เกณฑก์ ารแข่งขนั งานศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี นคร้ังท่ี 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 สรปุ กจิ กรรมการแข่งขันกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน เขตพืน้ ที่/ระดับชนั้ ชอ่ื กจิ กรรม สพป. สพม. ประเภท หมายเหตุ ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3 ม.1-3 ม.๔-6 1. กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ü ทีมละ 6 คน ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ü กรรมการ 10 ü 1.1 การผูกเงอ่ื น เดนิ ทรงตัวและโยนบอล ทมี ละ 6 คน üüü กรรมการ 15 1.2 การใชเ้ ข็มทิศและการคาดคะเนและ สะกดรอย ü ทมี ละ 8 คน กรรมการ 15 ü ทีมละ 6 คน กรรมการ 10 1.3 การจัดการค่ายพกั แรม 1.4 การสรา้ งอุปกรณเ์ พื่อใหบ้ รกิ าร ü ü ทีมละ 10 คน กรรมการ 6 1.5 การเตน้ ประกอบเพลง Cover ü ü ü ทีมละ 3 คน กรรมการ 8 Dance Contest (ลกู เสอื ตา้ นภัยยาเสพติด) ü ü ทมี ละ 5 คน กรรมการ 8 2. กิจกรรมยวุ กาชาด ü ทมี 7-10 คน ü üü 2.1 คหกรรม ทมี ไม่เกนิ 5คน 2.2 การปฐมพยาบาล üü ü ü ทีมละ 3 คน üü ü ü ทมี ละ 3 คน 3. กจิ กรรมสภานักเรียน 15 รายการ 12 รายการ 4. กิจกรรมนกั เรยี นเพือ่ นที่ปรึกษา (YC : Youth Counselor) 5. กจิ กรรมสง่ เสรมิ นิสัยรกั การอา่ น 5.1 การแขง่ ขันการทำหนงั สอื เลม่ เลก็ 5.2 การแขง่ ขนั ยุวบรรณารกั ษส์ ง่ เสริม การอา่ น รวมทงั้ สิ้น ๔ กจิ กรรม 27 รายการ ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นคร้งั ที่ 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน หนา้ 1
1. กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพญ็ ประโยชน์ 1.๑ การผูกเงอื่ น เดนิ ทูนของบนศรี ษะและโยนลูกบอล 1. คณุ สมบัตผิ ู้เขา้ แขง่ ขนั เป็นลกู เสือ – เนตรนารี หรือ ยวุ กาชาด ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 – 3 2. ประเภทและจำนวนผ้เู ขา้ แขง่ ขัน 1) แข่งขันเป็นทีม ทีมละ 6 คน แต่ละทีมอาจประกอบด้วยลูกเสือ เนตรนารีหรือยุวกาชาด อยู่ในทีม เดยี วกันได้ 2) จำนวนผเู้ ขา้ แขง่ ขนั สถานศึกษาละ 1 ทีม 3. วธิ ดี ำเนินการและรายละเอยี ดหลักเกณฑก์ ารแขง่ ขัน ผู้เข้าแข่งขันปฏิบัติกิจกรรมการแข่งขันในการเดินทรงตัววางของบนศีรษะ โยนลูกบอล และผูกเงื่อนตามใบ งาน ดงั ตอ่ ไปนี้ 3.1 วางสมุดลูกเสือปกแข็งบนศีรษะ มือทั้งสองข้างกอดอก แขนแนบลำตัว เดินเท้าเหยียบเส้น ที่กำหนด อ้อมส่งิ กีดขวาง ระยะทาง 14 เมตร ไปและกลับ 3.2 โยนลกู บอล(ใช้ลกู เทนนิส) ลงตะกรา้ ที่ผูกติดกับไม้กั้นระยะ 3 เมตร 3.3 ผูกเงอื่ น 4 เงอ่ื น 1) เงื่อนกระหวัดไม้สองชั้น 2) เงอ่ื นพริ อด 3) เงื่อนขัดสมาธิ 4) เงอื่ นบ่วงสายธนู 3.4 ให้ผจู้ ดั การแข่งขันจัดเตรยี มเชอื กผกู เงือ่ นทมี่ ีขนาดเท่ากนั ยาว 2 เมตร จำนวน 5 เสน้ และเชือกไนลอนขนาดเลก็ กว่าเชือกผูกเงื่อน ยาว 2 เมตร จำนวน 1 เส้น 3.5 ผเู้ ขา้ แข่งขนั ต้องแตง่ เครอ่ื งแบบลกู เสอื - เนตรนารี หรือยุวกาชาด 4. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4.1 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 100 คะแนน 1) ผลสำเรจ็ ของการปฏบิ ตั ิงาน (75 คะแนน) 1.1 เดนิ วางของบนศีรษะ คนละ 5 คะแนน 30 คะแนน 1.2 โยนลกู เทนนสิ ลงตะกรา้ คนละ 3 ลูก ลกู ละ 1 คะแนน 18 คะแนน 1.3 ความถกู ต้องของการผูกเงือ่ น เงือ่ นละ 2 คะแนน 1๔ คะแนน 1.4 ประสทิ ธิภาพของเชือกท่ผี กู ต่อกนั 1๓ คะแนน 1.4.1 ประสิทธิภาพของการผูกเงื่อน ๔ คะแนน ให้ผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายดึงเชือกที่ผูกกับ ไม้ก้ันตอ่ กนั มา และเชอื กบว่ งสายธนทู ีผ่ กู กับตัวระดบั เขม็ ขดั ถ้าดงึ แลว้ เชอื กหลดุ ใหไ้ ดค้ ะแนนเปน็ ๐ คะแนน 1.4.2 ความเรยี บรอ้ ยของเงอ่ื น ๗ คะแนน โดยดูจากปลายเชอื กท่ีใชผ้ กู เงือ่ น เงื่อนละ ๑ คะแนน ท้ังนจี้ ะตอ้ งเหลือปลายเชอื กแต่ละเงื่อน ๓ – ๕ ซม. 1.4.3 วัดความยาวของเชือกท่ผี กู จากหลกั ถึงตัวผเู้ ข้าแขง่ ขนั คนสดุ ทา้ ย ทีมใดต่อเชอื กได้ยาวทสี่ ุดได้ ๒ คะแนน และลดคะแนนทมี ทไ่ี ด้ความยาวลดลงมาทกุ 5 ซม. ตอ่ ๐.๕ คะแนน ศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นครั้งท่ี 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน หนา้ 2
2) ความเป็นผู้นำ ผ้ตู าม เคร่อื งแต่งกาย (20 คะแนน) 2.1 บทบาทของหวั หน้าทมี ในการส่ังการ การควบคมุ ทีม 5 คะแนน 2.2 ลูกทีมเช่อื ฟงั และปฏบิ ตั งิ านตามคำส่ังอย่างมีวินยั 5 คะแนน 2.3 การแตง่ เครอื่ งแบบครบและถกู ต้องตามประเภท 5 คะแนน 2.4 ความแคลว่ คล่องวอ่ งไว ความมวี ินัย 5 คะแนน 3) เวลาทใี่ ช้ ( 5 คะแนน) 3.1 ทมี ทปี่ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเสรจ็ โดยใชเ้ วลานอ้ ยทสี่ ดุ ได้คะแนน 5 คะแนน 3.2 ทีมทปี่ ฏบิ ัตกิ ิจกรรมเสร็จใช้เวลามากขึน้ ลดคะแนนลงตามส่วนทกุ 1 นาที ต่อ 1 คะแนน 4.2 ผลการตัดสนิ ของคณะกรรมการถอื เปน็ ทส่ี ิน้ สดุ 5. เกณฑก์ ารตดั สนิ ร้อยละ 80 – 100 ได้รับรางวลั ระดับเหรยี ญทอง รอ้ ยละ 70 – 79 ได้รบั รางวลั ระดบั เหรียญเงิน ร้อยละ 60 – 69 ไดร้ ับรางวัลระดับเหรยี ญทองแดง ไดค้ ะแนนต่ำกวา่ รอ้ ยละ 60 ไดร้ บั เกยี รติบัตร เวน้ แต่กรรมการมีความเหน็ เป็นอยา่ งอน่ื 6. คณะกรรมการตดั สิน - จำนวนไม่นอ้ ยกวา่ ๑๐ คน คณุ สมบัติกรรมการ - เป็นผทู้ รงคุณวุฒิทม่ี ีความชำนาญในกจิ กรรมลูกเสือ - ครผู ู้สอนลกู เสอื ทีไ่ ด้รบั เคร่ืองหมายวดู แบดจ์ 2 ท่อนข้นึ ไป - ครูผสู้ อนยุวกาชาดโดยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผนู้ ำข้นึ ไป - เปน็ ศกึ ษานิเทศก์ทร่ี บั ผดิ ชอบกจิ กรรมลูกเสือ ข้อควรคำนึง - กรรมการตอ้ งไมต่ ดั สนิ ในกรณสี ถานศกึ ษาของตนเข้าแข่งขัน - กรรมการทม่ี าจากครูผูส้ อนควรแต่งตัง้ ให้ตัดสนิ ในระดับช้นั ท่ที ำการสอน - กรรมการควรมีทีม่ าจาก สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาอืน่ อยา่ งหลากหลาย - กรรมการควรใหข้ ้อเสนอแนะเติมเต็มให้กบั นกั เรียนทเ่ี ขา้ แข่งขนั สถานท่ีแข่งขัน สถานทีจ่ ัดแขง่ ขนั ควรเปน็ ลานกลางแจง้ หรือหอ้ งประชุม พ้นื ราบ ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี นครงั้ ท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หน้า 3
แผนผังสนามแข่งขนั เดินทรงตวั ทูนของบนศีรษะและโยนบอล ตะกร้าแชรบ์ อลผูกติดกับไม้กัน้ จุดผูกเง่อื น ๓ ม. ไมก้ ัน้ สงู จากพ้นื 20 ซม. ซม. ๑ ม. ๕ ม. ๑ ม. ๑ ม. ๑ ม. ๑ ม. ระยะห่างระหว่างกรวย กับเสน้ 50 ซม. ๕ ม. ๑ ม. จุดเร่มิ ๓ ม. เส้นรอ จุดผูกเงอื่ น กรวย ตะกร้าแชร์บอล สมาชกิ ในทมี ผเู้ ขา้ แขง่ ขัน โตะ๊ เส้นเริม่ ตน้ และสิ้นสดุ การเดินทรงตวั กว้าง 1 น้วิ เสน้ ทางเดนิ ทรงตวั กวา้ ง ๔ นิ้ว เสน้ หยดุ รอและยนื โยนลกู บอล กวา้ ง 1 นิว้ ศิลปหตั ถกรรมนกั เรียนคร้ังที่ 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น หน้า 4
7. การเข้าแข่งขนั ระดบั ภาค 7.1 ในกรณีที่มีทีมชนะลำดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากันมากกว่า 3 ทีม ให้พิจารณาลำดับที่ตามลำดับข้อของเกณฑ์ การให้คะแนน เชน่ มที ีมท่ไี ด้คะแนนข้อท่ี 1.1 เท่ากันใหด้ คู ะแนนขอ้ ท่ี 1.2 ทีมใดได้คะแนน ขอ้ ที่ 1.2 มากกว่าถอื เป็น ผู้ชนะแตถ่ า้ ข้อท่ี 1.2 เท่ากนั ใหด้ คู ะแนนในขอ้ ถัดไป กรณคี ะแนนเท่ากนั ทกุ ข้อใหใ้ ช้วธิ ีจบั ฉลาก คำแนะนำสำหรบั คณะกรรมการ ๑.การตัดสนิ ๑.๑ คณะกรรมการใหค้ ะแนนตามเกณฑท์ ก่ี ำหนด ๑.๒ การให้คะแนนเครือ่ งแบบ ดูความถกู ตอ้ งของการแต่งเครื่องแบบตามประเภทของผู้เข้าแขง่ ขัน ๑.๓ ทมี ท่ีเข้าแขง่ ขนั อาจจะประกอบดว้ ยลกู เสือ เนตรนารี และยวุ กาชาด อยใู่ นทมี เดยี วกนั ก็ได้ ๑.๔ คณะกรรมการมีอำนาจในการสั่งการให้ผู้เข้าแข่งขัน แก้ไข เปลี่ยนแปลงการแต่งกายและทรงผม หรือ พฤตกิ รรมอืน่ ใด ท่ีจะก่อใหเ้ กดิ การได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน กอ่ นอนญุ าตใหเ้ ข้าแขง่ ขนั ๑.๕ คณะกรรมการรวบรวมผลการแขง่ ขนั สรปุ และรายงานผลการแข่งขัน ๒.การจดั เตรยี มอปุ กรณใ์ ช้ในการแข่งขนั ๒.๑ ลูกเทนนิสสำหรับใช้ในการแข่งขนั จำนวนลลู่ ะ 18 ลูก ๒.๒ ตะกร้าแชร์บอล ขนาดเท่ากัน ๒.๓ สมุดลูกเสือปกแขง็ ๒.๔ นาฬกิ าจับเวลา ๒.๕ เชือกผูกเง่ือน ขนาดเทา่ กนั ยาว 2 เมตร ๒.๖ เชือกไนลอ่ น เส้นเล็กกว่าเชอื กผูกเงื่อน ความยาว 2 เมตร ๒.๗ ไม้กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1- 2 นิ้ว ยาว 5 – 6 เมตร 2 อัน นำมาต่อกัน ผูกกับหลักไว้เพื่อให้ผู้เข้า แข่งขันใช้ผูกเงื่อนและผูกตะกรา้ แชรบ์ อลสำหรบั การโยนลูกเทนนสิ ๒.8 โต๊ะนักเรยี นหรอื โตะ๊ อนื่ ท่ีมีขนาดใกล้เคยี ง ไว้สำหรับวางสมุดและลกู เทนนิส ลลู่ ะ ๒ ตวั ๒.9 ฉลากหมายเลข 1 - 6 ใสก่ ลอ่ งทบึ แสง ๒.10 กรวยยางหรอื อปุ กรณอ์ ย่างอืน่ ทีม่ ีลักษณะเดียวกนั ๒.11 วสั ดสุ ำหรบั ทำเสน้ ใช้เดนิ ทรงตวั 2.12 กระดาษกาวสีแดงและสเี หลอื งขนาดกว้าง 1 น้ิว 2.13 ตะกร้าใส่ลกู เทนนิส ลลู่ ะ 1 ใบ ๓.การจัดเตรยี มสถานท่แี ข่งขัน ๓.๑ สถานท่ีสำหรบั การแขง่ ขนั เป็นลานซเี มนตพ์ นื้ ราบ ๓.๒ จัดทำลู่ไม่น้อยกว่า 3 ลู่ ความยาวลู่ละ 22 เมตร กว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร แต่ละลู่ขีดเส้นทำ เคร่อื งหมายและวางอุปกรณด์ งั นี้ - ระยะ 3 เมตรแรก ตีเสน้ ทึบสแี ดงกว้าง 1 นิ้ว เป็นจดุ ยืนรอของสมาชกิ ทมี ที่เข้าแข่งขนั - ระหว่างจุดรอถึงจดุ เรม่ิ ตน้ ระยะ 1 เมตร ตเี สน้ สเี หลืองกว้าง 1 นวิ้ วางโต๊ะ 1 ตัว สำหรับวางสมุด ลูกเสอื ปกแข็ง 1 เลม่ - จากจุดเริม่ ตน้ ถงึ จดุ ส้ินสุดการเดนิ ทรงตวั ระยะ ๑๔ เมตร ตีเส้นทึบขนาดกว้าง ๔ นิว้ ดังรปู - จากจุดสิ้นสุดการเดินทรงตัว วางโต๊ะ 1 ตัวชิดเส้นสีแดง ไว้สำหรับวางสมุดและวางตะกร้า ใส่ลูกเทนนิส ตะกรา้ ละ 18 ลูก - จากจดุ สนิ้ สดุ การเดนิ ทรงตวั ระยะ 1 เมตร ตเี สน้ ทึบสีแดงกวา้ ง 1 น้วิ เป็นจดุ กน้ั ยืนโยนลูกบอล ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นครั้งท่ี 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน หนา้ 5
- จากจุดไม้กั้น ระยะ 3 เมตร ปักหลักผูกไม้กั้นย่าวไม่น้อยกว่า 9 เมตร สูงจากพื้น 20 เซนติเมตร ไว้ให้ผู้ เข้าแข่งขันคนที่ 2 ผูกเงื่อนยึดติดกับไม้และผูกตะกร้าแชร์บอลลู่ละ 1 ใบ ให้วางตะกร้าแชร์บอลลู่ละ 1 ใบ โดยอาจจะนำ หนิ หรอื อิฐ ผูกไวน้ อกก้นตะกร้า เพอื่ ถ่วงยดึ กับพน้ื กันล้มได้ แต่ห้ามใช้วัสดุอ่ืนใดใส่ไวใ้ นตะกร้า ๓.3 ให้ผู้เข้าแข่งขันยืนเข้าแถวที่จุดรอห่างจากจุดเริ่มต้น 1 เมตร ห้ามผู้เข้าแข่งขันล้ำเส้นจากจุดรอจนกว่า ผเู้ ขา้ แขง่ ขันคนกอ่ นจะกลับมาสมั ผัสมือ 3.4 ห้ามผูเ้ ข้าแข่งขันยนื เหยียบเสน้ จดุ กัน้ ยืนโยนลกู บอล ๓.5 ขณะแข่งขันให้ผเู้ ขา้ แขง่ ขันถอดหมวก ๔. การดำเนินการแข่งขนั ๔.๑ ผู้จัดการแขง่ ขัน ควรดำเนนิ การจดั การแขง่ ขนั ใหเ้ สรจ็ ส้ิน ภายใน 1 วัน ๔.๒ แจกใบงานให้ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมพร้อมๆกัน ให้เวลาแต่ละทีมอ่านใบงาน และสังเกตการสั่งงาน การ ปฏิบัติงาน ความเปน็ ผู้นำผตู้ าม ๔.๓ ให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีม (ทุกคน) มาจับฉลากหมายเลข เมื่อจับได้แล้วให้ถือไว้ก่อน ห้ามเปิดออกดู จนกว่าจะไดย้ นิ สญั ญาณ ให้สังเกตการส่งั งานของหวั หน้าทมี การปฏบิ ัติงาน ความเปน็ ผนู้ ำผู้ตาม ๔.๔. มอบเชอื กท่ีจดั เตรยี มไว้ใหแ้ ก่หวั หนา้ ทีม ทมี ละ 6 เส้น (ประกอบดว้ ยเชอื กผูกเงอื่ น 5 เสน้ และเชือกไน ลอ่ น 1 เส้น) เพ่อื ใหห้ วั หน้าทมี ดำเนนิ การมอบเชือกให้สมาชกิ คนละ 1 เสน้ เพ่อื ใช้ในการแขง่ ขัน เมื่อได้เชือกประจำตัวแล้ว ให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเก็บเชือกประจำตัวแบบลูกเสือ เสร็จแล้วให้ใส่ไว้ ในกระเป๋า กางเกงหรอื กระโปรงของแต่ละคน ๔.๕ เม่อื ได้ยินสญั ญาณนกหวดี จึงเริ่มปฏบิ ัติตามใบงานและเรม่ิ จบั เวลา ๔.๖ เริ่มการแข่งขัน ให้ผู้เข้าแข่งขันคนที่ 1 เดินจากจุดรอมาที่โต๊ะวางสมุด หยิบสมุดลูกเสือปกแข็ง วางบน ศีรษะ เอามือทั้งสองข้างกอดอกแขนแนบลำตัว เดินจากจุดเริ่มต้นเหยียบไปบนเส้นที่กำหนดจนถึงจุดสิ้นสุด แล้วหยิบ สมุดจากศีรษะวางไว้บนโต๊ะตัวที่ 2 หยุดและยืนหลังเส้นสีแดง หยิบลูกเทนนิสในตะกร้า ครั้งละ ๑ ลูก โยนลูกเทนนิส ลงตะกร้า จนครบ ๓ ลูก เสร็จแล้วให้ดึงเชือกประจำตัวจากกระเป๋า เดินข้ามเส้นสีแดงไปผูกเงื่อน กระหวัดไม้ 2 ชั้น กับไม้กั้นตรงจุดที่กำหนด แล้วดึงปลายเชือกไปทางจุดเริ่มต้น ให้ตึง ทิ้งปลายเชือกไว้ เดินไปหยิบ สมุดปกแข็งจากบนโต๊ะตัวที่ 2 วางบนศีรษะ เอามือกอดอกแขนแนบลำตัว เดินย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิมจนถึง จุดเริ่มต้น หยิบสมุดจากศีรษะวางบนโต๊ะ แล้วไปสัมผัสมือกับสมาชิก ผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปเพื่อเข้าปฏิบัติกิจกรรม ดงั เชน่ ผเู้ ขา้ แขง่ ขันคนแรก ผเู้ ขา้ แข่งขนั คนใดทำสมุดตกระหว่างทาง ใหห้ ยุดตรงจดุ ที่สมดุ ตก หยิบสมุดวางบนศรี ษะแล้วเดนิ ต่อไป กรรมการตดั คะแนนผูเ้ ขา้ แขง่ ขนั คร้ังละ 1 คะแนน ทกุ ครั้ง ในกรณีตอ่ ไปน้ี - ทำสมุดตกจากศรี ษะ คร้งั ละ ๑ คะแนน - ทำกรวยลม้ กรวยละ 1 คะแนน - เท้าเดินออกนอกเสน้ ก้าวละ 1 คะแนน - ใชม้ ือจับหรอื หยบิ สมดุ กอ่ นถึงจุดท่กี ำหนด ครง้ั ละ ๑ คะแนน - เทา้ เหยียบเสน้ สีแดงขณะยืนรอและโยนลูกบอล คร้งั ละ 1 คะแนน - กรณีผู้เข้าแข่งขัน ปฏิบัติผิดขั้นตอนตามที่กำหนด ให้ทำการแก้ไขและแข่งขันต่อไปได้ แต่ให้ตัด คะแนน ครัง้ ละ ๑ คะแนน ๔.๗ เมื่อผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปสัมผัสมือกับผู้เข้าแข่งขันคนก่อนแล้วให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันคนแรก จากจุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดสิ้นสุดการเดินทรงตัว หยิบสมุดปกแข็งบนศีรษะวางไว้บนโต๊ะ แล้วหยิบ ลูกเทนนิสใน ตะกร้า ครั้งละ ๑ ลูก โยนลูกเทนนิสลงตะกร้า จนครบ 3 ลูก เสร็จแล้วดึงเชือกประจำตัวจากกระเป๋า ไปผูกเงื่อนกับ ปลายเชือกที่ผู้เข้าแข่งขันคนก่อนทิ้งปลายเชือกไว้ เสร็จแล้วดึงปลายเชือกไปทางจุดเริ่มต้นให้ตึงทิ้งปลายเชือกไว้ แล้ว ไปหยิบสมดุ ปกแขง็ จากโต๊ะตวั ท่ี 2 วางบนศีรษะเดินกลับตามเส้นทางเดิมไปทจ่ี ดุ เรมิ่ ตน้ หยิบสมุดปกแขง็ บนศีรษะวาง บนโตะ๊ แล้วไปสมั ผสั มอื ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั คนตอ่ ไป เพอื่ ปฏบิ ัติกิจกรรมตามลำดบั ศิลปหัตถกรรมนกั เรยี นครงั้ ท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น หนา้ 6
๔.๘ ผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายเมื่อผูกเงื่อนตามที่กำหนดทั้ง 2 เงื่อนเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ต้องไปหยิบสมุดจากโต๊ะตัว ที่ 2 แต่ให้ดึงปลายเชือกให้ตึง และร้องไชโยขึ้น ถือเป็นการสิ้นสุดการแข่งขัน กรรมการบันทึกเวลาที่ปฏิบัติกิจกรรม ของแตล่ ะทีมไวเ้ พอ่ื ใช้ประกอบการใหค้ ะแนน ๔.๙ การวดั ความยาวของเชือก ให้วดั จากจดุ ท่ีผกู เชอื กไปจนถงึ สน้ เทา้ ของผู้เขา้ แข่งขนั คนสดุ ท้าย ที่ยืนในลกั ษณะท่าตรง ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียนครั้งท่ี 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น หนา้ 7
ใบงาน กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 การผูกเงอ่ื น เดินทูนของบนศรี ษะและโยนลูกบอล 1. ให้ผู้เข้าแข่งขันไปยืนตั้งแถวในจุดที่กำหนดให้ อ่านใบงาน เมื่อเข้าใจแล้วให้ส่งใบงานคืนกรรมการ กรรมการจะมอบเชอื กให้แกห่ ัวหน้าทมี ทีมละ 6 เสน้ 2. ใหท้ ุกคนในทีมจบั ฉลากหมายเลขลำดับเพ่อื ปฏิบตั กิ ิจกรรม 3. เมอ่ื ไดย้ นิ สัญญาณจากกรรมการ ให้ทุกคนเปิดอา่ นหมายเลขทีจ่ ับฉลากได้ แลว้ ตั้งแถวตอนเรยี งตามลำดับ หมายเลขทีจ่ บั ฉลากได้ 4. หัวหนา้ ทมี มอบเชือกให้สมาชิก คนละ 1 เสน้ ใหผ้ ู้เข้าแขง่ ขันทุกคนจดั การเก็บเชือกประจำตวั แบบลกู เสือ เสร็จแล้วใหใ้ สไ่ วใ้ นกระเป๋ากางเกงหรอื กระโปรงแลว้ ปฏบิ ตั ิดงั ต่อไปนี้ หมายเลข 1 เดินจากจุดรอหลังเส้นสีแดงไปที่จุดเริ่มต้น หยิบสมุดปกแข็งบนโต๊ะวางบนศีรษะ เอามือกอดอกแขน แนบลำตัว เดินจากเส้นสีเหลืองทูนสมุดปกแข็งบนศีรษะเท้าเหยียบไปตามเส้นที่กำหนดจนถึง เส้นสีเหลืองหยิบสมุด ปกแข็งบนศีรษะวางบนโต๊ะตัวที่ 2 หยิบลูกเทนนิสในตะกร้า ครั้งละ ๑ ลูก ยืนหลังเส้นสีแดง โยนลูกเทนนิสลงตะกร้า จน ครบ 3 ลูก แล้วหยิบเชือกจากกระเป๋าออกมาแก้ออก นำปลายเชือกข้างหนึ่งไปผูกกับไม้กั้นด้วยเงื่อนกระหวัดไม้ 2 ชั้น ตรงจุดที่กรรมการกำหนด ดึงปลายเชือกไปทางจุดเริ่มต้นให้ตึง ปล่อยเชือกทิ้งไว้ แล้วไปหยิบสมุดปกแข็ง จากโต๊ะวางบนศีรษะ มือกอดอกแขนแนบลำตัว เดินจากเส้นสีเหลืองกลับไปตามเส้นทางเดิม ถึงเส้นสีเหลืองให้หยิบ สมุดปกแข็งบนศีรษะวางบนโตะ๊ แล้ววงิ่ ไปสัมผัสมือกบั ผ้เู ขา้ แข่งขันคนตอ่ ไป เสร็จแล้วใหอ้ อกจากลู่แข่งขัน หมายเลข 2 ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 1 แต่ให้นำเชือกไปผูกต่อกับปลายเชือกของ หมายเลข 1 ด้วยเงอื่ นพิรอด หมายเลข 3 ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 2 และให้นำเชือกไปผูกต่อกับปลายเชือกของ หมายเลข 2 ด้วยเง่อื นพริ อด หมายเลข 4 ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 2 และให้นำเชือกไปผูกต่อกับปลายเชือกของ หมายเลข 3 ด้วยเง่ือนขัดสมาธิ หมายเลข 5 ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 2 และให้นำเชือกไปผูกต่อกับปลายเชือกของ หมายเลข 4 ดว้ ยเง่ือนขดั สมาธิ หมายเลข 6 ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 2 และให้นำปลายเชือกด้านหนึ่งไปผูกต่อกับปลาย เชอื กของหมายเลข 5 ดว้ ยเงอ่ื นพิรอด เสร็จแลว้ นำปลายเชือกอีกด้านหนึง่ ผูกเงอ่ื นบว่ งสายธนูกับตวั ระดบั เข็มขัด ดงึ ปลายเชือกที่คล้องตนเองไปทางจุดเริ่มต้นให้ตึง เมื่อเชือกตึงแล้วให้ร้อง “ไชโย” ถือเป็นการสิ้นสุดการแข่งขัน ไม่ต้องไปหยิบสมุดเดินย้อนมาที่จุดเริ่มต้น แต่ให้ยืนนิ่งไว้จนกว่ากรรมการจะตรวจให้คะแนนเสร็จจึงออกจากลู่ แขง่ ขัน ศิลปหัตถกรรมนกั เรียนครงั้ ท่ี 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน หน้า 8
1.2.การใชเ้ ข็มทศิ การคาดคะเนและสะกดรอย 1. คุณสมบตั ผิ ้เู ขา้ แขง่ ขัน เปน็ ลกู เสอื -เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 2. ประเภทและจำนวนผู้เข้าแขง่ ขัน 2.1 การแข่งขันใช้ระบบการแข่งขันแบบทีม แต่ละทีมอาจประกอบด้วยลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาดหรือผู้ บำเพ็ญประโยชน์อย่ใู นทีมเดียวกนั ได้ 2.2 ทมี เขา้ รว่ มแขง่ ขัน มจี ำนวนผ้เู ข้าแข่งขนั ทมี ละ ๖ คน 2.3 สถานศึกษาสามารถสง่ ทมี เข้าร่วมการแข่งขนั ไดส้ ถานศกึ ษาละ 1 ทีม 3. วธิ ดี ำเนินการและรายละเอยี ดหลักเกณฑก์ ารแขง่ ขนั 3.1 ทีมเข้าร่วมการแข่งขันปฏิบัติตามคำสั่งในใบงานที่กำหนดให้ โดยใช้เข็มทิศ การคาดคะเนและการสะกด รอยประกอบการหาตำแหน่งและเปา้ หมาย 3.2 ใหท้ ีมเขา้ รว่ มการแขง่ ขนั เดนิ ทางโดยใช้เขม็ ทศิ และเคร่ืองหมายสะกดรอย ไปตามจดุ ทก่ี ำหนดให้ และ ตอบคำถามในใบงานใหค้ รบถ้วน 3.3 คณะกรรมการจดั การแข่งขัน เป็นผจู้ ัดเตรียมอุปกรณใ์ ห้ครบถ้วนทุกรายการ 3.4 ทีมเข้าร่วมการแข่งขันต้องแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ให้ถูกต้องตาม กฎกระทรวงว่าดว้ ยเคร่ืองแบบ 4. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (100 คะแนน) 4.1 ความสำเรจ็ ของงาน ( 54 คะแนน) 1) คน้ พบเป้าหมาย จำนวน 10 จดุ 30 คะแนน 2) ตอบคำถามคาดคะเนระยะทาง จำนวน 2 จดุ 6 คะแนน 3) ตอบคำถามคาดคะเนความสูง จำนวน 2 จดุ 6 คะแนน 4) ตอบคำถามการหามุมแอซมิ ัท (Azimuth) จำนวน 2 จดุ 6 คะแนน 5) ตอบคำถามจากการสะกดรอย จำนวน 2 จดุ 6 คะแนน 4.2 การใช้เขม็ ทิศ 10 คะแนน 4.3 การคำนวณระยะทาง 10 คะแนน ๔.๔ การคาดคะเน ๑๐ คะแนน 4.๕ การแตง่ กายและระบบหมู่ (๑๑ คะแนน) 1) บทบาทหวั หนา้ ทมี 5 คะแนน ๒) การแตง่ เคร่อื งแบบถกู ต้อง ครบถ้วน ความมีวินยั และเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ๖ คะแนน 4.๖ เวลาท่ีใชใ้ นการทำกจิ กรรม 45 นาที ( 5 คะแนน) 1) ทีมเขา้ ร่วมการแข่งขนั ปฏิบตั ิกจิ กรรมเสรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด ๕ คะแนน 2) ทีมเขา้ รว่ มการแข่งขนั ใช้เวลาเกินจากท่ีกำหนด ตดั คะแนน 1 คะแนน ต่อ 2 นาที ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียนคร้งั ท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน หน้า 9
5. เกณฑ์การตัดสนิ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-100 ไดร้ ับรางวลั ระดบั เหรียญทอง ไดค้ ะแนนเฉล่ียรอ้ ยละ 70-79 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน ได้คะแนนเฉลย่ี ร้อยละ 60-69 ไดร้ บั รางวัลระดบั เหรยี ญทองแดง ไดค้ ะแนนตำ่ กวา่ รอ้ ยละ 60 ไดร้ ับเกยี รตบิ ัตร เว้นแตค่ ณะกรรมการจัดการแขง่ ขนั มีความเห็นเปน็ อยา่ งอืน่ 6. คณะกรรมการตดั สิน จำนวนไมน่ อ้ ยกวา่ ๑5 คน 6.1 คุณสมบัตกิ รรมการ 1) ผู้ทรงคุณวฒุ ทิ ่มี ที ักษะและประสบการณใ์ นการใชเ้ ขม็ ทิศ การคาดคะเน การสะกดรอย 2) ครูผู้สอนกิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี ทไี่ ดเ้ คร่อื งหมายวดู แบดจ์ 2 ทอ่ นขึ้นไป 3) ครสู อนยวุ กาชาด โดยผา่ นการฝึกอบรมหลักสตู รผ้นู ำขึ้นไป 4) ครูผู้สอนผบู้ ำเพ็ญประโยชน์ โดยผา่ นการฝกึ อบรมหลกั สูตรหวั หนา้ หนว่ ยขึ้นไป 5) กรรมการอยา่ งนอ้ ย 1 คน ควรผา่ นการอบรมวิชาแผนที่-เขม็ ทศิ หรือมีประสบการณ์ในการ สอนวชิ าเข็มทศิ การคาดคะเน การสะกดรอย 6.2 ขอ้ ควรคำนงึ 1) กรรมการตัดสนิ ตอ้ งไม่ตัดสนิ ในกรณที สี่ ถานศกึ ษาของตนเข้าแขง่ ขนั 2) กรรมการตัดสินควรมาจากสถานศึกษาหรือสำนักงานเขตพื้นที่ที่หลากหลาย 7. การเข้าแข่งขนั ระดบั ภาค 7.1 ในกรณีที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันชนะลำดับสูงสุด ได้คะแนนเท่ากันมากกว่า 3 ทีม ให้พิจารณาลำดับที่ ตามลำดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน คือ ถ้าคะแนนรวมเท่ากัน ให้ตัดสินด้วยคะแนนรวมในข้อที่ 4.1 ถ้าคะแนน รวมในข้อที่ 4.1 เท่ากัน ให้ตัดสินด้วยคะแนนรวมในข้อที่ 4.1 รวมกับคะแนนรวมในข้อที่ 4.2 และ ๔.๓ ทีมใดได้ คะแนนมากกว่าให้ถอื เป็นผู้ชนะ แตถ่ ้าคะแนนยังคงเท่ากันอกี ให้ใชค้ ะแนนรวมใน ข้อถัดไปตดั สนิ กรณคี ะแนนรวมเทา่ กนั ทุกข้อ ใหต้ ดั สินดว้ ยวิธกี ารจบั ฉลาก ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นคร้ังที่ 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น หนา้ 10
คำแนะนำสำหรบั กรรมการ ๑.การตดั สนิ ๑.๑ คณะกรรมการให้คะแนนตามเกณฑ์ทกี่ ำหนด ๑.๒ การให้คะแนนเครอ่ื งแบบ ดูความถกู ตอ้ งของการแต่งเคร่ืองแบบตามประเภทของผเู้ ข้าแขง่ ขัน ๑.๓ ทีมที่เข้าแข่งขัน อาจจะประกอบด้วยลกู เสอื เนตรนารี ยุวกาชาดและผูบ้ ำเพ็ญประโยชน์ อยู่ในทีม เดียวกนั ก็ได้ ๑.๔ คณะกรรมการมอี ำนาจในการสัง่ การให้ผู้เขา้ แข่งขนั เกบ็ อุปกรณ์เครือ่ งมอื ส่อื สารของผ้เู ขา้ แขง่ ขัน เปล่ยี นอาวุธประจำกาย และอปุ กรณ์อน่ื ใด ท่ีจะกอ่ ให้เกิดการไดเ้ ปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน กอ่ นอนุญาตให้เข้า แข่งขัน ๑.๕ คณะกรรมการรวบรวมผลการแข่งขนั สรปุ และรายงานผลการแข่งขนั ๒.การจดั เตรียมอุปกรณใ์ ชใ้ นการแขง่ ขัน ๒.1 เข็มทิศแบบซิลวา จำนวน 2 เรอื น/ทมี และเปน็ เขม็ ทิศรุน่ เดยี วกนั ท้งั หมดท่ใี ช้ในการแข่งขัน ๒.๒ ผ้าสีแดง สีเหลือง สีฟ้า สลี ะ ๒ ผนื : ทีม ๒.๓ ไมพ้ ลอง สำรองสำหรบั ผเู้ ข้าแข่งขันทีใ่ ช้ไม้พลองผิดกติกา จำนวนไม่นอ้ ยกว่า ๓๐ อัน ๒.๔ นาฬกิ าจบั เวลา ๒.๕ ไม้และธงสี สำหรับเปน็ เคร่อื งหมายในการคาดคะเนความสูง และความกวา้ ง ๒.๖ แผ่นรองเขยี นกระดาษใบงานและคำตอบ ทีมละ ๑ แผ่น ๓.การจัดเตรยี มสถานทีใ่ ชใ้ นการแขง่ ขนั ๓.๑ จดั เตรยี มสถานทกี่ ารแข่งขนั ใหเ้ หมาะสมกับกิจกรรม และมตี น้ ไมเ้ ปน็ ที่วางจุดอย่างนอ้ ย 5 เส้นทาง ๓.๒ แตล่ ะเส้นทางให้มีจุดในการเดนิ เขม็ ทิศและปฏบิ ัติกิจกรรม จำนวน ๑๐ จดุ ระหวา่ งจดุ ให้มีระยะทางและกิจกรรม ดงั นี้ ๓.๒.๑ ระยะทางระหว่างจุด ตง้ั แต่ 35 – 45 เมตร จำนวน ๓ ระยะทาง ให้มกี ิจกรรม สะกดรอย ๒ จดุ ๓.๒.๒ ระยะทางระหว่างจดุ ตัง้ แต่ ๔๕ – 60 เมตร จำนวน 4 ระยะทาง ใหม้ ีกจิ กรรม คาดคะเนความสงู ของวัตถุ ๑ จดุ และคาดคะเนความกวา้ ง ๑ จดุ ๓.๓.๓ ระยะทางระหวา่ งจดุ ตั้งแต่ ๗๕ – 90 เมตร จำนวน ๓ ระยะทาง ใหม้ ีกจิ กรรม คาดคะเนความสูงของวตั ถุ ๑ จุด และคาดคะเนความกว้าง ๑ จุด ๓.๓.๔ จดุ ทีม่ ีกจิ กรรมคาดคะเนความสงู ของวตั ถุ ให้บอกตำแหนง่ ทต่ี งั้ ของวตั ถุนัน้ เป็นค่ามุมแอซิมัท (Azimuth) ดว้ ย ๓.๓ การจัดทำสนามแข่งขัน ๓.๓.๑ กำหนดเส้นทางโดยบอกค่ามุมแอซิมัท (Azimuth) และกำหนดระยะทางเป็นเมตร ให้ผู้เข้า แข่งขันเดินไปสู่เป้าหมายเพื่อบันทึกรหัสคำตอบ จำนวน 10 จุด รหัสคำตอบแต่ละจุดควรติดตั้งให้สามารถมองเห็นได้ ในระดบั สายตา แต่ไม่ควรใช้รหสั คำตอบที่เป็นอกั ษรหรือตวั เลขเรยี งลำดับท่ผี ูเ้ ข้าแขง่ ขนั คาดเดาได้ ๓.๓.๒ เส้นทางที่กำหนดให้มีกิจกรรมสะกดรอย ให้ทำเครื่องหมายสะกดรอย ให้ผู้เข้าแข่งขันหา คำตอบ และปฏิบัติตามคำส่ังในรหัสคำตอบนัน้ เพอ่ื เดนิ ทางต่อไป เครอ่ื งหมายสะกดรอยท่กี ำหนดนี้ ใหเ้ วน้ ชว่ ง ไมค่ วรวางต่อเนื่องกนั ๔. การดำเนินการแขง่ ขัน ๔.๑ ทีมทเ่ี ขา้ แขง่ ขนั รายงานตัวลงทะเบยี น ๔.๒ กรรมการตรวจเครื่องแบบ ๔.๓ หัวหนา้ ทีมจบั ฉลากลำดบั ท่ีเขา้ แข่งขนั และเส้นทางท่ีจะเข้าแขง่ ขนั ศิลปหัตถกรรมนักเรยี นครั้งท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น หนา้ 11
๔.๔ กรรมการดำเนินการแขง่ ขนั โดยปฏบิ ัตติ ามข้นั ตอนตอ่ ไปนี้ ๔.๔.๑ กรรมการใหส้ มาชิกในทมี ทกุ คนจับฉลาก ผทู้ ำหน้าท่ีประจำทมี - ผ้ใู ชเ้ ขม็ ทิศ จำนวน ๒ คน ใหผ้ ูกผ้าสแี ดง - ผู้คำนวณระยะทาง จำนวน ๒ คน ใหผ้ กู ผ้าสเี หลือง - ผู้คาดคะเนและสะกดรอย จำนวน ๒ คน ใหผ้ ูกผา้ สีฟ้า ๔.๔.๒ กรรมการมอบใบงาน กระดาษคำตอบ และเขม็ ทิศ ๔.๔.๓ กรรมการจบั เวลา และใหส้ ญั ญาณเรม่ิ ต้นการแขง่ ขัน ๔.๕ กรรมการให้คะแนนความเป็นผู้นำ การใช้เข็มทิศ การคำนวณระยะทาง การคาดคะเน และการสะกด รอย ต้องติดตามและสงั เกตการทำงานของทกุ ทีมทเ่ี ข้าร่วมการแขง่ ขนั โดยให้คะแนนตามเกณฑก์ ารแขง่ ขัน ๔.๖ เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน ไม่เกิน ๔๕ นาที การให้คะแนนเวลาที่ใช้ในการแข่งขัน เป็นไปตามเกณฑ์ที่ กำหนด เมื่อหมดเวลาแข่งขัน ให้กรรมการเป่านกหวีดให้สัญญาณยุติการปฏิบัติกิจกรรม และเริ่มตัดคะแนนเวลา ๔.๗ ควรจะจัดการแข่งขันให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ วัน หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้กรรมการปรับเปลี่ยนใบ งาน เสน้ ทาง และกจิ กรรมการแข่งขนั ศิลปหตั ถกรรมนักเรียนครัง้ ที่ 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน หน้า 12
ใบงาน กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 การใช้เขม็ ทศิ การคาดคะเนและสะกดรอย ............... ทีมของท่านได้รับมอบหมายให้เดินทางสำรวจตามเส้นทางที่กำหนด ภายในเวลา ๔๕ นาที โดยใช้เข็มทิศ และทักษะทางลูกเสือในการคาดคะเน และการสะกดรอย ให้ปฏิบัติกิจกรรมตามคำสั่ง และบันทึกคำตอบลงใน กระดาษคำตอบ เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จให้ร้อง “ไชโย” แล้วเดินทางไปพบกรรมการ ที่จุดรับคำสั่ง ส่ง กระดาษคำตอบและเขม็ ทศิ คืนคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ....................................... ตวั อยา่ งคำสง่ั และกระดาษคำตอบ เสน้ ทางท่ี ..... ทมี โรงเรยี น..................................................เขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษา........................................................................... ลำดับท่ี คำส่งั คำตอบ ๑ จากจดุ เร่มิ ต้น ใช้เข็มทศิ ตงั้ มมุ ......องศา เดินทางไป รหสั คำตอบ ที่ ๑ คือ ......... ระยะทาง.......เมตร จะพบรหัสคำตอบที่ ๑ ๒ จากจดุ ทพ่ี บรหสั คำตอบที่ ๑ ใชเ้ ข็มทศิ ต้งั มมุ ......องศา รหสั คำตอบที่ ๒ คอื ......... เดินทางตอ่ ไประยะทาง.......เมตร จะพบรหสั คำตอบท่ี ๒ ความกว้าง.......เมตร และให้คาดคะเนความกว้างระหวา่ ง......ถงึ ....... ๓ จากจดุ ทีพ่ บรหัสคำตอบที่ ๒ ใช้เข็มทศิ ต้งั มมุ ......องศา เครอื่ งหมายสะกดรอยท่ี ๑ คอื .... เดนิ ทางไประยะทาง...๓๘....เมตร จะพบเครอื่ งหมาย คำส่งั ให้ปฏิบัติ............................. สะกดรอย ท่ี ๑ และคำสัง่ ใหป้ ฏบิ ัตติ ่อไป (เดินทางไป......เมตร มุม......องศา) ๔ จากคำสงั่ ของเครอื่ งหมายสะกดรอยท่ี ๑ ออกเดนิ ทาง รหสั คำตอบท่ี ๓ ......... ต่อไป จะพบรหสั คำตอบที่ ๓ และให้คาดคะเนความสงู ความสงู .......เมตร ของ.............และตำแหน่งที่ตัง้ ของ........ มมุ .......องศา ฯลฯ ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี นครัง้ ที่ 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน หน้า 13
1.3 การจดั คา่ ยพกั แรม (Pre - Camping) 1. คุณสมบตั ิผเู้ ขา้ แข่งขัน เป็นลกู เสือ เนตรนารี ยุวกาชาด หรือ ผูบ้ ำเพญ็ ประโยชน์ ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 – 3 2. ประเภทและจำนวนผ้เู ขา้ แขง่ ขัน 2.1 การแขง่ ขันใชร้ ะบบการแข่งขันแบบทมี แต่ละทมี อาจประกอบด้วยลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาดหรอื ผู้บำเพญ็ ประโยชนอ์ ยู่ในทีมเดียวกนั ได้ 2.2 ทมี เข้ารว่ มแขง่ ขนั มจี ำนวนผเู้ ขา้ แขง่ ขันทีมละ 8 คน 2.3 สถานศึกษาสามารถสง่ ทีมเข้ารว่ มการแขง่ ขันไดส้ ถานศกึ ษาละ 1 ทมี 3. วธิ ีดำเนนิ การและรายละเอียดหลกั เกณฑ์การแข่งขนั 3.1 ผ้เู ขา้ แข่งขนั จดั เตรียมอุปกรณ์การแข่งขันมาเอง ตามรายการตอ่ ไปน้ี 1) ผ้าใบหรอื ผา้ ยางขนาดกวา้ ง 4-5 เมตร ยาว 6-8 เมตร จำนวน 1 ผนื 2) จาน ชาม ชอ้ นสำหรบั สมาชกิ ในทมี ใช้รบั ประทานอาหาร 3) ธงชาติ 1 ผนื และเชือกผูกธง ยาว 9 เมตร 1 เส้น 4) ไมง้ า่ มประจำตวั ผเู้ ข้าแข่งขัน คนละ 1 อนั 5) ไม้ไผ่สีธรรมชาติที่ไม่มีกิ่งก้าน ไม่ตกแต่ง ไม่ลิดข้อ หรือทำเครื่องหมายใด ๆ ขนาด เสน้ ผ่าศูนย์กลาง 2 - 4 นว้ิ ยาว 2 เมตร จำนวน 28 อัน 6) เขียงและมีดทำครัว 2 เล่ม 7) เครื่องมือที่จำเป็นเหมาะสมกับการทำกิจกรรมตามใบงาน จำนวนรวมไม่เกิน 20 ชิ้น (ห้ามใช้ เครื่องมอื ท่ีใชไ้ ฟฟ้าหรือแบตเตอรี่) 8) เชือกมะนิลาหรือเชือกไยยักษ์ (ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์โพลีโพรพีลีน) ขนาด เสน้ ผ่าศนู ย์กลาง 4 – 8 มลิ ลิเมตร ยาว 3 เมตร จำนวน 80 เส้น 9) ไขไ่ กห่ รอื ไข่เปด็ จำนวน 8 ฟอง 10) ไก่สดทั้งตัวที่ควักเอาเครื่องในออกแล้วแต่ยังไม่ได้ชำแหละ จำนวน 1 ตัว และ เครือ่ งปรุง 11) ขา้ วสารใชห้ งุ ข้าวสำหรบั สมาชกิ 8 คน 12) ไฟเช็คหรอื ไม้ขีดไฟ และข้ีไต้ 1 ก้อน/แท่ง 13) ไม้ฟนื ผ่าและผูกเปน็ มัด หนักไมเ่ กิน 6 กโิ ลกรมั 14) ใบตองหรอื ใบไม้ 1 พบั หนกั ไม่เกินครงึ่ กิโลกรัม 15) น้ำขวด ขนาด 6 ลติ ร จำนวน 5 ขวด 16) กะละมงั พลาสตกิ ปากกวา้ งไม่เกนิ 40 เซนติเมตร ใช้ลา้ งอุปกรณ์การครัว 1 ใบ 17) ถงุ มือ/ถงุ แขนกันแดด 18) กาวลาเท็กซ์ ขนาดไม่เกิน 8 ออนซ์ หรือกาวร้อน ขนาดไม่เกิน ๑๐๐ ซีซี. จำนวน 2 หลอด/ขวด 3.2 กรรมการเปน็ ผูก้ ำหนดพนื้ ท่ีไม่น้อยกว่า 80 ตารางเมตรใหผ้ ูเ้ ข้าแขง่ ขนั แตล่ ะทีม 3.3 ผู้เข้าแข่งขันนำอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไปวางไว้ในพื้นที่แข่งขันก่อนเริ่มการแข่งขัน ให้กรรมการ ตรวจอปุ กรณแ์ ละเคร่ืองแบบพร้อมกนั อปุ กรณใ์ ดที่ไมไ่ ดร้ ะบใุ นข้อ 3.1 ให้นำออกจากพืน้ ทีแ่ ขง่ ขนั 3.4 กรรมการมอบใบงานให้ผู้เขา้ แข่งขนั เสร็จแล้วใหเ้ ปา่ นกหวดี เริ่มจับเวลาการแขง่ ขนั 3.5 ให้ทีมผู้เข้าแข่งขันร่วมกันนำอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไปดำเนินการจัดกิจกรรมตามใบงาน ให้เสร็จ ส้ินภายในเวลา 3 ช่วั โมงโดยใหม้ ีองคป์ ระกอบตามใบงาน 3.6 ผู้แข่งขันตอ้ งแตง่ เครอ่ื งแบบลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด หรือผบู้ ำเพ็ญประโยชน์ ศิลปหัตถกรรมนักเรยี นคร้งั ที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หนา้ 14
4. เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4.1 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 100 คะแนน 1) ความถกู ต้องและประสทิ ธิภาพใช้งาน 75 คะแนน 1.1 เสาธงลอย ขนาด รปู แบบ การผูกเงื่อนและประสทิ ธภิ าพใช้งาน 10 คะแนน 1.2 เครอ่ื งมือ ทเ่ี กบ็ เครอ่ื งมือ การใช้ ความปลอดภยั การบำรุงรักษา 10 คะแนน 1.3 การหุงข้าวและประกอบอาหารชาวค่ายโดยใช้ไม้ไผ่เป็นภาชนะหงุ ตม้ 10 คะแนน 1.4 เตาประกอบอาหาร รูปแบบและประโยชนใ์ ชง้ าน 10 คะแนน 1.5 ประตูคา่ ยและรว้ั รปู แบบ สัดส่วน ประโยชน์ใชง้ าน 10 คะแนน 1.6 เพงิ พกั รูปแบบและประโยชน์ใช้งาน 10 คะแนน 1.7 โตะ๊ สนามและมา้ นงั่ สำหรบั รับประทานอาหาร 15 คะแนน 2) ความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ และความสะอาด 10 คะแนน 2.1 ความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยและความคิดสรา้ งสรรค์ในการจัดการค่ายพักแรม 5 คะแนน 2.2 ความสะอาด การจัดการขยะมลู ฝอย 5 คะแนน 3) ความเปน็ ผนู้ ำ ผตู้ าม เครอ่ื งแบบ 10 คะแนน 3.1 บทบาทของหัวหน้าทีม การวางแผน การสง่ั งาน ความร่วมมอื ของสมาชกิ ตงั้ แต่เร่ิมวางแผนจนสน้ิ สุด 5 คะแนน 3.2 การแต่งเครื่องแบบ ความมวี นิ ัยและความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยของเครอ่ื งแบบ ในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม 5 คะแนน 4) เวลาที่ใช้ 3 ชั่วโมง 5 คะแนน 4.1 เสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด 5 คะแนน 4.2 เสร็จเลยเวลาท่ีกำหนด ตดั คะแนน 1 คะแนนต่อ 2 นาที 4.2 ผลการตดั สนิ ของคณะกรรมการถอื เปน็ ทีส่ น้ิ สดุ 5. เกณฑก์ ารตัดสนิ คะแนนรอ้ ยละ 80 – 100 ไดร้ ับรางวัลระดบั เหรียญทอง คะแนนรอ้ ยละ 70 – 79 ได้รับรางวลั ระดบั เหรยี ญเงิน คะแนนรอ้ ยละ 60 – 69 ได้รับรางวัลระดับเหรยี ญทองแดง ไดค้ ะแนนตำ่ กว่าร้อยละ 60 ไดร้ บั เกียรตบิ ัตร เว้นแต่กรรมการมีความเหน็ เป็นอย่างอน่ื 6. คณะกรรมการตดั สิน จำนวนอยา่ งนอ้ ย 15 คน คณุ สมบัตขิ องกรรมการ - เป็นผทู้ รงคณุ วุฒทิ ม่ี ีทกั ษะและประสบการณ์ในการจัดกจิ กรรมลูกเสอื - ครูผสู้ อนกิจกรรมลูกเสอื ท่ีไดร้ ับเครอ่ื งหมายวูดแบดจ์ 2 ท่อนขึ้นไป - ครผู ู้สอนยุวกาชาดโดยผา่ นการฝกี อบรมหลกั สูตรผูน้ ำข้ึนไป - ครผู สู้ อนผู้บำเพญ็ ประโยชน์โดยผ่านการฝึกอบรมหลกั สูตรหวั หน้าหน่วยขน้ึ ไป - กรรมการอย่างน้อย 1 คนควรผ่านการอบรมวิชาการบุกเบิกหรือมีประสบการณ์ในการสร้างงานบุกเบิก และการจัดค่ายพักแรม ขอ้ ควรคำนงึ - กรรมการต้องไม่ตัดสนิ ในกรณีสถานศกึ ษาของตนเขา้ แข่งขัน - กรรมการควรมาจากสถานศกึ ษาหรือสำนกั งานเขตพืน้ ที่ทีห่ ลากหลาย - กรรมการควรใหก้ ารเสนอแนะเติมเต็มให้กบั ทมี ท่ีเข้าแขง่ ขนั และผ้ชู นะในลำดับที่ 1 – 3 ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี นครงั้ ท่ี 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน หนา้ 15
7. การเขา้ แขง่ ขันระดบั ภาค 7.1 ในกรณีที่มีทีมชนะลำดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากันมากกว่า 3 ทีม ให้พิจารณาลำดับที่ตามลำดับข้อของ เกณฑ์การใหค้ ะแนน คือ ถ้าคะแนนรวมเทา่ กันให้ดูทีมทไ่ี ดค้ ะแนนขอ้ ท่ี 1) มากกวา่ เปน็ ผูช้ นะ ถา้ คะแนนข้อท่ี 1) เท่ากันให้ดูคะแนนรวมข้อที่ 1) และ 2) ทีมใดคะแนนมากกว่าถือว่าเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าคะแนนเท่ากันอีกให้ดู คะแนนขอ้ ถัดไป กรณคี ะแนนเท่ากนั ทกุ ข้อให้ใช้วิธีจบั ฉลาก คำแนะนำสำหรบั กรรมการ ๑.การตดั สิน ๑.๑ คณะกรรมการใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ทก่ี ำหนด ๑.๒ การใหค้ ะแนนเคร่ืองแบบ ดูความถูกตอ้ งของการแตง่ เคร่ืองแบบตามประเภทของผู้เข้าแขง่ ขันรวมถงึ ความเรยี บรอ้ ยของเครอื่ งแบบขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม ๑.๓ ทมี ทเี่ ข้าแข่งขนั อาจจะประกอบดว้ ยลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาดและผูบ้ ำเพญ็ ประโยชน์ อยู่ในทมี เดยี วกันก็ได้ ๑.๔ คณะกรรมการมีอำนาจในการสั่งการห้ามผู้เข้าแข่งขันใช้อุปกรณ์ที่ไม่กำหนดในเกณฑ์ เช่น เชือก ประจำตัว เครื่องมือสื่อสาร และอุปกรณ์อื่นใด ที่จะก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน กอ่ นอนุญาตให้เข้าแขง่ ขนั ๑.๕ คณะกรรมการรวบรวมผลการแขง่ ขัน สรุป และรายงานผลการแขง่ ขัน ๒.การจัดเตรียมสถานทีใ่ ช้ในการแขง่ ขนั ๒.๑ จัดเตรยี มสถานทส่ี นามแข่งขนั ใหท้ ุกทีมสามารถแข่งขนั ได้ในบรเิ วณเดยี วกัน ๒.๒ ขนาดของพนื้ ทแ่ี ขง่ ขนั ทีมละไม่นอ้ ยกวา่ 80 ตารางเมตร ๓. การดำเนนิ การแขง่ ขัน ๓.๑ ทมี ที่เขา้ แข่งขนั รายงานตวั ลงทะเบยี น จับฉลากพ้ืน นำอุปกรณเ์ ข้าไปวางในพื้นทีแ่ ข่งขัน ๓.๒ กรรมการตรวจเครื่องแบบพรอ้ มกบั การตรวจอปุ กรณ์ ๓.๓ กรรมการดำเนนิ การแข่งขัน โดยปฏิบตั ติ ามขนั้ ตอนตอ่ ไปน้ี ๓.๓.๑ กรรมการมอบใบงานให้แกห่ ัวหนา้ ทีม ๓.๓.๒ กรรมการให้สญั ญาณเร่ิมการแขง่ ขัน ๓.๓.๓ กรรมการเดินตรวจ สังเกต ติดตามการปฏบิ ัติงานของทมี โดยใกลช้ ดิ เพอ่ื ประกอบการให้คะแนนตามเกณฑก์ ารตัดสนิ ๓.๓.๔ กรรมการใหส้ ญั ญาณหมดเวลา ๓.๓.๕ กรรมการตรวจ ให้คะแนน รวมคะแนนและรายงานผล ๓.๔ ควรจะจดั การแข่งขันใหเ้ สรจ็ สิน้ ภายใน ๑ วนั ๔. คำแนะนำทั่วไป 4.๑ กรรมการตรวจนบั อปุ กรณ์ของผู้เข้าแข่งขันแตล่ ะทมี ใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑท์ ่ีกำหนด หา้ มผเู้ ข้าแขง่ ขนั นำวัสดุอปุ กรณอ์ ื่นใดนอกจากทีก่ ำหนดใหเ้ ข้าไปในพืน้ ที่แข่งขัน ๔.๒ กรรมการให้ผ้เู ขา้ แขง่ ขันขนยา้ ยอุปกรณท์ ่ไี ม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ออกจากพื้นที่แขง่ ขัน ๔.๓ กรรมการไมค่ วรอนุญาตใหผ้ เู้ ข้าแขง่ ขนั นำอปุ กรณ์สื่อสารทุกชนดิ เข้าไปในพน้ื ที่แขง่ ขัน ๔.๔ กรรมการติดตามสงั เกตการปฏิบัติงาน การสงั่ งาน การวางแผน ความเป็นผนู้ ำผตู้ ามตลอดเวลา ๔.๕ การให้คะแนนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และความสะอาด ให้พิจารณาจากการนำเศษวัสดุที่เกิดการ ทำงานมาออกแบบ จัดเก็บหรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการจัดกิจกรรม รวมถึงความสะอาดและความเรียบร้อยใน การจัดวางตำแหน่ง และองค์ประกอบของค่าย การตกแต่งประตู รั้ว เตา การประกอบอาหาร ที่วางเครื่องมือ การ ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรียนครั้งท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน หนา้ 16
จัดทำเพิงพักและที่รับประทานอาหาร เสาธงลอย การจัดสุขาภิบาลและอื่น ๆ โดยใช้อุปกรณ์ที่จัดเตรียมมาตามกติกา เทา่ น้ัน ๔.๖ เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 3 ชั่วโมง นับจากเริ่มต้นการแข่งขันจนสร้างงานตั้งค่ายพักแรมและประกอบ อาหารเสรจ็ สิ้น หลังจากผ้เู ขา้ แข่งขนั รอ้ ง “ไชโย” ใหก้ รรมการไปตรวจให้คะแนน เสร็จแลว้ จึงให้ ผู้เข้าแข่งขนั รับประทานอาหารและร้อื เกบ็ ๔.๗ กรรมการควรใหค้ ำแนะนำเตมิ เต็มแก่ผู้เข้าแขง่ ขันเพือ่ การพัฒนาภายหลงั การตัดสนิ ๔.๘ กรณีมีทีมเขา้ แข่งขนั หลายทมี ตอ้ งจัดการแขง่ ขันหลายรอบ กรรมการใหค้ ะแนนทุกรอบ ควรเปน็ กรรมการชุดเดียวกัน ศลิ ปหัตถกรรมนักเรียนครั้งท่ี 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น หน้า 17
ใบงาน กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 – 3 การจัดค่ายพกั แรม ............................. ในวันสุดสัปดาห์ ท่านและสมาชิกในทีมร่วมกันฝึกทบทวนทักษะทางลูกเสือเพื่อสร้างอุปกรณ์ ในการอยู่ค่าย พักแรม ให้ทีมของท่านใช้วัสดุอุปกรณ์ตามที่กำหนดดำเนินการจัดสร้างค่ายพักแรมจำลอง 1 ค่าย และประกอบอาหารตาม รายการทีก่ ำหนด ใหเ้ สร็จส้นิ ในเวลา 3 ช่วั โมง เมื่อจัดตั้งค่ายพักแรมเสร็จแล้ว ให้ส่งเสียง “ไชโย” พร้อมกัน แจ้งให้กรรมการทราบ เพื่อตรวจ ให้คะแนน แล้วรับประทานอาหารที่จัดเตรียมตามข้อ 4. เสร็จแล้วให้รื้อถอนและจัดเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อย ระหว่างปฏิบัติ กิจกรรม หา้ มออกไปจัดหาอปุ กรณเ์ พมิ่ เตมิ องค์ประกอบของชิ้นงานในการสรา้ งคา่ ยพกั แรม มี 7 รายการ ดงั นี้ 1. เสาธงลอยสำหรับกิจกรรมเคารพธงชาติ 1 ต้น สรา้ งดว้ ยไมง้ ่าม 8 อัน สูงไมน่ อ้ ยกวา่ 3.50 เมตร 2. ประตทู างเขา้ ค่าย รวั้ ดา้ นหนา้ ค่าย มีปา้ ยชื่อหมู่ลกู เสอื หรอื เนตรนารี ทำดว้ ยไม้ไผ่ เชอื กและกาว 3. เตาประกอบอาหารชนิดต้ังสูงจากพ้นื ไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร และมีท่ีเก็บฟืนใต้เตา 4. หุงข้าวและประกอบอาหารชาวค่ายไม่น้อยกว่า 3 อย่าง โดยใช้ไม้ไผ่เป็นภาชนะหุงต้ม เมื่อเสร็จแล้วให้นำไป วางบนโตะ๊ อาหารโดยไมต่ อ้ งถ่ายขา้ วและอาหารออกจากอุปกรณห์ ุงต้ม 5. ทีจ่ ดั เกบ็ เครอื่ งมือ 6. เพิงพักกนั แดดฝน 7. โตะ๊ สนาม มา้ น่ังสำหรบั รบั ประทานอาหาร ศิลปหัตถกรรมนกั เรียนครง้ั ที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น หน้า 18
1.4 การสร้างอปุ กรณ์และใหบ้ ริการ 1. คณุ สมบตั ิผู้เขา้ แข่งขัน เป็นลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด ผ้บู ำเพญ็ ประโยชน์ ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4-6 หรอื ปวช. 2. ประเภทและจำนวนผู้เข้าแขง่ ขัน 2.1 การแข่งขันใช้ระบบการแข่งขันแบบทมี แต่ละทีมอาจประกอบด้วยลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผ้บู ำเพ็ญประโยชน์ อยใู่ นทีมเดียวกันได้ 2.2 ทมี เขา้ ร่วมแข่งขัน มีจำนวนผู้เข้าแขง่ ขันทีมละ 6 คน 2.3 สถานศึกษาสามารถส่งทมี เขา้ ร่วมการแขง่ ขันไดส้ ถานศกึ ษาละ 1 ทีม 3. วิธีดำเนินการ รายละเอยี ด และหลักเกณฑก์ ารแขง่ ขัน ให้ผู้เข้าแข่งขันแสดงบทบาทสมมุติตามสถานการณ์ที่กำหนดไว้ในใบงาน เมื่อได้รับสัญญาณให้เริ่มต้น การแขง่ ขันจนแล้วเสร็จทุกข้นั ตอน ภายในเวลา 75 นาที โดยมรี ายละเอียดดังนี้ 3.1 ให้ออกแบบสร้างอุปกรณส์ ำหรับการส่งอาหารและน้ำดม่ื ข้ามเหวลึกทีม่ ีความกว้าง 15 เมตรทอดเป็นแนวยาวขวางอยู่ โดยอาศัยแรงส่งที่เกิดจากเครื่องผ่อนแรง เช่น คาน รอก ล้อและเพลา ลิ่ม สกรู เป็นต้น อุปกรณส์ ำหรบั ส่งอาหารนต้ี อ้ งมฐี านรองรับที่มน่ั คงแขง็ แรง สามารถเคลื่อนย้ายได้ 3.2 ห้ามผู้เข้าแข่งขันใช้แรงส่งที่เกิดจากการอัดลม อัดน้ำ หรือแรงระเบิดจากสารเคมี และห้ามใช้ คนกด ผลัก หรอื ดนั โดยตรงทป่ี ลายคานด้านใดด้านหนง่ึ ของเครื่องส่งประเภทคานดีด ดงั ตวั อยา่ ง หา้ มใชค้ นกด หา้ มใชค้ นดนั ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี นครั้งท่ี 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน หน้า 19
3.3 ผู้เข้าแข่งขันต้องจัดเตรียมวัสดุและเครื่องมือนำมาวัด ตัด เจาะ ผ่าฯลฯและสร้างงานในพื้นที่การ แขง่ ขนั ระหว่างทำการแขง่ ขันเท่าน้นั ห้ามทำเครื่องหมายหรอื สัญลกั ษณ์ใด ๆ มากอ่ น รายการอปุ กรณ์ ใหม้ ดี ังนี้ 1) ไม้ไผ่ที่มีความยาวเท่ากันทุกอัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 – 4 นิ้ว ความยาว 3 - 4 เมตร จำนวนไม่เกิน 8 อัน 2) ไมถ้ ่วงนำ้ หนกั รอก เชอื กคล้องรอก 3) เชือกมะนิลาหรือไยยักษ์ (ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์โพลีโพรพีลีน) ให้มีจำนวน ขนาดและความ ยาวตามความเหมาะสมของรูปแบบท่จี ะจัดสรา้ ง แต่อุปกรณ์ทีจ่ ดั สรา้ งต้องมตี ำแหนง่ ผกู เง่อื นผูกแนน่ ไมน่ อ้ ยกวา่ 10 จดุ 4) ใช้ถงุ ผา้ สีขาว บรรจทุ รายให้มนี ำ้ หนกั ถงุ ละ 1 กิโลกรัม จำนวน ๗ ถงุ และถงุ ผา้ สเี ข้ม บรรจทุ รายให้มี น้ำหนักถุงละ ๒ กโิ ลกรมั จำนวน ๗ ถุง (ใชแ้ ทน“อาหารและนำ้ ดืม่ ”) 5) หา้ มนำวสั ดสุ ำเร็จรปู อนื่ ๆ เชน่ ตะกร้า ลวด ตาข่าย ฯลฯ มาใช้ประกอบอุปกรณ์ ทจ่ี ัดสร้างขน้ึ หากจำเปน็ ตอ้ งมี ให้จัดทำขน้ึ เองจากไม้และเชือกทก่ี ำหนดให้ 3.4 เมื่อสร้างอุปกรณ์“ส่งอาหารและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เสร็จแล้ว ให้ผู้เข้าแข่งขันแจ้งให้ กรรมการทราบ และขออนุญาตทดลองใช้อปุ กรณ์สง่ ถงุ ทราย ไปยงั เปา้ หมายเพื่อหาพกิ ัดและปรับอุปกรณ์ ได้ ๔ ครั้ง โดยใช้ถุงทราย ๑ กิโลกรัม ๒ ครั้ง และใช้ถุงทราย ๒ กิโลกรัม ๒ ครั้ง โดยไม่นับคะแนน และห้ามนำถุง ทรายนั้นกลับมาใช้อีก หลังจากนั้นจึงใช้อุปกรณ์ส่งถุงทรายที่เหลืออีกอย่างละ ๕ ถุงไปยังเป้าหมาย ผู้เข้าแข่งขัน สามารถปรับตำแหนง่ ท่ตี ง้ั ของอปุ กรณ์ได้ตลอดเวลา แตต่ อ้ งไม่ลำ้ เสน้ ท่ีกรรมการกำหนดไว้ 3.5 เม่อื การดำเนนิ การใช้อุปกรณ์สง่ ถงุ ทรายไปยงั ท่หี มายครบ 10 ถงุ แลว้ ให้ผูเ้ ขา้ แข่งขัน ร้อง“ไชโย” พร้อมกนั 1 คร้งั ถือเป็นการสนิ้ สดุ การแข่งขนั กรรมการจะบันทกึ เวลาทใี่ ช้ในการแขง่ ขนั 3.6 ผ้เู ข้าแข่งขนั ตอ้ งแต่งเคร่อื งแบบลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาดหรือผูบ้ ำเพ็ญประโยชน์ 4. เกณฑ์การให้คะแนน (100 คะแนน) 4.1 บทบาทผ้นู ำและกระบวนการกลมุ่ (20 คะแนน) 4.1.1 บทบาทหวั หนา้ ทมี 5 คะแนน 4.1.2 การวางแผนและความร่วมมือในการปฏิบัตงิ านของทีม 5 คะแนน 4.1.3 การแสดงบทบาทสมมตุ ิ 10 คะแนน 4.2 การแต่งเครอื่ งแบบถูกตอ้ งครบถว้ น ความมีวินยั และความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อยของเคร่อื งแบบ (10 คะแนน) 4.3 ความมัน่ คง แข็งแรง และการใชง้ านอุปกรณ์ (20 คะแนน) 4.3.1 อปุ กรณม์ ีความมนั่ คง แข็งแรง และใช้งานไดจ้ รงิ 10 คะแนน 4.3.2 การเลือกใชเ้ ชือกมคี วามเหมาะสมและผูกเงอ่ื นถกู ต้อง 10 คะแนน 4.4 ความปลอดภัยในการปฏิบตั ิงานและความคิดรเิ ริม่ (20 คะแนน) 4.4.1 ความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรคใ์ นการออกแบบอุปกรณ์ 10 คะแนน 4.4.1 ความปลอดภัยในการทำงาน การใช้เครือ่ งมอื และการใชอ้ ุปกรณส์ ่งอาหารและนำ้ ด่มื 10 คะแนน 4.5 เวลาการปฏบิ ตั ิงาน (10 คะแนน) 4.5.1 เปน็ ไปตามระยะเวลาท่กี ำหนด 10 คะแนน 4.5.2 ใช้เวลาในการแขง่ ขันมากกว่า 75 นาที ใหต้ ดั คะแนน 1 คะแนน ตอ่ เวลา 2 นาที ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี นครง้ั ที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน หนา้ 20
4.6 ความสำเรจ็ ในการ “ส่งอาหารและน้ำดื่มชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภัย” จำนวน 10 ครงั้ (20 คะแนน) 4.6.1 เกณฑค์ ะแนน ถงุ ทรายหยุดนิง่ ในเป้าหมายวงรัศมี 50 เซนตเิ มตร จากขอบระยะ 20 เมตรจากจดุ สง่ ถุงละ 10 คะแนน ถุงทรายหยดุ นงิ่ ในวงรัศมี 1 เมตร ถุงละ 8 คะแนน ถงุ ทรายหยดุ น่ิงในวงรศั มี 1.5 เมตร ถุงละ 6 คะแนน ถงุ ทรายหยดุ นง่ิ ในวงรัศมี 2 เมตร ถงุ ละ 4 คะแนน ถุงทรายหยดุ นิ่งนอกวงรัศมี 2 เมตร ถุงละ 0 คะแนน กรณีสง่ ถงุ ทรายไปตกในระยะไม่ถึง 15 เมตรจากจุดสง่ ถอื วา่ ถุงทรายน้นั ตกเหว ไม่ให้คะแนน ถึงแม้ถงุ ทรายนัน้ จะไถลไปหยดุ น่งิ ในวงรศั มีท่ไี ดค้ ะแนน กรณถี ุงทรายตกทับเสน้ วงรัศมี ใหพ้ ิจารณาสดั สว่ นของถงุ ทราย หากมสี ัดส่วนเขา้ ไปในวงรศั มใี ดมากกว่า 50 % ใหค้ ะแนนตามนำ้ หนักคะแนนในวงรศั มนี ้นั 4.6.2 การคำนวณคะแนนความสำเรจ็ ดงั นี้ คะแนนทไี่ ด้ = ผลรวมคะแนน “การส่งอาหารและเคร่อื งด่ืมฯ” จำนวน 10 คร้งั ×20 100 5. เกณฑก์ ารตัดสนิ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-100 ไดร้ บั รางวลั ระดับเหรยี ญทอง ไดค้ ะแนนเฉลี่ยรอ้ ยละ 70-79 ไดร้ บั รางวลั ระดับเหรียญเงนิ ได้คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ 60-69 ได้รับรางวลั ระดบั เหรียญทองแดง ได้คะแนนตำ่ กว่ารอ้ ยละ 60 ได้รับเกยี รติบตั รเวน้ แต่กรรมการมีความเห็นเปน็ อย่างอนื่ 6. คณะกรรมการตัดสนิ จำนวนไม่น้อยกวา่ ๑๐ คน คณุ สมบตั ิกรรมการ (1) เปน็ ผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ มี่ ที กั ษะและประสบการณท์ างลูกเสอื (2) เป็นครูผสู้ อนกจิ กรรมลกู เสอื ทีไ่ ด้เคร่ืองหมายวดู แบดจ์ 2 ทอ่ นข้นึ ไป (3) เป็นครสู อนยวุ กาชาดโดยผ่านการฝกึ อบรมหลักสูตรผนู้ ำขน้ึ ไป (4) เปน็ ครูผู้สอนผบู้ ำเพญ็ ประโยชนโ์ ดยผา่ นการฝึกอบรมหลักสูตรหวั หน้าหนว่ ยขึ้นไป (5) เปน็ ผรู้ บั ผิดชอบกิจกรรมลูกเสือ (6) กรรมการอยา่ งน้อย 1 คน ควรเปน็ ผู้บงั คบั บญั ชาลูกเสือท่ีผา่ นการอบรมในหลักสูตร “วิชาการบกุ เบกิ \" หรือมีประสบการณใ์ นการสรา้ งงานบุกเบกิ ข้อควรคำนึง (1) กรรมการตอ้ งไมต่ ดั สนิ ในกรณีทีส่ ถานศึกษาของตนเข้าแข่งขัน (2) กรรมการควรมาจากสถานศึกษาหรอื สำนกั งานเขตพนื้ ที่ทีห่ ลากหลาย 7. การเข้าแข่งขันระดับภาค 7.1 ในกรณีทมี่ ที ีมชนะลำดับสูงสดุ ไดค้ ะแนนเท่ากนั มากกว่า 3 ทีมใหต้ ดั สนิ ดว้ ยคะแนนรวม ในข้อ 4.6 ถา้ คะแนนรวมในขอ้ ท่ี 4.6 เทา่ กนั ใหต้ ดั สินด้วยคะแนนรวมในข้อที่ 4.3 รวมกบั คะแนนรวม ในขอ้ ท่ี 4.4 ทมี ใดไดค้ ะแนนมากกวา่ ใหถ้ อื เปน็ ผชู้ นะแตถ่ ้าคะแนนยงั คงเท่ากนั อกี ใหต้ ดั สินดว้ ยคะแนนรวม ในข้อที่ 4.1รวมกับคะแนนรวมในข้อที่ 4.5 ทีมใดได้คะแนนมากกว่าให้ถือเป็นผู้ชนะกรณีคะแนนรวมเท่ากันทุกข้อให้ ตัดสนิ ด้วยวธิ กี ารจบั ฉลาก ศิลปหัตถกรรมนักเรียนครง้ั ที่ 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน หนา้ 21
คำแนะนำสำหรับกรรมการ ๑.การตดั สิน ๑.๑ คณะกรรมการให้คะแนนตามเกณฑท์ ก่ี ำหนด ๑.๒ การใหค้ ะแนนเคร่ืองแบบ ดคู วามถกู ตอ้ งของการแตง่ เครือ่ งแบบตามประเภทของผู้เขา้ แข่งขัน ๑.๓ ทมี ที่เข้าแข่งขัน อาจจะประกอบดว้ ยลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาดและผบู้ ำเพญ็ ประโยชน์ อยู่ในทมี เดยี วกันกไ็ ด้ ๑.๔ คณะกรรมการมอี ำนาจในการสั่งการให้ผ้เู ขา้ แขง่ ขันเกบ็ อปุ กรณเ์ คร่ืองมอื สอ่ื สารของผู้เข้าแขง่ ขัน เปลยี่ นอาวุธประจำกาย และอปุ กรณ์อื่นใด ที่จะกอ่ ให้เกดิ การได้เปรียบเสยี เปรยี บในการแข่งขนั ก่อนอนญุ าตให้เข้า แข่งขนั ๑.๕ คณะกรรมการรวบรวมผลการแขง่ ขนั สรปุ และรายงานผลการแขง่ ขนั ๒.การจัดเตรยี มสถานทีใ่ ช้ในการแข่งขัน จัดเตรียมสถานท่ีสนามแขง่ ขนั ใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑ์ ดังรูป 15 ม. จดุ ตกท่ไี มไ/ ด0 คะแนน ๓. การดำเนนิ การแขง่ ขนั ๓.๑ ทีมท่ีเข้าแข่งขนั รายงานตวั ลงทะเบียน จบั ฉลาก นำอปุ กรณเ์ ข้าไปวางในพน้ื ท่แี ขง่ ขนั ๓.๒ กรรมการตรวจเครื่องแบบพร้อมกบั การตรวจอุปกรณ์ ๓.๓ กรรมการดำเนนิ การแขง่ ขัน โดยปฏิบตั ิตามขน้ั ตอนต่อไปน้ี ๓.๓.๑ กรรมการมอบใบงานใหแ้ กห่ วั หนา้ ทีม ๓.๓.๒ กรรมการจบั เวลาและให้สญั ญาณเร่ิมการแขง่ ขนั แต่ละชดุ ๓.๓.๓ กรรมการเดนิ ตรวจ สังเกต ติดตามการปฏิบัตงิ านของทมี โดยใกลช้ ิด เพื่อประกอบการใหค้ ะแนนตามเกณฑก์ ารตดั สิน ๓.๓.๔ กรรมการให้สัญญาณหมดเวลา ๓.๓.๕ กรรมการให้คะแนนทุกรายการ ควรตรวจให้คะแนนผู้เข้าแข่งขันแต่ละรายการตามภารกิจใน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๓.๓.๖ คณะกรรมการรวบรวมผลการแข่งขัน สรปุ และรายงานผลการแข่งขัน ๓.๔ ควรจะจดั การแขง่ ขนั ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ วัน ๔. คำแนะนำท่วั ไป ๔.๑ กรรมการควรจดั ตำแหน่งทีมเข้าแข่งขันเรียงตามลำดบั โดยวิธีการจบั ฉลาก หากมที ีมเขา้ รว่ มการแขง่ ขัน จำนวนมากอาจแบง่ การแขง่ ขันออกเปน็ ชดุ ๆ และเว้นระยะเวลาเริ่มต้นการแขง่ ขนั แตล่ ะชดุ ไว้ไม่นอ้ ยกวา่ 30 นาที ๔.๒ กรรมการตรวจสอบความถกู ต้องของอุปกรณ์ ไดแ้ ก่ ไม้ เครอื่ งมอื เชือก รอก ฯลฯ ใหค้ รบถ้วน และเป็นไปตามเกณฑก์ ่อนการใหส้ ญั ญาณเริ่มจับเวลาการแขง่ ขนั ศิลปหัตถกรรมนักเรียนครงั้ ท่ี 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น หนา้ 22
๔.๓ กรรมการต้องจดั ให้ผูเ้ ข้าแข่งขันแสดงบทบาทสมมตุ ิอยา่ งตอ่ เนื่องตามใบงาน ๔.๔ กรรมการให้คะแนนถงุ ทรายแต่ละถงุ ในจดุ ทตี่ กหยุดนิ่ง ขานและบนั ทกึ คะแนน แลว้ นำเอาถุงทรายออก นอกพน้ื ที่เป้าหมายทนั ที กรณที ่ีถุงทรายแตก ให้กรรมการขานและบันทกึ คะแนน ในตำแหน่งที่ถุงผา้ หยุดน่ิง ๔.๕ กรรมการอย่างน้อย 10 คน ควรแบ่งหนา้ ที่สงั เกตการทำงานของทุกทมี และให้คะแนนทมี แขง่ ขันตาม เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๔.๖ เม่อื ผ้เู ขา้ แขง่ ขันจัดสร้างอปุ กรณเ์ สรจ็ และขออนญุ าตทดลองใชอ้ ปุ กรณ์ ใหก้ รรมการเก็บถุงทรายที่ผู้ เขา้ แข่งขนั ใช้ทดลอง จำนวน ๔ ถงุ ออกนอกพนื้ ทีเ่ ปา้ หมายทันที และไมใ่ หค้ ะแนนในส่วนน้ี ๔.๗ ผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกถุงทราย ๑ หรือ ๒ กิโลกรัม ส่งไปยังเป้าหมายได้ตามการตัดสินใจของทีม กรณีที่ผู้เข้าแข่งขันต้องการปรับตำแหน่งที่ตั้งหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ระหว่างการแข่งขัน สามารถดำเนินการได้ ตลอดเวลา แต่ต้องอยใู่ นเวลาที่กำหนด ศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นครง้ั ที่ 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น หนา้ 23
ใบงาน กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4-6 หรือ ปวช. การสรา้ งอปุ กรณ์และให้บริการ ........................ สมมตุ วิ า่ ทมี ของท่านได้รบั มอบหมายใหน้ ำอาหารและนำ้ ดื่มไปชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบภยั แผน่ ดินถลม่ ทีข่ าดอาหารและนำ้ ดม่ื แต่ทมี ของท่านไมส่ ามารถนำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปถงึ พน้ื ทที่ ่ีผปู้ ระสบภัยรอรบั ความชว่ ยเหลือได้ เนือ่ งจากแผ่นดนิ ถลม่ มแี นวยาวเปน็ เหวลกึ กว้าง 15 เมตร ขวางกั้นอยู่ พน้ื ท่ีสองฝงั่ ปากเหวเปน็ พื้นราบ ไม่มีต้นไม้สูง ให้ทีมของท่านคิดสร้างอุปกรณ์สำหรับการส่งอาหารและน้ำดื่มขนาดบรรจุถุงละ 1 และ 2 กิโลกรัม ข้ามเหว ไปให้ผู้ประสบภัยโดยอาศัยแรงส่งที่เกิดจากเครื่องผ่อนแรง ทำด้วยไม้ไผ่ และสร้างฐานที่มั่นคงแข็งแรงรองรับอุปกรณ์ ทีส่ ามารถเคลือ่ นย้ายได้ ภายในเวลา 75 นาที ให้ทีมแสดงบทบาทสมมุติเหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำหนดและปฏิบัติกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตามลำดับ ขน้ั ตอนตอ่ ไปน้ีทนั ทที ีไ่ ด้รับสัญญาณจากกรรมการ ๑. วางแผนการทำงานและปฏบิ ตั งิ านตามแผนในการสรา้ งอปุ กรณ์ ๒. สร้างอุปกรณ์ เมื่อเสร็จแล้วให้แจ้งกรรมการเพื่อขออนุญาตทดลองส่งถุงบรรจุ “อาหารและน้ำดื่ม” นำ้ หนัก ๑ และ ๒ กิโลกรมั ชนดิ ละ ๒ ถุง ๓. ดำเนินการส่งถุงบรรจุ “อาหารและน้ำดื่ม” น้ำหนัก ๑ และ ๒ กิโลกรัม ไปยังจุดเป้าหมาย จำนวนทั้งสิ้น 10 ถงุ อย่างต่อเนื่อง ๔. เมื่อสิ้นสุดการดำเนินการ“ส่งอาหารและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” แล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ ให้ “ไชโย” พรอ้ มกนั 1 คร้งั หมายเหตุ ๑. ให้ใชถ้ งุ บรรจทุ ราย น้ำหนกั 1 และ ๒ กิโลกรมั แทนถงุ บรรจอุ าหารและนำ้ ดม่ื ๒. ผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกถุงทราย ๑ หรือ ๒ กิโลกรัม ส่งไปยังเป้าหมายได้ตามการตัดสินใจของทีม กรณี ท่ีผู้เข้าแข่งขันต้องการปรับตำแหน่งที่ตั้งหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ระหว่างการแข่งขัน สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา แต่ตอ้ งอยใู่ นเวลาทก่ี ำหนด ศิลปหัตถกรรมนักเรียนครงั้ ท่ี 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หน้า 24
เกณฑก์ ารประกวดกจิ กรรมการเต้นประกอบเพลง Cover Dance Contest โครงการสรา้ งจติ สำนึกเยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติดด้วยกิจกรรม Cover Dance ***************************************** 1. เกณฑก์ ารเตน้ ประกอบเพลง Cover Dance Contest 2022 2. ผู้สง่ ผลงาน นกั เรยี นทกุ สงั กดั - ระดบั ประถมศกึ ษา (ป.1 - ป.3) - ระดบั ประถมศึกษา (ป.4 - ป.6) - ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น (ม.1 - ม.3) - ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ (ม.1 - ม.3) (ขยายโอกาสทางการศกึ ษา) - ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6) 3. ประเภทการประกวด ประเภททมี ทมี นกั เรียนในสถานศึกษาเดยี วกัน (สมาชิกแต่ละทีมไม่เกิน 10 คน) - ระดับประถมศึกษา (ป.1 - ป.3) - ระดบั ประถมศึกษา (ป.4 - ป.6) - ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ (ม.1 - ม.3) - ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ (ม.1 - ม.3) (ขยายโอกาสทางการศกึ ษา) - ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6) 4. กติกาการส่งผลงานเข้าประกวด 1. สถานศึกษาทุกสงั กัด สามารถสง่ ผลงานประเภททีมเขา้ ประกวดได้ 2. การสมัคร ให้สมัครผ่านช่องทางโปรแกรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ตามกำหนดระยะเวลาเท่าน้ัน หากเกินกำหนดเวลาไม่รับผลงาน ไม่วา่ กรณีใด ๆ ทงั้ ส้นิ 3. กรณีนักเรียน ให้มีหนังสือรับรองจากสถานศึกษา (ลงนามรับรองโดยผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือ รกั ษาการในตำแหนง่ ) 4. หลกั เกณฑแ์ ละเงื่อนไขการประกวด 1) ใช้เพลง Scout Anti Drug ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยในวันแข่งขัน คณะกรรมการจัดการประกวด จะเปน็ ผู้จดั เตรียมเพลง Scout Anti Drugs สำหรับผเู้ ข้าประกวดทุกทีม 2) การใช้ทา่ เต้นที่ทำให้เกดิ ประโยชน์ต่อสุขภาพและสอดคล้องกบั จงั หวะดนตรี ทั้งน้ี บงั คับเฉพาะท่าจบเพลง ใหเ้ ป็นไปตามต้นฉบับ ของคลปิ เพลง Scout Anti Drug สพฐ. 3) การเตน้ มอี ารมณ์สนกุ สนาน และทำให้ผชู้ มมีอารมณค์ ล้อยตามเพลิดเพลินไปกับการเตน้ 4) การจัดลำดับการแข่งขัน ใช้จับฉลากเพอื่ เรียงลำดับกอ่ นการแข่งขัน 30 นาที 5) การแต่งกาย เหมาะสมกบั การเตน้ และเกิดความสวยงามสมวยั 6) ผลการตัดสินของคณะกรรมการใหถ้ อื เป็นที่ส้ินสดุ ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรียนครง้ั ท่ี 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น หน้า 25
5. กำหนดการประกวด ๑. การประกาศรบั สมัคร Ø สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน แจง้ ประชาสมั พนั ธ์โครงการ ผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา วนั ที่ ……………………………. Ø ผู้สมัคร สมัครและส่งขอ้ มลู การสมัคร พรอ้ มผลงาน (ทาง Google form) วันที่ ................................. 6. รางวลั การประกวด การประกวดประเภททมี ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ขยายโอกาส) และระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย รางวลั ชนะเลิศ เกยี รตบิ ตั ร รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั ๑ เกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลศิ อันดบั ๒ เกยี รติบัตร รางวลั ชมเชย เกยี รตบิ ตั ร 7. เกณฑก์ ารพิจารณาและตัดสนิ ผลการประกวด เกณฑก์ ารพิจารณา 7.1 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 100 คะแนน 7.1.1 ท่าเต้นมคี วามคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ 30 คะแนน 7.1.2 จงั หวะและการเชื่อมทา่ 20 คะแนน 7.1.3 ความพรอ้ มเพรยี ง เป็นระเบยี บ 20 คะแนน 7.1.4 ภาพรวมการแสดง การสอ่ื อารมณ์ และบคุ ลกิ ภาพ 20 คะแนน 7.1.5 การแต่งกายถูกต้องตามระเบียบเครือ่ งแบบลูกเสอื 10 คะแนน 7.2 เกณฑก์ ารตดั สนิ การตัดสินการแข่งขันทั้งในรอบคัดเลือกและรอบตัดสิน โดยคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ จัดอันดบั ผลการแขง่ ขันตามคะแนน เป็นรางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลศิ และรางวัลชมเชยโดยกำหนดเกณฑด์ งั นี้ ร้อยละ 80 - 100 ไดร้ บั รางวลั ระดับเหรยี ญทอง ร้อยละ 70 - 79 ไดร้ บั รางวัลระดบั เหรยี ญเงิน ร้อยละ 60 - 69 ได้รับรางวลั ระดบั เหรียญทองแดง ตำ่ กว่ารอ้ ยละ 60 ได้รับเกียรตบิ ัตร เว้นแต่กรรมการจะเหน็ เปน็ อยา่ งอน่ื ทั้งน้ี ผลการตดั สนิ ของคณะกรรมการให้ถือเป็นท่ีสน้ิ สุด ศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นคร้ังที่ 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน หน้า 26
หลกั เกณฑก์ ารประกวดกจิ กรรมยุวกาชาด คหกรรม ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรียนครง้ั ท่ี 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 ในวัน...................................................................... ------------------------- ๑. คุณสมบัตผิ ู้เขา้ ประกวด ๑.๑ ผู้เขา้ ประกวดตอ้ งเปน็ สมาชกิ ยุวกาชาดระดับ 2 ๑.๒ เปน็ สมาชิกยุวกาชาดหญิงหรือชายก็ได้ จำนวน 3 คน 2. วิธีดำเนนิ การและรายละเอยี ดหลักเกณฑก์ ารประกวด 3.1 จดั กิจกรรมการประกวด ในวัน................................. รบั รายงานตัวตัง้ แตเ่ วลา ........... น. และประกวดเวลา ................................................ น. ๓.๒ ลกั ษณะของกจิ กรรมการประกวด ผ้เู ขา้ ร่วมการประกวดจะปฏิบัติในกจิ กรรมท่ตี นเองสมัคร กิจกรรมท่ี กจิ กรรมงานประดษิ ฐ์ สรา้ งสรรค์ หมายเหตุ กิจกรรมที่ ผเู้ ขา้ รว่ มประกวดต้องเตรียมวัสดมุ าเอง วสั ดอุ ปกรณ์ 1 กระดาษสีเหลือง สเี ขียว 6 กล่องนม 2 กระดาษยน่ 7 ลูกปดั 3 ก้านไม้กวาด 8 ขวดแกว้ 4 ฟอรา่ เทป 9 วัสดทุ อ้ งถิ่น (ธรรมชาติ) 5 กลอ่ งกระดาษ ๔. เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๔.๒ กจิ กรรมงานประดษิ ฐ์ (งานประดิษฐ์ คดิ อย่างสรา้ งสรรค์) ๔.๒.๑ ผลงานประณตี เรยี บร้อย สวยงาม 30 คะแนน ๔.๒.2 ความคดิ รเิ ริม่ สร้างสรรค์ 30 คะแนน ๔.๒.๓ กระบวนการทำงาน 20 คะแนน ๔.๒.๔ การสอ่ื ความหมายของผลงาน 20 คะแนน รวม 100 คะแนน ๗. การแต่งกาย สมาชกิ ยวุ กาชาดท่เี ขา้ รว่ มการประกวด จะตอ้ งสวมเคร่อื งแบบยุวกาชาดเท่านนั้ ไม่อนุญาตใหผ้ เู้ ข้าแขง่ ขนั สวมเคร่ืองแบบอื่นนอกเหนอื จากทก่ี ำหนด --------------------------------------- หมายเหตุ 1. ไมอ่ นุญาตให้ผู้เข้าร่วมประกวดออกนอกบริเวณการแขง่ ขันก่อนสง่ ผลงาน 2. ไมอ่ นญุ าตใหน้ ำเครอ่ื งมือสื่อสารทกุ ชนดิ เข้าบรเิ วณสถานทจี่ ัดการประกวด 3. การตัดสนิ ของคณะกรรมการถือเป็นทส่ี น้ิ สุด ศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นคร้งั ที่ 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น หน้า 27
หลักเกณฑ์การแขง่ ขนั กิจกรรมยุวกาชาด การปฐมพยาบาล ศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นคร้ังท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 ในวัน...................................................................... ------------------------------------ 3.2 สมาชกิ ยวุ กาชาดระดบั 3 ยุวกาชาดระดับ 3 เปน็ นักเรียนกำลงั ศกึ ษาอยู่ ระดับมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 – 3 ของ สพฐ. 3.2.2 แขง่ ขันภาคปฏบิ ตั ิการปฐมพยาบาล 3 หวั ขอ้ 1) ปฐมพยาบาลการ CPR จำนวน 1 คน 2) ปฐมพยาบาลบาดแผล/หา้ มเลือด จำนวน 2 คน 3) ปฐมพยาบาลกระดูกหัก/เขา้ เฝือก จำนวน 2 คน 3.2.3 เวลาทใ่ี ชใ้ นการแขง่ ขนั 2) แขง่ ขนั ปฏิบตั เิ รื่องการปฐมพยาบาล 2.1) ปฐมพยาบาลการ CPR เวลา 10 นาที 2.2) ปฐมพยาบาลบาดแผล/หา้ มเลือด เวลา 10 นาที 2.3) ปฐมพยาบาลกระดกู หัก/เข้าเฝอื ก เวลา 10 นาที 3.4.5 แข่งขนั ภาคปฏิบัติการปฐมพยาบาล โดยปฏบิ ตั ิการปฐมพยาบาลตามโจทย์ทก่ี ำหนด 3.2.6 เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม 100 คะแนน ดังนี้ 2) ภาคปฏิบัติ 2.1) ปฐมพยาบาลการ CPR (40 คะแนน) 2.2) ปฐมพยาบาลบาดแผล/หา้ มเลือด (30 คะแนน) 2.3) ปฐมพยาบาลกระดกู หัก/เข้าเฝอื ก (30 คะแนน) 3.2.7 เกณฑก์ ารให้คะแนนแข่งขันภาคปฏบิ ตั ิการปฐมพยาบาล มีดังนี้ 0 คะแนน = ไม่ไดท้ ำ 1 คะแนน = ทำ แต่ไม่ถูกต้อง หรอื ไมค่ รบถ้วนตามมาตรฐานการปฐมพยาบาล 2 คะแนน = ทำ ครบถว้ นถกู ตอ้ งตามมาตรฐานการปฐมพยาบาล 4 การแต่งกายในวันแข่งขัน สมาชิกยุวกาชาดที่เข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องสวมเครื่องแบบยุว กาชาดหรืออาสายุวกาชาด ตามสังกัดเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันสวมเครื่องแบบอื่นนอกเหนือจากที่ กำหนด ………………………….. หมายเหตุ 1. ผลการตัดสนิ ของคณะกรรมการถือเปน็ ท่สี ิน้ สุด 2. ประกาศผลการแขง่ ขนั ในวัน............................................ ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี นคร้ังท่ี 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน หนา้ 28
3. กจิ กรรมสภานักเรยี น หลักเกณฑ์การประกวด 1. คุณสมบตั ิผู้เข้าประกวด 1.๑ โรงเรยี นมสี ภานักเรยี นเพียงสภาเดยี ว เท่านั้น 1.๒ เป็นคณะกรรมการสภานักเรียนของโรงเรียนตามระดับที่โรงเรียนสมัครเข้าประกวด ระดับละ 7 – 10 คน 1.๓ ผู้เข้าประกวดตอ้ งเป็นตัวแทนสภานักเรยี นทีป่ รากฏอยูใ่ นใบสมัครและผังรูปถา่ ย (ท่แี นบท้าย) 2. ระดับการประกวด แบง่ ออกเปน็ ๓ ระดับ ดังน้ี 2.1 ระดบั ประถมศกึ ษา (เปดิ สอนตง้ั แต่อนุบาล – ป.6 หรอื ป.1 - ป.6 ทกุ สังกัด) 2.2 ระดับขยายโอกาสทางการศกึ ษา (เปดิ สอนตงั้ แต่อนบุ าล – ม.3 สงั กดั สพฐ. และ อปท. เท่านั้น) 2.3 ระดับมัธยมศึกษา (เปิดสอนตั้งแต่ ม.1 – ม.3, ม.๔– ม.6, ม.1 – ม.6 รวมถึงโรงเรียนที่เปิดสอน อนุบาล ถึง ม.6 ทกุ สงั กดั ) 3. ขนั้ ตอนการประกวด 3.1 จัดทำเอกสารรายงานผลการดำเนินงานโดยใช้ข้อมูลย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี (นับถึงวันสุดท้ายของการ รับสมัคร) จำนวนไม่เกิน 1๒๐ หน้า นับตั้งแต่ปกหน้าถึงปกหลัง (หากเกินจะไม่รับพิจารณา) โดยจัดรูปเล่มเอกสาร ตามหัวขอ้ ท่กี ำหนดให้ จัดทำเปน็ รูปเลม่ จำนวน 1 เล่ม พร้อมสำเนา จำนวน 4 เลม่ (รวมท้งั หมด 5 เลม่ ) 3.2 จดั สง่ เอกสาร ตามข้อ 3.1 ดงั นี้ 3.2.1 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ให้โรงเรียนที่เข้าประกวด จัดส่งเอกสารให้สำนักงานเขตพื้นที่ การศกึ ษา ตามวนั เวลา ที่กำหนด เพอ่ื คดั เลือกตวั แทนเขา้ ประกวดในระดับชาติต่อไป 3.2.2 ระดับชาติ ให้โรงเรียนที่เป็นตัวแทนเขตพื้นที่การศึกษา จัดส่งเอกสารให้สำนักงานเขตพื้นท่ี การศึกษาที่เป็นเจา้ ภาพในระดับชาติของแต่ละภูมภิ าค ตามวนั เวลา ที่กำหนด 4. เกณฑก์ ารประกวด 60 คะแนน(ให้ ๕ คะแนน ตอนที่ 1 พิจารณาเอกสารรายงานผลการดำเนินงานของสภานักเรยี น 10 คะแนน 10 คะแนน คณะกรรมการการประเมนิ ปฏิบัตติ ามขอ้ ๗.๒ อย่างเคร่งครัด) 1. ทีม่ าของสภานกั เรยี น และบทบาทหนา้ ที่ ตามโครงสรา้ งของสภานักเรยี น 10 คะแนน ๒. โครงการ/งาน/กจิ กรรมที่สง่ เสรมิ การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมี 10 คะแนน ๑๐ คะแนน พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข โดยการมีสว่ นรว่ มของสภานกั เรยี น ๕ คะแนน 3. จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมวถิ ปี ระชาธิปไตยโดยการมสี ว่ นรว่ มของสภานกั เรียน ประกอบดว้ ย - คารวธรรม - สามคั คีธรรม - ปญั ญาธรรม 4. มีจิตอาสาและการมีสว่ นร่วมของสภานกั เรียนในโรงเรยี น 5. มกี ารประสานงานกบั องคก์ รและการสรา้ งเครือข่ายของสภานักเรียน กบั ชุมชนและองคก์ รตา่ งๆ รวมท้งั ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั 6. มผี ลการปฏบิ ัตงิ านของสภานกั เรยี นท่ีเปน็ เลิศ (Best Practice) ๗. มีการประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงาน ศิลปหตั ถกรรมนักเรียนครง้ั ท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น หนา้ 29
ตอนที่ 2 พจิ ารณาจากการนำเสนอผลงานและการตอบคำถาม 40 คะแนน 1. ที่มาของสภานกั เรียน และบทบาทหน้าที่ ตามโครงสร้างของสภานกั เรียน ๓ คะแนน ๒. โครงการ/งาน/กิจกรรมทีส่ ่งเสรมิ การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย 3 คะแนน อันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข โดยการมสี ว่ นรว่ มของสภานกั เรยี น 3. จดั กจิ กรรมท่สี ่งเสรมิ วถิ ปี ระชาธปิ ไตยโดยการมีส่วนร่วมของสภานกั เรียน ๓ คะแนน ประกอบดว้ ย - คารวธรรม - สามคั คีธรรม - ปัญญาธรรม 4. มจี ิตอาสาและการมีส่วนรว่ มของสภานกั เรยี นในโรงเรียน ๓ คะแนน 5. มกี ารประสานงานกบั องค์กรและการสร้างเครือข่ายของสภานกั เรียนกับชุมชน และองคก์ รตา่ งๆ รวมทงั้ ประโยชน์ทไ่ี ด้รับ ๓ คะแนน 6. มกี ารประเมนิ ผลและรายงานผลการดำเนินงาน ๔ คะแนน ๗. มีผลการปฏิบตั งิ านของสภานกั เรียนทีเ่ ปน็ เลศิ (Best Practice) ๖ คะแนน ๘. วธิ กี ารนำเสนอทีน่ า่ สนใจ 5 คะแนน ๙. การตอบคำถาม 10 คะแนน หมายเหตุ ๑. การนำเสนอผลงานห้ามใชส้ ือ่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ทุกประเภท และไมต่ ้องจัดนทิ รรศการ หลงั จาก จบการนำเสนอ คณะกรรมการจะซกั ถาม ๒. การนำเสนอผลงานไมเ่ กิน 10 นาที หากนำเสนอเกินเวลาทก่ี ำหนดจะถกู ตัดนาทีละ 1 คะแนน (เศษของนาทใี หค้ ดิ เปน็ 1 นาที) ๓. การตอบคำถาม ไม่นบั รวมในเวลาท่นี ำเสนอผลงาน 5. เกณฑ์การตัดสินการประกวด รอ้ ยละ 80 - 100 ได้รบั รางวัลระดบั เหรียญทอง รอ้ ยละ 70 – 79 ได้รับรางวลั ระดบั เหรียญเงนิ รอ้ ยละ 60– 69 ไดร้ บั รางวัลระดบั เหรียญทองแดง ต่ำกว่าร้อยละ 60 ไดร้ ับเกยี รติบตั ร เวน้ แต่กรรมการจะเห็นเป็นอย่างอ่ืน ผลการตดั สินของคณะกรรมการถือเป็นทสี่ ิน้ สุด 6. การเข้าประกวดระดับชาติ ให้โรงเรียนที่เป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาที่เข้าประกวดในระดับชาติ ต้องได้คะแนนระดับ เหรียญทอง ลำดบั ที่ ๑ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป) 7. คณะกรรมการตดั สนิ 7.1 คณะกรรมการแบ่งเป็น 3 ระดับ ระดับละ 5 คน ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้มีความรู้และ ประสบการณเ์ ก่ยี วกับกิจกรรมสภานักเรยี น 7.2 ข้อปฏิบัติของคณะกรรมการ - ตอ้ งไมเ่ ปน็ ผมู้ ีสว่ นไดเ้ สียกับโรงเรยี นทีเ่ ข้าประกวด *- ต้องประเมินดา้ นเอกสารให้แลว้ เสรจ็ ก่อนวันประกวด 7.3 สถานทป่ี ระกวด เปน็ หอ้ งประชุมหรือสถานทขี่ นาดกวา้ งเพียงพอที่จะนำเสนอและให้ผสู้ นใจ กิจกรรมเข้ารับฟังและรับชมได้ ศิลปหัตถกรรมนกั เรยี นครงั้ ที่ 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน หนา้ 30
๗.๔ ในกรณีที่มีทีมชนะเลิศระดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากันมากกว่า ๑ ทีม ให้พิจารณาคะแนนรวมใน ตอนที่ 2 การนำเสนอผลงานและตอบคำถาม 7.๕ ผลการตัดสนิ ของคณะกรรมการทกุ ระดับถอื เปน็ ทส่ี น้ิ สุด การเตรยี มการจดั การประกวดกิจกรรมสภานักเรยี นในงานศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี น 1. สถานท่ีจดั การประกวด ๑.๑. เป็นห้องโถงพร้อมเวทที ส่ี ามารถให้นักเรยี น 7-10 คน นำเสนอผลงานได้ ๑.๒. จัดหาเกา้ อ้สี ำหรับนักเรียนครูและผสู้ นใจเข้ารว่ มฟังและชมการนำเสนอได้ 2. วสั ดอุ ปุ กรณท์ ่ีตอ้ งใช้ 2.1 โตะ๊ เกา้ อ้ีสำหรับคณะกรรมการตัดสนิ 2.2 เครื่องเสียง 1 ชุด พรอ้ มไมโครโฟนอยา่ งน้อย ๕ ตัว 2.3 โตะ๊ เกา้ อส้ี ำหรับคณะกรรมการดำเนนิ การและรับรายงานตัวตามความเหมาะสม ๒.๔ นาฬิกาจบั เวลา ๒.๕ เอกสารต่างๆทเ่ี ก่ียวข้อง 3. การบรหิ ารจัดการประกวดท่ปี ระสบผลสำเร็จ ๓.๑ หน่วยงานท่จี ัดการประกวดควรจัดการประกวดให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการท่กี ำหนด ๓.๒ คณะกรรมการควรศึกษาเอกสารหลกั เกณฑ์การประกวดใหช้ ดั เจน ๓.๓ การจัดทำข้อคำถามของคณะกรรมการถอื เป็นความลับ และคำถามตอ้ งไมซ่ ำ้ กัน มีการจบั สลากตอบคำถามตามลำดับ ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นคร้ังที่ 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หนา้ 31
โตะ# เกา( อี้ สำหรบั คณะกรรมการดำเนนิ งาน รปู แบบการจัดสถานท่ีประกวด เวทีการนำเสนอ โต/ะ เก1าอี้ สำหรับกรรมการ เก1าอ้ี สำหรบั นักเรียน, ครูและผู1สนใจ ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรียนครั้งท่ี 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น หนา้ 32
ผังรูปถ่ายคณะกรรมการสภานักเรยี น โรงเรียน......................................................... อำเภอ..........................................จงั หวัด...................................... สพป............................................................. สพม. เขต...............(จงั หวัด.................................) ๑. ชื่อ/สกลุ ...................................................................... ชน้ั ................ ๒. ชื่อ/สกุล..................................................................ชัน้ ................ ตำแหนง่ ........................................................................................... ตำแหนง่ ....................................................................................... ๓. ช่อื /สกุล...................................................................... ช้นั ................ ๔. ชอื่ /สกลุ ...................................................................ชั้น................ ตำแหน่ง............................................................................................ ตำแหนง่ ........................................................................................ ๕. ชอื่ /สกุล...................................................................... ชั้น................ ๖. ชอื่ /สกลุ ...................................................................ช้นั ................ ตำแหนง่ ........................................................................................... ตำแหนง่ ........................................................................................ ๗. ชอ่ื /สกุล...................................................................... ชนั้ ................ ๘. ชื่อ/สกลุ ...................................................................ชัน้ ................ ตำแหน่ง........................................................................................... ตำแหน่ง....................................................................................... ๙. ชื่อ/สกุล...................................................................... ช้นั ................ ๑๐. ชอ่ื /สกลุ ...................................................................ชัน้ ................ ตำแหนง่ ........................................................................................... ตำแหน่ง................................................................................... ลงช่อื ........................................................ผ้รู ับรอง (..........................................................) ผอู้ ำนวยการโรงเรียน................................................................ ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรียนคร้ังท่ี 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น หน้า 33
4. กิจกรรมนักเรยี นเพ่ือนที่ปรกึ ษา (YC : Youth Counselor) • หลกั เกณฑก์ ารแขง่ ขัน ๑. คุณสมบตั ผิ ู้เข้าแข่งขนั - เป็นนกั เรียนเพื่อนท่ีปรกึ ษา (YC : Youth Counselor) ของโรงเรียน ๒. โรงเรยี นทีเ่ ข้าแข่งขัน แบง่ ออกเป็น ๓ ระดบั ดงั นี้ ๒.๑ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ (โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษา ) ๒.๒ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ๒.๓ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๓. ประเภทและจำนวนของการแขง่ ขัน ๓.๑ แข่งขนั เป็นทมี จำนวนทมี ละ ๕ คน ๓.๒ โรงเรียนสามารถสง่ เขา้ แข่งขัน ได้ระดับละ ๑ ทมี เท่าน้ัน • วธิ ดี ำเนินการและรายละเอยี ดการแขง่ ขนั ๑. การจดั เตรยี มเอกสาร ๑.๑ โรงเรียนที่เข้าแข่งขันกิจกรรมนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC : Youth Counselor) ต้องจัดเตรียม เอกสาร “รายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของกิจกรรมนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC : Youth Counselor)”ซึ่ง ประกอบด้วย ๑.๑.๑ บันทกึ ขอ้ มลู การดำเนนิ งานและการให้คำปรกึ ษาของนกั เรียน YC ๑.๑.๒ การประสานงานเครอื ข่าย / ความรว่ มมือในการดำเนนิ งาน ๑. ๑.๓ การเชื่อมโยงโครงการนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC : Youth Counselor) กับระบบการ ดูแล ช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน ทั้งนี้ จะต้องแสดงข้อมูลการดำเนินงานของนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา เกี่ยวกับแบบ รายงานผลการปฏิบัติงาน คำสั่ง บันทึกการปฏิบัติงาน รายงานการประชุม หนังสือแจ้ง-เวียน แผ่นพับ โปสเตอร์ ภาพถ่าย CD DVD และสื่ออื่น ๆ ที่ช่วยให้คณะกรรมการ ฯ ประเมินผลการดำเนินงาน เห็นถึงความพยายามและ คุณภาพของการ ปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน ในกรณีที่โรงเรียนเดียวกันส่งแข่งขัน ๒ ระดับ เอกสารที่ส่งมาเพื่อพิจารณา จะตอ้ งมีเนือ้ หาหรอื ผลการดำเนนิ งานของนกั เรียน YC ทไี่ ม่ ซำ้ ซ้อนกนั ๑.๒ เอกสารหลักฐาน ตามข้อ ๑ มีจำนวนหน้า ไม่เกิน ๘๐ หน้า นับจากสารบัญจนถึงหน้า สุดท้ายของ ภาคผนวก หากเกินจากที่กำหนดจะมีผลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการ ฯ และ เอกสารหลักฐานที่นำเสนอต้อง เป็นข้อมูลย้อนหลัง ไม่เกิน ๓ ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2562 - 2564) โดยมี ผู้บริหารโรงเรียนลงนามรับรอง ความถูกตอ้ งเอกสารหลกั ฐานทน่ี ำเสนอนน้ั ๒. การจัดสง่ เอกสาร ๒.๑ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนที่เข้าแข่งขัน ต้องจัดส่งเอกสาร จำนวน ๕ เล่ม ให้สำนักงานเขต พน้ื ทก่ี ารศึกษา ตามวัน เวลา ทีก่ ำหนด เพื่อคัดเลอื กผแู้ ทนเข้าแขง่ ขันในระดบั ภมู ิภาคตอ่ ไป ๒.๒ ระดับภูมิภาค ให้โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจากระดับเขตพื้นที่การศึกษา ต้องจัดส่งเอกสาร จำนวน ๕ เล่ม ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นเจ้าภาพ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ก่อนถึง วันแรกของ การแข่งขัน ทั้งนี้ สามารถจัดส่งโดยตรง หรือ จัดส่งทางไปรษณีย์ ตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น งานศิลปหัตถกรรม นกั เรียน ครงั้ ที่ ๖๙ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หนา้ ๓๒ ๒.3 ระดับชาติให้โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกและเป็นผู้แทนระดับภูมิภาค จัดส่งเอกสารที่ได้แก้ไข ตาม ข้อแนะนำของคณะกรรมการ ฯ ระดับภูมิภาค จำนวน 5 เล่ม ให้กับสำนักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษา กลุ่ม พัฒนาระบบการแนะแนว อาคาร สพฐ.3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ถนน ราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10300 (กิจกรรม นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา) ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี นคร้งั ที่ 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น หน้า 34
ล่วงหน้าไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๕ วนั ก่อนถึงวันแรกของการแข่งขัน ทั้งนี้ สามารถจัดส่ง โดยตรง หรอื จัดสง่ ทางไปรษณีย์ ตาม ระยะเวลาท่ีกำหนดเทา่ น้นั • เกณฑก์ ารแขง่ ขัน เกณฑก์ ารพจิ ารณา ระดบั เขตพนื้ ท่ีการศึกษา ระดับภมู ภิ าค และระดบั ชาติ คณะกรรมการฯ จะพจิ ารณา 3 ดา้ น คอื ดา้ นที่ 1. เอกสาร “รายงานผลการดำเนนิ งานอย่างตอ่ เน่ืองของกิจกรรมนักเรยี นเพื่อนที่ปรกึ ษา (YC : Youth Counselor)” ดา้ นที่ 2. การนำเสนอผลงานและการตอบคำถาม ด้านที่ 3. ความสามารถในการให้คำปรกึ ษา เกณฑ์การให้คะแนน ๑. ระดับเขตพื้นที่การศกึ ษาและระดับภูมภิ าค ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับภูมิภาค คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีสัดส่วนของ คะแนน ในแตล่ ะด้านคือ 30 : 30 : 40 รายละเอยี ดดงั นี้ ๑.๑ พิจารณาจากเอกสาร“รายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของกิจกรรม (๓๐ คะแนน) นกั เรยี นเพอ่ื นที่ปรกึ ษา (YC : Youth Counselor)” ประกอบดว้ ย - การจดั ทำบันทึกข้อมลู การทำงานและการใหค้ ำปรกึ ษา 10 คะแนน - การประสานงานเครอื ข่าย / ความร่วมมือในการดำเนนิ งานพร้อม 10 คะแนน เอกสารหลักฐานขอ้ มลู การดำเนินงานที่เหมาะสม ชดั เจน ตามสภาพจรงิ - เอกสารหลักฐานแสดงขอ้ มลู การดำเนนิ งานการเช่ือมโยงโครงการ ๑๐ คะแนน นกั เรยี นเพื่อนทปี่ รกึ ษากบั ระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นของโรงเรยี น อยา่ งชัดเจน ๑.๒ การนำเสนอผลงานและตอบคำถาม (30 คะแนน) - ผลการดำเนนิ งานของโครงการนกั เรียนเพอื่ นที่ปรกึ ษาในโรงเรยี น 5 คะแนน - ผลงานท่ที มี งานนักเรยี นเพ่ือนที่ปรึกษามีความประทบั ใจ / ประสบ ๑๐ คะแนน ความสำเร็จ - แนวทางการดำเนนิ งานกิจกรรมนกั เรียนเพื่อนท่ปี รกึ ษาท่จี ะทำตอ่ ไป 10 คะแนน - การตอบคำถามของคณะกรรมการได้อยา่ งชดั เจน สอดคล้อง ถูกตอ้ ง ๕ คะแนน ครบถว้ น ๑.๓ พิจารณาความสามารถในการให้คำปรกึ ษาเพ่ือน (40 คะแนน) กระบวนการให้การปรกึ ษาโดยพิจารณาจากขั้นตอนการใหค้ ำปรกึ ษา ๑๐ คะแนน ทง้ั 5 ขัน้ ตอน คอื - การสรา้ งสมั พันธภาพ - การสำรวจและทำความเข้าใจปญั หา - การหาแนวทางแก้ไขปญั หา - การวางแผนเพ่ือนำไปสู่การปฏบิ ัติ - การยตุ กิ ารให้การปรึกษาเพือ่ น ๑.๔ ทกั ษะการใหก้ ารปรกึ ษาพจิ ารณาจากการเลือกใช้ทกั ษะการใสใ่ จ 10 คะแนน การฟัง การถาม การเงียบ การทวนซำ้ การใหก้ ำลังใจ การสรุปความ การใหข้ อ้ มลู และคำแนะนำ รวมทั้งทกั ษะการชี้ผลทต่ี ามมาไดอ้ ย่าง หลากหลายและเหมาะสมกับปญั หาและสถานการณ์ ศิลปหตั ถกรรมนักเรียนคร้ังท่ี 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น หนา้ 35
๑.๕ แนวทางการชว่ ยเหลอื เพ่อื น พิจารณาจากความเหมาะสมกับปัญหา 10 คะแนน และการนำไปใช้ได้จรงิ รวมทง้ั เปน็ แนวทางทเ่ี พ่ือนมสี ่วนรว่ ม ในการกำหนด / แสดงความคดิ เห็น ๑.๖ บคุ ลกิ ภาพของผใู้ หก้ ารปรกึ ษา จะพจิ ารณาจากสหี น้า ท่าทาง 10 คะแนน การพดู จา นำ้ เสยี ง ความรสู้ กึ ทแ่ี สดงออกมา และการแต่งกาย ๒. ระดับชาติ ระดับชาติ คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีสัดส่วนของคะแนนในแต่ละด้านคือ 20 : 20 : 60 รายละเอยี ดดงั น้ี ๒.1 พจิ ารณาจากเอกสารรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมนกั เรียนเพือ่ นทป่ี รกึ ษา (20 คะแนน) - เอกสารหลกั ฐานแสดงขอ้ มลู การทำงานและการใหค้ ำปรึกษา ๑๐ คะแนน - การประสานงานเครือขา่ ย / ความรว่ มมือในการดำเนินงานพรอ้ มเอกสาร ๕ คะแนน หลักฐานข้อมลู การดำเนินงานท่เี หมาะสม ชัดเจน ตามสภาพจริง - เอกสารหลกั ฐานแสดงข้อมลู การดำเนินงานการเช่ือมโยงโครงการนักเรยี น ๕ คะแนน เพ่ือนทป่ี รกึ ษา (YC : Youth Counselor) กบั ระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี น ของโรงเรียนอย่างชดั เจน ๒.2 การนำเสนอผลงานและตอบคำถาม (20 คะแนน) - ผลการดำเนนิ งานของโครงการนกั เรียนเพอื่ นท่ีปรกึ ษาในโรงเรียน ๕ คะแนน - ผลงานที่ทมี งานนกั เรียนเพอ่ื นทปี่ รึกษามีความประทับใจ / ประสบความสำเร็จ ๕ คะแนน - แนวทางการดำเนนิ งานกิจกรรมนักเรยี นเพ่อื นทป่ี รกึ ษาท่จี ะทำต่อไป ๕ คะแนน - การตอบคำถามของคณะกรรมการไดอ้ ย่างชัดเจน สอดคลอ้ ง ถูกตอ้ ง ครบถว้ น ๕ คะแนน ทั้งนี้ ขอให้นำเสนอผลงานและตอบคำถามให้ตรงประเด็นและไม่อนุญาตให้มีวัสดุ / อุปกรณ์ หรือ สอื่ ตา่ ง ๆ ประกอบการนำเสนอ ๒.๓ พจิ ารณาความสามารถในการให้คำปรึกษาเพอ่ื น (60 คะแนน) ๒.๓.๑ กระบวนการใหก้ ารปรึกษาโดยพจิ ารณาจากขน้ั ตอนการใหค้ ำปรกึ ษา 10 คะแนน ทงั้ 5 ข้นั ตอน คอื - การสรา้ งสัมพันธภาพ - การสำรวจและทำความเข้าใจปัญหา - การหาแนวทางแกไ้ ขปัญหา - การวางแผนเพือ่ นำไปสู่การปฏบิ ตั ิ - การยุติการใหก้ ารปรกึ ษาเพื่อน ๒.๓.๒ ทักษะการให้การปรึกษาโดยพิจารณาจากการเลือกใช้ทักษะการใสใ่ จ 20 คะแนน การฟงั /การถาม/การเงยี บ/การทวนซำ้ /การใหก้ ำลังใจ/การสรุปความ /การใหข้ อ้ มูลและคำแนะนำ รวมทง้ั ทักษะการช้ผี ลท่ตี ามมาไดอ้ ยา่ ง หลากหลายและเหมาะสมกับปัญหา ๒.3.๓ แนวทางการช่วยเหลอื เพื่อน โดยพิจารณาจากความเหมาะสมกบั ปญั หา 20 คะแนน และการนำไปใช้ได้จรงิ รวมทงั้ เปน็ แนวทางทเี่ พอื่ นมสี ว่ นรว่ ม ในการกำหนด / แสดงความคดิ เหน็ ๒.3.๔ บคุ ลิกภาพของผู้ให้การปรกึ ษา โดยพิจารณาจาก สหี นา้ ทา่ ทาง 10 คะแนน การพดู จา นำ้ เสียง ความรสู้ ึกท่แี สดงออกมาและการแตง่ กาย ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นคร้ังที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน หนา้ 36
• เกณฑ์ตดั สนิ การแข่งขนั รอ้ ยละ 80 – 100 ได้รับรางวลั ระดบั เหรยี ญทอง รอ้ ยละ 70 – 79 ไดร้ ับรางวัลระดับเหรียญเงิน ร้อยละ 60 – 69 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง ไดค้ ะแนนตำ่ กว่ารอ้ ยละ 60 ได้รบั เกียรติบตั รชมเชย ผลการตดั สินของคณะกรรมการถอื เปน็ ส้นิ สดุ • การมอบรางวัล ๑.รางวลั ประเภทเหรียญ โรงเรียนที่ได้คะแนนสูงสุด ๓ ลำดับแรก ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป จะได้รับเหรียญทอง เหรียญเงิน และ เหรียญทองแดง ตามลำดับ ๒.รางวลั ประเภทเกยี รติบัตร ร้อยละ 80 – 100 ได้รับรางวัลเกียรตบิ ตั รเหรยี ญทอง ร้อยละ 70 – 79 ได้รับรางวัลเกียรติบัตรเหรยี ญเงนิ ร้อยละ 60 – 69 ไดร้ ับรางวลั เกียรตบิ ัตรเหรียญทองแดง คะแนนตำ่ กว่ารอ้ ยละ 60 ได้รบั เกยี รติบตั รชมเชย • คณะกรรมการตัดสนิ การแข่งขันกจิ กรรมนกั เรยี นเพ่อื นที่ปรึกษา (YC : Youth Counselor) ๑. คณุ สมบตั คิ ณะกรรมการตัดสนิ ผลการแข่งขันกิจกรรมนกั เรียนเพื่อนทปี่ รกึ ษา (YC : Youth Counselor) ๑.๑ คณะกรรมการฯ ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ในงานแนะแนวและมีประสบการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องกิจกรรม นักเรียนเพือ่ นท่ปี รึกษา (YC : Youth Counselor) และกระบวนการใหก้ ารปรกึ ษา ๑.๒ กรรมการฯ ควรมาจากสถานศึกษา หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่หลากหลาย อาจจะเป็น บุคคลภายนอก เช่น บุคลากรจากมหาวิทยาลัย นกั จติ วิทยาจากโรงพยาบาล หรือ นักแนะแนว เปน็ ตน้ ๒. คณะกรรมการตดั สนิ ผลการแขง่ ขนั กจิ กรรมนกั เรียนเพ่อื นที่ปรกึ ษา (YC : Youth Counselor) ๒.๑ คณะกรรมการ ฯ แบ่งเป็น ๓ ระดับ ระดบั ละ ๕ คน ๒.๒ คณะกรรมการ ฯ ควรประเมินด้านเอกสารของโรงเรียนท่เี ขา้ แข่งขนั ในแต่ละระดบั ใหแ้ ล้วเสร็จ ก่อนวนั แขง่ ขนั ๒.๓ คณะกรรมการ ฯ ตอ้ งเตรียมข้อคำถาม สำหรบั ใหผ้ ู้เข้าแข่งขันได้ร่วมกนั ตอบต่อหนา้ คณะกรรมการ ฯ ๒.๔ คณะกรรมการ ฯ ตอ้ งไม่ตดั สินในกรณีเขตการศกึ ษา / สถานศึกษาของตนเขา้ ร่วมการแข่งขนั ๒.๕ คณะกรรมการฯ ควรให้ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งต่อเนื่องกับนกั เรียนที่ชนะการแขง่ ขนั ใน ลำดบั ที่ 1 - 3 • การเขา้ แข่งขนั ระดับภาค และระดบั ชาติ ๑. ทีมที่เป็นตัวแทนของเขตพ้ืนที่การศึกษาเข้าแข่งขันในระดับภาค ต้องได้คะแนนระดับเหรียญทอง ลำดับที่ ๑ (คะแนนร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป) และทีมที่เป็นตัวแทนระดับภาคเข้าแข่งขันในระดับชาติ จะต้องได้ คะแนนระดับ เหรียญทอง ลำดบั ท่ี ๑ – ๓ (คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป) ๒. ในกรณีแข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษา มีทีมชนะในลำดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน และในระดับภาคมี มากกว่า ๓ ทมี ใหพ้ จิ ารณาลำดบั ท่ตี ามลำดับขอ้ ของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มที มี ทไี่ ดค้ ะแนนด้านที่ ๑ เท่ากันใหด้ ดู ้านที่ ๒ ทีมที่ได้คะแนนด้านที่ ๒ มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าด้านที่ ๒ เท่ากัน ให้ดูในด้านที่ ๓ กรณีคะแนนเท่ากันทุกด้าน ให้ประธานกรรมการตัดสินเปน็ ผ้ชู ข้ี าด • การเผยแพรผ่ ลงานท่ไี ดร้ บั รางวัล ผลงานของนักเรียนที่ได้รับคะแนนสูงสุดอันดับที่ ๑ – ๓ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ในการนำไปเผยแพร่ในเว็บไซตแ์ ละประชาสมั พันธต์ อ่ ไป ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี นครัง้ ท่ี 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หน้า 37
• รายละเอยี ดกิจกรรมในการจัดเตรยี มการแขง่ ขันกจิ กรรมนกั เรียนเพ่อื นทปี่ รกึ ษา(YC : Youth Counselor) หนว่ ยงานท่จี ัดการแข่งขนั ต้องดำเนินการเพมิ่ เติม ดังน้ี ๘.๑ ประชมุ ชแ้ี จงคณะกรรมการตดั สนิ ผลการแข่งขันทกุ ระดับ ๘.๒ จัดให้มีการตรวจสอบและประเมินด้านเอกสารของโรงเรียนที่เข้าแข่งขันให้แล้วเสร็จก่อนวันแข่งขัน ๘.๓ จดั แฟ้มแบบฟอรม์ การให้คะแนนของกรรมการฯ ทุกคน (ซึง่ คณะผู้จัดการแขง่ ขันต้องเตรยี มไว้ ลว่ งหนา้ กอ่ นการแขง่ ขนั ) ๘.๔ จัดเตรียมห้องสำหรับการแข่งขันกิจกรรมนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษาที่เหมาะสม ควรเป็นสถานที่เงียบ ไม่มี คนเดินพลุกพล่าน มีความเป็นส่วนตัว ปลอดการรบกวนจากเสียงหรือผู้คน เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันมี สมาธิในการให้การ ปรกึ ษา ๘.๕ จัดเตรียมห้องเก็บตัวของผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษา (Counselor) และห้องฝึกซ้อมนักเรียน ที่ แสดงบทบาทสมมตเิ ป็นผขู้ อรบั คำปรึกษา (Counselee) ๘.๖ จดั เตรยี มนักเรยี นแสดงบทบาทสมมติ โดย ๑) ผู้จัดการแข่งขัน ต้องเตรียมกรณีศึกษาที่เน้นให้ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้ความสามารถในการ คิดวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา ไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง ของแต่ละระดับการแข่งขัน และ จัดเตรียมนักเรียนแสดง บทบาทสมมตเิ ป็นผ้ขู อรบั คำปรึกษา (Counselee) กรณศี กึ ษาละ 1 คน โดยให้เหมาะสมกับระดบั ชนั้ (รวม 5 คน) เพื่อขอรับคำปรึกษาจากผู้ให้คำปรึกษา (Counselor) ใน เวทีการแข่งขัน ทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับภาค และ ระดบั ชาติ ๒) ทีมที่เข้าแข่งขัน คัดเลือกสมาชิกมา 1 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา (Counselor) เพื่อให้ ผู้แข่งขันได้แสดงถึงความสามารถในการใหก้ ารปรกึ ษาแกผ่ ูท้ ี่มาขอรับคำปรึกษา (Counselee) 8.๗ ก่อนการแข่งขันควรมีเจ้าหน้าที่ชี้แจงรายละเอียด ทำความเข้าใจให้ผู้เข้าแข่งขันรับทราบถึง กระบวนการและข้นั ตอนในการแข่งขันอย่างชดั เจน ๘.๘ มเี จา้ หนา้ ทจ่ี ัดลำดับและเชิญให้ผู้เขา้ แขง่ ขันและนักเรยี นท่ีแสดงบทบาทสมมติเข้าไปยงั ห้องแข่งขนั ๘.๙ ให้ผ้เู ขา้ แข่งขันจบั สลากกรณศี กึ ษาต่อหนา้ คณะกรรมการ ฯ กอ่ นท่ีจะดำเนนิ การแขง่ ขัน ๘.๑๐ ในการแขง่ ขันแตล่ ะทีมจะใช้เวลา ดังน้ี - การนำเสนอโดยทีม ใชเ้ วลา 5 นาที - การนำเสนอบทบาทสมมตุ ิ ใช้เวลา 10 นาที หากใช้เวลาเกินกว่าทก่ี ำหนด จะมผี ลตอ่ การพจิ ารณาของคณะกรรมการ ฯ 8.๑๑ มีคณะทำงาน / เจา้ หน้าที่นำผลการใหค้ ะแนนของกรรมการ ฯ แตล่ ะคนมาประมวลผลหลงั ส้ินสุด การแข่งขนั 8.1๒ การประกาศผลการแขง่ ขนั และการมอบรางวัล ใหแ้ ล้วเสร็จภายในวันแขง่ ขันของแตล่ ะระดับ ************************************ สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ศิลปหตั ถกรรมนักเรยี นครัง้ ที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น หนา้ 38
5. กิจกรรมส่งเสริมนสิ ัยรักการอ่าน 1. การจัดทำหนังสือเลม่ เล็ก 1.1 คณุ สมบตั ิผูเ้ ข้าแขง่ ขัน 1.1.1 นักเรยี นระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 (สพป./ทกุ สงั กัด) 1.1.2 นักเรยี นระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 - 3 (สพป./สพม./ทกุ สงั กัด) 1.1.3 นักเรียนระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 (สพป./สพม./ทุกสงั กัด) 1.2 ประเภทและจำนวนผเู้ ขา้ แข่งขัน 1.2.1 รปู แบบในการแข่งขันเปน็ ทีม ทมี ละ 3 คน 1.2.2 จำนวนทีมทเ่ี ขา้ แข่งขัน แบง่ เปน็ 4 ระดบั ดังนี้ 1.2.2.1 นกั เรียนระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 1 ทีม (สพป./ทกุ สังกดั ) 1.2.2.2 นักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 - 3 จำนวน 1 ทมี (สพป./ทกุ สังกดั ) 1.2.2.3 นักเรยี นระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 - 3 จำนวน 1 ทีม (สพม./ทกุ สงั กดั ) 1.2.2.4 นักเรียนระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 จำนวน 1 ทมี (สพป./สพม./ทุกสังกัด) 1.3 วธิ ีดำเนินการและรายละเอยี ดหลักเกณฑ์การแขง่ ขัน 1.3.1 ลักษณะของการจัดทำหนังสือเล่มเล็ก เป็นหนังสือบันเทิงคดี มีภาพประกอบมีแก่นของเรื่อง (Theme) หรอื หัวข้อเรอ่ื งที่ใชแ้ ข่งขนั ซึ่งคณะกรรมการจะแจง้ ให้ทราบในวันแข่งขนั 1.3.2 รปู แบบของหนงั สอื เล่มเล็ก 1.3.2.1 นักเรยี นระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 1) ชนิดกระดาษ เนื้อในและปกของหนังสือใช้กระดาษวาดเขียน 100 ปอนด์ ปกหนงั สือทำเป็นปกออ่ นหรือปกแข็งกไ็ ด้ และตัดกระดาษให้เรยี บรอ้ ยโดยไม่ขดี เขยี นใด ๆ 2) รูปเล่มของหนังสือ ขนาด A4 พับครึ่ง หรือ 14.8 x 21 เซ็นติเมตร ลักษณะ แนวตง้ั มอี งคป์ ระกอบเรยี งลำดบั ดงั น้ี ¡ ส่วนหน้า ประกอบด้วย ปกหน้า (บอกชื่อหนังสือและคณะผู้จัดทำ) หน้าปก ใน (บอกชื่อหนังสือและคณะผู้จัดทำ) และหน้าคำนำ (บอกถึงวัตถุประสงค์และแรงบันดาลใจ ที่มาของเรื่องหรือการ นำเสนอเนอ้ื หา และคำขอบคุณผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการจัดทำหนังสอื ) ¡ ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย เนื้อเรื่อง และภาพประกอบ พร้อมทั้งกำหนดเลข หน้าให้ชัดเจน ¡ ส่วนท้าย ประกอบด้วย หน้าคณะผู้จัดทำ (บอกชื่อหนังสือชื่อผู้จัดทำ ชื่อ โรงเรยี น อำเภอ จังหวดั และชอ่ื เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา) และปกหลังของหนังสอื 3) ความหนาของเนอื้ เรือ่ งและภาพประกอบ จำนวน 8 หนา้ 4) เนื้อเรื่องของหนังสือ ต้องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเอง มีความเหมาะสมกับวัย ระดับช้นั และมีแนวคิดเชงิ สรา้ งสรรค์ เขยี นในรปู แบบรอ้ ยแกว้ และ หรอื รอ้ ยกรอง คำคลอ้ งจอง กลอนเปล่า 5) ตัวอักษรมีขนาด รูปแบบ และสี มีความเหมาะสมสำหรับเด็กระดับชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 6) ภาพประกอบ มีความสอดคลอ้ งกบั เนือ้ เร่ือง ขยายรายละเอยี ดใหเ้ ข้าใจเนอื้ เรือ่ ง ท่นี ำเสนอ และเสริมใหห้ นังสือมีความสวยงาม และนา่ อา่ น ไมอ่ นญุ าตใหจ้ ัดทำเปน็ ภาพสามมติ ิ (Pop Up) 7) ชนิดของสีที่ใช้ในการวาดภาพประกอบ ใช้สีไม้ ถ้าต้องการเน้นภาพประกอบใช้ ปากกาตดั เส้นได้ ศิลปหัตถกรรมนักเรียนครงั้ ท่ี 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น หน้า 39
8) เขียนกรอบแสดงเรื่องราวของหนังสือ (Story Board) บอกขั้นตอน การจัด วางเน้อื เรอ่ื ง ภาพประกอบ และรปู เลม่ ของหนังสือ ตั้งแตป่ กหน้าจนถึงปกหลังไว้ในแตล่ ะกรอบ อย่างชดั เจน 9) ทำรูปเล่ม ให้มีความสวยงามตลอดทั้งเล่ม สามารถเข้าเล่มแบบเย็บอก (มุง หลังคา) หรือสันหนังสือทากาว หรือเทปเยื่อกาวสองหน้า ห้ามใช้สเปรย์แล็กเกอร์ แล็กเกอร์เคลือบเงาหนังสือ แต่ อนุญาตใหใ้ ช้สต๊กิ เกอรใ์ สได้ 1.3.2.2 นักเรยี นระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3 1) ชนิดกระดาษ เนื้อในและปกของหนังสือใช้กระดาษวาดเขียน 100 ปอนด์ ปก หนงั สือทำเป็นปกอ่อนหรือปกแข็งก็ได้ และตดั กระดาษให้เรียบร้อยโดยไม่ขดี เขียนใด ๆ 2) รูปเล่มของหนังสือ ขนาด A4 พับครึ่ง หรือ 14.8 x 21 เซ็นติเมตรลักษณะ แนวต้งั มีองค์ประกอบเรียงลำดบั ดงั นี้ ¡ ส่วนหน้า ประกอบด้วย ปกหน้า (บอกชื่อหนังสือและคณะผู้จัดทำ) หน้าปก ใน (บอกชื่อหนังสือและคณะผู้จัดทำ) และหน้าคำนำ (บอกถึงวัตถุประสงค์และแรงบันดาลใจ ที่มาของเรื่องหรือการ นำเสนอเน้ือหา และคำขอบคณุ ผมู้ ีสว่ นเกี่ยวขอ้ งในการจดั ทำหนงั สือ) ¡ ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย เนื้อเรื่อง และภาพประกอบ พร้อมทั้งกำหนดเลข หนา้ ให้ชัดเจน ¡ ส่วนท้าย ประกอบด้วย หน้าคณะผู้จัดทำ (บอกชื่อหนังสือ ชื่อผู้จัดทำ ชื่อ โรงเรียน อำเภอ จงั หวัด และช่อื เขตพน้ื ที่การศึกษา) และปกหลังของหนังสือ 3) ความหนาของเนอื้ เรอื่ งและภาพประกอบ จำนวน 12 หน้า 4) เนื้อเรื่องของหนังสือ ต้องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเอง มีความเหมาะสมกับวัย ระดบั ชนั้ และมีแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ เขียนในรูปแบบร้อยแก้ว และ หรือร้อยกรอง คำคล้องจอง กลอนเปลา่ 5) ตัวอักษรมีขนาด รูปแบบ และสี มีความเหมาะสมสำหรับเด็กระดับชั้น มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 - 3 6) ภาพประกอบ มีความสอดคลอ้ งกับเนื้อเรือ่ ง ขยายรายละเอยี ดใหเ้ ขา้ ใจเน้ือเรอ่ื ง ท่นี ำเสนอ และเสรมิ ให้หนงั สอื มคี วามสวยงาม และน่าอา่ น ไมอ่ นุญาตใหจ้ ดั ทำเปน็ ภาพสามมิติ (Pop Up) 7) ชนิดของสีที่ใช้ในการวาดภาพประกอบ ใช้สีไม้ระบายน้ำ ถ้าต้องการเน้น ภาพประกอบใชป้ ากกาตัดเสน้ ได้ 8) เขียนกรอบแสดงเรื่องราวของหนังสือ (Story Board) บอกขั้นตอน การจัด วางเนื้อเร่ือง ภาพประกอบ และรปู เล่มของหนังสอื ต้ังแตป่ กหนา้ จนถึงปกหลงั ไว้ในแตล่ ะกรอบ อย่างชัดเจน 9) ทำรูปเล่ม ให้มีความสวยงามตลอดทั้งเล่ม สามารถเข้าเล่มแบบเย็บอก (มุง หลังคา) หรือสันหนังสือทากาว หรือเทปเยื่อกาวสองหน้า ห้ามใช้สเปรย์แล็กเกอร์ แล็กเกอร์เคลือบเงาหนังสือ แต่ อนญุ าตใหใ้ ช้สต๊ิกเกอรใ์ สได้ 1.3.2.3 นักเรียนระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 - 6 1) ชนิดกระดาษ เนื้อในและปกของหนังสือใช้กระดาษวาดเขียน 100 ปอนด์ ปก หนงั สือทำเปน็ ปกออ่ นหรือปกแข็งก็ได้ และตดั กระดาษใหเ้ รยี บร้อยโดยไมข่ ดี เขียนใด ๆ 2) รูปเล่มของหนังสือ ขนาด A4 พับครึ่ง หรือ 14.8 x 21 เซ็นติเมตรลักษณะ แนวตงั้ มอี งคป์ ระกอบเรยี งลำดับ ดังนี้ ¡ ส่วนหน้า ประกอบด้วย ปกหน้า (บอกชื่อหนังสือและคณะผู้จัดทำ) หน้าปก ใน (บอกชื่อหนังสือและคณะผู้จัดทำ) และหน้าคำนำ (บอกถึงวัตถุประสงค์และแรงบันดาลใจ ที่มาของเรื่องหรือการ นำเสนอเนอื้ หา และคำขอบคณุ ผู้มีสว่ นเก่ยี วข้องในการจัดทำหนงั สือ) ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นครงั้ ที่ 70 ปีการศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หน้า 40
¡ ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย เนื้อเรื่อง และภาพประกอบ พร้อมทั้งกำหนดเลข หนา้ ให้ชัดเจน ¡ ส่วนท้าย ประกอบด้วย หน้าคณะผู้จัดทำ (บอกชื่อหนังสือ ชื่อผู้จัดทำ ช่ือ โรงเรียน อำเภอ จงั หวัด และชือ่ เขตพืน้ ท่ีการศึกษา) และปกหลังของหนังสือ 3) ความหนาของเนือ้ เร่อื งและภาพประกอบ จำนวน 16 หนา้ 4) เนื้อเรื่องของหนังสือ ต้องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเอง มีความเหมาะสมกับวัย ระดับชนั้ และมีแนวคิดเชงิ สร้างสรรค์ เขียนในรูปแบบรอ้ ยแก้ว และ หรือร้อยกรอง คำคลอ้ งจอง กลอนเปลา่ 5) ตัวอักษรมีขนาด รูปแบบ และสี มีความเหมาะสมสำหรับเด็กระดับชั้น มัธยมศึกษาปที ่ี 4 - 6 6) ภาพประกอบ มีความสอดคล้องกบั เน้ือเรือ่ ง ขยายรายละเอยี ดให้เข้าใจเน้ือเรื่อง ทน่ี ำเสนอ และเสรมิ ใหห้ นงั สือมคี วามสวยงาม และน่าอ่าน ไม่อนุญาตให้จัดทำเป็นภาพสามมิติ (Pop Up) 7) ชนิดของสีที่ใช้ในการวาดภาพประกอบ ใช้สีไม้ระบายน้ำ ถ้าต้องการเน้น ภาพประกอบใช้ปากกาตัดเส้นได้ 8) เขียนกรอบแสดงเรื่องราวของหนังสือ (Story Board) บอกขั้นตอน การจัด วางเนือ้ เรอื่ ง ภาพประกอบ และรูปเล่มของหนังสือ ต้งั แตป่ กหนา้ จนถึงปกหลังไว้ในแตล่ ะกรอบ อยา่ งชัดเจน 9) ทำรูปเล่ม ให้มีความสวยงามตลอดทั้งเล่ม สามารถเข้าเล่มแบบเย็บอก (มุง หลังคา) หรือสันหนังสือทากาว หรือเทปเยื่อกาวสองหน้า ห้ามใช้สเปรย์แล็กเกอร์ แล็กเกอร์เคลือบเงาหนังสือ แต่ อนุญาตให้ใช้สติก๊ เกอรใ์ สได้ 1.3.3 ผลงานที่สง่ เขา้ แขง่ ขนั จะไมส่ ่งคนื 1.3.4 เวลาทใ่ี ช้ในการแข่งขนั จำนวน 6 ช่ัวโมง 1.3.5 วัสดอุ ปุ กรณใ์ นการแขง่ ขัน ผูแ้ ขง่ ขนั เปน็ ผู้จัดเตรยี มมาเองใหพ้ รอ้ ม 1.4 เกณฑก์ ารให้คะแนน (100 คะแนน) 1.4.1 เนอ้ื หาสาระ 30 คะแนน 1.4.2 ภาพประกอบ/การนำเสนอ 20 คะแนน 1.4.3 ความคิดสร้างสรรค์ 10 คะแนน 1.4.4 การใช้สำนวนภาษา 10 คะแนน 1.4.5 การเขียนกรอบแสดงเรือ่ งราวของหนังสอื (Story Board) 10 คะแนน 1.4.6 การทำรูปเล่ม 10 คะแนน 1.4.7 การตงั้ ชอื่ เร่ือง 5 คะแนน 1.4.8 ขนาด/รปู แบบ/สขี องตวั อกั ษร/ตัวสะกด/การวางวรรณยกุ ต์ 5 คะแนน ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันใช้เวลาแข่งขันเกินระยะเวลาที่กำหนด คณะกรรมการตัดคะแนน นาทลี ะ 1 คะแนน โดยนบั เวลาส่วนท่เี ปน็ เศษเกนิ กว่า 30 วนิ าที ให้นับเปน็ 1 นาที 1.5 เกณฑ์การตดั สนิ รอ้ ยละ 80 – 100 ไดร้ ับรางวลั ระดบั เหรียญทอง รอ้ ยละ 70 – 79 ไดร้ บั รางวัลระดบั เหรียญเงิน ร้อยละ 60 – 69 ได้รบั รางวลั ระดับเหรียญทองแดง ได้คะแนนต่ำกว่ารอ้ ยละ 60 ไดร้ บั เกยี รตบิ ัตร เว้นแต่คณะกรรมการมีความเหน็ เปน็ อยา่ งอื่นและผล การตดั สินของคณะกรรมการทกุ ระดบั ชน้ั ถือเปน็ ท่สี ้นิ สุด ศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี นครง้ั ท่ี 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น หน้า 41
1.6 คณะกรรมการแขง่ ขนั 1.6.1 คณะกรรมการดำเนินการ แบ่งออกเป็น 4 ระดับชั้น ระดับชั้นละไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งเป็นผู้ ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ดำเนินงานจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดด้วยความโปร่งใส และความเปน็ ธรรมแก่ทุกฝา่ ย 1.6.2 คณะกรรมการตัดสิน แบ่งออกเป็น 4 ระดับชั้น ระดับชั้นละ 3 - 5 คน โดยมีคุณสมบัติ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1.6.2.1 ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับวรรณกรรมสำหรับเด็กและ เยาวชน 1.6.2.2 ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน หรือการพัฒนาห้องสมุด หรือมคี วามรู้และประสบการณเ์ กย่ี วกับวรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน 1.6.2.3 ครูบรรณารักษ์ หรือครูผู้ทำหน้าที่บรรณารักษ์ หรือครูผู้สอน หรือผู้อำนวยการ โรงเรยี นทม่ี คี วามรู้และประสบการณ์เก่ียวกบั วรรณกรรมสำหรบั เดก็ และเยาวชน 1.6.2.4 ข้อควรคำนึงถึงในการสรรหากรรมการ เพ่อื ความโปร่งใส และยตุ ธิ รรม ดังนี้ 1) กรรมการที่เป็นครูผู้สอน หรือศึกษานิเทศก์ไม่เป็นกรรมการตัดสินในกรณี โรงเรียนของตนเข้าแขง่ ขนั 2) กรรมการที่เป็นครูผู้สอนควรเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ใน การจดั ทำหนงั สอื 3) กรรมการควรมาจากหนว่ ยงานและหรือองค์กรท่ีหลากหลาย 4) กรรมการสามารถให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงผลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง และมีคณุ ภาพใหก้ ับทีมผเู้ ขา้ แขง่ ขันทค่ี ะแนนระดับเหรียญทองในลำดับ 1 - 3 ในระดบั ภาค และหรือระดับชาติ 1.6.3 แนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการตดั สนิ 1.6.3.1 ประชมุ ปรึกษาหารอื กอ่ นการตัดสินเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจเกณฑก์ ารตดั สินใหเ้ ปน็ ไปดว้ ย ความเรยี บร้อย 1.6.3.2 ใหค้ ะแนนเป็นไปตามเกณฑ์ท่กี ำหนด 1.6.3.3 พิจารณาการใหค้ ะแนน ดังนี้ ¡ เนื้อหาสาระ พิจารณาตามแก่นของเรื่อง (Theme) หรือหัวข้อเรื่องที่ใช้แข่งขัน ซง่ึ คณะกรรมการแจง้ ให้ทราบในวันแข่งขัน ความคิดรวบยอดเหมาะสมกับระดบั ชัน้ และกลวิธีการดำเนนิ เรื่องน่าสนใจ สอดคล้องกนั อย่างมีระบบและมคี วามเหมาะสมกลมกลนื เป็นอย่างดี ¡ ภาพประกอบ พิจารณาความเหมาะสม สื่อความหมายได้สอดคล้องกับเน้ือเรื่อง มีความสวยงามในการสรา้ งสรรคข์ องตัวละคร ฉาก ส่งเสรมิ ความเขา้ ใจและจนิ ตนาการ ¡ ความคิดสร้างสรรค์ พิจารณาเนื้อเรื่อง ภาพประกอบ รูปเล่ม ปก การจัดวาง ตัวอกั ษร การจัดหน้า และส่วนประกอบอน่ื ๆ เหมาะสมกับระดับชัน้ ¡ การใช้สำนวนภาษา พิจารณาการใช้สำนวนโวหาร ถ้อยคำ วิธีเรียบเรียงถูกต้อง ตามหลกั ภาษาไทย และเหมาะสมกับระดบั ชน้ั ¡ การเขียนกรอบแสดงเรื่องราวของหนังสือ (Story Board) พิจารณาการนำเสนอ การจัดวางองค์ประกอบของหนังสือแต่ละกรอบ ตั้งแต่หน้าปกจนถึงหน้าสุดท้ายได้อย่างถูกต้องและชัดเจน สอดคล้อง กบั ผลงานทจี่ ดั ทำขึ้น ¡ การทำรูปเล่ม พิจารณาคุณค่าความงามเชิงศิลปะ ความประณีต แข็งแรงทนทาน และสะอาดเรยี บรอ้ ย ¡ การตั้งชื่อเรื่อง พิจารณาความสัมพันธ์กับแก่นของเรื่อง (Theme) วลีหรือ ข้อความท่ไี ด้ความหมายในตวั เอง มคี วามนา่ สนใจ และน่าตดิ ตามอ่าน ศลิ ปหัตถกรรมนักเรียนครั้งท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน หน้า 42
¡ ขนาด/รูปแบบ/สีของตัวอักษร/ตัวสะกด/การวางวรรณยุกต์ พิจารณาขนาด ตัวอักษรที่ใช้ของปกหนังสือ และเนื้อเรื่องเหมาะสมกับระดับชั้น รูปแบบ สีของตัวอักษรชัดเจน อ่านง่าย และเขียน ถูกตอ้ งตามหลกั ภาษาไทย 1.7 รายละเอยี ดในการจัดการแข่งขัน 1.7.1 การจัดเตรยี มอปุ กรณ์ในการแข่งขัน 1.7.1.1 ปา้ ยตงั้ โต๊ะบอกเลขทท่ี ีมท่ีเข้าแข่งขัน 1.7.1.2 นาฬกิ าบอกเวลา 1.7.1.3 เคร่อื งเสียง 1.7.2 การจัดเตรียมสถานที่ในการแข่งขนั 1.7.2.1 สถานที่ หรือห้องที่ใช้ในการแข่งขันให้สามารถดำเนินการแข่งขันพร้อมกันได้ทุกทีม ในระดบั เดยี วกนั 1.7.2.2 โต๊ะ - เก้าอี้ ให้มีขนาดเหมาะสมต่อการปฏิบัติงานกลุ่มที่มีนักเรียน จำนวน 3 คน พร้อมปา้ ยตง้ั โต๊ะบอกเลขทท่ี ีมทเ่ี ข้าแขง่ ขนั 1.7.2.3 นาฬกิ าบอกเวลา ใหผ้ เู้ ขา้ แข่งขันทุกทมี สามารถมองเห็นไดอ้ ยา่ งชดั เจน 1.7.2.4 เครื่องเสียง ให้ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมสามารถได้ยินเสียงคำชี้แจงจากกรรมการ ได้ อยา่ งชัดเจน และเขา้ ใจตรงกนั 1.7.3 การดำเนินการจัดการแข่งขนั 1.7.3.1 ลงทะเบียนรายงานตัวผู้เข้าแข่งขัน ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันมารายงานตัว ช้ากว่า เวลาที่กำหนดให้สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ แต่เวลาสิ้นสุดการเข้าแข่งขันต้องเป็นไปตามที่คณะกรรมการดำเนินงาน กำหนดพร้อมกนั ทุกทีม 1.7.3.2 ตรวจอุปกรณ์และเคร่ืองมอื ทใ่ี ชใ้ นการแข่งขันกอ่ นเวลาการแข่งขัน 1.7.3.3 การเตือนเวลาการแข่งขัน ให้เตือนครั้งที่ 1 เหลือเวลา 30 นาที เตือนครั้งที่ 2 เหลือเวลา 15 นาที เตือนครั้งที่ 3 หมดเวลา กรณีที่ทีมผู้เข้าแข่งขันเกินระยะเวลาที่กำหนดจะถูกตัดคะแนน นาทีละ 1 คะแนน โดยนับเวลาสว่ นทเ่ี ปน็ เศษเกินกว่า 30 วินาที ให้นบั เป็น 1 นาที 1.7.3.4 ผู้แขง่ ขนั ห้ามนำเคร่ืองมอื สอ่ื สารทุกประเภทเขา้ ในการแขง่ ขัน 1.7.3.5 การเข้าห้องน้ำ ผู้เข้าแข่งขันต้องขออนุญาตจากกรรมการ และอยู่ภายใต้การดูแล ของกรรมการดำเนนิ การแข่งขนั 1.7.3.6 การส่ง-มอบอาหาร/น้ำ หรืออุปกรณ์การแข่งขันอื่นใดต้องส่ง-มอบผ่านกรรมการ ดำเนนิ การแข่งขันเทา่ นน้ั 1.8 การแขง่ ขันคดั เลอื กตวั แทนระดับภาค และหรอื ระดับชาติ 1.8.1 ทีมที่เป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาเข้าแข่งขันในระดับภาค และหรือระดับชาติ ทุก กิจกรรมตอ้ งไดค้ ะแนนระดับเหรียญทอง อันดับท่ี 1 (คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป) 1.8.2 ในกรณีที่แข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษามีผู้ชนะลำดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากัน ให้พิจารณา ลำดับที่ตามลำดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีผู้ที่ได้คะแนน ข้อที่ 1 เท่ากันให้ดูคะแนนข้อที่ 2 ทีมใดได้คะแนน ข้อที่ 2 มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าข้อที่ 2 เท่ากันให้ดูคะแนนในข้อถัดไป กรณีคะแนนเท่ากันทุกข้อให้ประธาน กรรมการตดั สนิ เป็นผูช้ ้ขี าด และถอื เปน็ ยุตจิ ะอทุ ธรณ์มิได้ ศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี นครั้งที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน หน้า 43
1.9 การเผยแพร่ผลงานทไี่ ด้รับรางวัล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นเจ้าภาพหลักระดับภาค และหรือระดับชาติ ใน 4 ภูมิภาค จะต้อง ส่งผลงานของนักเรียนที่ได้รับคะแนนสูงสุดอันดับที่ 1 ให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เพื่อพิจารณา นำไปเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ซึ่งผลงานของผู้แข่งขันถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน พื้นฐาน คำแนะนำสำหรับกรรมการตดั สินการจดั ทำหนังสือเลม8 เลก็ หนังสือบันเทิงคดี หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีจินตนาการ สอดแทรก คณุ ธรรม คติธรรม เน้อื หาสาระของบันเทิงคดเี ป็นเรือ่ งราวทีผ่ แู้ ต่งสมมตขิ ้ึน ทง้ั ตวั ละคร เหตุการณ์ สถานท่แี ละเวลา สว่ นสำคัญของหนงั สือบันเทงิ คดี ๑. เค้าโครงเรื่อง (Plot) คือ การลำดับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกัน อย่าง สมเหตุสมผล เมื่ออ่านเหตุการณ์หนึ่งก็อยากทราบว่าเรื่องราวจะจบอย่างไร ขณะอ่านผู้อ่านจะรู้สึกเพลิดเพลินหรือ สบั สนว่าตัวละครน้ีคือใครมาจากไหน ๒. ตวั ละคร (Characters) เปน็ ศูนย์กลางของเร่ือง เรอ่ื งราวและเหตกุ ารณท์ ผี่ ู้เขียนสร้างเป็น เค้าโครง เรอ่ื งข้ึนจะผกู พันวนเวยี นอยทู่ ีต่ ัวละคร ถา้ ไม่มีตัวละครกค็ งไม่มีเร่ืองราวที่จะบอกเลา่ แก่ผูอ้ า่ น ๓. ฉาก (Setting) คือ เวลาและสถานที่ที่เรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นตามเค้าโครงเรื่อง มี เรื่องราว เหตุการณ์ ตัวละคร สิ่งที่ตัวละครทำ คิด และรู้สึก อาจจะเกิดขึ้นทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตตาม จินตนาการ ๔. แก่นของเรื่อง (Theme) คือ สาระสำคัญหรือหัวใจของเรื่องที่ผู้เขียนสะท้อนหรือแสดงให้ผู้อ่าน เขา้ ใจและสรปุ ความหมายแกน่ ของเรอ่ื งได้ เมื่ออ่านเหตุการณ์ เรือ่ งราว และชีวิตของตวั ละคร ตง้ั แต่ตน้ จนจบ ๕. สำนวนภาษา ผู้เขียนเลือกใช้คำและประโยคเรียบเรียงเป็นเรื่องราว ซึ่งทำให้ผู้อ่านเกิดความ สนุกสนานเพลิดเพลิน การใช้ภาษาที่เหมาะสม มีบทสนทนาให้เห็นพฤติกรรมของตัวละคร สร้างฉาก ท่ี ประทบั ใจ สร้างความร้สู กึ และอารมณต์ ่าง ๆ แกผ่ ้อู า่ นตามเหตกุ ารณ์ทเี่ กดิ ขนึ้ 6. กรอบแสดงเรื่องราวของหนังสือ (Story Board) คือ การเขียนกรอบแสดงเรื่องของหนังสือแต่ละ เรื่อง โดยนำเค้าโครงเรื่องมาเขียนลงในแต่ละกรอบ บอกว่ามีเรื่องและภาพสัมพันธ์กันตามลำดับ จนจบเล่ม มี องคป์ ระกอบ ดังนี้ ศิลปหัตถกรรมนักเรียนครัง้ ที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น หน้า 44
กรอบแสดงเรอื่ งราวของหนังสอื (Story Board) ปกหลงั ปกหนา้ *กระดาษ *กระดาษ หนา้ หนา้ ผนกึ ปก ผนกึ ปก วา่ ง ปกใน ว่าง คำนำ *เนือ้ เรอ่ื ง *เนือ้ เรอื่ ง *เน้ือเรอื่ ง *เนอื้ เรื่อง *เน้ือเร่ือง *เนอ้ื เร่อื ง *เนือ้ เรื่อง 23 45 67 ว่าง 1 *เน้อื เรือ่ ง *เนื้อเรอ่ื ง *เนอ้ื เร่ือง *เนื้อเรอื่ ง *เน้ือเรอื่ ง *เนื้อเร่ือง *เน้ือเรอื่ ง *เนื้อเร่ือง 89 10 11 12 13 14 15 *เนื้อเรื่อง หน้าคณะ *กระดาษ *กระดาษ 16 ผูจ้ ัดทำ ผนึกปก ผนึกปก หมายเหตุ : ๑. *เนอ้ื เร่ือง : จำนวนหน้า ขึ้นอยู่กบั ระดบั ชนั้ ของผเู้ ขา้ แข่งขันตามเกณฑ์การแข่งขนั ๒. *กระดาษผนึกปก : จะมหี รือไม่มีกไ็ ด้ เปน็ สิทธ์ขิ องผจู้ ัดทำ ๗. เนื้อเรื่อง และ หรือภาพประกอบ การนับจำนวนหน้า ให้คณะกรรมการเริ่มนับเนื้อเรื่อง รวมท้ัง หน้าที่มภี าพประกอบแต่ไมม่ เี นือ้ เร่ืองทุกหน้า จนถงึ หน้าสดุ ทา้ ยของเนอ้ื เรอื่ ง ไม่รวมหนา้ คณะผจู้ ัดทำ ในกรณที ่ีภาพประกอบต่อเนอื่ งกนั ๒ หนา้ (Double space) ใหน้ บั เปน็ ๒ หนา้ ศิลปหตั ถกรรมนักเรียนครั้งท่ี 70 ปกี ารศกึ ษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน หนา้ 45
2. การจดั กิจกรรมยวุ บรรณารักษ์เพ่อื ส่งเสริมการอ่าน 2.1 คุณสมบัติผเู้ ข้าแข่งขัน 2.1.1 นักเรียนระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 (สพป./ทุกสงั กัด) 2.1.2 นกั เรียนระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3 (สพป./สพม./ทุกสังกดั ) 2.1.3 นักเรียนระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (สพป./สพม./ทกุ สงั กดั ) 2.2 ประเภทและจำนวนผู้เข้าแขง่ ขัน 2.2.1 รปู แบบในการแข่งขันเป็นทีม ทมี ละ 3 คน 2.2.2 จำนวนทมี ที่เข้าแขง่ ขนั แบ่งเป็น 4 ระดบั ดังน้ี 2.2.2.1 นกั เรยี นระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 จำนวน 1 ทมี (สพป./ทกุ สงั กดั ) 2.2.2.2 นักเรียนระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3 จำนวน 1 ทมี (สพป./ทกุ สังกัด) 2.2.2.3 นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 - 3 จำนวน 1 ทมี (สพม./ทุกสงั กดั ) 2.2.2.4 นักเรยี นระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 จำนวน 1 ทีม (สพป./สพม./ทุกสังกดั ) 2.3 วิธีดำเนนิ การและรายละเอยี ดหลักเกณฑก์ ารแขง่ ขนั 2.3.1 การจัดกิจกรรมยุวบรรณารักษ์เพื่อส่งเสริมการอ่าน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเป็นนักเรียนช่วยงาน ห้องสมุดโรงเรียน (ยุวบรรณารักษ์) หรือนักเรียนที่เป็นสมาชิกชมรม ชุมนุม/ห้องสมุด/ส่งเสริมการอ่านโดยทำหน้าท่ี ชว่ ยงานหอ้ งสมุดและจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การอา่ นในโรงเรียน หรอื ชุมชนอย่างต่อเนือ่ งและสมำ่ เสมอ 2.3.2 กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ต้องเป็นกิจกรรมที่นักเรียนสร้างสรรค์ขึ้น และปฏิบัติได้จริง โดยมีครู บรรณารักษ์เป็นที่ปรึกษา ลักษณะของกิจกรรมควรเป็นกิจกรรมที่แสดงแนวคิด ในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ชัดเจนว่า สามารถช่วยกระตุ้นให้นักเรียนที่ร่วมกิจกรรมเกิดความสนใจการอ่านและเข้าใช้ห้องสมุดเพิ่มขึ้น หรือการให้บริการ ชมุ ชนเพ่ือสรา้ งสงั คมแหง่ การอา่ น จำนวน 2 กจิ กรรม 2.3.3 กจิ กรรมทีน่ ำเสนอต้องมคี วามเหมาะสมกบั วัย ระดบั ชน้ั และกลมุ่ เป้าหมาย 2.3.4 ผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมจะต้องจัดทำข้อมูลกิจกรรมนำเสนอเป็นอินโฟกราฟิก (Infographic) ลง บนกระดาษ A4 จำนวน 1 แผ่น (หน้าเดียว) พร้อมส่งให้แก่คณะกรรมการตามจำนวนคณะกรรมการ เพื่อพิจารณา ประกอบการนำเสนอกจิ กรรมในวนั แข่งขัน 2.3.5 ข้อมูลกิจกรรมที่นำเสนอสรุปเป็นอินโฟกราฟิก (Infographic) มีเนื้อหาและภาพสื่อความหมาย ใหผ้ ู้อ่านเข้าใจง่าย ชดั เจน และใชค้ วามคิดสร้างสรรค์ออกแบบใหน้ า่ สนใจ 2.3.6 สื่อและอุปกรณ์ ผู้เข้าแข่งขันจัดเตรียมและสร้างสรรค์ขึ้นเอง แต่ควรเป็นสื่อและอุปกรณ์ที่ เรียบง่าย กะทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก ประหยัด มีความเหมาะสมกับกิจกรรมที่นำเสนอและใช้ประโยชน์ได้อย่าง คุ้มค่าทกุ ชนิ้ โดยมจี ำนวนสื่อ วสั ดอุ ุปกรณไ์ มเ่ กนิ 6 ชน้ิ หรือ 2 ชุด หมายเหตุ 1 ชุด ประกอบด้วย ส่อื วสั ดุอปุ กรณ์ ไมเ่ กนิ 3 ช้นิ การนบั ชิ้น เช่น ตะกร้า 1 ใบ นับเปน็ 1 ชน้ิ หนงั สอื 1 เลม่ นับเปน็ 1 ชิน้ 2.3.7 รูปแบบการนำเสนอกจิ กรรม 2.3.7.1 ผู้เข้าแข่งขันนำเสนอกิจกรรม แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์กิจกรรม รูปแบบ กลวธิ ใี นการดำเนินการ โดยเป็นไปตามลำดบั และสอดคลอ้ งกบั ส่ือทีใ่ ช0อย2างเหมาะสม 2.3.7.2 ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้เสียงจริงในการนำเสนอ ไม่ใช้การบันทึกเสียง และนำเสนอด้วย ภาษาไทยเป็นหลัก และอาจใชภ้ าษาต่างประเทศประกอบไดบ้ ้าง 2.3.7.3 ผู้เข้าแข่งขันใช้เวลาในการนำเสนอทีมละ 15 นาที แบ่งออกเป็นการจัดเตรียมสื่อ/ อุปกรณ์ 5 นาที และการนำเสนอกจิ กรรม 10 นาที (ไม่รวมเวลาตอบคำถาม) ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นครงั้ ที่ 70 ปกี ารศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน หนา้ 46
2.4 เกณฑก์ ารให้คะแนน (100 คะแนน) 2.4.1 รูปแบบและเน้ือหากิจกรรม (40 คะแนน) ¡ ความคดิ สรา้ งสรรค์ 10 คะแนน ¡ ลำดับเน้ือหา ความต่อเนอ่ื งของกิจกรรม 10 คะแนน ¡ กจิ กรรมนำไปปฏบิ ัตไิ ด้จรงิ 10 คะแนน ¡ ประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับ 10 คะแนน 2.4.2 ความสามารถในการพดู นำเสนอและตอบคำถาม (30 คะแนน) ¡ บุคลิกท่าทาง สหี น้า สายตา 5 คะแนน ¡ การใช้ภาษา/อักขรวธิ ี 5 คะแนน ¡ การใชเ้ สียง 5 คะแนน ¡ การใช้ส่อื ประกอบการพูด 5 คะแนน ¡ การลำดับเนอื้ หา 5 คะแนน ¡ ปฏิภาณไหวพรบิ ในการตอบคำถาม 5 คะแนน 2.4.3 อนิ โฟกราฟิก (Infographic) (20 คะแนน) ¡ การนำเสนอเน้ือหากจิ กรรม 10 คะแนน ¡ การออกแบบรปู แบบนำเสนอกจิ กรรม 10 คะแนน 2.4.4 ส่อื และอุปกรณป์ ระกอบกิจกรรม (10 คะแนน) ¡ รูปแบบสื่อและอปุ กรณ์ 5 คะแนน ¡ จำนวน/การจัดวางส่อื และอุปกรณ์ 5 คะแนน ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันใช้เวลาการแข่งขันเกินระยะเวลาที่กำหนด คณะกรรมการตัดคะแนน นาทีละ 1 คะแนน โดยนบั เวลาสว่ นท่ีเป็นเศษเกนิ กว่า 30 วนิ าที ให้นบั เป็น 1 นาที 2.5 เกณฑ์การตัดสนิ ร้อยละ 80 - 100 ได้รบั รางวลั ระดับเหรียญทอง รอ้ ยละ 70 - 79 ไดร้ ับรางวัลระดับเหรียญเงนิ รอ้ ยละ 60 - 69 ไดร้ ับรางวลั ระดบั เหรยี ญทองแดง ไดค้ ะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรตบิ ตั ร เวน้ แตค่ ณะกรรมการมีความเห็นเป็นอยา่ งอนื่ และผลการตัดสนิ ของคณะกรรมการทุกระดบั ชน้ั ถือเป็นท่ีสิ้นสดุ 2.6 คณะกรรมการแขง่ ขนั 2.6.1 คณะกรรมการดำเนินการ ระดับชั้นละไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าท่ี ดำเนินงานจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดด้วยความโปร่งใส และความเป็นธรรมแก่ทุก ฝ่าย 2.6.2 คณะกรรมการตัดสิน แบ่งออกเป็น 4 ระดับชั้น ระดับชั้นละ 3 - 5 คน โดยมีคุณสมบัติ ดังตอ่ ไปนี้ 2.6.2.1 ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมการอ่านและงาน ห้องสมุด 2.6.2.2 ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน หรือการพัฒนาห้องสมุด หรอื มีความร้แู ละประสบการณ์เกยี่ วกับการส่งเสรมิ การอ่านและงานห้องสมดุ 2.6.2.3 ครูบรรณารักษ์ หรือครูผู้ทำหน้าที่บรรณารักษ์ หรือครูผู้สอน หรือผู้อำนวยการ โรงเรยี นท่ีมีความรแู้ ละประสบการณเ์ กย่ี วกบั การส่งเสรมิ การอ่านและงานห้องสมดุ ศลิ ปหัตถกรรมนกั เรียนครง้ั ที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน หน้า 47
2.6.2.4 ข้อควรคำนึงถงึ ในการสรรหากรรมการเพื่อความโปร่งใส และยุติธรรม ดังน้ี 1) กรรมการที่เป็นครูผู้สอน หรือศึกษานิเทศก์ไม่เป็นกรรมการตัดสินในกรณี โรงเรยี นของตนเขา้ แขง่ ขัน 2) กรรมการที่เป็นครูผู้สอนควรเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ใน การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ น 3) กรรมการควรมาจากหน่วยงานและหรอื องค์กรทีห่ ลากหลาย 4) กรรมการสามารถให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงผลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง และมีคณุ ภาพใหก้ ับผ้เู ขา้ แข่งขันทคี่ ะแนนระดับเหรยี ญทองในลำดบั ที่ 1 - 3 ในระดบั ภาค และหรอื ระดบั ชาติ 2.6.3 แนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการตัดสนิ 2.6.3.1 ใหค้ ะแนนตามเกณฑท์ ีก่ ำหนด 2.6.3.2 ถามคำถามได้ไม่เกิน ๓ คำถาม 2.6.3.๓ ประชุมปรกึ ษาหารือเพื่อทำความเขา้ ใจเกณฑก์ ารตดั สนิ ร่วมกนั ก่อน การแข่งขนั 2.6.3.๔ พจิ ารณาการให้คะแนน ดงั นี้ ¡ รูปแบบและเนื้อหากิจกรรม พิจารณาความคิดสร้างสรรค์ของรูปแบบกิจกรรม ลำดับเน้ือหา ความต่อเนื่องของกจิ กรรม นำไปปฏบิ ัตไิ ดจ้ ริง ประโยชนท์ ไี่ ด้รบั ¡ ความสามารถในการพูดนำเสนอและตอบคำถาม พิจารณาบุคลิกภาพ ท่าทางที่ใช้ สุภาพเหมาะสมสอดคล้องกับเรื่องที่นำเสนอ การแสดงความรู้สึกทางสีหน้าและสายตา การพูดออกเสียง ระดับเสียง จังหวะการพูด การใช้ภาษา/อักขรวิธี การลำดับเนื้อหาได้เข้าใจมีการเน้นย้ำชวนให้ติดตาม และลักษณะการใช้สื่อ ประกอบการพูด รวมทั้งปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถามแสดงให้เห็นถึงความคิด ทัศนคติ อารมณ์ ความรู้ และ ความสามารถ ¡ อินโฟกราฟิก (Infographic) ให้พิจารณาเนื้อหาของกิจกรรม กระชับ ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย และน่าสนใจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบข้อความและภาพมีความสอดคล้องเหมาะสม จัดแบง่ ลำดับชน้ั ของข้อมลู ถา่ ยทอดกจิ กรรมที่นำเสนออยา่ งน่าติดตาม และสวยงาม ¡ สื่อและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการแข่งขัน ให้พิจารณาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รูปแบบ จำนวน เลือกใช้ได้เหมาะสมกับกิจกรรมและปรับเปลี่ยนได้ตามขนาดของพื้นที่การใช้งาน จัดวางสื่อและ อุปกรณ์เปน็ ระเบียบ สวยงาม สะดวก ปลอดภยั และใชป้ ระโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าทุกชิ้น 2.7 รายละเอียดในการจัดการแข่งขนั 2.7.1 การจัดเตรยี มอปุ กรณ์ในการแข่งขนั 2.7.1.1 ป้ายเตอื นเวลา 2.7.1.2 นาฬิกาจบั เวลา 2.7.1.3 เครื่องเสยี ง ไมโครโฟนสำหรบั ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั และกรรมการ 2.7.2 การจดั เตรยี มสถานทใี่ นการแขง่ ขัน 2.7.2.1 เวที หรือพื้นที่ต่างระดับสำหรับผู้เข้าแข่งขันในการจัดเตรียมสื่อและอุปกรณ์ และ การพูดนำเสนอกจิ กรรมสง่ เสริมนิสัยรักการอ่าน 2.7.2.2 โตะ๊ - เกา้ อ้ี สำหรบั กรรมการ 2.7.2.3 สถานทเี่ ก็บตัวสำหรบั ผ้เู ขา้ แขง่ ขันก่อนการแขง่ ขัน 2.7.2.4 เคร่อื งเสียงให้มีความพร้อมสำหรบั ผู้เขา้ แข่งขนั นำเสนอกจิ กรรม 2.7.2.5 สถานที่แข่งขันควรเปิดให้ผู้ร่วมงานได้ชม แต่ควรกำหนดอาณาเขตพื้นที่ไม่ให้ รบกวนผู้เข้าแขง่ ขันระหวา่ งแขง่ ขัน ศิลปหัตถกรรมนกั เรยี นครั้งที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน หนา้ 48
2.7.3 การจัดดำเนินการในการแข่งขนั 2.7.3.1 รับลงทะเบยี นรายงานตวั ทมี ผูเ้ ข้าแขง่ ขัน 2.7.3.2 ตรวจสอบจำนวนสอ่ื และอปุ กรณ์ตามทก่ี ำหนด และสรปุ เสนอคณะกรรมการตดั สนิ 2.7.3.3 การเตือนเวลาการแข่งขัน ใช้ป้ายเตือนครั้งที่ 1 เหลือเวลา 3 นาที เตือนครั้งที่ 2 เหลือ เวลา 1 นาที เตือนครั้งที่ 3 หมดเวลา กรณีที่ทีมผู้เข้าแข่งขันเกินระยะเวลาที่กำหนดจะถูกตัดคะแนน นาทีละ 1 คะแนน โดยนับเวลาสว่ นทเี่ ปน็ เศษเกินกว่า 30 วนิ าที ใหน้ ับเปน็ 1 นาที 2.7.3.4 ผู้เข้าแข่งขันต้องแต่งกายชุดนักเรียน หรือชุดพลศึกษา หรือชุดประจำโรงเรียน เท่าน้ัน 2.7.3.5 ห้ามนำเครื่องมือส่ือสารทกุ ประเภทและไมโครโฟนส่วนตัวเขา้ ไปในพื้นทแี่ ขง่ ขัน 2.8 การแขง่ ขนั ระดับภาค และหรอื ระดับชาติ 2.8.1 ทีมที่เป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาเข้าแข่งขันในระดับภาค ทุกกิจกรรมต้องได้คะแนน ระดับเหรียญทอง ลำดับที่ 1 (คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป) และทีมที่เป็นตัวแทนระดับภาคเข้าแข่งขันในระดับชาติ จะต้องไดค้ ะแนนระดับเหรียญทอง ลำดับที่ 1 - 3 (คะแนนร้อยละ 80 ขน้ึ ไป) 2.8.2 ในกรณีที่แข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษามีผู้ชนะลำดับสูงสุดได้คะแนนเท่ากันและ ในระดับ ภาคมีมากกว่า 3 ทีม ให้พิจารณาลำดับที่ตามลำดับข้อของเกณฑ์การให้คะแนน เช่น มีผู้ที่ได้คะแนน ข้อที่ 1 เท่ากันให้ดูคะแนนข้อที่ 2 ทีมใดได้คะแนนข้อที่ 2 มากกว่าถือเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าข้อที่ 2 เท่ากันให้ดูคะแนนในข้อถัดไป กรณีคะแนนเทา่ กนั ทุกข้อใหป้ ระธานกรรมการตดั สนิ เปน็ ผชู้ ีข้ าด และถอื เปน็ ยุตจิ ะอุทธรณ์มไิ ด้ 2.9 การเผยแพร่ผลงานทไี่ ด้รับรางวลั ผลงานของนักเรียนที่ได้รับคะแนนสูงสุดอันดับที่ 1 - 3 คณะกรรมการพิจารณาและนำไปเผยแพร่ใน เว็บไซต์ หรือสื่ออื่น ๆ ต่อไป ซึ่งผลงานของผู้แข่งขันถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพอื่ ใช้ในการเผยแพรแ่ ละประชาสัมพนั ธ์ ---------------------------------------------------- ศิลปหัตถกรรมนกั เรยี นครงั้ ที่ 70 ปีการศึกษา ๒๕65 กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน หนา้ 49
Search
Read the Text Version
- 1 - 49
Pages: