Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เศรษฐกิจพอเพียง ทช11001 ประถม

เศรษฐกิจพอเพียง ทช11001 ประถม

Description: เศรษฐกิจพอเพียง ทช11001 ประถม

Search

Read the Text Version

หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดาํ เนินชีวิต รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง (ทช11001) ระดับประถมศกึ ษา (ฉบับปรับปรงุ 2560) หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 หามจาํ หนาย หนังสือเรยี นเลมนี้ จัดพมิ พด วยเงินงบประมาณแผน ดนิ เพอ่ื การศึกษาตลอดชวี ติ สาํ หรบั ประชาชน ลขิ สิทธิ์เปนของ สํานักงาน กศน. สํานกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ สํานกั งานสง เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั สาํ นักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธิการ

หนงั สือเรยี นสาระทกั ษะการดําเนนิ ชีวิต รายวิชา เศรษฐกิจพอเพยี ง (ทช11001) ระดบั ประถมศกึ ษา ฉบับปรบั ปรุง 2560 ลิขสทิ ธิเ์ ปน ของ สํานกั งาน กศน. สาํ นกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร เอกสารทางวชิ าการลาํ ดับท่ี 18/2555

คาํ นํา กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 เมือ่ วันท่ี 18 กนั ยายน พ.ศ. 2551 แทนหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารจัดการศกึ ษานอกโรงเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ซึ่งเปนหลักสูตรท่ีพัฒนาขึ้นตามหลักปรัชญาและ ความเชอ่ื พนื้ ฐานในการจดั การศกึ ษานอกโรงเรยี นทีม่ กี ลมุ เปา หมายเปน ผใู หญมกี ารเรียนรูและสง่ั สมความรู และประสบการณอยา งตอเนอ่ื ง ในปง บประมาณ 2554 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดกําหนดแผนยุทธศาสตรในการขับเคลื่อนนโยบาย ทางการศกึ ษาเพอ่ื เพ่มิ ศกั ยภาพและขีดความสามารถในการแขงขันใหประชาชนไดมีอาชีพท่ีสามารถสราง รายไดท่ีม่ังค่ังและม่ันคง เปนบุคลากรที่มีวินัย เปยมไปดวยคุณธรรมและจริยธรรม และมีจิตสํานึก รับผิดชอบตอตนเองและผอู ื่น สํานักงาน กศน. จึงไดพ จิ ารณาทบทวนหลกั การ จุดหมาย มาตรฐาน ผลการ เรียนรูที่คาดหวัง และเน้ือหาสาระ ท้ัง 5 กลุมสาระการเรียนรู ของหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ใหมีความสอดคลองตอบสนองนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสงผลใหตองปรับปรุงหนังสือเรียน โดยการเพิ่มและสอดแทรกเนื้อหาสาระเกี่ยวกับอาชีพ คุณธรรม จริยธรรมและการเตรียมพรอมเพื่อเขาสูประชาคมอาเซียน ในรายวิชาท่ีมีความเก่ียวของสัมพันธกัน แตยังคงหลักการและวิธีการเดิมในการพัฒนาหนังสือที่ใหผูเรียนศึกษาคนควาความรูดวยตนเอง ปฏิบัติ กจิ กรรม ทําแบบฝกหัด เพื่อทดสอบความรูความเขาใจ มีการอภิปรายแลกเปลยี่ นเรยี นรูกบั กลุม หรือศกึ ษา เพม่ิ เตมิ จากภูมปิ ญญาทอ งถน่ิ แหลง การเรยี นรูและสอ่ื อ่นื การปรบั ปรงุ หนังสือเรียนในครัง้ น้ี ไดร บั ความรว มมอื อยางดยี ง่ิ จากผทู รงคณุ วฒุ ใิ นแตละสาขาวิชา และผูเกี่ยวของในการจัดการเรยี นการสอนทศี่ กึ ษาคนควา รวบรวมขอ มูลองคความรจู ากสือ่ ตา ง ๆ มาเรียบ เรยี งเน้ือหาใหค รบถวนสอดคลอ งกบั มาตรฐาน ผลการเรยี นรูท ีค่ าดหวงั ตัวช้ีวดั และกรอบเน้ือหาสาระของ รายวชิ า สาํ นักงาน กศน.ขอขอบคุณผูมีสว นเกี่ยวของทุกทานไว ณ โอกาสนี้ และหวังวาหนังสือเรียนชุดน้ี จะเปน ประโยชนแ กผ ูเรยี น ครู ผูสอน และผเู กยี่ วของในทกุ ระดบั หากมขี อ เสนอแนะประการใด สํานักงาน กศน.ขอนอ มรบั ดวยความขอบคุณยงิ่

สารบัญ หนา คาํ นํา 1 คาํ แนะนาํ ในการใชห นงั สือเรียน 8 โครงสรางรายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง 14 บทท่ี 1 เศรษฐกจิ พอเพียง รากฐานการดาํ เนินชวี ติ ของคนไทย 25 บทที่ 2 ปฏิบตั ติ นดี มคี วามพอเพียง 35 บทที่ 3 รใู ช รจู าย บทท่ี 4 ชีวติ สดใส พอใจเศรษฐกจิ พอเพยี ง บทที่ 5 การประกอบอาชพี ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพ่ือใหเกดิ ความม่ันคง มัง่ ค่ังและยั่งยืน แบบทดสอบหลังเรียน บรรณานุกรม คณะผูจัดทํา

คําแนะนาํ ในการใชหนังสอื เรียน หนังสือเรียนสาระทักษะการดําเนินชีวิต รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ระดับประถมศึกษา เปน หนังสอื เรยี นทจี่ ัดทําขนึ้ สาํ หรบั ผเู รียนทเ่ี ปนนกั ศกึ ษานอกระบบ ในการศกึ ษาหนังสอื เรียนสาระทักษะการดําเนินชีวิต รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง ผูเรียนควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ศึกษาโครงสรา งรายวิชาใหเ ขา ใจในหัวขอ สาระสําคัญ ผลการเรียนรูที่คาดหวังและขอบขา ย เน้อื หา 2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของแตล ะบทอยา งละเอียดและทํากิจกรรมตามท่ีกําหนดแลว ตรวจสอบกบั แนวตอบกิจกรรมทก่ี ําหนด ถา ผูเรียนตอบผิดควรกลับไปศึกษาและทําความเขาใจในเน้ือหา น้ันใหมใหเ ขา ใจกอ นที่จะศึกษาเรอ่ื งตอ ไป 3. ปฏิบตั กิ ิจกรรมทา ยเรอ่ื งของแตละเรอื่ ง เพื่อเปน การสรุปความรู ความเขาใจของเนือ้ หาในเรื่อง นั้น ๆ อีกครง้ั และการปฏบิ ตั ิกิจกรรมของแตละเน้ือหาแตละเรอื่ ง ผเู รียนสามารถนําไปตรวจสอบกบั ครแู ละ เพือ่ น ๆ ทรี่ วมเรียนในรายวิชาและระดบั เดียวกนั ได 4. หนงั สอื เรียนเลม นีม้ ี 5 บทคือ บทท่ี 1 เศรษฐกจิ พอเพยี ง รากฐานการดําเนินชีวติ ของคนไทย บทที่ 2 ปฏบิ ัติตนดี มคี วามพอเพยี ง บทที่ 3 รูใช รูจาย บทที่ 4 ชวี ิตสดใส พอใจเศรษฐกิจพอเพียง บทท่ี 5 การประกอบอาชีพตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เพือ่ ใหเกิดความม่นั คง มัง่ ค่งั และยั่งยนื

โครงสรางรายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง ระดบั ประถมศึกษา (ทช11001) สาระสาํ คัญ เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน ปรัชญาทพ่ี ระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช (รชั กาลท9ี่ ) ทรงพระราชดาํ รัสชแี้ นะแนวทางการดํารงอยแู ละการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับใหด ําเนินชีวิตไป ในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพ่ือใหก า วทันตอโลกยุคโลกาภิวัตน ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปนที่จะตอ งมีระบบภูมิคุม กันในตัวที่ดี พอสมควรตอผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลย่ี นแปลงทั้งภายนอกและภายใน ท้ังน้ี จะตอ งอาศัยความ รอบรู ความรอบคอบและความระมัดระวังอยางย่ิงในการนําวิชาการตา ง ๆ มาใชใ นการวางแผนและ ดาํ เนินการทุกขัน้ ตอน และขณะเดยี วกนั จะตองเสริมสรา งพน้ื ฐานจิตใจของคนในชาตใิ หม ีสํานึกในคณุ ธรรม ความซือ่ สัตยสจุ รติ และใหม คี วามรอบรูท ีเ่ หมาะสมดําเนนิ ชีวิตดวยความอดทน ความเพียร มสี ตปิ ญญาและ ความรอบคอบ เพ่อื ใหส มดลุ และพรอ มตอการรองรับการเปล่ยี นแปลงอยางรวดเรว็ และกวางขวาง ท้ังดาน วัตถุ สังคม สงิ่ แวดลอมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเปน อยา งดี ผลการเรยี นรูทคี่ าดหวงั 1. อธบิ ายแนวคิด หลกั การ ความหมาย ความสาํ คญั ของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได 2. บอกแนวทางในการนําปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยกุ ตใชในการดาํ เนินชีวติ 3. เหน็ คณุ คา และปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4. แนะนํา สงเสริมใหส มาชกิ ในครอบครัวเหน็ คุณคา และนาํ ไปปฏิบตั ใิ นการดาํ เนนิ ชวี ิต 5. บอกแนวทางและสามารถเริ่มตน ประกอบอาชพี ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได ขอบขา ยเนอื้ หา บทที่ 1 เศรษฐกจิ พอเพยี ง รากฐานการดาํ เนนิ ชีวติ ของคนไทย บทที่ 2 ปฏบิ ัติตนดี มคี วามพอเพยี ง บทที่ 3 รใู ช รูจา ย บทท่ี 4 ชีวติ สดใส พอใจเศรษฐกิจพอเพยี ง บทที่ 5 การประกอบอาชพี ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพอื่ ใหเ กิดความม่นั คง มัง่ ค่งั และยั่งยืน

1 บทท่ี 1 เศรษฐกจิ พอเพียงรากฐานการดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนไทย สาระสําคญั เศรษฐกิจพอเพียงเปน ปรัชญาท่พี ระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช (รชั กาลท่ี9) ทรงมีพระราชดาํ รสั ช้แี นะทางการดําเนินชีวิตแกพ สกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดระยะเวลานานกวา 30 ป ตัง้ แตก อ นเกดิ วกิ ฤตการณท างเศรษฐกจิ ในป พ.ศ. 2540 ประเทศไทยประสบกบั ภาวะวกิ ฤติเศรษฐกิจนบั วาเปนบทเรียนสําคัญท่ีทําใหป ระชาชนเขาใจถึงผลการพัฒนา ซ่ึงใชเปน แนวทางการดําเนินชีวิตที่อยูบน พืน้ ฐานของทางสายกลางและความไมป ระมาท คาํ นึงถึงความพอประมาณ การมีเหตุผล การสรางภมู คิ มุ กนั ทด่ี ีตอตนเองตลอดจนใชค วามรูและคณุ ธรรมเปนพนื้ ฐานในการดาํ รงชีวิต ท่ีสําคัญจะตองมีสติปญญาและ ความขยนั หม่ันเพียร ซง่ึ จะนาํ ไปสูความสขุ ในการดาํ เนนิ ชวี ิตอยา งแทจริง ผลการเรยี นรูท ี่คาดหวัง อธบิ ายแนวคิด หลักการ ความหมาย ความสาํ คญั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได ขอบขายเนื้อหา เรื่องที่ 1 ความเปนมา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เรอ่ื งท่ี 2 ความหมาย ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เร่อื งท่ี 3 หลกั แนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เรอื่ งท่ี 4 ความสาํ คญั ของเศรษฐกจิ พอเพียง

2 เรื่องที่ 1 ความเปน มาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปน แนวทางการดาํ เนินชีวิตและวิถีปฏบิ ัติทพ่ี ระบาทสมเด็จพระ ปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช (รชั กาลที9่ ) ทรงมีพระราชดํารัสชี้แนะแกพ สกนิกรชาวไทยมานานกวา 30 ป ดงั จะเห็นไดวา ปรากฏความหมายเปนเชิงนัยเปนคร้ังแรกในพระบรมราโชวาทและพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9) ในป พ.ศ. 2517 ท่ีพระองคไดท รงเนนย้ํา แนวทางการพฒั นาบนหลักแนวคิดทีพ่ ง่ึ ตนเอง เพ่ือใหเ กิดความพอมี พอกิน พอใชข องคนสวนใหญ โดยใช หลักความพอประมาณ การคํานึงถึงการมีเหตุผล การสรางภูมิคุมกัน ท่ีดีในตัวเอง และทรงเตือนสติ ประชาชนคนไทยไมใหประมาท ตระหนกั ถึงการพัฒนาอยา งเปน ขนั้ เปนตอนที่ถกู ตอ งตามหลกั วิชา และการ มคี ุณธรรมเปน กรอบในการปฏิบัตแิ ละการดาํ รงชีวิต ในชว งทปี่ ระเทศไทยประสบกับภาวะวกิ ฤตเิ ศรษฐกิจในป พ.ศ. 2540 นับเปน บทเรียนสําคัญท่ีทํา ใหประชาชนเขาใจถงึ ผลจากการพฒั นาทไ่ี มคาํ นึงถึงระดับความเหมาะสมกับศักยภาพของประเทศ พึ่งพิง ความรู เงนิ ลงทนุ จากภายนอกประเทศเปนหลัก โดยไมไดส รางความมนั่ คงและเขมแขง็ หรือสรางภมู ิคมุ กัน ท่ดี ีภายในประเทศ ใหสามารถพรอมรบั ความเส่ียงจากความผันผวนของปจ จัยภายในและภายนอกจนเกิด วกิ ฤตการณท างเศรษฐกจิ ครง้ั ใหญสง ผลกระทบอยา งรุนแรงตอสงั คมไทย รฐั บาลตระหนกั ถงึ ความสําคญั ใน การแกไขปญ หาดังกลา วใหเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในสังคมไทยอยา งเปน ระบบดวยการกําหนดนโยบาย ดานการศกึ ษา โดยนาํ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเปน แนวทางในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศกึ ษาทกุ ระดับ ใชคุณธรรมเปนพ้นื ฐานของกระบวนการเรยี นรูท ่เี ชือ่ มโยงความรว มมือระหวา งสถาบัน การศึกษา สถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา ใหมีสวนรว มในการจัดการศึกษาเพื่อใหผูเ รียนเกิด ทกั ษะความรู ทักษะและเจตคติ สามารถนาํ ไปประยุกตใ ชในชวี ิตประจาํ วนั ไดอ ยา งสมดลุ และยง่ั ยนื เรื่องท่ี 2 ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกจิ พอเพียง คอื อะไร เศรษฐกจิ พอเพียง เปนปรัชญาช้ถี งึ แนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแตค รอบครัว ระดบั ชุมชนจนถงึ ระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและการบริหารประเทศใหดําเนินไปในทาง สายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพ่ือใหกา วทันตอ ยุคโลกาภิวัตนค วามพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปน ที่ตอ งมีระบบคุมกันในตัวท่ีดีพอสมควรตอการมี ผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปล่ียนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ท้ังนี้ จะตอ งอาศัยความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวังอยา งยงิ่ ในการนาํ วชิ าการตาง ๆ มาใชใ นการวางแผน

3 และการดาํ เนนิ การทกุ ขน้ั ตอนและขณะเดียวกัน จะตอ งเสริมสรา งพ้นื ฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะ เจา หนา ท่ีของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับใหมีสํานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริตและ ใหม ีความรอบรูที่เหมาะสม ดําเนินชีวิตดว ยความอดทน มีความเพียรพยายาม มีสติปญญา และความ รอบคอบ เพื่อใหส มดุลและพรอมตอการรองรับความเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว และกวางขวาง ทั้งทางดา นวตั ถุ สงั คม ส่งิ แวดลอ ม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดเปนอยางดี ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปนที่ตองมี ระบบภูมคิ ุม กันในตัวท่ีดีพอสมควรตอการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงท้ังภายนอก และภายใน ท้ังน้ีจะตอ งอาศัยความรอบรู ความรอบคอบและความระมัดระวังอยา งยิ่งในการนํา วิชาการตา ง ๆ มาใชใ นการวางแผน และการดําเนินการทุกข้ันตอน และขณะเดียวกันจะตอ ง เสริมสรางพ้ืนฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจาหนาท่ีของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจ ในทุกระดบั ใหม ีสาํ นึกในคุณธรรม ความซ่ือสัตยส ุจริต และใหมีความรอบรูท ่ีเหมาะสม ดําเนินชีวิต ดว ยความอดทน ความเพียร มีสติปญ ญา และความรอบคอบ เพื่อใหส มดุลและพรอ มตอ การรองรับการเปล่ียนแปลงอยา งรวดเร็วและกวา งขวาง ทั้งทางดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอม และ วัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเปนอยา งดี เรอื่ งที่ 3 หลักแนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียง เปน ปรัชญาช้ีแนะแนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติตนในทางท่ีควรจะเปน โดยมีพื้นฐานมาจาก วิถชี ีวติ ดัง้ เดมิ ของสังคมไทย สามารถนาํ มาประยุกตใ ชไ ดต ลอดเวลา และเปน การมองโลกเชิงในระบบท่ีมี การเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา มุง เนนการรอดพน จากภัย และวิกฤติ เพ่ือความมั่นคงและความย่ังยืน ของการพัฒนา

4 คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนํามาประยุกตใชก ับการปฏิบัติตนไดในทุกระดับ โดยเนน การปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาตนอยางเปนขน้ั ตอน แผนภาพแสดงแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียง ความพอเพยี งจะตอ งประกอบดว ย 3 หวง 2 เงื่อนไข ดงั นี้ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดที ี่ไมนอ ยเกินไปและไมมากเกินไปโดยไมเบียดเบยี นตนเอง และผอู ่ืน เชน การผลติ และการบริโภคทอ่ี ยใู นระดับพอประมาณ

5 ความมีเหตผุ ล หมายถงึ การตัดสินใจเกยี่ วกับระดับของความพอเพียงน้ัน จะตอ งเปนไปอยา งมี เหตผุ ลโดยพิจารณาจากเหตุปจ จยั ทเ่ี กีย่ วของตลอดจนคาํ นึงถึงผลท่ีคาดวาจะเกิดข้ึนจากการกระทําน้ัน ๆ อยางรอบคอบ การมีภูมิคุม กันท่ีดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวใหพ รอมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลง ดานตา ง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคํานึงถึงความเปน ไปไดของสถานการณตาง ๆ ท่ีคาดวาจะเกิดข้ึนในอนาคต ท้ังใกลแ ละไกล เงอ่ื นไข การตดั สนิ ใจและการดาํ เนนิ กิจกรรมตา ง ๆ ใหอ ยูในระดับพอเพียงน้ัน ตอ งอาศัยท้ังความรู และ คุณธรรมเปน พนื้ ฐาน กลาวคือ  เงือ่ นไขความรู ประกอบดวย ความรอบรูเกี่ยวกับวิชาการตาง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ งอยางรอบดา น ความรอบคอบที่จะนําความรูเ หลา น้ันมาพิจารณาใหเ ชื่องโยงกัน เพ่ือประกอบการวางแผน และ ความระมดั ระวังในขัน้ ปฏบิ ตั ิ  เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะตองเสรมิ สรา งประกอบดวย มีความตระหนกั ในคณุ ธรรม มคี วามซื่อสตั ย สจุ ริตและมีความอดทน มคี วามเพียร ใชส ตปิ ญญาในการดําเนินชีวติ เร่อื งท่ี 4 ความสาํ คัญของเศรษฐกจิ พอเพียง ความสาํ คัญของเศรษฐกิจพอเพยี งที่สง ผลตอ ประชาชน ดงั นี้ 1. เกิดแนวคิดที่มุง เนนพึ่งพาตนเองเปน หลัก ท่มี อี ยูในตัวเอง เพ่อื นาํ มาพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต ใหเ กิด ประโยชนส งู สดุ ตอตนเอง ครอบครัว และชุมชน ซ่ึงจะทาํ ใหสามารถดาํ รงชวี ิตอยไู ดอ ยางยั่งยืน 2. ทําใหม ีความเขมแข็งในจิตใจ โดยยึดหลักการพึ่งพาตนเองเปนหลัก เม่ือพึ่งตนเองไดแ ลว ทําให จติ ใจสงบเขม แขง็ ไมวติ กกังวล 3. เกดิ ความรวมมือ ความกระตือรือรน ความสามัคคีในชมุ ชน และประเทศชาติ 4. เกดิ การมีสวนรวม คดิ วิเคราะห แกป ญ หารวมกัน 5. ทําใหมีความเปนอยู พอมี พอกนิ ลดปญ หาความยากจน

6 “เมือ่ สังคมไทยเปนสงั คมเศรษฐกิจพอเพยี ง คนไทยดํารงชวี ติ บนทางสายกลาง มสี ามหวงสําคญั คลอ งใจในการดําเนนิ ชีวติ ไดแ ก ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การมภี ูมคิ ุมกนั ในตัวที่ดี มีสองเงือ่ นไขกํากับชวี ติ อยา งเครง ครัด ไดแ ก เงื่อนไขความรูท ป่ี ระกอบดว ยรอบรู รอบคอบ ระมดั ระวัง เง่ือนไขคณุ ธรรม ซง่ึ มคี วามซอ่ื สัตยส จุ ริต อดทน เพียร มสี ติปญ ญา อยูใ นชีวิต ชีวิตมีแตค วามสุข เศรษฐกิจ สดใส สังคม อุนใจ สิ่งแวดลอม อดุ มสมบรู ณ วฒั นธรรม เขม แข็งยั่งยนื ”

7 กจิ กรรมท่ี 1 ตอบคําถามตอไปนี้ 1. จงอธบิ ายความหมายของ “เศรษฐกจิ พอเพียง” ทถี่ ูกตอ งท่ีสดุ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………... 2. หลักแนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพยี งเปนอยา งไร ? ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เศรษฐกจิ พอเพียงมีความสําคัญตอ การดําเนินชวี ติ ในปจจุบนั อยา งไร? ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ผูเรียนสามารถนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใชในเร่ืองอะไรบาง ใชวิธีการ อยางไร? ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

8 บทท่ี 2 ปฏิบัติตนดี มคี วามพอเพียง สาระสาํ คญั การปฏิบัตติ นตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดังพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิ พลอดลุ ยเดช (รชั กาลที่9) ทรงมพี ระราชดํารสั นํามาปฏิบัตติ น คือ ยึดความประหยดั ประกอบอาชีพดว ย ความถกู ตอง สจุ ริตเลกิ แกงแยง ผลประโยชน และแขงขันกนั ในทางการคา ไมห ยุดนิง่ ที่จะหาทางใหช วี ิต หลุดพนจากความทุกขยากและปฏบิ ตั ิตนในแนวทางที่ดี ลด ละสิง่ ชัว่ ใหหมดส้ินไป ผลการเรยี นรูท ่ีคาดหวัง 1. เห็นคณุ คาและปฏิบตั ิตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. บอกแนวทางในการนําปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปประยกุ ตใ ชในการดําเนนิ ชีวิตได ขอบขา ยเน้อื หา เร่ืองท่ี 1 วธิ คี ดิ วธิ ีปฏิบตั ิ วิธใี หค ณุ คาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เรือ่ งท่ี 2 การปฏิบตั ติ นตามแนวทางปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

9 เร่อื งที่ 1 วิธคี ิด วธิ ปี ฏบิ ัติ วิธใี หคุณคาตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง วิธคี ดิ การจะนําปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกตใชใ หไดผลดีในการดาํ เนนิ ชวี ติ จําเปน จะ ตอ ง เร่ิมตนจากการมีความรู ความเขา ใจท่ีถูกตอ งวาเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงอะไร และมีหลักการ สําคัญอะไรบางที่จะนําไปใชเ ปนแนวทางสูการปฏิบัติ ตลอดจนเห็นถึงประโยชนจากการที่จะนําไปใชใน ชีวติ ประจําวนั เพ่ือใหรอดพนและสามารถดํารงอยไู ดอยา งม่นั คงและยัง่ ยนื วธิ ปี ฏิบัติ หลังจากทีไ่ ดท าํ ความเขาใจอยางถูกตองแลว ก็จําเปนจะตอ งทดลองนํามาประยุกตใ ช กบั ตนเอง ทง้ั ในชีวิตประจําวนั และการดาํ เนินชวี ติ สามารถอยรู วมกับผอู นื่ ไดอ ยา งมีความสุข โดยคํานึงถึง การพ่ึงพาตนเองเปน เบื้องตน การทําอะไรที่ไมส ุดโตงไปขางใดขา งหนึ่ง การใชเ หตุผลเปนพ้ืนฐาน ในการตดั สินใจและการกระทําตา ง ๆ ตลอดจนการสรางภูมิคุม กันที่ดี เพ่ือพรอมรับตอ การเปลี่ยนแปลง จะไมท าํ อะไรทเี่ สี่ยงจนเกินไปจนทําใหตนเองหรอื คนรอบขา งเดือดรอ นในภายหลัง การใฝร ูอ ยางตอเนื่อง และใชความรดู วยความรอบคอบและระมดั ระวัง ความซ่อื สัตย ความไมโ ลภ ความรูจักพอ ความขยันหมั่น เพยี ร การไมเ บียดเบยี นกนั การรูจักแบงปนและชวยเหลือซงึ่ กันและกัน อยางไรก็ตาม การทีจ่ ะสรา งภาวะความรูความเขาใจทถ่ี กู ตอ งอยา งลึกซงึ้ เก่ียวกับเศรษฐกจิ พอเพียง เพือ่ ใหส ามารถนําไปประยุกตใ ชไดน ั้น จาํ เปน ท่ีจะตอ งเรยี นรูดว ยตนเองหรือรว มกบั ผอู น่ื วิธีการใหคณุ คา การเรยี นรูจากการปฏิบตั ิ การแลกเปล่ียนขอคิดเห็นและประสบการณระหวา ง ผูท ี่มีความสนใจรวมกันจะทําใหส ามารถตระหนักถึงประโยชนแ ละความสุขที่จะไดรับ จากการนําหลัก เศรษฐกิจพอเพียงไปใช แลว เกิดการปรับเปล่ียนความคิดเห็นและนอมนําเอาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชใน การดําเนินชวี ิตตอ ไป จิตสํานึกที่ตระหนักถึงความสุขที่เกิดจากความพอใจในการใชชีวิตอยางพอดีและรูจ ักระดับ ความพอเพียงจะนําไปสูการประกอบสัมมาอาชพี หาเลีย้ งตนเองอยางถูกตอง ไมใ หอ ดอยากจนเบียดเบียน ตนเอง หรอื ไมเกิดความโลภจนเบียดเบยี นผอู ื่น แตมีความพอเพียงท่ีจะคิดเผ่ือแผแบงปน ไปยังคนอ่ืน ๆ ในชมุ ชนหรอื องคกรและสงั คมได อยางไรก็ตาม ระดบั ความพอเพยี งของแตล ะคนจะไมเทากนั หรือความพอเพยี งของคนคนเดยี วกนั แตตา งเวลาก็อาจเปลี่ยนแปลงไปได แลว แตเง่ือนไขภายในและภายนอก ตลอดจนสภาพแวดลอ มที่มี ผลตอ ความพอเพยี ง

10 เรื่องท่ี 2 การปฏบิ ัตติ นตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ในฐานะทีเ่ ปนพสกนิกรชาวไทย จึงควรนอ มนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช (รชั กาลที่9) ทรงมีพระราชดาํ รัสมาประพฤติปฏิบตั ิตน ดงั นี*้ 1. ยึดความประหยัด ตัดทอนคา ใชจ า ยในทุกดาน ลดละความฟุม เฟอ ยในการดํารงชีวิตอยา ง จริงจงั ดังกระแสพระราชดาํ รัส ความวา “ ...ความเปนอยูทีต่ อ งไมฟ มุ เฟอ ย ตอ งประหยดั ไปในทางทีถ่ ูกตอง...” 2. ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความถูกตอ งสุจริต แมจ ะตกอยูในภาวะขาดแคลนใน การดาํ รงชีวิตกต็ าม ดงั กระแสพระราชดาํ รสั ความวา “...ความเจริญของคนทั้งหลายยอ มเกิดจากการประพฤติชอบและการหาเล้ียงชีพชอบเปน หลักสาํ คญั ...” 3. ละเลกิ การแกงแยง ผลประโยชนและแขงขนั กันในทางการคาขาย ประกอบอาชีพแบบตอสูกัน อยา งรนุ แรงดงั อดีต ดังกระแสพระราชดํารัสในเรอื่ งนี้ ความวา “...ความสุขความเจริญอันแทจ ริงน้ัน หมายถึงความสุขความเจริญท่ีบุคคลแสวงหาไดด ว ย ความเปน ธรรม ทง้ั ในเจตนาและการกระทํา ไมใ ชไดม าดวยความบังเอิญหรือดว ยการแกงแยง เบียดบังมา จากผูอ่ืน...” 4. ไมหยดุ นิ่งทีจ่ ะหาทางใหชีวิตหลุดพนจากความทกุ ขย ากครง้ั นี้ โดยตอ งขวนขวายใฝห าความรูให เกิดมีรายไดเพิ่มพูนข้ึนจนถึงข้ันพอเพียงเปน เปาหมายสําคัญ ดังกระแสพระราชดํารัสตอนหน่ึงท่ีให ความหมายชัดเจนวา “...การท่ตี อ งการใหทกุ คนพยายามทจี่ ะหาความรู และสรา งตนเองใหมั่นคงนี้ เพื่อตนเอง เพื่อจะ ใหต นเองมคี วามเปนอยทู ีก่ า วหนา ท่มี ีความสขุ พอมีพอกินเปนข้ันหนึ่ง และข้ันตอ ไปก็คือการมีเกียรติวา ยืนไดด วยตนเอง...” 5. ปฏิบัติตนในแนวทางท่ีดี ลด ละ สิ่งช่ัวใหห มดส้ินไป ทั้งดวยสังคมไทยท่ีลม สลายลงในคร้ังนี้ เพราะยังมีบุคคลจํานวนมิใชน อยท่ีดําเนินการโดยปราศจากความละอายตอแผนดิน ดังกระแสพระราช ดํารัส ความวา “... พยายามไมก อ ความชว่ั ใหเ ปนเครือ่ งทําลายตวั ทําลายผอู ่ืน พยายามลด ละ ความช่ัวที่ตัวเอง มอี ยู พยายามกอ ความดใี หแ กต วั อยูเ สมอ พยายามรักษาและเพ่ิมพูนความดีท่ีมีอยูน ั้นใหง อกงามสมบูรณ ขน้ึ ...” ----------------------------------- * จากหนังสอื เศรษฐกจิ พอเพยี ง สาํ นักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพือ่ ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ หนา 27 พิมพค รัง้ ท่ี 3 กรกฎาคม 2548

11 หลักของความพอประมาณ (พอ ดี) 5 ประการ (จากขอ สรุปของสภาพฒั น) 1. พอดีดา นจติ ใจ เขมแขง็ มีจิตสาํ นึกทดี่ ี เออ้ื อาทร ประนปี ระนอมนึกถึงประโยชนส ว นรวม 2. พอดีดา นสังคม ชว ยเหลอื เกอ้ื กลู รูจกั สามัคคี สรา งความเขมแข็งใหครอบครัว และชมุ ชน 3. พอดีดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รูจ ักใชแ ละจัดการอยางฉลาด และรอบคอบ เกดิ ความยั่งยืนสูงสุด 4. พอดีดา นเทคโนโลยี รูจ กั ใชเทคโนโลยีทเี่ หมาะสมและสอดคลอ งตอ ความตองการเปน ประโยชน สภาพแวดลอ มและเกดิ ประโยชนต อสวนรวมและพัฒนาจากภูมิปญ ญาชาวบานกอ น 5. พอดีดานเศรษฐกิจ เพ่ิมรายได ลดรายจา ย ดํารงชีวิตอยางพอควรพออยู พอกิน สมควรตาม อตั ภาพและฐานะของตน หลกั ของความมเี หตุผล 1. ยึดความประหยดั ตดั ทอนคา ใชจายในทกุ ดา น ลดความฟมุ เฟอ ยในการดํารงชีวติ 2. ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความถูกตอ งสุจริต แมจ ะตกอยูใ นภาวะขาดแคลน ในการดํารงชีวิต 3. ละเลิกการแกงแยง ผลประโยชน และแขง ขันในทางการคา ขายประกอบอาชีพ แบบตอสูก ัน อยางรนุ แรง 4. ไมห ยดุ นิ่งท่จี ะหาทางในชวี ติ ใหหลดุ พนจากความทกุ ขยาก 5. ปฏิบตั ิตนในแนวทางที่ดี ลด เลิก สงิ่ ยั่วยุกิเลสใหห มดส้นิ ไป ไมกอความช่วั ใหเปนเครื่องทําลาย ตัวเอง ทาํ ลายผอู ืน่ หลกั ของการมีภมู ิคุมกัน 1. มีความรู รอบคอบ และระมดั ระวัง 2. มคี ณุ ธรรม ซื่อสัตยสุจรติ ขยนั อดทนและแบง ปน การปฏบิ ตั ิตนตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงเปน แบบอยา งและแนวทางใหบ ุคคล ครอบครัว ชุมชน นํามาประ ยุกตใ ชใ นการดาํ รงชวี ติ ดงั นี้ 1. ยึดหลักความประหยัด ไมใชจ ายฟุมเฟอย ใชในส่ิงทจ่ี าํ เปน และรูจักเกบ็ ออมไวใชในอนาคต 2. ยึดหลักความซื่อสตั ยส จุ รติ ความถกู ตอ งในการประกอบอาชพี และการดําเนนิ ชีวิตไมเ ห็นแกต ัว 3. ยึดหลักความไมแ กง แยงชิงดีกัน รูจักการพึ่งพากัน ไมเอารัดเอาเปรียบและแขง ขัน โดยใชว ธิ รี ุนแรง

12 4. ยึดหลักการใฝรูใฝเรียน หมั่นศึกษาหาความรู ใชส ติปญญาในการดําเนินชีวิตการประกอบ อาชพี เพือ่ ใหม รี ายไดไ วใชจ า ย โดยยดึ ความพอเพยี งเปน หลัก 5. ยดึ หลกั การทําความดี ลด ละ ความช่ัวและส่ิงอบายมุขทั้งปวง เพื่อใหต นเอง ครอบครัว และ สงั คม อยูอยางเปน สุข กจิ กรรมท่ี 2 หลังจากผูเรยี นไดเ รียนรหู ลักการเศรษฐกจิ พอเพียงจนมีความรู ความเขาใจ ยอมรบั และตัดสินใจลงมือ ปฏิบัติ ประยุกตใชในการดําเนินชีวิต และประกอบอาชีพของตนเองน้ัน ผูเรียนมีแนวทางสามารถนํามา ปฏบิ ตั ิกบั ตวั เอง ครอบครวั อยางไร? เน้อื หา แนวทางปฏบิ ตั ิ 1.พอประมาณ ในการดาํ เนินชีวิต เชน (การช้ือสนิ คา การใชเงิน) 2.ความมเี หตุผล .................................................................................................................................... 3.มีภูมิคุม กนั ทีด่ ี .................................................................................................................................... ในการประกอบอาชพี เชน (การลงทนุ การแปรรูป) .................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ในการดําเนินชีวิต เชน (การตัดสนิ ใจชือ้ สนิ คา การใชเงิน) .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ในการประกอบอาชพี เชน (การตดั สินใจลงทุน) .................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ในการดําเนนิ ชวี ติ เชน (การสาํ รองของใช การปอ งกนั อบุ ตั ภิ ยั ) .................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ในการประกอบอาชพี เชน (การสาํ รองเงินลงทุน การสํารองสนิ คา) .................................................................................................................................... .....................................................................................................................................

13 เนอื้ หา แนวทางปฏิบัติ 4.เงอื่ นไขความรู รอบรู เชน (ความรูเรอ่ื งอาชพี นนั้ ๆ) 5.เง่อื นไขคณุ ธรรม ......................................................................................................................................... รอบคอบ เชน (รอบคอบในการใช).................................................................................. ........................................................................................................................................ ระมดั ระวงั เชน (การทาํ บัญช)ี ......................................................................................... ซ่ือสตั ย เชน (ใชวตั ถุดบิ ท่ไี มม ีสารพษิ ปนเปอ น) …………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………….………………………… อดทน เชน (อดทนในการดาํ เนินการ)………………………………………..………………………….. แบง ปน เชน (มคี วามเอ้ือเฟอ เผอื่ แผ) ...............................................................................

14 บทที่ 3 รใู ช รูจาย สาระสําคัญ เมอื่ เราประกอบอาชพี มรี ายได การนําเงินไปใชจายส่ิงใดตอ งจดทุกอยา ง ทุกคร้ังท่ีจายออกไป การบันทึกรายรับ รายจา ยเปนหลักฐาน แสดงแหลงที่มาของรายได รายจา ยและเงินออม อีกท้ังเปน การเตอื นตนเองและครอบครวั วา ในแตละเดอื นมีคา ใชจ า ยอะไรบางที่ไมจ ําเปน รายการใดสามารถตัดท้ิง ไปไดในเดอื นตอไป ครอบครวั ควรเริม่ ตนจดรายรับ - รายจา ยจนเปนนสิ ยั ครอบครัวเราจะไดไ มยากจน ผลการเรยี นรูท ี่คาดหวัง 1. วางแผนการใชจ ายของตนเองและครอบครวั ได 2. วิเคราะหส ภาพรายรบั - รายจา ยของครอบครัวได 3. บันทกึ รายรับ - รายจา ยของตนเองและครอบครวั ได 4. อธบิ ายวธิ ีการลดรายจายและเพ่มิ รายได 5. อธิบายวธิ ีการออมเงินได ขอบขา ยเนอื้ หา เรื่องที่ 1 การวางแผนการใชจา ยของตนเองและครอบครัว เร่ืองท่ี 2 การบันทึกรายรบั - รายจายของตนเองและครอบครัว เรอ่ื งท่ี 3 การลดรายจา ยและเพิม่ รายไดในครัวเรอื น เรื่องที่ 4 การออม

15 เรื่องที่ 1 การวางแผนการใชจ ายของตนเองและครอบครัว กอนทจี่ ะใชจายเงิน เราควรจดั สรรเงินทมี่ ีอยใู หต รงกับความตอ งการ โดยการวางแผนการใชจ าย เงนิ ไวก อ น การวางแผนการใชจ ายเงนิ หมายถงึ การท่บี คุ คลจดั สรรรายรบั - รายจาย ของตนเอง ซ่งึ มแี นวทาง ในการปฏบิ ัติ ดังน้ี 1. การหารายได ทุกคนตอ งประกอบอาชีพ เพื่อใหมีรายไดประจาํ และหากมีเวลาวางควรหารายได เสรมิ เพอ่ื จะไดมีรายไดพ อกบั การใชจา ยในการดํารงชีพ 2. การใชจ ายใหพ ิจารณาใชจ า ยในส่ิงท่ีจําเปน จริง ๆ เชน ใชจ า ยเปนคา อาหาร เคร่ืองนุง หม ที่อยูอาศัย ยารักษาโรค โดยคํานึงถึงคุณคาของส่ิงท่ีซ้ือวามีคุณภาพและคุม คาเงิน ไมใชซ ้ือเพราะ คําโฆษณาชวนเชอ่ื การประหยดั ควรรูจักเก็บออมเงินไวใชจายเม่ือคราวจําเปน เชน เม่ือเจ็บปว ย โดยวางแผนใหมี รายจา ยนอ ยกวา รายไดมากท่ีสุดก็จะมีเงินเก็บ เครื่องใชท่ีชํารุดเสียหาย ควรซอมแซมใหใ ชไดอยูเ สมอ ประหยัดพลงั งานและทะนุถนอมเคร่ืองใชใหม อี ายุการใชงานไดน าน การเปน หนี้โดยไมจ ําเปน เพราะยืมเงินมาใชจ ายสุรุยสุรา ย เชน การยืมเงินมาจัดงานเลี้ยง ในประเพณีตา ง ๆ จะทําใหชีวิตมีความลําบาก สรา งความเดือดรอนใหต นเองและครอบครัว แตถา หาก เปนหนี้ เพราะนาํ เงินมาลงทุนในกิจการท่ีสามารถใหผ ลคมุ คากอ็ าจจะเปนหนี้ได 3. การบันทกึ รายรบั - รายจาย เปน วธิ ีการวางแผนทส่ี ําคญั การบันทึกรายรับ - รายจาย ในชีวิต ประจําวัน เพื่อใหท ราบวา ในวันหนึ่ง สัปดาหห นึ่ง เดือนหนึ่ง เรามีรายไดจากอะไร เทา ไรและจา ยอะไร อยา งไร ควรจะวางแนวทางในการใชจายอยางไรจึงจะพอและที่เหลือสะสมไวเ ปนทุนหรือเก็บสะสมไว ใชจายในยามจําเปน การบนั ทึกรายรบั - รายจา ย จึงเปน ขอมลู หลักฐานแสดงใหเ ห็นแหลงที่มาของรายได และท่ไี ปของรายจาย ซึ่งจะนําไปสูการตงั้ เปาหมายลดรายจา ย การเพิ่มรายได และการออมตอ ไป เร่ืองที่ 2 การบันทึกรายรับ - รายจา ยของตนเองและครอบครัว เม่ือเรามีรายไดและนาํ เงนิ รายไดไ ปใชจา ยซือ้ สิ่งท่จี าํ เปน ส่ิงใดที่มีราคาสูงก็ไมจําเปนตอ งซ้ือทันที แตใหต ้ังเปาหมายไวว า จะเก็บหอมรอมริบไวจนมากพอแลวจึงซ้ือ ดังน้ันเราจึงควรวางแผนการใชจา ยไว ลว งหนาวาเราตองซอ้ื อะไร เทา ไหร เม่อื ใด เราคงเคยไดยินขาวชาวนาขายท่ีนาไดเงินเปนแสนเปน ลา น แตเมื่อเวลาผานไปไมก่ีป เขากลับ ไมเ หลือเงินเลย ตอ งไปเชาทน่ี าของคนอ่นื ทํากนิ เร่อื งดังกลาวเปนตวั อยางของบคุ คลทีไ่ มม กี ารวางแผน การใชเ งิน ดังนั้นกอ นทเ่ี ราจะใชจา ยเงนิ เราควรจดั สรรเงนิ ที่มีอยู ใหตรงกบั ความตอ งการดว ยการวางแผนไว

16 วิธีการวางแผนทส่ี าํ คัญวิธีการหน่ึง คือ การบันทึกรายรบั - รายจาย “หากอยากมีชีวิตที่ม่ังค่งั สมบรู ณ ตอ งลงมือบนั ทึกรายรับ - รายจายต้ังแตบัดน้ี” ขอควรคํานงึ ในการใชจายเงนิ และจดบนั ทกึ รายรบั รายจา ย 1. กาํ หนดความคาดหวงั และเปาหมายวา จดบนั ทกึ เพื่ออะไร 2. วางแผนรบั - จายกอ นใชเ งิน 3. กอ นซอื้ ส่งิ ใดตอ งพิจารณาใหด กี อนวาส่ิงนั้นจาํ เปน หรือไม 4. จดบนั ทกึ ทกุ ครั้ง ทุกวนั ทกุ บาท ทกุ สตางคท ่ีมีการรบั และจายเงิน 5. หม่นั ตรวจสอบบญั ชีวามรี ายการใดท่ีใชเ งินไมเ หมาะสม หากมตี องแกไขทนั ที 6. เกบ็ ใบเสรจ็ หรือหลกั ฐานการรบั เงนิ - จายเงินไวเพอ่ื ตรวจสอบกบั บญั ชที จี่ ด “การจดบันทกึ รายรับ - รายจา ย” หรือการจดบัญชี จะชวยใหเ ราทราบวา เรามีรายรับมากนอ ย แคไหน เราสามารถลดคาใชจ ายรายการใดออกไปไดบาง “การจดบัญชี” ทําใหเราสรางสมดุลระหวาง รายไดและรายจายที่เหมาะสมแกฐานะการเงนิ ของเราไดเ ปนอยางดี การจดบัญชคี รวั เรอื น เปนการจดั ทําบัญชรี ายรับ รายจา ยของครอบครัว เราสามารถจัดทําบัญชี แบบท่ีงา ย ผูที่ไมเ คยมีความรูเร่ืองการบัญชีมากอ นก็ทําเองไดโ ดยการแยกรายการออกเปน รายรับและ รายจาย รายรับ ไดแก เงินเดือน คา จา ง ผลตอบแทนท่ีไดจากการทํางาน เงินท่ีไดจ ากการขาย ผลผลิต การเกษตร หรือทรัพยสิน เปนตน รายจา ยไดแก คาใชจายเพื่อซื้อสินคาสําหรับในการอุปโภค บริโภค คานาํ้ ประปา คาไฟฟา คา โทรศัพท คาซอ มแซม คาอปุ กรณเคร่ืองใช เครอ่ื งไม เครอ่ื งมือ คารถ คา อาหาร คาเชา เปนตน ตวั อยาง รายรับ รายจาย ขายผลผลิตทางการเกษตร 2,500 บาท จา ยเงินซ้อื ของใชในบาน 500 บาท 1 ม.ค. 52 จา ยเงนิ ซอื้ ขา วสาร 300 บาท จายคาน้าํ คา ไฟ 250 บาท 5 ม.ค. 52 7 ม.ค. 52 ขายผลผลิตทางการเกษตร 1,250 บาท 10 ม.ค. 52 จา ยคา ซื้อปยุ 300 บาท จา ยคา อาหาร 200 บาท 15 ม.ค. 52 20 ม.ค. 52 25 ม.ค. 52

17 ตัวอยา ง การจดบัญชีครวั เรอื น วนั เดอื น ป รายการ รายรับ รายจาย คงเหลือ 1 ม.ค. 52 ขายผลผลติ 2,500 - 2,500 5 ม.ค. 52 ซ้ือของใช 500 - 2,000 7 ม.ค. 52 ซอ้ื ขา วสาร 300 - 1,700 10 ม.ค. 52 จา ยคา น้ํา คา ไฟ 250 - 1,450 15 ม.ค. 52 ขายผลผลติ ทางการเกษตร 1,200 - 2,650 20 ม.ค. 52 จา ยคา ซื้อปุย 300 - 2,350 25 ม.ค. 52 จายคา อาหาร 200 - 2,150 รวม 3,700 - 1,500 - 2,150 รายรบั สูงกวา รายจาย 2,150 การบันทกึ รายรับ - รายจา ย หรอื การจดบญั ชีท้ังของตนเองและครอบครวั มคี วามสําคัญตอชวี ิต ของคนไทยเปนอยา งย่ิง ดงั พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช (รัชกาลท9่ี ) พระราชทานแกคณะบคุ คลตา ง ๆ ทเ่ี ขา เฝาถวายพระพรชัยมงคลเน่อื งในวโรกาสวนั เฉลมิ พระ ชนมพรรษา วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ณ ศาลาดุสดิ าลยั พระราชวงั ดุสติ ความวา “...เม่อื 40 กวาป มี ผหู นึ่งเปนขา ราชการชนั้ ผนู อยมาขอเงิน ที่จริงไดเ คยใหเ งินเขาเลก็ ๆ นอย ๆ แตเ ขาบอกวา ไมพอเขาก็มาขอ ยมื เงิน ขอกเู งินก็บอก..เอาให.. แตขอใหเ ขาทาํ บญั ชีรายรับ - รายจาย รายรบั กค็ ือ เงินเดอื นของเขาและ รายรบั ทอี่ ุดหนนุ เขา สว นรายจายก็เปนของทใี่ ชใ นครอบครวั ...ทหี ลงั เขาทํา...ตอมา เขาทาํ บัญชีมาไม ขาดทุน แลวเขาสามารถท่จี ะมเี งนิ พอใช เพราะวา บอกใหเ ขาทราบวา มเี งนิ เดอื นเทา ไหรจะตอ งใชภ ายในเงิน เดือนของเขา...”

18 บคุ คลตัวอยา งการสรางชีวิตใหมอ ยางพอเพียงดวยบญั ชคี รวั เรือน นายเจน ชูใจ ราษฎร หมู 4 ตาํ บลพนมทวน จงั หวัดกาญจนบรุ ี ผปู ระสบความสําเร็จจากการทํา บัญชีครัวเรือน กลาววา “จบเพียงประถมศึกษาปที่ 4 พอ แมยากจน มีอาชีพทํานาเปน หลัก ตอมาไดร ับ มรดกเปน ท่ีนา 10 ไร จึงทาํ นาเรอ่ื ยมา แตก ็สามารถสงลูกเรียนสูง ๆ ได เนื่องจากสรางวินัยในการใชจาย เงินอยางมรี ะบบ มีพอ แมเปนแบบอยา งทดี่ ใี นเรื่องความมรี ะเบยี บในการใชเ งินทองแตล ะบาทแตล ะสตางค โดยในสมัยพอ ใชถา นหุงขา ว เขียนคา ใชจ า ยในแตละวันท่ีขางฝาขา งบาน จึงจดจํามาปฏิบัติ เริ่มจาก จดบนั ทึกชัว่ โมงการทํางานวาภายใน 1 เดอื น มคี วามขยนั หรอื ขเ้ี กยี จมากนอยแคไหน ภายหลังมาทําบัญชี การใชจ ายในครวั เรอื นในชว งทาํ ไรน าสวนผสม เมอ่ื ป 2528” กวา 20 ป ที่ทําบัญชีครัวเรือนมาทําใหท ุกวันนี้มีชีวิตในครอบครัวอยูอ ยางมีความสุข ปจจุบัน มีทีน่ ารวมกวา 50 ไร โดยการซ้ือสะสมมา มีเงินฝากธนาคาร โดยมีคติวา จากน้ําที่ตักมาจนเต็มโอง เวลา น้ําพรองตองเติมใหเต็ม ถา ปลอยใหน ํา้ แหงขอด ชวี ิตกจ็ ะเหนอื่ ยจะทาํ ใหชีวิตบนั้ ปลายลาํ บาก” นายเจน กลา ว น่ันคือประโยชนที่เห็นไดช ัดจากการทําบัญชีครัวเรือนที่ไมเพียงแตจะชวยใหความเปนอยูข อง ครอบครวั ดีขึน้ เทาน้ัน แตย งั สรา งสังคมใหเปน ปก แผน สง ผลไปถงึ เศรษฐกจิ อันมน่ั คงของประเทศในอนาคต ขางหนา อกี ดวย (จตพุ ร สุขอินทร และ ปญ ญา มงั กโรทัย, 2552 : 30) เรอื่ งที่ 3 การลดรายจา ยและเพ่มิ รายไดในครัวเรือน การลดรายจายในครัวเรือน ปญ หาเร่ืองหน้ีสินในครอบครัวหรือปญ หารายรับไมพอกับรายจา ย เปนปญหาท่ีทําใหป ระชาชนหนักใจ การปองกันและแกไ ขปญ หาเรื่องหน้ีสิน มีหลักงาย ๆ วาตอ งลด รายจา ยและเพม่ิ รายไดใ หมากขนึ้ การลดรายจายสามารถทําไดโดยการสํารวจคาใชจา ยในเดือนที่ผานมา แลวจดบนั ทกึ ดวู า ในครอบครัวมีการใชจายอะไรไปบางและรายการใดท่ีไมจําเปน นา ตัดออกไปได ก็ใหตัด ออกไปใหหมดในเดอื นถัดไปก็จะสามารถลดรายจา ยลงได แตท ุกคนในครอบครัวตอ งชวยกัน เพราะถาคน หนง่ึ ประหยัดแตอ ีกคนยังใชจ ายฟุมเฟอยเหมือนเดิมก็คงไมไ ดผ ล ตอ งช้ีแจงสมาชิกทุกคนในบาน เม่ือลด รายจายไดแลว ก็เอารายรบั ของท้งั บานมารวมกนั ดูวาจะพอกบั รายจา ยหรือไม ถาพอและยังเหลือ ก็คงตอ ง เอาไปทยอยใชหน้ีและเก็บออมไวเผ่ือกรณีฉุกเฉิน เชน การเจ็บปวย อุบัติเหตุ เปนตน แตถ า รายไดย ัง นอยกวารายจายก็ตอ งชวยกันคดิ วาจะไปหารายไดเพ่มิ มาจากไหนอกี โดยสรุปการใชจา ยเงินมี 3 แบบ คือ 1. ใชตามใจชอบเปน การใชไปเรื่อย ๆ แลวแตว าตองการอะไรกซ็ อ้ื เงินหมดกห็ ยดุ ซ้ือ 2. ใชตามหมวดทแี่ บง ไว เชน - คา อาหารและคา เส้ือผา - คา รักษาพยาบาล

19 - คา ทาํ บุญกุศล - เกบ็ ออมไวใชในอนาคต ฉุกเฉิน - คาศึกษาเลาเรยี นของบตุ ร ฯลฯ 3. ใชต ามแผนการใชทก่ี าํ หนดไวล ว งหนา เปน การใชตามโครงการทไี่ ดว างแผนไวล วงหนาแลวน้ัน ซึ่งเปน วิธีการท่ีถูกตอง ซึ่งสามารถนําหลักการทางวิชาการมาใชใ นการปฏิบัติการวางแผนการใชจา ย ในครอบครวั ขอ ปฏบิ ัติของการใชจ ายภายในครอบครัว มีสง่ิ ท่พี งึ ปฏิบตั ิ 3 ประการคอื - การทําบัญชีรายรับ - รายจาย - การประหยดั - การออมทรพั ย ครอบครัวตองมีการวางแผนจัดการรายรับ - รายจา ย เพื่อใหมีทรัพยสินเพียงพอจะซ้ือหรือ จัดหาสง่ิ ท่คี รอบครัวตอ งการ เพือ่ ความสงบสุขและความเจรญิ ของครอบครัว เร่ืองที่ 4 การออม การออม คือ การสะสมเงินทีละเล็กทีละนอ ย เม่ือเวลาผา นไปเงินก็จะเพ่ิมพูนข้ึน การออม สวนใหญจะอยูใ นรูปการฝากเงินกับธนาคาร จุดประสงคห ลักของการออม เพ่ือใชจ ายในยามฉุกเฉิน ยามเราตกอยใู นสภาวะลําบาก การออมจึงถอื วาเปน การลงทุนใหกับความมนั่ คงในอนาคตของชีวติ หลักการออม ธนาคารออมสินไดใหแนวคิดวา “ออม 1 สวนใช 3 สวน เน่ืองจากการออมมี ความสาํ คญั ตอการดํารงชวี ิต แมบ างคนมรี ายไดไมม ากนัก คนเปน จํานวนมากออมเงินไมไ ด เพราะมีคา ใช จา ยมาก ใชเงนิ เกนิ ตวั รายรบั มีไมพอกบั รายจาย เมอ่ื เรามีรายไดเราจะตอ งบริหารจัดการเงินของตนเอง หากเราคดิ วาเงนิ ออมเปน รายจา ยอยางหน่ึงเชน เดียวกับรายจายอ่ืน ๆ เงินออมจะเปนรายการแรกที่ตอ ง จา ยทุกเดือน โดยอาจกําหนดวาอยางนอ ยตอ งจา ยเปนรอ ยละเทาไรของรายไดแ ละทําจนเปนนิสัย แลว คอ ยวางแผน เพื่อนาํ เงนิ สว นทเ่ี หลือไปเปนคาใชจ ายตาง ๆ เทานเ้ี รากม็ ีเงนิ ออม การลดรายจา ย สามารถกระทาํ ไดด ังน้ี 1. ทําสวนครัวและเลี้ยงสัตวไวสําหรับบริโภค โดยใชพืชผักพื้นบานท่ีมีในทองถิ่น ผักท่ีใชเปน ประจํา ผกั ทีป่ ลูกไดง ายไมตอ งดแู ลมากมาปลกู ไวในครัวเรือน เชน ผักบุง ผักคะนา ผักขม ชะอม ฟกทอง แตงกวา มะเขือ ถ่ัวฝกยาว ขา ตะไคร ตนหอม กระเทียม ตําลึง และการเล้ียงปลาดุก เล้ียงกบ เลี้ยงไก เปน ตน ซึง่ หากเราสามารถปลกู ผักสวนครวั เลี้ยงสตั วไ วรบั ประทานในครัวเรือนไดเอง โดยไมตองไปซ้ือหา มาจากตลาด กจ็ ะทําใหครัวเรือนสามารถลดรายจายได แตหากผลผลิตเหลือเฟอจากการบริโภคแลวเรา นําไปขายกจ็ ะเปน การเพิ่มรายไดอ ีกดวย

20 2. การประหยัด การออมในครัวเรอื น โดยการรูจกั ใชท รพั ยสนิ เวลา ทรัพยากรตามความจําเปน ดวยความระมดั ระวังโดยใหเกิดประโยชนค ุม คามากทส่ี ุด รจู กั ดํารงชีวิตใหเหมาะสมกับสภาพความเปนอยู สว นตัว รวมทั้งการอดออม ลดรายจา ยท่ีไมจําเปน ประหยัดพลังงาน รูจักการใชพลังงานจากแสงอาทิตย เปน ตน 3. การลด ละ เลิก อบายมุข โดยการปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมตนเอง จากการท่ีชอบไปงานสงั คม ด่มื เหลา ฟงเพลง เตนรํา กลับบานดึก ก็ตองเลิกการกระทําท่ีไมจําเปน และเปนผลเสียตอสุขภาพรางกาย สน้ิ เปลอื ง 4. การจดั ทาํ บญั ชคี รวั เรือน คอื การรูจ กั จดทกุ ครัง้ ทีจ่ า ย บรหิ ารการใชจ ายใหเหมาะสมกบั ตนเอง สิง่ ใดทเ่ี กนิ ความจาํ เปนในชวี ติ ก็ตอ งไมใชจา ย 5. การใชพ ลังงานอยางประหยดั เชน การประหยดั น้าํ ประหยดั ไฟ ใชเทา ที่จําเปน เปน ตน การเพ่ิมรายได การเพิ่มรายไดน ้ันมีหลากหลายวธิ ี นอกจากการประกอบอาชพี หลกั แลว เรายงั สามารถเพิม่ รายได ได ดงั น้ี 1. การปลกู ผักสวนครัว สาํ หรับไวร บั ประทานเองในครวั เรอื น และแบงปนใหเพื่อนบานที่เหลือ จึงนําไปขาย ก็จะทําใหมีรายไดเพิ่มขึ้น เชน การปลูกพริก มะเขือ ชะพลู ตนหอม ผักชี ชะอม ตําลึง ผักหวาน เปน ตน 2. การประกอบอาชีพเสริม โดยใชทรัพยากร วัตถุดิบท่ีมีอยูในครัวเรือน ในชุมชนมาใชใหเกิด ประโยชนสูงสุด และเปนการลดตนทุนการผลิตใหคุมคาและประหยัด เชน การถนอมอาหารแปรรูป งานหตั ถกรรมสิง่ ประดิษฐ การผลิตกลา ไมด อกไมประดบั การเลี้ยงไกพื้นเมือง การเพาะถ่ัวงอก การเพาะ เหด็ การทําปยุ ชีวภาพ การเลยี้ งปลาดกุ ในบอซเี มนต การทาํ เฟอรน เิ จอรจากไมไ ผ เปนตน 3. การพัฒนาอาชีพเดิม เปนการพัฒนาอาชีพเดิมใหดีข้ึน โดยการหาความรูเพิ่มเติมจาก การเขารวมเวทีประชาคมในชุมชน การศึกษาดูงาน การเขารับการอบรม เพ่ือนําความรูมาพัฒนาอาชีพ ในการขยายพนั ธุม ะนาวขาย กอ็ าจไปหาความรูเพ่มิ เตมิ เก่ยี วกับการขยายพนั ธุมะนาวไมม ีเมลด็ มะนาวนํ้าดี ลูกดก ตนเล็กแตใหผลผลิตสูง และศึกษาเร่ืองการขายพันธุมะนาวทางเว็บไซต เพื่อขยายการตลาด ใหสามารถขายผลผลติ ไดมากขึน้ เปนตน ฀฀฀฀

21 กิจกรรมท่ี 3 1. ผเู รียนไดข อ คดิ อะไรบา งจากกรณีตวั อยา ง “สรา งชีวติ ใหมอยางพอเพียงดว ยบัญชคี รวั เรอื น” ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………..……………………………………………………….. .………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ผูเรียนไดจ ดั ทําบัญชีครัวเรอื นหรือไม อยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………..……………………………………………………….. .………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ในชุมชนของผูเ รียนมีใครจัดทําบัญชีครัวเรือน พรอมยกตัวอยา ง 1 ครอบครัววาเขาจัดทํา อยา งไรและไดผลอยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………..……………………………………………………….. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

22 กิจกรรมท่ี 4 ใหผเู รียนตอบคําถามตอไปนี้ 1. การบนั ทกึ บญั ชคี รัวเรอื น หมายถงึ ผเู รียนและครอบครวั มกี ารวางแผนการใชจ ายอยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………..……………………………………………………….. .………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. รายรบั หมายถงึ อะไร พรอ มยกตัวอยาง ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. รายจาย หมายถึงอะไร พรอ มยกตวั อยา ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. ผูเรียนมวี ิธีลดรายจายและเพ่ิมรายไดอ ยา งไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 5. ผูเ รยี นมวี ธิ กี ารออมเงินอยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………..……………………………………………………….. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

23 6. ใหผ เู รียนบันทกึ บญั ชคี รัวเรือนตามรายการดงั ตอไปน้ี ลงในแบบบันทึกรายรบั – รายจา ย ของครอบครัวภายใน 1 เดือน 1 ม.ี ค. 52 ขายผลไมไ ดเงิน 1,900 บาท 3 ม.ี ค. 52 ขายผลไมไดเ งนิ 1,500 บาท 5 ม.ี ค. 52 จา ยคาของใชใ นบา น 500 บาท 7 มี.ค. 52 จา ยคา น้ํา - คาไฟ 400 บาท 10 มี.ค. 52 จา ยคาปยุ 600 บาท 15 มี.ค. 52 จายคาอาหาร 500 บาท 20 ม.ี ค. 52 ขายผลไม 1,800 บาท 25 ม.ี ค. 52 จา ยคาซอมรถ 300 บาท 27 ม.ี ค. 52 จา ยคา ของใช 700 บาท แบบบนั ทกึ รายรบั - รายจาย วนั เดอื น ป รายการ รายรับ รายจาย คงเหลอื (บาท) (บาท) (บาท) ยอดรวมรายรบั ยอดรวมรายจาย คงเหลอื

24 สรปุ ผลการบันทึกรายรับ - รายจายของครอบครวั 1. ครอบครวั ของฉันมรี ายรับ ฀ มากกวา ฀ นอ ยกวา รายจา ยอยู ..............บาท 2. ในระยะเวลา 1 เดอื น ฀ ครอบครัวของฉันมเี งนิ ออมจํานวน .................บาท ฀ ครอบครวั ของฉันไมม เี งินออม 3. รายจายท่คี วรปรับลด ไดแก 1) ..................................จาํ นวนเงิน .......................บาท เพราะ .............................. 2) ..................................จาํ นวนเงิน .......................บาท เพราะ .............................. 3) ..................................จาํ นวนเงนิ .......................บาท เพราะ ............................. ฉันสามารถลดรายจา ยไดท ั้งหมด ................................ บาท ฀฀฀฀

25 บทที่ 4 ชวี ิตสดใส พอใจเศรษฐกจิ พอเพยี ง สาระสาํ คญั เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหมเปนแนวทางปฏิบัติ เพื่อตอ งการใหค นสามารถพ่ึงพาตนเองได อยา งเปน ข้นั ตอนโดยลดความเส่ยี งเก่ียวกบั ความผันแปรของธรรมชาติ โดยอาศัยความพอประมาณ ความมี เหตุมีผล การสรา งความรู ความขยันหม่ันเพียร การอดออม สติปญญา การชวยเหลือซ่ึงกันและกัน และความสามคั คี เมื่อเราศึกษาเรียนรูปรัญชาของเศรษฐกิจพอเพียงอยางถอ งแท และนําไปประยุกตใชในการ ดําเนินงานและการประกอบอาชีพจนเห็นผลจากการปฏิบัติแลว ควรจะสงเสริมใหสมาชิกในครอบครัว มองเหน็ คณุ คา และนําแนวทางไปสกู ารปฏิบัติ ในการดํารงชวี ติ บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวัง แนะนํา สงเสริมใหส มาชกิ ในครอบครัวเห็นคุณคา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนําแนวทาง ไปสูก ารปฏิบตั ิในการดําเนนิ ชีวิตอยางยงั่ ยืน ขอบขา ยเนือ้ หา เรื่องที่ 1 ทฤษฎีใหม เรื่องที่ 2 แผนชีวติ

26 เรอ่ื งท่ี 1 ทฤษฎีใหม เศรษฐกิจพอเพยี งกบั ทฤษฎีใหมเปน แนวทางปฏิบัติ เพ่ือตอ งการใหคนสามารถพึ่งพาตนเองได ในระดบั ตา ง ๆ อยา งเปนข้ันตอน โดยลดความเส่ียงเก่ียวกับความผันแปรของธรรมชาติ หรือการเปลี่ยน แปลงของปจ จัยตาง ๆ โดยอาศัยความพอประมาณและความมีเหตุมีผล การสรางความรู ความขยัน หมนั่ เพยี ร ความอดทน สตปิ ญ ญา การชวยเหลอื ซ่ึงกันและกนั และความสามคั คี 1. ความเปน มาของทฤษฎใี หม ตลอดระยะเวลาทพ่ี ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช (รัชกาลท่9ี ) ทรงครองรา ชยน ้นั พระองคไ ดเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ แปรพระราชฐานไปประทบั แรมยังภูมภิ าคตา ง ๆ ทวั่ ประเทศ พระ ราชประสงคท แี่ ทจ ริงของพระองคค อื การเสดจ็ ฯ ออก เพ่อื ซักถามและรบั ฟงความทกุ ขย ากในการดาํ เนนิ ชวี ติ ของพสกนิกรชาวไทย จึงมพี ระราชดาํ ริแนวคิดใหมในการบรหิ ารจดั การทดี่ นิ ของเกษตรกรใหม ีสดั สว น ในการใชพ้นื ที่ดนิ ใหเกดิ ประโยชนส งู สดุ รูปแบบหนงึ่ คือ การเกษตรทฤษฎีใหม 2. หลักการและข้นั ตอนของเกษตรทฤษฎีใหม แนวคิดใหมในการบริหารจัดการท่ีดินของเกษตรกรใหมีสัดสว น ในการใชพ ื้นที่ดินใหเกิด ประโยชนส ูงสดุ ตามแนวทางทฤษฎใี หม มหี ลักการและขนั้ ตอนดงั นี้ 1. ทฤษฎีใหมข ้ันตน หลกั การของทฤษฎใี หมขนั้ ตน ประกอบดวย 1) มีทีด่ นิ สําหรบั การจดั แบงแปลงทดี่ ิน เพ่อื ใหเกดิ ประโยชนส งู สุดนี้ พระบาทสมเด็จพระ ปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช (รชั กาลท่ี9) ทรงคาํ นวณจากอตั ราถอื ครองท่ีดินถวั เฉล่ียครัวเรอื นละ 15 ไร อยางไรกต็ ามหากเกษตรกรมพี นื้ ทถี่ อื ครองนอยกวา หรือมากกวา น้ี กส็ ามารถใชอัตราสวน 30 : 30 : 30 : 10 ดังนี้ พ้นื ท่สี วนที่ 1 รอ ยละ 30 ใหข ุดสระเก็บกกั น้าํ เพอื่ ใชเกบ็ กักน้ําในฤดฝู นและใชเ สรมิ การปลูก พืชในฤดแู ลง ตลอดจนการเลยี้ งสตั วนํา้ และพชื นา้ํ ตางๆ พน้ื ทีส่ วนที่ 2 รอ ยละ 30 ใหป ลกู ขา วในฤดฝู น เพอ่ื ใชเ ปน อาหารประจําวันสําหรับครอบครัว ใหเพียงพอตลอดป เพื่อตดั คาใชจายและพ่ึงตนเองได พ้นื ที่สวนท่ี 3 รอ ยละ 30 ใหป ลกู พชื ผกั พชื ไร พืชสมุนไพร ไมผล ไมย ืนตน ฯลฯ เพ่ือใชเปน อาหารประจําวัน หากเหลือบริโภคก็นําไปจําหนาย พน้ื ที่สว นท่ี 4 รอยละ 10 เปนท่อี ยูอ าศยั เล้ยี งสัตว และโรงเรือนอ่นื ๆ 2) มีความสามัคคี เน่ืองจากการเกษตรทฤษฎีใหมข้ันตน เปนระบบการผลิตแบบพอเพียง ที่เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองไดในระดับที่ประหยัดกอน ท้ังน้ีชุมชนตองมีความสามัคคีรว มมือรว มใจ ในการชว ยเหลือซ่ึงกันและกัน ทํานองเดียวกับการลงแขกแบบดง้ั เดิมเพ่ือลดคา ใชจ า ย 3) ผลผลิต เนือ่ งจากขาวเปนปจ จัยหลักท่ีทุกครัวเรือนจะตอ งบริโภค ดังนั้น จึงประมาณวา ครอบครวั หนง่ึ ทาํ นา 5 ไร จะทาํ ใหม ขี า วพอกนิ ตลอดป โดยไมตองซอื้ เพื่อยึดหลักพงึ่ ตนเองได

27 4) มนี าํ้ เน่ืองจากการทาํ การเกษตรทฤษฎใี หมต อ งมนี ํ้า เพ่ือการเพาะปลกู สํารองไวใ ช ในฤดู แลง ดงั น้นั จึงจําเปน ตอ งกนั ที่ดินสว นหนง่ึ ไวข ดุ สระนาํ้ โดยมีหลกั วา ตอ งมีน้ําเพียงพอท่จี ะทําการเพาะปลูก ไดต ลอดป 2. ทฤษฎใี หมข ้ันทสี่ อง หรอื เรยี กวา ทฤษฎใี หมข้ันกาวหนา เปน ข้ันทเี่ กษตรกรจะพัฒนาตนเอง ไปสูข ้ันพออยูพ อกิน เพ่ือใหม ีผลสมบูรณย ิ่งข้ึน โดยใหเกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุม หรือสหกรณ รวมแรงรว มใจกันดาํ เนนิ การในดานตาง ๆ ดงั นี้ 1) ดานการผลิต เกษตรกรจะตองรว มมือในการผลิตโดยเริ่มต้ังแตขั้นเตรียมดิน การหาพันธุ พืช ปยุ การหานํ้า และอนื่ ๆ เพอ่ื การเพาะปลูก 2) ดา นการตลาด เมื่อมีผลผลิตแลวจะตองเตรียมการตา ง ๆ เพื่อการขายผลผลิตใหได ประโยชนสงู สดุ เชน การเตรียมลานตากขาวรวมกัน การจดั หายุงรวบรวมขา ว เตรียมเครื่องสขี า ว ตลอดจน การรวมกนั ขายผลผลิตใหไดร าคาดี และลดคาใชจายลงดวย 3) ดานความเปน อยู เกษตรกรตอ งมีความเปน อยูท ่ีดีพอสมควร โดยมีปจ จัยพื้นฐานในการ ดาํ รงชีวิต เชน อาหาร ท่ีอยอู าศัย เครอ่ื งนุงหม เปนตน 4) ดา นสวัสดิการ แตล ะชุมชนควรมีสวัสดิการและบริการท่ีจําเปน เชน สถานีอนามัย เมื่อยามเจบ็ ไขห รอื มีกองทนุ ไวก ูยมื เพอ่ื ประโยชนใ นกจิ กรรมตา ง ๆ ของชมุ ชน 5) ดานการศกึ ษา ชุมชนควรมีบทบาทในการสงเสรมิ การศึกษา เชน มีกองทุนเพื่อการศึกษา ใหแก เยาวชนในชุมชน 6) ดานสังคมและศาสนา ชุมชนควรเปนท่ีรวมในการพัฒนาจิตใจและสังคม โดยมีศาสนา เปนทีย่ ดึ เหน่ยี ว 3. ทฤษฎีใหมข้ันทส่ี าม เปนขั้นพัฒนาเกษตรกรหรือกลุมเกษตรกรใหกา วหนา ดว ย การติดตอ ประสานงาน เพือ่ จัดหาทุนหรอื แหลง เงนิ เชน ธนาคาร หรือเอกชนมาชวยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพ ชวี ติ ซงึ่ ท้งั สองฝา ยจะไดร ับประโยชนรว มกนั ดงั นี้ 1) เกษตรกรสามารถขายขา วไดใ นราคาสูง โดยไมถกู กดราคา 2) ธนาคารกับบริษัทสามารถซื้อขา วบริโภคในราคาตํ่า เพราะซ้ือขาวเปลือกโดยตรงจาก เกษตรกรและนํามาสเี อง 3) เกษตรกรสามารถซอื้ เคร่อื งอปุ โภคบริโภคไดในราคาตํ่า เพราะรวมกันซ้ือเปน จาํ นวนมาก เนอ่ื งจากเปน กลมุ สหกรณ สามารถซื้อไดในราคาขายสง 4) ธนาคารกับบริษัทจะสามารถกระจายบุคคล เพ่ือไปดําเนินการในกิจกรรมตาง ๆ ใหเกดิ ผลดยี งิ่ ขน้ึ 3. ประโยชนของทฤษฎใี หม 1. การพึง่ ตนเอง ทฤษฎใี หมย ึดถือหลกั การทว่ี า ตนเปน ทีพ่ ึ่งแหงตน โดยมุงเนน การผลิตพชื ผลให เพยี งพอกับความตอ งการบริโภคในครวั เรือนเปน อันดับแรก เมื่อเหลือพอจากการบริโภคแลว จึงคํานึงถึง การผลิตเพื่อการคาเปน อนั ดับรองลงมา ผลผลิตสว นเกนิ ท่ีออกสตู ลาดก็จะเปนกาํ ไรของเกษตรกร

28 2. ชุมชนเขม แข็ง ทฤษฎีใหมใหความสําคัญกับการรวมกลุม ของชาวบา น ท้ังนี้กลุมชาวบา น จะทําหนา ที่เปน ผูดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตา ง ๆ ใหหลากหลายครอบคลุมท้ังการเกษตรแบบ ผสมผสาน หัตถกรรม การแปรรูปอาหาร การทําธุรกิจการคา ขาย การทอ งเท่ียวระดับชุมชน ฯลฯ เม่ือ องคก รชาวบา นเหลา น้ีไดรับการพัฒนาใหเ ขมแข็ง และมีเครือขา ยที่กวา งขวางมากข้ึนแลว เกษตรกรใน ชุมชนก็จะไดรับการดูแลใหมีรายไดเ พิ่มขึ้น รวมท้ังการไดรับการแกป ญ หาในทุกดา น เมื่อเปนเชน น้ี เศรษฐกจิ โดยรวม ของประเทศก็สามารถเติบโตไปไดอยา งมเี สถียรภาพ 3. ความสามคั คี ทฤษฎใี หมต ้ังอยบู นพ้ืนฐานของการมีความเมตตา ความเอ้ืออาทร และความ สามคั คีของสมาชกิ ในชุมชน ในการรวมมอื รว มใจเพ่ือประกอบอาชีพตา ง ๆ ใหบรรลุผลสําเร็จประโยชนท ี่ เกิดขนึ้ จงึ มิไดห มายถงึ รายไดแ ตเพยี งดา นเดียว หากแตรวมถงึ ประโยชนในดา นอื่น ๆ ดวย ไดแ ก การสรา ง ความมนั่ คงใหก ับสถาบันครอบครวั สงั คม ชุมชน และความสามารถในการอนุรกั ษท รัพยากรธรรมชาตแิ ละ ส่งิ แวดลอ ม ตัวอยางการนําหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใชเปนแนวทางปฏิบัติของเกษตรทฤษฎีใหม ซึ่งเปน แนวทางในการพฒั นาดานการเกษตรอยา งเปนขนั้ ตอนในพ้นื ท่ที ่ีเหมาะสม ซงึ่ แบงเปน 3 ขน้ั ดงั นี้ * กรณตี วั อยา ง ปลูกทกุ อยา งที่กิน กนิ ทกุ อยางท่ปี ลูก ชวี ิตอยไู ดอ ยา งย่งั ยนื *

29 กรณีตวั อยา ง ปลกู ทุกอยางท่กี นิ กนิ ทุกอยา งท่ีปลูก ชวี ิตเปน สุขไดอ ยางยั่งยนื นายบุญเปง จันตะภา เกษตรกรบานหว ยถางปูตา น ตําบลไมยา อําเภอพญาเม็งราย จังหวัด เชยี งราย ดําเนนิ ชีวติ โดยยดึ แนวทางเศรษฐกจิ พอเพียงจนเปน ที่ยอมรับโดยทว่ั ไป เดิมนายบุญเปง จันตะ ภา มีฐานะยากจน เคยออกไปขอทาน เพ่ือหาอาหารมาใสท อ ง หลังจาก ไปเรียนในวัดไดนําหลักคุณธรรมมาใชใ นชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยยึดหลักอิทธิบาท 4 และ พรหมวหิ าร 4 ในป 2529 ไปทํางานประเทศบรูไน หวงั ใหฐานะครอบครวั ดีขึน้ แตไ มสาํ เรจ็ จงึ เดินทางกลบั มาเก็บเงนิ ไดเพยี งสองพนั กวาบาท ตอ มาไดป รับความคิดวา ถามีความขยันเหมือนทํางานท่ีประเทศบรูไน อยเู มืองไทยก็มีรายไดอยางพอเพียง ป 2542 รัฐบาลใหมีการพักชําระหน้ี แตบ ุญเปง พักไมได เนื่องจาก มียอดหน้ีเปนแสน ไดนําเอารูปในหลวงมาต้ังสัจอธิษฐานวา ขา พเจาและครอบครัวจะขยันเพ่ิมข้ึน ลด ละ เลิก ในสง่ิ ท่ไี มจําเปน กนิ ทกุ อยางทีป่ ลกู ปลูกทกุ อยางทีก่ นิ และจะขอปลดหนี้ภายใน 4 ป นายบุญเปง พ่ึงพาตนเองดวยการทําเกษตรทฤษฎีใหม ลงแรงทุกอยางดว ยตนเอง ใชภูมิปญ ญา ทอ งถ่ินประยุกตกบั ความรูใหม ๆ ท่ีไดไ ปศึกษาดูงานอีก การใชท รัพยากรอยา งรูคุณคา ทําใหประหยัดเงิน ลงทุน เกิดรายไดจากการขายผลผลิตการเกษตรตลอดท้ังป รูจักอดออม ไมเปนหน้ีทําใหดําเนินชีวิตไม เดอื ดรอ น ไมเบียดเบียนตนเองและผูอ่นื พัฒนา ปรับปรุงการประกอบอาชีพจนประสบความสําเร็จและยัง ถา ยทอดความรู ชวยเหลอื สังคม บนพ้ืนที่ 10 ไร 1 งาน 35 ตารางวา มีการแบงสัดสว นตามหลักทฤษฎีใหมไ ดอยางลงตัว เปนนาขาว 5 ไร ปลูกขาวเหนยี วปล ะ 1 ครั้ง โดยปลูกสลับกับขา วโพด แตงโม แตงไทย อีก 5 ไร ปลูกผัก สมนุ ไพร ไมผ ล เชน ลําไย มะมวง กลวย และสวนสุดทา ยเปน เรือนพักอาศัยพอเหมาะกับครอบครัว มีโรง เลย้ี งสตั ว กระบอื สุกร ไกพ ้นื เมืองและจ้งิ หรีด ความสําเร็จในชีวิตของนายบุญเปง นับเปน บทพิสูจนไดเปน อยา งดีวา “เศรษฐกิจพอเพียง” สามารถนํามาปรับใช ใหเกิดประโยชนส ูงสุดตอครอบครัว ชุมชน หากรูจักคิด ใช กิน อยูอ ยางพอเพียง ชวี ิตกด็ ํารงไดอ ยางดีย่ิงขึ้นและมัน่ คง * จากหนงั สือพิมพเ ดลนิ ิวส หนา 10 ฉบับวนั พฤหสั บดีที่ 12 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2552 การแนะนําสง เสรมิ ใหสมาชกิ ในครอบครวั เห็นคุณคา และนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต ใช เมอื่ เราเรยี นรปู รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจนเกิดความเขา ใจอยา งถองแทและนําสูก ารปฏิบัติ ในการดาํ เนินชีวิตและการประกอบอาชีพแลว เราจะเห็นประโยชนแ ละคุณคาของปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งสมควรอยางย่งิ ทีเ่ ราจะตอ งแนะนําสงเสรมิ ใหส มาชกิ ในครอบครัวเหน็ คณุ คา และนาํ ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกตใชใ นการดําเนินชีวติ และการประกอบอาชีพดว ยเชน กัน หลักในการแนะนํา คอื การทส่ี มาชิกในครอบครัวใชชีวิตบนพ้ืนฐานของการรูจักตนเอง สามารถพ่ึงตนเองไดและดําเนินชีวิต

30 อยา งพอกนิ พอใช โ ดยไมเบยี ดเบยี นผูอื่น ทําใหเกดิ ความสขุ และความพอใจในการดําเนนิ ชวี ติ อยา งพอเพียง พยายามพัฒนาตนเองอยา งตอเนื่อง เพ่ือใหสามารถอยูอยา งพอเพียงไดในทุกสถานการณ ทั้งน้ีสมาชิก ในครอบครวั อาจจะรว มกันทาํ แผนชีวติ เรอ่ื งท่ี 2 แผนชีวิต ในการดําเนินชวี ติ ทุกคนตองการไปใหถ งึ เปา หมายดว ยกันทั้งสิน้ แตก ารทจ่ี ะไปถึงเปา หมายไดจะ ตองมีการวางแผนชีวติ ท่ดี ี มคี วามมงุ ม่ันในการทีจ่ ะกาวไปใหถ งึ การวางแผนอยางนอยกท็ ําใหเ รารูวา เราจะเดินไปทิศทางไหน ยาํ้ เตือนวาตองทําอะไร ยงั ไมไ ดท ํา อะไร แมแ ตแ มบ า นจะทาํ อาหารในแตละม้อื ยงั ตองวางแผน และเห็นอาหารจานน้ันอยูในจิตนาการ เหลอื แตอ อกไปหาวัตถดุ บิ และลงมอื ปรุงอาหารใหสาํ เร็จ ซึ่งแมบ านก็ตองเขยี นรายการวตั ถุดบิ ทตี่ อ งซ้อื เปนการวางแผนกอนปรงุ อาหารซึ่งจะไดไมม ปี ญหาวา กลับบา นแลว ลมื ซ้ือ ซึง่ เหตกุ ารณนี้มักเกดิ ขน้ึ บอย ๆ ชวี ิตคนเรากเ็ ชนเดียวกนั ตอ งคดิ กอ นปรงุ โดยตองรวู าจะปรงุ ใหเ ปน อะไร ซง่ึ เรยี กวาแผนชวี ติ แตส ําหรับคน ทยี่ ังไมร ูก ต็ องเขียนวา ตัวเองชอบอะไร หรอื ตองการอะไรจะดกี วา ดาํ เนนิ ชีวติ โดยไรจ ดุ หมาย แผนชวี ติ คอื ส่งิ ที่เราฝนหรอื คาดหวังอยากจะใหเกดิ ข้ึนจรงิ ในอนาคตโดยเราจะตอ งวางแผน กาํ หนด ทศิ ทางหรอื แนวทางในการดาํ เนนิ ชีวิต เพ่ือใหเ ราไปถงึ เปา หมาย ทาํ ใหเราเกิดความพึงพอใจ และความสุข แผนชีวิต มีหลายดา น เชน แผนชีวิตดา นอาชีพ แผนชีวิตดา นครอบครัว เปนตน แผนชีวิต แตละคนแตล ะครอบครัวจะแตกตา งกนั ขนึ้ อยูก ับวา ใครจะใหความสําคญั กับแผนชีวิตดา นใดมากกวา กนั แผนดา นการพัฒนาอาชีพ ใหมองถงึ ศกั ยภาพท่มี กี ารพัฒนาได ความถนัด ความสามารถของตน เอง มองถึงทนุ ทม่ี ีในชมุ ชน เชน ทรพั ยากร องคค วามรู ภูมิปญญา แหลงเงินทุน การตลาด ความตองการ ของคนในชุมชน โดยมกี ารจดั การความรขู องตนเอง เพ่อื ใหเ กดิ ความรูใหม แผนชีวิตดา นครัวเรือน ใหมองถึงหลักธรรมในการดํารงชีวิต การสรา งภูมิคุมกันใหก ับคนใน ครอบครัวท่ีมีการเรยี นรูตลอดชวี ติ เพื่อนําองคค วามรูมาสรา งภมู ิคุม กันที่ดี นอกจากนี้การนําบัญชีครัวเรือน มาวเิ คราะหร ายจา ยทีไ่ มจําเปน มาจดั ทาํ แผนการลดรายจา ย เพิม่ รายได และตอ งมีการประเมินแผนทท่ี าํ ดวยวาสําเรจ็ มากนอยเพียงใด แผนชีวิตดา นครวั เรือน เชน (1)การจัดทําบญั ชรี ายรบั - รายจา ยในครวั เรอื น มกี ารวางแผนการใชจ า ย เชน จา ย 3 สวน ออม 1 สว น เพื่อใหเ กิดการมีระเบียบวินัยในการใชจ า ย การลด ละ เลิกอบายมุข การศึกษาใหรูเทาทัน กระแสบริโภคนยิ ม การวางแผนควบคุมรายจายในครวั เรอื น

31 (2)การลดรายจายในครวั เรือน เชน การปลกู ผักสวนครวั การผลิตปยุ ชวี ภาพไวใ ชท ดแทนปยุ เคมี การผลติ ผลิตภณั ฑเคร่ืองใชภายในครัวเรือน (3)การเพ่ิมรายไดใ นครัวเรอื น แปรรูปผลผลิต การทําเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชสมุนไพร ฯลฯ หรืออาจจะเริม่ จาก การจดั ทาํ แผนชีวติ ครัวเรอื น อาจจะดาํ เนินการ ดงั นี้ 1. จัดทําขอ มูลของครวั เรอื น 2. คน หาศกั ยภาพของตนเอง ทกั ษะในการประกอบอาชพี ทุน สถานการณในการประกอบอาชพี 3. คน หาปญหาของครัวเรือน 4. กําหนดเปา หมายของครัวเรอื นเพอื่ ใหหลุดพนจากความยากจน 5. วางแผนการแกป ญหาของครวั เรอื น 6. บันทึกการปฏบิ ัตติ ามแผน 7. บันทกึ การประเมนิ ผล ฀฀฀฀

32 กรณตี วั อยาง สรุ ชยั มรกตวิจิตรการ เกษตรพอเพียง แหง บา นปาไผ * บา นเกษตรกรพอเพียงตามแนวพระราชดาํ รขิ อง สุรชัย มรกตวจิ ติ รการ ต้ังอยทู ีบ่ านปา ไผ ต.แมโ ปง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม สรุ ชัย ไดเ ลา ชีวติ ของตนเองวา “ชีวิตคงไมมาถึงวันนี้หากไมมศี รทั ธา แรงกลา ตอ องคพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช (รชั กาลท9่ี ) ผมเร่มิ ตน จากศนู ย เดิมผม คาขายเส้ือผาสําเรจ็ รูป ป 2540 เจอวิกฤตเศรษฐกจิ มหี นสี้ นิ แปดแสนบาท คดิ จะฆาตวั ตาย แมใ หส ตวิ า ทําไมไมสู ทําใหผมคิดใหม ต้งั สตแิ ลวมงุ หนาไปท่ศี นู ยการศึกษาการพฒั นาหว ยฮอ งไคร อนั เนอื่ งมาจากพระ ราชดาํ ริ ดวยใจทมี่ งุ มนั่ วามกี ินแนห ากเดินตามแนวทางของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ย เดช (รชั กาลที9่ ) ที่น่เี องไดเ รียนรแู ละทาํ ความเขาใจคาํ วา “เศรษฐกจิ พอเพยี ง”อยางถองแท” เราเริ่มตน จากการเล้ียงสัตวต ามความถนัดท้ัง ปลา ไก วัว กบ ตอ มาปลูกพืชผักสวนครัว โรงเพาะเห็ด กลายเปนไรนาสวนผสมที่ทําทุกอยางเชอ่ื มโยงกนั อยางเปนระบบและมีประสิทธภิ าพ เวลาผานไปไมก ี่ป สุรชัย กลายเปนผูเ ช่ียวชาญ มีความรูใ นสิ่งท่ีตนเองลงมือทํา ไมว าจะเปน การทําปุยหมัก ปุย อินทรีย การเลี้ยงหมูหลุม การเลี้ยงไก วัว ปลา กบ การทํากา ซชีวภาพจากมูลสัตว การนาํ ของเหลวจากสัตวไปเลี้ยงพืช การนําของเหลวจากพชื ไปใชก บั สัตว “พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช (รชั กาลที่9) สอนคนไทยมากวา 20 ป วา ใหเ ชื่อมธรรมชาตเิ ขา ดว ยกนั คนไทยไมชอบคดิ ไมชอบวเิ คราะห ไมลงมือทาํ แตใ ชเงินนาํ หนา ตองแกดวย 5 ร คอื รวมพลงั รว มคดิ รวมกนั ทาํ รว มกันสรุปบทเรียน และรวมกันรบั ผล และยดึ คําสอนที่วา ตอ ง ระเบิดจากขางใน คอื เขาใจตัวเองกอน ส่ิงแรก คอื ตน ทนุ ต่าํ ทาํ บัญชคี รัวเรอื น ตัดส่งิ ฟุมเฟอยออกจากชีวติ คดิ อยางรอบคอบ ไมข เี้ กียจ สรางภมู ิคุมกนั ไมหลงกระแส ไมหลงวตั ถุนิยม ทสี่ ําคัญไมแ ขงกบั คนรวย แต ทกุ คนตอ งคดิ ตองฝน เองวาอะไรเหมาะทสี่ ุด จะสําเรจ็ หรอื ลม เหลวอยทู คี่ ุณภาพคน ปจจุบัน สุรชัย ยังเดินหนา ตามแผนชีวิตของตนเอง เพ่ือหวังปลดหน้ีภายในไมเกิน 5 ป ดว ยการกูเงิน 2 ลานบาท ซอ้ื ทด่ี ินหลังบานเพือ่ สรา งฐานการผลติ ผมตองการพสิ จู นวา คนจนหากมุง มน่ั ทจ่ี ะสแู บบเขาใจศักยภาพตนเองรบั รองอยูไ ดอ ยางมศี ักดศ์ิ รี และเปนชีวิตทีย่ งั่ ยืนปลอดภัย ------------------------------------ * จนิ ตนา กิจมี หนังสอื พิมพมติชน หนา 10 วันเสารท่ี 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

33 กจิ กรรมที่ 5 ใหผูเรียนวางแผนชวี ิตของตนเองดานอาชีพและดานชีวิตครอบครัว โดยคํานึงถึงหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง แผนชวี ติ รายละเอยี ดแผนชีวติ 1. ดานอาชพี 1. ตองการประกอบอาชพี …………………………………………………………….. ดา นครอบครัว 2. ปจจัยท่ีพจิ ารณาประกอบอาชีพนี้ .............................................................................. แผนชวี ติ - เงินลงทนุ ....................บาท - มีความรูวชิ าชพี น้ี……………………………….…….……………………………. - ประสบการณท ่ีเก่ียวของกบั วิชาชีพ............................................................................ - ลูกคา กลุมเปา หมาย ไดแก… ……………………………….……………………….. - สถานทป่ี ระกอบอาชีพ……………………………………………………………… - ความรู ความสามารถ................................................................................................... - เครอ่ื งมือและอุปกรณ................................................................................................... - การประชาสัมพันธ /โฆษณา....................................................................................... - แรงงาน...................คน - วัน เวลา เปดบรกิ าร.................................................................................................. - สภาพ / สถานการณอาชพี น้ีในพน้ื ท่ปี ระกอบอาชพี ................................................... - คแู ขงทางการคา…………………………………………………………………….. - กลยทุ ธการขาย……………………………………………………..……………… บา น / ท่อี ยอู าศยั - ปรับปรุง…………………….…………………………………..……………… - พัฒนา………………………………………………………..………………… สขุ ภาพ - ของตนเอง……………………………………………………..…….………… - สมาชกิ ในครอบครวั ……………………………………………….……..…… การปฏิบตั ิธรรม - ยดึ หลักธรรม...............................ในการดาํ เนนิ ชวี ติ - การรวมกิจกรรมท่ีวดั ……………………………………….……….……..…… - ปฏิบัตธิ รรมในครอบครัวโดย……………………………………………….…… เศรษฐกจิ

แผนชีวติ 34 รายละเอียดแผนชีวิต - ลดรายจายโดย............................................................................................... - เพิม่ รายไดโดย................................................................................................ (รายละเอียด/แนวทางปฏิบัต)ิ - ออม / ฝากเงนิ กบั ..................................................................... - ลงทุนโดย

35 บทที่ 5 การประกอบอาชพี ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เพ่ือการสรางรายได อยางม่ันคง ม่ังคั่ง และยง่ั ยืน สาระสาํ คญั การประกอบอาชีพตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อการสรางรายได อยางม่ันคง มั่งค่ัง และยัง่ ยนื มงุ เนน ใหผ ูเรียนมีการพจิ ารณาอยางรอบดา น มคี วามรอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผน และการดาํ เนนิ งานทุกขน้ั ตอน เพือ่ มิใหเกดิ ความเสยี หายตอการพัฒนา เปนการประกอบอาชีพท่ีคํานึงถึง การมรี ากฐานที่มนั่ คงแขง็ แรง ใหเ จรญิ เติบโตอยางมลี าํ ดับขัน้ สามารถยกระดบั คุณภาพชีวิตท้ังทางกายภาพ และทางจิตใจควบคูกัน การประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงมิไดข ัดกับกระแส โลกาภวิ ัฒน ตรงกันขามกลบั สง เสรมิ ใหกระแสโลกาภิวฒั นไดรับการยอมรับมากข้ึน ดว ยการเลือกรับการ เปลี่ยนแปลงท่ีสง ผลกระทบในแงด ีตอประเทศ ในขณะเดียวกันเปนการสรา งภูมิคุมกันในตัวท่ีดีตอการ เปล่ียนแปลงในแงท่ไี มด แี ละไมอ าจหลกี เลีย่ งได เพอ่ื จํากดั ผลกระทบใหอยูในระดบั ไมกอความเสยี หายหรือ ไมเปน อนั ตรายรายแรงตอประเทศ ผลการเรยี นรทู ค่ี าดหวัง ตระหนักในความสําคัญของการประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการ สรา งรายได อยา งม่ันคง ม่ังคั่ง และยั่งยืน พฒั นาประเทศภายใตก ระแสโลกาภวิ ัฒนแ ละเลือกแนวทางหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ ชในการดําเนินชีวิตอยา งสมดุล และพรอ มรับตอความเปล่ียน แปลงของประเทศภายใตก ระแสโลกาภิวฒั น ขอบขายเน้อื หา เรอ่ื งท่ี 1 ความหมาย ความสําคัญ ประเภท สาขาอาชีพตา ง ๆ การตัดสนิ ใจประกอบอาชพี 1.1 ความหมาย ความสาํ คญั 1.2 ประเภทของงานอาชีพ 1.3 กลมุ งานอาชพี ตา งๆ 1.4 การตดั สนิ ใจประกอบอาชีพ

36 เรอ่ื งท่ี 2 การสรา งงานอาชีพตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 5 กลมุ อาชพี ใหม ทีเ่ นนความเปน ไทย 2.1 เกษตรกรรม 2.2 อุตสาหกรรม 2.3 พาณิชยกรรม 2.4 ความคดิ สรา งสรรค 2.5 การอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง เรื่องท่ี 3 แนวทางการประกอบอาชพี ทีส่ ง ผลตอ ความสาํ เรจ็ 3.1 มคี วามรู คอื ตอ งรอบรู รอบคอบ และระมดั ระวัง 3.2 คุณธรรมทส่ี งเสรมิ การประกอบอาชพี ประสบความสําเรจ็ คือ ความสาํ เรจ็ สุจริต ขยนั อดทน แบงปน

37 เรื่องที่ 1 ความหมาย ความสําคัญ ประเภท สาขาอาชีพตาง ๆ การตัดสินใจประกอบ อาชพี 1.1 ความหมาย ความสําคัญ 1.2 ประเภทของงานอาชีพ 1.3 กลมุ งานอาชพี ตาง ๆ 1.4 การตัดสนิ ใจประกอบอาชพี 1.1 ความหมาย ความสําคัญ อาชีพ หมายถึง ชนิดของงานหรือกิจกรรมของบุคคลประกอบอยู เปนงานท่ีทําแลวไดรับ ผลตอบแทนเปนเงินหรือผลผลิต อาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คืองานที่บุคคลทําแลวไดรับผลตอบแทนเปนเงิน ผลผลติ โดยยึดหลักสาํ คญั 5 ประการในการดาํ เนนิ การ ไดแ ก 1. ยดึ หลกั ทางสายกลางในการดาํ เนนิ ชีวติ 2. มคี วามสมดุลระหวา งคน ชมุ ชน และส่งิ แวดลอม 3. มีความพอประมาณ พอเพียงในการผลติ การบรโิ ภค และการบริการ 4. มภี มู คิ ุมกนั ในการดําเนินชวี ิตและการประกอบอาชพี 5. มคี วามเทา ทนั สถานการณชุมชน สังคม อาชีพมีความสําคัญตอชีวิตคนเราอยางมาก เพราะเปนความม่ันคงของตนเองและครอบครัว คนทีม่ อี าชพี จะเปน คนท่ไี ดรับการยกยอง ไดรบั การยอมรบั นบั ถอื เราตองทาํ งานหาเงิน มีเงินรายได หรือ สรา งผลผลิต เนื่องจากตองดํารงชีวิตดวยปจจัย 4 คือ อาหาร เคร่ืองนุงหม ยารักษาโรค และที่อยูอาศัย การประกอบอาชีพจงึ เปน สิ่งสําคัญย่ิงตอมนุษยทุกคน 1.2 ประเภทของงานอาชีพ อาชพี สามารถแบง ออกไดเ ปน 2 ประเภทคอื 1. อาชีพอสิ ระ คอื อาชพี ที่ตนเองเปน เจาของกจิ การ โดยลงทุนเอง วางแผนเอง ตัดสินใจ เอง จัดบรกิ ารและขายเอง 2. อาชีพรับจา ง คือ อาชีพที่อยูในกิจการของนายจาง มีรายไดจากคาจางและสวัสดิการ ตา ง ๆ 1.3 กลุมงานอาชีพตาง ๆ การสรางงานอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในที่น้ี แบงกลุมอาชีพเปน 5 กลุมอาชีพใหม คือ 1. เกษตรกรรม 2. อุตสาหกรรม (ในครอบครัว) 3. พาณชิ ยกรรม 4. ดา นความคดิ สรางสรรค 5 การอาํ นวยการและอาชพี เฉพาะทาง

38 1.4 การตัดสินใจประกอบอาชีพ การตัดสินใจท่ีจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม จะตองมีส่ิงที่จะตองคิดหลายดานทั้งตองดู ขอมูล มีความรู มีทุน แรงงาน สถานท่ี มีกลวิธีการขายและคุณธรรมในการประกอบอาชีพดวย ขอควร คํานึงในการตดั สนิ ใจประกอบอาชพี มีดงั น้ี 1. การตัดสินใจประกอบอาชีพโดยใชข อมลู อยา งเหมาะสม ในการประกอบอาชพี ผูเ รยี นตอ งใชขอ มูลหลาย ๆ ดาน เพ่ือการตัดสินใจ ขอมูลท่ีสําคัญ คอื ตองรจู กั ตนเองวา มคี วามชอบหรอื ไม มสี ภาพแวดลอ มในครอบครัว ชมุ ชน ท่ีเหมาะสมกับการประกอบ อาชีพนน้ั ๆ หรือไม และขอมลู ทสี่ ําคัญ คือ ความรูทางวชิ าการ 2. มีความรวู ชิ าชพี นัน้ ๆ การประกอบอาชีพอะไรก็ตองมีความรูในวิชาชีพนั้น ๆ อยางดี เพราะการมีความรูใน วิชานนั้ ๆ อยา งดี จะทําใหส ามารถปรับปรุงพฒั นาอาชีพน้ัน ๆ ไดด ีย่ิงขึน้ 3. มที นุ แรงงาน และสถานท่ี ทนุ แรงงาน สถานที่ เปนองคป ระกอบสาํ คญั ในการประกอบอาชพี ทําใหเ กดิ ความมน่ั ใจ ในการประกอบอาชีพเปน ไปอยา งราบร่ืน 4. มวี ธิ ีการปฏิบตั งิ านและจดั การอาชพี มีขั้นตอน กระบวนการ การจัดการท่ีเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ทําใหงานประสบ ความสําเร็จ ลดตน ทุนการผลติ มีผลผลิตไดมาตรฐานตามที่ต้งั เปา หมายไว 5. มีกลวิธีการขาย การตลาด กลวิธีการขาย การตลาดที่สามารถตอบสนองความตองการ ความพึงพอใจของลูกคา ยอมทาํ ใหย อดขายเปนไปตามเปา หมาย 6. มีการจัดการการเงินใหมีเงินสดหมุนเวียนสามารถประกอบอาชีพไปไดอยางตอเน่ือง ไมข ดั ขอ ง 7. การจดั ทําบัญชรี ายรบั – รายจา ย เพอื่ ใหท ราบผลการประกอบการ 8. มีมนุษยสัมพันธและมีจิตบริการ การมีมนุษยสัมพันธที่ดีกับลูกคา มีความเปนกันเอง โดยเฉพาะการใชคาํ พดู ทเี่ หมาะสม เพือ่ สรา งความพงึ พอใจใหก บั ลูกคา ไปพรอมกบั การมจี ติ บรกิ ารใหล กู คา ดวยความจรงิ ใจ ตอ งการเหน็ ลูกคามีความสุขในการบริโภคสนิ คา

39 9. มีคุณธรรมในการประกอบอาชีพ ผูผลิตและผูขายมีความซื่อสัตยตอลูกคาใชวัตถุดิบท่ีมี คุณภาพ ไมใชสารเคมที ีม่ พี ษิ ในผลติ ภัณฑ ซ่งึ สง ผลตอสขุ ภาพ ส่งิ แวดลอ ม และการดําเนินชีวติ ของลูกคา เรือ่ งที่ 2. การสรางงานอาชีพตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ในที่น้ีไดแบงกลุม อาชีพ 5 กลมุ อาชพี ใหม คือ 1. เกษตรกรรม 2. อตุ สาหกรรม (ในครอบครัว) 3. พาณิชยกรรม 4. ดานความคิดสรางสรรค 5. การอํานวยการและอาชีพเฉพาะ ทาง โดยวเิ คราะหแบง กลมุ 5 กลมุ อาชพี ใหม ดา นการผลติ กับดา นการบรกิ าร กลมุ อาชีพ ดา นการผลิต ดานการบริการ 1. เกษตรกรรม 1. แปรรูปผลผลิต * พชื ตนไม ตัวอยางการตบแตง - อาหารหลัก ตนไม การจัดดอกไมประดับใน - อาหารวา ง - ขนม งานมงคล งานศพ การดูแลตนไม - เครื่องด่ืม (นํ้าตะไคร กระเจี๊ยบ การจัดสวน ใบเตย ขงิ สัปปะรด เสาวรส ฯลฯ) * สัตว เชน เล้ียงสุนัข การดูแล 2. เพาะเห็ด (แปรรูป) ตดั ขน 3. เพาะพันธไุ ม 4.การเลี้ยงไกไข 5. ขยายพันธพุ ชื 6. ปลูกสมุนไพร 2. อุตสาหกรรม (ในครอบครัว) 1. ไมน วดเทา ไมก ดเทา * บรรจุสนิ คา 2. ผลติ ภัณฑจากกะลามะพรา ว * สง สินคาตามบาน 3. ผลติ เครอื่ งประดับทาํ มือ ราน โดยใชมอเตอรไซต 4. ผลิตสนิ คาจากวัสดุเหลือใช * ประกอบสนิ คา /ผลติ ภัณฑ เชน 5. รองเทาแตะ เครือ่ งใช ประดบั ตบแตง ประกอบชอ ดอกไม 6. ตะกราจะกาบหมาก 7. เกาอี้ทางมะพรา ว 3. พาณชิ ยกรรม 1. นํ้าเตา หูกบั ปาทอ งโก * การขายตรง 2. เครื่องด่มื น้าํ เตาหู กาแฟ * การขายปลีก 3. ผลติ ปยุ ชวี ภาพ นํ้าหมัก * การขายสง 4. ดา นความคิดสรา งสรรค 1. ออกแบบบรรจุภัณฑ (ผา กระดาษ * บริการผูกผาตบแตงงานพิธี พลาสติก ฯลฯ) ตางๆ

40 กลมุ อาชีพ ดานการผลติ ดานการบริการ 2. ออกแบบเคร่ืองใชตาง ๆ (ดวยวัสดุ * ลําตดั หมอราํ เหลอื ใชตางๆ) * รอ งเพลงพื้นบาน 3. ออกแบบเฟอรนเิ จอร * เปา ขลยุ 4. ดนตรพี ื้นบา น (โปงลาง อังกะลงุ ) 5. การออกแบบเคร่อื งประดับ 5. การอํานวยการและอาชีพ การแพทยทางเลือก (การนวดแผนไทย * หัวหนางาน เฉพาะทาง ผอนคลาย บาํ บดั รกั ษา) * Organizer รับจัดงานวันเกิด ฉลองงานแตง * รบั ตกแตง สถานท่ี เรอ่ื งท่ี 3 แนวทางการประกอบอาชีพทส่ี ง ผลตอ ความสาํ เรจ็ แนวทางการประกอบอาชีพใหประสบผลสาํ เรจ็ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มเี ง่ือนไขความรูแ ละคณุ ธรรมดังนี้ 3.1 มีความรูคือ ตอ งรอบรู รอบคอบและระมดั ระวงั ความรอบรู มคี วามหมายมากกวาคาํ วา ความรูคือนอกจากจะอาศัยความรใู นเชงิ ลกึ เกี่ยวกับ งานท่จี ะทําแลว ยังจาํ เปน ตอ งมคี วามรใู นเชงิ กวาง ไดแกความรู ความเขา ใจในขอเท็จจริงเกย่ี วกบั สภาวะแวดลอ มและสถานการณท เ่ี ก่ยี วพันกบั งานทจี่ ะทาํ ทัง้ หมด ความรอบคอบ คือ การทํางานอยางมีสติ ใชเวลาคิดวิเคราะห ขอมูลรอบดาน กอนลงมือทํา ซ่ึงจะลดความผิดพลาด ขอบกพรอ งตา ง ๆ ทําใหงานสาํ เร็จไดอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ใชต น ทนุ ตํ่า ระมัดระวงั คือ ความไมป ระมาท ใหค วามเอาใจใสในการทํางานอยางตอเน่อื งจนงานสําเรจ็ ไมเ กิดความเสียหายตอ ชีวติ และทรัพยสนิ หรืออบุ ัติเหตอุ นั ไมค วรเกิดขึ้น 3.2 คณุ ธรรมท่สี ง เสริมการประกอบอาชีพใหประสบความสําเร็จ คือ ความซ่อื สัตย สุจริต ขยัน อดทน แบงปน การประกอบอาชพี ตอ งสัมพนั ธเ กย่ี วขอ งกับบุคคล สงั คม และสิง่ แวดลอม อยางหลีกเลี่ยง ไมได เพื่อใหการประกอบอาชีพประสบผลสําเร็จตามเปาหมาย ไดรับการสนับสนุนจากผูเก่ียวของ ผรู ว มงาน และลกู คา ผูป ระกอบอาชีพตองมคี ุณธรรม ซือ่ สตั ย สจุ ริต ขยนั อดทน แบงปน ความขยัน อดทน คือ ความต้ังใจเพียรพยายามทําหนาที่การงาน การประกอบอาชีพอยาง ตอเนอ่ื ง สมํ่าเสมอ ความขยันตอ งปฏิบัติควบคกู ับการใชส ตปิ ญ ญา แกปญ หาจนงานเกดิ ผลสาํ เรจ็ ผูท่ีมีความขยัน คือ ผูท่ีต้ังใจประกอบอาชีพอยางจริงจังตอเน่ือง ในเรื่องท่ีถูกท่ีควร มีความพยายาม เปนคนสงู าน ไมท อ ถอย กลาเผชิญอปุ สรรค รักงานทที่ ํา ตัง้ ใจทาํ หนา ท่อี ยางจริงจงั

41 ซื่อสัตย คือการประพฤตติ รง ไมเ อนเอียง จรงิ ใจ ไมม ีเลหเหล่ียม ผูท ม่ี ีความซื่อสตั ย คือ ผูท่ีประกอบอาชีพตรงไปตรงมา ไมคดโกง ไมเอาเปรียบผูบริโภค ไมใชวัตถุที่เปนอันตราย และ คาํ นงึ ถงึ ผลกระทบกับสภาพแวดลอ ม ความอดทน คือ การรักษาสภาวะปกติของตนไวไมวาจะกระทบกระท่ังปญหาอุปสรรคใด ผูม ีความอดทน ในการประกอบอาชีพ นอกจากจะอาศัยปญ ญาแลว ลวนตอ งอาศัย ขันติ หรือความอดทน ในการตอสูแกไขปญหาตา ง ๆ ใหง านอาชพี บรรลุความสําเรจ็ ดว ยกันทง้ั สิ้น การแบง ปน / การให คือ การแบงปนสิง่ ท่เี รามี หรือส่ิงทส่ี ามารถใหแ กผ ูอ่ืนไดแ ละเปนประโยชน แกผทู ีร่ บั การใหผูอน่ื ทีบ่ ริสุทธใิ จไมห วังส่งิ ตอบแทนจะทําใหผ ใู หไ ดร บั ความสขุ ท่ีเปนความทรงจําทยี่ าวนาน การประกอบอาชพี โดยรจู ักการแบง ปน หรอื ใหส งิ่ ตาง ๆ ทส่ี ามารถใหไ ดแก ลกู คาและชุมชนของเรา ยอ มไดรับการตอบสนองจากลูกคา ในดานความเชื่อถอื

42 กิจกรรมที่ 6 1. การประกอบอาชีพมีความสาํ คญั ตอการดาํ รงชวี ติ ของผูเรียนอยา งไร? 1…………………………………………………………………………………………… 2…………………………………………………………………………………………… 3………………………………………………………………………………………….. 4…………………………………………………………………………………………… 5…………………………………………………………………………………………… 2. จงยกตัวอยา งอาชพี ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง อาชีพกลุมเกษตรกรรม เชน .................................................................................................... .............................................................................................................................................. อาชีพกลุม อตุ สาหกรรม เชน................................................................................................... ............................................................................................................................................... อาชีพกลุม พาณชิ ยกรรม เชน ................................................................................................... ............................................................................................................................................... อาชีพดานความคดิ สรา งสรรค เชน .......................................................................................... ............................................................................................................................................... อาชีพดานการอาํ นวยการและอาชีพเฉพาะทาง เชน ............................................................... ............................................................................................................................................... 3. เม่ือผเู รยี นประกอบอาชีพแลว จะนําคณุ ธรรม.........................มาใชในการประกอบอาชีพ และจะมี แนวทางปฏบิ ตั ิตามคณุ ธรรมนี้อยางไร............................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

43 กจิ กรรมท่ี 7 ใหผ เู รยี นวางแผนแนวทางการประกอบอาชีพของตนเองท้ังที่เขาสูอาชีพใหมและพัฒนาอาชีพ โดยมีขั้นตอนดงั นี้ ขนั้ ตอนท่ี 1 ใหผ เู รียนแบง กลมุ ออกเปนกลุม ละ 5 – 7 คน แตล ะกลุม ใหเลือก หัวหนากลมุ 1 คน และเลขากลมุ 1 คน รวมระดมพลังสมองแลกเปลีย่ นเรยี นรูตามหัวขอ ดังตอ ไปนี้ 1. การประกอบอาชีพตามแนวของหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2. อาชีพที่เชื่อม่ันวา สามารถทาํ ไดใ นครอบครวั ชุมชนของเรา 3. รวมกันรางรายละเอียด ส่ิงท่ีตองใช สิ่งท่ีตองทําในการประกอบอาชีพนั้น ๆ (ทาํ 1- 2 อาชพี ) ทงั้ นีใ้ หประธานเปน ผูดาํ เนินการ เลขากลุมจดบันทึกสรปุ สาระสาํ คัญ เพ่อื นําเสนอ ข้นั ตอนท่ี 2 ใหทุกกลุมรวมกนั คัดเลอื กอาชีพจากกจิ กรรมท่ี 1 ตามท่กี ลุม ตกลงรวมทงั้ อาชีพท่สี ามารถ ทําเปนรายบุคคล และเปน กลุม นาํ มาเขยี นเปน โครงการประกอบอาชีพท่สี ามารถนาํ ไปปฏบิ ัติไดจริง ขนั้ ตอนที่ 3 ใหผ เู รยี นแตละคน แตละกลมุ นาํ โครงการประกอบอาชีพทน่ี าํ เสนอ (ตรวจสอบความสมบูรณ) ไปประกอบอาชีพ โดยมีการรว มระดมทุน จัดหาทนุ การแบงงานกันทํา การลงมตริ วมกนั ตดั สินใจ ระยะเวลา ดําเนนิ การตามความเหมาะสม แลวสรปุ ผลการประกอบอาชีพเสนอครู กศน.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook