Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มคอ.3 วิชาการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงอ็อบเจกต์

มคอ.3 วิชาการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงอ็อบเจกต์

Description: มคอ.3 วิชาการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงอ็อบเจกต์

Keywords: การพัฒนาซอฟต์แวร์,เชิงอ็อบเจกต์ม,OOP

Search

Read the Text Version

~1~ มคอ.3 รายละเอียดของรายวชิ า รหัส 4121402 วิชา การพัฒนาซอฟตแ์ วร์เชิงอ็อบเจกต์ Object-Oriented Software Development หมวดวชิ าหลกั เฉพาะด้าน มหาวทิ ยาลัยกาฬสนิ ธุ์ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

~2~ รายละเอียดของรายวิชา ช่อื สถาบนั อุดมศึกษา มหาวิทยาลยั กาฬสนิ ธ์ุ วิทยาเขต/คณะ/สาขาวิชา คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีสขุ ภาพ สาขาวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ หมวดที่ 1 ข้อมูลโดยทว่ั ไป 1. รหัสและช่อื รายวิชา 4121402 การพฒั นาซอฟตแ์ วรเ์ ชิงอ็อบเจกต์ Object-Oriented Software Development 2. จํานวนหนวยกิต 3(2-2-5) 3. หลกั สูตรและประเภทของรายวชิ า หลกั สตู รวิทยาศาสตรบณั ฑติ สาขาวชิ าวิทยาการคอมพิวเตอร์ (หลกั สูตรปรับปรุง พ.ศ.2555) หมวดวชิ าเฉพาะด้าน วิชาพ้นื ฐานทางวิชาชีพและวิชาชพี กลมุ่ เทคโนโลยีและวิธีการทางซอฟต์แวร์ 4. อาจารย์ผูร้ ับผิดชอบรายวิชาและอาจารย์ผู้สอน อาจารยไ์ พฑรู ย์ ทิพยส์ นั เทยี ะ 5. ภาคการศึกษา / ช้ันปีที่เรียน ภาคการศึกษาที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 ชนั้ ปที ี่ 4 6. รายวิชาทตี่ องเรียนมากอน (Pre-requisite) - ไม่มี 7. รายวิชาทตี่ องเรียนพรอมกัน (Co-requisites) -ไม่มี 8. สถานที่เรยี น อาคารศูนย์ภาษาและคอมพวิ เตอร์ มหาวิทยาลยั กาฬสินธุ์ 9. วนั ท่ีจัดทาํ หรือปรับปรุงรายละเอียดของรายวิชาคร้ังล่าสดุ 1 มิถุนายน พ.ศ.2562 หมวดท่ี 2 จดุ มงุ่ หมายและวตั ถปุ ระสงค์ 1. จดุ มุ่งหมายของรายวิชา 1. เพ่ือให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับหลักการ วธิ ีการเขียนโปรแกรมเชิงออ็ บเจกต์ คลาสและวัตถุ หลักการห่อหุ้ม การสืบทอดคุณสมบัติ ภาวะพหุสัณฐาน การพัฒนาด้วยแนวคิดเชิง วัตถุ และสามารถนากลบั มาใชใ้ หมไ่ ด้ 2. เพ่ือให้นกั ศึกษาสามารถนาความรู้ความเข้าใจท่ีได้รบั มาประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม เชิงอ็อบเจกต์ได้อย่างถูกต้อง และนาไปใช้สาหรับการศึกษาการวิเคราะห์และออกแบบระบบเชิงอ็อบ เจกตไ์ ด้

~3~ 3. เพ่ือให้นักศึกษามีเจตคติและมีความตระหนักถึงความสาคัญของการเขียนโปรแกรมเชิงอ็ อบเจกต์และสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์กบั งานในชวี ติ ประจาวนั ได้ 2. วัตถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายละเอียดของรายวชิ า ปรับปรงุ เนือ้ หารายวิชาและวธิ กี ารสอนใหส้ อดคล้องกบั เนื้อหาความรู้ท่ีเปล่ียนแปลงไปในปจั จุบนั โดยใชข้ ้อเสนอแนะจากรายงานผลรายวิชา (มคอ.5) ของภาคเรียนต่างๆ ในกลักสูตรทผี่ ่านมา และผล การสอบถาม/สัมภาษณจ์ ากนักศกึ ษาในเร่ืองการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนของรายวิชา หมวดที่ 3 ลกั ษณะและการดําเนนิ การ 1. คาํ อธิบายรายวชิ า การเขยี นโปรแกรมเชิงอ็อบเจกต์ คลาส อ็อบเจกต์ ชนดิ ข้อมลู นามธรรม การรับคุณสมบัติ ถ่ายทอด การห่อหุ้ม ภาวะพหุสัณฐานและการนาของเดิมมาใช้ใหม่ กระบวนทัศน์การพัฒนา ซอฟต์แวร์เชงิ อ็อบเจ็ต์ การวิเคราะห์ ออกแบบและประยุกต์ใชร้ ะบบงานเชงิ อ็อบเจกต์ Object-oriented programming, classes, objects, abstract data types, inheritance, encapsulation, polymorphism and reuse, object-oriented software development paradigm, analysis, design and applications of object-oriented systems. 2. จาํ นวนชวั่ โมงท่ีใช้ต่อภาคการศึกษา บรรยาย สอนเสริม การฝกึ ปฏิบตั /ิ งาน การศกึ ษาด้วยตนเอง ภาคสนาม/การฝกึ งาน 32 ชัว่ โมง ตามความต้องการของ 80 ชัว่ โมง 32 ชว่ั โมง (5 ชั่วโมง x 16 สปั ดาห์) (2 ชว่ั โมง x 16 สัปดาห์) นกั ศกึ ษา (2 ชว่ั โมง x 16 สัปดาห์) 3. จาํ นวนช่ัวโมงตอ่ สปั ดาห์ท่ีอาจารย์ให้คําปรกึ ษา และแนะนาํ ทางวิชาการแก่นักศกึ ษาเป็น รายบุคคล 3 ชว่ั โมงตอ่ สัปดาห์ตามตารางวนั เวลาท่กี าหนดและแจง้ ให้นักศกึ ษาทราบลว่ งหน้า และให้ คาปรึกษา แนะนาทางสือ่ สงั คมออนไลนห์ รอื จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือสือ่ อเี ลริ น์ นิงไมจ่ ากดั เวลา หมวดท่ี 4 การพัฒนาการเรียนรูข้ องนกั ศกึ ษา 1. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 1.1 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมทีต่ ้องพัฒนา  1) ตระหนักในคุณค่าและคุณธรรม จรยิ ธรรม เสียสละ และซอื่ สัตยส์ จุ รติ (1.1)  2) มีวินยั ตรงต่อเวลา และความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คม (1.2)  3) มีภาวะความเปน็ ผู้นาและผูต้ าม สามารถทางานเปน็ ทีมและสามารถแก้ไขข้อ ขดั แย้งและลาดับความสาคญั (1.3)  4) เคารพสทิ ธิและรบั ฟังความคดิ เห็นของผู้อื่น รวมท้ังเคารพในคุณคา่ และศักดิ์ศรีของ ความเปน็ มนุษย์ (1.4)  5) เคารพกฎระเบียบและข้อบงั คบั ต่างๆ ขององค์กรและสงั คม (1.5)

~4~  6) สามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบจากการใชค้ อมพิวเตอร์ต่อบคุ คล องค์กรและสงั คม (1.6)  7) มจี รรยาบรรณทางวชิ าการและวชิ าชีพ (1.7) 1.2 วิธกี ารสอน 1) สอนโดยใชก้ ระบวนการสอนแบบ Active Learning 2) สอนแบบบรรยาย (Lecture) สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในเน้ือหา 3) การแบง่ กลุ่มผู้เรยี น (Group Work) 4) สอนโดยใชก้ รณีศกึ ษา (Case Study) ในด้านคุณธรรมจรยิ ธรรม 5) สอนโดยใชก้ ิจกรรมในชนั้ เรยี น (Activity-Based Learning) 6) กฎกติกาหรอื ขอ้ ตกลงที่ได้กาหนด 1.3 วิธีการประเมนิ ผล 1) ประเมนิ จากการตรงเวลาของนกั ศึกษาในการเขา้ ช้ันเรียนการสง่ งานตามกาหนด ระยะเวลาทีม่ อบหมายและการร่วมกจิ กรรม ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ เรียนโดยใชแ้ บบบันทึก พฤติกรรม 2) ประเมนิ จากการมวี นิ ัยและพร้อมเพรียงของนักศึกษาในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเสรมิ หลักสูตร 3) ประเมนิ จากการกระทาทจุ รติ ในการสอบ 4) ประเมนิ จากความรับผดิ ชอบในหน้าที่ท่ไี ด้รับมอบหมาย 5) ประเมนิ พฤตกิ รรมการทาตามข้อตกลงหรือสัญญาที่ให้ไวต้ อ่ ตนเอง เพอื่ นร่วมงาน และสงั คม 2. ความรู้ 2.1 ความร้ทู ต่ี ้องได้รับ  1) มีความรู้และความเขา้ ใจเกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีที่สาคญั ในเนือ้ หาทศ่ี ึกษา (2.1)  2) สามารถวเิ คราะห์ปัญหา เข้าใจและอธบิ ายความต้องการทางคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง ประยุกต์ความรู้ ทักษะ และการใช้เครือ่ งมอื ท่ีเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหา (2.2)  3) สามารถวเิ คราะห์ ออกแบบ ติดตั้ง ปรบั ปรุงระบบคอมพิวเตอร์ใหต้ รงตาม ขอ้ กาหนด (2.3)  4) สามารถติดตามความก้าวหน้าทางวชิ าการและวิวัฒนาการคอมพวิ เตอร์ (2.4)  5) รู้เขา้ ใจและสนใจพฒั นาความรู้ ความชานาญทางคอมพวิ เตอร์อยา่ งต่อเนอื่ ง (2.5)  6) มีความรใู้ นแนวกวา้ งของสาขาวชิ าที่ศึกษาเพือ่ ให้เลง็ เหน็ การเปลยี่ นแปลง และ เข้าใจผลกระทบของเทคโนโลยใี หม่ๆ (2.6)  7) มปี ระสบการณ์ในการพัฒนาและหรอื การประยุกต์ซอฟตแ์ วรท์ ่ใี ชง้ านได้จริง (2.7)  8) สามารถบรู ณาการความรู้ในทีศ่ ึกษาพับความรใู้ นศาสตร์อืน่ ๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง (2.8) 2.2 วธิ ีการสอน 1) สอนโดยใชก้ ระบวนการสอนแบบ Active Learning 2) การแบ่งกลุ่มผู้เรียน (Group Work) 3) สอนโดยใช้กรณีศกึ ษา (Case Study) 4) สอนโดยใช้กจิ กรรมในชัน้ เรียน (Activity-Based Learning) 5) สอนโดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning)

~5~ 6) มอบหมายงานให้ทาในรูปแบบของใบงานหรือรายงาน 2.3 วธิ ีการประเมินผล 1) การทดสอบย่อย 2) การสอบกลางภาคเรยี นและปลายภาคเรยี น 3) ประเมนิ จากผลงานของงานที่ได้รับการมอบหมาย 3. ทักษะทางปัญญา 3.1 ทักษะทางปัญญาท่ีต้องพฒั นา  1) คิดอย่างมวี จิ ารณญาณและอย่างเปน็ ระบบ (3.1)  2) สามารถสบื ค้น ตีความ และประเมินสารสนเทศ เพือ่ ใช้ในการแก้ไขปญั หาอยา่ ง สร้างสรรค์ (3.2)  3) สามารถรวบรวม ศกึ ษา วเิ คราะห์และสรปุ ประเดน็ ปญั หาและความต้องการ (3.3)  4) สามารถประยุกต์ความรู้และทกั ษะกบั การแก้ไขปัญหาทางคอมพวิ เตอร์ได้อย่าง เหมาะสม (3.4) 3.2 วิธกี ารสอน 1) สอนโดยใชก้ ระบวนการสอนแบบ Active Learning 2) การแบ่งกลุ่มผู้เรียน (Group Work) 3) สอนโดยใช้กรณีศกึ ษา (Case Study) 4) สอนโดยใชก้ ิจกรรมในชั้นเรียน (Activity-Based Learning) 5) สอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 6) มอบหมายงานให้ทาในรูปแบบของใบงานหรือรายงาน 3.3 วธิ ีการประเมินผล 1) ประเมินการคิดวเิ คราะห์แยกแยะประเดน็ ของผ้เู รยี นจากใบงาน 2) การทดสอบย่อย 3) การสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรยี น 4) ประเมินจากผลงานของงานทีไ่ ด้รบั การมอบหมาย 4. ทกั ษะความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรับผิดชอบ 4.1 ทกั ษะความสัมพนั ธร์ ะหว่างบุคคลและความรับผดิ ชอบทต่ี อ้ งพัฒนา  1) สามารถส่ือสารกับกลุ่มคนหลากหลายและสามารถสนทนาทงั้ ภาษาไทยและ ภาษาต่างประเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ (4.1)  2) สามารถให้ความช่วยเหลอื และอานวยความสะดวกแกก่ ารแกป้ ัญหาสถานการณ์ ตา่ งๆ ในกลุม่ ท้ังในบทบาทของผ้นู า หรือในบทบาทของผู้ร่วมทมี ทางาน (4.2)  3) สามารถใชค้ วามรู้ในศาสตร์มาช้ีนาสังคมในประเดน็ ทเี่ หมาะสม (4.3)  4) มคี วามรับผิดชอบในการกระทาของตนเองและรบั ผดิ ชอบในงานกลุ่ม (4.4)  5) สามารถเป็นผู้ริเร่ิมแสดงประเด็นในการแกไ้ ขสถานการณ์ท้งั ส่วนตัวและส่วนรวม รวมท้งั แสดงจดุ ยืนอยา่ งพอเหมาะทั้งของตนเองและของกลุ่ม (4.5)  6) มีภาวะผู้นาและเป็นแบบอยา่ งที่ดี (4.6)

~6~ 4.2 วิธกี ารสอน 1) สอนโดยใชก้ ระบวนการสอนแบบ Active Learning 2) การแบง่ กลมุ่ ผเู้ รยี น (Group Work) 3) สอนโดยแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) 4) สอนโดยใช้กิจกรรมในช้นั เรียน (Activity-Based Learning) 5) สอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 6) มอบหมายงานให้ทาในรูปแบบของใบงานหรือรายงาน 4.3 วธิ ีการประเมนิ ผล 1) ประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานร่วมกับผู้อนื่ 2) ประเมินพฤติกรรมการแสดงความรกั เอือ้ อาทรตอ่ ผู้อน่ื 3) ประเมนิ พฤติกรรมการรบั ผดิ ชอบงาน 4) ประเมินพฤติกรรมการเปน็ ผนู้ า 5) ประเมินการคิดวเิ คราะห์แยกแยะประเดน็ ของผูเ้ รยี นจากใบงาน 6) การทดสอบย่อย 7) ประเมินจากผลงานของงานที่ได้รบั การมอบหมาย 5. ทกั ษะการวิเคราะหเ์ ชิงตัวเลข การสือ่ สาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 5.1 ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีตอ้ งพัฒนา  1) มที ักษะในการใชเ้ ครอ่ื งมอื ท่จี าเป็นทมี่ ีอยใู่ นปจั จบุ นั ต่อการทางานที่เกีย่ วกบั คอมพวิ เตอร์ (5.1)  2) สามารถแนะนาประเด็นการแก้ไขปญั หาโดยใชส้ ารสนเทศทางคณิตศาสตร์หรอื การ แสดงสถติ ปิ ระยุกตต์ ่อปัญหาท่ีเกีย่ วข้องอยา่ งสร้างสรรค์ (5.2)  3) สามารถส่ือสารอย่างมีประสทิ ธภิ าพทัง้ ปากเปล่าและการเขียน การเลือกใช้ รูปแบบของสอ่ื และการนาเสนออย่างเหมาะสม (5.3)  4) สามารถใช้สารสนเทศและเทคโนโลยสี อ่ื สารอยา่ งเหมาะสม (5.4) 5.2 วธิ ีการสอน 1) สอนแบบบรรยาย (Lecture) สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในเนอื้ หา 2) การแบ่งกลุ่มผเู้ รียน (Group Work) 3) สอนโดยใช้กรณีศกึ ษา (Case Study) ในด้านคุณธรรมจริยธรรม 4) สอนโดยใช้กจิ กรรมในช้ันเรยี น (Activity-Based Learning) 5) สอนโดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project-Based Learning) 6) มอบหมายงานให้ทาในรปู แบบของใบงานหรือรายงาน 5.3 วธิ กี ารประเมินผล 1) ผลการนาเสนอผลงานท่ีได้รับมอบหมาย ด้านภาษาและด้านการวิเคราะห์เชิง ตัวเลข และการใช้เทคโนโลยี 2) ประเมินความสามารถเขยี นอา่ น พดู ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สารใน ชีวิตประจาวนั 3) ประเมินการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการเสาะแสวงหา/สืบคน้ ความรู้ การ บันทกึ /วิเคราะห์/ประมวลความรู้ การนาเสนอและการสอ่ื สาร

~7~ หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมินผล 1. แผนการสอน สัปดาห์ เน้ือหารายวิชา จํานวน กจิ กรรมการเรยี นการ ผ้สู อน ที่ คาบ สอนและสอื่ ทีใ่ ช้ 1 อธิบายเคา้ โครง การเรยี นการสอน 4 - อธบิ ายรปู แบบการ อ.ไพฑูรย์ และการวดั ผลในรายวิชา เรยี นการสอนแบบ ทพิ ยส์ ันเทยี ะ Active Learning - กิจกรรมละลาย พฤติกรรม - กจิ กรรมผู้นาสที่ ิศวัด ความถนัดของผูเ้ รยี น - แนะนาและติดตงั้ แอพพลเิ คช่ันบนมือถือ เพือ่ ใชส้ าหรบั การเรียน การสอน 2 บทท่ี 1: บทนาํ 4 - ระดมสมองเกี่ยวกบั อ.ไพฑูรย์ - แนะนาความหมาย ความสาคญั และ ความหมาย ทิพยส์ นั เทียะ องค์ประกอบของการ องคป์ ระกอบของการเขยี น เขยี นโปรแกรมเชิง โปรแกรมเชงิ วตั ถุ โครงสร้างและการเขียน - แนะนาหลักการ วิธกี าร โปรแกรมเชิงวัตถุ เขียนโปรแกรมเชงิ วัตถุ - อาจารย์บรรยายสรปุ - ทาแบบฝึกหัดใน ระบบ e-Learning 3-4 บทที่ 2: คลาส วตั ถุและเมธอด 8 - อาจารย์บรรยายสรปุ อ.ไพฑรู ย์ - คลาส - ฝกึ ปฏิบัตกิ ารเขียน ทพิ ย์สันเทียะ - วตั ถแุ ละชนดิ ของวตั ถุ โปรแกรมสรา้ งคลาส - องคป์ ระกอบของวัตถุ วัตถุและเมธอด - เมธอดและคอนสตรัคเตอร์ - ทาแบบฝกึ หดั ใน - โมดไิ ฟเออร์ ระบบ e-Learning 5-6 บทท่ี 3: หลักการห่อหมุ้ 8 - อาจารย์บรรยายสรุป อ.ไพฑรู ย์ - หลกั การห่อหุ้มของวัตถุ - ฝกึ ปฏิบตั ิการเขยี น ทิพยส์ นั เทียะ (Encapsulation) โปรแกรมสร้างการ - ความสมั พนั ธ์และการ หอ่ หมุ้ ประกอบกันของวัตถุ - ทาแบบฝึกหัดใน (Association and ระบบ e-Learning Aggreegation) - การสื่อสารระหว่างวตั ถุ (Message)

~8~ สปั ดาห์ เนื้อหารายวิชา จาํ นวน กจิ กรรมการเรยี นการ ผสู้ อน ท่ี คาบ สอนและส่อื ทใ่ี ช้ อ.ไพฑรู ย์ 7-8 บทที่ 4: การรับคุณสมบตั ิถ่ายทอด 8 - อาจารย์บรรยายสรปุ ทพิ ยส์ นั เทยี ะ - คลาสและซเุ ปอร์คลาส 9 (Class and Supper - ฝึกปฏิบตั ิการเขียน อ.ไพฑูรย์ 10-12 Class) โปรแกรมการสืบทอด ทพิ ย์สันเทียะ - การโอเวอร์ไรดิง่ คุณสมบตั ิ 13-14 (Overriding) - ทาแบบฝกึ หัดใน อ.ไพฑูรย์ 15-16 ระบบ e-Learning ทพิ ยส์ ันเทยี ะ สอบกลางภาค 17 บทที่ 5: ภาวะพหสุ ัณฐาน 12 - อาจารย์บรรยายสรปุ อ.ไพฑูรย์ 18 - ฝกึ ปฏิบัตกิ ารเขียน ทิพยส์ ันเทียะ - ภาวะพหสุ ัณฐาน โปรแกรมการสร้างพอลิ (Polymorphism) มอรฟ์ ิซมึ อ.ไพฑรู ย์ - ทาแบบฝกึ หดั ใน ทพิ ย์สนั เทียะ - การโอเวอรโ์ หลดด่งิ ระบบ e-Learning (Overloading) 8 - อาจารย์บรรยายสรปุ - แอบสแตรคท์ เมธอด - ฝึกปฏิบัตกิ าร (Abstract Method) ออกแบบเชงิ วัตถุ - ทาแบบฝกึ หดั ใน - แอบสแตรคท์ คลาส ระบบ e-Learning (Abstract Class) 8 - ระดมสมองคดิ หวั ข้อ - อินเตอรเ์ ฟซ (Interface) โครงงาน - มัลตเิ พลิ อนิ เตอรเ์ ฟซ - ฝึกปฏบิ ตั ิการเขยี น โปรแกรมดว้ ยแนวคดิ (Multiple Interface) เชิงวตั ถุ บทที่ 6: การออกแบบเชิงวัตถุ - ทาแบบฝกึ หัดใน ระบบ e-Learning - การออกแบบคลาสและวัตถุ - แอบสแตรคทแ์ ละเอนแคป 4 - นาเสนองานหนา้ ชั้น เรียน ซเู ลชัน่ - อาจารยส์ รุปเน้ือหา - ภาษายูเอม็ เอล (UML) บทท่ี 7: การพฒั นาโปรแกรมดว้ ย แนวคดิ เชิงวตั ถุ - ออกแบบระบบงานด้วย แนวคดิ เชิงวตั ถุ (Mini- Project) นําเสนอโครงงานและสรปุ เนอ้ื หา กอ่ นสอบ สอบปลายภาค

~9~ 2. แผนการประเมินผลการเรียนรู้ ( : ประเมนิ เฉพาะความรับผดิ ชอบหลกั ) ผลการเรยี นรู้ วธิ กี ารประเมนิ สัปดาห์ท่ี สดั ส่วน ประเมนิ 10% (1.1) (1.2) (1.7) - ตรวจสอบเวลาการเข้าเรียนของ ตลอดภาค 50% การศกึ ษา (4.1) (4.2) (4.4) (4.5) (4.6) นกั ศกึ ษา 20% 1-8 และ 10- 20% - สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน 16 - ความรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ไี ด้รบั 9 18 มอบหมาย - การแต่งกายตามกฎระเบยี บของ มหาวทิ ยาลัย - การไม่คัดลอกผลงานผู้อ่นื - การแสดงความเคารพต่ออาจารย์ (1.1) (1.2) (1.7) - ประเมินจากระบบงานท่ไี ด้รับ (2.1) (2.2) (2.5) (2.7) (2.8) มอบหมาย (3.1) (3.2) (3.3) (3.4) - ประเมินจากการตอบปญั หาและ (4.1) (4.2) (4.4) (4.5) (4.6) การแสดงความคิดเห็นในช้นั เรยี น (5.1) (5.3) (5.4) ท้ังรายบคุ คลและรายกล่มุ - ประเมนิ จากการสงั เกตการทางาน เปน็ ทีมในโครงการพิเศษ - ให้นกั ศึกษาประเมนิ สมาชิกใน กลุ่ม ท้ังดา้ นทกั ษะความสัมพันธ์ ระหวา่ งบุคคลและด้านความ รบั ผิดชอบ - ประเมินทักษะจาก เอกสารรายงาน - ประเมนิ ทักษะการใชส้ ื่อและการ ใชภ้ าษาพดู จากการนาเสนอ รายงานหนา้ ชัน้ เรียน (1.1) (1.2) (1.7) สอบกลางภาค (2.1) (2.2) (2.5) (2.7) (2.8) (3.1) (3.2) (3.3) (3.4) (4.1) (4.2) (4.4) (4.5) (4.6) (5.1) (5.3) (5.4) (1.1) (1.2) (1.7) สอบปลายภาค (2.1) (2.2) (2.5) (2.7) (2.8) (3.1) (3.2) (3.3) (3.4) (4.1) (4.2) (4.4) (4.5) (4.6) (5.1) (5.3) (5.4)

~ 10 ~ 3. เกณฑก์ ารประเมนิ ผลการเรียนรู้ ( : ประเมินเฉพาะความรับผดิ ชอบหลัก) นักศกึ ษาจะตอ้ งเข้าเรยี น 80% ของเวลาเรียนท้งั หมดจงึ จะมีสิทธิส์ อบปลายภาค รวมถึง ปฏบิ ตั ิตามข้อกาํ หนดอนื่ ๆ ของการเรยี นการสอน เกณฑ์การประเมนิ ผลการเรียน 80.00 – 100.00 ไดเ้ กรด A 60.00 – 69.99 ไดเ้ กรด C 75.00 – 79.99 ได้เกรด B+ 55.00 – 59.99 ไดเ้ กรด D+ 70.00 – 74.99 ไดเ้ กรด B 50.00 – 54.99 ไดเ้ กรด D 65.00 – 69.99 ได้เกรด C+ 0.00 – 49.99 ได้เกรด F หมวดที่ 6 ทรพั ยากรประกอบการเรยี นการสอน 1. เอกสารและตําราหลกั ไพฑรู ย์ ทิพยส์ ันเทียะ. (2562). เอกสารประกอบการสอนวิชาการพัฒนาซอฟตแ์ วร์เชงิ ออ็ บเจกต์ รหสั วิชา 4121402. กาฬสนิ ธุ์ : สาขาวิทยาการสารสนเทศและ คอมพวิ เตอร์ คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีสขุ ภาพ มหาวทิ ยาลยั กาฬสินธุ์. ไพฑูรย์ ทิพยส์ นั เทยี ะ. (2562). e-Learning รายวิชาการพฒั นาซอฟตแ์ วรเ์ ชิงอ็อบเจกต์. [แอพพลิเคชันสาหรับโทรศัพท์มอื ถอื ]. สบื ค้นจาก: https://paitoon.moodle cloud.com 2. เอกสารและข้อมลู สําคญั กติ ติ ภักดีวฒั นกุล. (2548). คมั ภีร์การพฒั นาระบบเชิงวัตถดุ ้วย UML และ JAVA. กรงุ เทพมหานคร : เคดีพ.ี กติ ตพิ งษ์ กลมกลอ่ ม. (2552). การวิเคราะหแ์ ละออกแบบระบบเชงิ วตั ถุด้วย UML. กรงุ เทพฯ: เคทีพี. พนิดา พานิชกลุ . (2552). การพัฒนาระบบเชิงวัตถุด้วย UML. กรงุ เทพฯ: เคทีพี. Pohl, Ira. (1993). Object- Oriented programming Using C++. กรงุ เทพมหานครฯ : Addison - Wesley Publishing. 3. เอกสารและข้อมลู แนะนาํ ประเสริฐ คณาวฒั นไชย. (2560). สอน Java. [คลปิ วิดโี อออนไลน์]. สืบคน้ จาก https:// www.youtube.com/watch?v=O3rW9JvADfU&list=PLoTScYm9O0GF26y W0zVc2rzjkygafsILN

~ 11 ~ หมวดท่ี 7 การประเมนิ และปรับปรงุ การดาํ เนนิ การของรายวิชา 1. การประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของรายวชิ าโดยนกั ศกึ ษา ให้นกั ศึกษาทุกคนทาแบบประเมนิ เพ่ือประเมินประสทิ ธผิ ลของรายวิชา ทั้งด้านวิธีการสอน การจัดกิจกรรมในและห้องนอกเรียน สิ่งสนบั สนนุ การเรียนการสอน ที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้ท่ีได้รับ ข้อเสนอแนะเพ่ือปรับปรุงรายวิชา 2. การประเมินการสอน ฝา่ ยหลักสตู ร/ภาควชิ า/คณะ ทาการกาหนดใหม้ ีการประเมินการสอนโดยคณะกรรมการ ประเมนิ การสอนที่แต่งต้ังโดยมหาวทิ ยาลยั ตามแบบประเมินของมหาวิทยาลยั และ จากการ สังเกตการณ์สอน การสัมภาษณ์นักศึกษา 3. การปรบั ปรุงการสอน ฝา่ ยหลกั สตู ร/ภาควชิ า/คณะกาหนดให้ผูส้ อนทบทวนและปรบั ปรงุ กลยุทธ์และวิธสี อนจากผล การประเมนิ ประสทิ ธผิ ลรายวชิ า แลว้ จดั ทารายงานรายวชิ าตามที่ สกอ.กาหนด ทุกภาคการศกึ ษา ให้ ผู้สอนเข้ารับการอบรมกลยทุ ธก์ ารสอน การวิเคราะห์ผู้เรียน การวจิ ยั ในชน้ั เรยี น มกี ารประชมุ ผู้สอน เพ่อื หารือปญั หาการเรยี นร้ขู องนักศึกษาและหาแนวทางแก้ไขต่อไป 4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิข์ องนกั ศึกษาในรายวชิ า ฝ่ายหลักสตู ร/ภาควิชา/คณะกาหนดใหม้ ีคณะกรรมการประเมินข้อสอบ และความเหมาะสม ของการใหค้ ะแนน ท้ังคะแนนดิบและระดบั คะแนน ของแต่ละรายวิชาเพื่อดูความเหมาะสมใน ผลสมั ฤทธ์ิรายวชิ าของนักศกึ ษา 5. การดําเนนิ การทบทวนและการวางแผนปรับปรงุ ประสทิ ธิผลของรายวิชา ฝ่ายหลักสูตร/ภาควชิ า/คณะจัดให้มรี ะบบการทบทวนประสทิ ธิผลของรายวิชา โดยพจิ ารณา ผลการประเมินการสอนโดยนักศกึ ษา คณะกรรมการประเมินของหลักสตู ร/ภาควชิ า การรายงาน รายวิชาหลงั การทบทวนประสทิ ธผิ ลของรายวิชา การทบทวนเนื้อหาที่สอน กลยทุ ธก์ ารสอน และ เสนอแนวทางในการปรบั ปรุงและพัฒนารายวิชาเสนอตอ่ ประธานหลักสูตรหรอื หัวหน้าภาค เสนอต่อ กรรมการประจาคณะพจิ ารณาใหค้ วามคิดเห็นและสรุปเพอื่ วางแผนปรับปรุงในปกี ารศึกษาตอ่ ไป