Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore AAA.ประชุมผู้ปกครอง 2565 (มาตรฐานแก้ไขแล้ว)(1)

AAA.ประชุมผู้ปกครอง 2565 (มาตรฐานแก้ไขแล้ว)(1)

Published by Sasi Kumbu, 2022-06-24 04:04:30

Description: AAA.ประชุมผู้ปกครอง 2565 (มาตรฐานแก้ไขแล้ว)(1)

Search

Read the Text Version

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (1) ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนเซนต์หลยุ ส์ศึกษา เอกสารประกอบการประชุมผู้ปกครอง Blessed are the peacemakers, for they will be called children of God. (Matthew 5:9) ณ ลาน Francis Hall ปีการศกึ ษา 2565

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (2) ปีการศกึ ษา 2565 การประสานความรว่ มมือ ระหว่างโรงเรียน และผู้ปกครอง ท่านผู้ปกครองที่รัก.. ทางโรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา ได้จัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งพัฒนา ศักยภาพ และคุณภาพการศึกษาของนักเรียน ในการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซ่ึงจะบรรลุ เป้าหมายได้น้ัน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันในการหล่อหลอมบุตรธิดา ให้เป็นผ้ทู ี่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จติ ใจ สติปญั ญา ความรู้ และคุณธรรม ความรว่ มมือระหวา่ งบ้าน วดั และโรงเรียนจะเปน็ พลงั ขบั เคล่ือนศกั ยภาพของนกั เรยี น และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสิ่งดีๆ มากมาย ท้ังยังช่วยขจัดอุปสรรคและปัญหาท่ีเกิดหรืออาจจะ เกดิ ขึ้นในชีวิตของนกั เรียน จึงขอความร่วมมือจากท่านช่วยเป็นกำลังใจ และเสริมแรงลูกๆ ของเราทุกคนให้ตงั้ ม่ันในการทำ ความดี และร่วมมอื กับทางโรงเรยี นอย่างเตม็ ที่ ขอพระเป็นเจ้าโปรดตอบแทนน้ำใจดีของท่าน และโปรดประทานพระพร แด่ท่าน ครอบครัว และกิจการงานของท่านเสมอ ( นางสาวเนาวรตั น์ คำแดง ) ผู้อำนวยการโรงเรยี นเซนต์หลุยสศ์ กึ ษา

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (3) ปีการศกึ ษา 2565 พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า 5 เมษายน พุทธศักราช 2525 ณ ท้องสนามหลวง คุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝัง และบำรงุ ใหเ้ จริญงอกงาม ข้นึ โดยทัว่ กนั แลว้ จะมีผลทำให้ประเทศชาติบงั เกดิ ความสขุ ความร่มเย็น และมโี อกาส ทจี่ ะปรบั ปรุงพฒั นาใหม้ นั่ คงก้าวหน้าต่อไปได้ดังประสงค์ 1. การรักษาความสัตย์ ความจริงใจต่อตนเองท่ีจะประพฤติปฏิบัติแต่ส่ิงท่ีเป็น ประโยชนแ์ ละเปน็ ธรรม 2. การรู้จกั ข่มใจตนเอง ฝกึ ตนเองใหป้ ระพฤตปิ ฏบิ ัติอยใู่ นความสัตยส์ จุ ริตความดีน้ัน 3. การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วง ความสัตย์สุจริตไม่ว่าจะโดย เหตผุ ลประการใด 4. ควรรู้จักละความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพ่ือ ประโยชน์สว่ นใหญข่ องบา้ นเมอื ง คา่ นยิ มพน้ื ฐาน 5 ประการ 1. การพง่ึ ตนเอง ขยันหมั่นเพียร และมคี วามรับผดิ ชอบ 2. การประหยดั และอดออม 3. การมรี ะเบยี บวนิ ัยและเคารพกฎหมาย 4. การปฏิบัตติ ามคณุ ธรรมของศาสนา 5. ความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (4) ปีการศกึ ษา 2565 พระวาจาพระเจ้าในชวี ติ ครอบครวั ของเรา ผ้ปู กครองทีร่ กั ทกุ ท่าน..... ท่านนักบญุ เปาโลกล่าวว่า... “ท่านเป็ นผู้ทีพ่ ระเจ้าทรงเลือกสรร เป็ นผู้ศักดิส์ ิทธิแ์ ละเป็ นท่ีรกั ของ พระองค์ จงเห็นอกเห็นใจกัน จงมีความใจดี ความถ่อมตน ความอ่อนโยน และความ พากเพยี รอดทนเป็นเสมอื นเครอ่ื งประดบั ตน จงผอ่ นหนกั ผอ่ นเบาซง่ึ กนั และกนั หากมี เรือ่ งผิดใจกนั กจ็ งยกโทษกนั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ทรงใหอ้ ภยั ความผดิ ของท่านอย่างไร ท่านก็จงใหอ้ ภยั แก่เขาอย่างนัน้ เถดิ แต่สงิ่ ท่สี าคญั กว่าสง่ิ ใดก็คอื ความรกั ซง่ึ รวมเราไวเ้ ป็นหน่งึ เดยี วกนั อยา่ งสมบรู ณ์ ขอใหส้ นั ตสิ ุขของพระครสิ ตเจา้ ครอบครองดวงใจของท่าน พระเจา้ ทรงเรยี ก ท่านทงั้ หลายให้รวมเป็นกายเดยี วกนั ก็เพ่อื จะได้บรรลุถงึ สนั ตสิ ุขน้ีเอง จงระลกึ ถงึ พระคณุ น้เี ถดิ ขอพระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในท่านอย่างเต็มเปี่ยม จงสอน และตกั เตอื นกนั ดว้ ยปรชี าญาณ จงขอบพระคณุ พระเจา้ โดยการขบั รอ้ งบทเพลงสดุดี เพลงสรรเสรญิ และบทเพลงศกั ดสิ์ ทิ ธติ์ ่างๆ จากใจจรงิ ท่านจะพูดเร่อื งใดหรอื ทา กิจการใด ก็จงพูดจงทาในพระนามของพระเยซูองค์พระผู้เป็ นเจ้า เป็ นการ ขอบพระคณุ พระเจา้ พระบดิ าโดยทางพระองคเ์ ถดิ ภรรยา จงอยใู่ ตอ้ านาจของสามตี ามสมควรในองคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ สามี จงรกั ภรรยาและอยา่ ทาใหน้ างรสู้ กึ ขมขน่ื บตุ ร จงเช่อื ฟังบดิ ามารดาในทุกสง่ิ เพราะการกระทาเช่นน้ีเป็นทพ่ี อพระทยั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ บดิ ากจ็ งอย่าขดั ใจ บตุ รเกนิ ไป จนเขาทอ้ แทห้ มดกาลงั ใจ ( คส 3:12-21 )

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (5) ปีการศกึ ษา 2565 เติบโตข้นึ ในความรักของพระเจา้ “พระจติ เจ้าทรงแสดงพระองค์ในแตล่ ะคนเพ่อื ประโยชนส์ ่วนรวม” (1 คร 12:7) ทา่ นนักบญุ เปาโล ไดก้ ลา่ วเตอื นใจเราทุกคนว่า “พระจติ เจา้ ทรงแสดงพระองค์ ในแต่ละคนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม” (1 คร 12:7) เพื่อให้เราแต่ละคนได้ใช้ความสามารถของเรา เพื่อประโยชน์ของครอบครัว โรงเรียน และประเทศชาติ เพราะความรักของพระองค์ไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นความรักเพ่ือมนุษย์ทุกคน พระองค์จึงประทานพระพรให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่มีใครมี ความสามารถท่ีเหนือกว่าคนอ่ืนทุกอย่าง แต่เราทุกคนมีความสามารถแตกต่างกัน เพื่อจะได้ ชว่ ยเหลือซ่งึ กนั และกนั และเป็นประโยชน์ตอ่ กัน โรงเรียนเองก็มีวิสัยทัศน์ท่ีมุ่งม่ันพัฒนาและส่งเสริมนักเรียนให้เป็นมนุษย์ท่ีมีคุณภาพเป็นผู้ ท่สี มบรู ณท์ ั้งร่างกาย จิตใจ สติปญั ญา ความรู้ และคณุ ธรรม มีความสขุ ในความรักของพระเจ้าตาม จติ ตารมณ์ของท่านนกั บุญเปาโล ซ่ึงเปน็ แนวทางในการดำเนนิ ชวี ิตตามพระพรของแตล่ ะคนที่ได้รับ ความร่วมมือท่ีดีระหว่างโรงเรียนและบ้าน จึงเป็นพลังขับเคลื่อน ให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่าง เตม็ ศกั ยภาพทัง้ ดา้ นร่างกาย อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา นักเรียนจะมภี ูมคิ ุ้มกนั ตนเองทีเ่ ข้มแข็ง สามารถสรา้ งแรงบันดาลใจให้เกิดสิ่งดีๆ ทงั้ ยังชว่ ยขจัดอปุ สรรคและปญั หาทเ่ี กิดหรืออาจจะเกิดขึ้น ในชีวิตของนกั เรยี นอันจะทำใหเ้ ขาสามารถดำรงชีวติ อย่ใู นสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ วันนี้.. ขอให้เป็นจุดเร่ิมต้นของเราที่ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ในการส่งเสริมและเป็นแรง สนับสนุน ช่วยเหลือบุตรหลานของเราให้สามารถใช้พระพรที่ได้รับจากพระเจ้า เพ่ือประโยชน์ของ ส่วนรวม และสามารถดำเนินชวี ิตในทางท่ถี ูกต้อง เหมาะสม อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งเปน็ สุข

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (6) ปีการศกึ ษา 2565 สาสน์รกั จากพระเจ้า.. สู่ “ครอบครวั ” ครอบครวั …คอื พลัง ครอบครัวนั้น เป็นหน่วยที่เล็กท่ีสุดของสังคม เป็นรากฐานของสังคมและเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ สังคมที่จะช่วยจรรโลงให้คนทุกคนที่อยู่ร่วมกันในสังคม ได้อยู่รวมกันอย่างสันติ ถ้ามีครอบครัวท่ีเต็มไป ดว้ ยความรัก ความอบอ่นุ และความเข้าใจกัน มีคำกล่าวว่า บา้ นธรรมดาๆ นน้ั …สร้างจากอฐิ หนิ ดิน ทราย แต่ บา้ นของครอบครวั ท่มี คี วามสุขนั้น… สรา้ งจากความรักและความเข้าใจ ครอบครวั เกดิ จากความรัก ความผูกพัน ครอบครวั ทพ่ี วกเขาสรา้ งข้นึ จะเปี่ยมไปดว้ ยพลัง…พลงั แหง่ รกั นัน่ เอง เพราะพลงั รกั จากค่ชู วี ิตนน้ั เป็นพลังสร้างสรรค์อันจะเปรยี บปานมไิ ด้ ซึง่ ถ้าใครไดป้ ระสบกบั ตวั เอง ก็คงจะต้องยอมรับในพลงั รักอนั ยงิ่ ใหญ่ ทีจ่ ะทำให้มวลมนุษยชาตอิ ยู่รว่ มกนั อย่างผาสุก คนเราเกิดมาเพื่อพ่ึงพากัน… ไม่ใช่หรือ และคนที่มีความรักในหัวใจ ย่อมจะมีครอบครัวท่ีอบอุ่น และเปน็ พลงั ให้เขาเสมอ เพราะคำคำเดียวสั้นๆ ที่เรียกขานว่า ‘รัก’ ไม่ใช่หรือ ท่ีทำให้เราเกิดมาในโลกใบนี้อย่างมีคุณค่า เปน็ โซท่ องคล้องชีวติ คู่ของบุพการขี องเราใหย้ ั่งยืนยาวมาจนทุกวนั น้ี เพราะคำว่า ‘รัก’ ไม่ใช่หรือ ท่ีทำให้มนุษย์เราหยุดการรบราฆ่าฟัน หันมาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ใน ยามที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจฝ่ามหันตภัยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติหรือเกิดจากน้ำมือของ มนษุ ย์ เพราะมักจะมีคำกล่าวว่า ความรัก…คือการให้อภัย การให้อภัยนั้น อาจจะเป็นบริบทแรกของ ความรัก… และบริบทสุดท้ายของความรักกไ็ ด้ ใครจะรู้ แมว้ า่ ในยคุ น้ี คนเราจะแล้งนำ้ ใจ…และเห็นแกต่ ัวกันมากขน้ึ ทกขณะ แตค่ นทีย่ งั คงมีความรกั และรจู้ กั การให้อภัย…จะมคี วามสุขในบั้นปลายชีวติ เสมอๆ แม้ขา้ พเจา้ พดู ภาษาทงั้ ของมนษุ ย์ และของทตู สวรรคไ์ ด้ ถา้ ไม่มีความรกั ข้าพเจ้ากเ็ ปน็ แตเ่ พยี งฉาบหรอื ฉิง่ ท่ีส่งเสยี งอกึ ทกึ ถ้าไม่มคี วามรกั ขา้ พเจ้ากไ็ มม่ คี วามสำคัญแต่อยา่ งใด ถา้ ไมม่ คี วามรกั ขา้ พเจ้าก็มิได้รับประโยชนอ์ นั ใด ความรักยอ่ มอดทน มีใจเอ้อื เฟือ้ ไม่อิจฉา ไมโ่ ออ้ วดตนเอง ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไมเ่ ห็นแก่ตัว ความรกั ไมฉ่ ุนเฉยี ว ไมจ่ ดจำความผิดท่ีไดร้ ับ ไมย่ นิ ดใี นความชว่ั แต่ร่วมยินดีในความถกู ตอ้ ง ความรกั ใหอ้ ภัยทุกอยา่ ง เชื่อทกุ อยา่ ง หวงั ทกุ อย่าง อดทนทกุ อยา่ ง ความรักไมม่ ีสิน้ สุด แม้การประกาศพระวาจาจะถกู ยกเลิกแมก้ ารพดู ภาษาท่ีไมม่ ใี ครเขา้ ใจจะยุติ (1 คร 13:1-13)

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (7) ปีการศกึ ษา 2565 โ ร ง เ รี ย น เ ซ น ต์ ห ลุ ย ส์ ศึ ก ษ า ปรชั ญาของโรงเรยี น (PHILOSOPHY) การเรียนดี วนิ ยั เด่น เน้นคุณธรรม Well-knowledge หมายถงึ การศกึ ษาท่ใี ห้ความรูแ้ ละทกั ษะพ้นื ฐานท่จี าเป็นอย่างเพยี งพอ เช่นความรูด้ ้านภาษา ด้านคิดคานวณ ความเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีรวมทงั้ รู้จักคิดและแก้ปัญหา มี ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ และใฝ่เรยี นรตู้ ลอดเวลา รจู้ กั แสวงหาความรเู้ พอ่ื พฒั นา ตนเองและเพอ่ื การงานอาชพี มคี วามเจรญิ ทส่ี มดลุ ระหวา่ งวตั ถแุ ละจติ ใจ วนิ ัยเด่น (Self-discipline) หมายถึง การมนี ิสยั ท่ดี งี าม ดารงชวี ติ อย่างเรยี บง่าย มวี นิ ัยในตนเอง รู้จกั รบั ผดิ ชอบต่อตนเอง และสงั คม เคารพสิทธิผู้อ่ืน ปฏิบัติตามกติกาและกฎเกณฑ์ของสงั คม เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และยดึ มนั่ ในระบอบประชาธปิ ไตย เน้นคุณธรรม (Virtuous) หมายถงึ การยดึ มนั่ ในหลกั ธรรม และ ศรทั ธาตามหลกั ธรรมของศาสนาเป่ียมดว้ ยจติ ตารมณ์แห่ง ความรกั และเมตตา ตามคุณค่าพระวรสาร มคี วามรกั และให้อภยั ปฏิบตั ิตนผูน้ าเป็นแบบอย่างท่ดี ี มี สามคั คธี รรม กตญั ญูต่อสถาบนั และผมู้ พี ระคุณ มคี วามเขา้ ใจซาบซ้งึ ในคุณค่าของวฒั นธรรม มคี ่านิยมท่ี ถกู ตอ้ ง มคี วามอดทน ความซอ่ื สตั ย์ มจี ติ อาสา มวี สิ ยั ทศั น์ทด่ี แี ละมเี จตคตทิ ด่ี ตี ่ออาชพี สุจรติ ระดับขัน้ ปฐมวยั วิสยั ทัศน์ (VISION) ผู้เรียนมีศักยภาพรอบด้าน ครูและบุคลากรมีคุณภาพในยุค ศตวรรษท่ี 21 มีบรรยากาศการเรียนรู้ แบบคาทอลกิ รกั ษค์ วามเปน็ ไทย และมรี ะบบบรหิ ารสคู่ วามเปน็ เลศิ ด้วยมาตรฐานสากล พันธกิจ (MISSION) 1. ส่งเสริมและพฒั นาให้เดก็ มีความพรอ้ มทง้ั 4 ดา้ น อยา่ งสมดลุ มีทกั ษะที่จำเปน็ ตามทห่ี ลกั สตู รกำหนด 2. ปลกู ฝังและสง่ เสริมให้เดก็ มีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมทีพ่ ึงประสงค์ รกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม และความเปน็ ไทย 3. ส่งเสรมิ และพฒั นาครู บุคลากร ใหม้ ีคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพในศตวรรษที่ 21 4. สร้างบรรยากาศแห่งเรียนร้แู บบคาทอลกิ 5. พัฒนาระบบบริหารสถานศึกษาสู่ความเปน็ เลศิ ด้วยมาตรฐานสากล

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (8) ปีการศกึ ษา 2565 นโยบายของโรงเรียน 1. สง่ เสริมและพัฒนาผเู้ รียนใหม้ ศี ักยภาพรอบดา้ น 2. ปลูกฝงั และส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีทักษะชีวติ รกั ษส์ ง่ิ แวดล้อม และความเปน็ ไทย 3. สง่ เสรมิ และพัฒนาครู บุคลากรให้มคี ุณภาพและประสิทธภิ าพในศตวรรษที่ 21 และยคุ Disruptive 4. สรา้ งบรรยากาศแห่งการเรียนรแู้ บบคาทอลิก 5. พัฒนาระบบบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลศิ ด้วยมาตรฐานสากล อัตลกั ษณผ์ ้เู รียนและเอกลกั ษณส์ ถานศึกษา 1.อตั ลกั ษณ์ผเู้ รยี น (Identity) 6. “ซ่อื สตั ย์ พอเพยี ง เสยี สละ รกั เมตตา กตญั ญรู คู้ ุณ” 1. ซอ่ื สตั ย์ “ถา้ ท่านซ่อื สตั ยใ์ นเร่อื งเลก็ น้อย ท่านจะซ่อื สตั ยใ์ นเร่อื งใหญ่ดว้ ย (ลก.16.10)” ซ่อื ตรง มมี โน ธรรมเทย่ี งตรง จรงิ ใจ สุจรติ โปรง่ ใส และประพฤตติ รงตามความเป็นจรงิ ทงั้ กาย วาจา ใจ และ ยดึ หลกั ความจรงิ ความถูกตอ้ งในการดาเนนิ ชวี ติ 2. พอเพยี ง ปฏบิ ตั ติ นเป็นบคุ คลทด่ี าเนนิ ชวี ติ เรยี บงา่ ย พอเพยี ง การใชส้ งิ่ ของต่างๆ อยา่ งรคู้ ุณค่า มคี วาม พงึ พอใจในสง่ิ ท่ตี นเองมอี ยู่ ประหยดั อดออม คดิ วางแผน แกป้ ัญหาต่างๆทเ่ี กดิ ขน้ึ ด้วยการใช้ เหตผุ ล 3. เสยี สละ การมจี ติ อาสา สละเวลา แรงกาย และสตปิ ัญญา เพ่อื สาธารณประโยชน์ บาเพญ็ ประโยชน์ใน โรงเรยี น ชุมชนและสงั คมดว้ ยความจรงิ ใจ 4. รกั เมตตา ถอื เป็นคุณค่าท่เี ป็นพ้นื ฐาน ต้องรกั เมตตาในทุกสง่ิ กล่าวคอื รกั พระเจ้า รกั เพ่อื นบ้าน รกั การงาน รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ รกั วนิ ยั รกั ธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ ม เหมอื นรกั ตนเอง 5. กตญั ญรู คู้ ณุ การมคี วามกตญั ญใู นทุกสงิ่ คอื กตญั ญูต่อพระเจา้ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ผมู้ พี ระคณุ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ ม 7. เอกลกั ษณ์สถานศึกษา (Uniqueness) “รักและรบั ใช”้ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา หล่อหลอมผู้เรียนด้วยเอกลักษณ์ของสถานศึกษา “รัก และรับใช้” อันหมายถึง การเป็นผู้รักคนอ่ืนเหมือนรักตนเอง รู้จักการให้อภัย แสดง ความยินดีต่อความสำเร็จของผู้อื่น เคารพคุณค่าและศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ปฏิบิตตน เป็นบุคคลแห่งการรับใช้ แสดงออกซึ่งพฤติกรรมรู้จักการเป็นผู้ให้ การมีน้ำใจให้ความ ช่วยเหลอื แบง่ ปันดว้ ยจริงใจและมจี ิตอาสาเพอ่ื ส่วนรวม 8.

เอกสารประชมุ ผ้ปู กครอง (9) ปีการศกึ ษา 2565 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ของนักเรยี นโรงเรียนเซนต์หลยุ สศ์ ึกษา ขอ้ ท่ี คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ อง คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องชาติ โรงเรยี น 1 ซอ่ื สตั ย์ ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ (2) มวี นิ ยั (3) ใฝ่เรยี นรู้ (4) 2 พอเพยี ง อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง (5) รกั ความเป็นไทย (7) 3 เสยี สละ มงุ่ มนั่ ในการทางาน (6) จติ สาธารณะ (8) 4 รกั เมตตา มจี ติ สาธารณะ (8) 5 กตญั ญรู คู้ ุณ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ (1) รกั ความเป็นไทย (7) 6 รกั และรบั ใช้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน (6) มจี ติ สาธารณะ (8) “เปน็ สงั คมแหง่ การเรยี นรู้ นกั เรยี นเปน็ ผมู้ ี จติ ใจงาม รจู้ กั รกั และรบั ใช้”

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (10) ปีการศกึ ษา 2565 ** โรงเรยี นมอบหมายให้ แต่ละฝา่ ยกำหนดวัตถปุ ระสงค์คุณภาพ เชงิ พฤติกรรมใหส้ อดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงค์คุณภาพ **

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (11) ปีการศกึ ษา 2565 ฝา่ ยบริหารจัดการ นโยบายคุ้มครองขอ้ มูลส่วนบคุ คล (Privacy Notice) สำหรบั ผูส้ มคั รเรยี น นกั เรยี น และผู้ปกครอง โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา ให้ความสำคัญและเคารพความเป็นส่วนตัว และตระหนักถึงการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ค้มุ ครองข้อมลู สว่ นบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอืน่ ทีเ่ กีย่ วข้อง โรงเรียนเซนต์หลุยสศ์ กึ ษา จึงประกาศนโยบายคมุ้ ครองขอ้ มูลสว่ นบุคคลฉบับนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ แจ้งรายละเอียดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการจัดการเพ่ือรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่ วนบุคคลของ ท่าน เพื่อให้ท่านม่ันใจวา่ ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงเรียนเก็บรวบรวม ใช้ หรอื เปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล” หรอื “การประมวลผล”) ไดร้ ับความคุม้ ครองและเป็นไปตามกฎหมายคมุ้ ครองข้อมูลสว่ นบุคคล 1. คำนิยาม “ข้อมูลสว่ นบุคคล” หมายถงึ ขอ้ มูลเก่ียวกบั บคุ คลธรรมดา ซึ่งทำใหส้ ามารถระบตุ ัวบุคคลนนั้ ได้ ไมว่ ่า ทางตรงหรอื ทางออ้ ม แต่ไมร่ วมถึงข้อมลู ของผ้ถู งึ แก่กรรมโดยเฉพาะ “ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลท่ีถูกบัญญัติไว้ในมาตร 26 แห่ง พระราชบัญญตั ิคุ้มครองข้อมลู ส่วนบคุ คล พ.ศ. 2562 ได้แก่ ขอ้ มลู เช้อื ชาติ เผา่ พันธ์ุ ความคิดเหน็ ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ขอ้ มลู สหภาพแรงงาน ขอ้ มูลพันธุกรรม ขอ้ มูลชีวภาพ หรอื ขอ้ มูลอื่นใดซงึ่ กระทบตอ่ เจา้ ของข้อมูลส่วนบุคคลใน ทำนองเดียวกันตามทีค่ ณะกรรมการคุ้มครองขอ้ มูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด 2. ข้อมูลส่วนบุคคลท่ีเกบ็ รวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่โรงเรียนเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วน บุคคล ตามประเภทดงั ตอ่ ไปน้ี เจา้ ของขอ้ มลู ข้อมลู ส่วนบุคคลทีเ่ ก็บรวบรวม ส่วนบคุ คล 1. ผสู้ มัครเรยี น 1) ขอ้ มลู ส่วนตวั เชน่ คำนำหนา้ ช่อื ช่ือ นามสกลุ เพศ วนั เดือนปเี กิด รปู ถา่ ย อายุ สัญชาติ สถานทีเ่ กิด เลขบตั รประชาชน 2) ขอ้ มลู การตดิ ต่อ เชน่ ทีอ่ ยู่ เบอรโ์ ทรศัพท์ 3) ข้อมูลทปี่ รากฏบนเอกสารทางราชการ เชน่ สำเนาทะเบยี นบา้ น สำเนาสตู บิ ัตร สำเนา บตั รประจำตวั ประชาชน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (12) ปีการศกึ ษา 2565 เจ้าของขอ้ มูล ข้อมูลสว่ นบคุ คลที่เกบ็ รวบรวม สว่ นบคุ คล 4) ขอ้ มูลการศกึ ษา เชน่ ระดับการศึกษา ชั้นเรยี น วฒุ ิการศึกษา สถาบนั การศกึ ษา ผลการเรยี น ผลการทดสอบ ผลการประเมิน จำนวนหน่วยกิต ขอ้ มูลความประพฤติ 5) ขอ้ มลู ส่วนบคุ คลของผูป้ กครอง เช่น ช่ือ นามสกุล ท่ีอยู่ เบอรโ์ ทรศัพท์ 6) ขอ้ มูลสว่ นตวั อื่นๆ เชน่ การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปดิ 7) ขอ้ มลู สว่ นบคุ คลทีอ่ ่อนไหว เช่น ข้อมลู สุขภาพ ศาสนา ขอ้ มูลทป่ี รากฎในสำเนาบัตรประชาชน เช่น ศาสนา เช้อื ชาติ และหมโู่ ลหติ ซ่ึงโรงเรียนไดร้ ับความยนิ ยอมโดยชดั แจง้ จากทา่ น หรือมคี วาม จำเปน็ ตามทีก่ ฎหมายอนญุ าตใหด้ ำเนนิ การได้ นักเรียน 1) ข้อมลู สว่ นตวั เช่น คำนำหนา้ ชอื่ ช่ือ นามสกลุ ช่อื เลน่ เพศ วนั เดือนปีเกดิ รปู ถา่ ย อายุ สัญชาติ สถานที่เกดิ เลขบตั รประชาชน นำ้ หนัก สว่ นสงู รหสั ประจำตัวนักเรยี น 2) ข้อมูลการตดิ ต่อ เชน่ ท่อี ยู่ เบอร์โทรศัพท์ อเี มล Line ID 3) ข้อมูลที่ปรากฏบนเอกสารทางราชการ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาสูตบิ ัตร สำเนาบตั รประจำตวั ประชาชน 4) ขอ้ มูลการศกึ ษา เช่น ระดบั การศกึ ษา ชน้ั เรยี น หอ้ งเรียน วุฒิการศึกษา สถาบนั การศกึ ษา ประวตั ิการศึกษา ผลการเรียน ผลการทดสอบ ผลการประเมิน จำนวนหน่วยกติ ขอ้ มลู พฤตกิ รรม ข้อมลู ความประพฤติ 5) ข้อมลู การใช้งานและการเข้าถึงระบบสารสนเทศ เช่น Username Password 6) ข้อมูลส่วนบุคคลของผปู้ กครอง เช่น ชอ่ื นามสกุล ทีอ่ ยู่ เบอรโ์ ทรศพั ท์ 7) ข้อมลู สว่ นตัวอ่ืนๆ เชน่ การบนั ทกึ ภาพจากกลอ้ งวงจรปิด 8) ขอ้ มลู สว่ นบคุ คลท่อี ่อนไหว เชน่ ข้อมลู สุขภาพ ขอ้ มลู ความพิการ ศาสนา ขอ้ มูลท่ีปรากฎใน สำเนาบตั รประชาชน เชน่ ศาสนา เชอื้ ชาติ และหมู่โลหิต ซ่งึ โรงเรียนได้รบั ความยนิ ยอมโดยชดั แจง้ จากทา่ น หรือมีความจำเปน็ ตามทก่ี ฎหมายอนญุ าตใหด้ ำเนินการได้ 3. ผปู้ กครอง 1) ขอ้ มลู ส่วนตัว เชน่ คำนำหนา้ ชอื่ ช่อื นามสกลุ เพศ วันเดือนปเี กดิ อายุ สัญชาติ เลขบตั ร ประชาชน 2) ขอ้ มูลสถานภาพ เชน่ สถานภาพการสมรส 3) ขอ้ มูลการตดิ ต่อ เช่น เบอรโ์ ทรศัพท์ ทอี่ ยู่ สถานท่ีทำงาน อเี มล Line ID 4) ขอ้ มูลทป่ี รากฏบนเอกสารทางราชการ เชน่ สำเนาทะเบียนบา้ น สำเนาบตั รประจำตวั ประชาชน 5) ข้อมลู เกย่ี วกับการทำงาน เช่น ตำแหน่งงาน อัตราเงินเดอื น อาชีพ 6) ขอ้ มลู การใชง้ านและการเข้าถงึ ระบบสารสนเทศ เช่น Username Password 7) ข้อมลู ส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เช่น ข้อมูลทป่ี รากฏอยู่ในสำเนาบัตรประชาชน เชน่ ศาสนา เช้ือ ชาติ และหม่โู ลหิต ซึง่ โรงเรียนได้รับความยนิ ยอมโดยชดั แจง้ จากทา่ น หรอื มคี วามจำเป็นตามท่ี กฎหมายอนญุ าตให้ดำเนนิ การได้

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (13) ปีการศกึ ษา 2565 3. แหลง่ ทมี่ าของขอ้ มูลสว่ นบคุ คล 3.1 โรงเรียนเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สว่ นบคุ คลจากทา่ นโดยตรง ไมว่ า่ จะเป็นการใหข้ อ้ มลู ผ่านชอ่ งทาง ต่างๆ เชน่ จากการกรอกขอ้ มูลในใบสมัครงาน จากประวัตสิ ว่ นตวั และเอกสารประกอบการสมคั รงานท่ที ่านได้ ยื่นใหแ้ กโ่ รงเรียน ในขน้ั ตอนการสมคั รงานตามชอ่ งทางตา่ งๆ ท่โี รงเรยี นกำหนดเพอื่ รบั สมัครงาน และข้อมลู อ่ืนๆทไ่ี ดย้ ืน่ ใหแ้ ก่โรงเรยี น ในภายหลงั เข้าทำงาน 3.2 โรงเรียนอาจไดร้ ับข้อมูลส่วนบคุ คลของทา่ นจากแหล่งอ่ืน เช่น บริษทั จดั หางาน แหล่งข้อมูล สาธารณะ ข้อมูลจากหน่วยงานราชการ หรอื จากบุคคลอืน่ 4. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลสว่ นบุคคล โรงเรียนประมวลผลข้อมูลส่วนบคุ คล เพื่อวัตถุประสงคด์ ังต่อไปน้ี 1. เพ่ือการปฏิบัติหนาที่ในการดําเนนิ ภารกจิ เพื่อประโยชน สาธารณะของโรงเรียน เชน การใหบริการ การศึกษาข้ันพื้นฐาน การจัดการเรียนการสอน การติดตอสื่อสาร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตางๆ การวางแผนการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู การวัดผลและประเมินผล การจัด กิจกรรมแนะแนว การดําเนินการเทียบโอนผลการเรียน การจัดทําประวัติ/ทะเบียนนักเรียน เพื่อจัดทําผลการ เรียน/ประกาศนียบัตร การตรวจสุขภาพและวัดสมรรถนะทางรางกาย การจัดทําทะเบียนแสดงผลการเรียน การจัดการการลาปวย ลากิจ การบันทึกพฤติกรรม การดูแลนักเรียน การพิจารณาจัดสวัสดิการ การสงขอมูล ขา่ วสารทเ่ี กี่ยวของกบั การเรียนการสอน การตรวจสอบ/สอบสวน/ดาํ เนนิ การเพื่อใหเปนไปตามกฎและระเบยี บ ของโรงเรยี น 2. เพ่อื ประโยชนอันชอบดวยกฎหมาย เชน การใหบรกิ ารทางการแพทย การพยาบาล การสาธารณสุข การประชาสัมพันธ การทําแบบสอบถาม การสัมภาษณ การสํารวจความคิดเห็น หรือกิจกรรมการใดๆ กับ นกั เรยี น การขอรับเงินสนับสนุนจากหนวยงานตนสังกดั สํานกั งานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน การ ดําเนินงานดานศิษยเกาสัมพันธ การบันทึกภาพผานกลอง CCTV เพื่อการรักษาความปลอดภัยของบุคคลและ ทรัพยสิน 3. เพ่ือปฏิบัติตามกฎหมายท่ีเก่ียวของกับการใหบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เชน การดําเนินกิจกรรม ใดๆ ทางบัญชีและการเงิน เชน การตรวจสอบบัญชี การแจงและเรียกเก็บหน้ี การออกใบกํากับภาษี และ หลักฐานการดาํ เนนิ ธุรกรรมตางๆ ท่กี ฎหมายกาํ หนด การขอรบั เงนิ สนับสนุนจากสาํ นักงานคณะกรรมการสงเส ริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ การเก็บและใชขอมูลสวนบุคคลตามท่ีกฎหมายกําหนด การนําสงข อมูลใหแกหนวยงานราชการตามท่ีกฎหมายกําหนด การปฏิบัติตามคําสั่งศาลหรือคําสั่งของพนักงานเจาหนาท่ี ตามกฎหมาย การชําระคาธรรมเนียมตามกฎหมาย การกอตั้งหรือใชสิทธิเรียกรองตาม กฎหมายหรือทางศาล เปนตน 4. โรงเรยี นขอความยนิ ยอมในกรณีดงั ตอไปนี้ 1) การนาํ ภาพถายของนักเรียนลงในสอ่ื ประชาสมั พันธของโรงเรียน 2) การจัดทําประกันอบุ ัตเิ หตุใหแกนกั เรียน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (14) ปีการศกึ ษา 2565 5. โรงเรียนขอความยินยอมโดยชดั แจงในกรณดี ังตอไปน้ี 1) การเก็บขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว ไดแก ขอมูลสุขภาพ เพื่อการตรวจสุขภาพ วัด สมรรถนะ ทางรางกาย การจัดการการฉดี วัคซีน 2) การเก็บสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ซ่ึงปรากฎขอมูลสวนบุคคลท่ีออนไหว เชน เชื้อ ชาติ ศาสนา หมูโลหิต) เพอื่ ยนื ยันตวั บคุ คล 5. ขอมูลสวนบุคคลของผเู ยาว กรณีทีโ่ รงเรียนประมวลผลขอมูลสวนบุคคลของผูสมัครเรียน และนกั เรียนทเ่ี ปนผูเยาว โรงเรียนตองให บิดามารดา ผูปกครอง หรือผูใชอํานาจปกครองท่ีมีอํานาจกระทําแทนผูเยาวใหความยินยอมดวย เวนแตใน กรณีท่ี กฎหมายอนุญาตใหผูเยาวใหความยินยอมเองได หากโรงเรียนทราบวามีการเก็บรวบรวมขอมูลสวน บุคคลจากผูเยาว โดยไมไดรับความยินยอมจากบิดามารดา ผูปกครอง หรือผูใชอํานาจปกครองท่ีมีอํานาจ กระทําแทนผูเยาว โรงเรียนจะดําเนนิ การลบหรอื ทาํ ลายขอมลู นนั้ จากระบบของโรงเรยี นทนั ที 6. การเปดเผยขอมูลสวนบคุ คลของทาน 6.1 โรงเรียนจะไมเปดเผยขอมูลสวนบุคคลใหแกบุคคลอื่น เวนแตไดรับความยินยอมหรือมีความ จําเป็นตองเปดเผยหรือรายงานขอมลู สวนบุคคลของทานตอบคุ คลอน่ื โดยกฎหมายใหอํานาจกระทําได โดยไมต องขอความยินยอม หรือตองดําเนินการเพื่อใหเปนไปตามที่กฎหมายกําหนด เชน การเปดเผยใหแก กระทรวงศึกษาธกิ าร สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนตามทีก่ ฎหมายกาํ หนด 6.2 โรงเรียนอาจแบงปนขอมูลสวนบุคคลของนักเรียนตอบุคคลภายนอก เพ่ือดําเนินการเกี่ยวกับการ ตรวจสอบบัญชี การขอคําปรึกษาทางกฎหมาย การดําเนินคดี และดําเนินการอ่ืนใดท่ีจําเปนตอการใหบริการ การศึกษาขน้ั พน้ื ฐานตามวัตถปุ ระสงคที่ไดแจงไวในนโยบายฉบบั น้ี เชน การเปดเผยใหกับสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สํานกั งานคณะกรรมการสงเสรมิ การศกึ ษาเอกชน สํานกั งานสาธารณสขุ เขตพน้ื ที่ 7. การเก็บรักษา ระยะเวลา และมาตรการความปลอดภัย 7.1 โรงเรียนเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของนักเรียนเทาที่จําเปน เพ่ือบรรลุวัตถุประสงคที่ไดแจงไวใน นโยบายฉบับนี้ โดยพิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลของนักเรียนใหมีความเหมาะสมและ สอดคลองกับระยะเวลาตามสัญญา อายุความกฎหมาย รวมถึงความจําเปนที่ตองเก็บขอมูลสวนบุคคลของ นกั เรียนตอไปตามระยะเวลาทีจ่ าํ เปนเพ่ือปฏบิ ัติตามกฎหมาย เพือ่ กอตง้ั สิทธิเรยี กรองตามกฎหมาย หรือการใช สิทธิเรียกรองตามกฎหมาย 7.2 กรณีท่ีผูสมัครเรียนไมผานการคัดเลือกเปนนักเรียน โรงเรียนทําลายและลบขอมูลสวนบุคคลของ ผสู มคั รเรยี นที่ไมผานการคดั เลือก และผูปกครองออกจากระบบของโรงเรยี นทันที 7.3 กรณีท่ีนักเรียนผานการคัดเลือกเปนนักเรียน และเขามาเปนนักเรียนของโรงเรียนเซนต์หลุยส์ ศึกษา โรงเรยี นจะเก็บรักษาขอมูลสวนบุคคลตามระยะเวลาท่ีจาํ เปน เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคในการใหบริการ การศึกษาข้ันพื้นฐานและตามที่กฎหมายกําหนด และภายหลังจากที่นักเรียนสําเร็จการศึกษา โรงเรียนจะทํา การทาํ ลายและลบขอมูลสวนบคุ คลของผูปกครองออกจากระบบของโรงเรยี น 7.4 โรงเรียนจัดใหมีระบบการตรวจสอบ เพื่อดําเนินการลบหรือทําลายขอมูลสวนบุคคลเม่ือพนกํา หนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือท่ีไมเกี่ยวของหรือเกินความจําเปนตามวัตถุประสงคในการเก็บรวบรวมข อมลู สวนบคุ คลนัน้

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (15) ปีการศกึ ษา 2565 7.5 โรงเรียนกําหนดมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลใหมีความเหมาะสม ครอบคลุมถึงความปลอดภัยในขอมูลที่จัดเก็บไวในรูปแบบของเอกสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส ระบบ คอมพิวเตอรหรือเคร่ืองมือตางๆ โดยดําเนินการเปนไปตามมาตรฐานสากล เพื่อใหทานมีความมั่นใจในระบบ รักษาความปลอดภัยในขอมลู สวนบุคคลของโรงเรยี น โดยครอบคลุมถึงการปองกันการสูญหาย การเขาถึง การ ใช การเปล่ียนแปลง แกไข หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลโดยมิชอบหรือกระทําการโดยปราศจากอํานาจ โดย ชอบดวยกฎหมาย 7.7 โรงเรียนจํากัดการเขาถึงและใชเทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในขอมูลสวนบุคคลของ นักเรียน เพื่อปองกันมิใหมีการโจมตีหรอื มีการเขาถึงระบบคอมพิวเตอร หรือระบบอิเล็กทรอนิกสของโรงเรียน โดยไมไดรับอนุญาต รวมถึงเม่ือมีการเปดเผยขอมูลสวนบุคคลของนักเรียนแกบุคคลภายนอกเพ่ือดําเนินการ ประมวลผลขอมูลสวนบุคคลของนักเรียนหรือแกผูประมวลผลขอมูลสวนบุคคล ขอใหทานมั่นใจวาโรงเรียนจะ ดําเนนิ การกํากับ ดแู ลขอ้ มูลส่วนบุคคลนนั้ อยางเหมาะสมเปนไปตามคาํ สั่งของโรงเรยี น 8. สทิ ธิของทานในฐานะเจาของขอมูลสวนบคุ คล 8.1 ภายใตกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล ทานมีสทิ ธดิ ังตอไปน้ี 1) สิทธิในการขอเขาถึงหรือขอรับสําเนาขอมูลสวนบุคคลท่ีโรงเรียนเก็บรวบรวม ใช หรือ เปิดเผยขอมูล สวนบคุ คลของทาน 2) สิทธิในการขอรับ หรือโอนยายขอมูลของทาน ในกรณีที่ขอมูลนั้นอยูในรูปแบบที่สามารถ อานหรอื ใชงานโดยทวั่ ไป ไดดวยเคร่ืองมอื หรอื อปุ กรณทีท่ ํางานไดโดยอตั โนมัตแิ ละสามารถใช หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลไดดวยวิธีการอัตโนมัติรวมถึงสิทธิขอใหสงขอมูลไปยังบุคคลอ่ืน ตามทท่ี านมีความประสงค (โรงเรียนขอสงวนสิทธิในการเรียกเกบ็ คาใชจาย โดยจะกําหนดค่า ใชจายตามความเปนจรงิ อยางเหมาะสม) 3) สิทธิในการคัดคานการเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคลกรณีที่กฎหมาย กาํ หนด 4) สิทธิในการขอใหลบหรือทําลาย หรือทําใหขอมูลสวนบุคคลของทานกลายเปนขอมูลที่ไม สามารถระบุ ตวั ตนไดดวยวธิ กี ารใดๆ กรณที ก่ี ฎหมายกําหนด 5) สิทธิในการระงับการใชขอมูลสวนบุคคลของทาน เวนแตจะมีขอจํากัดตามกฎหมายท่ี โรงเรียน ไมอาจ ดาํ เนนิ การตามคํารองขอของทานได 6) สิทธิในการเพกิ ถอนความยนิ ยอมท่ีใหไวไดตลอดเวลา เวนแตการเพิกถอนความยินยอมจะ มีขอจํากัดตามกฎหมายหรือตามสัญญา ท้ังนี้ การขอถอนความยินยอมของทานจะไมสงผล กระทบตอการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลท่ที านไดใหไวกอนหนาโดยชอบดวยกฎหมาย 7) สิทธิในการรองเรียนตอเจาหนาที่ผูมีอํานาจตามกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคล หากโรงเรยี นมิได ปฏิบตั ติ ามกฎหมาย 8.2 โรงเรียนดําเนินการเต็มความสามารถในการเก็บขอมูลสวนบุคคลที่ถูกตองและเปนปจจุบันของ ท่าน เพื่อใหเปนขอมูลที่มีความสมบูรณและไมกอใหเกิดความเขาใจผิด ท้ังนี้ ทานมีสิทธิในการขอแกไข เปลยี่ นแปลงขอมลู สวนบุคคลของทาน เม่ือทานมีการแกไขหรือเปล่ยี นแปลงขอมูลสวนบคุ คล หรือหากเห็นวาข อมูลท่ีโรงเรียน มอี ยูอาจไมถูกตอง

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (16) ปีการศกึ ษา 2565 8.3 การใชสิทธิของทานตามที่ระบุไวขางตนตองเปนไปตามกฎหมาย โรงเรียนอาจปฏิเสธการใชสิทธิ ของทานขางตนไดตามขอจํากัดการใชสิทธิของทานในฐานะเจาของขอมูลสวนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด ในกรณีท่ีโรงเรียนปฏิเสธไมดําเนินตามคํารองขอใชสิทธิของทาน โรงเรียนจะบันทึกคํารองขอของทาน พรอมดวยเหตุผลไวในบนั ทึกรายการประมวลผลขอมูลสวนบุคคลตามทีก่ ฎหมายกําหนด 8.4 เพ่อื ย่นื คํารองขอใชสิทธิของทาน ทานสามารถติดตอโรงเรยี น ตามชองทางติดตอทร่ี ะบุไวนโยบาย ฉบับน้ี โรงเรียนจะพิจารณาและแจงผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับต้ังแตวันที่ไดรับคํารองขอใชสิทธิของท าน ในกรณีทโี่ รงเรียนปฏเิ สธการใชสิทธิของทาน โรงเรียนจะแจงเหตุผลในการปฏเิ สธการใชสิทธขิ องทานไปพร อมกัน 9. การปรบั ปรงุ นโยบายคุมครองขอมูลสวนบคุ คล โรงเรียนอาจทบทวน ปรับปรุง เปล่ียนแปลงนโยบายฉบับน้ีเปนคร้ังคราว เพื่อใหสอดคลองกับแนว ปฏิบัติ กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ ท้ังน้ี หากมีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงนโยบายฉบับน้ี โรงเรียน จะเผยแพร นโยบายฉบับปรับปรุงลงในชองทางท่ีโรงเรียนกําหนด โดยเร็วท่ีสุดเพื่อใหทานไดพิจารณาและ ดาํ เนินการยอมรับดวยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอื่นใด และหากวาทานไดดาํ เนินการเพื่อยอมรับนั้น แลว ใหถอื วานโยบายท่แี กไข เพิม่ เติมดังกลาวเปนสวนหน่งึ ของนโยบายฉบับนดี้ วย ขอแสดงความนับถอื โรงเรยี นเซนต์หลุยสศ์ ึกษา 1 มถิ นุ ายน 2565 รายละเอียดการตดิ ตอ่ โรงเรยี นเซนต์หลุยสศ์ กึ ษา ท่อี ยู่ 23 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. 10120 เบอร์โทรศัพท์ 02-212-4500 เจา้ หน้าท่ีคมุ้ ครองข้อมูลส่วนบคุ คล โรงเรียนเซนตห์ ลุยส์ศกึ ษา ทอี่ ยู่ 23 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. 10120 เบอรโ์ ทรศัพท์ 02-212-4500

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (17) ปีการศกึ ษา 2565 ฝา่ ยวชิ าการ 1. กิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก จัดขึ้นวันอังคารท่ี 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เพ่ือให้นักเรียนได้ตระหนัก ถึงประโยชน์และโทษของการใช้สารเสพติด รู้จักวิธีป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิด พร้อมทั้งทำ กิจกรรมเพ่ือสรา้ งสขุ ภาพทางด้าน รา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และสังคม 2. กิจกรรมวันสุนทรภู่ข้ึน และวันต่อต้านยาเสพติดโลก จัดขึ้นวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565 โดย เป็นการบูรณการกิจกรรมร่วมกัน ดังน้ีกิจกรรมวันสุนทรภู่ มีกิจกรรม คือ การประกวดวาดภาพระบายสี การ ประกวดอ่านร้อยแก้ว การชมวีดีทัศน์ การแสดงละคร เรื่อง “พระอภัยมณีหนีนางผีเส้ือสมุทร” และการตอบ คำถาม กิจกรรมต่อต้านยาเสพติดโลก มีกิจกรรม คือ การเขียนคำคม เรียงความ ประกวดคลิปหนังส้ัน และ กฬี าสัมพันธ์บาสเกต็ บอล – วอลเลยบ์ อล 3. กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย จัดข้ึนเม่ือวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565 มีความตระหนักให้ นักเรียนเรียนรู้ เก่ียวกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยให้นักเรียนเลือกต้ัง ประธานสภานักเรียนและคณะกรรมการบริหารงานสภานักเรียน ซ่ึงนางสาวพิมพ์ลภัส เจือจันทร์ ได้รับ เลือกต้ังเปน็ ประธานสภานักเรยี น ปีการศกึ ษา 2565 4. กิจกรรมถวายเทียนพรรษา จัดขึ้นวันอังคารท่ี 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ณ วัดปรก เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนครู นักเรียน นำเทียนพรรษาและเคร่ืองไทยธรรมไปถวายพระสงฆ์ เพื่อส่งเสริม ให้บคุ ลากรในสถานศกึ ษาทกุ คน ได้อนุรกั ษ์และสบื สานวฒั นธรรมประเพณีไทยใหค้ งไวต้ ลอดไป 5. การสอบกลางภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 - มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ซึง่ กำหนดวนั จันทร์ท่ี 18 – วนั พุธท่ี 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 6. กจิ กรรมวันภาษาไทยแหง่ ชาติ จัดข้ึนวันพุธท่ี 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 7. กิจกรรมนิเทศการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จัดข้ึนในวันจันทร์ท่ี 8 - วันพุธท่ี 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565 8. กจิ กรรมสัปดาห์วทิ ยาศาสตร์ จดั ข้ึนวนั พธุ ที่ 17 - วนั พฤหสั บดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565 9. กจิ กรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย จดั ข้ึนวันพฤหสั บดที ี่ 1 – วันศุกร์ที่ 2 กนั ยายน พ.ศ. 2565 การพฒั นาคุณภาพงานวิชาการ โรงเรียนมีเปา้ หมายในการท่จี ะพฒั นานกั เรียนใหพ้ รอ้ มกบั การกา้ วสใู่ นศตวรรษท่ี 21 โดยกำหนด เปา้ หมายในการดำเนนิ การ ดงั นี้ 1. นกั เรียนมีทกั ษะ 3R คอื ทักษะการอา่ น ( Reading ) ทักษะการเขียน ( Writing ) และทกั ษะทาง คณติ ศาสตร์ ( Arithmetic ) 2. นักเรียนมที กั ษะ 7C คอื 1. Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการ แกป้ ัญหา) 2. Creativity and Innovation (ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม)

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (18) ปีการศกึ ษา 2565 3. Cross-cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเขา้ ใจความตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์) 4. Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และ ภาวะผูน้ ำ) 5. Communications, Information, and Media Literacy (ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศ และ รู้เทา่ ทันสือ่ ) 6. Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร) 7. Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้) 3. การพฒั นาและยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น และผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ (O – NET) ในระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 และช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ซึง่ ในทุกปีนกั เรยี นมีผล คะแนนการทดสอบสงู กว่าระดบั ประเทศทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้ 4. การเนน้ ทกั ษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สาร โดยจัดการเรยี นรู้ซ่ึงเปน็ ครูชาวตา่ งชาตใิ นคาบเรยี นและ กจิ กรรมเสรมิ นอกหอ้ งเรียน ซึง่ ในปลายภาคเรียนที่ 2 จะมกี ารจดั ทดสอบประเมนิ ความรูค้ วามสามารถ ของนกั เรยี น โดยใชก้ รอบการประเมนิ ตามมาตรฐานของ CEFR

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (19) ปีการศกึ ษา 2565 สถติ ิการศึกษาตอ่ ระดบั อดุ มศึกษาของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ปีการศกึ ษา 2564 จำนวน 28 คน ท่ี ชอื่ – นามสกุล คณะ สาขา มหาวทิ ยาลยั 1 น.ส. เพชรไพลิน ศฤงคารีกุล เทคโนโลยสี ารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบรุ ี 2 น.ส. สุพพตั รา ชาตริ ัตนะ สำนกั วชิ าพยาบาลศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สถาบนั การพยาบาลศรี สวรนิ ทิรา สภากาชาด ไทย 3 น.ส. พาขวัญ กิจเจริญไพศาล เทคโนโลยีสารสนเทศ นวัตกรรมบริการดจิ ิทัล เทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบรุ ี 4 น.ส. ลลนา ไชยเผอื ก วทิ ยาศาสตร์ ชีววทิ ยา ศิลปากร 5 น.ส. ชวิศา หาญศริ ิพงษส์ กลุ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรม รังสิต 6 น.ส. อารยี า วรรณจกั ร เกาหลี 7 น.ส. นาน เอ เมย่ี น จิ - รังสเี ทคนิค รงั สเี ทคนคิ รงั สติ 8 น.ส. สุดาภรณ์ กำไลเงิน วิศวกรรมศาสตร์ วศิ วกรรมคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยีพระจอมเกล้า 9 น.ส. นนั ทิชา กอ้ นทอง หลักสตู รนานาชาติ ธนบรุ ี 10 น.ส. พิธติ า จนั ทรว์ ิโรจน์ วิทยาลัยศลิ ปศาสตร์ ภาษาและวฒั นธรรม รังสิต เกาหลี 11 นาย สิงขรา นิยมวรรณ์ สตั วแพทยศาสตร์ เชยี งใหม่ การท่องเที่ยวและ ศิลปะการประกอบ หอการค้าไทย อุตสาหกรรมการบรกิ าร อาหารและการจดั การ ภัตตาคาร ธรรมศาสตร์ วารสารศาสตรบัณฑติ ภาพยนตร์และภาพถ่าย 12 น.ส. ลลิตา ใจชื่น บริหารธุรกจิ การจดั การโลจิสตกิ ส์ รงั สติ 13 นาย ธนโชติ สายะสทิ ธ์ิ และซพั พลายเชน 14 นาย ปณิธิ ดากลาง วารสารศาสตรแ์ ละ ภาพยนตร์และภาพถ่าย ธรรมศาสตร์ 15 นาย กันต์ เชีย่ วชลาคม สื่อสารมวลชน วารสารศาสตรแ์ ละ วชิ าโฆษณา ธรรมศาสตร์ สื่อสารมวลชน ครศุ าสตรอ์ ตุ สาหกรรม นวัตกรรมการเรียนรู้ เทคโนโลยีราชมงคล และเทคโนโลยี ธัญบุรี สารสนเทศ 16 น.ส. คคนานต์ เจริญนพคณุ บริหารธรุ กจิ การจดั การโลจสิ ติกสแ์ ละ กรงุ เทพ โซ่อปุ ทาน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (20) คณะ สาขา มหาวทิ ยาลยั ดจิ ทิ ัลมีเดียและศิลปะ ภาพยนตร์ กรงุ เทพ ปีการศกึ ษา 2565 ภาพยนตร์ มนษุ ยศาสตร์ ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร หอการคา้ ไทย ท่ี ชอ่ื – นามสกุล ธรุ กิจ 17 นาย จิรวัฒน์ นาคงาม ศิลปศาสตร์ ภาษาอังกฤษ รังสติ ศิลปศาสตร์ พลศึกษา เทคโนโลยรี าชมงคล 18 น.ส. ปารชิ าติ จันทมาศ ธัญบุรี มนุษยศาสตร์ ภาษาจีนธรุ กจิ เกษตรศาสตร์ 19 นาย ประสพโชค เกษบำรงุ ดิจทิ ัลมเี ดียและศลิ ปะ ส่ือดจิ ิทัล กรงุ เทพ 20 นาย อศิ รา เบนอาหวงั ภาพยนตร์ บรหิ ารธุรกิจ การจดั การ กรงุ เทพ 21 น.ส. ชนานนั ท์ หะยากรณ์ บรหิ ารธุรกจิ บริหารระหว่างประเทศ กรงุ เทพ 22 นาย พรี ทัต เกลีย้ งเกลา ดรุ ยิ างคศาสตร์ เทคโนโลยวี ศิ วกรรมดนตรี รงั สติ 23 น.ส.พิชาญานันต์ ก้เู ส้ง 24 น.ส. สรุ ีรตั น์ ชวนานนท์ 25 นาย สุชจั จ์ ธาราไพศาล 26 นาย บรบิ รู ณ์ มุ้ยประเสรฐิ ดุริยางคศาสตร์ อุตสาหกรรมบันเทิง วิชาเอก ศิลปากร ธุรกจิ ดนตรีและบนั เทิง 27 น.ส. ปองรัก เนนิ อไุ ร นิเทศศาสตร์ การส่ือสารการตลาดดจิ ติ ัล รงั สติ และแบรนดด์ ้ิง 28 นาย ชโย เน่อื งคนั ธาร์ ขอพักการเรยี น 1 ปี สรุปสถิตกิ ารศกึ ษาต่อระดบั อุดมศกึ ษาของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศกึ ษา 2564 ท่ี มหาวทิ ยาลยั ( ภาครัฐ) จำนวน ท่ี มหาวิทยาลัย ( ภาคเอกชน) จำนวน 1 เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 3 1 รงั สิต 7 2 เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี 2 2 กรุงเทพ 5 3 ธรรมศาสตร์ 3 3 หอการคา้ ไทย 2 4 เกษตรศาสตร์ 1 5 ศลิ ปากร 2 รวม 14 6 เชยี งใหม่ 1 7 สถาบนั การพยาบาลศรสี วรินทิรา 1 สภากาชาดไทย 13 รวม หมายเหตุ : ขอพกั การเรยี นตอ่ 1 คน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (21) ปีการศกึ ษา 2565 ฝ่ายกิจการนักเรยี น กิจกรรมฝา่ ยกจิ การนักเรยี น ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 1. กิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 6 ดำเนินการจัด วันท่ี 17 และ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 2. กิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ ดำเนินการจัด วนั ที่ 2 มถิ ุนายน พ.ศ. 2565 3. กจิ กรรมวันไหวค้ รู ประจำปกี ารศกึ ษา 2565 ดำเนนิ การจัดวนั ที่ 16 มถิ ุนายน พ.ศ. 2565 4. กิจกรรมประชมุ ผ้ปู กครองนักเรยี น ดำเนินการจัดวนั ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565 5. กิจกรรมวันคลา้ ยวนั สถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ดำเนนิ การจัดวันที่ 29 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2565 6. กจิ กรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา รชั กาลที่ 10 ดำเนินการจัดวันท่ี 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 7. กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ดำเนนิ การจัดวนั ท่ี 11 สงิ หาคม พ.ศ. 2565 8. กิจกรรมค่ายลูกเสือ-เนตรนารีสำรอง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ดำเนินการจัด วนั ท่ี 21 กนั ยายน พ.ศ. 2565

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (22) ปีการศกึ ษา 2565 มาตรการเรยี น On-Site โรงเรียนเซนต์หลุยสศ์ กึ ษา ปีการศกึ ษา 2565 1. กรณีนกั เรยี น ครู หรอื บคุ ลากร “เปน็ ผู้สัมผัสเสีย่ งต่ำ” * เรยี น On-Site ตามปกติ * ทำตามมาตรการ Universal prevention * ประเมนิ Thai Save Thai (TST) * จดั ระยะห่างระหวา่ งนักเรยี นในห้อง ไม่น้อยกวา่ 1 เมตร 2. กรณนี กั เรียน ครู หรือบุคลากร “เปน็ ผู้สัมผสั เสี่ยงสูง” * แยกกกั ตัวท่บี ้าน เป็นเวลา 5 วัน และใหต้ ดิ ตาม สังเกตอาการอีก 5 วนั * การตรวจ ATK ถ้ามอี าการให้ตรวจทนั ที และให้ตรวจครั้งที่ 1 ในวันที่ 5 หลงั สัมผสั ผูต้ ดิ เชื้อ และตรวจครัง้ สุดทา้ ยวันที่ 10 หลงั สัมผัสผ้ตู ิดเชื้อ * สถานศกึ ษาจัดการเรยี นการสอนทเี่ หมาะสม * เว้นระยะห่าง ไม่นอ้ ยกว่า 2 เมตร 3. กรณีนักเรยี น ครู หรือบุคลากร “เป็นผู้ตดิ เช้อื ” * แยกกกั ตัวทบี่ า้ น (Home Isolation) หรือปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำของสถานบรกิ ารด้าน สาธารณสขุ * จดั รปู แบบการเรียนการสอนทเี่ หมาะสม โดยเฉพาะกลมุ่ ทไ่ี ม่มอี ากา* ทำความสะอาด ห้องเรียน ช้นั เรยี น สถานศึกษา และเปดิ เรยี นตามปกติ ขอความร่วมมอื จากท่านผปู้ กครองในกจิ กรรมต่าง ๆ ดงั น้ี

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (23) ปีการศกึ ษา 2565 1. งานสมั พันธช์ มุ ชน • การประชมุ ผปู้ กครองประจำปกี ารศกึ ษา ภาคเรยี นละ 1 ครงั้ • เครือข่ายผปู้ กครอง ตัวแทนผู้ปกครองห้องเรยี นละ 2 คน • กจิ กรรมแบ่งปันความรูส้ ู่ลกู รัก ปกี ารศกึ ษาละ 1 ครัง้ 2. งานปกครอง • ศึกษาคมู่ ือนักเรยี นและสง่ เสริมใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ิตามระเบยี บของโรงเรยี น • สง่ บุตรหลานกอ่ นเวลา 07.45 น. • อบรมดูแลนักเรียนให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย ในเรื่องการแต่งกาย ทรงผม และระเบียบอื่นๆ ตามค่มู ือนกั เรียน ตลอดจนดูแลความประพฤตขิ องนักเรียนขณะที่อยนู่ อกสถานศึกษา 3. งานกจิ กรรมนกั เรยี น • กิจกรรมธนาคารภูมิธรรม และกิจกรรมเยาวชนคนดี เป็นกิจกรรมทีท่ างโรงเรียนมุ่งหวงั ให้ผู้ปกครองมี ส่วนร่วมในการให้นักเรียนได้เรียนรู้คุณค่าของการเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม ด้วยการเรียนรู้และ ฝกึ ปฏบิ ตั ิจริง จะเหน็ ได้ว่า งานตา่ งๆ ของฝ่ายกจิ การนักเรียนม่งุ ปลกู ฝังใหน้ ักเรียนยดึ มัน่ ในศาสนา คณุ ธรรม จรยิ ธรรม โดยเปน็ ผู้มจี ิตใจงาม และเปน็ บุคคลเพื่อผ้อู ่ืนอนั สอดคล้องกบั เอกลกั ษณ์ของโรงเรยี นท่ีว่า “รักเมตตา สละตนเพ่ือผู้อืน่ ”

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (24) ปีการศกึ ษา 2565 ฝา่ ยทรพั ยากรเพ่ือการเรียนรู ้ ข่าวประชาสมั พันธ์ ปีการศึกษา 2565 1. ในปีการศึกษา 2565 น้ี งานอาคารสถานท่ีและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินกิจกรรมด้านการส่งเสริมและ รณรงค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่าน โครงการอนุรักษ์พลังงานและส่ิงแวดล้อม และมีกิจกรรมเพ่ือ ปลกู จติ สำนึกใหน้ ักเรียนดูแลสิง่ แวดล้อมใกลๆ้ ตัวเช่น - กิจกรรมคัดแยกขยะ - กิจกรรมอาหารเปน็ ศนู ย์ - กจิ กรรมกลอ่ งนมรีไซเคิล - กจิ กรรมเยาวชนสรา้ งปา่ อนุรกั ษส์ ่งิ แวดล้อมคนื ถิ่น - กิจกรรมสายตรวจพลงั งานเพอ่ื สิง่ แวดลอ้ ม และนอกจากนี้ในส่วนงานเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบ อินเทอร์เน็ต โดยจัดให้มีเคร่ือง Server และอุปกรณ์ Access Point (Wi-Fi) ใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการ ดำเนนิ งานภายในโรงเรยี นไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้นึ 2. การจดั ระบบรักษาความปลอดภัยของนักเรียนโรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา - โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษาได้ดำเนินการจัดระบบรักษาความปลอดภัยของ นักเรียน โดยการจัดทำ บัตรผู้มารับนักเรียน สำหรับผู้ปกครองหรือบุคคลที่ได้รับ มอบหมายให้เป็นผู้นำนักเรียนออกนอก โรงเรียน หากผู้ปกครองไม่ประสงค์ทำบัตรรับนักเรียนทางโรงเรียน ถือว่าท่านไม่มี สิทธิ์เข้ามารับ นักเรียน หากท่านประสงค์จะทำบัตรรับนักเรียนทาง โรงเรียนเก็บค่าธรรมเนียมในการทำบัตร ชุดละ 100 บาท (บัตรพร้อมอุปกรณ์) และไม่อนุญาตให้นักเรียนเข้าโรงเรียนหลังจากออกนอก โรงเรียนแลว้ (กลับบา้ น) - การจัดทำบัตรจอดรถเพ่ือความสะดวกในการเข้ามารับบุตรหลาน คิดค่าบริการ 100 บาท จะ ได้รับสตกิ เกอร์ (เปลยี่ นสีทุกปี)

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (25) ปีการศกึ ษา 2565 ฝ่ายมาตรฐานคณุ ภาพ 1.) ตามท่ีกระทรวงศกึ ษาธิการไดอ้ อกกฎกระทรวงว่าด้วยประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อ 3 ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ดังน้ัน เพ่ือให้เป็นไปตามท่ี กฎกระทรวงกำหนด และเพื่อให้โรงเรียนมีกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐานอย่าง เป็นระบบ มีประสิทธิภาพอันส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะคุณภาพผู้เรียน มาตรฐาน การศึกษาของโรงเรยี นเซนต์หลุยส์ศึกษา ในปีการศึกษา 2565 จึงเป็นมาตรฐานการศึกษาท่ีจัดทำให้สอดคล้อง กบั มาตรฐานการศึกษาทีก่ ระทรวงศึกษาธกิ ารประกาศกำหนด ดังน้ี 1.1) มาตรฐานการศกึ ษาระดับปฐมวยั ประกอบดว้ ย 3 ด้าน 3 มาตรฐาน 14 ตัวบง่ ช้ี ได้แก่ 1.1.1 ดา้ นคุณภาพของเด็ก มี 1 มาตรฐาน 4 ตวั บ่งชี้ 1.1.2 ดา้ นกระบวนการบริหารและการจดั การ มี 1 มาตรฐาน 6 ตวั บง่ ชี้ 1.1.3 ด้านการจดั ประสบการณท์ ่ีเนน้ เดก็ เปน็ สำคัญ มี 1 มาตรฐาน 4 ตวั บ่งช้ี 1.2) มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ขั้นพื้นฐาน ประกอบดว้ ย 3 ดา้ น 3 มาตรฐาน 21 ตวั บ่งช้ี ได้แก่ 1.2.1 ดา้ นคุณภาพของผเู้ รียน มี 1 มาตรฐาน 10 ตวั บ่งช้ี โดยแบ่งออกเป็น 2 เปา้ หมาย ดังนี้ - ผลสมั ฤทธท์ิ างวิชาการของผู้เรียน มี 6 ตัวบง่ ช้ี - คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผู้เรยี น มี 4 ตวั บง่ ชี้ 1.2.2 ดา้ นกระบวนการบรหิ ารและการจัดการ มี 1 มาตรฐาน 6 ตวั บง่ ช้ี 1.2.3 ดา้ นการจัดประสบการณ์ท่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั มี 1 มาตรฐาน 5 ตวั บ่งชี้ ท้ังน้ีเพ่ือให้โรงเรียนมีคุณภาพตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โรงเรียนจึงมีการตั้งเป้าหมาย ความสำเร็จในมาตรฐานทงั้ 3 ดา้ นของท้ัง 2 ระดบั ทุกปีการศึกษา และประกาศไว้ในเว็บไซต์ของโรงเรียน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (26) ปีการศกึ ษา 2565 ฝา่ ยจิตตาภบิ าล ในปีการศึกษา 2565 ฝา่ ยจติ ตาภบิ าลได้จดั โครงการ/กิจกรรมตา่ งโดยมีวตั ถุประสงค์เพือ่ พฒั นาศักยภาพ มนุษย์ด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มี ทักษะในการแสวงหาความรู้ ทักษะการคิด และทักษะชีวิต ในการดำเนินชีวิต โดยสถานศึกษาคาทอลิกเป็น สนามแพร่ธรรมในการประกาศขา่ วดี 1. การจดั การเรียนรู้วชิ าครสิ ต์ศาสนา 2. กจิ กรรมพิธบี ูชาขอบพระคณุ ในโอกาสเปิดปีการศึกษา 3. กิจกรรมเซนตห์ ลยุ สร์ ่วมแบ่งฝนั ปันสขุ 4. กิจกรรมสมโภชพระนางมารียไ์ ดร้ บั เกยี รติยกขึน้ สวรรคท์ ัง้ กายและวญิ ญาณ 5. กจิ กรรมฉลองนกั บุญหลุยส์ กษตั รยิ ์ องค์อุปถัมภข์ องโรงเรียน 6. กิจกรรมรำลกึ พระคุณพระสงั ฆราช มิเชล ลงั เยร์ ผูก้ อ่ ต้ังโรงเรียน 7. โครงการสมโภชพระคริสตสมภพ 8. กจิ กรรมวจนพิธกี รรมโมทนาคุณโอกาสปิดปีการศกึ ษา 9. กจิ กรรมรับศลี อภัยบาปและพิธีบชู าขอบพระคุณวันศุกร์ตน้ เดือน 10. กิจกรรมเพือ่ นช่วยเพอ่ื น 11. กิจกรรมคำสอนนักเรยี นคาทอลกิ 12. กจิ กรรมอบรมคณุ ธรรมจริยธรรม( Growing Good) 13. กิจกรรมห้องเรยี นคณุ ธรรม ...รักความดี 14. โครงการต้นกล้าเพาะรัก 15. โครงการ Moral Way Nomal Life (คา่ ยคณุ ธรรม) 16. โครงการศาสนสัมพนั ธ.์ ..ในร้วั เซนต์หลยุ ส์ 17. โครงการทุนการศึกษา

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (27) ปีการศกึ ษา 2565

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (28) ปีการศกึ ษา 2565 “สานใยรักในครอบครัว” สาระนา่ รู้ สงิ่ ดีๆ ท่ีอยากแบง่ ปัน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (29) ปีการศกึ ษา 2565

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (30) ปีการศกึ ษา 2565 ของขวญั จ า ก พระเจา้ การทเ่ี ราเกดิ มาในโลกน้ี และตอ้ งพบกบั ปัญหา ความหงดุ หงดิ ใจ ความราคาญใจ ความผดิ หวงั ในเร่อื งตา่ งๆ มากมาย และบ่อยครงั้ ทเ่ี ราไมอ่ ยากต่อสู้ เหน่อื ยหน่าย ไมอ่ ยากมชี วี ติ อยตู่ ่อไป อยากฝากขอ้ คดิ ไวว้ า่ ... • สำหรับเสียงบน่ ของพอ่ แมท่ ี่อยำกใหล้ ูกเป็นคนดี เพรำะนนั่ หมำยถึงฉนั คือคนท่ีพ่อแม่รักและห่วงใย ที่สุดในโลก • สำหรับคนที่เรำรักแตเ่ ขำไม่รักเรำ เพรำะนนั่ หมำยถึงฉนั กำลงั ไดร้ ับโอกำสในชีวติ อีกคร้ังหน่ึง • สำหรับสำมีท่ีนอนกรนท้งั คืน เพรำะนน่ั หมำยถึงเขำกำลงั หลบั อยทู่ ่ีบำ้ นกบั ฉนั ไม่ใช่กบั ผหู้ ญิงอ่ืน • สำหรับลกู สำววยั รุ่นท่ีกำลงั บน่ เร่ืองลำ้ งจำนอยู่ เพรำะนน่ั หมำยถึงเธออยบู่ ำ้ น ไมใ่ ช่ที่ถนน • สำหรับขำ้ วของตำ่ งๆ ท่ีตอ้ งคอยเกบ็ หลงั งำนปำร์ต้ี เพรำะนนั่ หมำยถึงฉนั ถูกหอ้ มลอ้ มดว้ ยเพ่ือนฝงู • สำหรับเส้ือผำ้ ท่ีพอดีจนเกือบจะคบั เกินไป เพรำะนน่ั หมำยถึงฉนั มีกิน • สำหรับเงำที่คอยมองดูฉนั ทำงำน เพรำะนนั่ หมำยถึงฉนั กำลงั ไดร้ ับแสงแดด • สำหรับพ้ืนที่ตอ้ งคอยขดั ถู และหนำ้ ตำ่ งที่ตอ้ งทำควำมสะอำด เพรำะนนั่ หมำยถึงฉนั มีบำ้ นอยู่ • สำหรับผำ้ กองโตท่ีรอกำรซกั รีด เพรำะนนั่ หมำยถึงฉนั มีเส้ือผำ้ สวมใส่ • สำหรับควำมเหนด็ เหนื่อยเม่ือยลำ้ ทกุ สิ้นวนั เพรำะนน่ั หมำยถึงฉนั ยงั สำมำรถทำงำนหนกั ได้ • สำหรับคำบน่ ต่ำงๆ ท่ีมีต่อรัฐบำล เพรำะนนั่ หมำยถึงเรำมีอิสระในกำรแสดง ควำมคิดเห็น • สำหรับภำษีท่ีตอ้ งเสีย เพรำะนน่ั หมำยถึงฉนั มีงำนทำ • สำหรับที่จอดรถท่ีอยไู่ กลสุดของลำนจอดรถ เพรำะนนั่ หมำยถึงฉนั สำมำรถเดินได้ และฉนั มีรถขบั • สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เชำ้ เพรำะนนั่ หมำยถึง.....ฉนั ยงั มีชีวติ อยู่

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (31) ปีการศกึ ษา 2565 ขอ้ คิด... เพอ่ื ครอบครวั 1. ขอ้ สำคญั ของกำรเลือกคู่ คือเรำไม่ไดเ้ ลือกใครเพรำะเขำสมบูรณ์แบบ แต่เพรำะเขำมีจุดดีหลกั ๆ ที่เรำประทบั ใจ ส่วนจุดออ่ นดอ้ ยน้นั เป็นส่วนปลีกยอ่ ยที่เรำสำมำรถยอมรับไดอ้ ยำ่ งไมย่ ำกเยน็ 2. ในควำมเป็นจริง ไมม่ ีใครดีเลิศสมบูรณ์แบบ ถำ้ เรำมองไมเ่ ห็นจุดออ่ นดอ้ ยของเขำเลย นนั่ แสดงวำ่ เรำยงั ไมร่ ู้จกั เขำอยำ่ งแทจ้ ริง หรือไม่เรำก็กำลงั ตกอยใู่ นควำมหลงใหล จนไมล่ ืมหูลืมตำ 3. กำรแต่งงำนคือกำรผูกพันกันด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงร่ำงกำย และย่ิงไม่ใช่กำรแลกเปล่ียน ผลประโยชนเ์ ชิงธุรกิจ 4. คนท่ีแต่งงำนเพรำะควำมเหงำ จะยิ่งเหงำหนกั เป็น 2 เท่ำ แต่งงำนแบบคลุมถุงชนก็มีแนวโน้มว่ำ ชีวิตจะมืดมนไปอีกนำน 5. ควำมสุข ควำมทกุ ข์ คร่ึงหน่ึงอยทู่ ่ีชีวติ หลงั แต่งงำน คิดใหด้ ีก่อนที่จะเลือกใครมำเป็นคูช่ ีวิต 6. บำ้ นจะเลก็ หรือใหญไ่ ม่สำคญั แต่ “ควำมรัก” ตอ้ งใหญท่ ่ีสุดในบำ้ น 7. คำวำ่ “รัก” พดู มำกไป ยอ่ มดีกวำ่ พูดนอ้ ยไป 8. เม่ือเรำทำผิด จง “ขอโทษ” เมื่อเขำทำผิด จง “ใหอ้ ภยั ” 9. ชีวติ แตง่ งำน คือชีวติ แห่งกำรปรับตวั ถำ้ ไมค่ ิดจะปรับตวั เขำ้ หำใคร อยเู่ ป็นโสดไปดีกวำ่ 10. ยอมเป็นผแู้ พด้ ีกวำ่ เป็นผชู้ นะ ท่ียนื อยทู่ ำ่ มกลำงซำกชีวิตสมรสที่หกั พงั 11. “แกต้ วั ” ช่วยอะไรไมไ่ ด้ “แกไ้ ข” ช่วยไดท้ ุกอยำ่ ง 12. เมื่อมีปัญหำในครอบครัว อยำ่ ลืมใชค้ วำมรักและหลกั เหตุผลเป็ นกรรมกำรตดั สิน ไม่ใชอ้ ำรมณ์ หรืออำวธุ 13. งอนแต่พองำมกง็ ำมดี แตง่ อนเกินพอดีก็เกินงำม 14. ต่ำงคนตำ่ งแขง็ ไมม่ ีใครยอมออ่ นขอ้ ตอ่ กนั บำ้ นก็คงไม่ตำ่ งอะไรกบั สนำมรบ 15. เม่ือสำมีอ่อนแอ ไม่รับบทบำทผูน้ ำควำมสับสนวุ่นวำยก็ตำมมำ หรือเม่ือภรรยำพยำยำมแย่ง บทบำทกำรนำจำกสำมี ชีวิตครอบครัวก็รอดยำก 16. ควำมไมซ่ ่ือสัตยต์ ่อกนั เพียงคร้ังเดียว ก็อำจสั่นคลอนควำมไวว้ ำงใจท่ีมีใหก้ นั ได้ ทำ้ ยท่ีสุด ชีวิตคู่ก็ จบลงดว้ ยควำมแตกร้ำว ยำกเยยี วยำ 17. ควำมเห็นแก่ตวั สนใจแต่ปัญหำ อำรมณ์ ควำมรู้สึก และควำมสนใจของตวั เอง ชีวิตคู่ก็อยดู่ ว้ ยกนั ยำก 18. ก่อหน้ีสินจนลน้ พน้ ตวั ครอบครัวก็มีแต่ควำมตึงเครียดทกุ เชำ้ เยน็ 19. เมื่อฝ่ ำยหน่ึงฝ่ำยใด หรือท้งั สองฝ่ ำย เรียกร้องและคำดหวงั จำกกนั และกนั มำกเกินพอดี ปัญหำก็จะ มีเรื่อยไปไม่สิ้นสุด

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (32) ปีการศกึ ษา 2565 20. ควรตระหนักว่ำ ภรรยำไม่ใช่ผูป้ รนนิบตั ิรับใชส้ ำมี แทจ้ ริงแลว้ สำมีภรรยำควรเอำใจใส่ดูแลกนั และกนั อยำ่ งดีที่สุด ยอ่ มดีกวำ่ 21. ไมม่ ีอะไรทำใหภ้ รรยำปวดร้ำวใจ มำกเท่ำกบั กำรคน้ พบวำ่ สำมีมีหญิงอ่ืนในหวั ใจ 22. รักเดียว ใจเดียว ไมใ่ ช่เร่ืองเชย แตเ่ ป็นเร่ืองดีที่สำมีทุกคนในโลกควรกระทำ 23. กำรขอโทษภรรยำเม่ือทำผิด ไมใ่ ช่เรื่องเสียศกั ด์ิศรีของสำมี แตเ่ ป็นศกั ด์ิศรีที่แทจ้ ริง 24. ไม่ควรมองว่ำงำนดูแลบำ้ นเป็นควำมรับผดิ ชอบของภรรยำ สำมีควรมีส่วนช่วยแบ่งเบำภำระอยำ่ ง สุดควำมสำมำรถเสมอ 25. สรีระรูปร่ำงหนำ้ ตำท่ีเปล่ียนไปของภรรยำ ไม่ควรเป็นเหตุให้ควำมรักในหัวใจของสำมีจืดจำงลง แมแ้ ต่นอ้ ย 26. ควรระลึกอย่เู สมอว่ำ กำรนำครอบครัวน้ัน คือ กำรนำโดยเห็นผลประโยชน์ของครอบครัวเป็ น หลกั ไม่ใช่เพอื่ ควำมสุข ควำมพึงพอใจของตนเอง 27. ภรรยำท่ีดีควรสนบั สนุนสำมีใหก้ ำ้ วไกลในชีวติ ไม่ใช่ดึงร้ังใหห้ ยดุ อยกู่ บั ท่ี หรือถอยหลงั 28. ภรรยำที่ดีไม่ควรใช้วิธีกำรบีบบงั คบั ท้งั ทำงตรงและทำงออ้ ม เพ่ือให้สำมีตดั สินใจตำมควำมคิด ของตน 29. ในสถำนกำรณ์หน้ำส่ิวหน้ำขวำน สำมีต้องกำรภรรยำท่ำสงบน่ิง ช่วยกันคิดหำทำงออก ไม่ใช่ ภรรยำที่เอำแต่โวยวำย ตีโพยตีพำย หรือร้องไห้ฟูมฟำย โดยปล่อยให้เขำตอ้ งแบกภำระหนักอ้ึง เพียงลำพงั 30. กำรไม่ตีลูกเพรำะกลวั ลูกเจ็บเม่ือยงั เด็กกลบั จะทำให้เขำเจ็บปวดยง่ิ กว่ำ เม่ือเขำโตข้ึนเป็นผใู้ หญ่ท่ี สร้ำงปัญหำ และถกู ลงโทษจำกสังคม 31. ช่องว่ำงระหว่ำงวยั ระหวำ่ งรุ่น ยอ่ มไม่มีถำ้ พ่อแม่ตระหนกั ถึงควำมสำคญั และใชค้ วำมพยำยำมท่ี มำกพอ วิธีท่ีดีท่ีสุดคือ พ่อแม่ควรวำงแผนเพ่ือป้องกนั ปัญหำท่ีอำจเกิดกบั ลูก ไม่ใช่ตำมแกป้ ัญหำ เมื่อเกิดข้ึนแลว้ 32. พึงตระหนกั ว่ำลูกไม่ใช่ดินน้ำมนั ที่พ่อแม่อยำกจะป้ันให้เขำเป็นอะไรก็ไดต้ ำมใจชอบ เขำย่อมมี จิตใจที่มีเอกลกั ษณ์แห่งควำมชอบ ควำมสนใจที่แตกตำ่ งไปจำกพอ่ แมไ่ ดเ้ สมอ โดย... อ.เกรียงศกั ดิ์ เจริญวงศ์ศกั ด์ิ

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (33) ปีการศกึ ษา 2565 10 เคลด็ ลับเล้ยี งลกู ให้เปน็ คนดีและประสบความสำเร็จ ไม่วา่ เดก็ จะดือ้ ร้นั เกเรแค่ไหน การเปล่ียนวธิ ีรับมอื ก็สามารถสรา้ งความแตกตา่ งได้อย่าง ที่คณุ อาจคาดไม่ถึง 1. อย่าคิดวา่ ลกู ผดิ เรามักโยงพฤติกรรมของเด็กเข้ากับตัวของเขา เช่น ถ้าเด็ก ไม่เรียนหนังสือ เราก็จะเรียกเขาว่าข้ีเกียจ การเหมาว่าเด็กเป็นคน ไม่ดีโดยตัดสินจากพฤติกรรมที่ไม่ดีบางอย่างจะย่ิงทำให้เด็กเช่ือว่า เขาเปน็ คนเช่นน้ันจรงิ ๆ พ่อแม่ท่ีดีจะเชื่อม่ันว่าลูกเป็นคนดี มีเจตนาดี ไม่ได้มีส่ิงใด ผิดปกติ และเข้าใจว่าพฤติกรรมด้ือร้ันเกเรเป็นเพียงส่ิงท่ีสะท้อน ออกมาจากความพยายามที่จะให้ได้ส่ิงที่ตัวเองต้องการ เราจำเป็นต้องยอมรับในตัวเด็กและค่อย ๆ ให้โอกาส เขาปรับเปลย่ี นพฤติกรรม 2. เข้าใจมมุ มองท่แี ตกต่างของลูก คุณตอ้ งเขา้ ใจว่าเด็กมองโลกต่างจากผใู้ หญ่ พวกเขาพดู คนละภาษากบั เรา คุณอาจจะคิดว่าคุณกำลงั ให้ คำแนะนำแต่เด็กอาจจะเห็นว่าคุณกำลังบ่น การแสดงความเป็นห่วงในแบบของคุณอาจจะเป็นการบังคับใน สายตาของพวกเขาก็เปน็ ได้ 3. เคารพในความคิดของลกู กอ่ นทจ่ี ะเราจะสามารถโนม้ นา้ วให้ใครสกั คนเปลยี่ นทัศนคติและยอมรับคำแนะนำได้ เราจำเป็นต้องทำ ความเข้าใจกับมุมมองของเขาเสียก่อน เด็กส่วนใหญ่มักเก็บเรื่องหลาย ๆ เร่ืองไว้ในใจ ไม่บอกพ่อแม่ และ บางครั้งก็แสดงท่าทีต่อต้านคำแนะนำและความคิดของพ่อแม่อย่างชัดเจน ถ้าคุณอยากให้ลูกพูดคุยอย่าง เปิดเผย และฟงั คุณ คณุ ตอ้ งสรา้ งความเชือ่ ใจเสียกอ่ น พยายามใชป้ ระโยคเชน่ “แมเ่ หน็ ดว้ ยว่า…..” “พ่อเขา้ ใจ วา่ …..” เมอื่ คยุ กับลกู เพ่อื ให้ลกู รสู้ กึ ว่าคุณฟังเขา 4. ปรับเปลย่ี นทา่ ทีและมุมมองของลกู อย่างมชี นั้ เชงิ การปรับเปล่ียนท่าทีและมุมมองของคนโดยไม่ใช้การบีบบังคับถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เมื่อคุณได้สร้าง ความไว้เนือ้ เช่อื ใจใหก้ บั ลูกและทำใหล้ ูกรสู้ ึกว่าคณุ เขา้ ใจเขาแลว้ ลกู จะเร่ิมยอมรบั สง่ิ ท่ีคณุ ชีแ้ นะมากขึ้น ตวั อย่างเช่น ลกู คณุ อาจจะบอกวา่ “เรียนไปก็เสยี เวลาเปลา่ !” คุณอาจจะตอบวา่ “ใช่ แม่ก็วา่ เรียนไปก็ เสียเวลาเปล่า ถ้าไม่รู้ว่าจะเรยี นไปทำอะไร และอยากเปน็ คนไม่เอาไหนใหค้ นอื่นดถู ูก” 5. เรม่ิ จากตวั คุณ พ่อแม่หลายคนคิดว่าลูกต้องเป็นฝ่ายเปล่ียนเพียงฝ่ายเดียว แม้ว่าลูกจะยอมเปล่ียนทัศนคติและ พฤติกรรมแลว้ กย็ ังมโี อกาสท่ีเขาจะกลับมาทำตัวเหมอื นเดิม นัน่ เป็นเพราะพอ่ แมไ่ ม่ยอมปรับเปลีย่ นตัวเองตาม นนั่ เอง พ่อแม่ที่ดีควรเชื่อว่าตัวเองมีบทบาทสำคัญในการวางกรอบความคิดและพฤติกรรมของลูก พ่อแม่เป็น คนรับผิดชอบต่อการกระทำและทัศนคติท่ีไม่ดีของลูก เปลี่ยนมุมมองของคุณ รับฟัง และให้กำลังใจในสิ่งท่ีลูก

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (34) ปีการศกึ ษา 2565 ทำได้ดีและถกู ต้องเพ่ือสร้างความสมั พันธ์อันดีเมื่อลูกรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาจะรู้จักรับผิดชอบในการกระทำ ของตวั เองมากข้นึ 6. เปล่ยี นวิธีถ้าไม่ได้ผล คุณอาจจะพร่ำบ่นเรื่องลูกไม่เรียนหนังสือมาห้าปี แต่ก็ไม่เคยมีอะไรดีขึ้น อย่าเพิ่งคิดโทษตัวเอง แต่ลองมา พิจารณาวา่ ทำไมวิธีนี้จึงไม่ได้ผล พ่อแม่ทีป่ ระสบความสำเรจ็ รู้วา่ “ความลม้ เหลว” เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ และเป็นกา้ วหนงึ่ ทจ่ี ะนำไปสู่ความสำเรจ็ ลองเปลยี่ นวิธีการแกป้ ัญหาหากวิธีทค่ี ณุ ใชอ้ ยู่ไมไ่ ดผ้ ล สดุ ทา้ ยคุณกจ็ ะ เจอวิธีท่ีใช่เอง 7. รจู้ ักยดื หยนุ่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่รู้วิธีการส่ือสารแค่หน่ึงหรือสองวิธี นั่นคือการพูดดี ๆ หรือไม่ก็ใช้น้ำเสียงข่มขู่ เมื่อ ท้งั สองวิธีนี้ไม่ได้ผล พวกเขาก็ไม่ร้วู ่าตอ้ งทำยังไงต่อ การจะเล้ียงลูกให้ประสบความสำเร็จน้ัน คุณต้องรจู้ ักผ่อน ปรนและปรับเปลย่ี นวิธรี ับมือใหเ้ ข้ากับสถานการณ์ เม่ือใดก็ตามทคี่ ุณไม่ร้จู ักผ่อนปรนและทำตวั เดางา่ ย ลกู คุณ ก็จะกลายเปน็ คนคุมเกม และความยดื หยนุ่ ของเดก็ (โดยเฉพาะเด็กเลก็ ๆ ) นเ่ี องท่ีทำให้พวกเขาคุมพ่อแมไ่ ดอ้ ยู่ หมดั 8. อยา่ คิดว่าตวั เองไม่ดี เดก็ ๆ มักจำกัดตัวเองโดยการคดิ ว่า “ฉันแค่ข้ีเกียจ” หรือ “ฉันไม่ฉลาดพอ” ฯลฯ ซง่ึ ความเช่ือเหล่านี้ มักเกิดจากความรู้สึกที่ว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมอะไรในชีวิตตัวเองได้สักอย่าง พวกเขาเช่ือว่าความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของพวกเขาขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก ถ้าลูกบอกคุณว่าวิชาคณิตศาสตร์ยาก และคุณคอย บอกลูกว่ามันง่าย ลูกก็จะรู้สึกว่าคุณไม่สนใจความรู้สึกหรือความคิดของเขา หรือแย่กว่านั้น อาจจะรู้สึกว่า ตวั เองโง่ เพราะแกโ้ จทย์ง่าย ๆ ไม่ได้ 9. สนับสนุนให้ลกู กล้าฝนั พ่อแม่ท่ีดีควรคอยกระตุ้นให้ลูกกล้าที่จะฝัน ไม่ว่าความฝันนั้นจะหลุดโลกแค่ไหนก็ตาม ส่ิงสำคัญคือ ความฝันจะทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นและกระตุ้นให้พวกเขาอยากเรียนรู้ ความฝันของพวกเขาจะเปลี่ยนไปตามอายุ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเป้าหมายในชีวติ ต้องค่อย ๆ สร้างไปเรื่อย ๆ ช่วยลูกตามหาความฝัน เพราะนั่นจะทำ ให้ลกู รู้ทิศทางแล้วเปา้ หมายของชวี ติ เดก็ บางคนอาจไมร่ ู้วา่ ตัวเองอยากทำอะไร นน่ั เป็นเพราะความคดิ พวกเขา ถกู จำกัดอยู่ 10. แนะนำด้วยคำถาม การบอกให้เด็กทำนู่นทำนี่โดยตรงย่ิงจะทำให้เด็กสร้างกำแพง และไม่เชื่อในส่ิงที่คุณพูด การจะทำให้ เด็กยอมรับในส่ิงท่ีคุณแนะนำ คุณควรให้พวกเขาได้บอกความรู้สึกตัวเอง และชีแ้ นะหนทางให้เขา เราต้องถาม คำถามที่กระตุ้นให้เด็กคิดถึงผลของการกระทำ เช่น “ลูกคิดว่าจะเกิดอะไรข้ึนถ้าลูกทำอย่างนั้น?” “แทนที่จะ ทำอยา่ งนั้น ลูกทำอะไรแทนได้บ้าง?” ฯลฯ คำถามปลายเปิดเช่นน้ีจะสนับสนุนให้เด็กได้รู้จักคิดแก้ปัญหา และ สรา้ งความมัน่ ใจในตวั เองให้กับเขาเมอ่ื เขาสามารถแกป้ ัญหาไดเ้ อง

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (35) ปีการศกึ ษา 2565 ครอบครัวอบอ่นุ สร้างภูมิคุม้ กนั ใหล้ ูก โดย นายแพทย์สุกมล วิภาวพี ลกุล สมยั ก่อนเรามกั พูดกนั ว่า “ เป็ นลูกต้องเชื่อฟังพ่อแม่ ” แต่ทุกวนั น้ีสังคมเปลี่ยนแปลงไปอยา่ งมาก เราอยู่ ในยคุ ที่เตม็ ไปดว้ ยเทคโนโลยี ทาใหว้ ิธีการคิดของเยาวชนแตกตา่ งจากผใู้ หญ่ที่เติบโตในสังคมยคุ ก่อน เพราะฉะน้นั ทุกวนั น้ี “ เป็นพ่อแมต่ อ้ งฟังลูก ” คือรับฟังความคิดความรู้สึกของเขา แต่ก่อนเราสอนเด็กว่า “ เป็ นเด็ก อยา่ เถียงผูใ้ หญ่” แต่สมยั น้ี “ เป็ นผูใ้ หญ่อยา่ เถียงเด็ก” แต่ตอ้ งรับฟังดว้ ย จิตใจท่ีเป็นกลาง โดยไมร่ ีบด่วนตดั สินวา่ ถกู หรือผิด แต่การไม่โตแ้ ยง้ มิไดห้ มายความว่า เราไม่มีสิทธ์ิแสดงความคิดเห็นที่ตรงกนั ขา้ ม แต่ตอ้ งเป็ น“การแลก เปล่ียนความคิดเห็นซ่ึงกนั และกนั ” โดยไม่ใชอ้ านาจในฐานะพ่อแม่ที่ตอ้ งบงั คบั ให้ลูกเช่ือตามอยา่ งท่ีเขาไม่เต็ม ใจ คาพูดว่า “ เป็นผูใ้ หญ่อาบน้ามาก่อน” อาจใชไ้ ม่ได้ สาหรับปัจจุบนั เพราะทุกวนั น้ีเด็กใชค้ อมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ ส่ือสารไดเ้ ก่ง และคลอ่ งแคล่วกวา่ พอ่ แมห่ ลายเท่าตวั … ผใู้ หญก่ บั เดก็ จึงควรเรียนรู้ร่วมกนั พ่อแม่ต้องเป็ นเพ่ือนสนิทกบั ลูก ให้เวลาสาหรับสมาชิกได้มีกิจกรรมแห่งความสุขสนุกสนานร่วมกัน หยอกลอ้ คุยเลน่ มีรอยยมิ้ และเสียงหัวเราะ...ท้งั ครอบครัวอาจมีเวลาสาหรับการไปร่วมรับประทาน อาหารนอกบา้ น ชมภาพยนตร์ร่วมกนั เดินเล่นในสวนสาธารณะ ออกกาลงั กายและทศั นศึกษาสถานท่ีสาคญั ต่างๆ...แทนที่จะปล่อย ให้ลูกวยั รุ่น หรือหนุ่มสาวมีกิจกรรมบนั เทิงกบั เพ่ือนๆ แลว้ กลบั มาถึงบา้ นท่ีเต็มไปดว้ ยบรรยากาศของความเหงา หรือเคร่งเครียดเพราะการ ส่ือสารทางลบ เมื่อลูกมีปัญหาเพราะการดาเนินชีวติ ท่ีผิดพลาด แทนท่ีพ่อแม่จะซ้าเติมดว้ ยคาพูดประเภท “ บอกแลว้ ไมเ่ ช่ือ สอนเท่าไหร่ไม่รู้จกั จา...แลว้ เห็นไหมเลยตอ้ งเป็ นแบบน้ี” ผูใ้ หญ่ควรเป็ นกาลงั ใจให้เด็กสามารถผา่ นพน้ อุปสรรค น้นั ๆไปได้ เราพบเสมอวา่ เมื่อวยั รุ่นมีปัญหา เขามกั ปรึกษาเพื่อนๆมากกวา่ พ่อแม่...ส่วนใหญ่ท่ีไม่กลา้ พูดคุยกบั พ่อแม่ เพราะประเมินแล้วว่า “ โอกาสถูกด่ามีมากกว่าไดค้ าตอบ” แต่เขาเห็นว่าเพ่ือนจะรับฟังและไม่ซ้าเติม เป็ นพวก เดียวกนั และช่วยกนั คิดแกไ้ ขสถานการณ์...แลว้ ทาไมพ่อแม่จึงปล่อยให้ บทบาทที่สาคญั น้ีตกอยูใ่ นมือของเพื่อนๆ ซ่ึงขาดประสบการณ์แทนท่ีจะเป็นพอ่ แม่ของลกู ตวั เอง คำกล่ำวโบรำณทว่ี ่ำ “ รักววั ให้ผกู ...รักลูกให้ตี” นนั้ ...ท่ำนอำจำรย์นำยแพทย์พนั ธ์ศักด์ิ ศุกระฤกษ์ เคยแสดง ทัศนะในทำงบวกไว้ว่ำ “ รัก วัวให้ผูก หมำยถึงต้องผูกสัมพันธ์ และรักลูกให้ตี แปลว่ำ ต้องตีสนิทกับเขำ” ...ไม่ใช่ ต้องใช้มอื หรือไม้ตีเนอ้ื หนงั ให้ต้องเจ็บตัวหรือเจบ็ ใจ ธรรมชาติของมนุษยเ์ ราทุกคนคือ “ ใครก็ตามท่ีเราอยใู่ กลแ้ ลว้ มีความสุข สบายใจหรือสนุกสนาน นน่ั คือ คนท่ีเราอยากอยู่ด้วย...ใครก็ตามท่ีอยู่ด้วยแล้วเป็ นทุกข์ หงุดหงิด อึดอดั ราคาญ น่ันคือคนท่ีอยากถอยห่าง” ... เพราะฉะน้นั ถา้ พ่อแม่เป็นแหล่งกาเนิดความสุขของลูกๆ เขาจะไม่ติดเพื่อนหรือแฟนท่ีทาให้เขามีความสุขมากกว่า เวลาอยบู่ า้ นเคร่ืองมอื ทเี่ รำใช้ในกำรสร้ำงควำมสุขหรือทุกข์ให้แก่คนรอบข้ำงคือ “ กำรสื่อสำร” ท่ีมา : คูม่ ือสานรักอยา่ งสร้างสรรคข์ องวยั มนั ส์ทกุ คน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (36) ปีการศกึ ษา 2565 ความสุขในครอบครัว.. ก ว่ า ท่ี เรำจ ะ มี ค ร อ บ ค รั วข อ ง ตวั เองไดก้ ็ไม่ใช่เร่ืองง่ำยๆ มนุษยท์ ุกคน เกิดมำต้องมีครอบครัวด้วยกันท้ังน้ัน เพรำะคนเรำจะเกิดมำไดก้ ็ตอ้ งมีพ่อ-แม่ ร่วมกันเป็ นผูใ้ ห้กำเนิด ครอบครัวจะ สมบูรณ์แบบไดก้ ็ควรจะมีองคป์ ระกอบ ต่อไปคือ กำรมีลูกนน่ั เองถึงจะสมบูรณ์ บำงครอบครัวพอใจกบั กำรท่ีไม่มีลูก อำจเป็นดว้ ยเหตุผลทำง กำยภำพ หรือควำมตอ้ งกำรส่วนตวั ท่ีจะเป็ นครอบครัวเล็กๆอยู่กนั 2 คน แต่บำงครอบครัวก็มีควำม ตอ้ งกำรและฟ้ำบนั ดำลใหม้ ีลูกมำเพ่ิมสมำชิกจนบำงคร้ังเกินควำมพอดีกม็ ี สถำบนั ครอบครัวอนั ประกอบไปดว้ ยพ่อแม่ และลูกน้ันจดั เป็ นสถำบนั ท่ีมน่ั คงมำแต่โบรำณ กำล เรำลืมตำข้ึนมำก็รู้จกั ป่ ูย่ำตำยำยไปจนถึงบรรพบุรุษหลำยยุคสมยั ครอบครัวของแต่ละคนมกั แตกต่ำงกันไปตำมสถำนภำพและรูปแบบของกำรดำรงชีวิต แต่ทุกครอบครัวเริ่มจำกพ้ืนฐำนอัน เดียวกนั นน่ั คือ ควำมรัก ซ่ึงจดั เป็นศนู ยก์ ลำงท่ีโยงใหค้ รอบครัวอยรู่ ่วมกนั อยำ่ งมีควำมสุข ผูเ้ ขียนเติบโตมำในครอบครัวท่ีพ่อแม่เล้ียงดูตำมอตั ภำพอนั ควรโดยเน้นเร่ืองควำมประพฤติ และกำรศึกษำเป็ นหลกั ครอบครัวเรำชอบพูดคุยแบ่งปันควำมรู้สึกซ่ึงกนั และกนั เพรำะเวลำท่ีพ่อแม่ เล่ำถึงควำมทรงจำในเรื่องกำรดำเนินชีวิต ประสบกำรณ์ในอดีต หรือควำมรู้สึกวนั เด็ก จะทำให้เรำเกิด กำรเรียนรู้และมีควำมภูมิใจในพ้ืนฐำนของตนเอง ผูเ้ ขียนต้งั แต่เกิดมำก็อยรู่ วมกบั พ่อแม่ เป็นครอบครัว ใหญ่มำโดยตลอด เพรำะเป็ นลูกสำวคนเดียวของบำ้ น จนกระทงั่ เรียนจบและมีครอบครัวของตวั เองก็ ยงั มีบำ้ นอยใู่ นบริเวณร้ัวเดียวกนั แมจ้ ะแต่งงำนแลว้ แต่ควำมเป็นลูกสำวของพ่อแม่ และเป็นน้องสำว ของพ่ีชำยสองคนทำให้ไดร้ ับควำมรักและห่วงใยเหมือนเดิมไม่ว่ำอำยจุ ะมำกข้ึนสักเท่ำไร ซ่ึงนบั เป็น ควำมอุ่นใจของผเู้ ขียนมำจนทุกวนั น้ี สำหรับผูเ้ ขียนกว่ำจะสร้ำงครอบครัวไดก้ ็ไม่ง่ำยอยำ่ งท่ีคิด แต่ไม่ยำกเกินควำมพยำยำม กำรมี ชีวติ อยกู่ บั ใครสักคน ไม่สำมำรถรู้ๆไดเ้ ลยว่ำจะเป็นอยำ่ งไรต่อไปในอนำคต ตอนที่เป็นแฟนกนั เรำจะ ดูแลเอำใจใส่กันเป็ นอย่ำงดี แต่เม่ือแต่งงำนกันแล้ว ชีวิตก็จะเปล่ียนไปอีกแบบหน่ึง คนท่ีต้องอยู่ ดว้ ยกนั ทุกวนั ดำเนินชีวิตไปด้วยกนั สิ่งต่ำงๆ ท่ีเป็ นตวั ตนจริงๆ ของแต่ละฝ่ ำยย่อมปรำกฏออกมำ ดังน้ันกำรสร้ำงครอบครัวจึงค่อนข้ำงเป็ นเร่ืองที่ละเอียดอ่อน ต้องมีกำรปรับตัวด้วยกันทุกฝ่ ำย ครอบครัวใดมีควำมลงตวั และอยรู่ ่วมกนั ไดอ้ ยำ่ งมีควำมสุขกถ็ ือวำ่ โชคดีและมีบญุ มำก

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (37) ปีการศกึ ษา 2565 ชีวิตครอบครัวของผเู้ ขียนกค็ งเหมือนกบั ครอบครัวอื่นๆ คือ เม่ือเรำเรียนจบไดแ้ ตง่ งำนสร้ำง ครอบครัว ทำงำน มีลกู ทุกอยำ่ งดำเนินไปตำมข้นั ตอนของชีวิต ผำ่ นท้งั ทกุ ขแ์ ละสุขไปตำมกำล ครอบครัวเรำมีสมำชิก 4 คน ประกอบไปดว้ ย พอ่ แม่ และลกู ชำย หญิง ซ่ึงเรำกเ็ ล้ียงดูตำมฐำนะและ เนน้ เรื่องกำรศึกษำเป็นหลกั เช่นเดียวกบั ท่ีพ่อแมป่ ลูกฝังเรำมำ ชีวติ ครอบครัวเม่ือมีลูกนบั เป็นช่วงที่มีท้งั ควำมสุขและและควำมชุลมุนมำตลอด ตำมวนั เวลำท่ี ผนั ผ่ำน เริ่มต้งั แต่ลูกเกิดเรำก็ตอ้ งทะนุถนอมเล้ียงดู นอนหลบั ๆ ตื่นๆ เพ่ือป้อนนมยำมดึก เม่ือถึงวยั เรียนผูเ้ ขียนยงั จำไดถ้ ึงตอนไปแอบดูลกู เขำ้ โรงเรียนวนั แรกดว้ ยควำมห่วงใย และเช่ือวำ่ พ่อแม่หลำยคน ก็คงเคยมีประสบกำรณ์แบบน้ีเช่นกนั ลูกตวั เลก็ ๆ จดั ว่ำเล้ียงง่ำยเพรำะยงั อิงพ้ืนฐำนปัจจยั หลกั แต่เม่ือ เติบโตข้ึนเป็นวยั รุ่นยคุ โลกำภิวตั น์ท่ีอำศยั เหตุผลเป็นหลกั จำกที่เคยฟังแต่พ่อแม่มำตลอดกลบั ตำลปัตร เป็ นพ่อแม่ตอ้ งคอยฟังลูก เมื่อฟังจบก็ตอ้ งระดมสมองอย่ำงหนักก่อนจะตอบกลบั ไปจนเป็ นท่ีพอใจ ดว้ ยกนั ท้งั สองฝ่ ำย ครอบครัวเรำใชก้ ำรพูดจำดว้ ยเหตุผลเป็นหลกั ใครใชก้ ลยทุ ธ์ไดเ้ หนือกว่ำเป็นฝ่ ำย ชนะ แตบ่ ำงคร้ังต่ำงฝ่ ำยต่ำงกย็ อมพบกนั คร่ึงทำงตำมหลกั เดินสำยกลำงของพระพุทธองค์ กำรเล้ียงลูกชำย-หญิงก็ต่ำงกนั บำงคนชอบมีลูกสำวเพรำะเล้ียงง่ำยใกลช้ ิดครอบครัว ลูกชำย มกั อยไู่ ม่ค่อยติดบำ้ น แต่บำงครอบครัวก็ตรงกนั ขำ้ ม นบั ว่ำโชคดีที่ครอบครัวของเรำมีลูกท่ีพอจะพูด กนั ไดใ้ นทุกเร่ือง เรำเองในฐำนะเป็นพอ่ -แม่ตอ้ งพยำยำมประพฤติตนเป็นแบบอยำ่ งใหล้ ูกเห็น คิดดี ทำ ดีเขำ้ ไว้ ลูกๆ กจ็ ะไดอ้ ำนิสงคต์ รงน้ี ในกำรท่ีทำตวั เองใหไ้ ม่ผิดไปจำกพ่อแม่ สำหรับลูกสำวค่อนขำ้ งเล้ียงง่ำย พยำยำมสอนให้เขำเป็นคนนุ่มนวลมีสัมมำคำรวะ ช้ีแนะและ ส่งเสริมกำรศึกษำอยำ่ งเต็มที่โดยใหอ้ ิสระในกำรเลือกทำงเดินของเขำเอง ลูกสำวมกั ใกลช้ ิดพ่อแม่และ ต้งั ใจเรียน ไม่ค่อยมีส่ิงเบ่ียงเบน ส่วนลูกชำยวยั รุ่นน้นั พ่อแม่ตอ้ งอิงสำยกลำงอยำ่ งเหนียวแน่น ไม่ให้ ตึงเกินไป เช่น สมยั เขำเรียนมธั ยมตอ้ งไวผ้ มส้ันตำมกฎของโรงเรียน เม่ือเขำ้ มหำวิทยำลยั จึงตอ้ งกำรไวผ้ มยำว โดยให้เหตุผลว่ำเขำมีโอกำสทำไดเ้ ฉพำะชีวิตช่วงน้ี เท่ำน้ันเพรำะเมื่อออกไปทำงำนย่อมจะมีขอ้ จำกดั มำกข้ึน พ่อแม่ฟังเหตุผลแลว้ พยำยำมนึกยอ้ นอดีต สมยั วยั รุ่นของตวั เองเป็ นหลกั ฐำนประกอบกำรพิจำรณำว่ำสมยั พ่อก็เคยไวผ้ มยำวแม่ก็เคยนุ่งส้ันตำม ยคุ สมยั เช่นกนั ดงั น้นั เรำจึงไม่หำ้ มปรำมดว้ ยกำรพยำยำมทำใจเป็นวยั รุ่น และเมื่อวนั เวลำผำ่ นไปไม่ถึง ปี ลูกก็เปลี่ยนใจตดั ผมส้ันดว้ ยเหตุผลว่ำร้อน และดูหนำ้ แก่เกินวยั อนั ควรจนมีคนเรียกพ่ีอยู่เนืองๆ จะ เห็นไดว้ ่ำกำรยอมรับสิ่งท่ีลูกเลือกจดั เป็ นส่วนหน่ึงของกำรสนับสนุนควำมนับถือตวั เองของลูก คือ ยอมปล่อยใหเ้ ขำเป็นตวั ของตวั เอง เคำรพควำมชอบและควำมรู้สึกของเขำ เรำสำมำรถเสนอสิ่งที่ตวั เอง คิดวำ่ ดีสำหรับลูกแตถ่ ำ้ พยำยำมบงั คบั ลูกใหก้ ลำยเป็นพิมพเ์ ดียวกบั ท่ีเรำตอ้ งกำรจะป้ัน ลูกจะรับรู้เพียง วำ่ ตวั เองไม่ดีพอในแบบฉบบั ที่เป็นตวั ของตวั เอง

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (38) ปีการศกึ ษา 2565 เคยมีคนถำมผูเ้ ขียนว่ำเล้ียงลูกแบบไหนจึงจะมีครอบครัวที่เป็ นสุขแบบเรียบง่ำยเช่นน้ีได้ ผูเ้ ขียนบอกว่ำ เราสอนใหล้ ูกมรี ะเบียบวนิ ัยในตวั เอง เพ่อื ให้เขาดารงชวี ติ ในวนั หน้าไดด้ ว้ ยตนเอง และไม่สรา้ งความเดอื ดรอ้ นใหผ้ อู้ ่นื คำวำ่ ระเบียบวินยั ทำใหน้ ึกถึงภำพของกำรเชื่อฟังโดยใชว้ ิธีบงั คบั หรือลงโทษแต่แทจ้ ริงแลว้ ระเบียบวินยั มีควำมหมำยลึกล้ำกว่ำน้นั เรำตอ้ งฝึ กลูกให้มีระเบียบวินยั จน เขำเรียนรู้กำรจดั วินัยได้ด้วยตนเอง ซ่ึงต้องอำศัยควำมเข้ำอกเข้ำใจกำรจดั กำรและข้นั ตอนในกำร พฒั นำกำรของลูกเพรำะเด็กตอ้ งมีอิสระในกำรเจริญเติบโตแต่ท้งั น้ี ก็ต้องมีขอ้ จำกดั โดยให้เขำ้ อยู่ ภำยในควำมปลอดภยั และควำมสงบสุขของครอบครัว ถ้ำ จ ะ ถ ำ ม ว่ ำ ผู้เขี ย น เค ย ท ำ โ ท ษ ลู ก บ้ ำ ง หรือไม่ คำตอบคือ พ่อแม่ทุกคนเคยลงโทษลูกกัน มำแล้วท้งั น้ัน ซ่ึงอำจจะเป็ นนำนๆ คร้ังก็ตำม กำร ลงโทษท่ีเหมำะสมคือ ไมท่ ำให้ลูกเกิดควำมเจ็บปวด หรืออบั อำยมำกเกินไป ครอบครัวผเู้ ขียนนิยมใชก้ ำร พูดคุยดว้ ยเหตุผลก่อนพิจำรณำลงโทษ เช่น ลูกชำย เมื่อเริ่มเขำ้ มหำวิทยำลยั ใหม่ๆ จะมีควำมสนุกสนำน กบั ชีวิตที่ผิดไปจำกเม่ือคร้ังเรียนมธั ยม เวลำกลบั บำ้ นมกั ไม่ค่อยตรงเวลำเพรำะมวั แต่เฮฮำกบั เพื่อนฝูง บอ่ ยคร้ังเขำ้ ตอ้ งเรียกมำคุยกนั จนไดข้ อ้ สรุปร่วมกนั วำ่ เขำจะกลบั เยน็ หรือค่ำไดอ้ ำทิตยล์ ะ 1 วนั และให้ เลือกเองว่ำจะเป็ นวนั ไหน แต่มีเงื่อนไขคือตอ้ งโทรศพั ท์บอกให้รู้จะไดไ้ ม่ทำให้พ่อแม่กงั วลใจ โดย ช้ีแจงเหตุผลถึงกำรท่ีตอ้ งตกั เตือนกวดขนั เช่นน้ี เพรำะกำรเรียนปี แรกในมหำวิทยำลยั บำงคร้ังและบำง คนปรับตวั กบั ชีวิตที่มีอิสระไม่เป็น จดั สรรเวลำเรียนและเวลำเล่นไม่ถูกตอ้ ง เรำในฐำนะพ่อแม่ท่ีเคยมี ประสบกำรณ์มำก่อนเลยตอ้ งช่วยช้ีแนะแนวทำงให้กบั ลูก กำรที่พ่อแม่มีปฏิกิริยำตอบโตค้ วำมสนใจ ควำมรู้สึกและควำมประพฤติของลูก จะทำใหล้ ูกรู้สึกวำ่ ตวั เองเป็นท่ีรักใคร่ห่วงใย และมองเห็นคุณค่ำ ในตวั ของเขำเอง กำรท่ีจะมีครอบครัวสุขสันต์ได้น้ัน แต่ละครอบครัวต่ำงก็มีบรรทัดฐำนแตกต่ำงกันไป ครอบครัวจะมีควำมสุขสมบูรณ์มำกหรือน้อยก็ข้ึนอยู่กับปัจจยั หลำยอย่ำง ข้ึนอยู่กับพ้ืนฐำนของ ครอบครัว กำรอบรมเล้ียงดู กำรศึกษำ ฐำนะทำงเศรษฐกิจและสังคม ปัจจยั เหลำ่ น้ีเป็นตวั เสริมหรือถว่ ง ควำมสุขสันตใ์ ห้เกิดข้ึนไดใ้ นแต่ละครอบครัว สำหรับครอบครัวของเรำท่ีมีควำมเป็นอยตู่ ำมอตั ภำพมี ควำมรักและควำมเขำ้ ใจเป็ นเคร่ืองยึดเหน่ียวและผูกพนั ไม่ทำตนเป็นปัญหำต่อสังคม แค่น้ีถือว่ำเป็ น ควำมสุขในคอบครัวแลว้ ผศ. ดร.วิภาดา องั สุมาลิน (P 12)

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (39) ปีการศกึ ษา 2565 ครอบครวั จะ..เข็มแข็ง..อยา่ งไร คำว่ำ “ครอบครวั ” มีควำมหมำยที่ลึกซ้ึงเกินคำบรรยำยใดๆ ท่ีจะให้คำนิยำมของคำว่ำ ครอบครัวไดอ้ ยำ่ งครอบคลุมและครบถว้ น หำกแต่ในมุมมองทวั่ ๆ ไปแลว้ มกั จะให้ควำมหมำยของคำ ว่ำครอบครัวว่ำ ที่ที่มี พ่อ แม่ ลูก หรือสมาชิกคนอื่นๆ เช่น ป่ ู ย่า ตา ยาย หรือแม้กระท่ัง ลุง ป้า น้า อา อาศัยอยู่ร่วมกัน ควำมหมำยน้ีถูกตอ้ งแลว้ แต่อย่ำงไรก็ตำม ยงั ขำดส่วนประกอบท่ีสำคญั ท่ีขำดเสีย ไม่ได้ นั่นคือควำมสัมพนั ธ์ภำยในครอบครัวท่ีสมำชิกมี ซ่ึงกันและกัน ซ่ึงจะเป็ นส่วนเช่ือมโยงให้ สมำชิกในครอบครัวมีบทบำทหนำ้ ท่ีและมีควำมผูกพนั ตอ่ กนั หำกถำมถึงครอบครัวในฝัน หลำยๆ คนคงนึกถึงภำพ ของพ่อ แม่ และลูกๆ รวมท้งั สมำชิกคน อื่นๆ ในครอบครัว ที่อยู่ร่วมกันอย่ำงมีควำมสุข ทุกคนมีหน้ำท่ีกำรงำนที่ดี เด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่ำง สนุกสนำน ในขณะที่ผใู้ หญ่ก็ไดพ้ กั ผ่อนกนั อยำ่ งสบำยอำรมณ์ ไดพ้ ูดคุยถึงเรื่องรำวต่ำงๆ มำกมำย ท้งั เรื่องควำมภำคภูมิใจที่มีต่อลูกหลำนในครอบครัว เรื่องรำวที่แต่ละคนไดป้ ระสบพบเจอในแต่ละวนั ภำพเหล่ำน้ีสะทอ้ นควำมเป็นครอบครัวคุณภำพท่ีมีควำมเขม้ แขง็ หากต้ังคาถามว่า แล้วเราจะสร้างบรรยากาศเช่นนี้เกิดขึน้ ในบ้านเราได้อย่างไร หรือครอบครัว จะเข้มแข็งได้อย่างไร คำตอบน้นั มีอยู่มำกมำยท้งั น้ีข้ึนอยู่กบั สภำพแวดลอ้ มและองคป์ ระกอบต่ำง ๆ ของแต่ละครอบครัว ในที่น้ีจะขอยกตวั อยำ่ งหลกั ปฏิบตั ิ 5 ประกำร ที่จะเป็นส่ิงเชื่อมโยงให้สมำชิกใน ครอบครัวสำมำรถยดึ เหนี่ยวซ่ึงกนั และกนั ไวไ้ ด้ เป็นกำรเสริมสร้ำงควำมสัมพนั ธ์ในครอบครัว อนั จะ ส่งผลใหเ้ กิดควำมเขม้ แขง็ ของครอบครัว เมื่อครอบครัวเขม้ แขง็ ก็จะเป็นเกรำะป้องกนั ภยั ร้ำยจำกสงั คม ที่อำจเกิดข้ึนแก่สมำชิกในครอบครัว 1. ความรัก ความเขา้ ใจ และความผกู พันทีม่ ีต่อกัน (Commitment) สมำชิกในครอบครัว มีควำมรัก ควำมเขำ้ ใจซ่ึงกนั และกนั และมีส่วนร่วมในกำรช่วยเหลือ รักษำส่ิงดีงำมของครอบครัวไว้ นอกจำกน้ี ควำมตระหนกั ในคุณค่ำของตนเองท่ีมี ต่อครอบครัว ในฐำนะที่เป็ นสมำชิกคนสำคัญคนหน่ึง ซ่ึงหมำยถึง กำรสร้ำง ควำมรู้สึกว่ำตนเองมีควำมสำคญั ต่อควำมเป็ นอยู่ในครอบครัว ในอีกทำงหน่ึง สมำชิกทุกคนในครอบครัวก็มองเห็นว่ำทุกคนเป็ นองค์ประกอบท่ีสำคญั ของ ครอบครัว ส่งผลใหเ้ กิดควำมรู้สึกภำคภูมิใจที่ไดเ้ ป็นส่วนหน่ึงของครอบครัว

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (40) ปีการศกึ ษา 2565 2. การสื่อสารทดี่ ีและสมำ่ เสมอ (Communication) สมำชิกในครอบครัว ควรมีกำรสื่อสำรท่ีดีต่อกนั พูดคุยกนั อย่ำงสม่ำเสมอ กำรพูดคุยกนั อย่ำงเป็ น กันเองและเป็ นไปอย่ำงเปิ ดเผยจริงใจ มีกำรแบ่งปันควำมรู้สึกสุขทุกข์ร่วมกัน สำมำรถพูดคุยกันอย่ำง ตรงไปตรงมำและเป็ นไปอยำ่ งสร้ำงสรรค์ มีกำรพูดคุยถ่ำยทอดเรื่องรำวต่ำง ๆ ต่อกนั ให้คำแนะนำปรึกษำ เมื่อสมำชิกคนใดคนหน่ึงเผชิญหนำ้ กบั ปัญหำในกำรตดั สินใจในเรื่องต่ำง ๆ จริงอยู่ที่แต่ละครอบครัวย่อมมีควำมขดั แยง้ กันในบำงโอกำส แต่หำกสมำชิกในครอบครัวนำ เร่ืองรำวต่ำงๆ ท่ีมีควำมขดั แยง้ ออกมำพูดกนั ไม่ปกปิ ดเก็บไวใ้ นใจ แต่พยำยำมที่จะร่วมรับรู้ควำมรู้สึกของ กนั และกนั และหำทำงแกไ้ ขที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ก็จะช่วยใหบ้ รรยำกำศในครอบครัวเป็นไปอยำ่ งสงบสุข 3. การดแู ลเอาใจใส่ และมนี ้ำใจต่อกนั (Caring and Appreciating) กำรแสดงออกถึงควำมห่วงใยในเร่ืองต่ำงๆ ระหว่ำงสมำชิกในครอบครัว ท้งั ที่เป็ นคำพูดและกำร แสดงกิริยำท่ำทำง เป็นพ้ืนฐำนของกำรเอำใจใส่ดูแลซ่ึงกนั และกนั นอกจำกน้ี กำรให้ควำมช่วยเหลือในดำ้ น ต่ำงๆ มีกำรแบ่งปันส่ิงของเคร่ืองใช้ มีของฝำกของขวญั ให้แก่กนั ในโอกำสพิเศษต่ำงๆ รวมท้งั กำรเต็มใจให้ ควำมช่วยเหลือ เม่ือไดร้ ับกำรไหวว้ ำนหรือร้องขอให้ทำกิจธุระต่ำงๆ ของครอบครัว เป็ นกำรแสดงควำมมี น้ำใจ ซ่ึงจะส่งผลใหเ้ กิดควำมรู้สึกท่ีดีระหวำ่ งสมำชิกในครอบครัว 4. ใหเ้ วลาและทำกจิ กรรมรว่ มกัน (Time and activity together) กำรจดั สรรเวลำสำหรับครอบครัว ถือวำ่ เป็นกำรใหค้ วำมสำคญั ตอ่ สมำชิกคนอ่ืนๆ ในครอบครัว เม่ือ ให้เวลำแลว้ ก็ควรที่จะหำกิจกรรมต่ำงๆ ที่สร้ำงควำมสนุกเพลิดเพลินร่วมกนั ระหว่ำงสมำชิกในครอบครัว เช่น • กำรรับประทำนอำหำรร่วมกนั เป็ นกำรเปิ ดโอกำสให้สมำชิกไดพ้ ูดคุยเกี่ยวกบั เร่ืองรำวต่ำงๆที่ แตล่ ะคนไดป้ ระสบในชีวติ ประจำวนั ซ่ึงจะเป็นโอกำสของสมำชิกในครอบครัวที่จะรับฟัง ใหค้ ำแนะนำและ ใหก้ ำลงั ใจแก่กนั และกนั ในเร่ืองต่ำงๆ • กำรทำกิจกรรมในบำ้ นร่วมกนั เช่น ดูแลควำมสะอำดบำ้ นทำอำหำร รดน้ำตน้ ไม้ ดูโทรทศั นอ์ ่ำน หนงั สือ เลน่ ดนตรี ฯลฯ • กำรพกั ผอ่ นนอกบำ้ นร่วมกนั เช่น เล่นกีฬำ ไปสวนสำธำรณะ สวนสนุก พิพธิ ภณั ฑ์ ฯลฯ • กำรไปร่วมกิจกรรมทำงสังคมกบั บุคคลอ่ืน เช่น ไปเยย่ี มเยยี นหรือพบปะสังสรรคก์ บั ญำติพ่ีนอ้ ง และเพอื่ นบำ้ น ฯลฯ • กิจกรรมเหล่ำน้ี นอกจำกจะเป็นกำรสร้ำงบรรยำกำศในครอบครัวให้มีควำมสุข สนุกสนำนแลว้ ยงั จะเป็นกำรเปิ ดโอกำสใหส้ มำชิกในครอบครัวไดใ้ ชเ้ วลำดว้ ยกนั อยำ่ งมีคุณภำพ ส่งผลใหม้ ีควำมใกลช้ ิดกนั มำกยง่ิ ข้ึน

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (41) ปีการศกึ ษา 2565 5. สมาชกิ ในครอบครวั รู้จักการโอนออ่ นผอ่ นปรน และพรอ้ มทจี่ ะยอมรบั การเปล่ียนแปลงท่อี าจจะเกิดขน้ึ ในครอบครัว (Flexibility openness to change) ในแต่ละครอบครัวย่อมมีกฎเกณฑ์เร่ืองต่ำงๆ ภำยในครอบครัวเพื่อให้สำมำรถอยรู่ ่วมกนั ได้ แต่หำกมีเหตุกำรณ์ใดท่ีตอ้ งกำรกำรตดั สินใจ ควรรู้จกั โอนอ่อนผ่อนปรนเมื่อมีเหตุจำเป็นและรู้จกั กำร ประนีประนอมกนั เม่ือเกิดควำมขดั แยง้ ข้ึนในครอบครัว นอกจำกน้ี เม่ือครอบครัวเกิดปัญหำหรือเกิดกำรเปล่ียนแปลงในเร่ืองต่ำงๆ เช่น เม่ือบุคคลใน ครอบครัวเจ็บป่ วย ตกงำน หรือลูกๆ อำจมีปัญหำบำงอยำ่ ง หำกครอบครัวไดป้ รึกษำหำรือ ช่วยกนั คิด หำหนทำงแกป้ ัญหำ แบ่งปันควำมรู้สึกที่เกิดข้ึน และช่วยกนั แบ่งเบำภำระในครอบครัว ก็จะช่วยให้ ครอบครัวสำมำรถผำ่ นพน้ วกิ ฤติกำรณ์และควำมตึงเครียดไปได้ หลกั ปฏิบตั ิต่ำงๆ เหล่ำน้ี สำมำรถเกิดข้ึนไดต้ ำมธรรมชำติของบุคคลท่ีอยใู่ นครอบครัวเดียวกนั และยงั เป็นสิ่งท่ีเป็นสิ่งท่ีเปี่ ยมไปดว้ ยพลงั ท่ีจะสร้ำงสรรคใ์ หค้ รอบครัวเกิดควำมเขม้ แขง็ ได้ ท้ังน้ี ระลึกไว้เสมอว่าคุณคือคนสำคัญของครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ควรให้ ควำมสำคญั แก่สมำชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว นอกจำกน้ีกำรมอบควำมรัก ควำมเขำ้ ใจ กำรดูแลเอำใจ ใส่และควำมผูกพนั ท่ีมีต่อกนั กำรรู้จกั โอนอ่อนผ่อนปรน กำรพูดคุยสื่อสำร กำรทำกิจกรรมร่วมกัน ส่ิงเหลำ่ น้ีถือวำ่ เป็นคอนกรีตช้นั ดีที่จะเสริมสร้ำงใหค้ รอบครัวของคุณเขม้ แขง็ และอยทู่ นอยนู่ ำน อ. ดร.พรธิดา วิเศษศิลปานนท์ (P 31)

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (42) ปีการศกึ ษา 2565 เม่ือฉนั ..แกต่ วั ลง เมือ่ ฉันแกต่ วั ลง ไมใ่ ช่ฉนั ทเ่ี คยเปน็ ขอโปรดเข้าใจฉัน มีความอดทนตอ่ ฉันเพิ่มขนึ้ อกี สักนิด ตอนฉันทำแกงหกใสเ่ สือ้ ตัวเอง ตอนฉนั ลมื วิธีผกู เชอื กรองเทา้ ขอใหค้ ิดถงึ ตอนแรกๆทฉี่ ันใช้มอื สอนเธอทำทุกอยา่ ง ตอนฉันเรม่ิ พรำ่ บ่นแตเ่ รอื่ งเดิมๆทเี่ ธอรู้สึกเบื่อ ขอใหอ้ ดทนสกั นดิ อย่าเพ่ิงขดั ฉนั ตอนเธอยังเล็กๆ ฉันยังเคยเล่านทิ านซ้ำๆซากๆ จนเธอหลับเลย ตอนฉันต้องการใหเ้ ธอชว่ ยอาบนำ้ ให้ อยา่ ตำหนิฉันเลยนะยงั จำตอนทเ่ี ธอยงั เลก็ ๆ ฉนั ต้องท้งั ออดท้งั ปลอบเพอื่ ให้เธอยอมอาบน้ำไดไ้ หม ตอนฉนั งงกบั วทิ ยาการใหมๆ่ อยา่ หัวเราะเยาะฉัน จำตอนท่ีฉนั เฝ้าอดทนตอบคำถาม “ทำไม ทำไม” ทกุ คร้ังท่เี ธอถามไดไ้ หม ตอนฉนั เหนอ่ื ยลา้ จนเดินต่อไมไ่ หว ขอจงยื่นมอื ที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน เหมือนตอนท่ีฉนั พยุงเธอ ใหห้ ัดเดนิ ในตอนท่ีเธอยงั เลก็ ๆ หากฉนั เผอญิ ลมื หวั ขอ้ ที่กำลงั สนทนากนั อยู่ ใหเ้ วลาฉันคดิ สกั นิด ทีจ่ ริงสำหรบั ฉันแลว้ กำลังพดู เรื่องอะไร ไมส่ ำคญั หรอก ขอเพียงมเี ธออยูฟ่ งั ฉัน ฉนั ก็พอใจแลว้ ตอนเธอเหน็ ฉนั แกต่ ัวลง ไมต่ อ้ งเสียใจ ขอให้เข้าใจฉัน สนับสนุนฉนั ใหเ้ หมือนตอนทฉี่ ันสนับสนุนเธอ ตอนเธอเพงิ่ เรยี นรู้ใหมๆ่ ตอนนน้ั ฉันนำพาเธอเขา้ สเู่ ส้นทางชวี ติ ตอนนี้ขอใหเ้ ธอเป็นเพอื่ นฉันเดนิ ไปให้สุดเส้นทาง ใหค้ วามรักและอดทนต่อฉัน ฉันจะยิ้มดว้ ยความขอบใจ ในรอยยิม้ ของฉันมีแต่ความรกั อนั หาท่ีส้ินสดุ มไิ ดข้ องฉันที่มีให้กับเธอ

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (43) ปีการศกึ ษา 2565 เคลด็ ลบั .. อยกู่ บั คนอื่นให้เป็นสขุ 1. ยอมรบั ตวั เราเอง ดงั ทเ่ี ราเป็นอยู่ 2. คดิ ถงึ สงิ่ ทีี่เราได้รบั มากกวา่ ส่ิงท่เราขาดแลว้ จงขอบคณุ แทนการ บน่ วา่ โทษนัน่ โทษน่ 3. จงยอมรบั ผ้อู ื่นอยา่ งท่เขาเป็นอยู่ เรม่ิ ตน้ จากผทู้ อ่ี ยใู่ กลช้ ดิ ทส่ี ดุ โดยเฉพาะครอบครวั ของเรา และเพอ่ื นบา้ นของเรา 4. กลา่ วถงึ ผอู้ ่นื ในทางทด่ี ี และพดู ใหด้ งั ๆ 5. อย่าเปรยบเทยบตวั เราเองกบั ผอู้ ่ืน เพราะวา่ การเปรยี บเทยี บ น้ี จะก่อใหเ้ กดิ ความหยงิ่ ผยองว่าตวั เองดกี ว่าคนอน่ื หรอื เกดิ ความรสู้ กึ หมดหวงั วา่ ตวั เองดอ้ ยกว่าคนอ่นื และไมท่ าใหเ้ รามคี วามสขุ แตอ่ ยา่ งใดเลย 6. ดาเนนิ ชวี ติ อยใู่ นความจรงิ โดยปราศจากความหวาดกลวั ทจ่ี ะกล่าววา่ สงิ่ ทด่ี นี นั้ \"ด\"ี และสง่ิ ทเ่ี ลวนนั้ \"เลว\" 7. จงแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยอาศยั การพดู คุยกนั การเกบ็ ความไมพ่ อใจไว้ คอื การถอยหลงั ไปสคู่ วามโศกเศรา้ 8. ในการพดู คยุ น้ี ควรเรม่ิ ตน้ ดว้ ยสง่ิ ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ความ สมานฉนั ท์ แลว้ จงึ กล่าวถงึ สงิ่ ทข่ี ดั แยง้ หรอื ปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ 9. จงยดึ มนั่ ว่า \"การให้อภยั \" มากอ่ น \"การเป็นฝ่ ายถกู \"

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (44) ปีการศกึ ษา 2565 หาวธิ ีเข้าถึงใจลกู วยั รุ่น ปัญหา ตอนท่ีลกู เป็นเด็ก เขาคยุ กบั คณุ ทกุ เร่อื ง. แตพ่ อเป็นวยั รุน่ เขากลบั ไมบ่ อกอะไรคณุ เลย เม่อื คณุ พยายามชวนคยุ เขาก็ตอบแบบเสียไม่ไดห้ รอื พดู จากวนโมโห จนบา้ นแทบกลายเป็นสนามรบ. คุณสามารถ เรียนรู้เคล็ดลับท่ีจะเข้าถึงใจลูกวัยรุ่นได้. แต่ก่อนอ่ืน ให้เรามาดูสาเหตุ สองประการทท่ี าใหเ้ กดิ ปัญหานี.้ สาเหตขุ องปัญหา ลกู อยากมอี สิ ระ กอ่ นท่เี ด็กวยั รุน่ จะโตเป็นผใู้ หญ่ท่ีมีความรบั ผิดชอบ เขาตอ้ งค่อยๆ ฝึกรบั ผดิ ชอบ ตวั เองเหมอื นกบั การขยบั จากท่ีน่งั ผโู้ ดยสารไปน่งั หลงั พวงมาลยั และเรยี นรูท้ ่ีจะนาพาชวี ิตของตนแลน่ ไปบน เสน้ ทางท่ีมีอุปสรรคขวากหนาม. จริงอยู่ วยั รุน่ บางคนตอ้ งการอิสระมากกว่าท่ีเขาควรไดร้ บั แต่ในอีกดา้ น หน่ึงพ่อแม่บางคนก็ใหอ้ ิสระลกู นอ้ ยเกินไป. สถานการณเ์ ช่นนีอ้ าจสรา้ งความตงึ เครยี ดใหก้ บั ทงั้ พ่อแม่และ ลกู วยั รุน่ . ลูกรู้จักคิดแบบมีเหตุมีผล. เด็กเล็กมักจะคิดตามท่ีพวกเขาเห็น เช่น ขาวก็คือขาว ดาก็คือดา แต่เด็กวยั รุ่นจะมองลึกกว่านั้นและสามารถแยกแยะรายละเอียดท่ีซบั ซอ้ นได.้ ความสามารถนีเ้ ป็นส่วน สาคญั ของการคิดหาเหตุผลซ่ึงจะช่วยใหห้ นุ่มสาวตดั สินใจเร่อื งต่างๆในชีวิตไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง. ยกตัวอย่าง ความยตุ ิธรรมในความคิดของเด็กเป็นแบบง่ายๆ ไม่ซบั ซอ้ น เช่น ‘แม่หกั คกุ กีเ้ ป็นสองชิน้ แลว้ ใหห้ นคู รง่ึ หนึ่ง ใหน้ อ้ งครง่ึ หน่ึง.’ ในกรณีนี้ ความยุติธรรมเป็นเพียงสตู รคณิตศาสตร.์ แต่สาหรบั เด็กวยั รุ่น ความยุติธรรม เป็นเรอ่ื งซบั ซอ้ นกว่านนั้ . ท่ีจรงิ ความยตุ ธิ รรมไม่ไดห้ มายความว่าจะตอ้ งเทา่ เทยี มกนั และความเท่าเทยี มกนั ก็ไม่ไดห้ มายความว่าจะยตุ ิธรรมเสมอไป. เด็กวยั รุน่ ท่ีรูจ้ กั คิดหาเหตุผลจะขบคิดเร่ืองท่ีซบั ซอ้ นเช่นนนั้ แต่ ขอ้ เสียกค็ ือลกู วยั รุน่ จะเร่มิ มีความคิดเห็นท่ีขดั แยง้ กบั คณุ .

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (45) ปีการศกึ ษา 2565 สิ่งทคี่ ุณทาได้ หาโอกาสคุยกันแบบสบายๆ. ฉวยจงั หวะตอนท่ีทงั้ คณุ และลกู รูส้ ึกผ่อนคลาย. ตวั อย่างเช่น พ่อ แม่บางคนรูส้ ึกว่าลกู วยั รุ่นจะเปิดใจพูดคยุ มากกว่าระหว่างท่ีช่วยกนั ทางานบา้ น หรือน่งั รถไปไหนมาไหน ดว้ ยกัน เพราะในเวลาเช่นนั้นเขาจะรูส้ ึกเป็นกันเองกับพ่อแม่มากกว่าตอนท่ีน่ังพูดคุยแบบเป็นทางการ อย่าพูดยืดยาว. คณุ ไม่จาเป็นตอ้ งแจกแจงทุกรายละเอียดจนทาใหก้ ารพูดคุยกันกลายเป็นการ ทะเลาะกนั . จงพดู เฉพาะเร่อื งท่เี ป็นปัญหา . . . แลว้ ก็หยดุ . ลกู จะ “ไดย้ ิน” เร่อื งท่ีคณุ พดู จรงิ ๆก็ตอนท่เี ขาอยู่ คนเดียวและมีเวลาคิดถึงเรอ่ื งท่ีคณุ พดู กบั เขา. จงใหเ้ ขามีโอกาสไดใ้ ชค้ วามคิดบา้ ง รับฟังและรู้จักผ่อนปรน. เพ่ือจะเขา้ ใจปัญหาทงั้ หมด คณุ ควรตงั้ ใจฟังใหด้ ีก่อนโดยไม่พูดแทรก. เม่ือตอบ คุณก็ควรตอบแบบมีเหตผุ ล. ถา้ คณุ เขม้ งวดกบั กฎท่ีคุณตงั้ ไวม้ ากเกินไป ลกู วยั รุ่นก็อาจหาช่องท่ี จะแหกกฎ. หนงั สือพูดคยุ กบั ลูกวยั รุ่นเสมอ (ภาษาองั กฤษ) เตอื นว่า “ถา้ ทาเช่นนนั้ เด็กอาจกลายเป็นคนตี สองหนา้ . เม่ืออย่ตู ่อหนา้ พ่อแม่ เด็กจะพดู ส่ิงท่ีพ่อแม่อยากไดย้ ิน แต่พอลบั หลงั พวกเขาก็จะทาส่ิงท่ีตวั เอง ตอ้ งการ.” ใจเย็นๆ. เด็กสาวช่ือแครบี อกว่า “เวลาท่ีเราคิดไม่ตรงกนั ไม่ว่าฉันจะพดู อะไร แม่ก็อารมณเ์ สียได้ ทุกเร่ือง. มันทาใหฉ้ ันโมโหมาก. คุยกันอยู่ดีๆก็กลายเป็นทะเลาะกันเสียน่ี.” แทนท่ีจะแสดงอารมณ์มาก เกินไป จงพูดสิ่งท่ีเป็นเหมือน “กระจก” สะทอ้ นความรูส้ ึกของลูก. ตัวอย่างเช่น แทนท่ีจะพูดว่า “ลูกจะ กลมุ้ ใจทาไมกบั เรอ่ื งแค่น!ี้ ”คณุ นา่ จะพดู วา่ “แมร่ ูน้ ะว่าเร่อื งนีท้ าใหล้ กู กลมุ้ ใจมาก.” แนะนาแทนทจ่ี ะออกคาส่งั . ความสามารถในการคดิ หาเหตผุ ลของลกู วยั รุน่ เป็นเหมอื นกลา้ มเนือ้ ท่ีตอ้ งค่อยๆสรา้ งขึน้ . ดังนนั้ เม่ือลกู เจอปัญหา อย่าแกป้ ัญหาใหเ้ ขา. จงใหเ้ ขามีโอกาส “ฝึก” ใชค้ วามคิด และพูดออกมาว่าเขาจะแกป้ ัญหาอย่างไร. หลงั จากปรกึ ษาหารอื กันแลว้ ว่ามีทางแกอ้ ะไรบา้ ง คุณอาจพูด กบั ลกู ว่า “ทงั้ หมดนีเ้ ป็นวิธีท่ีน่าจะใชไ้ ด.้ ลกู ลองไปคิดดสู กั สองสามวนั แลว้ ค่อยมาคยุ กนั ใหม่ว่าลกู ชอบวิธี ไหนและทาไมถึงเลือกวิธีนนั้ .” สาหรับลกู วยั รุ่น คณุ อยากใหพ้ ่อแม่ใหอ้ ิสระคณุ มากขึน้ ไหม? คุณอยากใหท้ ่านเขา้ ใจคณุ จริงๆ ไหม? ไม่ยากเลยท่ี คณุ จะไดท้ งั้ อสิ ระและความเขา้ ใจจากพอ่ แม่! คณุ ตอ้ งทาอย่างไร? จงเต็มใจเลา่ ใหพ้ ่อแม่ฟังวา่ แต่ละวนั คณุ ทาอะไรบา้ ง. จงพูดอย่างเปิดอก. ถา้ คุณไม่เล่าอะไรใหพ้ ่อแม่ฟังเลย ท่านก็ไม่อาจไวใ้ จคุณไดอ้ ย่างเต็มท่ี และความไวใ้ จนีแ้ หละเป็นกญุ แจสาคญั ท่พี ่อแมจ่ ะใหอ้ ิสระคณุ มากขนึ้ . ส่ิงสาคัญคือ อย่าให้พ่อแม่พูดอยู่ฝ่ ายเดียว. คุณ เองต้องพูดออกมา. จงเล่าให้ท่านฟังว่า วันนีค้ ุณทาอะไรบ้าง และถามเร่ืองของพ่อแม่ ด้วย. ถ้าคุณไม่พอใจอะไร คุณก็ต้องเรียนรู้ทีจ่ ะพูด กับพ่อแม่ด้วยความนับถือ. การสื่อสารเป็ นทักษะทีค่ ุณจาเป็ นต้องใช้เมื่อโตเป็ นผู้ใหญ่. คุณจะฝึ ก ตัง้ แต่ตอนนีเ้ ลยได้ไหม?

เ ผู้อกสารประชมุ ปกครอง (46) ปีการศกึ ษา 2565 “บตุ รท้ังหลาย จงเชือ่ ฟังบดิ ามารดาในองคพ์ ระผเู้ ปน็ เจา้ เพราะกระทำอย่างน้ีถูกตอ้ ง พระบญั ญตั ทิ ว่ี ่า จงใหเ้ กยี รติบิดามารดา เป็นพระบญั ญตั แิ รก ซึง่ มพี ระสัญญาควบค่อู ยดู่ ว้ ยว่า “แลว้ ทา่ นจะอยู่บนแผ่นดนิ อยา่ งเป็น สขุ และมอี ายุยืน” (อฟ 6:1-2)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook