Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เสน่ห์เมืองเก่า เวียงท่ากาน

เสน่ห์เมืองเก่า เวียงท่ากาน

Published by cm.culture99, 2022-01-19 08:11:42

Description: เสน่ห์เมืองเก่า เวียงท่ากาน
โครงการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่
จัดทำโดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่

Search

Read the Text Version

ปก

ดา นในปก

เสนหเมอื งเกา เวยี งทา กาน โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชยี งใหม” ภายใต โครงการสงเสริมสนับสนุนการอนุรักษฟนฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม ทองถน่ิ ของจงั หวดั เชยี งใหม ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ จัดพมิ พ เดือนสงิ หาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ จาํ นวน ๑๕๐ เลม ทปี่ รกึ ษา วฒั นธรรมจังหวดั เชียงใหม นายเสนห สายเยน็ ใจ วา ทรี่ อยตรบี าํ รงุ เกียรติ วนิ ยั พานชิ นายอําเภอสันปา ตอง นายเทยี มทัน ปญ ญา นายกองคก ารบริหารสว นตาํ บลเวียงทา กาน คณะทาํ งาน วัฒนธรรมจงั หวัดเชยี งใหม นายเสนห สายเยน็ ใจ ประธานสภาวฒั นธรรมอําเภอสันปาตอง นายมานติ ย เขตสิทธิ์ กรรมการบรหิ ารสภาวฒั นธรรม นายไพรแกว อนมุ ตั ิ กรรมการบรหิ ารสภาวัฒนธรรม นางไพฑูรย ปญ ญา กรรมการบริหารสภาวัฒนธรรม นายชศู ักดิ์ ศิริวนกูล เจา หนา ทศ่ี นู ยข อ มลู โบราณสถานเวยี งทา กาน นายวฒุ กิ ุล มณีดวงฤทธิ์ กรรมการบริหารสภาวัฒนธรรม นายถนอม ปาจา นักวชิ าการวัฒนธรรมชํานาญการ นางสาวปานรดา อุนจนั ทร ผแู ตงคําประพันธ (คา ว) นายถนอม ปาจา (รสสคุ นธ รกั ษกวี) ๑โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชยี งใหม”

คํานิยม ในวาระเชียงใหมครบรอบ ๗๒๕ ป ผูท่ีรักเมืองเชียงใหมไดพยายาม สรางสรรคกิจกรรม และดําเนินการหลายๆ ดาน เพื่อจะไดมีโอกาสรวมในการ เฉลมิ ฉลองวนั ครบรอบของนพบรุ ศี รนี ครพงิ ค สาํ นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั เชยี งใหม ในฐานะหนวยงานองคกร ที่ใหการสนับสนุน สืบสานภูมิปญญาของทองถ่ิน มีหนาที่ทํานุบํารุงในการรักษาไวซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพ่ืออนุรักษและ ฟนฟูศิลปวัฒนธรรม ไดจัดโครงการสืบฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม ภายใตโครงการสงเสริมสนับสนุนการอนุรักษฟนฟูขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมทองถิ่นของจังหวัดเชียงใหมข้ึน โดยสงเสริมบุคลากรผูมีผลงานดีเดน ทางวฒั นธรรม ท่เี ปน ปราชญชาวบาน ภูมปิ ญ ญาทองถิน่ ซ่งึ เปน รากแกวของชมุ ชน ในการรักษาไวซึ่งมรดกของทองถิ่น ไดมีกําลังใจในการสรางสรรคผลงาน ของการ สืบสานองคความรูประวัติศาสตรของทองถิ่นใหคงอยูคูสังคมลานนา โดยชุมชนมี สว นรว มในการอนรุ กั ษแ ละสบื ทอดความรูทางประวัตศิ าสตรใ นพน้ื ที่ ในนามของคณะผูจัดทํา จึงขอขอบคุณและช่ืนชมผลงานของพอครูถนอม ปาจา (รสสุคนธ รักษกวี) ในการใหขอมูล พรอมประพันธคําบรรยายขอมูลใน สถานทส่ี าํ คญั ทางประวตั ศิ าสตรข อง เวยี งทา กาน ตาํ บลบา นกลาง อาํ เภอสนั ปา ตอง จังหวัดเชียงใหม ทานไดทุมเททั้งเวลาและแรงใจ รวมทั้งผูมีสวนชวยเหลือในการ จัดทําหนังสือเสนห เมืองเกาเวียงทากาน ไว ณ ท่ีนี้ดวย และหวังวาหนังสือเลมนี้ จะเปนสวนหน่ึงของการเผยแพรและประชาสัมพันธสถานท่ีทองเท่ียวทาง ประวตั ศิ าสตรท ส่ี าํ คญั ของจงั หวดั เชยี งใหม และเปน ประโยชน ตอ การศกึ ษาคน ควา มรดกทางวฒั นธรรมของเมืองเชียงใหมส บื ไป นายเสนห สายเยน็ ใจ วฒั นธรรมจังหวดั เชียงใหม ๒ โครงการ “สืบฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชยี งใหม”

จากใจ ผูเขียน หนงั สือ เสนหเ มืองเกาเวยี งทากาน โดยความตง้ั ใจของผูเขียน ไดมองเหน็ ความสาํ คญั ของโบราณสถานเวยี งทา กาน หรอื เวยี งพนั นาทะกานในอดตี ซง่ึ ถอื วา เปนโบราณสถานที่มีความสมบูรณ ท้ังโบราณสถานกลางเวียงและโดยรอบภายใน คูเมือง-นอกเมือง รวมทั้งหมด ๓๐ กวาแหง สถานที่ในแตละแหง ไมมีการบุกรุก เขาถือครองจากชุมชน นับวาคนในทองถ่ินเวียงทากานไดอนุรักษเขตโบราณสถาน ไดเปนอยางดี จะเห็นไดจากโบราณสถานแตละแหงมีเน้ือท่ีรวมทั้งหมดประมาณ ๑๐๐ กวาไร แตล ะแหงจะมฐี านเจดยี -โบสถ-วหิ าร สรางขึน้ ในสมัยหริภุญไชย-สมัย ลานนา จึงเปนจุดสนใจท่ีทางผูเขียน และสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม เห็นถึงความสําคัญของโบราณสถานเวียงทากาน จึงไดศึกษาคนควาหาขอมูล และสอบถามจากผูรู ผูอาวุโสหลายทานเพ่ือจะเขียนเปนหนังสือไวเผยแพรขอมูล เก่ียวกับโบราณสถานเวียงทากาน โดยไดเขามาถายภาพสถานที่แตละแหง พรอ มคาํ บรรยายประกอบใตภ าพเปน บทกวลี า นนา (คา ว) ซงึ่ เปน วรรณกรรมทอ งถนิ่ ลานนา โดยมีวัตถุประสงค ๑. เปนการเพื่อเผยแพรแหลงทองเท่ียวโบราณสถาน เวียงทา กาน ๒. เพอ่ื อนุรกั ษเ ผยแพรภ าษาวรรณกรรมกวลี า นนา (คา ว) ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณ สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม ท่ีไดเห็น ความสําคัญของการสืบสานงานวัฒนธรรม ในโครงการสืบฮีต สานฮอย ตามรอย วัฒนธรรมเชียงใหม หนังสือเลมน้ีจะสําเร็จลงไมได หากไมไดรับความอนุเคราะห จากคณะกรรมการสภาวฒั นธรรมอาํ เภอสนั ปา ตอง ปราชญท อ งถนิ่ ทไี่ ดช ว ยใหข อ มลู เพิม่ เตมิ ปรบั ปรงุ แกไขขอ มลู สํานักวัฒนธรรมจงั หวัดเชยี งใหม ที่เหน็ ความสําคญั ในผลงาน ไดสนับสนุนงบประมาณ ในการจัดทําหนังสือเลมน้ี สําเร็จโดยสมบูรณ ตอ งขอกราบขอบพระคณุ ทกุ ทา นเปน อยา งสงู มา ณ ท่ีนี้ดวย นายถนอม ปาจา (รสสคุ นธ รกั ษกว)ี ๑๐ มถิ ุนายน ๒๕๖๔ ๓โครงการ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม”

เวยี งทา กาน หรอื เวยี งพันนาทะกาน เวียงทา กาน หรอื เวียงพนั นาทะกาน เปนเมอื งโบราณทมี่ เี ร่อื งราวปรากฏ ในตํานานพระเจาเลียบโลก วา พระสัมมาสัมพุทธเจาไดเสด็จมาที่เวียงตระการ แหง นี้ และพระพทุ ธองคท รงพยากรณว า พระพทุ ธศาสนาจะมคี วามเจรญิ รงุ เรอื งทนี่ ี่ เรอื่ งราวของเวยี งทา กาน หรอื เวยี งพนั นาทะกาน ปรากฏในเอกสารตา งๆ เชน ตาํ นาน มลู ศาสนา ตาํ นานพนื้ เมอื งเชยี งใหม พงศาวดารโยนกฯ เวยี งพนั นาทะกาน กอ สรา ง ขนึ้ ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๓ ในสมยั ของพระเจา อาทติ ยราชแหง นครหรภิ ญุ ชัย บนทรี่ าบระหวา งแมน าํ ปง และแมน าํ ขาน โดยเวยี งพนั นาทะกาน เปน เมอื งหนา ดา น ของเวียงหริภุญชัย ท่ีมีความเจริญรุงเรืองมาโดยตลอด และมีเวียงอ่ืนๆ ในบริเวณ ใกลเ คยี งบนทรี่ าบลมุ แมน าํ ปง ทม่ี ลี กั ษณะรว มยคุ สมยั เดยี วกนั กบั เวยี งพนั นาทะกาน เชน เวยี งเถาะ (อยูในเขตอาํ เภอดอยหลอ) และเวยี งมโน (อยใู นเขตอําเภอหางดง) ตอมาเมืองหริภุญชัยถูกพญามังรายตีได เวียงพันนาทะกานก็ตกอยูในการปกครอง ของอาณาจักรลานนา ในสมัยพญามังราย กษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรลานนา ไดรบั ตน โพธจิ์ ํานวน ๔ ตน จากพระสงฆทส่ี งไปบูชาตนมหาโพธ์ยิ ังประเทศศรลี ังกา พระองคไ ดโ ปรดใหน าํ ตน โพธม์ิ าปลกู ในเวยี งพนั นาทะกาน ๑ ตน เวยี งพนั นาทะกาน เปนเมืองท่ีมคี วามเจรญิ รงุ เรืองมาโดยตลอด ในสมัยอาณาจักรลานนา สถานะของ เวียงพันนาทะกานเปนเมืองที่มีเจาปกครองภายใตการปกครองของเมืองเชียงใหม และเปนเวียงที่มีความสําคัญตอการดํารงอยูของอาณาจักรลานนาเปนอยางมาก เพราะเวียงพันนาทะกานเปนพ้ืนท่ีราบอยูระหวางแมนําปง และแมนําขานคอย หลอเล้ียงการเกษตรที่มีความอุดมสมบูรณ เวียงพันนาทะกานจึงเปนแหลงสะสม เสบียงอาหารในการปกปองเมืองเชียงใหมไวเปนอยางดี นอกจากน้ี ยังมีบริเวณ ขางเคียงยังมีพันนาขานและพันนาตูม ท่ีมีสวนในการสงเสบียงอาหารและและ อาวุธยุทธภัณฑเขาไปชวยในเมืองเชียงใหมรวมกับเวียงพันนาทากานดวย ในสมัย พญาติโลกราชไดนําเอาเชลยชาวเงี้ยวมาไวในเวียงพันนาทะกาน จนกระทั่งเมื่อ เชียงใหมเสียเอกราชใหแ กพ มาในป พ.ศ. ๒๑๐๑ จึงทําใหเ วียงพันนาทะกานรา งไป ๔ โครงการ “สืบฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชียงใหม”

ตอมาในสมัยพระยากาวิละ ไดกอบกูเมืองเชียงใหมคืนมาจากพมาจึงไดนําเอา ชาวยองจากเมืองยองในเชียงตุงมาตั้งถ่ินฐานไวในเวียงพันนาทะกานอีกคร้ังหนึ่ง จึงเรยี กชุมชนแหง น้ีตอ มาวา เวยี งทา กาน หรอื ชาวยองทา กาน สภาพทางภมู ศิ าสตรข องโบราณสถานเวยี งพนั นาทะกาน หรอื เวยี งทา กาน ปจจุบันต้ังอยูที่บาน ทากาน หมูที่ ๕ ตําบลบานกลาง อําเภอสันปาตอง จังหวัด เชียงใหม หางจากตัวเมืองเชียงใหม ประมาณ ๓๔ กิโลเมตร และหางจากถนน ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ ประมาณ ๒ กโิ ลเมตร ลกั ษณะแผนผงั การกอ สรางของ เวียงพันนาทะกาน หรือเวียงทากานเปนรูปส่ีเหล่ียมมีคูเมืองลอมรอบ ความกวาง ประมาณ ๕๘๐ เมตร ความยาวประมาณ ๗๕๘ เมตร คเู มอื งมีความกวางประมาณ ๗-๘ เมตร มีกาํ แพงลอมรอบ ๒ ชั้น มีการผันนําจากลาํ นํา แมขานเขามาทางดา น ตะวันตกเฉียงใตเขามาสูคูเมือง และสงออกไปหลอเล้ียงพ้ืนที่การเกษตรโดยรอบ บริเวณเวียงทากาน ในเวียงพันนาทะกานมีโบราณสถานท่ีมีความสําคัญและไดรับ การศกึ ษาคร้งั แรกเม่ือป พ.ศ. ๒๕๐๘ จากมหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร และมีการสํารวจ มาโดยตลอด จนกระทั่งป พ.ศ. ๒๕๒๗ คณะอาจารยภาควิชาประวัติศาสตร คณะมนษุ ยศ าสตร มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม รว มกนั หนว ยศลิ ปากรท่ี ๔ กองโบราณคดี ขุดหลุมทดสอบทางโบราณคดีโดยมีเปาหมายเพ่ือศึกษา รูปแบบภาชนะดินเผา และตอมามีการศึกษาคนควาสํารวจ และขุดแตงบูรณะโบราณสถานเวียงทากาน มาโดยตลอด โดยหนว ยศลิ ปากรที่ ๔ และตอ มาเปนสํานักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม ผลจากการสํารวจศึกษาคน ควา ของสํานักศลิ ปากรท่ี ๗ เชียงใหม พบวา โบราณวตั ถุ และโบราณสถานเวียงทากานเปนศิลปะรวมสมัยระหวางหริภุญชัยและลานนา ปจจุบันท่ีมีการสํารวจและขุดแตงบูรณและขึ้นทะเบียนวัดรางของโบราณสถาน ทั้งในเขตคูเมืองและบริเวณโดยรอบ จํานวน ๒๖ แหง ไดแก ๑.ประตูหัวเวียง ๒.ประตูยางกวง ๓.ประตูพญาเง้ียว ๔.ประตูปูหอย ๕.วัดหลวงกลางเวียง ๖.วดั พญาเง้ียว ๗.วัดกอแกหรอื วัดตันโพธ์ิ ๘.วดั นอย ๙.วัดอโุ บสถ ๑๐.วัดหัวขวง ๑๑.วดั หนองหลม ๑๒.วดั พระเจา กาํ ๑๓.วดั หา งมะกร ๑๔.วดั หนองสระหรอื วดั โบสถ สองพ่ีนอง ๑๕.วัดพระเจาแสนแส ๑๖.วัดกูไมแดง ๑๗.วัดรังแรง ๑๘.วัดปาเปา ๕โครงการ “สบื ฮีต สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชียงใหม”

๑๙.วัดสันกระวาน ๒๐.วัดสันกระวานสอง ๒๑.วัดสันกระวานสาม ๒๒.วัดสันคือ หรือวดั ปาไผ ๒๓.วดั กลางทงุ ๒๔.วดั หนองไผ ๒๕.วดั ตน กอก และ ๒๖.วดั ทา กาน การดํารงชีวิตของประชาชนที่อยูอาศัยในโบราณสถานเวียงทากาน หรือ เวียงพันนาทะกาน ในปจจุบันน้ัน ประชาชนสวนใหญเปนกลุมชาติพันธุไทยอง หรือไทลื้อ ท่ีมีการกวาดตอนมาจากเมืองยองหรือเมืองมหิยังคนคร ซ่ึงตั้งอยูบน ปลายสุดของรฐั ฉานดานตะวนั ออก เม่ือพระยากาวลิ ะกอบกูเอกราชเมืองเชยี งใหม กลบั คนื มาจากพมา นน้ั สภาพของเมอื งเชยี งใหมเ ปน พน้ื ทรี่ กรา งมปี า รกชฏั ไมม ผี คู น อาศยั อยู เนอ่ื งจากบา นเมอื งอยใู นสภาวะสงคราม มกี ารตอ สรู บราฆา ฟน กนั จนผคู น ตางก็หนีกระจัดกระจายและลมหายไปมาก ในป พ.ศ.๒๓๔๘ สมัยพระยากาวิละ เจาอุปราชธัมมลังกา และเจาหลวงหลวงคําฝน ไดยกทัพข้ึนไปตีเอาหัวเมืองตางๆ ทางตอนเหนือ และกวาดตอนผูคนทั้งกลุมชาติพันธุ ไทยองหรือไทลื้อ และไทเขิน มาจากทางเมืองเชียงตุง และนาํ มาไวในทตี่ างๆ ในเมอื งเชียงใหมแ ละลําพูน เพือ่ ให เขามาต้ังรกรากถ่ินฐานอาศัยอยูในพ้ืนที่จึงเรียกยุคนี้วา “ยุคของการเก็บผักใสซา เก็บขาใสเมือง” ในขณะเดียวกันก็ไดนํากลุมชาติพันธุไทลื้อหรือไทยองน้ีมาไวใน เวียงทากาน ตอมาภายหลังมีชาวไทยองที่อพยพหนีภัยสงครามเขามาอาศัยอยูใน เวียงทากานเพ่ิมมากขึ้น ประชาชนท่ีอยูโดยบริเวณรอบโบราณสถานเวียงทากาน มีความเคารพนับถือพุทธศาสนา และมีความเชื่อในเรื่องผีและเจาท่ีเจาทางเปน ทุนเดิมอยูแลว จึงอาศัยอยูในพ้ืนที่โบราณสถานโดยความเคารพยําเกรงไมกลา ลวงลาํ เขาไปในเขตท่เี ปนโบราณสถานท่เี กาแก ซ่ึงมีมากอนท่ีตนเองจะเขา มาอาศัย อยู ชาวไทยองท่ีอาศัยอยูท่ีเวียงทากานไดรวมกันดูแลรักษาโบราณสถานใหอยูใน สภาพที่สะอาดงดงาม จึงทําใหโบราณสถานเวียงทากานเปนโบราณสถานที่มีชีวิต มชี มุ ชนอาศยั อยรู ว มกนั กบั โบราณสถานอยา งกลมกลนื และแสดงความเปน เจา ของ รว มกนั เพอื่ อนรุ กั ษโ บราณสถานเวยี งทา กานใหค งอยคู กู บั ทอ งถนิ่ ทาํ ใหเ วยี งทา กาน ไดร บั การกลา วขานและไดร บั การยอมรบั ใหเ ปน สถานทท่ี อ งเทยี่ วทางประวตั ศิ าสตร โบราณคดีและเปนเสนทางทองเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สําคัญของอําเภอสันปาตองท่ี เปน ที่รูจกั ของนักทองเท่ียวท้ังชาวไทยและชาวตางชาติ ๖ โครงการ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชยี งใหม”

ปฐมบทกวี (คา ว) เสนห เวยี งทา กาน เวยี งตา กา น ตา นานแตไ ท อทิตตราชได บาํ รงุ ฮักษา ตามฮอยแมต า ว จามเจา อวงหา จมุ คนลานนา ตา กานถิน่ ดา ว เจรญิ รุงเรอื ง เปน เมอื งอูข า ว อูน าํ สมบรู ณ เพยี บพรอม สรา งบา นแปง เมอื ง เฮอื่ เฮอื งแวดลอม คนั คูขดุ ออ ม แนวเมอื ง ปอ งกัน๋ ขาศกึ ลวงลาํ ทาํ เขือง กา นกุงฮุงเฮือง เปน เมอื งดา นหนา หริภญุ ไชย มีภัยเผดกลา ขาศกึ บฑี า เดือดรอน ดานหนาตา กา น เลยปานสะตอ น โดนเปน กวาดตอน คนไป จนมาถึงยุค มังรายแผไกล ลานนาปง จยั มาเตมิ๋ แปง สราง จวบปจจุบนั มว นงันเอกอา ง กรมศลิ ปดแู ล ตอ ซํา นาบญุ หนนุ เมอื ง รงุ เรอื งเลศิ ลาํ เวยี งเจียงใหมแกว ธานี ครบวาระเจ็ด รอยซาวหา ป สามกษตั รยิ มี บญุ คณุ บหนอย พระยามังราย สหายคูห อย พระยางาํ เมอื ง รวมคดิ พอขุนราม คาํ แหงยอดมติ ร รวมวางแผนสราง อาณา เมอ่ื วนั ทน่ี ั้น สิบสองเมษา ปพอศอมา หนงึ่ แปดสามเกา เวลาสีโ่ มง ยามแตรรุงเขา ระวายสันดี แตต ๊กั คุณูปะการ ทา นใหญห ลวงนกั ทูนสากราบไหว องคคํา ดว ยนอมรําลึก บญุ ญาหนาหนาํ วฒั นธรรม เจยี งใหมไดส ราง จัดทําหนงั สอื ตาํ นานเอกอาง เสนห เ วียงทากาน คาวจอย นาํ เอาสถาน โบราณใหญน อ ย มีมาอวดถอ ย นอนาย เจญิ อานดเู ตอ ะ ปน อ งตงั หลาย ภาพคําบรรยาย ขยายถ่ีแจง คอ ยเปด อานดู จกั ฮเู ต่ือมแถง บวั ระมวล แจม ชัด หากทา นสงสัย ตางใดแมน ตดั๊ ต๊ักถามไกดได ในงาน ๗โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชยี งใหม”

วดั ปาเปา เร่ิมวัดปาเปา ฐานเกา วหิ าร ซากอฐิ โบราณ สองหลังตอ เขา เปลอื กปนู กรอนหาย ปายในแบบเบา เปนฐานแนวเนา ยอดตู อยูต างหนเหนอื หัวเวยี งตีฮ้ ู อยูตามเลียบขา ง คเู มือง ตน สักแลไม ข้ีเหล็กดอกเหลือง ดูงามเฮ่ือเฮือง แนวคันตางใต ประตยู างกวง (สมัยกอ นตรงน้เี ปน) ขวงสี่แยกใกล ผา นกลา งเวยี งไป ตน้ี นั้ ประตยู างกวง ผอ ดูถ่ซี นั้ คกู วางดงั่ อ้นั เจด็ วา ยางใหญใบหนา สองตนปลกู กา ขางประตูเขา อยเู กิง่ กลา งคู เมือ่ ตะกอ นนน้ั ๘ โครงการ “สบื ฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม”

ประตพู ญาเงี้ยว วดั พญาเง้ยี ว ลดั เลาะคเู มือง เย้อื งใตน อ ยเจา ประตูพญาเงี้ยว มจี ื่อไว พระเจาตโิ ล- กราชทานไท พระเมืองแกวได เกณ ฑป า เชียงทองทานตา ว แนะหมืน่ ปง หา ชางแปง วดั วา พญาเงี้ยวห้อื เงีย้ วหม่ืนคนมา หาตผ้ี อหยอ้ื ตางในคันคือ สรา งวดั มสี ิบสองเสา ผอ เอาแมน ตั๊ด มีวดั แลบา น เฮอื นจอง งวั ควายจา งมา มากมายถมถอง ปะปน คนยอง สมั พนั ธแผก วา ง วดั ปาไผ วัดปาไผนอ ผอดูเอกอาง มฐี านอฐิ วาง แวดลอ ม สถานกวา งขวาง แนววหิ ารพรอม หอไตรฐานออ ม ศาลา หลกั ฐานบนั ทึก ตา มต้ีคนหา หรภิ ุญไชยมา ถงึ ลา นนาเขา ตามแนวกําแพง แฝงไผฮวกเจา เปนแถวแนวเลา หมูไม ๙โครงการ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชยี งใหม”

วดั กไู มแ ดง วดั หนองไผ วดั กูไมแ ดง ฐานแปง มีไว วหิ ารผอได สมบรู ณ ฐานธาตุเดนชัด ยังบห ายสูญ องคพระอกอูน สภาพบนิ่ บา ง ฐานเกา แถมหลงั ตางใตแ อบขา ง ตนลําไยพราง แวดลอ ม ทางนี้บพ รอม เตยี วเล้ยี วขวาออม เขา ไป วัดหนองไผมี มันแถมจาดไกล สภาพภายใน ดงู ามเอกอา ง สวนลําไยน้นั วหิ ารใหญกวาง กาํ แปงแกว ลาง บอกจ๊ี แนวเจดีย วดั กลางทงุ วัดกลา งทงุ นอ ผอ เปน ปา นี้ มีกลา งโตง กวาง ดอนนา ตางกรมศลิ ปน นั้ เขา ไปศึกษา กาํ หนดเขามา โอกาสอนั ใกล ฐานแนวเจด ยี  วหิ ารเกาได ไปสาํ รวจงาน ขดุ คน พทุ ธรปู มี องคใ หญเลศิ ลน นาคปรกแผก วาง ดงู าม ๑๐ โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม”

วดั สนั กระวาน วัดสนั กระวาน ๑ วัดสนั กระวานนี้ ตาํ นานมีสาม บง บอกเขตคาม สามวดั อยใู กล วดั ที่หนง่ึ มี หางไปตางใต นอกเขตคูเมอื ง หกรอย (เมตร) เจด ีย-วิหาร อาคารหลังนอย กาํ แปงเปนถอย ออมไป สรา งกน๋ั ทับซอน ถึงสามสมัย หริภญุ ไชย มา น-ลานนาเขา ตํานานวเลดั าสจันา กระวานสาม เขตคามเนอ เจา วหิ ารแนวเนา บใ หญน ัก ปากน๋ั ไลน ี้ กา จะลงพกั จาวบา นบหือ้ บินลง ไปนอกเขตขง กาเลยไปลง ตา ธารดั่งอน้ั ฮองตาโลกา มาน้ฮี อดดั้น จนเถิงเติงวัน เด๋ียวนี้ วดั สนั กระวานสอง จ่ือนามบองจ๊ี มฐี านเขตกวา ง โอฬาร เจด ยี โ บสถน ี้ แลแนววิหาร กาํ แปงแกว คาน ลอ มรอบส่ดี า น พระคงพระสาม นกั หนาปาปา น คนลักขดุ เอา ไปนน้ั ปอตกกลางคืน ไหหุยเนอจนั๊ เกบ็ ไวบ ได สกั คน (เอามาคนื หมด) วดั สนั กระวานสาม วดั สนั กระวานสอง ๑๑โครงการ “สืบฮตี สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม”

ประตูปหู อย วดั หนองสระ ประตใู ตน้ี บดีสับสน ต้คี นฮอ งมา ประตปู ูหอ ย คนเฒาเลา จา พานชิ ใหญห นอย นายฮอยเขาเมือง ฮอ มน้ี ฮอ ยเลยเปลย่ี นไป เปนหอ ยบง จี๊ ตามภาษาอู คนยองมา ประตดู านน้ี มีคนแนนหนา แขกตา งเมืองมา คา ขายแผกวา ง วัดหนองสระนอ ผอ งามเอกอา ง สลางโอฬาร ย่งิ นกั ฐานโบสถเจดยี  วหิ ารพรอ มพรัก หลายหลงั ใหญก วา ง นอนาย เปน ตี้คนปบ ถว ยชามหลากหลาย อาคารยาวยาย หลายหลงั ใหญห นอ ย แถมวัดหน่ึงนา จา หือ้ ถกู ถอย วดั นอยสุดซอย เขตคาย มีแนววหิ าร สองหลงั ละมา ย มฐี านอยูจวาย คูคลอง แนวคูสดุ ตึ๊ก คนมาถมถอง คนเขินคนยอง อาศยั ถวนหนา วัดหางมะกร เตียวจรบกลา หนตางอุกคา แตต กั๊ ผา นสวนลําไย เขา ไปจา ดนัก อยูส ุดเขตห้นั หนตาง มีตนโพธิ์นัน้ สูงใหญก วา งขวาง วหิ ารหลวงปาง งามกลา งขว งแกว หลังหนอ ยแถมหลงั ฐานบางผองแผว กําแปงเปนแนว ลอมวดั ตามตาํ นานมี เดอื นดับมืดต๊ดั เหมือนนัดจุมหน้ั ผีพง (ผโี พง) มายามมดื คร้มึ ต๋วั เฮากลว๋ั หลง สมองมึนงง ลืมเหนอื ลมื ใต วดั นอย วัดหางมะกร ๑๒ โครงการ “สบื ฮีต สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชียงใหม”

วัดตน โพธิ์ มาวัดตน โพธ์ิ ใหญโตแตใบ เลียบคันคอื ไป แถมน้ัน มีฐานวหิ าร อาคารหลบื จ๊ัน สีห่ ลงั แวดออ ม อาณา มมีบแี นอวนเําขดตู คา ย กวางใหญนกั หนา ตตนาํ นโพานธพิ์คนญลาอื มังรายปลกู หอ้ื เปน หลมุ กาํ บงั เปน ฮมู ืดต้อื หลบภัยอยูได เลา ไว สงครามแตไท เมินนาน วดั ตนกอก เจด ียส ามฐาน วดั หวั ขว ง สามจน๊ั ถ่ีถวน ทรงมนอวบอว น แมน ตดั๊ วดั ตนกอกน้ี ยอ เก็จปทม ยอเกจ็ ตาํ นาน อลังการ องคธาตุตอ นบน ของเวียงตา กาน ระฆงั ลานนา สองหลังอยดู ว ย ต้งั อยูบนฐาน ตางวนั ออกจวย มาลยั เถาถวน แมกไม เปนเจดยี ใหญสดุ ส่ีเหลย่ี มต้งั ไว มฐี านอาคาร อาราม ลาํ ไย-บาขาม วิหารลอมตวย ดูงามบหนอ ย วดั หัวขว งมี หนั หนา ลองใต มฐี านเจดีย ดอกสมี วงคราม หูกวา งไทรยอ ย ๑๓โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชยี งใหม”

วดั อุโบสถ วัดอโุ บสถ งดงามอิ่งออ ย ฮอ งตามจื่อเดมิ กอนน้ี มีพระวหิ าร ตาํ นานบง จ๊ี ลอมกําแปงแกว ในคู มเี จดยี น ้ัน สเ่ี หล่ียมงามหรู ไผไดม าดู ตา งลอื อวดอา ง สมัยลานนา ไดม าแปง สรา ง มซี มุ ประตตู าง ตะวนั ออกน้ัน ตนไมใบหนา อาณาเขตจั้น งามเหนอื ขวงแกว อาราม ประตูหัวเวียง วดั หนองหลม (สมัยกอ นตรงนเ้ี ปน ) สแ่ี ยกแหง น้ี มแี นวเขตขาม ประตเู มืองนาม หัวเวยี งบอกหื้อ สองขา งคนั คู หมไู มเ ปนต้อื ปลกู ฮิมคนั คอื ปน อง มาวดั หนองหลม จม เปนวังลอง ดินแยกเปน หอง วงั วน โบสถศาลาวดั หลม ไปตึงหน จาวบา นตาํ บล อองตา มฮีตเหงา เหลอื พระวหิ าร เจดยี แกว เกา อยูเหลอื หอื้ เฮา หันฮู มตี นยคู า ฉําฉายอดตู เลียบคนั หนองดว ย ลําไย ตนสกั หมากปา ว แนวหนองนํา ใส ฝงู ปลา ซอนใบ ในหนองนํา กวา ง ๑๔ โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม”

วดั พระเจา แสนแส วัดพระเจา กํา วัดพระเจาแสน- แสง ามเอกอา ง อยูเหนอื หนตาง หลิ่งจอม อาคารสองหลงั สันนิษฐานพรอ ม แนวกาํ แพงออม อาณา อาจสว นหนึง่ วดั พระเจากาํ หนา คนเถาเลามา วาไวด่งั อี้ วดั พระเจากํา องคดํากาํ ก้ี สงครามราวี เดือดรอ น วหิ ารถกู ไฟ ไหมฮ มเอาฮอน ผพุ ังปน ป โรยรา เจดยี ยอ ยยบั ทบั ลงถมหนา สันนิษฐานมา ศตวรรษสบิ เกา หรภิ ญุ ไชย ตอลานนาเจา หลงเหลอื หอ้ื เฮา ผอไว วดั รังแรง วดั รงั แรง ดู อยูกลา งสวนไม ลาํ ไยดั่งอนั้ นอนาย นอกเขตเมืองนน้ั สรี่ อ ยเมตรปา ย มีอาคารยาย สามหลงั ตอเขา โบราณสถาน วตั ถุเนอ เจา วิหารเจด ยี  เนอครบั อยใู นสมยั หริภญุ ไชยกบั ลา นนาทา นเจา มงั ราย หากวาจะนบั ตา มอายุหมาย ศตวรรษใน ซาว-ซาวเอด็ อ้ัน ๑๕โครงการ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชยี งใหม”

กลุมวัดกลางเวียง (สมยั กอนตรงนเ้ี ปน ) บมจี ่ือหั้น อยดู านตะวนั ออกน้ี มีแถมประตู หายไปบงจี๊ มีเปนเฮือนบา น ปอเปง จะไดไ ปเถิง เมืองปาซาง หละปนู เวยี งแกว เขตคถู กู ถม กลา งเวียงผอ งแผว ผอ จมุ เย็นดี อึ๊กมกึ๊ ตางเตียวฮอดนั้น บฝนบนกึ เปนเมอื งเกา เก้ือ โบราณ เหมือนปาฏหิ าริย คอื เมืองพันนา ทะกานเกาเหงา วกเขา มาตาง เกยผา นตองเตา เฮาไปแอว มา กอนน้ี ไผไดมาหัน ขอไขบอกจี๊ มเี สาสงู ขน้ึ ดูงาม มีวงั เขตขาม มีตาํ นานความ นามขานสบื เหงา ผอ วังผอ วัด วงั สุโขทยั เจา คงงามบเบา ปน า โบราณสถาน เมืองสโุ ขทัย เมืองตากานนี้ หากเสาสูงดง่ั ๑๖ โครงการ “สบื ฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม”

ผอ ฐานกําแปง เวยี งแสนสะงา สเ่ี หลยี่ มผืนผา โอฬาร มโี บสถม ีวดั เจด ยี วหิ าร สบิ กวาอาคาร ตึงใหญต งึ หนอ ย มีประตูห งส ทรงงามบดอ ย ดา นวนั ออกยอย เฉยี งเหนือไว มีประตูโขง โยงกั๊บฐานไท วิหารหลวงใกล เคียงมมุ วหิ ารหลวงน้ี มีเสาเปน จุม สบิ เสาเลาลุม มนงามแตใ บ มฐี านเจด ีย มีอยกู ัน๋ ใกล สเ่ี หล่ียมใหญง าม อาละ นักวิชากา ร อาจา รยห ลายคณะ สันนษิ ฐานหื้อ คนฟง เปนต้ีพาํ นกั เจาเมอื งเขอ่ื งขลงั ทองพระโรงวงั ยังเมอื งต้ีหน้ี ผคู รองนคร ตา กานกอนกี้ จอื่ ขานนามมี บฮู หลายคนตวยตา ม ถามเปนกระทู ประวัตจิ อ มเจา ธานี สุดต้ีงดื ตึก๊ ประวตั ิบหมี เปน ตาํ นานมี หอ้ื ฮเู ตาอ้ัน เหลยี วผอเขา ไป ในเวยี งตหี้ ัน้ เปน ฐานเนอื งนัน แวดลอม โบสถแ ลวหิ าร มีฐานพรํา พรอม กาํ แปงแกว ออ ม อาราม มีกขู องพระ พระแกงพระสาม เปนพระพิมพงาม อยูสองกหู นอ ย ฐานมนสองจุม อยลู ุมตําตอ ย ตดิ กํา แปงใน ตี้น้นั ๑๗โครงการ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชยี งใหม”

เจดยี มีสอง สมัยสบื จน้ั สรา งกว มกนั๋ ห้ัน เวียงเฮา องคทห่ี นึง่ นน้ั ฐานมาลยั เถา แปดเหลีย่ มงามเลา ทรงระฆังเจา เจดยี อ งคส อง มองงามบเ สา สิบสองเหล่ยี มเนา บงจี๊ ๑๘ โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชยี งใหม”

เปน เจด ียเ รือง คเู มอื งแหงน้ี สมบูรณถ ี่ถวน ปอเปง สันนิษฐานไว หรภิ ญุ ไชยเถิง ลานนาสบื เตงิ หลังพมาเขา กรมศลิ ปบ รรยาย สมยั ลา นนาเจา ศตวรรษเฮา สิบเกาถงึ ซาวเอด็ สมยั หริภญุ ไชย บอกไวบเ ท็จ สิบสามถึงสบิ แปดหนั้ เนอนาย วัดกลา งเวียงน้ี ขอจ๊ขี ยาย เปนวงั เจานาย ผคู รองเมืองแกว มีสามกลุมนอ ผองามผอ งแผว ตา มเขตเนนิ แนว สท่ี ิศ สิบสี่ไรม ี ปนอ งญาตมิ ติ ร หอื้ ฮถู ่แี จง ใจค อ ตลี้ มื บไ ด ไผไปแอวขอ เจิญไปผอนอ ศุนยขอ มูลหัน้ มผี ูบ รรยาย ขยายบสนั้ เร่อื งราวสาํ คญั ห้อื ฮู ๑๙โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชยี งใหม”

ชศู ักดิ์-วุฒกิ ลุ บรรยายกระทู สอบถามเปน อู ในความ ตงึ สองทานนี้ ตอบจคี๊ าํ ถาม หอื้ แขกเมืองงาม ถามไดเนอ เจา ในสวนสถาน โบราณผอ เขา ดอกไมง ามเลา ยิง่ นัก กา สะลองหอม พะยอมพรอ มพรกั พลับพลงึ เหลอื งสม หอมนวล หูกวา งลมแลง ลมแกวงไกวผวน หางนกยูงอวล หอมนวลออนอน ดอกสักแกวงไกว ลาํ ไย-ตาลตน ใบโพธิห์ ลน วน ปลว๋ิ ฟอ น ฝูงสกณุ า บินหากูซอ น บางคูฟอู อ น ความนยั พอ งบินไลงับ ยบั แมงตั๋วใส พองก๋ินหนวยใน สะหลแี กนหนอย ยามตา วันแลง มอยแดงออ นออ ย แผว สายลมจอย บฮอ น ๒๐ โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชียงใหม”

ผอองคเจด ีย สีงามสะตอ น คนมาแอวขอ น ปอมี พอ งถา ยรูปไว ใกลตน สะหลี ผอดูงามดี สงี ามบเสา เหลียวผอ ตางศูนย ขอ มูลเนอ เจา คนผมสีเลา กลมุ นั้น ประมาณสบิ คน ฝกฝนเจงิ จัน้ ไทเกก ตีห้ นั้ ลานดนิ นดั ก๋นั แลงนี้ มเี ปน อาจ๋นิ มารํามวยจีน ยดื สายยดื เสน ตา มฮมิ แนวหนัว ตั๋วหนอนตี้เตน มีดอกสเี ยน็ จน่ื จอ ย สแี ดงบา ผาง ขาวจางดอกนอ ย เหลืองมวงแสดสรอย จมออน หาแยกหนาวดั กาดนดั คนจร กาดแลงเลยตอน แมกา ตามบาน บไจเจก จน๋ี หินแฮต างถา น คนเมอื งตากาน ละแวกน้ี กาดหมว้ั ครัวฮอม ผกั ปอมผกั ฮี้ แผวอีฮ่ วกหนอ ย แอวอู บานอยบาแควง จิน้ ควาย-จิ้นหมู ปลาบว งปลาทู ปลา นลิ ปลา สรอ ย ตลาดเพียงพอ ปอกา เงนิ หนอ ย ตอ นแลงเหมอื นปอย เนอปน า ๒๑โครงการ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชียงใหม”

วัดทา กานนอ ผองามสะงา อยูต างดานหนา เวยี งวงั วหิ ารขวงวัด จดั งามเข่ืองขลงั สมเปน เมืองดงั ตา กานคนปอ วตั ถุโบราณ จานไหและหมอ เขียนลายนาํ เงิน ดอกยก กานขดโบตัน๋ รูปฟนกิ ซน ก สัญลกั ษณแ ปดอยางดวย มงคล ฮกั ษาไววดั ตากานบา นหน เปนของเบื้องบน เจา เมอื งจ๋ีนหือ้ ในยคุ สมยั ราชวงคใ หญห ยอื้ หยวนเปน บรรณาการ ทา นพระ มอบหอ้ื มหา ราจาขัตยิ ะ ผูครองตา กานแกว สมยั ลานนา กรมศลิ ปบันทกึ พ.ศ.นัน้ หนา ๑๘๒๓ มา ถงึ ๑๙๑๑ หน้ั ยงั มขี องดี พระเพช็ รดง่ั อั้น คบู านเมืองกาน เลิศฤทธิ์ เปนม่ิงมงคล ตน ตีศ้ กั ดสิ์ ิทธ์ิ ฝนแลงแหลง หลา เมนิ นาน บนบานทานไท ในเมอื งตากาน เหมอื นดลบนั ดาล ฝนตกหาแกว เฮาอยูฮมเยน็ เปน ดผี องแผว ลว นเปน นาบุญ หนุนกาํ ๒๒ โครงการ “สบื ฮีต สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชียงใหม”

ทกุ ราชวงค องคต นเลิศลาํ แมจา มเตวีเจา แลปอ พญามงั ราย หมเู ฮาเด๋ยี วนี้ มบี ญุ หลวงหลาย ตงึ ญงิ ตงึ จาย เจือ้ สายสืบหอ ย เหมาะหมอนหนหลัง สมัยยังนุง ผา ตอ ย เปนมาแปงเมอื ง ลากต้ืน บม แี บก โฮ ใหญโ ตขดุ ปน ไจต นี๋ มอื ห้ัน ขดุ ดนิ เปน ปนเปน รอ ย จวยก๋ันทาํ กนิ๋ หลายปเ ดือนวิน จนเสร็จลงได เฮาบค วรลืม บุญคณุ กราบไหว ใจกตญั ู นอบนอ ม รําลึกเติงหา ขมาพราํ พรอม แผผายโอบออ ม จอ มคน ทาํ บุญกรวดนํา อทุ ิศกุศล จ๊กั เปนมงคล ตอไปปายหนา มงั่ มเี งินคาํ ตวยนําแผกลา อยูส ขุ ฑฆี า เตือ่ มกํา ยอนเปอ กศุ ล ผลอันเลศิ ลํา สมกําเกาเก้อื โบราณ เนอื้ ทเ่ี ขตคอ โบราณสถาน เมืองเกาเวียงกาน ไขขานสืบผู ๒๓โครงการ “สบื ฮตี สานฮอย ตามรอยวฒั นธรรมเชียงใหม”

ซาวหกสถาน นอยหนานเปนอู รอยกวา ไรดู ปน อง บไ จข้ีลม จมไปพรําพอง ไปหันถกู ตอ ง เนอนาย ไผต้ีบกุ รุก เอาของไปขาย ตงึ ตา ยทุกราย กําบอกคนเฒา เจา ต้ีนนั้ แฮง ไผบก ลา เขา มาบกุ รกุ เอา ไปไจ กอ เลยไดห ัน สถานตไี้ ว เขตกวา งขวางได อาณา ตามกลอ นมอนนี้ ราํ จ๊ภี าษา อาง-ขนุ -มูลมา หลายองคท า นเจา ขอยอมือสา วันตานอ มเกลา กราบลงแนบเนา บาทไท ฮําฮอยสาํ นวน ผิดผวนกําไจ ตาํ นานเกา ได ไปนอ เขยี นตา มตไี้ ด ไปถามสืบขอ ผูฮ เู ปน ปอ เปนขอ มลู หอ้ื บไ ดอยากดัง เข่ืองขลงั หนกั ตอื้ อวดเกงฝมือ บกอม ตอ นไหนผิดมี ยนิ ดีนอบนอ ม ยอมฮับผิดดว ย ตนเอง สว นดมี อบไว ดวยใจย ําเกรง ศนู ยขอมลู เวียง กรมศิลปเ อกเออื้ มอ นมาสบื สาว เรือ่ งราวเกา เก้อื เปอ ใจฮกั มี เกิน๋ รอ ย ท้งั ตต้ี ว๋ั เอง บเ กง ฮนู อย ศกั ดิ์ศรตี าํ ตอย คนยอง ใจบย อมสอง ถงึ เขียมเงนิ ทอง นาํ ใจแ สนกวาง ฐานะบพรอ ม แนน เปอ เปลอื กขา ง ปางกาํ โบราณ วา ไว ไมตองมแี กน กวีลา นนา ขยี ามอ นไท รายยาวสืบได ลาํ นํา คา วระบํา นาํ มาเตาอี้ เตา นวี้ าดวางลง กอ นแหลน ายเฮย... ๒๔ โครงการ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวัฒนธรรมเชียงใหม”

ประวตั ผิ ปู ระพนั ธค า ว นายถนอม ปาจา นามปากกา รสสคุ นธ รกั ษกวี เกดิ วันจันทร ท่ี ๒๒ เมษายน ๒๔๙๑ อายุ ๗๓ ป ทีอ่ ยูป จ จุบัน ๔๓/๑ หมู ๗ ตําบลบานกลาง อําเภอสนั ปา ตอง ประวตั กิ ารศึกษา จังหวัดเชยี งใหม ๕๐๑๒๐ เบอรโทรศพั ท ๐๘๖ – ๙๑๔-๘๕๓๗ พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๔ - ระดับประถมศึกษาตอนตน โรงเรียนวัดสันหาว ตําบลบานกลาง อําเภอสันปาตอง จังหวัดเชียงใหม พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๐๘ - การศึกษาดานปริยัติธรรมเอก วัดตนกอก ตําบลบานกลาง อําเภอสันปาตอง จังหวัดเชียงใหม พ.ศ. ๒๕๒๑ - เขาสูสังกัดการเรียนรู ชมรมนักกลอนเชียงใหม – ลําพูน พ.ศ. ๒๕๒๒-๒๕๒๗ - เขาสูสังกัดการเรียนรูวรรณกรรมคาว ชมรมฟนฟูกวีลานนา พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๔ - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนยการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย อําเภอสันปาตอง จังหวัดเชียงใหม ผลงาน ผลจากการสรางสรรคผลงานและดวยความรัก ความหวงแหนในวรรณกรรมคาว ต้ังแตป พ.ศ. ๒๕๒๑ เปนระยะรวม ๔๐ กวาปผานมา ทําใหชื่อของ รสสุคนธ รักษกวี (ถนอม ปาจา) เปนท่ีรูจักอยางกวางขวางทั้งในจังหวัดทางภาคเหนือ และสวนกลาง กรงุ เทพมหานคร เพราะไดน ํากวีลา นนาเขยี นในรูปแบบแนวใหม สง ไปเผยแพรทางหนังสอื ของสมาคมกวีรว มสมัย และหนังสอื ของสมาคมนักกลอนแหงประเทศไทย ความตง้ั ใจ อยากสอ่ื วรรณกรรมคา ว ซง่ึ เปน กวขี องคนเมอื งเหนอื ลา นนา สคู นภาคอน่ื ใหไดรับรูวา เรามีของดี มีคุณคา ซ่ึงเปนภูมิปญญาพ้ืนบานของบรรพบุรุษท่ีควรอนุรักษไว หากไมม กี ารสบื ทอดวรรณกรรมคา ว กค็ งจะมใี ครรบั รวู า มวี รรณกรรมคา วอยใู นหนงั สอื เกา ๆ เลมหนึง่ และคงจะสูญหายไปในท่สี ดุ ปจจุบันนี้ ยังไดต้ังสํานักงานของชมรมอนุรักษภาษาวัฒนธรรมลานนาไวท่ีบาน เปน แหลง เรียนรูดา นกจิ กรรมวรรณกรรมคาว เพอ่ื ใหเ ยาวชนหรือผทู ่ีสนใจใหม าศึกษาขอ มลู ในดา นวรรณกรรมคาว กะโลง สืบตอ ไป รางวัลและเกยี รติคุณทไ่ี ดร ับ ๑. รางวลั ครภู มู ปิ ญ ญาไทยรนุ ท่ี ๗ สาขาภาษาและวรรณกรรม จากสาํ นกั งานเลขาธกิ าร การศึกษา ป ๒๕๕๖ ๒. รางวลั วัฒนคณุ าธร ดานศลิ ปะ จากกระทรวงวัฒนธรรม ป ๒๕๕๖ ๓. รางวัลครูภูมิปญญาดีเดน ประเภทบุคคล จาก สํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ป ๒๕๕๘


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook