Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 7 รูปสี่เหลี่ยม

หน่วยที่ 7 รูปสี่เหลี่ยม

Published by torn_11_, 2022-01-09 05:14:58

Description: หน่วยที่ 7 รูปสี่เหลี่ยม

Search

Read the Text Version

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 หน่วยที่ 7 รูปสีเ่ หลยี่ ม

1. บอกชนิด และสมบตั ขิ องรูปสเี่ หล่ยี ม 2. สร้างรูปสเ่ี หลยี่ มตามข้อกาหนด 3. หาพนื้ ทข่ี องรูปสี่เหล่ียมด้านขนาน และรูปสเี่ หล่ียมขนมเปี ยกปนู 4. แสดงวิธีหาคาตอบของโจทนป์ ัญหาเกยี่ วกบั ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียม 5. แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกบั พนื้ ทขี่ องรูปส่เี หล่ยี มด้านขนาน และรูปสี่เหลีย่ มขนมเปี ยกปนู 6. แกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใช้ความรู้เกยี่ วกบั พนื้ ท่ี และความยาวรอบรูปของ รูปสเี่ หล่ยี มดา้ นขนาน และรูปส่เี หล่ยี มขนมเปี ยกปนู

เตรยี มความพรอ้ ม ตรวจสอบรปู ทกี่ ำหนดวำ่ เป็นรปู ส่ีเหล่ียมมุมฉำกหรือไม่ เพรำะเหตุใด ถ้ำเป็น เป็นรปู ส่เี หลีย่ มมมุ ฉำกชนดิ ใด เพรำะเหตุใด

1) ไมเ่ ป็น เพรำะมมุ ท้ังส่ีมมุ ไม่เปน็ มุมฉำก 2) เปน็ เพรำมมุ ท้งั สี่มมุ เป็นมมุ ฉำก 3) ไม่เปน็ เพรำะมมุ ทั้งสม่ี มุ ไมเ่ ปน็ มุมฉำก 4) เปน็ เพรำมมุ ท้ังสี่มมุ เปน็ มุมฉำก 5) ไม่เป็น เพรำะมุมทั้งสม่ี ุมไมเ่ ป็นมุมฉำก 6) ไมเ่ ป็น เพรำะมมี ุม 2 มุมไม่เป็นมมุ ฉำก

ชนดิ และสมบัตขิ องรูปส่ีเหล่ยี ม กจิ กรรมสำรวจรูปสี่เหลย่ี ม ตรวจสอบขนำดของมมุ ควำมยำวของด้ำน และกำรขนำนกนั ของดำ้ นของรูปส่เี หล่ยี มท่กี ำหนด แลว้ เขยี น √ ในตำรำง





เฉลย

กำรจำแนกรปู สีเ่ หลีย่ ม โดยพิจำรณำจำกขนำดของมมุ ควำมยำวของดำ้ น และกำรขนำน กันของดำ้ น สำมำรถจำแนกได้ ดังนี้ 1. รูปสี่เหล่ยี มจตั ุรสั เปน็ รูปสี่เหล่ยี มท่ีมีมมุ ทุกมุมเป็นมุมฉำก ด้ำนทุกด้ำนยำวเท่ำกัน ด้ำนตรงข้ำมขนำนกัน 2 คู่ 2. รูปสีเ่ หลี่ยมผืนผำ้ เปน็ รปู สีเ่ หลย่ี มท่มี ีมุมทกุ มุมเปน็ มุมฉำก ด้ำนตรงขำ้ มยำวเท่ำกนั และขนำนกนั 2 คู่ ด้ำนที่อยตู่ ดิ กนั ยำวไมเ่ ทำ่ กัน 3. รูปส่เี หลย่ี มขนมเปียกปนู เปน็ รูปสเี่ หลี่ยมทมี่ ีมมุ ทกุ มมุ ไมเ่ ป็นมุมฉำก มมุ ที่อย่ตู รงขำ้ ม กันมขี นำดเทำ่ กัน ดำ้ นทุกดำ้ นยำวเทำ่ กนั ดำ้ นตรงขำ้ มขนำนกนั 2 คู่

กำรจำแนกรปู สี่เหลย่ี ม โดยพิจำรณำจำกขนำดของมุม ควำมยำวของดำ้ น และกำรขนำน กนั ของดำ้ น สำมำรถจำแนกได้ ดงั น้ี 1. รูปส่เี หลย่ี มดำ้ นขนำน เปน็ รูปสเี่ หลย่ี มทีม่ ีมุมท่ีอยตู่ รงข้ำมกันมขี นำดเทำ่ กัน ดำ้ นตรง ข้ำมยำวเทำ่ กนั และขนำนกนั 2 คู๋ 2. รปู ส่ีเหล่ียมคำงหมู เป็นรปู สีเ่ หลีย่ มที่มดี ำ้ นขนำนกัน 1 คู่ 3. รูปสเ่ี หลี่ยมรปู วำ่ ว เปน็ รปู สีเ่ หลยี่ มทม่ี ีมุมท่อี ย่ตู รงข้ำมมีขนำดเทำ่ กนั 1 คู่ และดำ้ นที่ อยตู่ ิดกันยำวเท่ำกัน 2 คู่







พจิ ำรณำรปู แลว้ ตอบคำถำม รปู ใดบำ้ งเป็นรปู ส่เี หล่ียมมุมฉำก เพรำะเหตุใด รปู ใดบ้ำงเป็นรปู สี่เหล่ียมจัตรุ ัส เพรำะเหตุใด รูปใดบ้ำงเปน็ รปู ส่เี หลี่ยมผืนผำ้ เพรำะเหตใุ ด รูปใดบำ้ งเปน็ รปู สีเ่ หลยี่ มดำ้ นขนำน เพรำะเหตุใด รูปใดบ้ำงเปน็ รูปสี่เหล่ียมขนมเปยี กปูน เพรำะเหตใุ ด รปู ใดบำ้ งเป็นรปู สีเ่ หลี่ยมคำงหมู เพรำะเหตใุ ด รูปใดบำ้ งเป็นรูปสเี่ หล่ียมรปู ว่ำว เพรำะเหตุใด

เส้นทแยงมมุ ของรูปส่เี หล่ยี ม นกั เรยี นมำรจู้ ักเส้นทแยงมุมของรปู สเ่ี หล่ียมตำ่ ง ๆ

เส้นทแยงมมุ ของรูปส่เี หล่ยี ม นกั เรยี นมำรจู้ ักเส้นทแยงมุมของรปู สเ่ี หล่ียมตำ่ ง ๆ

เส้นทแยงมมุ ของรูปส่เี หล่ยี ม นกั เรยี นมำรจู้ ักเส้นทแยงมุมของรปู สเ่ี หล่ียมตำ่ ง ๆ

สมบตั ขิ องรูปสีเ่ หลยี่ มชนดิ ต่าง ๆ รูปสี่เหลี่ยมจตั ุรัส มุมทุกมุมเปน็ มุมฉำก ดำ้ นทกุ ด้ำนยำวเท่ำกนั และดำ้ นตรงขำ้ มขนำนกัน 2 คู่ เส้นทแยงมมุ ยำวเทำ่ กัน แบ่งคร่งึ ซ่งึ กันและกนั และตดั กันเปน็ มมุ ฉำก

สมบัตขิ องรูปสเ่ี หลีย่ มชนิดต่าง ๆ รูปส่เี หล่ยี มผืนผ้ำ มุมทกุ มมุ เปน็ มมุ ฉำก ด้ำนตรงขำ้ มยำวเทำ่ กัน แต่ดำ้ นท่อี ยู่ติดกันยำวไมเ่ ทำ่ กนั และดำ้ นตรงขำ้ มขนำนกัน 2 คู่ เส้นทแยงมมุ ยำวเทำ่ กัน แบง่ คร่ึงซึ่งกนั และกนั

สมบตั ิของรูปสเ่ี หล่ยี มชนิดต่าง ๆ รปู สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มมุ ทกุ มุมไมเ่ ป็นมมุ ฉำก และมมุ ท่ีอยูต่ รงขำ้ มกนั มขี นำดเทำ่ กัน ดำ้ นทกุ ดำ้ นยำวเทำ่ กนั และด้ำนตรงขำ้ มขนำนกนั 2 คู่ เสน้ ทแยงมุมแบง่ คร่ึงซงึ่ กันและกนั และตดั กันเป็นมมุ ฉำก

สมบตั ขิ องรูปสี่เหล่ยี มชนดิ ต่าง ๆ รูปสเ่ี หล่ียมดำ้ นขนำน มุมทอ่ี ยตู่ รงขำ้ มกันมีขนำดเท่ำกัน ด้ำนตรงข้ำมยำวเท่ำกัน และขนำนกัน 2 คู่ เส้นทแยงมุมแบง่ ครึ่งซ่งึ กนั และกัน

สมบัติของรปู สีเ่ หล่ยี มชนิดต่าง ๆ รูปส่ีเหลี่ยมคำงหมู ดำ้ นตรงขำ้ มขนำนกัน 1 คู่

สมบตั ขิ องรูปสเี่ หล่ยี มชนิดต่าง ๆ รูปสีเ่ หล่ียมดำ้ นขนำน มมุ ทอ่ี ยูต่ ิดกันยำวเทำ่ กัน 2 คู่ ด้ำนท่ีอยตู่ รงข้ำมกันมีขนำดเทำ่ กัน 1 คู่ เสน้ ทแยงมมุ ตัดกันเปน็ มุมฉำก และมีเส้นทแยงมมุ เพยี งเส้นเดียวที่ถกู แบง่ ครง่ึ ดว้ ยเส้น ทแยงมมุ อีกเส้นหนง่ึ

การสร้างรปู สีเ่ หล่ียม กำรสร้ำงรปู ส่เี หลี่ยม เมื่อกำหนดควำมยำวของดำ้ นและขนำดของมุม กำรสร้ำงรูปสเี่ หล่ยี ม ตอ้ งนำควำมร้เู กีย่ วกบั สมบตั ิของ รปู ส่เี หลีย่ มมำพจิ ำรณเ่ พอ่ื วำงแผนกำรสรำ้ ง

การสรา้ งรูปส่เี หล่ยี ม

การสรา้ งรูปส่เี หล่ยี ม

การสรา้ งรูปส่เี หล่ยี ม

การสรา้ งรูปส่เี หล่ยี ม

เคร่อื งมือท่ใี ชใ้ นกำรสรำ้ งรูปเรขำคณติ นอกจำกโพรแทรกเตอรแ์ ลว้ ยงั อำจใช้วงเวียนช่วยในกำรสร้ำงได้









การสร้างรปู สี่เหล่ยี ม เม่อื กาหนดความยาวของเสน้ ทแยงมุม











พ้ืนที่ของรูปสีเ่ หล่ียม พนื้ ท่ีของรปู ส่เี หล่ยี มดำ้ นขนำน เมอื่ กำหนดด้ำนใดดำ้ นหนงึ่ ของรูปส่เี หลี่ยมด้ำนขนำนให้เป็น ฐำน สว่ นของเส้นตรงที่ลำกจำกกด้ำนท่ีอยตู่ รงขำ้ มกับฐำน มำตั้งฉำกกับ ฐำนหรอื แนวของฐำนเรยี กวำ่ ส่วนสูง ควำมยำวของ สว่ นสงู เรยี กว่ำ ควำมสงู

พ้นื ที่ของรปู สี่เหล่ยี มด้ำนขนำน

พ้นื ที่ของรปู สี่เหล่ยี มด้ำนขนำน

พ้นื ที่ของรปู สี่เหล่ยี มด้ำนขนำน

พ้นื ที่ของรปู สี่เหล่ยี มด้ำนขนำน

พ้นื ทข่ี องรูป สเี่ หลีย่ มดำ้ นขนำน



พ้นื ทข่ี องรูปสเี่ หลี่ยมดำ้ นขนำน ควำมสูง x ควำมยำวของฐำน



พ้นื ที่ของรปู สี่เหล่ยี มด้ำนขนำน

กำรหำพื้นท่โี ดยใชค้ วำมร้เู กี่ยวกบั รูปส่เี หล่ยี มด้ำนขนำน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook