1 คำนำ การที่บคุ คลใดบุคคลหน่งึ มีสขุ ภาพท่แี ขง็ แรงเปนปจ จยั ที่สำคญั ประการหนง่ึ ทส่ี งเสริมใหบคุ คลนั้นประสบ ความสำเร็จในดา นตา งๆ อาทิเชน ดา นการศึกษา ดา นการทำงาน เปน ตน เนือ่ งจากผมู สี ุขภาพแข็งแรงจะมี ความสามารถทางรา งกาย จิตใจ และเวลามากกวา คนท่ีไมแ ขง็ แรง
สารบัญ 2 คำนำ 1 สารบัญ 2 เกรด็ ความรูเ กี่ยวกับสุขภาพ 1 2 2. ทอ งเสยี เฉียบพลัน 3-4 3. เครียดลงกระเพาะโรค 5 4. ทำความรูจักประเภทของอารมณ 6 5. เทคนิค บอกลาความรูส ึกเกลยี ดวนั จนั ทร 7 8 6.ส่งั อาหารอยางไร ใหดีตอ สุขภาพ 9 7.สอนลูก ใหร ูจักอารมณของตนเอง 10-11 12-13 8.จำนวนมอื้ อาหารท่เี ดก็ วัยเรยี นควรกนิ 14 9.ผลกระทบหากชีวติ และการงานไมสมดุลกนั 15 10. ขอเขา เสอ่ื ม ใกลตัวกวาท่ีคดิ เจบ็ แบบนี้คอื ขอเขาเสื่อม บรรณานกุ รม
1 เกร็ดความรูเกี่ยวกับสขุ ภาพ 1. อาการแพพ ิษจากแมลง และการดูแลเบื้องตน อาการแพพษิ จากแมลงสามารถสังเกตได โดยอาการเร่ิมตน จะมผี นื่ บวมแดงขน้ึ ตามตัวอยางผิดปกติ บางรายมีอาการคลืน่ ไส อาเจยี น ปวดทอ ง ทองเสียรว มดวย ตามมาดวยอาการหายใจลำบาก อดึ อดั แนน หนา อก ความดันเลือดตก ซ่ึงจะเปนอนั ตรายหากไมไ ดร บั การรกั ษาอยางทันทว งที ระยะเวลาในการแสดงอาการจะตา งกันออกไป ต้งั แตเปนนาที จนถงึ เปนช่วั โมง เมื่อไดรบั พษิ จากแมลง สัตว และเกิดอาการแพโดยมีอาการเหมือนขางตน จะตองไปพบแพทยทันที เพราะ หากปลอ ยใหอาการหนักจนถึงขน้ั หายใจไมออก ความดันตก จะเปนอนั ตรายถงึ แกชีวิตได อยา งไรก็ตาม สามารถรักษาไดแตตองไปพบแพทยใหทันเวลา ดแู ลตนเองเบ้อื งตน ● ไดรบั อันตรายจากสตั วมีพิษ จำพวก ผึ้ง ตอ แตน มด 1. มเี หลก็ ในอยูในแผลจะตองเอาเหล็กในออกใหหมด (เฉพาะผ้งึ ) 2. ประคบความเย็น เพื่อลดความเจ็บปวด 3. ลางแผลดว ยน้ำสะอาดและสบู แลวทาครมี สตีรอยด 4. ถาปวดมาก ใหกนิ ยาพาราเซตามอล 5. รายทีถ่ ูกตอตอ ยควรกนิ ยาแกแพร ว มดว ย 6. ถา ผนื่ มเี สน ผา ศูนยก ลางมากกวา 2 นว้ิ หรือ คล่นื ไส อาเจียนปวดทอ งหรือมีอาการแนน หนาอก หายใจลำบาก หรอื ถกู กัดตอยเปนจำนวนมากกวา 20 จดุ ตองรบี นำสงโรงพยาบาลทันที ● ไดรบั อนั ตรายจากสัตวม ีพิษ จำพวก แมงปอง ตะขาบ 1. ลางบริเวณแผลดวยนำ้ สะอาด 2. ประคบความเย็นหรอื นำ้ แข็ง 3. ถา ปวดใหก นิ ยาพาราเซตามอล 4. ทาบริเวณทีถ่ ูกกดั หรือตอ ยดวยครีมสตรี อยด หรือแอมโมเนีย 5. ถามอี าการปวดศรี ษะ เวียนศีรษะ คลน่ื ไส อาเจยี น แนนหนาอก หายใจลำบาก และรสู ึกตัวนอยลง จะตองรบี นำสง โรงพยาบาลทันที ● เมอ่ื ไดร ับพิษจากแมลง สัตว และเกดิ อาการแพโดยมีอาการเหมือนขางตน จะตอ งไปพบแพทยท นั ที เพราะหากปลอยใหอ าการหนักจนถึงข้ันหายใจไมอ อก ความดนั ตกจะเปน อันตรายถงึ แกชีวติ ได
2 2. ทอ งเสยี เฉียบพลัน เวลามีอาการทองเสีย ส่งิ ท่สี ำคญั ท่ีสุดคือการทดแทนนำ้ ทีส่ ูญเสยี ไปกับการถายอจุ จาระ โดยเฉพาะทอ งเสยี ชนดิ เฉยี บพลัน ซง่ึ ทำไดโ ดยการด่ืมผงนำ้ ตาลเกลือแร (โออารเอส) ทสี่ ามารถหาซื้อไดตามทอง ตลาดทว่ั ๆ ไป ละลายนำ้ ตม สกุ ตามสัดสวนที่ระบุไวใ นฉลาก ดื่มครั้งละนอยๆ (1/2- 1แกว ) บอยๆ ทดแทนนำ้ ท่ีถา ยออกมา ถา ไมมีผงน้ำตาลเกลอื แรสำเรจ็ รูปกอ็ าจ เตรยี มเองได โดยใชเกลือปน 1 ชอนชา กับน้ำตาลทราย ๒ ชอนโตะ ผสมในนำ้ ตม สกุ 1 ขวดน้ำปลา (ประมาณ 750ซีซ)ี บางคนเช่ือวาเวลาทองเสียควรงดอาหารและเครื่องด่ืมทุกชนดิ เพ่อื ใหเกิดการหยุดถาย แตท่จี รงิ แลวคนทมี่ อี าการทองเสยี ไมว าจะเปนชนดิ เฉยี บพลนั หรือเรอ้ื รัง โดยทว่ั ไปไมจำเปนตอ งอดอาหาร การไมก ินหรือด่ืมอะไรเลย อาจทำใหรา งกายขาดน้ำ เปน อนั ตรายถึงแกชีวติ ได ทจ่ี ริงแลว ควรกนิ อาหารออนที่ยอยงาย โดยเนน อาหารท่มี ีขาวหรือแปงเปนหลกั เชน โจก ขาวตม น้ำซปุ ผใู หญทม่ี ีอาการทองเสยี ชนิดเฉยี บพลนั ควรงด ผัก ผลไม น้ำผลไม และไมควรด่ืมนม จนกวาอาการทอ งเสียจะดีขึน้ เพราะอาหารเหลา นี้อาจทำใหเ กิดการถา ยทอ งมากขึ้น ในเด็กเล็กทีม่ ีอาการทองเสยี เฉยี บพลนั ถาดื่มนมแมอยูกใ็ หดม่ื ตามปกติ ถาดื่มนมขวดในระยะแรกท่ที อ งเสีย (2- 4 ชัว่ โมงแรก) ใหด ่ืมนมทผี่ สมเจือจางลง (ลดนมผงเหลือเพียงคร่ึงหน่งึ ของที่เคย ผสม) จนกวาอาการจะดีขึน้ จึงใหด ื่มนมผสมตามปกติได โดยทว่ั ไปทองเสียชนดิ เฉียบพลันท่ไี มรุนแรงมาก การทดแทนน้ำท่ีสญู เสียไป และการกินอาหารดังกลา วขางตน จะทำใหอ าการดีข้นึ โดยไมจำเปน ตองไปพบแพทย และสามารถกลบั ไปกินอาหารปกติได หลังจากหยดุ อาการทอ งเสยี แลว 1 วัน แตถ า มีอาการดงั ตอไปนี้ควรพบแพทย คอื อาการถายทองจำนวนมากและบอ ย มีอาการไข ปวดทองมากและอาเจยี นรว มดวย อาการรนุ แรงเชนนปี้ ลอยไวนานอาจจะมีอาการช็อกหมดสตไิ ด
3 3. เครยี ดลงกระเพาะโรค อาการเครยี ด ดเู หมือนจะเปนอาการประจำตัวของคนในยคุ น้ที ีใ่ นแตล ะวันพบเจอปญ หาท้งั เรื่องงาน เร่อื งเรียนและชีวิตสวนตัว จนเกิดเปนความเครยี ดสะสม บางคนสามารถปลอ ยวางความเครยี ดไดทนั แตบ างคนสะสมความเครยี ดจนมีอาการปวดทอ งและคลืน่ ไส หรอื ทเี่ รยี กกันวา เครยี ดลงกระเพาะ ระบบทางเดินอาหารกบั ความเครยี ด เรามักไดยินวาโรคกระเพาะเกิดข้ึนจากการกนิ อาหารไมเ ปนเวลาหรือการกินอาหารรสจดั แตในระยะหลัง ๆ คนทกี่ นิ อาหารเปน เวลากเ็ ปนโรคน้ไี ดเ นอื่ งจากเม่ือเกิดความเครยี ดสะสมมาก ๆ รา งกายจะส่งั ใหก ระเพาะหลงั่ นำ้ ยอยออกมามากกวาปกติ จนกดั กระเพาะเกดิ เปน อาการปวดทอง นอกจากน้นั ความเครยี ดยังสงผลตอระบบทางเดินอาหารในอาการแบบอ่ืน ๆ ดวย ไมวา จะเปน กรดไหลยอ น ลำไสแ ปรปรวน ลำไสอกั เสบ หรอื แมแ ตอาหารไมย อยก็เกิดจาดความเครียดไดเ ชน เดยี วกัน เครยี ดลงกระเพาะ แทจ ริงแลวก็คอื โรคกระเพาะทไ่ี มไ ดม สี าเหตจุ ากการกินอาหารไมต รงเวลา แตเ ปน การสัง่ การของสมองนัน่ เอง อาการตองรู โรคกระเพาะอาหารท่ีมีสาเหตจุ ากความเครยี ดมีอาการเหมือนกับโรคกระเพาะท่ีเกิดจากการกนิ อาหาร ผิดเวลา โดยอาการทม่ี ักพบไดบอย ๆ คือ - คลน่ื ไสอ าเจียน เสียดทรวงอกหลงั กินอาหาร - ปวดแสบบรเิ วณชองทองและลนิ้ ป แตจะหายเม่ือไดกิน - ทอ งอืด ทอ งเฟอ รูส กึ เหมอื นมลี มอยูในกระเพาะอาหารเปน จำนวนมาก - เรอบอ ย ๆ มกี ล่ินเหมน็ นำ้ ยอย เนื่องจากกระบวนการยอยอาหารไมส มบรู ณ - อาเจียนหรอื ขบั ถายออกมาเปน เลอื ดหรือมสี ีดำ บง บอกวามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร รบี พบแพทยดวน
4 สัญญาณเตือนเมอ่ื เครียดเกินไป บอยครัง้ ที่คนเรามักเครียดโดยไมร ูตัว สญั ญาณเตือนดงั ตอไปนี้ รา งกายกำลงั บอกวาเครียดมากเกนิ ไป- หายใจเรว็ รูจมูกขยาย จากการท่ีปอดขยายตัวสรา งออกซเิ จนสูก ลามเนือ้ มากข้ึน ตอ งการชอ งทางเดนิ อากาศท่ีกวา งมากขึ้น - ขนลุก เนอ่ื งจากเสน เลือดฝอยใตผ วิ หนังหดตวั - อยากอาหารมากกวาปกติ เน่ืองจากตอมไทรอยดห ล่งั ฮอรโ มนเรงการเผาผลาญอาหารออกมามาก ทำใหร า งกายถูกกระตนุ จนอยากอาหาร - คลนื่ ไส เนือ่ งจากการทำงานของกระเพาะและลำไสหยดุ ลง กรดในกระเพาะจึงเพิม่ ข้ึน รสู ึกหงดุ หงิด รำคาญใจ นอนไมหลับ รบี รักษาใหถูกวิธี แมโ รคเครยี ดลงกระเพาะอาหารมกั เปนแบบเร้ือรงั แตห ากดแู ลรักษาตวั เองอยางถูกวิธกี ส็ ามารถหายขาดได ดวยวิธีตา ง ๆ ดงั น้ี - กนิ อาหารใหเปนเวลาและครบ 3 มื้อ - เลยี่ งอาหารรสจัด อาหารยอยยาก ของทอด ของดอง - งดสบู บุหรี่ งดนำ้ อัดลม เคร่ืองดื่มทมี่ คี าเฟอนี อาทิ ชา กาแฟ และ เครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอล - ออกกำลงั กาย กระตนุ ใหรา งกายหล่ังสารเอนดอรฟ น ชวยคลายเครียด อารมณส ดใสข้ึน - ทำกิจกรรมคลายเครียด ใหร างกายไดปลดปลอ ยความเครียด ลดอารมณแ ปรปรวนตาง ๆ เครียดไดกค็ ลายได เมื่อเร่ิมมอี าการที่ทำใหรูสกึ เครยี ดส่ิงทตี่ อ งทำคอื การผอ นคลายความเครียด ซงึ่ ทำไดห ลายวิธี ไมวา จะเปนการพักจากส่ิงท่ีทำ หากิจกรรมคลายเครยี ดตาง ๆ หรือทำงานอดิเรกท่ีชน่ื ชอบ ออกกำลังกาย หรือแมแตพ ดู คยุ กับบุคคลตาง ๆ ซง่ึ รวมไปถึงจิตแพทยดว ย นอกจากนน้ั การจัดการสิง่ แวดลอ มรอบ ๆ ตัว เชน ทบ่ี า น ท่ที ำงานใหนาอยูก ช็ ว ยใหความเครยี ดลดนอ ยลงไดเ ชนเดียวกนั
5 4. ทำความรจู กั ประเภทของอารมณ คนเรามีสภาวะอารมณห ลายอยางเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยกู บั ปจ จัยตา ง ๆ ทัง้ สิ่งแวดลอ ม สง่ิ เรา ภายนอกและภายในท่มี ากระทบจติ ใจ นอกจากนอี้ ารมณแ ตละชนดิ ก็ยงั มีระดบั ความรุนแรงแตกตา งกันไป 1. Interest-Excitement (สนใจตนื่ เตน) เปนอารมณท่ีชว ยทำใหบ คุ คลเกิดแรงจงู ใจที่จะเรียนรแู ละใชความพยายามในเชิงสรางสรรคมา กขึ้น เชน อยากเรยี นสงู ๆ อยากประดษิ ฐขา วของเครื่องใชส ำหรับใชเอง 2. Joy (รืน่ เริง) เปนอารมณทก่ี อใหเ กิดสภาวะของความเช่ือม่ัน มองวาโลกน้ีชางนาอยู รสู กึ วาตนยังเปนทีร่ ักของบคุ คลอ่นื ๆ อยู 3. Surprise (ประหลาดใจ) เปนอารมณท่ีกอใหเกดิ การเปล่ียนแปลงของส่ิงเรา ในระบบประสาทอยางฉบั พลนั ไมว า จะเกิดอะไรข้ึนก็พรอมรับมอื ในทกุ สถานการณ 4. Distress-Anguish (เสยี ใจ- เจบ็ ปวด) เปน อารมณท ่ีเกดิ ข้ึนเม่อื บุคคลตอ งประสบกับความพลัดพราก หรือเผชิญกับความลมเหลวในชีวติ 5. Anger-Rage (โกรธ- เดอื ดดาล) เปนอารมณทเี่ กิดขน้ึ เม่ือบุคคลพบการขัดขวางหรอื อุปสรรคทางดานรางกายหรือดานจติ ใจ 6. Disgust (รังเกียจ) เปน อารมณอันเกิดจากการกระทบกบั ทไ่ี มพ ึงปรารถนา 7. Contempt-Scorn (ดูถูกเหยียดหยาม) เปน อารมณท่ีอาจเกดิ การผสมกับอารมณโกรธหรืออารมณรังเกยี จ จัดเปน อารมณท มี่ ีลักษณะเย็นชา 8. Fear-Terror (กลัว- สยองขวัญ) เปนอารมณที่เกิดข้ึนเม่ือบุคคลกำลังเผชญิ อยูกบั สิง่ ทตี่ นไมสามารถจะเขาใจไดหรอื เกิดความไมแ น ใจในภยั อนั ตรายท่ีกำลงั จะมาถงึ 9. Shame Sin Shyness-Humiliation (อับอายขายหนา) เปนอารมณที่เกิดข้ึนเมอ่ื บุคคลถกู ลงโทษ เพราะไมป ระพฤตติ ามกฎเกณฑข องสังคม 10. Guilt (รสู ึกผดิ ) เปนอารมณทีม่ ีความเกี่ยวพันอยางใกลช ดิ กบั ความวิตกกังวลและความอาย เปนความสำนึกผิดชอบชั่วดี บางครง้ั อารมณทเ่ี กดิ ขึ้นอาจจะมหี ลาย ๆ อารมณเ กิดขึ้นในเวลาเดยี วกันจนแยกไมอ อกวาเปน อารมณอะไรบา ง ดังน้นั จงึ ตอ งคอยสังเกตและทำความเขา ใจอารมณข องตนเองเพื่อการแสดงออกทางอารมณท เี่ หมาะสม
6 5. เทคนคิ บอกลาความรูสึกเกลยี ดวันจนั ทร หลายคนรูสกึ วาหลังจากหยุดพกั ผอ นในวันอาทติ ยแลวก็ตองกลบั เขา สภู าวะความตงึ เครยี ดจากการงาน หรือการเรยี นที่เรม่ิ ตน ในวันจันทรอกี ครั้ง และตองทำงานหนกั อีกหลายวันกวา จะไดหยุดพักผอนอีกรอบ เทคนคิ บอกลาความรสู ึกเกลยี ดวันจนั ทร จะชว ยทำใหค วามรูส ึกน้ีหายไป 1. มเี พ่อื นทีท่ ำงานทีพ่ ูดคุยปรกึ ษาหารอื กันในเรอ่ื งตางๆ 2. เริม่ ตนวันดวยการขอบคณุ ตนเอง สรา งพลงั บวกใหตนเอง ขอบคณุ ตวั เองที่ยังมีลมหายใจ ขอบคุณตัวเองท่มี งี านใหทำ ขอบคณุ รา งกายและอวัยวะตาง ๆ ที่ยังคงทำงานโดยไมเ กี่ยงงอนกนั เมอ่ื ขอบคุณตนเองแลว รบั รองวาวันน้นั ทั้งวันจะเปน การเริ่มตนวนั ที่ดีแบบ Have a Great Day 3. ต้ังเปาหมายในแตละวันใหชัดเจน การตง้ั เปาหมายท่ีชดั เจนจะทำใหคณุ ทำงานไดลลุ วงตามเวลาทีก่ ำหนด อาจเร่ิมตน ดว ยการกำหนดวาวันน้ีจะทำงานชนิ้ ไหนใหเสร็จบางและทำใหสำเรจ็ ตามนัน้ A-Z จากนั้นจึงคอยขยับเปนการต้ังเปา หมายประจำสปั ดาห ประจำเดือน และประจำป เทคนิคนี้จะชวยใหง านสำเร็จไดดขี ึ้น ไมตองมีงานค่ังคางหอบกลับไปทำท่ีบา น เปน การจัดสรรเวลาแบบหน่งึ การวางแผนชวี ิตไมเปน เซ็ตตัวเองไมไดวา อะไรสำคญั กอ นหลังมกั ไมก อใหเกิดการพัฒนา 4. ทำใหทที่ ำงานเหมือนบานหลงั ทส่ี อง ลองจดั บรรยากาศโตะทำงานหรอื หองทำงานใหรูสกึ ผอ นคลายมากขนึ้ ตัง้ แจกนั ดอกไมส วย ๆ ทำใหรูสกึ ผอนคลาย มรี ปู ภาพหรือขอ ความที่ชวยสรา งแรงจูงใจหรอื แรงบนั ดาลใจ กา วออกจากบา นดวยความคิดบวก สรางพลังบวกใหก บั ตนเองต้ังแตท่ีบาน ลองหนั มามองหาขอดี สรางโอกาสในการช่ืนชมตนเอง คนในครอบครวั รวมไปถึงคนรอบขา ง และคนท่ีทำงานรวมกนั ดู แคนีก้ ็เปนจดุ เร่ิมตนในการสรา งวันทส่ี ดใสใหก บั ตัวเองไดแลว ปจจุบนั บรษิ ทั ตา งประเทศหลาย ๆ แหง ใหความสำคัญสำหรบั Maker Space พ้ืนท่ที ี่พรอ มปลอ ยของ แสดงความคดิ สรา งสรรคไ ดต ลอด 24 ชวั่ โมง ดว ยการคดิ นอกกรอบ พนักงานสามารถทำงานในเวลาใดกไ็ ด หลุดจากการตอกบัตร สแกนนว้ิ และรูปแบบของออฟฟศไทม เนนคำวา “ผลติ ผลของงาน” มากกวา บางแหงทำงานวนั อังคารถงึ เสารเพ่อื ใหพ นักงานไดหยุดในวันอาทิตยแ ละวนั จันทรแ ทน ขยับเวลาเขา งานในชว งเรง รบี ยามเชาจาก 8 โมง เปน 10 โมง เปลย่ี นทัศนคตเิ ปนไปในแงบวก
7 เพือ่ ใหพนักงานลมื คำวา เกลยี ดวันจันทรห รือเกลียดเวลา 8 โมงกันไปเลย ทำทุกวันทำงานใหม คี วามสขุ ซง่ึ กระแสนีเ้ ปน ทส่ี นใจของคนยุคใหมเปนอยา งมาก 6.ส่งั อาหารอยา งไร ใหดตี อสุขภาพ การใชชวี ติ ประจำวันหลาย ๆ คนอาจจะไมไดมเี วลาที่จะประกอบอาหารเอง จึงตองกินอาหาร นอกบา น อาจจะไมสามารถควบคุมเร่อื งสารอาหารไดม ากนัก เราลองมาคำนึงถึงสารอาหารและสขุ ภาพกันสกั หนอยดกี วา อาหารตามส่ัง - หมชู ้ินดีกวา หมูกรอบหรอื หมสู บั หมชู ้ินจะเหน็ สวนที่เปน มนั หมูชัดเจน สามารถแยกออกไดง าย - ส่งั ผักเพ่มิ ในเมนูโปรด - ใสใสก็อรอย นำ้ ใสดกี วานำ้ ขน - สั่งไขต ม ดีกวา ไขด าว ไขเจียว ไขต ม พลังงานตำ่ กวาไขดาวและไขเจยี ว รานสะดวกซอ้ื - ดูน้ำตาล ไขมนั โซเดียมกอนซอื้ อยาลืมอานฉลากกันนะ - มองหาสตู รหวานนอย ไขมนั ต่ำ มองหาเครอื่ งหมายทางเลอื กสขุ ภาพสูตรหวานนอยหรอื ไขมันต่ำ - ขนมซองเล็กกพ็ อ หยิบซองเลก็ ใหพอรรู สชาติ - นำ้ เปลา ชาสตู รธรรมชาติ กระหายนำ้ นกึ ถึงนำ้ เปลากอ น อยากเพ่มิ ความสดชื่นชารสธรรมชาติชว ยได รานขา วแกง - กินเนื้อดกี วาราดนำ้ น้ำราดมไี ขมนั และโซเดียมสูง - สัง่ เมนูผักดวยทกุ ครั้ง ลองกนิ ตามสูตร 2:1:1 (ผัก:ขา ว:เน้อื สัตว) - แกงจดื ดีกวาแกงกะทิ แกงกะทิมไี ขมนั สงู กวา - อยา สั่งแตของทอด หากอยากกินของทอด วันละม้อื ก็พอนะ
8 รานบุพเฟต - ไมตองกนิ ใหค ุม เนน กนิ ใหหลากหลาย อยา เนน คมุ จนแนนพุง - อยากนิ แตเ น้ือแดง เนอ้ื แปรรูป กินเน้อื แดง เน้ือแปรรปู มาก เพิ่มความเส่ยี งเปน มะเร็ง - นึ่ง ดกี วา ทอด 7.สอนลูก ใหรูจ กั อารมณของตนเอง บอยคร้ังทพ่ี อ แมหรอื ผปู กครองตองพบกบั การควบคมุ อารมณของตวั เองไมไ ดของลกู สงผลใหเ กิดผลกระทบกับคนรอบขา ง ซึ่งพอ แมหรือผปู กครองหลายทานเลือกท่จี ะทำใหลูก กลบั มามีความสุขหรืออารมณดีเรว็ ท่สี ุด โดยที่ไมไดสอนทักษะการจดั การอารมณใ หกับเด็กๆ วธิ ีการสอนลกู ใหรูจ กั อารมณของตนเอง จงึ มีข้นั ตอนดังน้ี 1. สังเกตและจดบันทกึ ความรูสกึ ตนเอง เชน เวลามคี วามสขุ ใหจ ำความรูสกึ ไวใ นใจหรือจดบันทึก 2. ยอมรับ หรอื เขาใจอารมณท่เี กดิ ข้นึ ตอ งยอมรบั วา การมีความรสู ึกที่เกดิ ข้ึน “เปน เร่อื งธรรมดา” จะสามารถจดั การอารมณต ัวเองไดดี 3. เรยี นรผู ลกระทบ หรอื ฝก จัดการกบั อารมณ ตองเรยี นรผู ลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้ ในแตละคร้งั เพื่อฝกควบคมุ การแสดงออก 4. เปล่ยี นอารมณใ หเปน เชิงบวก หากิจกรรมดีๆ ทำ เชน รองเพลง เลน กีฬา หากจิ กรรมสรางสรรคทำ อานหนงั สือเชิงบวก การมที ักษะการจดั การกับอารมณของตนเองเปนเร่ืองท่ีสำคัญมากสำหรบั เดก็ ๆ ที่ใชจดั การกับสถานการณต า ง ๆ ท่เี กิดข้ึนในสังคมจรงิ ไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
9 8.จำนวนม้อื อาหารทเี่ ดก็ วัยเรยี นควรกิน เด็กวยั น้จี ำเปนตองกินอาหารมอื้ หลกั 3 มอ้ื ไดแ ก มอ้ื เชา มื้อกลางวัน และม้ือเย็น และอาหารวางท่ีมีคุณคา ทางโภชนาการ ไมห วานจัด ไมเ คม็ จัดและไมม ีไขมันสงู จำนวน 2 ม้ือ ไดแ ก อาหารวา งเขา และบาย หากกินอาหารมื้อเชากลมุ ใดมาก ม้ือกลางวันตองกินกลมุ นัน้ นอยลง ในทางตรงกนั ขาม กินอาหารมอื้ เชากลมุ ใดนอย ตอ งกนิ อาหารกลุมนน้ั ในมื้อกลางวนั มากขึน้ เพื่อใหไดต ามปริมาณท่แี นะนำ อยางไรก็ตาม เด็กที่กนิ อาหารไมค รบ 3 ม้ือ มักจะอดอาหารเชา ซ่ึงมผี ลเสียตอสุขภาพ อาหารเขาเปน มื้ออาหารทส่ี ำคัญทสี่ ดุ เพราะรางกายไมไดร บั พลงั งานและสารอาหารเปนเวลานานหลายช่ัวโมง หากอดอาหารเชา จะทำใหส มอง และกลามเนื้อทำงานไมด ี เปน ผลใหก ารเรียนรขู า ขาดสมาธิ เฉ่ือยชา หงุดหงิดงา ย และมคี วามเสีย่ งตอการเกิดโรคสมองเส่ือมในอนาคต จงึ จำเปนตอ งกนิ อาหารเชาที่มคี ณุ คาทางโภชนาการ ซง่ึ ควรประกอบดวยกลุมอาหารอยา งนอย 2 กลมุ คือ กลุม ขา ว แปง และกลุมเน้ือสัตว หรอื กลมุ ขา ว แปง และกลมุ นม เพื่อใหไดพลงั งานและสารอาหารครบถว นสำหรับบำรงุ สมองเปน ผลใหระบบความจำ การเรยี นรู และอารมณดีข้นึ รวมทัง้ การทำงานของกลา มเนอื้ เด็กๆ จึงสามารถทำกิจกรรมตา ง ๆ ไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ แมวาเดก็ วัยเรยี นจะตวั โตข้ึน กระเพาะอาหารใหญข ึ้น แตการกินอาหารมื้อหลกั 3 มื้อ ไมส ามารถไดร ับสารอาหารเพยี งพอ เนือ่ งจากเด็กมีความตอ งการสารอาหารมากข้นึ ปริมาณอาหารจงึ เพิ่มข้ึน และนมเปนกลมุ อาหารทไ่ี มแนะนำใหก ินหลงั อาหารทันที เพราะจะขัดขวางการดูดซึมธาตุเหลก็ จึงจำเปน ตอ งมีอาหารวา งวันละ 2 ม้ือ
10 9.ผลกระทบหากชีวติ และการงานไมสมดุลกนั ความมุง ม่ันตงั้ ใจในการทำงานเปนเร่ืองที่ดี แตหากไมมีการจดั สรรแบงเวลาสำหรบั ใชช ีวติ ในสวนอนื่ ๆ อยางเหมาะสม มักสง ผลกระทบตอสมดลุ ของชวี ิตในทสี่ ดุ ดงั น้ี อาการปวยตางๆ เกดิ ขนึ้ ทางรางกาย - เปนโรคกระเพาะ เน่ืองจากการกินอาหารไมเ ปน เวลา กินอาหารไมค รบ 5 หมู จากความเรงรบี - นอนไมหลบั เรอ้ื รัง เนอื่ งจาก มีความเครยี ดสะสม - เปนโรคในกลุม ออฟฟศ ซนิ โดรม เนือ่ งจากการนั่งทำงานในทา เดมิ เปน เวลานาน ขาดการยดื เสน ยดื สาย ออกกำลังกายทเ่ี หมาะสม - เปน โรคอวนและมีไขมันในเลอื ดสูง เนอ่ื งจากชวี ติ ทีเ่ รงรบี ทำใหก นิ อาหารจังกพดู อาหารที่ไมมปี ระโยชนและไมไดอ อกกำลงั กายเพยี งพอ - ผิวพรรณไมส ดใส เปลงปลง่ั เนอื่ งจากขาดการพักผอ นท่ีเพียงพอ - เจ็บปวยไดงาย เปนหวดั งา ย มีอาการภูมิแพเ กิดขน้ึ บอย ฯลฯ เน่อื งจากรางกาย ขาดภูมิคมุ กนั อาการตาง ๆ ที่อาจเกดิ ขน้ึ ทางจติ ใจ - มีความตึงเครยี ดงายและเกิดขึ้นบอ ย ๆ ในระหวา งวนั บางครง้ั เมื่อมีเหตุมากระทบจิตใจกม็ ักแสดงออกดว ยอารมณรนุ แรง หรือ อารมณข้นึ ๆ ลง ๆ - รูสกึ วติ กกังวล หวาดระแวงอยูเ สมอ - รสู ึกหดหู เศราซึม - รูสึกเหนอ่ื ยลา ขาดพลงั และกำลังใจ - ขาดความม่ันใจในตนเอง
11 - ขาดแรงบนั ดาลใจและความคดิ ริเรม่ิ สรา งสรรค ไมก ลาทจี่ ะคดิ ถงึ หรอื ลงมือทำส่งิ ใหม ๆ อาการตางๆ ทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ ทางสังคม - ทำใหความรสู กึ นึกคดิ และมุมมองในดานตาง ๆ เปลี่ยนแปลงไป - มองโลกในแงร า ยมากขึน้ จากทเี่ คยมีทัศนคติเชิงบวกก็กลายเปนเชงิ ลบ - ตอตานสังคม มีแนวคดิ สวนทางกับคนหมูมาก - รูสึกเดียวดาย ไมอยากคบคาสมาคมกับใคร จากที่เคยมเี พ่อื นฝูงมากมายก็คอ ย ๆ ปลีกตัวออกจากสังคมเพ่อื นฝูง จนกลายเปน คนเก็บตัวในที่สดุ - บางครง้ั รูส กึ เครยี ดหรือเหนื่อยจนไมอยากชว ยเหลอื อะไรใคร จนดูเหมือนคนเหน็ แกตวั - ไมรวู า เปาหมายในชวี ติ ของตนเองคืออะไร ใชช ีวิตเล่อื นลอยไปวนั วัน - เขา ใจผดิ คดิ วา การใชสารเสพตดิ หรอื แอลกอฮอลจะชว ยใหร ูสึกดีข้ึน ลองหนั กลบั มาสำรวจตนเองกันสกั นดิ วา การจัดสมดุลระหวางชวี ิตการทำงานและชวี ติ สวนตวั ไดดีเพียงใด และมีความสขุ กับชวี ิตแลวหรือยงั ?
12 10. ขอ เขา เส่อื ม ใกลตัวกวา ที่คิด หลายคนอาจเขาใจวา ขอเขาเส่ือมเปน เร่ืองของผูส ูงอายุแตความจริงแลว ขอเขา เส่อื มสามารถเกิดข้นึ ได กบั คนทุกเพศทุกวยั ไมเวนแมแ ตว ัยรนุ หรอื วยั ทำงาน ซ่ึงจะสงผลกระทบตอการเคลอื่ นไหวในชวี ิตประจำวัน ทำใหเ กิดความเจบ็ ปวด ขอเขาฝด ผิดรปู รูทันขอ เขาเสื่อม ขอ เขาเสื่อมเกิดข้ึนไดจ ากการใชงานขอ เขามากเกนิ ไป ทำใหกระดูกออ นบรเิ วณขอเขาเสียดสีกันจนเกิดการเสอ่ื มและสึกกรอ นของกระดูกออนผิวขอ จนมีอาการปวดเ ขา มกั เกดิ ข้นึ จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันท่มี กี ารใชง าน ขอเขามากเกนิ ไปและอายุท่เี พิ่มมากขน้ึ มผี ลทำใหเ กิดความเสอื่ มของขอ เขา รูห รือไมผูหญงิ มีโอกาสเปน ขอเขา เสื่อมไดมากกวาผูชาย ผหู ญิงในวยั หมดประจำเดือนมีโอกาสเปนขอเขาเสอ่ื มไดมากกวาผูชายถงึ 3 เทา เพราะความแขง็ แรงของกลา มเน้ือทีน่ อยกวา และมวลกระดกู ท่หี ายไปอยา งรวดเร็ว เม่ือมีแรงกระแทกจึงสง ผลตอ ขอ เขาไดโ ดยตรง จนเกิดการเส่อื มขนึ้ ได ใครบางมคี วามเสี่ยง 1. ผูทีม่ ีนำ้ หนกั มาก เพราะนำ้ หนักที่มากทำใหขอตอ ตาง ๆ โดยเฉพาะขอเขาตองรับภาระในการแบกนำ้ หนัก สง ผล ใหขอ เขาเกดิ การเสยี ดสีและสกึ กรอ นไดง าย 2. ผูท่ีชอบใสรองเทา สนสูง ทำใหน ำ้ หนักลงท่ีเขามากกวา ปกติ เมอ่ื ใสบอ ย ๆ ทำใหข อเส่ือมไดงา ย
13 3. ผทู ไี่ ดรบั บาดเจ็บ ไมว า จากอุบัตเิ หตุหรือการเลน กีฬา เปน อกี สาเหตุหน่ึงทีท่ ำใหเกิดอาการขอ เขาเส่ือมในวยั หนมุ สาว แมจะรกั ษาอาการบาดเจ็บนั้นไดก็อาจสง ผลเร้ือรังจนทำใหเกิดขอเขา เส่อื ม 4. ผูท มี่ ีกรรมพันธุ เชน มีคนในครอบครัวเคยเปน โรคดงั กลาว หรือกรรมพันธุทที่ ำใหก ระดูกไมแ ขง็ เปน ตน ซงึ่ ปจจุบนั นักวิจัยคน พบแลววา ผูท ม่ี อี าการขอเขาเส่ือมถกู กำหนดมาแลว ดวยพันธุกรรมถงึ 60% 5. ผูที่มขี อ อกั เสบอ่นื ๆ การปวยเปน โรคท่ีเกย่ี วกับขอตอ ของรา งกาย เชน โรครูมาตอยด โรคเกาต อาจสง ผลใหเกดิ การทำลายขอตอจนเกดิ เปนโรคขอเขา เสื่อมได 6. ผทู ่ีมีอายุ 40 ป ความเส่ยี งของโรคจะเพิ่มมากขึ้น เพราะความเสื่อมของรางกายเริม่ มาเยอื น
14 เจบ็ แบบนค้ี อื ขอ เขาเสื่อม 1. ขอยึด ขอฝด ยึดงอขาออกไดไมสดุ ในบางคร้งั 2. ปวดบวมบริเวณขอเขา โดยเฉพาะในชว งที่ใชง านอยางการยนื เดิน วง่ิ อาการจะลดลงเม่ือไดพัก 3. เวลาขยับหรอื เคลอื่ นไหว จะมเี สียงเสียดสกี ันของขอใหไ ดยนิ 4. เวลายนื เดนิ จะไมมั่นคง จากการที่ขอเสียดสจี นสกึ และหลวม 5. ในผปู วยบางรายกลา มเนือ้ รอบ ๆ อาจลบี เล็กลง และขอผดิ รปู จนขาโกง ได เลอื่ มแลว ตองรกั ษา ปจจุบันขอเขาเสอ่ื มแมจ ะไมสามารถรกั ษาใหหายขาดไดโดยไมตองผา ตัด แตผปู วยอาจจะไมมีอาการหรือมีอาการไมมาก การรักษาจึงเปนเพื่อลดอาการบาดเจ็บและทำใหใชชีวติ ประจำวันไมล ำบาก โดยขึ้นอยกู ับความรุนแรงของอาการ บางรายอาจเพียงใหยาลดอาการปวดบวมหรอื ลดการอกั เสบ แตบางรายกอ็ าจตองฉดี ยาเพ่ือใหขอเขาหลอลืน่ ไมต ิดขดั เพื่อใหส ามารถใชช วี ิตประจำวันไดเ ปน ปกติ สวนผปู ว ยทมี่ อี าการรนุ แรง ไดร บั การรกั ษาโดยรับประทานยาบรรเทาปวด ยาลดการอักเสบเอ็นและขอ การรบั ประทานยาบำรุง ผิวขอกระดูก รวมไปถงึ การฉดี ยานำ้ เลยี้ งไขขอเขา ยาฉีดสเตยี รอยด และ การกายภาพบำบัด ซึง่ เปนการรักษาโดยไมใชย าและไมผ าตัดทีส่ ำคญั เพ่อื เพ่ิมความแข็งแรงของกลามเน้ือ ลดอาการปวด เพ่มิ องศาการขยับของขอแลว อาการยังไมด ีขึน้ อาจตองพง่ึ พาการผา ตัดเพื่อเปนทางออก สุดทาย โดยผา ตดั เปล่ียนใสข อ เขาเทียมทดแทนผิวขอเขา เดิมทีส่ กึ ไมเ รียบ ขรขุ ระผดิ รูป และการผา ตัดปรับแตง เปลยี่ นแนวกระดูกขอเขา ทผ่ี ิดรปู โกง ขึน้ อยกู บั ความผิดปกติ ความรุนแรงของขอ เขา ทเ่ี ส่ือม เปนตน ดูแลเขาไมใ หเ สือ่ มกวาเดมิ หากขอเขา เสอื่ ม การดูแลตวั เองคือส่ิงสำคัญ สามารถทำไดดังน้ี 1. ควบคมุ น้ำหนัก ชว ยลดภาระในการแบกนำ้ หนักของขอเขา ใหไมต องทำงานหนัก 2. ออกกำลังลดแรงกระแทก การออกกำลงั กายจะชว ยสรางกลามเนื้อรับนำ้ หนกั และยืดหยุนไดด ีขนึ้ แต ตอ งเปน การออกกำลงั กายแบบท่ไี มมีแรงกระแทก เชน โยคะ วายนำ้ หรือออกกำลังกายในนำ้ 3. ประคบ ใชไดทงั้ การประคบรอนและประคบเยน็ โดยในชวง 24 ชวั่ โมงแรกใหป ระคบเย็นเพ่ือลดการบวมของ ขอ เขา หลังจากนนั้ หากยังปวดอยูใ หใ ชการประคบรอนเพ่ือลดอาการปวด 4. ทเ่ี สรมิ รองเทาเพ่อื สุขภาพ ชวยลดแรงกดทบั รองรับนำ้ หนักทห่ี ัวเขา ไดดี ทำใหอ าการปวดขณะเดนิ หรือยืนนอยลงได
15 บรรณานุกรม สำนกั งานกองทุนสนบั สนนุ การสรา งเสริมสุขภาพ (สสส.). เกล็ดความรูสขุ ภาพ, สืบคน เมื่อ 2 กุมภาพนั ธ2564. จาก. http://www.thaihealth.or.th/categories สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การสรางเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.). เกลด็ ความรูสุขภาพ, สืบคน เมื่อ 2 กมุ ภาพนั ธ2564. จาก.http://www.thaihealth.or.th/NewsHealth.html
16
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: