Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กลุ่มที่ 5

กลุ่มที่ 5

Published by Thipchanok Phanhun, 2021-07-10 14:41:00

Description: กลุ่มที่ 5

Search

Read the Text Version

อารยธรรมตะวันตกสมัยโบราณ อารยธรรมเมโสโปเตเมีย แบง่ เป็น สเุ มเรียน, เซมติ คิ , อินโดยเู รเปี ยน อารยธรรมสเุ มเรียน : เป็นชาติ แรกท่ีสร้างความเจริญทางเมโสโปเตเมีย มีการปกครองแบบ “นครรัฐ” ความเจริญของชาวสเุ มเรียน : ระยะแรกมีพระเป็นผ้ดู แู ล พระมีอานาจสงู สดุ ค่อมาเม่ือเกิดการแขง่ ขนั รบระหว่างนครรัฐอานาจการ ปกครองจงึ เปล่ียนเป็นอยทู่ ่ีนกั รบหรือกษัตริย์ ซง่ึ เป็นผ้เู ข้มแข็งสามารถส้รู บป้ องกนั นครรัฐและดแู ล ควบคมุ ดแู ลกิจการต่างๆแทนพระ การปกครองแบบนครรัฐของชาวสเุ มเรียนในดินแดนเมโสโปเตเมีย จดั ว่าเป็นนครรัฐแหง่ แรกของโลก ชาวสเุ มเรียนเป็นชาติแรกในดนิ แดนเมโสโปเตเมียที่รู้จกั การเขียนหนงั สือ เรียกว่าอกั ษรคนู ฟิ อร์ม หรือ อกั ษรรูปลม่ิ (กดลงบนแผ่นดินเหนียว) เป็นพวกแรกที่คดิ ค้นวธิ ีการคดิ เลขทงั้ การลบ บวก และคณู และ นยิ มใช้หลกั 60 60 นาที มีการสร้างระบบตวงวดั และปฏิทินแบบจนั ทรคติ ทางสถาปัตยกรรม ชาวสเุ ม เรียนได้ช่ือวา่ เป็นผ้รู ิเริ่มการใช้อิฐในการก่อสร้าง ซกิ กูแรค หรือหอคอยระฟ้ า

จกั รวรรดชิ นเผ่าเซมติ คิ และอนิ โดยเู รเปี ยน 1.ชาวอคั คาเดยี น นาโดยพระเจ้าซาร์กอนที่ 1 ได้ยกทพั เข้ายดึ ครองนครรัฐชาวสเุ มเรียน และขยายดนิ แดน จนสถาปนาจกั รวรรดิอคั คาเดียนขนึ ้ นบั เป็นจกั รวรรดแิ ห่งแรกท่ปี รากฏในประวตั ิศาสตร์ 2.ชาวอมอไรต์ มีผ้นู าชื่อวา่ ฮมั มรู าบี ได้สถาปนาจกั รวรรดิบาบโั ลเนีย มีกฏหมายที่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรคอื ประมวลกฏหมายฮมั มรู าบี ใช้หลกั “ตาตอ่ ตา ฟันตอ่ ฟัน” 3.ชาวฮิตไตท์ เก่งในด้านการทาสงคราม พวกฮิตไตท์ใช้รถรบเทียมม้าเข้าทาลายกองทหารเดนิ เท้าของศตั รู และยงั เป็นพวกแรกในสมยั โบราณที่รู้จกั ใช้เหลก็ 4.ชาวอสั สเิ รียน เป็นพวกท่ีมชี ่ือเสยี งในด้านการรบและความดรุ ้าย สามารถขยายจกั รวรรดิออกไปได้อยา่ ง กว้างขวาง รวบรวมอกั ษรคนู ิฟอร์มไว้ที่หอสมดั นิเนอเวท์ ได้ทิง้ อนสุ รณ์ความโหดคือ แอสซรู ์บานิปาล 5.ชาวคาลเดยี น ได้สถาปนานครบาบโิ ลนขนึ ้ เป็นเมอื งหลวงอีกครัง้ (ได้ชื่อวา่ บาบโิ ลเนียนใหม่) สง่ิ ที่ชาวคา ลเดยี นได้ทาคอื วิชาดาราศาสตร์ สามารถคานวณความเคลอื่ นไหวของดาวตา่ งๆ สามารถทานายวนั ทจี่ ะ เกิดสรุ ยปุ ราคาและจนั ทรุปราคาได้อยา่ งแมน่ ยา และได้สร้างสวนลอยแหง่ นครบาบโิ ลนขนึ ้ 6.ชาวเปอร์เซีย ชานาญการรบและการเลยี ้ งสตั ว์ นบั ถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ แบง่ เป็นพระเจ้าแหง่ ความดี และพระเจ้าแหง่ ความชวั่

การรวมอาณาจักรและการปกครองสมัยต่างๆของอียปิ ต์ สมยั อาณาจกั รเก่า : เป็นแบบเทวาธิปไตย นโยบายของยคุ นีค้ ือ รักษาสนั ตภิ าพไมร่ ุกรานใคร นยิ ม สร้างสถานที่เก็บพระศพให้ฟาโรห์ สม้ยนีจ้ งึ มีชื่อเรียกวา่ “ยคุ พีระมดิ ” สมยั อาณาจกั รกลาง : มีการขดุ ตลองเช่ือมระหวา่ งแมน่ า้ ไนล์และทะเลแดง ทาให้เดินเรือได้ และสมยั นีเ้องถกู พวกฮคิ โซสที่ผ่านมาทาง ชอ่ งแคบสเุ อซเข้ารุกรานเป็นครัง้ แรก และสามารถครองอียปิ ต์ได้นานถงึ 120 ปี สมยั อาณาจกั รใหม่ หรือสมยั จกั รวรรดิ : เร่ิมจากพวกขนุ นางต่อต้านการปกครองของฮคิ โซสและขบั ไลอ่ อกไปจากอียปิ ต์ ตอ่ มาฟาโรห์พยายามดงึ อานาจคืนจากขนุ นาง มีการสร้างกองทพั บกและเรือ รับรูปแบบการใช้ม้าและ รถศกึ จากฮิคโซส และยงั เร่ิมการใช้เหล็ก

โครงสร้างการปกครองและสังคมของอารยธรรมอียปิ ต์ โครงสร้างการปกครองของอียิปต์โบราณ : ฟาโรห์เป็นเทวกษัตริย์มีอานาจควบคมุ การปกครองอยา่ ง เดด็ ขาด ฟาโรห์มีเจ้าหน้าท่ีท่ีช่วยปกครองสองประเภท ประเภทแรกคือ เจ้าหน้าที่ปฏิบตั ิงานอย่ใู นเมือง หลวง โดยมีตาแหน่ง วิเซียส์เป็นผ้ปู ฏิบตั ิภารกิจตา่ งๆแทนฟาโรห์ ประเภทท่ีสองคือ เป็นเจ้าหน้าท่ี ระดบั ท้องถิ่น ปฏิบตั อิ ยตู่ ามท้องถ่ินต่างๆ ฟาโรห์จะเป็นผ้สู ง่ ออกไปดแู ลปกครอง ซงึ่ จะบริหารงานจาม พระบรมราชโองการของฟาโรห์ หน้าท่ีสาคญั ของทงั้ สองคาแหน่งนีค้ ือ เก็บภาษี รัฐบาลของฟาโรห์ยงั มี หน้าท่ีดแู ลเกี่ยวกบั การชลประทาน และงานที่สาคญั ของตวั ฟาโรห์เองอีกอยา่ งคือ ควบคมุ ดแู ลการค้า กบั ต่างแดน โครงสร้างทางสงั คมของอียิปต์โบราณ : แบ่งเป็น 4 ชนชนั้ คือ ยอดพีระมิด ได้แก่ ฟาโรห์ รองจากยอด พีระมดิ ได้แก่ ขนุ นาง พระ รองจากชนชนั้ สงู ได้แก่ ชนชนั้ กลาง ช่าง พอ่ ค้า เจ้าหน้าที่เก็บภาษี ชนชนั้ ต่าสดุ ได้แก่ ชาวนา ชาวอียปิ ต์ได้เขียน คมั ภีร์มรณะขนึ ้ เน่ืองจากเชื่อในชีวติ หลงั ความตาย โดยใช้อกั ษรเฮียโรกลิฟฟิคหรือ อกั ษรภาพเป็นตวั จารึก วดั ท่ีมีช่ือเสียงของอียิปต์ ได้แก่ คาร์นคั และลกุ เซอร์

มรดกทางด้านอารยธรรมของอียปิ ต์ -ด้านสถาปัตยกรรม : พรี ะมิด -ด้านจติ รกรรมและประติมากรรม : ภาพวาดบนผนงั ของพรี ะมดิ และมีการแกะสลกั หิน พระนางเน เฟอร์ติติ -ด้านดาราศาสตร์ : ทาปฏิทินตามสรุ ิยคติหาทิศทางของดาวตา่ งๆ -ด้านคณิตศาสตร์ : รู้จกั การบวก ลบ และหาร ทศนิยม ค้นพบวา่ ¶ = 3.14 รู้จกั คานวณฟาปริมาตร- ของพีระมดิ -ด้านอกั ษรศาสตร์ : ใช้อกั ษรภาพเฮียโรกลฟิ ฟิค และยงั ประดษิ ฐ์กระดาษจากต้นปาปิรุสขนึ ้ ใช้ด้วย -ด้านการแพทย์ : รู้จกั การผ่าตดั แบบง่ายๆ การใช้เผือก การทามมั ม่ี -ด้านวิศวกรรม : รู้จกึ ใช้เครื่องผอ่ นแรง ล้อเลื่อน ลกู รอก รู้จกั การทาเข่ือน

อารยธรรมสมัยกลาง ในสมยั กลาง สงั คมตะวนั ตกตกอยภู่ ายใต้อทิ ธิพลของสถาบนั คริสต์ศาสนาและการปกครองระบบ ฟิวดลั กล่าวคือ คริสต์ศาสนาสามารถสร้างศรัทธาให้แก่ชาวตะวนั ตกจนสามารถเป็นผ้ชู ีน้ าสงั คมทงั้ ด้านความเช่ือ จริยธรรม การดาเนินชีวิต การปกครอง ศิลปวฒั นธรรม และอื่นๆ ส่วนระบบฟิวดลั ท่ีเกิด จากความอ่อนแอของอานาจส่วนกลางก็ทาให้บรรดาขนุ นางสามารถก้าวขนึ ้ มาเป็นผ้นู าในการกาหนด ฐานะและสิทธิตา่ งๆ ของปัจเจกชนที่ส่วนใหญ่มีฐานะเป็นข้าติดท่ีดินได้ ดงั นนั้ จงึ เหน็ ได้วา่ อารยธรรม ในสมยั กลางเกิดจากการสง่ เสริมและทานบุ ารุงของพระและขนุ นางเป็นส่วนใหญ่ จงึ สะท้อนให้เห็นถงึ เร่ืองราวและอิทธิพลของคริสต์ศาสนาและขนุ นางในสงั คมสมยั กลาง

ในสมยั กลางมีผลงานด้านสถาปัตยกรรมที่สาคญั อยู่ 2 แบบ คือ แบบโรมาเนสก์ และ แบบกอทกิ ซงึ่ เกี่ยวข้องโดยตรงต่อการสร้างวดั และมหาวิหารในคริสต์ศาสนา ศลิ ปะแบบโรมาเนสก์เป็นศลิ ปะท่ี เจริญรุ่งเรืองก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 11 เกิดจากการสืบทอดของศลิ ปะโรมนั วดั หรืออาคารประกอบด้วย ประตหู น้าต่างโค้งกลมแบบสถาปัยกรรมโรมนั กาแพงหนา กระเบือ้ งปพู นื ้ ขนาดใหญ่ บานหน้าตา่ งเล็ก และเรียวยาว บรรยากาศภายในทมึ และมืดครึม้ มองภายนอกเหมือนป้ อมปราการ และอาจใช้เป็นท่ี หลบภยั ของประชาชนเมื่อเกิดอนั ตรายจากศตั รูได้ มีภาพหินโมเสกประดบั ศิลปะแบบโรมาเนสก์นีจ้ ะ ให้ความรู้สกึ ท่ีแข็งแกร่งและห้าวหาญแก่ผ้ทู ี่พบเห็น และนบั เป็นศิลปะท่ีเป็นแบบอย่างของการก่อสร้าง โดยทวั่ ไปในระหว่างสมยั กลางตอนต้น

วรรณกรรม วรรณกรรมในสมยั กลางนอกจากจะเน้นเรื่องราวความเช่ือในคริสต์ศาสนา แล้วยงั มีวรรณกรรม ทางโลกด้วย แต่งเป็นภาษาละตินซง่ึ ถือกนั วา่ เป็นภาษาหนงั สือที่เป็นสากล และเป็นภาษาสาคญั ทาง ศาสนา วรรณกรรมทางศาสนาที่มีอทิ ธิพลต่อแนวความคิดของคริสต์ศาสนิกชนในสมยั กลางมากที่สดุ เล่มหนงึ่ ได้แก่ เทวนคร เขียนโดยนกั บญุ ออกสั ตนิ ในสมยั ปลายจกั รวรรดโิ รมนั งานเขียนอีกชนิ ้ หนง่ึ ท่ี ความสาคญั ทดั เทียมกนั คือ มหาเทววทิ ยา โดยนกั บญุ ทอมสั อะไควนสั ซงึ่ ใช้สอนในวชิ าเทววทิ ยาใน มหาวิทยาลยั เป็นเร่ืองเก่ียวกบั ความเช่ือและศรัทธาในคริสต์ศาสนาอย่างมีเหตผุ ล มหากาพย์ ในฝร่ังเศสเรียกวา่ ชองซองเดอเจสต์เป็นเรื่องราวของการสร้างวีรกรรมของวีรบรุ ุษในอดีตนยิ ม ประพนั ธ์ด้วยโคลงกลอน แพร่หลายในคริสต์ศตวรรษท่ี 11-12 วรรณกรรมประเภทนีท้ ่ีสาคญั

นิยายวีรคตหิ รือนิยายโรมานซ์ ประพนั ธ์เป็นคากลอน เกิดในยโุ รปตะวนั ตกในคริสต์ศตวรรษที่ 11-12 ตอ่ มาได้เจริญแพร่หลาย ในฝร่ังเศส องั กฤษและเยอรมนั นยิ ายวีรคติเป็นเร่ืองราวความจงรักภกั ดีของอศั วนิ ต่อเจ้าและขนุ นาง และความรักแบบเทดิ ทนู ท่ีอศั วินมีต่อสตรี นิยายวีรคตคิ ล้ายกบั มหากาพย์ ตา่ งกนั ตรงท่ีมหากาพย์มี ความยาวมากกวา่ และไมม่ ีเรื่องของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง นยิ ายวีรคตทิ ่ีรู้จกั กนั เท่าไป คีตกานท์ เป็นบทร้อยกรองท่ีกล่าวถึงความในใจ เกิดในฝรั่งเศสภายใต้เม่ือกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดย นกั ร้องเร่ที่เรียกตวั เองว่า ตรูบาดรู ์แตง่ เพอื่ ขบั ร้องคลอเสียงพณิ นิยมร้องและบรรเลงในปราสาทของขนุ นางและราชสานกั เป็นเรื่องเกี่ยวกบั ความรักแบบเทิดทนู ตอ่ สตรีสงู ศกั ดิ์ ซง่ึ ได้รับอทิ ธิพลมาจากราช สานกั ของพวกมสุ ลิม การเทดิ ทนู สตรีท่ีสงู ศกั ดิ์ดงั กลา่ วนีก้ ่อให้เกิดระเบียบวิธีปฏิบตั ทิ ี่บรุ ุษควรมีตอ่ สตรีเพศ

นิทานอุทาหรณ์ เป็นนิทานร้อยแก้วหรือร้อยกรองในลกั ษณะของนิทานอีสปที่มีชื่อเสยี งท่ีสดุ คือ นิทานชดุ โรมานซ์ออ ฟรีนาร์ดเริ่มแตง่ ในฝร่ังเศสในคริสต์ศตวรรษท่ี 12 และมีผ้แู ตง่ ตอ่ ๆกนั มาจนถงึ คริสต์ศตวรรษท่ี 14 เป็น เรื่องราวของสนุ ขั จิง้ จอกชื่อรีนาร์ด เนือ้ หาล้อเลยี นเสยี ดสสี งั คมฝร่ังเศสในสมยั กลาง เรื่องสนุ ขั จิง้ จอกรีนาร์ด ที่แตง่ ในระยะหลงั ประณามระบบฟิ วดลั กระบวนการยตุ ธิ รรม และวงการศาสนาอยา่ งรุนแรง เมืองท่ีเกดิ จากการค้า ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 การค้าของโลกตะวนั ตกได้ฟื น้ ตวั อีกครัง้ หลงั จากชะงกั งนั เป็นเวลาหลาย ร้อยปี อนั เนื่องมาจากการรุกรานของพวกอนารยชน และการเข้ายดึ ครองทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของพวก มสุ ลมิ ที่ทาให้การค้าทางทะเลของตะวนั ตกและตะวนั ออกต้องสนิ ้ สดุ ลง การฟื น้ ตวั ของการค้าดงั กลา่ วนีย้ งั ก่อให้เกิดการฟื น้ ตวั ของบรรดาเมืองเกา่ ทเ่ี คยรุ่งเรืองในสมยั จกั รวรรดโิ รมนั และการเกิดของเมืองใหมๆ่ ใน คาบสมทุ รอิตาลจี นถงึ คาบสมทุ รสแกนดิเนเวยี ตลอดจนดินแดนยโุ รปตะวนั ออกอกี ด้วย เมืองกลายเป็น ศนู ย์กลางการค้าและวฒั นธรรมของยโุ รป เกิดสมาคมอาชีพ ท่ีควบคมุ การดาเนินงานและการจดั สวสั ดกิ าร ของคนกลมุ่ อาชีพเดยี วกนั เกิดระบบการเกบ็ ภาษีอากร การปกครองแบบท้องถ่ินที่เรียกวา่ เทศบาล ตลาด นดั งานแสดงสนิ ค้า ธนาคาร ฯลฯ ที่เป็นพืน้ ฐานของวฒั นธรรมเองในปัจจุบนั โดยเฉพาะการทาสญั ญา และ การก้ยู ืมเงินของบรรดาพ่อค้าตอ่ กนั ก่อให้เกิดความจาเป็นในการกาหนดวนั เริ่มต้นและวนั สนิ ้ สดุ ของปีท่ี แน่นอน พวกพ่อค้าได้กาหนดให้วนั ที่ 1 มกราคมเป็นวนั เริ่มต้นของปีใหม่ ซง่ึ สอดคล้องกบั วนั เฉลมิ ฉลองปี ใหม่ของชาวโรมนั ท่ีเคยปฏบิ ตั มิ า

มหาวทิ ยาลัยตะวันตก มหาวทิ ยาลยั นบั เป็นมรดกที่สาคญั ของยโุ รปในสมยั กลาง และเป็นผลติ ผลโดยตรงของสงั คมเมือง มหาวิทยาลยั ในระยะแรกเกดิ จากการรวมตวั ของอาจารย์และนกั ศกึ ษา และมีลกั ษณะเป็นสมาคมอาชีพ เช่นเดียวกบั สมาคมอาชีพอื่นๆ ที่รวมคนอาชีพเดียวกนั ไว้ด้วยกนั สมาคมอาชีพของอาจารย์และนกั ศกึ ษา ดงั กลา่ วนีเ้รียกวา่ ยนู ิเวอร์ซิตี ในคริสต์ศตวรรษท่ี 11-12 มหาวิทยาลยั เกดิ ขนึ ้ จากการขยายตวั และพฒั นาการของโรงเรียนวดั ซง่ึ เป็นสถานที่อบรมสง่ั สอนพระหรือนกั บวช และโรงเรียนมหาวิหาร ซงึ่ เป็นสถานท่ีให้การอบรมสง่ั สอนทงั้ นกั บวชและประชาชนทวั่ ไปโดยมีมหาวทิ ยาลยั ปารีสเป็นผ้นู าทางภาคเหนือ และมหาวิทยาลยั โบโลญญา เป็นผ้นู ายโุ รปทางใต้ นกั ศกึ ษาสว่ นใหญ่เป็นพระหรือลกู หลานของขนุ นางและพ่อค้า มหาวิทยาลยั เจริญเติบโตในเวลาอนั รวดเร็ว อนั เน่ืองมาจากการขยายตวั ทางเศรษฐกิจของเมือง สงครามครูเสด และการ รับความรู้ใหม่ๆ จากทางยโุ รปตะวนั ออกและเอเชียไมเนอร์ เชน่ วิชาปรัชญา คณิตศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ นิตศิ าสตร์ ซง่ึ เป็นศาสตร์ท่ีสญู หายไปจากยโุ รปตะวนั ตกตงั้ แตก่ ารลม่ สลายของจกั รวรรดโิ รมนั มหาวิทยาลยั ในระยะแรกเริ่มมีหลกั สตู รที่แนน่ อน และนาเอาระบบสมาคมอาชีพมาใช้ในการฝึกหดั นกั ศกึ ษา การศกึ ษาใน ระดบั มหาวิทยาลยั ในสมยั กลางเจริญแพร่หลายอยา่ งกว้างขวาง เมื่อสนิ ้ สมยั กลางปรากฏวา่ มีมหาวทิ ยาลยั ในยโุ รปทงั้ สนิ ้ กวา่ 80 แห่ง มหาวิทยาลยั หลายแหง่ ในยโุ รปที่ตงั้ ในสมยั กลาง เชน่ มหาวทิ ยาลยั ปารีส โบโลญญา ปาดวั ออกซ์ ฟอร์ด และเคมบริดจ์ ยงั คงเป็นมหาวิทยาท่ีมีเชื่อเสยี งตราบเทา่ ทกุ วนั นี ้

ภายหลงั จากท่ีจกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตกลม่ สลายใน ค.ศ. 476 ยโุ รปได้เข้าสยู่ คุ ท่ีเรียกวา่ สมยั กลาง มีระยะเวลาเกือบ 1,000 ปี สมยั กลางเป็นชว่ งที่คริสตจกั รโรมนั คาทอลกิ มอี ทิ ธิพลทาง การเมือง เกิดการครอบงาความคดิ ของผ้คู นในสมยั นีเ้กือบจะทกุ ด้าน ดงั นนั ้ นกั ประวตั ิศาสตร์บางกลมุ่ จงึ เรียกสมยั กลางวา่ “ยคุ มืด”อนั สะท้อนถงึ การหยดุ นิ่งในการ พฒั นาภมู ปิ ัญญาในเชงิ สร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม จะวา่ ยคุ มดื นีไ้ มม่ ีคุณปู การอะไรเลยตอ่ อารยธรรมโลกก็หาไม่ ยคุ มดื หรือยคุ กลางในโลกตะวนั ตกนี ้ยงั คงมกี ารสง่ั สมอารยธรรมที่ เป็นพืน้ ฐานตอ่ การพฒั นาในสมยั ตอ่ มาเชน่ กนั เพียงแตก่ ารตอ่ ยอดของอารยธรรมสมยั กลางนนั ้ ซ่อนตวั อย่ภู ายใต้มา่ นหมอกแหง่ ความศรัทธา และการปกครองอย่างเข้มงวดของ คริสตศาสนจกั ร

สมัยกลางเรืองอานาจ ระบอบศกั ดินาสวามิภกั ด์ใิ นอาณาจกั รแฟรงก์ตา่ ง ๆ นนั้ จะเป็นลกั ษณะของสมยั กลาง คือ นาย มีท่ีดิน แบง่ ที่ดิน ให้ลกู น้อง ไปเพาะปลกู เกษตรกรรมและสร้างกองทพั ขณะเดยี วกนั ลกู น้องต้องทาหน้าท่ี คือ จงรักษ์ ภกั ดี และช่วยรบในสงคราม และลกู น้องกอ็ าจจะมีลกู น้องอีกทีเป็นขนั้ ๆ นายท่ีใหญ่ที่สดุ คือ กษัตริย์ แบง่ ที่ดินเป็นแคว้น ๆ ให้ขนุ นางใหญ่ปกครอง และขนุ นางเหลา่ นนั้ ก็มขี นุ นางใต้บงั คบั บญั ชาอกี ที ราชวงศ์การอแลง็ เฌียงในอาณาจกั รแฟรงก์ตะวนั ออกและตะวนั ตกสนิ ้ สดุ อาณาจกั รแฟรงก์ตะวนั ออก กลายเป็นจกั รวรรดโิ รมนั อนั ศกั ด์สิ ิทธิ์ใน ค.ศ. 962 ด้วยการท่ีพระสนั ตะปาปาราชาภเิ ษกออทโทเป็น จกั รพรรดิโรมนั อนั ศกั ดิ์สทิ ธิ์ ในปี ค.ศ. 1072 เกิดข้อขดั แย้งเร่ืองการสถาปนาสมณศกั ดริ์ ะหวา่ งสมเดจ็ พระ สนั ตะปาปาเกรกอรีที่ 7 กบั จกั รพรรดิไฮน์ริชท่ี 4 แหง่ จกั รวรรดิโรมนั อนั ศกั ด์สิ ิทธิ์ ท่ีสดุ จกั รพรรดิไฮร์ริชต้อง ทรงเดนิ ข้ามเทือกเขาแอลป์ เพื่อขอโทษพระสนั ตะปาปา เป็นชยั ชนะของฝ่ ายคริสตจกั รตอ่ ฝ่ ายอาณาจกั ร การเส่ือมอานาจของพระจกั รพรรดิทาให้นครรัฐตา่ ง ๆ ในอิตาลเี รืองอานาจขนึ ้ มา อาณาจกั รแฟรงก์ตะวนั ตกกลายเป็นอาณาจกั รฝรั่งเศส ภายใต้ราชวงศ์กาเปเซยี ง อาณาจกั รฝรั่งเศสเป็นที่ที่ ระบอบศกั ดินาสวามิภกั ดิส์ ง่ ผลร้ายแรงที่สดุ ฝร่ังเศสแตกเป็นแคว้นเลก็ แคว้นน้อย กษัตริย์ฝร่ังเศสทรงไมม่ ี พระราชอานาจในการควบคมุ ขนุ นาง ทรงมีเพียงที่ดนิ รอบ ๆ กรุงปารีสเท่านนั้ ขนุ นางฝร่ังเศสคนหนง่ึ ได้เป็น กษัตริย์องั กฤษ และด้วยการแตง่ งานทาให้ได้ที่ดินมากมายในฝรั่งเศสเป็ นของตนทาให้มีอานาจมากกวา่ กษัตริย์ฝร่ังเศสเองเสยี อีก

อารยธรรมตะวันตกสมัยใหม่ อารยธรรมสมยั ใหม่ เป็นอารยธรรมตะวนั ตก ตอ่ จากยคุ สมยั กลาง ไปจนถงึ สิน้ สดุ สงครามโลกครัง้ ที่ 2 ในปี ค.ศ. 1945 ซง่ึ ครอบคลมุ ชว่ งเวลาท่ีชาวตะวนั ตกออกเดินเรือเพอื่ แสวงหาโลกใหม่ โลกตะวนั ตก และตะวนั ออก จงึ มาบรรจบกนั หากมองจากมมุ ด้านความก้าวหน้าทางวทิ ยาการ สามารถมองยคุ สมยั ใหมไ่ ด้ว่า เป็นการต่ืนขนึ ้ จากการหลบั ใหลทางปัญญาในยคุ มืด ยคุ สมยั ใหม่มีเหตกุ ารณ์สาคญั ตา่ งๆ มากมายท่ีสง่ ผลกระทบมาถึงเหตกุ ารณ์ในโลกยคุ ปัจจบุ นั อาทิ การฟืน้ ฟศู ลิ ปะวทิ ยาการ การ ปฏริ ูปศาสนาคริสต์ การเดนิ ทางสารวจโลก (ยคุ แหง่ การสารวจ) การปฏิวตั วิ งการวิทยาศาสตร์ การ ปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรม และสงครามโลก

1. การสารวจทางทะเลและค้นพบดนิ แดนใหม่ 1) สาเหตสุ าคญั -อิตาลกี บั พอ่ ค้าอาหรับสกดั กนั้ ไม่ให้ยโุ รปซอื ้ ขายกบั เอเชียโดยตรง เพ่ือผกู ขาดการค้า (โดยเฉพาะ เคร่ืองเทศที่ยโุ รปต้องการมาก) -ชาวยโุ รปยงั ต้องการแสวงหาแก่ทองคา -ความต้องการเผยแพร่คริสต์ศาสนา 2) ชาตสิ าคญั ที่ออกสารวจทางทะเล (1) โปรตเุ กส 1. ดินเรืออ้อมแหลมก๊ดู โฮปสาเร็จ 2. ตอ่ มาวาสโก ดา กามา แลน่ เรืออ้อมแหลมกดู โฮป จนถงึ อนิ เดยี (2) สเปน 1.โคลมั บสั ค้นพบทวปี อเมริกา แมคเจนแลน เดินเรือ รอบโลก สาเร็จเป็นชดุ แรก สญั ญาทอร์เดซยี สั ทาให้อเมริกากลายเป็นของสเปน ยกเว้น บราซลิ การเดินเรือของคณะแมคเจนแลน ทาให้ค้นพบชอ่ งแคบ แมคเจนแลน และหมเู่ กาะฟิ ลปิ ปินส์

2.การฟื้นฟูศลิ ปวทิ ยาการ -สาเหตุ 1) การล่มสลายของอาณาจักรไบเซนไทน์ 2) ผลของสงครามครูเสด เศรษฐกิจและการเงินยโุ รปฟืน้ ตวั เจ้านครรัฐในอติ าลีจงึ หนั มา สนบั สนนุ งานศิลปะวทิ ยาการ เพื่อให้ราชสานกั ตนมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ 3) ศาสนจกั รเส่ือม ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ยโุ รปมีเศรษฐกิจดีขนึ ้ ทศั นคติของชาวยโุ รปตอ่ การ ครองชีพเปลี่ยนไปทาให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี และปฏเิ สธกฎเกณฑ์ของศาสนจกั ร ประชาชนหนั มาสนใจผลงานสร้างสรรค์ของเพอื่ นมนษุ ย์ด้วยกนั

-แนวคดิ ใหม่สมัยฟื้นฟูศลิ ปวทิ ยาการ ชาวตะวนั ตกมีแนวคดิ เปลยี่ นแปลงไปโดยเห็นวา่ โดยแท้จริงของมนษุ ย์นนั้ สามารถพฒั นาชีวิตตนเองให้ดแี ละมีคณุ คา่ ได้ โดยการศกึ ษาและเรียนรู้จากงานเขยี นและ วรรณกรรมของกรีกและโรมนั โบราณท่ีสอดแทรกปรัชญาและแนวทางการดาเนนิ ชีวิตให้มีความสขุ ในโลกปัจจบุ นั ได้เป็นท่ีมาของ ลทั ธิมนษุ ยนิยม 1. แนวคดิ สาคญั ของศิลปะ - มนุษยนิยมและธรรมชาตนิ ิยม รวมกบั แนวคดิ ของศาสนาคริสต์ - มีการกลา่ วถงึ ชื่อศลิ ปินและผลงาน 2. ศลิ ปิ นคนสาคัญ - ศลิ ปินยคุ นีม้ ีความสามารถหลายด้าน ท่ีมีช่ือเสยี งอยา่ งมาก ได้แก่ - ลีโอนาโด ดาวนิ ชี (ถือเป็นมหาศิลปินแห่งศลิ ปะทงั้ ปวง เพราะเป็นทงั้ จิตรกร กวี นกั ดนตรี นกั วิทยาศาสตร์ วศิ วกร ฯลฯ) - ไมเคลิ แองเจลโล 3. สถาปัตยกรรม - หลงั คาโค้งรูปโดมตรงกลาง ประตโู ค้ง *วิหารสาคญั คอื วิหารเซนต์ปีเตอร์ และวหิ ารเซนต์ปอล*

4. ประตมิ ากรรม - เน้นสดั สว่ นสรีระร่างกาย - เริ่มจากผลงานของโดนาเตลโล ผ้ปู ัน้ รูป “เดวิด” ซง่ึ เป็นรูปปัน้ ชายหนมุ่ เปลือย ในท่ายืนท่ีโดดเดน่ - ที่โดดเดน่ ได้แก่ผลงานของไมเคิล แองเจลโล คือ - รูปสลักเดวดิ : รูปชายหนมุ่ เปลือยกาย - รูปสลักลา ปิ เอตา : รูปพระแม่ประคองพระเยซู 5. จติ รกรรม - เริ่มมีการเขียนภาพ 3 มิติ เริ่มจากผลงานของมาซกั ซโิ อ จติ รกรชาวอิตาลี - ที่สาคญั ได้แก่ ผลงานของ

3. การปฏริ ูปศาสนา การปฏริ ูปศาสนา 1. การปฏิรูปศาสนาเกิดเพราะคนไมพ่ อใจในอานาจและคาสอนของ สนั ตะปาปา 2) เกิดนิกายใหม่ คือ นิกายโปรแตสแตนต์ (เริ่มจากการประท้วงของมาร์ตนิ ลเู ธอร์ 3) นอกจากนีย้ งั มผี ้ปู ระท้วง เกิดเป็นโปรแตสแตนส์กลมุ่ ตา่ ง ๆ เช่น แองกลกิ นั , คลั วนิ นิสม์, ฮิวเกอนอ็ ต, เพรสไบทีเรียน 4) ยคุ นี ้ อทิ ธิพลและอานาจของคริสตจกั รเร่ิมเสื่อม ผลของการปฏริ ูปศาสนา 1) ศาสนาคริสต์ถกู แบ่งออกเป็น 2 นิกาย ได้แก่ 2) เกิดกระแสชาตนิ ิยม 3) เกิดการแขง่ ระหวา่ งนิกายตา่ ง ๆ 4) ระบอบรัฐชาติแขง็ แกร่ง 5) การแตกแยกของศาสนา สง่ ผลให้เกิดสงครามหลายครัง้ ในยโุ รป

นาย ก้องภพ ทองเทศ เลขที่7 นาย อภธิ าร เซียวสรุ ัตน์ เลขที่11 นาย เดชาวัต แกว้ ประเพณี เลขท่ี 12 นาย ธนกร บญุ ปะสทิ ธ์ิ เลขท่ี24 นาย ภูบดนิ ทร์ เซี่ยงใช่ เลขท่ี 28 ช้นั 6/11


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook