Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่-1-เรื่องระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก

หน่วยที่-1-เรื่องระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก

Published by kroosci, 2020-05-13 15:38:10

Description: หน่วยที่-1-เรื่องระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก

Search

Read the Text Version

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก วิชาชวี วิทยาเพิ่มเตมิ 5 ว33245 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 โดย นางอรทัย ศรสี ุทโธ โรงเรยี นหินดาดวทิ ยา อ.หว้ ยแถลง จ. นครราชสีมา สังกดั องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั นครราชสีมา

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก เรียนอะไรบ้างนา๊ ?? @ การรับรแู้ ละการตอบสนองของสัตว์ @ โครงสร้างและการทางานของเซลลป์ ระสาท @ ศูนยค์ วบคุมระบบประสาทของมนุษย์ @ การทางานของระบบประสาท @ อวัยวะรับความร้สู กึ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 3 @ การรับร้แู ละการตอบสนองของสัตว์ การรับรแู้ ละการตอบสนองของสิ่งมีชวี ิตเซลล์เดยี ว พารามเี ซียม (Paramecium ) เป็นโพรโตซวั ที่ไม่มเี ซลล์ประสาทแต่สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ เชน่ แสงสวา่ ง อุณหภมู ิ สารเคมีและวัตถุทีม่ าสมั ผัส โดยมีการเคลือ่ นที่เข้าหาหรือเคลื่อนที่หนี เนื่องจากมี เสน้ ใยประสานงาน (Co-ordinating fiber) ควบคมุ การโบกพัดของซิเลยี ในขณะเคลื่อนที่ หากตัดเส้น ใยนี้พารามเี ซียมไมส่ ามารถควบคุมการพดั โบกของซิเลียได้ แสดงเส้นใยประสาทงานทโ่ี คนของซีเลีย

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 4 การรบั รูแ้ ละการตอบสนองของสตั ว์ไม่มีกระดกู สนั หลงั ไฮดรา (Hydra) ไฮดรา เริม่ มรี ะบบประสาททีพ่ ัฒนาขนึ้ มาแล้วแต่ไมม่ ากนักมแี ต่เซลลป์ ระสาทยังไม่มี ปมประสาท (Nerve ganglion) เซลล์ประสาทของไฮดราเชื่อมโยงกนั คลา้ ยร่างแห เรียกกนั ว่า ร่างแหประสาท (Nerve net) เมือ่ ไฮดราถูกกระตุ้นทีจ่ ุดใดจุดหนึง่ กระแสประสาทจะแพร่ ออกทกุ ทิศทางแต่อัตรา การเคลื่อนที่ของกระแสประสาทเกิดชา้ กว่าการเคลือ่ นที่ของกระแส ประสาทในสตั วช์ น้ั สงู หากใช้เขม็ แทงทป่ี ลายเทนตาเคิล ไฮดราจะหดตัวทุกส่วนของร่างกาย เปน็ การแสดงว่า กระแสประสาทเคลือ่ นทีจ่ ากจดุ กระตุ้นไปยงั ส่วนต่างๆ ของรา่ งกายด้วย เซลล์รับสมั ผสั ของไฮดราแผ่กระจายอยู่ใต้เนื้อเยือ่ ชั้นนอก นอกจากจะพบร่างแหประสาทใน ไฮดราแลว้ ยังพบในอวยั วะบางส่วนของสัตว์มีกระดกู สนั หลงั ดว้ ย เชน่ ที่ผนงั ลาไส้ ร่างแห ประสาทจะควบคมุ กระบวนการ เพอรสิ ทลั ซิสของลาไสท้ าให้เกดิ การบบี ไล่อาหารใหผ้ ่านไป ได้

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 5 แสดงร่างแหประสาทของไฮดรา

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 6 พลานาเรีย (Planaria) พลานาเรีย เปน็ หนอนตวั แบนชนิดหนึง่ มีเซลลป์ ระสาทจานวนมาก มีปมประสาท 2 ปม อยทู่ ีส่ ว่ นหวั เรียกวา่ ปมประสาทสมอง (cerebral ganglion) ทาหน้าท่เี ปน็ สมอง ด้านหน้าของสมองมีเส้นประสาทแยกไปยัง อายสปอท (eye spot) เปรียบเสมือนตาของพลานาเรีย ดา้ นลา่ งของสมองจะมีเส้นประสาทแยกออกท้ังสองข้าง ลาตวั ข้างละเส้น เรียกวา่ เสน้ ประสาทด้านข้าง (lateral nerve cords) เสน้ ประสาทคู่นี้ มีเส้นประสาทขวางเป็น ระยะๆ เรียกวา่ เสน้ ประสาทตามขวาง (transverse nerve cords) และขนานไปตามด้านข้างของลาตวั จากหัวจรด ท้าย ลกั ษณะแบบขั้นบันได (ladder type) เส้นประสาทนเี้ ชื่อมโยงติดกันด้วยเส้นประสาททีว่ นรอบลาตวั แบบวง แหวน (nerve ring) มีแขนงประสาทแยกออกมาเลีย้ งอวัยวะต่างๆ เปน็ ระยะๆ แสดงพลานาเรียภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 7 ไสเ้ ดือนดนิ (earth worm) สตั วพ์ วกไสเ้ ดือนดนิ ปลงิ แมเ่ พรยี ง มีพัฒนาการของระบบประสาทมากขึ้นโดยตวั เซลลป์ ระสาทมีการ รวมกลุ่ม เรยี กวา่ ปมประสาทสมอง (Nerve ganglion) มีจานวนปมประสาททีบ่ ริเวณหัวเพ่มิ มากขึน้ และเรยี งต่อ กันเปน็ วงแหวน ทาหน้าท่ี เปน็ ศูนย์กลางของระบบประสาทและมเี สน้ ประสาทยาวตลอดตวั ทางด้านท้อง (Ventral nerve cord) เสน้ ประสาทเสน้ นเี้ ป็น 2 เสน้ คู่กนั แต่เชือ่ มกนั จนดคู ลา้ ยกบั ว่าเปน็ เสน้ เดียว ตรงกลาง ปลอ้ งแต่ละปล้องของเสน้ ประสาทนี้จะพองออกเป็นปมประสาทและมแี ขนงประสาทแยกออกไปยังผนงั ลาตัว และอวยั วะใกล้เคียง

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 8 แมลง (Insect) สตั วพ์ วก แมลง กุ้ง มด พบวา่ มปี มประสาทอยู่ที่ส่วนหวั และตามลาตวั ซึ่งทาหน้าที่เป็น ศูนยก์ ลางของระบบประสาทและเป็นศนู ย์รวมอยู่เปน็ ระยะตามแนวกลางของลาตัว มี เสน้ ประสาททอดยาวตลอดลาตวั (Ventral nerve cord) และแต่ละปลอ้ งจะมีปมประสาท รวมทั้งหมดมี 9 ปม และ มีใยประสาทออกมา แสดงระบบประสาทของตกั้ แตน

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 9 @ โครงสร้างและการทางานของเซลลป์ ระสาท ระบบประสาท ระบบประสาทของสัตว์ชนั้ สงู แบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ระบบ คือ ระบบประสาทกลาง (Central Nervous System) ประกอบดว้ ยสมอง, ไขสนั หลงั และระบบประสาทรอบนอก (Peripheral Nervous System) ประกอบดว้ ยเสน้ ประสาทสมอง และเส้นประสาทไขสันหลงั ระบบประสาทของสัตว์ชนั้ สูงแบ่งตามการทางานได้ 2 ระบบ คือ Somatic Nervous System ได้แก่ กล้ามเนื้อลาย และ Autonomic Nervous System ได้แก่ กล้ามเนื้อรอบ กล้ามเนื้อหวั ใจและต่อมต่าง ๆ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 10 หน้าที่ของระบบประสาท คือ ตอบสนองสิง่ เร้าที่มากระตุ้น, ควบคมุ การทางาน และควบคมุ การทา งานของอวัยวะต่าง ๆ

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 11 เซลล์ประสาทของสตั ว์มีกระดูกสันหลงั ประกอบดว้ ย ตัวเซลล์ (Body) และใยประสาท (Fiber) ซึ่งแบ่งเปน็ Dendrite และ Axon

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 12 เซลล์ประสาทแบ่งเปน็ ประเภท โดยใชเ้ กณฑ์ต่างๆ ได้ดงั นี้ แบง่ โดยใช้ขว้ั เปน็ เกณฑ์ได้ 3 แบบ คือ เซลล์ประสาทขั้วเดียว เซลล์ประสาทสองข้ัว และเซลล์ประสาทหลายข้ัว

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 13 แบ่งโดยใชห้ น้าทีเ่ ปน็ เกณฑ์ได้ 3 แบบ คือ sensory neuron, motor neuron และ interneuron

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 14 กระแสประสาทเคลือ่ นทีไ่ ปในใยประสาทได้ด้วยปฏิกริ ิยาทางไฟฟ้าเคมี (Electrochemical reaction) A.L. Hodgkin และ A.F. Huxley ทดลองวัดความต่างศักย์ของเยื่อหมุ้ เซลล์ประสาทของหมึก โดยใช้ Microelectrode พบว่าความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้าระหว่างภายในและภายนอกเซลลป์ ระสาทมีค่า – 60 มิลลิ โวลต์ ในสภาวะพกั ซึง่ เรียกวา่ Resting potential หรือ Polarisation ถ้ามีการกระตุ้นทีจ่ ดุ หนึง่ บน Axon ค่า ความต่างศักยจ์ ะสงู ขนึ้ ตามลาดับจนเปน็ + 60 มิลลโิ วลต์ เรียกวา่ เกดิ Depolarization และเรยี กความ ต่างศกั ยท์ ีเ่ ปลย่ี นไปวา่ Action potential ต่อมาความต่างศักย์ ไฟฟ้าเริ่มลดลงเรยี กว่าเกิด Repolarization สุดท้ายกลบั ลงมาเป็น –60 มิลลโิ วลต์ตามเดมิ เรียก Resting potential

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 15 ภาวะปกติ --> Na+ อยู่ภายนอกมากกว่าภายใน, K+ อยู่ภายในมากกว่าภายนอก, Cl- เข้าออก ได้อิสระ Protein, Nucleic â มีขนาดโมเลกุลใหญ่อยู่ภายใน cell

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 16 ภาวะไดร้ ับการกระตุ้น --> ผนังเซลลป์ ระสาทยอมให้ Na+ เข้าภายในเซลล์ ผลที่ตามมาคือ K+ ออกนอก เซลล์ ทาใหม้ ีการเคลื่อนที่ของกระแสประสาทส่งต่อไปยังสมองเพื่อให้เซลล์ประสาทกลบั คืนสภาพเดิม จึง ต้องมี Sodium potassium (-K pump) ซึง่ ใช้พลังงานจากการสลายโมเลกลุ ของ ATP ภายในผิวของเซลล์ ประสาท

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 17 ในการส่งกระแสประสาทจาก Axon ของเซลลห์ นึง่ ไปยังอีกเซลลห์ นึ่งต้องผ่าน Synapse โดยปลาย axon จะ หล่งั สารเคมีพวก Neurohormone (สารสื่อประสาท) เพื่อพากระแสประสาทใหข้ ้ามไปได้ Neurohormone เชน่ acetylcholine สลายตัวเรว็ มาก เพือ่ ไม่ใหซ้ ึมเข้าเซลล์หรือเสน้ เลือด โดย Enzyme ชือ่ acetylcholinesterase

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 18 การเคลือ่ นทีข่ องกระแสประสาท กระแสประสาทจะไมเ่ กิดขึ้นถา้ กระตุ้นดว้ ยความแรงน้อยเกินกวา่ ระดับหนึ่ง ถ้ากระตุ้นด้วยความแรงมาก กไ็ ม่ทา ให้กระแสประสาทเคลือ่ นที่เร็วขึน้ กระแสประสาทเคลือ่ นที่ดว้ ยความเรว็ เท่าเดิม เพราะว่าการเคลือ่ นที่ ของกระแสประสาทใชพ้ ลังงานภายในเซลล์ความเรว็ ของกระแสประสาทในใยประสาทขึ้นอยู่กับ 1. เยือ่ ไมอลี นิ ถ้ามีจะเคลื่อนที่เร็วกว่าเซลล์ประสาทที่ไมม่ ีเยื่อไมอีลนิ 2. Node of Ranvier ถ้าหา่ งมากกระแสประสาทจะเคลื่อนทีเ่ รว็ 3. เสน้ ผ่านศนู ย์กลาง ถ้ามีขนาดใหญ่จะเคลือ่ นทีเ่ รว็

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 19 ศูนยก์ ลางของระบบประสาท - Neural tube เป็นโครงสรา้ งทีม่ ลี กั ษณะเป็นหลอดยาวไปตามแนวสันหลังใน ระยะ Embryo สว่ นหน้าเจริญไปเปน็ สมอง สว่ นหลังเจริญไปเป็นไขสนั หลงั ท้ังสมอง และไขสันหลังมเี ยื่อหุ้ม 3 ชนั้ คือ ชน้ั นอก เปน็ เยือ่ หนา เหนียว และแขง็ แรง ชน้ั กลาง เป็นเยื่อบาง ๆ ชนั้ ใน เปน็ ชนั้ ทีม่ เี สน้ เลือดมาหล่อเล้ยี ง เพือ่ นา อาหารและออกซเิ จน มาใหส้ มองและไขสนั หลัง

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 20 - ระหว่างเยื่อหมุ้ สมองชน้ั กลางและ ชนั้ ในมีช่องค่อนข้างใหญ่เป็นทีอ่ ยู่ ของน้าไขสนั หลังซึง่ มีหน้าที่ หล่อเล้ยี ง สมอง และไขสันหลังใหช้ ื้นอยู่เสมอ นา ออกซิเจน อาหารมาเลยี้ งเซลล์ ประสาท และนาของเสียออกจากเซลล์

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 21 สมอง (Brain) เปน็ อวยั วะท่สี าคัญ, ซบั ซ้อนทีส่ ุดของระบบประสาท และมขี นาดใหญ่กวา่ ส่วนอืน่ ๆ มีรอยหยัก (Convolution) เพือ่ เพิม่ พื้นที่ในการคิดและการจา สมองแบ่งเปน็ 2 ชนั้ คือ ชั้นนอก มีเนื้อสีเทา เป็นที่ รวมของตวั เซลล์ประสาทและ axon ชนิด non-myelin sheath และชั้นใน มีสขี าวเปน็ สารพวกไขมนั ตัว เซลล์ประสาทมี Myelin sheathe หมุ้ สมองของคนแบ่งเปน็ 3 สว่ นคือ สมองส่วนหน้า (Forebrain) สมอง ส่วนกลาง (Midbrain) และสมองส่วนท้าย (Hindbrain)

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 22 Froebrain แบง่ เป็น 3 สว่ น คือ - เซรีบรมั (Cerebrum) สมองส่วนหน้าสดุ ขนาดใหญ่ที่สดุ และเจริญมากที่สุด มีหน้าที่เก็บ ข้อมูล ความจา ความคิด ศูนยร์ บั ความรู้สึก มองเหน็ ได้ยิน กลิ่น รส สัมผัส และควบคุมการ ทางานของกล้ามเนื้อ - ทาลามัส (Thalamus) ทาหน้าทเ่ี ปน็ ศูนยร์ วมกระแสประสาท แล้วแยกกระแสประสาทส่งไปยัง สมองทีเ่ กย่ี วข้องกับกระแสประสาท เปน็ สถานีถา่ ยทอดกระแสประสาทจากหู ตา ไปยังเซรีบรมั และรบั ข้อมลู จากเซรีบรมั สง่ ไปยงั เซรเี บลลมั และเมดัลลาออบลองกาตา - ไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) เปน็ สว่ นลา่ งสดุ เป็นรูปกรวยยื่นไปข้างลา่ ง ปลายสุดเปน็ ต่อม ใต้สมอง โดยสรา้ งฮอรโ์ มนประสาทหลายชนิดไปควบคุมการสรา้ งฮอรโ์ มนของต่อมใต้สมอง มี หน้าทีค่ วบคมุ กระบวนการพฤติกรรมของร่างกาย ไฮโพทาลามสั เปน็ สว่ นที่เชื่อมระหว่างระบบ ประสาทกับระบบต่อมไร้ทอ่

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 23 Midbrain มีหน้าทีเ่ กย่ี วข้องกับการควบคุมการเคลือ่ นไหวของนยั น์ตา ทาให้ลกู ตากลอกไปมา ได้ ควบคมุ การปิดเปิดของมา่ นตาในเวลาทีม่ ีแสงสว่างเข้ามามากหรือน้อย Hindbrain แบง่ เป็น 2 ส่วน - เซรเี บลลมั (cerebellum) เป็นสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตวั และควบคุมการเคลื่อนไหวของ กล้ามเนื้อลายสตั วท์ ีเ่ คลือ่ นที่ 3 มิติ มีสมองสว่ นนีเ้ จริญดี - เมดลั ลาออบลองกาตา (medulla oblongata) เปน็ สว่ นที่เชื่อมต่อระหว่างสมองกับไขสนั หลงั มีรูปรา่ งคล้ายไขสนั หลัง เป็นทางผา่ นของกระแสประสาทระหว่างสมองกบั ไขสันหลงั มีหน้าที่ ควบคมุ อวยั วะภายในและควบคมุ ระบบประสาทอัตโนมตั ิ สัตว์ชนิดใดมีอตั ราระหว่างน้าหนกั สมองต่อน้าหนักตัว มากจะฉลาดเรยี นรไู้ ด้ดี Brain stem ประกอบดว้ ย Midbrain, เซรีเบลลมั มีหน้าที่ควบคุมเกีย่ วกบั การเคี้ยวอาหาร การหลงั่ น้าลาย การเคลือ่ นไหวบริเวณใบหน้า และ ควบคุมการหายใจ และMedulla oblongata

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 24 ไขสันหลงั (Spinal cord) เป็นเนื้อเยื่อประสาททีม่ ี synapse มากท่สี ดุ มีหน้าทีเ่ ปน็ ศนู ยเ์ ชื่อมระหว่าง receptor (หน่วยรบั ความรู้สึก) และ effector (หน่วยปฏิบตั ิงาน), ทางผา่ นระหว่าง nerve impulse ระหว่างไขสนั หลงั กับสมอง, ศูนยก์ ลาง การเคลือ่ นไหว (simple reflex) ทีต่ อบสนองการสมั ผัสทางผิวหนัง

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 25 สตั ว์ต่างชนิดกนั มีเส้นประสาทสมองไมเ่ ท่ากัน เชน่ สัตว์เลยี้ ง ลกู ดว้ ยน้านม นก และสัตว์เลื้อยคลานมี 12 คู่ ปลาและสตั ว์ ครึ่งน้าครึง่ บกมี 10 คู่ เสน้ ประสาทสมองของคน คู่ที่ 0 Terminal n. เยือ่ จมกู 1 Olfactory n. จมูก สมอง 2 Optic n. ตา สมอง 3 Oculomotor n. สมอง ตา 4 Trochlear n. สมอง ตา 5 Trigeminal n. สมอง หน้าและฟนั 6 Abducent n. สมอง ตา 7 Facial n. สมอง กล้ามเนื้อใบหน้า 8 Auditory n. หู สมอง 9 Glossopharyngeal n. คอหอย สมอง 10 Vagus n. ช่องอก, ท้อง, หัว, ลา คอ สมอง 11 Accessory n. สมอง กล่องเสียง 12 Hypoglossal n. สมอง กล้ามเนื้อลิน้

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 26 เสน้ ประสาทไขสนั หลงั มี 2 ราก รากบน dorsal root ทา หน้าท่รี ับความรู้สึก และรากล่าง ventral root ทา หน้าทีส่ ่งความรู้สึก เส้นประสาทไขสนั หลงั ของกบมี 9 คู่ ของคนมี 31 คู่ ดังนี้ บริเวณคอ 8 คู่, บริเวณอก 12 คู่, บริเวณเอว 5 คู่, กระเบนเหนบ็ 5 คู่ และกน้ กบ 1 คู่ ** เสน้ ประสาทไขสันหลงั บริเวณเอว ตั้งแต่คู่ที่ 2 ลงไปไมม่ ีไขสนั หลัง **

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก 27 ระบบประสาทโซมาติก --> ควบคมุ การทางานของกล้ามเนื้อลาย โดยเซลล์ประสาทรับความรสู้ กึ จะ รบั กระแสประสาทจากหน่วยรบั ความรู้สึกผ่านเสน้ ประสาทไขสนั หลงั หรือเสน้ ประสาทสมอง เข้าสู่ไข สันหลังหรือสมอง และกระแสประสาทนาคาสง่ั จากสมองจะถกู ส่งผ่านเสน้ ประสาทสมองหรือ เสน้ ประสาทไขสันหลังไปยังหน่วยปฏิบตั ิงานซึง่ เปน็ กล้ามเนื้อลาย บางครั้งอาจทางานได้โดยรบั คาสงั่ จากไขสนั หลงั เท่าน้ัน Reflex action --> การทางานของหน่วยปฏิบตั ิงานของระบบ ประสาทส่วนกลางทีเ่ กดิ ทนั ทีโดยมิได้มกี ารเตรียมล่วงหน้า Reflex arc เป็นวงการทางานของระบบประสาท ซึง่ จะทาหน้าที่ อย่างสมบูรณ์ไดต้ ้องประกอบดว้ ยประสาท 5 สว่ น คือ Receptor Sensory nerve association nerve motor nerve effector หรืออย่างน้อยทส่ี ุดต้องประกอบดว้ ยประสาท 2 สว่ น คือ sensory nerve กับ motor nerve --> Voluntary nervous system ระบบประสาททีท่ างานภายใต้ อานาจของจิตใจ --> Involuntary nervous system เปน็ ระบบประสาททีท่ างาน นอกอานาจจติ ใจ

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 28 ระบบประสาทอัตโนมัติ --> ระบบประสาทที่ควบคมุ การทางานของกล้ามเนื้อ เรียบ กลา้ มเนื้อหัวใจ และต่อมต่างๆ Sympathetic nervous system เปน็ ประสาทที่ อยู่บรเิ วณไขสันหลงั จนถึงกระเบนเหนบ็ และ Parasympathetic nervous system เปน็ ประสาทที่อยู่เหนือไขสันหลงั และต่ากวา่ กระเบนเหน็บ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ 29

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก พบกันใหม่ในบทเรียนหนว่ ยต่อไปนะคะ ขอบคณุ แหลง่ ท่ีมา https://www.scimath.org/