ใบงาน การปฏบิ ัติวชิ าชพี ครรู ะหว่างเรยี น 2 นางสาว สุกญั ญา แสงสขุ รหัสนักศึกษา 6312106052 คณะครุศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ ฝึกที่โรงเรยี นเฉลมิ ขวัญสตรี อาเภอเมอื ง จงั หวัดพิษณโุ ลก อาจารย์นเิ ทศ รศ.ดร.ภัคพล ปรีชาศิลป์
คำนำ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูระหว่างเรียน 2 (Practicum 2) ซึ่งได้ รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับการวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับ สถานศึกษา การวิเคราะห์แนวทางในการพัฒนาตนเอง การรายงานการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมอนุรักษ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในสถานศึกษา และมีส่วนรว่ มในโรงเรยี นเฉลิมขวญั สตรี ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำรายงานฉบับนี้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษา และตอ้ งการประสบการณใ์ นการฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพครเู ป็นอยา่ งดี นางสาวสกุ ัญญา แสงสุข ผู้จัดทำ
สารบัญ เรอื่ ง การวิเคราะห์หลกั สูตรสถานศึกษา หนา้ การประกนั คุณภาพการศึกษาทสี่ อดคล้องกับสถานศึกษา คำนำ การวเิ คราะห์แนวทางในการพัฒนาตนเอง ก สารบญั รายงานโครงการโครงการสง่ เสริม อนรุ ักษว์ ัฒนธรรม ข ขอ้ มูลผูจ้ ัดทำ และภมู ิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา ค ใบงานที่ 1 5 ใบงานท่ี 2 37 ใบงานที่ 3 43 ใบงานท่ี 4 46 ภาคผนวก 50
ข้อมลู ทั่วไปของนกั ศกึ ษา ชอ่ื -สกุล นางสาวสกุ ญั ญา แสงสขุ รหัสประจำตัวนกั ศึกษา 6312106052 ว.ด.ป.เกดิ 23 มีนาคม 2544 อายุ 20 ปี ภมู ลิ ำเนาของนักศึกษาบา้ นเลขที่ 164 หมู่ 2 ตำบลกกสะทอน อำเภอดา่ นซา้ ย จงั หวัดเลย รหัสไปรษณยี ์ 42120 สังเกตการณ์ ณ โรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี ท่ีอยูโ่ รงเรียนเฉลมิ ขวัญสตรี เลขท่ี 28 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จงั หวดั พิษณโุ ลก รหสั ไปรษณยี ์ 65000 นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์ (ชดุ สงั เกตการณ์ ปี 63) ทรี่ ่วมสังเกตการณ์ในสถานศึกษาเดียวกัน 1. นางสาวประภาพร ษรจนั ทร์ สาขาคณติ ศาสตร์ 2. นางสาวปยิ มาศ พลวี สาขาคณิตศาสตร์ 3. นางสาวสุกัญญา แสงสุข สาขาคณติ ศาสตร์ 4. นางสาวโชตกิ า ชวดีโชตหิ ริ ญั สาขาคณิตศาสตร์ 5. นายเกรยี งศักด์ิ ฤกษ์อุดม สาขาสังคมศึกษา 6. นางสาวอัญชิษฐา พ่วงเกิด สาขาสงั คมศกึ ษา 7. นางสาวอาริสา อดุ พ้วย สาขาสงั คมศกึ ษา 8. นายวรพงศ์ แสงท่าน่ัง สาขาสงั คมศกึ ษา 9. นางสาวนลนีย์ โมออ่ น สาขาสงั คมศกึ ษา 10. นางสาวสธุ กิ านต์ เพชรออ่ น สาขาสงั คมศกึ ษา 11. นายจักรพันธ์ อ่อนโยน สาขาภาษาอังกฤษ 12. นางสาวกชกร แก้วเขียว สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว 13. นางสาวธดิ ารตั น์ ศิริพรม สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว 14. นางสาวศิรลิ กั ษณ์ จันทร์ผ่อง สาขาภาษาอังกฤษ
ใบงานที่ 1 การวิเคราะห์หลกั สตู รสถานศกึ ษา วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือใหน้ ักศึกษามีความรู้ความเขา้ ใจในการวิเคราะหห์ ลักสตู ร ตามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ท่ีตรงกับวชิ าเอกของตน 2. เพอื่ ใหน้ กั ศึกษาสามารถฝึกปฏบิ ตั ิวเิ คราะห์หลักสูตรได้ตามขน้ั ตอน 3. เพือ่ ใหน้ กั ศึกษาสามารถเขียนแผนการจดั การเรยี นรู้ตามกลุ่มสาระที่ตรงกับวิชาเอกได้ อย่างเหมาะสม 4. เพื่อให้นักศึกษาสามารถฝกึ ปฏบิ ตั ิการสอนในสถานการณ์ในชัน้ เรียนจรงิ ได้ ขอบข่ายของงาน 1. ใหน้ กั ศึกษาศึกษาหลักสตู รกลุ่มสาระทตี่ รงกบั วชิ าเอกของตนแล้วทำการวิเคราะห์หลกั สตู รตาม ขั้นตอนท่ีกำหนดให้ 2. เขียนแผนการจดั การเรยี นรู้ให้สอดคล้องกบั หน่วยการเรยี นรู้ 3. วางแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีจะนำไปทดลองปฏิบัติการสอนในชน้ั เรยี น 4. ทดลองปฏบิ ตั กิ ารจดั การเรยี นรู้ ผู้เกี่ยวข้อง/แหล่งข้อมูล 1. ครนู เิ ทศก์ / ครพู ่ีเล้ยี ง 2. เอกสารหลักสตู รสถานศึกษาตามกลมุ่ สาระ 3. เอกสารหลกั สตู ร / เอกสารประกอบหลักสูตร 4. แผนการจัดการเรยี นรู้
การวเิ คราะหห์ ลักสูตรกลมุ่ สาระ หลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชอ่ื สถานศกึ ษา โรงเรยี นเฉลิมขวัญสตรี อำเภอเมือง จังหวดั พิษณโุ ลก ***************************************************************************************** ข้นั ที่ 1 การวิเคราะหค์ วามสมั พันธร์ ะหวา่ งมาตรฐานการเรียนรกู้ ลมุ่ สาระกับตัวช้วี ดั ชน้ั ป/ี ตัวช้วี ัด รายภาค มาตรฐานการเรียนรู้กลมุ่ สาระ ตัวชว้ี ดั รายภาค ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความ ม.1/3 เข้าใจและประยุกตใ์ ช้อัตราส่วน สัดสว่ น และร้อยละ หลากหลายของการแสดงจำนวน ในการแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ จำนวนผลท่ี เกิดข้นึ จากการ ม.1/1 เขา้ ใจและใชส้ มบตั ขิ องการเท่ากนั และสมบัตขิ อง ดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ จำนวน เพื่อวเิ คราะหแ์ ละแก้ปัญหาโดยใช้ สมการเชิงเสน้ ตัว และนำไปใช้ แปรเดยี ว มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ ิพจน์ สมการ ม.1/2 เข้าใจและใช้ความร้เู ก่ียวกบั กราฟในการแกป้ ัญหา และอสมการ อธิบายความสมั พันธ์ คณิตศาสตร์และปญั หาในชวี ติ จรงิ หรือชว่ ยแก้ปัญหาท่ีกำหนดให้ ม.1/3 เข้าใจและใชค้ วามรเู้ กี่ยวกบั ความสมั พนั ธเ์ ชิงเส้นใน การแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชวี ิตจริง สาระท่ี 3 สถิตแิ ละความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการ ม.1/1 เขา้ ใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมลู และ ทางสถติ ิ และใชค้ วามรทู้ างสถิติใน แปลความหมายขอ้ มลู รวมท้ังนำสถติ ิไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ โดยใช้ การแก้ปัญหา เทคโนโลยที ่เี หมาะสม
ข้นั ท่ี 2 การวเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหว่างสาระการเรียนรชู้ ่วงช้นั กับสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณติ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวนการดำเนนิ การของ จำนวน ผลที่เกิดข้นึ จากการดำเนนิ การสมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตวั ชวี้ ัดช้ันปี/รายภาค สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ม.1/1 เขา้ ใจจำนวนตรรกยะและ จำนวนตรรกยะ ความสมั พนั ธข์ องจำนวนตรรกยะ • จำนวนเต็ม และใช้สมบัติของจำนวนตรรกยะใน • สมบัติของจำนวนเตม็ การแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์ • ทศนยิ มและเศษส่วน ม.1/2 เข้าใจและใชส้ มบตั ขิ องเลขยก • จำนวนตรรกยะและสมบัติของจำนวนตรรกยะ กำลงั ทม่ี ีเลขชี้กำลัง เป็นจำนวนเต็ม • เลขยกกำลังทม่ี ีเลขช้ีกำลังเป็นจำนวนเตม็ บวก บวกในการแก้ปญั หาคณิตศาสตรแ์ ละ • การนำความรูเ้ กี่ยวกับจำนวนเตม็ จำนวนตรรกยะ ปัญหา ในชวี ติ จริงปัญหาในชีวิตจริง และเลขยกกำลงั ไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา อัตราสว่ น ม.1/3 เขา้ ใจและประยุกต์ใช้ • อัตราส่วนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน อตั ราส่วน สัดสว่ นและร้อยละ ใน • สดั สว่ น การแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และ ปัญหาในชีวิตจรงิ • การนำความร้เู กี่ยวกบั อัตราสว่ น สัดส่วนและรอ้ ยละ ไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ พิ จน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พันธ์หรือชว่ ยแก้ปัญหาที่กำหนดให้ ตัวช้วี ดั ช้นั ป/ี รายภาค สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ม.1/1 เขา้ ใจและใช้สมบตั ิของการ สมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว เท่ากันและสมบตั ิของ จำนวน เพื่อ • สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว วิเคราะหแ์ ละแกป้ ญั หาโดยใชส้ มการเชงิ • การแกส้ มการเชิงเสน้ ตวั แปรเดียว เส้น ตัวแปรเดียว • การนำความรเู้ กีย่ วกบั การแกส้ มการเชงิ เส้น ตวั แปร เดียวไปใชใ้ นชวี ติ จริง ม.1/2 เข้าใจและใช้ความรเู้ ก่ียวกับ สมการเชิงเส้นสองตวั แปร กราฟในการแก้ปญั หา คณติ ศาสตร์ • กราฟของความสัมพันธ์เชิงเส้น และปญั หาในชวี ติ จริง • สมการเชิงเส้นสองตวั แปร ม.1/3 เข้าใจและใชค้ วามรเู้ ก่ียวกับ ความสัมพันธ์เชงิ เสน้ ใน การ
แกป้ ัญหาคณิตศาสตรแ์ ละปญั หาใน • การนำความรเู้ กย่ี วกบั สมการเชิงเสน้ สองตวั แปรและ ชวี ติ จริง กราฟของความสมั พนั ธ์ • เชิงเส้นไปใช้ในชวี ติ จรงิ สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรูป เรขาคณิต และ ทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ ตัวช้ีวัดชั้นปี/รายภาค สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ม.1/1 ใชค้ วามรูท้ างเรขาคณิตและ การสรา้ งทางเรขาคณิต เคร่ืองมือ เชน่ วงเวยี นและสันตรง • การสรา้ งพน้ื ฐานทางเรขาคณิต รวมทงั้ โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad หรอื โปรแกรมเรขาคณิต • การสรา้ งรปู เรขาคณิตสองมิตโิ ดยใช้การสรา้ งพนื้ ฐาน พลวตั อืน่ ๆ เพื่อสรา้ งรปู เรขาคณิต ทางเรขาคณติ ตลอดจนนำความรู้ เกีย่ วกบั การสร้างนี้ ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการแก้ปัญหาในชวี ติ • การนำความรูเ้ ก่ียวกบั การสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิต ไปใชใ้ นชีวติ จรงิ จริง ม.1/2 เข้าใจและใช้ความรู้ทางเรขาคณิต มิติสมั พันธข์ องรูปเรขาคณิต ในการวเิ คราะห์หา ความสมั พันธ์ • หนา้ ตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ ระหวา่ งรูปเรขาคณิตสองมิตแิ ละรปู เรขาคณิตสามมิติ • ภาพที่ได้จากการมองด้านหนา้ ดา้ นข้างด้านบนของ รูปเรขาคณิตสามมิติทป่ี ระกอบขน้ึ จากลูกบาศก์ สาระท่ี 3 สถติ ิและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรทู้ างสถติ ิในการแกป้ ญั หา ตวั ชว้ี ดั ช้ันปี/รายภาค สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ม.1/1 เขา้ ใจและใช้ความรู้ทางสถติ ใิ น สถิติ การนำเสนอขอ้ มลู และแปลความหมาย • การตัง้ คำถามทางสถิติ ข้อมลู รวมทั้งนำสถติ ิไปใชใ้ นชีวติ จรงิ • การเกบ็ รวบรวมข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสม • การนำเสนอขอ้ มลู - แผนภมู ริ ูปภาพ - แผนภมู ิแทง่ - กราฟเส้น - แผนภูมริ ูปวงกลม
• การแปลความหมายข้อมูล • การนำสถติ ิไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ขั้นท่ี 3 การวเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง ตัวช้ีวดั กับ ความรู/้ ทักษะ/คุณลักษณะฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ค 1.1 ม.1/3 เข้าใจและ ความรู้ ทักษะ / กระบวนการ คณุ ลักษณะฯ ประยกุ ตใ์ ช้อตั ราส่วน สัดส่วน และร้อยละ ใน อตั ราส่วน สดั สว่ น เข้าใจและประยกุ ตใ์ ช้ - มองเหน็ วา่ สามารถใช้ การแก้ปัญหา และรอ้ ยละ อัตราสว่ น สัดส่วน และ คณติ ศาสตร์แกป้ ัญหา คณติ ศาสตร์และ ปัญหา รอ้ ยละ ในชีวิตจรงิ ได้ ในชวี ิตจริง - ทำความเข้าใจหรือ ค 1.3 ม.1/1 เข้าใจและ ใชส้ มบตั ิของการเท่ากัน สรา้ งกรณที ัว่ ไปโดยใช้ และสมบัติของจำนวน เพ่อื วเิ คราะหแ์ ละ ความรู้ท่ีได้จาก แกป้ ัญหาโดยใช้สมการ เชิงเส้นตวั แปรเดียว การศกึ ษากรณตี วั อย่าง หลาย ๆ กรณี - สมบตั ิของการเทา่ กัน - เขา้ ใจและใช้สมบัติของ - ทำความเข้าใจหรือ - สมการเชงิ เส้นตัว การเทา่ กัน สร้างกรณีท่ัวไปโดยใช้ แปรเดียว - วิเคราะหแ์ ละแก้ปญั หา ความรู้ทไ่ี ด้จาก การศึกษากรณตี วั อย่าง หลาย ๆ กรณี - มคี วามมมุ านะในการ ทำความเข้าใจปญั หา และแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์
ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ค 1.3 ม.1/2 เขา้ ใจและ ความรู้ ทักษะ / กระบวนการ คณุ ลกั ษณะฯ ใช้ความรู้เก่ียวกับกราฟ กราฟ ในการแกป้ ญั หา เข้าใจและใช้ความรู้ - ทำความเขา้ ใจหรือ คณติ ศาสตร์และปญั หา ในชีวิตจรงิ เกย่ี วกับกราฟ สรา้ งกรณที ่ัวไปโดยใช้ ความรทู้ ีไ่ ดจ้ าก การศึกษากรณีตวั อยา่ ง หลาย ๆ กรณี - มีความมุมานะในการ ทำความเข้าใจปญั หา และแกป้ ัญหาทาง คณติ ศาสตร์ ค 1.3 ม.1/3 เข้าใจและ ความสมั พนั ธ์เชงิ เสน้ เขา้ ใจและใช้ความรู้ - ทำความเขา้ ใจหรือ ใช้ความรู้เก่ยี วกับ ความสมั พันธ์เชิงเสน้ ใน เกีย่ วกบั ความสัมพนั ธ์ สรา้ งกรณีทวั่ ไปโดยใช้ การแกป้ ัญหา คณิตศาสตร์และปญั หา เชิงเส้น ความร้ทู ไ่ี ดจ้ าก ในชวี ติ จรงิ การศกึ ษากรณีตัวอย่าง หลาย ๆ กรณี - มีความมมุ านะในการ ทำความเข้าใจปญั หา และแก้ปัญหาทาง คณติ ศาสตร์ ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและ สถติ ิและการนำเสนอ เข้าใจและใชค้ วามรทู้ าง - มองเหน็ ว่าสามารถใช้ ใชค้ วามรูท้ างสถิติในการ ข้อมูล นำเสนอข้อมูลและแปล สถิติในการนำเสนอ คณติ ศาสตร์แก้ปญั หา ความหมายข้อมลู รวมทั้งนำสถิติ ไปใชใ้ น ขอ้ มูลและแปล ในชีวติ จรงิ ได้ ชวี ติ จรงิ โดยใช้เทคโนโลยี ทีเ่ หมาะสม ความหมาย - คน้ หาลักษณะที่ เกิดขนึ้ ซำ้ ๆ และ ประยุกตใ์ ชล้ ักษณะ ดังกลา่ วเพ่ือทำความ เข้าใจหรือแกป้ ญั หาใน สถานการณต์ ่าง ๆ
ขนั้ ท่ี 4 การจดั ทำคำอธิบายรายวชิ า คำอธิบายรายวิชา รหัสวชิ า ค 21102 รายวชิ า คณติ ศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ จำนวน 1.5 หน่วยกิต จำนวน 60 ช่ัวโมง ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันการแก้ปัญหา การสื่อสารและการส่ือ ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ในสาระต่อไปน้ี สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว แบบรูปและความสัมพันธ์ คำตอบของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวการ แก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวโดยใช้สมบัติของการเท่ากันและโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปร เดียว อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ การแก้โจทย์ปัญหาเกีย่ วกับอตั ราส่วน สัดส่วน และร้อยละ โอกาส ของ เหตกุ ารณ์ กราฟและความสัมพันธ์เชิงเส้น กราฟ กราฟเส้นตรง กราฟเส้นตรงกับการนำไปใช้ กราฟอื่น ๆ ระบบ สมการเชิงเสน้ สมการเชิงเส้นสองตวั แปร กราฟของสมการเชงิ เส้นสองตัวแปร ระบบสมการเชิงเส้น สองตัวแปร การ แก้ระบบสมการเชงิ เส้นสองตวั แปร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ระบบสมการเชิงเส้นสอง ตวั แปร สถิติ การกำหนดประเด็น การเขียนข้อคำถาม การกำหนดวิธีการศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูล การ นำเสนอข้อมูล การหาค่ากลางของข้อมูล การเลือกใช้ค่ากลางของข้อมูล การอ่านการแปลความหมาย และการ วิเคราะห์ข้อมลู การใชข้ อ้ มลู สารสนเทศ เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหาการให้ เหตุผล การสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการท่ีได้ไป ใช้ใน การเรียนร้สู ิง่ ตา่ ง ๆ และใชใ้ นชีวิตประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ รอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบมวี ิจารณญาณ และมีความเชื่อมนั่ ใน ตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหา และทักษะท่ี ต้องการวัด รหัสตัวช้ีวัด ค 1.1 ม.1/3 ค 1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 ค 3.1 ม.1/1 รวมทั้งหมด 5 ตัวช้ีวัด
ขนั้ ท่ี 5 การจดั ทำโครงสรา้ งรายวชิ า โครงสรา้ งรายวิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 21102 รายวิชา คณิตศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หน่วยกติ จำนวน 60 ชั่วโมง ลำดับ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั ท่ี เรียนร้/ู ตวั ชี้วดั (ช่ัวโมง) คะแนน 1 สมการเชงิ เสน้ ตวั ค 1.3 ม.1/1 เข้าใจ 1. การเตรียมความ 16 15 แปรเดยี ว และใชส้ มบตั ิของการ พร้อมก่อนรู้จกั 15 เทา่ กันและสมบัติ สมการ ของจำนวน เพื่อ 2. สมการและ วิเคราะหแ์ ละ คำตอบของสมการ แก้ปญั หาโดยใช้ 3. การแก้สมการ สมการเชิงเส้นตัว เชงิ เส้นตัวแปรเดียว แปรเดยี ว 4. โจทยป์ ัญหา เก่ยี วกบั สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี ว 2 อัตราสว่ น สัดส่วน ค 1.1 ม.1/3 เขา้ ใจ 1. อัตราสว่ น 17 และรอ้ ยละ และประยุกต์ใช้ 2. สัดส่วน อตั ราสว่ น สัดสว่ น 3. ร้อยละ และร้อยละ ในการ 4. บทประยุกต์ แกป้ ัญหา คณิตศาสตร์ และ ปัญหาในชีวิตจรงิ สอบกลางภาค - 20
ลำดบั ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก ท่ี เรียนรู้/ตัวชีว้ ดั (ชั่วโมง) คะแนน 3 กราฟและ ค 1.3 ม.1/2 เขา้ ใจ 1. คอู่ นั ดับและ 15 15 ความสมั พันธเ์ ชงิ และใชค้ วามรู้ กราฟของคูอ่ นั ดับ 15 เส้น เกี่ยวกบั กราฟในการ 2. กราฟและการ 80 20 แกป้ ัญหา นำไปใช้ 100 คณิตศาสตร์และ 3. ความสัมพันธ์เชิง ปญั หาในชวี ิตจรงิ เส้น ค 1.3 ม.1/3 เข้าใจ และใช้ความรู้ เก่ยี วกบั ความสมั พนั ธเ์ ชงิ เส้น ในการแกป้ ญั หา คณติ ศาสตร์และ ปญั หาในชวี ิตจรงิ 4 สถติ ิ (1) ค 3.1 ม.1/1 เขา้ ใจ 1. คำถามทางสถติ ิ 12 และใช้ความรู้ทาง 2. การเก็บรวบรวม สถิติในการนำเสนอ ข้อมูล ข้อมูลและแปล 3. การนำเสนอ ความหมายข้อมลู ขอ้ มูลและการแปล รวมทัง้ นำสถติ ิ ไปใช้ ความหมายข้อมูล ในชีวิตจริงโดยใช้ เทคโนโลยีที่ เหมาะสม รวมตลอดปี / ภาค 60 สอบปลายภาค - รวม 60
ขั้นที่ 6 การจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน2 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ชื่อหน่วย สมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว แผนท่ี 1 เร่ือง การเขยี นนิพจนพ์ ชี คณติ เวลาสอน 1 ชัว่ โมง สอนวันท่ี 7 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564 ชือ่ ผสู้ อน นางสาวสกุ ัญญา แสงสุข สาขาวชิ าคณติ ศาสตร์ ************************************************************************************************** สาระสำคญั การเขียนนิพจนพ์ ีชคณิตแทนข้อความจากสถานการณ์ท่กี ำหนดใหต้ ่อไปนี้ เปน็ ตัวอยา่ งของการเขยี น นพิ จน์พชี คณติ แทนขอ้ ความจากสถานการณ์ท่ีกำหนดให้ มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ ิพจน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพันธห์ รือชว่ ยแกป้ ญั หาท่ีกำหนดให้ ตัวชี้วัด ค 1.3 ม.1/1 เขา้ ใจและใช้สมบัติของการเทา่ กันและสมบัติของจำนวน เพื่อวิเคราะห์และแก้ปญั หา โดยใชส้ มการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี ว จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) นกั เรยี นเขียนนิพจนพ์ ีชคณติ จากสถานการณ์ ด้านทักษะและกระบวนการ (P) การสอื่ สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ เปน็ ความสามารถในการใช้รปู ภาษา และ สญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสอ่ื สาร สือ่ ความหมายสรปุ ผล และนำเสนอได้อย่างถูกต้อง ชดั เจน ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 1. ทำความเข้าใจหรือสร้างกรณีทัว่ ไปโดยใชค้ วามรู้ทีไ่ ด้จากการศึกษากรณตี วั อยา่ งหลายๆ กรณี 2. มองเหน็ ว่าสามารถใช้คณติ ศาสตร์แกป้ ญั หาในชีวติ จริงได้
สาระการเรียนรู้ การเขียนนิพจน์พีชคณิตแทนข้อความจากสถานการณ์ทกี่ ำหนดให้ต่อไปนี้ เปน็ ตัวอยา่ งของการเขยี น นพิ จนพ์ ชี คณติ แทนข้อความจากสถานการณท์ ี่กำหนดให้
ทักษะในศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) สมรรถนะสำคญั - ความสามารถในการสอ่ื สาร - ความสามารถในการคดิ - ความสามารถในการแก้ปัญหา
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ - มีวินยั - ใฝ่เรียนรู้ - มงุ่ มั่นในการทำงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขนั้ ท่ี 1 เตรียมการ (10 นาที) 1. ครทู บทวนการหาค่าของนิพจนพ์ ชี คณติ โดยการสุม่ ถามนักเรยี น ขน้ั ที่ 2 เสนอตัวอยา่ ง (20 นาที) 1. ครูเสนอการเขียนนพิ จน์พีชคณติ ต่อไปน้ี เปน็ ตวั อย่างของการเขียนนพิ จน์ พีชคณติ แทนข้อความ จากสถานการณ์ที่กำหนดให้
ข้นั ที่ 3 เปรียบเทียบ (15 นาท)ี
1. ครูจัดกิจกรรม “สถานการณ์หรรษา” โดยแบง่ นักเรียนเปน็ กลมุ่ และใหน้ กั เรยี น สง่ ตัวแทนแตล่ ะ กลุม่ ออกมาสมุ่ เลอื กสถานการณ์ปัญหา
2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนนพิ จน์พีชคณิตจากสถานการณ์ปัญหาทไ่ี ด้ 3. ครใู ห้นกั เรยี นส่งตัวแทนนำเสนอการเขียนนิพจน์พชี คณติ ท่ไี ดเ้ พ่ือร่วมกัน เปรียบเทยี บและอภปิ ราย ขั้นที่ 4 กฎเกณฑ์(8 นาที) 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปการเขียนนิพจน์พชี คณติ ข้นั ท่ี 5 นำไปใช(้ 5 นาท)ี 1. ครูให้แบบฝึกหดั ส่ือและแหล่งเรยี นรู้ หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานคณิตศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 เล่ม 1 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด กล่มุ สาระ การเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
การวดั ผลและประเมนิ ผล ดา้ นความรู้ (K) วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน แบบฝกึ หัด ผ่าน = ต้งั แตร่ ะดับ ดี นักเรียนเขียนนิพจนพ์ ีชคณติ จาก ตรวจสอบ ขึ้นไป สถานการณ์ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน การส่ือสารและการสื่อ สังเกตพฤตกิ รรม ความหมายทางคณิตศาสตร์ ระหวา่ งเรยี น แบบประเมนิ ทกั ษะ ผา่ น = ตั้งแต่ระดับ ดี และกระบวนการทาง ข้นึ ไป คณิตศาสตร์ ด้านเจตคติ (A) วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน แบบสังเกต ผ่าน = ต้งั แตร่ ะดับ ดี 1. ทำความเข้าใจหรือสร้างกรณี สงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรมระหว่าง ขึ้นไป การจัดการเรยี นรู้ ทว่ั ไปโดย ใชค้ วามรทู้ ี่ไดจ้ าก ระหว่างเรยี น การศกึ ษากรณี ตัวอยา่ งหลายๆ กรณี 2. มองเห็นวา่ สามารถใช้ คณติ ศาสตร์ แกป้ ัญหาในชีวติ จริง ได้ ดา้ นสมรรถนะของผเู้ รียน วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน แบบวดั สมรรถนะ ผ่าน = ตัง้ แตร่ ะดบั ดี 1. ความสามารถในการสอื่ สาร สงั เกตพฤตกิ รรม สำคัญของผูเ้ รียน ข้ึนไป 2. ความสามารถในการคดิ ระหวา่ งเรยี น 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน ของผู้เรียน สงั เกตพฤติกรรม แบบวดั คณุ ลกั ษณะ ผา่ น = ตั้งแตร่ ะดบั ดี 1. มวี ินยั ระหวา่ งเรยี น อนั พงึ ประสงค์ของ ขนึ้ ไป 2. ใฝ่เรียนรู้ ผู้เรยี น 3. มุ่งมั่นในการทำงาน
กิจกรรมเสนอแนะ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... บนั ทึกความคิดเห็นของครูพี่เลย้ี งกอ่ นสอน .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.............................................................. วนั /เดอื น/ปี............................ บนั ทกึ ความคดิ เห็นครูพ่เี ลีย้ งหลงั สอน .......................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................ วนั /เดอื น/ปี............................ บันทกึ ผลหลังสอน ผลการสอน .......................................................................................................................................................................... ปญั หา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.......................................................นักศกึ ษา วัน/เดือน/ปี.......................... ลงชื่อ……………………………………….. (ครูพี่เลยี้ ง / ครนู ิเทศ / ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา)
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ วชิ าคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน2 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ชอื่ หน่วย สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว แผนที่ 2 เร่ือง สมการและคำตอบของสมการ เวลาสอน 1 ช่วั โมง สอนวันที่ 8 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2564 ช่อื ผ้สู อน นางสาวสุกญั ญา แสงสุข สาขาวชิ าคณิตศาสตร์ ************************************************************************************************** สาระสำคญั สมการ เปน็ ประโยคทีแ่ สดงการเท่ากันของจำนวนหรือนิพจนพ์ ชี คณิตโดยมเี ครื่องหมาย เทา่ กบั (ใช้สัญลักษณ์ =) บอกการเท่ากัน สมการซงึ่ มจี ำนวนที่อยู่ทางซ้ายกับจำนวนท่ีอยู่ทางขวาของเคร่ืองหมายเท่ากับ เปน็ จำนวนที่ เท่ากนั เรยี กวา่ สมการที่เป็นจรงิ สมการซ่ึงมจี ำนวนทอี่ ยู่ทางซ้ายกบั จำนวนที่อยู่ทางขวาของเครอื่ งหมายเทา่ กับ เปน็ จำนวนที่ไม่ เท่ากนั เรยี กว่า สมการทไ่ี มเ่ ป็นจริง คำตอบของสมการ คือ จำนวนที่แทนตัวแปรในสมการแล้วทำให้ได้สมการทเี่ ปน็ จรงิ มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ พิ จน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพนั ธห์ รือช่วยแก้ปัญหาทกี่ ำหนดให้ ตวั ชวี้ ดั ค 1.3 ม.1/1 เข้าใจและใชส้ มบัติของการเท่ากันและสมบัติของจำนวน เพ่ือวิเคราะหแ์ ละแกป้ ัญหา โดยใช้ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) นกั เรียนหาคำตอบของสมการโดยใชว้ ิธีลองแทนคา่ ตัวแปร ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) 1. การแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผน แกป้ ัญหาและ เลือกใช้วธิ กี ารทีเ่ หมาะสม โดยคำนงึ ถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบพร้อมทั้ง ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 2. การส่อื สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ เปน็ ความสามารถในการใช้รปู ภาษา และ สัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการส่อื สาร สื่อความหมายสรุปผล และนำเสนอได้อย่างถูกต้อง ชดั เจน ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ทำความเข้าใจหรือสรา้ งกรณที ั่วไปโดยใชค้ วามรู้ท่ีได้จากการศึกษากรณตี วั อย่างหลายๆ กรณี
2. มองเห็นว่าสามารถใช้คณติ ศาสตรแ์ กป้ ญั หาในชีวติ จริงได้ สาระการเรยี นรู้ สมการ เปน็ ประโยคท่แี สดงการเท่ากนั ของจำนวนหรือนพิ จนพ์ ชี คณิตโดยมี เครอ่ื งหมายเทา่ กับ (ใช้สญั ลักษณ์ =) บอกการเทา่ กนั สมการซ่งึ มีจำนวนท่ีอยู่ทางซา้ ยกบั จำนวนท่ีอยู่ทางขวาของเครอื่ งหมายเท่ากบั เปน็ จำนวน ที่เท่ากนั เรียกว่า สมการทเ่ี ป็นจรงิ สมการซง่ึ มีจำนวนทีอ่ ยู่ทางซ้ายกับจำนวนทอี่ ยู่ทางขวาของเครื่องหมายเท่ากบั เป็นจำนวนท่ี ไมเ่ ท่ากนั เรยี กว่า สมการทไี่ มเ่ ปน็ จริง คำตอบของสมการ คือ จำนวนที่แทนตัวแปรในสมการแล้วทำให้ไดส้ มการทีเ่ ปน็ จรงิ สำหรับสมการที่ไมม่ ีตัวแปร เราสามารถบอกได้ว่า สมการนั้นเป็นสมการทเี่ ปน็ จริงหรือไมเ่ ป็น จริง แต่สมการท่ี มีตวั แปรอาจเป็นสมการทเ่ี ป็นจริงหรือไมเ่ ป็นจริงก็ได้ ขน้ึ อยู่กบั วา่ เราจะแทนตัวแปร นน้ั ด้วยจำนวนใด เชน่ สมการ y + 2 = -3 เรายงั บอกไม่ได้วา่ สมการนี้เปน็ สมการที่เป็นจริงหรือไม่ เปน็ จริง เพราะข้นึ อยู่กับค่าของ y - ถา้ แทน y ดว้ ย -5 ในสมการ y + 2 = -3 จะได้ -5 + 2 = -3 ซึ่งเป็นสมการทีเ่ ปน็ จรงิ - ถ้าแทน y ด้วยจำนวนอื่น ๆ ทไี่ ม่ใช่ -5 เชน่ ถา้ แทน y ดว้ ย 1 ในสมการ y + 2 = -3 จะได้ 1 + 2 = -3 ซงึ่ เปน็ สมการทีไ่ มเ่ ป็นจริง จำนวนทีแ่ ทน y ในสมการ y + 2 = -3 แล้วทำให้ไดส้ มการท่ี เป็นจรงิ เรยี กวา่ คำตอบของ สมการ ดังนนั้ -5 เปน็ คำตอบของสมการ y + 2 = -3 ตัวอย่างที่ 1 จงหาคำตอบของสมการ x – 2 = -5 โดยวธิ ีลองแทนคา่ ตวั แปร วิธที ำ เมอ่ื แทน x ด้วย -3 ในสมการ x – 2 = -5 จะได้ -3 – 2 = -5 ซ่งึ เป็นสมการที่เปน็ จริง ดังนั้น คำตอบของสมการ x – 2 = -5 คอื -3 ตอบ -3 ตวั อยา่ งที่ 2 จงหาคำตอบของสมการ 2n =25โดยวธิ ลี องแทนค่าตัวแปร วิธีทำ เมือ่ แทน n ด้วย 5 ในสมการ 2n =25 จะได้ 25 =25ซึ่งเปน็ สมการท่เี ป็นจริง เมอื่ แทน n ด้วย -5 ในสมการ 2n =25 จะได้ 2 (-5) =25ซ่ึงเป็นสมการท่ีเปน็ จรงิ ดังน้ัน คำตอบของสมการ 2n =25คอื 5 และ -5 ตอบ 5 และ -5
ตัวอยา่ งที่ 3 จงหาคำตอบของสมการ b + 3 = b + 3 โดยวิธลี องแทนค่าตัวแปร วธิ ที ำ เน่ืองจาก เม่ือแทน b ด้วยจำนวนใด ๆ ในสมการ b + 3 = b + 3 ทำใหไ้ ด้สมการทเี่ ปน็ จรงิ เสมอ ดงั นั้น คำตอบของสมการ b + 3 = b + 3 คือ จำนวนทุกจำนวน ตอบ จำนวนทกุ จำนวน ตัวอย่างท่ี 4 จงหาคำตอบของสมการ y + 7 = y โดยวิธลี องแทนค่าตัวแปร วิธีทำ เนอ่ื งจากไมม่ ีจำนวนใดแทน y ในสมการ y + 7 = y แลว้ ทำใหไ้ ดส้ มการทีเ่ ปน็ จริง ดังน้นั ไม่มีจำนวนใดเปน็ คำตอบของสมการ y + 7 = y ตอบ ไม่มีจำนวนใดเป็นคำตอบ ตวั อยา่ งท่ี 5 จงเขยี นสมการแสดงความสมั พนั ธท์ ่ีกำหนดให้ในแตล่ ะข้อแลว้ หาคำตอบ โดยวธิ ีลองแทนค่าตัวแปร 1) 9 ลบด้วยจำนวนจำนวนหน่งึ เท่ากับ 3 2) ผลต่างของ y กบั 7 เท่ากับ -15 วิธีทำ 1) ให้ x แทนจำนวนจำนวนหนง่ึ จากความสมั พนั ธท์ ี่กำหนดให้ เขยี นสมการไดเ้ ปน็ 9 – x = 3 เมอื่ แทน x ด้วย 6 ใน 9 – x = 3 จะได้ 9 – 6 = 3 ซ่ึงเป็นสมการท่ีเปน็ จริง ดังนัน้ คำตอบของสมการ 9 – x = 3 คอื 6 ตอบ 6 2) จากความสัมพันธท์ ี่กำหนดให้ เขียนสมการไดเ้ ป็น y – 7 = -15 หรือ 7 – y = -15 พิจารณาสมการ y – 7 = -15 เมอื่ แทน y ดว้ ย -8 ใน y – 7 = -15 จะได้ -8 – 7 = -15 ซง่ึ เปน็ สมการท่เี ป็นจรงิ ดังน้ัน คำตอบของสมการ y – 7 = -15 คอื -8 พิจารณาสมการ 7 – y = -15 เม่อื แทน y ด้วย 22 ใน 7 – y = -15 จะได้ 7 – 22 = -15 ซงึ่ เป็นสมการท่เี ปน็ จริง ดังนนั้ คำตอบของสมการ 7 – y = -15 คือ 22
ตอบ -8 หรือ 22 ทักษะในศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) สมรรถนะสำคัญ - ความสามารถในการสอ่ื สาร - ความสามารถในการคดิ - ความสามารถในการแก้ปัญหา คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - มวี นิ ยั - ใฝ่เรียนรู้ - มุง่ ม่นั ในการทำงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขั้นท่ี 1 เตรียมการ (10 นาที) 1. ครเู ตรยี มความพรอ้ มโดยใหน้ ักเรยี นศึกษาสมการในหนังสอื เรยี นดงั น้ี - สมการ เปน็ ประโยคทแี่ สดงการเท่ากนั ของจำนวนหรอื นิพจนพ์ ีชคณิตโดยมี เครอ่ื งหมายเทา่ กบั (ใชส้ ญั ลักษณ์ =) บอกการเท่ากนั - สมการซึ่งมีจำนวนท่ีอยทู่ างซา้ ยกบั จำนวนที่อย่ทู างขวาของเคร่ืองหมายเท่ากับ เป็นจำนวนที่ เทา่ กนั เรยี กว่า สมการทเี่ ป็นจริง - สมการซึ่งมจี ำนวนที่อย่ทู างซ้ายกับจำนวนท่ีอย่ทู างขวาของเครื่องหมายเท่ากับ เปน็ จำนวนที่ไม่ เท่ากนั เรยี กว่า สมการทไ่ี ม่เปน็ จริง ข้ันที่ 2 เสนอตัวอยา่ ง (20 นาที) 1. ครูเสนอการหาคำตอบของสมการโดยยกตวั อยา่ งดงั น้ี 1) คำตอบของสมการ คือ จำนวนท่ีแทนตัวแปรในสมการแล้วทำให้ได้สมการที่เปน็ จรงิ 2) สำหรบั สมการที่ไม่มตี วั แปร เราสามารถบอกได้วา่ สมการนน้ั เป็นสมการทเ่ี ปน็ จริงหรือไม่ เปน็ จรงิ แต่สมการท่ีมตี ัวแปรอาจเป็นสมการที่เป็นจรงิ หรือไม่เปน็ จรงิ ก็ได้ ขึน้ อยกู่ ับวา่ เราจะแทนตัวแปรนัน้ ดว้ ยจำนวนใด เชน่ สมการ y + 2 = -3 เรายังบอกไม่ไดว้ า่ สมการน้เี ป็นสมการทเ่ี ปน็ จรงิ หรือไม่เป็นจริง เพราะข้นึ อยู่กบั ค่าของ y - ถ้าแทน y ด้วย -5 ในสมการ y + 2 = -3 จะได้ -5 + 2 = -3 ซึ่งเป็นสมการที่เปน็ จรงิ - ถา้ แทน y ดว้ ยจำนวนอืน่ ๆ ท่ีไมใ่ ช่ -5 เช่น ถา้ แทน y ดว้ ย 1 ในสมการ y + 2 = -3 จะได้ 1 + 2 = -3 ซงึ่ เปน็ สมการท่ีไมเ่ ป็นจรงิ
3) จำนวนทแ่ี ทน y ในสมการ y + 2 = -3 แลว้ ทำใหไ้ ด้สมการทเี่ ป็นจรงิ เรยี กว่า คำตอบของ สมการ ดงั นน้ั -5 เป็นคำตอบของสมการ y + 2 = -3 ตัวอย่างท่ี 1 จงหาคำตอบของสมการ x – 2 = -5 โดยวธิ ีลองแทนคา่ ตวั แปร วิธที ำ เม่ือแทน x ด้วย -3 ในสมการ x – 2 = -5 จะได้ -3 – 2 = -5 ซง่ึ เปน็ สมการทีเ่ ปน็ จรงิ ดงั นั้น คำตอบของสมการ x – 2 = -5 คอื -3 ตอบ -3 ตัวอย่างท่ี 2 จงหาคำตอบของสมการ 2n =25โดยวิธีลองแทนคา่ ตวั แปร วธิ ีทำ เมือ่ แทน n ด้วย 5 ในสมการ 2n =25 จะได้ 25 =25ซ่งึ เปน็ สมการท่ีเปน็ จริง เม่อื แทน n ดว้ ย -5 ในสมการ 2n =25 จะได้ 2 (-5) =25ซง่ึ เปน็ สมการทีเ่ ป็นจรงิ ดังนน้ั คำตอบของสมการ 2n =25คือ 5 และ -5 ตอบ 5 และ -5 ตวั อยา่ งท่ี 3 จงหาคำตอบของสมการ b + 3 = b + 3 โดยวิธลี องแทนคา่ ตัวแปร วธิ ีทำ เนือ่ งจาก เมื่อแทน b ด้วยจำนวนใด ๆ ในสมการ b + 3 = b + 3 ทำให้ไดส้ มการทเี่ ป็นจรงิ เสมอ ดังนนั้ คำตอบของสมการ b + 3 = b + 3 คอื จำนวนทุกจำนวน ตอบ จำนวนทกุ จำนวน ตวั อยา่ งที่ 4 จงหาคำตอบของสมการ y + 7 = y โดยวธิ ลี องแทนค่าตวั แปร วิธีทำ เนือ่ งจากไมม่ ีจำนวนใดแทน y ในสมการ y + 7 = y แลว้ ทำให้ไดส้ มการทเ่ี ปน็ จริง ดงั นัน้ ไม่มจี ำนวนใดเป็นคำตอบของสมการ y + 7 = y ตอบ ไม่มีจำนวนใดเป็นคำตอบ ตัวอย่างท่ี 5 จงเขียนสมการแสดงความสัมพันธท์ ีก่ ำหนดให้ในแต่ละข้อแล้วหาคำตอบ โดยวธิ ีลองแทนคา่ ตัวแปร 1) 9 ลบดว้ ยจำนวนจำนวนหน่งึ เท่ากับ 3 2) ผลตา่ งของ y กบั 7 เท่ากับ -15
วิธีทำ 1) ให้ x แทนจำนวนจำนวนหนงึ่ จากความสมั พันธ์ท่ีกำหนดให้ เขียนสมการไดเ้ ป็น 9 – x = 3 เม่อื แทน x ด้วย 6 ใน 9 – x = 3 จะได้ 9 – 6 = 3 ซงึ่ เปน็ สมการทีเ่ ป็นจริง ดงั น้ัน คำตอบของสมการ 9 – x = 3 คือ 6 ตอบ 6 2) จากความสัมพนั ธท์ ี่กำหนดให้ เขียนสมการไดเ้ ป็น y – 7 = -15 หรอื 7 – y = -15 พจิ ารณาสมการ y – 7 = -15 เมื่อแทน y ดว้ ย -8 ใน y – 7 = -15 จะได้ -8 – 7 = -15 ซงึ่ เปน็ สมการทเ่ี ปน็ จริง ดังนัน้ คำตอบของสมการ y – 7 = -15 คอื -8 พิจารณาสมการ 7 – y = -15 เมื่อแทน y ด้วย 22 ใน 7 – y = -15 จะได้ 7 – 22 = -15 ซ่ึงเปน็ สมการท่เี ป็นจรงิ ดงั นน้ั คำตอบของสมการ 7 – y = -15 คือ 22 ตอบ -8 หรอื 22 ข้นั ที่ 3 เปรียบเทียบ (15 นาที) 1. ครตู งั้ โจทยแ์ ละใหน้ ักเรียนอาสาตอบมา 5 คน เพ่อื แสดงวิธกี ารหาคำตอบของ สมการหนา้ ชั้นเรียน ขน้ั ท่ี 4 กฎเกณฑ์(8 นาที) 1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ การหาคำตอบของสมการ ขนั้ ที่ 5 นำไปใช(้ 5 นาท)ี 1. ครูให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด ส่อื และแหล่งเรียนรู้ หนังสอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานคณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 เล่ม 1 ตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละ ตวั ชี้วัด กลมุ่ สาระ การเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
การวดั ผลและประเมนิ ผล ด้านความรู้ (K) วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ นักเรยี นหาคำตอบของสมการ ตรวจสอบ แบบฝึกหดั ผา่ น = ตั้งแต่ระดับ ดี โดยใชว้ ธิ ีลอง แทนคา่ ตัวแปร ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน 1. การแกป้ ญั หา สังเกตพฤตกิ รรม ระหวา่ งเรียน แบบประเมินทักษะ ผ่าน = ตัง้ แตร่ ะดับ ดี 2. การสอ่ื สารและการสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และกระบวนการทาง ขน้ึ ไป คณติ ศาสตร์ ดา้ นเจตคติ (A) วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน แบบสงั เกต ผ่าน = ตง้ั แตร่ ะดับ ดี 1. ทำความเขา้ ใจหรอื สร้างกรณี สงั เกตพฤตกิ รรม พฤติกรรมระหวา่ ง ข้ึนไป การจัดการเรยี นรู้ ทัว่ ไปโดย ใช้ความรทู้ ีไ่ ด้จาก ระหว่างเรยี น การศึกษากรณี ตัวอยา่ งหลายๆ กรณี 2. มองเห็นวา่ สามารถใช้ คณิตศาสตร์ แกป้ ญั หาในชวี ติ จรงิ ได้ ด้านสมรรถนะของผู้เรยี น วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ แบบวดั สมรรถนะ ผา่ น = ตง้ั แต่ระดับ ดี 1. ความสามารถในการส่อื สาร สังเกตพฤตกิ รรม สำคัญของผูเ้ รียน ขน้ึ ไป 2. ความสามารถในการคดิ ระหว่างเรียน 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ ของผู้เรียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบวัดคุณลักษณะ ผา่ น = ตั้งแตร่ ะดับ ดี 1. มีวินัย ระหวา่ งเรยี น อนั พึงประสงค์ของ ขึ้นไป 2. ใฝเ่ รียนรู้ ผเู้ รียน 3. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
กิจกรรมเสนอแนะ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... บนั ทึกความคิดเห็นของครูพี่เลย้ี งกอ่ นสอน .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ลงชือ่ .............................................................. วัน/เดอื น/ปี............................ บนั ทกึ ความคดิ เห็นครูพ่เี ลีย้ งหลงั สอน .......................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ........................................................ วัน/เดอื น/ปี............................ บันทกึ ผลหลังสอน ผลการสอน .......................................................................................................................................................................... ปญั หา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแกไ้ ข .......................................................................................................................................................................... ลงชือ่ .......................................................นักศึกษา วัน/เดือน/ป.ี ......................... ลงช่อื ……………………………………….. (ครพู ่เี ล้ียง / ครนู เิ ทศ / ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา)
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ วิชาคณติ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน2 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ช่ือหนว่ ย สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว แผนท่ี 3 เรอื่ ง การแก้สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดยี ว (1) เวลาสอน 1 ชวั่ โมง สอนวนั ที่ 9 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564 ชือ่ ผสู้ อน นางสาวสกุ ัญญา แสงสุข สาขาวชิ าคณติ ศาสตร์ ************************************************************************************************** สาระสำคัญ สมบตั ิของการเท่ากนั ที่ใช้ในการหาคำตอบของสมการ ได้แก่ สมบัตสิ มมาตร สมบัติถ่ายทอด สมบัติสมบัติ ของการเทา่ กนั เก่ยี วกบั การบวก และสมบตั ิสมบตั ขิ องการเท่ากนั เก่ยี วกบั การคูณ มี รายละเอียดดังน้ี 1. สมบตั สิ มมาตร ถา้ a = b แลว้ b = a เมือ่ a และ b แทนจำนวนใดๆ 2. สมบัติถ่ายทอด ถ้า a = b และ b = c แล้ว a = c เมอื่ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ 3. สมบตั สิ มบตั ิของการเท่ากันเก่ยี วกับการบวก ถา้ a = b แลว้ a + c = b + c เมือ่ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ และ ถา้ a = b แล้ว a - c = b - c เม่อื a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ 4. สมบตั ิสมบตั ขิ องการเท่ากันเกย่ี วกับการคณู ถา้ a = b แล้ว ac = bc เม่ือ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ และ ถา้ a = b แล้ว a b=c c เม่อื a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ พิ จน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พันธ์หรือชว่ ยแก้ปญั หาทกี่ ำหนดให้ ตวั ชวี้ ัด ค 1.3 ม.1/1 เข้าใจและใชส้ มบัติของการเท่ากันและสมบตั ิของจำนวน เพ่ือวิเคราะห์และแกป้ ัญหา โดยใช้สมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) นกั เรียนสามารถบอกสมบัตขิ องการเท่ากนั
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) 1. การแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการทำความเขา้ ใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผน แก้ปัญหาและ เลอื กใช้วธิ ีการท่เี หมาะสม โดยคำนึงถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบพร้อมทั้ง ตรวจสอบความถูกต้อง 2. การส่อื สารและการส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ เป็นความสามารถในการใชร้ ูป ภาษา และ สญั ลกั ษณท์ างคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สอ่ื ความหมายสรปุ ผล และนำเสนอได้อย่างถกู ต้อง ชดั เจน ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มคี วามมุมานะในการทำความเขา้ ใจปัญหาและแกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ สาระการเรยี นรู้ สมบัตขิ องการเท่ากัน ที่ใชใ้ นการหาคำตอบของสมการ ได้แก่ สมบตั ิสมมาตร สมบตั ิถ่ายทอด สมบตั สิ มบตั ิ ของการเท่ากันเก่ียวกับการบวก และสมบตั ิสมบัติของการเทา่ กนั เก่ยี วกบั การคณู มี รายละเอียดดังนี้ 1. สมบัตสิ มมาตร ถ้า a = b แล้ว b = a เมื่อ a และ b แทนจำนวนใดๆ 2. สมบตั ิถ่ายทอด ถา้ a = b และ b = c แล้ว a = c เมอื่ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ 3. สมบตั ิสมบตั ิของการเทา่ กันเกี่ยวกบั การบวก ถ้า a = b แลว้ a + c = b + c เม่ือ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ และ ถ้า a = b แลว้ a - c = b - c เมอื่ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ 4. สมบัติสมบัตขิ องการเท่ากันเกี่ยวกบั การคูณ ถ้า a = b แล้ว ac = bc เม่อื a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ และ ถา้ a = b แลว้ a b=c c เมือ่ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) สมรรถนะสำคัญ - ความสามารถในการสอ่ื สาร - ความสามารถในการคดิ - ความสามารถในการแก้ปัญหา
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ - มีวนิ ัย - ใฝเ่ รยี นรู้ - มุ่งมนั่ ในการทำงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั ท่ี 1 เตรียมการ (10 นาที) 1. ครูอภปิ รายกบั นกั เรียนวา่ สมบตั ขิ องจำนวนเตม็ ทน่ี ักเรียนทราบมาแล้วมสี มบัติ อะไรบ้าง 2. ครตู งั้ ประเด็นคำถามถามนักเรียนวา่ การหาคำตอบของสมการ ถ้าไม่ใช่การแทน ค่าตวั แปรนกั เรียน คิดวา่ ยงั มีวธิ ีใดอกี ทจ่ี ะสามารถหาคำตอบของสมการได้ ขั้นท่ี 2 เสนอตัวอยา่ ง (20 นาที) 1. นักเรยี นจบั กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เลือกหมายเลขประจำตัวตามความสมัครใจ ตั้งแต่ หมายเลข 1-4 พร้อมต้ังชื่อกลุ่มของตนเอง เรียกกลุม่ นีว้ า่ กลมุ่ บา้ น แลว้ ใหส้ มาชิกกลมุ่ บ้านทมี่ ี หมายเลขเดยี วกันมารวมกนั เปน็ กลมุ่ ใหม่ เรยี กกลุม่ น้ีว่า กลมุ่ ผ้เู ช่ียวชาญ 2. สมาชิกกลมุ่ ผู้เช่ียวชาญร่วมกนั ศึกษาความร้เู ร่อื ง สมบตั ิของการเทา่ กันท่ี ใชใ้ นการหา คำตอบของ สมการ ได้แก่ สมบตั สิ มมาตร สมบัติถา่ ยทอด สมบตั ิสมบัตขิ องการเท่ากันเก่ียวกบั การบวก และสมบัติของการเท่ากนั เก่ียวกบั การคูณ จากหนงั สือเรียน ตามประเด็นที่กำหนด 3. เม่ือสมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญศกึ ษาความรู้ตามประเดน็ ที่ได้รบั มอบหมายจนเข้าใจกระจา่ ง ชัดเจน แลว้ ใหแ้ ยกย้ายกันกลับเขา้ สกู่ ลุม่ บา้ น จากน้นั นำความรู้ทไี่ ด้จากการศกึ ษามาเล่าใหเ้ พอ่ื นใน กลมุ่ บา้ นฟัง ขนั้ ท่ี 3 เปรียบเทียบ (15 นาที) 1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันพจิ ารณาเปรียบเทียบสมบัติของการเท่ากันแต่ละข้อวา่ แตกตา่ งกนั อย่างไร เพอ่ื เตรียมสรปุ เกี่ยวกบั สมบัติการเท่ากันและการนำไปใช้ 2. สมาชิกแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ทำใบงาน เร่อื ง สมบัตกิ ารเท่ากัน แล้วสง่ ตัวแทนกล่มุ นำเสนอ คำตอบหนา้ ชั้นเรยี น โดยครูเปน็ ผ้ตู รวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพมิ่ เติมในสว่ นที่บกพร่อง ขน้ั ท่ี 4 กฎเกณฑ์(8 นาที) 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรเู้ กี่ยวกบั สมบตั ิของการเท่ากนั 1) สมบตั ิของการเท่ากนั ท่ีใช้ในการหาคำตอบของสมการ ไดแ้ ก่ สมบตั สิ มมาตร สมบตั ิถ่ายทอด สมบัติสมบัติของการเทา่ กันเกย่ี วกับการบวก และสมบัติสมบัตขิ องการ เทา่ กันเก่ยี วกบั การคณู มีรายละเอียดดังน้ี - สมบตั ิสมมาตร
ถ้า a = b แล้ว b = a เม่ือ a และ b แทนจำนวนใดๆ - สมบัตถิ ่ายทอด ถา้ a = b และ b = c แลว้ a = c เมอื่ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ - สมบตั ิสมบตั ิของการเท่ากันเกี่ยวกับการบวก ถ้า a = b แลว้ a + c = b + c เมอื่ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ และ - สมบัติสมบัตขิ องการเท่ากนั เกี่ยวกับการคณู ถ้า a = b แลว้ a - c = b - c เมอ่ื a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ ถ้า a = b แล้ว ac = bc เม่อื a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ และ ถ้า a = b แล้ว a b=c c เมื่อ a ,b และ c แทนจำนวนใดๆ ขน้ั ท่ี 5 นำไปใช(้ 5 นาท)ี 1. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด ส่ือและแหล่งเรียนรู้ หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 เลม่ 1 ตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละ ตวั ช้ีวดั กลุ่มสาระ การเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 การวัดผลและประเมนิ ผล ด้านความรู้ (K) วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน นกั เรยี นสามารถบอกสมบัตขิ อง ตรวจสอบ แบบฝึกหดั ผา่ น = ตง้ั แต่ระดับ ดี การเท่ากัน ขน้ึ ไป ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน 1. การแกป้ ัญหา สงั เกตพฤติกรรม ระหวา่ งเรยี น แบบประเมินทักษะ ผ่าน = ตัง้ แตร่ ะดบั ดี 2. การสือ่ สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และกระบวนการทาง ขึ้นไป คณติ ศาสตร์
ด้านเจตคติ (A) วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ผา่ น = ตั้งแตร่ ะดบั ดี มคี วามมุมานะในการทำความ ระหวา่ งเรียน พฤติกรรมระหวา่ ง ขึ้นไป เขา้ ใจปญั หา และแก้ปัญหาทาง การจัดการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ดา้ นสมรรถนะของผเู้ รียน วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ แบบวัดสมรรถนะ ผ่าน = ตง้ั แต่ระดับ ดี 1. ความสามารถในการสื่อสาร สังเกตพฤติกรรม สำคัญของผเู้ รียน ขน้ึ ไป 2. ความสามารถในการคดิ ระหวา่ งเรยี น 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ วิธกี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ ของผเู้ รียน สังเกตพฤติกรรม แบบวดั คุณลักษณะ ผ่าน = ต้งั แต่ระดบั ดี 1. มวี ินัย ระหว่างเรียน อนั พงึ ประสงค์ของ ขนึ้ ไป 2. ใฝเ่ รียนรู้ ผู้เรยี น 3. ม่งุ มั่นในการทำงาน กจิ กรรมเสนอแนะ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... บนั ทึกความคิดเห็นของครูพ่ีเลย้ี งกอ่ นสอน .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ลงชอื่ .............................................................. วัน/เดือน/ปี............................ บันทึกความคิดเหน็ ครูพเ่ี ล้ียงหลงั สอน .......................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ........................................................ วัน/เดือน/ป.ี ...........................
บันทกึ ผลหลังสอน ผลการสอน .......................................................................................................................................................................... ปัญหา/อปุ สรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................................... ลงชอื่ .......................................................นกั ศกึ ษา วัน/เดือน/ป.ี ......................... ลงชอื่ ……………………………………….. (ครูพีเ่ ล้ียง / ครนู เิ ทศ / ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา)
ใบงานท่ี 2 การประกันคณุ ภาพการศึกษาทีส่ อดคลอ้ งกบั สถานศึกษา วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้อง กับสถานศึกษาแต่ละระดับ (ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ระดับปฐมวัย, ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์การศกึ ษาพเิ ศษ) 2. เพ่ือใหน้ กั ศึกษามคี วามรูค้ วามเข้าใจในมาตรฐานการศกึ ษา ในแต่ละระดบั (ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน , ระดบั ปฐมวยั , ระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานศูนย์การศึกษาพเิ ศษ) 3. เพอ่ื ให้นกั ศกึ ษาสามารถฝกึ ปฏิบตั ิงานประกันคุณภาพการศกึ ษาที่สอดคล้องกับสถานศกึ ษาไดจ้ รงิ ขอบขา่ ยของงาน ให้นักศึกษา ศึกษาโครงสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับสถานศึกษา แต่ละระดบั ในแตล่ ะมาตรฐานตามทก่ี ำหนดให้ ผู้เกีย่ วข้อง/แหล่งข้อมูล 1. ครนู เิ ทศก์ / ครูพเ่ี ลยี้ ง 2. เอกสารประกนั คุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา
1. กรอบการประเมนิ คุณภาพการศึกษาทสี่ อดคลอ้ งกบั สถานศกึ ษา ระดบั การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน ช่อื สถานศึกษา โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี รอบที่................................................ ประเดน็ การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน 1. แนวคิดหลักในการประเมนิ คุณภาพ 1. การประเมนิ คุณภาพภายนอกต้องมีความเช่ือมโยง การศกึ ษาของสถานศึกษา กบั ระบบประกนั คณุ ภาพภายในของสถานศึกษา และ หน่วยงานต้นสังกดั ในการปฏบิ ัตหิ น้าทีท่ ี่รับผิดชอบให้ 2. วัตถุประสงคใ์ นการประเมินคุณภาพ บรรลถุ งึ เป้าหมายมาตรฐานที่กำหนด และร่วมรับผิดชอบ การศึกษาของสถานศกึ ษา ต่อผลการจดั การศึกษาทเ่ี กดิ ขึ้น (Accountability) 2. การประเมนิ คณุ ภาพภายนอกต้องมีความท้าทาย 3. เปา้ หมายในการประเมนิ คุณภาพการศึกษา และชว่ ยกระต้นุ หนว่ ยงานที่เก่ยี วขอ้ งให้เกิดการสง่ เสรมิ ของสถานศกึ ษา การยกระดบั คุณภาพของสถานศกึ ษาส่สู ากล ตามนโยบาย ปฏิรปู การศึกษาของรฐั บาล เพ่ือการบรรลเุ ปา้ หมาย ทง้ั ในระดับชาตแิ ละระดับนานาชาติ (Empowerment) 1. สร้างมาตรฐานการตรวจประเมิน (Quality Code/ Criteria/ Guideline) และสง่ เสริมใหส้ ถานศึกษาสร้าง มาตรฐานการจดั การศกึ ษาที่มีคณุ ภาพทุกระดับและทุก กลมุ่ ประเภท และสร้างผเู้ ชย่ี วชาญด้านการประเมิน คุณภาพภายนอกสำหรบั สถานศกึ ษาทุกระดับและทกุ กลมุ่ ประเภทเพ่ือใหเ้ กดิ กลไกการขับเคลอื่ นจากผู้มีหนา้ ท่ีในการ สร้าง “วฒั นธรรมคุณภาพ” ภายในสถานศกึ ษา และการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่สากลตามแผนยทุ ธศาสตร์ ชาติและความคาดหวังของประเทศ 2. ประเมินคุณภาพภายนอกเพอ่ื สะท้อนคุณภาพการจดั การศึกษา พร้อมท้ังรายงานสถานการณ์ดา้ นคุณภาพ การศึกษาเพ่ือให้ขอ้ มูลแก่รัฐบาลในการพจิ ารณากำหนด นโยบายการพัฒนา ที่นำไปสู่การจัดสรรงบประมาณและ ทรัพยากรในการพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษาของ สถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานสำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกตาม หลกั เกณฑท์ ่ีกำหนดไว้ในกฎหมายท่เี กีย่ วข้องติดตามและ ตรวจสอบคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษา โดย
4. วธิ ีการประเมิน คำนงึ ถงึ บรบิ ทของสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาชาติ และมาตรฐานระดับสากล พร้อมท้งั รายงานผลการ 5. ขนั้ ตอนการดำเนินงานในการประเมิน ประเมนิ คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของชาตติ ่อ คณุ ภาพการศึกษาของสถานศึกษา รฐั บาลอยา่ งตอ่ เนื่องทุกปี เพื่อให้เกิดการยกระดับคณุ ภาพ การจดั การศึกษาของประเทศ การประเมินคุณภาพภายนอกจะเป็นการประเมินเชิง คุณภาพ เนน้ ข้อมลู เชงิ ประจกั ษ์ (Evidence Based) ท่ีสะท้อนผลลัพธก์ ารดำเนินงาน โดยใช้การตดั สนิ ใจของ ผู้เช่ยี วชาญ (Expert Judgment) และการตรวจทานผล การประเมินโดยคณะกรรมการประเมนิ ในระดับเดยี วกนั (Peer Review) ใหค้ รอบคลุมองคป์ ระกอบ ท้ังระบบแบบ องค์รวม (Holistic Approach) โดยองคป์ ระกอบของ วธิ กี ารประเมนิ คุณภาพภายนอก ดงั น้ี 1. การศึกษาข้อมลู ดา้ นบริบทพืน้ ฐานของสถานศึกษา (Organization Context) 2. การศกึ ษารายงานผลการประเมินตนเองของสถาน ศึกษา (Self-Assessment Report: SAR) 3. การลงพ้ืนทต่ี รวจเยย่ี ม (Site Visit) 1. สถานศกึ ษาประเมนิ ตนเอง (Self-Assessment) วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดำเนินงานตามระบบ การประกันคุณภาพภายใน แล้วจัดสง่ รายงานการประเมนิ ตนเองท่ีได้รบั ความเหน็ ชอบจากต้นสงั กดั ให้ สมศ. ตาม ระยะเวลาและเงอื่ นไขท่ีกำหนด 2. สมศ. วเิ คราะห์ข้อมลู พนื้ ฐานของสถานศึกษา (Pre-Analysis) จากฐานข้อมูลของหนว่ ยงานตน้ สงั กดั เพ่อื ตรวจสอบความพร้อมด้านปจั จัยการดำเนนิ งานของ สถานศกึ ษาข้ันตน้ ตามโปรแกรมการตรวจสอบที่กำหนด 3. คณะผู้ประเมนิ ภายนอกประชมุ พิจารณาผลการ ดำเนนิ งานของสถานศกึ ษาจากรายงานการประเมนิ ตนเอง ร่วมกบั ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพ้ืนฐาน (Pre-Assessment) เพอื่ วางแผนการลงพื้นทต่ี รวจเย่ยี มตามมาตรฐานและ เกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอก รวมทัง้ ระบุประเด็น จุดแขง็ ประเด็นปรบั ปรุงและกำหนดวันลงพ้ืนทีต่ รวจเยีย่ ม
4. คณะผู้ประเมินภายนอกลงพ้ืนท่ตี รวจเยย่ี ม (Site Visit) เพอ่ื ประชมุ เสวนาสร้างสรรค์ร่วมกบั ผ้มู สี ว่ นได้สว่ นเสีย และเกบ็ รวบรวมข้อมลู เชิงคุณภาพกบั บุคลากรหลักฐานเชงิ ประจักษ์ และหนว่ ยงาน/บุคคล ทม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งเพิ่มเตมิ รวมทัง้ ทำการรายงานผลประเมินด้วยวาจา 5. คณะผูป้ ระเมินภายนอกจดั ทำรายงานผลการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก (EQA Report) พรอ้ มข้อเสนอแนะ เพอ่ื การปรับปรุงพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา แลว้ จัดส่ง ให้ สมศ. เพอ่ื พจิ ารณาใหก้ ารรบั รองผลการประเมิน จากน้ัน สมศ. จะจดั ส่งให้กับสถานศึกษาและหน่วยงานตน้ สงั กัดหรอื หนว่ ยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาน้นั ๆ เพ่ือใช้ ประโยชน์ต่อไป ภายในระยะเวลา 7 วนั นับถดั จากวนั ที่ คณะกรรมการบริหาร สมศ. ให้การรับรองผลการประเมนิ 2. สรุปการประเมินคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับสถานศึกษา ตามกรอบมาตรฐานการศึกษา พทุ ธศักราช 2561 ระดบั การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน 2.1 มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู้ รยี น ระดับคุณภาพ : ยอดเยย่ี ม 2.1.1 ผลสมั ฤทธทิ์ างวชิ าการของผเู้ รียน ดา้ นผลสัมฤทธิท์ างวชิ าการของผู้เรยี น แยกตามประเด็นพิจารณา ดงั นี้ ดา้ นความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ อยู่ในระดับคุณภาพดเี ลศิ คดิ เปน็ ร้อยละ 73.73 และ ความสามารถในการคดิ คำนวณอยูใ่ นระดับคุณภาพยอดเย่ียม คิดเปน็ ร้อยละ 65.18 ด้านความสามารถในการ คิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ อภปิ รายแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ และแกป้ ัญหาอยใู่ นระดบั คุณภาพ ยอดเยยี่ ม คดิ เป็นร้อยละ 82. 75 ด้านความสามารถในการสร้างนวัตกรรม อย่ใู นระดับคุณภาพดเี ลศิ คิดเปน็ ร้อยละ 40.94 ด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร อย่ใู นระดับคุณภาพยอดเยีย่ ม คดิ เป็นรอ้ ยละ 90.35 ด้านผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษา ผู้เรยี นบรรลุและมคี วามกา้ วหนา้ ในการเรยี นรตู้ ามหลักสูตรสถานศึกษาจากพ้ืนฐานเดิมในดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะ กระบวนการต่างๆ อย่ใู นระดับคณุ ภาพยอดเยีย่ ม คิดเป็นร้อยละ 84.01 มีความก้าวหน้าในผลการทดสอบระดับชาติ หรอื ผลการ ทดสอบอน่ื ๆ อยใู่ นระดบั คณุ ภาพดีเลิศ และด้านความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคตทิ ่ีดตี ่องานอาชพี อยู่ใน ระดับคุณภาพยอดเยยี่ ม คิดเป็นร้อยละ 97.79
2.1.2 คุณลักษณะท่พี งึ ประสงคข์ องผ้เู รยี น ด้านคณุ ลกั ษณะและค่านิยมท่ีดตี ามท่ีสถานศึกษากำหนดอยู่ในระดบั คุณภาพ ยอดเยยี่ ม คิดเปน็ ร้อย ละ 95.14 ดา้ นความภูมิใจในท้องถ่ินและความเป็นไทยอยู่ในระดบั คุณภาพยอดเยีย่ ม คดิ เป็นร้อยละ 92.99 ด้านยอมรบั ท่จี ะอยรู่ ่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย อยใู่ นระดบั คณุ ภาพ ยอดเย่ียม คิดเป็นร้อยละ 96.12 ดา้ นมีสุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม อยู่ในระดับคณุ ภาพยอดเยี่ยม คดิ เปน็ ร้อยละ 97.38 2.2 มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ : ยอดเย่ยี ม จากการประเมนิ ตนเองในภาพรวมอยใู่ นระดับคุณภาพยอดเย่ยี ม แยกตามประเดน็ พจิ ารณา ดังนี้ มเี ปา้ หมายวิสัยทัศน์และพนั ธกจิ ทส่ี ถานศึกษากำหนดชัดเจน มรี ะบบบรหิ ารจดั การคุณภาพของสถานศึกษา ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรยี นรอบดา้ นตามหลักสูตรสถานศึกษา และทกุ กลุม่ เป้าหมาย พฒั นาครูและบคุ ลากรใหม้ ีความเช่ยี วชาญทางวิชาชีพ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมท่ีเอ้ือต่อการ จัดการเรยี นรู้อย่างมีคุณภาพ จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบริหารจัดการและการเรยี นรู้ ทกุ ประเด็นพิจารณา อย่ใู นระดบั คณุ ภาพยอดเยย่ี ม เมอ่ื เทียบกับเกณฑ์การศกึ ษาของโรงเรียน 2.3 มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนท่เี นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ระดับคุณภาพ : ยอดเยย่ี ม จากการประเมินตนเองในภาพรวมอยใู่ นระดับคณุ ภาพยอดเยีย่ ม คิดเปน็ ร้อยละ 89,54 แยกตาม ประเดน็ พจิ ารณา ดังน้ี ต้านจัดการเรยี นรู้ผา่ นกระบวนการคิดและปฏบิ ัตจิ รงิ และสามารถนำไประยกุ ติใช้ใน ชีวิตได้ อยู่ในระดับคุณภาพยอดเยย่ี ม คิดเป็นร้อยละ 90.19 ด้านใชส้ ่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหสง เรยี นรู้ท่ีเอ้ือต่อการเรยี นรูอ้ ยู่ในระดบั คุณภาพยอดเยยี่ ม คิดเปน็ รอ้ ยละ 83.66 ด้านการบริหารจัดการ ชนั้ เรียน เชงิ บวกอยใู่ นระดบั คุณภาพยอดเยย่ี ม คิดเป็นรอ้ ยละ 92.81 ด้านตรวจสอบและประเมนิ ผ้เู รยี นอย่าง เป็น ระบบและนำผลมาพฒั นาผู้เรียนอย่ใู นระดบั คณุ ภาพยอดเยี่ยม คดิ เป็นรอ้ ยละ 87.58 ด้านการ แลกเปล่ียน เรียนร้แู ละใหข้ ้อมลู สะทอ้ นกลับเพอื่ พัฒนาและปรับปรุงการจดั การเรียนรู้อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเย่ียม คิด เปน็ รอ้ ยละ 93.46 โดยสถานศกึ ษาได้ทำการวิเคราะหผ์ ลการประเมินคุณภาพภายใน วางแผนกำหนดแนวทางการ สถานศึกษาในอนาคต เพอ่ื นำประเด็นมาพจิ ารณาจัดทำเป็นกจิ กรรม โครงการ ประกอบคณุ ภาพการจัด การศกึ ษา ใหไ้ ด้มาตรฐานทสี่ ูงขน้ึ ในปีถัดไป ดังน้ี 1. สง่ เสรมิ ใหค้ รูวเิ คราะห์ และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ สร้างนวตั กรรมทาง การสอน ใช้กระบวนการวิจัย เพือ่ พฒั นาศักยภาพด้านการเรยี นรู้ ทกั ษะการเรยี นรู้ และสมรรถะแห่งศตวรรษ ท่ี 21 ของผู้เรียน โดยท่คี รจู ะตอ้ งสามารถบูรณาการความรู้ตา่ งๆทมี่ ี มาใช้ในการสร้างสรรค์และพัฒนาองค์ ความรูใ้ หม่ๆ มีความคดิ วิเคราะหแ์ ละสร้างสรรค์ สอนให้เด็กมีทักษะกระบวนการคิด โดยสามารถ คิดวเิ คราะห์
ในเร่อื งตา่ งๆ และมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ท่ีเป็นประโยชน์ เน้นใหเ้ ดก็ เกิดการเรียนรู้ โดยการส่งเสริม การเรียนรู้ แบบผเู้ รียนเปน็ สำคญั เพื่อให้เด็กตกผลึกทางความคิดได้ด้วยตวั เอง และมโี อกาสแลกเปลี่ยนความ คดิ เหน็ ระหว่างกนั รแู้ ละเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ มที กั ษะใหม่ๆ พร้อมทั้งชีแ้ นะข้อดีข้อเสียให้ผ้เู รยี นได้ ครจู ะต้อง สามารถใชเ้ ทคโนโลยสี ่งเสริมการศึกษาได้หลากหลาย และสามารถชีใ้ ห้เด็กเห็นถึงข้อดขี ้อเสีย และการใช้ เทคโนโลยีต่างๆอยา่ งเหมาะสม 2. สง่ เสริม สนับสนนุ ใหค้ รแู ละบุคลากรส่งผลงาน แนวปฏิบตั ิทเ่ี ป็นเลิศ นวัตกรรมด้านการเรยี น การสอน เข้าประกวดในเวทรี ะดบั สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ระดับภาค และระดบั ประเทศอยา่ งต่อเน่ือง 3. ส่งเสรมิ และสนบั สนุนผ้เู รยี นให้มที ักษะ ความสามารถ มีความพร้อมสำหรบั การแข่งขันทั้งในระดับ เขตพน้ื ที่ ระดับภาค ระดับประเทศ และมีทกั ษะชีวติ ดำรงชวี ิตอยูใ่ นสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรยี นรู้และการบรหิ ารจดั การใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ใบงานท่ี 3 การวิเคราะห์แนวทางในการพัฒนาตนเอง วัตถปุ ระสงค์ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตนเองนำไปสู่การพัฒนาตนเองให้มี ความเปน็ ครมู ืออาชพี ท่เี ท่าทันตอ่ การเปลี่ยนแปลงท้งั ทางดา้ นศาสตร์วชิ าชีพครู และศาสตร์สาขาวิชาเอก ขอบข่ายงาน 1. ให้นักศึกษาทำการวิเคราะห์ตนเอง SWOT นำไปสู่การพัฒนาตนเองให้มีความเป็นครูมืออาชีพ ทีเ่ ทา่ ทันตอ่ การเปลี่ยนแปลงท้ังทางดา้ นศาสตรว์ ิชาชีพครูและศาสตร์สาขาวิชาเอก 2. สรุปการเคราะห์ตนเองเพื่อเป็นแนวทางนำไ ปสู่การเป็นครูมืออาชีพที่เท่าทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงทัง้ ทางด้านศาสตรว์ ิชาชพี ครแู ละศาสตร์สาขาวชิ าเอก ผูเ้ กี่ยวข้อง / แหลง่ ข้อมูล 1. นกั ศึกษา 2. ครูพี่เลี้ยง/เพ่ือนักศึกษา/อาจารย์นิเทศก์
1. วเิ คราะห์ SWOT ของตนเอง ชื่อผู้วิเคราะห์ นางสาวสกุ ัญญา แสงสุข วิชาเอก คณติ ศาสตร์ วนั ท่ี 9 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564 คำอธิบาย S (Strength) หมายความว่า จุดแข็ง W (Weakness) หมายความว่า จดุ อ่อน O (Opportunity) หมายความว่า โอกาส T (Threat) หมายความว่า อปุ สรรค S W (จดุ แขง็ ของตนเอง) (จดุ อ่อนของตนเอง) - มคี วามรับผดิ ชอบ - ไม่กลา้ แสดงออก - มคี วามขยัน หมน่ั เพียร - ไม่คอ่ ยพดู - มคี วามอดทน - มีความมุง่ มัน่ ตั้งใจในการทำงาน O T (โอกาสท่ตี นเองได้รบั ) (อปุ สรรคที่พบเจอ) - ครพู ่เี ล้ียงคอยแนะนำ ช่วยเหลือ และใหก้ าร - สถานการณ์การแพร่ระบาด covid-19 สนบั สนุน ทำใหฝ้ ึกประสบการณ์วิชาชีพครูได้ไม่เต็มท่ี
2. สรุปการเคราะห์ตนเองเพื่อเป็นแนวทางนำไปสู่การเป็นครูมืออาชีพที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทง้ั ทางดา้ นศาสตรว์ ชิ าชพี ครู และศาสตร์สาขาวชิ าเอก จากการวิเคราะหต์ นเองเพ่ือเปน็ แนวทางนำไปสู่การเป็นครูมอื อาชีพ สามารถสรปุ ได้ดงั น้ี ขา้ พเจ้าเป็นคนขยนั หม่นั เพยี ร อดทน มีความรับผิดชอบ มงุ่ ม่นั ตง้ั ใจในการทำงาน แต่ก็มีจุดบกพร่อง ของตนเองคือ ไม่มีความแสดงกล้าออก พูดน้อย แต่ข้าพเจ้าพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง เพื่อเป็นแนวทางนำไปสู่ การเปน็ ครมู ืออาชพี ท่เี ทา่ ทันต่อการเปลีย่ นแปลงทงั้ ทางดา้ นศาสตรว์ ิชาชพี ครู และศาสตร์สาขาวิชาเอก โดยจะ กล้าแสดงออกให้มากขึ้น มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น และจะพัฒนาตนเองให้มีความเหมาะสมตามหลัก จรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของของบุคคลทั่วไป หมั่นศึกษาและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ฝึกฝน ทกั ษะในการใช้เทคโนโลยเี พ่ือส่งเสรมิ การจดั การเรยี นรู้ พฒั นาตวั เองให้เปน็ คนที่มีมนุษยสัมพนั ธด์ ีกับบุคคลอื่น สามารถทำงานร่วมกบั ผูอ้ ืน่ ได้
ใบงานท่ี 4 แบบรายงานโครงการส่งเสริม อนรุ กั ษ์วฒั นธรรม และภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ของสถานศึกษา จุดประสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจลักษณะของโครงการที่ส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรม และ ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ 2. เพื่อใหน้ ักศกึ ษาสามารถเขียนโครงการพัฒนาผู้เรียนตามรปู แบบทกี่ ำหนดได้ 3. เพื่อให้นักศึกษาเขียนรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการเมื่อโครงการเสร็จ สิ้นแล้วได้ อย่างถูกตอ้ ง ขอบขา่ ยของงาน 1. ให้นกั ศกึ ษาเขยี นโครงการท่สี ง่ เสรมิ อนุรักษว์ ัฒนธรรม และภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ หรือเขยี นโครงการท่ี บูรณาการตามเน้อื หาวิชาของตนเองทีส่ ง่ เสริม อนรุ ักษ์วัฒนธรรม และภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น โดยเขียนตามรูปแบบ ทกี่ ำหนด 2. ใหน้ ักศึกษาดำเนินและเขา้ รว่ มโครงการท่ีสง่ เสรมิ อนรุ ักษว์ ัฒนธรรม และภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ 3. ให้นักศึกษานำผลจากการเรียนรู้โครงการที่ส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ของสถานศกึ ษาเขียนรายงาน และนำไปประเมินสะท้อนกลบั (AAR) โดยนำผลมาแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ในรูปแบบ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ทันสมัยและทันต่อ การเปล่ยี นแปลง ในวนั สัมมนาหลงั ฝกึ ประสบการวิชาชีพครู ผูเ้ ก่ยี วข้อง/ แหล่งข้อมลู 1. ครพู เี่ ลี้ยง 2. ครูผูร้ บั ผิดชอบโครงการทสี่ ง่ เสริม อนรุ ักษว์ ัฒนธรรม และภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นของสถานศกึ ษา 3. แผนปฏิบัตกิ าร 4. รายงานการประเมินตนเอง (SAR)
1. โครงการส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรม และภูมิปญั ญาท้องถนิ่ ชอ่ื โครงการ การพฒั นาแหลง่ เรยี นรูก้ ลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ นางสาวนษิ ฎาพร พรหมวชั รานนท์ โครงการสังกัดกลุ่มงาน/ฝ่าย กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ******************************************************************************* หลกั การและเหตผุ ล นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ.2564 กล่าววา่ หวั ใจ สำคัญของการจดั กรศึกษาชนั้ พืน้ ฐานคือการสร้างและพฒั นาคนไทยเพ่ืออนาคตของประเทศ สรา้ งคนไทยให้ เปน็ คนดีและคนเก่ง มคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามคำนยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ มีความเข้มแขง็ ทง้ั รา่ ยการและจิตใจ เน้นการอ่านออก เขยี นไดค้ ดิ วเิ คราะห์เป็น สามารถสรา้ งวิสยั ทศั น์และวางแผนอนาคตท่ีดี ของตนเองได้ รวมถงึ รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของคนไทยและคำนงึ ถงึ ประโยชน์สว่ นรวมและ ประเทศชาติเป็นหลัก และข้อ 6 กล่าวถงึ เร่งรดั ปรบั ปรงุ โรงเรียนใหเ้ ป็นองค์กรท่มี คี วามเขม้ แข็ง มีคุณภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล ตลอดจนตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่ชาติ พ.ศ.2542 ได้กลา่ วถึง บรรยากาศ ของโรงเรียนเป็นสถานอันเกิดจากการมปี ฏิสัมพันธ์ระหวา่ งบคุ คลกบั สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน แลว้ สง่ ผลถึงความ รสู้ ึกของบุคคล โรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี โดยกลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษาฯ จึงพฒั นาศนู ย์การเรยี นรูอ้ าเซียน สารานุกรมและศนู ย์การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เพอื่ พัฒนาสถานที่ สง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี อือ้ ตอ่ การ จดั การเรียนรู้อย่างมคี ุณภาพ วตั ถุประสงค์ 1. เพือ่ พฒั นาศูนย์อาเซียนของโรงเรียนเฉลมิ ขวัญสตรีใหเ้ ป็นแหล่งเรียนร้ใู นการพฒั นาทักษะ กระบวนการและศักยภาพของผ้เู รียน 2. เพอ่ื พัฒนาห้องสมุดสารานกุ รมให้มีประสทิ ธภิ าพและทันสมยั 3. เพอื่ สนับสนุนใหส้ ถานศึกษามีการจัดสภาพแวดลอ้ มและการบรกิ ารทส่ี ่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนพฒั นาเต็ม ศกั ยภาพ โดยประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. เพอื่ สนับสนุนสถานศกึ ษาใหม้ ีการสรา้ ง สง่ เสริม สนับสนนุ ใหส้ ถานศึกษาเป็นสังคมแหง่ การเรียนรู้ เปา้ หมาย 1. เชงิ ปริมาณ - ศนู ย์การเรยี นรสู้ ังคมศึกษาและสารานุกรม ศูนย์การเรยี นรู้อาเซียน มีส่ือการเรียนการสอนสำหรับครู และนักเรียนอยใู่ นสภาพใชก้ ารได้ดี คิดเป็นร้อยละ 90
- นักเรียนครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรยี นเฉลิมขวญั สตรใี ช้บริการศูนย์การเรียนรู้ ร้อยละ 80 - นักเรียนไดร้ ับการส่งเสริมหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง รอ้ ยละ 90 2. เชิงคุณภาพ - ผใู้ ชบ้ รกิ ารศูนยส์ งั คมศึกษามคี วามพึงพอใจในระดับดี คิดเปน็ รอ้ ยละ 90 - โรงเรยี นมีแหล่งเรียนรู้ในการศกึ ษาคน้ คว้าเก่ียวกบั ประชาคมอาเซยี นและมหี ้องสมุดสารานกุ รม วธิ ีดำเนินการ ระยะเวลา ที่ กจิ กรรม 2564 2565 หมายเหตุ 4 5 6 7 8 9 10 11 12 1 2 3 1 การวางแผน (Plan -P) 1. ศกึ ษาสภาพปจั จุบนั ปญั หา การจัด กจิ กรรม 2. กำหนดผรู้ บั ผิดชอบท่ีเกยี่ วขอ้ ง 3. ประชุมชี้แจงเพ่ือสร้างความเขา้ ใจแนว ทางการดำเนินการ 2 การนำไปปฏบิ ัติ (Do-D) 1. จัดซอื้ จดั หาวัสดุอุปกรณ์ 2. ปรับระบบการบนั ทึกข้อมูล การรับสง่ หนังสอื ใหเ้ ปน็ ปัจจบุ นั และทันสมัย 3. จดั สภาพแวดลอ้ มที่เอื้อตอ่ การเรียนรู้ 4. สรา้ งส่ือการเรยี นการสอน สอนเสริม มงุ่ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น 5. มลู นิธิครอบครัวพอเพยี งใหก้ ารอบรม 6. เชญิ วิทยากรถอดบทเรียนหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 การเรยี นรู้ (Study - S) 1. ประเมนิ ผลการจัดกิจกรรม 2. วิเคราะห์ผลการดำเนนิ งาน 3. จัดกิจกรรมแลกเปล่ยี นเรยี นรถู้ อด บทเรยี น
4 การปรบั ปรุง (Act -A) 1. ปรับปรงุ /แก้ไข เพ่ือเปน็ แนวทางในปี ตอ่ ไป 2. สรปุ รายงานผลและเผยแพร่ 3. บรู ณาการกับฐานการเรยี นรู้ สารานุกรมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง งบประมาณ 36,500 บาท สถานท่ี โรงเรยี นเฉลมิ ขวญั สตรี ผลทีค่ าดวา่ จะไดร้ ับ 1. ศูนยก์ ารเรียนรสู้ ังคมศึกษามสี ือ่ การเรยี นการสอนสำหรับครูและนกั เรียนอยู่ในสภาพใช้การได้ดี 2. ศนู ย์การเรียนรู้สังคมศึกษาเป็นส่วนหนึง่ ของการสร้าง ส่งเสริม สนับสนนุ ให้สถานศึกษาเป็นสังคม แห่งการเรียนรู้ 3. นักเรียนนำปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั การประเมินโครงการ วิธีประเมินผล เครื่องมือประเมนิ ผล ตัวบ่งชี้ความสำเรจ็ ประเมนิ ความพึงพอใจ แบบประเมินความพึงพอใจ 1. ร้อยละ 90 ของผเู้ กย่ี วข้องมคี วามพึงพอใจใน ส่งิ แวดลอ้ มและการจดั สถานศกึ ษาให้เปน็ สังคม - การลงช่อื เขา้ ร่วม - แบบลงทะเบียน แหง่ การเรยี นรู้ กจิ กรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม 2. นักเรียนได้รบั การส่งเสริมความรู้ด้านปรัชญา - การสังเกตพฤตกิ รรม - รปู ถา่ ย เศรษฐกจิ พอเพยี งอยา่ งน้อย 200 คน - การบูรณาการจัดการ - ชน้ิ งาน เรียนการสอน - แบบสอบถาม
ภาคผนวก
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: