ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 5
ชีวติ สัมพันธ โครงสรา งและลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ติ ในแหลง ที่อยู โครงสรางของพชื ที่เหมาะสมตอ การดํารงชวี ติ ในแหลง ทอ่ี ยู ผกั ตบชวา กระบองเพชร ขน้ึ ในนํา้ ขน้ึ ตามทะเลทราย มีโคนกานพองออก ภายในมีโพรงอากาศมาก มลี าํ ตนหนาเพอ่ื กกั เก็บนํา้ ลําตนมนี ํ้าหนักเบา เปลย่ี นใบเปน หนามเพอื่ ลดการคายนา้ํ ลอยนํ้าไดด ี มีรากแผกระจายไปไกลเพ่อื ดดู ซมึ น้ําไดมาก โกงกาง บัว ขน้ึ ตามปา ชายเลน เปนพืชนํา้ ที่ขน้ึ ไดดีในดนิ เหนยี วและ มีรากคํา้ จนุ ตน เพือ่ ปอ งกนั ไมใ หล ําตน มีนาํ้ ทว มขังตลอดเวลา โคน ลมไดงา ย เมอื่ มีนาํ้ ทะเลซัดชายฝง มีลําตน เปนโพรงอากาศ เพื่อใหลําตนเบา หรอื เมอ่ื นา้ํ ทะเลขน้ึ -ลง และลอยนํ้าได
ชวี ติ สัมพันธ โครงสรา งและลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ิตในแหลง ท่อี ยู โครงสรา งของสัตวท เ่ี หมาะสมตอ การดํารงชีวติ ในแหลง ทอ่ี ยู ต๊ักแตนใบไม หมีข้วั โลก เปน แมลงท่ีอาศัยอยูบนตน ไมและใบไม เปนสัตวท อ่ี าศัยอยูบริเวณข้วั โลกเหนือ ลาํ ตัวมสี เี ขยี วหรอื มีรปู รางเหมอื นใบไม มขี นหนาฟู ทเ่ี กาะอยู มีอุงเทาหนา มีไขมนั สะสมอยูใตช ัน้ ผิวหนงั มาก อูฐ ทําใหทนทานตอ สภาพอากาศหนาวเยน็ เปน สตั วท ี่อาศยั ในบริเวณทะเลทราย มขี นตายาวทําใหทรายเขา ตาไดย าก ปลา มีหนอกสะสมไขมันไวส ําหรับดึงมาใชไ ด เปน สัตวท ี่อาศยั อยูใ นนํา้ มีท้ังปลาน้ําจืด มีขายาวสงู และกบี เทาแบนไวเ ดนิ บนทราย และปลาน้าํ เค็ม มขี นเกรยี นทําใหระบายความรอนไดดี มีรปู รา งเรียวยาว ลําตวั แบน เพ่อื ใหเหมาะสม กบั การเคลอ่ื นทใ่ี นน้ํา ใชครีบและกลามเนอื้ ลําตวั เพ่อื เคล่อื นที่ในนาํ้
ชวี ติ สัมพนั ธ ความสัมพันธใ นสง่ิ แวดลอม ความสมั พนั ธร ะหวางสิ่งมชี วี ติ กบั สิง่ มชี ีวิต ความสมั พันธดา นแหลงที่อยอู าศัย เสอื อาศัยอยใู นปา ชา งอาศัยอยใู นปา นกอาศยั อยบู นตนไม ผ้งึ ทาํ รงั อยบู นตนไม
ชวี ติ สมั พนั ธ ความสมั พนั ธในสิ่งแวดลอม ความสมั พนั ธร ะหวางสิ่งมชี วี ติ กบั ส่ิงมชี ีวติ ความสมั พนั ธดานแหลง อาหาร นกกินปลาเปนอาหาร กบกนิ ตัก๊ แตนเปน อาหาร เสือกินกวางเปน อาหาร
ชวี ติ สัมพนั ธ ความสัมพนั ธใ นส่งิ แวดลอม ความสมั พันธระหวางสิ่งมชี วี ติ กบั ส่งิ มชี ีวิต ความสมั พันธด านแหลงสืบพันธแุ ละเลีย้ งดลู ูกออน นกทาํ รงั บนตนไมเพอื่ เลยี้ งดูลูกออ น
ชวี ติ สมั พันธ ความสมั พันธใ นสิง่ แวดลอ ม ความสมั พนั ธระหวา งสิ่งมชี ีวติ กับส่งิ มชี ีวิต ความสัมพันธดา นแหลงหลบภัย ปลาการตนู ซอ นตัวในดอกไมทะเล ปารกทบึ เปนที่หลบภยั ของสตั วป า ปะการังเปนทห่ี ลบภยั ของสตั วน ํา้
ชวี ติ สมั พันธ ความสัมพันธใ นสง่ิ แวดลอ ม ความสมั พนั ธร ะหวา งสงิ่ มชี วี ติ กบั สิ่งไมม ชี ีวิต ในการดาํ รงชวี ติ ของสิง่ มชี วี ิตจําเปนตองอาศยั สิ่งแวดลอมตางๆ ทเ่ี ปน สง่ิ ไมมีชวี ติ เพ่อื การดาํ รงชีวติ เชน 1. แสง เปนปจ จยั สาํ คญั ในการสรา งอาหารของพืช 2. อากาศ เปนปจจยั สําคญั ทีม่ อี ิทธิพลตอ การดาํ รงชวี ิตของส่งิ มีชีวิต เชน ส่งิ มชี ีวติ ใชแ กสออกซิเจนในการหายใจ 3. อณุ หภมู ิ เปนปจ จยั สําคัญในการดาํ รงชีวิตของสง่ิ มชี วี ติ และมีผล ตอโครงสรางหรือลักษณะของสิ่งมชี ีวติ เชน หมขี ว้ั โลก ปรบั ตัวใหเ หมาะสมกบั แหลง ทอ่ี ยู
ชวี ติ สัมพนั ธ ความสัมพันธใ นสงิ่ แวดลอ ม ความสมั พันธระหวางส่งิ มชี ีวติ กบั ส่งิ ไมม ีชวี ิต 4. นํา้ เปนปจจยั สําคญั ในการดํารงชวี ติ ของสงิ่ มีชวี ิต เปนแหลงท่ีอยอู าศยั เปนแหลงอาหารใหก ับสง่ิ มชี วี ติ ตา ง ๆ 5. ดนิ และแรธ าตุ เปนปจ จยั สาํ คัญท่ีชว ยในการเจริญเติบโตของพืช เพราะเปน แหลง แรธาตุทส่ี าํ คัญของพืช เปนแหลง ทอ่ี ยอู าศยั และแหลง อาหารของสัตวบางชนิด เชน มด
ชวี ิตสมั พนั ธ การถายทอดพลังงานของสงิ่ มชี วี ิต โซอ าหาร โซอาหาร คือ ความสมั พนั ธของกลมุ ส่ิงมชี วี ิตทม่ี ีการกนิ ตอ กันเปนทอด ๆ จากผผู ลิตสผู ูบรโิ ภคทําให มกี ารถายทอดพลงั งานในอาหารตอเนื่องกนั เปน ลาํ ดบั จากการกนิ ตอกนั ตวั อยา ง โซอ าหาร แครรอต กระตา ย สุนขั จ้งิ จอก สิงโต (ผผู ลติ ) (ผบู รโิ ภคลําดบั ท่ี 1) (ผูบรโิ ภคลาํ ดบั ที่ 2) (ผูบรโิ ภคลําดับสดุ ทาย) ผูผลิต คอื สิง่ มชี วี ติ ท่สี รางอาหารไดเอง ผูบริโภค คอื สงิ่ มีชวี ิตท่ีสรางอาหารเองไมได จงึ ตองกินส่งิ มีชีวติ อื่นเปนอาหาร
ชวี ติ สมั พันธ การถายทอดพลังงานของสง่ิ มีชวี ิต โซอาหาร ตวั อยาง โซอ าหาร ขา วโพด ต๊ักแตน กบ งู เหยยี่ ว (ผผู ลติ ) (ผูบรโิ ภคลําดบั ที่ 1) (ผูบริโภคลาํ ดบั ท่ี 2) (ผูบริโภคลาํ ดับท่ี 3) (ผูบริโภคลาํ ดับสุดทาย)
ชวี ติ สมั พนั ธ ความสําคญั ของสิง่ แวดลอ ม มนษุ ยและสิ่งมชี วี ติ ตา ง ๆ สามารถใชประโยชนจ ากทรัพยากรธรรมชาติตางๆเพื่อการดํารงชีวติ หากเราใชท รัพยากรธรรมชาติ โดยไมระวัง อาจเกิดผลกระทบตอส่ิงแวดลอมและการดํารงชีวิตของส่ิงมีชีวติ ตางๆ ได เน่ืองจากทรัพยากรธรรมชาติบางประเภท เชน ปาไม หมุนเวยี นกลบั มาใชใ หมไ ดอกี แตต อ งใชระยะเวลานาน ดงั น้ัน เราจงึ ตอ งชวยกันรกั ษาทรัพยากรและสงิ่ แวดลอ ม ตัวอยาง การทําลายทรัพยากรและสงิ่ แวดลอ ม ตัวอยาง การรกั ษาทรพั ยากรและสิ่งแวดลอม โรงงานปลอยควนั พิษ ปลกู ตนไม ทิง้ ขยะในแหลงนํา้ ชว ยกันรณรงค ใหรกั ษาสง่ิ แวดลอม
ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของสงิ่ มชี วี ติ การถา ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของส่ิงมชี ีวติ ลักษณะทางพันธุกรรม หมายถึง ลกั ษณะของสิ่งมชี วี ติ ทถ่ี ายทอดจากพอแมไ ปสูลกู ได และถา ยทอดจากรนุ หนึ่งไปยังอีกรนุ หนง่ึ ตอ ไปเร่ือยๆ เชน ลักษณะสีผมของมนุษย ลกั ษณะสีดอกของพืช ลกั ษณะสขี นของสตั ว
ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของสง่ิ มีชีวติ การถา ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสิง่ มชี วี ิต การถายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของมนุษย ตวั อยาง × T แทน แอลลีลของมนุษยท ีม่ ผี มหยักศก t แทน แอลลีลของมนุษยท ่มี ีผมตรง รุนพอแม Tt tt เซลลส บื พนั ธุ TT T t รุนลูก Tt Tt Tt Tt
ลกั ษณะทางพันธุกรรมของสิง่ มชี วี ติ การถา ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมของส่งิ มชี ีวิต การถายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรมของสตั ว สัตวแ ตล ะชนดิ ยอมเกดิ มาจากสัตวช นิดเดียวกนั และลกู ของสัตวเ หลาน้นั จะมี ลกั ษณะหลายๆอยา งที่คลา ยคลึงกับพอและแมข องมนั เชน ลักษณะขน สีผิว ตัวอยา ง รุนพอ แม × A แทน แอลลลี ของปลาสดี ํา a แทน แอลลลี ของปลาสีขาว AA aa เซลลส บื พันธุ A Aa a รุน ลูก Aa Aa Aa Aa เซลลส บื พนั ธุ A a Aa รนุ หลาน AA Aa Aa aa ปลารนุ หลานจะปรากฏเปน สัดสวนของลักษณะเดนตอลกั ษณะดอย = 3 : 1
ลกั ษณะทางพันธุกรรมของส่งิ มีชวี ติ การถายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของส่ิงมชี วี ิต การถา ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมของพชื ลกั ษณะทางพันธุกรรมของพชื แตละชนดิ ท่ไี ดรบั ถา ยทอด มาจากรุนบรรพบรุ ุษ เชน สขี องดอก ความสูงของตน ตวั อยาง รุนพอแม × A แทน แอลลีลความสงู ของพชื aa a แทน แอลลลี ความเต้ยี ของพชื AA เซลลสบื พนั ธุ A Aa a ลูกรนุ ท่ี 1 Aa Aa Aa Aa เซลลสบื พนั ธุ A a A a ลูกรนุ ที่ 2 AA Aa Aa aa ตน พืชรุน ที่ 2 จะปรากฏเปนสดั สวนของลักษณะเดนตอลกั ษณะดอย = 3 : 1
ทีมา : บรษิ ัท อกั ษร เอด็ ดเู คชนั จาํ กดั (มหาชน)
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: