Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือประจำฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต

คู่มือประจำฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต

Published by Pornra Rara, 2022-07-15 10:48:35

Description: คู่มือประจำฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต

Search

Read the Text Version

48 5. บัวบก 6. ฟ้าทะลายโจร

49 7.มะกรูด 8. มะระขนี้ ก

50 9. วา่ นหางจระเข้ 10. สะระแหน่

51 ถงุ หอมสมนุ ไพรไทย : ถงุ หอมสมนุ ไพรไทย คือภาชนะทีป่ ระดิษฐ์มาจากกระดาษสา กระดาษเยื่อไผ่ กล่องกระดาษ บรรจุสมนุ ไพร หลากหลายชนิด ได้แก่ พมิ เสน การบูร ดอกพกิ ุลแหง้ กานพูล ผวิ มะกรดู ขม้ินผง เพ่ือขจัดกล่ินเหม็น และ ปอ้ งกันแมลง การทำถุงหอมถือเปน็ การประยกุ ต์นำเอาสมุนไพรมาใชป้ ระโยชนโ์ ดยใชก้ ลิน่ จากสมุนไพร ซง่ึ คน โบราณรู้จักการใช้กลิ่นหอมต่าง ๆ มาบำบัดรักษาแถมยงั ทำให้สุขภาพดีขึน้ โดยมีประโยชน์ คอื ใช้ดับกล่ิน ให้ กล่นิ หอม ระหยัดค่าใชจ้ า่ ย และประดบั ตกแตง่ บรเิ วณในบ้าน เปน็ ตน้

สรรพคุณของสมนุ ไพร 52 ตะไครห้ อม ใช้กันยงุ และแมลง ตะไคร้หอมเป็นพรรณพืชท่ีมีถ่ินกำเนิดในบริเวณเขตรอ้ นของทวีปเอเชยี ซึง่ น่าจะอยใู่ นบริเวณ ภูมิภาคเอเชียใต้ และ เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ เช่น อินเดีย ศรลี ังกา พม่า ไทย มาเลเซีย อนิ โดนเี ซยี เป็น ตน้ สว่ นในปัจจบุ ันได้มกี ารแพรก่ ระจายพนั ธ์ไุ ปยงั เขตร้อนตา่ งๆท่วั โลก และสำหรบั ในประเทศไทย สามารถ พบได้ทวั่ ทกุ ภาคของประเทศ แต่จะพบไดน้ ้อยกวา่ ตะไครแ้ กง (C.Citratus Stapf) ประโยชน์และสรรพคุณตะไครห้ อม ชว่ ยทำใหม้ ดลกู บบี ตัว ทำใหแ้ ท้ง ชว่ ยขบั ลมในลำไส้ แกร้ ิดสดี วงในปาก ช่วยขบั ประจำเดอื น ช่วยขบั ระดขู าว ชว่ ยขบั ปัสสาวะ แกจ้ ุกเสยี ดแน่นทอ้ ง แกอ้ าเจียน แกป้ ากแห้งแตก แกแ้ ผลในปาก แก้ตานซางในลน้ิ และปาก แก้ธาตุ แก้เลอื ดลมไม่ปกติ แก้ไข้ แกร้ ดิ สดี วง ใช้ทาผวิ หนังกันยงุ และแมลง (น้ำมนั หอมระเหย) แก้วิงเวียน (ตะไครห้ อมกับเปลา้ ใหญ่เครอื สม้ ลมและใบหนาด) แก้ลม (ตะไครห้ อมกบั เปลา้ ใหญเ่ ครอื ส้มลมและใบหนาด)

53 แก้คลน่ื เหยี นอาเจยี น ช่วยบำรุงธาตุไฟ แกไ้ ขต้ วั ร้อน แกก้ ำเดา แกเ้ ส้น (ใชร้ ว่ มกับสมุนไพรอกี 11 ชนิด) แกล้ มปัดฆาฏ (ใช้รว่ มกบั สมนุ ไพรอกี 11 ชนิด) แกล้ มอัมพาต (ใชร้ ่วมกบั สมุนไพรอีก 11 ชนิด) แกจ้ บั โปง (ใชร้ ่วมกับสมุนไพรอีก 11 ชนดิ ) แกต้ ะคริว (ใช้รว่ มกับสมนุ ไพรอกี 11 ชนิด) แกเ้ มื่อยขบ (ใชร้ ว่ มกบั สมุนไพรอกี 11 ชนดิ ) มะกรดู ดบั กล่ิน ดบั กลิน่ มะกรูดเป็นพชื ตระกูลสม้ และมะนาวเปน็ พชื พ้ืนเมืองในเขตร้อนชื้นแถบประเทศเอเชยี ตะวันออก เฉยี งใต้ เช่น ไทย พมา่ ลาว กัมพชู า ฯลฯ ซงึ่ ถูกจัดเปน็ ไมผ้ ล สำหรับมะกรดู ในประเทศไทยน้ัน ชาวไทยคง คนุ้ เคยกันเปน็ อยา่ งดี เพราะเปน็ สมุนไพรคู่ครวั ไทยมาอยา่ งยาวนาน เพราะนิยมใช้เปน็ ส่วนผสมในเคร่ืองแกงท่ี จำเปน็ อยา่ งขาดไมไ่ ด้เลย (ซง่ึ โดยปกตแิ ลว้ เรามักจะนยิ มใช้ใบมะกรูดและผวิ มะกรูดมาเป็นส่วนผสมของพริก แกง) นอกจากน้มี ะกรูดก็ยังมีประโยชนใ์ นด้านอ่นื ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเปน็ ในดา้ นของความงามและในด้าน ของยาสมุนไพร อกี ทั้งยงั ถอื ว่าเป็นไม้มงคลทนี่ ยิ มปลกู ไว้บริเวณบา้ นอกี ดว้ ย เพราะเช่ือวา่ จะทำใหผ้ ู้อยอู่ าศยั มี ความสขุ โดยมักจะปลกู ไวท้ างทิศตะวันตกเฉยี งเหนอื ของตัวบ้าน ประโยชนแ์ ละสรรพคุณมะกรดู ช่วยในการตอ่ ตา้ นอนมุ ลู อสิ ระสงู ช่วยเสรมิ สรา้ งภูมคิ ้มุ กนั ใหร้ ่างกายแข็งแรง กระทุ้งพิษ แกฝ้ ีภายในและแกเ้ สมหะเป็นพิษ มนี ำ้ มันหอมระเหยผ่อนคลายความเครียด คลายความกงั วล เป็นยาบำรุงหวั ใจ แกล้ ม หน้ามืด วงิ เวยี นศีรษะ แกอ้ าการไอ ขบั เสมหะ ชว่ ยฟอกโลหติ แกอ้ าการเลอื ดออกตามไรฟัน ชว่ ยขบั ลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ทอ้ งอดื แน่นท้อง ช่วยขบั ระดู ขับลม ช่วยบำรุงหนังศีรษะและบำรุงเสน้ ผมให้แข็งแรง แก้ปัญหากลิ่นเทา้ เหมน็ มีกลิ่นอบั เชอ้ื รา

54 ใบเตย บำรุงหวั ใจ ลดความดัน เตย เป็นพืชทค่ี นไทยรู้จกั กนั เป็นอยา่ งดีมาต้งั แต่สมยั โบราณแล้ว เพราะไดน้ ำมาใชป้ ระโยชน์ตา่ งๆ มากมาย โดยเฉพาะส่วนของใบทีเ่ ราเรยี กว่า ใบเตย จึงทำให้เรยี กพชื ชนิดนตี้ ดิ ปากกนั มาจนถงึ ปัจจบุ ันวา่ “ใบเตย” สำหรับถ่นิ กำเนิดของเตยนนั้ เป็นพืชทมี่ ีถ่ินกำเนิดในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใตอ้ าทิ ไทย พมา่ ลาว มาเลเซีย และประเทศอินเดีย รวมถึงทวีปอน่ื เชน่ แอฟรกิ า และออสเตรเลยี ชอบข้นึ ตามพื้นทช่ี มุ่ ริมลำนำ้ หรอื บรเิ วณทชี่ น้ื แฉะที่มีน้ำขังเลก็ นอ้ ย ในประเทศไทยสามารถพบไดท้ ั่วทุกภาคของประเทศ ประโยชนแ์ ละสรรพคณุ เตย ชว่ ยบำรุงหัวใจ ช่วยลดนำ้ ตาลในเลือด ชว่ ยลดความดนั โลหติ ใช้รักษาโรคหัด รกั ษาเลือดออกตามไรฟัน แกห้ วดั รกั ษาอาการตับอักเสบ ช่วยดบั พษิ ไข้

55 การบูร การบูรเป็นช่อื ของตน้ ไม้ชนดิ หนึ่ง ทีม่ ีผลกึ แทรกอยตู่ ามรอยแตกของเน้ือไมแ้ ละยังสามารถนำลำต้น,ราก,ใบ มา กลนั่ หรือสกัดจนได้ผลกึ ดงั กลา่ วอีกทางหนึ่งด้วย ซ่งึ แต่เดิมนนั้ คำว่า “การบรู ” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “Karapur” หรือ “กรปรู ” ซงึ่ แปลวา่ “หนิ ปนู ” เพราะโบราณเขา้ ใจว่าผนกึ นีเ้ ปน็ พวกหนิ ปูนทม่ี กี ล่ินหอม ต่อมาชือ่ นี้เพีย้ นเป็น “กรบูร” และเป็น “การบรู ” ในปจั จบุ ัน (ผเู้ ขียนเขา้ ใจว่า ชือ่ การบรู นี้คงถูกเรียกจากผลึกท่ีได้แลว้ จงึ นำมาตงั้ ชือ่ ตน้ ไม้ทีใ่ ห้ผลึก) ส่วนลกั ษณะของผลกึ การบูรนั้น มลี ักษณะเปน็ ผลกึ หรือเกล็ดกลมๆเลก็ ๆ มันวาว สี ขาวแห้ง มีกลนิ่ หอมเยน็ ฉุน มักจะจบั กันเป็นก้อนรว่ น ๆ แตกงา่ ย หากท้งิ ไวใ้ นอากาศ จะระเหิดไปหมด มีรส รอ้ นปรา่ เมา ประโยชน์และสรรพคณุ การบรู แก้ปวด แกเ้ คล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้กระตุก แก้ปวดข้อ แก้ปวดเสน้ ประสาท ชว่ ยลดคอเลสเตอรอล แก้พิษแมลงต่อย รักษาโรคผิวหนงั เรื้อรัง ขบั เหง่อื ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ แก้ไขห้ วัด และขับลม บำรุงธาตุ บำรุงกำหนดั เปน็ ยากระตนุ้ หัวใจ บำรงุ หัวใจ แกป้ วดท้อง ทอ้ งรว่ ง ขับน้ำเหลอื ง แก้เลือดลม บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และขบั น้ำคาวปลาในหญงิ หลงั คลอดบตุ ร ช่วยแกร้ อยผวิ หนงั แตกในช่วงฤดหู นาว สามารถช่วยไล่ยุงและแมลง ใชร้ กั ษาแผล สมานแผล ฆา่ เชื้อโรคทเ่ี ข้าสูร่ ่างกาย ใชไ้ ล่แมลง ชว่ ยลดกลิ่นอับ แก้อาการเมารถ

56 กระบวนการทำถุงหอมสมนุ ไพร เตรยี มสมนุ ไพรและอุปกรณ์ สมุนไพร 1.มะกรูด 2.ใบเตย 3.ตะไครห้ อม ส่วนผสมและอปุ กรณ์ 1.ถว้ ยผสม 2.เขยี ง 3.มดี 4.ถงุ ผา้ สำเรจ็ รปู 5.ไม้พาย 6.การบูร วิธีการทำถุงหอมสมุนไพร นำสมนุ ไพร ใบเตย ตะไคร้หอม ผวิ มะกรดู มาหนั่ เป็นชนิ้ เล็กๆแลว้ นำไปตากแดด ประมาณ 1 – 2 แดด ใหแ้ หง้ สนทิ นำสมุนไพรที่ตากแหง้ แลว้ มาผสมอยา่ งละ 1 สว่ น พรอ้ มใส่การบูรในสดั ส่วนท่ีเหมาะสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำสมนุ ไพรทผ่ี สมเรียบรอ้ ยแลว้ ใส่ลงในถงุ ผา้ ตกแต่งให้สวยงาม ประโยชนถ์ งุ หอมสมนุ ไพร กลิ่นหอมสดชื่นจากธรรมชาติ ลดกล่นิ อับชื้น สรา้ งบรรยากาศที่ดี สำหรับใชใ้ นตู้เส้ือผ้า หอ้ งนอน หอ้ งน้ำ รถยนต์ ตู้รองเท้า ล็อคเกอร์ ลน้ิ ชัก หรอื ในพืน้ ที่ท่ีต้องการความสดชน่ื กลิน่ หอมที่ไดเ้ ป็นกลิ่นหอมที่ทำมา จากสมุนไพร ไม่เป็นอนั ตรายกับชอ่ งแอร์และเป็นพิษต่อรา่ งกาย สามารถใชง้ านไดต้ ่อเน่ืองยาวนานประมาณ 4 สัปดาห์ มกี ลน่ิ หอมสดชืน่

57 กลิ่นหอมจากตะไคร้หอม กล่ินหอมจากการบูร มีสมบตั ิในการไล่มด ไล่แมลง ไล่ยงุ กนั หวดั ได้ กลิน่ หอมจากมะกรูด ใบเตย มสี มบตั ใิ นการลดกล่นิ อบั สร้างบรรยากาศท่ีดี

58 ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง การทำถงุ หอมสมนุ ไพร คำชีแ้ จง ให้ผเู้ รียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. สมุนไพร หมายถึง ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... 2. ให้ผูเ้ รยี นบอกสรรพคณุ และประโยชนข์ องสมนุ ไพรในการนำมาทำถุงหอมสมุนไพร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... 3. ใหผ้ ้เู รยี นบอกวธิ ี ขนั้ ตอน การทำถุงหอมสมนุ ไพร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... 1. ใหผ้ ู้เรยี นบอกประโยชนข์ องถุงหอมสมนุ ไพร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ...................................

59 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 มหัศจรรย์สีธรรมชาต(ิ ผ้ามดั ย้อม)

60 มหศั จรรย์สีธรรมชาต(ิ ผา้ มัดยอ้ ม) ใบความรู้ เร่ือง สยี ้อมจากพืช สีย้อมจากพืช คือ สีย้อมที่ใช้ส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ดอก ผล ใบ เปลือก เหง้า หรือส่วนอื่น ๆ เป็น วัตถุดิบในการย้อม ซึ่งโดยส่วนใหญจ่ ะใช้วิธีการย้อมรอ้ น แต่มีเพียงบางชนิดเท่านั้นท่ีใช้วิธีการย้อมเยน็ เช่น สี ครามธรรมชาติ พืชแต่ละชนดิ จะให้สีท่แี ตกต่างกัน ขึน้ อยู่กับโมเลกุลของเม็ดสีท่ีอยู่ในส่วนประกอบของพืช ซ่ึง พชื ท่นี ำมาทำเป็นสยี อ้ มธรรมชาติ มีอยมู่ ากมายหลายชนิด เปน็ สีทไ่ี ดจ้ ากแหล่งในธรรมชาติ ไดแ้ ก่พชื สตั วแ์ ละแรธ่ าตุ สชี นิดน้ีเกิดขึน้ มาโดยกระบวนการตาม ธรรมชาติ ซง่ึ เชอื่ กันว่าไมก่ ่อใหเ้ กดิ ภาวะมลพิษใดๆ เมอ่ื นำไปใชย้ ้อม น้ำท้งิ ท่ีได้ก็ประกอบดว้ ยสารธรรมชาตทิ ี่ สลายตัวไดง้ ่ายและสารท่ีเกิดจากการสลายตัวยงั มีความเป็นพษิ ต่ำหรือไม่มีความเป็นพิษต่อสภาวะแวดล้อม มี ความเปน็ พิษต่ำต่อผวิ หนงั หรอื สขุ ภาพของผู้ใช้งาน ข้อด้อยท่สี ำคญั ของสธี รรมชาติ ได้แก่ ปริมาณของตวั สีใน วัสดุใหส้ มี นี อ้ ยส่งผลใหย้ ้อมสีไดไ้ มเ่ ข้ม เม่ือย้อมสงิ่ ทอไปแล้วสีซีดงา่ ย โดยเฉพาะเมื่อโดนแสง การย้อมกลบั มา ใหเ้ ป็นสีเดิมทำได้ยากและในกรณีท่แี หล่งตามธรรมชาตทิ ีใ่ หส้ ีหมดไปท าให้ขาดแคลนวสั ดใุ ห้สีในประเทศไทย สว่ นใหญ่แหล่งของสีจากธรรมชาตทิ ม่ี ีการน ามาใช้ประโยชน์มากท่ีสุดคือพชื สว่ นตา่ งๆของพืชทใ่ี หส้ ี ได้แก่ เปลือก ราก ล าต้น เปลือกต้น แกน่ ไม้ ใบ ดอก ผลและเมลด็ สีจากสตั วเ์ ปน็ สที ไ่ี ด้จากแมลง เชน่ คร่งั เปน็ แหล่งของกลุ่มที่ให้สีแดงซ่ึงขับออกมาจากตัวแมลง Lacciferalacca นยิ มใช้ย้อมไหมและขนสตั ว์และใช้เป็นสี ผสมอาหาร สจี ากจุลนิ ทรยี ์ พบมากในรา ยสี ตแ์ ละแบคทเี รีย ความรแู้ ละข้อมูลเก่ยี วกับการใชส้ ีย้อมธรรมชาติ ท่ไี ดจ้ ากพชื และสตั ว์ไดถ้ ูกบันทกึ ไว้ในเอกสารต่างๆ รวมทัง้ ถา่ ยทอดดว้ ยปากเปล่าสืบมาจนถงึ ปจั จุบนั วสั ดุธรรมชาติ ทใ่ี หโ้ ทนสีเหลือง-แสด ยกตัวอย่างเชน่ ส่วนรากของยอป่าซึ่งใหส้ ีแดง-สม้ แต่ถา้ ใชส้ ว่ นของเน้อื รากจะให้สเี หลอื ง หรอื แกน่ ไม้แกแลที่ให้สีเหลืองทอง เหลอื งเขม้ เหลืองเขยี ว เปลือกเพกาก็สามารถใหไ้ ด้ทัง้ โทนสีเขียว-เหลือง และฝักของตน้ ราชพฤกษห์ รอื คณู ซ่ึงพบไดท้ ัว่ ไปตามท้องถนน กส็ ามารถให้สีส้มอ่อนอมเทา ไดเ้ ชน่ กนั ที่มา : วัสดธุ รรมชาติ ทใี่ หส้ ตี ่าง ๆ - มลู นธิ ิสืบนาคะเสถียร (seub.or.th) นอกจากทกี่ ลา่ วไปข้างต้น ยังมวี ัสดหุ รือพืชธรรมชาตทิ คี่ นไทยนำมาใชส้ กัดสเี พือ่ ใชป้ ระโยชน์และเปน็ วสั ดุที่หา ได้ง่าย วนั น้ีจึงขอยกตัวอย่างวัสดุธรรมชาตทิ ่ีให้สีโทนดงั กล่าวที่มกี ารใชอ้ ย่างแพร่หลายในทอ้ งถ่ินหลายแห่ง ไดแ้ ก่ ขมิน้ ชนั แกน่ ขนนุ และเมล็ดคำแสด เป็นต้น วสั ดธุ รรมชาตทิ ใ่ี หส้ ีเหลอื งทีเ่ รานกึ ถึงเป็นอนั ดับแรกก็คง เปน็ ขมนิ้ ชนั แนน่ อนว่าเป็นพืชท่ีเรารจู้ กั กนั ดเี พราะมีการใชป้ ระโยชนม์ าเปน็ เวลานาน โดยจะใชจ้ ากส่วนหวั หรอื เหง้าขมน้ิ นยิ มใช้ในการประกอบอาหาร แตง่ สี แต่งกล่นิ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ สรรพคุณ ทางยามากมาย จึงมักเปน็ สว่ นผสมสำคญั ในตวั ยาแผนไทยและเครื่องสำอางหลายประเภท เหงา้ ของขมิน้ ชนั มี

61 ผิวนอกเป็นสีเหลือง-นำ้ ตาล ส่วนดา้ นในมสี เี หลอื งเข้มหรอื สีส้มปนนำ้ ตาล เมื่อบดเปน็ ผงจะมสี เี หลอื งทองหรือ สีเหลืองส้มปนน้ำตาล สารสเี หลอื งจากขมิน้ ชันนนั้ มีสารสำคญั คอื เคอร์ควิ มิน (cur cumin) เป็นสารกลมุ่ เคอร์คิวมินนอยด์ อยูร่ ้อยละ 5 เปน็ สารสเี หลืองปนส้ม ใช้แตง่ สอี าหารรวมถงึ ยอ้ มผา้ ด้วย การสกัดสีย้อมจากขม้นิ ชันทำไดไ้ มย่ าก สามารถนำมาตำและคัน้ กรองเอาน้ำสี แล้วนำผ้าฝ้ายลงไป ยอ้ มในนำ้ สี อาจเติมน้ำมะนาวเป็นสารช่วยยอ้ ม เพ่ือใหส้ ีติดผา้ แนน่ ย่ิงขน้ึ (กระบวนการสกัดสแี ละย้อมอาจ แตกต่างกันไป) ในขณะทไี่ ม้ขนนุ เปน็ ไมโ้ บราณท่ีอยคู่ ู่กบั คนไทยมานาน เหน็ ไดจ้ ากช่อื ของสถานท่ีในประเทศ ไทยหลายแหง่ กม็ ีคำวา่ ขนนุ อยู่ อีกทั้งยังเป็นหนึง่ ในไมม้ งคลตามความเชือ่ วา่ จะมีคนเกื้อหนุน หนุนนำ มีบารมี เงนิ ทอง จึงนยิ มปลกู ในบริเวณบา้ น และเนื้อไม้ก็สามารถใชท้ ำเฟอรน์ เิ จอรไ์ ดด้ ้วย โดยส่วนท่ีนยิ มใชส้ กัดสี คอื “แกน่ ขนุน” หรือเรยี กอีกอย่างว่า “กรกั ” ไดม้ าจากต้นขนุนทเ่ี ราพบเห็นทว่ั ไป นยิ มนำมาใชย้ อ้ มสี จะให้ สีออกเหลอื งแก่ หรอื สกี รัก โดยสเี หลืองทีไ่ ด้นน้ั มาจากสาร Morin ซ่ึงเปน็ สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ผา้ สกี รัก เป็นผ้าทีน่ ิยมใช้ในหมู่พระธดุ งคพ์ ระป่า และพระกรรมฐาน เนื่องจากถอื คติว่าเปน็ สีปอน เปน็ สที ่ี เกิดจากธรรมชาติไม่ฉดู ฉาดต่างจากผา้ ท่ีได้จากสยี ้อมสงั เคราะห์ นอกจากนี้ สว่ นของใบและรากขนนุ เองกใ็ ห้ โทนสเี หลอื ง-เหลืองเขยี วได้เชน่ กัน สีสันอาจแตกตา่ งกนั ขึ้นอยู่กับสารช่วยย้อม แต่แกน่ ขนนุ น้ันค่อนข้างไดร้ บั ความนิยมมากกวา่ และมจี ำหน่ายทว่ั ไปเพื่อใชใ้ นการสกดั สียอ้ มผา้ อีกดว้ ย แหล่งอา้ งองิ 1. การศกึ ษาพรรณไม้ย้อมสแี ละภูมิปัญญาการย้อมสธี รรมชาติของกลุม่ ทอผา้ ฝา้ ยย้อมสธี รรมชาติ ต.วังทอง อ. บ้านดงุ จ.อดุ รธานี (สุภาวดี, 2551) 2. การพัฒนาการเตรียมสีผงจากสยี ้อมธรรมชาติ (ไพรัตน์ และคณะ, 2557) 3. คำแสด 4. หนังสอื พันธุไ์ มย้ ้อมสีธรรมชาติ 5. หนังสอื สีธรรมชาติ : กระบวนการและมาตรฐานการย้อม 6. เมล็ดคำไทย

62 ทมี่ า : วสั ดุธรรมชาติ ที่ใหส้ ตี า่ ง ๆ - มูลนิธิสืบนาคะเสถียร (seub.or.th) วสั ดธุ รรมชาติทีใ่ ห้สีโทนน้ำตาล สารท่ีทำให้เกดิ สนี ้ำตาลหลัก ๆ คอื สารแทนนินซึง่ พบแทบทุกสว่ น ของพชื มังคุด ผลไม้สดุ โปรดของใครหลายคน ด้วยรสชาตหิ วานอร่อย เปน็ ท่นี ยิ มมากในแถบเอเชีย จนไดร้ ับ การขนานนามว่า “ราชินแี ห่งผลไม้” จงึ เป็นทน่ี ิยมบรโิ ภคและเป็นผลไมเ้ ศรษฐกจิ ในปัจจุบนั ไม่เพียงแต่เน้ือ ของผลที่มรี สชาติอรอ่ ย เปลือกของมังคดุ เองก็มีการใช้ประโยชนอ์ ยา่ งแพร่หลาย โดยสารแซนโทนทม่ี ีมากใน เปลือกมังคดุ นนั้ มีฤทธ์ิยับยง้ั แบคทีเรยี ยบั ยั้งการอักเสบ และยับยัง้ อนุมลู อสิ ระ จงึ มกี ารพฒั นาเป็นสว่ นผสม ในเครือ่ งสำอางและตวั ยาเพอ่ื การเลยี้ งสัตว์หรือด้านการเกษตร เปน็ ตน้ ในสว่ นของการใช้ประโยชน์ในด้านการย้อมผา้ สีทไ่ี ด้จะเป็นสีนำ้ ตาล-น้ำตาลแดง ข้นึ อยู่กับ กระบวนการย้อม สารหลักท่ีเกี่ยวข้องกับการใหส้ ขี องเปลอื กมงั คุด คอื “แทนนนิ ” ซึ่งให้สเี หลอื งหรอื น้ำตาล โดยแทนนนิ มกี ารใชใ้ นอุตสาหกรรมฟอกย้อมมาเปน็ เวลานานหากใครเคยเผลอกัดเปลอื กมังคุดเขา้ ให้ ก็จะเจอ เขา้ กับรสฝาดและขม นนั่ ก็คือรสชาติของแทนนนิ นอกจากน้ี ใบของมังคดุ กน็ ำมายอ้ มได้ โดยเติมสารส้มชว่ ย ตดิ สกี จ็ ะใหส้ ีออกน้ำตาลแดงเช่นกนั และเราก็มักจะพบแทนนนิ ในพืชท่ถี ูกใชใ้ นการยอ้ มสหี ลายชนิด ไม่ว่าจะ เป็นประดู่ หูกวาง หรือสาบเสือ เป็นต้น

63 สำหรบั การนำเปลอื กมงั คุดมายอ้ ม สามารถใช้ได้ท้ังเปลือกผลสดและเปลอื กผลแห้ง และย้อมดว้ ย กระบวนการย้อมร้อน สที ไ่ี ด้จากเปน็ สีนำ้ ตาลอมเหลอื ง หรือใช้เปน็ สารชว่ ยย้อมซงึ่ ทำให้สีธรรมชาตบิ นผา้ ตดิ ทนยง่ิ ขึ้นก็ดี มะขามป้อม ทเ่ี ป็นส่วนผสมของตัวยาหลายขนาน โดยเฉพาะในยาอม…และเปน็ ส่วนผสมใน เคร่ืองสำอางอีกดว้ ย ในอินเดียมีการใช้ประโยชน์มะขามปอ้ มเป็นเวลาหลายพนั ปแี ลว้ โดยเรยี กผลไม้ชนิดนี้ ว่า “Akmalaka” ซึ่งแปลว่า พยาบาล และไมช้ นดิ นีย้ ังมีการกล่าวถงึ ในพุทธประวัตติ ามความเชือ่ ของชาว ฮินดู สำหรับประเทศไทย มะขามป้อมเป็นผลไม้ปา่ ทค่ี นไทยรู้จกั มานาน นยิ มรับประทานทั้งแบบผลสดและ แปรรปู และเปน็ ผลไมป้ ระจำจังหวัดสระแกว้ การใชป้ ระโยชนใ์ นการเปน็ สีย้อมนน้ั ทางภาคเหนือนยิ มใช้เปลือกของตน้ มะขามป้อมย้อมเส้นใย ไหม หรือผา้ ขนสัตว์ โดยเฉพาะในใบแห้ง มีแทนนินมากเม่ือยอ้ มผา้ จะให้สีนำ้ ตาลแกมเหลอื ง แต่ถ้าผสมเกลือ จะไดส้ นี ้ำตาลอมดำ และหากย้อมเส่ือด้วยเปลือกต้นกจ็ ะให้สดี ำ หรือจะใช้ลูกมะขามป้อมแชน่ ้ำไว้ข้ามวนั จนน้ำ เปลย่ี นเป็นสีดำ แล้วจงึ นำผา้ ลงไปย้อมรอ้ น จะไดผ้ า้ สีดำแกมเขยี วหรือสีเทา ปจั จบุ นั มีการพัฒนาสกดั สีย้อมผมธรรมชาตจิ ากมะขามปอ้ มแลว้ นอกจากนี้ เปลอื กไมโ้ กงกางแห้งก็ให้ สนี ำ้ ตาลไดเ้ ช่นกนั เนอ่ื งจากเปลอื กไม้มสี ารแทนนนิ และฟีนอลเปน็ จำนวนมาก สสี ันท่แี ตกต่างกนั แปรเปลยี่ น ไปตามประเภทและความสด-แก่ของวสั ดทุ ่ีนำมาใช้และสารชว่ ยยอ้ ม พืชหลายชนดิ ก็สามารถใหไ้ ด้ทั้งโทนสี ชมพูไปจนถงึ สีนำ้ ตาล หรือโทนเขียว-น้ำตาล ยกตัวอยา่ งเช่น ใบหรือแกน่ ของต้นสัก กส็ ามารถใหส้ ีกากีหรอื สี นำ้ ตาลไดเ้ ชน่ กนั หรือเปลอื กเพกาต้มกับน้ำผลมะเกลือหรอื น้ำโคลนเป็นสารช่วยย้อม จะไดส้ ีเหลอื งส้มอม น้ำตาล หรอื เปลือกมะพรา้ วแกก่ ับสารสม้ /นำ้ ดา่ งข้ีเถา้ จะได้สีน้ำตาลแดง ขณะที่เปลือกผลมะพร้าวออ่ นกบั สารสม้ จะไดส้ ีครีม แหลง่ อ้างอิง 1. หนังสอื พนั ธไุ์ มย้ ้อมสธี รรมชาติ 2. มะขามปอ้ ม 3. สรรพคณุ และประโยชนข์ องมะขามป้อม 4. รายงานการวิจัยฉบับสมบรู ณ์ : การพฒั นาสีย้อมธรรมชาตใิ นรปู แบบผงสำหรับอตุ สาหกรรมผา้ ฝา้ ยและผ้า ไหมในเขต จงั หวัดอบุ ลราชธานี 5. โกงกางใบใหญ่

64 ท่มี า : วัสดธุ รรมชาติ ทใี่ หส้ ตี ่าง ๆ - มูลนิธสิ ืบนาคะเสถียร (seub.or.th) วัสดธุ รรมชาติท่ใี หส้ ีดำ-เทา โดยวัสดุท่ีมกี ารใช้ประโยชน์หลกั ๆ และใชก้ นั อยา่ งแพร่หลาย คอื ผล ของมะเกลอื เนื่องจากใหส้ ีดำสนทิ และมคี วามคงทนตอ่ การซักและแสงดมี าก มะเกลือ เป็นวตั ถุดบิ ธรรมชาตทิ ใ่ี ช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย พบได้ตามป่าเบญจพรรณ โดยผล มะเกลือมีสรรพคุณทางยานยิ มใช้ในการถ่ายพยาธิ แต่ต้องใช้ในปรมิ าณท่ีเหมาะสม ในขณะท่ีเน้ือไมก้ ็มีความ ละเอียด แข็งแรงทนทาน ใช้ทำเคร่อื งเรือน เฟอร์นเิ จอร์ และอ่ืน ๆ เปน็ ต้น นอกจากนีย้ งั นยิ มใช้ในการย้อมผา้ อย่างแพรห่ ลาย โดยใชผ้ ลแก่ท่มี ียาง ซึง่ มีสารไดออสไพรอลไดกลโู คไซต์ เมื่อสัมผัสอากาศจะกลายเป็นสารได ออสไพรอลท่ีมสี ีดำ เม่ือนำไปยอ้ มผ้าสใี ห้สดี ำสนิท ตดิ ทนดี การยอ้ มผ้าด้วยมะเกลือมีมาตัง้ แต่สมัยรัชกาลที่ 5 เปน็ กิจกรรมของคนจีนในสมัยนั้น เนอ่ื งจาก นิยมใสก่ างเกงผ้าแพรสดี ำ แต่สมัยนั้นยังไม่มสี สี งั เคราะหจ์ งึ ใชผ้ า้ ย้อมสดี ำจากผลมะเกลือ และเกิดกจิ การ “โรง ย้อมมะเกลือ” กระจายหลายแห่งในฝัง่ ธนบรุ ี โดยจะมลี านกว้างสำหรบั ยอ้ มผา้ และต้งั อยู่ตดิ กบั ลำคลองเพื่อใช้ ในกระบวนการล้างสยี อ้ ม เรยี กว่า “ลานมะเกลือ” การย้อมผา้ ดว้ ยผลมะเกลือจะตอ้ งใชเ้ วลา โดยใช้ไดท้ ั้งผลดิบและผลสกุ แตใ่ ชผ้ ลสุกจะสะดวกกว่า โดย นำผลสกุ สดี ำมาบดละเอียด กรองเอาแตน่ ้ำสีดำมาย้อมแลว้ ตาก ต้องย้อมซ้ำอีกประมาณ 3 ครง้ั หมักกบั โคลน

65 ประมาณ 1-2 คนื เพอ่ื ชว่ ยตดิ สี จะได้ผ้าสีดำสนิท ในขณะที่เปลือกเงาะโรงเรยี น ที่เรานยิ มรับประทานกส็ ามารถนำมาใชย้ ้อมผา้ ได้เชน่ กนั เนอ่ื งจากใน เปลอื กสารแทนนินอยู่ การยอ้ มผา้ ดว้ ยเปลือกเงาะจะใช้เปลือกสดมาบดเป็นชิ้นเลก็ ๆ ไปต้มกบั น้ำเพอ่ื สกดั สี โดยสที ีไ่ ด้น้ีจะเป็นสนี ้ำตาลเข้ม หลังจากนนั้ จึงนำผ้าลงไปย้อมรอ้ นกับน้ำสีที่ได้ แลว้ หมักกบั โคลนเปน็ เวลาวัน ละ 7-8 ชั่วโมง นาน 3 วัน ผ้าที่ไดจ้ ะกลายเป็นสีดำใกลเ้ คยี งกับมะเกลอื นอกจากนย้ี งั มรี ายงานการใช้ประโยชน์ย้อมผา้ จากลูกกระบกผสมกบั โคลนก็จะไดส้ เี ทา-เทาดำเชน่ กัน แตป่ ัจจุบันไมพ่ บการย้อมผา้ ด้วยกระบกมากนกั อาจเป็นเพราะเปน็ ไม้ท่ีไมน่ ิยมปลูก มักขน้ึ เองตาม ธรรมชาติ และออกผลตามฤดูกาล จะเหน็ ได้ว่า ผา้ จากสีย้อมธรรมชาตทิ เี่ ป็นสดี ำ จะตอ้ งนำไปหมักกบั โคลน เน่อื งจากชว่ ยให้สีย้อมจากวัสดธุ รรมชาติทไ่ี ดต้ ดิ ทนมากยิง่ ขึน้ และใหส้ ที ี่เข้มขึ้นอีกดว้ ย แหล่งอ้างองิ 1. สีดำจากลูกมะเกลอื 2. อภิญญา นนทน์ าท บทความเรอื่ ง สรปุ สงั สนทนา คร้ังท่ี ๕ เร่อื ง ทวนความหลงั กบั คนหลังวัง (เดิม) 3. สรรพคณุ ตน้ มะเกลือ 4. พนั ธ์ุไมย้ ้อมสธี รรมชาติ : เงาะ 6. พนั ธไ์ุ มย้ ้อมสีธรรมชาติ : กระบก

66 ทีม่ า : วัสดุธรรมชาติ ที่ใหส้ ตี า่ ง ๆ - มลู นธิ ิสบื นาคะเสถยี ร (seub.or.th) วสั ดธุ รรมชาตทิ ใ่ี หส้ ีคราม พืชทีใ่ หส้ ีครามหรือสีนำ้ เงินในบ้านเราทีน่ ยิ มใชใ้ นการย้อมผา้ จะมหี ลัก ๆ อยู่ 3 ชนิด คือ ต้นคราม ตน้ ฮ่อม และตน้ เบอื ก/เบกิ แตท่ ่ีนิยมใชป้ ระโยชน์ คอื ต้นคราม/ถ่วั คราม และต้นฮ่อม แต่อาจเพราะช่ือเรยี กที่แตกต่างกนั ในแต่ละท้องถิ่น และบางพื้นที่ก็เรียกต้นฮอ่ มวา่ คราม จึงมักถูกเขา้ ใจผิดคิด วา่ เป็นพชื ชนิดเดยี วกนั แทจ้ ริงแล้วพชื ท้งั สองชนดิ น้ีอยกู่ นั คนละวงศ์กนั อกี ทั้งยงั เติบโตได้ดีในพ้นื ท่ีทต่ี า่ งกัน คราม เป็นพชื ล้มลกุ ตระกลู ถั่ว จึงเรียกวา่ ถว่ั ครามก็ได้ จดั อยใู่ นสกลุ Indigofera spp. วงศ์ FABACEAE โดยในเอเชยี มีอยู่ 2 ชนิด คือ คราม (I. tinctoria L.) และครามใหญ่ (I. suffruticosa Mill.) มีใบ ประกอบแบบขนนกเรยี งสลบั ดอกช่อออกตามซอกใบรปู ดอกถั่วสีชมพู ผลเปน็ ฝัก มีท้ังฝักตรงและฝักโคง้ ต้น ถวั่ ครามชอบพืน้ ท่ีที่เปน็ ดนิ ร่วน นำ้ น้อย แดดจดั จึงควรปลูกบริเวณทด่ี อนโล่ง มีแสงแดดเพียงพอ ตามหวั ไร่ ปลายนากไ็ ด้ อนั ท่ีจรงิ แล้วมนษุ ย์มกี ารใช้ประโยชนถ์ วั่ ครามในการย้อมผา้ มาเป็นเวลากว่า 2,000 ปีแล้ว ใน ประเทศไทยการยอ้ มสจี ากครามเป็นภูมปิ ญั ญาที่มีการปฏบิ ัตมิ าแต่โบราณ โดยเฉพาะแถบภาคอสี านเหนือ มี

67 การสอดแทรกเร่ืองคติความเชือ่ การยอ้ ม จติ วิญญาณในครามและหม้อย้อมคราม ทเี่ รียกว่า “หม้อนลิ ” ซึ่งผู้ ยอ้ มครามต้องคอยเอาใจใสก่ ระบวนการยอ้ ม เพื่อให้ได้สยี ้อมครามที่ดีและผ้าย้อมสคี รามท่ีตดิ สอี ยา่ งสม่ำเสมอ ในขณะท่เี ม่ือพูดถงึ ฮอ่ ม เราจะนึกถึงเสื้อผ้าสคี ราม ของฝากขนึ้ ชอื่ จากจงั หวัดแพร่ เรยี กว่า “ผา้ มอ่ ฮ่อม” โดยคำว่า “ม่อ” เพ้ียนมาจาก มอ มคี วามหมายว่า สีมดื สคี ราม บา้ งก็เขียนวา่ “หมอ้ ”หมายความถงึ ภาชนะที่ใช้ในการหมักใบฮ่อม ส่วนคำวา่ “ฮอ่ ม” หมายถึง สคี รามทไ่ี ด้จากตน้ ฮ่อม ซ่ึงต้นฮอ่ มนเ้ี ป็นไม้ลม้ ลกุ มี ช่อื วิทยาศาสตร์ คือ Strobilanthes cusia (Nees) Kuntze. วงศ์ ACANTHACEAE ลำต้นสูง 50 – 150 ซม. ลกั ษณะเปน็ ใบเดยี่ วเรียงตรงขา้ มรปู วงรี ขอบใบหยักฟันเลื่อยละเอียด การยอ้ มสจี ากฮ่อมมีการปฏบิ ัตกิ ันมากทางภาคเหนือโดยเฉพาะกลมุ่ ชาติพันธเุ์ ผ่าไท แต่ปัจจุบนั กลบั ลดน้อยลง ดว้ ยข้อจำกัดทตี่ ้องปลูกในพ้ืนท่สี งู ใกล้ลำธาร มแี สงรำไร หรอื มกั ข้ึนในบริเวณปา่ ดบิ เขาหรือ ป่าสนเขาท่มี ีอากาศเยน็ ตลอดทง้ั ปี อีกท้ังไมค่ ่อยมีการส่งเสริมปลูกในเชิงอุตสาหกรรมมากนัก ซ่ึงผ้าม่อฮ่อมที่ จำหน่ายในปจั จบุ ันส่วนมากย้อมมาจากสสี ังเคราะหห์ รือสีจากครามถั่วทม่ี ีส่วนผสมของฮ่อมบางสว่ นเทา่ น้ัน จงึ อาจกล่าวไดว้ ่าสถานการณก์ ารยอ้ มสีครามจากต้นฮอ่ มค่อนขา้ งวกิ ฤติ ด้วยวัตถุดิบที่หายาก อันส่งผลให้ภมู ิ ปัญญาท้องถน่ิ การใชส้ ียอ้ มจากฮ่อมอาจสญู หายไปในอนาคต สคี รามทงั้ จากครามถว่ั และฮ่อมท่ไี ดน้ ้นั มาจากกระบวนการหมกั ใบพชื โดยมสี าร Indigo ที่ใหส้ นี ำ้ เงนิ ซ่งึ เปน็ สารกลุม่ อลั คาลอยด์ โดยกระบวนการดังกลา่ วจะตอ้ งหมกั พืชผสมกับปนู ขาว ก็จะไดก้ ้อนสคี รามเปียก ซ่งึ สามารถนำไปพฒั นาเปน็ ผงสีตอ่ ไปได้ แหลง่ อา้ งอิง 1. คราม: สธี รรมชาติจากตน้ ถั่ว ใชย้ ้อมฝา้ ยไหม โดย ผศ.ดร. วชิ าญ เอยี ดทอง 2. การพัฒนาการสกัดอนิ ดิโกจากครามและฮอ่ มเพื่อใชใ้ นการยอ้ มสีธรรมชาติ โดย นติ ยา ชะนะญาติ 3. คูม่ อื ท่ี 19 การผลิตผา้ ยอ้ มคราม โดย สำนกั งาน กปร. 4. สำนกั งานราชบัณฑติ ยสภา : มอ่ ฮอ่ ม หรอื หม้อหอ้ ม 5. สถานภาพและการอนรุ ักษ์ภูมิปัญญาการใชส้ ยี ้อมจากต้นฮ่อมของกลุม่ ชาติพันธเ์ุ ผา่ ไท โดย วชิ าญ เอยี ดทอง และ อรไท ผลดี

68 ท่มี า : วัสดธุ รรมชาติ ทีใ่ ห้สตี า่ ง ๆ - มลู นธิ ิสืบนาคะเสถียร (seub.or.th) วัสดธุ รรมชาตทิ ี่ใหส้ ีเขยี ว/เขียวเหลือง สำหรบั วัสดธุ รรมชาตทิ ี่ใหส้ เี ขยี วนั้นมหี ลากหลายมาก อย่างไรกต็ ามวัสดทุ ใี่ ห้โทนสีเขียวนั้น สามารถ ใหเ้ ฉดสีทห่ี ลากหลายต้งั แตเ่ ขียว-เขียวออ่ น-เหลือง ไปจนถึงสีกากี ข้นึ อยกู่ บั สารช่วยยอ้ ม สว่ นผสมของวัสดุอ่ืน ในการยอ้ ม และกรรมวธิ ใี นการย้อม

69 ตัวอยา่ งพันธุ์ไม้ทใ่ี ห้โทนสดี ังกลา่ วและสามารถหาไดง้ า่ ยตามบา้ นเรา 1. เพกา/ล้ินฟ้า สามารถพบกระจายไดท้ ่วั ไป จะใช้เปลอื กของลำต้นในการย้อมสี สามารถใชไ้ ด้ทง้ั เปลือกสด และเปลอื กแหง้ การสกัดสีจากเพกาทำได้หลายวิธแี ละการใชส้ ารชว่ ยตดิ สีทีต่ ่างกนั ก็จะใหส้ ีทีแ่ ตกต่างกัน หาก ใช้เปลอื กสดกับสารส้มช่วยย้อม จะให้สเี หลืองสดใส แตห่ ากตอ้ งการโทนสีเขียว อาจใช้สารตดิ สจี ำพวกโซเดยี ม คารบ์ อเนต น้ำสนิมเหลก็ หรอื จุนสลี งไปขณะย้อม 2. หกู วาง เปน็ พันธ์ุไมท้ ีน่ ยิ มปลกู กันมาก โดยเฉพาะในเมืองกส็ ามารถพบเหน็ ไดง้ า่ ย จรงิ ๆ แลว้ หกู วางเป็นไม้ ทม่ี กี ารใช้ประโยชน์ทีห่ ลากหลายมานานแล้ว ทกุ สว่ นของต้นหูกวางสามารถนำมาใช้ประโยชน์ไดท้ ัง้ หมด มี ทั้งสรรพคณุ ทางยา รากและผลดิบใชใ้ นการฟอกยอ้ มหนัง เสื่อ และทำน้ำหมกึ สียอ้ มจากใบหกู วาง จะใช้ใบ ทไี่ ม่อ่อนหรือแกจ่ นเกนิ ไป โดยสารใหส้ ใี นใบหกู วางมี 2 กลุ่มโครงสร้าง คือ 2.1 เตตราพโิ รล ซึง่ เป็นสารท่ีให้สีเขยี วเปน็ หลัก ไดแ้ ก่ พอร์ฟริ ิน คลอโรฟลิ ล์ ซ่งึ เป็นแมกนเี ซยี มคอม เพลก็ ซ์ โดยสีเขยี วน้ไี ม่ทนต่อสภาพสารละลายทเ่ี ปน็ กรดหรอื มีความร้อน เพราะทำให้แมกนีเซยี มหลดุ ออกจาก โมเลกลุ สจี ะเปล่ียนเป็นสเี ขยี วข้ีมา้ หรือน้ำตาลแกมเขยี วของสารประกอบฟโี อไฟตนิ 2.2 โอ-เฮเทอโรไซคลิก ไดแ้ ก่ ฟลาโวนอยด์ ประกอบด้วยสาร 3 ชนิด คอื ฟลาโวน ฟลาโวนอล และ แอนโทไซยานนิ นอกจากน้ใี บหกู วางมีแทนนนิ เปน็ องคป์ ระกอบทส่ี ำคัญ ซ่ึงเปน็ สารทีม่ คี ุณสมบัติทำใหส้ ีย้อม ตดิ แน่นทนทาน 3. มะม่วง เป็นพืชท่ีนิยมปลูกกันมากในประเทศไทย โดยสว่ นมากปลกู เพือ่ รับประทาน นอกจากนเ้ี ปลือก มะม่วงยงั มคี ุณสมบตั ิในการย้อมผา้ โดยให้สเี หลืองอ่อน เขยี ว เขยี วขี้ม้า ข้ึนอยู่กบั สารและวสั ดอุ ื่นท่ีช่วยยอ้ ม มี การศึกษารงควตั ถุสที ี่พบในเปลือกมะม่วงสว่ นมากอยใู่ นกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซ่ึงให้สีเหลอื งเข้ม และรงควัตถุ สีที่เปน็ สารอนพุ นั ธใ์ นกลมุ่ แซนโทน ซ่ึงอยใู่ นรปู กลโู คไซด์ คือ แมงจเิ ฟอรนิ (Mangiferin) และนอกจากนี้ ยังพบองค์ประกอบอืน่ ๆ เช่น Gallic Acid, Epicatechin รวมทง้ั Tannic Acid เป็นต้น 4. สาบเสือ เป็นพืชล้มลุกที่พบไดท้ ่วั ไปในที่รกรา้ ง ทุง่ หญา้ ริมถนน ในไร่ และรมิ สวนผลไม้ ปัจจบุ นั มกี ารศึกษา พัฒนาสารสกดั เพ่อื ใชใ้ นการกำจัดศตั รูพชื อีกทัง้ ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยในการห้ามเลอื ด เนือ่ งจากมสี าร eupatol, coumarin ซ่ึงออกฤทธ์ทิ ผ่ี นงั เสน้ เลอื ด ทำใหเ้ สน้ เลอื ดหดตวั สาบเสอื อาจถูกมองว่าเปน็ วัชพืช แต่ ในหลายพ้นื ท่มี ีการใชป้ ระโยชน์ในการย้อมผ้าอีกด้วย โดยจะใชส้ ว่ นใบในการย้อมซึ่งใหส้ เี ขยี วอมเหลืองหรอื เขียวคลำ้ ในใบสาบเสอื ประกอบด้วยสารสำคญั คือ anisic acid และ flavonoid หลายชนดิ หนึ่งในนนั้ คือ สารกลุ่มแทนนินเช่นกัน แหล่งอ้างองิ 1. การพัฒนาการเตรียมสผี งจากสีย้อมธรรมชาติ (ไพรัตน์ และคณะ, 2557) 2. วทิ ยานิพนธ์ เรือ่ ง การศึกษาพรรณไม้ย้อมสีและภมู ปิ ญั ญาการย้อมสธี รรมชาตขิ องกลุม่ ทอผา้ ฝ้ายย้อมสี ธรรมชาติ ตำบลวงั ทอง อำเภอบ้านดงุ จังหวัดอุดรธานี 3. ประมวลสารสนเทศพร้อมใช้ การย้อมสิ่งทอด้วยสธี รรมชาติ สำนักหอสมดุ และศนู ย์สารสนเทศวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตรบ์ ริการ กระทรวงวทิ ยาศาสตร์ 4. วทิ ยานิพนธ์ เรื่อง ประสทิ ธภิ าพของสารสกัดหยาบจากสาบเสือ (Chromolaena odorata (L.) R.M. King & H.Rob.) วา่ นน้ำ (Acorus calamus L.) และสมุยหอม (Clausena cambodiana Guill.) ในการควบคมุ ตวั เตม็ วยั ดว้ งงวงขา้ วโพด (Sitophilus zeamais Motschulsky) และมอดแป้ง (Tribolium castaneum (Herbst)) 5. วิทยานพิ นธ์ เรื่อง การย้อมผ้าไหมด้วยสจี ากใบหูกวาง

70 ทมี่ า : วสั ดุธรรมชาติ ที่ให้สีต่าง ๆ - มูลนธิ ิสบื นาคะเสถียร (seub.or.th) ขอ้ ดขี องสธี รรมชาติ 1. ไมเ่ ป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ผลิตและผูบ้ รโิ ภค 2. นำ้ ท้งิ จากกระบวนการผลิตไมเ่ ปน็ อนั ตรายต่อ สิ่งแวดลอ้ ม 3. วตั ถุดบิ หาไดง้ า่ ยในชมุ ชนไมต่ อ้ งใชส้ เี คมที นี่ ำเขา้ จากต่างประเทศ 4. การย้อมสธี รรมชาติสามารถเรียนรไู้ ด้ด้วยตนเอง เป็นความรู้ท่เี พิ่มพูนขน้ึ ตามประสบการณ์ สามารถ ถ่ายทอดใหแ้ ก่คนรนุ่ หลัง เปน็ ภูมปิ ญั ญาของท้องถิ่น 5. สีธรรมชาตมิ คี วามหลากหลาย ตามชนิด อายุและสว่ นของพืชท่ีใช้ ตลอดจนชนิดของสารกระตุ้นหรอื ขัน้ ตอนการย้อม 6. การยอ้ มสธี รรมชาติทำใหเ้ หน็ คุณค่าและร้จู ักใช้ ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ 7. ความสมั พันธ์ระหว่างคนยอ้ มสีกับต้นไม้ ย่อมก่อให้ เกดิ ความรัก ความหวงแหน และเรยี นร้ทู ่ีจะอนุรกั ษ์ และปลกู ทดแทนเพอ่ื การผลิตที่ย่ังยนื ขอ้ จำกัดของสธี รรมชาติ 1. ปริมาณสารสใี นวัตถุดิบย้อมสีมีน้อย ทำใหย้ ้อมได้สไี มเ่ ข้มหรือตอ้ งใช้วัตถดุ บิ ปริมาณมาก 2. ไม่สามารถผลติ ไดใ้ นประมาณมากและไมส่ ามารถผลติ สีตามที่ตลาดต้องการ 3. สซี ีดจางและมีความคงทนต่อแสงต่ำ 4. คณุ ภาพการยอ้ มสธี รรมชาติขึ้นอยู่กบั ปจั จยั หลายประการซ่ึงควบคมุ ไดย้ าก การย้อมสใี หเ้ หมือนเดิมจึง ทำได้ยากในการยอ้ มสีธรรมชาติถา้ ไม่มีวิธีการและจิตสำนกึ ในการใชท้ รัพยากรอยา่ งยง่ั ยืนย่อมจะกลายเปน็ การ ทำลายสงิ่ แวดล้อมได้

71 มหศั จรรยส์ ธี รรมชาต(ิ ผา้ มัดยอ้ ม) ใบความรู้ เรอื่ ง สยี ้อมกบั การสร้างสรรค์ หลกั การสำคัญในการทำผา้ มัดย้อม หลักการสำคญั ในการทำผา้ มัดย้อม คอื ส่วนที่ถกู มัดคือสว่ นที่ไม่ต้องการให้ตดิ สี ส่วนท่เี หลือไม่ ต้องการให้ตดิ สี สว่ นทเ่ี หลือหรอื ส่วนทไี่ ม่ได้มัดคือส่อนทตี่ ้องการใหส้ ตี ิด การมัดเปน็ การกนั สสีนั่นเอง ลักษณะของการมัดมดี ังน้ี 1. ความแน่นหนาของการมัด กรณแี รกมดั มากจนเกนิ ไปจนไม่เหลือพ้ืนท่ีสีแทรกซึมเขา้ ไปได้เลย ผลท่ไี ด้ก็คอื ได้สีขาวของเน้อื ผา้ เดิม อาจมีสียอ้ มแทรกซมึ เขา้ มาได้เล็กนอ้ ยอย่างนเี้ กิดลายนอ้ ย กรณที ี่สองมัดน้อยเกนิ ไปเหลือพ้นื ทใี่ หส้ ียอ้ มติดเกือบเต็มผนื อย่างนเี้ กดิ ลายน้อยเชน่ กัน ทงั้ ผนื มสี ี ย้อมแต่แทบไม่มีลาย กรณที ่สี ามมัดเหมือนกันแตม่ ัดไมแ่ น่นอยา่ งน้เี ท่ากบั ไม่ได้มัด เพราะหากมัดไม่แนน่ สีก็จะแทรกซมึ ผา่ นเข้าไปไดท้ ้ังผนื 2. การใช้อุปกรณช์ ว่ ยในการหนบี ผ้าแล้วมดั เพ่ือให้เกดิ ความแนน่ และเกิดลวดลายตามแม่แบบทใ่ี ช้ หนีบ ดังนั้นลายสวยเพยงใดขึ้นอยู่กับการออกแบบทจ่ี ะใช้หนบี ดว้ ย 3. ความสมำ่ เสมอของสยี ้อม สยี ้อมที่ตดิ ผ้าจะสมำ่ เสมอได้ขน้ึ อยูก่ ับอูณหภูมิความร้อนขณะนำผ้าลง ยอ้ ม และการกลับผ้าไปมาการขย่ำผา้ เกือบตลอดเวลาของการยอ้ มหนึ่งช่วั โมงครงึ่ ก่อนท่ีจะแชผ่ า้ ไว้ ทม่ี า: “วธิ กี ารทำผา้ มัดย้อม” : 30 กรกฎาคม 2552 ที่มา : https://sites.google.com/a/wangwiset.ac.th/pha-mad-yxm/home/prawati-khwam-pen-ma-khxng-kar- tha-pha-mad-yxm

72 ชนดิ ของผ้า ชนิดของผ้านั้นแบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท เส้นใยธรรมชาติ คือเส้นใยที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งได้จากส่วนต่างๆของพืช ได้แก่ เส้นใยจากเมลด็ เช่น ฝ้าย นุ่น เส้นใยจากใบ เช่น ใยสับปะรด เส้นใยที่ได้จากเปลือกผลไม้ เช่น ลินิน ผ้าปอ ใยกัญชา และที่ได้จาก สตั ว์ เชน่ ผา้ ขนสตั ว์ ผา้ ไหม ซงึ่ เสน้ ใยที่ไดจ้ ากขนสัตว์มคี ุณสมบัติทว่ั ไปคลา้ ยโปรตีน เมื่อเปียกน้ำความเหนียว และความแข็งแรงจะลดลง ถ้าถูกแสงแดดเปน็ เวลานานจะสลายตวั หรือกรอบ เส้นใยธรรมชาตจิ ะสามารถย้อม สีออกมาไดด้ แี ละตรงเกือบทุกสี เส้นใยสังเคราะห์ เป็นเส้นใยประดิษฐ์ชนิดหนึ่งที่เป็นพอลิเมอร์ ไม่ใช่เซลลูโลส คือผลิตขึ้นโดยใช้ วัตถุดบิ ที่เป็นพอลเิ มอรส์ ังเคราะห์ ซึง่ ผลผลิตจากอุตสาหกรรมปโิ ตรเลยี มท้ังหมด มนุษย์ทำเส้นใยชนิดนข้ี ้ึนเพ่ือ ทดแทนเส้นใยธรรมชาติ เนื่องจากปัจจุบันเส้นใยธรรมชาติลดน้อยลงเรื่อยๆ ในด้านของการย้อมสีนั้น สีที่ ออกมาอาจไม่เหมอื นกัน และผา้ แตล่ ะชนิดจะดูดซึมสีได้ไมเ่ ท่ากันดว้ ย การสร้างสรรคง์ านผา้ ดว้ ยเทคนคิ มดั ย้อมจากสีธรรมชาติ เทคนิคของการสรา้ งลวดลายให้เกดิ บนผืนผ้ามีด้วยกนั หลากหลายวธิ ี แตว่ ธิ หี นง่ึ ท่งี า่ ยและเหน็ ผล รวดเร็วคือ การทำผ้ามดั ย้อม น่นั หมายถึงการน าผ้าผืนสขี าวมาสรา้ งสรรคด์ ้วยการมดั ในวธิ ที ่ีหลากหลาย ตาม จนิ ตนาการของแต่ละคน ใช้วัสดุหลกั คอื หนังยาง ในการมัดหนงั ยางบนผนื ผ้ากับวสั ดอุ ่ืนๆเข้าด้วยกันให้แน่น หลังจากน้ันนำผืนผา้ ไปทำการย้อมสี โดยส่วนทโ่ี ดนหนงั ยางมดั ไวจ้ ะไม่ติดสีเม่ือแก้หนังยางที่มัดออก ตรงจุดที่ มัดไว้จะเปน็ สีขาวของผืนผา้ เหมอื นเดิม ซึ่งการสร้างลวดลายอย่างง่ายข้ันพ้นื ฐานแบง่ ได้เป็น 4 แบบ ดังนี้ 1. พบั แล้วมัด / พับแล้วหนีบ พับให้เปน็ ทบ เปน็ จบี เปน็ ผนื เลก็ ลง 2. ขยำแล้วมดั ขยำ ขยมุ้ หรือจบั ให้ยน่ ยับ แบบไมต่ ั้งใจ 3. ห่อแลว้ มดั หอ่ หรือหมุ้ วัตถอุ ่นื ๆ 4. ม้วนแล้วมัด มว้ นผืนผ้ากบั วสั ดอุ ื่นๆ ทมี่ า : https://www.baanlaesuan.com/130103/diy/diy101/natural-tie-dye วัสดอุ ุปกรณ์ 1. สยี อ้ ม 2. นำ้ ยากันสตี ก 3. หนังยาง 4. กอ้ นหิน 5. ผา้ แมมเบิร์ต

73 6. ตะแกรง 7. กาละมัง 8. วสั ดสุ รา้ งลวดลาย (ไมห้ นีบ/ไม้ไอตมิ /แผน่ ไม/้ ทอ่ พีวีซี ฯลฯ) วิธีการมดั ย้อมมหี ลากหลายวิธี ไดแ้ ก่ วธิ ที ำผา้ มดั ย้อมเย็น หน่ึงในวิธยี อ้ มผ้าที่ผูค้ นนิยมกัน เพราะข้ันตอนการทำไม่ยงุ่ ยาก ซับซอ้ น แถมยังทำผ้ามัดยอ้ มที่มี สีสันและลวดลายสวยงามอกี ดว้ ย แต่หากจะใชว้ ิธนี แ้ี นะวา่ ควรศกึ ษาเร่ืองการจับคูส่ ีสกั นิด เพราะหากระบายคู่ สตี รงขา้ มไว้ใกลก้ ัน แล้วสีไหลไปรวมกนั จะทำใหเ้ กดิ สเี น่า และผา้ ท่ีย้อมออกมาก็จะไม่สวยไดค้ ่ะ สว่ นวิธที ำผ้า มดั ย้อมเยน็ กม็ ีข้ันตอน ดังน้ี 1. นำสีผา้ บาติกมาผสมน้ำ 2. จมุ่ พู่กันลงในสีทผ่ี สมไว้แล้วระบายลงไปบนผ้า 3. ผึง่ ลมใหส้ แี ห้ง 4. แกะอุปกรณ์มดั ผ้าออก คล่ีผ้าแลว้ เอาผ้าไปตากใหแ้ หง้ สนทิ อีกรอบ 5. นำผ้าแหง้ ไปแชใ่ นโซเดียมซิลิเกตทงิ้ ไว้ 1 คืน เพ่ือทำใหส้ ีติดทนนานและไม่ลอก 6. นำกลบั มาซักอกี รอบ กจ็ ะได้ผา้ มัดยอ้ มสวย ๆ มาใชแ้ ล้ว วิธที ำผ้ามดั ยอ้ มรอ้ น วธิ ที ำผ้ามดั ยอ้ มร้อนแตกตา่ งจากวิธีแรกคือ ใชค้ วามรอ้ นเข้ามาช่วยเทา่ นน้ั เอง แต่การทำกใ็ ช้เวลาไม่ นาน ใช้งบไม่มาก โดยมวี ิธที ำ ดงั น้ี 1. นำสีย้อมผา้ เกลอื แกง และน้ำสะอาดไปต้งั ไฟ 2. คนใหส้ ่วนผสมเขา้ กัน รอจนน้ำเดือด แล้วค่อยใส่ผา้ ทเี่ ตรียมไว้ลงไปต้มประมาณ 3-5 นาที 3. ระหวา่ งนั้นควรใชไ้ มก้ ดผา้ และพลิกผ้าเป็นระยะ เพ่ือให้สซี ึมเข้าเนื้อผา้ อย่างสม่ำเสมอ 4. เมอ่ื ครบตามเวลาท่กี ำหนด ยกผา้ ขน้ึ แลว้ แช่ลงในนำ้ สะอาดทันที พร้อมกับแกะอปุ กรณม์ ัดผา้ ออก 5. ซกั ด้วยน้ำเปลา่ ให้สะอาด แล้วคอ่ ยนำผ้าไปตากกอ่ นใช้ วธิ ีทำผ้ามดั สีธรรมชาติ อกี หนงึ่ ทางเลอื กของการทำผ้ามดั ย้อมท่มี าจากภูมปิ ัญญาชาวบ้าน แถมสีที่ได้ก็มีความหลากหลาย สวยงาม และสดใสไม่แพส้ เี คมี โดยมวี ธิ ที ำ ดงั น้ี 1. ต้มน้ำใหเ้ ดอื ด พรอ้ มใสเ่ กลือลงไปเพ่อื ชว่ ยใหส้ ตี ิดผา้ นานและสสี ดขึ้น 2. นำวัตถุดิบทีจ่ ะใชส้ กดั สีใส่ลงในถงุ ผา้ หรือถุงตาข่าย จากน้นั นำไปตม้ ในน้ำเดือด รอจนกว่าสจี ะ ออกมาเข้มพอใจ 3. ใสผ่ ้าลงไปต้ม หมัน่ พลิกผ้าบ่อย ๆ เพ่ือให้สีตดิ ทว่ั กนั อย่างสม่ำเสมอ เสร็จแล้วกน็ ำผา้ ออกมาวางท้งิ ไวจ้ นเยน็ 4. นำผา้ ไปขยี้เบา ๆ ในนำ้ ตวั ทำปฏกิ ริ ยิ า เช่น นำ้ ดา่ งขี้เถ้า น้ำปนู ใส น้ำสารส้ม และน้ำสนิม เพื่อให้ เกดิ เปน็ สใี หม่ที่อาจจะเข้มขนึ้ จางลง หรือเปล่ยี นสีไปเลยก็ได้ (แต่ยงั อยู่ในโทนเดยี วกนั ) 5. แกะเชอื กหรอื หนงั ยางออก พร้อมนำไปตากแดดให้แห้ง กเ็ ป็นอันเสร็จเรยี บร้อย วิธที ำผา้ มัดยอ้ มงา่ ย ๆ

74 สำหรับคนท่ีกำลงั มองหาวธิ ที ำผ้ามดั ยอ้ มแบบงา่ ย ๆ ไมต่ ้องตม้ หรอื ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมาก เราขอ แนะนำให้ทำการย้อมผ้าดว้ ยน้ำแขง็ ซ่ึงเปน็ วธิ ีการย้อมผา้ ทไี่ มย่ ่งุ ยาก แถมยังใชข้ องใกล้ตัวและใชเ้ วลาแคเ่ พียง 1 คืน รบั รองว่าทุกคนสามารถทำได้แบบสบาย ๆ แน่นอน 1. เติมนำ้ เปล่า 1 แกลลอน ลงไปในภาชนะขนาดกำลงั พอเหมาะ 2. โรยโซเดยี มคาร์บอเนตลงไป 1 ถว้ ยตวง พรอ้ มคนใหล้ ะลายเขา้ กัน โดยโซเดียมคารบ์ อเนตหรือ โซดาแอชจะชว่ ยใหย้ ้อมสตี ิดผ้าไดด้ ีย่ิงขนึ้ 3. นำผา้ ทีเ่ ตรยี มไวใ้ ส่ลงไปในน้ำ กดให้จม และแชท่ ิ้งไว้ประมาณ 15 นาที 4. บิดผ้าใหพ้ อหมาด แล้วนำตะแกรงวางจานมาต้ังเอาไว้บนภาชนะเพอ่ื ตากผ้าและรองรับน้ำ 5. นำผา้ ไปวางบนตะแกรง สามารถบดิ พบั ม้วน และจัดรูปทรงของผา้ ไดต้ ามต้องการ 6. วางน้ำแข็งบนผ้าใหท้ ่ัว 7. โรยผงสยี ้อมผา้ ตามความพอใจ สามารถใช้หลายสไี ด้ตามต้องการ 8. ปลอ่ ยทง้ิ ไว้ 24 ชวั่ โมง เม่อื น้ำแขง็ ละลายสีก็จะคอ่ ย ๆ ซึมเข้าสเู่ นอ้ื ผ้าเอง 9. นำผ้าไปล้างดว้ ยนำ้ เยน็ จากนน้ั ซกั กบั ผงซักฟอกหนึง่ ที ตากให้แหง้ เสรจ็ แลว้ กจ็ ะได้ผ้ามดั ย้อม สวย ๆ มาแบบง่าย ๆ แล้ว ทีม่ า : มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตภูเก็ต, คลนิ ิกเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เทพสตรี และ jojotastic ข้นั ตอนการสร้างลวดลายส่ีเหล่ยี มจากแผน่ ไม้ 1. นำผา้ ใยธรรมชาตมิ าพับให้มีความกวา้ งประมาณ 1 นิ้ว พับเข้ามาสู่กง่ึ กลางทง้ั จากทางซ้ายและ ทางขวา 2. เมื่อพับจนถงึ ตรงกลางแลว้ ใหน้ ำเศษไมช้ นิ้ เลก็ ๆ ที่เตรียมไวม้ าวางไว้ทงั้ ดา้ นบนและด้านลา่ ง จากน้นั พับลงมาสูจ่ ุดศูนย์กลาง พยายามพบั ให้แนน่ ๆ เขา้ ไว้นะคะ 3. พบั ไปเรื่อย ๆ จนเหลอื ขนาดเทา่ เศษไม้จากน้ันใช้หนังยางรัดแกงรดั ใหแ้ นน่

75 ขน้ั ตอนการสร้างลวดลายจากไมไ้ อศกรีม 1. นำผา้ ใยธรรมชาตมิ าพับเป็นจบี ๆ คลา้ ยให้คลา้ ยกับพดั พับจนสุดผ้าเลยค่ะ 2. เม่อื ไดผ้ ้าท่ีพับเปน็ จบี คล้ายพัดมาแลว้ ให้พับคร่ึงของผ้าช้นิ นั้นโดยกำหนดความกว้างของผ้าอยู่ที่ ประมาณ 1 น้ิว 3. นำไม้ไอศกรีมมาวางหนบี ผ้าไว้ตรงกลาง จัดจังหวะของไมใ้ ห้ได้ตามท่ตี ้องการ จากน้นั ใช้หนงั ยางรดั แกงรดั ที่มุมของไม้ไอศกรีมให้แน่น พน้ื ท่ีทโ่ี ดยวสั ดุตา่ ง ๆ รดั เอาไว้จะเป็นพ้ืนทีท่ ี่ไมโ่ ดนสี เพราะฉะนัน้ อยากไดผ้ า้ มดั ยอ้ ม ลวดลายแบบไหนก็สามารถสร้างสรรค์ไดจ้ ากวสั ดุเหล่าน้ี ขนั้ ตอนการย้อมสธี รรมชาติ วิธีทำผา้ มดั ย้อม ย้อมสผี ้าจาก ดอกดาวเรือง 1. นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟ ให้น้ำในหม้อเดือด จากนั้นฉีกดอกดาวเรืองใส่ลงไปในหม้อ ต้มทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นกรอกดอก ดาวเรืองออกให้เหลือไว้แต่น้ำต้มดอกดาวเรือง อาจจะใช้ตะแกรงที่มีตาค่อยข้างเล็กเป็นตัวช่วยกรอง หรือจะ กรองผา่ นผ้าขาวบางกไ็ ด้เหมือนกันคะ่ 2. นำหม้อน้ำทกี่ รองดอกดาวเรืองออกแลว้ ต้ังไฟอ่อนๆ ใหน้ ำ้ ยงั มีความอุน่ อยู่เสมอจากน้ันเติมสารส้ม ลงไปในหม้อจำนวนเล็กน้อย เมื่อเป็นตัวช่วยให้ผ้าของเราติดสีได้ดีขึ้น นำมัดผ้าที่เรามัดเตรียมไว้ลงไปต้มใน หมอ้ ท้ิงไว้ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

76 3. เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วนำผ้าขึ้นจากหม้อแล้วนำไปล้างน้ำสะอาด ประมาณ 3 – 4 รอบแบบไม่ ต้องขยี้ผา้ จากนั้นทำผ้าไปตากลมให้แห้ง การทำผา้ มดั ย้อมจากสีของไม้ฝาง 1. นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟให้น้ำเดือดจำนวน 2 หม้อ จากนั้นนำชิ้นไมฝ้ างใสล่ งไปในหม้อท้งั 2 ใบ ใบแรก เติมสารส้มลงไปนดิ หน่อย สว่ นอกี ใบไมต่ ้องเติมจา้ ต้มต่อไปอีกประมาณ 30 นาที 2. เมื่อครบเวลาที่กำหนดไวแ้ ล้วนำมดั ผ้าทีม่ ดั เตรียมไวล้ งไปตม้ ในหม้อทง้ั สองใบ โดยหม้อทตี่ ม้ ไมฝ้ าง และใส่สารส้มเพิ่มเตมิ ลงใบ จะใหส้ ีชมพูโอลด์โรส ส่วนอกี ใบที่ไม่ใสส่ ารส้มจะได้สีชมพมู ว่ ง ต้มผ้าต่อไปอีก ประมาณ 30 นาที – 1 ชวั่ โมง 3. ครบกำหนดเวลาแล้วนำผ้าข้นึ จากหม้อ นำไปลา้ งดว้ ยน้ำสะอาด 3 – 4 รอบแบบไมต่ ้องขยี้ผา้ จากนั้นทำผ้าไปตากลมให้แหง้

77 การทำผ้ามดั ย้อมจากสีของเปลือกมะพร้าว 1. นำน้ำใสห่ มอ้ ตงั้ ไฟให้น้ำเดอื ดจากนัน้ ฉกี เปลือกมะพร้าวใส่ลงไป ชิ้นไมต่ อ้ งใหญม่ ากนะคะ ใหค้ วาม กวา้ งของแตล่ ะชิ้นอยู่ที่ 2 เซ็นตเิ มตรโดยประมาณ ตม้ ตอ่ ไปอกี ประมาณ 30 นาที 2. นำผา้ ทมี่ ดั เตรียมไวไ้ ปแช่ในน้ำปูนแดงก่อนท่ีจะนำลงหม้อต้ม เพราะการแช่นำ้ ปนู แดงจะช่วยทำให้ สตี ิดผ้าไดด้ มี ากยง่ิ ข้ึน ตอ่ ไปอกี ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง 3. ครบกำหนดเวลาแล้วนำผ้าขึ้นจากหม้อ นำไปล้างด้วยน้ำสะอาด 3 – 4 รอบแบบไม่ต้องขยี้ผ้า จากน้ันทำผ้าไปตากลมใหแ้ หง้ การทำผ้ามดั ย้อมจากสีของใบมะมว่ ง 1. นำน้ำใส่หมอ้ แลว้ ตง้ั ไฟให้น้ำเดอื ด จากนั้นตัดใบมะม่วงลงไปต้มต่อใส่จนุ สลี งไปในน้ำที่ตม้ ใบมะม่วง ไว้ จะเป็นตวั ชว่ ยทำใหผ้ า้ ตดิ สีไดด้ ีย่งิ ขนึ้ ค่ะ 2. ใสผ่ า้ ท่มี ัดเตรียมไว้ลงไปในหมอ้ ตอ่ ไปอีกประมาณ 30 นาที – 1 ชว่ั โมง 3. ครบกำหนดเวลาแล้วนำผ้าขน้ึ จากหม้อ นำไปลา้ งด้วยน้ำสะอาด 3 – 4 รอบแบบไม่ต้องขยผี้ ้า จากนน้ั ทำผา้ ไปตากลมให้แหง้

78 จนุ สี หรือคอปเปอรซ์ ัลเฟต คือ เกลือชนดิ หนึ่งทีเ่ กดิ จากสนิมของทองแดง ลักษณะเปน็ ผลกึ สีน้าํ เงนิ สดและสี ฟ้าสด ท่ีมา : วธิ ีการทำผา้ มดั ยอ้ มแบบงา่ ย ๆ จากสธี รรมชาติ, https://www.baanlaesuan.com/130103/diy/diy101/natural-tie-dye สารชว่ ยตดิ หรอื สารกระตุ้น หรอื สารช่วยย้อม (Mordant) ทนี่ ามาใช้ในการชว่ ยย้อมครัง้ น้ี มีอยดู่ ว้ ยกัน 5 ชนิด (ประภากร สุคนธมณี, 2556) ดังนี้ 1. นำ้ ปนู ใส ไดจ้ ากปูนแดงทีใ่ ชก้ นิ กบั หมาก โดยละลายปนู แดงในน้ำสะอาด ท้ิงไวใ้ หต้ กตะกอน นำ เฉพาะสว่ นท่เี ปน็ นำ้ ใสๆ มาใช้ 2. น้ำด่างขเ้ี ถ้า ได้จากเถา้ ของการเผาถา่ นท่ไี ดจ้ ากธรรมชาติ โดยปกตแิ ลว้ นยิ มใช้เถา้ จากเหงา้ กล้วย หรอื ตน้ กล้วย นำมาตากใหแ้ ห้ง แล้วน ามาเผาใหเ้ กดิ เป็นเถ้าจึงนำสว่ นที่เปน็ ขี้เถา้ มาใช้ การนำนำ้ ด่างขเี้ ถา้ มา ใชส้ ามารถทำได้ 2 วิธี 1) น้ำขี้เถา้ ใสใ่ นอา่ งน้ำ กวนให้ท่ัวทิ้งไว้4 – 5 ช่วั โมง ขี้เถ้าจะตกตะกอน นำน้ำท่ีได้ กรอง ให้สะอาด ก่อนนำไปใช้ 2) นำขีเ้ ถา้ ใส่ลงในกระป๋องหรือถังทเ่ี จาะรูเล็กๆ หลายๆ รทู กี่ ้นถังเตรียมไว้ แล้ว ใส่นำ้ ลงในถงั ค่อย ๆ เทใหน้ ้ำซมึ ลงไปจนท่วมขีเ้ ถา้ แขวนถังไวบ้ นท่ีสงู นำภาชนะอ่ืนมารองรบั นำ้ ที่หยดซึมลง มาจากถังนนั้ ก่อนนำนำ้ ไปใชง้ าน นำ้ ด่างข้ีเถ้าทีไ่ ด้ออกมาชุดแรก จะมีเปอรเ์ ซ็นต์ความเข้มข้นของความเป็นดา่ งค่อนขา้ งสูง สามารถวัด คา่ pH ได้อยใู่ นชว่ ง 10-14 (คา่ pHคือ การวดั ภาวะความเป็นกรดหรอื ด่างสารละลาย ในนำ้ สารละลายทมี่ คี ่า pH น้อยกวา่ 7 จะมฤี ทธิเ์ ปน็ กรด (0-6) และสารละลายที่มีค่า pH มากกว่า 7 จะมีฤทธิเ์ ป็นดา่ ง (8-14) ถา้ วัด ไดเ้ ทา่ กบั 7 แสดงว่าสารละลายน้นั มคี ่าเป็นกลางเทียบไดก้ ับน้ำบรสิ ุทธิ์) 3. น้ำสนิมเหล็ก ได้จากสังกะสีเก่า ตะปูเหลก็ เก่า ๆ หรอื เศษเหลก็ ท่ขี ้นึ สนิมแล้วแช่นำ้ ทงิ้ ไว้ หรอื ใช้ วธิ นี าเหลก็ ไปเผาไฟใหแ้ ดงแล้วนำไปแช่ในนำ้ ทิง้ ไว้ 2-3 วนั ถึงนำนำ้ สนมิ มาใชน้ ้ำสนิมจะช่วยให้สีเขม้ ขึ้น ให้ เฉดสีเทาดำเหมือน สารช่วยติดสีเหลก็ แตข่ ้อควรระวังสำหรับการใช้สารช่วยตดิ สชี นดิ นคี้ อื ถา้ สนิมมากเกินไป จะทำใหเ้ ส้นใยเป่ือยได้ 4. น้ำโคลน ได้จากโคลนในบ่อหลังบ้านทีม่ นี ้ำขงั ตลอด น้ำโคลนละลายในน้ำเปลา่ สดั สว่ นน้ำ 1 สว่ น ตอ่ ดินโคลน 1 ส่วน จะได้โทน สีเข้ม ขน้ึ หรอื โทน สเี ทา-ดำเช่นเดยี วกับนำ้ สนมิ อกี ท้งั ยังสามารถนำโคลนนมี้ า หมักกับเส้นใยหรือผ้าที่ทอแล้วชว่ ยเพม่ิ ความอ่อนนุ่มให้กับผนื ผ้าอีกดว้ ย 5. สารสม้ ช่วยจบั ยดึ เมด็ สีกับเส้นใยและช่วยให้สสี ดและสว่างขน้ึ

79 ท่มี า : https://www.baanlaesuan.com/130103/diy/diy101/natural-tie-dye อัญชัญ เปน็ พันธุไ์ มเ้ ลื้อย ลม้ ลกุ ท่ีมชี ่วงอายสุ ั้น มเี ถากลมขนาดเล็กและอ่อน แตถ่ ้าเป็นเถาแกจ่ ะมีสีน้ าตาล สามารถใชย้ อดเล้ือยพนั ปกคลมุ ไปได้ไกล ลักษณะใบจะมีขนาดเล็ก บาง ทรงรี ก้านหน่ึงก้านจะมีใบเป็นเลขค่ี ประมาณ 5-7 ใบ เปน็ ค่เู รยี งขนานกนั ไป ส่วนตรงส่วนปลายก้านจะมี 1 ใบทเ่ี ป็นใบเดียวดอกอัญชนั จะเป็น ดอกเด่ียว และจะออกดอกเป็นชอ่ ตามปลายยอด ช่อหนึง่ จะมดี อก 2-4 ดอก มีท้งั ชนิดดอกเดยี่ วและดอกซ้อน มที งั้ อัญชันสมี ่วง สฟี ้า สขี าว และสมี ่วงอมน้ าเงิน โดยดอกอัญชนั ท่วั ไปจะมสี ีม่วง ลักษณะของดอกคล้าย ส่วนกลางของดอกกลว้ ยไม้แต่ไมม่ ีกลบี ซอ้ น กลีบดอกบาง พลวิ้ เป็นลอน เมอื่ กลบี ดอกบานเตม็ ท่จี ะมองเห็น กลีบดอกเลก็ ๆ ตรงกลางซอ้ นอยู่ และโคนกลีบดอกท่ีตดิ กับขั้วสเี ขยี วจะเป็นสขี าว แตถ่ ้าเป็นอัญชันดอกซ้อน จะมีกลบี ซ้อนกัน 4-5 ชนั้ ซ้อนเวียนพลวิ้ เปน็ เกลียวข้นึ มา ขัน้ ตอนการสกัดสี 1.นำดอกอญั ชนั มาแช่นำ้ (ท้งั ข้ัวดอก) ขยำให้กลีบดอกอ่อนตัว 2. แชน่ ้ำท้ิงไว้ 30 นาที 3. นำไปตั้งไฟ ให้น้ำออกเป็นสีฟา้ ชัดเจนโดยท่ยี ังไมไ่ ด้ทำการต้ม สกดั นำ้ สีเมื่อต้มสที ่ีไดจ้ ะยิง่ เข้ม และสีทก่ี ลบี ดอกจะเปล่ยี นไป จากสมี ว่ งกลายเป็นสฟี า้ 4. นำผ้าใยธรรมชาตลิ งต้มย้อม 45-60 นาที หมั่นกลับพลิกเสน้ ใย ทกุ ๆ 15 นาที เพอ่ื ใหเ้ ส้นใยตดิ สี สมำ่ เสมอ ที่มา : https://www.baanlaesuan.com/130103/diy/diy101/natural-tie-dye

80 การมดั ยอ้ มด้วยสีจากมะม่วงหาว เตรยี มสีย้อมจากผลมะม่วงหาว 1. สกดั น้ำสดี ว้ ยวธิ ีการตม้ โดยใช้ผลสุกสแี ดงม่วง ต้มในนำ้ เดือด 45-60 นาที จากน้ันกรอกเอาเฉพาะนำ้ มาใช้ พรอ้ มใสเ่ กลือลงในน้ำย้อม 2. นำผา้ ขาวท่ีทำการมัดด้วยวิธกี ารใดวิธกี ารหนงึ่ แล้ว ชุบนำ้ หมาดก่อนลงต้มในหม้อน้ำสี ที่มา : https://www.baanlaesuan.com/130103/diy/diy101/natural-tie-dye https://intrend.trueid.net/article

81 ใบงานที่ 4 เรื่อง มหัศจรรย์สีธรรมชาต(ิ ผา้ มดั ย้อม) คำชแ้ี จง ให้ผู้เรยี นบอกชื่อพืชดา้ นซา้ ยมือและระบายสีทไ่ี ดจ้ ากพชื ด้านขวา ช่ือ-สกุล............................................................... ..................ระดบั .............................

82 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 เสริมสรา้ งจนิ ตนาการระบายสี

83 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เร่อื ง การเรยี นร้ตู ลอดชีวิต กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งจินตนาการระบายสี คำชี้แจง ให้นกั เรยี นทำเคร่อื งหมาย กากบาท ( × ) ทับตวั อักษร ก ข ค หรือ ง ที่ถูกต้องทีส่ ดุ เพียงคำตอบ เดียว 1. ภาพวาดระบายสีท่ีมีเส้นขดก้นหอยเปน็ ส่วนประกอบหลักของภาพ ใหค้ วามร้สู ึกอยา่ งไร ก. วกวน ข. ยงุ่ เหยิง ค. ไมม่ ่นั คง ง. ไม่เปน็ ระเบยี บ 2. ดนิ สอมกี ารใชง้ านในการวาดภาพระบายสีอย่างไร ก. ลบภาพ ข. ร่างภาพ ค. ระบายสี ง. วดั ขนาด 3. ข้อความใดหมายถึง การวาดภาพระบายสี ก. การมดั ยอ้ มสี ข. การแกะสลักเปน็ ลวดลาย ค. การขดู ขีด เขยี น ระบายสี ง. การพิมพ์ภาพด้วยสชี นิดตา่ งๆ 4. สีชนิดใดใช้แลว้ ต้องรีบปิดฝาทนั ที ก. สีน้ำ ข. สีไม้ ค. สเี มจิก ง. สโี ปสเตอร์ 5. ข้อใดคือประโยชนจ์ ากการวาดภาพระบายสขี องเด็ก ก. ฝกึ ความรับผิดชอบ ข. ปรบั เปล่ยี นพฤติกรรม ค. ฝึกการใช้กลา้ มเนอื้ มือ ง. ถกู ทกุ ข้อ 4. สีชนดิ ใดใช้แล้วตอ้ งรบี ปดิ ฝาทนั ที ก. สนี ้ำ ข. สไี ม้ ค. สเี มจกิ ง. สโี ปสเตอร์

84 5. ข้อใดคือประโยชนจ์ ากการวาดภาพระบายสีของเด็ก ก. ฝกึ ความรับผดิ ชอบ ข. ปรบั เปลย่ี นพฤติกรรม ค. ฝกึ การใชก้ ล้ามเน้อื มือ ง. ถูกทกุ ข้อ เฉลยคำตอบ แบบทดสอบก่อนเรียน 1. ก 2. ข 3. ค 4. ค 5. ง

85 ใบความรทู้ ่ี 1 เร่ือง ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ยี วกบั การวาดภาพระบายสี องค์ประกอบพน้ื ฐานการเขียนภาพระบายสี ประกอบไปด้วย เส้น รปู รา่ งรูปทรง ขนาดสัดส่วน การจัด ภาพ การลงน้ำหนัก เส้นเป็นพื้นฐานของศิลปะทุกแขนงโดยเฉพาะจิตรกรรม ถึงกับมีผู้กล่าวว่า \"ถ้าใครมี พื้นฐานทางงานวาดเส้นมาดีจะทำงาน งานจิตรกรรมหรือการเขียนภาพระบายสีได้ดีไปด้วย\" ลักษณะของเส้นมี หลายลักษณะ คอื ความหมายในตวั เอง แสดงลักษณะ 2 มิติ แสดงลกั ษณะ 3 มิติ แสดงค่าน้ำหนกั แสดง ลักษณะของแสงเงา ขนาดของเสน้ หนา บาง ใหญ่ หรอื เล็กน้ันข้ึนอยู่ท่ีตำแหนง่ ของปลายดินสอ และการ พลิกเลื่อนหามุมที่ปลายดินสอ การเขียนเส้นมี 2 ลักษณะ คือ ใช้เครื่องมือช่วยเขียน และใช้มือเขียน การ ควบคุมน้ำหนักมือหากเน้นน้ำหนักมือลงปลายดินสอ เส้นที่ปรากกฎก็จะมีน้ำหนักเข้ม เส้นหนา และเม่ือ ตอ้ งการเขยี นเสน้ ร่าง ซงึ่ เปน็ เสน้ ทีม่ นี ำ้ หนักอ่อนจาง กจ็ ะใชว้ ิธีผ่อนนำ้ หนักมือจากการจบั ดนิ สอ อุปกรณ์ 1. ดนิ สอ EEหรอื 2B + คัดเตอร์ (กบเหลาดนิ สอ) 2. กระดาษบรูฟ + กระดานสเก็ต 3. ยางลบ 4. สี เม่อื เตรียมของเสร็จ กอ่ นทจี่ ะจับดนิ สอเพ่ือเรมิ่ ภาระกิจการวาดภาพเพ่ือยกระดบั จิตวิญญาณของมนุษย์ แลว้ ควรบริหารมอื กอ่ น เหมอื นเปน็ การอ่นุ เคร่ืองหรือการหยอดนำ้ มันใหล้ ื่นไหล ทงั้ กายและใจ การบรหิ ารก็เพ่ือ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อมือ ทเี่ กร็งเป็นวงเวียนโดนสนิมให้คล่องแคลว่ ว่องไว เพอื่ ท่ีจะสามารถวาดผลงานสะกดโลก ชิ้นโบแดงของเราได้อย่างเต็มพลัง หมุนที่ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อแขน หัวไหล่ บริเวณเอวตรงกล้ามเนื้อใหญ่ ที่หลาย ๆ ทา่ น ใชใ้ นการหมุน เพือ่ กำหนดวงสวงิ เวลาเลน่ กอลฟ์ การจับดินสอ/สี 1. จบั แบบเขียนหนังสอื - ใช้สำหรบั การเกบ็ รายละเอยี ดของงานในพื้นท่ีเลก็ ๆ แคบ ๆ - วิธีการจับแบบน้ีจะใช้ขอ้ นวิ้ ในการควบคุมดนิ สอ เหมือนการเขียนตวั อักษร - เป็นการใช้กล้ามเนื้อเล็กของข้อนิ้วในการควบคุมพื้นที่แคบ หากใช้พื้นที่กว้างขึ้นกเ็ ริ่มใชข้ ้อมือเปน็ ศูนยก์ ลาง 2. จับแบบหลวม ใชส้ ำหรบั รา่ งภาพ ต้องการสะบดั ขอ้ มือแบบสบาย ๆ 3. จับแบบใช้ทุกนิ้วสัมผัส เพื่อประคองดินสอให้เป็นแนวเส้นตรงสำหรับการลากเส้นแนวดิ่ง ขวาง หรอื เฉียง 4. จับแบบคว่ำมอื ใชส้ ำหรบั การกำหนดเส้นรา่ งแบบคร่าว ๆ และใหเ้ บาบางท่สี ุด อย่าใช้นิ้วใดนิ้วหนึ่งล๊อคดินสอพยายามจับให้ดินสอเป็นอิสระมากที่สุด โดยนิ้วแค่เป็นตัวประคอง ดนิ สอไว้ใหเ้ หมือนกับว่าดนิ สอน้ันเปน็ สว่ นหนึง่ ในมือของเราท่ีจะบังคับใหป้ ลายดินสอนั้นไปทางไหนก็ได้ตามใจ ปรารถนา สำหรับการเหลาดินสอ EE หรือ 2B อยากให้ใช้คัตเตอร์เหลาให้ไส้ดินสอออกมายาว ๆ เพื่อความ สะดวกกับองศาของเนื้อไม้กับไส้ดินสอเวลาวาด และที่สำคัญ อย่าทำหล่นเด็ดขาด เพราะนั้นหมายถึง ไส้ ดินสอจะหัก ข้างใน เพราะไส้เปราะมาก แนะนำจุดศูนย์กลางของแต่ละส่วนในการหมุนตวัดปลายดินสอให้ ฉวดั เฉวยี น แตไ่ มเ่ วียนหัว ถ้าทำได้ - การใช้กล้ามเน้อื เล็กของขอ้ น้ิวในการควบคมุ พน้ื ที่แคบสำหรบั เก็บรายละเอยี ด - การใช้ขอ้ มือเป็นศนู ย์กลาง เพือ่ รา่ งภาพในวงแคบ

86 - การใชข้ ้อศอกเป็นศูนยก์ ลาง เพอื่ รา่ งภาพในวงกวา้ ง - การใชไ้ หล่เปน็ ศูนย์กลางเพอื่ ร่างภาพในวงกวา้ งมากขึ้น - กระดูกสันหลังส่วนเอว ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ ในการวาดภาพใหญ่ ๆ อย่างวาดบนกำแพง เฟรมใหญ่ ๆ เป็นต้น

87 ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง ความรู้เบ้อื งต้นเกย่ี วกับการวาดภาพระบายสี ช่อื – สกลุ .....................................................................................ระดับชั้น.......................... คำชีแ้ จง : ให้ผเู้ รียนตอบคำถามต่อไปน้ี 1. วัสด/ุ อปุ กรณ์ ในการวาดภาพระบายสี มีอะไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ให้ผ้รู ับบรกิ ารบอกความรู้เบ้อื งต้นเกีย่ วกับการวาดภาพระบายสี ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ให้ผรู้ ับบรกิ ารบอกถงึ วิธีการจับดนิ สอ/สี โดยละเอยี ด ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..............................................................................................................................................................................

88 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 การเสริมสรา้ งจนิ ตนาการระบายสี ใบความรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง เทคนิคการระบายสีเพือ่ เสริมสร้างพัฒนาการ การวาดภาพ ระบายสี เปน็ กจิ กรรมทเี่ ดก็ ๆ มกั จะชน่ื ชอบ กิจกรรมนีม้ ีประโยชน์ และช่วยเสริมสร้าง พัฒนาการเด็กได้หลายด้าน ทริคที่จะช่วยให้กิจกรรมวาดภาพ ระบายสีการ์ตูนนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนยี้ ังมเี ทคนคิ ระบายสีการ์ตูนทม่ี สี ่วนชว่ ยกระตุ้นการทำงานของสมองอีกดว้ ย วาดภาพ ระบายสี มีประโยชนต์ ่อเด็กอย่างไร ? ทม่ี า : https://cottonbaby.co/lifestyle พฒั นาการดา้ นร่างกาย การวาดภาพ ระบายสกี าร์ตนู จะชว่ ยพฒั นากลา้ มเนื้อในส่วนของการควบคุม เวลาที่เดก็ ใชแ้ ปรง หรือ อุปกรณ์ระบายสขี นาดเล็กจะช่วยพัฒนาทักษะของการควบคุมกล้ามเน้ือมัดเล็ก ในขณะที่วาดภาพระบายสีใน กระดาษแผ่นใหญ่ หรือใช้ขาตั้งจะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ หรือทักษะ Gross Motor ซึ่งเป็นกล้ามเน้ือ บริเวณลำตัว แขน ขา รวมไปถึงความสัมพันธ์กันของอวัยวะสว่ นต่าง ๆ กล้ามเนอ้ื สว่ นน้ชี ว่ ยใหเ้ ด็ก ๆ รู้จักการ ทรงตัว มีความแข็งแรง และความทะมัดทะแมง นอกจากน้ีเม่ือเด็ก ๆ ไดร้ ะบายสกี าร์ตูนก็จะชว่ ยพัฒนาการใน ด้านประสานสายตาของเดก็ อีกดว้ ย

89 พัฒนาการด้านสมอง กิจกรรมวาดภาพ ระบายสีการ์ตูน ช่วยฝึกสมองของเด็ก ๆ ให้ได้ใช้งานสมองในส่วนต่าง ๆ มากข้ึน อย่างที่เราเคยได้ยินกนั ว่า สมองซีกขวา เป็นส่วนของความคิดสร้างสรรค์ ทำหน้าที่ในเรื่องศลิ ปะ ความเข้าใจ การเห็นภาพสามมิติ ดนตรี เพลง และการใช้จินตนาการ ส่วนสมองซีกซ้าย เป็นส่วนของการคดิ วิเคราะห์ ทำ หน้าทใี่ นเร่ืองการเขียน อ่าน ใชภ้ าษา ทักษะตัวเลข การใชเ้ หตผุ ล ควบคมุ และการพดู ซึง่ การวาดภาพ ระบาย สีการ์ตูน เด็ก ๆ จะต้องคิดแล้วว่านี่คือรูปทรงอะไร ใช้สีไหนระบาย ฝึกการคิดวิเคราะห์ ช่วยกระตุ้นการ ทำงานของเซลล์สมองท้งั สองซกี ไดด้ ี พฒั นาการดา้ นประสาทสัมผสั เมื่อเด็ก ๆ ได้วาดภาพ ระบายสีการ์ตูน จะเป็นการสร้างประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่แตกต่าง ออกไป เช่น ความรู้สึกในการสัมผัสกระดาษด้วยนิ้วมือ หรือความรู้สึกของการใช้พู่กันระบายสีด้วยแขนของ ตัวเอง ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะมันจะช่วยให้เด็กได้สำรวจและเข้าใจสิ่งที่ รอบตวั มากขึ้น พัฒนาการด้านความคดิ การเรียนรู้ การทเี่ ด็กไดใ้ ชส้ ีไม้ หรือพกู่ ันระบายสีการ์ตนู เขาจะไดเ้ รียนรเู้ รื่องรปู ทรงต่าง ๆ การออกแบบ ใช้ จนิ ตนาการ คณิตศาสตร์ ภาษา และพอ่ แมเ่ องยังสามารถชว่ ยสอนคำศัพทใ์ นหมวดท่ีเก่ียวขอ้ งไดด้ ้วย ทส่ี ำคัญ คอื เมื่อเด็กไดล้ องทำสิ่งเหลา่ นี้แลว้ กจ็ ะเช่ือมโยงไปสจู่ ดุ เริ่มต้นท่เี ขาจะเขา้ ใจเร่ืองเกย่ี วกบั วิทยาศาสตรไ์ ด้ นอกจากน้ียงั เช่อื มโยงกับความสามารถในการแยกแยะส่งิ ต่าง ๆ ทงั้ รปู ทรง เสน้ และรูปแบบ ช่วยให้ เดก็ ได้สังเกต แยกแยะความแตกตา่ งระหวา่ งพ้นื ภาพกบั ตัวหนงั สือ พัฒนาการดา้ นการพดู ส่อื สาร วาดภาพ ระบายสกี าร์ตูน ชว่ ยใหเ้ ด็กไดเ้ รียนรู้วธิ ีการแสดงออกของความรู้สกึ ตวั เอง เขาอาจจะเปล่ียน การสื่อสารจากคำพูด มาเป็นวาดภาพลงบนกระดาษก็ได้ ทำให้พ่อแม่เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเค้ากำลังคิดอะไร อยู่ นอกจากน้ีแล้วยังชว่ ยกระตุ้นการสื่อสารระหว่างกันได้ด้วยการถาม ใหล้ ูกได้อธบิ ายเก่ียวกับภาพวาด การ ถามคำถามปลายเปดิ จะช่วยพัฒนาทักษะการคดิ และการพดู พฒั นาการดา้ นอารมณ์ เมอื่ เด็ก ๆ ไดใ้ ช้เวลาอยู่กบั งานศลิ ปะอย่างการวาดภาพ ระบายสีการต์ นู จะทำให้รู้สึกผอ่ นคลาย ลด ความเครียดลงได้ โดยเฉพาะกบั เดก็ ที่มีอารมณร์ ้อน ใจร้อน ศลิ ปะชว่ ยให้ใจเยน็ ได้ เพราะเด็กจะใช้เวลาอยู่กบั การวาด การระบายสี เพ่อื ให้ผลงานออกมาสวยงาม รวมถึงเดก็ จะรจู้ ักควบคุมอารมณ์ได้ดีขน้ึ พฒั นาการดา้ นสังคม การวาดภาพ ระบายสี นบั เป็นหนงึ่ ในกิจกรรมครอบครวั ท่ีจะทำใหเ้ ด็กไดใ้ กล้ชดิ กบั คนในบ้านมากขน้ึ นอกจากพ่อแมจ่ ะคอยสอนวาด สอนระบายสี รวมถงึ บางครั้งอาจจะต้องเป็นแบบใหล้ ูกด้วยแลว้ การวาดภาพ ยังเปดิ โอกาสให้เด็กได้สรา้ งสรรค์ จินตนาการไดเ้ ต็มท่ี ไม่มีถกู หรือผดิ ซึ่งมีสว่ นช่วยสรา้ ง Self - Esteem (การรับรู้คุณค่าและนับถือตวั เอง)

90 พัฒนาการของเดก็ พฒั นาการของเดก็ หรือเดก็ ที่มอี ายรุ ะหว่าง 3 - 6 ขวบ หรอื 6 - 12 ปี เด็กวัยนคี้ ุณพ่อคุณแมจ่ ะเหน็ วา่ เด็กเริ่มมีพฤติกรรมเลยี นแบบพอ่ แม่ มีความอยากรู้อยากเห็น ซกุ ซน แสดงออกทางอารมณอ์ ยา่ งชดั เจน เช่น หงดุ หงิดและโกรธง่าย เรยี กรอ้ งความสนใจด้วยวธิ กี ารต่างๆ แตอ่ าการเหลา่ นก้ี จ็ ะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อลูกเริ่ม เขา้ โรงเรียนเพราะมเี พอ่ื นเล่นมากขึน้ ทม่ี า : https://cottonbaby.co/lifestyle

91 ใบงานที่ 2 เร่อื ง เทคนิคการระบายสเี พอ่ื เสรมิ สร้างพัฒนาการ ชื่อ – สกลุ .....................................................................................ระดับช้ัน.......................... คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 1. ให้ผ้รู ับบรกิ ารบอกเทคนิคการระบายสีเพ่อื เสริมสร้างพัฒนาการมกี ี่ด้าน อะไรบ้าง ............................................................................................................................. .......................................... .......................................................................................................................................................... ............. ...................................................................................................................... ................................................. ............................................................................................................................. .......................................... ..................................................................................................................................................................... .. ............................................................................................................................. .......................................... ............................................................................................................................. .......................................... ....................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... ............................................................................................................................. .......................................... 2. ให้ผเู้ รียนหรือผ้มู าใชบ้ ริการ อธิบายถึงพัฒนาการด้านสมอง แบ่งออกเปน็ 2 ซีกสมอง อะไรบ้าง ............................................................................................................................. .......................................... ......................................................................................... .............................................................................. ............................................................................................................................. .......................................... ........................................................................................................................................ ............................... .................................................................................................... ................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... .................................................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .........................................................

92 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 5 กิจกรรมเสริมสร้างจนิ ตนาการระบายสี ใบความรทู้ ่ี 3 เรอื่ ง ประโยชนจ์ ากการวาดภาพระบายสขี องเด็ก ของเลน่ ทีช่ ว่ ยเสรมิ พัฒนาการและเป็นกิจกรรมในช้ันเรียนของเดก็ กค็ ือ การวาดภาพตามเสน้ ประ และการระบายสี ซง่ึ เปน็ ประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กในหลาย ๆ ด้าน ดังน้ี 1. ฝึกความรับผดิ ชอบ การเล่นระบายสี เปน็ กจิ กรรมที่มีหลายขน้ั ตอน เรม่ิ จากการเตรยี มกระดาษ เตรยี มสมุดภาพ หรือต้อง วาดภาพตามเสน้ ประให้เรียบร้อยก่อน การเตรยี มสี การเลือกสี และการระบายสี เม่อื ทำกิจกรรมแล้ว เด็ก ต้องจัดเกบ็ อปุ กรณ์ของเล่นให้เข้าที่ เปน็ การฝึกความมีระเบียบวินยั และทำใหเ้ ด็กมีความรับผดิ ชอบ 2. ปรบั เปล่ียนพฤตกิ รรม เดก็ จะแสดงออกทางอารมณ์อย่างชัดเจน บางคนท่ีมีพฤติกรรมเอาแตใ่ จ การวาดภาพระบายสีทำให้ เดก็ ได้ผ่อนคลาย และลดความกดดนั ทางอารมณ์ ทำใหอ้ ารมณ์ดีและเปน็ เดก็ อารมณเ์ ย็น 3. ฝึกการใช้กล้ามเน้ือมือ การวาดภาพระบายสี ทำใหม้ ีการเคลอื่ นไหวของน้ิวมอื และมือ จากการลากเส้นตามรอยประหรอื ระบายสีไปตามรปู ทรงต่างๆ เป็นการฝึกใช้กล้ามเนอ้ื มอื ใหก้ บั เด็ก 4. กระตนุ้ การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของเซลล์สมอง กล้ามเนือ้ น้วิ มือถูกควบคุมดว้ ยสมอง การใช้นิ้วมอื ทงั้ 10 ไปพรอ้ ม ๆ กับการเลือกสีและระบายสี ไปตามรูปภาพ ทำใหเ้ กิดการคิด วเิ คราะห์ เป็นการกระตุน้ การเจริญเติบโตและพฒั นาเซลล์สมองของเดก็ 5. เสรมิ สร้างจินตนาการ การวาดภาพหรือระบายสี เป็นกจิ กรรมทเี่ ด็กแสดงออกอย่างอิสระ ส่งเสรมิ เด็กให้แสดงออกถึง ความรสู้ ึกนกึ คดิ จินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์

93 6. ฝกึ การทำงาน กจิ กรรมการวาดภาพและระบายสี เป็นการฝึกให้เด็กรจู้ กั การทำงานตามลำพงั และการทำงานร่วมกบั เพอื่ น ๆ ในวยั เดียวกนั 7. สร้างสัมพนั ธก์ บั คนในครอบครวั การเล่นระบายสี ยงั เปน็ กิจกรรมทีพ่ ่อแมห่ รือพ่นี ้องเขา้ มามีส่วนรว่ มกบั เดก็ ได้ ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทด่ี ี กับพ่อแม่และคนในครอบครวั

94 ใบงานที่ 3 เรอื่ ง ประโยชนจ์ ากการวาดภาพระบายสขี องเดก็ ช่ือ – สกลุ .....................................................................................ระดับช้นั .......................... คำชีแ้ จง : ให้ผเู้ รียนตอบคำถามต่อไปน้ี 1. ประโยชนจ์ ากการวาดภาพระบายสขี องเดก็ มีอะไรบ้าง จงอธิบายโดยละเอยี ด ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................. ........................................................................................................ ........ 2. จงอธิบายประโยชนจ์ ากการฝึกการรับผิดชอบ ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................. ........................................................................................................ ........

95 ใบงานท่ี 4 (หลังเรียน) เร่อื ง กิจกรรมเสริมสรา้ งจินตนาการระบายสี ชอื่ – สกลุ .....................................................................................ระดับชน้ั .......................... คำชแ้ี จง : ให้ผู้เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ให้ผูร้ บั บริการบอกประโยชน์ตอ่ พฒั นาการการวาดภาพระบายสี ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. ให้ผูร้ ับบรกิ ารบอกความรู้เบอื้ งต้นเกยี่ วกบั การวาดภาพระบายสี ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ให้ผู้รบั บริการบอกเทคนิคการระบายสเี พื่อเสริมสรา้ งพัฒนาการมีกี่ดา้ น อะไรบา้ ง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................

96 เฉลยใบงานท่ี 4 (หลงั เรยี น) เรอ่ื ง เสริมสร้างจินตนาการระบายสี ชื่อ – สกลุ .....................................................................................ระดับช้ัน.......................... คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ให้ผู้รับบรกิ ารบอกประโยชนต์ ่อพัฒนาการการวาดภาพระบายสี 1. ฝึกความรับผิดชอบ 2. ปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม 3. ฝึกการใชก้ ลา้ มเนอ้ื มือ 4. กระตุ้นการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของเซลลส์ มอง 5. เสรมิ สรา้ งจินตนาการ 6. ฝึกการทำงาน 7. สรา้ งสัมพนั ธ์กับคนในครอบครวั 2. ให้ผู้รบั บรกิ ารบอกความรู้เบือ้ งตน้ เกีย่ วกบั การวาดภาพระบายสี องค์ประกอบพื้นฐานการเขียนภาพระบายสี ประกอบไปด้วย เส้น รูปร่างรูปทรง ขนาดสัดส่วน การจัดภาพ การลงน้ำหนัก เส้นเป็นพื้นฐานของศิลปะทุกแขนงโดยเฉพาะจิตรกรรม ถึงกับมีผู้กล่าวว่า \"ถ้าใครมีพื้นฐานทางงานวาดเส้นมาดีจะทำงาน งานจิตรกรรมหรือการเขียนภาพระบายสีได้ดีไปด้วย\" ลักษณะของเส้นมีหลายลักษณะ คือ ความหมายในตัวเอง แสดงลักษณะ 2 มิติ แสดงลักษณะ 3 มิติ แสดงค่าน้ำหนัก แสดงลักษณะของแสงเงา ขนาดของเส้น หนา บาง ใหญ่ หรือเล็กนั้นขึ้นอยู่ท่ี ตำแหน่งของปลายดินสอ และการพลิกเลื่อนหามุมที่ปลายดินสอ การเขียนเส้นมี 2 ลักษณะ คือ ใช้ เครือ่ งมอื ช่วยเขียน และใช้มอื เขียน การควบคมุ นำ้ หนักมือหากเน้นน้ำหนกั มือลงปลายดินสอ เส้นท่ีปราก กฎก็จะมีน้ำหนักเข้ม เส้นหนา และเมื่อต้องการเขียนเส้นร่าง ซึ่งเป็นเส้นที่มีน้ำหนักอ่อนจาง ก็จะใช้วิธี ผ่อนน้ำหนักมอื จากการจบั ดินสอ 3. ให้ผรู้ บั บริการบอกเทคนิคการระบายสเี พือ่ เสริมสร้างพัฒนาการมกี ่ีด้าน อะไรบา้ ง มี 8 ด้าน ดังนี้ 1. พัฒนาการด้านร่างกาย 2. พฒั นาการด้านสมอง 3. พัฒนาการด้านประสาทสมั ผัส 4. พฒั นาการด้านความคิด การเรยี นรู้ 5. พฒั นาการดา้ นการพูด สื่อสาร 6. พัฒนาการดา้ นอารมณ์ 7. พัฒนาการดา้ นสังคม 8. พัฒนาการของเดก็

97 แบบทดสอบหลังเรยี น เร่อื ง การเรียนรู้ตลอดชีวติ กิจกรรมเสรมิ สรา้ งจินตนาการระบายสี คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครอ่ื งหมาย กากบาท ( × ) ทับตัวอกั ษร ก ข ค หรอื ง ท่ีถูกต้องทีส่ ดุ เพียงคำตอบ เดียว 1. ภาพวาดระบายสที ี่มีเสน้ ขดก้นหอยเปน็ สว่ นประกอบหลกั ของภาพ ให้ความรสู้ ึกอยา่ งไร ก. วกวน ข. ยงุ่ เหยงิ ค. ไม่มั่นคง ง. ไมเ่ ป็นระเบยี บ 2. สชี นิดใดใชแ้ ล้วตอ้ งรีบปิดฝาทนั ที ก. สนี ำ้ ข. สไี ม้ ค. สีเมจกิ ง. สโี ปสเตอร์ 3. ขอ้ ใดคือประโยชน์จากการวาดภาพระบายสีของเด็ก ก. ฝึกความรับผิดชอบ ข. ปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรม ค. ฝกึ การใชก้ ล้ามเน้ือมอื ง. ถูกทุกข้อ 4. ดินสอมกี ารใชง้ านในการวาดภาพระบายสีอยา่ งไร ก. ลบภาพ ข. ร่างภาพ ค. ระบายสี ง. วดั ขนาด 5. ขอ้ ความใดหมายถึง การวาดภาพระบายสี ก. การมัดย้อมสี ข. การแกะสลักเป็นลวดลาย ค. การขูด ขีด เขียน ระบายสี ง. การพมิ พภ์ าพดว้ ยสชี นดิ ตา่ งๆ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook