]เทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจดั การ อาชีพ User ] ]
ใบความรู้ หนว่ ยท่ี 1 ความรเู้ กยี่ วกบั คอมพิวเตอรแ์ ละอปุ กรณโ์ ทรคมนาคม คอมพวิ เตอร์ (Computer) หมายถงึ อปุ กรณ์ชนดิ หนึ่งท่ีทางานด้วยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ สามารถเก็บและจาข้อมูลรวมถึงชดุ คาส่งั ในการทางานได้ทาให้สามารถทางานได้โดยอัตโนมตั ิ ดว้ ยอัตราความเร็วท่ีสงูมาก ใช้เพื่อประโยชนใ์ นการคานวณหรือทางานต่าง ๆ ได้เกอื บทกุ ชนดิทุกประเภทและแสดงผลลพั ธ์ออกมาในรูปแบบต่าง ๆได้อย่างรวดเรว็ถกู ต้อง คอมพิวเตอร์มาจากรากศัพทภ์ าษาลาตินวา่ Computare พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน (2540) ไดบ้ ัญญตั ไิ วว้ า่Computer : คอมพิวเตอร์,คณติ กรณ์ หมายถึง เคร่ืองคานวณหรือผู้คานวณ มีหนา้ ที่คานวณและเปรียบเทียบ (ประมวลผลข้อมลู ) ตามคาสั่งท่ีมนษุ ย์จัดเตรยี มไว้ในรปู แบบของโปรแกรมหรือชดุ คาสงั่ ต่าง ๆประเภทของคอมพวิ เตอร์ 1. ซปุ เปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เปน็ คอมพิวเตอร์ทม่ี ีประสทิ ธิภาพในการทางานสงู มีขนาดของความจามาก ต้ังอยใู่ นหอ้ งท่ี
สามารถปรับอุณหภมู ไิ ด้ การใช้งานคอมพิวเตอรป์ ระเภทนมี้ ักในงานวจิ ยัเชน่ การวิเคราะห์ภาพถา่ ยดาวเทยี ม การพยากรณอ์ ากาศ และงานอนื่ ๆท่มี ีการคานวณซับซ้อน ภาพประกอบซุปเปอร์คอมพวิ เตอร์ทมี่ า :http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2012/11/X12926806/X12926806.html 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เปน็ คอมพวิ เตอร์ขนาดใหญท่ ี่มีประสทิ ธิภาพรองลงมาจากซุปเปอรค์ อมพิวเตอร์ เปน็ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเช่ือมโยงกับคอมพิวเตอร์ปลายทางได้จานวนมากทาใหต้ อบสนองความต้องการของผูใ้ ชไ้ ด้พร้อมกันหลายร้อยคน จงึ มักใช้ในองค์กรขนาดใหญ่
ภาพประกอบเมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ ทมี่ า : http://chay-1234.blogspot.com/2010/11/mainframe- computer.html3. มนิ คิ อมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็นคอมพิวเตอรข์ นาดกลางท่มี ีประสทิ ธิภาพน้อยกว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ แต่สูงกวา่ ไมโครคอมพวิ เตอร์มักพบในองคก์ รท่ใี ช้งานเฉพาะด้าน เชน่ ประมวลผลงานบัญชี โดยนาไปเชอ่ื มต่อกับเคร่อื งปลายทางได้หลายคน โดยมกี ารประมวลผลท่ีอยู่ส่วนกลาง แล้วส่งผลไปทีเ่ คร่ืองปลายทาง โดยทเ่ี คร่อื งปลายทางไม่ตอ้ งประมวลผลเอง
ภาพประกอบมินิคอมพิวเตอร์ ที่มา : https://aeawsty.wordpress.com 4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็นคอมพวิ เตอร์ทีใ่ ช้งานอยา่ งแพรห่ ลาย ทีทง้ั คอมพิวเตอรส์ ว่ นบุคคลแบบต้งั โตะ๊ ซงึ่ เหมาะกบั การทางานในสานกั งาน สถานศึกษา ทบี่ ้าน หรือคอมพวิ เตอร์แบบพกพาไปในสถานที่ตา่ งๆได้ เช่น โน๊ตบ๊กุ เปน็ ต้น ภาพประกอบโนต๊ บุ๊ก ท่มี า : https://www.thai-voucher.com/โทรคมนาคม (Telecommunications) หมายถงึ การส่ือสารขอ้ มูลระยะทางไกลในรูปแบบสญั ญาณอีเล็กทรอนิกส์ ซง่ึ ในอดีตโทรคมนาคมให้บริการในรูปแบบของสัญญาณเสยี งผ่านสายโทรศัพท์ท่เี รยี กกนั ว่าสญั ญาณในระบบ อนาลอก (Analog Signal) แต่ในปจั จุบันสญั ญาณ
โทรคมนาคมกาลงั จะกลายเปน็ การถา่ ยทอดสญั ญาณในรูปแบบ ดิจติ อล(Digital Signal) ท้ังหมด ระบบโทรคมนาคมเปน็ ระบบใหญ่ท่ีมักผกู ขาดโดยองค์กรของรัฐในเกือบทุกประเทศท่ัวโลก ดังเช่น ในประเทศไทย ได้แก่ องคก์ ารโทรศัพท์แหง่ ประเทศไทย ซ่ึงไดแ้ ปรรปู กิจการมาเป็นบรษิ ัทศท.คอร์เปอเรชนั่ จากดั(มหาชน) แลว้ เพ่ือใหเ้ กดิ การแข่งขนั ที่เสรีกับองคก์ รผู้ใหบ้ ริการโทรคมนาคมเอกชนอ่นื ๆ ท่ีเตบิ โตขึน้ มาโดยลาดบั เพื่อการขยายตัวทีด่ ีขน้ึในภมู ภิ าค และเป็นกิจการสาธารณะท่ีสามารถเปิดใหบ้ ริการได้อย่างเสรีรวมไปถึงการเช่ือมต่อระบบอินเตอรเ์ น็ตกบั ประเทศอืน่ ๆในภมู ิภาคดว้ ย จะนามาซ่ึงการให้บรกิ ารทหี่ ลากหลายในดา้ นการส่อื สารข้อมลู โดยเฉพาะการสรา้ ง ถนนสายด่วนข่าวสาร (Information Super-Highway) เช่นการโทรคมนาคมผ่านเครอื ขา่ ยส่ือสารระบบดจิ ติ อลความเร็วสูง ที่สามารถใหบ้ รกิ ารทางการศึกษา ค้นคว้าวิจัย สันทนาการ และการรว่ มมือกันทางเศรษฐกจิ ในระดบั ชาติ ระดับภมู ิภาค ตลอดจนระดบั โลก และจะเป็นส่วนหน่งึ ของการดารงชวี ติ ในทศวรรษหนา้
โทรคมนาคม (Telecommunications) หมายถงึ คอื ระบบที่ประกอบดว้ ยฮารด์ แวร์และซอฟทแ์ วร์จานวนหนึ่งท่ีสามารถทางานร่วมกนัและถกู จัดไว้สาหรับการสื่อสารข้อมลู จากสถานทแ่ี ห่งหน่ึงไปยงั สถานท่ีอีกแหง่ หนงึ่ ซง่ึ สามารถถา่ ยทอดขอ้ ความ ภาพกราฟฟิก เสียงสนทนา และวิดที ศั น์ได้ มรี ายละเอยี ดของโครงสรา้ งสว่ นประกอบดังน้ี 1. เครอ่ื งคอมพิวเตอรห์ รือเคร่ืองมอื เปลี่ยนปริมาณใดใหเ้ ปน็ ไฟฟ้า(Transducer) เช่น โทรศพั ท์ หรอื ไมโครโฟน 2. เครื่องเทอรม์ นิ อลสาหรับการรับข้อมูลหรือแสดงผลข้อมลู เชน่เครอ่ื งคอมพวิ เตอรห์ รอื โทรศัพท์ 3. อปุ กรณ์ประมวลผลการสื่อสาร (Transmitter) ทาหนา้ ทแ่ี ปรรปูสญั ญาณไฟฟ้าให้เหมาะสมกบั ช่องสญั ญาณ เช่น โมเด็ม (MODEM)มัลตเิ พลก็ เซอร์ (multiplexer) แอมพลิไฟเออร์ (Amplifier) ดาเนนิ การได้ท้งั รับและสง่ ข้อมูล 4. ช่องทางส่ือสาร (Transmission Channel) หมายถงึ การเชื่อมต่อรปู แบบใดๆ เช่น สายโทรศพั ท์ ใยแก้วนาแสง สายโคแอกเซียล หรอื แม้แต่การสอื่ สารแบบไร้สาย 5. ซอฟทแ์ วร์การส่ือสารซง่ึ ทาหนา้ ทีค่ วบคมุ กจิ กรรมการรบั สง่ ขอ้ มูลและอานวยความสะดวกในการสือ่ สารหนา้ ที่ของระบบโทรคมนาคม ทาหนา้ ท่ีในการสง่ และรับข้อมลู ระหว่างจดุ สองจุด ได้แก่ ผสู้ ่ง ข่าวสาร (Sender) และ ผรู้ ับขา่ วสาร (Receiver) จะดาเนินการจัดการลาเลียงขอ้ มูลผ่านเสน้ ทางท่ีมีประสทิ ธภิ าพที่สุด จัดการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมลู ท่ีจะสง่ และรับเขา้ มา สามารถปรบั เปลยี่ นรปู แบบข้อมูลให้ทง้ั สองฝ่ายสามารถเข้าใจได้ตรงกัน ซึง่ ท่กี ล่าวมานส้ี ่วนใหญ่ใชค้ อมพวิ เตอรเ์ ปน็ ตวั จัดการ ในระบบโทรคมนาคมสว่ นใหญใ่ ชอ้ ุปกรณ์ในการรับสง่ ข้อมลู ข่าวสารต่างชนดิ ตา่ งยห่ี อ้ กัน แต่สามารถแลกเปลยี่ นขอ้ มูลระหว่างกันได้เพราะใช้ชุดคาสั่งมาตรฐานชุดเดยี วกนั กฎเกณฑม์ าตรฐานในการสื่อสารนเ้ี ราเรียกวา่“โปรโตคอล (Protocol)” อปุ กรณ์แต่ละชนดิ ในเครอื ขา่ ยเดียวกนั ต้องใช้โปรโตคอลอยา่ งเดียวกนั จึงจะสามารถส่อื สารถึงกนั และกันได้ หนา้ ท่ีพื้นฐานของโปรโตคอล คอื การทาความรู้จักกบั อุปกรณ์ตวั อน่ื ท่อี ยูใ่ น
เสน้ ทางการถ่ายทอดข้อมลู การตกลงเงื่อนไขในการรบั ส่งขอ้ มูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมลู การแก้ไขปญั หาขอ้ มลู ที่เกดิ การผดิ พลาดในขณะที่สง่ ออกไปและการแกป้ ญั หาการส่อื สารขดั ขอ้ งทอี่ าจเกดิ ขึ้นโปรโตคอลทร่ี ู้จกั กันมาก ได้แก่ โปรโตคอลในระบบเครอื ข่ายอนิ เตอร์เน็ต เช่น Internet Protocal ; TCP/IP , IP Address ท่เี ราใช้กนัอยู่ทุกวันน้ี
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: