การสอนการอ่านเชิ งวิชาการ (Academic reading)
การสอนการอา นเชิงวิชาการ (Academic reading) ทักษะการอานไดรับความสนใจตั้งแตสมัยการใชวธิ ีการสอนแบบไวยากรณแ ละแปล(GTM) เนน การรคู ําศัพท โครงสรา งและฝกแปล แตว ธิ นี กี้ ย็ งั ไมส ามารถทาํ ใหผ ูเรยี นสอ่ื สารได ในปจ จุบันการเรยี นภาษาท่สี องจึงเปล่ยี นเปนการสอนภาษาท่ีสอนเนือ้ หาเชงิ วิชาการ วธิ ีการสอนท่ีไดร บั ความนิยม คอื วธิ ีสอนภาษาโดยใชเนอื้ หาเพอ่ื นาํ ไปสกู ารเรยี นรภู าษา(CBI) เปนแนวการสอนเพือ่ การส่อื สาร ทใ่ี ชภ าษาทสี่ องเปน ส่อื ในการสอนเนื้อหาเชงิ วชิ าการตา ง ๆ ผูเ รียนจะไดเรียนรูทัง้ เนือ้ หาวิชาการ คาํ ศพั ท โครงสรา ง วัฒนธรรม และมีกิจกรรมท่ชี วยสง เสรมิ การใชภ าษาในการสือ่ สารเพื่อใหผเู รยี นสามารถ สื่อสารนอกหอ งเรยี นไดจริง
การอานเชงิ วชิ าการมีอยดู วยกัน 3 รปู แบบ 1.การอา นแบบกระบวนการ 2.กจิ กรรมการอานเพ่อื การเรียนรจู ากการปฏิบตั ิ 3.ขัน้ ตอนการเรยี นการสอนอา น
1.การอา นแบบกระบวนการเปนการะบวนการอานท่เี ชอ่ื มโยงส่ิงที่อานใหสัมพันธกบั โครงสรา งความรูเ ดมิ ของ ผอู า นทั้งความรใู นตวั ภาษาและความรทู ่วั ไปกระบวนการอานแบง ได 3 รปู แบบ 1)การอา นแบบลางข้นึ บน (Bottom-up reading) เมอื่ ไมเ ขาใจบทอา นบางตอนผอู านจะใชวิธอี า น ขอ ความบางสวนที่เฉพาะเจาะจง (Scanning) เพื่อใหเขาใจบทอา นน้นั ๆ 2)การอา นแบบบนลงลาง (Top-down reading) ผอู า นใชค วามรเู ดมิ และประสบการณเ ดมิ ชว ยใหเขาใจความหมายของบทอา น เปนการอานที่เนนความเขา ใจโดยผอู านจะอานขอความจํานวนมาก ๆ หรอื อา นขอ ความทง้ั หมด (Skimming) วิธีนีเ้ ปนวิธีท่ีใชย ืนยนั คาํ ตอบทผี่ ูอานไดคาดเดาไวแลว 3)การอานเชิงปฏสิ ัมพันธ (Interactive reading) เปนการอานแบบผสมผสานเพอื่ ชวยใหผ ูอานเขาใจบททอ่ี านมากขึ้น เปน วธิ ที ่ีเหมาะสมสาํ หรับผทู เ่ี รยี นภาษาท่ีสอง
2.กิจกรรมการอา นเพอ่ื การเรยี นรจู ากการปฏิบตั ิเปนการอานท่ีเนนความเขาใจคนหาใจความสาํ คญั องคค วามรูส าํ คัญทผี่ แู ตงตอ งการจะนําเสนอผูอา นจะตอ งคิดวิเคราะหและสรา งขอ ความของตนเอง ข้นึ มาโดยอาศยั กจิ กรรมชแี้ นะตางๆ เชน การยอ ความ กิจกรรมในชั้นเรียนท่สี มั พันธก บั การอา น เพื่อการเรียนรคู อื เทคนิค SQ3R เทคนคิ SQ3R เปน เทคนคิ การเรยี นรูจากบทอานโดยผูเ รียนดําเนินข้นั ตอนดงั นี้ 1)อานและสาํ รวจเน้ือหาในบทอานเพ่อื หาความหมายโดยรวมเคา โครงท่วั ๆ ไปและประเด็นสาํ คัญตา ง ๆ 2)ถามคําถามจากหัวขอตา ง ๆ ท่ีพบในขน้ั ตอนสาํ รวจเน้อื หา 3)อา นเนอื้ หาในบทอา น ขอ ความตอ ขอความ หาใจความสาํ คัญและรายละเอยี ดตอบคําถามที่ต้งั ไว จดบนั ทึก 4)เพ่อื ใหจ าํ ได ในขณะทอี่ า นใหผ ูเรียนตอบคาํ ถามในตอนทายของแตล ะขอความและตอนสุดทา ยของบทที่อา น 5)ทบทวนประเดน็ สาํ คัญของบทอา นจากทีจ่ ดบนั ทกึ ไว
3.ขน้ั ตอนการเรยี นการสอนอา น เปนการอานแบบท่ัวไปทเ่ี นน การทดสอบวัด ความรหู ลังการอา นมากกวา กลวิธกี ารสอน การเรียนการสอนการอานในปจจุบันนิยมใชข ้ันตอน การเรยี นการสอนอา น 3 ข้ันตอน 1)ขน้ั กอนการอาน เพอ่ื กระตุน ความรูเ ดมิ ของผเู รียน ตลอดจนเรา ความสนใจของผเู รียนใหอ ยากอาน 2)ข้นั อาน เพ่ือใหผ เู รียนเขา ใจเนอื้ หาที่เฉพาะเจาะจงและเขา ใจโครงสรางของบทที่อา น โดยใชเทคนิคการถามคาํ ถาม 3)ขั้นหลังการอา น เพอ่ื ทบทวนคาํ ศพั ท โครงสราง และลักษณะของขอความ ตลอดจนรวบรวมส่ิงที่ไดจากการอา น โดยใหผ เู รยี นทําแบบฝก หดั
เทคนิคการถามคาํ ถามทชี่ ว ยใหผูอา นเขา สเู นอ้ื หาทตี่ อ งการมี 3 ประเภท 1) คาํ ถามท่อี ยูใ นบททอ่ี าน 2) คาํ ถามทค่ี ําตอบไดจ ากการคดิ และวนิ จิ ฉัย 3) คําถามท่ตี อบไดจากความเขา ใจความสมั พันธกบั ความรหู รอื ประสบการณเ ดิม เทคนิคการสรา งบรรยากาศการอานเชิงวชิ าการ 1.ใหผ เู รยี นชวยกนั ระดมความรเู กยี่ วกบั ความสัมพันธของคาํ ศัพททเ่ี ก่ยี วของกับเนื้อหาวชิ า ผสู อนเขยี นคาํ ศพั ทบ นกระดาน ผูเรยี นหาความสัมพนั ธของคาํ ศพั ท ผูสอนเสริมคาํ ศพั ทท ผี่ ูเรียนควรรเู พ่ิมเตมิ 2.ผสู อนถามคําถามและใหผูเรยี นรว มอภิปรายเพอ่ื กระตุนความรเู ดมิ และเปน การแลกเปลย่ี นขอมูลเพมิ่ เติม 3.เทคนคิ การสํารวจบทอา นเพอื่ หาประเดน็ สําคญั โดยผสู อนตัง้ คาํ ถามเพ่อื ใหผูเรียนมีเปา หมายในการอาน
การสอนการอา นเชงิ วชิ าการสําหรับครูผสู อน (Dubin and Bycina) ครผู ูส อนจะตอ งกําหนดวัตถุประสงคใ นการอาน เขาใจธรรมชาติของการอาน เรยี นรเู นอ้ื หาเชงิ วิชาการทีจ่ ะใหผเู รียนอาน และสอนทกั ษะการเรียนรหู รอื กลวธิ กี ารเรียนรตู า ง ๆ ใหแกผ ูเรยี น นอกจากน้ผี สู อนควรนําสอื่ การสอนเชงิ วชิ าการจาก ภายนอกทม่ี คี วามสมั พนั ธกบั เน้ือหาท่ีเรียนมาสอนเพือ่ ใหผ เู รยี นเห็นวาสามารถนําไปใชน อกหอ งเรียนไดจรงิ การพฒั นาทักษะการอานเชิงวชิ าการทีผ่ สู อนควรเตรยี มพรอมใหแ กผูเรียน 1.ใหผูเรยี นเรยี นรูคาํ ศัพทแ ละโครงสรางในบทอา นเชงิ วชิ าการ สอนคาํ ศพั ทแ ละโครงสรางที่สาํ คญั และพบบอยในบทท่อี าน และควรช้แี นะวา คําศพั ทต าง ๆ ในบทอานมคี วามเชื่อมโยงกนั 2.มีกจิ กรรมใหผเู รียนไดเ รียนรแู ละตระหนกั ถึงคณุ ลกั ษณะทางวฒั นธรรมท่เี ปน เอกลักษณข องโลกวิชาการ ดังน้ี 1)ฝก ใหผ ูเรยี นอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ ตอองคป ระกอบตา ง ๆ ของเอกสารหรือตําราทางวชิ าการวา ไดความรู ขอมูลและขอ เท็จจรงิ อะไรบาง 2)ฝก ใหผ เู รียนแสดงความคิดเห็นตอตาํ ราและเนื้อหาของตํารานนั้ 3)ฝกใหผเู รียนไดเรยี นรแู ละตระหนกั ถงึ ธรรมชาติของเนอ้ื หาวิชาและหลักทางวิชาการท่จี ะชวยใหการอา น และการเรียนรูทางวชิ าการงายขน้ึ
การพัฒนารปู แบบการจดั การเรยี นรแู้ บบ SQ3R โดยประยกุ ตใ์ ช้ หนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ในรายวชิ าภาษาอังกฤษพืนฐานสําหรับ นกั เรยี นชนั มัธยมศึกษาปที 1 Developing the SQ3R Method of Learning Management by Applying E-Book of Basic English for 7th Grade Students
บทนาํ หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดสง เสริมใหก ารเรยี นการสอนวชิ าภาษาองั กฤษ พฒั นาทักษะท้งั สด่ี า น คอื ฟง พดู อา นและเขยี น เพื่อผเู รยี นจะนาํ ไปใชเ ปนเครอ่ื งมอื สําคัญในการติดตอสอื่ สาร การศึกษา การแสวงหาความรู และการประกอบอาชีพ ทักษะทสี่ าํ คญั ทีส่ ดุ ทเ่ี ปนพน้ื ฐานแหงความสําเรจ็ ทงั้ ปวง คือ ทกั ษะการอา น และการอานยังเปนเครื่องมือในการสื่อสารทกี่ อ ใหเกดิ แนวทางการเรียนรู องคค วามรูใหม ดังนน้ั ทกั ษะการอานจึงจาํ เปน ตอ งไดรบั การฝก ฝน แตอ ยา งไรก็ตามทกั ษะการอานของนกั เรยี นไทยยังพฒั นาไมไดเทาทคี่ วร การปรบั แนวทางการจัดการเรียนจงึ เปน สิง่ ที่ จําเปนและมีความสําคัญ พบวาข้นั ตอนของการจัดการเรยี นรูโดยใชเ ทคนิคการอา นแบบ SQ3R เปนวธิ กี ารสอนอานภาษาอังกฤษ ที่จะชวยพัฒนาความสามารถในการอานเพอ่ื ความเขาใจและชวยใหเขา ใจแนวคดิ ของเร่ืองไดเรว็ ข้ึนผสมผสานกับการใชนวัตกรรม หนงั สอื อิเล็กทรอนกิ ส(E-Book) ซง่ึ เปน สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกสหน่งึ ท่ีสามารถแสดงขอ ความ เสียง รวมถึงภาพน่งิ หรือภาพเคลือ่ นไหว รวมท้งั มีปฏิสัมพนั ธก ับผูใ ชถือเปน ส่อื คอมพวิ เตอรมัลตมิ ีเดยี ท่ีตอบสนองการเรยี นแบบ E-learning เปน การเรียนดวยตนเอง ซึ่งจะกระตุนใหผ ูเรียนเกิดความสนใจ เกิดการ จดจาํ และเขา ใจบทเรียนมากยงิ่ ขนึ้ ผเู รียนสามารถเรยี นรูไดต ลอดเวลาตาม ความสามารถของตนเอง
วตั ถุประสงค 1) เพอื่ พฒั นากจิ กรรมการเรยี นรรู ปู แบบการสอนแบบ SQ3R โดยประยกุ ตใช หนังสอื อิเล็กทรอนิกส 2) เพ่ือศกึ ษาความเหมาะสมกจิ กรรมการเรียนรูตามรูปแบบการสอนแบบ SQ3R โดยประยุกตใชห นงั สือ อเิ ล็กทรอนกิ ส 3) เพ่อื พฒั นาแผนการจัดการเรยี นรูตามรูปแบบ SQ3R โดยประยกุ ตใ ชห นังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ สในรายวิชาภาษาองั กฤษ พืน้ ฐาน 2 รหัสวชิ า อ 21102 สาํ หรบั นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี1 4) เพือ่ ศกึ ษาผลการทดลองใชก จิ กรรมการเรียนรูตามรูปแบบ SQ3R โดยประยุกตใชส อื่ อเิ ล็กทรอนิกสก ลุมตัวอยา ง ในการวจิ ยั คร้ังนีเ้ ปน นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่1ี โรงเรยี นเมอื งคง ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศึกษา 2560 จาํ นวน 37 คน
เครอ่ื งมอื ท่ีใชวิจัย 1.แผนการจดั การเรียนรแู บบ SQ3R โดยประยกุ ตใชหนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกสท่ี ผูวจิ ยั สรา งขึน้ จาํ นวน 8 แผน 1) เร่อื ง School Objects 2) เรือ่ ง School Subjects 3) เร่ือง Places in a House 4)เรือ่ ง Family Members 5) เรอ่ื ง Daily Routines 6) เร่อื ง Hobbies 7) เร่อื ง Sickness 8) เรือ่ ง Food and Drinks จํานวน 16 ช่ัวโมง 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน จาํ นวน 40 ขอ 3. แบบประเมนิ ความเหมาะสมกจิ กรรมการเรยี นรู 4. แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นที่มตี อ การจดั การเรียนรูรปู แบบการสอนแบบ SQ3R โดยประยกุ ตใชหนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ สส ถิตทิ ใี่ ชใ นการวิเคราะหขอ มลู ไดแก รอยละ คาเฉลีย่ สว นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และ t-test
ขนั้ ตอนการดําเนนิ การวิจัย 1. ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ัยท่เี กี่ยวของ 2. สาํ รวจความตอ งการแนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นรจู ากครสู อนใน สงั กัดสาํ นกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 31 จํานวน 70 คน 3. สมั ภาษณผ ทู รงคณุ วฒุ ิ เพ่ือศึกษาแนวทางการพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรูตาม รูปแบบ SQ3R โดยประยุกตใ ชห นงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส ในรายวิชาภาษาอังกฤษ 4. พัฒนากจิ กรรมการเรยี นรูตามรปู แบบ SQ3R ตามคําแนะนาํ จากผูเชีย่ วชาญ 5. ประเมินความเหมาะสมกจิ กรรมการเรียนรูตามรปู แบบ SQ3R 6. พฒั นาแผนการจัดการเรยี นรตู ามรูปแบบ SQ3R 7. ทดลองใชแ ผนการจัดการเรยี นรูตามรูปแบบ SQ3R ตามขน้ั ตอนดังน้ี 1) ขน้ั สาํ รวจ S (Survey) 2) ขนั้ ตง้ั คาํ ถาม Q (Question) ใช Wh-question 3) ขนั้ อา นอยา งรอบคอบ R1 (Read) 4) ข้นั จดจํา R2 (Recite) 5) ข้นั ทบทวน R3 (Review) 8. สรปุ ผลการใชแ ผนการจดั การเรียนรูต ามรูปแบบ SQ3R
ผลการวิจยั 1. กิจกรรมการเรียนรตู ามรูปแบบการสอนแบบ ทําใหนักเรียนมีพัฒนาการดานทักษะการอา น ภาษาองั กฤษสูงขึ้น 2. ผลการประเมนิ ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรตู ามรปู แบบการสอนแบบ SQ3R ผูเชย่ี วชาญมคี วามเห็นโดยรวมในระดับเหมาะสมมาก 3. ผลการประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรจู ํานวน 8 แผน ผูเช่ียวชาญมคี วามเหน็ โดยรวมในระดับเหมาะสมมากท่สี ดุ 4. ผลการทดลองใชกิจกรรมการเรยี นรตู ามรปู แบบ SQ3R พบวาแผนการจัดการเรียนรู มคี าประสทิ ธภิ าพสูงกวา เกณฑท ่ีตงั้ ไว 5.ผลการเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์กิ อ น-หลังพบวามผี ูเ รียนมีการพัฒนาที่ดขี ้ึน 6.ดัชนปี ระสิทธผิ ลของการเรยี นรดู ว ยกจิ กรรมการเรยี นรูทีพ่ ฒั นาขนึ้ มคี วามกา วหนา ทางการเรยี นรอ ยละ 74.15 7. ความพงึ พอใจของผูเรียนตอ กจิ กรรมการเรยี นรูโ ดยรวมในระดับเหมาะสมมาก
อภิปรายผลการวจิ ัย 1.ผลการพัฒนากจิ กรรมการเรยี นรตู ามรูปแบบการสอนแบบ SQ3R ผเู ช่ียวชาญมคี วามคดิ เห็นในระดบั มาก เหตุทเ่ี ปน เชน นีเ้ นอ่ื งมาจากเปนการจดั การเรียนรูท่ีใหน กั เรยี นมีความเขา ใจในเรอ่ื งทีอ่ านอยา งเปนระบบ เนอ่ื งจากมขี น้ั ตอนการอานใหนักเรียนปฏิบตั ิอยา งชดั เจน สงผลใหน กั เรียนมพี ัฒนาการดา นการอานภาษาองั กฤษ เพื่อความเขา ใจสงู ข้นึ มคี วามมั่นใจในการใชภ าษา ทําใหน กั เรียนมีพฒั นาการดานการอา น 2. ผลการพฒั นาแผนการจดั การเรยี นรตู ามรปู แบบ SQ3R พบวาความเขาใจในการอานภาษาองั กฤษของนักเรียน วา ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชเ ทคนิคการอา นแบบ SQ3R หลงั เรยี นสูงกวา กอ นเรียนและพฤติกรรมการอาน ระหวา งเรียนโดยใชเทคนคิ การอานแบบ SQ3R อยใู นระดบั ดเี ยีย่ ม
3. ผลการทดลองใชกจิ กรรมการเรียนรูตามรูปแบบ SQ3R พบวา ผลสมั ฤทธิ์ทางกอ น-หลังเรียนดขี ้นึ ดัชนปี ระสิทธิผลของการเรียนรูด วยกจิ กรรมการเรียนรูทพ่ี ัฒนา คดิ เปน รอ ยละ 74.15 และความพึงพอใจของนักเรยี น โดยรวมในระดับมาก เหตทุ เ่ี ปน เชน น้เี นอ่ื งมาจากเปนการจดั การเรียนรู ทีใ่ หน กั เรยี นมคี วามเขาใจในเรือ่ งทอี่ า นอยางเปน สงผลใหนักเรียนมพี ัฒนาการดานการอานภาษาองั กฤษ เพอื่ ความเขาใจสูงขนึ้ มคี วามมน่ั ใจในการใชภาษา 4.จากการนาํ กิจกรรมการเรียนรูที่พัฒนาขึ้นไปไปทดลองกับกลมุ ตัวอยา ง ไดค า ประสทิ ธภิ าพเทากบั ประสิทธิภาพ 81.99/85.14 ซึง่ สงู กวา เกณฑท่ตี ัง้ ไวคือ 80/80 แสดงวา กิจกรรมการเรียนรูท ี่สรา งขึ้นมีประสิทธภิ าพ สามารถนาํ ไปใชเปน สือ่ ประกอบในการจดั การเรียนการสอนไดจ รงิ สอดคลองกับงานวจิ ยั ของพรพมิ ล บุษผาโสภณ ทีไ่ ดศ ึกษา
ขอเสนอแนะ 1.ควรตรยี มความพรอ มของผูเ รยี นดา นทกั ษะการใช ICT และความพรอ มของหองปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร 1.2 ครูผูสอนควรชแ้ี จงเกย่ี วกับทกั ษะการอา นกอ นใหน ักเรียนลงมอื ปฏบิ ัติ 1.3 ควรคํานึงถงึ การออกแบบหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกสใ หเหมาะสมกบั ผูเ รียน 1.4 ควรนําเทคนคิ การจัดกิจกรรมการเรียนที่หลากหลายมาใชรวมกบั กจิ กรรมการเรยี นรเู พ่ือสงเสรมิ ใหผเู รยี นสามารถ อา นภาษาอังกฤษในระดับทสี่ ูงขน้ึ ได 2.2 นาํ รูปแบบการสอนแบบ SQ3R ไปประยุกตใ ชหนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ สกับการสอนภาษาองั กฤษกบั ระดบั ชั้นอื่น ๆ คาํ สําคญั : การอา นภาษาอังกฤษ,SQ3R model,ความสามารถในการอานเพือ่ ความเขา ใจ
เอกสารอา งอิง อรญั ญา บาํ รุงกลาง โรงเรียนเมืองคง สํานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 31 วารสารวิชาการการจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศและนวตั กรรม ปที่ 5 ฉบับท่ี 1 มกราคม – มิถุนายน 2561 คณะเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั มหาสารคาม สืบคน เม่ือวนั ท่ี 19 ธันวาคม 2563 https://classroom.google.com/u/0/c/MjE3NjI4NTMzNTMy
ขอบคุณทีรับชมเเละรับฟงครับบ อะฮิ ๆๆ
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: