก ต่อมามหาวิทยาลยั เทกซสั ในปคี .ศ. 1963 เรอ่ื ง \"Thai Syntax :an Outline\"

สาระสาคัญ 1. ชอมสกี้ เช่ือว่าไวยากรณท์ ่สี มบูรณท์ ี่จะอธบิ ายภาษาน้นั ๆ ควรเปน็ ไวยากรณ์ท่ีแสดงโครงสร้าง ประโยคท่ถี ูกไวยากรณ์ และเจ้าของภาษายอมรับได้ หากประโยคใดถูก แตเ่ จ้าของภาษายอมรับไมไ่ ด้ก็ไมใ่ ช่ ประโยคทีด่ ี 2. ตามทฤษฎีปรวิ รรต \"ประโยค\" จะมีทงั้ โครงสรา้ งลึก (Deep Structure) และโครงสร้างผิว (Surface Structure) โครงสรา้ งลึก คือโครงสร้างซึ่งกาหนดความหมายของประโยคและผา่ นกฎโครงสรา้ งวลี โดยมีการตดั เติม หรอื ยายท่ี ซ่ึงเรยี กว่ากฎการปรวิ รรต (Transformational Rule) โครงสรา้ งผวิ คอื โครงสร้างของประโยคทผ่ี ู้พดู ได้สอ่ื สารออกมา ซึ่งจะใกลเ้ คยี งกับประโยคที่คนท่วั ไปใช้กัน

สาระสาคญั 3. ชอมสก้ีเช่ือวา่ ผใู้ ชภ้ าษามีความเขา้ ใจภาษา ผ้พู ดู สามารถใชภ้ าษาและสรา้ งประโยคใหม่ๆได้ในภาษา ของตนซ่งึ เปน็ ความร้ทู ่ีอยูใ่ นจิตใต้สานกึ 4. ชอมสก้ีเชอื่ ว่ามนุษยท์ ุกคนมีความสามารถทางภาษามาแตก่ าเนดิ สามารถเรียนรูภ้ าษาได้ เมือ่ ได้ ยินภาษากจ็ ะวิเคราะห์ภาษาโดยสร้างกฎในตวั เอง จัดเป็นกระบวนการเรยี นภาษาโดยเรม่ิ จากโครงสรา้ งลึกสู่ โครงสร้างผิว ตา่ งจากไวยากรณโ์ ครงสร้างทเ่ี ช่ือว่าเดก็ เรียนรู้ภาษาโดยเลยี นแบบผู้ใหญ่ ซง่ึ สงิ่ นช้ี อมสก้ีจึงถอื เป็นโครงสร้างผวิ เทา่ น้ัน ดงั นัน้ การวเิ คราะห์ประโยคตามแนวทฤษฎปี รวิ รรตเป็นการแสดงใหเ้ ห็นว่าประโยคในภาษาถูกสรา้ ง ขนึ้ อยา่ งไร โดยมีโครงสร้าง 2 ระดับคอื โครงสรา้ งลึกและโครงสร้างผิวและมีกฎปริวรรตเป็นตวั เชอ่ื ม โครงสร้างทง้ั สองทาให้สามารถอธิบายความกากวมอนั เนอ่ื งมาจากโครงสรา้ งและกรณที ่ีประโยคมี ความสัมพันธ์ทางความหมายได้

เกณฑก์ ารวเิ คราะห์ไวยากรณป์ รวิ รรต มงุ่ ความสนใจไปที่ประโยคมากกวา่ ในตัวคาหรอื กลุ่มคา โครงสรา้ งประโยคของไวยากรณป์ ริวรรต ประโยค = นามวลี +กริยาวลี กริยา+นามวลี + ขยายกรยิ า (โดย นามวลี กบั ขยายกริยาอาจมีหรอื ไม่มกี ไ็ ด้) กรยิ า+ขยายกริยา (ขยายกริยาอาจมหี รอื ไม่มกี ไ็ ด้) นาม+ ขยายนาม ( มีหรอื ไมม่ กี ไ็ ด้)

การวเิ คราะห์ประโยคแบบปรวิ รรต มี ๒ ชนดิ 1. โครงสรา้ งลกึ คือ โครงสร้างประโยคท่มี ใี จความตามทีผ่ พู้ ดู ตอ้ งการจะบอกผู้ฟงั 2. โครงสรา้ งผวิ คือ โครงสร้างประโยคท่ีมใี จความกากวมไมช่ ดั เจน จึงทาใหผ้ ฟู้ งั สามารถตีความ ไดห้ ลายอย่าง แม้จะเปน็ ประโยคที่คนท่ัวไปใชเ้ หมอื นกนั ก็ตาม ดงั น้ันจงึ ตอ้ งมโี ครงสรา้ งลึกขน้ึ มา เพื่อที่จะ ทาให้วิเคราะหป์ ระโยคไดช้ ัดเจนมากข้ึนและผฟู้ ังตคี วามประโยคได้เขา้ ใจตรงกัน ตวั อย่างประโยค เช่น กีตารเ์ ตะพดั ลมพัง ผฟู้ ังตคี วามไดส้ องแบบ 1. กีตาร์เตะพดั ลมจนทาใหพ้ ัดลมพัง 2. กีตาร์เตะพัดลมทีพ่ งั ไปแล้ว

การปรวิ รรต คอื กฎทีใ่ ชเ้ ปลยี่ นโครงสรา้ งลกึ ใหเ้ ป็นโครงสรา้ งผวิ โดยผ่าน 4 กระบวนการ คอื กฎการเพม่ิ คือ การเพิ่มคาในกฎโครงสร้างลกึ เพ่อื ให้เป็นโครงสร้างผวิ เช่น Addition โครงสรา้ งลึก = เด็กสามคนอ่านหนังสอื เดก็ สามคน นามวลี อ่านหนงั สือ กรยิ าวลี โครงสรา้ งผวิ = มี เดก็ สามคนอา่ นหนงั สอื คาที่เพมิ่ มา

กฎการลด คอื การตัดคาหรือตดั ส่วนใดส่วนหนึง่ เพ่ือทาโครงสร้างลึกให้เปน็ โครงสรา้ งผวิ หรือตดั ทอน เชน่ โครงสรา้ งผิว = เขาตหี มาตาย Deletion โครงสรา้ งลกึ = เขาตีหมาจนตาย เขาตหี มาท่ีตายแลว้ กฎการแทนท่ี คือ การนาคาหรือข้อความมาแทนทใี่ นตาแหน่งนนั้ ของโครงสร้างลกึ ให้ปรากฏ Substitution ให้เป็นโครงสรา้ งผวิ เชน่ โครงสร้างผิว = นิดตบหนา้ ตัวเอง โครงสรา้ งลกึ = นดิ ตบหน้านดิ (ตีความวา่ ตัวเองกค็ อื นิด)

กฎการย้ายท่ี คอื การยา้ ยคาหรือขอ้ ความโดยสลับตาแหนง่ ของโครงสร้างลกึ ใหป้ รากฏเป็น Permutation โครงสร้างผวิ เชน่ โครงสรา้ งลึก = ฉันชอบ เค้กชอ็ กโกแลต โครงสร้างผวิ = เคก้ ช็อกโกแลตฉันชอบ (เปน็ คาพดู ท่ีใชบ้ ่อยในชวี ิตประจาวนั ถึงแมจ้ ะมีการย้ายที่ตาแหน่งแตผ่ ูฟ้ งั ก็ยังเขา้ ใจในส่งิ ที่ผู้พดู ตอ้ งการสอ่ื )

วิธีการวิเคราะหต์ ามไวยากรณป์ ริวรรต โครงสรา้ งประโยค ประโยค = นามวลี + กรยิ าวลี นามวลี= นาม + ขยายนาม ตัวอย่าง : ขา้ วขาว กริยาวลี(1)= กรยิ า + ขยายกรยิ า ตัวอยา่ ง : กนิ เร็ว กริยาวลี(2) = กริยา + นามวลี + ขยายกรยิ า ตัวอย่าง : รดน้าตน้ ไมท้ ส่ี วนหลงั บา้ นอยา่ งเรงิ รา่

การวเิ คราะหป์ ระโยคโดยใชแ้ ผนภมู ิต้นไม้ ตัวอย่าง สุนัขตัวนั้นกดั เขา ประโยค นามวลี กรยิ าวลี นาม ขยายนาม กริยา นามวลี สนุ ัข ตัวนน้ั กัด นาม เขา

การวิเคราะห์โครงสรา้ งผิว ประโยค ตวั อยา่ ง เขากินมะม่วงและมะละกอสุก นามวลี กริยาวลี นามวลี นาม เขา กรยิ า นามวลี คาเช่อื ม นามวลี กนิ นาม ขยายนาม และ นาม ขยายนาม มะม่วง สุก มะละกอ สกุ

การวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งผวิ ประโยค ตัวอยา่ ง เขากินมะมว่ งและมะละกอสกุ นามวลี กริยาวลี กรยิ า นามวลี นาม นามวลี คาเช่ือม นามวลี เขา กนิ นาม และ นาม ขยายนาม มะมว่ ง มะละกอ สุก

การที่ประโยคหลายประโยคในโครงสร้างผิวที่ต่างกันมคี วามหมายเหมอื นกัน เพราะ ประโยคในโครงสร้างผวิ ท่ีต่างกนั นี้มาจากโครงสร้างลกึ เดียวกนั โดยกฎปรวิ รรตทาให้ ประโยคในโครงสรา้ งทอ่ี อกมานน้ั ตา่ งกันไป ตัวอยา่ ง ลกึ ผิว ผวิ แบบแผนภูมติ น้ ไม้ ประโยค

ประโยค นามวลี กริยาวลี ขยายกรยิ า นาม กริยา เม่อื วาน นามวลี นาม เขา มาหา คณุ แบบผิว ผิว 1 เม่ือวานเขามาหาคุณ ผิว 2เขามาหาคุณเม่ือวาน 1 ลึก เขามาหาคุณ เวลาคือเมอ่ื วาน

สมาชกิ นางสาวณภศั ราวดี กวางฮ้ีกุล 002 นายจักรพงศ์ วันทาพงษ์ 003 นางสาวชนิษฎา เชอมื่อ 014 นางสาวธรรพณ์ พร แสงเพชร 016 นางสาวดารินทร์ แสวงกิจ 019 นางสาวภัทรวดี สมุ ทมุ 027 นายเอกรัตน์ ธญั ญเจริญ 031 นางสาวมัลลกิ า ภูมผิ ักแว่น 037 นายสรุ ิเยศ วงศ์คาจันทร์ 039


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook