อะตอมและ สมบตั ขิ องธาตุ
อะตอมและสมบตั ขิ องธาตุ อะตอม - แบบจำลองอะตอมดอนตนั - แบบจำลองอะตอมทอมสนั - แบบจำลองอะตอมรทั เทอร์ฟอรด์ - แบบจำลองอะตอมโบร์ - แบบจำลองอะตอมกลุม่ หมอก 2
แบบจาลอง อะตอม
แบบจาลองอะตอม ของ ดอลตนั พ.ศ. 2346 จอหน์ ดอลตลั ได้เสนอทฤษฎี จอหน์ ดอลตลั ซงึ่ มสี าระสาคญั ดงั นี้ - ธำตปุ ระกอบด้วยอนุภำคเล็ก ๆ ทเี่ รียกว่ำ อะตอม ซงึ่ แบง่ แยกและทำให้สูญหำยไม่ได้ - อะตอมของธำตชุ นิดเดยี วกนั มสี มบัติเหมือนกัน เชน่ มวลเทำ่ กัน แต่จะมสี มบตั ติ ำ่ งจำกธำตุอ่นื - สำรประกอบเกดิ จำกอะตอมของธำตุมำกกวำ่ หน่ึงชนิดทำปฏกิ ริ ิยำกันในอัตรำส่วนท่เี ปน็ เลขลงตวั นอ้ ย ๆ 4
แบบจาลองอะตอม ของ ดอลตนั เป็นทรงกลมตนั มีขนำดเล็กที่สดุ ไม่สำมำรถแบ่งแยกได้ 5
แบบจาลองอะตอม ของ ทอมสนั เซอร์ โจเซฟ จอหน์ ทอมสนั 6
แบบจาลองอะตอม ของ ทอมสนั เป็นทรงกลม ประกอบด้วยโปรตอนซึ่งมปี ระจบุ วก และอิเลก็ ตรอนท่มี ี ประจุลบกระจำยอย่อู ยำ่ งสมำ่ เสมอ 7
แบบจาลองอะตอม ของ รทั เทอรฟ์ อรด์ ในปี พ.ศ. 2454 เออร์เนสต์ รทั เทอร์ฟอร์ด (Ernest Rutherford) ได้พสิ จู น์แบบจำลองอะตอมของทอมสัน โดย กำรยิงอนุภำคแอลฟำไปยังแผน่ ทองคำบำง ๆ และใช้ฉำกเรืองแสงท่เี คลือบดว้ ยซิงค์ซัลไฟด์ (ZnS) โค้งเปน็ วง ลอ้ มรอบแผน่ ทองคำ พบวำ่ ส่วนใหญ่กำรเรอื งแสงบนฉำกท่อี ยบู่ รเิ วณดำ้ นหลังของแผน่ ทองคำมบี ำงครง้ั ทเี่ กดิ กำร เรอื งแสงบรเิ วณดำ้ นขำ้ ง และน้อยครั้งมำกที่มีกำรเรืองแสงบริเวณด้ำนหนำ้ รัทเทอร์ฟอรด์ จึงไดเ้ สนอแบบจำลอง อะตอมข้นึ ใหม่ ดงั นี้ 8
แบบจาลองอะตอม ของ รัทเทอรฟ์ อรด์ เป็นทรงกลม ประกอบดว้ ยนิวเคลยี สท่มี ปี ระจุบวกอยูต่ รงกลำงอะตอม โดยมอี ิเลก็ ตรอนทม่ี ปี ระจุลบวง่ิ อย่รู อบ ๆ นวิ เคลียส 9
แบบจาลองอะตอม ของ โบร์ ในปี พ.ศ. 2456 นีลส์ โบร์ (Niels Henrik David Bohr) นักวิทยำศำสตรช์ ำวเดนมำรก์ ได้เสนอทฤษฎี อะตอมที่อธิบำยได้โดยปรำกฎกำรณก์ ำรเกิดเสน้ ของแสงทเ่ี รียกวำ่ สเปกตรมั (spectrum) และได้นำควำมรู้ เรอื่ งสเปกตรมั มำสร้ำงแบบจำลองอะตอมข้ึนมำใหม่ โดยสรุปไดว้ ่ำ 1. อะตอมประกอบด้วยนิวเคลียสอย่ตู รงกลำงของอะตอม โดยมอี ิเล็กตรอนเคลื่อนทีอ่ ย่โู ดยรอบ อะตอมเป็นระดบั พลงั งำนท่มี ีค่ำพลงั งำนเฉพำะ คลำ้ ยกับวงโคจรของดำวเครำะห์รอบดวงอำทติ ย์ 2. แตล่ ะระดบั ชั้นพลงั งำนจะมีพลังงำนไม่เท่ำกัน โดยระดบั ชัน้ พลงั งำนท่ีอยใู่ กลน้ วิ เคลยี สทสี่ ุดจะ มีพลังงำนตำ่ ทีส่ ุด คือ n = 1 และชั้นถัด ๆ ไปเป็น n = 2, 3, 4, … ซึง่ จะมพี ลงั งำนสงู ข้ึนเรื่อย ๆ ตำมลำดับ 10
แบบจาลองอะตอม ของ โบร์ เป็นทรงกลม ประกอบด้วยนวิ เคลียสอยกู่ ลำงอะตอม โดย อเิ ลก็ ตรอนเคลอื่ นที่อยโู่ ดยรอบอะตอมเป็นระดบั ชน้ั พลังงำน 11
แบบจาลองอะตอม 12 แบบกลมุ่ หมอก นกั วิทยำศำสตรห์ ลำยสำขำวิชำได้ศึกษำเกย่ี วกบั พฤติกรรมของอิเลก็ ตรอน พบวำ่ อิเล็กตรอนสำมำรถ เป็นได้ท้ังคลน่ื และอนุภำค ซึง่ กำรค้นพบน้ที ำให้นักวทิ ยำศำสตร์เลิกศึกษำตำแหนง่ ของอเิ ล็กตรอน แต่หันมำ ศึกษำเกี่ยวกับโอกำสหรอื ควำมเป็นไปได้ทจ่ี ะพบอเิ ลก็ ตรอนในบรเิ วณรอบ ๆ นิวเคลียส โดยสำมำรถสรุป ทฤษฎแี บบจำลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอกไดด้ งั นี้ 1. อะตอมประกอบด้วยนวิ เคลียสอยู่ตรงกลำง และมีอเิ ล็กตรอนเคลื่อนทีอ่ ย่รู อบ ๆ นวิ เคลยี ส ท่ัวท้งั อะตอม โดยมีทิศทำงกำรเคล่ือนท่อี ยำ่ งไมแ่ น่นอน ทำใหโ้ อกำสท่ีจะพบอเิ ล็กตรอนในบริเวณตำ่ ง ๆ ของอะตอมมไี ดไ้ มเ่ ท่ำกัน 2. บริเวณทมี่ ีกลุม่ หมอกหนำแน่นจะมโี อกำสพบอิเลก็ ตรอนมำก ซง่ึ อยบู่ รเิ วณใกล้ ๆ นวิ เคลยี ส และเม่ืออยู่หำ่ งออกจำกนิวเคลยี ส กลุม่ หมอกจะจำงลงจงึ มีโอกำสพบอิเลก็ ตรอนได้นอ้ ย
แบบจาลองอะตอม แบบกลมุ่ หมอก เป็นทรงกลม ประกอบดว้ ยนวิ เคลยี สอยูก่ ลำงอะตอม และอิเลก็ ตรอน เคลอื่ นท่ีอยรู่ อบ ๆ นวิ เคลียส ไมม่ ีทิศทำงทแี่ นน่ อน 13
THANK YOU
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: